ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คีตโลกา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "คีตโลกา"

อัญมาฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนหรูหรา สงสัยว่าที่ไหน แต่ไม่ทันไรก็ได้คำตอบเมื่อวรจันทร์เปิดประตูเข้ามา

หญิงสาวลำดับเหตุการณ์ครู่หนึ่งก็จำได้ว่าตัวเองถูกแทง วรจันทร์เสริมว่าหลานชายของตนสงสารเลยพามาพักที่นี่ พร้อมกันนี้ก็บอกว่าตนรู้เรื่องของเธอหมดแล้ว

จากนั้นอีกไม่นาน อัญมาลงมานั่งสงบเสงี่ยมต่อหน้าวรจันทร์ที่ห้องรับแขกชั้นล่าง

“ที่จริงเธอก็ยังเจ็บแผลอยู่ รอให้ดีขึ้นค่อยคุยกันก็ได้นะอัญมา”

“ไม่เป็นไรค่ะ แผลแค่นี้ฉันทนได้”

“มิน่า...ตาวัตถึงชื่นชมเธอมาก เพราะเธอเข้มแข็ง ไม่ทำตัวน่ารำคาญ”

“ที่จริงผู้กองก็รำคาญฉันค่ะ แต่ว่ายังต้องใช้ฉันทำงานให้ ก็เลยต้องทน”

“เธอนี่เป็นคนฉลาดนะ อ่อนน้อมถ่อมตัว ช่วยตาวัตเรื่องคดีนี้จบแล้วคิดหรือยังว่าต่อไปจะทำยังไง”

“คุณหญิงหมายถึงว่าฉันจะทำงานให้ตำรวจอีกหรือเปล่าใช่ไหมคะ”

“ฉันรู้ว่างานของเธอมันเสี่ยง ถ้าถูกจับได้เธอกับครอบครัวก็อาจจะเป็นอันตราย ถ้าเทียบกับเงินรางวัลหรือเบี้ยเลี้ยงที่จะได้รับมันคงไม่คุ้ม”

“ฉันทำงานให้ผู้กองเพราะความพอใจค่ะ ความพอใจของฉันคือได้ทำตัวให้มีค่าสมกับที่ได้เกิดมามีโอกาสที่ดีกว่าคนอื่น”

“โอกาสที่ดี...ขอโทษนะ ฉันรู้จากภควัตว่าเธอเคยติดยา”

“ค่ะ ฉันเคยติดยา เคยผิดพลาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เคยทำให้แม่ คนที่รักฉันที่สุดต้องทุกข์ทรมานใจ เพราะหลงผิด อยากรู้อยากลอง คิดว่ายาจะช่วยให้หนีไปจากความทุกข์ แต่มันกลับยิ่งทำให้ฉันจมลงไปในนรก จนได้ผู้กองภควัตที่ช่วยฉุดฉันขึ้นมา ผู้กองช่วยพาฉันไปรักษา ช่วยดึงฉันขึ้นมาจากความทุกข์ ให้โอกาสที่ฉันจะมีชีวิตใหม่ โอกาสที่ฉันจะได้เอาความผิดพลาดมาเปลี่ยนเป็นประโยชน์ช่วยเหลือคนอื่น ถ้าแก๊งของพี่บังถูกจับคนในชุมชนและเด็กๆอีกหลายคนที่ฉันเคยขายยาให้ก็จะหลุดจากขุมนรกเหมือนที่ฉันหลุดพ้นมาแล้ว เวลาอยากยา เวลาลงแดง มันทรมานแค่ไหนฉันรู้ซึ้งในรสชาติของมันดี”

“ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมตาวัตถึงเลือกเธอให้ช่วยงานสำคัญ เธอเป็นคนกล้า มีสำนึกที่ดี คนเราแค่คิดได้และรู้ตัวว่าทำดีหรือชั่วอยู่แค่นี้ก็นับว่าใช้ได้”

วรจันทร์ชมอัญมาจากใจ ภควัตเดินลิ่วเข้ามาเห็นคนป่วยก็ถามว่าลงมาทำไม ยังไม่หายดีลุกมาแบบนี้แผลจะหายช้า

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกน่าผู้กอง แค่แผลถูกแทงจึ๊กเดียวไม่เห็นต้องโวยเลย”

“ป้าชวนอัญมามานั่งคุยเอง”

วรจันทร์ลุกขึ้น อัญมาลุกตามด้วยมารยาท แต่ลุกเร็วจนเจ็บแผลที่ท้องร้องโอ๊ย ภควัตห่วงใยรีบประคองโดยไม่สนใจว่าวรจันทร์จับตามอง แต่อัญมาเห็นรีบดันเขาออก บอกว่าตนไม่เป็นไร เดินไหว

“ไหวยังไง เมื่อกี้ยังร้องลั่นอยู่เลย”

อัญมายืนยันว่าเดินไหว แต่ภควัตห่วงเกินไปหาว่าเธอปากแข็ง วรจันทร์เลยร้องเรียกสาวใช้มาพาอัญมาขึ้นไปพักผ่อน...ภควัตหันมายิ้มเจื่อนๆให้ป้า พูดเสียงอ่อยว่า

“ผมกลัวอัญมาจะหายช้าน่ะครับ”

“ป้านึกว่าวัตดีใจที่อัญมาจะได้อยู่ที่นี่นานๆ”

วรจันทร์ดักคอหลานชายอย่างรู้ทัน...

หลังจากได้พูดคุยกับอัญมาครั้งนี้วรจันทร์เริ่ม

อ่อนลง ยอมรับว่าเธอเป็นคนดีคนหนึ่ง แต่สำหรับขวัญอนงค์ยังไงก็รู้สึกนึกคิดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เธอยืนยันหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมมีพี่สะใภ้เป็นอดีตคนติดยาอย่างแน่นอน

“ยายน้อง คนทำผิดแล้วกลับตัวได้ เราก็ต้องให้ โอกาสไม่ใช่ไปซ้ำเติม คนเราไม่ว่าจะผิดพลาดมาขนาดไหน ก็ต้องการกำลังใจเพื่อจะเริ่มชีวิตใหม่ทุกคน อัญมาก็เหมือนกัน”

“ก็ให้อัญมาไปหากำลังใจ หาชีวิตใหม่จากที่อื่นสิคะ ไม่ใช่จากพี่วัตของเรา หรือคุณแม่จะยอมมีหลานสะใภ้อย่างอัญมา ผู้หญิงที่มีประวัติติดยา แถมยังขายเองอีกด้วย ไหวเหรอคะคุณแม่ เขาจะหลอกพี่วัตเพื่อตัวเขาเองหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“เรื่องนี้แม่ก็ไม่สบายใจอยู่เหมือนกัน แต่เท่าที่แม่สังเกตเห็นมันไม่ใช่อัญมาที่หลอกตาวัตหรอก ตาวัตต่างหากที่หลงรักอัญมา”

“แต่เขาไม่คู่ควรกับพี่วัต ถ้าคุณแม่กลัวเสียผู้ใหญ่ น้องจะพูดเอง”

“ใจเย็นๆยายน้อง เรื่องแบบนี้หักด้ามพร้าด้วยเข่าไม่ได้นะลูก พี่ชายเราน่ะเหมือนใครที่ไหน ถ้ารู้ว่าเรากีดกัน แล้วเกิดพาอัญมาหนีไปอยู่ที่อื่น แต่งงานจดทะเบียนอยู่กินกันขึ้นมาจะว่ายังไง”

“ไม่ได้ค่ะ น้องไม่ยอมเด็ดขาด ผู้หญิงที่เหมาะสมกับพี่วัตมีตั้งเยอะ อัญมาไม่ใช่คนสังคมระดับเดียวกับเรานะคะ เขาอาจจะดีแต่ไม่ใช่สำหรับพี่วัต น้องไม่ยอมให้พี่วัตคบกับอัญมา”

“แม่รู้ แม่ถึงกลุ้มอยู่นี่ไง”

“ไม่รู้ล่ะ คุณแม่ต้องจัดการเรื่องนี้ด่วนที่สุด ก่อนที่พี่วัตจะคิดแต่งงานกับอัญมาขึ้นมาจริงๆ”

ฟังลูกสาวแล้ววรจันทร์รู้สึกหนักใจ เพราะภควัตแสดงออกว่าทั้งรักและห่วงใยอัญมาเหลือเกิน ท่าทางจะกู่ไม่กลับซะแล้ว...

เช้าวันถัดมา ขวัญอนงค์เก็บซ่อนความไม่พอใจก่อนทำทีเข้าไปทักทายอัญมาที่ออกไปนั่งสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนเพียงลำพัง

“ท่าทางเธอดีขึ้นแล้วนะอัญมา”

“ค่ะ ค่อยยังชั่วแล้ว อยากจะกลับบ้านแล้วล่ะค่ะ อยู่ที่นี่รบกวนคุณหญิงกับคุณน้อง เกรงใจจะแย่แล้ว”

“พวกเราไม่ได้ใจร้ายขนาดไล่เธอหรอกนะ ก็รู้ว่าเธอสำคัญกับงานพี่วัต”

“ค่ะ ฉันกับผู้กอง เราเกี่ยวข้องกันเพราะงานแค่นั้น”

“พี่วัตเป็นผู้ชายที่ดีมีอนาคตรออยู่ คุณพ่อเองก็อยากให้พี่วัตทำงานการเมือง เธอคงเข้าใจนะว่าทุกอย่างสำหรับพี่วัตมันต้องเพอร์เฟกต์สมบูรณ์ที่สุด ไม่มีอะไรด่างพร้อย พี่วัตคงไม่เคยเล่าล่ะสิ ว่าเพื่อนๆของฉันหลายคน เคยไปทานข้าวกับเขา”

“ไม่เคยค่ะ ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องมาเล่าให้ฉันฟังนี่คะ”

“นั่นสินะ พี่วัตเขาเป็นคนมีเสน่ห์ แต่ก็เลือกเยอะ เลยไม่ควงใครเป็นตัวเป็นตนซะที ตั้งแต่อกหักจากแฟนคนเก่าก็ไม่เห็นพี่วัตจริงจังกับใครอีก คงเข็ดน่ะ”

“เหรอคะ”

“เธอคงไม่ได้ชอบพี่วัตอยู่หรอกใช่ไหม แล้วสาวๆ ในชุมชนที่เธออยู่ล่ะ มีใครจีบพี่วัตบ้าง”

“ไม่รู้สิคะ ฉันไม่ได้สนใจ แต่ถึงมีผู้กองคงไม่จริงจังกับใครอย่างที่คุณน้องบอก เขาก็ดีกับทุกคน”

“นั่นแหละพี่วัต ทำดีกับทุกคน ฉันก็ไม่คิดหรอกนะว่าพี่วัตจะทำดีเพราะเรื่องงานอย่างเดียว แต่ก็อย่างว่า...

พี่วัตน่ะเขาบ้างาน ทำได้เพื่องานทุกอย่าง ไม่รู้มีหัวใจไว้รักใครจริงหรือเปล่า ฉันกับคุณแม่เป็นห่วงพี่วัตเรื่องนี้

มาก คนที่จะมารักษาแผลใจให้พี่วัตได้จึงต้องผ่านการพิจารณาจากฉันและคุณแม่เสียก่อน...ฉันไม่กวนเธอแล้ว ตามสบายนะ”

ขวัญอนงค์หยอดทิ้งท้ายแล้วผละไป ทิ้งให้อัญมาว้าวุ่นสับสน เริ่มไม่แน่ใจว่าที่ภควัตห่วงใยเอาอกเอาใจเธอแค่เรื่องงานเท่านั้นหรือ?

อัญมาเข้าไปที่บ้านภควัตแล้วบังเอิญเจอแฟ้ม

ใส่ภาพข่าวครอบครัวของเขาถูกฆ่ายกครัว ในข่าวระบุว่ามีพลเมืองดีชื่อรัตน์ เรืองเดช กล้าหาญเข้าไปช่วยเด็กชายภควัตในวัยหกขวบให้รอดตาย แต่ตัวเองจบชีวิตอย่าง

น่าอนาถ...อัญมาทบทวนชื่อพลเมืองดีคนนั้นไปมาครู่หนึ่ง ก่อนจำได้ว่าเขาคือพ่อของไอ้อัญ อุบลเคยบอกตนมา แล้วครั้งหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าโลกจะกลมขนาดนี้

พริบตานั้นอัญมารู้สึกเจ็บแผลที่ถูกแทง เจ็บจนทรงตัวไม่อยู่ ร่างทรุดลงแน่นิ่งหมดสติอยู่กับพื้น แล้วไป

ฟื้นในโลกคู่ขนานภายในผับแห่งหนึ่งในสภาพคุณหนูอัญมาแต่งตัวสวยสะดุดตา จิรายุตามเว้าวอนขอเธอแต่งงาน

แต่เธอไม่เล่นด้วย เพราะรู้เช่นเห็นชาติแล้วว่าเขาเป็นเกย์ รักชอบอยู่กับอนุรุท

การปฏิเสธของอัญมาทำให้จิรายุเข้าใจว่าเธองอน แต่ไม่รู้ว่างอนอะไร ก็เลยเดาส่งไปว่า

“หรือว่าโกรธที่เห็นสารวัตรกฤษณ์ขอสุคนธรสแต่งงาน ไม่เป็นไรนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะขอคุณแต่งงานให้เซอร์ไพรส์กว่าของสุคนธรส”

อัญมาไม่สนใจคำพูดจิรายุ ก้มมองเสื้อผ้าตัวเองที่สวมใส่แล้วพูดพึมพำ “ฉันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง นี่ฉันกลับมาตั้งแต่วันที่สารวัตรกฤษณ์ขอสุคนธรสแต่งงาน ก่อนที่เราจะรู้ว่าจิรายุเป็นเกย์...ก่อนเราตกน้ำ”

จิรายุไม่ได้ยินมัวแต่เว้าวอน พออัญมาบอกว่าตนไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เขาก็นิ่วหน้าถามว่าพูดอะไร ไม่เข้าใจ แต่ยังไงเธอก็เป็นอัญมาที่รักของตน

“ไม่ต้องปั้นหน้าปิดบังความจริงกับฉันหรอกจิรายุ ฉันรู้แล้วว่าคุณไม่ได้รักฉัน”

อัญมาวิ่งหนีออกไปอีกด้านของผับ จิรายุวิ่งตามไม่ลดละ ถามเธอว่าเป็นอะไร ชวนเขามาแล้วอยู่ๆก็วิ่งหนี

“ฉันไม่มีเวลาคุยกับคุณแล้ว”

“โอเค ผมเข้าใจแล้ว คุณโกรธที่ผมขอแต่งงานช้ากว่าสารวัตรกฤษณ์ขอสุคนธรส คุณต้องการแบบนี้ใช่ไหม ขอแต่งงานต่อหน้าคนเยอะๆ อัญมาแต่งงานกับผมนะครับ” จิรายุคุกเข่าลงแล้วจับมืออัญมาขึ้นมาจูบ แต่เธอแว้ดใส่เสียงเขียว ไม่มีทางแต่งงานกับคนที่รักผู้ชายด้วยกัน

จิรายุได้ยินทั้งอึ้งทั้งอายคน กลบเกลื่อนความจริงด้วยการตอบโต้ด้วยท่าทีฉุนเฉียว

“อย่ามาหาเรื่องผมนะอัญ คุณมีคนอื่นใช่มั้ย คุณคบคนอื่นทั้งๆที่คบผม มันเป็นใคร ลูกหลานไฮโซคนไหนที่ดีกว่าผม”

อัญมารำคาญจะเดินหนี จิรายุยื้อยุดเธอไว้ จังหวะนั้นภควัตกับพลภัทรกำลังจะจับกุมสายส่งยา อัญมาเห็นเขา เต็มตา วิ่งตามออกไปมองหาโดยมีจิรายุตามติดทุกฝีก้าว

“อัญ...คุณต้องแต่งงานกับผม”

“นี่จิรายุ...ฉันไม่ได้รังเกียจความสัมพันธ์ของคุณกับอนุรุท ตอนที่ฉันรู้ ฉันเสียใจ ฉันผิดหวัง ฉันคิดว่าระหว่างเรามันคือความรัก ฉันรักคุณที่มันสมอง ไม่ใช่รูปร่างหน้าตาที่บอกตามตรงไม่เพอร์เฟกต์พอสำหรับฉันเลย แต่คุณกลับใช้มันสมองของคุณหลอกลวงฉัน ทำเป็นรักฉันเพราะหวังมรดกของฉัน คุณพ่อฉันมองคนไม่ผิดเลย จำได้ไหมที่คุณพูดว่าผู้ชายโง่ๆ สติไม่ดีเท่านั้นที่จะรักผู้หญิงอย่างฉันได้ ฉันอโหสิให้คุณ เพราะมันมีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นกับฉัน ฉันเพิ่งเข้าใจว่าความรักคืออะไร มันหมายถึงการที่เรายอมให้ตัวเองมีความสุขน้อยกว่าความสุขของคนที่เรารัก การที่เราไม่ได้หวังอะไรจากคนที่เรารักนอกจาก...”

“คุณพูดเรื่องอะไร”

“คุณไม่เข้าใจเรื่องที่ฉันพูดหรอก พอฉันหลุดไปจากที่นี่ จากโลกของคุณหนูอัญมา คุณอาจจะลืมเหตุการณ์ตอนนี้ เหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น ทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม ฉันคงได้กลับมาที่นี่เพราะเหตุผลบางอย่างที่ผูกพันฉันกับผู้กองไว้”

จิรายุงงเป็นไก่ตาแตก อัญมาไม่สนใจวิ่งเร็วออกไป...

ภควัตดึงดันออกจากโรงพยาบาลมาจับพวกค้ายาทั้งที่ร่างกายไม่พร้อม แผลถูกยิงครั้งก่อนยังไม่หายดี พลภัทรลูกน้องคนสนิทห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง
ช่วงหนึ่งที่พลภัทรวิ่งไล่กวดคนร้ายไป ภควัตเจ็บแผลวิ่งไม่ไหว อัญมาเข้ามาประคอง แต่เขาปัดมือเธอออกอย่างไม่คุ้น

“ฉันเองผู้กอง ฉันกลับมาโลกคุณหนูอัญมา กลับมาได้ยังไงก็ไม่รู้”

ภควัตมองหน้าเธอ นึกย้อนเหตุการณ์สองครั้งที่เจอกันตอนจับยาบ้ากลางโรงแรมกับในห้างสรรพสินค้า แล้วเปล่งเสียงออกมาไม่ดังนัก “คุณ...ผู้หญิงคนนั้น”

“จำฉันได้แล้วใช่มั้ย”

“บ้าที่สุด ทำไมผมต้องเจอคุณเวลาทำงานทุกที ผมเกือบจะจับไอ้คนส่งยาได้อยู่แล้ว”

“คุณหนีฉันไม่พ้นหรอก เพราะพ่อฉันช่วยชีวิตคุณ เราถึงได้มาเจอกัน”

“เพ้อเจ้อ พ่อคุณเป็นใครถึงมาอ้างว่าช่วยชีวิตผม ผมไม่เคยรู้จักครอบครัวคุณ”

“พ่อแท้ๆของฉันชื่อรัตน์ เรืองเดช คุณจำได้ใช่ไหม พ่อของฉันยอมสละชีวิตช่วยคุณ”

“ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องนี้เพื่ออะไร คุณอัญมา พิบูลย์สุวรรณ”

น้ำเสียงเขาบ่งบอกว่าไม่พอใจ อัญมาหน้ามุ่ยบ่นอุบ “ไหนบอกว่าไม่รู้จักฉัน”

“ผมนึกออกแล้วว่าผมเจอคุณตอนจับยาบ้ากลางโรงแรม แล้วก็ในห้าง”

“ถ้าฉันกลับไปโลกของไอ้อัญ คุณจะไม่ลืมฉันใช่ไหม จำชื่อฉันไว้นะผู้กอง”

“จำสิ ผมต้องจำแน่ ชื่อคุณมันอยู่ในข่าวสังคม ชื่อของผู้หญิงแต่งตัวเก่งหรูหรา มาจากตระกูลดี แต่สมองข้างในมีแต่ฟองอากาศ ดูถูกคนอื่น”

“ใช่ แต่ก่อนฉันเป็นแบบนั้น”

“ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะบอกว่าแต่ก่อนหรือเมื่อไหร่ แต่คุณไม่ควรเอาอดีตของผมมาล้อเล่น”

“ฉันพูดเรื่องจริง ฉันรู้จักคุณดี ผู้กองภควัต”

“แต่ผมไม่อยากรู้จักผู้หญิงอย่างคุณ อย่ามาเข้าใกล้ผม อย่ามาขวางทางงานของผม” ภควัตผละไปอย่างไม่สนใจไยดี ทิ้งอัญมายืนหน้าจ๋อย บ่นพึมพำว่า

“ฉันไม่ได้ขวางงานของคุณนะผู้กองภควัต ฉันช่วยงานคุณอยู่” พูดจบเธอรู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งตัวอย่างประหลาด เจ็บเหมือนตอนที่มายังโลกคู่ขนาน ตอนที่ล้มลงในบ้านภควัตหลังรู้ความจริงเรื่องพ่อ “หรือว่า...ฉันบอกเรื่องพ่อกับผู้กองไม่ได้”

อัญมาเจ็บปวดไปทั้งตัวแทบยืนไม่ไหว วิงวอนด้วยใจเพื่อให้ตัวเองได้กลับไปช่วยผู้กองภควัตจับอธิคมเข้าคุก และช่วยไม่ให้ผู้กองถูกอธิคมยิง

“ฉันต้องกลับไป...กลับไปวันที่ถูกแทง”

อัญมาเจ็บจนทนไม่ไหว ทรุดลงกับพื้นด้านหลังผับ หมดสติไปในสภาพคุณหนูอัญมา...แล้วกลับมาสู่โลกเดิม

“ฉันกลับมาแล้ว กลับมาวันที่พี่บังให้มาส่งยา...กลับมาช่วยผู้กองก่อนฉันจะถูกแทง”

อัญมาจำเป็นต้องยิงภควัตเพื่อทำให้วินิจไม่สงสัยว่าเธอเป็นสายตำรวจ ภควัตโดนกระสุนปืนเข้าที่ไหล่ซ้าย ก่อนที่ไอ้เก้าจะโฉบมอเตอร์ไซค์มารับเธอออกไปจากเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน

ภควัตบาดเจ็บเล็กน้อย กลับไปรายงานผู้การประพจน์ที่ฐานลับว่าจับคนร้ายได้สอง รอดไปหนึ่ง

“ที่รอดคือคนที่ยิงคุณใช่ไหม”

“ครับ สายของผมเอง”

“อัญมายิงนาย...” กฤษณ์เสียงแผ่วอย่างนึกไม่ถึง “อัญมาถึงขนาดยิงนาย เป็นไปได้ยังไงภควัต”

“เขาต้องป้องกันตัว เขาถูกจับไม่ได้”

“ไหนว่าปฏิบัติการนี้ห้ามพวกเราลงมือ นายจะดูห่างๆ เพราะไม่อยากให้สายเป็นอันตราย แต่นี่สายกลับยิงนาย แถมยังหนีไปได้ มันเรื่องบังเอิญหรือว่าจงใจปล่อยผู้ต้องหา”

ภควัตโกรธจัดจนลืมเจ็บ พุ่งเข้าหากฤษณ์...สิทธิชัยขยับมาดึงเขาไว้ แต่ภควัตยังฮัดฮึดจะเอาเรื่องกฤษณ์ให้ได้

“นายคิดว่าฉันจัดฉาก”

“นายจัดฉากหรือเปล่าฉันไม่รู้ แต่ทำไมเราถึงกวาดล้างแก๊งวินิจไม่ได้สักที ทั้งๆที่นายก็ไปแฝงตัวอยู่กับพวกมัน มีโอกาสจะจับตัวทั้งวินิจทั้งลูกชายหลายครั้ง ทุกครั้งที่มีการขนยาเราก็จับได้แต่ปลายแถว แถมวันนี้นายห้ามพวกเราไปยุ่ง นายจะคุ้มครองสาย แล้วเป็นยังไง ดันถูกอัญมายิงเหมือนกับตั้งใจให้พวกวินิจรอดไปได้ทุกครั้ง”

“ภควัต คุณพักงานไปก่อน” ประพจน์ตัดสินอย่างฉับพลัน

“ผู้การครับ ผมยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ ผมไม่ได้ตั้งใจปล่อยผู้ต้องสงสัย ผมอยากให้เราจับพวกมันทั้งหมด ทั้งหลักฐานทั้งขบวนการลากพวกมันขึ้นศาลไปรับโทษ ไม่มีทางหลุดออกมาสร้างความเลวให้กับสังคมนี้ได้อีก”

“ผมรู้...แต่คุณบาดเจ็บ ผมไม่ได้ให้คุณเลิกจากงานนี้ แต่คุณต้องพัก”

“ถูกยิงแค่นี้ผมไม่เป็นอะไรเลยครับ”

“คุณต้องพัก เข้าใจมั้ยภควัต นี่คือคำสั่ง” ประพจน์เน้นเสียง ภควัตยืนตัวตรงรับคำสั่ง สายตาจับจ้องไปที่กฤษณ์อย่างเจ็บใจ

ooooooo

วินิจโมโหหัวเสียที่คนของตนถูกตำรวจจับไปได้สองคน แต่อัญมารอดกลับมาคนเดียว ซึ่งเธออธิบายว่าที่จริงตนก็เกือบถูกจับถ้าเก้าไม่ไปช่วยไว้ทัน แต่สงสัยว่าทำไมมีตำรวจ ไหนว่าให้ตนไปส่งของเฉยๆ

“เพราะที่นี่มันมีสายตำรวจอย่างแกไงล่ะ” วินิจกระชากผมอัญมาจนหน้าหงายแล้วเหวี่ยงไปกระแทกผนัง จุกแอ่กลุกไม่ขึ้น แต่ปากยังยืนยันว่าตนไม่ใช่สายตำรวจ “แล้วแกสอดรู้สอดเห็นขึ้นไปบนตึกร้างทำไม”

“พวกมันทิ้งฉันไว้ตั้งนาน ฉันกลัว ฉันแค่ขึ้นไปตาม”

“โกหก” วินิจตะคอกแล้วชักปืนออกมาจะจ่อยิง อัญมาตกใจแทบแย่ คิดว่าตายแน่...แต่พริบตานั้นอธิคมพุ่งเข้ามาปัดมือพ่อไม่ให้ยิง และใช้ร่างตัวเองบังเธอไว้ วินิจขึ้นเสียงไม่พอใจ “ถอยไปอธิคม ไอ้อัญมันเป็นนิ้ว”

“ไม่จริง พ่อสงสัยคนผิด พ่อฆ่าอัญไม่ได้ อัญเป็นเมียผม พ่อจะยิงเมียผมไม่ได้”

อัญมาตะลึงที่อธิคมโกหกเพื่อปกป้องเธอ ส่วนวินิจกรีดเสียงอย่างเจ็บใจ

“อธิคม...แกเห็นผู้หญิงดีกว่าพ่องั้นเหรอ”

“ฉันไม่ได้ทรยศพี่...ฉันไม่ได้หักหลังพี่คม ให้ฉันตายแทนพี่คมก็ได้”

“เห็นไหมพ่อ นี่เหรอคนที่พ่อสงสัย ลูกน้องพ่อมีตั้งเยอะทำไมต้องมาสงสัยอัญคนเดียว”

“ถ้าพี่ไม่เชื่อใจฉัน พี่ฆ่าฉันให้ตายเลยพี่บัง ฉันทำงานให้พี่เต็มที่ทุกครั้ง แต่วันนี้พี่สั่งเก็บฉัน”

“แกมีพิรุธก่อน”

“งั้นพี่ก็ฆ่าฉันซะ จะได้จบๆเรื่องไป พี่คมปล่อยฉัน ให้ฉันพิสูจน์ตัวเอง”

อัญมาผลักไสแต่อธิคมไม่ยอมปล่อยและไม่ยอมให้เธอตายคนเดียว วินิจเห็นอาการของลูกชายก็ทนไม่ไหว ตวาดลั่น

“พอแล้ว! ต่อไปนี้อย่าให้ฉันเห็นแกมาที่นี่ มาที่ค่ายมวยอีก ฉันถือว่าแกไม่ใช่คนของฉันอีก...เอามันออกไป ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”

อธิคมรีบดึงอัญมาออกไปจากห้อง วินิจวางปืนลงอย่างอ่อนแรง เสียใจที่ลูกชายเห็นผู้หญิงดีกว่างานของตน

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าอัญ” อธิคมเอ่ยปากอย่างห่วงใย ทำให้อัญมาละอายใจ ไม่อยากให้เขาดีกับเธอ ถามเขาว่าโกหกวินิจไปแบบนั้นทำไม “ฉันไม่ได้โกหก ถ้าอัญรักฉัน...เราจะแต่งงานกัน”

อัญมาฟังแล้วยิ่งอึ้ง อธิคมดึงเธอมากอด วิงวอนให้แต่งงานกัน แต่งแล้วเราไปจากที่นี่ เธออยากไปอยู่ที่ไหนเขาจะพาไป

“แล้วพี่จะเลิกขายยาใช่ไหม? ใช่ไหมพี่คม พี่จะเลิกขายยา พี่จะเลิกยุ่งกับงานของพี่บัง”

“ฉันยังเลิกตอนนี้ไม่ได้ ก้าวเข้ามาแล้วมันถอนตัวไม่ได้ง่ายๆหรอกนะอัญ”

“งั้นพี่ก็อย่าพูดเรื่องแต่งงานกับฉันอีก เราจะอยู่กันยังไงถ้าฉันต้องคอยระแวงว่าพี่อาจจะถูกตำรวจจับหรือไม่ก็ถูกวิสามัญเข้าสักวัน” อัญมาถอยออกจากอ้อมแขนเขาแล้วเดินจากไป อธิคมอึดอัดกดดันที่สุด กำหมัดชกลงบนผนังอย่างคิดไม่ตก...

เย็นวันนั้น อัญมาไปที่บ้านภควัต เห็นเขาบาดเจ็บใส่เฝือกอ่อนที่ไหล่ก็หน้าสลด ถามเขาว่าเจ็บมากไหม?

“ฉันบอกยามว่ามาหาผู้กอง...ฉันจำเป็นต้องยิงคุณ ตอนแรกเรื่องมันไม่ใช่แบบนี้”

“ตอนแรก...เธอหมายความว่าอะไรอัญมา”

“คุณอย่าเพิ่งคิดว่าฉันบ้านะ ที่จริงฉันไม่ได้ยิงคุณ แต่ฉันถูกแทง คุณจับพวกมันได้ทั้งหมด แล้วคุณก็พาฉันมาหลบที่นี่ แม่กับจิ๊บถูกพาตัวไปซ่อนเพราะกลัวพี่บังจะแก้แค้น”

“คุณพูดเรื่องอะไร ผมไม่เข้าใจ”

“ฉันพูดถึงเรื่องที่มันเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จำได้ไหมที่ฉันเคยบอกคุณว่าฉันอยู่ในโลกคู่ขนาน เหตุการณ์ในโลกของไอ้อัญคือฉันถูกแทง คุณพามาหลบที่นี่ แล้วฉันก็ได้รู้เรื่องอดีตของคุณ อดีตที่สำคัญมาก อดีตที่ทำให้ฉันต้องกลับไปโลกของคุณหนูอัญมา ที่โลกนั้นคุณเกลียดฉัน แต่ฉันไม่สนใจ ฉันคิดแต่ว่าขอให้ฉันได้กลับมาช่วยคุณอีกครั้ง ให้คุณทำลายแก๊งพี่บังได้ ปาฏิหาริย์หรือไม่ก็สิ่งศักดิ์สิทธ์ต้องได้ยินคำขอของฉัน ถึงให้ฉันกลับมาที่นี่...โลกของไอ้อัญ”

อัญมาเริ่มสะอื้นมากขึ้น พรั่งพรูทุกอย่างออกมา “ฉันเคยเห็น...มันเหมือนภาพอนาคต คุณถูกอธิคมยิง ฉันไม่อยากให้มันเกิด ฉันขอทำทุกอย่างให้คุณรอด คุณต้องไม่ถูกยิงจากพวกค้ายา เหมือนที่ครอบครัวคุณ เหมือนที่พ่อฉันต้องตาย”

“พ่อคุณ?”

“พ่อแท้ๆของฉันชื่อ รัตน์ เรืองเดช”

“อะไรนะ คุณเป็นลูกสาวของผู้ชายที่ตายเพราะช่วยผม หลวงพ่อเคยบอกว่าผมจะต้องเจอกับเรื่องที่ไม่คาดฝันเพราะกรรมที่ผูกพันกันมา”

“ฉันคือลูกสาวของรัตน์ เรืองเดช คนที่ช่วยชีวิตคุณไว้จริงๆ พอฉันได้กลับมาที่โลกนี้ โลกของไอ้อัญ ฉันคิดแต่ว่าฉันต้องไม่ทำให้พี่บังสงสัย ฉันถึงยิงคุณ ฉันยิงคุณกับมือฉันเอง พ่อฉันช่วยคุณไว้ แต่วันนี้ฉันเกือบฆ่าคุณ”

ภควัตเดินเข้ามาเช็ดน้ำตาให้อัญมาแผ่วเบา มองสบตาเธอด้วยความรู้สึกสับสน

“พ่อคุณต้องตายเพราะผม คุณเองก็เกือบตายเพราะช่วยผม ออกไป อัญมา” ภควัตยอมรับไม่ได้ดึงมือออกและถอยห่าง อัญมายืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก

“พ่อคุณตายเพราะผม คุณเกือบตายเพราะผม ไปซะอัญมา อย่ามาใกล้ผมอีก”

“ผู้กอง...ฉันอยากช่วยคุณ”

“ไปซะ กลับไปโลกของคุณหนูอัญมา...อย่าเอาชีวิตมาทิ้งให้คนอย่างผม พ่อคุณตายเพราะผมมาคนนึงแล้ว หนี้ชีวิตที่ผมไม่มีทางชดใช้ให้คุณได้เลย ออกไป...ออกไปจากชีวิตผม”

อัญมาตกตะลึง ถูกเขาผลักไสล้มลงกับพื้นทั้งน้ำตานองหน้า ภควัตตัดใจหันหลังให้ทันที สองมือกำแน่นด้วยความกดดัน

“คุณไม่ต้องชดใช้หนี้ชีวิตของพ่อ ฉันรู้ว่าพ่อก็ต้องคิดเหมือนฉัน ได้ช่วยชีวิตคนดีคนหนึ่งไว้ ถึงตายก็ไม่เสียดาย ขอแค่ให้ชีวิตเรามีค่ามีความหมายกับใครสักคน”

อัญมาตัดสินใจพาตัวเองจากไป ภควัตมองตามแววตาเจ็บปวดและเสียใจที่ได้รู้ความจริงว่าเธอคือลูกสาวของผู้ชายที่ต้องตายเพราะช่วยชีวิตตนไว้...

คำพูดตัดเยื่อขาดใยของภควัตเมื่อสักครู่ยังดังก้องในหัวอัญมา เธอเดินไปหยุดที่ริมน้ำ ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างท่วมท้น เสียใจที่ทุกอย่างกลับกลายเป็นความผิดหวังในพริบตา!

สายฝนเริ่มโปรยปราย อัญมาเดินร้องไห้ฝ่าสายฝนกลับมาที่บ้านแม่อุบล สีหน้าเธอหมองเศร้า มองผ่านม่านน้ำตาเห็นอธิคมยืนตากฝนอยู่หน้าบ้าน

อัญมาหยุดยืนนิ่ง ไม่อยากเข้าไปทั้งที่ใจกำลังว้าวุ่นและเจ็บปวดเรื่องภควัต เธอทำท่าจะถอยหนี แต่อธิคมเดินตรงเข้ามากอดเธอทั้งตัว

“อย่าหนีฉันอีก...อัญมา”

เธอสะอื้นด้วยความสงสาร และยอมให้เขาจูบลงที่ข้างแก้มอย่างไร้แรงขัดขืน

“ชีวิตฉันต้องมีเธอนะอัญมา”

อธิคมเว้าวอนจากใจจริง กอดรัดเธอแน่นด้วยความรัก...อัญมาพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ซบหน้าลงที่ไหล่กว้างของเขาอย่างอ่อนล้า

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.