สมาชิก

ค่าของคน

ตอนที่ 1

หน้าโรงเรียนสอนรำไทยของรจเรข...หรือที่เด็กนักเรียนเรียกกันว่า...ครูกล้วย เธอกำลังรีบจะไปทำงานพิเศษที่รับไว้ พอดี พิมาน นฤนารถไมตรี หนุ่มหล่อท่าทางภูมิฐานยื่นช่อดอกไม้มาให้ รจเรขสะดุ้งเล็กน้อย พิมานรีบบอกว่า "ผมติดงานเลี้ยงที่สถานทูต ไปดูคุณกล้วยแสดงคืนนี้ไม่ได้ เลยแวะเอาดอกไม้มาให้กำลังใจแทน"

"โธ่ คุณพิมาน การแสดงอะไรกันคะ ฉันไปทำงานนะคะ แค่รับจ้างรำแลกเงิน ไม่ใช่โอกาสพิเศษอะไรซักหน่อย"

"คุณกล้วยไม่จำเป็นต้องทำงานหนักขนาดนี้เลย ถ้าคุณยอมให้ผมดูแล..."

"ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ ฉันเคยบอกคุณไปหลายหนแล้วนี่คะ ว่ามิตรภาพที่เรามีต่อกัน มีค่ามากสำหรับฉัน ฉันอยากให้เราสองคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตลอดไปมากกว่า"

"ผมเป็นนักการทูตนะครับคุณกล้วย อย่ามาใช้คำพูดหวานๆหลอกผมเลย ผมรู้ทันหรอกน่ะ ผมไม่ยอมเป็นแค่เพื่อนกับคุณแน่ๆ"

รจเรขหนักใจ แต่เธอต้องรีบไปทำงานจึงขอตัวเพราะรถดูท่าจะติดมาก พิมานจึงดึงมือเธอไปที่รถและขับพาไปส่ง ระหว่างทางรถติดหนักจนเจษฎาซึ่งทำหน้าที่พิธีกรของงานและเป็นคนหางานนี้ให้เธอโทร.ตามอย่างร้อนใจ

"ไม่ต้องห่วงค่ะพี่เจษ พี่อุตส่าห์หางานให้กล้วย ยังไงกล้วยต้องไปให้ทัน ไม่ทำให้พี่เสียชื่อแน่ค่ะ" รจเรขวางสายแล้ววิ่งลงจากรถพิมานไปขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างข้างทางทันที...

รถสปอร์ตหรูของลักษมณ์แล่นมาด้วยความเร็ว   ในรถมีสาวสวยนั่งออเซาะนัวเนียจนเขาแทบไม่มีสมาธิในการขับรถ จนเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวรถมอเตอร์ไซค์ที่รจเรขซ้อนท้ายมา ลักษมณ์โมโหไล่แอนนิต้าลงจากรถ "หยุดพูด ลงไป...แล้วไม่ต้องโทร.มาหาผมอีก"

คนขับมอเตอร์ไซค์โขยกเขยกมาโวยใส่ลักษมณ์ หาว่ารวยแล้วขับรถไม่เห็นหัวชาวบ้าน ลักษมณ์มองปราดไปที่รถ

ตีราคาอย่างชำนาญก่อนจะโยนเงินให้ห้าพันบาทและบอกว่าถ้าไม่พอก็รอตำรวจมาจัดการ คนขับเก็บเงินแล้วรีบเอารถออกไป ลักษมณ์มองไปเห็นรจเรขกำลังเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายใส่ถุง จึงเข้าไปช่วยและถามว่าเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม

"เวลาคุณขับรถชนคน คำแรกที่คุณพูดคือคำนี้เหรอคะ" รจเรขดึงของคืนมาอย่างไม่พอใจ

"ผมลืมไป คุณคงอยากได้ค่าเสียหายเหมือนกัน...ห้าพัน โอเคไหม" ลักษมณ์มองปราด

"คุณดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะคะ"

"ดูถูก! แปลว่าผมให้ราคาต่ำไป...แปดพัน...หมื่นนึงเอ้า นี่ถือว่ามากแล้วนะ คุณไม่มีกระทั่งรอยถลอกด้วยซ้ำ"

"นี่คุณ! ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร ร่ำรวยมาจากไหน แต่ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ คุณต้องขอโทษฉัน" รจเรขเสียงเข้ม "ไม่ได้ยินรึไง ฉันต้องการให้คุณขอโทษ คุณผิด คุณต้องขอโทษ!"

ลักษมณ์ไม่พอใจ หยิบสมุดเช็คมาเซ็นหนึ่งแสนบาท ยัดใส่มือรจเรข "ผู้หญิงที่สั่งผมได้มีคนเดียว คือแม่ผมที่ตายไปแล้ว"

"น่าเสียดาย แม่คุณตายเร็วเกินไป เลยไม่มีใครสอนคุณเรื่องความดีงาม...เงินซื้อศักดิ์ศรีคนไม่ได้ จำเอาไว้" รจเรขฉีกเช็คขยำแล้วปาใส่หน้าลักษมณ์ ก่อนจะเดินหนีไป

ลักษมณ์โกรธแต่ก็ทึ่งที่เงินแสนยังโยนทิ้ง เขามองไปเห็นดอกจำปาตกอยู่ที่พื้นจึงเก็บขึ้นมา อดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงเจ้าของ

ooooooo

ห้องแต่งตัวหลังเวที ที่รจเรขกำลังแต่งตัว เจษฎายืนบ่นว่าถ้าเธอมาช้ากว่านี้เขาคงต้องยื่นใบลาออกแน่ รจเรขเล่าเรื่องอุบัติเหตุให้ฟังแล้วขอโทษขอโพย...พอหยิบกระบังหน้ามาสวมจึงเห็นว่าอุบะดอกจำปาหายไป พอดีมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่ามีคนมาขอพบ เจษฎากับรจเรขทำหน้างง

ไก่เดินเข้ามา ไก่เป็นเพื่อนกับเจษฎา มีเรื่องด่วนจะคุยกับรจเรข แต่เจษฎาขอว่าให้รจเรขขึ้นไปรำให้เสร็จก่อน "ฉันรู้นะว่าเรื่องด่วนของแกน่ะ ไม่พ้นเรื่องเงิน แกเป็นพี่ชายคนเดียวของกล้วย เป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน แทนที่จะหาเลี้ยงน้องเลี้ยงคุณยาย กลับหาเรื่องมาให้ไม่หยุดหย่อน ไม่สงสารคนอื่นบ้างหรือไงวะ ให้ตายเถอะ"

ไก่ไม่พอใจมองตามเจษฎาที่พารจเรขเดินออกไป แต่ก็เอาซองโฉนดที่ดินใส่ในกระเป๋าของรจเรขที่วางอยู่อย่างรู้สึกผิด...

พงษ์ ผู้บริหารวัยกลางคนกำลังต้อนรับลักษมณ์ และแนะนำให้รู้จักโรเบิร์ต อาร์มสตรอง กรรมการผู้จัดการคนใหม่ ของบริษัท "คุณโรเบิร์ตครับ ผมขอแนะนำให้รู้จักกับคุณลักษมณ์ นฤนารถไมตรี เจ้าของนิคมอุตสาหกรรมที่บริษัทเราเช่าพื้นที่อยู่ครับ"

ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก พอดีเจษฎาประกาศการแสดงชุดต่อไปคือ รำฉุยฉายพราหมณ์ ทุกคนจึงหันไปมองบนเวที ลักษมณ์ต้องตะลึงเมื่อเห็นรจเรขเป็นนางรำ เขาอดชื่นชมความงามอ่อนหวานของเธอไม่ได้จึงหยิบดอกจำปาจากกระเป๋าเสื้อมาดม รจเรขหมุนตัวมาเห็นลักษมณ์เข้าพอดีถึงกับชะงัก แต่ก็รำต่อไปได้ ทั้งโกรธทั้งอาย...ลักษมณ์ถามพงษ์ว่านางรำเป็นพนักงานบริษัทหรือ พงษ์ตอบว่าไม่ใช่ เป็นเพื่อนเจษฎา ชื่อกล้วย...

ขณะเดียวกัน ไก่มายืนมองรจเรขรำ พลันเห็นลูกน้องเสี่ยที่ตามมาเอาเงินจากเขาจึงคิดหนีแต่ไม่พ้น ถูกจับได้ข้างโรงแรม รจเรขเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเดินตามหาไก่ มาเจอกำลังจะถูกซ้อม

"มีอะไรกันรึเปล่าคะพี่ไก่!"

เสี่ยโอภาสเห็นรจเรขก็พึงพอใจ ยิ่งพอรู้ว่าเป็นน้องสาวไก่ก็เปลี่ยนข้อต่อรอง ถ้าไม่มีเงินสิบล้านมาจ่ายให้รจเรขมาอยู่กับเขาจนกว่าจะหาเงินมาได้แทนโฉนดที่ดิน รจเรขแปลกใจว่าโฉนดอะไร ไก่จึงสารภาพว่าเขาเอาโฉนดที่ดินบ้านสวนไปวางเดิมพัน และเขาเสียพนัน

"แต่บ้านสวนนั่นมันของคุณยายนะคะพี่ไก่ ที่ดินผืนนั้นเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของคุณยาย คุณยายรักมันมาก พี่ไก่

จะยกให้ใครไม่ได้"

ไก่รู้ว่าตัวเองผิดมาก แต่เขาก็ไม่ยอมให้เสี่ยโอภาสเอาตัวรจเรขไป ลักษมณ์เดินออกมาคุยโทรศัพท์เห็นรจเรขกำลังถูกยื้อไปมาก็เข้าใจผิด "นึกว่าอะไร ที่แท้ก็ศึกชิงนาง..."

เสี่ยโอภาสยอมปล่อยรจเรขเมื่อไก่บอกว่าจะยอมโอนที่ดินให้แต่ห้ามยุ่งกับน้องสาวเขา พอเสี่ยโอภาสกับลูกน้องกลับไป รจเรขก็โวยวายใส่ไก่ว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ ไก่กระซิบ "ไม่ต้องห่วงพี่ โฉนดอยู่ในกระเป๋ากล้วยเก็บเอาไว้ให้ดี"

ไก่เดินตามพวกนั้นไป ลักษมณ์มองมาเห็นรจเรขวิ่งกลับเข้ามาในโรงแรม ไม่ทันไรก็เจอกับเจษฎาที่หอบข้าวของของเธอมา รจเรขเล่าเรื่องไก่ให้เจษฎาฟัง เขากุมมือปลอบใจเธอและประคองเธอออกไป  ลักษมณ์เห็นแล้วยิ่งยิ้มเหยียดดูถูก "...ที่แท้ก็มีอีกคน...สุดยอด"...

เจษฎามาส่งรจเรขที่บ้านเช่า ปกติเธออยู่กับป้าเขียน คนเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แต่วันนี้ไปค้างที่บ้านสวนเมืองนนท์ของคุณยายเธอ สองคนปรึกษากันเรื่องโฉนดที่ดินที่ไก่แอบมาซ่อนไว้ในกระเป๋ารจเรข เจษฎาซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความ เขาตรวจดูแล้วเห็นว่าที่ดินเป็นชื่อคุณยาย อย่างไรเสียไก่ก็จะยกให้ใครไม่ได้ รจเรขเสียใจที่ไก่ไปหลอกเขาอีกแล้ว และเป็นห่วงคุณยายจะเดือดร้อน เจษฎาเห็นรจเรขร้องไห้จึงกอดปลอบ...นอกรั้วบ้านมีคนแอบถ่ายภาพสองคนไว้

ooooooo

บริเวณบ้านนฤนารถไมตรี มีบ้านหลังใหญ่อย่างคฤหาสน์ ภายในตกแต่งหรูหรา มีภาพพ่อของลักษมณ์ ในชุดขาวเต็มยศสมัยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ถ่ายคู่กับแม่ในชุดไทยพร้อมสายสะพาย และมีเรือนขาวอีกหลังอยู่ในสวนร่มรื่นเป็นของคุณแขแม่เลี้ยงของลักษมณ์และเป็นแม่แท้ๆของพิมาน ภายในบ้านมีแย้มเป็นแม่บ้านเก่าแก่ และมีชื่น จิต และพุฒเป็นคนรับใช้

เช้านี้ ลักษมณ์เดินมาจะขอกาแฟคุณแขกิน พิมานเตรียมตัวจะไปทำงานยืนดักรออยู่ ลักษมณ์แซวว่าไปทำงานสายแบบนี้เดี๋ยวไม่ได้สองขั้นหรอก พิมานไม่สนใจกลับบอกว่าเขามีเรื่องขอร้อง พิมานจะถูกคุณแขจับให้แต่งงานกับณัฏฐา ลูกสาวคุณหญิงศรีสวัสดิ์กับท่านรัฐมนตรีช่วยนพพร ลักษมณ์อึ้งกึ่งขำ

"เล่นลูกสาวเจ้านายเลยเหรอ ก็ดีนี่ ลูกทูต หลานทูต แถมฝั่งแม่ก็เป็นผู้ดีแปดสาแหรกเก้าไม้คาน มีคุณสมบัติเหมาะสมทุกประการ ที่จะเป็นภรรยาของคนที่อยากเป็นทูตอย่างนาย"

"แต่ผมมีคนรักอยู่แล้ว ผมไม่ต้องการแต่งงานกับใครทั้งนั้น นอกจากเขา ผมเลยอยากขอร้องให้พี่ลักษมณ์ช่วยพูดกับแม่หน่อย"

"แล้วทำไมนายคิดว่าคุณแขเค้าจะฟังฉัน"

"แม่เชื่อพี่ลักษมณ์ทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะพี่ลักษมณ์ เป็นลูกของนายแม่ แม่พูดเสมอว่าพี่ลักษมณ์เป็นทั้งลูกเป็นทั้งนาย พี่ลักษมณ์ทำอะไรก็ดีก็ถูกไปหมด ถ้าพี่ลักษมณ์ช่วยพูดแทนผมทุกอย่างก็คงไม่มีปัญหา" พิมานพูดอย่างน้อยใจนิดๆ

"ฉันว่า ฉันทำเรื่องแบบนี้มาหลายครั้งแล้วนะ เมื่อไหร่ นายจะแก้ปัญหาชีวิตของตัวเองได้ซะทีวะ ไอ้น้องชาย"

"เมื่อผมเก่งเท่าพี่ลักษมณ์มั้งครับ แต่ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่"

ลักษมณ์เห็นพิมานทำหน้าน้อยใจก็สงสาร  จึงถามว่าผู้หญิงที่รักเป็นคนดีจริงหรือ พิมานรับรองหนักแน่น ลักษมณ์จึงตบไหล่พิมานตกลง...ลักษมณ์เดินมาหาคุณแขที่กำลังตัดแต่งต้นไม้อยู่หลังเรือนขาว คุณแขมักจะถามเขาถึงเรื่องแต่งงานเสมอ ครั้งนี้ก็ถามอีก ลักษมณ์จึงบอกว่าอย่าเพิ่งถามเขาเลย มาจัดการเรื่องของพิมานก่อน คุณแขจึงถือโอกาสปรึกษา พอดีจิตพาวีรวัฒน์ซึ่งเป็นทนายประจำตระกูลเข้ามา ลักษมณ์แปลกใจ

"คุณแขถึงกับต้องเรียกทนายมาเลยเหรอครับเนี่ย"

"แม่เป็นผู้ใหญ่แล้ว จะพูดอะไรก็อยากให้มีหลักฐาน ไม่งั้นคุณลักษมณ์จะหาว่าแม่อคติ แม่ให้คุณวีรวัฒน์ตามสืบประวัติผู้หญิงที่พิมานไปติดพัน...เค้าชื่อรจเรขค่ะ เป็นครูสอนรำไทยและก็รับจ้างรำตามงาน เป็นคนสวยมากเลยมีผู้ชายมาติดพันเยอะแยะไปหมด และก็ดูเธอจะสนิทสนมกับทุกคนมาก"

ลักษมณ์อมยิ้มคิดไปถึงคนที่เขาขับรถเฉี่ยว คุณแขเอารูปที่ให้วีรวัฒน์ไปแอบถ่ายออกมาให้ดู เขาถึงกับตะลึง คุณแขถามว่าเขารู้จักด้วยหรอ ลักษมณ์เยาะหยัน "อย่าเรียกว่ารู้จักเลยครับคุณแข เรียกว่า   รู้เช่นเห็นชาติจะถูกกว่า... ถ้าหากว่าผู้หญิงคนที่พิมานพูดถึงคือยัยคนนี้ล่ะก็ พิมานตามไม่ทันเกมเจ้าหล่อนแน่ๆ"

คุณแขตกใจขอร้องให้ลักษมณ์ช่วย เขาตัดสินใจจะจัดการเรื่องนี้เอง แต่ด้วยวิธีไหนเขายังบอกไม่ได้ ให้คุณแข จัดการเรื่องพิมานไปได้เลย คุณแขจึงจัดการนัดกับทางคุณหญิงศรีสวัสดิ์ว่าเสาร์นี้จะให้สองคนได้พบกัน แม้ท่านนพพรจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่ก็ไม่อยากขัดใจ ณัฏฐาเองก็เหนื่อยใจ แต่  เพราะความเป็นลูกที่ดีอยู่ในโอวาทจึงเฉยเสีย

ooooooo

วันนี้ ลักษมณ์จึงมาหารจเรขที่โรงเรียน ไม่ทันพูดอะไรก็ถูกเธอไล่ ลักษมณ์ตำหนิ "พูดให้เพราะๆหน่อยสิคุณ ผมเป็นลูกค้านะ ผมมาจ้างคุณไปทำงาน"

"ฉันไม่รับ เชิญคุณกลับไปได้ค่ะ"

"เพราะอะไร อย่าบอกนะว่าคุณเลือกลูกค้า เพราะผมบังเอิญรู้มาว่า คุณน่ะ...ไม่เลือก..."

"คุณเป็นใคร ฉันไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงมาพูดจาก้าวร้าวดูถูกฉันแบบนี้"

"ผมเป็นพี่ชายของพิมาน"

รจเรขอึ้งไปนิดก่อนจะพูดถากถางว่าไม่น่าเลยที่คนดีๆอย่างพิมานจะมีพี่ชายแบบนี้ ลักษมณ์จึงย้อนกลับว่า เพราะน้องเขาเป็นคนดีเกินไป เขาถึงมีเรื่องจะพูดด้วย รจเรขเคืองแต่ยอมไปนั่งคุยกับเขาที่ร้านกาแฟข้างโรงเรียน ลักษมณ์โพล่งขึ้นมาว่า

"ผมจะจ้างคุณล้านนึง เลิกยุ่งกับน้องชายผม"

"คุณหมายความว่ายังไง!" รจเรขตกใจ

"เฮ้อ...เค้าว่าคนสวยไม่ฉลาดเห็นจะจริง ผมพูดให้ฟังใหม่ก็ได้ ผมต้องการให้คุณออกไปจากชีวิตของพิมาน เลิกคบหา เลิกติดต่อกับเขา หรือพูดให้ตรงยิ่งกว่านั้น เลิกหว่านเสน่ห์ ปั่นหัวน้องชายของผมเสียที"

รจเรขรู้สึกหน้าชา ลักษมณ์ยังบอกอีกว่า อนาคตของพิมานยังมีอีกไกล ต้องไปเป็นทูต ผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาต้องเป็นคนที่ดี ไม่ใช่คบหาผู้ชายให้เปรอะไปหมดอย่างเธอ รจเรขตกใจไม่คิดว่าจะถูกกล่าวหารุนแรงอย่างนี้ กว่าจะรวบรวมกำลังใจตอบโต้ออกไปว่า

"เงินล้านนึงแลกผู้ชายดีๆ อนาคตไกลอย่างคุณพิมาน แถมพ่วงด้วยตำแหน่งภริยาทูตไม่ถูกไปหน่อยเหรอคะ"

"แล้วคุณจะเอาเท่าไหร่" ลักษมณ์คิดแล้วว่ารจเรขเห็นแก่เงินจริงๆ

"คุณไม่มีปัญญาจ่ายหรอกค่ะ แค่นี้ใช่มั้ยคะธุระของคุณ" รจเรขจะเดินไป

ลักษมณ์คว้าแขนไว้พูดเสียงเข้ม "ผมไม่ใช่คนไม่รู้ของ ผู้หญิงอย่างคุณ ห้าพันก็แพงแล้ว อย่าทำเป็นเล่นตัวโก่งราคาหน่อยเลย ไม่สำเร็จหรอก"

รจเรขโกรธมากคว้าถ้วยกาแฟสาดใส่หน้าลักษมณ์ "หอบเงินของคุณไปลงนรกที่ไหนก็ไป ไป๊!"

รจเรขเดินออกมาหน้าร้านทั้งโกรธทั้งอาย ลักษมณ์ตามมาดึงตัวเธอไว้ "กล้าดียังไงมาทำกับผมแบบนี้"

รจเรขโต้ว่าเธอไม่แจ้งตำรวจจับข้อหาหมิ่นประมาทก็ดีเท่าไหร่แล้ว ลักษมณ์จึงเพิ่มเงินให้เป็นห้าล้านบาทเพื่อแลกอนาคตของพิมาน รจเรขเผลอตบหน้าเขาไปหนึ่งฉาด ลักษมณ์โมโหดึงตัวเธอมาประชิด จ้องเข้าไปในดวงตาเธออย่างโกรธแค้น รจเรขจ้องกลับไม่เกรงกลัว เขาเอานามบัตรใส่กระเป๋าเธอก่อนจะบอกว่าอยากได้เงินเท่าไหร่ให้โทร.บอก แล้วผละจากไป...

กลับมาเรือนขาว ลักษมณ์เล่าเรื่องให้คุณแขฟัง เธอเป็นกังวลที่เขาต้องมาเสียเงินมากมาย แต่ลักษมณ์เห็นว่า พิมานเป็นลูกพ่อคนหนึ่งและมีอนาคตที่ดี คุณแขพูดเสมอว่า พิมานโชคดีที่มีพี่ชายอย่างลักษมณ์...จิตแอบได้ยินหน้าตื่น พลันพิมานกลับมาจะเข้าบ้าน จิตรีบกันกลัวพิมานได้ยินเรื่องที่คุณแขคุยกับลักษมณ์ พอดีสองคนเดินออกมา พิมานทัก

"โอ้โห พี่ลักษมณ์กลับมาถึงบ้านก่อนผม วันนี้ฝนตกหนักแน่ คุยเรื่องสำคัญอะไรรึเปล่าครับ" พิมานแอบหวังว่าลักษมณ์มาคุยเรื่องที่เขาขอร้อง

คุณแขรีบบอกว่าพรุ่งนี้บ่าย คุณหญิงศรีสวัสดิ์ชวนไปทานอาหารที่บ้าน ทั้งพิมานและลักษมณ์ด้วย พิมานหน้าเบ้ ไม่อยากไป หันมองลักษมณ์หวังให้ช่วย แต่ลักษมณ์กลับบอกให้ ลองไปดูฟรีๆจะกลัวอะไร พิมานงงว่าลักษมณ์มาไม้ไหนกันแน่

ooooooo

วันรุ่งขึ้น หลังจากคุณยายใส่บาตรเสร็จ เห็นไก่ กับชายแปลกหน้าสามสี่คนมายืนชะเง้อหน้าบ้าน คุณยายดีใจที่ไก่มา แต่ก็แปลกใจที่หน้าตาบอบช้ำ เสี่ยโอภาสรีบแนะนำตัวว่าเป็นเพื่อน เขาชอบบ้านคุณยาย ที่เป็นบ้านสวนริมน้ำ มีเนื้อที่หลายสิบไร่ คุณยายจึงบอกว่า ถ้าสนใจจะหาซื้อคงไม่มีแล้ว เพราะที่อยู่กันนี่ก็เป็นคนเก่าคนแก่ที่อยู่กันมารุ่นปู่ย่าตายาย ไม่มีใครขายหรอก

เสี่ยโอภาสรีบเข้าไปประคองคุณยายเดินเข้าบ้านแล้วชวนคุย ไก่หน้าเสียทำอะไรไม่ถูก พอดีรจเรขมารับป้าเขียน เห็นไก่ก็ตกใจ เสี่ยโอภาสดีใจ "แหม มาพอดีเลย ดีครับ จะได้คุยกันไปเลยทีเดียว พร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว"

รจเรขมาจัดน้ำท่าในครัว ป้าเขียนแอบถามว่าไก่ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีกหรือเปล่า รจเรขจึงเล่าให้ฟังแต่ห้ามบอกคุณยาย พอดีได้ยินเสี่ยโอภาสขอซื้อที่จากคุณยาย รจเรขจึงรีบออกมาบอกว่า "ฉันเคยบอกคุณแล้วไงคะ ว่าบ้านสวนเป็นสมบัติชิ้นเดียว ของเรา ฉันให้ใครไม่ได้"

เสี่ยโอภาสไม่ค่อยพอใจจึงแกล้งขู่เล่าเรื่องคนที่ขัดใจไม่ขายที่ให้เขาแล้วผลสุดท้ายต้องตายในกองไฟไปกับบ้านที่ดิน รจเรขเชิญเสี่ยโอภาสออกมาคุยหน้าบ้าน เธอเตือนเขาอย่ามาพูดจาข่มขู่คุณยายของเธอ เสี่ยโอภาสจึงให้ไปบอกคุณยายเซ็นขายที่ให้เขามิฉะนั้นเขาจะเอาชีวิตไก่ รจเรขตกใจ "อย่านะ อย่า เอาเงินไป ฉันจะเอาเงินใช้หนี้ให้เสี่ยแทน"

เสี่ยโอภาสเห็นความใจเด็ดของรจเรขจึงยอมให้โอกาส อีกสามวันเขาจะกลับมา ทั้งไก่และป้าเขียนตกใจที่รจเรขไปรับปากพวกมันแบบนั้น รจเรขทรุดลงน้ำตาไหลพราก "ป้าเขียนก็เห็น เค้าจะฆ่าพี่ไก่ เค้าขู่จะทำร้ายคุณยาย ป้าเขียนจะให้กล้วยทำยังไง"

"พี่ผิดเอง พี่มันเลว กล้วยน่าจะปล่อยให้มันฆ่าพี่ซะ พี่ทำให้กล้วยกับคุณยายต้องเดือดร้อน คนอย่างพี่อยู่ไปก็สร้างแต่ปัญหา ให้มันฆ่าพี่ให้ตายไปซะเลยดีกว่า จะได้จบๆกันไป"

ไก่จะวิ่งตามพวกเสี่ยโอภาสไป รจเรขดึงไว้ร้องห้าม "พี่ไก่ขา อย่าพูดอย่างนี้ พ่อแม่ก็ทิ้งเราไปแล้ว ในโลกนี้ กล้วยก็เหลือแต่คุณยายกับพี่ กล้วยจะปล่อยให้เค้าฆ่าพี่ได้ยังไง..."

ในขณะเดียวกัน คุณแขพาลักษมณ์กับพิมานมาที่บ้านคุณหญิงศรีสวัสดิ์ ลักษมณ์เพลินกับการชมบ้านโบราณ คุณแขให้พิมานไปตามณัฏฐามา พิมานรู้ทันเลี่ยงอย่างสุภาพว่า เขาเพิ่งมาเป็นครั้งแรก และยังไม่เคยเห็นหน้าณัฏฐามาก่อน คุณแขเปรยว่า

"บ้านนี้เค้ามีลูกสาวคนเดียวจ้ะ หาไม่เจอก็แย่แล้ว ไปค่ะ คุณหญิง ท่านรอง ไปนั่งคุยกัน"

พิมานถอนใจ จำต้องเดินไปหลังบ้าน ถามสาวใช้ว่าณัฏฐาอยู่ไหน สาวใช้ชี้ไปในสวนจึงเดินตามไป เห็นณัฏฐากำลังเขย่งจะเอารังนกที่ตกลงมาเก็บขึ้นไปบนต้นไม้ พลันลื่นหงายหลัง พิมานเข้ามารับไว้ ทั้งสองสบตากันตะลึงๆ พิมานรีบแนะนำตัวแล้วถามว่าเธอเป็นอะไรไหม"

"ฉันไม่เป็นไรค่ะ แต่เจ้านี่สิคะ..." ณัฏฐาชูรังนกให้ดู พิมานจึงเอาไปวางบนคบไม้ให้...

กลับมาที่วงข้าวแช่ที่จัดวางอย่างสวยงาม คุณแข คุณหญิงศรีสวัสดิ์ ท่านนพพร และลักษมณ์กำลังรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย พอณัฏฐามาเล่าเรื่องที่พิมานช่วยลูกนกและขอบคุณ คุณแขขอเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอาหารอร่อยๆเสาร์หน้า พิมานบ่ายเบี่ยงว่าอย่าเลยเกรงใจ

"ถ้าเกรงใจไม่อยากให้เค้าทำเปล่าๆ นายก็ให้คุณแขเอาแหวนเพชรมาเป็นรางวัลให้คุณณัฏฐาสักวงซิ ดีไหมครับจะได้หายกัน" ลักษมณ์แกล้งขัดคอ

ผู้ใหญ่หัวเราะชอบใจ ณัฏฐาก้มหน้าเขิน พิมานตีหน้านิ่งไม่พอใจที่ลักษมณ์จะชงทำไม...ลักษมณ์เดินออกมาคุยโทรศัพท์สั่งงาน พิมานตามมาต่อว่า ลักษมณ์จึงเตือนว่าณัฏฐาเป็นเด็กดี น่ารักและดูจะชอบพิมาน แต่พิมานยืนกรานว่าเขาชอบรจเรข

"แกคิดผิด! แกกำลังจะทิ้งเพชรแท้ไปคว้าเพชรเทียม ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนดี เขาจ้องจะจับแกเพราะหวังเงิน"

"ไม่จริง พี่ลักษมณ์ไม่รู้จักคุณกล้วย เขาไม่ใช่คนเห็นแก่เงินอย่างที่พี่เข้าใจ"

ลักษมณ์กำลังจะโต้กลับ พอดีมือถือดังขึ้น เขารับสายโดยไม่ทันมองว่าใคร "ฉันเองค่ะ รจเรข ฉันต้องการคุยกับคุณ เรื่อง...ข้อเสนอของคุณเมื่อวาน"

ลักษมณ์แปลกใจ คุยไม่ถนัดจึงบอกไปว่าเขาไม่ว่างวันนี้ แต่รจเรขบอกว่าเธอมีความจำเป็นต้องคุยวันนี้ ลักษมณ์ เหยียด "โอ้โห ร้อนเงินหรือร้อนอะไรเนี่ย ถ้าคุณร้อนขนาดนั้น มาหาผมตอนนี้เลยไหมล่ะ"

รจเรขยินดี ลักษมณ์มองหน้าพิมานแล้วจึงพูดใหม่ว่า "ผมเปลี่ยนใจแล้ว คุณอย่ามาเลย เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากได้เงินจริงๆ ไปหาผมที่เดอะ คลับ แล้วกัน ห้าทุ่มคืนนี้"

รจเรขตกใจเพราะมันดึกมากสำหรับเธอ แต่ลักษมณ์ ยืนยันว่าไม่ใช่เวลานั้นก็ไม่ต้องมา รจเรขจำต้องยอม ลักษมณ์ วางสายยิ้มอย่างสะใจ   พิมานถามว่านัดกับใคร ลักษมณ์ตอบว่านัดสาว

พิมานบ่นอย่างอ่อนใจ "พี่ลักษมณ์คบแต่ผู้หญิงแบบนี้ ถึงได้เข้าใจว่าผู้หญิงเห็นแก่เงินไปหมด ถ้าพี่ลักษณ์รู้จักคุณกล้วย พี่ลักษมณ์จะรู้ว่าผู้หญิงดีๆที่ผู้ชายอยากจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตเป็นยังไง   ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนเป็นแบบที่พี่ลักษมณ์รู้จัก"

"แกมันอ่อนหัดนัก พิมาน พี่จะบอกอะไรให้ ผู้หญิงน่ะเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ราคาเท่านั้น ว่าใครถูกใครแพง" ลักษมณ์หัวเราะเยาะ...

มาถึงหน้าคลับหรู ลักษมณ์ควงเจนจิรานางแบบสาวเซ็กซี่เข้ามา มีจอยเดินตามหลังมาด้วย เจอคนรู้จัก เขาแนะนำว่าเจนจิรากับจอยเป็นเพื่อน   จอยจึงยั่วเจนจิราว่าลักษมณ์ไม่คิดจริงจังด้วย ฉะนั้นยากถ้าคิดจะจับ ยิ่งพอได้ยินลักษมณ์สั่งพนักงานให้เปิดห้องวีไอพีไว้เพื่อรอรับแขกคนสำคัญ เจนจิรายิ่งอยากรู้ว่าเป็นใคร ไม่ทันไร รจเรขเดินเข้ามาเป็นจุดเด่นให้ทุกคนมองเพราะความสวยและลักษณะเธอไม่เหมือนคนเที่ยวกลางคืน...

ooooooo

ค่าของคน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด