ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คีตโลกา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ละครเรื่อง "คีตโลกา"

เมื่อรู้เห็นว่าอุบลใจอ่อนยอมรับสัญชัยกลับเข้ามาอยู่ร่วมชายคา อัญมาพูดอะไรไม่ออกนอกจากสำทับผ่านแม่ให้บอกพ่อเลี้ยงตัวแสบของตนด้วยว่า ถ้ายังคิดชั่วอยู่อีกคราวหน้าจะเป็นกระสุนปืนไม่ใช่น้ำกรดเหมือนคราวนี้

สัญชัยกลัวซะที่ไหน ยังคงจับตามองความเคลื่อนไหวของอัญมากับภควัตตามคำสั่งของอธิคม ด้านวินิจพอรู้ว่าอรรณพลงทุนทำลานกีฬาให้เด็กในชุมชนก็ไม่พอใจ รวมไปถึงหมั่นไส้ภควัตที่เป็นคนรับผิดชอบ อีกทั้งอัญมาก็น่าจะมีส่วนร่วม จึงอยากกำจัดคนพวกนี้ให้หมดไปเสียที แต่อธิคมทักท้วงว่าอัญมาไม่น่าเกี่ยว เลยโดนวินิจดุด่าหาว่าหลงผู้หญิงคนเดียวจนจะทำให้งานของเราเสียหาย

เมื่อวินิจสั่งให้อธิคมเตรียมพร้อมสำหรับการลำเลียงยาตัวใหม่ออกจำหน่าย อัญมาไม่รู้เรื่องเพราะอธิคมปกปิดเธออย่างมิดชิด แต่แล้วในวันที่อรรณพจัดงานเปิดลานกีฬาอย่างเป็นทางการ เก้าพูดจาแปลกๆทำให้อัญมาเอะใจไปเล่าต่อให้ภควัตฟัง

ในงานเปิดลานกีฬา สุคนธรสมาเป็นพิธีกร ก่อนหน้านี้เธอรับทำพีอาร์ให้กับอรรณพแล้วได้เจอกับภควัตในชุมชน ภควัตขอร้องไม่ให้เธอบอกใครว่าเขาเป็นตำรวจ เธอรับปากแต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องเอาใจเธอบ้าง กฤษณ์แอบเห็นจ้องแฟนสาวอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะเรียกเธอมาต่อว่า
ในคืนนั้น แล้วสั่งให้เธอตีซี้อัญมาเพื่องานของตน อัญมาจะช่วยให้ตนเข้าใกล้คนร้ายที่ตำรวจต้องการตัว

หลังพิธีเปิดงานผ่านไป มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมภควัตกับอธิคม เหตุนี้เองทำให้ประพจน์กับสิทธิชัยติดต่อภควัตไม่ได้ หลังรู้ระแคะระคายว่าพวกวินิจมีการเคลื่อนไหว กฤษณ์เลยได้โอกาสใส่ไฟภควัตพร้อมกับนำคลิปที่แอบถ่ายภควัตสนทนากับอธิคมราวกับคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีมายืนยันคำพูด

แผนการเจ้าเล่ห์เพทุบายของกฤษณ์ทำให้ภควัตถูกเพ่งเล็งและไม่ไว้วางใจ ยิ่งเมื่อแผนบุกจับลูกน้องวินิจที่ทำการส่งยาวันนี้ล้มเหลวเพราะภควัตแอบออกจากทีมฟุตบอลโผล่มา เป็นเหตุให้คนร้ายหนีไปได้ คงเหลือไว้แต่รถขนยาเป็นของกลาง ภควัตจึงโดนประพจน์กับสิทธิชัยตำหนิยกใหญ่

“คุณรู้ว่าพวกมันจะขนของ ทำไมไม่รายงานเรา”

“ของลอตนี้มีไม่มาก มันใช้ลูกน้องลงมือ ถ้าเราทุ่มกำลังลงไปจับได้แต่พวกตัวเล็กๆ พวกมันก็จะดำดินหายไปจนเราตามไม่ได้”

“ไม่จริง แกอยากโชว์ผลงานตัวเองมากกว่า ฉันกำลังจะจับพวกมันทั้งคนทั้งของได้แล้ว” กฤษณ์โวยวาย

“เราบีบมันแคบลงเรื่อยๆ ให้มันรู้ว่ามันไม่ได้รอดสายตาเรา ตัดกำลังคนของมันไปจนมันสองพ่อลูกต้องลงมือเอง นี่คือแผนของผม”

“ถึงยังไงคุณก็ต้องประชุมแผน ไม่ใช่ปฏิบัติการคนเดียว เราทำงานกันเป็นทีม” ประพจน์เน้นย้ำเสียงเขียว

“ผมกลัวว่าข่าวจะรั่วไหล” ภควัตพูดตรงๆ กฤษณ์ร้อนตัวโพล่งขึ้นทันควันว่า

“ที่นี่มีแต่คนไว้ใจได้ทั้งนั้น”

“แล้วตอนนี้พวกมันเคลื่อนไหวอะไร คุณรายงานเรามาด้วย”

ภควัตรับคำสั่งผู้การประพจน์...แล้วพอลับหลังกฤษณ์ก็บอกประพจน์ว่าตนไม่เชื่อที่ภควัตพูด เขาเข้ามาช่วยให้จับรถได้แต่ปล่อยคนร้ายหนีไป ประพจน์จึงสั่งให้จับตาดูภควัตไว้ ถ้าเขาคิดจะเป็นตำรวจเลว ตนจะจัดการเขาเอง

กฤษณ์ลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่ภควัตกำลังหนักใจ กลับไปเล่าให้จ่าเดชฟังก่อนจะถูกจ่าตั้งคำถามว่า

“เหตุผลจริงๆคืออะไรกันแน่ ผู้กองถึงไม่ยอมบอกว่าพวกมันจะขนของวันนี้”

“ผมไม่อยากให้กฤษณ์เข้ามายุ่ง ที่จริงผมตั้งใจจะจับพวกมันให้ได้สักคนแล้วกล่อมให้มาเป็นสายของเรา”

“เรามีไอ้อัญอยู่แล้ว”

“ตอนนี้วินิจสงสัยอัญมา อีกไม่นานเราก็ต้องถอนอัญมาออกจากปฏิบัติการนี้ก่อนที่เธอจะเป็นอันตราย”

จ่าเดชพยักหน้าเห็นด้วย...แต่ขณะเดียวกันนั้นอัญมาอยู่ที่บ้านวินิจ สถานการณ์ไม่สู้ดีเพราะวินิจหัวเสียหนักที่ลูกน้องทำงานพลาด แต่นับว่าอธิคมยังหัวไวที่แอบยิงไอ้ต้นขาดใจตายก่อนที่มันจะโดนตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวนแล้วอาจถูกกันตัวเป็นพยานโยงใยมาถึงพวกเรา

“เห็นหรือยังว่ามันรู้ทุกความเคลื่อนไหวของเรา เพราะมันมีนิ้วของตำรวจอยู่ที่นี่”

“พ่อ...อัญไม่ใช่นิ้วของตำรวจ” อธิคมปกป้อง

“ไม่ใช่มันแล้วจะใคร ตอนนี้มันนี่แหละน่าสงสัยที่สุด” วินิจจ่อปืนใส่อัญมาที่ยืนนิ่งพยายามระงับความกลัว “กี่ครั้งแล้วที่เราถูกตำรวจกวน”

“ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันไม่ใช่นิ้ว ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้พวกพี่จะขนของ”

“ไอ้อัญ มึงไม่ต้องโกหก”

“พ่อ เรื่องขนของวันนี้มีแค่พ่อ ฉัน แล้วก็ไอ้เก้าที่รู้”

“แกมันหลงผู้หญิงจนตาบอดไปแล้ว ไม่ได้มีแค่แกกับฉัน กับไอ้เก้าที่รู้เรื่องขนของ ทุกคนที่นี่รู้ว่าต้องลงมือวันนี้ แล้วนังนี่มันซอกแซกจนรู้ไปด้วย ถึงคาบข่าวไปบอกตำรวจ”

วินิจดึงผมอัญมาจนหน้าหงาย อธิคมเข้ามาห้ามเลยโดนวินิจตบหน้าด้วยปืนในมือจนเลือดกบปาก

“ตาสว่างสักทีไอ้คม จะหลงผู้หญิงคนเดียวจนฉิบหายกันทั้งหมดหรือไง”

“ต่อให้ไม่มีฉัน พวกพี่ก็โดนตำรวจจับได้อยู่ดี” อัญมาเสียงดังอย่างใจดีสู้เสือ

“แกว่าไงนะ”

“พวกพี่บังใช้ลูกน้องเก่าๆขนของ ตำรวจที่ไหนมันก็แกะรอยได้ พี่คิดว่าตำรวจจะไม่มีรายชื่อลูกน้องพี่ไว้หมดแล้วงั้นเหรอ กี่คน ที่ไหน ทำอะไร ตำรวจมันไม่ปล่อย ให้รอดหูรอดตาหรอก”

“มึงพูดเหมือนเป็นตำรวจ”

“ถึงไม่ใช่...แต่ถ้าฉันเป็นตำรวจ ฉันก็จะทำอย่างที่ฉันพูด”

“พ่อ ฉันว่าไอ้อัญพูดถูก ตำรวจมันจับตาเราทุกฝีก้าว”

“งั้นข้าก็ควรเปลี่ยนคนส่งของใช่ไหม และควรจะเป็นคนที่ตำรวจมันไม่สนใจ คิดไม่ถึง”

พูดขาดคำ วินิจผลักอัญมาออกห่าง เธอรู้ทันทีว่าเขาคิดอะไรอยู่ ถามอย่างลุ้นๆว่า

“พี่บังจะยอมให้ฉันขนของไหมล่ะ”

อธิคมตกใจจะค้าน แต่วินิจแทรกขึ้นเสียก่อนว่า “แกกล้าใช่ไหม ไอ้อัญ”

“ฉันกล้า ฉันมีวิธีของฉัน แล้วฉันก็จะทำให้พี่ไม่ต้องเสียของเลยสักห่อ ให้ฉันขนของคราวหน้า ถ้าฉันพลาดฉันยอมตาย”

“ดี...ใจถึงแบบนี้ข้าจะให้เอ็งพิสูจน์ตัวเอง คราวหน้าเอ็งขนของ ถ้าตำรวจจับได้ก็ฆ่าตัวตายต่อหน้าตำรวจซะ” วินิจพูดอย่างไม่ไยดีแล้วหันหลังเดินลิ่วออกไป

อธิคมไม่สบายใจถามอัญมาทำไมทำแบบนี้ อัญมาบอกว่าต้องการให้วินิจเชื่อใจตน แต่อธิคมท้วงว่ามันเสี่ยงเกินไป

“ฉันต้องทำนะพี่ ไม่งั้นฉันก็ตาย” อัญมาเสียงเข้ม อธิคมท่าทีหงุดหงิดพลุ่งพล่าน...จะทำยังไงถ้าผู้หญิงที่ตนรักพลาดขึ้นมา

ooooooo

ภควัตเป็นห่วงอัญมาไม่น้อยกว่าอธิคม แม้ทั้งคู่จะประกาศต่อหน้าผู้คนไปแล้วว่าตัดขาดเลิกเป็นแฟนกัน แต่นั่นมันคือแผนที่จะทำให้พวกอธิคมตายใจและไม่สงสัยในตัวอัญมา

ทันทีที่อัญมากลับมาที่บ้าน ภควัตดักรออยู่รีบเข้ามาซักถามว่าวินิจทำอะไรเธอบ้าง

“มันเอาปืนขู่ฉัน มันจะฆ่าฉัน”

“อัญมา...” ภควัตสวมกอดเธอด้วยความรักและเป็นห่วง

“มันสงสัยฉันจริงๆ มันคิดว่าฉันเป็นนิ้ว”

“อัญมา...ฉันหาบ้านให้เธอย้ายออกไปนอกชุมชนได้ พาป้าอุบล จิ๊บกับนวยออกไปด้วย ไม่ต้องกลับมาที่นี่ ไม่ต้องเจอพวกนายวินิจอีก”

“ฉันไปไม่ได้ ฉันบอกพี่บังไปแล้วว่าฉันจะเป็นคนขนของให้เอง”

“อัญมา!!”

“ฉันไม่มีทางเลือกนะผู้กอง ไม่งั้นมันก็ยิงฉันทิ้งตรงนั้นไปแล้ว...ถ้าฉันตาย ผู้กองต้องช่วยแม่อุบล”

ภควัตไม่อยากฟังเรื่องเป็นเรื่องตาย กอดอัญมาแน่นขึ้นด้วยความเป็นห่วงจับใจ รำพึงรำพันเสียงแผ่วว่า

“คุณต้องไม่เป็นอะไร”

อัญมาน้ำตาซึม ซบลงกับอกเขา...ความรู้สึกหวาดกลัวแผ่ซ่านอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ขวัญอนงค์กับวรจันทร์ไม่ชอบใจเมื่อรู้เห็นว่าสุคนธรสอาจจะหวนกลับมาสานสัมพันธ์กับภควัตอีกครั้ง กลัวความใกล้ชิดจะทำให้ฝ่ายชายหวั่นไหวและใจอ่อนในที่สุด ซึ่งสองแม่ลูกไม่มีวันยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่

สุคนธรสคิดเช่นนั้นจริงๆ เธอเริ่มเบื่อกฤษณ์ที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญตนเอง แต่ไม่กล้าตัดรอนอย่างปัจจุบันทันด่วนเพราะทราบดีว่าเขามีนิสัยเลือดร้อนรุนแรงแค่ไหน แต่เธอไม่รู้ว่าเวลานี้ภควัตมีใจให้อัญมา เข้าใจว่าอัญมาคือแฟนของอธิคม เห็นสนิทสนมกันในวันเปิดลานกีฬา แล้วนำมาเล่าให้กฤษณ์ฟังเป็นตุเป็นตะ...

ภควัตห่วงอัญมาไม่อยากให้เธอส่งยาตามที่รับปากวินิจไว้ แต่ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ เพราะอัญมาต้องการทำให้วินิจไว้ใจเพื่อที่ต่อไปเธอจะได้เข้าใกล้เครือข่ายทั้งหมดของเขา

“แต่วินิจไม่ใช่คนโง่ อีกทางนึงเขาอาจจะกำลังพิสูจน์ว่าคุณรู้เห็นกับตำรวจ”

“เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้แนบเนียน”

“ฉันเปลี่ยนใจเธอไม่ได้ใช่ไหม”

อัญมาไม่ตอบ แต่ขอคำสัญญาจากเขาว่าถ้าเกิดผิดพลาด ถ้าตนต้องถูกยิง เขาจะเป็นคนยิงด้วยตัวเอง

“ไม่...ฉันไม่ยิงเธอ”

“ผู้กองคนเดียวที่ยิงฉัน แล้วฉันอาจจะรอด”

ภควัตนิ่งไปด้วยความรู้สึกกดดัน อัญมาเข้าใจเดินเข้ามาใกล้ส่งสายตาวิงวอนก่อนคำพูด

“ฉันมาจากโลกคู่ขนาน ถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันอาจจะไม่ตาย”

“เธอคิดว่าอาจจะได้กลับไปโลกคู่ขนาน?”

“ใช่...ถ้าเป็นผู้กองลงมือ ฉันอาจจะได้กลับไปโลกที่ฉันมา เพราะคุณเป็นคนช่วยฉันไว้ตอนที่ฉันตกน้ำ”

“แล้วเธอก็จะไม่กลับมาที่นี่อีก”

“ฉันคงกลับมาไม่ได้อีกแล้ว” อัญมานึกถึงคำพูดของหลวงพ่อที่เคยบอกว่าเส้นทางมีเพียงหนึ่ง เมื่อโยมเลือก ทุกอย่างจะไม่มีวันเหมือนเดิม...แล้วเอ่ยกับภควัตว่า “ฉันจะไปจากโลกนี้ กลับไปโลกคู่ขนานที่เราไม่รู้จักกัน”

“ฉันไม่ให้เธอไป”

ภควัตไม่อยากรับฟังอะไรอีก ประคองหน้าเธอเข้ามาใกล้ สองคนสบสายตาผูกพัน...เขาก้มลงจูบเธอด้วยความรู้สึกในใจที่ปิดบังไว้ไม่ได้อีกแล้ว

อัญมาปล่อยใจด้วยความรู้สึกเดียวกับภควัต เมื่อเขาถอนริมฝีปาก เธอก้มหน้าเขินอาย

“ฉันจะไม่ขอให้เธอเลิกทำอย่างที่เธอตั้งใจ แต่จำไว้นะอัญมา ฉันอยู่ข้างๆเธอ ฉันจะปกป้องเธอ”

“ฉันจะทำให้ดีที่สุดค่ะผู้กอง”

“เรียกพี่วัตได้มั้ย ฉันชอบเวลาเธอเรียกพี่วัต”

“แต่ไอ้อัญไม่ได้เป็นแฟนพี่วัตแล้ว”

ภควัตหน้าจ๋อย ยิ้มฝืดๆ จะขอไปส่งเธอที่บ้านแต่เธอไม่ยอมเพราะไม่อยากให้คนของอธิคมเห็น

กลับถึงบ้านคืนนั้น อัญมาซาบซึ้งในความรักและห่วงใยจากอุบล คำพูดและการกระทำของอุบลแสดงออกชัดเจนว่าปรารถนาดีต่อลูก อยากส่งลูกเรียนสูงๆ แต่ไม่มีปัญญาเพราะขัดสนเงินทอง ให้ลูกเรียนได้แค่ ม.3

“แม่จ๋า...แค่แม่รักอัญ เลี้ยงดูอัญ ไม่ทิ้งอัญไปตั้งแต่ตอนเด็กๆ แค่นี้ก็ดีที่สุดแล้ว”

“คิดอีกที ถ้าแม่ทิ้งเอ็งไว้หน้าบ้านเศรษฐี เอ็งอาจจะมีความสุขกว่านี้นะอัญ”

“อยู่ที่นี่มีแม่ อัญก็มีความสุขจ้ะ เงินทองมากมายแค่ไหนก็ซื้อความรักของแม่ไม่ได้ ที่นี่อัญมีแม่ มีเพื่อน

เจอคนที่มีความจริงใจ ถึงจะเคยติดยา อัญกลับรู้สึกว่ามันทำให้อัญได้เจอโอกาส...โอกาสที่จะทำดี ฉันชอบชีวิตแบบนี้ ชอบชีวิตไอ้อัญ ชอบจนบางทีก็กลัว...ถ้าจะต้องไปจากที่นี่”

อัญมาลงนอนบนตักอุบล ความผูกพันกับโลกนี้เริ่มทำให้เธอลังเลที่จะต้องกลับโลกคู่ขนาน

ooooooo

เช้าวันถัดมาที่ฐานลับ ภควัตเข้ามารายงานความคืบหน้าแก่ประพจน์และสิทธิชัยว่าพวกวินิจจะมีการขนของอีก แต่ยังไม่มีกำหนดแน่นอน ถ้าพวกมันขยับเมื่อไหร่สายของตนจะบอกมาทันที

“หวังว่าคราวนี้เราจะทำงานประสานกัน แล้วก็จับตัวพวกมันได้สักที”

“เราจะยังจับวินิจกับอธิคมไม่ได้ครับ มันจะใช้ลูกน้องหน้าใหม่เป็นคนส่ง”

“ยังไงเราก็ต้องกวาดล้างมัน”

“ผมอยากจะขอท่านผู้การครับ จับกุมคราวนี้ผมขอเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการเอง”

“ทำไมคุณถึงขอเป็นหัวหน้า” สิทธิชัยเริ่มเสียงดัง

“นั่นสิ ถ้าไม่จำเป็นเราไม่อยากให้คุณลงมือนะ คุณยังต้องแฝงตัวในชุมชน ถ้าพลาดพวกมันเห็นคุณ หมายถึงงานส่วนใหญ่ของเราจะกระทบไปด้วย”

“ผมต้องการปกป้องสายของผมที่อยู่ในการขนของคราวนี้”

“ระบุตัวสายของคุณมา ผมจะให้กฤษณ์คอยดูแลเขาระหว่างจับกุม” ประพจน์เสียงเข้มบังคับ แต่ภควัตตอบกลับตามตรงว่าตนไม่ไว้ใจสารวัตรกฤษณ์ “ภควัต!! คุณเก่ง ผมรู้ ชื่อเสียงการทำงานของคุณที่ผ่านมาดีมาก แต่ที่นี่คุณต้องรู้จักทำงานกับคนอื่นด้วย อย่าคิดจะฉายเดี่ยว”

“ผู้การเตือนผิดคนแล้วครับ ผมไม่คิดฉายเดี่ยว เพราะผมไม่อยากเด่นดังเอาผลงานคนเดียว ที่ผมไม่ไว้ใจสารวัตรกฤษณ์ก็เพราะเหตุผลนี้ เขาเคยพยายามทำผลงาน แต่มันพลาด แทนที่อธิคมจะถูกยิง กลับเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ขนของคราวนี้มันสำคัญกับความเป็นความตายของสาย เขาสละชีวิตหาข่าวมาให้เรา อย่าให้ผมต้องเอาชีวิตเขามาเสี่ยงเพื่อเปลี่ยนดาวบนบ่าให้ใครเลยครับ”

ภควัตก้มศีรษะทำความเคารพสองผู้บังคับบัญชาก่อนเดินออกไป ประพจน์มองไม่พอใจ บ่นรอดไรฟันว่าภควัตอวดดี แต่สิทธิชัยท้วงขึ้นอย่างเป็นกลางว่า

“ที่ผู้กองภควัตพูดก็น่าเห็นใจนะครับ สายของเขาเป็นผู้หญิง น่าจะอันตรายกว่าสายที่เป็นผู้ชาย”

“ไม่ว่าจะผู้ชายผู้หญิงเราก็จะคุ้มครองให้เหมือนๆกัน ภควัตทำงานเก่งแต่เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ แถมยังทำตัวแปลกกว่าคนอื่น มีปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือ ผมมีหน้าที่ป้องกัน แล้วก็แก้ปัญหาทุกอย่างที่อาจจะทำให้ทีมเราเสียหาย”

“ท่านจะให้ภควัตถอนตัวหรือครับ”

“ถ้าการจับกุมคราวนี้ไม่เป็นไปตามแผนที่ผมวางไว้ ผมจะต้องรายงานเรื่องภควัตกับท่านรองจักรภพ ผมจะไม่ยอมให้งานใหญ่เสียเพราะคนคนเดียว”

ประพจน์กล่าวจริงจัง คลางแคลงใจในตัวภควัตตามแรงยุของกฤษณ์...ภควัตไม่รู้อะไรแต่ยังคงทำหน้าที่ของตนต่อไปอย่างตั้งใจ เขากลับมาที่ชุมชน พูดคุยกับจ่าเดชเรื่องวินิจมีแผนขนยาแต่ยังไม่ระบุว่าวันไหน ซึ่งการลงมือครั้งนี้อันตรายกับอัญมามาก

“ผมล่ะนับถือใจไอ้อัญมันจริงๆ ผู้กองไม่ต้องห่วง ลุยไปได้เลย ผมจะคอยดูทางป้าอุบลไว้ อย่างน้อยถ้าเกิดอะไรผิดพลาดผมจะพาป้าอุบลหนีออกไปจากชุมชนนี้ก่อน ไม่ให้พวกไอ้บังมันจับตัวไปได้”

“ขอบใจมากนะจ่าเดช”

เวลาเดียวกันนั้น อัญมาอยู่ที่บ้านวินิจเตรียมรับมอบหมายเรื่องการส่งยาให้ลูกค้าภายในวันนี้ วินิจไม่ให้อัญมาใช้มือถือโทร.หาใครทั้งนั้น นอกจากรับสายที่โทร.มานัดเพียงอย่างเดียว กำหนดส่งของให้เสร็จในสองชั่วโมง ถ้าเกินเวลาถือว่าทำงานพลาด คนของตนที่ติดตามดูจะไม่ปล่อยเธอกลับมาที่นี่อีก

อธิคมไม่เห็นด้วยจะคัดค้านแต่โดนวินิจตวาดให้เงียบ แล้วก็อยู่ในห้องนี้ห้ามออกไปช่วยอัญมา ไม่งั้นตนจะยิงมันให้ตายเหมือนหมาข้างถนน

“ไม่ต้องห่วงพี่คม ฉันทำงานเสร็จแล้วจะรีบกลับมา”

พูดขาดคำ อัญมาถูกลูกน้องสองคนของวินิจพาออกไป อธิคมมองตามห่วงใยแล้วหันมาต่อรองกับวินิจว่า ถ้าพ่อพิสูจน์ได้ว่าอัญมาไม่ใช่สายตำรวจ ต่อไปตนจะคบกับเธอ
“อย่าเพิ่งหวังไกลไปเลยไอ้คม รอดูก่อนว่าฉันจะพิสูจน์มันยังไง”

วินิจมองลูกชายด้วยสายตาเย็นเยียบอำมหิต จนอธิคมนึกเป็นห่วงอัญมาขึ้นมาจับใจ

ooooooo

รถกระบะขับเข้าไปจอดหน้าตึกร้าง อัญมาแน่ใจว่าที่นี่คือแหล่งเก็บยา พอไอ้สองคนที่พามาเผลอ เธอรีบหยิบเครื่องมือเล็กจิ๋วแผ่นบางเฉียบสีดำออกมาปิดลงที่โทรศัพท์มือถือแนบสนิทไร้ร่องรอย

“ฉลาดมากวินิจ ถ้าฉันโทร.ออกแกก็จะเช็กได้ว่าฉันโทร.หาใครบ้าง แต่ผู้กองภควัตฉลาดกว่าพวกแกถึงให้เครื่องติดตามฉันมา ผู้กองรู้ว่าพวกแกไม่มีวันไว้ใจฉัน”
ว่าแล้วอัญมาแอบเล็ดลอดเข้าไปในตึกทั้งที่

ไอ้สองคนนั้นกำชับไม่ให้เธอไปไหน ฝ่ายภควัตพอได้แผนที่พิกัดสถานที่แห่งนั้นจากอัญมาก็รีบเดินทางโดยเร็ว แต่ยังไม่ยอมให้จ่าเดชแจ้งข่าวตำรวจท้องที่ ให้คอยไปดูอุบลเอาไว้ เผื่อมีอะไรฉุกเฉินจะได้พาหนีออกจากชุมชนทันท่วงที

อธิคมร้อนใจกระวนกระวายเป็นห่วงอัญมา กลัวพ่อจะหลอกเธอไปฆ่าทิ้ง...แน่นอนว่าถ้าวินิจรู้จากลูกน้องว่าอัญมาเป็นสายให้ตำรวจ เขาไม่ละเว้นเธอแน่

อัญมาพลาดจนได้ โดนลูกน้องสองคนของวินิจจับได้ว่าตามขึ้นมาบนตึก เธอสู้ยิบตาแต่สุดท้ายก็พลาดท่าโดนมันแทงจนร่างทรุดฮวบโดยที่ภควัต

ช่วยไม่ทัน และเขาอาจจะโดนมันยิงให้ด้วยถ้าตำรวจนอกเครื่องแบบลูกน้องของประพจน์ไม่เข้ามาขัดขวาง

สองคนถูกจับใส่กุญแจมือ ส่วนอัญมาถูกภควัตนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนที่เขาจะโทร.บอกจ่าเดชให้พาอุบลออกมาเดี๋ยวนี้ ป้องกันวินิจส่งคนไปข่มขู่ทำร้าย...

ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงที่วินิจติดต่อลูกน้องไม่ได้ แต่พอเห็นภาพข่าวทางทีวีว่าเกิดเหตุตึกถล่มตรงที่อัญมาไปส่งของก็ถึงบางอ้อทันทีว่าตำรวจจับคนของตนไว้ได้ แล้วก็ปิดข่าวทำเป็นเรื่องตึกถล่ม

“พ่อ...อัญมาล่ะ”

วินิจโมโหสุดขีด ชกหน้าอธิคมที่ร่ำร้องห่วงใยอัญมา “ถึงขนาดนี้แกยังห่วงผู้หญิง มันเป็นสายให้ตำรวจมาจับพวกเดียวกันเอง”

“ตำรวจปิดข่าวเพราะจับทุกคนไว้ แล้วก็จะรีดความลับให้พวกมันซัดทอดมาถึงเรา แต่สำหรับอัญมา ผมรู้ว่าเธอจะไม่พูด ไม่มีวันที่อัญมาจะหักหลังผม” อธิคมยืนยันหนักแน่น แต่สีหน้าท่าทีวินิจยังไม่ปักใจ

ด้านจ่าเดชที่ไปต้อนอุบล จิ๊บ และนวยออกจากชุมชนไปที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง พอจ่าบอกให้รู้ว่าตอนนี้อัญมาถูกตำรวจจับ ทุกคนถามเซ็งแซ่ว่าเธอทำอะไรผิด ทำไมต้องจับ แล้วตำรวจจับไปไว้ที่ไหน

“เดี๋ยว หยุดถาม ฟังก่อน ที่จับไปเนี่ยเพราะไอ้อัญมันกำลังจะเป็นพยานคดีลากคอไอ้วินิจเข้าคุก ฉันกลัวว่าไอ้วินิจมันจะมาแก้แค้น เลยพาป้าอุบลออกมาก่อน”

“โธ่...อัญลูกแม่ ฉันขอเจอลูกหน่อยนะจ่า”

“ตอนนี้ยังไม่ได้ ไอ้อัญอยู่ในที่ปลอดภัยกับตำรวจ ไม่ต้องกลัว ที่ฉันเอาป้าอุบลออกมา แล้วก็เรียกแกสองคนมา จิ๊บกับนวย เพราะแกต้องช่วยเรื่องนี้”

“ว่ามาเลยจ่าเดช”

“ไอ้นวย เดี๋ยวเอ็งกลับไปปล่อยข่าวว่าพี่สาวเอ็งไปเยี่ยมญาติ ป้าอุบลด้วยบอกว่าไปต่างจังหวัด เอ็งไปส่งที่หมอชิต ท่าทางสองคนนี้รีบมาก”

“แต่พวกพี่บังเขาฉลาดนะจ่า”

“เอ็งก็ต้องทำให้แนบเนียน ข้าจะไปคอยถามหาจิ๊บกับป้าอุบลด้วย พวกไอ้บังมันจะได้คิดว่าตำรวจก็กำลังตามล่าตัวป้าอุบลกับพี่สาวเอ็ง เพราะสองคนนี้ใกล้ชิดไอ้อัญที่สุด ถึงรีบหลบหายไป...ตกลงตามนี้”

“โอเคจ่า” นวยรับคำแข็งขัน จิ๊บเตือนน้องชายให้ระวังตัว ขณะที่จ่าเดชย้ำกับอุบลว่าไม่ต้องห่วงลูกสาว ตนรับรองว่าอัญมาอยู่กับคนที่ดีมาก

จริงแท้แน่นอน! อัญมาพ้นขีดอันตรายและภควัตก็พาเธอหลบไปพักฟื้นต่อที่บ้านของเขา เพราะกลัววินิจจะส่งคนมาฆ่าปิดปากเธอ ลุงกับป้าและขวัญอนงค์รู้เห็นก็รีบมาซักถามภควัตอย่างละเอียด ก่อนที่อภิกานต์จะเอ่ยชื่นชมอัญมากล้าหาญมาก

“พี่วัตเอาอัญมามาไว้ที่นี่ จะไม่ยิ่งทำให้พวกค้ายามันสงสัยอัญมามากขึ้นเหรอคะ”

“เราออกข่าวเรื่องผับว่าเป็นโครงสร้างภายในถล่ม เพื่อเก็บตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบสวน สองคนนี้คงไม่มีใครกล้ามาประกันตัว ของกลางในที่เกิดเหตุก็จำนวนมากพอสำหรับโทษติดคุกตลอดชีวิต แต่เราจะกันทั้งหมดไว้เป็นพยาน ถ้าเขาให้ความร่วมมือกับเรา”

“แล้วอัญมาล่ะ เขาจะติดคุกด้วยหรือเปล่า”

“อัญมาช่วยงานตำรวจมาตั้งแต่ต้นครับ ผมไม่อยากให้อัญมานอนอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะอาจจะถูกคนของนายวินิจลอบเข้าไปฆ่าปิดปาก เลยขออนุญาตคุณลุงคุณป้าพาอัญมามาหลบรักษาตัวที่นี่ก่อน”

“ไม่มีปัญหาหรอกวัต ลุงจะเพิ่มบอดี้การ์ดให้มาคอยเฝ้าทั้งซอยนี้ไว้ด้วยเผื่อมีใครแปลกหน้าเข้าออกเราจะได้รู้”

“ขอบคุณครับคุณลุง ผมจ้างพยาบาลพิเศษมาช่วยดูแลอัญมา”

“ไม่ต้องห่วงนะวัต อย่างน้อยอัญมาก็เป็นคนดีช่วยงานราชการ ป้ากับยายน้องจะคอยดูแลเขาให้เวลาวัตไม่อยู่ แต่ถ้าจะให้สะดวกวัตจะย้ายอัญมาไปที่บ้านป้าก็ได้นะ”

“ผมเกรงใจน่ะครับ”

“แต่วัตอยู่บ้านนี้คนเดียว...ป้าหมายถึงว่าที่บ้านป้ามีคนช่วยกันดูแลเขาได้ตลอดเวลา ที่จริงบ้านวัตกับบ้านป้าก็อยู่ใกล้แค่นี้ ไม่ต้องห่วงหรอก อยากไปหาไปเยี่ยมอัญมาเมื่อไหร่ก็ได้”

วรจันทร์หยิบยกเหตุผลขึ้นมาอ้างจนภควัต

ไม่อาจปฏิเสธได้ อภิกานต์รู้ว่าหลานชายลำบากใจพอกลับไปบ้านหลังใหญ่ของตนจึงพูดอย่างรู้ทันภรรยา “ผมรู้ว่าคุณกำลังกลัวความใกล้ชิดของตาวัตกับอัญมา”

“ฉันเลี้ยงตาวัตมาอย่างลูกชายไม่ใช่หลาน อะไรที่ฉันจะทำได้เพื่อให้อนาคตของตาวัตไม่ผิดพลาดเพราะความใกล้ชิด อารมณ์หลงใหลชั่ววูบ ฉันก็ต้องทำค่ะ”

“ระวังตาวัตจะอึดอัด เขาโตพอที่จะตัดสินใจเลือกทุกอย่างได้เองแล้ว”

“เลือกด้วยหัวใจของผู้ชายหนุ่มๆ ก็คงจะมีแต่ความพอใจเป็นที่ตั้ง ถ้ามีผู้ใหญ่อย่างเราช่วยพิจารณาด้วย ฉันเชื่อว่าตาวัตจะได้สิ่งที่ดีที่สุด”

อภิกานต์ไม่อยากต่อความยาว ปลีกตัวขึ้นไปชั้นบน ขวัญอนงค์ขยับมาใกล้แม่ รับปากแข็งขันว่าตนจะฝ้าอัญมาเอง ถ้าอาการเธอดีขึ้นเราจะได้รู้ว่าเธอคิดยังไงกับภควัต

“รอให้เขาฟื้นตัวก่อน ตาวัตต้องมาหาอัญมาที่นี่ ยังไงก็อยู่ในสายตาเราตลอดเวลาอยู่แล้ว” วรจันทร์สายตาคมกริบ ไม่ต้องการให้ภควัตพัฒนาความสัมพันธ์กับอัญมาในเชิงชู้สาว

หารู้ไม่ว่าเวลานี้ภควัตรักอัญมาเต็มหัวใจไปแล้ว ทั้งรักและผูกพัน นั่งเฝ้าเธอที่ยังไม่ฟื้น พร่ำถามแต่ว่าเธอยังอยู่ในโลกนี้ใช่ไหม กลัวเหลือเกินว่าเธอจะกลับไปโลกคู่ขนาน...

ooooooo

เป็นจริงอย่างที่จ่าเดชกับภควัตคิดไว้ไม่มีผิด วินิจต้องการตัวอุบลเพื่อเอามาเค้นความจริงว่าอัญมาอยู่ไหนและเป็นสายให้ตำรวจหรือไม่ แต่วินิจไม่ได้ลงมือเอง สั่งผ่านไปทางเจ๊ว่านให้สอดส่องแต่ไม่ได้บอกรายละเอียด

เพราะความรอบคอบของภควัตทำให้เจ๊ว่านที่ชวนแอนนี่มายืนชะเง้อหน้าบ้านอุบลไม่เห็นใคร บ้านปิดเงียบชวนให้สงสัยว่าสองแม่ลูกหายหัวไปไหน พอดีนวยขับมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเจอ เจ๊ว่านทำเป็นคนดีมีน้ำใจบอกว่าเห็นเพื่อนบ้านหายไปไม่ออกขายของ นึกว่าเจ็บไข้ได้ป่วยจะได้ช่วยหามส่งโรงพยาบาล

นวยรู้แกวจึงตอบคำถามทั้งคู่อย่างที่จ่าเดชเตี๊ยมให้ ผ่านไปไม่ทันไรเจ๊ว่านก็แจ้นไปรายงานวินิจถึงบ้านพร้อมด้วยแอนนี่

“ไอ้นวยมันบอกว่าไปส่งนังอุบล มันที่หมอชิต ท่าทางนังอุบลมันกลัวๆ รีบร้อนขึ้นรถไปเลยค่ะ”

“ส่วนไอ้จิ๊บ พี่สาวมันก็ไปงานศพญาติ”

วินิจฟังแล้วตอบสั้นๆว่าขอบใจ เจ๊ว่านยังคาใจถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า ทำไมถึงต้องใช้ตนไปถาม แต่พอเห็นสายตาคมกริบน่าเกรงขามของอีกฝ่าย เจ๊ว่านถึงสยองบอกปัดว่าไม่มีอะไร หมดข้อสงสัย แล้วรีบดึงแอนนี่ออกไปไม่เหลียวหลัง

วินิจมองตามสองสาวต่างวัยแล้วหันมาบอกลูกชายที่นั่งอยู่เก้าอี้ถัดไปว่า

“เมื่อเช้าคนของเราบอกว่าจ่าเดชมาป้วนเปี้ยนแถวบ้านไอ้อัญ ถามหาแม่ไอ้อัญเหมือนกัน”

“ถ้าอัญมาเป็นสายตำรวจ จ่าเดชก็ต้องรู้สิว่าอัญมาหายไป”

“ฉันยังไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น จนกว่าจะได้ข่าวว่าไอ้อัญตายเป็นศพ”

“ยังมีอีกคน ถ้ามันหายไปเราถึงจะสงสัยอัญมาได้”

อธิคมหมายถึงคู่ปรับอย่างไอ้วัตเซียนพระ...ไวเท่าความคิด อธิคมโผล่ไปที่ร้านกาแฟในชุมชน ปรากฏว่าภควัตยังอยู่ดีไม่ได้ไปไหน นั่งดูพระกับชาวบ้านอย่างครื้นเครง จ่าเดชผ่านมาเห็น แกล้งร้องถามว่ามีใครเห็นอุบลบ้าง ทุกคนส่ายหน้า จ่าเลยตะโกนถามภควัตรู้ไหมว่าอดีตแม่ยายเอ็งไปไหน

“ไม่รู้หรอกจ่า ก็ตั้งแต่น้องอัญทิ้งฉันไปควงผู้ชายล่ำๆคนใหม่ ฉันก็ไม่กล้าเหยียบบ้านป้าอุบล กลัวแกเอาสากทิ่มหน้าอีก”

“เออ ใครเจอนังอุบลบอกว่าข้าตามหาตัวให้ไปเจอข้าที่โรงพักด้วย” จ่าเดชสำทับแล้วเหลือบมองอธิคม

อธิคมไม่อยากยุ่งกับตำรวจจึงหันหลังกลับออกไป จ่าเดชสบตาผู้กองภควัต รอยยิ้มผุดพรายที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน...

กฤษณ์ไม่พอใจที่ภควัตยังปกปิดเรื่องสายของตำรวจที่โดนแทงบาดเจ็บ แถมยังเอาตัวไปดูแลกันเป็นกรณีพิเศษโดยที่ผู้การประพจน์ก็เห็นชอบ ขณะเดียวกันสุคนธรสไปป้วนเปี้ยนที่ลานกีฬาหลังจากพยายามโทร.หาภควัตแล้วติดต่อไม่ได้ เธอเดินไปเดินมาผ่านหน้าร้านเจ๊ว่านปากจัดก็เลยเป็นเรื่อง สองฝ่ายพูดจาเขม่นกันไปมาก่อนที่อธิคมจะปรากฏตัวเมื่อได้ยินเธอถามหานายวัต

อธิคมคาดคั้นสุคนธรสว่ารู้จักไอ้วัตได้ยังไง มันเป็นใคร รู้จักกันที่ไหน...หญิงสาวไม่พอใจสะบัดเสียงใส่ว่าตนไม่ใช่ลูกน้องของเขา ทำไมต้องตอบคำถามด้วย

คำพูดยอกย้อนนั้นทำให้อธิคมโมโหบีบแขนสุคนธรสอย่างแรง ส่วนเจ๊ว่านกับแอนนี่ก็สาระแนได้โล่ เสนอหน้าคุยโวว่าอธิคมเป็นลูกชายพี่บังคนใหญ่คนโตที่นี่ สุคนธรสโต้กลับว่าไม่กลัว แต่พอโดนอธิคมกระชากแขนแล้วบีบซ้ำก็เจ็บหน้าเหยเก ตอบอ้อมแอ้มว่า

“ก็วัตเค้าเป็น...เป็นคนดูแลลานกีฬาของคุณอรรณพน่ะสิ”

“นี่แก เรื่องนี้เขารู้กันทั้งชุมชน ไอ้ด่างไอ้ดำหมาแมวมันยังรู้เลย แกจะมาพูดทำไม” เจ๊ว่านจีบปากด่า

“อ้าว...แล้วจะให้ฉันตอบว่าอะไร คิดว่าฉันรู้จักวัตในฐานะอะไร บ้าเหรอ คนระดับนั้น ฉันยอมทำงานด้วยก็บุญแล้ว”

“ถ้าแกโกหกฉัน แก...”

“อย่ามาขู่ ฉันไม่กลัวแกหรอก ไม่ว่าแกจะเป็นลูกใคร ฉันบอกเลย คนอย่างสุคนธรสไม่เคยกลัว”

พูดจบเธอสะบัดหน้าเดินคอตั้งออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้อธิคมมองตามตาวาววับ จนแอนนี่เดาไม่ถูกว่าแค้นหรือติดใจกันแน่...ฝ่ายสุคนธรสที่ทำใจดีสู้เสือ พอเดินพ้นพวกเขามาก็เป่าปากโล่งอก พูดกับตัวเองว่า

“เกือบไปแล้ว ถ้าอธิคมจับได้ตายแน่ๆเรา นี่น่ะ เหรออธิคมที่กฤษณ์กับวัตกำลังจะรวบตัว หน้าตาก็ดีไม่น่าเลวเลย”

เธอเดินไปบ่นไปก็เลยไม่ทันระวังมอเตอร์ไซค์ที่นวยขับมา นวยกดแตรและเบรกแทบไม่ทัน ขณะที่สุคนธรสตกใจร้องด่าไอ้บ้า ขับรถประสาอะไร

“อ้าว...ทำไมต้องด่ากันด้วยเจ๊ ก็ขับประสาคนน่ะสิ แล้วเจ๊น่ะเดินประสาอะไร ถนนนะไม่ใช่ห้างจะได้เดินหน้าตั้งไม่มองใคร ดูรถมั่งสิเจ๊”

“อย่ามาเรียกฉันเจ๊นะ ทะลึ่ง”

“จะให้เรียกอะไรล่ะเจ๊ ป้าหรือน้า”

“ไม่ต้องเรียกอะไรทั้งนั้น ฉันไม่รู้จักแก คนแถวนี้เหมือนกันหมด ไม่มีมารยาท” ด่าเสร็จก็เดินเชิดหน้าจากไปราวกับนางพญานกกระยาง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อั้ม-มิกค์ พาฟินโดนใจแฟนละคร "จากศัตรูสู่หัวใจ" เรตติ้งแรง 6.1

อั้ม-มิกค์ พาฟินโดนใจแฟนละคร "จากศัตรูสู่หัวใจ" เรตติ้งแรง 6.1
25 พ.ย. 2563

08:50 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12:21 น.