ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คีตโลกา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ร้อยตำรวจเอกภควัตสะดุ้งตื่นกลางดึก เนื่องจากฝันร้ายถึงเหตุการณ์ที่ยังจดจำติดตาในวัยเด็กขณะทานอาหารอยู่กับครอบครัว

พ่อ แม่ และพี่สาวของเขาถูกคนร้ายจ่อยิงอย่างโหดเหี้ยม โชคดีที่ตัวเขาซึ่งตอนนั้นหกขวบมุดลงไปใต้โต๊ะและมีชายหนุ่มพลเมืองดีเข้ามาช่วย แต่เขาคนนั้นกลับต้องมาถูกฆ่าตายเสียเอง

ภควัตอาศัยอยู่กับลุงอภิกานต์ที่เป็นรัฐมนตรีและคุณหญิงวรจันทร์ป้าแท้ๆของเขา ทั้งคู่รับหลานชายมาดูแลหลังเกิดเหตุการณ์โหดร้ายที่ครอบครัวของหลานถูกแก๊งค้ายาเสพติดฆ่ายกครัว

ลุงกับป้าให้ความรักและดูแลภควัตอย่างดีเสมือนลูกคนหนึ่ง ขณะที่ขวัญอนงค์ลูกสาวของลุงกับป้าก็เคารพนับถือเขาเหมือนพี่ชายแท้ๆ บ้านหลังใหญ่ของรัฐมนตรีอภิกานต์จึงเป็นที่อยู่ที่กินของภควัตตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเรียนจบและมีงานทำมั่นคง ภควัตก็ยังอยู่ในรั้วเดียวกันกับลุงป้า แต่มีบ้านหลังเล็กแยกมาอยู่คนเดียวเป็นสัดส่วน ถึงเวลาอาหารก็จะเดินไปกินที่บ้านใหญ่พร้อมหน้าพร้อมตา

เช้านี้ก็เช่นกัน ภควัตร่วมโต๊ะอาหารกับลุงป้าและขวัญอนงค์เหมือนเดิม แต่เพราะเมื่อคืนฝันร้าย เช้านี้สีหน้าของเขาเลยไม่สู้ดี และจากคำพูดของเขาที่สำนึกเสมอว่าลุงกับป้ามีบุญคุณรับเด็กกำพร้าอย่างเขามาเลี้ยงดู ทำให้ท่านทั้งสองมั่นใจว่าภควัตยังไม่ลืมเรื่องราวร้ายๆในอดีต

“ป้าอยากให้วัตลืมเรื่องเก่าๆไปนะ ความแค้นไม่ได้ช่วยให้คนเราเดินไปข้างหน้าได้ มันเป็นหลุมบ่อ เป็นกับดักที่คอยจะฉุดรั้งเราให้ตกต่ำ ทำสิ่งผิดๆ วัตต้องปล่อยวางอดีต ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดทุกวัน แล้วอนาคตของวัตก็จะมีแต่ความสุข”

“ครับคุณป้า” ภควัตตอบไม่เต็มเสียงนัก เพราะในใจยังอยากจะแก้แค้นคนที่ฆ่าครอบครัวตนเอง

หลังอาหารมื้อเช้า ภควัตไปถวายสังฆทานที่วัดเนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบที่พ่อ แม่ และพี่สาวจากเขาไป

“ผมไม่เคยลืม ใจผมอยากแก้แค้นพวกมัน ไอ้พวกค้ายาเสพติด”

“ทำใจให้สงบนะโยมภควัต พ่อแม่และพี่สาวของโยมหมดกรรมแล้ว” หลวงพ่อเตือนสติเสียงเรียบ

“ผมทำไม่ได้จริงๆครับหลวงพ่อ เมื่อคืนผมยังฝันถึงวันนั้น...วันที่พวกค้ายามันเอาชีวิตทุกคนในครอบครัวผมไป”

หลวงพ่อเพ่งมองนายตำรวจหนุ่ม และเห็นอนาคตที่เขากำลังจะต้องเผชิญ

“คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกรรมติดตัว ต่อไปโยมจะต้องเจอกับเรื่องที่ไม่คาดฝันเพราะกรรมที่ผูกพันกันมา”

“เรื่องไม่คาดฝันอะไรหรือครับ”

ลมพัดมาวูบใหญ่ในโบสถ์ เทียนดับทุกดวง ภควัต มองไปรอบๆแล้วอยากซักต่อ แต่หลวงพ่อหลับตานิ่งชิงพูดเสียก่อนว่า

“จำไว้นะโยม สุขทุกข์สิ่งใดย่อมเกิดจากใจ”

“สุขทุกข์สิ่งใดย่อมเกิดจากใจ” ภควัตทวนคำแล้วก้มลงกราบ พอเงยขึ้นมาก็ไม่เห็นหลวงพ่อนั่งอยู่ตรงหน้า เหลียวมองหารอบตัวก็ไม่พบ กระทั่งชะเง้อออกไปนอกโบสถ์ เห็นท่านมองมา ชายหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ หันกลับมาสีหน้ากังวล ทวนคำที่หลวงพ่อบอก

“เรื่องที่ไม่คาดฝัน กรรมผูกพัน ใครผูกพันกับใคร”

พลันเสียงโทรศัพท์มือถือแผดเสียง นายตำรวจหนุ่มเลยหลุดจากภวังค์ความสงสัย กดรับสายแล้วกรอกเสียงลงไป “พวกมันเคลื่อนไหวแล้วใช่มั้ย จับตาดูไว้ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

ooooooo

หน้าโรงแรมหรู คุณหนูอัญมากำลังกรีดกรายลงจากรถตู้ โดยมีสาวใช้สามคนหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางที่มีเครื่องสำอางแน่น และชุดราตรียาวสวยงามหลายชุดชักแถวตามหลังเข้าไปภายในโรงแรม

อัญมา...คุณหนูไฮโซผู้เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ คุณสมบัติ รวมไปถึงทรัพย์สมบัติมหาศาลเพราะเป็นทายาทเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีในเมืองไทย เรียนจบจากสถานศึกษาชั้นนำระดับโลกจนได้ปริญญาถึงสองใบ นิสัยเย่อหยิ่ง เจ้าอารมณ์ ดูถูกคน ไม่ใส่ใจคนที่คิดว่าอยู่ในระดับที่ด้อยกว่า

ด้วยนิสัยในทางลบนั้นทำให้อัญมาไม่เป็นที่ปลาบปลื้มของใครต่อใคร โดยเฉพาะสุคนธรสซึ่งเป็นเพื่อนกัน หรือแม้แต่แนนนี่ กะเทยเจ้าของห้องเสื้อที่ต้องการให้เธอมาเดินชุดฟินาเล่ในงานคืนนี้

“ตายๆๆๆ ตายแล้ว งานจะเริ่มแล้ว นางแบบชุดฟินาเล่ของฉันทำไมป่านนี้ยังไม่โผล่หัวมา ไม่ทราบว่ากำลังมุดหัวอยู่รูไหน” แนนนี่กรีดเสียงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง พอเห็นสุคนธรสเดินเข้ามาในชุดพร้อมเดินแบบก็จิกหน้าใส่อย่างพาลๆ “ยังไงคะ น้องสุคนธรส คุณหนูอัญมาเพื่อนรักของคุณน้องจะมาเดินแบบชุดฟินาเล่ของพี่แน่หรือเปล่า ซ้อมก็ไม่มาซ้อม นี่โชว์กำลังจะเริ่มแล้ว”

“คุณหนูอัญมาเขาก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ชอบทำตัวให้มีปัญหา”

“แต่พี่ไม่ชอบคนมีปัญหา ถ้าเบี้ยว พี่จะให้น้องสุคนธรสใส่ชุดฟินาเล่แทนไปเลย”

สุคนธรสดีใจแต่แสร้งปฏิเสธ “จะดีเหรอคะ เดี๋ยวอัญมารู้เข้า เขาจะเสียใจนะคะ”

“คนอย่างอัญมาไม่เคยเสียใจกับเรื่องเล็กๆเหมือนฝุ่นติดส้นสูงหรอกค่ะ”

คำพูดประโยคนั้นทำให้ทุกคนในห้องแต่งตัวหันขวับไปมองตรงประตูโดยพร้อมเพรียง

อัญมาก้าวเข้ามา ด้านหลังคือสาวใช้สามคนที่ถือสิ่งของและตามถ่ายภาพนิ่งและภาพวีดิโอ สุคนธรสเปลี่ยนสีปรับตัวกะทันหัน ปั้นหน้าดีใจขึ้นมาทันที

“มาแล้วค่ะ อัญมา...นางเอกของงาน”

อัญมาเดินมาเผชิญหน้าแนนนี่ ถามว่าชุดไหนที่จะให้ตนใส่ สไตลิสต์หยิบชุดมายืนข้างแนนนี่ที่ปั้นหน้ายิ้มหวานเอาใจคุณหนูอัญมา

“พี่ปลื้มสุดๆเลยค่ะที่คุณหนูอัญมาให้เกียรติมาเดินชุดฟินาเล่ แต่ยังไงพี่ขอเร็วนิดส์นะคะ ใกล้ถึงเวลาโชว์แล้ว”

“อัญมายังไม่พร้อมก็ยังเริ่มงานไม่ได้”

คำตอบของอัญมาทำเอาทุกคนอึ้งเหวอ แต่หล่อนเชิดหน้าไม่แคร์ใคร พูดลอยๆให้เลื่อนเวลาออกไปก่อน ยังไงงานนี้สื่อก็มาดูตนมากกว่าอยู่แล้ว

ooooooo

บรรยากาศในห้องจัดงานคึกคัก ผู้คนมากหน้า หลายตาเข้ามาจับจองที่นั่งใกล้เวที ในจำนวนนี้จิรายุมากับอนุรุท สายตาสาวๆพากันมองสองหนุ่มหน้าตาดี สาวไฮโซคนหนึ่งรีบเข้าไปทักเสียงหวาน

“ดีใจจังเลยค่ะที่ได้เจอคุณจิรายุ ชอบดูแฟชั่นโชว์เหมือนกันเลยค่ะ”

จิรายุยิ้มยังไม่ทันตอบ อนุรุทชิงตอบเสียเองว่า “คุณจิรายุมาให้กำลังใจนางแบบชุดฟินาเล่น่ะครับ”

สาวเจ้าชะงัก อารมณ์ขุ่นมัวทันที เดินเชิดหน้ากลับไปนั่งที่ของตัวเอง จิรายุอมยิ้มหันมากระเซ้าอนุรุทว่า

“ผมต้องให้รางวัลเลขายอดเยี่ยมกับคุณซะแล้วอนุรุท...รู้ใจผมไปทุกอย่าง”

“อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ทำเป็นทักเพราะหวังจะจิกคุณทั้งนั้น”

จิรายุหัวเราะเบาๆไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ แล้วเดินมานั่งที่ตัวเอง ทักทายพันตำรวจโทกฤษณ์ที่เดินมานั่งใกล้ๆ

“อ้าว สารวัตรกฤษณ์ หนีราชการจับผู้ร้ายมาดูนางแบบเหมือนกันเหรอครับ”

กฤษณ์...แฟนของสุคนธรสยิ้มหล่อ เอ่ยยิ้มๆว่าขืนไม่มาโดนแฟนเอาเรื่องแน่

เวลาเดียวกันนั้นในห้องแต่งตัว สุคนธรสกำลังปากหวานชื่นชมอัญมาว่าเป็นดาวเด่นของงาน ทั้งที่ลึกๆในใจ หมั่นไส้ซะเต็มประดา

ถึงเวลาเริ่มโชว์แล้วแต่อัญมายังแต่งตัวไม่เสร็จ แนนนี่เดินเป็นหนูติดจั่น พลางเหลือบมองอัญมาที่ยังแต่งหน้าอย่างสบายใจเฉิบ ไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจใดๆเลย

“ไหนขอดูหน่อยสิคะว่าจะให้อัญมาใส่เครื่องประดับอะไร” สาวโฮโซเปล่งเสียง พอเห็นเครื่องประดับในกล่องที่แนนนี่หยิบยื่นมาก็มองด้วยหางตาซะงั้น “จะให้อัญใส่ของก๊อปเนี่ยเหรอคะ ไม่ใส่ค่ะ อัญไม่ใส่ของก๊อปแบบนี้ ถึงจะเกรดเอก็ตาม”

ทุกคนที่ได้ยินสีหน้าหมั่นไส้ สาวใช้ของอัญมาเดินเข้ามาพร้อมกล่องเครื่องประดับอย่างรู้งาน อัญมาหยิบสร้อยเพชรเส้นใหญ่น้ำงามเล่นไฟระยับออกมา

“คนอย่างอัญมา พิบูลย์สุวรรณ ต้องใส่แต่ของมีระดับเท่านั้น”

“ค่ะ อยากใส่อะไรก็ใส่เลยค่ะ ไม่ขัดข้อง โชว์จะได้เริ่มสักที” แนนนี่กระแทกเสียงแล้วสะบัดหน้าพรืดไป อัญมาเหยียดยิ้มไม่ใส่ใจ หันกลับมามองเงาแสนสวยของตัวเองในกระจกอย่างมั่นใจ

ooooooo

นางแบบทยอยเดินออกสู่เวทีในชุดสวย แขกทุกคนจับจ้องมองมาไม่วางตา จนกระทั่งถึงคิวสุคนธรสนางแบบก้านยาว เธอยืนโพสท่าสง่างาม กฤษณ์ยิ้มกว้างปรบมือเสียงดังเลยโดนจิรายุแซวว่าเห่อแฟนเหมือนกัน

ขณะที่บรรยากาศภายในห้องจัดงานกำลังคึกคัก อีกห้องที่มีปารตี้ของหนุ่มสาวไฮโซก็สนุกสุดเหวี่ยงไม่แพ้กัน พวกเขาเมายาเสพติดสารพัดชนิด โดยไม่รู้ว่าเวลานี้ตำรวจซึ่งนำโดยภควัตกำลังจะบุกจู่โจมจับกุม

ภควัตมาพร้อมพลภัทรคู่หูปฏิบัติงานด้านยาเสพติด และตำรวจอีกสองนาย ทั้งหมดเข้าจับกุมแก๊งปาร์ตี้ยา แต่มีหนุ่มคนหนึ่งวิ่งหนีไปได้ ภควัตจึงไล่กวดไปถึงห้องจัดงานแฟชั่นโชว์

หนุ่มไฮโซวิ่งหนีไปบนเวทีที่อัญมากำลังวาดลีลาในชุดฟินาเล่ ภควัตต้องการจับเขาให้ได้จึงไม่สนใจนางแบบสาวสวยที่อยู่กลางเวที กฤษณ์เห็นเพื่อนเก่าอย่างภควัต

ก็ตะลึง เพราะเคยมีเรื่องกินใจกันมาก่อน เขาร้องบอกทุกคน ในห้องให้หมอบลง

อัญมาตกใจและเต้นเร่าๆเมื่อภควัตดันร่างเธออย่างแรงก่อนจะวิ่งตามหนุ่มไฮโซขี้ยาคนนั้นออกไป

“มันเป็นใคร ไอ้บ้ากับตำรวจนั่นมันเป็นใคร กล้าดียังไงถึงมาทำลายโชว์ของอัญมา ดูสิคะจิรายุ นักข่าวสนใจมันมากกว่าอัญมา” หญิงสาวกรี๊ดกระจายจนจิรายุแอบสะดุ้ง แสบแก้วหู

ooooooo

ในคฤหาสน์หรูของอรรณพกับภรณีพ่อแม่ของอัญมา ทั้งคู่สีหน้ากังวลหลังรู้เรื่องตำรวจไล่จับยาเสพติดจากจิรายุและสุคนธรสที่พาอัญมามาส่ง

“ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือเปล่า เที่ยวมาไล่จับยาเสพติดกลางโรงแรมขนาดนี้”

“นั่นน่ะสิครับ ถ้าแขกในงานโดนลูกหลงขึ้นมา ไม่รู้จะจ่ายค่าทำขวัญไหวมั้ย”

อรรณพมองจิรายุอย่างไม่ชอบหน้า บอกว่าตำรวจก็ต้องทำหน้าที่ของเขา เราสมควรจะโทษพวกลูกเศรษฐีเสเพลมากกว่า หาเรื่องเดือดร้อนมาให้พ่อแม่อับอาย

“ลูกอัญคงจะขวัญเสียแย่” ภรณีโอบกอดลูกสาวด้วยความเป็นห่วง

“อัญไม่กลัวมันหรอกค่ะ เพราะถ้ามันแตะอัญ อัญจะให้ทนายส่งมันไปติดคุกตลอดชีวิต”

“จริงค่ะ ใครกล้าทำคุณหนูอัญมา รสจะให้สารวัตรกฤษณ์แฟนรสขังลืมมันซะเลย”

“น้าว่าอโหสิกันแค่นี้เถอะ เขาถูกตำรวจจับก็ต้องรับโทษของเขาอยู่แล้ว ขอบใจหนูรสกับจิรายุมากนะที่มาส่งหนูอัญ” ภรณีส่งยิ้มให้ทั้งคู่

“อัญคงเหนื่อยแย่แล้ว เรากลับกันเถอะค่ะ จิรายุ”

สุคนธรสรีบตัดบทแล้วยกมือไหว้ลาอรรณพกับภรณี จิรายุเลยต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้...ทันทีที่พวกเขาออกไป อัญมาที่เกิดความสงสัยก็เอ่ยปากถามพ่อว่าทำไมไม่ชอบจิรายุแฟนของตน ทั้งที่เขาเป็นคนดี

อรรณพไม่ตอบ หันหลังเดินขึ้นบ้านไปหน้าตาเฉย ภรณีมองตามสามีแล้วหันกลับมาสบตาลูกสาวด้วยสีหน้าลำบากใจ

จิรายุเดินหน้าตูมตึงออกมาหน้าบ้าน สุคนธรสเข้าใจความรู้สึกของเขา เตือนเบาๆว่า

“จะเอาชนะใจคุณอรรรณพ ว่าที่พ่อตาเศรษฐีพันล้านมันก็ลำบากหน่อยนะจิรายุ”

“เราเป็นญาติกันนะสุคนธรส เธอต้องช่วยฉัน”

“ฉันไม่อยากได้ยายคุณหนูอัญมาหัวสูงมาร่วมเป็นวงศาคณาญาติหรอกนะ”

“อ้าว...เห็นสนิทยังกับเพื่อนรักตายแทนกันได้”

“จำใจหรอกย่ะ ไม่มีฉัน ยายอัญมาก็ไม่มีใครคบหรอก หัวสูงทะลุเพดานอย่างงั้น วันนึงตกสวรรค์ลงมา คอยดูเถอะ มีแต่คนจะบี้ให้จมดิน” ว่าแล้วสุคนธรสเดินเชิดออกไป จิรายุได้ฟังก็เซ็งยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ooooooo

คืนเดียวกันที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หนุ่มสาวไฮโซถูกตำรวจควบคุมตัวได้หลายคน แต่ไม่ทันไรก็มีทนายตามมา

“พวกมึงยังไม่รู้ใช่ไหมว่าพ่อกูเป็นใคร” หนุ่มไฮโซที่ถูกภควัตจับตัวได้ตะโกนท้าทาย

“ต่อให้พ่อแกใหญ่แค่ไหน เราก็จะลากแกเข้าคุก” ภควัตตอบโต้อย่างไม่กลัว พลภัทรมองตามไฮโซกลุ่มนั้นแล้วส่ายหน้าเอือมๆ ก่อนหันกลับไปคุยกับภควัต

“ดีนะครับที่จับได้คาหนังคาเขา ทั้งอุปกรณ์ทั้งของ ไม่งั้นทนายต้องช่วยจนพวกมันดิ้นหลุดแน่ๆ”

“เราต้องได้ชื่อคนที่ขายยาให้พวกมัน ถึงจะกวาดล้างไอ้พวกเดนนรกค้ายาให้สิ้นซาก”

“ผู้กองนี่เกลียดพวกค้ายามากนะครับ”

“ใช่ ผมเกลียดยาเสพติด มันทำลายคน ทำลายสังคม เราปล่อยให้มันระบาดไปทุกพื้นที่ไม่ได้ สังคมเราต้องไม่อ่อนแอเพราะมีแต่คนติดยา” ภควัตกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น เต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ของตำรวจที่ดี

แต่แล้วเช้าวันถัดมาก็มีเรื่องให้ภควัตอึดอัดขัดใจ เมื่อรัฐมนตรีอภิกานต์กับคุณหญิงวรจันทร์เอ่ยปากขอร้องบางอย่าง โดยที่ขวัญอนงค์ก็ร่วมรับฟังอยู่ด้วยความเห็นใจพี่ชาย

“ลุงรู้ว่าไม่ควรจะพูดเรื่องนี้ แต่ที่เราจับเมื่อวานน่ะเป็นกลุ่มลูกชายรัฐมนตรีพรรคเดียวกับลุงนะวัต”

“ผมไม่ทราบหรอกครับว่าพ่อเขาจะใหญ่แค่ไหน แต่เราตามเขามานาน แล้วก็เชื่อได้ว่าเขาตั้งตัวเป็นเอเย่นต์ ขายยาในกลุ่มลูกหลานเศรษฐีไฮโซ ดารา นางแบบ”

“แล้วจะให้คุณลุงทำยังไงล่ะวัต เมื่อคืนพ่อแม่เขาโทร.มาขอกับคุณลุง”

“คุณป้าครับ ผมขอยืนยันครับว่าผมทำตามหน้าที่ เราต้องเห็นแก่ประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ก่อนนะครับ”

“ป้ารู้ แต่ที่ขอเพราะอยากให้เห็นแก่คุณลุงสักครั้ง หลานชายรัฐมนตรีอภิกานต์จับลูกชายรัฐมนตรีพรรคเดียวกัน แล้วจะมองหน้ากันยังไง”

“ถ้ามีเวลาสั่งสอนลูกบ้าง ไม่ได้เอาแต่เลี้ยงลูกด้วยเงิน เหตุการณ์นี้ก็คงไม่เกิดขึ้น”

“เรื่องนั้นป้าก็รู้ แต่ในเมื่อพ่อแม่เขาโทร.มาขอร้อง เขารับปากว่าจะใส่ใจลูกให้มากกว่านี้ เราจะไม่ให้โอกาสเขาเลยเหรอ เรื่องแค่นี้วัตทำให้คุณลุงไม่ได้ใช่ไหม”

“ผมรู้ ผมจดจำเสมอครับ บุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของคุณลุงคุณป้าที่ช่วยเลี้ยงผมมา...พ่อผมเป็นตำรวจปราบปราม พวกค้ายาเสพติดมันเสียผลประโยชน์ ถึงหมายหัวแล้วก็ฆ่าเราทั้งครอบครัว ใครที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ผมจะไม่ละเว้น”

“ป้ารู้ว่าเธออุทิศชีวิตตำรวจเพื่อปราบพวกค้ายา แล้วป้าก็ไม่ได้จะลำเลิกบุญคุณ แค่ขอให้ครั้งนี้วัตเห็นแก่คุณลุงบ้าง”

“พอแล้ว...คุณวรจันทร์ ผมเป็นรัฐมนตรี รัฐมนตรีอภิกานต์มีหน้าที่ทำงานรับใช้ประชาชนเหมือนตำรวจอย่างวัต ผมก็ควรจะนึกถึงผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ก่อนพรรคพวก”

ภควัตยกมือไหว้ขอบคุณอภิกานต์ที่เข้าใจตนแล้วเดินออกไป ขวัญอนงค์รีบก้าวตาม ทิ้งให้วรจันทร์กับอภิกานต์ยืนพ่นลมหายใจหนักหน่วง

“ฉันห่วงเหลือเกินค่ะคุณ ห่วงว่าสักวันตาวัตจะต้องเดือดร้อนเพราะอุดมการณ์ที่ดีของเขา ที่ฉันขอเขาก็เพราะกลัวแทนเขาจริงๆ”

ภควัตเดินลิ่วออกมาหน้าบ้าน...เสียงเรียกของขวัญอนงค์หรือน้องทำให้เขาหันกลับมาถามเธอว่า “คุณน้องจะให้พี่ทำอะไรหรือครับ”

“วันนี้เพื่อนน้องเปิดร้านอาหาร พี่วัตพาน้องไปหน่อยนะคะ”

ชายหนุ่มไม่ทันตอบ เสียงมือถือดังขึ้นเสียก่อน เขากดรับแล้วรีบร้อนออกไปเพราะมีงานด่วน ขวัญอนงค์เลยได้แต่ยืนหน้าจ๋อย ตะโกนไล่หลังพี่ชายให้ระวังตัวด้วย

วรจันทร์กับอภิกานต์เดินออกมาเมียงมองภควัตขึ้นช็อปเปอร์คันงามออกไป ขวัญอนงค์หันกลับมาหาพ่อแม่ บอกท่านว่าพี่วัตตั้งใจจะปราบพวกค้ายาให้หมด ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากๆ

“คุณคะ มีทางไหนที่จะดึงตาวัตให้ห่างพวกค้ายาได้บ้างไหมคะ”

“ตาวัตเขาเลือกเป็นตำรวจนะคุณวรจันทร์”

“ฉันรู้ว่าเขาบ้าระห่ำเพราะฝังใจที่ครอบครัวถูกพวกค้ายาฆ่า ฉันถึงกลัวว่าตาวัตจะไม่เสียดายชีวิต ฉันไม่อยากเสียหลานชายดีๆอย่างตาวัตไป”

“คุณพ่อขอตัวพี่วัตไปทำงานด้วยสิคะ”

“ก็ต้องถามความสมัครใจของเขาก่อนนะ ตาวัตน่ะบังคับไม่ได้ เราก็รู้กันอยู่”

ฟังสามีแล้ววรจันทร์ยิ่งหนักใจ เป็นห่วงหลานชายเหลือเกิน

ooooooo

อัญมากับภควัตเจอกันอีกครั้งในห้างสรรพสินค้า...

ภควัตและตำรวจนอกเครื่องแบบกลุ่มหนึ่งตามจับกุมพ่อค้ายาเสพติดที่ใช้ลูกสาวตัวน้อยเป็นเกราะกำบังในการส่งยา ส่วนอัญมามาเดินช็อปปิ้งอยู่กับจิรายุแล้วตกอยู่ในเหตุการณ์อย่างไม่ทันตั้งตัว

หญิงสาวจำนายตำรวจหนุ่มคนนี้ได้ แต่จิรายุไม่ยอมให้เธอได้ทักทายเขาสักนิด รีบดึงตัวเธอออกจากเหตุการณ์ร้ายแรงเพราะคนร้ายยิงต่อสู้ตำรวจ และเกือบจะโดนลูกสาวตนเองถ้าภควัตไม่เอาร่างรับกระสุนแทน

ขวัญอนงค์ตกใจมากเมื่อทราบข่าวภควัตถูกยิง เธอรุดมาที่โรงพยาบาลแล้วต่อว่าพี่ชายเสี่ยงตายเกินไป แต่ภควัตบอกตนไม่เป็นไร ห่วงแต่เด็กคนนั้น พอพลภัทรรายงานว่าเด็กปลอดภัยตอนนี้อยู่กับแม่ ภควัตค่อยสบายใจ แต่แล้วก็เครียดขรึมขึ้นมาใหม่เมื่อได้ยิน

พลภัทรบอกว่าคนร้ายที่ตามจับอยู่กลุ่มไอ้อธิคมภควัตจำได้แม่นยำว่าตนส่งอธิคมเอเย่นต์ยาเสพติดเข้าคุกไปเมื่อปีที่แล้ว ไม่คาดคิดว่าวันนี้มันจะยังมีเครือข่ายอยู่อีก

แน่นอน! เครือข่ายของอธิคมยังแน่นปึ้กเพราะมีนายวินิจหรือพี่บังเป็นหัวเรือใหญ่ วินิจเปิดค่ายมวยบังหน้าการค้ายาเสพติด และเขากำลังรอการกลับมาของลูกชายที่จะพ้นโทษในเร็ววันนี้

ด้านอัญมา หลังเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญ หล่อนยังมีแก่ใจนัดดินเนอร์กับจิรายุ แต่ไม่คาดฝันว่าจะได้พบสุคนธรสกับกฤษณ์ที่ร้านอาหารเดียวกัน แถมกฤษณ์ยังคุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงานต่อหน้าเพื่อนฝูงหลายคน รวมทั้งอัญมาและจิรายุด้วย

อัญมายอมไม่ได้ที่จะโดนเพื่อนสาวชิงตัดหน้าแต่งงานก่อน เมื่อกลับถึงบ้านจึงบอกพ่อแม่ว่าเธอจะแต่งงานกับจิรายุ อภิกานต์ไม่เห็นด้วยเพราะมีเหตุผลที่ไม่อาจบอกใครได้ เขาคัดค้านหัวชนฝาแต่ลูกสาวดึงดันเอาแต่ใจ จนกระทั่งได้ไปเห็นกับตาว่าแฟนหนุ่มของตนเป็นเกย์ รักชอบอยู่กับอนิรุทเลขาส่วนตัว

อัญมาเสียใจมากและรับไม่ได้ที่จิรายุต้องการแต่งงานกับเธอเพราะหวังทรัพย์สมบัติ เธอถอยออกจากหน้าประตูห้องทำงานของเขาอย่างเงียบเชียบด้วยใจที่แตกสลาย ร่ำไห้น้ำตานองหน้า

ooooooo

ความจริงเกี่ยวกับจิรายุทำให้อัญมาชอกช้ำระกำใจเป็นที่สุด ผู้ชายที่เธอรักหลอกลวงเธอมาตลอด เธอเสียใจในความโง่และหยิ่งผยองของตัวเอง

ด้วยอารมณ์ชั่ววูบทำให้เธอเหนี่ยวตัวขึ้นไปบนราวสะพาน แต่เสี้ยวนาทีต่อมาเธอกลับคิดได้ แต่เหมือนโชคชะตาไม่เป็นใจ มีเหตุให้เธอเสียหลักลอยละลิ่วดำดิ่งลงสู่ผืนน้ำ

แต่เมื่อฟื้นคืนสติ อัญมากลับต้องตกใจเมื่อพบร่างกายที่เคยสวยงามของเธอกลับกลายเป็นผอมเกร็งดูขี้โรค มือเรียวสวยกลายเป็นกระดำกระด่าง บางนิ้วคล้ายถูกไฟเผาเป็นรอยด้าน แต่ใบหน้านั้นคือเธอชัดๆ

อัญมากรีดร้องเมื่อรับรู้ว่าเธอเปลี่ยนไปและชีวิตนี้ไม่สามารถรับตัวเองได้ อีกทั้งคนมากมาย ทั้งจ่าเดช นางอุบล และจริยาที่เหมือนรู้จักเธอในร่างนี้ดีกลับเรียกเธอว่า “ไอ้อัญ”

ไอ้อัญ...เด็กสาวจากชุมชนแออัดที่บังเอิญกำลังจะโดดน้ำตายในเวลาเดียวกันกับอัญมา ร่างของสองคนที่ใบหน้าเหมือนกันมากสลับร่างกันอย่างน่าอัศจรรย์!

ภายในห้องผู้ป่วยรวม อัญมาในร่างของไอ้อัญค่อยๆยันตัวขึ้นนั่ง สายตามองไปรอบๆเห็นผู้ป่วยคนอื่นสภาพยากจน นอนเตียงใกล้ๆ เรียงกันไปจนสุดห้อง

“ที่นี่ที่ไหน ฉันมานอนอยู่ในที่แบบนี้ได้ยังไง คนอย่างคุณหนูอัญมาต้องนอนในห้องวีไอพีเท่านั้น...โอย...ปวดหัวเป็นบ้า”

อัญมาจับขมับ ปวดหัวแปลบๆ พอลดมือลงก็เห็นมือที่กระดำกระด่างและมีรอยไหม้จากการเสพยา

“ไม่จริง มือฉันทำไมเป็นแบบนี้ ฉันเพิ่งทำสปามือมา แต่นี่มันมือศพชัดๆ”

หญิงสาวก้มลงสำรวจตัวเองแล้วแทบช็อก เสื้อผ้าเธอมอมแมม ผมก็สั้นลง ร่ำร้องว่าไม่จริง เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่

อัญมาหันรีหันขวาง เห็นคนไข้เตียงข้างๆเป็นผู้หญิงคราวป้านั่งส่องกระจกถอนผมหงอกอยู่ ก็โผนเข้าไปคว้ากระจกมาส่องตัวเองทันที

หน้าตาของคนในกระจกทำให้อัญมาอ้าปากค้าง...สภาพเธอทรุดโทรมไม่มีเค้าความสดชื่นสวยงามหรูหราอยู่เลย อัญมาถึงกับเขวี้ยงกระจกทิ้ง ไม่สนใจเสียงโวยของป้าที่ด่าทอ

เธอวิ่งหนีออกจากห้องผู้ป่วยด้วยความรู้สึกงงงวยและสับสน จ่าเดชกับภควัตยืนคุยกันอยู่แถวนั้นยังไม่ทันเห็น

“จ่าบอกว่าเด็กที่จมน้ำชื่ออะไรนะ”

“มันชื่อไอ้อัญ ชื่อจริงๆอัญมา แต่แถวชุมชนบัวสวรรค์น่ะใครๆก็เรียกมันไอ้อัญ ไอ้นี่มันแสบ บ้านก็อยู่ในชุมชนที่เราจะเข้าไปนั่นแหละ จนขนาดแกลบยังไม่มีเงินซื้อกิน แม่ไอ้อัญมันขายไก่ทอด แต่ไอ้อัญเนี่ยมันกระแดะไถเงินแม่ไปซื้อยาซะหมด”

“ยา?” ภควัตทวนคำหน้าเครียด

“ทำหน้าแบ๊วอีกละ ก็ยาเสพติดไงไอ้น้อง ทางเราคิดว่ามันเป็นเด็กวิ่งยอด คอยเอายาไปขายแต่จับไม่ได้แบบจังๆสักที ทำได้แค่เรียกมันไปคุยนิดๆหน่อยๆ โอย... เห็นตัวเล็กๆอย่างงี้นะ พิษสงเยอะ ปากจัดจะตาย กวนส้นอีกต่างหาก...”

จ่าเดชบรรยายไม่ทันขาดคำ ภควัตเห็นไอ้อัญของจ่าเดชวิ่งพรวดออกไปมุมหนึ่ง...สองหนุ่มต่างวัยรีบวิ่งตามออกไป พลางร้องบอกให้ผู้คนที่เดินผ่านจับตัวเธอไว้ที

อัญมาในร่างไอ้อัญตกใจผลักรถเข็นพ้นทาง แต่ภควัตกับจ่าเดชเบรกไม่ทัน ชนรถเข็นของพยาบาลอย่างแรง พอทั้งคู่ลุกขึ้นมาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของไอ้อัญเสียแล้ว

ooooooo

ในห้องผู้ป่วยวีไอพี ไอ้อัญในร่างอัญมานอนนิ่งเป็นเจ้าหญิงนิทรามีเครื่องช่วยหายใจระโยงระยาง อรรณพกับภรณียืนข้างเตียง มองสภาพลูกสาวแล้วทำใจไม่ได้ ภรณีถึงกับร่ำไห้กระซิกขณะฟังหมอรายงานผล

“สมองขาดออกซิเจนไปหลายนาที เราต้องหวังปาฏิหาริย์ที่จะทำให้คุณอัญมาฟื้นขึ้นมาครับ”

“โธ่...ลูกอัญของแม่ ทำไมถึงคิดสั้นอย่างนี้ รู้ไหมพ่อแม่ใจจะขาดอยู่แล้ว”

“หมอต้องช่วยลูกอัญของผมนะครับ ช่วยให้ลูกอัญฟื้นกลับมาเหมือนเดิม” อรรณพกล่าวกับหมอด้วยแววตาคาดคั้น หมอไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ทำหน้าลำบากใจ...

หน้าห้องน้ำโรงพยาบาล อัญมาพุ่งเข้าไปหน้ากระจก ยืนจ้องตัวเองในสภาพทรุดโทรมแล้วรับไม่ได้ถึงกับร้องกรี๊ดออกมาดังลั่น จนสองแม่ลูกที่กำลังล้างมือผงะตกใจ

“แม่จ๋า พี่เขาเป็นคนบ้าเหรอจ๊ะ”

“ไม่ใช่บ้าหรอก เปรตน่ะลูก เอะอะก็กรี๊ด”

อัญมาหันขวับไปจ้องสองแม่ลูกตาเขียวแล้วเถียงคอเป็นเอ็นว่าเปรตที่ไหนจะสวยขนาดนี้ แม่ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงรีบอุ้มลูกสาวออกไป ทิ้งอัญมายืนมองตัวเองผ่านกระจกในสภาพผมสั้นด้วยความสับสนว้าวุ่น

“หรือฉันจะบ้าไปแล้วจริงๆ นี่มันไม่ใช่ตัวฉัน นี่มันผู้หญิงคนนั้น คนที่ฉันเจอในความฝันตอนตกน้ำ หรือฉันสมองเสื่อม ไม่จริง ฉันคือคุณหนูอัญมา ฉันยังจำได้ แล้วนี่มันที่ไหน มันเกิดอะไรขึ้น ตกน้ำแล้วทำไมฉันถึงฟื้นมาอยู่ที่นี่ หรือว่าฉันนั่งยานแม่หลุดมาอีกมิติ...เป็นไปไม่ได้ นี่มันจริงซะยิ่งกว่าจริง” ว่าแล้วลองหยิกแขนตัวเอง เจ็บจนร้องลั่น “โอ๊ย! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย”

ขณะที่อัญมาซึ่งอยู่ในร่างของไอ้อัญตีอกชกตัวอยู่ในห้องน้ำ ภควัตกับจ่าเดชเจอสองแม่ลูกที่ผลุนผลันออกมาจึงรู้ว่าเธออยู่ข้างใน แต่ไม่ทันจะผลักประตูเข้าไปเธอก็เดินสวนออกมามองภควัตตาขวาง

“นาย...ที่เป็นตำรวจ ตำรวจเลือดร้อนคนนั้น ที่จับยาบ้าในงานแฟชั่นกับที่ห้าง”

ภควัตไม่ได้ทันใส่ใจว่าเคยเจอที่ไหน แต่อยากรู้ว่าเธอคิดยังไงถึงจะกระโดดสะพานฆ่าตัวตาย

“ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตายซะหน่อย ฉันกำลังยืนคิดอะไรของฉันอยู่ แล้วฉันก็โดนชนจนตกน้ำ”

“โดนชนอะไร ฉันเห็นเธอโดดลงไปกับตา”

“บอกว่าฉันไม่ได้โดด ฉันไม่ได้อยากตาย” อัญมากรีดเสียงท่าทางเอาเรื่อง ภควัตกับจ่าเดชตกใจ โดยเฉพาะจ่าเดชที่รู้จักไอ้อัญเป็นอย่างดี ถึงกับนิ่วหน้าจ้องมองเธอราวกับตัวประหลาด

ที่ห้องวีไอพี จิรายุ อนุรุท และสุคนธรสมาเยี่ยมอัญมาที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่ละคนไม่มีความสงสารคุณหนูผู้เย่อหยิ่งสักนิด แต่ต้องซ่อนเร้นความรู้สึกเพราะอยู่ต่อหน้าอรรณพกับภรณี พ่อแม่ของอัญมา

จิรายุโดนอรรณพต่อว่าที่เป็นต้นเหตุให้อัญมาคิดฆ่าตัวตายจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา เขาไม่เถียงสักคำเพราะคำพูดของอรรณพเหมือนรู้ความลับเรื่องเขาเป็นเกย์ มีแต่อนุรุทที่แสดงความไม่พอใจ ก่อนจะถูกสุคนธรสตัดบทแล้วพาออกไป

จิรายุไม่เคยรักอัญมาสักนิด คิดแต่จะกอบโกยทรัพย์สมบัติหลังจากแต่งงานกับเธอ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้ ก็เลยหงุดหงิดหัวเสีย บ่นอุบว่าทำไมไม่แต่งงานจดทะเบียนกันก่อนแล้วอัญมาค่อยโดดน้ำตาย

เวลาเดียวกันนั้น อัญมาตัวจริงที่อยู่ในร่างของไอ้อัญกำลังเผชิญหน้ากับภควัตและจ่าเดช เธอพยายามอธิบายโน้มน้าวให้ทั้งคู่เชื่อว่าเธอไม่ใช่ไอ้อัญ แต่จ่าเดชไม่เชื่อ บอกให้เธอเลิกเพ้อเจ้อแล้วก็ควรจะขอบคุณตนกับภควัตที่ช่วยเธอขึ้นจากน้ำ

“ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง...ดูปากฉัน ฉันไม่ได้ฆ่าตัวตาย คนอย่างคุณหนูอัญมา พิบูลย์สุวรรณ ต่อให้เสียใจแค่ไหน ฉันก็รู้ว่าปัญหาทุกอย่างมีทางออก เกิดมาแค่ชีวิตเดียวจะคิดสั้นฆ่าตัวตายไปทำไม”

“คุณหนู!! ฟังแล้วอยากจะถุย ดูซีรีส์เกาหลีมากไปหรือเปล่าเอ็ง”

“ไอ้บ้า ไอ้จ่าเฮงซวย”

“อ้าวเฮ้ย...ว่าใครเฮงซวย ไอ้นี่ อยากโดนซิวข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานใช่มั้ย”

“เอาซี้ กล้าแตะต้องตัวฉันแม้แต่นิดเดียว ฉันจะให้ทนายจับพวกนายเข้าคุกให้หมด”

“เดี๋ยวก่อนนะ ใจเย็นๆ เธอบอกว่าเธอไม่ใช่อัญมาที่เป็นเด็กติดยา แต่เป็น...”

“ฉัน...คุณหนูอัญมา พิบูลย์สุวรรณ ลูกสาวคนเดียวของคุณอรรณพนักธุรกิจพันล้านกับคุณภรณี ผู้ดีเก่า เจ้าของที่ดินย่านสุขุมวิทไม่รู้กี่ร้อยไร่ แล้วฉันก็เพิ่งเรียนด้าน Business Administration มาจากอเมริกา”

ภควัตอึ้ง จ่าเดชตาค้าง ทักท้วงขำๆว่าคนอย่างไอ้อัญเรียนไม่จบ ม.3 ด้วยซ้ำ แล้วจะไปจบจากอเมริกาได้ยังไง

“ระดับคุณหนูอัญมา ไม่มีทางเรียนอะไรไก่กาหรอกย่ะ”

“ไม่ไก่กา แต่เอ็งน่ะไก่เขี่ยชัดๆ ข้าล่ะอยากจะดีดเอ็งจริงๆ ไม่ไหวแล้ว...นี่ไอ้น้อง เอ็งอยากบ้าก็บ้าไปกับมันเถอะ พี่ไปก่อนล่ะ เมียบังเกิดเกล้าโทร.มาสั่งให้ซื้อน้ำเต้าหู้กลับบ้าน มัวมาเสียเวลากับคุณหนูอัญมา ป่านนี้นังยักษ์ขมูขีมันถือขวานรอจามหัวแบะแล้ว”

จ่าเดชเดินส่ายหัวออกไป ภควัตเองก็เบื่อ บอกว่าหล่อนไม่บ้าก็เพี้ยน อัญมาไม่พอใจกระชากมือเขาที่ทำท่าจะหนีอีกคน สั่งไม่ให้ทิ้งกัน แต่ชายหนุ่มสวนกลับว่าเราไม่รู้จักกัน ทำไมจะทิ้งไม่ได้

“ก็...นายบอกว่าโดดลงไปช่วยฉัน เพราะฉะนั้นนายต้องรับผิดชอบ”

“รับผิดชอบอะไร ไม่ใช่ว่าฉันต้องดูแลรับผิดชอบผู้หญิงเพี้ยนอย่างเธอไปตลอดชีวิตนะ”

“บ้าหรือไง กระจอกระดับนายดูแลฉันไม่ได้หรอก ยังไงตอนนี้นายก็ห้ามทิ้งฉันไปไหนทั้งนั้น นายต้องช่วยฉัน เป็นตำรวจใช่มั้ย ตำรวจก็ต้องรับใช้ประชาชน”

อัญมาขึ้นเสียงสั่ง ภควัตจะดึงแขนกลับแต่เธอไม่ยอม...รั้งไว้แน่น จ้องด้วยสายตาเอาเรื่อง

“นายมีมือถือมั้ย เอามา เดี๋ยวฉันจะพิสูจน์ให้ดูเองว่าเรื่องจริงมันคืออะไร ฉันจะโทร.หาคุณพ่อคุณแม่”

ภควัตยินยอม แต่อัญมาโทร.หาพ่อไม่ได้เพราะท่านปิดเครื่อง เลยเปลี่ยนไปเบอร์แม่แต่ก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน

“โทรศัพท์บ้าอะไรเนี่ย โทร.เบอร์ไหนๆก็ไม่ติด โทรศัพท์คุณน่ะเจ๊งแล้ว”

อัญมาคืนมือถือให้เขาแล้วเดินหน้าหงิกออกไป ภควัตอ่อนใจ ก้าวยาวๆตามหลังเธอมา

“นี่เธอ ยอมรับความจริงซะ ตกน้ำสมองกระทบ กระเทือนคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนู ฉันไม่มีเวลามาล้อเล่นกับเธอ เพราะฉันมีงานสำคัญต้องทำ หวังว่าคงไม่คิดสั้นจะโดดน้ำรอบสอง”

อัญมาชะงักแต่ไม่ยอมแพ้ วิงวอนขอร้องให้เขาพาเธอกลับไปส่งบ้าน แต่พอไปถึงหน้าบ้านหลังใหญ่ ยามกับสาวใช้กลับไม่ยอมให้เข้าไป หาว่าอัญมาในสภาพทรุดโทรมเป็น 18 มงกุฎ ภควัตเลยต้องลากเธอออกมาก่อนที่สองคนนั้นจะแจ้งตำรวจว่าเธอก่อกวนบุกรุกบ้านคนอื่น

“นี่คุณ ผมหมดความอดทนกับคุณแล้วนะ อ้างว่าเป็นคุณหนู มีรถ มีคฤหาสน์ แล้วยังไง ไม่เห็นมีใครรู้จักคุณสักคน ความจริงก็คือคุณชื่อไอ้อัญ บ้านคุณอยู่ชุมชนบัวสวรรค์...ชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติด”

“ไม่! ฉันไม่มีบ้านที่นั่น บ้านพักตากอากาศฉันอยู่หัวหิน ภูเก็ต เชียงใหม่ อเมริกา อังกฤษ แต่รับรองฉันไม่ได้อยู่ชุมชนบัวสวรรค์อะไรของนาย”

“ผมไม่คุยกับคุณแล้ว แยกกันตรงนี้ กลับบ้านไปซะ จะเพ้ออะไรก็กลับไปเพ้อที่บ้าน มืดกว่านี้เดี๋ยวจะพาตัวเองเดือดร้อนอีกรอบ”

อัญมายั่งกอดเข่านิ่งไม่ขยับ ภควัตจับสังเกต พลางนึกถึงเรื่องจ่าเดชเล่าให้ฟังว่าเธอคนนี้ชื่อไอ้อัญ ตำรวจคิดว่ามันเป็นเด็กวิ่งยอดของแก๊งนายวินิจหรือพี่บัง มันเป็นคนปล่อยยาแต่จับไม่ได้แบบจังๆสักที ทำได้แค่เรียกไปคุย

คิดไปคิดมาภควัตมีแผนจะปราบปรามยาเสพติดตามหน้าที่ที่โดนย้ายมารับผิดชอบชุมชนแถบนี้ จึงพูดดีกับเธอว่า “เอางี้ ถ้าวันนี้คุณยังไม่อยากกลับบ้าน ผมพาไปหาที่พักก่อนไหมล่ะ”

“ฉันขอเป็นโรงแรม 5 ดาวนะ” อัญมาต่อรองด้วยความเคยชินกับความสะดวกสบาย แต่ภควัตให้เธอได้แค่โรงพักแสนธรรมดา เพราะเขาต้องกลับไปเข้าเวร

ค่ำนั้นอัญมานอนหลับหมดแรงคุดคู้บนเก้าอี้

ยาวมุมหนึ่งในโรงพัก ภควัตเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ ถอดแจ็กเกตออกมาคลุมให้ พร้อมกับบ่นพึมพำว่าหน้าตาก็ดีไม่น่าเพี้ยนบ้าๆบอๆเลย

พอเขาเดินคล้อยหลัง อัญมาสะดุ้งรู้สึกตัวเหมือนนึกอะไรได้ “ฉันอยู่ที่นี่ แล้วผู้หญิงคนนั้น...ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน...ไม่ใช่บ้าน หรือว่าโรงพยาบาล”

เธอคิดแวบเดียวก็ลุกวิ่งออกไปทันที จุดหมายคือโรงพยาบาล ตรงเข้าไปที่ห้องวีไอพีเห็นตัวเองนอนใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่บนเตียง

“ทำไม...ทำไมร่างฉันมานอนอยู่แบบนี้...เธอสินะไอ้อัญ เธอต่างหากที่อยากตายไม่ใช่ฉัน เอาร่างฉันคืนมา เอาร่างคุณหนูอัญมาของฉันคืนมา...ที่ยืนอยู่นี่ร่างแก ไอ้อัญใช่มั้ย เอาไปสิ เอาคืนไป เอาชีวิตคุณหนูอัญมาของฉันคืนมา”

อัญมาทุบตีตัวเองโวยวายด้วยความเสียใจ พยาบาลสองคนวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น บอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว เชิญออกไปก่อน

“ไม่...ฉันไม่ไป ฉันคือคุณหนูอัญมา นั่นฉัน...ฉันคือคนที่นอนบนเตียงนั้น”

พยาบาลช่วยกันลากอัญมาออกจากห้อง เธอดิ้นสุดแรงจนหลุดจากมือพยาบาล ร่ำร้องว่าตนคือคุณหนูอัญมา บนเตียงนั่นคือไอ้อัญ...

อัญมาโวยวายสุดเหวี่ยงแล้วจะวิ่งกลับไปในห้องแต่ยามสองคนรีบมาดึงตัวลากออกมา...ส่วนอีกทางอรรณพกับภรณีเดินมากับหมอ อัญมาหันไปเห็น เรียกพ่อแม่ดังโหวกเหวก

อรรณพกับภรณีเหลียวมองแต่เห็นหน้าอัญมาไม่ชัด ถามพยาบาลที่ยืนห่างออกไปว่าใครกัน?

“ไม่ทราบคะ มาถึงก็โวยวาย พูดจาไม่รู้เรื่อง”

ภรณีเพ่งมอง อัญมาเห็นพ่อกับแม่ชัดเต็มตาแต่กลับถูกยามลากออกไปอย่างรวดเร็ว อรรณพสีหน้าไม่ไว้วางใจ กำชับหมอว่า

“ผมจะจ้างตำรวจคนของผมมาเฝ้าชั้นนี้ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง อย่าให้นักข่าวหรือคนอื่นที่ไม่ใช่ผมกับคุณภรณีหลุดรอดเข้ามาได้ ผมต้องการให้เรื่องอาการป่วยของอัญมาลูกสาวผมเงียบที่สุด”

“ครับ คุณอรรณพ” หมอรับคำโดยดี รู้สึกเห็นใจหัวอกพ่อแม่ที่ลูกสาวคนเดียวต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“วิว” สลัดภาพนางเอกสายหวาน สวมวิญญาณนางพญางูพันปี ใน “อสรพิษ”

“วิว” สลัดภาพนางเอกสายหวาน สวมวิญญาณนางพญางูพันปี ใน “อสรพิษ”
29 ม.ค. 2563
11:40 น.