สมาชิก

หัวใจปฐพี

ตอนที่ 5

อัลบั้ม: ทีวีซีนส่งละครแนวอนุรักษ์ป่าไม้ "หัวใจปฐพี"

เรนวิ่งเข้ามาในงานอย่างร้อนใจพลางโทร.หาพสุที่กำลังเตรียมจะขึ้นพูด พอเขารับสาย เรนบอกทันทีว่าห้ามขึ้นเวทีเด็ดขาด เขาถามว่าทำไม เรนบอกว่าอย่าเพิ่งถาม ขอให้เชื่อตนสักครั้งได้ไหม

พสุถามว่าวันก่อนเธอเพิ่งประกาศตัวเป็นศัตรูกับตน วันนี้กลับมาบอกให้ตนเชื่อโดยไม่ต้องถาม? เรนเลยบอกว่า

“พี่อาร์มจะลอบยิงคุณตอนคุณขึ้นพูดบนเวที”

“คนเราเกิดมาก็ต้องตายทุกคน อยู่ที่ตายช้าตายเร็วเท่านั้นแหละ” พูดแล้วพสุตัดสายเลย พอดีเจ้าหน้าที่ควบคุมเวทีส่งสัญญาณ พสุจึงก้าวขึ้นเวทีซึ่งที่โพเดียมมีแจกันดอกไม้ประดับอยู่

เรนตกใจ ตัดสินใจจะต้องช่วยเขาให้ได้ วิ่งเข้าไปที่เวทีแล้วแหงนมองตึกสูงรอบๆ ก็คาดได้ว่าอาร์มจะดักซุ่มอยู่ตึกไหน ส่วนตุลย์วิ่งขึ้นลิฟต์ไปยังดาดฟ้าที่อาร์มซุ่มใช้ปืนติดกล้องเล็งไปที่พสุอยู่

พสุขึ้นเวทีพูดถึงการล่าสัตว์ป่าที่จะทำให้ระบบนิเวศถูกทำลาย เขาพูดในตอนท้ายว่า

“สุดท้าย ผมขอฝากให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ป่า ก่อนที่จะสูญพันธุ์เหลือเพียงแค่ความทรงจำให้กับ คนรุ่นหลัง...ขอบคุณครับ”

เป็นจังหวะที่อาร์มกำลังเหนี่ยวไกพอดี!

เรนพุ่งขึ้นไปผลักพสุล้มลงกับพื้น พร้อมกับเสียงปืนกัมปนาท แจกันดอกไม้บนโพเดียมแตกกระจาย เอวาร้องกรี๊ด ภูริชที่อยู่ใกล้ๆรวบตัวเธอให้ย่อลงและเอาตัวบัง ปกป้องเธอไว้ ส่วนบรรดาผู้ใหญ่ต่างตกใจ แขกในงานวิ่งหนีกันอลหม่าน

ท่ามกลางความเป็นความตายนี้ บนเวที เรนกอดพสุไว้ต่างมองกันอึ้ง และที่ข้างล่าง ภูริชกอดเอาตัวปกป้องเอวาไว้ เธอปลอดภัยอยู่ในอ้อมแขนเขา
เรนเป็นห่วงอาร์ม อาศัยจังหวะที่ชุลมุนวิ่งออกไปยังตึกที่เชื่อว่าอาร์มอยู่บนนั้น ส่วนภูริชบอกตำรวจว่ามือปืนอยู่บนยอดตึกนั้น ตำรวจจึงพากันวิ่งไป ภูริชฝากเอวาไว้ กับอธิบดียิ่งยศแล้ววิ่งไปกับตำรวจ

ตุลย์วิ่งขึ้นไปเอาหน้ากากให้อาร์มใส่บอกให้รีบหนีตำรวจกำลังมาแล้ว ทั้งสองพากันหนีลงมาทางบันไดหนีไฟ สวนกับภูริชที่วิ่งขึ้นมากับตำรวจพอดี ตุลย์ยิงใส่ตำรวจเปิดทางให้อาร์มหนีจนกระสุนหมด ภูริชยิงถูกแขนอาร์มพอดี! จังหวะนั้นเอง เรนใส่หน้ากากโผล่จากประตูข้างบันไดหนีไฟ โยนระเบิดแก๊สน้ำตาใส่พวกตำรวจ แล้วพาอาร์มกับตุลย์หนีไปได้

ooooooo

บอดี้การ์ดเข้ามาพาเอวาที่ยังตื่นตระหนกออกไป นักข่าววิ่งมาจะสัมภาษณ์ถูกบอดี้การ์ดกันออกไป นักข่าวเห็นอธิบดีก็กรูกันเข้าไปถามว่าลูกน้องท่านเป็นอย่างไรบ้าง อธิบดีบอกว่าปลอดภัยดี

แต่พอนักข่าวถามว่าท่านสงสัยใครบ้างหรือเปล่า อธิบดีโกรธมากมองกล้องตอบอย่างแข็งกร้าวว่า

“เรื่องฝีมือใครผมขอไม่ตอบนะครับ แต่ผมจะจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้” นักข่าวถามว่าท่านไม่กลัวความรุนแรงจะมากกว่านี้หรือ อธิบดีตอบหน้าเครียดว่า “ตั้งใจทำงานเพื่อแผ่นดิน ถ้ามัวแต่กลัว พวกผมคงลาออกกันไปหมดแล้ว”

ส่วนภูริชกับพสุ ต่างเจ็บใจที่คนร้ายหนีไปได้ พสุถามว่าฝีมืออาร์มใช่ไหม ภูริชย้อนถามว่า “พี่ดินรู้ได้ยังไง”

“เรนเป็นคนบอกพี่แล้วเขาก็เป็นคนช่วยพี่อย่างที่แกเห็นนั่นแหละ”

“แต่ผมมั่นใจว่าคนที่ช่วยอาร์มหนีรอดไปได้ก็คือเรน” พสุฟังแล้วนิ่งคิด

เย็นนี้ที่ห้องทำงานในคฤหาสน์ของเดวิด เรนถูกเดวิดตบหน้าอย่างแรง อาร์มกับตุลย์จะเข้าห้ามก็ถูกเดวิดตวาดไม่ต้องยุ่ง แล้วหันกลับไปเล่นงานเรนอีกว่า “ถ้าไอ้พสุมันไม่ตาย แด๊ดนี่แหละจะต้องตายแทนมัน!”

“ถ้านายพสุจะทำร้ายแด๊ด เรนจะเป็นคนเอาชีวิตแลกเพื่อปกป้องแด๊ดเอง แด๊ดก็รู้ว่าเรนรักแด๊ดมากแค่ไหน”

เดวิดยิ้มเยาะแล้วลองใจเรน หันไปหยิบปืนออกมายื่นให้บอกว่า “งั้นก็ตายเสียตอนนี้เลยเป็นไง” เรนรับปืนจ้องหน้าเดวิดน้ำตาท่วม แต่ยังหันไปบอกอาร์มว่าฝากดูแลแด๊ดด้วย แล้วยกปืนจ่อตัวเอง อาร์มกับตุลย์ตกใจต่างร้องห้าม แต่เดวิดมองนิ่ง แต่พอเรนเหนี่ยวไกกลับดังแชะเพราะปืนไม่มีลูก! อาร์มกับตุลย์รีบเข้าแย่งปืนจากเรน ส่วนเดวิดบอกเรนว่า

“คราวหน้าอย่ามาขัดขวางแผนของแด๊ดอีกเข้าใจไหม” พอเรนพยักหน้า อาร์มถามว่าจะให้ตนไปเก็บพสุอีกรอบไหม เรื่องจะได้จบๆไป “ไม่ต้อง ตอนนี้พวกมันรู้ตัวแล้วว่าเราเอาจริง คงระวังตัวกันมากขึ้น ปล่อยมันไปก่อน” เดวิดหน้าเครียดแล้วบอกเรนให้กลับห้องไปเสียตนมีธุระจะคุยต่อ
พอเรนออกจากห้องก็เจอเอวาดักรออยู่ เธอพูดอย่างเป็นห่วงความรู้สึกของเรนว่าอย่าโกรธแด๊ดเลย แด๊ดคงโกรธที่เรนทำอะไรเสี่ยงๆ เพราะกลัวเรนจะได้รับอันตราย เรนบอกว่าตนผิดเองที่ทำอะไรไม่คิด

เรนเดินเซๆ เอวาตกใจเข้าประคองจึงรู้ว่าเรนไข้สูงตัวร้อนมากจะพาไปหาหมอก็ไม่เอา เลยต้องพากลับห้องนอน ย้ำว่าถ้าไม่ดีขึ้นต้องไปหาหมอ เรนพยักหน้ายิ้มให้อย่างรู้สึกดีกับความเป็นห่วงของน้องสาว

เอวากลับเข้าห้องก็ได้รับโทรศัพท์จากภูริชถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกว่าตอนอยู่ในงานตกใจแต่ตอนนี้โอเคแล้ว เอวาบอกภูริชว่าเป็นห่วงแต่เรนที่โดนแด๊ดดุจนไข้ขึ้น แล้วถามถึงพสุว่าเป็นอย่างไรบ้าง ภูริชเลี่ยงที่จะตอบบอกว่าอย่าห่วงคนอื่นเลยเธอไม่เป็นไรก็ดีแล้ว พอจะวางสายก็หยอกว่า “ไม่ต้องฝันถึงผมนะ”

“บ้า” เอวาด่าเขินๆแล้ววางสาย ภูริชยิ้มกริ่มเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อหาหลักฐานเอาผิดอาร์ม

ooooooo

เพราะไข้ขึ้นสูง คืนนี้เรนจึงนอนฝันไปว่าลุกไปจะเอาน้ำดื่ม บังเอิญได้ยินอาร์มคุยกับเดวิดว่าทำรุนแรงกับเรนเกินไป ถูกเดวิดตอบสวนอย่าง
ใจหินว่า ทำไมตนจะทำไม่ได้ในเมื่อเรนไม่ใช่ลูกตน!

เรนสะดุ้งตื่นก็ยังตกใจกับสิ่งที่ได้ยินในความฝัน คิดฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ ลุกเดินออกไปที่สวนหน้าบ้าน เจออาร์มนั่งอยู่ เรนเข้าไปถามว่ายังไม่นอนหรือ อาร์มถามอย่างเป็นห่วงว่าเห็นเอวาบอกว่าไม่สบายแล้วออกมาตากน้ำค้างทำไม

“เรนขอโทษที่ทำให้พี่อาร์มต้องมาเจ็บ เรนไม่อยากให้พี่อาร์มโดนจับ เรนเลย...”

“พี่ไม่ได้โกรธที่เรนเข้ามาขวาง แต่โกรธที่เรนทำอะไรไม่คิดมากกว่า” เรนน้ำตาร่วงบอกว่าตนฝันร้าย แต่ลังเลว่าจะเล่าหรือไม่เล่าดี แล้วตัดสินใจเล่าว่า ตนฝันว่าอาร์มคุยกับแด๊ดว่าตนไม่ใช่ลูกแท้ๆ อาร์มดุว่า “เพ้อเจ้อ แด๊ดก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ชอบแสดงความรัก แต่พอโกรธล่ะก็ ใส่ไม่ยั้ง”
เรนปรารภว่าบางทีตนก็อดคิดไม่ได้ว่าตนไม่ใช่ลูกของแด๊ดเพราะตนจำเรื่องตอนเด็กๆของตัวเองไม่ได้

สักอย่าง รูปถ่ายก็ไม่มี อาร์มขยี้หัวเรนอย่างเอ็นดู พูดปลอบ...

“ไปกันใหญ่แล้วแกนี่ แด๊ดกับมัม รักเรนไม่น้อยไปกว่าพี่หรือเอวา ห้ามคิดอะไรไม่เข้าท่าแบบนี้อีกเข้าใจไหม”

เรนพยักหน้ายิ้มให้บางๆ อาร์มดึงเรนเข้าไปกอด แม้เรนจะไม่พูดอะไรแต่ในใจก็ยังอดคิดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้

ooooooo

หลังจากโทร.ไปหาเอวาแล้ว ภูริชดูคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พสุลงมาจากข้างบนถามว่าได้เรื่องอะไรไหม ภูริชส่ายหน้าบอกว่าตึกที่อาร์มอยู่ไม่มีกล้องวงจรปิด

พสุยื่นหน้าเข้าไปดู ไม่เห็นข้อมูลใดๆ เห็นแต่ภาพขณะตนถูกยิงที่เรนเข้ามาผลักตนพ้นกระสุนปืนและกอดตนไว้ ส่วนภูริชก็เห็นเอวาตระหนกอยู่ในอ้อมกอดตน ทั้งพสุและภูริชต่างรู้สึกดีๆกับนาทีแห่งความเป็นความตายนั้น

พสุถือโทรศัพท์เดินออกไปที่ระเบียงโทร.หาเรน แต่ไม่มีคนรับสาย เรนเข้าห้องก็พอดีเสียงเรียกเงียบไป กดดูจึงรู้ว่าพสุโทร.มา ฝ่ายพสุนึกว่าเรนไม่อยากรับสายคิดจะไม่โทร.อีก แต่แล้วก็ทนไม่ได้โทร.ไปอีกครั้ง พอเรนรับสายเขารีบขอโทษที่โทร.มาดึกไปหน่อย ถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า? เดวิดว่าอะไรเธอไหม?

พอเรนบอกว่าถามเป็นชุดแบบนี้จะให้ตอบ

คำถามไหนก่อน พสุก็รู้ว่าเธอมีอารมณ์พูดเล่นด้วยบอกว่าคำถามไหนก็ได้ พอเรนบอกว่าตนยังโอเคอยู่ พสุถามว่าแล้ววันนั้นเธอมาช่วยตนไว้ทำไม เรนอึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร เลยบอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน

“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่อยากจะโทร.มาขอบคุณคุณ” พูดแล้วต่างก็เงียบไปเหมือนไม่รู้จะคุยอะไรกันอีก พสุเลยบอกว่า “งั้นแค่นี้นะครับ ไว้คุยกัน” แล้วกดตัดสาย มองโทรศัพท์อย่างสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง แต่ก็เตือนตัวเองว่าเรนเป็นฝ่ายตรงข้ามกันไม่ควรปล่อยให้ความรู้สึกดีนี้พัฒนาไป
เรนวางสายแล้วเดินไปห้องน้ำด้วยสีหน้าเรียบเฉยทั้งที่ในใจสับสนไม่น้อยกว่าพสุเลย

ooooooo

วันนี้ จู่ๆแสงสุดาก็มาหาพสุที่บ้านพัก ตีโพย ตีพายจะให้เขาลาออกจากหน่วยเฉพาะกิจให้ได้เพราะกลัวเขาจะได้รับอันตรายเหมือนพ่อ แม้พสุจะเข้าใจความห่วงใยของแม่ แต่ก็ยึดมั่นในอุดมการณ์ของพ่อ ชี้แจงกับแม่ว่า

“แม่จำไม่ได้หรือครับ พ่อกับแม่เป็นคนสอนผมเองให้รู้จักคำว่ากตัญญูรู้คุณแผ่นดิน วันนี้ผมทำงานรับใช้ชาติอย่างที่พ่อเคยทำ แม่ควรจะภูมิใจในตัวผมมากกว่าจะมานั่งเสียใจนะครับ”

“แม่เข้าใจทุกอย่าง แต่แม่ทำใจไม่ได้ เข้าใจไหมดิน ศพสามีก็ไม่ได้เห็น นี่ยังไม่รู้เลยว่าต้องไปงานศพลูกตัวเองอีกเมื่อไหร่” แสงสุดาพูดไปร้องไห้ไป จนพสุดึงแม่เข้าไปกอดให้สัญญาว่า

“ผมสัญญานะครับแม่ว่าผมจะดูแลตัวเอง จะไม่ประมาท แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

แสงสุดาพูดไม่ออกได้แต่ร้องไห้ในอ้อมกอดลูก

ภูริชเดินลงมาเห็นแม่ลูกคุยและกอดกันร้องไห้ก็เข้าใจความรู้สึกนั้นดี และอดคิดถึงเรื่องของตัวเองไม่ได้

แล้ววันนี้ เกริกพ่อของเขาก็โทร.มาด่าอย่างเกรี้ยวกราดว่าจะรอให้ตนกับแม่ไปรับศพก่อนรึไงถึงจะยอมกลับบ้าน แล้วสั่งให้ลาออกจากงานกลับไปอยู่บ้าน

“พ่อนี่เผด็จการไม่เปลี่ยนเลยนะ นึกอยากจะสั่งให้ใครทำอะไรก็จะเอาให้ได้อย่างใจ ผมไม่ใช่พวกเมียๆ ของพ่อนะครับที่จะมาสั่งให้ซ้ายหันขวาหันได้ตามใจชอบ”

เกริกโมโหตวาดถามว่าจะกลับหรือไม่กลับ ภูริชถามสวนไปว่า คิดว่าตนยังอยากจะกลับไปอยู่บ้านหลังนั้นอีกหรือ

“งั้นก็ตามใจแก แกจะไปตายที่ไหนก็ตามใจ ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก”

“ถ้าพ่อต้องการอย่างนั้นก็ได้ครับ ไว้เจอกันงานศพไม่งานผมก็งานพ่อ” ภูริชวางสายทันที แม้จะรู้ว่าพ่อ

พูดด้วยความเป็นห่วง แต่ก็อดที่จะยั่วไม่ได้ตามเคย

แต่พอเก็บโทรศัพท์หันมาเจอเอวายืนอยู่ เขาถามฉุนๆว่ามาแอบฟังตนคุยโทรศัพท์หรือ เสียมารยาทมาก เอวาชี้แจงว่าตนมาเยี่ยมพสุ ออกมาเลยได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับพ่อ บอกว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ตนก็ไม่อยาก ได้ยินหรอก คนอะไรพูดจากับพ่อไม่น่ารักเลย ภูริชประชดไปว่าพ่อใครจะประเสริฐเหมือนพ่อเธอล่ะ เอวางอนเลยเดินหนี

ภูริชรู้ตัวรีบขอโทษยอมรับว่าตนอารมณ์เสียไปหน่อย เอวาเล่นตัวแต่ก็ยกโทษให้อย่างมีเงื่อนไขว่าต่อไปอย่ามาเหวี่ยงใส่ตนอีก เห็นเขาอารมณ์เย็นลงเลยพูดกลัวๆกล้าๆว่า

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณกับพ่อมีปัญหาอะไรกัน แต่ฉันว่าถ้าเขาไม่ห่วงคุณเขาจะโทร.หาคุณทำไมล่ะ ลองคิดดูดีๆ” พูดแล้วเอวาขอตัวกลับ ภูริชบอกว่าตนไม่ว่างไปส่งนะ แล้วหันหลังเดินแยกกันไป เพียงแต่พ้นจากสายตาของอีกฝ่าย ทั้งภูริชและเอวาต่างก็แอบยิ้มออกมา

ooooooo

วันนี้ขณะเดวิดนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เห็นอาร์มเดินเข้ามา เขาถามว่าเรนเป็นยังไงบ้าง อาร์มบอกว่าไม่ค่อยสบายตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เดวิดนิ่งไปอย่างรู้สึกผิดนิดๆที่ตบหน้าเรน

อาร์มติงเดวิดว่ารุนแรงกับเรนเกินไป เห็นเรนนิ่งๆ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไร แต่จริงๆคงน้อยใจอยู่เหมือนกัน แล้วอาร์มก็เล่าความฝันของเรนให้ฟังว่าเรนฝันว่าเขาไม่ใช่ลูกแท้ๆของบ้านนี้

“ขนาดนั้นเลยเหรอ...ต่อไปแด๊ดจะระวังให้มากกว่านี้ก็แล้วกัน”

อาร์มยิ้มดีใจที่เดวิดยอมรับฟังและวันนี้อีกเช่นกัน พสุได้รับโทรศัพท์จากชายลึกลับโทร.มาบอกว่า

“ผมคือผู้หวังดี กำลังตามสืบเรื่องนายเดวิดอยู่ นายเดวิดเกี่ยวข้องกับเอเดนที่มีส่วนในการตายของนายพิภพเมื่อ 20 ปีก่อน”

พสุฟังปลายสายแล้วเครียด สงสัยว่าใครเล่นตลกอะไรกับตนหรือเปล่า เมื่อไปเล่าให้ทิชา ภาคิน และภูริชฟัง ทิชาเช็กให้บอกว่าเบอร์ที่โทร.มาหาเขาเป็นเบอร์จากตู้สาธารณะ ถ้าอยากรู้ว่าใครโทร.มาก็ต้องไปหาดูจากกล้องวงจรปิดแถวนั้น ภาคินติงว่าแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาโทร.มาพูดเรื่องจริงหรือเป็นแผนของเดวิด

ทุกคนต่างช่วยกันคิด แล้วภูริชก็คิดได้บอกว่า “ง่ายมาก เราก็แกล้งปล่อยข่าวว่าเราได้หลักฐานว่าเดวิดเกี่ยวข้องกับเอเดนและก็รู้เรื่องการตายของนายพิภพเมื่อ 20 ปีก่อน”

พสุเห็นด้วย เพราะถ้าข่าวนี้ไม่จริงก็จะไม่มีการเคลื่อนไหวจากฝั่งเดวิด แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นจริงล่ะก็....ทิชาพูดต่อทันทีว่า

“เดวิดต้องร้อนตัวแล้วก็ทำอะไรสักอย่างแน่ๆ”

ภาคินถามว่าแล้วเราจะให้เดวิดรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ภูริชยิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่าเรื่องนี้ไม่ยาก!

และแล้วภูริชกับพสุก็เอากระเช้าผลไม้ไปเยี่ยมเรน พสุบอกว่าตอนกลางวันคุยกับเอวาแล้วรู้ว่าเธอไม่สบายเลยมาเยี่ยม

ระหว่างคุยกันภูริชถามว่าเดวิดไม่อยู่หรือ เอวา บอกว่าไปประชุมแล้วทำท่านึกได้ถามว่าพวกของกลางที่เป็นสัตว์ป่าทางกรมอุทยานทำอย่างไร พสุบอกว่าส่งต่อให้มูลนิธิสัตว์ป่าช่วยดูแล เธอเสนอว่าทางกรมน่าจะมีโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์ให้กับสัตว์ป่าพวกนี้ ประชาชนทั่วไปจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยกันดูแลสัตว์ป่า

พอพสุบอกว่าปกติก็ทำกันอยู่แล้ว เอวาดีใจชวนเรนไปเป็นแม่อุปถัมภ์กัน เรนจำต้องรับปากทั้งที่ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับงานของกรมอุทยานเลย

แล้วภูริชก็ทำอุบายขอเข้าห้องน้ำ เรนไม่ไว้ใจให้ไปเองจึงให้เอวาพาไป เมื่อพสุกับเรนอยู่กันตามลำพัง พสุเริ่มแผนทันที ถามเรนว่าเคยได้ยินชื่อเอเดนไหม

เรนส่ายหน้า พสุบอกว่าสายของตนสืบมาได้ว่าเดวิดสนิทกับเอเดนเป็นอย่างดี เรนทำหน้านิ่งบอกว่าตนไม่รู้

“แปลกนะ พอดีเราได้หลักฐานมาว่าคุณเดวิดเกี่ยวข้องกับเอเดนแล้วก็การตายของคุณพิภพ ข้าราชการป่าไม้ ถ้าเป็นความจริง พ่อคุณเดือดร้อนแน่” เรนถามหน้านิ่งว่าแล้วมาบอกตนทำไม พสุมองหน้าบอกว่า “ทดแทน บุญคุณที่คุณช่วยชีวิตผมไว้ ถ้าหลักฐานนี้พิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง พ่อคุณดิ้นไม่หลุดแน่ คุณยังมีเวลาเคลียร์ตัวเองก่อนจะติดร่างแหไปด้วย ผมช่วยคุณได้แค่นี้แหละ”

เรนก็ยังคงรับฟังหน้านิ่งเหมือนเดิม

ooooooo

เมื่อเรนเล่าให้เดวิดฟัง เขารับหน้าเครียดว่าตนเคยทำงานให้กับเอเดนเมื่อ 20 ปีก่อนจริง อาร์มถามว่าแล้วเอเดนคือใครหรือ

“เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก มันสำคัญที่ว่าถ้าพวกมันมีหลักฐานการตายของนายพิภพเมื่อ 20 ปีก่อนจริงล่ะก็ แด๊ดต้องเดือดร้อนแน่” เอเดนหันมองอาร์มสั่ง

“แกไปจัดการเรื่องนี้ให้แด๊ดที”

“เรนขออาสาทำงานนี้แทนได้ไหมคะ...เรนอยากไถ่โทษเรื่องครั้งก่อนน่ะค่ะ”

เดวิดมองหน้าเรนอย่างชั่งใจแล้วพยักหน้า เรนดีใจมาก แต่พอจะไป เดวิดเรียกไว้ย้ำว่า “ระวังตัวด้วย แด๊ดเป็นห่วง”

เพียงเท่านี้ เรนที่ไม่เคยได้รับความเอาใจใส่ห่วงใยจากเดวิดมาก่อนก็ปลื้มจนตื้นตันแล้ว พอเรนออกไปเดวิดก็เครียด

ค่ำนี้พสุเชื่อว่าเดวิดต้องส่งคนมาขโมยหลักฐานแน่ ไม่นานทั้งสองก็เห็นเงาคนเดินผ่านกล้องไปอย่างเร็ว ต่างมองกันอย่างหมายมั่นปั้นมือว่างานนี้สำเร็จแน่ ดักรอจนเห็นคนเข้าไปในห้องทำงานของพสุรื้อค้นหาอะไรวุ่นวาย พสุเข้าไปรวบตัวทันที แต่พอเปิดไฟปรากฏว่าเป็นแม่บ้าน บอกว่าตนทำกุญแจบ้านหายเลยกลับมาหา

แม่บ้านถูกพสุชาร์จจนล้มลงเจ็บขา พสุจึงให้ภูริชพาไปส่งที่แท็กซี่ ตนเก็บของเสร็จจะตามไป เขาถอนใจคิดว่าแผนไม่สำเร็จเสียแล้ว

แต่หารู้ไม่ ที่นอกรั้วหน้ากรมอุทยาน ตุลย์ขับรถมาส่งเรนแล้วกลับไปเพราะเรนนัดเวลาให้มารับไว้แล้ว

เรนใส่หน้ากากและแว่นตามองกลางคืนแล้วกระโดดแผล็วข้ามรั้วเข้าไปข้างในทันที แต่ไม่พ้นสายตาพสุ

ที่ลงมาลานจอดรถ เขาโทรศัพท์บอกภูริชทันที แล้วตัวเองก็สะกดรอยตามเรนไป

เรนใช้เครื่องมืองัดกระจกห้องทำงานของสพุออกอย่างง่ายดายแล้วรีบเข้าไปค้นหาหลักฐานที่โต๊ะทันที ถูกพสุย่องมาทักว่า “ไม่นึกเลยว่าจะเป็นคุณ” เรนที่ระวังตัวอยู่แล้วซัดหมัดใส่เขาทันที แต่พสุหลบทันจับเรนล็อกกดลงกับโต๊ะอย่างเร็ว ถอดหน้ากากและแว่นตามองกลางคืนของเรนออก เรนดิ้นจนหลุดถอยออกมาชักปืนจ่อพสุทันที พสุยืนเฉยพูดอย่างใจเย็นว่า

“คุณไม่เห็นจะต้องทำตามคำสั่งผิดๆของพ่อคุณ เลย” เรนบอกให้เขาเลิกพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เสียทีเพราะพูดกันมาหลายครั้งแล้ว “คุณเลือกที่จะทำตามคำสั่งพ่อคุณ ผมก็คงต้องเลือกที่จะทำตามหน้าที่ผมเหมือนกัน” พสุตอบไม่คลุมเครือ

ขณะพสุกับเรนกำลังเผชิญหน้ากันนั้น ภูริชพรวดเข้ามาเปิดไฟสว่างพรึ่บ เรนอาศัยจังหวะที่พสุหันมองภูริชพุ่งเข้าไปเอาปืนจี้เขาทันที ภูริชคว้าปืนตัวเองเล็งไปที่เรนสั่งให้วางอาวุธ เรนพูดเย้ยว่าเขาก็รู้อยู่แล้วว่าตนไม่ทำตามคำสั่งแน่ พสุจึงยกสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้ เรนขยับตัวเข้าใกล้หน้าต่างแล้วพุ่งออกไปทันที ภูริชพุ่งตามไป พสุตกใจร้องเรียก “ภู!!” กลัวภูริชจะสู้กับเรนเอาเป็นเอาตายเลยรีบโดดตามไปอีกคน

แต่ทั้งสองตามไม่ทันเรน พสุบอกภูริชว่าแค่เรนมาค้นหาหลักฐานก็แสดงว่าเป็นอย่างที่เราคาดเอาไว้ เดวิดเกี่ยวข้องกับเอเดนจริงๆด้วย ภูริชพยักหน้าเห็นด้วย

เมื่อเรนกลับไปรายงานเดวิด เขาเชื่อว่าพวกพสุรู้แล้วว่าตนเกี่ยวข้องกับเอเดนแน่ถึงได้ส่งคนไปขโมยหลักฐาน อาร์มถามว่าแล้วเอเดนเคยทำผิดอะไรไว้หรือ แด๊ดถึงต้องกังวลมากขนาดนี้

“ช่างมัน ตอนนี้สิ่งที่แด๊ดต้องการคือรวบรวมที่ที่ภูสรวงให้ได้มากที่สุด” เดวิดจริงจังจนอาร์มสงสัยว่าเขาต้องการที่ดินเพิ่มไปทำอะไร?

ฝ่ายพสุ ภูริชและอธิบดียิ่งยศต่างก็เชื่อว่าข้อมูลที่ชายลึกลับโทร.มาบอกพสุนั้นเป็นเรื่องจริง จึงเร่งตามหาชายลึกลับนั้น ไม่นานทิชาก็เช็กได้ว่าตู้สาธารณะที่ชายลึกลับใช้โทร.อยู่หน้าอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง พสุกับภูริชจึงไปที่นั่นทันที

หาตู้โทรศัพท์เจอก็พากันไปดูเทปจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังที่ห้องรักษาความปลอดภัยของอพาร์ตเมนต์จึงพบว่าชายลึกลับนั้น ที่แท้คือศักดิศรนั่นเอง!

เมื่อรู้ว่าศักดิศรยังไม่ตาย ทั้งภูริชและพสุจึงเร่งตามหาตัวศักดิศรให้เจอจะได้รู้ความจริงทั้งหมด

“แล้วก็ต้องเจอก่อนพวกเดวิดด้วย” พสุย้ำ

ooooooo

ศักดิศรอยู่ในห้องอพาร์ตเมนต์กับลูกน้องคืนนี้เขาเช็กปืนพลางบอกลูกน้องที่มายืนดูและถามอย่างไม่สบายใจว่า

“พรุ่งนี้นายจะไปเองจริงๆหรือ”

“โอกาสเอาคืนไอ้เดวิดมาแล้ว จะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไง” ศักดิศรยิ้มเหี้ยม ลูกน้องถามว่าแล้วไม่ใช้ หลักฐานที่มีจัดการกับเดวิดแล้วหรือ “หลักฐานที่เรามีมันยังไม่แน่นหนาพอน่ะสิ ถ้าฉันเป็นอะไร แกเอาหลักฐานทั้งหมดไปให้ไอ้พสุด้วย” แล้วศักดิศรก็จิกตาอาฆาต “พรุ่งนี้ มึงต้องตายก่อนจะได้บุญ!”

รุ่งขึ้น ศักดิศรใส่หมวกสวมแว่นออกจากอพาร์ตเมนต์์ สายสืบที่พสุส่งมาโทร.แจ้งเขาทันที พสุบอกให้ตามไปและรายงานมาเป็นระยะ แล้วพสุก็โทร.บอกภูริช

เดวิดไปถึงบ้านเด็กกำพร้าแล้ว วันนี้เขาจัดเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า พูดสร้างภาพให้ตัวเองว่า ขอให้เด็กทุกคนเป็นคนดี โตขึ้นอย่างมีคุณภาพ เป็นคนดีของสังคม และขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน

เดวิดรู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือมีสายเข้า เขาหยิบขึ้นดูแล้วจะไปห้องน้ำ กระซิบบอกบอดี้การ์ดให้ดูแลทางนี้ด้วย

ศักดิศรมาดักอยู่แล้ว เขาสะกดรอยตามไป พอเดวิดเข้าห้องน้ำเขาพูดโทรศัพท์หน้าเครียด...

“ตั้งแต่เป็นข่าวคราวที่แล้ว ผมทำอะไรไม่สะดวกเลย คุณรอสักพักได้ไหมล่ะ ให้เรื่องมันเงียบไปก่อน... ผมพร้อมเมื่อไหร่แล้วจะติดต่อกลับไป” พูดจบก็กดวางสายอย่างหงุดหงิด

พอเดวิดออกจากห้องน้ำ ก็ถูกศักดิศรเดินตาม ครู่หนึ่งชักปืนออกมาถือไว้พร้อมยิง พริบตานั้นพสุกับภูริชโผล่พรวดมาจับมือที่ถือปืนของศักดิศรไว้แล้วลากหายไปอย่างมืออาชีพ! เดวิดได้ยินเสียงกุกกักหันมอง พอไม่เห็นอะไรก็เดินต่อ

ooooooo

ศักดิศรถูกพาไปที่มุมลับตาคน เขาตกใจถามพสุกับภูริชว่ามาที่นี่ได้ยังไง พสุบอกว่าสายรายงาน ตนอยากรู้ว่าเขาจะมาทำอะไรเลยตามมาดู ศักดิศรบ่นหงุดหงิดว่ามาขวางตนทำไม อีกนิดเดียวตนก็จะฆ่าเดวิดได้แล้ว

“ด้านนอกมีบอดี้การ์ดอีกเป็นโขยง คิดว่าจะหนีพ้นหรือ” ภูริชถาม ศักดิศรหัวเราะบอกว่าตนยอมตายอยู่แล้วถ้าฆ่ามันได้ พสุถามว่ายอมแลกกับคนอย่างเดวิดคิดว่ามันคุ้มหรือ แล้วเข้าประชิดศักดิศรบอกว่าตนแค่อยากจะถามเรื่องที่เขาให้คนโทร.มาบอก ศักดิศรมองหน้าพสุถามว่าแล้วตนจะไว้ใจพวกเขาได้แค่ไหน

เมื่อกลับมาที่ห้องพักของศักดิศร ภูริชถามว่ามีพยานเห็นว่าเขาโดนยิงจนตกสะพานแล้วจมหายไป พสุถามว่าเขารอดมาได้ยังไง?

ศักดิศรเล่าว่าก่อนตนตกน้ำถูกยิงทั้งที่แขนและลำตัวหลายนัด ตกน้ำไปแล้วอาร์มก็ยังยิงลงไปอีกเป็นชุด แต่โชคดีตนถูกซัดไปเกยที่ริมตลิ่ง พอรู้สึกตัวก็รีบหนีเข้าไปในป่าริมแม่น้ำ

ศักดิศรพาทั้งสองมาที่ห้องพัก ภูริชถามเรื่องหลักฐานที่เขาเคยให้พวกตนเอาไปล่ะ เปิดดูแล้วมีแต่กล่องเปล่า ศักดิศรบอกว่าลูกน้องตนเป็นคนไปเอามา แต่ไฟล์มีปัญหาตนกำลังหาทางกู้ไฟล์อยู่

“งั้นเรื่องเดวิด เอเดนอะไรนั่นก็มั่วน่ะสิ” ภูริชถาม ศักดิศรโกรธ ตบโต๊ะปังตวาดว่า

“เรื่องนั้นผมสืบมาจากคนที่ภูสรวง! นอกจากเดวิดจะเกี่ยวข้องกับเอเดนแล้ว การตายของนายพิภพเมื่อ 20 ปีก่อน ผมยังรู้มาว่า ข้าราชการคนนึงรู้เห็นเรื่องนี้ทั้งหมดและเคยช่วยเหลือเอเดนด้วย” แต่พอพสุถามว่าใคร ศักดิศรบอกว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่ามันยังมีชีวิตอยู่”

พสุกับภูริชสบตากันแว่บหนึ่ง แล้วพสุก็เสนอศักดิศรว่า “ถ้าคุณยอมมอบตัวเป็นพยานให้ทางการ ผมว่าแค่นี้ก็จัดการเดวิดได้แล้ว” ศักดิศรบอกว่าถ้าคิดจะได้ข้อมูลจากตนก็ลืมเรื่องมอบตัวได้เลย “ก็ได้...เพื่อแลกกับข้อมูลของคุณ” พสุตกลง ศักดิศรยิ้มพอใจ แต่แล้วก็นิ่งไปเมื่อฟังข้อแม้ของพสุที่ว่า “แต่มีข้อแม้ว่าผมต้องติดต่อคุณได้ตลอดเวลา แล้วก็ห้ามคิดจะไปฆ่าเดวิดอีก” ศักดิศรนิ่งไปอึดใจแล้วพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก

ooooooo

เมื่อทิชารู้ เธอถามพสุว่าทำไมถึงได้ยอมศักดิศรง่ายๆอย่างนั้น ทั้งภูริชและภาคินต่างมองหน้าพสุรอฟังเหตุผล

“เจอตัวศักดิศรอีกครั้งก็เรียกว่าเหลือเชื่อแล้ว พี่ไม่อยากให้หนีเตลิดไปอีก เพราะเรายังต้องพึ่งเขาอยู่ ส่วนเรื่องมอบตัวกับทางการค่อยหาวิธีกล่อมให้เปลี่ยนใจทีหลังได้”

ขณะนั้นเองแม่บ้านยกถาดกาแฟเข้ามาวางให้แต่ละคน ในขณะที่พวกพสุก็ยังนั่งคุยกันต่อ ภูริชบอกว่าตนไม่อยากไว้ใจศักดิศรเลย คิดจะล้างแค้นเดวิดท่าเดียว ถ้าวันนั้นพสุกับตนตามไปไม่ทันเกิดเรื่องใหญ่แน่

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไว้ใจได้แค่ไหน แต่ตอนนี้ศักดิศรก็เป็นความหวังเดียวของเรา”

แม่บ้านเสิร์ฟกาแฟเสร็จก็เดินออกไป ทิชากับภูริชพยักหน้าเห็นด้วยกับพสุ ภูริชถามภาคินว่าเป็นอะไรรึเปล่าไม่พูดไม่จา ภาคินสะดุ้ง รีบปั้นยิ้มแหยๆ บอกว่าตนปวดท้องมาตั้งแต่เช้าแล้ว สงสัยเป็นโรคกระเพาะ เดี๋ยวขอไปหายากินก่อนแล้วลุกหยิบโทรศัพท์เดินออกไป ทั้งหมดจึงนั่งคุยกันต่อ

ภูริชมองตามภาคินไป แอบคิดสงสัยอะไรเล็กน้อย

ooooooo

ที่หน้าห้องทำงานเดวิด เขาคุยโทรศัพท์หน้าตาเคร่งเครียดสั่งว่า

“ไปสืบให้ได้ว่ามันอยู่ที่ไหน” แล้วกดวางสายเลย เรนถามว่ามีอะไรหรือเปล่า “สายที่กรมบอกว่าไอ้ศักดิศรมันยังไม่ตาย วันนี้มันตั้งใจจะมาฆ่าแด๊ดด้วย แต่พสุกับภูริชมาห้ามมันไว้ก่อน”
พอดีเสียงแม่บ้านดังจากหน้าห้องถามเอวาว่ามาทำอะไรอยู่หรือ เรน อาร์มและเดวิดมองหน้ากัน เรนวิ่งไปเปิดประตู เห็นเอวายืนอยู่หน้าห้องกับแม่บ้าน ถามเอวาว่ามีอะไรหรือเปล่ามาทำอะไรตรงนี้

“เอวากำลังจะเรียกทุกคนไปทานข้าวเย็นน่ะค่ะ” แล้วหันไปต่อว่าแม่บ้าน “เธอนี่เรียกเสียเสียงดังตกใจหมดเลย” แม่บ้านก้มหัวขอโทษ เอวาชะเง้อมองเข้าไปข้างในแล้วบอกเรนว่าจะไปรอข้างล่างแล้วรีบเดินไปเลย แม่บ้านตามไปติดๆ

เรนมองตามอย่างสงสัยเงียบๆว่าเอวาจะได้ยินอะไรบ้างหรือเปล่า

เช้าวันรุ่งขึ้น เกริกก็มาดักพบภูริชที่กรมอุทยาน พอเจอก็บอกว่าจะมาตามกลับบ้าน ให้ไปลาออกวันนี้เลย พอภูริชปฏิเสธก็ด่าว่า “งานแกมันเสี่ยงตาย จะตายวัน ตายพรุ่งก็ไม่รู้ เที่ยวขัดแข้งขัดขาใครเขาไปทั่ว”

“ถ้าต้องกลับไปอยู่บ้าน สู้ผมตายในหน้าที่เสียดีกว่า”

“แก...แกจะกลับหรือไม่กลับ หรือจะต้องให้ฉันตัดพ่อตัดลูกกับแกเสียก่อน” ภูริชบอกว่าตั้งแต่เล็กจนโตพ่อก็ไม่เคยเห็นตนเป็นลูก พ่อทิ้งตนกับแม่ไม่เคยมาดูดำดูดี แล้วตอนนี้พ่อจะมาแสดงตัวเพื่ออะไร เกริกพยายามจะอธิบายแต่พูดได้แค่ว่า “ตอนนั้นฉันทำไปเพื่อปกป้องแก ปกป้องชีวิตแกจาก...ฮึ่ย!” เกริกฟึดฟัดที่ไม่สามารถบอกได้ เลยหัวเสียขับรถกลับไป

ภูริชมองตามพ่อ แต่พอหันมาก็เจอเรนยืนมองอยู่ เขารู้สึกเสียหน้ามากที่เรนมารู้เห็นตนโต้เถียงกับพ่ออย่างรุนแรง เดินเข้าไปถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่

“เอวาพาทีมงานมาถ่ายโฆษณา ฉันเลยมาเป็นเพื่อน” แล้วพูดลอยๆ “มีพ่อที่รักและเป็นห่วงขนาดนี้น่าดีใจจะตาย”

“คุณไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า พอกันเลยทั้งพี่ทั้งน้อง” ภูริชบ่นอย่างหงุดหงิด

เรนนิ่งไป คิดในใจว่า ทุกคนต่างก็มีปมของตัวเอง...

ooooooo

พสุเดินมาเจอเรนยืนดักอยู่ เขาถามแขวะว่าวันนี้ไม่ปลอมตัวไปขโมยข้อมูลอะไรหรือ

“ถ้าไม่มีคนโกหกเพื่อจับผิด ฉันก็คงไม่ต้องเสียเวลาทำอย่างนั้นหรอก แล้วคุณล่ะ เป็นยังไงบ้าง สืบเรื่องพ่อฉันไปถึงไหนแล้ว ได้ยินว่าตอนนี้ได้แหล่งข่าวดีๆ อยู่ในมือแล้วนี่” เรนเหน็บหมายแซะเรื่องศักดิศร

“ทำไมทุกครั้งที่เราเจอกัน ทุกเรื่องที่คุยกันต้องเกี่ยวกับเรื่องเดวิดหรือเรื่องเครียดๆแบบนี้ด้วย จะมีครั้งไหนไหมที่เราเจอกันแล้วคุยเรื่องของเราบ้าง” พสุหาทางเปลี่ยนเรื่อง เรนอึ้งๆไปก่อนพูดเสียงเศร้าๆว่า

“ที่เราสองคนได้มาเจอกันก็เพราะต้องสืบเรื่องของอีกฝ่ายนะคะ ไม่คุยเรื่องนี้ก็ไม่รู้จะคุยอะไร” แล้วเรนก็เดินเลี่ยงไป

เอวามาถ่ายสปอร์ตโฆษณาในกรมอุทยาน เชื้อเชิญให้บริจาคเงินช่วยชีวิตสัตว์ป่า หลังจากถ่ายทำเสร็จเดินมาเจอภูริชเห็นเขายืนเครียดๆ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ภูริชบอกว่าตนสบายดี

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว นายศักดิศรเขาเคียดแค้นอะไรแด๊ดดี้ฉันนักหนาเหรอคุณ ถึงต้องตามมาฆ่ากันด้วย”

ภูริชแปลกใจว่าทำไมเธอรู้ “ฉันแอบได้ยินแด๊ดดี้คุยกับพี่อาร์มน่ะสิ ฉันเลยอยากรู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง” ภูริชไม่ตอบแต่ถามว่าแล้วพวกเขารู้ได้อย่างไร “อ้าว...ไม่ได้รู้จากคุณกับคุณพสุหรอกเหรอ” เอวาทำหน้าเหวอ ภูริชยิ่งสงสัยว่าทำไมเดวิดถึงรู้เรื่องนี้??

ooooooo

เมื่อภูริชกับพสุคุยกัน ต่างสงสัยว่าเดวิดรู้ได้อย่างไรในเมื่อเรื่องนี้มีแค่พวกเราเท่านั้นที่รู้ ภูริชเอะใจถามว่าหรือจะมีสายของเดวิดในกรมอุทยาน?

“มิน่าล่ะ เวลาพวกเราทำอะไร พวกนั้นถึงดักทางได้ตลอด”

“แต่สายของมันจะเป็นใครล่ะพี่ เพราะคนที่รู้เรื่องนายศักดิศรก็มีแค่ผมกับพี่ ท่านอธิบดีแล้วก็ทิกับคิน” ภูริชแอบระแวงขึ้นมานิดๆ สบตากับพสุอย่างไม่สบายใจ ไม่อยากให้เป็นอย่างที่แอบระแวงกันเลย

ทิชายังทำงานอยู่ในห้อง เธอคุยโทรศัพท์มือถือไปแม่บ้านก็ทำความสะอาดห้องไป ภาคินแอบชะเง้อมองอย่างอยากรู้อยากเห็นว่าเธอคุยอะไร พอทิชาบอกปลายสายว่าเดี๋ยวทำให้ ภาคินก็ถามว่า “พี่ดินให้ทำอะไรอีกล่ะ??”

“พี่ดินให้เช็กเส้นทาง แล้วก็พื้นที่รอบๆห้องพักของศักดิศร เผื่อมีอะไรฉุกเฉินจะได้หาทางหนีทีไล่ได้ทัน” แล้วทิชาก็ฉีกกระดาษที่จดโยนลงตะกร้าขยะ ชวนภาคินว่า หิวแล้วออกไปหาอะไรกินกันไหม ภาคินบอกว่ายังปวดท้องอยู่ ทิชาบอกว่าถ้าเปลี่ยนใจก็โทร.บอก แล้วเดินออกไป ภาคินชำเลืองมองตามทิชาไปด้วยสีหน้านิ่งๆ

เดวิดอยู่ในห้องทำงานที่คฤหาสน์ เขากำลังคุยโทรศัพท์

“ขอบใจ ถ้ามีอะไรรีบรายงานฉันทันที” พูดแล้ววางสาย หยิบกระดาษจดที่อยู่ของศักดิศรส่งให้อาร์มสั่ง “จับมันมาให้ได้ แด๊ดมีเรื่องอยากถามมัน”

เรนเสนอตัวไปช่วย เดวิดปฏิเสธทันที เรนพยักหน้าอย่างผิดหวัง

ooooooo

ทันทีที่เดวิดรู้ที่อยู่ของศักดิศร ค่ำนี้เขาสั่งอาร์มกับตุลย์พาลูกน้องไปเล่นงานทันที แต่ศักดิศรก็ไม่ได้เคี้ยวง่ายอย่างที่คิด เขาต่อสู้จนหนีออกจากห้องไปได้ แต่วิ่งไปสะดุดศพลูกน้องล้มเลยถูกอาร์มกับตุลย์ตามไปเอาปืนจ่อหัว!

ทันใดนั้นลิฟต์เปิดออก พสุกับภูริชวิ่งออกมายิงปืนในมือตุลย์กระเด็น อาร์มหันไปยิงโต้แต่ทั้งสองก็หลบทัน ตุลย์ชักปืนอีกกระบอกยิงช่วยอาร์ม แต่พอหันดูอีกทีศักดิศรก็หายไปแล้ว ตุลย์ตะโกนให้อาร์มหนี พลางก็ยิงเปิดทางหนีไปได้

ที่ลานจอดรถ ศักดิศรยืนพิงรถของพสุอย่างหมดแรง บอกว่าครั้งนี้ถ้าพวกพสุมาไม่ทันตนตายจริงแน่

ภูริชโทร.คุยกับทิชาบอกว่าศักดิศรปลอดภัยแล้ว ทางทิชาก็บอกว่าตนจับสายลับของเดวิดได้แล้วเช่นกัน

สายลับของเดวิดคือแม่บ้านนั่นเอง! มันส่งคนเข้ามาเจาะถึงหัวใจฝ่ายตรงข้าม แต่ก็ถูกซ้อนแผนจนจับได้เมื่อทิชาแกล้งทิ้งกระดาษจดที่อยู่ของศักดิศรในตะกร้าล่อให้แม่บ้านมาขโมยแล้วส่งไปให้เดวิด ทุกอย่างเป็นไปตามแผนเลยจับได้

สายลับที่ปลอมมาเป็นแม่บ้าน ฝีมือไม่ธรรมดา อาศัยจังหวะที่ทิชากับภาคินคุยกันอยู่ถีบทิชาไปกระแทกภาคินจนล้มปืนร่วงจากมือแล้วจะวิ่งหนี ทิชาคว้าไม้ถูพื้นฟาดก็ถูกแม่บ้านถีบไม้กระเด็นแล้วใช้กุญแจมือล็อกคอทิชาจนหายใจไม่ออก ภาคินหยิบปืนยิงขึ้นฟ้าแม่บ้านก็ไม่ปล่อย ภาคินจึงเล็งปืนใส่

“ปล่อยทิเดี๋ยวนี้ นัดต่อไปผมยิงไม่พลาดแน่!”

แต่สุดท้ายแม่บ้านสายลับก็จับทิชาเหวี่ยงใส่ภูริชจนล้มทับกันแล้ววิ่งหนีไป

ooooooo

พสุต่อรองกับศักดิศรให้เขามาเป็นพยานให้ตน ศักดิศรมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเคลียร์ประวัติให้ตนก่อน พสุขอปรึกษาท่านอธิบดีก่อน ศักดิศรให้เวลาสามวันถ้าเขาทำได้ค่อยมาคุยกัน ภูริชบอกว่าระหว่างนี้จะส่งคนมาคุ้มกันเขา

“ไม่ต้อง แค่หาที่อยู่ใหม่ให้ผมก็พอ” ศักดิศรบอก พสุกับภูริชสบตากันเชิงปรึกษา

ฝ่ายเดวิดเจ็บใจที่เก็บศักดิศรไม่สำเร็จ เรนกับอาร์มเสนอให้แจ้งตำรวจจับแล้วค่อยส่งคนไปฆ่าในคุก

ศักดิศรไปอยู่ที่ใหม่ เขาโทรศัพท์ถึงลูกน้องทันที พอรู้ว่ากู้ไฟล์ได้แล้วก็สั่งให้เอามาให้ตนเท่าที่กู้ได้ก่อน แต่พอวางสาย ตำรวจก็ถีบประตูเข้ามารวบตัวไป

พวกพสุเจ็บใจมาก เชื่อว่าเดวิดต้องส่งคนไปเก็บศักดิศรในคุกแน่ จึงปรึกษากันจะประกันตัวศักดิศรออกมา เมื่อไปปรึกษาอธิบดียิ่งยศ อธิบดีกลัวว่าศักดิศรจะหนีไประหว่างประกันตัวแล้วพวกพสุจะลำบาก พสุบอกว่า ถ้าเกิดปัญหาระหว่างนี้ตนยินดีลาออก ตนมารับราชการเพราะต้องการรับใช้แผ่นดิน ไม่ได้ทำเพราะอยากได้ตำแหน่งหน้าที่อะไร อธิบดีจึงรับปากว่า

“ผมจะลองคุยกับผู้ใหญ่ให้”

เอวาถามภูริชว่าศักดิศรถูกจับไปไว้ที่ไหน ภูริชถามว่าจะรู้ไปทำไม เธอบอกว่าแค่สงสัยเฉยๆ แต่ที่แท้ในใจมีแผน

เดวิดจะให้คนในคุกเก็บศักดิศรจริงๆ แต่มันไม่ทันลงมือตำรวจก็มาบอกศักดิศรว่ามีคนมาเยี่ยม พอออกไปจึงรู้ว่าเอวามาเยี่ยม เธอบอกว่ามีคำถามอยากจะถามเขา แต่ไม่ทันได้ถามภูริชก็เข้ามาขัด ถามว่าเอวามาที่นี่ทำอะไร

“ฉันอยากจะได้ยินจากปากคุณศักดิศรเรื่องที่เขาเคยพูดว่าแด๊ดดี้ใส่ร้ายเขา รวมทั้งเรื่องที่เขาตามล้างแค้นด้วย ศักดิศรบอกว่า อยากรู้ก็จะเล่าให้ฟัง แต่ไม่ทันเล่า พสุกับภูริชก็จับแขนเอวาพาออกไป พสุบอกว่าตนมีเรื่องด่วนที่ต้องคุยกับศักดิศรก่อน ศักดิศรหงุดหงิด เสียดายที่ไม่ได้บอกความลับกับเอวา

เอวาถามภูริชว่าเรื่องด่วนอะไร ทำไมรอให้ตนคุยกับศักดิศรก่อนไม่ได้ เขาบอกว่าพสุมาประกันตัวศักดิศร

“ประกันตัวให้คนร้ายเนี่ยนะ” เอวาทำหน้างงมาก

ooooooo

หัวใจปฐพี

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด