ตอนที่ 9
พอเจษฎาทราบเรื่องไก่ถูกรถชนมีพลเมืองดีพาส่งโรงพยาบาล ก็รีบไปดูแล แต่ไก่ยังไม่ฟื้น เจษฎาโทร. ถามรจเรขอยู่ที่ไหน ขณะนั้นเธอกำลังเดินซื้อเสื้อผ้าอยู่กับมาร์กี้ที่ห้างสรรพสินค้า เขาจึงตามไปหา พอมาร์กี้ ลองเสื้อเดินออกมาเห็นเจษฎาก็โวยวายเอาของขว้างปาใส่
"นี่แน่ะ ไอ้คนร้าย คนนิสัยไม่ดี"
"มาร์กี้! หยุดนะ ของเสียหายหมดแล้วเห็นมั้ย" รจเรขปราม
"มอมมี่ปล่อย มาร์กี้เกลียดผู้ชายคนนี้ เค้าจะเอามอมมี่ไป ผู้ชายคนนี้จะเอาตัวมอมมี่ไป"
ผู้คนในห้างมองเจษฎากันยกใหญ่ รจเรขจึงขอให้เขากลับไปก่อน แล้วเธอจะตามไปที่โรงพยาบาล...รจเรขพามาร์กี้กลับมาส่งบ้าน แล้วรีบไปดูไก่ ไก่ฟื้นขึ้นมาพอดี เขาเล่าให้ฟังว่า
"พี่กำลังเดินข้ามถนน รถมันมาเร็วมากหลบไม่ทัน รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว เลยบอกให้นางพยาบาลเค้าโทร.หาไอ้เจษ"
เจษฎาบอกว่ามีพลเมืองดีพามาส่ง เล่าว่าคนชนแล้วหนี จึงถามว่าไก่จำเลขทะเบียนรถหรืออะไรได้บ้างไหม ไก่พยายามนึก "นึกออกแล้ว คนขับรถมันลงมาดูฉันด้วย เป็นผู้หญิงตัวสูงๆ แล้วก็ใส่สร้อยข้อเท้า..."
เจษฎาครุ่นคิดว่าจะตามคนผิดได้อย่างไร...ในขณะเดียวกัน เจนจิรามานั่งคอยลักษมณ์ในห้องทำงาน เธอบีบน้ำตาออดอ้อนขอโทษที่พูดไม่ดีกับมาร์กี้ ลักษมณ์ตัดความรำคาญเตือนว่า อย่าให้มีครั้งที่สอง เจนจิราได้ใจโอดครวญ
"โธ่ ลักษมณ์ขา เราเป็นคนรักกัน ลูกของลักษมณ์เจนก็ต้องรักเหมือนลูกของเจน เจนรับรองค่ะ ว่าเจนจะทำทุกอย่างให้หนูมาร์กี้ยอมรับเจนให้ได้"
ลักษมณ์ว่าไม่จำเป็น แต่เจนจิราเสนอขอจัดงานเลี้ยง รับขวัญมาร์กี้ ลักษมณ์ตัดบทขอตัวเข้าประชุม เจนจิราฟึดฟัดอยู่คนเดียว โมโหที่อุตส่าห์หยอดน้ำตาออดอ้อนยังไม่สนใจ... จากนั้น ลักษมณ์กลับมาบ้าน พบมาร์กี้เล่นอยู่กับพุฒและชื่น จึงถามว่ารจเรขอยู่ไหน"
"มอมมี่ไม่อยู่ มอมมี่ออกไปหาคนร้าย" มาร์กี้ฟ้อง
"คนร้าย คนร้ายไหน!?"
"คนที่จะมาเอาตัวมอมมี่ไปไง วันนี้เขาไปหามอมมี่ที่ห้าง ชวนมอมมี่ไปไหนไม่รู้ มอมมี่เลยพามาร์กี้มาส่งบ้าน แล้วออกไปหาเค้า"
ลักษมณ์หน้านิ่วอารมณ์พลุ่งพล่าน เดินบ่นออกมา "อุตส่าห์ไว้ใจ นึกว่าจะอยู่บ้านเล่นกับลูก ที่ไหนได้กลับหนีไปพลอดรักกับผู้ชาย..." ลักษมณ์นึกอะไรได้ โทร.หาเจนจิราทันที...
บ่ายวันนั้น เจษฎาขับรถมาส่งรจเรขเกือบถึงหน้าประตูบ้าน เพราะเธอขอให้จอดแค่นี้เกรงคนในบ้านเห็น พอเดินเข้าบ้านต้องแปลกใจ เพราะที่สนามมีการตกแต่งประดับประดาด้วย ธงราวสีชมพู-ขาว มีเต็นท์สีขาว โต๊ะเก้าอี้ปูผ้าขาว ผูกโบว์สีชมพู และตกแต่งเต็นท์ด้วยลูกโป่งกับช่อดอกไม้ มีป้ายผ้าข้อความว่า "Welcome Margaret"
แย้มกับชื่นถือถ้วยชามออกมาหน้าตาบอกบุญไม่รับ รจเรขจึงถามว่าใครจัดงานให้มาร์กี้ ไม่ทันจะตอบ เจนจิราแต่งตัวสวยพริ้งเดินเข้ามากับจอย พูดจาเยาะเย้ยว่าพวกเธอเป็นคนจัดเอง เพราะลักษมณ์ขอร้อง รจเรขไม่อยากเชื่อ เจนจิราหัวเราะท้าให้ไปถามลักษมณ์เอาเอง
รจเรขตรงไปหาลักษมณ์ที่ห้องสมุด "คุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ"
"เรื่องอะไรล่ะ" ลักษมณ์ย้อนถามกวนๆ
"ก็ไอ้เรื่องงานเลี้ยงนี่ไง คุณรับปากฉันแล้วนะคะ คุณสัญญาว่าจะไม่ให้แม่เจนจิราดาร์ลิ่งของคุณมาก่อกวนที่นี่อีก"
"เจนเค้าไม่ได้มาก่อกวน แต่เขามาที่นี่เพราะคุณบกพร่องต่อหน้าที่...คุณทิ้งยัยมาร์กี้ไปหานายเจษฎา"
"เหลวไหล ฉันไม่ได้ทิ้งมาร์กี้"
"เนี่ยนะไม่ทิ้ง ออกไปเที่ยวกลับมาเอาเกือบเย็น ลูกสาวผมเหงาไม่มีใครสนใจ ผมไม่รู้จะทำยังไง เลยต้องไปขอให้เจนมาเล่นกับมาร์กี้"
ไม่ทันไร เจนจิราเข้ามาเกาะแขนลักษมณ์บอกว่า
ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชวนไปตามมาร์กี้ออกไป จอยยิ้มเยาะรจเรขและชี้ไปที่ถังขยะบอกว่าเธอตกกระป๋องแล้ว ก่อนจะเดินหัวเราะออกไป ปล่อยให้รจเรขยืนเจ็บใจ น้อยใจ...
แต่พอมาร์กี้มาเห็นงานก็ร้องกรี๊ดๆ ไม่ยอมเข้าไปร่วมงาน ลักษมณ์พยายามปลอบว่าเจนจิราอุตส่าห์จัดให้ แต่เธอก็ร้องว่าเธอไม่ชอบเจนจิรา เธอจะหารจเรข มาร์กี้ผลักเจนจิรา ที่จะมากอดเซไปแล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน ลักษมณ์ขัดใจตามไปเห็นมาร์กี้กอดรจเรขอยู่หน้าห้อง
"มาร์กี้ ทำอย่างนี้ไม่ถูกนะคะ" ลักษมณ์ตามมาเอ็ด
"มาร์กี้ไม่ชอบยัยเจนจิรา"
"มาร์กี้ พูดถึงผู้ใหญ่อย่างนี้ไม่ได้นะคะ ไม่สุภาพ คุณเจนจิราเค้าอุตส่าห์มาจัดงานให้หนู หนูต้องลงไปให้เกียรติเขา" รจเรขปลอบให้มาร์กี้ลงไปร่วมงานอย่าให้ลักษมณ์ต้องเสียหน้า
มาร์กี้ยอมเชื่อฟังรจเรข วิ่งตื๋อลงไปด้วยสีหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ ลักษมณ์อดแขวะรจเรขไม่ได้ ก่อนจะตามมาร์กี้ไปว่า "ทีกับลูกล่ะสอนได้ ทีตัวเองล่ะก็...เชอะ!
มาถึงเต็นท์เจนจิรากับจอยช่วยกันเอาใจมาร์กี้ มาร์กี้จึงชวนเล่นเกมไล่จับ ใครจับเธอได้คนนั้นชนะ มาร์กี้แอบกระซิบพุฒแล้วหลอกล่อให้สองสาววิ่งไล่จนเหนื่อยหอบ ระหว่างนั้นแย้มมาตามลักษมณ์ไปรับโทรศัพท์ในบ้าน อ้างว่าโทรศัพท์ไร้สายแบตหมด...มาร์กี้วิ่งกลับมาที่เต็นท์ สองสาววิ่งตามมาเห็นสระน้ำพลาสติกเป่าลมวางอยู่ ภายในบรรจุเม็ดโฟมเล็กๆ จนเต็ม
"อุ๊ย นี่อะไรคะ หนูมาร์กี้?"
"มาเล่นเกมหาสมบัติกันค่ะ ในนี้มีสมบัติซ่อนอยู่ น้าทั้งสองต้องแข่งกันหา"
"แล้วมาร์กี้ล่ะคะ" จอยเหนื่อยจนไม่อยากเล่น
"มาร์กี้เป็นกรรมการค่ะ ในนี้มีแหวนเพชรของแด้ดดี้ใครหาเจอก่อน คนนั้นได้ไปดีมั้ยคะ"
จอยตื่นเต้นสู้ตาย เจนจิราไม่ยอมแพ้เมื่อเป็นแหวนของลักษมณ์มันต้องเป็นของเธอ มาร์กี้เป่านกหวีดให้สองสาวลงไปในเม็ดโฟม สองสาวลงไปควานหาแหวนกันใหญ่ หยิบขึ้นมาได้กลายเป็นกบตัวอ้วนคนละตัว ต่างร้องกรี๊ดๆ ตะกายขึ้นจากสระวิ่งหนีร้องลั่น ลักษมณ์ซึ่งมารับโทรศัพท์ ไม่มีเสียงใครพูด เขารอสายอยู่สักพัก จนได้ยินเสียงสองสาวร้องจึงวิ่งกลับมา เจนจิราโผกอดร้องว่ากบกัด แย้มหัวเราะคิก "อุ๊ย คุณขา เกิดมาไม่เคยได้ยิน คนโดนกบกัด"
ลักษมณ์แปลกใจเพราะที่บ้านไม่เคยมีกบ จึงถามมาร์กี้ ว่าเอากบมาหรือ มาร์กี้เชิดหน้าใส่เจนจิรากับจอย "ใช่ มาร์กี้บอกแล้วไง มาร์กี้ไม่ชอบสองคนนี้ มาร์กี้ไม่ชอบแด้ดดี้ด้วย"
มาร์กี้แลบลิ้นใส่สองสาวแล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน ลักษมณ์ดุไล่หลังแล้วหันมาต่อว่าพุฒกับชื่นที่ร่วมมือกับมาร์กี้ ทุกคนจ๋อย...จากนั้นก็ขอโทษขอโพยเจนจิรากับจอย เจนจิราทำเป็นไม่โกรธ
"ไม่เป็นไรค่ะ เจนเข้าใจดี มาร์กี้ยังเด็ก แกอาจจะโดนผู้ใหญ่เสี้ยมสอนมาผิดๆก็ได้ เจนไม่โกรธหรอกค่ะ เจนแค่เสียใจที่วันนี้มันไม่เป็นไปอย่างที่เจนคิด"
จอยทำทีปลอบเจนจิราไม่ให้เสียใจ ลักษมณ์พูดไม่ออกรู้สึกผิด เดินมาส่งสองสาวที่รถ พอสองสาวออกมาพ้นบ้านลักษมณ์ก็โวยวายด่าว่ามาร์กี้และโทษรจเรขเสี้ยมสอน
ooooooo
กลางคืน ลักษมณ์มาเคาะประตูห้องนอนมาร์กี้ แต่กลับไม่ได้นอนอยู่ในห้อง จึงคิดว่าต้องไปนอนห้องรจเรข จึงตามไป แต่มาร์กี้กลับกันไม่ให้เขาเข้าไปนอนด้วย "มอมมี่กับมาร์กี้โป้งแด้ดดี้แล้ว คนไม่รักษาสัญญา คืนนี้แด้ดดี้นอนคนเดียวเถอะ"
รจเรขสอนมาร์กี้ว่าทำไม่ถูก พูดแบบนี้ไม่ได้ แต่มาร์กี้แย้ง "มาร์กี้ไม่ชอบน้าเจน มาร์กี้รู้นะว่าเค้าจะแย่งแด้ดดี้ไปจากมอมมี่"
"ก็ถ้าแด้ดดี้เค้าเต็มใจล่ะคะ" รจเรขถาม
มาร์กี้ร้องไห้กอดรจเรข เธอไม่ยอม ลักษมณ์ต้องอยู่กับรจเรข ทำเอารจเรขเศร้าใจ... ลักษมณ์หงุดหงิดเดินมาหาคุณแขที่เรือนขาว "ผมมาให้สอบสวนแล้วครับ คุณแข"
คุณแขถอนใจ เพราะพอกลับมาบ้านก็ได้รับรายงานว่ามีเรื่องอีกแล้ว "แม่จำได้ว่าเคยขอร้องคุณลักษมณ์แล้วไม่ใช่ เหรอคะ ว่าถ้าแม่รจเรขยังอยู่ ก็อย่าให้แม่เจนจิราเข้ามาวุ่นวายที่บ้านนี้ ยังไงเขาก็ยังได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของคุณลักษมณ์"
"คุณแขดีแต่ว่าผม แล้วทีเค้าล่ะครับ ออกไปหานายเจษฎาถึงนอกบ้าน" ลักษมณ์งอน
"ถ้าคุณลักษมณ์คิดว่าแม่รจเรขเค้าทำตัวไม่เหมาะสม ก็ไม่ควรจะให้เค้าอยู่ต่อไป แล้วก็ไม่ควรให้เขาเลี้ยงดูอบรมมาร์กี้"
ลักษมณ์อึ้งไป คุณแขจึงย้ำว่า ลักษมณ์เป็นพ่อคนแล้ว ควรจะวางตัวให้ดี ถ้ามาร์กี้ถามว่า เจนจิราเป็นใคร จะตอบ ว่าอย่างไร ลักษมณ์หงุดหงิดอารมณ์เสียที่ไม่มีใครเข้าข้างเขาบ้างเลย...
ขณะเดียวกัน รจเรขคุยอยู่กับพิมานในสวน พิมานเป็นห่วงที่เจนจิราเข้ามาหาเรื่อง รจเรขท่าทางเฉยชาบอกพิมานว่า ลักษมณ์คงอยากให้เจนจิราแฟนของเขาทำความรู้จักกับมาร์กี้ เพื่อจะได้เลี้ยงดูในอนาคต พิมานมองรจเรขอย่างพิจารณา
"แล้วคุณกล้วยไม่เสียใจเลยหรือ ที่พี่ลักษมณ์พาคนอื่นมาหยามกันแบบนี้"
"ดิฉันไม่ถือหรอกค่ะ ยังไงคุณเจนจิราก็จะมาเป็นคุณนายของบ้านนี้ ไม่ช้าก็เร็ว"
"ผมดีใจที่ได้ยินคุณพูดแบบนี้ เพราะมันแปลว่าคุณ ไม่ได้รักพี่ลักษมณ์อย่างที่คุณบอกผม...ใช่มั้ยครับ คุณกล้วย"
รจเรขชะงักไม่ทันคิดถึงข้อนี้ จึงขอตัวเดินกลับ แต่ พิมานตามมาดึงไว้ พอดีลักษมณ์เดินกลับจากเรือนขาวเห็นเข้าจึงแอบฟัง รจเรขบอกพิมานว่าอย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย พิมานยังรุกเร้า
"อย่าหนีผมอีกเลยคุณกล้วย คุณกับพี่ลักษมณ์แต่งงานกันแค่ในนาม คุณไม่ได้เป็นอะไรกับพี่ลักษมณ์ ทันทีที่คุณเป็นอิสระ ผมจะขอให้คุณแต่งงานกับผม"
"พูดอะไรอย่างนั้นคะคุณพิมาน คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้"
"ได้สิครับ ทันทีที่คุณเป็นอิสระ ผมจะขอคุณแต่งงาน คุณณัฏฐาเธอทราบเรื่องของเราดี เธอรับปากกับผมว่าเธอจะถอนหมั้นเพื่อให้คุณกับผมได้แต่งงานกัน" พิมานกุมมือรจเรข
รจเรขตกใจจะแย้ง แต่พิมานรุกเร้าว่าเขาจะรอวันที่เธอเป็นอิสระ ลักษมณ์ได้ยินทุกคำพูดโกรธจนสุดจะทนเดินหนีกลับไป...รจเรขเดินกลัดกลุ้มกลับมาที่ห้องนอน เปิดประตูเข้ามาแปลกใจที่ไฟในห้องปิด ทั้งที่เธอเปิดทิ้งไว้ พอเปิดไฟต้องตกใจเพราะลักษมณ์ยืนสีหน้าดุดันอยู่
"คุณลักษมณ์ คุณเข้ามา..."
ไม่ทันจะพูดจบ ลักษมณ์เข้าประชิดตัวและดันเธอชิดฝาด้วยความโกรธ "อย่ามาเล่นมุกไร้เดียงสากับผมอีกเลย ผมเบื่อจะฟัง ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณคงนึกว่าผมโง่มากสินะที่ไม่แตะต้องคุณ ปล่อยให้คุณลอยหน้าไปหลอกผู้ชายได้ทั่วเมืองว่ายังเป็นสาวบริสุทธิ์"
"นี่มันจะมากไปแล้วนะคุณ...ปล่อยฉัน..."
ลักษมณ์ดึงรจเรขเข้ามากอด "หวงเนื้อหวงตัวเหลือเกินนะ ทีกับคนอื่นผมไม่เห็นคุณจะร้องให้มันปล่อยเลย หรือว่าของมันเคยๆ"
รจเรขโกรธตบหน้าลักษมณ์อย่างแรง ลักษมณ์ยิ่งพลุ่งพล่านอุ้มเธอไปที่เตียง โถมทับตัวเธอลงไป ตาวาววับด้วยความโกรธจัด รจเรขตกใจสุดขีดผลักดันเขาร้องให้เขาปล่อยอย่าบ้านะ
"ผมจ่ายเงินไปตั้งสิบล้าน คิดเหรอว่าผมจะปล่อยคุณไปให้ไอ้เจษฎาหรือไอ้พิมาน ผมไม่ใช่ไอ้งั่งนะคุณ ผมอาจจะเคยโง่ให้คุณหลอกได้ แต่ตอนนี้...ไม่แล้ว!"
"คุณลักษมณ์ คุณไม่มีสติแล้ว ปล่อยฉันก่อนค่ะ ปล่อยฉัน" รจเรขกลัวจนตัวสั่น
"ผมไม่ปล่อย คุณเป็นเมียผม ก่อนที่ผมจะปล่อยคุณไปให้คนอื่น คุณต้องเป็นของผม ได้ยินมั้ย คุณต้องเป็นของผม!" ลักษมณ์ปล้ำจูบรจเรขอย่างรุนแรง
รจเรขกลัวร้องลั่นจนเป็นลมหมดสติไป ลักษมณ์ตกใจเห็นรจเรขตัวเย็นชืด ประคองหน้าเธอขึ้นดูเห็นว่าหมดสติไปแล้วก็ตกใจลุกขึ้นเขย่าตัวเธอ ยังไม่ได้สติจึงวิ่งไปร้องเรียกแย้มกับชื่นให้มาช่วย สองคนตกใจว่าเป็นไปได้อย่างไร รีบกุลีกุจอหายาดมและน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ หน้ารจเรขซีดเผือด มีน้ำตาไหลรินออกมาทั้งที่ดวงตายังปิดสนิทอย่างน่าสงสาร
ooooooo
คืนนั้น เผอิญคุณยายใจคอไม่ดีคิดถึงหลานๆให้ป้าเขียนโทร.หาไก่ ไม่มีคนรับสาย จึงให้โทร.ไปหารจเรขอีกคน ลักษมณ์ซึ่งเฝ้ารจเรขอยู่ รับสายแทนและเรียนคุณยายว่ารจเรขหลับอยู่เพราะไม่ค่อยสบาย คุณยายตกใจเป็นห่วง เขารีบบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมากแค่ เป็นลม คุณยายโล่งใจจึงบอกลักษมณ์ว่าเธอแค่คิดถึงเห็นหายเงียบไป และเลยฝากฝัง
"ยังไงยายฝากคุณลักษมณ์ดูแลยัยกล้วยด้วยนะคะ แกสามวันดีสี่วันไข้มาตั้งแต่เล็ก...นึกว่าสงสารลูกกำพร้าพ่อแม่ นะคะ ยายเองก็แก่แล้ว คงจะอยู่ดูแลเค้าได้อีกไม่นาน ยังไงก็ขอฝากคุณลักษมณ์ด้วยนะคะ"
"ครับคุณยาย..." ลักษมณ์วางสาย สลดด้วยความรู้สึกผิด พอดีชื่นบอกว่ารจเรขฟื้นแล้ว เขารีบเข้าไปประคองเธอนั่งพิงหมอน พอรจเรขเห็นหน้าลักษมณ์ก็เมินหน้าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ฉันอยากอยู่คนเดียว ออกไป..."
"คุณกล้วย...ผม..." ลักษมณ์พูดไม่ทันจบ
รจเรขตวาดเสียงดังไล่ให้เขาออกไป เธอไม่อยากเห็นหน้าเขาและใครทั้งนั้น แล้วลงนอนปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น ชื่นตกใจรีบออกจากห้องพร้อมลักษมณ์...ชื่นมาเล่าให้แย้มกับพุฒฟัง จิตฟังอยู่ด้วยตบโต๊ะปังว่ารจเรขมีสิทธิ์อะไรมาไล่ลักษมณ์ ออกจากห้อง ทั้งที่ตัวเองเป็นเมียก็ไม่ใช่ พุฒกับชื่นไม่พอใจตีปากจิต ชื่นสงสัย หรือว่า
รจเรขจะท้องถึงได้อารมณ์แปรปรวน...
วันรุ่งขึ้น จิตรีบคาบข่าวมาบอกคุณแขทันที คุณแขตกใจสุดขีด เดินกระสับกระส่าย
"โอ๊ย ตาย...ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ได้ยุ่งกันใหญ่แน่ แล้วฉันจะทำยังไงดีนี่"
พิมานเดินมาเห็นคุณแขบ่นกระวนกระวายจึงเข้ามาถามว่ารจเรขเป็นอะไร คุณแขมองหน้าจิตอึกอักไม่รู้จะบอกอย่างไร พิมานขัดใจเดินออกไปจะไปถามเอง...ชื่นกำลังป้อนข้าวรจเรข แต่เธอไม่ยอมทาน ลักษมณ์เข้ามาบ่นว่าถึงเวลากินไม่กินเดี๋ยวก็ป่วยไปจริงๆ รจเรขเมินหน้าหนี ชื่นเห็นท่าไม่ดีจึงยกถาดข้าวออกไป
ลักษมณ์เดินมายืนตรงหน้ารจเรขถาม "เกลียดหน้าผมถึงขั้นไม่อยากมองเลยเหรอ"
รจเรขไม่ตอบ ลักษมณ์น้อยใจหันไปมองนอกหน้าต่าง เห็นพิมานเดินมา ยิ่งขัดใจ พอดีพิมานเงยหน้ามาเห็นลักษมณ์ ทั้งสองประสานสายตากัน ลักษมณ์ยิ่งอารมณ์เสียพาลใส่รจเรข
"ไอ้พิมานมันมาเสนอหน้ารอคุณอยู่ข้างล่างแล้ว จะลงไปหามันไหม หรือจะให้มันมาหาถึงที่ดี"
"ยังไงก็ได้ค่ะ" รจเรขประชดอย่างเจ็บปวด
"กับมัน...ได้ทุกที่ ทุกเวลาเลยสินะ"
"ค่ะ ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ คุณพิมานเป็นเพื่อนที่ดีของฉันเสมอมา ไม่เคยเปลี่ยนแปลง"
"เพื่อนเหรอ! พูดมาได้ คุณนึกว่าผมไม่รู้งั้นสิ ว่าคุณกับมันคิดจะทำอะไรกันลับหลังผม คุณคิดจะโกงผม กลับไปแต่งงานกับมันใช่ไหม...ใช่มั้ย!" ลักษมณ์ตะโกนเสียงดังใส่
"ผิดด้วยหรือคะ ถ้าฉันจะอยากแต่งงานกับคนที่รักฉันด้วยใจจริง คนที่ไม่ได้เห็นฉันเป็นแค่สินค้า ที่ซื้อมาด้วยเงิน เลยคิดว่าจะเหยียบย่ำยังไงก็ได้" รจเรขเสียงดังกลับ น้ำตาไหลพราก
"ทุเรศ เป็นเมียพี่แล้วจะไปเป็นเมียน้อง ผู้หญิงอะไรไม่มียางอาย" ลักษมณ์ยิ่งโมโห
พิมานขึ้นมาได้ยินเสียงเอ็ดตะโรจึงหยุดฟัง รจเรขกำลังพูดประชด "ค่ะ ฉันมันผู้หญิงไม่มียางอาย ผู้หญิงเต้นกินรำกิน ขายศักดิ์ศรีแลกเงิน คุณเลยคิดว่าฉันง่าย ทอดกายให้ผู้ชายไม่เลือกหน้า มันจะแปลกอะไรล่ะคะ ถ้าฉันจะทำอย่างที่คุณว่า ฉันมีทั้งคุณพิมานทั้งพี่เจษ แล้วยังจะมีใครต่อใครอีก"
ลักษมณ์โมโหจัด ปัดแจกันใบใหญ่ตกลงแตกกระจาย เศษกระเบื้องกระเด็นบาดแขนรจเรขร้องโอ๊ย...เลือดไหลซิบ ลักษมณ์ตกใจจะเข้าไปดู รจเรขหันหนี "กรุณาเถอะค่ะ อย่าทำร้ายฉันมากไปกว่านี้เลย"
ลักษมณ์มองรจเรขที่นั่งนิ่ง จึงยอมแพ้ ก้มหน้าจะเดินออกไป พลันเห็นใบเสร็จของโรงพยาบาลตกอยู่ที่พื้นจึงเก็บขึ้นมา เห็นชื่อ นายรุจิรัตน์ รุ่งเรือง จึงถือติดมือออกไป... ลักษมณ์เอาใบเสร็จที่เก็บได้มาให้วีรวัฒน์ไปสืบเรื่องราวที่โรงพยาบาล วีรวัฒน์มาเห็นเจษฎากำลังพาไก่ออกจากโรงพยาบาล จึงไปสอบถามพยาบาลจนได้ความแล้วโทร.กลับไปรายงานลักษมณ์
"คุณรจเรขมาเยี่ยมพี่ชายที่ประสบอุบัติเหตุ รักษาตัวอยู่ที่นี่ครับ พยาบาลจำได้เพราะเธอเป็นคนจ่ายค่ารักษาพยาบาล ให้คุณรุจิรัตน์ พี่ชายของเธอ"
"งั้น...ที่คุณกล้วยหายไปเมื่อบ่ายวันวาน..." ลักษมณ์น้ำเสียง รู้สึกผิด
"ก็คงมาจัดการเรื่องนี้แหละครับ ไม่ได้ไปพลอดรักกับใครอย่างที่คุณลักษมณ์เข้าใจ"
"ผมไม่ได้ถาม! คนเป็นทนายนี่พูดมากจริงแฮะ" ลักษมณ์พาล
"พูดมากหรือพูดแทงใจดำครับ คราวนี้คุณลักษมณ์ผิดเต็มประตูเลยที่ไปโกรธคุณรจเรข ดอกไม้ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ หาทางแก้ไขเอาเองนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าทนายพูดมากอีก"
วีรวัฒน์พูดจบวางสายไป...ปล่อยให้ลักษมณ์มองโทรศัพท์เซ็งๆ
ooooooo
หงุดหงิดไม่เป็นอันทำงานด้วยความเป็นห่วงรจเรข พิมานจึงเก็บของกลับบ้าน ฝากเพื่อนที่ทำงานลาครึ่งวันให้...กลับมาเจอรจเรขนั่งเศร้าอยู่ในสวน ส่วน มาร์กี้ว่ายน้ำเล่นมีชื่นดูแล จึงเข้าไปคุยด้วย "คุณกล้วยเป็นอะไรครับ ป่วยทางกายหรือว่าทางใจ"
รจเรขเงยหน้ามองเศร้าๆ พิมานถามอีก "ผมได้ข่าวว่าคุณกล้วยไม่สบาย เลยแวะมาเยี่ยมเมื่อเช้า แต่ได้ยินเสียงพี่ลักษมณ์เอะอะลั่นบ้านเลยไม่กล้าขึ้นไป...พี่ลักษมณ์ อาละวาดใส่คุณอีกแล้วใช่ไหม"
รจเรขพยักหน้าเบาๆ พิมานถามว่าเรื่องอะไร เธอตอบเศร้าๆ "เรื่องอะไรก็ได้ค่ะ แล้วแต่คุณลักษมณ์จะพอใจ ตราบใดที่ฉันยังเป็นลูกจ้างของเค้า นายจ้างจะโขกสับยังไงก็ได้"
พิมานเห็นปลาสเตอร์ปิดแผลที่แขนรจเรขก็รีบถามว่าโดนอะไร พอรู้ว่าลักษมณ์ปาแจกันแตกกระเด็นมาโดนก็โมโหมาก "มันมากเกินไปแล้ว ผมทนไม่ไหวแล้ว"
รจเรขตกใจเมื่อเห็นพิมานจะไปเอาเรื่องลักษมณ์รีบห้าม แต่พิมานไม่สนใจเดินออกไปทันที เธอได้แต่มองตามอย่างกังวลใจ...พิมานมาหาลักษมณ์ที่บริษัท ด้วยอารมณ์อย่างกับพายุไม่ฟังคำทัดทานของเลขาที่ว่าลักษมณ์กำลังมีแขกสำคัญ
ขณะเดียวกัน แขกคนสำคัญนั่นคือคุณแข กำลังคาดคั้นถามลักษมณ์ว่ารจเรขเป็นอะไรถึงเป็นลม ลักษมณ์อายไม่กล้าบอกว่าเขาทำอะไรเธอ จึงย้อนถามว่าทำไมคุณแขถึงต้องอยากรู้
"อ้าว ก็เห็นจิตมาพูดว่า แม่รจเรขน่ะแพ้ท้อง"
"แพ้ท้อง!" ลักษมณ์ตกใจเมื่อได้ยินคำนี้
คุณแขรีบซักว่าจริงไหม ลักษมณ์เกือบจะหัวเราะออกมา พอดีพิมานผลักประตูเข้ามาสีหน้าเอาเรื่อง แต่พอเห็นคุณแขก็ชะงัก ตกใจ คุณแขเองก็ตกใจเช่นกันจึงถามว่ามาทำไม
"ผมมาขอร้องพี่ลักษมณ์ ปล่อยคุณกล้วยไปเสียทีได้ไหมครับ พี่ลักษมณ์ไม่ได้รักเธอแล้วจะกักขังเธอไว้ทำไม"
"ใครบอกแกว่าฉันไม่รักเมียฉัน"
"ถ้ารัก ทำไมพี่ลักษมณ์ทำกับคุณกล้วยแบบนั้นล่ะครับ พี่ลักษมณ์ทำร้ายเธอทั้งร่างกายทั้งจิตใจ เธอทุกข์ทรมานขนาดไหน พี่ไม่เห็นเหรอครับ"
ลักษมณ์สลดลงรู้ตัวว่าใจร้ายกับรจเรขจริงๆ คุณแขเอ็ดพิมานให้หยุดก้าวร้าวลักษมณ์ แต่พิมานยังขอร้องให้ลักษมณ์ ปล่อยรจเรขเสียที ลักษมณ์เห็นพิมานท่าทางเอาจริง จึงยอมไม่ได้ "ฉันรู้ว่าแกคอยเค้าอยู่ แต่เสียใจ ฉันคงปล่อยคุณกล้วยกลับไปหาแกไม่ได้ แกต้องตัดใจซะ"
"ไม่มีวัน"
"งั้นแกก็จะเสียใจเปล่า เพราะเขากำลังแพ้ท้องลูกของฉัน" ลักษมณ์โพล่งออกไป
คุณแขตะลึงทรุดนั่งอย่างหมดแรง พิมานเสียใจเดินคอตกกลับไป มีลักษมณ์ที่อมยิ้มอย่างมีชัย...
ooooooo
ขณะที่ณัฏฐากำลังประชุมงานกับคุณหญิงศรี-สวัสดิ์และคณะมูลนิธิฯในโรงแรม พิมานโทร.หาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ณัฏฐารู้ว่าเขากำลังกลัดกลุ้มอย่างมาก จึงออกมาพบเขาที่สวนสาธารณะ เห็นพิมานนั่งหมด อาลัยตายอยากอยู่ จึงเข้าไปปลอบใจว่ามีเรื่องอะไรเล่า ให้เธอฟังได้เลย พิมานเริ่มต้นไม่ถูก เธอจึงบอกให้เริ่มที่ความรู้สึกของเขาก่อน พิมานจึงพรั่งพรูออกมา
"ผมเจ็บ ผมถูกทรยศหักหลังโดยคนที่ผมรัก คนที่ผมไว้ใจ พี่ลักษมณ์ไม่รักษาสัญญา พี่ลักษมณ์ไม่ใช่ลูกผู้ชาย"
"สัญญาอะไรคะ...สัญญาว่าเขาจะหย่ากับคุณรจเรขน่ะเหรอคะ"
"เขาสองคนตกลงแต่งงานกันแค่ในนาม แต่วันนี้พี่ลักษมณ์ บอกผมว่าคุณกล้วยท้องกับเขา" พิมานเสียงเครือ ณัฏฐาตกใจแต่ปล่อยให้พิมานระบายความอัดอั้นออกมาให้หมด พิมานคร่ำครวญ "ผมหวัง แล้วก็ผิดหวัง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณก็รู้ว่าผมรักเค้า ผมรักคุณกล้วย"
ณัฏฐาฟังแล้วเจ็บ แต่พยายามฝืนยิ้มปลอบ "ค่ะ ฉันรู้ แต่มาถึงขั้นนี้เราจะทำอะไรได้ล่ะคะ นอกจากอวยพรให้คนที่เรารักมีความสุข"
"แต่ผมรักคุณกล้วย ผมจะทำยังไงดี ผมจะทำยังไง"
"ถ้าคุณรักเค้า คุณก็รักและดูแลเค้าต่อไปอย่างเพื่อนที่ดีสิคะ ถึงแม้ว่าความรักของคุณจะไม่สมหวัง แต่อย่างน้อย คุณก็ยังได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อคนที่คุณรัก" ณัฏฐาพูดเหมือนปลอบใจตัวเองเช่นกัน
พิมานน้ำตาไหล ณัฏฐากุมมือปลอบ พิมานขอบคุณที่เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาแล้วดึงเธอมากอดอย่างคนที่แสวงหากำลังใจ...
จิตได้ฟังคุณแขบ่นเรื่องรจเรขท้อง ก็มาเล่าต่อให้ พรรคพวกฟัง มาร์กี้ได้ยินถามว่าใครจะมีน้อง ทุกคนปิดปากเงียบ จึงมาถามลักษมณ์ "ว่าไงคะแด้ดดี้ ที่เค้าบอกว่ามาร์กี้จะมีน้อง มันหมายความว่ายังไง"
"แล้วมาร์กี้อยากมีน้องไหม" ลักษมณ์ย้อมถาม
"อยากค่ะ พุฒว่ามีน้องจะได้มีเพื่อนเล่น มาร์กี้อยากมีน้อง"
"ถ้ามาร์กี้อยากมีน้อง มาร์กี้ต้องช่วยทำให้มอมมี่หายโกรธแด้ดดี้ โอเค้" ลักษมณ์หวังใช้มาร์กี้ช่วยให้รจเรขคืนดีกับเขา สองพ่อลูกตีมือกันตกลง...
เช้าวันใหม่ มาร์กี้ตื่นแต่เช้าแต่งตัวเข้ามาหอมรจเรขในห้องชวนไปเที่ยว รจเรขแปลกใจ...
ooooooo










