ตอนที่ 4
อัลบั้ม: ทีวีซีนส่งละครแนวอนุรักษ์ป่าไม้ "หัวใจปฐพี"
หลังจากเรนรู้เรื่องการใช้ยาบ้ามอมเมาให้ ชาวบ้านตัดไม้ที่ภูสรวงแลกยาแล้ว คืนนี้เรนไปเคาะประตูห้องทำงานเดวิดเข้าไปถามว่ารู้เรื่องการใช้ยาบ้าแลกกับการตัดไม้ที่ภูสรวงแล้วใช่ไหม เดวิดจ้องหน้าเรนอย่างโกรธจัด ตวาดว่า
“แด๊ดไม่จำเป็นต้องตอบคำถามพวกนี้ เรื่องที่เอวาเกือบได้รับบาดเจ็บ ถือว่าเป็นความผิดของแก ออกไปได้แล้ว”
พอเรนออกไป เดวิดก็โทร.ถามตุลย์ว่า รู้เรื่องเด็กชาวบ้านที่บังอาจทำร้ายเอวาใช่ไหม พอตุลย์บอกว่าชื่อไผ่ เดวิดก็สั่งเหี้ยม “เก็บมันซะ!”
เรนยังติดใจสงสัยเรื่องที่ภูสรวง เธอโทร.ถามอาร์มว่าเขากับเดวิดกำลังทำอะไรอยู่ทำไมไม่บอกให้ตนรู้ อาร์มย้ำว่า
“พี่เคยบอกแล้วใช่ไหม ว่ายิ่งรู้น้อยเท่าไรยิ่งดี แกจะได้ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้” เรนถามว่าอาร์มเห็นไหมว่าเอวาเกือบโดนทำร้ายเพราะงานของเขา “เรื่องนี้แด๊ดโทร.สั่งตุลย์ให้ไปจัดการไอ้เด็กนั่นแล้ว”
“อีกแล้วเหรอ!” เรนไม่พอใจ อาร์มดักคออย่างรู้ทันว่าเรนโดนแด๊ดดุมาใช่ไหม ไว้รอใจเย็นก่อนแล้วค่อยคุยกัน แล้วอาร์มก็วางสายเลย เรนถอนใจเธอมั่นใจว่าเดวิดกับอาร์มอยู่เบื้องหลังการใช้ยาบ้ามอมเมาชาวบ้านให้ตัดไม้
ooooooo
พสุกับภูริชไปซุ่มแถวบ้านของไผ่ พอเห็นไผ่กลับมาอย่างลับๆล่อๆ ภูริชบอกพสุให้จับเลยจะรออะไรอีก พสุติงว่าเขาอยากรู้ไม่ใช่หรือว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับเดวิดหรือเปล่า บอกให้ตามไผ่ไปเดี๋ยวก็รู้
ที่แท้ตุลย์มาดักเก็บไผ่ตามคำสั่งของเดวิดอยู่แล้ว พอเห็นไผ่กลับมาตุลย์ก็พุ่งมีดใส่ทันที แต่ถูกพสุกับภูริชโดดขวาง พสุเตะมีดกระเด็น ภูริชพุ่งเข้าถีบตุลย์ลงไปกองกับพื้นแล้วจะตามซ้ำ พสุบอกไม่ต้องตาม
พสุกับภูริชสอบถามไผ่ว่าจะไปไหนดึกดื่น หรือว่าจะแอบไปตัดไม้อีก ไผ่ยกมือไหว้ขอบคุณที่ช่วยชีวิตตนไว้ ส่วนเรื่องตัดไม้ ไผ่บอกว่าตนไม่ได้ตัดมาหลายวันแล้วเพราะร่างกายไม่ไหว ที่ออกมานี้เพราะเพื่อนนัดจะเอายามาส่งให้
“งั้นบอกพี่ได้ไหมว่าเราทำงานให้ใคร” พสุถาม ภูริชเห็นไผ่ลังเลเขาถามว่า มาถึงตอนนี้แล้วยังคิดว่ามันจะเก็บเขาไว้อีกหรือ พสุเสริมว่า “ถ้ายอมบอกข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับพวกพี่ พี่จะช่วยให้น้องกับแม่ไปอยู่ที่อื่น ที่ที่ปลอดภัย”
“ผมรู้แค่ว่าคนคุมชื่อตุลย์ ส่วนหัวหน้าพวกมันเป็นใครผมไม่รู้ ไม่มีใครเคยเห็นพวกมันหรอกครับ” ไผ่นึกได้รีบบอกอีกว่า “ผมได้ยินมาว่า กำลังจะมีการส่งไม้ลอตใหญ่ไปชายแดน เห็นว่านอกจากไม้ยังมีของสำคัญอย่างอื่นด้วย” แต่พอภูริชถามว่าของอะไร ไผ่บอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน จึงเป็นปริศนาให้พสุกับภูริชต้องหาคำตอบกันเองต่อไป
ในการพบปะกันที่ร้านกาแฟระหว่างภาคิน ทิชา พสุและภูริช ภาคินชี้ให้เห็นถึงเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจของพวกเดวิดว่า
“พวกมันเล่นเอางานสำรวจพื้นที่ของมูลนิธิบังหน้า แถมยังรับอาสาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทำเป็นให้ความช่วยเหลือ จะได้เข้านอกออกในกันได้อย่างสะดวก มันร้ายกาจจริงๆ”
“ถ้าเรื่องที่ไผ่พูดเป็นความจริง นี่ก็น่าจะเป็นโอกาสดีของพวกเรา” ทิชาย้ำ
พสุชี้ว่าตอนนี้เราต้องรู้ให้ได้ว่าเดวิดมีไม้อยู่ในโกดังมูลนิธิภูสรวงจริงหรือเปล่า พสุเห็นด้วยแต่ถ้าส่งเจ้าหน้าที่ไปจับเกิดไม่มีหลักฐานอะไรเลยจะกลายเป็นพวกเราแหวกหญ้าให้งูตื่น ภูริชจึงอาสาจะไปดูเองจะได้รู้ว่าที่ดินผืนนี้มีอะไรกันแน่
ooooooo
เอวาคุยกับเดวิดว่าอยากไปเยี่ยมอาร์มที่ภูสรวง เดวิดห้ามทันทีว่าอย่าไปเพราะตอนนี้ยังไม่มีอะไรเรียบร้อยไปก็เกะกะอาร์มเปล่าๆ เรนช่วยพูดว่าที่เดวิดห้ามเพราะรู้ว่ามันลำบาก รอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนแล้วเอวาจะไปเมื่อไรก็ได้
เอวาพยักหน้าไปอย่างนั้นเองแต่ในใจคิดว่าจะต้องไปให้ได้ เรนดักคอว่าอย่าดื้อไปเองคนเดียวล่ะ เดวิดพอใจที่เรนช่วยพูดดักคอให้ เอวาแอบทำหน้าเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนบางอย่างในใจ
ที่ภูสรวง อาร์มกำลังบัญชาลูกน้องให้ขนกล่องไม้ขนาดใหญ่ไปไว้ที่โกดังท้ายไร่และให้คนเฝ้าไว้ให้ดี
พลันอาร์มก็ตกใจและแปลกใจ ที่จู่ๆเอวาก็มาเซอร์ไพรส์ อาร์มถามว่ามาได้ยังไง จะมาทำไมไม่บอกก่อน เอวาไม่สนใจคำถามของพี่ชาย แต่ชะเง้อมองคนงานที่กำลังขนลังไม้ขนาดใหญ่ ถามว่าขนอะไรกันอยู่หรือ อาร์มพยายามเอาตัวบังสายตาเอวา บอกว่าเป็นไม้ที่จะเอามาต่อเติมอาคาร เอวาติงว่านั่นมันลังไม้ต่างหากและพยายามจะเข้าไปดู
อาร์มบ่นน้องสาวว่ามันเป็นเฟอร์นิเจอร์ อยากรู้อยากเห็นเสียจริง ถามว่ามาที่นี่แด๊ดรู้รึเปล่า เอวาไม่ตอบ เลยถูกพี่ชายปรามว่า “แอบมาเองคนเดียวใช่ไหม เดี๋ยวจะโดนนะเรา” พลางเหลือบมองมาที่คนงานเห็นขนของออกไปแล้วก็โล่งใจ
อาร์มโทร.ไปถามเดวิดว่าปล่อยให้เอวามาที่นี่ได้ยังไง เอวาเกือบเห็นของที่ตนกำลังขนอยู่ ทั้งยังถามโน่นนี่ซอกแซก พอเดวิดรู้ว่าเอวาแอบไปที่นั่น เขาพูดเครียดว่าต่อไปต้องให้เรนตามประกบเสียแล้ว บอกอาร์มว่าเดี๋ยวจะโทร.ไปสั่งให้เอวากลับเอง อึดใจเดียวอาร์มก็เห็นเอวารับโทรศัพท์แล้วยิ้มแหย ก็ถอนใจโล่งอกว่าเดวิดโทร.มาเรียกตัวเอวากลับแล้ว
ในรถตู้ที่จอดซุ่มอยู่ใกล้ภูสรวง ภาคินกับพสุช่วยกันติดหูฟังให้ภูริช เสร็จแล้วพสุถามภูริชว่าแน่ใจนะที่ไม่ให้ตนไปด้วย ภูริชบอกว่าไปสอดแนมไปคนเดียวดีกว่า ทิชานัดอีกหนึ่งชั่วโมงเจอกันที่เดิม ภูริชหยิบแว่นตาสายลับที่ถ่ายรูปได้สวมแล้วลงจากรถตู้ไป ส่วนพสุ ภาคิน และทิชา ต่างเข้าประจำที่คอยดูภาพจากหน้าจอที่ถ่ายมาจากแว่นตาสายลับที่ภูริชใส่
ภูริชรายงานเข้ามาว่า พวกมันแอบสร้างโกดังและมีลังไม้เก็บไม้ไว้เต็มไปหมด พสุบอกให้ลองเปิดดูว่าข้างในมีอะไร
จากการเปิดลังไม้ขนาดใหญ่ดู ทุกคนผงะสะเทือนใจ เมื่อเห็นซากสัตว์ป่าในลัง
ทันใดนั้น ภูริชสะดุ้งเมื่ออาร์มกับลูกน้องเปิดโกดังมาสำรวจของที่ขนเข้ามา อาร์มสั่งลูกน้องว่าถ้าเอวาถามอะไรไม่ต้องตอบเดี๋ยวความลับแตก ที่สำคัญอย่าให้เอวาเห็นของพวกนี้เด็ดขาด ลูกน้องทุกคนรับทราบและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
อาร์มพอใจที่ของทุกชิ้นอยู่ในสภาพเรียบร้อย แต่แล้วเขาก็หยุดกึกเมื่อเห็นลังใบหนึ่งถูกเปิด อาร์มตะโกนทันที
“มีคนแอบเข้ามา จับตัวมันให้ได้ จับตายมัน ฉันอนุญาต!”
พสุ ภาคินและทิชาตกใจมากที่ภูริชตกอยู่ในอันตราย พสุจะเข้าไปช่วย ทิชาห้ามไว้เพราะเชื่อว่าภูริช เอาตัวรอดได้ ถ้าเข้าไปตอนนี้เดี๋ยวเรื่องจะยิ่งบานปลาย ทำให้พสุหยุดดูสถานการณ์อยู่ในรถตู้ด้วยความร้อนใจเป็นห่วงภูริช
ooooooo
อาร์มและลูกน้องตรวจค้นโกดังอย่างละเอียด แต่ภูริชก็ใช้ความสามารถเฉพาะตัวหลบหนีออกจากโกดังไปได้ แต่ระหว่างหลบออกมา หูฟังเขาหล่นหายไม่รู้ตัว
เอวากำลังจะกลับ เห็นความตึงเครียดในโกดัง ถามอาร์มว่ามีอะไรหรือ อาร์มเร่งให้เธอรีบออกไปเพราะตอนนี้มีโจรเข้ามาขโมยของในโกดัง
ภูริชแอบขึ้นรถเอวาไป พอถูกเอวาจับได้ถามว่าขึ้นรถตนมาได้ยังไง ภูริชตอบทีเล่นทีจริงว่าเปิดประตูเข้ามา แล้วเร่งให้เธอรีบออกไปจากที่นี่ พลางโทรศัพท์ถึงพสุ นัดว่า
“พี่ดิน ผมออกมาแล้ว ไว้เจอกันในเมือง เดี๋ยวผมให้คุณเอวาไปส่ง” รีบพูดแล้วกดวางสายทันที ภูริชเหลียวมองไปข้างหลังอย่างกังวล ทำให้เอวารู้ว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่ ฉุกคิดได้ว่าเขาอาจเป็นโจรที่เข้าไปขโมยของในโกดังที่อาร์มบอกก็ได้ แต่พอถามภูริชขอไม่ตอบอ้างว่าพูดไปเดี๋ยวก็ทะเลาะกันเปล่าๆ แต่ขอว่า
“เอาเป็นว่าช่วยไปส่งผมในเมืองหน่อยสิ” เอวาหมั่นไส้บอกว่าตนไม่ใช่แท็กซี่ ภูริชเลยหยอกว่า ไหนๆ เธอก็จะผ่านทางนั้นอยู่แล้วพูดหยอกว่า “อย่าลืมกดมิเตอร์ล่ะ” แล้วพิงพนักหลับตาสบายใจ เอวาเจ็บใจแต่ก็จำต้องขับรถไปส่งเขา ครู่หนึ่ง ภูริชโงหัวขึ้นพูดว่า “เรื่องสร้างมูลนิธิที่นี่ ผมยังไม่เห็นมีอะไรคืบหน้าเลย”
“ทำไมจะไม่คืบหน้า วันนี้ฉันยังนั่งอ่านเอกสารของพี่อาร์มอยู่เลย มีทั้งแผนสร้างอาชีพให้ชาวบ้าน แผนพัฒนาชุมชน แถมยังส่งคนไปสำรวจทรัพยากรทำงานวิจัยในป่าอีก โครงการดีๆทั้งนั้น ไม่คืบหน้าก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว” เอวาโต้
ภูริชยั่วจนได้ข้อมูลแล้วขอร้องเธออย่าบอกเรื่องที่เธอเจอตนที่นี่กับใครทั้งนั้น เอวารับปากเพราะเธอก็ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา แต่ถ้าเขายังทำอะไรแบบนี้อีก คราวหน้าตนไม่ปล่อยง่ายๆแบบนี้แน่
“ขอบคุณครับที่เมตตาผม” ภูริชแกล้งทำเป็นกลัวตัวสั่น เอวาหมั่นไส้ยกมือจะฟาด ถูกภูริชคว้ามือค้างไว้ ทำเอาเอวาเขินกระชากมือกลับทำหน้าเง้างอน ภูริชดูอาการออกเขาแอบยิ้มชอบใจ
ค่ำนี้เอง ภูริชก็รายงานผลการไปสืบในโกดังที่ภูสรวงให้อธิบดีและพสุฟัง อธิบดีดูภาพที่สัตว์ป่าถูกฆ่าแล้วก็ใจหาย ภูริชบอกว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ในโกดังยังมีของพวกนี้อีกเพียบ
“หลักฐานมัดตัวขนาดนี้ คราวนี้นายเดวิดดิ้น ไม่หลุดแน่” อธิบดีมั่นใจ พสุบอกว่าตนให้ภาคินเฝ้าอยู่ที่ภูสรวง เผื่อจะมีการขนย้ายระหว่างนี้ ภูริชเสนอว่าเราต้องรีบจัดการก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว อธิบดีพยักหน้าเห็นด้วย มอบหมายว่า
“ผมไฟเขียว คุณสองคนดำเนินการต่อได้เลย”
พสุกับภูริชมองหน้ากันอย่างมั่นใจว่าคราวนี้ต้องจัดการเดวิดได้แน่นอน
ooooooo
สายวันต่อมา พสุ ภูริช ทิชาและภาคินและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไปที่ไร่ภูสรวง ตรงไปที่หน้าบ้านพักของอาร์ม
“มาทำอะไรกัน” อาร์มถามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ พสุเอาหมายค้นกางให้ดู แจ้งว่าสงสัยโกดังในไร่ของเขาจะมีการเก็บซากสัตว์และไม้ที่ลักลอบตัดอย่างผิดกฎหมายซ่อนอยู่ อาร์มเสียงดังว่า “กล่าวหากันแรงไปรึเปล่า ผม ฟ้องคุณได้นะ”
“ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดแล้วจะกลัวทำไมล่ะครับ” ภูริชตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
อาร์มพยายามขัดขวางไม่ให้พวกพสุเข้าไป พสุพูดเสียงแข็งว่า “กรุณาให้ความร่วมมือด้วย” แล้วภูริชก็เดินเบียดกระแทกอาร์มพ้นทางแล้วเข้าไป ตามด้วยพสุ ทิชา ภาคินและเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาร์มมองตามอย่างเจ็บใจที่สกัดพวกพสุไม่ได้
แต่พอเข้าไปในโกดัง พบแต่โกดังเปล่า มีลังไม้ที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง แต่พอเปิดดูพบแต่ลังเปล่า!
“เจอของที่ต้องการไหมครับ” อาร์มตามมาเย้ย
ภูริชเจ็บใจมากทั้งที่เมื่อวานเห็นหลักฐานมากมายแต่วันนี้กลับไม่พบอะไรเลย พสุพยายามคุมเกม เอ่ยขอโทษอาร์มที่ทำให้เสียเวลา แล้วพากันกลับ
เมื่อมาขึ้นรถ ภาคินขอโทษที่เรื่องกลับกลายมาเป็นแบบนี้ เมื่อคืนตนเฝ้าตรงทางออกตามที่พสุสั่งทั้งคืนไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ ภูริชก็ตำหนิตัวเองว่าพลาดที่ออกไปกับรถของเอวา เธออาจจะหลุดปากบอกใครในครอบครัวก็ได้
“เรนรู้แน่ๆ ถ้าเป็นยัยนี่ก็ไม่น่าสงสัยว่าทำไมถึงหาทางหนีทีไล่ได้เร็วขนาดนี้” ทิชาฟันธง
จริงอย่างที่ทิชาคาด เพราะเอวาบอกเรนแต่กำชับว่าอย่าบอกใคร หลังจากนั้นก็มีการขนย้ายหลักฐานออกไปทางท้ายไร่จนไม่เหลืออะไรไว้ให้พวกพสุจับได้เลย งานนี้เดวิดแสดงความพอใจและชมเรน เพียงแค่นี้เรนก็เอ่ยขอบคุณเดวิดอย่างปลื้มปริ่ม มีความสุขแล้ว
“นี่แหละคือเหตุผลที่แด๊ดอยากได้ที่ที่ภูสรวงเพราะที่นี่มันสลับซับซ้อน เข้าออกได้หลายทาง ยังไงก็ไม่มีทางจับเราได้แน่นอน ไม้ก็มีให้ตัด สัตว์ก็มีให้ล่า” เดวิดหัวเราะสะใจ แต่พอเรนเข้าใจจุดประสงค์ของเดวิดแล้วกลับเครียด
คว้าน้ำเหลวกลับไปถึงกรมอุทยาน ทุกคนเครียด ผิดหวังที่ทำงานพลาด อธิบดียิ่งยศสรุปและวางแผนต่อไปว่า
“ตอนนี้นายเดวิดคงระวังตัวกันมากขึ้น ทางเดียวที่จะจัดการมันได้ก็คือต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา ในวันที่พวกมันนัดส่งของ”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แต่สีหน้าแต่ละคนเครียด และหนักใจ
จริงอย่างที่อธิบดีวิเคราะห์ เพราะอาร์มเสนอเดวิดว่าให้ชะลอการส่งของไว้ก่อนดีไหม เดวิดเสียงแข็งว่าไม่ได้ เพราะลอตนี้สำคัญมากพลาดไม่ได้เลย สั่งเดินหน้าต่อไปแต่ระวังให้มากขึ้น อาร์มบอกให้เก็บพวกพสุเลยก็สิ้นเรื่อง
“อย่าเพิ่ง...แด๊ดไม่อยากให้เรื่องบานปลาย แต่ถ้าพวกมันยังไม่ยอมหยุด แด๊ดก็ไม่ปล่อยพวกมันไว้แน่” เดวิดมองหน้าอาร์มย้ำอย่างรู้นิสัยลูกชายดีว่า
“อย่าทำเกินคำสั่ง เข้าใจไหม”
อาร์มพยักหน้าอย่างขอไปที เรนดูออกว่าอาร์มต้องคิดเอาคืนพสุแน่นอน แต่ก็ไม่ทักท้วงทัดทานอะไร
ooooooo
ค่ำวันนี้เอง พสุก็ถูกอาร์มกับตุลย์ในชุดดำอำพราง ใบหน้าดักทำร้ายขณะกำลังจะขึ้นรถที่ลานจอดรถ ขณะที่พสุกำลังพลาดพลั้งถูกตุลย์เงื้อมีดจะแทงนั้น เรนในชุดดำก็เข้ามาเตะมีดกระเด็นและจับตุลย์ทุ่มกับพื้น
อาร์มตกใจกับเหตุการณ์ที่พลิกผัน พสุฉวยโอกาสนั้นหนีไป เรนหันมองพสุอย่างเป็นห่วงว่าปลอดภัยหรือยัง ก็สบตากันอย่างจัง พสุจำดวงตาเรนได้ ถามเบาๆ “คุณใช่ไหม” เรนไม่ตอบ อาร์มกับตุลย์มองเรนอย่างไม่เข้าใจ แล้วพยักหน้ากันวิ่งหนีไป พสุมองตามแต่พอหันมาทางเรนอีกที เธอหายไปแล้ว พสุนิ่งคิดอย่างสงสัยการกระทำของเรน
พออาร์มเจอกับเรนในมุมลับตาเขาถามเรนว่ามาขวางตนทำไม เรนย้อนถามว่าทำไมเขาถึงขัดคำสั่งแด๊ดดี้ ตนไม่อยากให้เขาทำความผิดมากกว่านี้ อาร์มถามอย่างไม่พอใจว่าจะรอให้มันลากแด๊ดดี้กับตนเข้าคุกไปก่อนรึไงถึงค่อยจัดการกับมัน
“ถ้าวันนั้นมาถึง เรนจะเป็นคนจัดการพสุด้วยมือของเรนเอง”
“ให้มันจริงเถอะ” อาร์มส่ายหน้าอย่างหัวเสียแล้วเดินแยกไป ตุลย์เองก็ไม่พอใจเรนที่เอาตัวมาปกป้องพสุแล้วเดินตามอาร์มไป
เมื่อกลับถึงบ้าน พสุเล่าให้ภูริชฟัง ภูริชเตือนว่าต่อไปเขาต้องระวังตัวให้มากขึ้น พสุพยักหน้าแล้วถามว่าเขาสืบไปถึงไหนแล้ว ภูริชพูดอย่างมั่นใจว่า
“ผมให้คินกับทิ สะกดรอยตามเดวิดกับอาร์มอยู่ ไม่นานคงรู้ว่าพวกมันเอาของไปซ่อนไว้ที่ไหน”
เมื่อพสุเข้าห้องนอน เขาคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เรนมาช่วยตน แล้วพิมพ์ข้อความ “วันนี้คุณมาช่วยผมใช่ไหม ขอบคุณนะที่เป็นห่วง” พิมพ์แล้วก็เปลี่ยนใจลบทิ้ง พิมพ์แล้วลบลบแล้วพิมพ์ใหม่สุดท้ายเหลือแค่ “ขอบคุณนะ” กระนั้นก็ยังไม่กล้าส่ง สุดท้ายเลยลบข้อความนั้นทิ้งด้วยอารมณ์ที่สับสนจนตัวเองก็แปลกใจว่าไม่เคยมีความรู้สึกอย่างนี้มาก่อน
ooooooo
อาร์มเอาซากสัตว์ไปฝากไว้ที่ “มูลนิธิบ้าน สัตว์ป่า” ของโทนี่ เพราะที่นี่มีสัตว์ป่าเข้าออกบ่อย ตบตาเจ้าหน้าที่ได้ดี
ภาคินกับทิชาสะกดรอยตามเดวิดกับอาร์มไปที่มูลนิธิสัตว์ป่านี้ แล้วภาคินก็รายงานพสุกับภูริชที่มาจอดรถติดตามสถานการณ์อยู่ว่า คนแถวนี้บอกว่าเจ้าของมูลนิธิชื่อโทนี่เป็นชาวต่างชาติจะคอยดูแลรักษาสัตว์ป่าที่ป่วย ที่นี่ก็เลยมีสัตว์ป่าเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ทิชาเชื่อว่าสินค้าของเดวิดน่าจะย้ายมาซ่อนที่นี่
ภูริชบอกว่าเราต้องตามพวกมันต่อไปสืบให้ได้ว่าพวกมันส่งของที่ไหนเมื่อไหร่ ทิชาอาสาว่าตนกับภาคินจะจัดให้เอง
ขณะทิชากับภาคินลงจากรถของพสุที่จอดอยู่ เรนเหลือบเห็นพอดี เธอเชื่อว่าพวกพสุสะกดรอยตามเดวิดอยู่ เมื่อเธอบอกอาร์มกับเดวิด เดวิดเชื่อว่าพวกนั้นทำอะไรเราไม่ได้ ยิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่า ปล่อยให้พวกนั้นเข้าใจว่าเราไม่รู้ตัวอย่างนี้ดีแล้ว
ooooooo
การทำงานของทีมงานเฉพาะกิจล้มเหลวหลายครั้ง เพราะฝ่ายนั้นรู้ทันและพลิกเกม ภูริชจึงเสนอแผนสองที่เตรียมกันไว้แล้ว นั่นคือการใช้กล่องโปรแกรมดักฟัง
ภูริชเชื่อว่าแผนนี้เราจะรู้การเคลื่อนไหวของฝ่ายนั้นและสถานที่นัดส่งของ แต่ปัญหาคือเราต้องหาทางโหลดโปรแกรมนี้เข้ามือถือของเป้าหมายให้ได้ก่อน พสุถามว่าปัญหาคือ เราจะใช้โปรแกรมนี้กับมือถือใครดี?
คนที่เหมาะที่สุดกับงานนี้คือทิชา ให้เธอแปลงโฉม เป็นสาวเปรี้ยวเที่ยวกลางคืนชื่อทีน่าเพื่อเข้าให้ถึงอาร์มที่ชอบเที่ยวและขี้หลี ทิชาอ่อยยั่วอาร์มออกไปเต้นรำและ แอบล้วงมือถือของเขาออกมาโหลด แต่โปรแกรมยังโหลด ไม่ทันเสร็จ เรนก็ปรากฏตัวขึ้นเพราะนัดกับอาร์มไว้
พสุที่ซุ่มดูอยู่ตกใจเพราะถ้าเรนเห็นทิชาเธอต้องจำได้ แผนแตกแน่ พสุจึงถ่วงเวลาด้วยการโทร.คุยกับเรน จนทิชาออกอุบายบอกอาร์มว่าขอเข้าห้องน้ำแล้วหลบออกมาที่รถตู้ พอรู้ว่าโหลดเสร็จแล้วภูริชเสนอให้ลองกันเลย ปรากฏว่าทุกอย่างเรียบร้อย ได้ยินเสียงอาร์มคุยกับเพื่อนชัดเจน ตอนหนึ่งได้ยินเรนเตือนอาร์มว่า
“พี่อาร์มอย่าเมามากนะคะ พรุ่งนี้เรามีคุยกับลูกค้าเรื่องนัดส่งของ”
ทุกคนในรถตู้ฟังกันหูผึ่ง! พสุบอกทุกคนอย่างเอาการเอางานว่า “พรุ่งนี้พวกเดวิดนัดคุยกับลูกค้าแล้ว ทิกับคินคอยดักฟังให้ดี อย่าให้พลาด” แล้วหันบอกภูริช “ส่วนแกไปกับพี่ เราจะสะกดรอยตามสองพ่อลูกนั่นไปด้วย พี่ไม่อยากฝากความหวังไว้กับเทคโนโลยีอย่างเดียว”
เช้าวันต่อมา เดวิด เรน อาร์ม นั่งคุยกับคู่ค้ามาเฟีย ในห้องอาหารญี่ปุ่น เดวิดรับรองกับคู่ค้าว่าป่ามีอีกกว้างอยากได้ไม้กี่ลอตตนก็ตัดมาให้ได้ ฝ่ายนั้นถามถึงสัตว์ป่าเดวิดบอกว่าหาได้อยู่แล้ว อาร์มเสริมว่า เหลือเวลาอีกตั้งสองวันทุกอย่างพร้อมส่งให้แน่นอน
“ผมจะให้ลูกชายผมเป็นคนจัดการส่งของให้เองครับ คุณแค่ไปรอรับของที่โกดังก็พอ” เดวิดรับรองแล้วสั่งอาร์ม “จัดการให้เรียบร้อยล่ะ” อาร์มยิ้มเผล่คุยว่าตนไม่เคยทำให้แด๊ดผิดหวังอยู่แล้ว ส่วนเรนนั่งฟังเงียบๆ
ที่ห้องติดกันนั่นเอง พสุกับภูริชแอบฟังการสนทนาอยู่ รู้เรื่องราวทั้งหมด ทั้งสองยกถ้วยชาเขียวชนเชียร์กันเงียบๆ
ooooooo
ดึกคืนนี้ รถคอนเทนเนอร์ขับเข้าไปจอดที่โกดังแห่งหนึ่ง อาร์มกับลูกน้องลงจากรถเตรียมรับคู่ค้า
ขณะอาร์มโทร.ติดต่อคู่ค้านั่นเอง ไฟรถตำรวจที่อยู่รอบๆ โกดังก็เปิดสว่างขึ้นพร้อมกับพสุ ภาคินและตำรวจแสดงตัวเข้าล้อมจับพวกอาร์ม ตำรวจตะโกนให้วางอาวุธและยกมือขึ้น พสุเดินเข้าหาอาร์มอย่างมั่นใจว่าคราวนี้จับได้แน่ อาร์มพูดอย่างใจเย็นเชิญตำรวจตรวจค้นได้ตามสบายเลย
แต่พอตำรวจเปิดตู้รถคอนเทนเนอร์ ปรากฏว่าเป็นตู้เปล่า! อาร์มเดินมาเยาะเย้ยว่าเสียใจด้วย ตนคงต้องโดนจับข้อหาขนอากาศอย่างผิดกฎหมาย เห็นทีพสุจะคว้าน้ำเหลว แล้วกระซิบกับพสุว่า
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าพวกแกแอบสะกดรอยตามมาพักนึง พวกฉันก็เลยแกล้งเล่นละครหลอกพวกแกไง” อาร์มหัวเราะสะใจบอกว่า “รถคันนี้มันก็แค่ตัวล่อสำหรับถ่วงเวลาแกเท่านั้นแหละ ถ้าผมไม่มีความผิดอะไรขอตัวกลับเลยนะครับคุณตำรวจ”
พสุหยิบโทรศัพท์โทร.ถึงภูริชทันที “ทางนี้ไม่มีของกลาง ทุกอย่างเป็นไปตามแผน จัดการทางนั่นได้เลย” อาร์มได้ยินก็ชะงัก พสุยิ้มอย่างเป็นต่อบอกว่า “ผมก็รู้อยู่แล้วว่าคุณเป็นตัวหลอก ผมแค่แกล้งเล่นละครตามน้ำเพื่อให้พวกคุณตายใจเท่านั้น”
ภาคินสะใจจนเผลอบอกว่า “พวกฉันแค่แอบโหลดโปรแกรมดักฟังใส่มือถือ...” ภาคินพูดไม่ทันจบก็ถูกพสุเอาศอกกระทุ้ง เขาจึงรู้ตัวว่าหลุดแผนการให้ศัตรูรู้ ส่วนอาร์มตาลุกโพลงกำมือแน่นอย่างแค้นใจ
“คุณพ้นจากข้อกล่าวหาแล้ว แต่คาดว่าคุณเดวิดไม่น่าจะรอด” พสุบอกอาร์มแล้วบอกตำรวจ “ไปกันได้แล้วครับ”
ตำรวจเริ่มถอนกำลัง อาร์มจิกตามองอย่างแค้นใจ คว้าโทรศัพท์ขว้างลงพื้นกระทืบจนแตกหักเจ็บใจที่พลาดท่าพวกพสุ อาร์มนึกเป็นห่วงเดวิดขึ้นมาทันที
ooooooo
เดวิดอยู่กับมาเฟียคู่ค้าที่ท่าเรือ ลูกน้องโทนี่เอากล้องส่องทางไกลส่องสำรวจรอบๆ เห็นรถตำรวจกำลังมาเป็นขบวน มันรีบรายงานผ่านวิทยุสื่อสารอย่างตื่นตระหนก ลูกน้องเดวิด ลูกน้องโทนี่และลูกน้องมาเฟียต่างตื่นตัวขยับเตรียมพร้อม
แต่ภายในอาคาร เดวิด โทนี่ และมาเฟียกำลังซื้อขายกันอยู่ มีกระเป๋าเงินสดวางอยู่บนโต๊ะ โทนี่เปิดดูเงินในกระเป๋าแล้วพอใจจึงส่งต่อให้เดวิด มาเฟียและเดวิดจับมือกันเมื่อการส่งสินค้าเป็นไปด้วยดี
ทันใดนั้น ลูกน้องโทนี่วิ่งเข้ามารายงานว่า “ตำรวจกำลังมา!”
เดวิดพุ่งไปที่หน้าต่างแง้มมู่ลี่ดู ที่ท่าเรือนอกจากกำลังตำรวจแล้วยังมีนักข่าวมาทำข่าวใหญ่กันไม่น้อย
เรนขับรถตะบึงไปท่าเรือพลางคุยบลูทูธกับอาร์มว่า “เรนกำลังไปช่วยแด๊ดค่ะ พี่อาร์มไม่ต้องห่วง ถึงตายเรนก็ต้องช่วยแด๊ดให้ได้ แค่นี้นะคะ” วางสายแล้วเรนเหยียบคันเร่งขับรถปาดซ้ายขวาไปราวกับพายุ
ที่ห้องรับรองในอาคาร เดวิด โทนี่ และมาเฟีย ต่างเครียดว่าทำไมข่าวรั่วจนตำรวจยกมากันเกือบทั้งโรงพัก โทนี่บอกให้ช่วยกันคิดหาทางหนีกันเถิด เดวิดประกาศกร้าวว่า “ฉันไม่ยอมโดนจับเด็ดขาด!”
ที่ลานท่าเรือ ภูริช ทิชา และภาคิน ยืนลุ้นอยู่กับกลุ่มนักข่าวในขณะที่ตำรวจใช้โทรโข่งประกาศให้ข้างในวางอาวุธเสียเพราะตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว แล้วทุกคนก็ต้องหลบกันจ้าละหวั่นเมื่อข้างในตอบมาด้วยเสียงปืนรัวสนั่น
เดวิดเตรียมจะลุยออกไป มาเฟียคู่ค้าถามว่าจะทำอะไร เดวิดย้อนถามว่าจะอยู่เฉยๆให้มันจับไปติดคุกรึไง! ตนยอมตายดีกว่า! มาเฟียโวยวายว่าจะออกไปให้ตำรวจยิงรึไง ทำงานไม่ได้เรื่อง เลยถูกเดวิดยิงตายคาที่ลูกน้องมาเฟียตั้งท่าจะตอบโต้ก็ถูกตุลย์เก็บเรียบ พอดีมือถือเดวิดดังขึ้น เขาหยิบขึ้นตะคอกใส่ “แผนแกมันพังหมดแล้ว!”
“ใจเย็นก่อนค่ะ เรนหาวิธีช่วยแด๊ดหนีออกมาได้แล้ว เรนขอคุยกับโทนี่ก่อนค่ะ”
ขณะที่ตำรวจกำลังเตรียมบุกเข้าไปในอาคารนั่นเอง โทนี่ก็เดินเอาปืนจี้คอเดวิดออกมา โดยมีตุลย์กับลูกน้องโทนี่ถือปืนตามประกบ โทนี่สีหน้าเครียดเมื่อนึกถึงที่เรนคุยเมื่อครู่นี้ว่า
“ถ้านายอยากจะรอดต้องแกล้งจับพ่อฉันเป็นตัวประกัน แล้วฉันจะให้ลูกน้องพานายออกมาเอง ที่สำคัญอย่าหลุดพูดอะไรที่จะพาดพิงถึงพ่อฉันเด็ดขาด ถ้าอยากมีชีวิตเจอหน้าลูกเมีย” คิดแล้วโทนี่ตะโกนบอกตำรวจ “ถ้าไม่อยากให้มันตายละก็ถอยไปให้หมด”
ตำรวจไม่กล้ายิงเกรงตัวประกันจะได้รับอันตราย เวลาเดียวกันเรนก็ร้องไห้อ้อนวอนตำรวจให้ช่วยพ่อตนด้วย พูดไปร้องไห้ไปว่า “คุณพ่อลงทุนเอาตัวเข้าเสี่ยงช่วยจับคนร้าย ลูกๆห้ามก็ไม่ฟัง คุณพ่อท่านอยากช่วยทางการจับพวกค้าไม้เถื่อนกับพวกค้าสัตว์ป่าน่ะค่ะ เลยแอบมาสืบด้วยตัวเอง แต่คุณพ่อพลาดโดนพวกมันจับได้...” เรนร้องไห้อ้อนวอนจนตำรวจและนักข่าวก็พากันเชื่อ
ตุลย์วิ่งไปที่รถสั่งทุกคนให้รีบขึ้นรถ โทนี่ลากเดวิดไปด้วยจนตัวเองขึ้นรถแล้วก็ผลักเดวิดล้มลง เมื่อตำรวจเห็นเดวิดปลอดภัยแล้วจึงระดมยิง แต่ตุลย์กับโทนี่ยิงเปิดทางหนีไปได้ ส่วนเรนยังเล่นละครต่อไป เธอร้องไห้วิ่งไปกอดเดวิด ภูริช ทิชาต่างมองสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างเจ็บใจ
พสุ ภูริช ทิชา และภาคินต่างเจ็บใจที่เสียท่าให้กับเล่ห์เหลี่ยมของเรนจนได้
ตุลย์พาโทนี่หนีไปยังทุ่งโล่งแล้วยิงทิ้งทั้งโทนี่และลูกน้อง เอาน้ำมันราดเผาทิ้งแล้วเดินจากไปอย่างเลือดเย็น
เรนไม่พอใจมากที่ให้ตุลย์พาโทนี่ไปซ่อนแต่เขากลับพาไปยิงทิ้ง อาร์มออกรับแทนว่าตนเป็นคนสั่งฆ่าเอง
“ทำไมต้องฆ่าพวกเขาด้วยล่ะพี่อาร์ม ที่เรนใช้แผนตัวประกันเพราะต้องการให้ทุกคนรอด”
“เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าสองคนนั้นจะไม่หักหลังเรา คิดการใหญ่ใจต้องแข็งจะทำตัวขี้สงสารแบบแกไม่ได้หรอก!” อาร์มเสียงเข้มพอเห็นเรนหน้าเศร้าก็สงสารเดินมาบีบไหล่ “อย่าอารมณ์เสียไปเลย อย่างน้อยที่แด๊ดรอดมาได้ก็เพราะแกไม่ใช่เหรอ” ขณะนั้นเอง แม่บ้านเดินมาบอกว่า เดวิดสั่งให้อาร์มกับเรนไปพบที่ห้อง
ooooooo
เดวิดตะคอกใส่เรนทันทีที่เห็นหน้าว่าสั่งให้คอยจับตาความเคลื่อนไหวของพวกมันแล้วนี่อะไรตนเกือบติดคุกไปแล้วเห็นไหม ชี้หน้าเรนด่า “แกนี่มันโง่แล้วอวดฉลาดจริงๆ”
เรนเสียใจน้อยใจที่ช่วยเดวิดไว้แล้ว แต่กลับถูกด่า เอ่ยขอโทษเบาๆ อาร์มช่วยชี้แจงว่าเมื่อวานรอดมาได้เพราะเรนช่วยไว้ก็ถูกเดวิดด่าว่าออกรับแทนเรน ประกาศว่าเรื่องนี้ตนต้องเอาคืนให้ได้ สั่งเรนให้ออกจากห้องบอกว่าเรื่องนี้ตนจะให้อาร์มกับตุลย์จัดการเอง พอเรนออกไป เดวิดสั่งตุลย์ให้ไปเก็บพสุเสีย ทำยังไงก็ได้ให้ตายเร็วที่สุด
“ไม่ต้อง” อาร์มขัดขึ้นแล้วหันบอกเดวิด “งานนี้ผมขอทำเอง รับรองมันไม่รอดแน่!”
ooooooo
เรนออกไปตัดแต่งกิ่งไม้ ร้องไห้เสียใจน้อยใจเดวิดมาก เอวาตามมาเจอถามว่าร้องไห้ทำไม เรนบอกว่าเปล่า ถามเอวาว่ามีอะไรหรือเปล่า
“เอวาจะมาบอกเรื่องความคืบหน้าของงานนิทรรศการน่ะค่ะ เอวาอยากให้พี่เรนไปด้วยกัน” เรนพยักหน้า เอวาดีใจมาก โผกอดเรน “ขอบคุณพี่เรน พี่เรน น่ารักที่สุดเลย”
อาร์มกับตุลย์แอบมองเอวากับเรน อาร์มพูดอย่างเห็นใจเรนว่าเดวิดไม่น่าว่าเรนแรงอย่างนั้นเลย แต่พอตุลย์เห็นพ้องกลับถูกอาร์มถลึงตาใส่ที่ตุลย์จะรู้อะไรมากไปแล้ว ตุลย์รีบขอโทษ ถามอาร์มว่าเรื่องที่เราจะจัดการพสุจะไม่บอกให้เรนรู้ใช่ไหม อาร์มพยักหน้า บอกว่าเรนใจอ่อนเกินไป ถ้ารู้ว่าเราจะทำอะไรต้องหาทางขัดขวางเราแน่ คราวก่อนก็ทีนึงแล้วย้ำตุลย์ว่า
“แกอย่าหลุดพูดเรื่องนี้กับเรนเด็ดขาด เข้าใจไหม” เมื่อตุลย์รับคำ อาร์มก็นิ่งคิดว่าจะจัดการพสุอย่างไรดี
เหตุการณ์ครั้งล่าสุดนี้ อธิบดียิ่งยศเตือนพสุกับภูริชว่า
“การจับกุมคราวนี้คงทำให้พวกนายเดวิดไม่กล้าเคลื่อนไหวอีกสักพักนึง ยังไงช่วงนี้คุณก็ระวังตัวเพิ่มขึ้นหน่อยก็แล้วกัน” เมื่อพสุรับคำ อธิบดีมองเขาเอ่ยอย่างประทับใจว่า “บอกตามตรงนะ ผมเห็นคุณตอนนี้เหมือนกับได้เห็นถาวรไม่ผิดเลย เป็นข้าราชการที่มีอุดมการณ์ ไม่เกรงกลัวใคร เขาถึงว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ถ้าพ่อคุณยังอยู่จะต้องภูมิใจในตัวคุณมากแน่นอน”
ขณะนั้นเอง มือถือพสุดังขึ้น เขากดรับแต่ไม่มี เสียงปลายสาย เขาบ่นว่าเบอร์แปลกโทร.มาไม่ยอมพูดอีกแล้ว ภูริชตั้งข้อสังเกตว่าบ่อยเกินไปรึเปล่า
“นั่นสิ” พสุกับภูริชมองหน้ากันอย่างสงสัย
ooooooo
วันนี้หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าว “ถล่มแก๊งค้าไม้เถื่อน อธิบดียันทำตามหน้าที่ ไม่กลัวอิทธิพลมืด” มีภาพประกอบเป็นการจับกุมการค้าไม้เถื่อนและค้าสัตว์ป่าที่โกดัง มีภาพอธิบดียิ่งยศ พสุ ภูริช และทิชา ยืนอยู่ด้วยกัน
เกริกพ่อของภูริชกับจงเดือนแม่เขานั่งอยู่ด้วยกันที่โซฟาในบ้าน เกริกปิดหนังสือพิมพ์ลงอย่างอารมณ์เสีย จงเดือนที่แชตไลน์กับเพื่อนฝูงอยู่มองเกริกแปลกใจว่าอ่านข่าวอะไรถึงได้อารมณ์เสียขนาดนี้ พอหยิบหนังสือพิมพ์ไปดู เกริกก็บ่นว่าให้จงเดือนไปตามภูริชแล้วทำไมถึงไม่กลับมาเสียที
“คุณก็รู้ว่าภูหัวดื้อขนาดไหน ไม่ต่างจากคุณเท่าไรหรอก ฉันว่าปล่อยไปก่อนเถอะ เดี๋ยวเบื่อก็กลับมาเองแหละ”
“รอมันเบื่อหรือรอเจอกันอีกทีตอนงานศพมันล่ะคุณ ผมไม่ยอมปล่อยให้มันทำงานเสี่ยงๆแบบนี้ต่อไปหรอก” เกริกหน้าเครียดคิดหาทางที่จะทำให้ภูริชลาออก จากหน่วยเฉพาะกิจนี้ ในขณะที่จงเดือนมองเขาอย่างหนักใจว่าจะทำให้เรื่องยากกว่าเดิม
ooooooo
เอวาคุยกับพสุอย่างคนอารมณ์เดียวกันเกี่ยวกับการพิทักษ์ป่าและคุ้มครองสัตว์ป่า พสุถามว่าเธอมีอะไรจะให้ตนช่วยบ้างไหม เอวาบอกว่าอยากให้เขาช่วยพูดเปิดงานให้ ตนติดต่ออธิบดีแล้วแต่ท่านบอกว่างานนี้อยากให้พสุพูดเอง
พสุพูดออกตัวว่าตนคงต้องรีบเตรียมแล้วเดี๋ยวพูดถูกพูดผิดอายเขาแย่ ถามว่านอกจากนี้มีอะไรให้ทำอีกไหม
“ไม่มีแล้วค่ะ ไว้เจอกันวันงานเลยนะคะ บายค่ะ” เอวาวางสายจากพสุแล้วเดินมาหาอาร์มที่นั่งรออยู่ถามว่ามีอะไรไหม อาร์มบอกว่าเดวิดเป็นห่วงลูกรักเลยให้ตนมาดูแลอย่างใกล้ชิด ถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม “ไม่มีแล้วล่ะค่ะ ทุกอย่างโอเค พี่เรนช่วยเอวาหมดแล้ว”
อาร์มเลียบเคียงถามกำหนดการเผื่อตนจะแวะไปให้กำลังใจ เอวาพาซื่อเอาแท็บเล็ตกดให้ดู อาร์มดูอย่างละเอียดเพื่อกำหนดการทำงานของตน ที่หน้าห้อง เรนแอบดูอยู่ สงสัยว่าอาร์มอยากรู้เรื่องพวกนี้ไปทำไม ระแวงว่าต้องมีแผนอะไรแน่ๆ
ถึงวันจัดงาน อธิบดียิ่งยศชมว่าจัดงานได้ดีมาก พสุถามว่างานนี้ทำไมตำรวจมากันเยอะมาก เอวาบอกว่า ขอแรงตำรวจมาช่วยดูแลความเรียบร้อย ภูริชแซวว่า ทำราวกับจัดงานโชว์เพชร เอวาเบ้ปากพูดเหน็บว่า
“ฉันทำเพราะเชิญแขกวีไอพีมาด้วยหรอกย่ะ” แล้วแซวพสุว่า “ได้ข่าวว่าตอนนี้ค่าหัวคุณพสุแพงยิ่งกว่า เพชรเสียอีก”
ทุกคนหัวเราะขำและชื่นชมความรอบคอบของเอวา โดยเฉพาะภูริชแอบชื่นชมเงียบๆ
อธิบดีเดินดูงานโดยมีพสุตามคุยเป็นเพื่อน อธิบดีถามว่าเอวาไม่รู้เรื่องของเดวิดเลยใช่ไหม พสุบอกว่าเธอเป็นคนจิตใจดี ตั้งใจทำงานเพื่อสังคมจนพวกตนไม่มีใครกล้าบอกความจริงกับเธอ อธิบดีพยักหน้า ดูการจัดงานแล้วก็นึกสงสารเธอ
ooooooo
เรนขับรถมาถึงที่จัดงาน เธอชะงักเมื่อเห็นอาร์มถือกล่องยาวๆคล้ายกล่องเครื่องดนตรีเดินแฝงไปกับผู้คนเข้าไปในอาคารแห่งหนึ่ง เธอฉุกคิดได้ ทบทวนถึงเหตุการณ์เมื่อคืน...
อาร์มอยู่ในห้องทำงาน เขาเอาปืนสไนเปอร์มาทำความสะอาดและมีปืนอื่นๆวางอยู่ด้วย เรนเคาะประตูเข้ามาถามว่าเดวิดอยู่ไหน อาร์มบอกว่าคงจะอยู่ในสวน เรนถามว่าเอาปืนมาทำความสะอาดทำไม อาร์มตอบสบายๆว่า
“พี่ว่างๆ เลยหาอะไรทำแก้เซ็งหน่อย ว่าจะแบ่งไปเก็บไว้ที่ภูสรวงด้วย”
แม้เรนจะสงสัยแต่ไม่ได้ซักถามอะไร ก่อนออกจากห้องหันมองอาร์มอีกครั้ง อาร์มยิ้มให้แล้วทำความสะอาดปืนต่อ
เรนเลี้ยวรถเข้ามาในงานเห็นตำรวจเต็มไปหมดก็เป็นห่วงอาร์ม โทร.หาเพื่อจะบอกแต่อาร์มไม่รับสาย เธอร้อนใจจึงโทร.หาตุลย์ คาดคั้นตุลย์ให้บอกมาเดี๋ยวนี้เลยว่าเขากับอาร์มวางแผนทำอะไรกันอยู่ ตุลย์โบ้ยให้เธอถามอาร์มเองดีกว่า
“ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะตุลย์ พี่อาร์มจะลอบยิงนายพสุใช่ไหม” ตุลย์นิ่งไปแทนคำตอบ เรนร้อนใจบอกว่า “ฉันมาถึงที่งานแล้ว เอวาเรียกตำรวจมาดูแลความเรียบร้อยเต็มไปหมด ถ้าพี่อาร์มลงมือวันนี้หนีไม่รอดแน่ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะว่าพี่อาร์มจะลงมือเมื่อไหร่ แล้วตอนนี้พี่อาร์มอยู่ไหน”
“ตอนนายพสุขึ้นพูดเปิดงานครับ”
“นายรีบไปห้ามพี่อาร์มเดี๋ยวนี้เลย” เรนสั่ง กดวางสายแล้วรีบลงจากรถไปอย่างร้อนใจ
ooooooo










