ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คีตโลกา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากตำหนิสารวัตรกฤษณ์ไปแล้ว ผู้การจักรภพเรียกประชุมทีมงานของตนอีกครั้งภายในฐานลับ...ทันทีที่ทราบว่าใครคือเสี่ยใหญ่ ผู้การก็รับปากผู้กองภควัตว่าตนจะเก็บชื่อมันเป็นความลับสุดยอด จะมีแค่หัวหน้าปฏิบัติการลับชุดนี้กับเขาเท่านั้นที่รู้

อธิคมพาอัญมาไปส่งบ้านแล้วเจอแอนนี่เข้าอย่างจัง แอนนี่แสดงความหึงหวงเขา ต่อปากต่อคำกับอัญมาจนเกือบจะวางมวยถ้าอธิคมไม่กำราบเธอเสียก่อน

ส่งอัญมาถึงบ้านแล้วอธิคมขอตัวกลับทันที อุบลและจิ๊บแสดงความเป็นห่วงอัญมาหรือไอ้อัญ แต่นวยกลับมองเธอแปลกๆ พร้อมกับตั้งข้อสังเกต

“มันยังไงน่ะเจ๊ มาลากตัวไป แล้วก็มาส่ง มียิ้มให้ด้วย”

“ไม่ยังไงหรอกไอ้นวย ก็อย่างที่แกเห็น ฉันทำงานกับพี่บัง...กับลูกชายพี่บัง”

“ไอ้อัญ ที่แม่ขอร้องอย่าไปยุ่งกับพวกค้ายา ทำไมเอ็งไม่ฟัง”

“ฉันมีเหตุผล แต่ยังบอกใครไม่ได้ตอนนี้...อย่าเพิ่งถามอะไรฉันอีก ฉันคิดดีแล้วทุกอย่างที่ทำลงไป ทำอย่างมีสติ มีเหตุผล ไม่ใช่ทำเพราะเป็นไอ้อัญขี้ยาคนเดิม”

อัญมาพูดเป็นงานเป็นการแล้วเดินเข้าบ้าน ทั้งสามคนมองตามและบ่นกันไปมาด้วยความประหลาดใจ

“ฉันว่าเจ๊อัญคนนี้แกไม่เหมือนก่อนตกน้ำเลยนะ ดูฉลาด ดูใจแข็ง ดูเป็นสาวมั่น มีความคิดเป็นของตัวเอง”

“หรือว่าผีเข้า” จิ๊บโพล่งขึ้น นวยเลยประชดเข้าให้ว่าคิดได้นะเจ๊ “ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรนี่หว่า อยู่ๆก็ประหลาด พูดกันไม่รู้เรื่อง”

“ไอ้อัญมันไม่เรียกข้าว่าแม่เหมือนเดิม”

“จริงเหรอ น้าอุบล”

“มันไม่เรียกข้าว่าแม่ มันทำท่าแปลกๆเหมือนเกลียดข้า แต่ช่างเถอะ มันอาจจะบ้าๆบอๆ สมองเสื่อมเพราะตกน้ำ แต่ข้าก็ไม่ถือหรอก เพราะยังไงข้าก็เป็นแม่มันอยู่ดี”

อุบลยิ้มจางๆ จิ๊บกับนวยได้แต่มองด้วยความสงสาร...ฝ่ายอัญมาพอเข้าห้องก็ทิ้งตัวลงนอนหน้านิ่วคิ้วขมวด สงสัยว่าทำไมอธิคมถึงดีกับตนนัก แถมยังสัญญาจะปกป้องเธอด้วย

“ทำไมต้องทำท่าแปลกๆกับฉันด้วย กะจะจับพิรุธฉันให้ได้ล่ะสิอธิคม อย่านึกเลยว่าคนอย่างคุณหนูอัญมาจะตามไม่ทัน” อัญมาด่วนสรุป โดยไม่รู้ว่าอธิคมหลงรักเธอเข้าให้แล้ว

ooooooo

เมื่อคืนภควัตกลับไปนอนที่บ้าน พอเช้าขึ้นเขาตกใจตื่นเมื่อขวัญอนงค์เข้ามาในห้องเงียบเชียบแล้วมายืนจ้องหน้าในระยะประชิด ห่างกันแค่คืบ

อารามตกใจทำให้ผู้กองหนุ่มกระถดตัวถอยหนีจนตกเตียงลงไปนอนแอ้งแม้งที่พื้น ขวัญอนงค์เห็นแล้วสนุกใหญ่ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากก่อนแซวว่า

“อะไรกันคะพี่วัต กลัวน้องขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“ลงไปข้างล่างดีกว่าครับคุณน้อง”

“น้องเป็นห่วงเห็นพี่วัตตื่นสายกว่าปกติเลยขึ้นมาดูว่าจะไม่สบายหรือเปล่า น้องมาทำอาหารเช้าไว้ให้แล้ว รีบลงไปทานเถอะค่ะ”

ขวัญอนงค์เข้าไปดึงแขนภควัตอย่างสนิทสนม

พากันลงไปที่โต๊ะอาหารซึ่งมีแซนด์วิชกับกาแฟหอมกรุ่น

“เมื่อคืนกลับดึกเหรอคะ ไปไล่จับผู้ร้ายที่ไหนมาคะ” ขวัญอนงค์ชวนคุย

“ก็ทั่วๆไปน่ะครับ”

“ต้องมีความลับกับน้องด้วย”

ภควัตยิ้มแห้งๆ รีบเปลี่ยนเรื่องถามเธอว่า วันนี้ไม่ออกไปช็อปปิ้งที่ไหนเหรอ

“เบื่อแล้วค่ะ อยากอยู่บ้านอ่านหนังสือบ้าง คุณพ่อจะให้น้องไปช่วยงานที่พรรค น้องก็เลยต้องเตรียมตัว ทำการบ้านหาข้อมูล”

“ดีครับ คุณน้องต้องช่วยงานคุณลุงได้มากแน่ๆ” ภควัตจิบกาแฟแล้วลุกขึ้นบอกว่า “พี่อิ่มแล้ว ขอบคุณมากนะครับสำหรับอาหารเช้า”

“จะไปทำงานแล้วหรือคะ”

“ครับ ช่วงนี้มีประชุมทุกวัน”

“คุณพ่อกับคุณแม่เป็นห่วงพี่วัตมากนะคะ ท่านอยากเจอพี่วัต”

ภควัตนิ่งมองแล้วเปลี่ยนใจ ตามขวัญอนงค์ไปพบลุงกับป้าที่บ้านใหญ่

“ป้าให้ยายน้องไปตามวัตมาเพราะมีเรื่องสำคัญมากจ้ะ” วรจันทร์กรุยทางก่อนส่งสายตาให้สามีพูดต่อ

“ลุงทำเรื่องไปที่ท่านอธิบดีแล้วนะ ขอตัววัตมาช่วยงานลุง”

“คุณลุงครับ ผมเข้าใจความหวังดีของคุณลุงกับคุณป้า แต่ขอให้ผมได้เลือกทำงานที่ผมรักก่อนได้ไหมครับ”

“วัต สงสารป้าเถอะ ทุกวันนี้ป้าต้องนั่งเป็นห่วงทุกครั้งที่วัตไม่กลับบ้าน”

“ผมจะระวังตัวครับ”

“วัตระวัง แต่พวกผู้ร้ายมันไม่คิดอย่างวัต”

“คุณป้าเคยภูมิใจเมื่อผมจบโรงเรียนนายร้อยนี่ครับ คุณป้าอุตส่าห์ส่งเสียผมจนผมได้เป็นตำรวจสมใจ ผมไม่เคยลืมสีหน้าของคุณป้าในวันนั้นเลย”

“ที่ป้าขอไม่ใช่ให้วัตเลิกทำงานที่วัตรัก วัตยังเป็นตำรวจ ไปช่วยงานลุงก็ทำเพื่อคนส่วนใหญ่เหมือนกัน”

“แต่ผมอยากปราบพวกค้ายา”

“ลุงทำเรื่องนี้ในระดับนโยบายได้ ไม่จำเป็นที่วัต จะต้องลงไปวิ่งไล่จับพวกมันเอง”

“แต่ผมอยากจับพวกมันกับมือ”

“วัต...ฟังกันบ้าง ป้ารู้ว่าวัตลืมไม่ได้ ป้าบอกตามตรงป้ากลัว กลัวว่า...”

“คุณป้าครับ ผมทราบว่าคุณป้าเป็นห่วง แต่ตอนนี้ผมมีเหตุผลที่ถอนตัวจากงานนี้ไม่ได้ ผมต้องรับผิดชอบชีวิตคนที่ผมร่วมงานด้วย ผมต้องดูแลความปลอดภัยของสายที่ผมดึงเขาเข้ามา”

วรจันทร์ซักไซ้สงสัยว่าเขาคนนั้นเป็นใคร แต่ภควัตไม่ขอเปิดเผยเพื่อความปลอดภัยของเขา

“ห่วงเขามากกว่าชีวิตตัวเองงั้นหรือวัต”

“ครับ ผมต้องห่วง เขาทำงานเสี่ยงตายเพื่อผม ผมทิ้งเขาไปกลางคันไม่ได้ คุณลุงคุณป้าเข้าใจผมด้วยนะครับ” ภควัตยกมือไหว้ลุงกับป้าอย่างเคารพแล้วเดินออกไป

วรจันทร์สีหน้ากังวล เล่าเรื่องคืนก่อนที่ภควัตพาผู้หญิงมาที่บ้านแต่พยายามปิดบังไม่ให้เห็นหน้า คาดว่าน่าจะเป็นสายลับคนนั้น แต่อภิกานต์ท้วงว่าอาจจะไม่เกี่ยวกันก็ได้

“ตาวัตไม่มีนิสัยเละเทะ เพื่อนเขาเราก็รู้จัก แต่คนนี้เขาปิดบัง แสดงว่าต้องเป็นคนที่พิเศษกว่าคนอื่น แล้วเรื่องที่ตาวัตหายใจเข้าออกตอนนี้ก็มีเรื่องเดียวคือจับพวกพ่อค้ายา”

ฟังเหตุผลของภรรยาแล้วอภิกานต์ถึงกับเงียบไปอย่างคล้อยตาม

ooooooo

อุบลเห็นอัญมากินยา ระแวงว่าเป็นยาเสพติดจึงมีปากเสียงกันเอ็ดอึงลามไปเรื่องผู้ชายที่มาพัวพันทั้งนายวัตเซียนพระและอธิคมลูกชายนายวินิจ
อัญมาโกรธมากที่อุบลด่าแรงว่าตนไม่เคยสอนให้เธอเป็นผู้หญิงสำส่อน ก็เลยยอกย้อนเข้าให้ว่า

“ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่ป้าคิด ถ้าป้าจะใช้คำว่าสำส่อนกับฉัน ป้าก็ต้องส่องกระจกดูว่าฉันเลียนแบบใคร”

ฉาด! อุบลตบหน้าอัญมาแล้วอธิบายอย่างคับแค้นและขุ่นเคือง “ฉันมีผัวใหม่เพราะฉันต้องเลี้ยงแกมาคนเดียว ฉันไม่อยากเห็นแกขาดพ่อ อยู่อย่างนี้ถ้าไม่มีผู้ชายคุ้มครองก็จะมีภัยรอบตัว ถ้าไม่มีแก ฉันก็ไม่มีวันมีผัวใหม่หรอก วันนี้ห้ามออกไปไหนอีก แกต้องอยู่แต่ในบ้าน”

“ที่นี่ไม่ใช่บ้าน เพราะบ้านต้องมีความเข้าใจ ความสุข ไม่ใช่มีแต่เสียงด่า เสียงสาปแช่ง ทะเลาะกัน”

อัญมาหันหลังวิ่งออกไปทันที อุบลโมโหตะเบ็งเสียงเรียกให้กลับมาแต่ไม่เป็นผล อัญมาจ้ำอ้าวไปเจอแอนนี่ที่หน้าร้านเสริมสวยเจ๊ว่านแล้วทะเลาะวิวาทกันด้วยเรื่องแอนนี่หึงหวงอธิคมจนเป็นเป้าสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมา

เจ๊ว่านออกมาช่วยเด็กของตน ส่วนอัญมาก็มีจิ๊บคอยปกป้องก่อนลากตัวออกไปเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเรียกพรรคพวกมารุมยำ แต่อัญมาฮึดฮัด ตะโกนปาวๆให้ทุกคนได้ยิน

“ไม่กลัวแล้วโว้ย แรงมาแรงไป ตบมาตบกลับ ไหนๆชีวิตมันก็ต้องจมปลักอยู่ที่นี่ หนีไม่พ้นแล้ว ไอ้อัญคนนี้จะถ่อยจะเถื่อน สู้คน ไม่เว้นหน้าไหนแล้ว”

แอนนี่เต้นผาง ประกาศต่อหน้าเจ๊ว่านและชาวบ้านว่า “จำไว้ทุกคน ต่อไปนี้มีแอนนี่ที่ไหนต้องไม่มีอีอัญ ฉันจะฆ่ามัน ฉันจะฆ่าอีอัญที่แย่งพี่คมไปจากฉัน”

จิ๊บลากอัญมาห่างออกไปด้วยความหวังดี แต่อัญมายังเคืองเรื่องที่รู้จากอุบลว่าจิ๊บคือคนชักจูงให้ไอ้อัญ ลองยาบ้าจนเสียผู้เสียคน จึงต่อว่าไปหลายคำ

“ไอ้อัญ...นี่แกจำอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ย แกเป็นคนขอให้ฉันช่วยนะ ฉันรู้แกตกน้ำความจำเสื่อมจำเรื่องเก่าๆ ไม่ได้ ตอนนั้นแกเสียใจเรื่องไอ้สัญชัยมันลวนลามแก พอบอกแม่ แม่แกก็ไม่เชื่อ แกเลยคิดจะหนีออกจากบ้าน ฉันห้ามเท่าไหร่แกก็ไม่ฟัง”

อัญมาชะงัก นิ่งฟังจิ๊บย้อนความหลังวันที่เธอวิ่งหนีพ่อเลี้ยงหน้าตาตื่นมาบอกว่าจะไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าต้องอยู่ร่วมชายคากับพ่อเลี้ยงตัณหากลับ พอตนไม่เห็นด้วยเพราะห่วงความรู้สึกป้าอุบลที่รักลูกมาก เธอก็โวยวายแล้วคว้ายาบ้าที่แฟนของตนให้เอามาปล่อยวิ่งหนีไปโดยไม่ฟังคำทัดทานของตน เพียงเพราะคิดว่ายาชนิดนั้นจะทำให้เธอมีความสุข ไม่ต้องคิดและไม่ต้องจดจำอะไรที่แย่ๆ

จิ๊บวิ่งตามมาขอร้องไม่ให้ไอ้อัญลอง เพราะถ้าเสพติดชีวิตเธอจะมีความสุขแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ชีวิตที่เหลือจะตกนรกทั้งเป็น

“มีความสุขชั่วครั้งชั่วคราวก็ยังดี...ดีกว่าต้องทุกข์ หาทางออกไม่เจอ ไม่มีใครเข้าใจ” ไอ้อัญดึงดันแล้วก็วิ่งหายไปพร้อมยาบ้าในมือ

อัญมาฟังมาถึงตรงนี้ก็เปลี่ยนความรู้สึกแย่ๆที่มีต่อจิ๊บ แต่จิ๊บยังถือว่าเป็นความผิดของตนที่ทำให้เธอได้ยานรกนั่นไปอยู่ในมือ

“ฉันเป็นเพื่อนแต่ห้ามแกไม่ได้ พอแกติดมัน แกก็เดินไปหาพวกพี่บังเอง”

“ไอ้อัญอ่อนแอเอง เลือกใช้มันเอง ก็ไม่ควรจะโทษคนอื่น”

“พอติดหนักๆแกก็ไม่มีเงินจ่ายค่ายา แกถึงต้องไปเป็นเด็กเดินยาให้มัน...จนแกไม่อยากขายยาให้เด็กคนอื่น แต่แกก็เลิกไม่ได้ แกติดค่ายาจนไม่มีจ่าย พวกพี่บังมันเลยบังคับเอาตัวแกไปซ่องเจ๊ว่าน”

จิ๊บเริ่มลำดับเหตุการณ์วันที่ไอ้อัญถูกบังคับไปขายตัวที่ซ่องเจ๊ว่านที่เปิดร้านเสริมสวยบังหน้า แต่เธอไม่ยินยอมจึงหนีออกมา จนกระทั่งไปตกน้ำที่สะพานหวังจบชีวิตที่มีแต่ปัญหา

อัญมาคิดตาม จำได้ว่าเป็นวันเดียวกับที่ตนเสียใจเรื่องแฟนแล้วไปยืนบนสะพานก่อนจะมีเหตุให้พลัดตกลงน้ำทั้งที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าตัวตาย

“ฉันตกน้ำแล้วมีคนมาช่วยไว้...ผู้กองภควัต... ทุกอย่างมันเป็นโชคชะตาที่ฉันจะได้มาอยู่ที่นี่”

“แกพูดอะไรแปลกๆอีกแล้วนะไอ้อัญ”

“บอกไปตอนนี้แกก็ไม่เข้าใจหรอกจิ๊บ มันเหลือเชื่อเกินกว่าที่เราจะนึกได้ เหลือเชื่อที่ฉันรอดตายมาอยู่ในร่างที่ไม่ใช่ของฉัน”

“แต่บอกตรงๆฉันชอบแกตอนนี้นะ แกดูเข้มแข็ง ถึงแกจะยังอยู่กับพวกพี่บังแต่แกดูมีสติที่จะสู้กับทุกอย่าง”

“เพราะฉันไม่ใช่ไอ้อัญคนที่ยอมแพ้กับโชคชะตา บางทีวิญญาณอ่อนแอดวงนั้นอาจจะกำลังหลับพักผ่อนอยู่ในร่างที่สุขสบาย เพื่อวันหนึ่งจะตื่นขึ้นมาบอกความจริงกับคนอื่น...เหมือนที่ฉันพยายามบอกทุกคน โลกนี้มีเรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นทุกวัน แต่รู้ไว้เลยอัญมาคนนี้จะไม่มีวันฆ่าตัวตาย ฉันจะไม่ถอย ฉันจะไม่หนี ฉันจะสู้จนกว่าฉันจะชนะทุกปัญหา จนกว่าฉันจะได้ชีวิตที่แท้จริงของฉันกลับคืนมา”

จิ๊บฟังแล้วไม่เข้าใจ แต่ก็ยิ้มดีใจที่ไอ้อัญเพื่อนรักเข้มแข็งกว่าแต่ก่อน

ooooooo

วันเดียวกันนี้ ขวัญอนงค์ชวนภควัตไปกินข้าวนอกบ้านแล้วบังเอิญเจอสุคนธรสกับกฤษณ์ที่มาพร้อมจิรายุ แฟนคุณหนูอัญมา

จิรายุทำปากยื่นปากยาวนินทาภควัตซึ่งเป็นแฟนเก่าสุคนธรส กฤษณ์ฟังไปก็เริ่มเบื่อและกลายเป็นไม่ชอบใจที่สุคนธรสผสมโรง ส่วนขวัญอนงค์ที่ถูกนินทาก็พอจะมองออกจึงบอกภควัตว่าตนไม่ชอบสุคนธรส ดีแล้วที่เลิกกันไป

เสียงมือถือภควัตดังขัดจังหวะ อัญมาใช้มือถือเครื่องใหม่ที่ซื้อเองโทร.ตามให้เขามาพบ ภควัตเลยอ้างกับขวัญอนงค์ว่าเจ้านายเรียกตัวด่วน พอเขาลับกาย กฤษณ์ที่แอบได้ยินก็บอกสุคนธรสว่าตนต้องไปทำงาน

“อะไรกันคะกฤษณ์ รสยังไม่ได้กินเลย”

“วัตมันกำลังจะไปประชุมกับนาย ผมต้องอยู่ฟังว่ามันกำลังคิดจะทำอะไรบ้าง”

กฤษณ์เดินลิ่วไป ทิ้งให้แฟนสาวนั่งหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์ จิรายุได้ทีกรีดเสียงเยาะหยัน

“ตกลงว่าทิ้งแฟนเก่าบ้างานมาเจอแฟนใหม่ที่บ้างานเหมือนกัน แถมยังแข่งกันเอง...ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดีนะ”

สุคนธรสเจ็บใจแทบกรี๊ดใส่หน้าเพื่อนชายแอ๊บแมน

ooooooo

ภควัตมาพบอัญมาที่วัด เธอนำเงินส่วนแบ่งการเดินยาที่ได้จากอธิคมมาบริจาคและอธิษฐานว่า

“เงินนี่ลูกได้มาอย่างผิดกฎหมาย แต่ลูกต้องทำเพื่อหยุดขบวนการพวกค้ายานรกให้ได้ก่อนที่เด็กๆจะเสียคน สังคมเราจะมีแต่คนติดยา เงินที่ลูกได้เพราะเป็นเด็กเดินยา ลูกขอบริจาคเป็นกุศล แก้ว แหวน เงินทองลูกจะไม่ขออะไรเลย นอกจากขอให้ลูกได้กลับไปเป็นคุณหนูอัญมาคนเดิมทีเถอะ เจ้าประคู้ณ”

“เบื่อเต็มทีสินะ ไอ้งานเป็นสายให้ตำรวจเนี่ย” ภควัตแซว

“ไม่เบื่อ ฉันกำลังสนุก ฉันจะทำต่อ แล้วฉันนี่แหละที่จะล้มขบวนการค้ายาของไอ้พี่บังให้ได้”

“แต่ก่อนเห็นบ่นแล้วบ่นอีก ไม่ทำ ไม่เอา ไม่เสี่ยง ตอนนี้ชักติดใจ ไม่เอา ไม่เลิก ทำไมล่ะ มีใครมันดึงดูดใจให้อยากเสี่ยงทำงานนี้แล้วล่ะสิ”

“เดี๋ยวๆผู้กอง น้ำเสียงแบบนี้มันเหมือนกำลังหึงฉันอยู่นะ”

ภควัตรู้ตัวว่าพลาดที่แสดงอารมณ์ออกไป แต่เถียงเสียงแข็งไม่ยอมรับ “หึงเธอ? มีโรงพยาบาลไหนเขารักษาโรคหลงตัวเองบ้าง ฉันจะรีบพาเธอไปรักษาคนแรก”

“ไม่หึงแล้วทำไมต้องประชดฉันด้วย หรือว่า...อย่าบอกนะว่าหึงฉันกับพี่คม”

“หึงเธอกับอธิคม...นี่อัญมา เธอนี่เพี้ยน หลงตัวเองเข้าขั้นร้ายแรง ที่ฉันพูดทั้งหมดเพราะฉันกลัวเธอไม่มีสติ ทำงานไม่ได้เรื่อง มัวแต่โปรยยิ้มไร้สาระ”

“ฉันจะยิ้มกับใครมันก็เรื่องของฉันนะ ตราบใดที่ฉันยังทำงานได้ เอาข้อมูลมาให้ได้ คราวที่แล้วฉันก็ไม่ได้พลาด แต่พวกตำรวจอย่างคุณมันงี่เง่าใจร้อนเอง ของน่ะอยู่ในเรืออีกลำ พวกคุณทำให้อธิคมโกรธมากและต้องการจะจับให้ได้ว่ามีสายตำรวจหรือเปล่า แล้วฉันก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัย รู้มั้ยฉันเกือบตายไปแล้ว”

“ผมขอโทษ เพื่อนผมสารวัตรกฤษณ์เค้าใจร้อนเกินไป แล้วคุณรู้มั้ยมันเอาของทั้งหมดไปซ่อนไว้ที่ไหน”

“ฉันไม่รู้ อธิคมยังไม่ยอมให้ฉันช่วยขน มีแต่ลูกน้องเก่าเท่านั้นที่เข้าไปได้”

“ไหนว่าเจ๋ง เรื่องแค่นี้ยังล้วงออกมาไม่ได้”

“โอเค คราวหน้าฉันจะยิ้มให้หวานกว่านี้ แต่งตัวให้ยั่วอารมณ์อธิคมมากกว่านี้ เสน่ห์ของคุณหนูอัญมามันจะใช้ละลายใจพ่อค้ายาไม่ได้ก็ให้รู้ไป”

อัญมาหันมายิ้มกวนใส่ภควัตแล้วเดินเชิดไป ภควัตสีหน้าหึงหวงและเป็นห่วง เดินตามเธอไปท่าน้ำ เกริ่นว่าถ้าตนจะให้เลิกไม่ต้องทำงานนี้เพราะมันเสี่ยงเกินไป ถ้าถูกจับได้ว่าเธอเป็นสายให้ตำรวจต้องโดนมันเชือดแน่ ฆ่าหมดทั้งครอบครัวก็เคยมีมาแล้ว ซึ่งคนคนนั้นคือเพื่อนร่วมอาชีพของตน

“พวกเราเจ็บแค้นแทนเพื่อน ตำรวจหลายคนยอมทิ้งคนรัก ครอบครัว ทิ้งชีวิตสุขสบายเพื่อกำจัดขบวนการค้ายาให้หมดไปให้ได้”

“แล้วคุณจะมาให้ฉันเลิก”

“อัญมา...ผมไม่ได้เล่าเพราะจะขู่คุณ ผมเห็นแล้วว่ามันไม่ละเว้นคุณแน่ มันสงสัยคุณมาก”

“แล้วตอนแรกมาชวนฉันทำงานให้ทำไม”

“ผมไม่คิดว่าคุณจะบ้าระห่ำทำได้ทุกอย่าง”

“เพราะอะไร เพราะฉันเป็นคุณหนูอัญมา ดูงี่เง่า ง้องแง้ง เพ้อเจ้อ พูดแต่เรื่องคฤหาสน์หรู ร้องหาแต่คุณพ่อคุณแม่งั้นเหรอ”

“เปล่า...ผมให้คุณทำงานเพราะคุณคือไอ้อัญ ผมไม่รู้หรอกว่าคุณหนูอัญมามีชีวิตสวยหรูมายังไง ผมคิดแต่ว่าไอ้อัญคือเด็กเดินยาที่คงพอจะได้ฟังได้ยินอะไรแล้วก็เอามาบอกผมได้ แต่ผมไม่คิดว่าคุณจะกล้าเสี่ยงขนาดยอมตามติดอธิคม”

“เพราะฉันก็เหมือนคุณ เหมือนตำรวจคนนั้นที่ยอมตาย ฉันเห็นเด็กต้องติดยา ฉันส่งยานรกให้พวกเขาด้วยมือคู่นี้ เท่ากับฉันเองที่ยื่นชีวิตเลวร้ายตายทั้งเป็นให้เด็ก ให้ครอบครัวพวกเขา วันนี้ฉันเพิ่งรู้ความจริงว่าเพราะความคิดชั่ววูบ ไอ้อัญถึงได้ติดยาแล้วก็เลิกไม่ได้ จนคิดจะจบชีวิตด้วยความตาย”

ภควัตนิ่งฟังอัญมา สายตาจับจ้องที่เธอตลอดเวลาอย่างพิจารณาลึกซึ้ง

“คุณบอกฉันเองว่าฉันมาอยู่ที่นี่คงเพราะเหตุผลอะไรสักอย่าง ตอนนี้ฉันก็เหมือนคนตายแล้วเกิดใหม่ ในขณะที่ไอ้อัญตัวจริงได้แต่นอนนิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนจะให้ฉันได้ช่วยทำดีชดใช้ความผิดที่เขาเคยขายยาให้เด็กๆ มีกี่คนที่จะได้ใช้ชีวิตคุ้มค่าแบบฉัน เป็นทั้งคุณหนูอัญมา ทั้งไอ้อัญขายยา ในเมื่อฉันมีโอกาสพิเศษกว่าคนอื่น ทำไมฉันถึงจะทิ้งมันไป ทำไมชีวิตฉันถึงไม่ทำประโยชน์ให้คนอื่นบ้าง บางทีถ้าฉันทำความดีมากพอฉันอาจจะได้กลับไปใช้ชีวิตเป็นคุณหนูอัญมา ได้เจอคุณพ่อคุณแม่ที่ฉันรัก”

“คุณจะมีผมเป็นกำลังใจ”

“ฉันจะทำงานนี้ต่อ ฉันจะเป็นสายให้ตำรวจจนกว่าเราจะทำลายแก๊งค้ายาที่ใหญ่ที่สุดนี่ได้ด้วยกัน”

เห็นความแน่วแน่จริงจังของเธอแล้วภควัตเริ่มหวั่นใจ

ooooooo

แยกจากภควัตแล้วอัญมากลับเข้าชุมชนเจอ อธิคมรออยู่ที่ร้านกาแฟ เขาไม่สบายใจเพราะเพิ่งมีปากเสียงกับพ่อที่หาว่าเขาไว้วางใจไอ้อัญเกินไป

“ฉันก็ไม่รู้ทำไมถึงต้องคิดถึงเธอคนแรกเวลาที่ไม่สบายใจ”

“เพราะฉันบ้าๆบอๆไงล่ะ พี่คมคงเห็นฉันตลกๆใช่ไหมล่ะ”

“ไม่ใช่ เธอไม่ใช่คนบ้าๆบอๆ เธอเป็นคนฉลาด” อธิคมมองลึกลงในดวงตาอัญมา จ่าเดชเดินเข้ามาซื้อกาแฟรีบหลบวูบหาโต๊ะนั่งสังเกตการณ์

“ฉันไม่เคยมีใครที่คุยได้จริงๆจังๆ ฉันมันคนแย่ๆคนหนึ่ง ใจร้ายมากใช่ไหม ถึงไม่มีใครจะอยากเข้าใกล้ ชีวิตแบบนี้อยู่ไปก็ไม่มีค่ากับใคร”

อัญมาเอื้อมมือมากุมมืออธิคม ปลอบใจว่าไม่มีใครเกิดมาไม่มีค่าหรอก อธิคมนิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนเอ่ยออกมาว่าตนจะเลิกขายยา เพราะตนไม่อยากมีชีวิตแบบนี้ ไม่อยากตายอย่างโดดเดี่ยว ตนอยากไปอยู่ที่ไหนสักแห่งไกลๆแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่

อธิคมจับมืออัญมา จ่าเดชมองตาลุกวาว ต่อสายบอกเล่าให้ภควัตฟังซะเห็นภาพว่าโรแมนติกขนาดไหน ส่งผลให้ผู้กองหนุ่มหึงหวง สั่งจ่าให้จับตาต่อไปแล้วรายงานมาอย่างละเอียดยิบ

อัญมาอึ้งๆกับคำพูดและท่าทีของอธิคมที่ชวนไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอคิดหาทางออกจากสถานการณ์อึดอัดด้วยการพูดเล่นว่าเขาชอบอำคนเหมือนกันนะ

“ฉันไม่ได้อำ ฉันพูดจริงๆ”

อัญมายิ่งพูดไม่ออก จ่าเดชอยากได้ภาพชัดๆส่งให้ภควัตจึงขยับเข้ามาใกล้ แต่เอียงตัวมากไปเลยล้มเสียงดังทำให้อธิคมหันมองก่อนชวนอัญมาออกจากร้านไป ส่วนจ่าเดชรีบเข้าไปยังฐานลับของตำรวจบอกเล่าสิ่งที่เห็นให้ภควัตฟังอย่างออกรสแต่จับความไม่ได้ว่าคุยอะไรกัน แต่เดี๋ยวไอ้อัญก็คงจะมาเล่าให้เขาฟังเอง

“บางเรื่องเค้าก็ไม่บอกผม” ภควัตพูดอย่างน้อยใจ จ่าเดชสังเกตสีหน้าแล้วแอบบ่นลับหลังว่าผู้กองงอนหรือโกรธกันแน่ แล้วจะงอนทำไมแค่เป็นแฟนกับไอ้อัญหลอกชาวบ้านเท่านั้น...

อธิคมตั้งใจขับรถไปส่งอัญมาถึงบ้านแต่เธอทำท่าจะไม่ยอม เขาเลยถามว่าทำไม หรือว่ากลัวแฟนที่เป็นเซียนพระเห็น

“พี่วัตน่ะเหรอ ฉันไม่กลัวเลย ฉันชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้อยู่แล้ว แต่ฉันกลัวพี่เสียการปกครองมากกว่า ถ้าคนอื่นเห็นมันจะนินทาหาว่าพี่เอาใจฉัน”

“ใครพูด...ฉันจะเตะปากมัน”

“ขืนพี่เตะปากพวกมัน ฉันก็ยิ่งถูกหมั่นไส้น่ะสิ ฉันไม่อยากเป็นคนโปรดแล้วโดนเขม่นลับหลัง แค่นี้คนมันก็มองว่าฉันประจบพี่ มีแต่คนไม่ไว้ใจฉัน ระแวงฉันสารพัด”

อัญมาแกล้งหยอดเสียงเศร้า อธิคมจอดรถพรืดริมถนนใกล้ทางเข้าชุมชนทันที ถามว่าใครพูดบอกมา ตนจะไล่มันออก

“พี่คมอย่าใจร้อนสิ ช่างมันเถอะ ฉันไม่ได้จะเอาเรื่องอะไร เพราะฉันบริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว แค่ไม่อยากเป็นตัวปัญหา แล้วพี่คมต้องเดือดร้อนไปด้วย”

“ฉันคุ้มครองเธอได้ มีอะไรบอกฉันทุกเรื่องนะอัญ”

“จ้ะ ฉันรู้ว่าพี่คมไว้ใจฉัน ช่วยฉันได้ทุกอย่าง...ฉันลงตรงนี้ก่อนนะ” เธอยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ก่อนเปิดประตูลงรถแล้วโบกมือบ๊ายบาย พออธิคมออกรถไป ภควัตในคราบเซียนพระก็โผล่พรวดมาดึงแขนอัญมาให้ไปด้วยกัน แต่ไม่ยอมบอกว่าไปไหน แล้วก็ห้ามถามมากเรื่องด้วย

“นี่อย่ามาใช้กำลังกับฉันนะ”

“จะร้องเหรอ อยากให้คนแห่กันมาล่ะสิ อ๋อ หรือว่าอยากให้อธิคมมันย้อนกลับมา”

“นี่! อย่ามาพาล”

“ทำไมฉันจะพาลไม่ได้ เธอทำเกินหน้าที่สายลับ... มานี่” เขากระชากเธอไปมุมลับตา พอเธอโวยวายจะร้องให้คนช่วยก็ท้าทาย “เอาเลย ผัวเมียตีกัน ไม่มีใครเขาอยากยุ่งหรอก”

“ฉันไม่ใช่เมียผู้กอง”

“อย่าเสียงดังสิ ตอนนี้ฉันไม่ใช่ผู้กอง ฉันเป็นไอ้วัตเซียนพระ” ภควัตรวบตัวเธอมาใกล้ อัญมาดิ้นรนแต่กลายเป็นว่าเขายิ่งรัดแน่นแถมขู่จะจูบโชว์ชาวบ้าน

พูดไม่ทันขาดคำ แอนนี่เดินมาเห็น หล่อนกรีดเสียงแหลมใส่ทั้งคู่ “อุบาทว์ อุจาด ทุเรศ มายืนกอดกันไม่อายชาวบ้าน”

“คนที่ชอบมาสอดเรื่องชาวบ้านน่ะทุเรศกว่า” อัญมาสวนทันควัน แอนนี่โกรธจี๊ดจิกเรียกอีอัญ...เลยโดนตวาดไปอีก “อย่ามาขึ้นอีขึ้นไอ้กับฉันนะ”

“เหรอยะ แม่นางฟ้าตกสวรรค์ ดัดจริตทำเป็นหัวสูง เอากระจกส่องดูสารรูปตัวเองซะมั่งสิวะ”

“นี่ขนาดฉันโทรม ผู้ชายยังตามจีบ แจกบัตรคิวแทบไม่ทัน”

“อี...” แอนนี่หลุดมาได้คำเดียวก็ชะงัก เพราะอัญมาชูกำปั้นเตรียมชก “อีอีกคำ...เธอได้ไปอัพดั้งใหม่แน่แอนนี่”

แอนนี่กุมจมูกตัวเองด้วยความกลัว ถอยหลังหนีสองสามก้าว ภควัตบอกให้เธอไปซะ อย่ามาหาเรื่องแฟนของตน

“พี่วัตอ่ะ แอนนี่สวยเซ็กซ์สะบึมอารมณ์กว่าไอ้อัญ ทำไมไม่มองแอนนี่”

“ก็อัญเค้ามาก่อน พี่รักเดียวใจเดียว คบทีละคน”

“งั้นแอนนี่จะทำให้พี่วัตเลิกกับไอ้อัญแล้วมาคบกับแอนนี่ให้ได้ คอยดู”

“เร็วๆหน่อยนะแอนนี่ ไม่อยากรอถึงชาติหน้า” อัญมาไม่พูดเปล่า ควงแขนภควัตเย้ยเสียจนอีกฝ่ายเต้นผาง

“ไอ้อัญ แกอย่าเผลอนะ ฉันแย่งพี่วัตแน่”

อัญมาไม่สน ควงแขนภควัตเดินเชิดหน้าออกไป ทิ้งให้แอนนี่มองตามตาเถลือกถลนอย่างเจ็บใจ

ooooooo

สุคนธรสไม่พอใจที่กฤษณ์ขอเลื่อนงานแต่งงานด้วยเหตุผลเรื่องงานปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเขายอมไม่ได้ที่ภควัตจะมีความดีความชอบเกินหน้า จึงอยากทุ่มเวลาให้งานคราวนี้

ด้านภควัตที่แอบมีใจให้อัญมาก็ไม่ต้องการให้เธอเป็นสายตำรวจอีกต่อไปเพราะห่วงความปลอดภัยของเธอ แต่ไม่ว่าจะหว่านล้อมยังไงเธอก็ไม่ยอม แถมยังบอกเล่าเรื่องอธิคมชวนไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ฟังด้วย

“เริ่มต้นชีวิตใหม่...อธิคมขอเธอแต่งงาน?”

“คนอย่างอธิคมเหรอจะแต่งงาน เขาแค่อยากได้คนที่คอยรับฟัง อยู่ข้างๆเขา คนอย่างเขาไม่รู้จักความรักแบบที่เสียสละให้คนอื่นหรอก แทนที่คุณจะมาสงสัยคาดคั้นเอากับฉัน คุณควรจะดีใจนะว่าฉันเป็นคนที่อธิคมไว้ใจ”

“อธิคมมันเจ้าเล่ห์มากกว่าที่เธอรู้ มันอาจจะหลอกให้เธอตายใจ ให้เธอคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่สำคัญที่สุด”

“ฉันว่าอธิคมกำลังสับสน เขาพูดว่าอยากเลิก ไปใช้ชีวิตใหม่”

“มันโกหกเธอแล้ว หรือไม่มันก็คงพูดตอนเมายา”

“นี่คุณจะมองใครในแง่ดีบ้างได้มั้ย”

“คนที่เธอพูดถึงคือพ่อค้ายาเสพติด คนพวกนี้ไม่ใช่คนที่เราจะไว้ใจได้ มันเลือดเย็นพอที่จะมองคนตายไปต่อหน้าต่อตา”

“ฉันรู้ว่าฉันกำลังเจอใคร กำลังทำอะไร คนอย่างฉัน...คุณหนูอัญมาตัดสินใจจะลงมือทำอะไรแล้วฉันต้องทำให้สำเร็จ เลิกพูดเรื่องถอนตัวกับฉัน คุณควรจะรีบวางแผนทลายแก๊งนี้ให้ได้นะผู้กองภควัต เพราะถ้าขนของคราวหน้ายังจับนายวินิจกับอธิคมไม่ได้ ต้องมีเด็กติดยาเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยหลายพันคน”

อัญมาหันหลังเดินจากไปด้วยท่าทีมั่นใจในตัวเอง ในขณะที่ภควัตหงุดหงิด ห้ามอะไรเธอไม่ได้สักอย่าง...

กลับเข้าบ้านในคืนนั้น อัญมาเลียบเคียงถามอุบลว่าตนมีคู่แฝดหรือเปล่า อุบลทำท่าไม่พอใจย้อนว่าจะถามทำไม ตกน้ำคราวนี้ท่าทางเป็นเอามาก น่าจะไปหาหมอสักหน่อย

“ฉันสบายดี อยากรู้อะไรนิดหน่อย ป้าเล่าเรื่องของป้ากับไอ้อัญให้ฉันฟังหน่อยสิ เอาที่ฉันไม่เคยรู้นะ”

“เฮ้อ...สงสัยยาบ้ามันจะทำลายสมองเอ็งไปหมดแล้วจริงๆ บอกแล้วอย่าไปลองยานรกพวกนั้น นี่ถึงกับจำแม่ไม่ได้”

“ป้าจะเข้าใจอย่างงั้นก็ได้ แต่ช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อย ที่ป้าเล่าว่าเคยจะเอาไอ้อัญไปทิ้งที่บ้านเศรษฐี”

“ทำไมเอ็งถึงถามแต่เรื่องนี้ เอ็งรู้อะไรมา”

“มีคนมาเข้าฝันฉันมั้ง” อัญมาตอบส่งเดช แต่อุบลท่าทีเป็นจริงเป็นจังถามว่าใครเข้าฝัน “ใครไม่สำคัญ มันจริงใช่ไหม ป้าเคยคิดจะทิ้งลูก ป้าเล่าความจริงให้ฉันฟังหน่อยสิ”

“ตอนแรกแม่ก็ไม่เคยคิดจะทิ้งลูกในไส้หรอก จนกระทั่งวันนั้น...วันที่พ่อเอ็งไปทำงานส่งของเหมือนทุกวัน”

อุบลเริ่มลำดับเหตุการณ์ในอดีตที่สามีของตนถูกยิงตายเพราะเข้าไปช่วยครอบครัวหนึ่งที่ถูกมือปืนฆ่ายกครัว เหลือรอดแค่ลูกชายคนเล็กที่มุดลงไปแอบใต้โต๊ะ

“ครอบครัวตำรวจคนนั้นถูกฆ่า...หลังงานศพพ่อแก ญาติพี่น้องเขานัดจะเอาเงินมาให้แม่ เขาบอกว่าจะช่วยเหลือส่งแกเรียนหนังสือ ตอบแทนที่พ่อแกสละชีวิตช่วยหลานเขา”

“แล้วเขาก็ไม่เอาเงินมาให้”

“แม่ไม่รู้จริงๆ เพราะตอนนั้นมีคนมาด้อมๆมองๆ แม่คิดว่าต้องเป็นพวกมือปืนที่อยากจะฆ่าปิดปากเราด้วย แม่เลยไม่กล้าอยู่รอญาติตำรวจ พาแกระหกระเหินหนีไปเรื่อยๆ ไม่มีงานทำ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เงินทองก็ไม่มีติดตัว”

“ก็เลยคิดจะเอาลูกไปทิ้งหน้าบ้านเศรษฐี”

“แม่อับจนหนทางจริงๆ คิดได้อยู่ทางเดียวว่า ถ้าแกเป็นลูกแม่แกอาจจะอดตาย ไม่มีอนาคต แต่ถ้ามีพ่อแม่เป็นเศรษฐีใจบุญ ลูกก็จะโตขึ้นมาอย่างสุขสบาย แต่เอาเข้าจริงแม่ก็ทำไม่ได้ แม่ทิ้งลูกไม่ลง จะเป็นจะตายแม่ก็ทิ้งลูกไม่ได้...ตั้งแต่นั้นมา จะอดจะอิ่ม จะลำบากแค่ไหนแม่ก็ไม่เคยคิดจะทิ้งแกอีกเลยนะอัญ ถ้าแม่ทิ้งแกจริงๆ วิญญาณพ่อแกคงไม่มีความสุข”

“พ่ออัญชื่ออะไร”

“พ่อแกชื่อ...รัตน์ เรืองเดช”

นายรัตน์คนนี้เองที่ภควัตจำได้ขึ้นใจ...เขาเป็นคนช่วยชีวิตตนไว้ในวัยเด็ก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"

เปิดลุคแรก ทนายสาวเบลล่า ในละคร "ให้รักพิพากษา Dare To Love"
18 ก.พ. 2563
08:40 น.