สมาชิก

ค่าของคน

ตอนที่ 12

เจ็บช้ำจนทนไม่ไหว รจเรขวิ่งร้องไห้ออกมาหน้า โรงพยาบาล ลักษมณ์ตามมารั้งตัวไว้ให้ฟังเขาอธิบายก่อน แต่รจเรขไม่อาจเชื่อคำพูดเขาได้อีกแล้ว ลักษมณ์ทั้งเสียใจ และอึดอัดใจ

"ใช่! ผมโกหก แต่ถ้าผมบอกความจริงว่าผมมาหาเจน คุณก็ต้องโกรธ แล้วเราก็ต้องทะเลาะกัน เจนเค้าฆ่าตัวตายเพราะผม ผมต้องมาดูเค้าคุณเข้าใจไหม"

"ค่ะ ฉันเข้าใจ คุณห่วงคุณเจนจิรา คุณกลับไปดูแลเค้าซีคะ กลับไปหาเค้าเลยก็ได้ ฉันจะได้ไปตามทางของฉัน"
ลักษมณ์เห็นเจษฎาวิ่งตามมายิ่งโกรธพาลหาเรื่อง "จะไปกับไอ้หมอนี่ใช่มั้ยล่ะ ถามจริงๆเถอะ คุณโกรธผมจริงๆหรือว่าหาเรื่องโกรธ เพราะอยากจะกลับไปหาแฟนเก่ากันแน่"

"อย่าพูดจาดูถูกกล้วยดีกว่า กล้วยไม่ใช่คนอย่างคุณ มีภรรยาแล้วก็ยังมีผู้หญิงอื่น"

"แล้วเมียผมล่ะ มีผัวแล้วยังมีคุณมาวุ่นวายอยู่เลย ผมจะมีเจนจิราบ้างไม่เห็นจะเป็นไร"

รจเรขได้ยินลักษมณ์เถียงกับเจษฎาข้างๆคูๆยิ่งเจ็บช้ำ จึงพูดให้แย่ลง "ก็ดีเลยค่ะ คุณมีชู้ฉันก็มีบ้าง หญิงก็ร้าย ชายก็เลว จะได้สมกัน"

"นี่กล้าท้าทายผัวขนาดนี้เลยเหรอ" ลักษมณ์โกรธเข้าไปกระชากตัวรจเรข

เจษฎามาขวาง "อย่าแตะต้องกล้วยนะ เธอเป็น...คนรัก... ของผม"

"แต่เค้าเป็น...เมีย...ผม ยิ่งกว่าแตะต้องผมก็ทำมาแล้ว"

รจเรขโกรธมากถึงกับตบหน้าลักษมณ์สุดแรง "ก็รู้เอาไว้ด้วยแล้วกัน ว่าการมีอะไรกับคุณ คือความผิดพลาด คือเรื่องที่ฉันเสียใจที่สุดในชีวิต!"

ลักษมณ์มองหน้ารจเรขหัวใจสลาย เมื่อได้ยินที่เธอพูด เจษฎากุมมือรจเรขยืนยันกับลักษมณ์ว่า ไม่ว่ารจเรขจะผ่านอะไรมา เขาไม่แคร์ ทันทีที่หย่าเขาจะแต่งงานกับเธอทันที รจเรขจึงบอกว่าเธอหย่าแน่แล้วดึงเจษฎาไป ลักษมณ์มองตามด้วยความเจ็บช้ำ เสียใจ แค้นใจ...พอรจเรขกับเจษฎาเดินมาจะถึงที่จอดรถอยู่ รถของลักษมณ์แล่นมาเปิดไฟใส่หน้าทั้งสองคน จนต้องหลบไปคนละทาง ลักษมณ์จอดรถลงมากระชากตัวรจเรขไปขึ้นรถและกำชับเจษฎาอย่าตามมาถ้าไม่อยากให้รจเรขเดือดร้อน เจษฎามองตามอย่างครุ่นคิด...

กลับถึงบ้าน รจเรขเดินหนีลักษมณ์จะขึ้นข้างบน ไม่ยอมฟังเขาพูดอะไร ลักษมณ์โมโหกระชากตัวเธอมาปะทะอก ทั้งสองจ้องตากันไม่มีใครยอมใคร พิมานเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงเยาะ

"รุนแรงกับภรรยาไปหน่อยไหมครับ พี่ลักษมณ์ โดยเฉพาะภรรยาที่กำลัง..."

"นายมาทำไมที่นี่" ลักษมณ์รีบตัดบทก่อนที่พิมานพูดจบ

"ผมโทรไปเช็กโรงพยาบาลทุกแห่งในกรุงเทพฯแล้ว ไม่มีคนชื่อรจเรขไปตรวจที่โรงพยาบาลไหนเลย" พิมานหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมา

รจเรขแปลกใจถามว่าทำไมเธอต้องไปโรงพยาบาล พิมาน จึงพูดโพล่งออกไปว่าลักษมณ์บอกทุกคนว่าเธอท้อง รจเรขตกใจหันไปมองหน้าลักษมณ์ "ฉันไม่ได้ท้อง ทำไมคุณต้องโกหกใครต่อใครด้วย อ๋อ หรือว่าพูดความจริงไม่เป็น โกหกจนติดเป็นนิสัย"

"ใครโกหก...ใช่ ตอนนี้รจเรขยังไม่ท้อง แต่อีกหน่อยมันก็ไม่แน่" ลักษมณ์พูดกับพิมาน

"พี่ลักษมณ์พูดอะไร!" พิมานไม่พอใจ

"อยากพูดความจริงกันไม่ใช่เหรอ" ลักษมณ์หันไปถามรจเรข "จะให้บอกความจริงกับพิมานมั้ย ว่าตั้งแต่กลับจากบ้านสวน คุณเป็นของผมไปกี่ครั้ง ที่ไหน เมื่อไหร่บ้าง"

"คุณลักษมณ์!!" รจเรขตบหน้าลักษมณ์ด้วยความโกรธและอาย

"ทำไม ทนฟังไม่ได้เหรอ ความจริงมันก็ทุเรศแบบนี้แหละ...รจเรขเป็นของฉันแล้ว นายเข้าใจไหม พิมาน ท้องหรือไม่ท้องไม่เกี่ยว แต่เขาเป็นของฉันแล้ว"

"ผมนึกไม่ถึงเลยว่าพี่ลักษมณ์ทำได้ถึงขนาดนี้ พี่ลักษมณ์ทำลายคุณกล้วยเพียงเพื่อเอาชนะผม เพื่อกีดกันผมกับคุณกล้วย พี่ลักษมณ์ถึงใช้วิธีต่ำๆแบบนี้เลยเหรอครับ"

"ฉันไม่เคยบังคับขืนใจใคร ในเมื่อผู้หญิงเค้าเต็มใจ ฉันจะปล่อยเอาไว้ทำไม ปล่อยเอาไว้ให้แกอย่างงั้นเหรอ" ลักษมณ์ พูดออกไปด้วยอารมณ์โกรธ

รจเรขหัวใจสลาย "นี่เองหรือคะ เหตุผลของคุณ...คุณพิมานคะ ฉันขอร้อง ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ด้วยเถอะค่ะ"

พิมานประคองรจเรขพาจะเดินไป ลักษมณ์ไม่พอใจรั้งไว้ พิมานโมโหชกหน้าลักษมณ์จนเซไป "ด้วยความเคารพครับ พี่ลักษมณ์อย่าให้ผมต้องทำรุนแรงกว่านี้เลย..."

พิมานขับรถพารจเรขซึ่งนั่งร้องไห้เงียบอยู่ข้างๆ เขาเอ่ยขึ้นว่า ป่านนี้ลักษมณ์คงอาละวาดบ้านแตก รจเรขตอบว่า ถึงพิมานไม่พาเธอออกมา เธอก็อยู่บ้านนั้นต่อไปไม่ได้แล้ว พิมานถามว่าเธอจะไปอยู่ไหน รจเรขน้ำตาไหลพรากอีกเพราะ จะไปบ้านสวนก็เกรงคุณยายจะกลุ้มใจ พิมานรีบปลอบใจเธอให้ใจเย็นๆ เขาจะอยู่ข้างๆเธอจนกว่าเธอจะคิดออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป...

พอคุณแขรู้เรื่องก็พยายามโทร.หาพิมาน แต่เขาปิดเครื่อง ลักษมณ์ยิ่งโมโหเพราะรจเรขก็ปิดเครื่องเช่นกัน ลักษมณ์พาลบ่นว่ารจเรขกับพิมานมีใจให้กัน พลันพุฒมารายงานว่ามีตำรวจมา ลักษมณ์กับคุณแขแปลกใจมองหน้ากัน พากันมาที่ห้องโถง พบเจษฎาอยู่กับตำรวจ ลักษมณ์ไม่พอใจถามว่ายังมีหน้ามาที่นี่อีก เจษฎาหันไปพูดกับตำรวจว่า

"ผู้ชายคนนี้แหละครับ ที่จงใจถอยรถชนผม เขาตั้งใจทำร้ายร่างกายผม แล้วยังข่มขู่จะทำร้ายและกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้หญิงอีกคนนึงด้วย"

"ถ้าจะมาหาเรื่องกันล่ะก็ เอาเบอร์ติดต่อทนายของผมไปเลย ผมไม่สนใจหรอก"

"อวดดีว่ามีเงิน คิดว่าใครก็ทำอะไรคุณไม่ได้งั้นสิ"

"แน่นอน เชิญคุณตั้งข้อหาตามสบาย อย่างดีผมก็ไปเสียค่าปรับ แต่อย่านึกว่าคุณจะเอาเมียผมไปได้ รจเรขต้องอยู่กับผม"

ตำรวจอธิบายว่า ถึงจะเป็นสามีภรรยา แต่ถ้ามีหลักฐานว่าถูกทำร้าย ทางการก็มีสิทธิ์คุ้มครองช่วยเหลือ ตำรวจขอพบรจเรข คุณแขรีบบอกว่าไม่อยู่บ้าน ทะเลาะกับลักษมณ์แล้วพิมานพาหนีไป ขอให้เจษฎาพาตำรวจกลับไปเพราะทุกอย่างเป็นเรื่องในครอบครัว เจษฎาย้อนถามว่า เขาจะเชื่อได้อย่างไรว่ารจเรขไม่โดนทำร้าย คุณแขเอาเกียรติเป็นประกัน เจษฎาจึงยอมพาตำรวจกลับไป คุณแขถอนใจเฮือก แล้วหันมาตำหนิลักษมณ์ที่ทำให้เรื่องบานปลาย ลักษมณ์ยังโกรธโทษพิมาน คุณแขจึงเอ็ดอย่างไม่พอใจบ้าง

"ไม่ใช่เพราะพิมานหรอกค่ะ คุณลักษมณ์เองก็เหมือนกัน อย่านึกว่าแม่รู้ไม่ทัน หลงเสน่ห์แม่รจเรขจนไม่ยอมปล่อยเค้ากลับบ้าน เรื่องมันถึงวุ่นวายกันแบบนี้"

ลักษมณ์เถียงไม่ออก สะบัดหน้าเดินหนีไป สวนกับมาร์กี้ที่งัวเงียตื่นมา ลักษมณ์รีบเข้าไปอุ้มถามว่าตื่นมาทำไม มาร์กี้ร้องหารจเรขว่าเธอฝันร้าย ลักษมณ์ยิ่งโกรธบอกมาร์กี้ว่ารจเรขทิ้งพวกเราไปแล้ว มาร์กี้ยิ่งร้องไห้โฮ ทำให้ลักษมณ์ อารมณ์เสียมากขึ้น คุณแขต้องดึงมาร์กี้มาปลอบ ลักษมณ์ได้สติจับมือมาร์กี้ไว้ แล้วต้องตกใจเพราะในมือมีเลือดแดงฉาน จมูกมีเลือดกำเดาไหล

"เลือด! มาร์กี้เป็นอะไรไปลูก!" ลักษมณ์โทร.ตามหมอวิชิตมาทันที

ถึงมือหมอวิชิต ตรวจอาการแล้วปลอบจนมาร์กี้นอนสงบในห้อง ลักษมณ์ลูบหัวมาร์กี้แล้วบอกว่าจะออกไปส่งลุงหมอแล้วจะมานอนเป็นเพื่อน พอออกมานอกห้อง สีหน้าหมอวิชิตก็เปลี่ยนเป็นหนักใจ คุณแขเข้ามาถามว่ามาร์กี้เป็นอะไรลักษมณ์ถามย้ำอีกคน

"ตะกี้ตอนฉันฉีดยา ฉันเห็นที่โคนขามาร์กี้มีรอยเขียวช้ำแปลกๆ ท่าทางไม่ค่อยน่าไว้ใจเลยว่ะ" หมอวิชิตตอบลักษมณ์อย่างหนักใจและขอให้พามาร์กี้ไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้ง...

ooooooo

รถพิมานจอดอยู่ข้างถนนที่มีไฟถนนสว่าง รจเรขยังนั่งเศร้าอยู่ไม่ไกลจากรถ  พิมานถือน้ำมาให้  รจเรขมองอย่างซาบซึ้งใจ และละอายใจจนต้องขอโทษเขา ที่เธอร่วมมือกับลักษมณ์หลอกเขา พิมานปลอบว่าเขาเข้าใจและไม่เคยโกรธเกลียดเธอเลย เคยรักอย่างไรก็ยังรักอยู่

"ฉันก็รักคุณพิมานค่ะ รักอย่างเพื่อน เพื่อนที่แสนดีที่สุดคนนึงของฉัน...ฉันขอโทษนะคะที่ต้องพูดตรงๆ   ฉันไม่อยากทำให้คุณพิมานเข้าใจผิด ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ความรู้สึกของฉันที่มีต่อคุณพิมานก็ยังเหมือนเดิม"

พิมานอึ้งไปสักพักแล้วยิ้มให้รจเรข ก่อนจะตอบว่าเขาเข้าใจและจะเป็นเพื่อนที่ดีของเธอ  แล้วจึงถามว่าคิดออกหรือยังจะให้เพื่อนคนนี้ไปส่งที่ไหน...ฟ้าสว่าง ไก่วิ่งออกกำลังกายกลับมาเจอรจเรขกับพิมานอยู่หน้าคอนโดฯก็แปลกใจ รจเรขโผกอดพี่ชาย บอกว่าเธอเลิกกับลักษมณ์แล้ว และจะไม่กลับไปบ้านนั้นอีก ไก่ดีใจระคนสงสัย
ถามว่าเจษฎารู้เรื่องหรือยัง รจเรขบอกว่าเธอเกรงใจเห็นว่าเช้ามากจึงไม่กล้าโทร.หา

"เกรงใจทำไม  ไอ้เจษมันรู้คงดีใจยิ่งกว่าถูกหวย...ไป ขึ้นไปบนห้องกัน"

"เดี๋ยวก่อนค่ะ" รจเรขหันไปขอบคุณพิมานและเป็นห่วงเกรงเขาจะเดือดร้อน แต่พิมานไม่กังวลเพราะลักษมณ์ทำอะไรเขาไม่ได้ พิมานยิ้มให้เธอคลายกังวลแล้วลากลับ...

พอไก่พารจเรขขึ้นมาบนห้องและเล่าให้เจษฎาฟัง เจษฎาดีใจมาก แต่รจเรขรีบพูดไว้ก่อนว่าเธอจะหางานทำและหาบ้านเช่า พอทุกอย่างลงตัวแล้วเธอถึงจะบอกคุณยาย แต่ตอนนี้ขอให้เจษฎาช่วยเรื่องใบหย่าให้เธอด้วย เจษฎาตามมาคุยกับรจเรขสองคน ขอให้แต่งงานกับเขาจะได้ไม่ต้องหาบ้านเช่า แต่รจเรขเปรียบตัวเธอเหมือนแก้วที่แตกแล้ว

"พี่ก็พร้อมจะเก็บเศษแก้วทุกชิ้นมาประกอบใหม่ ด้วยความรัก พี่ไม่สนใจเรื่องอะไรทั้งนั้น เพราะพี่รักกล้วย" เจษฎาขัดขึ้น

รขเรขตื้นตันใจ ไม่อยากให้เจษฎาต้องเสียใจ จึงบอกว่าเธอสับสนมากและเหนื่อยอยากพักผ่อน เจษฎายิ้มอย่างมีความหวังขึ้นมาอีก...

พิมานกลับเข้ามาในบ้าน คุณแขกับลักษมณ์นั่งรอถาม พิมานรีบบอกเลยว่ารจเรขไม่อยากอยู่บ้านนี้อีกแล้ว ลักษมณ์ถามทันทีว่าเธอไปอยู่ที่ไหน พิมานยิ้มเยาะที่เห็นลักษมณ์เป็นเดือดเป็นแค้น เขาจึงตอบว่ารู้แต่บอกไม่ได้ ลักษมณ์โมโหคาดคั้น

"ฉันถาม...นายต้องบอก รจเรขเป็นเมียฉัน นายไม่มีสิทธิ์ปิดบัง บอกมานะว่าตอนนี้เมียฉันอยู่ที่ไหน"

"ผมไม่บอกครับ คุณกล้วยไม่ต้องการให้พี่รู้ แล้วผมก็จะไม่ยอมให้พี่ลักษมณ์ตามไปรังแกคุณกล้วยอีก"

ลักษมณ์กระชากคอเสื้อพิมานบังคับให้บอก คุณแขตวาดเสียงเข้ม "ฟังนะ...พิมาน ยัยมาร์กี้ไม่สบายมาก ต้องการพบแม่รจเรข เราต้องไปตามตัวแม่รจเรขมาเดี๋ยวนี้"

พิมานตกใจรีบถามว่ามาร์กี้เป็นอะไร...ทุกคนพากันมาที่โรงพยาบาล เพื่อฟังหมอวิชิตบอกอาการของมาร์กี้ "ยัยมาร์กี้เป็นลูคีเมีย มะเร็งในเม็ดเลือดขาว"

พิมานหน้าซีดไม่อยากเชื่อ ลักษมณ์รีบถามว่ารักษาได้ไหม หมอวิชิตส่ายหน้า "เราช่วยได้แค่ถ่ายเลือด แต่นั่นก็ไม่ใช่การรักษา แค่ยืดเวลาออกไปเท่านั้น"

คุณแขตกใจถามว่าหมายความอย่างไร หมอวิชิตอธิบายว่า มะเร็งในเม็ดเลือดขาว เมื่อเกิดกับเด็กค่อนข้างอันตรายถึงชีวิต ทุกคนช็อก หมอวิชิตพูดอีกว่า มาร์กี้เป็นมาตั้งแต่เกิดแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ ถ้าหากรู้แต่เนิ่นๆแล้วดูแลอย่างถูกวิธี อาจมีชีวิตอยู่ได้นานกว่านี้...พิมานทรุดลงน้ำตาคลอ ลักษมณ์เสียใจ โทษตัวเองที่ปล่อยมาร์กี้ไว้กับแม่ หมอวิชิตบอกทุกคนให้ทำทุกอย่างให้มาร์กี้มีความสุขที่สุด ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ทุกคนเศร้าซึม...

พอเข้ามาเยี่ยมมาร์กี้ในห้องพัก พิมานโผเข้าถึงตัวมาร์กี้ก่อนใครแทบจะกอดเธอไว้ แต่มาร์กี้โผกอดลักษมณ์ ฟ้องว่าหมอเอาเข็มมาเจาะเลือดเธอที่แขน เธอเจ็บมาก ลักษมณ์ กอดปลอบว่าหมอกำลังรักษาให้อดทนหน่อย ไม่ทันไร พยาบาลเข้ามาบอกว่าต้องพามาร์กี้ไปถ่ายเลือด มาร์กี้ร้องไห้หารจเรข "มาร์กี้กลัว มาร์กี้อยากหามอมมี่"

"มอมมี่ไปทำธุระสำคัญน่ะลูก มาร์กี้ไปให้คุณลุงหมอรักษาก่อนนะ เดี๋ยวมอมมี่ก็มา"

"พอมาร์กี้กลับมา จะได้เจอมอมมี่ใช่ไหม"

"ใช่ค่ะ พอมาร์กี้กลับมา จะได้เจอมอมมี่" ลักษมณ์ ปลอบทั้งที่ไม่รู้ว่ารจเรขจะมาไหม

พอมาร์กี้ถูกเข็นออกไป คุณแขก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมา พิมานคร่ำครวญว่าเรามีเงินมากมาย ช่วยอะไรมาร์กี้ไม่ได้เลยหรือ ลักษมณ์หันมามองพิมาน แล้วพูดอย่างที่หมอบอกว่า ทำให้มาร์กี้มีความสุขที่สุด ทำได้ไหม...พิมานสบตาอย่างครุ่นคิด

ooooooo

ในขณะที่ไก่กำลังช่วยรจเรขค้นหาบ้านเช่าในหนังสือพิมพ์ เจ้าหน้าที่โทร.ขึ้นมาบอกไก่ว่า ลักษมณ์ มาขอพบ ไก่โมโหสั่งให้ไล่กลับไป ลักษมณ์ไม่ยอม ให้เจ้าหน้าที่โทร.กลับขึ้นไปอีก ไก่โวยวายจนรจเรขแปลกใจถามว่าเจ้าหนี้โทร.มาทวงหนี้อีกหรือ ไก่พลั้ง ปากว่าไม่ใช่ แต่เป็นลักษมณ์มารออยู่ข้างล่าง รจเรขตกใจว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่ แต่เอะใจว่ามี เรื่องอะไร

"จะมาทำไมก็ช่างหัวมัน กล้วยกับมันจบกันไปแล้ว ไม่ต้องไปเจอมันหรอก พี่บอกให้เค้าไล่มันกลับไปแล้ว" ไก่โวย

"คนอย่างคุณลักษมณ์ ลองได้มาถึงที่นี่ เค้าคงไม่ยอมกลับง่ายๆหรอกค่ะ" รจเรขกังวล

ด้านล่าง ลักษมณ์อาละวาดจะขึ้นไปพบรจเรขให้ได้ เจ้าหน้าที่โทร.บอกไก่อีกครั้ง ไก่โมโหบอกรจเรขให้รออยู่ในห้อง เขาเดินออกไป ไม่ทันไรสวนกับลักษมณ์ แต่ต่างคนไม่เคยพบกันมาก่อน ลักษมณ์จึงถามไก่ว่าห้องเจษฎาอยู่ไหน ไก่มองลักษมณ์อย่างสำรวจแล้วถาม

"คุณจะไปห้องนั้นทำไม"

"เมียผมอยู่ที่นั่น ผมจะไปหาเมียผม"

"แกนี่เอง..." ไก่ต่อยลักษมณ์โครมแล้วเฉลยว่าเขาคือพี่ชายรจเรข...

เจษฎากลับมาถึงคอนโดฯ เห็นไก่หิ้วปีกลักษมณ์ที่โดนซ้อมจนน่วมลงมา รีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไก่ตอบว่า ลักษมณ์มาระรานรจเรข ลักษมณ์รีบบอกว่าเขาไม่ได้ระราน เขาแค่มาตามรจเรขกลับบ้าน เจษฎาโวยว่ารจเรขจะไม่กลับไปอีก

"ฉันขอร้องล่ะ มาร์กี้ไม่สบายมาก แกรักคุณกล้วยเหมือนแม่แท้ๆ แกอยากเจอคุณกล้วย ร้องหาแต่คุณกล้วย" ลักษมณ์ยอมขอร้อง

"แต่ยัยกล้วยไม่ใช่แม่ของเด็กคนนั้น แกออกไปได้แล้ว ถ้าไม่อยากเจ็บตัว" ไก่ไล่...

พอกลับขึ้นมาบนห้อง รจเรขรู้เรื่องก็ติงว่าทำไมต้องทำร้ายลักษมณ์ด้วย เจษฎาบอกว่าไก่แค่สั่งสอนเตือนสติ รจเรขถามว่าลักษมณ์มีเรื่องอะไรกับเธอ เจษฎากำลังจะบอก แต่ไก่พูดแทรกขึ้นว่า ลักษมณ์มาทวงบุญคุณไปตามประสา รจเรขเสียใจบอกสองคนว่า คืนนี้เธอมีงานจ้างไปรำ เจษฎารีบอาสาไปรับ...

ลักษมณ์ยังคงจอดรถเฝ้าดูอยู่หน้าคอนโดฯเจษฎา

เจนจิราโทร.เข้ามาออดอ้อนที่เขาไม่มาหาเธอตามสัญญา ลักษมณ์ ตอบว่าเขาไม่ได้สัญญา เขาเพียงบอกว่าถ้าว่างจะไปเยี่ยม แต่ ตอนนี้เขาไม่ว่างเพราะมาร์กี้ไม่สบาย เจนจิราโวยวายว่าเธอก็ไม่สบายทำไมไม่มาดูแลบ้าง

"คุณทำตัวเอง...แค่นี้ก่อนนะเจน ผมมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ" ลักษมณ์ตัดบทเพราะเห็นรจเรขเดินออกมา โบกแท็กซี่ขึ้นไป เขาตามไม่ทันได้แต่เจ็บใจ...

ห้องอาหารไทยในโรงแรมหรู รจเรขเตรียมตัวรอขึ้นรำบนเวที เนตรเพื่อนที่ติดต่อเธอมารำกำลังพูดว่า นางรำเกิดท้องเสีย โชคดีที่รจเรขมาช่วย

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ดีเลย กำลังอยากหางานทำอยู่เชียว"

"หางานอะไร ตอนกล้วยลาออกจากโรงเรียน เขาว่ากล้วยออกไปแต่งงานกับเศรษฐีไม่ใช่เหรอ" เนตรพูดอย่างเกรงใจ

รจเรขหน้าเจื่อน เปลี่ยนเรื่องพูดเป็นขอยืมที่ดัดขนตา เนตรส่งให้เห็นรจเรขไม่อยากพูดจึงไม่ถามอีก...ด้านนอก ลักษมณ์ ตามมาถามพนักงานว่าที่นี่มีโชว์รำไทยใช่ไหม พอพนักงานตอบว่าใช่ เขาก็พรวดพราดเข้าไปในร้านทันที รจเรขกับเนตรกำลังยืนอยู่ข้างเวที เนตรเห็นลักษมณ์ก็สะกิดบอก รจเรขตกใจรีบหลบ พิธีกรกำลังประกาศว่ามีรำไทยรจนาเสี่ยงพวงมาลัยไม่ทันพูดจบ ลักษมณ์โดดขึ้นมาบนเวที คว้าไมค์ไปพูด

"รจเรข...อยู่ที่ไหน" แขกในร้านฮือฮาด้วยความงง ลักษมณ์พูดต่อ "คุณกล้วย ผมรู้น่ะว่าคุณอยู่ที่นี่ ออกมาเดี๋ยวนี้"
พนักงานมาดึงลักษมณ์ลงจากเวที ลักษมณ์เดินมองหารจเรขไปทั่วร้องบอกให้ออกมาถ้าไม่อยากมีเรื่อง รจเรขทนไม่ไหวเกรงใจทุกคนจนต้องออกมาเผชิญหน้าลักษมณ์

"คุณทำอะไรของคุณน่ะ คุณลักษมณ์จะบ้าไปแล้วหรือไง"

"ผมมีเรื่องสำคัญต้องพูดกับคุณ ไปกับผมเดี๋ยวนี้"

"ไม่ ฉันมีงานต้องทำ" รจเรขยื้อตัวเองไว้

"เท่าไหร่ ค่าจ้างรำของคุณน่ะ ผมจะจ่ายชดเชยให้"

"คุณจะเที่ยวเอาเงินฟาดหัวคนแบบนี้ไม่ได้นะคะ ไปซะ ฉันจะทำงาน"

พนักงานวิ่งมาตามรจเรขให้ขึ้นเวที ลักษมณ์โวยวาย พนักงานเตือนว่าแขกที่จองโต๊ะมาดูการรำไม่ใช่มาดูผัวเมียทะเลาะกัน ลักษมณ์จึงดึงมือรจเรขจะให้กลับไป รจเรขสะบัดออก

"ไม่ เราหย่ากันแล้ว คุณจะตามมาทำลายชีวิตฉันแบบนี้ไม่ได้"

"คุณจะเอายังไงก็ตกลงกันเร็วๆหน่อยได้มั้ย แขกจะหนีหมดแล้ว ใครจะรับผิดชอบเนี่ย"

พนักงานบ่น ลักษมณ์ควักเงินออกมาปึกหนึ่งยื่นให้

พนักงานแล้วคว้าไมค์มาพูดเป็นภาษาอังกฤษขอโทษแขกในร้านว่า รจเรขเป็นภรรยาของเขาที่งอนหนีมา เขาจำเป็นต้องพาเธอกลับ พูดจบหันมาอุ้มรจเรขออกไป แขกในร้านปรบมือเฮเป่าปากชอบใจ...

รจเรขดิ้นขลุกขลักร้องให้ลักษมณ์ปล่อยเธอลง ลักษมณ์ วางเธอลงแล้วพูด "หยุดโวยวายแล้วฟังผมก่อนได้ไหม...มาร์กี้ไม่สบายมาก แกร้องไห้อยากจะเจอคุณ"

รจเรขมองหน้าลักษมณ์ อึดใจก็ตบหน้าเขาก่อนจะพูดว่า "ในบรรดาคำพูดโกหกของคุณครั้งนี้เป็นการโกหกที่เลวที่สุด   คุณไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้วเหรอ ถึงได้เอาเด็กมาอ้าง ต่ำ! ทุเรศ!"

ลักษมณ์เสียใจที่ถูกมองในแง่ร้าย เขาวิ่งตามรจเรขมาอธิบาย "คุณกล้วย ผมขอร้อง ผมไม่ได้โกหกคุณ มาร์กี้ป่วยจริงๆ แกเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว หมอบอกว่าอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน"

รจเรขมองสายตาลักษมณ์ที่ดูเศร้า ครุ่นคิด ลักษมณ์ย้ำ "ผมรู้ ว่าคุณโกรธเกลียดผม แต่ผมขอร้อง ช่วยกลับไปหามาร์กี้หน่อย ไปอยู่กับแก ทำให้แกมีความสุขในช่วงสุดท้ายของชีวิต ขอแค่นี้  แล้วคุณจะให้ผมทำอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน  ผมยอมทั้งนั้น"

ยิ่งเห็นรจเรขนิ่งเงียบ เขาก็ใจร้อนพลั้งปากพูดออกไปว่าเขาจ้างเธอก็ได้ จะเอาเท่าไหร่ รจเรขไม่พอใจ "เก็บเงินของคุณเอาไว้เถอะค่ะ ฉันเคยบอกคุณแล้วไงคะว่าเงินซื้อทุกอย่างไม่ได้"

"หมายความว่าคุณจะไม่..." ลักษมณ์เสียใจ

รจเรขสวนออกไป "ฉันจะกลับไปที่บ้านคุณ เพื่อเห็นแก่ มาร์กี้ ไม่มีค่าจ้าง ไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งนั้น คนอย่างฉัน ถ้าจะทำอะไรก็เพราะความรัก คนที่ใช้เงินซื้อทุกอย่างอย่างคุณ ไม่มีวันจะเข้าใจ"

เจษฎามารับรจเรข ได้ยินทุกคำพูด เขาเข้ามาขัด "แต่พี่ไม่ยอม...กล้วยจะกลับไปที่นั่นเพื่อเห็นแก่เด็กที่กำลังจะตาย พี่ไม่ว่า...แต่มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน"

"จะเอาอะไรว่ามา" ลักษมณ์มองเจษฎาเคืองๆ

"ใบหย่า...ที่คุณลงนามแล้วเรียบร้อย กล้วยจะกลับไปที่บ้านนั้น ในฐานะคนรักของผม ไม่ใช่ภรรยาของคุณอีกต่อไป ตกลงไหม"

ลักษมณ์มองรจเรขอย่างเจ็บช้ำ เห็นเธอนิ่งเฉยจึงตอบไปว่า ได้ เขากับเธอจบลงแล้ว รจเรขสะท้อนใจ กลั้นน้ำตาพูดออกไปว่า "ดีค่ะ งั้นก็ตกลงตามนั้น..."

ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างเจ็บปวดไม่แพ้กันแต่กลบเกลื่อนเอาไว้

ooooooo

เช้าวันใหม่ คุณยายตื่นมาทำความสะอาดหิ้งพระ ป้าเขียนแปลกใจ คุณยายบอกว่าเมื่อคืนฝันว่ามาร์กี้มาขออยู่ด้วย อ่วมได้ยินแอบคิดเป็นตัวเลข ป้าเขียนเอ็ดอ่วมแล้วไล่ตะเพิด อ่วมวิ่งหลบชนคุณยายที่ถือพระพุทธรูปองค์เล็กอยู่ตกหัก คุณยายตกใจเกรงเป็นลางร้าย รีบบอกให้อ่วมเอาพระพุทธรูปไปไว้ที่วัด

ลักษมณ์พารจเรขมาที่โรงพยาบาลที่มาร์กี้นอนอยู่ เจษฎามาขวางก่อนจะปล่อยให้รจเรขเข้าไป เขายื่นซองเอกสารให้ลักษมณ์ เซ็นให้เรียบร้อยก่อน   ลักษมณ์จดปากกามือสั่น   มองหน้า

รจเรขเห็นเธอนิ่งเฉย  จึงเซ็นชื่อลงไปแล้วถาม  "คุณตรวจดู  พอใจไหม"

"พอใจค่ะ ขอบคุณ" รจเรขกลั้นนํ้าตาประชด

เจษฎาเอาใบหย่ามาเก็บไว้เองแล้วปล่อยให้รจเรขไปกับลักษมณ์ได้ ลักษมณ์ถามว่า อยากจะรํ่าลากันก่อนไหม ขอให้เร็วหน่อยเขาห่วงลูก

"ผมกับแฟนผมไม่ต้องลากันหรอกครับ ยังไงผมกับเขาก็ต้องติดต่อกันบ่อยๆอยู่แล้ว ไม่ได้จะจากกันไปไหน" เจษฎาเน้นยํ้า

"ก็แล้วแต่คุณ ผมขออย่างเดียว อย่าให้มาร์กี้รู้ก็แล้วกัน ว่าเราสองคนหย่ากัน แกยังเห็นคุณกล้วยเป็นแม่เลี้ยงอยู่  แกรักคุณกล้วยมาก  ผมไม่อยากให้แกเสียใจ"

รจเรขตอบอย่างประชดว่าตกลง ทั้งสองเดินตามกันไปด้วยสีหน้าที่ซ่อนความเจ็บชํ้าไว้...มาถึง หมอวิชิตอธิบายการรักษา "หมอจะนัดมาทำคีโม แต่ไม่รับรองว่าจะได้ผล มาร์กี้ อ่อนแอมาก การทำคีโมอาจไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ อาการแย่ลง"

"มีวิธีรักษาอื่นอีกมั้ยคะ  อย่างการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติอย่างชีวจิต" รจเรขถาม

"ถ้าพาแกมาเมื่อสองปีก่อน ยังพอรักษาด้วยแพทย์ทางเลือกอื่นได้ แต่ตอนนี้มะเร็งเม็ดเลือดขาวของแกอยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว เราทำได้แค่ช่วยให้แกทรมานน้อยที่สุด"

รจเรขนํ้าตาคลอสงสารมาร์กี้ ลักษมณ์โอบปลอบอย่าร้องไห้ให้มาร์กี้เห็น เพราะมาร์กี้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร...รจเรขเช็ดนํ้าตา พอพยาบาลจูงมาร์กี้มา พอเห็นรจเรขมาร์กี้ก็วิ่งมากอด

"มอมมี่...หายไปไหนมาคะ มาร์กี้คิดว่ามอมมี่ทิ้งหนูไปแล้ว"

รจเรขนั่งลงกอดมาร์กี้ไว้ สัญญาว่าเธอจะไม่ทิ้งมาร์กี้ไปไหน จะอยู่จนกว่าจะหาย ลักษมณ์มองภาพนั้นด้วยความเสียใจ เดินไปจัดการจ่ายค่ารักษา เจอเจษฎายังรออยู่ ลักษมณ์ถามอย่างไม่พอใจว่า "คุณได้สิ่งที่คุณต้องการไปแล้ว ยังจะมาทำไมอีก"

"ผมมีเรื่องอยากจะเตือนคุณ ในเมื่อคุณหย่าขาดจากกล้วยแล้ว ความสัมพันธ์ใดๆระหว่างคุณกับกล้วยก็ต้องถือว่าสิ้นสุดกัน"

"แล้วไง..."

"ต่อไปเธอจะแต่งงานกับผม ผมหวังว่าคุณจะเป็นลูกผู้ชาย และเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ล่วงเกิน ฉวยโอกาสกับแฟนผม" เจษฎามองลักษมณ์ที่นิ่งเย็นชา

ลักษมณ์ตอบว่า เขาไม่รับปาก แต่วางใจได้ เขาจะไม่ แตะต้องผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้ว...

ooooooo

ค่าของคน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด