ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ป่านางเสือ

SHARE
ตอนที่ 18

ดาวกับคุณหญิงรัตนาต่างโผกอดกันแน่น ราวกับจะทดแทนความรักความผูกพันที่หายไป 15 ปี จักจั่นกับลุงเดชพลอยดีใจไปกับสองแม่ลูก ช่วงเวลาแห่งความสุขกลับต้องจบลงเมื่อลินจงกับสมุนในชุดดำห้าคนเข้ามาคุมตัวคุณหญิงรัตนาไว้ ดาวกับจักจั่นโดดเข้าขวาง ลินจงชักปืนยิงพื้นเปรี้ยง

"แกอยากให้คุณหญิงตายหรือไง...ถอยไปให้หมด อย่างที่บอกเราต้องการตัวคุณหญิงเท่านั้น"

สองสาวต้องถอยมายืนกับลุงเดช สมุนเอาพานท้ายปืนดันตัวคุณหญิงรัตนาให้ก้าวเท้า แต่อยู่ๆจักจั่นวิ่งเข้าไปกอดคุณหญิงไว้แน่น แอบเอาสร้อยคอที่อภิชาติให้ยัดใส่มือ

"แกจะเอาคุณหญิงไปไม่ได้" จักจั่นแกล้งร้องไห้ คร่ำครวญ ดาวมองจักจั่นงงๆ

พวกสมุนเข้ามาดึงจักจั่นออก ผลักกระเด็นก้นจ้ำเบ้า ดาวกับลุงเดชขยับตัว แต่ลินจงจ้องปืนใส่

"คุณหญิงจะปลอดภัยถ้าพวกแกอยู่อย่างสงบที่นี่ และเราจะไปจากบ้านดอนเสือทันทีที่ภารกิจของพวกเราจบเรียบร้อย... จำไว้...ถ้าใครคิดหนีหรือออกไปจากถ้ำ คุณหญิงตาย"

ดาว จักจั่น และลุงเดชจำต้องปล่อยให้ลินจงเอาตัวคุณหญิงรัตนาไป ลุงเดชมองแผนของลินจงออก ที่เธอต้องแยกคุณหญิงรัตนาไปเป็นตัวประกัน เพราะรู้ว่าอภิชาติกับไผ่และพวกสมาชิกโจรที่เหลือต้องตามมาที่นี่แน่ๆ ดาวกราดสายตาไปรอบถ้ำ คิดหาทางออกจากถ้ำนี้ให้เร็วที่สุด...

พอสินชัยเห็นลินจงคุมตัวคุณหญิงรัตนามาถึงหน้าถ้ำ

สั่งให้นายไชยไปเตรียมงานตามที่วางแผนไว้และสั่งให้ลินจงพาคุณหญิงรัตนาไปที่จุดนัดพบเคลื่อนย้ายกำลังทั้งหมดไปสมทบกับเยซินแล้วระเบิดถ้ำให้ราบ

คุณหญิงรัตนาแค้นใจมาก "แก...ไอ้คนโกหกหลอกลวง... แกจะต้องไม่ตายดี กรรมจะต้องสนอง"

"ไอ้พวกขายชาติที่เสนอหน้าอยู่ในสังคมทุกวันนี้ไม่ เห็นกรรมสนองมันสักที...ยังลอยนวลเดินช็อปปิ้งเสวยสุขกันอยู่เลย แล้วทำไมผมต้องกลัวด้วย" สินชัยหัวเราะชอบใจ แล้วหันไปกระซิบกระซาบกับลินจง เสร็จงานเมื่อไหร่ ฆ่าคุณหญิงรัตนาได้เลย ลินจงพยักหน้ารับคำ...

จักจั่นใจร้อนรอต่อไปไม่ไหว ชวนดาวออกจากถ้ำ ทั้งสามคนค่อยๆเดินออกมาอย่างระมัดระวังจนใกล้ถึงปากถ้ำ แปลกใจที่ไม่เห็นคนร้ายแม้แต่คนเดียว ทันใดนั้นระเบิดมือนับสิบลูกกลิ้งเข้ามาจากด้านนอก ดาวกับจักจั่นต่างรีบยกมือสองข้างประสานกันที่อกตนเอง แล้วใช้พลังผลักระเบิดมือออกไปทางเดิม แต่ยังไม่ทันพ้นปากถ้ำเกิดระเบิดตูม หินถล่มลงมาปิดปากถ้ำมิด...

ขณะไผ่ขับรถมาตามเส้นทางในป่า มีเสียงสายลมร้องก้อง ไผ่จอดรถตั้งสมาธิ ในที่สุดก็เห็นจุดหมาย ฤทธิชัยสังเกตเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของไผ่ ถามว่าจับสัญญาณอะไรได้ไหม ไผ่พอจับสัญญาณบางอย่างได้

"ดี...ไผ่จับสัญญาณป่า...ผมจับสัญญาณหาคลื่นวิทยุของพวกมัน" อภิชาติว่าพลางหมุนคลื่นเครื่องรับส่งวิทยุไปมา พลันมีเสียงสัญญาณดังตี๊ดๆๆ เขายิ้มหน้าบาน ดีใจ ฤทธิชัยอดถามไม่ได้ว่ามีอะไร

"ฉันให้สร้อยคอคุณจักจั่นไว้...มีวิทยุตามตัวอยู่"

ไผ่รู้ที่อยู่จักจั่นอยู่แล้ว แต่ทำทีขับรถตามคลื่นวิทยุเพื่อกลบเกลื่อน ขณะที่ฤทธิชัยมองเพื่อนซี้อย่างสงสัย

ooooooo

รถของไผ่เข้าใกล้จุดที่พบสัญญาณวิทยุเข้าไปทุกขณะ แต่อยู่ๆสัญญาณถูกรบกวน จอเครื่องรับส่งวิทยุดับวูบ อภิชาติพยายามหมุนหาคลื่น ไผ่เกรงจะไม่ทันการ ปล่อยให้อภิชาติกับฤทธิชัยอยู่ตามคลื่นวิทยุกันเอง ส่วนเขาจะล่วงหน้าตามรอยพวกดาวไปก่อน และจะทำเครื่องหมายกากบาทไว้ให้ ฤทธิชัยพยักหน้ารับรู้

"พบตำแหน่งแล้วอย่าเพิ่งลงมือ...รอก่อน เราจะบุกพร้อมกัน"

ไผ่รับคำแล้วรีบดีดตัวออกไป ฤทธิชัยจ้องหน้าอภิชาติ สงสัยไม่หายว่าทำไมถึงให้สร้อยติดวิทยุกับจักจั่น    อภิชาติอ้ำๆอึ้งๆตอบคำถามอย่างมีพิรุธ ฤทธิชัยนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะฉีกยิ้ม

"ที่แท้นายใช้สร้อยหมั้นคุณจักจั่นนี่เอง...เก็บเงียบไม่บอกกันเลยนะเพื่อน"

อภิชาติแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่ายังไม่มีโอกาส แล้วทำเฉไฉตบเครื่องรับส่งวิทยุ   ฤทธิชัยเห็นทีจะไม่ได้เรื่อง   รีบเดินตามไผ่   อภิชาติตบเครื่องรับส่งวิทยุอีกสองสามครั้ง   แต่มันยังเงียบ เลยคว้าเครื่องส่งวิทยุขึ้นสะพายบ่าแล้วรีบวิ่งตามฤทธิชัย ไม่นานนัก ฤทธิชัยกับอภิชาติตามไผ่ทันตรงโขดหินใกล้ถ้ำเป้าหมาย

เห็นพวกสมุนของสินชัยนับสิบคนแอบหลังรถจี๊ปสองคันที่จอดอยู่หน้าถ้ำพร้อมอาวุธครบมือรอต้อนรับพวกเขา ฤทธิชัยแนะให้ลองอ้อมไปด้านหลัง ทันใดนั้น หินที่ปิดปากถ้ำระเบิดออก พวกสมุนหลบเศษหินที่กระเด็นใส่กันชุลมุน ดาว ลุงเดชกับจักจั่นออกมาจากม่านฝุ่น พุ่งเข้าจัดการพวกนั้นล้มคว่ำ

สมุนของสินชัยอีกส่วนหนึ่งซึ่งแอบซุ่มอยู่รอบๆต่างสาดกระสุนใส่พวกดาวอุตลุด อภิชาติ ไผ่ และฤทธิชัยเปิดฉากระดมยิงใส่พวกที่ซุ่มอยู่ตายเรียบ ฤทธิชัยโล่งใจที่เห็นดาว จักจั่นกับลุงเดชไม่เป็นอะไร พอไม่เห็นคุณอาหญิงอยู่ด้วยก็ถามหา จักจั่นอ้าปากจะบอกเรื่องคุณหญิงรัตนากับดาวเป็นแม่ลูกกัน ดาวรู้ทันชิงพูดขึ้นก่อน

"มันเอาตัวคุณอาหญิงไปแล้วค่ะ" ดาวสบตาจักจั่นเป็นเชิงไม่ให้พูดเรื่องนี้ จักจั่นหุบปากเงียบ

"เรารีบตามไปดีกว่า" ฤทธิชัยว่าแล้วขยับตัว

ลุงเดชอยากให้พวกเราแบ่งเป็นสองกลุ่ม ดาว จักจั่น ฤทธิชัย  และอภิชาติตามรอยคุณหญิงรัตนาต่อ  ส่วนเขากับไผ่จะกลับไปเตรียมคนรอไว้ ได้ตัวคุณหญิงรัตนากลับมาเมื่อใด พวกเราจะบุกถล่มค่ายสำรวจป่าของสินชัยให้ราบ ทุกคนตกลงทำตามลุงเดชว่า สองกลุ่มต่างแยกย้ายกันไปคนละทาง...

ระหว่างที่ขบวนรถของลินจงมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบ คุณหญิงรัตนาซึ่งนั่งรถคันเดียวกับลินจงค่อยๆเอาสร้อยที่จักจั่นให้ยัดใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง ทันใดนั้น ลินจงสั่งให้หยุดรถ ทำสัญญาณมือให้พวกสมุนเตรียมพร้อม แต่กลายเป็นอาจารย์เฉินที่ดีดตัวจากยอดไม้ลงมายังรถคันที่ลินจงนั่ง

"พวกมันกำลังตามมา...และที่สำคัญ คนที่เป็นผู้กอง...ยังมีชีวิตอยู่"

ลินจงฟังด้วยความแค้นใจ ขณะที่คุณหญิงรัตนายิ้ม โล่งใจ

ooooooo

ดาวแปลกใจมากที่ไม่พบร่องรอยของคุณหญิงรัตนา ทั้งที่ขับรถตามแกะรอยอยู่ในป่ามาพักใหญ่แล้ว เธอตัดสินใจลงจากรถเดินสำรวจรอบๆ ฤทธิชัยกับอภิชาติพากันเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง จักจั่นปราดเข้ามาถามดาวว่าเกิดอะไรขึ้น สายลมมองไม่เห็นที่อยู่ของคุณหญิงรัตนาหรือ

"ไม่เห็น...แต่จะลองดูอีกครั้ง" ดาวหลับตาตั้งสมาธิ เห็นภาพป่าผ่านทางสายตาของสายลม แต่แล้วทุกอย่างกลับ

มืดมิด ดาวมั่นใจว่านี่ต้องเป็นฝีมืออาจารย์เฒ่าคนนั้นแน่ๆ...

เป็นอย่างที่ดาวคิด อาจารย์เฉินใช้ผ้าลงมนต์คาถาสีดำแขวนไว้บนหัวเต็นท์หน้าค่ายของลินจง แล้วแหงนหน้ามองเหยี่ยวสายลมที่บินวนอยู่บนท้องฟ้า

"ถ้าเป็นจริงอย่างที่เจ้าสงสัย ผ้ามนต์ผืนนี้จะช่วยบังตาไม่ให้พวกมันมองเห็นค่ายของพวกเราได้"

"พวกมันนึกว่าพวกมันแน่" ลินจงแหงนมองท้องฟ้า แล้วยิ้มสะใจ...

จักจั่นเห็นดาวสีหน้าเคร่งเครียด ปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวล เพราะเธอมีแผนสำรองไว้แล้ว ดาวมองหน้าจักจั่นงงๆ จังหวะนั้น อภิชาติกับฤทธิชัยกลับเข้ามา สีหน้าผิดหวัง ไม่เจอร่องรอยอะไรสักอย่าง

"ไม่เป็นไรค่ะ...คุณอภิชาติให้สร้อยติดสัญญาณวิทยุจักจั่นไว้ จักจั่นให้คุณอาหญิงไปแล้วค่ะ"

ฤทธิชัย อภิชาติกับดาวต่างมองหน้ากันตื่นเต้น อภิชาติ รีบเอาเครื่องรับส่งวิทยุที่สะพายบ่าตัวเอง มาเปิดหาสัญญาณ อึดใจ ปรากฏจุดสีแดงบนจอเครื่องพร้อมเสียงสัญญาณดังตื๊ดๆๆ ทุกคนต่างดีใจ รีบโดดขึ้นรถขับตามสัญญาณไป อภิชาติอดแปลกใจไม่ได้ว่าจักจั่นรู้ได้อย่างไรว่าสร้อยที่เขาให้มีวิทยุตามตัว

"มือชั้นนี้แล้ว" จักจั่นยิ้มยืด อภิชาติพลอยยิ้มไปด้วย...

ครู่ต่อมา ดาว ฤทธิชัย อภิชาติกับจักจั่นมาถึงค่ายของลินจงกลางป่า มีเต็นท์หลายหลังตั้งเรียงรายอยู่รอบค่ายมีพวกสมุนยืนเฝ้าระวังเพียบ เสียงสัญญาณจากเครื่องรับส่งวิทยุดังถี่ๆ แสดงให้รู้ว่าถึงเป้าหมายแล้ว ฤทธิชัยปิดปุ่มเสียง กวาดสายตา

ไปตามเต็นท์ต่างๆอย่างพิจารณา ก่อนจะชี้ไปที่เต็นท์หลังหนึ่ง

"ผมว่าเต็นท์หลังนั้น น่าจะเป็นที่ที่พวกมันคุมตัวคุณอาหญิงไว้"

ดาวดูจากที่มียามสองคนยืนเฝ้าระวังหน้าเต็นท์แล้ว น่าจะเป็นอย่างฤทธิชัยว่า จักจั่นชวนลุยให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย อภิชาติค้านทันที ถ้าขืนบุกเข้าไปตอนนี้ คุณอาหญิงอาจจะเป็นอันตรายได้

"ดาวจะเข้าไปก่อนดีกว่า พอดาวถึงเต็นท์และคุณอาหญิงปลอดภัยแล้ว ทุกคนค่อยบุกเข้าไป"

จากนั้น ดาวค่อยๆเดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่ง พอพ้นสายตาของฤทธิชัย เธอดีดตัวขึ้นไปบนยอดไม้ตรงไปยังเต็นท์เป้าหมาย พริบตาเดียวมาโผล่ด้านหลังสมุนยืนเฝ้าระวังหน้าเต็นท์ จัดการทั้งสองคนรวดเดียวจอด ดาวพุ่งตัวเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว แต่ต้องตะลึงเมื่อเห็นระเบิดขนาดย่อมๆวางอยู่ บนเก้าอี้ สัญญาณไฟสีแดงที่ระเบิดกะพริบถี่ขึ้นๆ
ดาวรู้ทันทีว่านี่เป็นกับดัก รีบดีดตัวทะลุเต็นท์ขึ้นไปหลบบนต้นไม้

เป็นจังหวะเดียวกับระเบิดทำงานพอดี เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว  พวกสมุนที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุกระเด็นไป

คนละทิศละทาง  แรงระเบิดทำให้ดาวถึงกับมึนงง  พวกสมุนตั้งหลักได้ กราดกระสุนใส่ ดาวหายมึนเป็นปลิดทิ้ง ดีดตัวหลบไปตามยอดไม้อย่างว่องไว

จักจั่นเห็นดาวตกอยู่วงล้อมของศัตรู รีบพุ่งตัวเข้าไปช่วย ตามด้วยฤทธิชัยกับอภิชาติ ทั้งสี่คนเปิดฉากยิงต่อสู้กับสมุนของลินจงอย่างดุเดือด เหล่าคนชั่วสู้ดาวกับพวกไม่ได้ถูกยิงตายเรียบ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ลุงเดชกับไผ่รวบรวมสมาชิกโจรได้เพียง 20 คน แต่ถึงจะมีจำนวนน้อยแต่ทุกคนก็พร้อมต่อสู้ ยิ่งเห็นแสงในสภาพมีผ้าพันแผลที่หัวไหล่ขอร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทุกคน สมาชิกโจรต่างยิ่งฮึกเหิมมีกำลังใจ ลุงเดชยิ้มพอใจ บอกแผนการให้ทุกคนฟัง

"เราจะไปซุ่มกำลังใกล้ๆกับสถานีสำรวจป่าจอมปลอมของพวกมัน ทันทีที่หนูดาวช่วยคุณหญิงรัตนากลับมาได้อย่างปลอดภัย เราจะบุกทำลายให้ราบ" สิ้นเสียงพูดของลุงเดช สมาชิกโจรต่างส่งเสียงเฮกึกก้อง...

ตอนนี้สร้อยติดวิทยุพังพินาศไปเรียบร้อย ดาวยังคิดไม่ออกว่าจะตามหาคุณอาหญิงได้ที่ไหน  ยิ่งตะวันใกล้หมดแสงลงเรื่อยๆเธอยิ่งเป็นกังวล  ความมืดจะทำให้ตามรอยพวกนั้นได้ยาก...

อีกด้านหนึ่งของป่า ขบวนรถของลินจงมาถึงจุดนัดพบ

ซึ่งมีรถบรรทุกคอนเทนเนอร์คันหนึ่งจอดอยู่ประกบสองข้างด้วยรถจี๊ปของนายไชยกับสมุน  ลินจงส่งต่อคุณหญิงรัตนาให้เป็นหน้าที่ของนายไชยกับพวก  นายไชยพยักหน้าให้สมุนคุมตัวประกันไปไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ของรถบรรทุก  ทันทีที่ประตูตู้คอนเทนเนอร์ปิด อาจารย์เฉินเอาผ้าดำลงคาถามาแปะที่ตัวถังรถ ลินจงสั่งห้ามใครดึงผ้าผืนนี้ออกเด็ดขาด นายไชย หัวเราะคิก

"อย่าบอกนะว่าพวกมันสามารถมองเห็นมาถึงนี่ได้"

"ไม่ต้องถาม...ทำตามคำสั่ง ถ้าพลาดท่านดับแน่" ลินจงตวาดลั่น

นายไชยหุบปาก  แล้วหันไปโบกมือให้สมุนเคลื่อนขบวนรถออกไป  ส่วนขบวนรถของลินจงกับอาจารย์เฉินแยกไปอีกทางหนึ่ง มุ่งหน้าสู่สถานีสำรวจป่า ลินจงเห็นอาจารย์เฉินนั่งหน้าเครียดถามว่ามีอะไร

"งานครั้งนี้มีเส้นชะตาคั่นอยู่ ถ้าสำเร็จก็จะยิ่งใหญ่ แต่ถ้าพลิกผันก็จะถึงจุดจบ"

ooooooo

ป่ามืดสนิท มีเพียงแสงไฟหน้ารถจี๊ปของดาวที่ส่องสว่าง  ดาวขับรถมาจอดใต้ต้นไม้ใหญ่  คืนนี้พวกเราคงต้องค้างแรมที่นี่  อภิชาติกับฤทธิชัยช่วยกันก่อกองไฟ สักพัก  ดาวกับจักจั่นทำทีขอไปปลดทุกข์  พอพ้นสายตาของสองหนุ่ม  ดาวหลับตาทำสมาธิ  กลับไม่เห็นหรือสัมผัสอะไรได้เลย เธอส่ายหน้าอย่างหมดหวัง

จักจั่นพนมมือ "สาธุ...ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่าเจ้าเขาช่วยนำทางไปหาคุณอาหญิงด้วยเถอะ"

ดาวถอนใจสีหน้าเป็นกังวล...อีกด้านหนึ่งของป่า ลุงเดชกำลังพนมมืออธิษฐานอยู่เช่นกัน

"ท่านครับ...หนูดาวทราบแล้วครับว่าคุณหญิงเป็นแม่ ศัตรูมีพลังฝีมือจับตัวคุณหญิงไป ขอให้ท่านช่วยคุ้มครองหนูดาวให้ช่วยคุณหญิงกลับมาได้โดยปลอดภัยด้วยครับ" สิ้นเสียงพูดของลุงเดช เกิดลมพัดแรง ต้นไม้โอนเอนใบไม้ปลิวว่อน ลุงเดชมองตะลึง เกิดอัศจรรย์ แรงลมพัดข้ามฟากมาถึงป่าด้านที่ดาวอยู่

ทันใดนั้น เงาของใครบางคนปรากฏขึ้นที่ดงไม้ ดาวตวัดปืนพร้อมกับสาดไฟฉายใส่ สั่งให้คนคนนั้นออกมาถ้าไม่อยากโดนยิง ชายสวมเสื้อผ้าเก่าๆสะพายย่ามแต่งตัวคล้ายพรานใส่หมวกมีปีกสีเขียวลายพรางซีดๆหลุบต่ำ ทำให้เห็นใบหน้าไม่ชัด เดินออกจากเงามืดเข้ามาใกล้

"ผมเป็นพรานกำลังจะกลับบ้าน"

จักจั่นกับดาวมองสบตากัน ลมที่พัดแรงเมื่อกี้กลับเบาลงๆ และหยุดนิ่งในที่สุด...

ครู่ต่อมา ดาวกับจักจั่นพานายพรานมายังจุดตั้งแคมป์ สองสาวแปลกใจที่ไม่เคยเห็นนายพรานคนนี้มาก่อน ทั้งที่ผ่านเข้าออกป่าแถวนี้บ่อยๆ แต่พวกเธอก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร จักจั่นเห็นว่านายพรานชำนาญพื้นที่แถวนี้ อยากให้ช่วยนำทางให้หน่อย นายพรานยินดีจะให้นำทางตอนนี้เลยก็ได้ถ้าต้องการ

"กลางคืนเนี่ยนะ...จะเห็นรอยหรือ" ฤทธิชัยร้องเอะอะ

"ที่นี่ถิ่นผม หลับตาเดินยังได้" นายพรานคุย

"ได้...ถ้าอย่างนั้น พรานนำได้เลย"

นายพรานพยักหน้าให้ดาว  แสงจากกองไฟสะท้อนไปใต้หมวกปีกที่หลุบอยู่  เห็นหน้าเขาแวบหนึ่ง  ใบหน้านั้นคือวิญญาณของท่านอิทธินั่นเอง  จากนั้น  ทุกคนออกเดินเท้า

ตามนายพรานลึกเข้าไปกลางป่า  ดาว  จักจั่น  ฤทธิชัยกับอภิชาติเดินทิ้งระยะห่างจากเขาพอสมควร  อภิชาติกับฤทธิชัยไม่ไว้วางใจนายพรานคนนี้สักเท่าใด  เกรงจะเป็นพวกศัตรูหลอกให้พวกเราออกนอกเส้นทาง

"เราไม่มีทางเลือก เราต้องเสี่ยง" ดาวมัวแต่คุย มองไปอีกที นายพรานหายไปแล้ว

ทุกคนช่วยกันกวาดตามองหา  เห็นหลังนายพรานโผล่

ออกมาไวๆจากดงไม้ เดินนำทางต่อ แต่ดูๆแล้วเหมือนลอยไปบนพื้นมากกว่า อภิชาติแปลกใจทำไมนายพรานถึงเดินได้เร็วนัก ทั้งสี่คนพากันเร่งฝีเท้าตาม...

ในที่สุด นายพรานนำทางมาถึงพุ่มไม้หนาใกล้ค่ายของนายไชย ดาวกับทุกคนแอบซุ่มดู เห็นนายไชยกับพวกนั่งดื่มเหล้ากันอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งรถบรรทุกคอนเทนเนอร์

ให้สมุนสองคนเฝ้าไว้ อภิชาติพิจารณาดูแล้ว คุณอาหญิงน่าจะถูกขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ท้ายรถบรรทุกคันนั้น ดาวจ้อง

รถบรรทุกเขม็ง แต่พอหันมาทางนายพรานเพื่อจะขอบใจ เขาหายตัวไปแล้ว เธอไม่ได้สนใจ รีบแบ่งหน้าที่ให้ทุกคนนำ

"ผู้กองกับคุณอภิชาติอยู่ที่นี่เบี่ยงความสนใจของพวกมัน ดาวกับจักจั่นจะเข้าไปช่วยคุณอาหญิง"

ดาวว่าแล้วดีดตัวหายเข้าไปในความมืดพร้อมจักจั่น ฤทธิชัยกับอภิชาติรออยู่อึดใจ ก่อนจะช่วยกันดึงพุ่มไม้ตรงนั้น ให้ไหวไปมา เสียงใบไม้กระทบกันดังไปถึงหูนายไชยกับพวก นายไชยหันขวับมามอง

"เฮ้ย...พวกเอ็งไปดูตรงนั้นซิ"

สมุนส่วนหนึ่งพร้อมไฟฉายค่อยๆย่องไปที่พุ่มไม้อย่างระมัดระวัง อภิชาติกับฤทธิชัยรีบหลบออกไปอีกทาง พวกสมุนโผล่พรวดเข้าไปเจอแต่ความว่างเปล่า ร้องบอกลูกพี่ว่าไม่เห็นมีอะไร นายไชยเห็นเงาตะคุ่มๆของนายพรานยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง ตะโกนลั่น

"นั่นไง"

พวกสมุนหันไปมองตามทิศทางที่นายไชยชี้ เห็นเงาของพรานยังยืนอยู่ที่เดิม พวกนั้นพรวดเข้าหานายพรานกลับหนีไปอย่างรวดเร็ว พวกสมุนเร่งฝีเท้าตาม ดาวกับจักจั่นซุ่มอยู่บนยอดไม้สบโอกาสดีดตัวลงบนหลังคารถบรรทุกอย่างเงียบกริบ พวกสมุนไล่ล่านายพรานได้สักพัก ชักเอะใจ

"เฮ้ย...เราถูกมันล่อให้ออกมา...รีบกลับค่ายเว้ย"

ooooooo

นายไชยเห็นไม่ชอบมาพากล ตะโกนสั่งให้สมุนลากตัวคุณหญิงรัตนาออกมา สมุนสองคนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่ที่รถบรรทุก เคาะประตูตู้คอนเทนเนอร์เรียกพรรคพวกที่อยู่ข้างใน ทันทีที่ประตูตู้เปิด ดาวกับจักจั่นพุ่งจากหลังคาใช้มีดปาดคอสมุนสองคนที่อยู่ด้านนอก แล้วตามเข้าไปจัดการสมุนอีกสองคนที่เฝ้าอยู่ด้านใน

ดาวสังหารได้เพียงคนเดียว อีกคนหนึ่งหนีรอดออกมาได้ ตะโกนโหวกเหวกลั่น นายไชยหันไปมองตามเสียง เห็นจักจั่นไล่ตามสมุนคนนั้นออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์

"เฮ้ย...พวกมันอยู่นั่น"

พวกสมุนไม่รอช้าตวัดปืนยิงจักจั่นไม่ยั้ง กระสุนถูกเข้าเต็มๆ เธอกลับไม่สะทกสะท้าน ยิงตอบโต้พวกนั้นล้มคว่ำ นายไชยหน้าตื่นที่จักจั่นปืนยิงไม่เข้า เหลียวมองเลิ่กลั่กหาทางหนี ฤทธิชัยกับอภิชาติออกมาจากราวป่า เปิดฉากยิงต่อสู้กับพวกสมุนอย่างดุเดือด พวกนั้นสู้ไม่ได้เริ่มถอยร่น นายไชยเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ดาวตัดเชือกมัดมือคุณหญิงรัตนาออก พามาที่ประตูตู้คอนเทนเนอร์ ตะโกนบอกให้จักจั่นไปเอารถมารับ

จักจั่นสาดกระสุนใส่พวกสมุนแล้ววิ่งไปที่รถจี๊ปของคนร้าย ถอยพรวดไปที่ตู้คอนเทนเนอร์ อภิชาติกับฤทธิชัยปราดเข้ามายิงคุ้มกันอยู่ข้างรถจี๊ป รอจนดาวกับคุณหญิงรัตนาขึ้นรถเรียบร้อย ทั้งคู่ขึ้นตาม รถจี๊ปพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว...

ด้านนายไชยวิ่งหนีเอาตัวรอดเข้ามาถึงป่าทึบ แต่ต้องชะงักมือเห็นเงาใครบางคนยืนอยู่เบื้องหน้า เขาสาดไฟฉายส่องดู เห็นชายในชุดนายพรานสวมหมวกปีกหลุบต่ำปิดบังใบหน้า

"เอ็งเป็นใคร...ถอยไป....ไม่อย่างนั้นกินลูกตะกั่วแน่"

นายพรานเฉย นายไชยฉุนจัด กราดปืนใส่เปรี้ยงๆๆเขายืนนิ่งไม่สะดุ้งสะเทือน พลันมีลมพัดวูบเข้ามาหมวกของนายพรานปลิว ที่แท้นายพรานก็คือท่านอิทธินั่นเอง นายไชย จำได้ถึงกับตาเหลือก สาดกระสุนใส่พลางถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว กระทั่งตกลงไปในหลุมดักสัตว์ เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดดังก้องไปทั้งป่า ไม้แหลมในหลุมดักสัตว์เสียบทะลุร่างของเขาตายอนาถ...

จักจั่นขับรถหนีมาได้สักระยะ ดาวแนะให้จอดรถพักค้างแรมในป่าแถวนี้ก่อน ตอนเช้าค่อยเดินทางต่อ ทุกคนเห็นด้วย ช่วยกันก่อกองไฟแล้วนั่งล้อมวงคุยกัน คุณหญิงรัตนาดีใจที่เห็นฤทธิชัยไม่เป็นอะไร ฤทธิชัยโชคดีที่ได้นางเสือช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นก็คงจะแย่ คุยกันไปคุยกันมา ในที่สุด คุณหญิงรัตนาเปิดเผยเรื่องที่เธอรับดาวกับจักจั่นเป็นลูกให้อภิชาติกับฤทธิชัยรู้ อภิชาติถามทันทีว่าลุงเดชไม่ว่าอะไรหรือ

"ลุงเดชเป็นคนบอกเองว่าหนูดาวคือลูกของอา คือลูกพฤกษา"

ฤทธิชัยกับอภิชาติถึงกับอึ้ง ทันใดนั้น ดาวตวัดปืนไป ทางพุ่มไม้ ทุกคนมองตามเห็นนายพรานยืนอยู่ จักจั่นบอกคุณหญิงรัตนาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นนายพรานที่พาพวกเราไปช่วยเธอเอาไว้ คุณหญิงรัตนาจ้องมองนายพรานเขม็ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหา พอเธอเห็นหน้านายพรานชัดๆถึงกับน้ำตาซึม พึมพำว่า "คุณอิทธิ"

นายพรานเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ ถามไถ่คุณหญิงสบายดีไหม คุณหญิงพยักหน้าแทนคำตอบ

"ผมเป็นคนให้ลุงเดชดูแลลูกเราอยู่ในป่า ผมรู้ว่าคุณหญิงทุกข์ใจ...หวังว่าคุณหญิงคงไม่โกรธผม" คุณหญิงได้แต่ส่ายหน้าน้ำตาไหลพราก ท่านอิทธิพูดอีกว่า "ผมดีใจที่คุณหญิงได้พบลูกแล้ว"

ดาวมองคุณหญิงรัตนากับนายพรานคุยกันสักพัก ตัดสินใจเดินมาหา คุณหญิงรัตนาหันมองเธอด้วยน้ำตานองหน้า แล้วพยักหน้าให้ ดาวเข้าใจทันที หันมองนายพรานน้ำตาคลอเบ้า "คุณพ่อ..."

"พ่อรู้ว่าลูกทุกข์ใจที่ไม่ได้พบแม่...ยกโทษให้พ่อด้วย"

ดาวพยักหน้ายิ้ม "ดาวดีใจและเต็มใจทำหน้าที่ของคุณพ่อค่ะ"

ท่านอิทธิยิ้มตอบ ก่อนจะค่อยๆเลือนหายไป ดาวโผกอดคุณหญิงรัตนาแน่น สองแม่ลูกต่างร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ จักจั่นพลอยน้ำตาซึมไปด้วย

ooooooo

เช้าวันถัดมา ไผ่ แสงกับลุงเดชและสมาชิกโจรอีกราว 20 คน กระจายกำลังกันแอบซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้ หนาทึบ หน้าสถานีสำรวจป่าของสินชัย ไม่นานนัก มีรถบรรทุกของสินชัยสองคัน พร้อมด้วยรถจี๊ปคุ้มกันอีกสองคันวิ่งเข้าไปในสถานีสำรวจป่า สักพักก็มีรถตู้อีกคันหนึ่งวิ่งเข้ามาในระยะไกล

"คงเป็นลูกค้าของมัน" ไผ่ตั้งข้อสังเกต

ลุงเดชสั่งให้แสงพาสมาชิกโจรส่วนหนึ่งอ้อมไปอีกด้าน รอฟังสัญญาณจากเขา ส่วนไผ่คอยประสานงานช่วยเหลือทั้งสองกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มของแสง และถ้าเรารู้ข่าวจากดาวว่าคุณหญิงรัตนาปลอดภัยเมื่อใด ให้สายลมส่งสัญญาณบอกทันที ไผ่พยักหน้ารับคำแล้วดีดตัวออกไป...

ในเวลาเดียวกัน ดาวพาคุณหญิงรัตนามาส่งที่สถานีตำรวจบ้านดอนเสือซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของท่านรองฯก้องเกียรติมารอรับคุณหญิงรัตนากลับกรุงเทพฯ จากนั้น ดาว จักจั่น อภิชาติ และฤทธิชัย พร้อมด้วยขบวนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองคัน บ่ายหน้าไปยังสถานีสำรวจป่า...

ไผ่ซุ่มตัวอยู่บนยอดไม้ สายตาจับจ้องไปที่สถานีสำรวจป่า เห็นรถตู้แล่นเข้าไปจอด สินชัย เยซิน ลินจง กับอาจารย์เฉินยืนรอต้อนรับลูกค้าชาวต่างชาติสองคน ผิวดำกับผิวขาว เยซินเดินนำลูกค้าทั้งสองคนเข้าไปในเต็นท์บัญชาการ สินชัย ลินจงกับอาจารย์เฉินเดินตาม เยซินเป็นหัวหน้าในการเจรจาธุรกิจครั้งนี้

"ของเรียบร้อยแล้วไม้ที่สั่งพร้อมส่งให้ท่านภายในหนึ่งเดือน แค่ท่านโอนเงินก็ถือว่าตกลงรับของไปได้ทันที" เยซินพูดขาดคำ ฝรั่งผิวขาวเดินไปที่โน้ตบุ๊กบนโต๊ะทำงาน เริ่มทำการโอนเงิน

มีเสียงสายลมร้องดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกให้ไผ่กับลุงเดชรู้ว่าคุณหญิงรัตนาปลอดภัยแล้ว ลุงเดชสั่งให้สมาชิกโจรทุกคนบุก เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นหวั่นไหว ฝรั่งผิวขาวได้ยินเสียงปืนหยุดการโอนเงินทันที

"ขอโทษ...ท่านมีปัญหา...ถือว่าการซื้อขายยุติ"

เยซินไม่ยอม ตวัดปืนขึ้นมาขู่ให้โอนเงินเดี๋ยวนี้ ลูกค้าฝรั่งทั้งสองคนขัดขืน เลยถูกเยซินยิงทิ้ง แล้วหันปืนจ้องใส่สินชัย ลินจงกับอาจารย์เฉินสีหน้าเอาเรื่อง

"พวกท่านทำงานพลาด...โทษถึงตาย"

ลินจงไม่รอช้าเตะปืนในมือเยซินกระเด็น อาจารย์เฉินสะบัดฝ่ามือพิฆาตใส่ลูกน้องของเยซินที่วิ่งเข้ามาล้มคว่ำไม่เป็นท่า เยซินอาศัยช่วงชุลมุนเผ่นหนีออกจากเต็นท์ สินชัยเห็นท่าไม่ดี ชวนลินจงหนี ลินจงวิ่งนำสินชัยออกมาด้านหลังสถานีสำรวจป่าซึ่งรถของเธอจอดอยู่...

ลุงเดชกับสมาชิกโจรบุกตะลุยเข้าทางด้านหน้าสถานีสำรวจ ส่วนแสงกับสมาชิกโจรอีกจำนวนหนึ่งบุกโจมตีจากด้านข้าง ชายในชุดดำยิงต้านไว้ ขบวนรถของดาววิ่งมาถึงสถานีสำรวจป่า  รู้ว่าลุงเดชกับพวกบุกเข้าไปก่อนแล้ว  รีบบึ่งรถเข้าไป พลันมีเสียงสายฟ้าคำราม ตามมาด้วยเสียงร้องของสายลม ฤทธิชัยแหงนหน้าขึ้นมอง เห็นสายลมบินวนอยู่ ร้องบอกทุกคนว่า

"เร็วเข้าพวกมันกำลังจะหนี"

"นี่แกฟังเสียงเหยี่ยวกับเสียงเสือรู้เรื่องแล้วหรือ" อภิชาติ มองหน้าเพื่อนรักงงๆ ฤทธิชัยตอบไม่ถูก ขณะที่ดาวกับจักจั่นต่างมองหน้ากันอย่างแปลกใจ...

ลินจงวิ่งนำสินชัยมาที่รถของเธอ แล้วโดดขึ้นสตาร์ตเครื่อง อาจารย์เฉินขยับจะขึ้นตาม แต่ถูกดาวโดดถีบกระเด็นตกรถ จักจั่นดีดตัวตามมายืนข้างดาวหน้าตาเอาเรื่อง สินชัยคิดเอาตัวรอดคนเดียว ชักปืนจ่อหัวลินจงสั่งให้ออกรถเดี๋ยวนี้ ลินจงแค้นจัดแต่ทำอะไรไม่ได้จำต้องทำตามคำสั่งของสินชัยทิ้งอาจารย์เฉินไว้

อาจารย์เฉินตั้งหลักได้ชี้หน้าสองสาว "วันนี้ฉันจะส่งพวกแกไปนรกเสียที"

"ดูสิว่าใครจะไปก่อน" ดาวว่าแล้วตั้งท่าเตรียมต่อสู้

"แกสองคนไม่พอมือข้าหรอก" อาจารย์เฉินดีดตัวเข้าหาฟาดฝ่ามือใส่ สองสาวยกมือขึ้นต้าน แต่สู้พลังฝีมืออาจารย์ไม่ไหว กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว อาจารย์เฒ่าพุ่งตามหมายจะซ้ำ แต่ไผ่ร่อนลงมาขวางหน้า

"แล้วถ้าสามคนล่ะ...ไหวไหม" ไผ่พูดจบโดดเตะอาจารย์เฉิน ดาวกับจักจั่นพุ่งตาม อาจารย์เฉินรับหมัดของสองสาวไว้ได้ แต่เจอลูกถีบของไผ่เข้าเต็มอก เซถลาเป็นนกปีกหักลงไปคลุกฝุ่น แต่ยังลุกขึ้นมาสู้ต่อ

ooooooo

ฤทธิชัยกับอภิชาติเห็นรถของลินจงกำลังจะแล่นหนี รีบโดดขึ้นรถจี๊ปไล่ตาม ชายในชุดดำสองคนโผล่ออกมาจากที่ซ่อน เล็งปืนไปยังรถของฤทธิชัย ลุงเดชมาช่วยไว้ได้ทัน ยิงชายในชุดดำทั้งสองคนตายสนิท รถของฤทธิชัยไล่จี้รถของลินจงไปติดๆ สินชัยหันมายิงใส่ ถูกกระจกรถฤทธิชัยแตก

อภิชาติยิงโต้กลับถูกยางรถลินจงกระจุย รถเสียหลักพลิกคว่ำ ฤทธิชัยกับอภิชาติรีบจอดรถลงไปดู เห็นสินชัยติดอยู่ในรถ มีน้ำมันไหลออกมาจากถังน้ำมันนองพื้น ร้องขอความช่วยเหลือลั่น

"จับไปมันก็หลุดออกมาอีก"

ฤทธิชัยไม่เห็นด้วยกับเพื่อน ขยับจะเข้าไปช่วย มีเสียงตะโกนสั่งให้หยุดอยู่ตรงนั้น สองหนุ่มหันไปมองตามเสียง เห็นลินจงในสภาพสะบักสะบอมเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลถือปืนเล็งใส่

"ปล่อยให้มันตายไป...มันไม่เคยนึกถึงใครนอกจากตัวเอง" ลินจงมองสินชัยอย่างเกลียดชัง

"คุณเองก็บาดเจ็บ ต้องรีบไปโรงพยาบาล"

"คุณเป็นสุภาพบุรุษเสมอ...ผู้กอง"

สินชัยฉวยโอกาสที่ลินจงเผลอคว้าปืนยิงใส่ เธอถึงกับเข่าทรุดเลือดไหลเต็มอก จ้องมองสินชัยด้วยความแค้น หันปืนยิงใส่รถคันนั้น เกิดประกายไฟขึ้นก่อนจะระเบิดดังกึกก้อง ฤทธิชัยกับอภิชาติโดดหลบแทบไม่ทัน ผู้กองหนุ่มตั้งหลักได้ปราดเข้าไปประคองลินจงไว้ นักฆ่าสาวค่อยๆหยิบหน้ากากนางเสือออกมา

"นางเสือตามฆ่า...นายสินชัยๆ...ฆ่านางเสือเรื่องจบ... ผู้กอง...จะได้ไม่ต้อง...ล่านางเสือ...ของผู้กอง"

ลินจงเอาหน้ากากนางเสือมาสวมก่อนจะสิ้นใจ เป็นจังหวะเดียวกับขบวนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยของท่านรองฯก้องเกียรติสามคันแล่นมาจอด ตำรวจต่างโดดลงจากรถลงมาตรวจที่เกิดเหตุ หนึ่งในนั้นมีกำจรรวมอยู่ด้วย กำจรวิ่งเข้ามาหาฤทธิชัย ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ฤทธิชัยไม่ตอบลุกหนี เขาจึงหันไปถามอภิชาติแทน อภิชาติก็ไม่ตอบเช่นกัน กำจรรีบถ่ายรูปเก็บไว้...

ลุงเดชพลาดท่าถูกเยซินไล่ยิงจนต้องพุ่งหลบหลังลังไม้ที่วางซ้อนกัน เยซินตามเข้าไปหมายจะซ้ำแต่แสงโผล่เข้ามาด้านหลังพร้อมปืนลูกซอง ตะโกนเรียกให้เยซินหันมาแล้วยิงใส่ไม่ยั้ง เยซินกระเด็นหงายหลัง

"โทษฐานทำเมียข้าเจ็บ" แสงมองร่างไร้วิญญาณของเยซินอย่างสะใจ...

ด้านดาว จักจั่นกับไผ่ต้องรวมพลังกันจึงสามารถโค่นอาจารย์เฉินลงได้ ลุงเดชกับแสงเข้ามาสมทบ แจ้งให้ทั้งสามคนรู้เรื่องที่พวกคนร้ายยอมแพ้หมดแล้ว ดาว จักจั่นและไผ่ต่างรู้ดีว่าคนเลวไม่หมดแค่นี้ แต่ถ้าพวกมันปรากฏตัวขึ้นเมื่อไหร่ ทุกคนก็พร้อมจะจัดการ...

ข่าวการตายของสินชัยและนางเสือเป็นข่าวร้อนประจำวัน สถานีโทรทัศน์ทุกช่องต่างรายงานข่าวไปในทางเดียวกันว่า สินชัยตายด้วยน้ำมือของนางเสือ และนางเสือเองก็จบชีวิตแล้วเช่นกัน

ooooooo

ไม่กี่วันถัดมา คุณหญิงรัตนาจัดงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของดาวที่บ้านของท่านในกรุงเทพฯ มีเพียงญาติกับเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนมาร่วมงาน อภิชาติชวนฤทธิชัยปลีกตัวออกจากงานมาเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ทั้งคู่ยังคลายปมปริศนาเรื่องดาวใช่คนคนเดียวกับนางเสือยังไม่ได้ จนกระทั่งจักจั่นเดินเข้ามาทัก

"คืนนี้ ผู้กองทั้งหล่อทั้งเท่ แต่ทำไมตอนพี่ดาวเจอผู้กองครั้งแรกถึงเรียกผู้กองว่าตาทึ่มก็ไม่รู้"

ฤทธิชัยชะงัก มีแต่นางเสือเท่านั้นที่เรียกเขาว่า "นายทึ่ม" ปริศนาเรื่องดาวกับนางเสือก็คลี่คลายในที่สุด จังหวะนั้น ดาวตามเข้ามาสมทบ อภิชาติกับจักจั่นรู้งานรีบชิ่งออกมาทิ้งดาวกับฤทธิชัยให้อยู่กันตามลำพัง ฤทธิชัยจะขอทำตามสัญญาที่เคยให้เธอไว้ เสร็จเรื่องนางเสือเมื่อไหร่ เขาจะให้พ่อมาสู่ขอ

"ผู้กองก็รู้อยู่ว่านางเสือที่เป็นข่าวครึกโครมว่าตายไปแล้วเป็นนางเสือปลอม"

"ถ้าอย่างนั้นคุณดาวคิดว่าเมื่อไหร่เรื่องนางเสือจะจบล่ะครับ"

"ดาวคิดว่าคงไม่จบง่ายๆหรอกค่ะ ตราบใดที่มีพวกลักลอบตัดไม้...ตราบนั้นก็ยังต้องมีนางเสือ"

ฤทธิชัยดึงดาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอด "เราแต่งงานกัน... แล้วคุณดาวก็ช่วยผมจับนางเสือ"

ดาวได้แต่ยิ้ม ยังไม่ทันตอบอะไร คุณหญิงรัตนาให้เด็กรับใช้มาเชิญเธอกลับเข้างานเสียก่อน ฤทธิชัยยืนมองตามหญิงคนรักพลางถอนใจเมื่อคิดถึงคำพูดเมื่อกี้ของเธอ

"ดาวคิดว่าคงไม่จบง่ายๆหรอกค่ะ ตราบใดที่มีพวกลักลอบตัดไม้...ตราบนั้นก็ยังต้องมีนางเสือ"

ooooooo

ดาวตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางเตรียมกลับบ้านดอนเสือเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อ คือทำหน้าที่ปกป้องป่า  คุณหญิงรัตนาเข้าใจและภูมิใจในตัวลูกสาวของเธอมาก ไม่คิดขัดขวาง เมื่อไหร่ที่คิดถึงลูกเธอก็จะไปหา ดาวเข้ามากอดแม่ไว้

"ดาวคิดถึงคุณแม่...ดาวก็จะมาหาคุณแม่ค่ะ"

"จักจั่นด้วยค่ะ" ทั้งสามยิ้มให้กัน

ระหว่างนั้น ท่านรองฯก้องเกียรติโทร.มาแจ้งคุณหญิงรัตนาว่า ฤทธิชัยแถลงข่าวลาออก ให้เปิดทีวีดู จักจั่นรีบกดรีโมตเปิดทีวี เห็นข่าวฤทธิชัยประกาศลาออกจากราชการ ดาวจ้องมองทีวีอย่างคาดไม่ถึง...

สายวันเดียวกัน ขณะอภิชาติขับรถพาฤทธิชัยตรงไปยังบ้านดอนเสือ เขาอดเป็นห่วงแทนเพื่อนไม่ได้ที่วางเดิมพันสูงถึงขั้นยอมลาออกจากราชการเพื่อจะได้ไม่ต้องตามจับนางเสือ ถ้าเกิดดาวไม่อยากให้ฤทธิชัยรู้เรื่องที่เธอเป็นนางเสือแล้วตอบปฏิเสธแต่งงานด้วย เขาอาจจะชวดทั้งงานและความรัก ฤทธิชัยขอเสี่ยงสักครั้ง

"แล้วความตั้งใจที่จะเป็นมือกฎหมายปราบเหล่าอธรรมให้หมดไปจากแผ่นดินล่ะ  แกจะทิ้งไปง่ายๆเลยหรือ"

"ถึงไม่เป็นมือกฎหมายก็ปราบอธรรมได้"ฤทธิชัยยิ้มเครียด อภิชาติตบไหล่เพื่อนเบาๆให้กำลังใจ...

ไม่นานนัก รถของอภิชาติมาถึงบ้านป้าเนียน จักจั่นวิ่งออกมาต้อนรับ บอกให้ฤทธิชัยไปหาดาวที่สวนหลังบ้าน แล้วหันมาทวงของฝากที่อภิชาติคุยว่าจะซื้อมาให้ อภิชาติหยิบกล่องใส่แหวนหมั้นออกมา ดึงมือจักจั่นมาสวมแหวนให้แทนสร้อยคอที่ถูกระเบิด จักจั่นหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข คู่ของไผ่กับจันจิราก็ลงเอยด้วยดีเช่นกัน สมพรสั่งให้ไผ่พาจันจิราไปหา มีแหวนหมั้นจะให้ว่าที่ลูกสะใภ้...

ที่ลานหลังบ้านป้าเนียน ฤทธิชัยมาทวงคำตอบที่ถามดาวไว้เมื่อคืนก่อน ดาวอ้างว่าเรื่องนางเสือยังไม่จบ ถ้าเขาแต่งงานกับเธออาจทำให้ยุ่งยากต่อการตามล่านางเสือ ฤทธิชัยไม่ได้เป็นผู้กองอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเรื่องนางเสือสำหรับเขา ถือว่าจบ  ดาวยังใช้สรรพนามเรียกฤทธิชัยว่าผู้กองอีก  เขา ทักท้วงทันที

"อ๊ะๆ...ผมคุณหนึ่งครับ"

"...คุณหนึ่งมั่นใจหรือคะว่าจะปล่อยให้นางเสืออาละวาดโดยที่ไม่ทำอะไรเลย"

"ผมมั่นใจครับ...อีกอย่างผมรักคุณดาว ผมทำทุกอย่างเพื่อคุณดาว และหวังว่าคุณดาวมองเห็นความจริงใจของผม"

ดาวพยายามจะสารภาพเรื่องตัวเองคือนางเสือ แต่ฤทธิชัย ไม่เปิดช่องให้รีบตัดบท ไม่อยากฟังเรื่องอะไรทั้งนั้น ขอแค่ ตอบตกลงแต่งงานกับเขาเท่านั้นก็พอ ดาวยิ้มเขิน พยักหน้า ฤทธิชัยดีใจ ดึงเธอเข้ามากอด

"เอ่อ...ผมอยากจะถามคุณดาวอย่างหนึ่งได้ไหมครับ... ทำไมถึงเรียกผมว่าตาทึ่มครับ"

ดาวถึงกับตาโต คาดไม่ถึง เขาจะรู้เรื่องที่เธอคือนางเสือ ฤทธิชัยยิ้ม มีแต่นางเสือเท่านั้นที่เรียกเขาว่า "ตาทึ่ม" ดาวซบอกเขาอย่างมีความสุข มีเสียงสายฟ้าคำรามก้องตามมาด้วยเสียงร้องของสายลม

"อย่างนี้เรียกว่าป่าต้อนรับผมหรือเปล่าครับ" ทั้งสองคนมองสบตากันลึกซึ้ง

ooooooo

งานแต่งงานระหว่างดาวกับฤทธิชัยจัดขึ้น ณ สวนสวยภายในค่ายโจรกลางป่า บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความสุข คุณหญิงรัตนาน้ำตาซึมกอดดาวไว้แน่น

"ลูกษาของแม่...พ่อของลูกคงมีความสุขที่ลูกษาเลือกป่าเป็นบ้าน"

"โอ๋ๆๆนะคะ ถึงอย่างไรดาวต้องไปเยี่ยมคุณแม่ แล้วคุณแม่ก็มาเยี่ยมดาวได้อยู่แล้ว"

คุณหญิงรัตนายิ้ม หันมาฝากฤทธิชัยช่วยดูแลดาวแทนเธอด้วย ฤทธิชัยรับคำอย่างแข็งขัน คู่บ่าวสาวเดินทักทายแขกเหรื่อตามโต๊ะต่างๆ ลุงเดช ป้าเนียน แสง และแม่สมพรซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ดาวรักเคารพและนับถือ ต่างอวยพรให้ทั้งคู่มีความสุข เสียงอภิชาติตะโกนเรียก

"ไหว้ผู้ใหญ่เสร็จก็มาทางนี้ได้แล้วเพื่อน"

ดาวกับฤทธิชัยหันไปมองเห็นอภิชาติ จักจั่น ไผ่กับจันจิราต่างเฮโลกันเข้ามาโปรยกลีบดอกไม้ใส่คู่บ่าวสาว ทุกคนต่างมีแต่รอยยิ้ม

"ขอต้อนรับสู่ชมรมคนแต่งงานสักที...คู่นายช้าที่สุด...ขอเชิญดื่มอวยพรให้คู่บ่าวสาวครับ"

อภิชาติประกาศ แขกเหรื่อในงานต่างลุกขึ้นยืนพร้อมแก้วเครื่องดื่มในมือ ทันใดนั้น มีเสียงสายลมร้องดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงคำรามของสายฟ้า ทุกคนต่างหยุดฟังแล้วมองหน้ากัน ลุงเดชก้าวเข้ามาหาดาว

"พวกลักลอบตัดไม้มันเข้ามาอีกแล้ว"

"เชิญทุกคนตามสบายนะคะ...ดาวกับคุณหนึ่งขอเวลาแป๊บหนึ่งค่ะ"

พวกผู้ใหญ่ต่างยิ้ม พยักหน้ารับรู้ อภิชาติ จักจั่น ไผ่ ปราดเข้ามาขอไปด้วย ดาวร้องห้ามลั่น

"เดี๋ยวก่อน...ทุกคนไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่เป็นแขกมาในงานแต่งงานของเรา ดังนั้น...ห้ามยุ่ง เราตกลงกันแล้วว่า...ป่าเป็นหน้าที่ของดาวกับผู้กอง...เอ๊ย...ษากับคุณหนึ่งเท่านั้น"

"โอเค..." อภิชาติพยักหน้าจำยอม เช่นเดียวกับไผ่และจักจั่น

"เชิญดื่มกินกันตามสบายก่อนนะครับ ผมกับน้องษาจะรีบกลับมาครับ" ฤทธิชัยว่าแล้วดีดตัวตามดาวหายไปในดงไม้ อภิชาติ จักจั่กกับไผ่มองตามตาละห้อย

"ทำไงได้...สัญญาต้องเป็นสัญญา เราไม่ควรยุ่ง" อภิชาติพูดจบ กระดกเหล้าเข้าปาก ก่อนกวักมือเรียกบริกรเข้ามาหา เขาวางแก้วลงบนถาดใส่เครื่องดื่ม แล้วดีดตัวตามคู่ของดาวกับฤทธิชัย

จักจั่นกับไผ่ไม่รอช้ารีบตามไปติดๆ สักพัก ทั้งสามคนก็ตามคู่บ่าวสาวทัน เสียงร้องของสายลมและสายฟ้าดังประสานกับเสียงประกาศก้องของดาว

"ป่าของพ่อ...ใครอย่าแตะ"

ooooooo

- อวสาน -

ตอนที่ 17

ไผ่จัดการคนร้ายที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าถ้ำทั้งสี่คนด้วยมีดสั้นอย่างเงียบกริบ จากนั้น ตรงไปที่รถบรรทุกอาวุธเอาระเบิดเวลาติดไว้ใต้ท้องรถอย่างว่องไว มีคนร้ายคนหนึ่งเดินออกมาจากถ้ำ เห็นพรรคพวกของตนนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด เขารู้ทันทีว่าเกิดเหตุร้าย ตะโกนลั่น

"มีคนบุกรุก"

ไผ่ยิงเปรี้ยงเดียวส่งคนร้ายไปเฝ้ายมบาล แล้วดีดตัวออกมาอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะเดียวกับรถบรรทุกอาวุธระเบิดตูม เสียงดังสนั่นหวั่นไหว รถพังพินาศทั้งสองคัน พวกคนร้ายแห่ออกจากถ้ำไล่ยิงไผ่อุตลุดไผ่วิ่งล่อให้พวกนั้นตามมา พอถึงจุดนัดหมาย แสง ลุงเดช และเหล่าสมาชิกโจร สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พวกคนร้ายตายเรียบ ไผ่ ลุงเดช กับแสงเข้ามาดูศพพวกนั้นด้วยความสมเพช

"ไอ้พวกทำลายแผ่นดิน...ขอให้มันอย่าได้เกิดมาอีกเลย" ลุงเดชสาปส่ง...

ฤทธิชัย ดาว และจักจั่นเดินทางมาถึงค่ายโจรชั่วคราวตอนเที่ยงวันพอดี พอฤทธิชัยรู้ข่าวอาวุธที่โดนปล้นไปถูกทำลายหมดแล้ว เขาขอบคุณลุงเดช แสง ไผ่ และทุกๆคนมาก

ลุงเดชยิ้มรับคำขอบคุณแล้วถามว่า "ผู้กองคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปครับ"

"เรายังทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้มันพลาดแล้วเหยียบมันให้จม...แต่ตอนนี้ พวกมันเจ็บหนัก สิ่งที่เราต้องระวังก็คือ พวกมันจะต้องตอบโต้กลับอย่างรุนแรงแน่นอน"

"เราพร้อมอยู่แล้วครับ" ไผ่พูดอย่างมั่นใจ

"ใช่...มาเมื่อไหร่เจอเมื่อนั้น" จักจั่นพยักพเยิดกับพี่ชายตัวเอง

"ผมคงต้องรบกวนขอกบดานอยู่ที่ค่ายลุงเดชสักพักหนึ่งก่อนนะครับ พวกมันยังคิดว่าผมตายหรือหายสาบสูญไปแล้ว"

ลุงเดชเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง ฤทธิชัยจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน ก็ได้ ดาวอยู่คุยกับฤทธิชัยอีกสักพักก็ขอตัวกลับไปดูค่ายอาสาฯ พร้อมกับจักจั่น

ooooooo

ในขณะเดียวกัน อภิชาติเปิดประตูสำนักงานทนายความของเขาเข้ามา ถึงกับชะงักเมื่อพบเลขาฯของตัวเองถูกชายฉกรรจ์สองคนคุมตัวอยู่ หนึ่งในพวกนั้นเล็งปืนมาที่เขา ทันใดนั้น มีเสียงพูดดังขึ้น

"เรากำลังรอคุณอยู่...คุณอภิชาติ"

อภิชาติหันมองตามเสียง เห็นลินจงยืนจ้องอยู่ เขาตวัดปืนที่เหน็บเอวขึ้นมา ถามเลขาฯว่าพนักงานคนอื่นๆไปไหนหมด ได้ความว่าออกไปหาลูกความ อภิชาติโล่งอก ลินจงขู่ไม่ให้อภิชาติขยับถ้าไม่อยากหาเลขาฯใหม่ อภิชาติยักไหล่ ทำเหมือนยอมแพ้ ปล่อยปืนในมือให้แขวนอยู่ตรงนิ้วชี้ สมุนที่คุมตัวเลขาฯรู้สึกผ่อนคลาย

ลินจงยิ้มอย่างผู้ชนะ "เพราะคุณยังมีประโยชน์กับเรา...เราจะเชิญคุณไปกับเราสักวันสองวัน"

"ถ้ามีห้องพักดีมีแอร์ อาหารอร่อย...แล้วมีคุณคอยดูแล ผมก็ไม่รังเกียจ" อภิชาติยิ้มกวน

ลินจงหุบยิ้มหน้าตึงขึ้นมาทันที สั่งให้อภิชาติทิ้งปืน อภิชาติเจ้าเล่ห์ค่อยๆปล่อยให้ปืนหล่นจากมือ ก่อนปืนจะตกถึงพื้น เขาตวัดขาเตะปืนเต็มแรง มันพุ่งใส่สมุนของลินจงที่คุมตัวเลขาฯอยู่ โดนเข้าเต็มหน้าหงายหลังตึง เลขาฯกรีดร้องด้วยความตกใจ วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ลินจงคาดไม่ถึงได้แต่ยืนมอง

อภิชาติตวัดมือซ้ายไปด้านหลังชักปืนอีกกระบอกหนึ่งขึ้นมายิงใส่สมุนอีกคนล้มคว่ำ แต่พอหันมาจะเล่นงานนักฆ่าสาว เธอก็หายตัวไปแล้ว เลขาฯกลับเข้ามาในสภาพหัวฟู หน้าซีดตัวยังไม่หายสั่น อภิชาติเห็นแล้วสงสาร ปลอบขวัญลูกน้องด้วยการสั่งให้เลิกงานได้ แล้วไปช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่สักสองสามชุด ให้ลงบัญชีเขาไว้ เลขาฯยังช็อกอยู่ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ขยับจะออกไป

"เดี๋ยว...หยุดไปเลยอาทิตย์หนึ่ง พาทุกคนไปเที่ยว พักบ้านผมที่หัวหิน ประสานงานกับลูกค้าที่นั่น ทุกอย่างลงบัญชีผม" อภิชาติพูดขาดคำ เลขาฯถึงกับกรี๊ดสนั่นดีใจสุดๆยกมือไหว้ปลกๆแล้ววิ่งปรู๊ดออกไป อภิชาติอดขำกับท่าทางของเลขาฯไม่ได้ จากนั้น เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์

"ท่านรองฯหรือครับ...ท่านระวังตัวด้วยนะครับ มันเพิ่งส่งคนมาเล่นงานผม ผมว่ามันประกาศสงครามกับเราแล้วครับท่าน"


หลังจากแคล้วคลาดกันมาหลายครั้ง ในที่สุดนายไชยก็เจอตัวลุงหงวนจนได้ บังคับให้บอกว่าลุงเดชเป็นใครและเกี่ยวข้องกับท่านอิทธิอย่างไร ลุงหงวนปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น นายไชยไม่เชื่อ พยักหน้าให้สมุนลากเด็กสาวลูกของเพื่อนบ้านลุงหงวน เข้ามา ขู่ว่าถ้าไม่บอกความจริงเขาจะฆ่าเด็กทิ้ง

"เด็กคนนี้...ไม่ได้เป็นอะไรกับข้า"

"ข้ารู้...แต่เอ็งรู้จักมัน...เอ็งจะให้เด็กคนนี้ตายก็ตามใจ" นายไชยพยักหน้า สมุนยกปืนจ่อหัวเด็กไว้

"อย่าทำฉัน...ลุงหงวนช่วยฉันด้วย"

ลุงหงวนจนแต้ม ต่อรองให้ปล่อยเด็กไปก่อน ถึงจะบอกเรื่องลุงเดช นายไชยสั่งให้สมุนปล่อยเด็กไป เด็กหนีออกจากบ้านลุงหงวนอย่างไม่คิดชีวิต ตรงไปยังค่ายอาสาฯ เจอจันจิราอยู่ที่นั่น ละล่ำละลักเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง จันจิรารีบสั่งให้ชายชาวอาสาฯไป

ตามไผ่มาที่นี่ทันที...

ไผ่ไม่รอช้า รีบไปบ้านลุงหงวน แต่ไม่เจอพวกนายไชย พบลุงหงวนในสภาพโดนซ้อมสะบักสะบอม หน้าตาเละแทบจำไม่ได้ เขารีบประคองลุงหงวนขึ้นรถ พามาให้จันจิรารักษา จันจิราทำแผลแล้วฉีดยาฆ่าเชื้อให้ สักพักลุงหงวนรู้สึกตัว เรียกหาลุงเดชอย่างยากลำบาก ไผ่เข้ามาห้าม

"ลุงหงวน...พักก่อนอย่าเพิ่งพูด"

ลุงหงวนส่ายหน้า ยกมือโบกไปมาไม่ยอม เรียกหาลุงเดชอีกครั้งก่อนจะหมดสติไป จันจิรารีบเข้ามาดูอาการไผ่มองลุงหงวนพลางถอนใจ หนักใจ

"พี่จะไปตามลุงเดชมา...ท่าทางจะเป็นเรื่องสำคัญ" ไผ่ว่าแล้ว รีบตรงไปที่รถ เจอดาวกับจักจั่นขับรถเข้ามาจอดพอดี ดาวร้องถามว่าจะไปไหน

"ลุงหงวนถูกพวกไอ้ไชยซ้อมหนัก อยากเจอลุงเดช"

สองสาวตกใจ วิ่งพรวดไปที่ห้องพยาบาล พอเห็นสภาพของลุงหงวน ดาวตาลุกวาวด้วยความแค้นกลับมาที่รถจี๊ปกะจะตามไปแก้แค้นนายไชย จักจั่นขอไปด้วยแต่ดาวบอกให้เธอเฝ้าระวังอยู่ที่นี่จะดีกว่า จักจั่นไม่กล้าขัด ได้แต่มองตามดาวขับรถออกไป...

นายไชยรีบโทร.รายงานสินชัยทันทีที่กลับถึงโรงเลื่อยเก่าของเสี่ยม้งว่าลุงเดชเป็นคนสนิทของท่านอิทธิ และเป็นคน พาลูกสาวของท่านอิทธิหนีไป สินชัยฉุนขาดแทบอยากจะฆ่านายไชยที่ดันจำลุงเดชไม่ได้

"โธ่ท่าน...ตั้งสิบห้าปี ตอนที่ผมเจอมันก็มัวแต่ยิงกันอยู่ใครจะจำได้"

"ถ้าอย่างนั้น ลูกสาวไอ้อิทธิก็ยังอยู่"

"ครับท่าน...ต้องเป็นคนใดคนหนึ่ง ระหว่างนังเด็กสองคนนั่น"

เท่ากับว่ามีเพียงลุงเดชเท่านั้นที่รู้ว่าคนไหนคือลูกสาวของท่านอิทธิ นายไชยอาสาจะไปลากคอลุงเดชมาให้ สินชัยรู้ดีว่าอย่างนายไชยไม่มีปัญญา สั่งให้รอคำสั่งจากเขาก่อนแล้วกระแทกหูโทรศัพท์โครม...

ไม่นานนัก ดาวขับรถมาถึงโรงเลื่อยเก่าของเสี่ยม้ง สมุนของนายไชยห้าคนพร้อมอาวุธครบมือปรี่เข้ามาล้อมรถไว้ ดาวไม่พูดพล่าม กระชากปืนออกจากซอง ยิงใส่ขาและไหล่ของพวกสมุนบาดเจ็บกันระนาว

"ไอ้ไชยอยู่ไหน" ดาวตะคอกสีหน้าเอาเรื่อง พวกนั้นกลัวลนลาน รีบบอกว่านายไชยเข้าไปตรวจงานในป่า ดาวเก็บปืนแล้วขับรถบ่ายหน้าไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว...

ในเวลาต่อมา ลุงเดชเดินหน้าเครียดเข้ามายืนข้างเตียงลุงหงวน จันจิรารายงานอาการของลุงหงวนให้ฟังว่า ตอนนี้

พ้นขีดอันตรายแล้ว พอพูดได้ ลุงหงวนค่อยๆลืมตาขึ้นมองเห็นลุงเดชยืนอยู่

"ข้า...มี...เรื่องสำคัญ..."

ลุงเดชสั่งให้จักจั่น จันจิรากับไผ่ออกไปรอข้างนอกก่อน แม้เด็กๆจะพากันสงสัยแต่ก็รีบทำตามคำสั่ง

พอลุงหงวนเห็นปลอดคนจึงเล่าให้ลุงเดชฟัง "ข้า... บอกมัน...ว่าเอ็ง...อยู่กับท่านอิทธิ...วันที่...ท่านถูกยิงตาย...ข้าขอโทษ...

ถ้า...ข้าไม่บอก...มันจะยิงเด็กทิ้ง..." ลุงหงวนสลบไปอีกครั้ง ลุงเดชสีหน้าเคียดแค้น

ooooooo

ดาวรู้ที่อยู่ของนายไชยด้วยความช่วยเหลือของสายลมและสายฟ้าเช่นเคย สมุนของนายไชยซึ่งดูต้นทางเห็นรถของดาววิ่งฝุ่นตลบตรงมาทางนี้ รีบรายงานลูกพี่ว่าศัตรูมาคนเดียว นายไชยยิ้มแสยะ

"ทุกคนพร้อม...ทำตามแผน" นายไชยสั่งการอย่างย่ามใจ...

ไผ่เห็นลุงเดชเดินหน้าบอกบุญไม่รับออกมาหน้าค่ายอาสาฯ อดถามไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรร้ายแรงหรือเปล่า ลุงเดชส่ายหน้า ไม่มีอะไรลุงหงวนแค่อยากจะสั่งเสียบางอย่างเท่านั้น แล้วถามว่าดาวไปไหน ได้ความจากจักจั่นว่าไปเล่นงานนายไชย ลุงเดชหน้าเครียดขึ้นมาอีกครั้ง

"ลุงว่าพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว...ลุงจะกลับไปที่ค่ายก่อน เธอสองคนระวังค่ายอาสาฯให้ดี"

ไผ่กับจักจั่นพยักหน้ารับคำ ลุงเดชขึ้นรถขับออกไป พลันมีเสียงสายลมร้องเตือนภัยดังขึ้น ไผ่สัมผัสถึงศัตรูผู้มีฝีมือกำลังวางกับดักเล่นงานดาว  เขาไม่แน่ใจจะใช่คนเดียวกับที่ลุงเดชบอกให้พวกเราสามคนร่วมมือกันจัดการหรือเปล่า  จะใช่หรือไม่จักจั่นไม่สน  แต่เราสองคนพี่น้องต้องรีบไปช่วยดาวเดี๋ยวนี้

ไผ่ไม่อยากทิ้งค่ายอาสาฯ แต่อดเป็นห่วงดาวไม่ได้ ตัดสินใจโดดขึ้นรถจี๊ปออกไปกับจักจั่น...

ทางฝ่ายดาวไม่สนใจเสียงคำรามเตือนภัยของสายฟ้า ร่อนลงกลางวงล้อมสมุนของนายไชยที่ซุ่มรออยู่มีเสียงปืนดังสนั่น กระสุนนับไม่ถ้วนพุ่งใส่ร่างดาวแต่ไม่มีนัดไหนระคายผิว พวกสมุนตะลึงที่ยิงเธอไม่เข้า ดาวได้ทีหมุนตัวเตะด้วยท่าจระเข้ฟาดหางพวกนั้นล้มระเนระนาด พุ่งคว้าคอเสื้อนายไชยเหวี่ยงใส่ต้นไม้โครม

พวกสมุนตั้งหลักได้ หันปืนเข้าหาดาว แต่เธอไวกว่าตวัดปืนยิงพวกนั้นบาดเจ็บไปตามๆกัน แล้วย่างสามขุมเข้าหานายไชย ประเคนทั้งหมัดอัดทั้งเข่าจนล้มกลิ้งล้มหงาย

นายไชยเหลียวมองเลิ่กลั่กหาคนช่วย ทันใดนั้น มีเสียงคำรามของสายฟ้าดังขึ้นอีก ดาวสัมผัสถึงอันตรายได้พุ่งตัวออกไปด้านข้าง หลบมีดสั้นที่บินผ่านหน้าไปปักต้นไม้เหนือหัว

นายไชยพอดี ดาวม้วนตัวกลับมาถึงได้เห็นลินจงกับอาจารย์เฉินยืนอยู่

"พวกเอ็งยังไม่รีบไปอีก" ลินจงตวาดนายไชยเสียงเขียว

นายไชยกับสมุนสะดุ้งเฮือกพากันเดินกะโผลกกะเผลกออกไป ดาวถูกลินจงกับอาจารย์เฉินรุมแต่ก็ต้านรับได้หลายกระบวนท่า ขณะที่ดาวกำลังเพลี่ยงพล้ำ อาจารย์เฉินกลับหยุดต่อสู้ดื้อๆ ลินจงพลอยชะงักไปด้วย อาจารย์เฉินสัมผัสได้ว่าพวกของดาวกำลังใกล้เข้ามา สั่งลินจงถอยก่อน

"แต่เรากำลังได้เปรียบนะคะอาจารย์ น่าจะจัดการกับคนนี้ก่อน"

"ถึงจะได้เปรียบใช่ว่าจะจัดการกับมันได้ง่ายๆ พวกมัน

ใกล้เข้ามาแล้ว...รีบไป" อาจารย์เฉินพุ่งตัวหายไปในยอดไม้ ลินจงมองดาวอย่างแค้นใจ ก่อนจะดีดตัวตาม ดาวถอนใจเฮือก อึดใจเดียว ไผ่กับจักจั่นพุ่งตัวลงจากยอดไม้มายืนข้างดาว ถามหาพวกคนร้าย

"ไปแล้ว...พี่ไผ่กับจักจั่นมาทันเวลาพอดี...ฝีมือมันร้ายกาจจริงๆ"

มีเสียงคำรามของสายฟ้าดังขึ้นตามมาด้วยเสียงร้องของสายลม ดาวรู้ทันทีว่าจะเกิดเหตุร้ายที่ค่ายอาสาฯ รีบชวนไผ่กับจักจั่นกลับ

ooooooo

ขณะเดียวกัน เยซินกับสมุนเต็มรถกระบะสามคันระดมยิงสมาชิกโจรในคราบชาวค่ายอาสาฯ ซึ่งยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าค่ายตายเรียบ แล้วกระจายกำลังเข้ายึดค่าย เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงกรีดร้อง ชาวค่ายอาสาฯที่มากางเต็นท์หลบภัย ต่างแตกตื่นวิ่งหนีตายกันโกลาหล

จันจิรากำลังตรวจเด็กๆอยู่ในอาคารพยาบาลถึงกับสะดุ้ง เด็กๆตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เยซินกับสมุนอีกกลุ่มหนึ่งบุกพรวดเข้ามา สั่งทุกคนออกไปให้หมด

"ที่นี่ห้องพยาบาล...พวกแกโง่หรือไง ขนาดสงครามโลกเขายังละเว้น...มีแต่พวกป่าเถื่อนเท่านั้นที่คิดบุกโรงพยาบาล...ทำร้ายคนเจ็บ" จันจิรามองเยซินอย่างเอาเรื่อง

"ถ้าอยากอยู่ที่นี่ก็ตามใจ...แต่บอกให้รู้ ค่ายอาสาฯ กำลังจะถูกเผา...พาพวกนี้ออกไป" เยซินสั่งเสียงเฉียบ พวกสมุนไล่ต้อนทุกคนออกจากอาคาร จันจิรากลับยืนนิ่งไม่ยอมขยับ สมุนใช้ด้ามปืนดันเธอ

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด สมุนของเยซิน

คนหนึ่งล้มคว่ำ เยซินหันขวับไปมอง เห็นลุงหงวนยิงปืนใส่

สมุนอีกคนร่วง เขาไม่รอช้าตวัดปืนกราดยิงไม่ยั้ง ลุงหงวนฟุบจมกองเลือด จันจิราขยับจะเข้าไปหาลุงหงวนแต่เยซินหันปืนเล็งใส่

"เอาซิ...แกคิดจะยิงผู้หญิงก็เอาซิ" จันจิราท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว

"ลากตัวพวกมันออกไปให้หมด"

พวกสมุนคุมตัวจันจิรากับเด็กๆออกไปที่ลานหน้าค่าย เห็นเต็นท์ที่พักของชาวค่ายอาสาฯบางส่วนถูกไฟเผาผลาญ จันจิราหันไปด่าเยซินด้วยความเจ็บแค้นใจ แต่เขาไม่สะทกสะท้านกลับยิ้มเยือกเย็น

"พวกแกจ้างไอมาเผา...ต้องโทษพวกแกเอง"

"แกต้องไม่ตายดี" จันจิราสาปแช่ง

เยซินไม่สนใจ สั่งสมุนเผาทุกอย่างให้ราบ เด็กๆที่เดินอยู่กับจันจิรา เจอแม่ของตัวเองต่างโผกอดกันร้องไห้ระงม จันจิราหันกลับไปมอง เห็นอาคารทุกหลังในค่ายอาสาฯถูกไฟลุกท่วมควันโขมง...

ไผ่ ดาวกับจักจั่นกำลังนั่งอยู่บนรถจี๊ปมุ่งหน้ากลับค่ายอาสาฯเห็นกลุ่มควันดำทะมึนลอยอยู่ไกลๆรู้ทันทีว่าค่ายอาสาฯถูกเผา ไผ่ถามดาวว่าจะเอาอย่างไรดี จะกลับค่ายอาสาฯ หรือตามล่าพวกมัน

ดาวจ้องไปข้างหน้า ตาวาวด้วยความเคียดแค้น "พี่ไผ่... ตามล่าพวกมัน อย่าให้มันหนีรอดไปได้"

ไผ่ร้องเรียกสายลมให้ช่วยนำทาง สายลมส่งเสียงร้องดังก้องแล้วบินวกกลับไปทางป่าลึก ไผ่เห็นพวกคนร้ายผ่านทางสายตาของสายลม "พวกมันหนีเข้าป่าแทนที่จะออกถนนสายหลัก"

"พวกมันต้องมีแผนรอเราอยู่" จักจั่นตั้งข้อสังเกต ดาวพยักหน้าเห็นด้วย เตือนไผ่กับจักจั่นให้ระวังตัว

รถของไผ่แล่นมาตามทางได้สักระยะ ทุกคนในรถพากันแปลกใจที่เห็นด่านตรวจตั้งอยู่เบื้องหน้า    มีเจ้าหน้าที่ยืนรักษาการณ์อยู่นับสิบนาย ด้านหลังด่านตรวจมีเต็นท์ตั้งอยู่หลายหลัง ในนั้นเต็มไปด้วยลังใส่สินค้า พอรถของไผ่แล่นเข้าไปใกล้ เจ้าหน้าที่โบกมือเป็นเชิงห้ามผ่าน ดาวยื่นหน้ามาพูดกับเจ้าหน้าที่

"เราตามพวกคนร้ายมา...รอยรถเข้าไปข้างใน"

"เสียใจด้วยครับ ที่นี่เป็นที่ของบริษัทสำรวจป่า ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย...บุคคลภายนอกห้ามเข้า"

"ไอ้พวกคนร้ายเข้าได้ แต่เราเข้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ" จักจั่นโวยลั่น

"เสียใจด้วยครับ...ต้องมีหมาย"

ดาวมองหน้าเจ้าหน้าที่แล้วหันมองสบตาไผ่กับจักจั่น จังหวะนั้น รถจี๊ปคันหนึ่งวิ่งฝุ่นตลบออกมาหน้าด่าน เยซินกับ เหล่าสมุนพร้อมอาวุธครบมือนั่งมาเต็มคันรถ เยซินจ้องหน้าพวกดาวเขม็ง

"พวกแกเป็นใคร...คิดจะบุกรุกหรือ"

ดาวไม่อยากมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ จึงชวนไผ่กลับ ไผ่ถอยรถแล้วตีวงเลี้ยวกลับ เยซินมองตามสะใจ

"มันว่าพวกเราบุกรุก...เราจะกลับมาบุกรุกให้พวกมันดู" แววตาของดาวขณะพูดดูดุดันน่ากลัว

ooooooo

บ้านของป้าเนียนตอนนี้กลายสภาพเป็นที่พักพิงชั่วคราวของชาวค่ายอาสาฯ มีชาวค่ายอาสาฯเข้าแถวรอรับอาหารจากป้าเนียนแถวยาวเหยียด ระหว่างนั้น รถตู้ของคุณหญิงรัตนากับรถคุ้มกันอีกคันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าบ้าน คนของท่านรองฯก้องเกียรติสองคน ปราดลงจากรถมายืนเฝ้าระวังให้คุณหญิงรัตนา

ป้าเนียนเหลือบเห็นคุณหญิงรัตนาเดินเข้ามา รีบวางมือจากทัพพีตักอาหาร ตรงเข้ามาไหว้ทักทาย คุณหญิงรัตนาร้อนใจ ได้ข่าวเรื่องค่ายอาสาฯถูกเผาก็เลยรีบมา

"หนูดาวกับทุกคนออกไปตามล่าพวกมันค่ะ...พวกมัน เลวจริงๆ"

คุณหญิงรัตนาเห็นป้าเนียนมีงานล้นมือ ไม่อยากรบกวนขอตัวกลับก่อน วานป้าเนียนช่วยบอกหนูดาวด้วยว่าเธออยู่บ้านพักที่บ้านดอนเสือ...

ครู่ต่อมา ดาว ไผ่กับจักจั่นมาถึงบ้านป้าเนียน เห็นชาวค่ายอาสาฯที่ต้องอยู่กันอย่างยากลำบากยิ่งพากันแค้นใจ ทั้งสามคนเข้ามาซักถามป้าเนียนว่ามีใครเป็นอะไรบ้างหรือเปล่า ป้าเนียนพยักหน้าน้ำตาซึม ลุงหงวนคิดสู้พวกมันเลยยิงเขาตาย ไผ่แค้นจัดขบกรามแน่น ขณะที่จักจั่นกับดาวพยายามข่มอารมณ์ไว้

ป้าเนียนนึกได้ "...อ้อ...คุณหญิงรัตนามาจ้ะหนูดาว ท่่านบอกว่าได้ข่าวว่าค่ายถูกเผา ติดต่อใครไม่ได้ ก็เลยรีบมา ตอนนี้ท่านอยู่ที่บ้านพัก"

"ดาวกับจักจั่นรีบไปหาคุณหญิงเถอะ...พี่จะอยู่ที่นี่เองไม่ต้องห่วง"

ดาวพยักหน้าให้ไผ่แล้วคว้ามือจักจั่นดึงออกไป จันจิราเห็นไผ่กลับมาก็ดีใจรีบวิ่งเข้ามาหา ไผ่กอดเธอไว้ในอ้อมแขนปลอบขวัญ ป้าเนียนมองทั้งคู่ยิ้มๆ...

จักจั่นกับดาวมาถึงหน้าบ้านพักของคุณหญิงรัตนา แปลกใจที่เห็นบ้านเงียบผิดปกติ บอดี้การ์ดที่ท่านรองฯก้องเกียรติส่งมาคุ้มกันคุณหญิงรัตนาก็ไม่เห็นอยู่แถวนั้น ดาวไม่ค่อยวางใจนักเตือนจักจั่นให้ระวังตัว สองสาวชักปืนมากระชับไว้ในมือ ค่อยๆเปิดประตูบ้านอย่างระมัดระวัง

เจอคุณหญิงรัตนายืนยิ้มอยู่ ชวนสองสาวเข้ามาข้างในกันก่อน ดาวเบาใจที่เห็นคุณอาหญิงไม่เป็นอะไร แต่ทันทีที่สองสาวเข้าไปในตัวบ้าน คนร้ายห้าคนพร้อมอาวุธตรงเข้ามาล้อมพวกเธอไว้ ลินจงสั่งให้ดาวกับจักจั่นยอมจำนน สองสาวยื่นปืนของตัวเองมาด้านหน้า สมุนสองคนดึงปืนของทั้งคู่ไป

"อาเสียใจ...มันจับคนของท่านรองฯไว้    ไม่อย่างนั้น

อาไม่ยอมพวกมันหรอก"

ดาวกราดสายตาไปที่มุมห้อง เห็นชายสองคนถูกมัดมือมัดปาก มีชายฉกรรจ์สองคนถือปืนเฝ้าระวังอยู่ ลินจงสั่งสมุนคุมตัวทั้งสามคนออกไป ดาวต่อรองในเมื่อลินจงได้ตัวพวกเธอ แล้วก็ควรปล่อยคุณอาหญิงไป

"ความจริงฉันต้องการแค่คุณหญิง แต่แกสองคนมาเป็นโบนัส...ฉันก็ไม่ขัดข้อง"

"โลภมากเดี๋ยวก็ไม่ได้ตายดีหรอก" จักจั่นแดกดัน

"จะบอกให้เอาบุญ เรากำลังกวาดล้างพวกแกทุกคน แกคงเห็นค่ายอาสาฯราบไปแล้ว ต่อไปก็ท่านรองฯ นายอภิชาติ พวกชุมโจรของพวกแก" ลินจงเห็นสีหน้าคาดไม่ถึงของดาวกับจักจั่นก็ยิ้มสะใจ "ใช่...พวกชุมโจรของพวกแก ดาวเทียมของเราหาตำแหน่งของพวกแกได้ทุกจุด...ทุกคนจะได้พบจุดจบเช่นเดียวกับผู้กองฤทธิชัย แม้กระทั่งนางเสือ" ลินจงพยักหน้าให้พวกสมุนพาดาว จักจั่น และคุณหญิงรัตนาไปขึ้นรถ

ooooooo

ขณะไผ่กำลังช่วยป้าเนียนกับจันจิราดูแลพวกชาวค่ายอาสาฯ มีเสียงร้องเตือนของสายลมดังขึ้น ไผ่จับสัญญาณได้ว่าดาวกับจักจั่นกำลังเดือดร้อน รีบบอกป้าเนียนกับจันจิรา แล้วขอตัวไปช่วยสองสาวก่อน

"อ้าว...พี่ไผ่ไม่อยู่พวกเราจะทำอย่างไร" จันจิราสีหน้าหวั่นๆ

"พวกมันไม่สนจันแล้วก็พวกชาวบ้านหรอก รับรองได้ว่าพวกมันไม่มาแน่นอน"

จันจิราฟังแล้วสบายใจขึ้น ไผ่ยิ้มให้แล้ววิ่งไปขึ้นรถจี๊ปขับออกไป ระหว่างขับรถตามรอยรถของคนร้ายที่จับตัวดาวกับจักจั่นไป ไผ่อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมสองสาวถึงพลาดท่าเสียทีให้พวกคนร้าย แต่พอตั้งสมาธิก็เห็นรถอีกคันหนึ่งของคนร้ายมีคุณหญิงรัตนาถูกคุมตัวอยู่ ไผ่ถึงบางอ้อทันที...

ดาวไม่กล้าผลีผลามลงมือเกรงคุณหญิงรัตนาจะเป็นอันตราย ส่งพลังจิตบอกให้จักจั่นอยู่เฉยไว้ก่อน จังหวะนั้น มี เสียงร้องของสายลมดังขึ้น ดาวสัมผัสได้ว่าไผ่ตามมาแล้ว รีบส่งพลังจิตไปบอก

"พี่ไผ่...พวกมันกำลังบุกไปที่ค่ายโจร...รีบไปช่วยพ่อแสงกับแม่สมพรแล้วก็ลุงเดชเร็วที่สุด"

ไผ่ได้ยินชัดเต็มสองหู หักพวงมาลัยรถกลับ บ่ายหน้าไปยังค่ายโจรใหญ่กลางป่าลึก สายลมส่งเสียงร้องขึ้นอีกครั้ง ลินจงสังเกตเห็นดาวกับจักจั่นพยักพเยิดให้กัน เธอแหงนมองท้องฟ้าสีหน้าเริ่มสงสัย...

เยซินกับเหล่าสมุนกระจายกำลังโอบล้อมค่ายโจรใหญ่ มีเสียงคำรามเตือนภัยของสายฟ้าดังขึ้น แสงลุกพรวด ตะโกนลั่นว่ามีผู้บุกรุก ขาดคำก็มีเสียงปืนดังสนั่นจากทุกทิศทุกทาง สมาชิกโจรที่ยืนเฝ้าระวังอยู่ตามจุดต่างๆในค่าย ล้มคว่ำไปทีละคน แสงคว้าปืนยิงใส่สมุนเยซินที่ดาหน้าเข้ามาล้มฟุบไปหลายคน

"ทุกคนถอยเข้าแนวป่าเร็วเข้า"

แสงตะโกนพลางยิงโต้กลับไปด้วย สมุนคนหนึ่งโผล่มาทางด้านหลัง ยกปืนเล็งไปยังแสง สมพรร้องเตือนให้ระวัง แล้วรีบวิ่งมาบังร่างของแสงไว้ เสียงปืนดังปัง สมพรทรุดฮวบ แสงหันมารับเมียรักไว้ได้ทัน พวกสมุนได้ทีกรูกันเข้าหา สายฟ้าปรากฏตัวขึ้น ตรงเข้าขย้ำพวกนั้นจมเขี้ยว

แสงตั้งหลักได้ ประคองร่างหมดสติของสมพรพยายามยิงฝ่าวงล้อมพวกนั้นออกไป สมุนคนหนึ่งยิงถูกหัวไหล่ของแสงถึงกับทรุดปืนกระเด็นหลุดมือ แสงไม่ยอมแพ้ กระชากปืนอีกกระบอกหนึ่งขึ้นมายิงสวนเปรี้ยง สมุนหงายท้องตึง สมุนของเยซินยังรุกไล่เข้ามาไม่หยุด

ก่อนที่แสงจะเสียทีให้พวกมัน ไผ่พุ่งจากต้นไม้ลงมาตรงหน้าพ่อกับแม่ ยิงเปิดทางให้สมาชิกโจรเข้ามาประคองร่างของแสงกับสมพรหนีเข้าไปในดงไม้หนาทึบ ไผ่กราดยิงพวกสมุนตายเกลื่อน แต่อยู่ๆก็หยุดยิง จ้องหน้าเยซินซึ่งกำลังจ้องเขาอยู่

"แล้วเจอกัน" ไผ่ว่าแล้วดีดตัวหายเข้าป่าทึบ เยซิน มองตามด้วยความแค้น...

ในเวลาเดียวกัน ที่ค่ายโจรชั่วคราว ลุงเดชแหงนหน้ามองสายลมที่กำลังบินวนส่งเสียงร้องเตือนภัยอยู่เหนือหัว สมาชิกโจรคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานว่า มีพวกเราบางคนได้ยินเสียงปืนแว่วเข้ามา

"บอกพวกเราเตรียมตัวให้พร้อม" ลุงเดชสั่งเสียงเฉียบ

สมาชิกโจรรับคำแล้วรีบไปปฏิบัติตาม ลุงเดชกราดสายตาไปรอบๆเห็นสมาชิกโจรยืนเฝ้าระวังอยู่เป็นจุดๆเดินเข้าไปหาคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด "เหตุการณ์ผิดปกติ ระวังให้ดี... ข้าจะออกไปตรวจดูรอบๆ"

ooooooo

ไผ่สีหน้าไม่สู้ดีนักที่เห็นพ่อกับแม่นอนไม่ได้สติอยู่ภายในเต็นท์ชั่วคราวที่สมาชิกโจรจัดเตรียมไว้ แต่พอ สมาชิกโจรซึ่งมาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้รายงานว่าทั้งคู่ปลอดภัยแล้ว กระสุนไม่ถูกที่สำคัญ ไผ่ถอนใจ โล่งอก

"ส่งคนไปรับคุณจันจิราที่บ้านป้าเนียนให้มาดูพ่อแสงกับแม่สมพรเร็วที่สุด แล้วจัดคนคอยระวังพวกมันให้ดี...ถ้าพ่อแสงกับแม่สมพรฟื้น บอกว่าผมต้องรีบไปเตือนลุงเดช"

"คุณไผ่ไม่ต้องห่วงที่นี่ครับ"

ไผ่พยักหน้า แล้วดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้...

ขณะที่ลุงเดชกำลังเดินสำรวจรอบๆค่ายรู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลัง เขาหันขวับ เจออาจารย์เฉินยืนอยู่ตรงหน้า ลุงเดชไม่รอช้าตวัดพานท้ายปืนใส่ อาจารย์เฉินเบี่ยงตัวหลบ แล้วสาดผงสีขาวเข้าเต็มหน้า ลุงเดชตาพร่าเข่าอ่อน รีบเหนี่ยวไกปืนเปรี้ยงๆๆๆก่อนจะล้มลงหมดสติ

เสียงปืนดังกึกก้อง ผู้กองฤทธิชัยกำลังยืนเฝ้าระวังอยู่กับสมาชิกโจรสองคนหลังค่ายถึงกับชะงัก ถามว่าเกิดอะไรขึ้น สมาชิกโจรรู้ดีว่านี่คือสัญญาณภัยจากปืนของลุงเดช เตือนให้ทุกคนถอย

"ถ้าอย่างนั้น ทุกคนถอยไปก่อน...เร็วเข้า" ฤทธิชัยรีบสั่งการ

เหล่าสมาชิกโจรต่างคว้าปืนประจำกายรีบมุ่งหน้าเข้าป่าลึก แต่ฤทธิชัยเองกลับเดินสวนทางคนอื่นๆตามเสียงปืนของลุงเดชมาถึงอีกฝั่งหนึ่งของค่าย เจอปืนของลุงเดชตกอยู่ เขาชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม กราดสายตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง พลันอาจารย์เฉินโผล่มาจากด้านหลัง

ฤทธิชัยรู้ทัน ตวัดปืนจ่อหน้าสั่งให้คืนลุงเดชมา นอกจากไม่คืนลุงเดชให้ อาจารย์เฉินจะเอาฤทธิชัยไปเป็นของแถมด้วย ผู้กองหนุ่มไม่ยอม ยิงกราดไม่ยั้ง แต่อาจารย์เฉินมีฝีมือดีดตัวหลบกระสุนได้หมด ก่อนจะอัดฤทธิชัยกระเด็นแล้วตามเข้าไปสะบัดผงสีขาวใส่หน้า ดีที่ไผ่โฉบเข้ามาดึงร่างฤทธิชัยออกไปได้ทัน

"เล่นผงยาสลบหรือเพื่อน" ไผ่ยิ้มเหยียด กระชากปืนขึ้นมากระหน่ำยิงไม่เลี้ยง อาจารย์เฉินเห็นท่าไม่ดีพุ่งตัวหายเข้าไปในดงไม้ ไผ่ยิงไล่หลังจนกระสุนหมดแต่ไร้ประโยชน์ ฤทธิชัยตามเข้ามาสมทบ

"มันจับลุงเดชไป"

"ไม่ใช่แค่ลุงเดช พวกมันเผาค่ายอาสาฯ บุกไปเล่นงานพ่อแสงกับแม่สมพร คุณหญิงรัตนา ดาวกับจักจั่นถูกพวกมันเอาตัวไปแล้ว"

ฤทธิชัยถึงกับอึ้ง คาดไม่ถึงว่าดาวจะเสียท่าให้พวกนั้น "แล้วป้าเนียนกับจันจิราล่ะ"

"พวกมันไม่สนใจสองคนนั่น...มันแค่ต้องการทำลายขุมกำลังของพวกเรา"

"พวกมันคิดกำจัดทุกคน" ฤทธิชัยพึมพำหน้าเครียด

ooooooo

หลังจากเกิดเรื่องที่สำนักงานทนายความของตัวเอง อภิชาติหวั่นใจว่าอาจมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นที่บ้านดอนเสือรีบเคลียร์งานแล้วเดินทางมาทันที เป็นจริงอย่างที่อภิชาติหวั่นใจ สินชัยโทร.มาเย้ยว่า ตอนนี้คุณหญิงรัตนา ดาว และจักจั่น รวมทั้งลุงเดชตกอยู่ในกำมือของเขาเรียบร้อยแล้ว อภิชาติข่มอารมณ์แทบไม่อยู่

"ถ้าคนพวกนั้นเป็นอะไรแม้แต่รอยข่วน...ผมจะตามล่าคุณไปตลอดชีวิต"

"ถ้าเห็นแม้แต่เงาของพวกคุณเข้าใกล้สถานีสำรวจของผม...ทุกคนจบ...จำไว้" สินชัยขู่กลับ

"ให้มันรู้ไปว่าใครจะจบ" อภิชาติแค้นจัดโยนมือถือไปบนที่นั่งข้างคนขับ แล้วเหยียบคันเร่งมิด...

ลินจงนำตัวคุณหญิงรัตนา  ดาวกับจักจั่นไปกักขังไว้ในถ้ำลึกลับแห่งหนึ่งกลางหุบเขา  ตราบใดที่พวกของดาวที่เหลือ ไม่ขัดขวางการทำงานของพวกเธอ ทุกคนก็จะปลอดภัย

"ถ้าฉันหลุดออกไปได้ พวกแกเจอดีแน่" จักจั่นเข่นเขี้ยว

ลินจงไม่สนใจคำขู่ สั่งเข้มให้พวกสมุนเฝ้าหน้าถ้ำไว้ให้ดี ถ้าใครคิดหนียิงได้เลย พอพวกลิงจงไปกันหมด ดาว จักจั่นและคุณหญิงรัตนาโผกอดกันกลม...

สมาชิกโจรที่รอดจากถูกพวกสินชัยโจมตี ถอยร่นลึกเข้าไปในป่าตั้งเต็นท์ฉุกเฉินไว้รักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสองหลัง และอีกหนึ่งหลังไว้เป็นกองบัญชาการ พวกสมาชิกโจรที่ยังแข็งแรง กระจายกำลังกันเฝ้าระวังโดยรอบ ไม่นานนัก ไผ่ขับรถพาอภิชาติมาถึง ทั้งคู่ตรงดิ่งไปหาฤทธิชัยที่เต็นท์บัญชาการ อภิชาติเล่าเรื่องที่สินชัยโทร.มาขู่จะฆ่าดาวกับพวก ถ้าเราเข้าใกล้สถานีสำรวจป่าของเขาให้ฤทธิชัยกับไผ่ฟัง

"เราต้องช่วยคุณอาหญิง คุณดาว คุณจักจั่นกับลุงเดชกลับมาก่อน แล้วค่อยบุกสถานีสำรวจ จัดการพวกมันไม่ให้เหลือซาก... ไผ่คิดว่าไง...พอจะมีทางหาพวกมันเจอไหม" ฤทธิชัยมองหน้าไผ่

"ไม่ว่าพวกมันจะไปอยู่ที่ไหน ย่อมหนีไม่พ้นสายตาของป่า" ไผ่ยังอุบเงียบเรื่องสายลมกับสายฟ้า

อภิชาตินึกอะไรขึ้นมาได้ ถามไผ่ว่ามีเครื่องรับส่งวิทยุหรือเปล่า ถ้ามีเอาติดไปด้วย เผื่อพวกมันมีการสื่อสารกัน เราอาจจะจับคลื่นของพวกมันได้ ไผ่พยักหน้ารับคำ

ooooooo

ที่ถ้ำลึกลับกลางหุบเขา สินชัยแวะมาทักทายคุณหญิงรัตนา โดยมีลินจงกับสมุนในชุดดำยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ คุณหญิงรัตนาไม่สนใจสินชัย เมินหน้าหนี

"อันที่จริงคุณหญิงน่าจะขอบใจผมมากกว่า..." สินชัยหยุดพูด  มองคุณหญิงรัตนาเขม็ง  "ผมจะบอกให้เอาบุญ...ลูกสาวคุณหญิงยังมีชีวิตอยู่"

คราวนี้คุณหญิงรัตนาหันขวับ จ้องหน้าสินชัยสีหน้าตื่นเต้น สินชัยเห็นคุณหญิงรัตนาสนใจ ทำลีลาท่ามาก อ้างว่ามีคนรู้เรื่องนี้ดีกว่าตัวเขา แล้วหันไปพยักพเยิดให้นายไชย กับสมุนหิ้วปืนลุงเดชเข้ามา ก่อนจะผลักลงไปคลุกฝุ่นกับพื้น ดาวกับจักจั่นปราดเข้าไปประคองให้เขาลุกขึ้น

"ลุงเดชเป็นคนที่อยู่กับคุณอิทธิในวันที่เกิดเหตุและเอาตัวลูกสาวท่านไป" สินชัยยิ้มแสยะ

คุณหญิงรัตนา ดาวกับจักจั่นต่างมองหน้าลุงเดชเป็นตาเดียวกัน ลุงเดชจ้องหน้าสินชัยอย่างเกลียดชัง

"เอ็งควรจะบอกได้ดีกว่าข้า เพราะไอ้คนที่ลอบทำร้ายท่านอิทธิยืนอยู่ข้างๆเอ็ง"

"ใช่...ไอ้อิทธิมันฆ่าน้องชายข้า" นายไชยสมองกลวง รับสารภาพหน้าตาเฉย

สินชัยถลึงตามองนายไชย ฉุนขาดแทบอยากจะยิงทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด "เอ็งมีเรื่องจะพล่ามอีกไหม"

นายไชยเงียบ สีหน้าไม่พอใจ สินชัยรีบพูดกลบเกลื่อน ใครจะเป็นลูกสาวของใครเขาไม่สน แต่ถ้าใครขวางทางเขาต้องตายสถานเดียว คุณหญิงรัตนามองตามสินชัยเดินจากไปอย่างเคียดแค้น ลินจงกับนายไชยและชายชุดดำรีบเดินตามเจ้านายใหญ่

พอพวกนั้นคล้อยหลัง ความลับทั้งหลายก็พรั่งพรูออกจากปากลุงเดช พร้อมกับคำขออภัยต่อคุณหญิงรัตนาที่ไม่ได้เรียนเรื่องนี้ให้ทราบ เพราะเป็นความต้องการของท่านอิทธิ คุณหญิงรัตนาพยักหน้าเข้าใจ

"ท่านอิทธิต้องการให้หนูพฤกษาคอยปกป้องป่าเหมือนท่าน"

"ฉันรู้อยู่เสมอว่าท่านอิทธิต้องการเช่นนั้น ฉันเองก็เช่นกัน...ฉันสบายใจแล้ว"

"แต่...คุณอาหญิงตามหาน้องพฤกษามาถึง 15 ปีแล้วนะคะ" จักจั่นทักท้วง

"อารู้ความจริงแล้ว อาเต็มใจและยินดีจ้ะ อาคิดว่าลูกพฤกษาต้องเข้าใจ เพราะลูกพฤกษาเองก็รักป่าเหมือนพ่อของแก" คุณหญิงรัตนายิ้มกว้าง ดาวกับจักจั่นต่างมองลุงเดช แต่ไม่กล้าถามอะไร

"ผมทราบอยู่แล้วว่าท่านอิทธิมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ เสียสละเพื่อป่า เพื่อชาติ แต่เพิ่งทราบเดี๋ยวนี้เองว่าคุณหญิงก็มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่เห็นชาติเหนือความรักของตัวเองที่มีต่อลูก" ลุงเดชมองคุณหญิงรัตนาอย่างยกย่อง แล้วหันไปทางดาวซึ่งนั่งฟังอย่างตื่นเต้น "หนูดาว...กราบแม่ของหนูสิ"

ดาวถึงกับตะลึง ได้แต่จ้องหน้าคุณหญิงรัตนาที่กำลังน้ำตาไหลดีใจจนพูดไม่ออก...

ขณะเดียวกัน ไผ่ขับรถตามเสียงร้องของสายลมลึกเข้าไปในป่า ฤทธิชัยชักไม่แน่ใจว่าไผ่พามาถูกทางหรือเปล่า ไผ่มั่นใจว่าถูกทาง แต่เป็นเพราะพวกคนร้ายล่วงหน้าเราไปนานแล้ว คงต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะตามทัน อภิชาติลอบสบตากับเพื่อนซี้ แล้วแกล้งถามไผ่ว่าเคยเจอนางเสือไหม ไผ่ส่ายหน้า"

"แล้วจริงหรือเปล่าที่นางเสือมีเสือเจ้าป่ามาคอยคุ้มกัน"

"เห็นลือกันว่าอย่างนั้นครับ ก็น่าจะใช่...ทำไมหรือครับ"

อภิชาติแค่อยากรู้เท่านั้นไม่มีอะไร ไผ่เลี้ยวรถเข้าทางขรุขระ ทันใดนั้น เสียงสายลมร้องเตือนภัยดังขึ้น ไผ่รีบหักรถหลบหลังต้นไม้ใหญ่ เป็นจังหวะเดียวกับมีเสียงปืนดังสนั่น ทั้งสามคนพุ่งลงจากรถ ตวัดปืนขึ้นมายิงโต้กลับ ชายในชุดดำนับสิบคนตีวงล้อมเข้ามา ฤทธิชัยเห็นท่าไม่ดี ขืนพวกเราติดอยู่ที่นี่คงตามพวกดาวไม่ทันแน่

"ถ้าอย่างนั้น แยกกันไป...จัดการกับพวกมัน" อภิชาติ เสนอแนะ

ไผ่กับฤทธิชัยพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งสามคนต่างแยกกันไปคนละทาง หัวหน้าชายชุดดำโบกมือให้คนของตน

ตามไปเก็บฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นซาก ไผ่ ฤทธิชัย และอภิชาติต่างหากที่เป็นฝ่ายจัดการกับพวกชายชุดดำได้อย่างราบคาบและรวดเร็ว

ooooooo

ตอนที่ 16

ดาวขับรถจี๊ปตระเวนไปตามเส้นทางคดเคี้ยวในป่าดอนเสือ สักพัก เบนรถจอดข้างทาง กราดสายตาไปทั่วบริเวณ แล้วแหงนหน้ามองฟ้าที่ว่างเปล่า แปลกใจที่ทุกอย่างเงียบสงบ ดาวลงจากรถจี๊ป เดินสำรวจรอบๆ

"เงียบเกินไปอย่างที่ผู้กองว่าจริงๆ...พวกมันคิดจะทำอะไร"

ขาดคำของดาว เสียงปืนดังสนั่น ดาวล้มคว่ำหายไปหลังรถจี๊ป มือซุ่มยิงโผล่ออกจากที่ซ่อน กระหยิ่มยิ้มย่อง นางเสือปลอมลุกขึ้นมายืนข้างๆ สั่งการให้สมุนตามไปดู พวกสมุนพากันออกจากพุ่มไม้ข้างทางตรงไปยังรถจี๊ป แต่ไม่เจอใครสักคน มือซุ่มยิงมองหน้าสมุนงงๆ

"ก็ข้ายิงถูกมันฟุบไปข้างรถนี่หว่า"

สมุนหันไปโบกมือให้นางเสือปลอมที่ยืนอยู่ในราวป่าเป็นเชิงว่าไม่มีใครอยู่ตรงนี้ นางเสือปลอมโบกมือให้พวกสมุนสลายตัว โดยที่ไม่รู้ว่าดาวยืนอยู่ข้างหลัง

"นึกว่าหายไปไหนหมด...ที่แท้คอยลอบกัดนี่เอง"

นางเสือปลอมหันขวับพร้อมปืนในมือ แต่ดาวไวกว่ายิงเปรี้ยงกลางแสกหน้า นางเสือปลอมหงายหลังตึง พวกสมุนได้ยินเสียงปืนกรูเข้าหา ดาวสาดกระสุนใส่เป็นชุด พวกนั้นตายเรียบ...

ถึงเวลาหนึ่งทุ่มตามนัด อภิชาติเดินตามคบไฟที่ปักเรียงรายมาถึงสวนหลังบ้านป้าเนียน ทั้งดีใจและแปลกใจในคราวเดียวกันที่เห็นจักจั่นในร่างเดิมยืนรออยู่ อภิชาติไม่พูดพล่ามขอหมั้นจักจั่นทันที จักจั่นทำอะไรไม่ถูกได้แต่เดินไปเดินมาสีหน้าครุ่นคิด ถามอภิชาติว่าแน่ใจแล้วหรือ

"แน่ใจที่สุดเลยครับ...เพราะถ้าผมเปลี่ยนใจ ผมถูกคุณดาว คุณไผ่ ลุงเดช รวมทั้งไอ้ผู้กองอัดเละแน่"

"จริงด้วย...ถ้าอย่างนั้นก็โอเคค่ะ" จักจั่นว่าพลางยื่นนิ้วนางให้

"เอ่อ...คือว่าผมแค่ถาม..."  อภิชาติพูดยังไม่ทันจบประโยค จักจั่นแหวใส่ทันที

"อะไร...แค่ถามก่อน ไม่ได้เตรียมแหวนมา แสดงว่าไม่จริงใจน่ะสิ"

"คือ...คือ...ผมไม่ทราบว่าจะมาเจอจักจั่นตัวจริงเสียงจริง พอเจอปุ๊บผมก็ตัดสินใจปั๊บ"  อภิชาติเห็นจักจั่นหน้าหงิกหน้างอ นึกอะไรขึ้นมาได้ ถอดสร้อยคอที่กู่หลินให้เขาไว้เป็นที่ระลึก ทำตาละห้อยยื่นให้จักจั่น

"ถ้าไม่รังเกียจผมขอใช้สร้อยเส้นนี้หมั้นก่อนได้ไหมครับ"

จักจั่นฉีกยิ้มกว้าง  จักจั่นล้อเล่นน่ะค่ะ ไม่ต้องมีแหวนหรืออะไรหรอกค่ะ จักจั่นรู้ว่าคุณอภิชาติจริงใจ"

อภิชาติถอนใจโล่งอก แต่ถึงอย่างไรเขาก็อยากให้จักจั่นเก็บสร้อยคอเส้นนี้ไว้ แล้วบรรจงสวมสร้อยให้ อภิชาติโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ขณะที่จักจั่นซบอกชายคนรักอย่างมีความสุข

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน เยซินเรียกสินชัยกับลินจงมาพบที่ออฟฟิศหรูของสินชัย แจ้งให้ทั้งคู่รู้ว่าภายในวันถึงสองวันข้างหน้าจะมีเฮโรอีนจำนวนมหาศาลเข้ามาพักในเขตป่าดอนเสือ ลูกค้าจะมารอรับพร้อมโอนเงินให้เราก่อนที่จะส่งสินค้าต่อไปยังประเทศคู่ค้าของตน เยซิน หยุดพูด กราดตามองสินชัยกับลินจง

"ดังนั้น...จะต้องไม่มีการผิดพลาดเกิดขึ้นเป็นอันขาด... เพราะเราสูญเสียไปมากแล้ว" เยซินชำเลืองมองสินชัยอย่างเหยียดๆ "คุณสินชัย...เรื่องสัมปทานอนุญาตสำรวจป่าไปถึงไหนแล้ว"

"ได้มาเรียบร้อยแล้ว" สินชัยพยายามข่มอารมณ์ไว้

"ดีมาก...ใช้สิทธิเคลื่อนคนเข้าไปในป่าดอนเสือให้เร็วที่สุด...งานเร่งด่วนที่สำคัญต่อไปคือ จัดการกับศัตรูที่ขวางทางทุกคน...ใครมีประโยชน์เก็บไว้ก่อนจนกว่างานจะเสร็จ...นอกเหนือจากนั้น...กำจัดให้หมด" เยซินว่าแล้วมองสินชัยอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นออกจากห้อง สินชัยรีบสาวเท้าตามจนทัน

"ท่านเยซิน...ผมอยากจะจัดการแผนเกี่ยวกับคณะกรรมการดูแลภาวะโลกร้อน"

เยซินหยุดเดินหันมาจ้องสินชัยอึดใจ "ผมจะให้โอกาสคุณจัดการเรื่องนี้อีกครั้ง หวังว่าคุณคงไม่พลาดอีก เราต้องการเงินก้อนใหญ่เพื่อมาดำเนินการแทนเงินที่คุณผลาญไป"

สินชัยมองตามเยซินเดินจากไปพร้อมมือปืนคุ้มกันสองคนอย่างไม่พอใจ...

หลังจากตระเวนดูลาดเลาในป่าจนค่ำมืด ดาวแวะหาฤทธิชัยที่ค่ายโจรชั่วคราว เห็นเขากำลังต่อสู้กับสมาชิกโจรสองคนอยู่ที่ลานกว้างกลางค่าย ดาวรีบเดินเข้าไปถามลุงเดชว่าเกิดอะไรขึ้น

"ผู้กองแกเบื่อ เลยขอออกกำลัง"

"สองรุมหนึ่งเลยหรือคะ"

"เด็กมันอยากลอง ผู้กองแกยอม ลุงก็เลยจัดให้" ลุงเดชพูดไปยิ้มไป

ฤทธิชัยอัดสมาชิกโจรคนหนึ่งกระเด็น ดาวส่งเสียงเชียร์ เขาลั่น ฤทธิชัยเผลอตัวหันมาส่งยิ้มให้ เลยเจอหมัดฮุกเข้าเต็มคาง เซถลาเป็นนกปีกหัก ดาวทำหน้าเบ้ เจ็บแทน ฤทธิชัยตั้งหลักได้ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ เสียงกองเชียร์ของแต่ละฝ่ายดังแข่งกันอย่างสนุกสนาน...

ในเวลาต่อมา ดาวกลับถึงบ้านป้าเนียน เจอไผ่เดินตรวจตราอยู่หน้าบ้าน แต่ไม่เห็นจักจั่นอยู่ด้วยก็ถามหา ได้ความว่า ตั้งแต่อภิชาติกลับไป จักจั่นก็เอาแต่ยิ้มหน้าบานอยู่ในห้องนอน

"อืม...เดี๋ยวดาวไปดูสักหน่อย"

ดาวจ้ำพรวดๆขึ้นบ้าน พอเปิดประตูห้องนอนเข้าไป จักจั่นพุ่งชนเธอลงไปกองบนเตียงด้วยกัน นอนหัวเราะคิดคักสีหน้ามีความสุข ดาวถามว่าเกิดอะไรขึ้น จักจั่นก็เอาแต่หัวเราะแล้วลุกขึ้นกระโดดโลดเต้น เข้ามากระซิบกระซาบว่าอภิชาติขอเธอหมั้น ดาวยิ้ม ดีใจที่เห็นจักจั่นมีความสุข

ooooooo

หน้าค่ายอาสาฯ บ้านดอนเสือ ขณะดาวกับจักจั่นเดินออกมาส่งอภิชาติที่รถของเขาเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ท่านรองฯก้องเกียรติโทร.เข้ามือถืออภิชาติ แจ้งเหตุร้ายว่า ประธานคณะกรรมการกลุ่มดูแลภาวะโลกร้อนถูกพวกสินชัยจับตัวไปเรียกค่าไถ่หนึ่งพันล้านบาท   อภิชาติหน้าเครียดขึ้นมาทันที

"งานนี้มันกะทำลายชื่อเสียงของประเทศเลยทีเดียว"

"พวกไม่รู้คุณแผ่นดิน เอาแต่ประโยชน์ของตัวเอง คอยดูนะจักจั่นจะ..."

ดาวเห็นจักจั่นของขึ้นเลยต้องปรามให้ใจเย็นลง จักจั่นรู้สึกตัวหัวเราะแฮ่ๆ อภิชาติจะเดินทางล่วงหน้าไปเตรียมความพร้อมไว้ก่อน แล้วพวกเธอค่อยตามไปทีหลัง ดาวกับจักจั่นพยักหน้ารับรู้ จากนั้น สองสาวรีบบึ่งรถกลับบ้านป้าเนียนเก็บของใช้จำเป็นใส่เป้สัมภาระหิ้วออกมาใส่รถจี๊ป ดาวหยุดมองหน้าจักจั่น

"พี่ว่าต่อไปนี้ จักจั่นต้องระวังตัวให้มากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ พี่อยากให้จักจั่นอยู่เฉยๆที่ค่ายอาสาฯมากกว่า"

จักจั่นจ้องดาวสีหน้าจริงจัง "พี่ดาว คุณอภิชาติบอกว่าที่ขอหมั้นจักจั่น เพราะจักจั่นมีอุดมการณ์บู๊สะใจดี จักจั่นไม่นั่งหน่อมแน้มอยู่บ้าน นั่งสมาธิหาสันติวิธีกับไอ้คนพวกนี้หรอก...ไม่มีทาง...พี่ดาวไม่ต้องห่วงน่า...เราคนดีพระต้องคุ้มครอง อีกอย่าง ใครก็หนีความตายไม่พ้น ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอก"

"โห...พอหมั้นปุ๊บก็พบแสงสว่างปั๊บเลยนะ" ดาวยิ้มขำ ระหว่างนั้น รถของไผ่แล่นพรวดเข้ามาจอดเทียบ ฤทธิชัยคว้าเป้สัมภาระโดดลงจากรถ

"อภิชาติเตรียมทุกอย่างพร้อมรออยู่แล้ว"

"ผู้กองแน่ใจหรือคะว่าจะลุยงานนี้ด้วย" ดาวทักท้วงด้วยความเป็นห่วง

"เท่ากับเป็นการเปิดตัวเลยนะผู้กอง" จักจั่นพูดเสริม

"ลุย...แต่ไม่ได้เปิดตัว"

"อย่างนั้นเราก็พร้อมแล้วค่ะ" ดาวยิ้มให้ แล้วชวนจักจั่นกับฤทธิชัยออกเดินทาง ไผ่เตือนให้ทุกคนระวังตัวและไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ มองตามรถของดาวแล่นออกไปสีหน้าเป็นกังวล จันจิราตามมาสมทบ

"พี่ไผ่คงอยากไปช่วยจัดการกับพวกมัน"

"พวกนั้นจัดการได้อยู่แล้ว พี่ต้องดูแลที่นี่ ทั้งจัน ป้าเนียน ชาวอาสาฯ ลุงเดช พ่อแสง แม่สมพร ทุกๆคน" ไผ่ว่าแล้วโอบเอวจันจิราไว้ จันจิรานึกเป็นห่วงป้าเนียนขึ้นมา ชวนไผ่ไปเยี่ยม

ooooooo

ในเวลาต่อมา ที่ตึกร้างแห่งหนึ่งซึ่งใช้เป็นศูนย์บัญชาการชั่วคราวของพวกฤทธิชัย ดาว จักจั่น ฤทธิชัยและอภิชาติต่างตรวจอาวุธประจำกายเตรียมพร้อมออกลุย อภิชาติแจ้งกับทุกคนว่าทางผู้ใหญ่ต้องการจ่ายเงินค่าไถ่ให้พวกคนร้าย แต่ท่านรองฯก้องเกียรติคิดว่าคนร้ายจะเชิดเงินแล้วฆ่าเหยื่อทิ้งมากกว่า

"แปลว่างานนี้ เราต้องทำกันเอง ไม่ให้มีผลกระทบถึงทางการไทย"

"ถูกต้อง เราต้องช่วยท่านประธานฯกลับมาให้ได้ก่อนบ่ายพรุ่งนี้...ตามที่พวกมันกำหนด"

จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของฤทธิชัยดังขึ้น ผู้กองหนุ่มแปลกใจที่เป็นเบอร์ของท่านรองฯก้องเกียรติ

"ฉันบอกท่านรองฯแล้วว่า นายยังอยู่ ไม่ได้เดี้ยงตามข่าวลือ" อภิชาติรีบไขข้อข้องใจ

ท่านรองฯก้องเกียรติโทร.มาแจ้งว่า รถบรรทุกอาวุธของสหรัฐฯที่มาร่วมทำการซ้อมรบ หายสาบสูญไประหว่างเดินทางกลับค่าย นายทหารของสหรัฐฯที่รับผิดชอบสารภาพว่า ได้รับเงินก้อนใหญ่จากคนกลุ่มหนึ่ง และทุกคนที่มีเอี่ยวด้วยถูกคุมตัวส่งกลับสหรัฐฯไปเรียบร้อย

"นายสินชัยฉลาดมาก...มันคิดเอาอาวุธพวกนั้นมาถล่มทางการโดยไม่ต้องลงทุน" ดาวตั้งข้อสังเกต

"ท่านรองฯต้องการให้พวกเราติดตามอาวุธพวกนั้นกลับมาให้เร็วที่สุด หรือไม่ก็ทำลายให้หมด"

อภิชาติเร่งฤทธิชัยกับดาวรีบไปจัดการเรื่องอาวุธที่หายไป ส่วนเขากับจักจั่นจะอยู่ช่วยท่านประธานฯเอง แต่พอฤทธิชัยบอกตำแหน่งสุดท้ายที่รถบรรทุกอาวุธถูกพบเห็นว่าเป็นบ้านดอนเสือ จักจั่นแนะให้โทร.บอกไผ่จัดการเรื่องนี้ให้ ดาวกับฤทธิชัยจะได้ไม่ต้องไปเอง ดาวพยักหน้าเห็นด้วย

"ใช่เลย...พี่ไผ่จัดการได้แน่นอน ดาวมั่นใจค่ะว่าพี่ไผ่ ทำได้...พี่ไผ่ชำนาญป่า ไม่ต้องใช้เครื่องมือสมัยใหม่ก็สามารถหารถขนอาวุธได้อย่างแน่นอน"

"แล้วยังมีกำลังเสริมจากลุงเดชอีกด้วย" จักจั่นพูดเสริม

"ถ้าอย่างนั้นผมต้องรบกวนแล้วครับ"

ดาวคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาไผ่ทันที ฤทธิชัยคลายกังวลเรื่องอาวุธไปได้เปลาะหนึ่ง...

ระหว่างรอสายข่าวของอภิชาติสืบหาที่อยู่พวกลักพาตัว ฤทธิชัยเปิดทีวีดู เห็นกำจรกำลังรายงานข่าวพร้อมเสนอรูปภาพของท่านประธานคณะกรรมการกลุ่มดูแลภาวะโลกร้อนที่ถูกนางเสือลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ ระหว่างแวะพักในประเทศไทยก่อนจะเดินทางไปประชุมต่อที่นครปักกิ่ง

"นางเสือปลอมของนายสินชัยอีกแล้ว" ฤทธิชัยบ่นพึมพำ คว้ารีโมตทีวีมากดปิด ดาวมองยิ้มๆ

อภิชาติกลับเข้ามาในห้องบัญชาการ มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายมาบอก ข่าวดีคือเราพบตึกที่คาดว่าจะเป็นสถานที่กักขังท่านประธานฯแล้ว ส่วนข่าวร้ายก็คือพวกคนร้ายคุมเข้มตึกเป้าหมายตั้งแต่ชั้นล่างสุดยันชั้นบน โดยท่านประธานฯถูกควบคุมตัวไว้ที่ชั้นบนสุด แค่เราบุกผ่านชั้นล่างเข้าไป พวกนั้นคงสังหารท่านประธานฯทันที ฤทธิชัยสีหน้าเคร่งเครียดครุ่นคิด

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่ป่าดอนเสือ ขบวนรถของเจ้าหน้าที่พยายามจะสะกดรอยตามรถบรรทุกอาวุธที่หายไปมาถึงเส้นทางกลางป่า แต่ถูกระเบิดแสวงเครื่องที่ฝังไว้ใต้ถนนระเบิดใส่ รถเสียหายหลายคัน เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บนับสิบคน จึงต้องล่าถอยกลับไป ลุงเดช ไผ่กับแสงเห็นเหตุการณ์แต่ทำอะไรไม่ได้

ลุงเดชถอนใจเฮือก "เจ้าหน้าที่ถูกระเบิดอีกแล้ว...ไผ่...หาแหล่งทำระเบิดของพวกมันให้ได้ ลุงกับพ่อแสงจะเตรียมพร้อม เราจะเก็บกวาดพวกมันให้หมด และตามหาอาวุธที่หายไป"

"ผมกลัวว่าไผ่จะไม่เหลืออะไรให้เราเก็บกวาดนะสิลุงเดช เออ...ไผ่ออกมานี่แล้วหนูจันกับป้าเนียนล่ะ"

"ผมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปคอยดูแลอยู่แล้วครับพ่อ...ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ"

ลุงเดชกับแสงเตือนไผ่ระวังตัวด้วย สองผู้อาวุโสแห่งค่ายโจรมองตามไผ่สีหน้าเป็นกังวล...

ดาว จักจั่น อภิชาติ และฤทธิชัยระดมสมองช่วยกันคิดแผนชิงตัวท่านประธานฯได้หลายแผน ทั้งโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ ทั้งบุกจากชั้นล่างขึ้นไป แต่ไม่ว่าจะเป็นแผนไหน พวกคนร้ายก็จะรู้ตัวก่อน และมีเวลาพอจะจัดการกับท่านประธานฯ ดาวนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะบอกแผนการกับทุกคน

"ดาวจะชิงตัวท่านประธานฯจากพวกมัน แต่จะพาลงมาถึงชั้นล่างคงยาก"

ฤทธิชัยมองหน้าดาวเขม็ง "ถึงเวลานี้ ผมจะไม่ถามว่าคุณดาวจะทำอย่างไร แต่เราจะคอยติดต่อสื่อสารกันตลอดเวลา คุณดาวได้ตัวท่านประธานฯเมื่อไหร่...เราลุยเมื่อนั้น...พบกันที่รถอีก 5 นาทีครับ"

ดาวกับจักจั่นรับคำ อภิชาติกับฤทธิชัยออกจากห้องไปก่อน ทิ้งสองสาวไว้ลำพัง จักจั่นอดถามไม่ได้ว่าดาวจะบุกจากข้างบนตึกเข้าไปได้อย่างไรโดยไม่เปิดเผยตัว ดาวพอมีวิธีแต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า

"แค่นี้ผู้กองก็สงสัยจะแย่อยู่แล้ว"

"เอาน่าจักจั่น...สงสัยได้สงสัยไป...ไม่มีหลักฐานก็แล้วกัน"

จักจั่นพยักหน้าหงึกๆ คว้าเป้สัมภาระสะพายไหล่ เดินออกไป ครู่ต่อมา จักจั่นตามมาสมทบกับอภิชาติและฤทธิชัยซึ่งยืนรออยู่ที่รถ ฤทธิชัยไม่เห็นดาวมาด้วยก็ถามหา

"พี่ดาวบอกว่าเจอกันที่จุดเป้าหมาย" จักจั่นว่าแล้วก้าวขึ้นรถ ขณะที่ฤทธิชัยกับอภิชาติต่างมองหน้ากัน

ooooooo

ในเวลาต่อมา ฤทธิชัย อภิชาติกับจักจั่นในชุดปฏิบัติการ เอาสีดำป้ายหน้าอำพรางใบหน้าที่แท้จริงนำรถไปจอดฝั่งตรงข้ามกับตึกเป้าหมาย ฤทธิชัยเช็กสัญญาณวิทยุติดต่อแบบไร้สายเสียบหูของทุกคนว่าใช้ได้ดีหรือเปล่า จักจั่นกับอภิชาติโอเค แต่สัญญาณวิทยุจากดาวกลับเงียบ ฤทธิชัยหน้าเครียดขึ้นมาทันที

"ใจเย็นน่าเพื่อน เดี๋ยวคุณดาวก็มา..." อภิชาติตบไหล่ เพื่อนเบาๆ

ฤทธิชัย อภิชาติ และจักจั่นลงจากรถอย่างระมัดระวัง จักจั่นแหงนมองขึ้นไปบนตึกเป้าหมายซึ่งยังสร้างไม่เสร็จ เห็นสายลมบินวนพลางส่งเสียงร้องไปด้วย คนร้ายที่ยืนเฝ้าระวังอยู่บนดาดฟ้าตึกเป้าหมาย มองสายลมอย่างสงสัย ยิ่งสายลมบินเข้าใกล้ดาดฟ้ามากเท่าไหร่ ร่างของมันยิ่งขยายใหญ่ขึ้นๆ

พอได้ระยะร่างของดาวแยกตัวออกจากสายลมแล้วตีลังกาลงมายืนเป็นสง่า ขณะที่สายลมบินแยกไปอีกทาง ดาวหมุนตัวสามร้อยหกสิบองศาสะบัดมีดสั้นหลายสิบเล่มใส่พวกคนร้ายที่ยืนเฝ้าระวังไม่ทันตั้งตัวถูกฆ่าตายเรียบ หญิงสาวปราดไปที่บันไดค่อยๆจดปลายเท้าลงไป

พบว่าชั้นถัดมาเป็นห้องโล่ง มีแต่ลังใส่ของใบใหญ่ๆและอุปกรณ์ก่อสร้างวางระเกะระกะ ดาวค่อยๆโผล่หน้าออกไปดู เห็นคนร้ายสี่คนยืนคุมท่านประธานฯ ซึ่งถูกมัดติดกับเก้าอี้นั่งหันหลังให้

ดาวรอจังหวะก่อนจะพุ่งเข้าจัดการคนร้ายทั้งสี่คนได้ อย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ แต่แล้วคนร้ายชุดใหญ่กรูออกจากที่ซ่อนสาดกระสุนใส่ดาวเสียงดังสนั่น กระสุนไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้าของเธอ พวกคนร้ายถึงกับชะงัก ดาวตวัดปืนยิงใส่พวกนั้นล้มคว่ำตายหมด ดาวแจ้งฤทธิชัยผ่านทางวิทยุสื่อสารเล็กๆที่เหน็บหูว่า

"ได้ตัวท่านประธานฯแล้ว เปิดทางด้วย"

"เยส...พี่ดาวมาแล้ว" จักจั่นพูดจบ ดีดตัวออกไปสาดกระสุนใส่พวกคนร้ายยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าตึก ก่อนจะพุ่งเข้าไปข้างใน ฤทธิชัยกับอภิชาติเห็นจักจั่นตะลุยเดี่ยวก็ตกใจ รีบไล่ตามไปติดๆ...

ดาวปราดเข้าไปหาท่านประธานฯ แต่พอเห็นหน้าชัดๆก็รู้ทันทีว่าถูกหลอก ชายตัวใหญ่ในคราบท่านประธานฯสะบัดมือหลุดจากเครื่องพันธนาการแล้วพุ่งปัดปืนในมือเธอกระเด็น ดาวร้องเตือนทุกคนลั่น

"ท่านประธานไม่อยู่ที่นี่...เราถูกหลอก"

ฤทธิชัย อภิชาติ จักจั่นต่างมองหน้ากัน พลันมีเสียงร้องของสายลมดังก้อง ดาวเห็นภาพท่านประธานถูกมัดมือมัดปากอยู่ในรถตู้ ที่ตัวติดระเบิดไว้มีไฟกะพริบเป็นสัญญาณเตือนว่าระเบิดกำลังทำงาน

"ท่านประธานถูกมัดอยู่ในรถตู้..." ดาวพูดได้แค่นั้น ก็ถูกชายร่างยักษ์พุ่งเข้าใส่

เธอดีดตัวหลบแล้วเตะสวน เขากระเด็นกระแทกพื้นโครมเบ้อเริ่ม มึนตึ้บ ดาวได้โอกาสหลับตาทำสมาธิเพื่อหาที่อยู่ของรถตู้คันนั้น จักจั่นก็ตั้งสมาธิช่วยดูอีกแรง เห็นภาพรถตู้ จอดอยู่ในลานจอดรถของตึกฝั่งตรงข้าม

"รถตู้จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม" จักจั่นร้องบอกฤทธิชัยกับอภิชาติแล้วดีดตัวออกไป โดยมีสองหนุ่มตามติด

เสียงดาวจากวิทยุสื่อสารเตือนให้ระวังในรถตู้มีระเบิด สิ้นเสียงพูด ร่างของดาวถูกชายร่างยักษ์จับเหวี่ยงไถลไปกับพื้น เขาตามเข้าไปหมายจะซ้ำ ดาวตั้งหลักได้สะบัดมีดสั้นปักเหนือเข่าทั้งสองข้างของเขาอย่างแม่นยำถึงกับทรุดฮวบ แล้วตวัดเท้าเตะปลายคาง ชายร่างยักษ์หงายหลังตึงหลับสนิท ดาวยังไม่ทันหายเหนื่อย อาจารย์เฉินกับลินจงก็ปรากฏตัวขึ้น

"ฉันมารอนายอภิชาติ นึกไม่ถึงว่าจะได้แกแทน"

ลินจงยิ้มพอใจ

"ใครได้ใครเดี๋ยวก็รู้" ดาวยิ้มยั่ว ทั้งสามต่างจ้องหน้ากันเตรียมพร้อมจะเข้าห้ำหั่น...

ฝ่ายจักจั่นวิ่งไปถึงลานจอดรถก่อนใคร ตามติดมาด้วย

อภิชาติและฤทธิชัย ต่างแยกย้ายกันโอบล้อมรถตู้เป้าหมาย ภายในรถตู้มีร่างของท่านประธานถูกมัดมือมัดปากที่ตัวมีระเบิดแขวนอยู่ ฤทธิชัยยกมือขึ้นเป็นเชิงเตือนให้ทุกคนหยุด จักจั่นกลับพรวดเข้าไปในรถ แกะผ้ามัดปากท่านประธานออก

"ทุกคนรีบหนีไปเถอะครับ" ท่านประธานละล่ำละลัก

"เราไม่ไปไหนหรอกค่ะ...เรามาช่วย"

นาฬิกาดิจิตอลซึ่งติดอยู่กับระเบิดนับถอยหลังเหลือเวลาแค่ 2 นาที ฤทธิชัยหน้าเครียดคิดหาทางออก

ooooooo

ชั้นบนสุดของตึกเป้าหมาย ดาวปะทะฝีมือกับอาจารย์เฒ่าได้สองกระบวนท่าก็รู้ทันทีว่าลำพังเธอคนเดียวสู้เขาไม่ได้อยู่แล้ว นี่ยังมีลินจงมาเป็นตัวช่วย อีก เธอต้องหาทางหนี คิดได้อย่างนั้นแล้วดีดตัวขึ้นไปบนดาดฟ้า  อาจารย์เฉินไล่ตามติดพวกคนร้ายขยับจะตาม แต่ลินจงห้ามไว้

"ทุกคนหยุด...เราจะจัดการมันเอง พวกท่านรออยู่ที่นี่"

ลินจงพุ่งตัวตามอาจารย์เฉิน ดาวถูกสองศิษย์กับอาจารย์ล้อมไว้ ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ลินจงยิ้มแสยะ ชูรีโมตบังคับระเบิดในมือให้ดาวดู

"ก่อนที่แกจะตาย รู้ไว้ด้วยว่า...รีโมตบังคับระเบิดอยู่ที่นี่...ไม่ช้าเพื่อนแกก็จะเป็นผงไปด้วย"

ดาวมองหน้าลินจงอย่างเคียดแค้น ก่อนจะตะโกนเรียกสายลม ลินจงกับอาจารย์เฉินมองอย่างงงๆ พลันสายลมก็ปรากฏตัวขึ้นบินโฉบเอารีโมตบังคับระเบิดไปจากมือลินจง แล้วโผเข้าหาดาวด้วยร่างที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ดาวยิ้มอย่างผู้ชนะให้ลินจงแล้วกระโดดเข้าใส่ร่างของสายลมกลายเป็นเงาเกาะติดบินหายไปต่อหน้าต่อตาอาจารย์เฉินกับลินจง อาจารย์เฉินมองตามคาดไม่ถึง พึมพำว่า "วิชาถอดวิญญาณ"

เสียงสายลมร้องขึ้นอีกครั้ง แล้วร่อนไปยังดาดฟ้าของตึกถัดไป ดาวตีลังกาแยกร่างออกจากร่างของสายลมลงมายืนบนดาดฟ้า ยกรีโมตบังคับระเบิดขึ้นมาดู...

ระเบิดที่แขวนอยู่บนตัวท่านประธาน เหลือเวลานับถอยหลังแค่ 30 วินาที อภิชาติเร่งให้ฤทธิชัยดึงสายไฟเส้นไหนออกก็ได้ ฤทธิชัยหน้าเครียดสั่งอภิชาติพาจักจั่นออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้

"ไม่มีใครต้องไปไหนหรอกค่ะ...ดูนั่น...พี่ดาว" จักจั่นชี้มือไปยังตึกถัดไป

ตัวเลขบอกเวลาที่ระเบิดหยุดอยู่ที่ 03 วินาที ทุกคนต่างถอนใจเฮือก...รีโมตบังคับระเบิดในมือดาวตอนนี้เปลี่ยนสัญญาณจากไฟสีแดงเป็นสีเขียว...

ไม่นานนัก หน่วยเก็บกู้ระเบิดเข้ามาเคลียร์พื้นที่ ท่านรองฯก้องเกียรติสั่งให้ตำรวจคุ้มกันท่านประธานไปส่งยังห้องพัก  ซึ่งตอนนี้มีกำลังตำรวจคอยดูแลตลอด  24  ชั่วโมง ท่านรองฯก้องเกียรติขอบใจฤทธิชัย อภิชาติ และจักจั่นมากที่

ช่วยกอบกู้ชื่อเสียงของประเทศชาติไว้ได้ พอไม่เห็นดาวอยู่ที่นั่น ด้วย ท่านรองฯก็ถามหา

"อ๋อ...ป่านนี้คงกลับไปรอที่ตึกบัญชาการแล้วค่ะ"

ทุกคนต่างมองหน้ากัน จักจั่นได้แต่ยิ้มๆ ท่านรองฯ เตือนฤทธิชัยระวังตัวให้มากๆ พวกสินชัยยังไม่รู้ว่าเขายังหายใจอยู่ ฤทธิชัยพยักหน้ารับคำ...

ลินจงยังงงไม่หาย ถามอาจารย์เฉินว่าดาวทำแบบนั้นได้อย่างไร ได้ความว่านี่คือวิชาถอดวิญญาณ ผู้หญิงที่เราเห็นไม่ใช่ตัวจริง  เป็นวิญญาณที่ถอดออกจากร่างมาเล่นงานพวกเรา ลินจงพยักหน้ารับรู้

"เหมือนกับที่เราส่งวิญญาณไปเข้าร่างผู้หญิงคนนั้นแล้วส่งไปเล่นงานพวกมันน่ะหรือคะ"

"ก็คล้ายๆแบบนั้น แต่มันไม่ต้องอาศัยร่างใคร...หรือว่ามันได้รับพรจากสวรรค์" อาจารย์เฉินพึมพำ...

เป็นจริงอย่างอาจารย์เฉินว่า วิญญาณของดาวที่ออกไปต่อสู้กับพวกสินชัยและอาจารย์เฉิน กลับเข้าร่างตัวเอง ซึ่งนั่งสมาธิอยู่บนเตียงในห้องพักที่ตึกบัญชาการชั่วคราวของฤทธิชัย...

ขณะเดียวกัน สายลมที่กำลังบินอยู่เหนือกรุงเทพฯ ก็หายวับไปปรากฏตัวอยู่เหนือป่าดอนเสือ ส่งเสียงร้องดังก้อง ไผ่เห็นภาพเต็นท์ของพวกคนร้ายที่ลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ผ่านทางสายตาของสายลม รีบดีดตัวไปตามยอดไม้ตรงไปยังเป้าหมาย  ภายในเต็นท์หลังนั้น พวกคนร้ายกำลังประกอบระเบิดกันอยู่

"มันจริงๆ ตอนที่รถพวกมันแล่นผ่านมาแล้วระเบิดตูม"

พวกคนร้ายต่างหัวเราะชอบใจ  ไผ่ดีดตัวลงมาหน้าเต็นท์ อย่างเงียบกริบ อัดยามเฝ้าระวังสองคนสลบเหมือด ผูกระเบิดติดตัวยามทั้งคู่ไว้   แล้วโยนเข้าไปในเต็นท์ที่เต็มไปด้วยดิน ระเบิดและสารติดไฟ พริบตาเดียว เต็นท์ทั้งหลังระเบิดตูมไฟลุกท่วม  ไผ่ยืนดูผลงานตัวเองสักพัก แล้วดีดตัวหายไปในยอดไม้หนาทึบ...เสียงระเบิดดังสนั่นไปถึงจุดที่แสงกับสมาชิกโจรตั้งแคมป์อยู่ ทั้งหมดหันไปยังทิศทางที่ไฟลุกท่วม

"บอกแล้ว...ไผ่ไม่เหลืออะไรให้พวกเราได้เก็บกวาดหรอก" แสงว่าแล้วยิ้มพอใจ

ooooooo

เยซินไม่พอใจมากที่แผนลักพาตัวควํ่าไม่เป็นท่า สินชัยโทษว่าเป็นเพราะอาจารย์เฉินประเมินศัตรูผิดพลาด อาจารย์เฉินรู้ทันว่าสินชัยจะหาแพะ และนี่เป็นความผิดพลาดครั้งแรกของตน จึงยอมรับผิดแต่โดยดี

"เป็นความผิดของข้า...ข้าประมาทฝีมือพวกมัน"

"เอาคนมีฝีมือมาเพิ่มอีก...แล้วรีบจัดการพวกมันซะ" เยซินว่าแล้วมองกราดทุกคนอย่างเสียอารมณ์...

รถของฤทธิชัยเลี้ยวเข้ามาจอดใต้ตึกบัญชาการชั่วคราว อภิชาติชวนจักจั่นรออยู่ตรงนี้ก่อน  ปล่อยให้ฤทธิชัยขึ้นไปหาดาวคนเดียว เขาไม่อยากไปกับคนหน้าเครียด แล้วหันมาหัวเราะคิกคักกับจักจั่น ฤทธิชัยเดินหน้าตึงเข้าไปข้างใน พอเจอดาวต่อว่าต่อขานเสียงเข้มว่าทีหน้าทีหลังอย่าฉายเดี่ยวแบบนี้อีก ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ ดาวตรงเข้ามาจุ๊บเขาเสียก่อน ฤทธิชัยหยุดพูด โอบเอวเธอไว้ นํ้าเสียงนุ่มนวลขึ้นทันที

"ผมเป็นห่วงคุณดาว"

"ดาวขอโทษค่ะ...เหตุการณ์พาไปจริงๆค่ะ" ดาวยิ้มหวาน หัวใจฤทธิชัยแทบละลาย

อภิชาติกับจักจั่นตามเข้ามาสมทบ ดาวกับฤทธิชัยรีบคลายวงแขนออกจากกัน จักจั่นเข้ามาหาดาวกระซิบกระซาบว่าเก่งมาก ทำแบบนั้นได้อย่างไร  ดาวขอติดไว้ก่อน วันหลังจะเล่าให้ฟัง  จังหวะนั้นท่านรองฯก้องเกียรติโทร.มาบอกอภิชาติว่า เพื่อความปลอดภัย ตอนนี้เขาส่งคุณหญิงรัตนาไปต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว จักจั่นบ่นเสียดายที่อดได้เจอคุณอาหญิง

"พี่ว่าดีแล้วจ๊ะ...พวกนายสินชัยมันเริ่มบ้าขึ้นทุกวัน"

"ผมว่าอย่าไปสนใจมันเลยครับ มันบ้ามาเราก็บ้าไป... ตอนนี้ผมว่าเราออกไปฉลองกันดีกว่า"

ฤทธิชัยไม่เห็นด้วย เพราะสินชัยอาจส่งคนตามมาแก้แค้นพวกเรา  และที่สำคัญเขาจะยังเปิดเผยตัวไม่ได้ อภิชาติเสนอให้ไปงานเลี้ยงใส่หน้ากากจะได้ไม่มีใครจำได้  ฤทธิชัยนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะตอบตกลง จักจั่นส่งเสียงเฮลั่นด้วยความดีใจ...

หลังจากสนุกสุดเหวี่ยงกับปาร์ตี้ใส่หน้ากาก อภิชาติ ฤทธิชัย  ดาว กับจักจั่นบ่ายหน้ากลับที่พัก ดึกมากแล้วรถบนถนนแทบไม่มีให้เห็น อภิชาติสะกิดฤทธิชัยให้ดูรถตู้ที่แล่นตามหลัง  แล้วขับรถชะลอให้รถตู้แซงขึ้นหน้าไปก่อน รถตู้ค่อยๆแซงเลยไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนพากันโล่งอก

ทันใดนั้น รถตู้หักพวงมาลัยรถขวางถนนไว้ อภิชาติเบรกเอี๊ยด ทุกคนพากันคว้าปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม ชายสองคนลงจากรถตู้เหมือนคอยคุ้มกัน จากนั้นหญิงสาวคนหนึ่งลงจากรถตรงมายังรถของอภิชาติ

"แกไปทำให้สาวที่ไหนอกหักหรือเปล่าวะ...นายชาติ" ฤทธิชัยกระเซ้า

"ว่าไงคุณอภิชาติ" จักจั่นเสียงเขียว

อภิชาติงานเข้าถึงกับหน้าเจื่อน หญิงสาวเดินมาหยุดยืนหน้ารถ พออภิชาติเห็นหน้าเธอชัดๆ จำได้ว่าเป็นกู่หลิน รีบลงจากรถเดินเข้าไปหา กู่หลินโผซบอกเขาทันที

"โห...สงสัยแฟนเก่าตามมาจริงๆด้วย" จักจั่นจ้องภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบ

ooooooo

ที่ห้องโถงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง กู่หลินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อภิชาติฟังว่า  ระหว่างคณะของเธอเดินทางไปสนามบิน คนของจงซือคนหนึ่งคิดคดทรยศ  พานายยูเว่หนีเพื่อเอาไปขายให้ใครก็ได้ที่ต้องการซื้อตัว  ฤทธิชัยเดาออกว่าสินชัยต้องเป็นหนึ่งผู้ซื้อแน่ๆ  กู่หลินเล่าเพิ่มเติมว่า

"คุณจงซือเป็นหัวหน้าทีมถูกยิงบาดเจ็บสาหัส เราถึงต้องการความช่วยเหลือจากคุณอภิชาติอีกครั้ง"

ดาวถึงบางอ้อทันที "ที่แท้...เรื่องเป็นแบบนี้เอง"

จังหวะนั้นมีชายคนหนึ่งออกจากห้องพักฟื้นของจงซือ ตรงมาหาอภิชาติ "คุณจงซือรู้สึกตัวแล้วครับ อยากพบคุณอภิชาติ"

อภิชาติพยักหน้า ลุกขึ้นเดินตามชายคนนั้นเข้าไปในห้องพักฟื้น กู่หลินขยับมานั่งใกล้ๆจักจั่น

"คุณจักจั่นอย่าโกรธคุณอภิชาตินะคะ...กู่หลินไม่ได้เป็นแฟนคุณอภิชาตินะคะ"

"โห...จักจั่นออกอาการขนาดนั้นเลยหรือเนี่ย...จักจั่นขอโทษคุณกู่หลินนะคะ"

"กู่หลินเข้าใจค่ะ...คุณอภิชาติเป็นสุภาพบุรุษ สาวๆชอบเยอะค่ะ"

จักจั่นทำหน้าไม่ถูก  ดาวกับฤทธิชัยต่างยิ้มขำ ขณะที่กู่หลินงง  ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิด...

ฝ่ายอภิชาติเข้ามาในห้องพักฟื้น เห็นจงซือนอนซม อยู่บนเตียง มีสายระโยงระยางจากถุงนํ้าเกลือกับถุงเลือดมายังแขนทั้งสองข้างของเขา อภิชาติเดินเข้าไปใกล้ๆ จงซือลืมตาขึ้นมอง พูดด้วยเสียงอ่อนแรง

"คุณอภิชาติ...ช่วยเอาตัวไอ้ยูเว่กลับมาให้คุณกู่หลิน แล้วจัดการไอ้คนทรยศให้ผมด้วย"

อภิชาติรับปากจะจัดการให้ จงซือหมดแรงหลับตาลงอีกครั้ง...

หลังจากผจญภัยกันมาทั้งวัน ดาวกับจักจั่นก็กลับถึงห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง จักจั่นไม่รอช้าซักถามดาวว่าทำอย่างไรถึงได้ไปโผล่บนดาดฟ้าของตึกเป้าหมายแล้วกลับมาโผล่ที่ห้องบัญชาการได้

"จำตอนที่จักจั่นอยู่ในร่างของยายบ๊องแล้วออกมาจัดการกับพวกมันตอนที่เราถูกพวกมันใช้ตาข่ายคลุมได้หรือเปล่า" ดาวเท้าความ จักจั่นตาโตขึ้นมาทันที

"อย่าบอกนะว่าพี่ดาวออกจากร่างไปจัดการกับพวกมัน"

ดาวยิ้มพยักหน้า จักจั่นมองเธอสีหน้าตื่นเต้น

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น  อภิชาติขับรถไปตามเส้นทางที่ปรากฏเป็นจุดเล็กๆ พร้อมสัญญาณไฟกะพริบบนหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โดยมีฤทธิชัยนั่งควบคุมเครื่องอยู่ตรงที่นั่งข้างคนขับ ขณะที่ดาวกับจักจั่นนั่งอยู่เบาะหลัง จักจั่นยื่นหน้ามาดูภาพในจอคอมพิวเตอร์ ด้วยสีหน้าชื่นชม

"คุณกู่หลินเก่งจริงๆที่ทำเครื่องติดตัวไอ้ยูเว่ไว้ก่อนโดยที่พวกมันคาดไม่ถึง"

"สัญญาณบอกตำแหน่งอยู่ที่โกดังแถวท่าเรือ" ฤทธิชัยจ้องมองจอคอมพิวเตอร์เขม็ง

"มันกะว่าขายได้เงินแล้วเผ่นหนีลงเรือสินค้าไปเลย" อภิชาติตั้งข้อสังเกต

ดาวแนะให้ตรวจกำหนดการเดินเรือดูไล่ไปตามลำดับทีละลำน่าจะได้เรื่องอะไรบ้าง ฤทธิชัยเห็นดีด้วย ครู่ต่อมา รถของอภิชาติแล่นมาจอดบริเวณท่าเรือ สัญญาณที่จอคอมพิวเตอร์กะพริบถี่ๆแสดงว่าถึงจุดหมายแล้ว แต่อยู่ๆสัญญาณไฟกะพริบก็ดับวูบ

"สัญญาณหายไปแล้ว พวกมันเจอวิทยุที่ติดตามตัวนายยูเว่จนได้" ฤทธิชัยสีหน้าเป็นกังวล

"คุณกู่หลินบอกว่ามันจะขายตัวนายยูเว่ให้กับคนซื้อที่ให้ราคาสูงสุด...งั้นเรารอจนกว่าคนซื้อจะมา"

ทุกคนพยักหน้าตกลงทำตามอภิชาติว่า แต่รออยู่นาน สองนานยังไม่มีวี่แววของกลุ่มผู้ซื้อ ฤทธิชัยถอนใจออกอาการเบื่อหน่าย ยกนาฬิกาขึ้นดูเป็นระยะๆ อภิชาติเริ่มเซ็ง

"สามชั่วโมงแล้ว...ยังไม่เห็นคนซื้อ หรือว่าเกี่ยงราคา กันอยู่...ไอ้พวกนี้มีเงินเป็นหมื่นๆล้าน แต่บาทเดียวไม่ยอมให้หลุด" อภิชาติพูดขาดคำ มีรถเก๋งคันใหญ่สองคันแล่นผ่านรถของอภิชาติซึ่งจอดซุ่มดูอยู่เลยเข้าไปจอดในโกดังเก็บสินค้าหลังสุดท้ายของท่าเทียบเรือ

"น่าจะใช่...พวกมัน" อภิชาติพูดจบสตาร์ตรถ แล่นตามไปช้าๆพยายามจอดรถใกล้จุดหมายที่สุด จากนั้นดาว ฤทธิชัย จักจั่น และอภิชาติ ค่อยๆคืบคลานไปถึงหน้าโกดังเป้าหมายอย่างเงียบกริบใช้ลังใส่สินค้าที่วางเกะกะแถวนั้นเป็นที่ซ่อนตัว ลอบมองเข้าไปด้านใน พบคนร้าย 4 คนพร้อมอาวุธครบมือยืนเฝ้าระวังอยู่

"พวกมันเฝ้าอย่างนี้ ฉันว่าบุกเข้าไปดื้อๆเลยดีกว่าหมดเรื่องหมดราว" อภิชาติเสนอ

"เดี๋ยวพวกมันตกใจยิงไอ้ยูเว่ทิ้ง...นายจะทำอย่างไร...เอาอย่างนี้...ฉันกับคุณดาวจะล่อให้พวกมันสนใจทางนี้ นายกับคุณจักจั่นบุกเข้าไปเอาตัวไอ้ยูเว่"

อภิชาติพยักหน้า "กู๊ดไอเดีย"

"จักจั่นพร้อมแล้วค่ะ"

"ถ้าอย่างนั้น...เอาเลย" ดาวไม่รอช้าดีดออกไป ฤทธิชัยรีบตามติด...

ในเวลาเดียวกันไผ่หลับตาทำสมาธิเห็นภาพขบวนรถขนอาวุธของสหรัฐฯที่หายไปผ่านสายตาของสายลม กำลังแล่นไปตามทางคดเคี้ยวในป่าทึบ แล้วหันมาบอกลุงเดชกับพ่อแสง

"พวกมันอยู่ทางเหนือของป่าดอนเสือ"

"แถวนั้นมีถ้ำให้มันหลบซ่อนได้หลายแห่ง...เราต้องรีบไปก่อนที่มันจะหลบเข้าไปในถ้ำพวกนั้น"

ลุงเดชว่าแล้วหันไปพยักพเยิดให้แสงกับสมาชิกโจร ทุกคนรีบขึ้นรถกระบะ ขณะที่ไผ่โดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง วิ่งนำขบวนรถของลุงเดชและสมาชิกโจรมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นทันที

ooooooo

ไม่นานนัก ฤทธิชัยกับดาวโผล่มาอีกด้านหนึ่งของหน้าโกดังเป้าหมายใช้ลังเปล่าหน้าโกดังเป็นที่กำบังตัว ฤทธิชัยบอกแผนเบี่ยงเบนความสนใจพวกคนร้ายให้ดาวฟัง

"สาดกระสุนแล้ววิ่งไปที่ตรงโน้น" ฤทธิชัยชี้มือไปยังโกดังอีกหลังหนึ่งไกลออกไป

ดาวพยักหน้ารับรู้ ทั้งคู่ตวัดปืนสาดกระสุนใส่พวกนั้นล้มคว่ำไปสองคน แล้ววิ่งหนีไปยังทิศทางที่วางแผนกันไว้ คนร้ายที่เหลืออีกสองคนไล่ตามดาวกับฤทธิชัยไปติดๆ แผนเบี่ยงเบนความสนใจได้ผลดีเกินคาด พวกคนร้ายจากด้านในโกดังอีกสามคนออกไล่ล่าดาวกับฤทธิชัยด้วย เหลือคนเฝ้าโกดังไว้เพียงคนเดียว

"ถึงคิวเราแล้ว" อภิชาติหันมาพยักพเยิดกับจักจั่น

"โอเค..." จักจั่นพูดแค่นั้นแล้วดีดตัวออกจากที่ซ่อน ตรงเข้าจัดการคนร้ายที่เหลือ

ทั้งสองคนยังไม่ทันจะเข้าไปในโกดัง รถของคนร้ายคันหนึ่งแล่นสวนออกมา อภิชาติไวทายาดตวัดปืนยิงใส่คนขับ รถเสียหลักพุ่งเข้าหาลังไม้ที่กองระเกะระกะอยู่หน้าโกดัง รถหยุดสนิท เขาปราดเข้าไปที่รถ ขณะที่จักจั่นวิ่งถือปืนตามเข้ามาคอยคุ้มกันให้...

ฝ่ายดาวกับฤทธิชัยวิ่งหลบกระสุนตรงมุมตึกรอจังหวะที่พวกคนร้ายพรวดพราดเข้ามา จึงสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พวกนั้นพุ่งหาที่กำบัง ยิงโต้กลับ ดาวโดดออกจากที่ซ่อนดวลปืนกับพวกคนร้ายไม่สนใจคมกระสุนที่สาดเข้าหา เธอฆ่าพวกนั้นตายเกลี้ยง ฤทธิชัยรีบวิ่งเข้าไปถามดาวด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

"ดาวไม่เป็นอะไรค่ะ...โชคดีที่พวกมันฝีมือห่วย...เรารีบไปดูคุณอภิชาติดีกว่าค่ะ"

ฤทธิชัยมองหญิงคนรักอย่างสงสัย แต่ไม่ได้ซักถามอะไร รีบวิ่งกลับไปที่โกดัง ดาวมองตาม แล้วก้มมองในอุ้งมือตัวเองเห็นหัวกระสุนของคนร้ายนับสิบๆนัดที่คว้าเอาไว้ได้ตอนดวลกัน เธอโยนมันทิ้งก่อนจะวิ่งตามฤทธิชัย...ด้านอภิชาติเปิดประตูรถออกดูไม่พบนายยูเว่อยู่ข้างใน กวาดสายตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

"ไอ้ยูเว่ไม่อยู่...เราโดนหลอก"

ขาดคำพูดของอภิชาติ รถอีกคันหนึ่งพุ่งออกจากโกดัง จักจั่นโดดเข้าสาดกระสุนใส่เป็นชุด อภิชาติตวัดปืนยิงกระหน่ำใส่รถคันนั้นเช่นกัน ทันใดนั้น มีรถคันที่สามโผล่มาจากไหนไม่รู้พุ่งเข้าใส่จักจั่นทางด้านหลัง อภิชาติโดดรวบตัวเธอหลบได้อย่างหวุดหวิด
รถทั้งสองคันแล่นตะบึงไปตามทิศทางที่ดาวกับฤทธิชัยวิ่งสวนเข้ามา ทั้งคู่หยุดกึกตวัดปืนขึ้นเล็ง ฤทธิชัยต้องการตัวนายยูเว่เป็นๆ ดาวพยักหน้ารับรู้ สายตาจับจ้องไปยังรถทั้งสองคน

"ไอ้ยูเว่อยู่คันขวามือ" ดาวว่าแล้วยิงปืนใส่กระจกหน้าของรถคันซ้ายมือ ขณะที่ฤทธิชัยยิงยางรถคันขวามือกระจุย รถคันซ้ายมือหักพวกมาลัยหลบแล้วเหยียบคันเร่งเผ่น แน่บ แต่รถคันขวามือยางแบนเสียหลักชนลังเปล่าที่กองสุมกัน ก่อนจะสิ้นฤทธิ์อยู่ตรงนั้น

คนร้ายเปิดประตูรถก้าวออกมาพร้อมกับล็อกคอนายยูเว่ เอาปืนจ่อหัวไว้ ขู่ว่าถ้าเข้ามาใกล้จะยิงนายยูเว่ทิ้ง คนร้ายคนนั้นคือลูกน้องที่ทรยศของจงซือนั่นเอง อภิชาติกับจักจั่นตามมาสมทบ

"ใจเย็นเพื่อน ฉันสัญญากับคุณกู่หลินว่าจะเอาตัวไอ้ยูเว่ไปส่งให้" อภิชาติร้องบอก

"พวกแกขยับ ไอ้ยูเว่ดับ"

ดาวก้าวเข้าไปหาลูกน้องเก่าของจงซือหนึ่งก้าว จ้องตาเขาเขม็ง "ฉันว่าแกไม่อยากตายมากกว่า"

ชายคนนั้นตาเริ่มลอยๆราวกับถูกสะกดจิต "ใช่...ฉันไม่อยากตาย"

"ฉันว่าแกอยากปล่อยตัวนายยูเว่"

ชายคนนั้นพูดตามที่ดาวสะกดจิต "ใช่...ฉันอยากปล่อยตัวนายยูเว่"

ดาวสั่งให้เขาทิ้งปืนถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ ชายคนนั้นโยนปืนทิ้งอย่างว่าง่าย แล้วยืนนิ่งเป็นหุ่น ฤทธิชัยกับอภิชาติมองสบตากันสงสัย ฤทธิชัยเข้าไปล็อกตัวชายคนนั้นไว้ แล้วหันมาพูดแหย่ดาว

"อย่าบอกนะว่าคุณใช้เสน่ห์กล่อมมัน"

ดาวไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้ม ขณะที่อภิชาติเดินเข้าไปคุมตัวนายยูเว่ไว้

ooooooo

หลังจากได้ตัวนายยูเว่แล้ว กู่หลิน จงซือและคณะก็เตรียมเดินทางกลับโดยมีอภิชาติ ฤทธิชัย ดาวกับจักจั่นมารอส่ง กู่หลินเข้ามาซบอกอภิชาติขอบคุณเขาอีกครั้งสำหรับความช่วยเหลือ อภิชาติทำตัวไม่ถูกได้แต่ ยิ้มๆ กู่หลินหันมาขอบคุณฤทธิชัย ดาว และจักจั่นเช่นกัน แล้วขึ้นไปนั่งรอในรถตู้ จงซือเข้ามาจับมือกับอภิชาติ

"ขอบคุณมากคุณอภิชาติ"

"คราวหน้าถ้าปล่อยให้นายยูเว่หลุดมาอีกล่ะก็...ผมต้องคิดเงินแล้วนะ" อภิชาติยิ้มอารมณ์ดี

ลูกน้องสองคนของจงซือดันตัวนายยูเว่ซึ่งถูกใส่กุญแจมือขึ้นรถ แล้วทั้งคู่ก็ขึ้นประกบ จงซือขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย อภิชาติมองตามรถของจงซือ จักจั่นเข้ามายืนจ้องหน้าอภิชาติเขม็ง

"คือ...ผม...คือคุณ...กู่หลิน..." อภิชาติอึกๆอักๆไม่รู้จะอธิบายอย่างไร

"ลูกผู้ชายที่รักษาคำพูด...จักจั่นปลื้มมากๆ" จักจั่นยิ้มหน้าบาน ทุกคนพลอยยิ้มไปด้วย มีเสียงมือถือของอภิชาติดังขึ้น อภิชาติรีบรับสาย

"ครับ...ได้ครับ...ยินดีครับ" อภิชาติวางสายแล้วหันมาเห็นฤทธิชัย ดาวกับจักจั่นจ้องเขาเป็นตาเดียวกัน

"อย่าบอกนะว่ามีเรื่องอีก" จักจั่นเหล่

"ไม่มีนี่ครับ...แค่ทางมูลนิธิเด็กโทร.มาขอบคุณที่ผมบริจาคเงินเท่านั้นเอง" อภิชาติยิ้มหน้าเป็น ทุกคนพาโล่งใจ ในเมื่อไม่มีเหตุร้ายอะไรอีกแล้ว ดาว กับจักจั่นเลยขอตัวกลับบ้านดอนเสือ...

ขณะเดียวกัน ที่ป่าดอนเสือ ไผ่ ลุงเดช แสง และสมาชิกโจรแอบซุ่มอยู่บนโขดหิน มองลงไปเบื้องล่างเห็นคนร้ายสี่คนยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าถ้ำขนาดใหญ่ มีรถบรรทุกอาวุธจอดอยู่สองคัน สักพัก มีรถกระบะอีกสองคันขนพวกคนร้ายนับสิบคนมาจอดเทียบ ก่อนจะเดินหายเข้าไปข้างใน

ไผ่มองสำรวจรอบๆแล้วลงความเห็นว่าถ้าเราผลีผลามบุกเข้าไป ต้องเสียเปรียบแน่ๆ พวกคนร้ายมีที่กำบังทางธรรมชาติอย่างดี ด้านหลังเป็นเนินสูง ส่วนด้านหน้ามีโขดหินให้ซุ่มตัว ลุงเดชก็คิดเช่นเดียวกันกับไผ่ แสงแนะให้รอพวกคนร้ายเคลื่อนกำลังออกจากถ้ำแล้วค่อยโจมตีจะดีกว่า

"หรือไม่ผมก็บุกเข้าไประเบิดรถขนอาวุธให้เรียบ พอพวกมันแตกตื่นออกมาจากถ้ำ..."

ไผ่พูดยังไม่ทันจบประโยค ลุงเดชพูดเติมให้ว่า "ก็เข้าทางพวกเราพอดี"

"จัดการส่งพวกมันลงนรกให้หมด" แสงพูดแล้วโบกมือให้สมาชิกโจรสองคนวิ่งเอาเป้มาให้ "ในเป้มีระเบิดตั้งเวลา... ระวังตัวด้วยนะไผ่" ถึงแสงจะรู้ดีว่าลูกชายมีฝีมือล้ำเลิศ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

ooooooo

ตอนที่ 15

ขณะเดียวกัน ระหว่างทางไปโรงพิมพ์ อภิชาติราวกับรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับจักจั่นได้ อยู่ๆก็ปวดหัวจี๊ดจนต้องเอามือกุมขมับ สินชัยแปลกใจว่าเป็นอะไรไป อภิชาติซึ่งสวมบทนายยูเว่สะบัดหัวเล็กน้อย ทำฟอร์มขรึม

"ปวดหัวนิดหน่อย...ไม่มีอะไร"

สินชัยมองสงสัย แต่ไม่ติดใจอะไร ในสมองของเขาตอนนี้คิดแต่เรื่องแบงก์พันดอลลาร์ที่มีปัญหา...

ดาวกำลังต่อสู้อยู่กับอาจารย์เฉินก็รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับจักจั่นได้เช่นกัน ถึงกับเสียจังหวะ พลาดท่าถูกอาจารย์เฉินกระแทกหมัดใส่กระเด็นอัดต้นไม้โครม ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น อาจารย์เฉินไม่รอช้า ชักดาบปราดเข้าหาหมายจะจัดการดาวขั้นเด็ดขาด ขณะอาจารย์เฉินเงื้อดาบขึ้นสุดแขน มีเสียงปืนดังปัง ดาบในมือกระเด็นไปปักต้นไม้ใกล้ๆ อาจารย์เฉินหันขวับไปมองเห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งยืนจ้องปืนมายังเขา

"คนนั้นแฟนผม...ห้ามแตะ" ฤทธิชัยตะโกนขู่อย่างเอาเรื่อง
"ถ้าท่านไม่ลอบกัด...ท่านไม่สามารถทำร้ายเราได้"

"อย่างนั้นเอาใหม่...เชิญ" ฤทธิชัยยิ้มกวน สาดกระสุนใส่ยอดฝีมือฝ่ายศัตรูไม่ยั้ง

อาจารย์เฉินดีดตัวหลบคมกระสุนไปมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วถีบตัวกับต้นไม้ต้นหนึ่งพุ่งเข้าหาฤทธิชัย ก่อนที่เท้าจะถีบเข้ายอดอกผู้กองหนุ่ม ดาวโดดขวาง ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกัน ต้านไว้ได้ทัน แล้วผลักร่างของเขาลอยไปกระแทกต้นไม้อย่างแรง แต่ด้วยฝีมือล้ำเลิศ อาจารย์เฉินลงมายืนกับพื้นได้โดยไม่ล้ม

ดาวตั้งท่าเตรียมต่อสู้ขณะที่ฤทธิชัยจ้องปืนพร้อมจะยิง อาจารย์เฉินเห็นท่าไม่ดี ดีดตัวหายเข้าไปในพงไม้ทึบ ดาวเกรงจะเกิดเหตุร้ายกับจักจั่น ชวนฤทธิชัยไปยังถ้ำที่เก็บร่างของจักจั่นทันที

ooooooo

ลินจงยิ้มสะใจ งานที่เธอได้รับมอบหมายจากอาจารย์เฉินสำเร็จด้วยดี ร่างทั้งสองร่างของจักจั่นถูก กำจัดในเวลาเดียวกัน พออาจารย์เฉินซึ่งตามมาสมทบกับลินจงทราบข่าวดีนี้ สั่งให้ทุกคนสลายตัว...

ครู่ต่อมา ดาวกับฤทธิชัยมาถึงลานหน้าถ้ำเก็บร่างจักจั่น ซึ่งขณะนี้ปากถ้ำถูกก้อนหินถล่มปิดจนมิดด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ดาวปราดเข้าไปหาร่างแน่นิ่งของจักจั่นที่อยู่ในอ้อมกอดของแสง

"จักจั่นจะเข้าไปเอาร่างเดิมออกมา พ่อห้ามไม่ทัน" แสงพูดเสียงเครือ ดาวพลอยใจเสียไปด้วย

"คุณดาว...อาจจะเป็นอย่างคราวที่แล้วก็ได้...ที่วิญญาณของจักจั่นแค่ออกจากร่าง" ฤทธิชัยพูดปลอบใจ แสงเงยหน้ามองดาวอย่างมีความหวัง    ดาวหลับตาทำสมาธิ    อึดใจก็ลืมตาขึ้น ส่ายหน้าช้าๆ

"ดาวไม่รู้สึกว่ามีดวงวิญญาณล่องลอยอยู่เลย ไม่เหมือนคราวที่แล้ว"

แสงสีหน้าผิดหวัง เช่นเดียวกับเหล่าสมาชิกโจรที่รายล้อมอยู่รอบๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าทุกคนต่างนิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออก ทันใดนั้น ร่างของจักจั่นในอ้อมกอดของพ่อเกิดแสงเรืองรองขึ้นคลุมไว้จนมิด แล้วค่อยๆรวมกันเป็นกลุ่มลอยออกจากร่างของจักจั่น ดาวน้ำตาซึม

"ลาก่อน...จักจั่น"

แสงมองตามน้ำตาคลอ แสงสีทองกลายสภาพเป็นนกสีทองโผขึ้นสู่ท้องฟ้า บินวนเคียงข้างเหยี่ยวสายลมอยู่เหนือถ้ำ ดาวจ้องมองด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ฤทธิชัยเดินเข้ามาโอบเธอไว้เพื่อปลอบใจ พลันเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว หินจากปากถ้ำกระเด็นออกไปทุกทิศทุกทาง ทุกคนต่างหันไปมองเป็นตาเดียวกัน

ปรากฏร่างเดิมของจักจั่นเดินฝ่าม่านฝุ่นออกมา ดาวปราดเข้าไปกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ จักจั่นยังเบลอเพราะแรงระเบิดเลยไม่รู้ว่าวิญญาณตัวเองกลับเข้าร่างเดิม ทันใดนั้น มีเสียงสายลมร้องดังขึ้น จักจั่นเงยหน้ามอง เห็นสายลมกำลังบินเคียงคู่อยู่กับนกสีทอง

"เอะ...พี่ดาวดูสิ นกสีทองมาจากไหน"

"นกสีทองคือยายบ๊อง...กำลังไปสวรรค์"

จักจั่นถึงได้รู้ว่าวิญญาณตัวเองกลับเข้าร่างเดิมได้แล้ว ดีใจมาก โผกอดพ่อแน่น ทุกคนต่างดีใจไปตามๆกัน จากนั้น สมาชิกโจร แสง จักจั่น ดาวกับฤทธิชัยเดินทางกลับค่ายโจรชั่วคราว สมพรเห็นจักจั่นปรากฏตัวในร่างเดิมก็ดีใจมาก สองแม่ลูกกอดกันกลม...

ที่ค่ายอาสาฯ นายไชยกับพวกกรูเข้าทำร้ายไผ่ แต่ ไผ่ฝีมือเหนือกว่าประเคนทั้งหมัดและเข่าใส่สมุนนายไชย กระเด็นไปคนละทิศละทาง นายไชยสู้ไม่ได้ชักปืนขึ้นมายิงกระหน่ำใส่ไผ่กระสุนไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้า นายไชยกับสมุนถึงกับตาเหลือกพากันเผ่นหนีไม่คิดชีวิต ไผ่ได้ยินเสียงร้องเตือนจากสายลมเรื่องจักจั่น รีบโดดขึ้นรถจีป ขับตรงไปยังค่ายโจรชั่วคราวกลางป่าลึกด้วยสีหน้าเป็นกังวล...

ขณะฤทธิชัยให้จันจิราตรวจอาการบาดเจ็บของเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ดาวหลบไปคุยกับลุงเดชถึงเรื่องยอดฝีมือที่ฝ่ายตรงข้ามดึงตัวมาช่วยงาน ไผ่มาถึงพอดี ลุงเดช ถามว่าค่ายอาสาฯเป็นอย่างไรบ้าง

"ผมไล่พวกไอ้ไชยกลับไปแล้ว...แต่ผมได้รับสัญญาณจากสายลม...ผมรู้สึกว่าจักจั่น..."

ไผ่พูดยังไม่ทันขาดคำ จักจั่นโผล่เข้ามาด้านหลัง ไผ่หันขวับไปมอง ถึงกับตะลึงที่เห็นน้องสาวกลับร่างเดิมและไม่ได้รับอันตรายอะไร สองพี่น้องโผกอดกันแน่น ดาวมองอย่างตื้นตันใจ

ooooooo

ณ ค่ายของลินจง อาจารย์เฉินหลับตาทำสมาธิ ตรงหน้ามีหุ่นผ้าสามตัววางบนผ้ายันต์ผืนหนึ่ง หุ่นพวกนั้นเป็นเหมือนตัวแทนดาว จักจั่น และไผ่ อาจารย์เฉิน สัมผัสได้ว่าจักจั่นยังไม่ตาย ลินจงเห็นกับตาว่าจักจั่นถูกถ้ำถล่มใส่ฝังทั้งเป็น เป็นไปไม่ได้ที่จะรอด อาจารย์เฉินคาดว่าพวกนี้ต้องมีพลังพิเศษบางอย่างคุ้มครองอยู่

"อย่างนี้เราก็ทำลายพวกมันไม่ได้สิคะอาจารย์"

"มีทางเดียวเท่านั้น ต้องให้พวกมันยอมแต่โดยดีเพื่อแลกชีวิตกับคนที่มันรัก"

ลินจงตาแววโรจน์ รู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร...

ลุงเดชฟังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด สรุปว่ายอดฝีมือฝ่ายศัตรูจงใจแยกดาว จักจั่นกับไผ่ออกจากกัน เพราะรู้ดีว่าถ้าทั้งสามรวมกันต่อสู้ เขาไม่มีทางสู้ได้

"ลุงรู้ว่าพวกเธอมีศักดิ์ศรี...ไม่อยากรุมทำร้ายใคร แต่ศึกครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง...แต่เพื่อความสงบสุขของส่วนรวม...ดังนั้น...ลุงอยากให้เธอทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะศัตรู...จำไว้"

ดาว จักจั่น และไผ่พยักหน้ารับคำ ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน...

ครู่ต่อมา ดาวชวนฤทธิชัยไปเดินเล่นในป่าใกล้ค่ายโจร เธออดแปลกใจไม่ได้ที่ฤทธิชัยหายเป็นปกติ แถมตามไปช่วยเธอจากอาจารย์เฒ่าได้ทันท่วงที ฤทธิชัยเล่าว่าฝันเห็นเสือกับเหยี่ยวเมื่อคืนก่อน พอตกใจตื่นก็รู้สึกว่าตัวเองหายดี แถมยังสามารถเข้าใจเสียงร้องเตือนภัยของเสือกับเหยี่ยวได้ด้วย

ดาวมองอย่างคาดไม่ถึง "แสดงว่าป่าต้อนรับผู้กองแล้วค่ะ"

"อย่างนั้นผมก็อยู่ป่ากับคุณดาวได้น่ะสิ" ฤทธิชัยดึงร่างหญิงสาวเข้ามาใกล้โอบเอวเธอไว้ "...เอ้อ...คุณดาวยังจำที่ผมบอกคุณดาวได้ไหมครับว่า ถ้าหายแล้ว ผมจะพาคุณอาหญิงมาขอคุณดาว"

"ดาวคิดว่า...ผู้กอง...เอ่อ...เมายา"

"ผมไม่เคยเมายาหรอกครับ...เมาคุณดาวไม่ว่า..." ฤทธิชัยกอดดาวแน่นขึ้น "ว่าไงครับ ตกลงหรือเปล่า"

ดาวอยากให้เรื่องทุกอย่างเรียบร้อยก่อน ทั้งเรื่องสินชัย เงินปลอมและเรื่องนางเสือ ฤทธิชัยเชยคางดาวขึ้นมามองสบตา รับปากว่าจะรีบกลับกรุงเทพฯ และจะเปิดโปงเรื่องนางเสือปลอมที่สินชัยเป็นคนจัดฉากขึ้น

"แล้วนางเสือจริงล่ะคะ"

"ผมจะพยายามติดตามขอให้มอบตัว..."

"และถ้านางเสือไม่ยอม"

ฤทธิชัยรู้ดีว่านางเสือทำลายคนชั่วช่วยเหลือคนดี และยังเคยช่วยชีวิตเขาด้วย แต่กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เขาจะเลือกปฏิบัติไม่ได้ ดาวเข้าใจดี แต่อดเป็นกังวลไม่ได้

ooooooo

นกสีทองที่เกิดจากการรวมกันของร่างกายและวิญญาณยายบ๊อง กลับถูกอาจารย์เฉินใช้วิชามารฉกไป จักจั่นรับสัมผัสนี้ได้ ผลุนผลันออกไปช่วยยายบ๊อง ใครห้ามก็ไม่ฟัง ดาวรีบชวนฤทธิชัยขึ้นรถจี๊ปออกตามจนทันกันที่ลานเล็กๆกลางป่า ดาวดีดตัวขวางหน้าจักจั่นไว้

"ใจเย็นๆก่อนจักจั่น อย่าวู่วาม"

"แต่เราต้องช่วยยายบ๊อง" จักจั่นร้อนใจมาก

"แน่นอน...แต่อย่างมีสติ...มันใช้วิชาขโมยวิญญาณแสดงว่ามันมีฝีมือสูงทีเดียว ถ้าเราไม่รอบคอบ นอกจากเราช่วยยายบ๊องไม่ได้แล้ว เราอาจตกเป็นเหยื่อของมัน...เราไปหาผู้กองกันดีกว่าอยู่ทางด้านโน้น"

จักจั่นใจเย็นลงพยักหน้ารับ สองสาวเดินมาขึ้นรถจี๊ปที่ฤทธิชัยนั่งรออยู่ บ่ายหน้าไปยังทิศทางที่สัมผัสยายบ๊องได้...

พอไผ่รู้เรื่องจะตามไปช่วยดาวกับจักจั่น ลุงเดชคัดค้าน เพราะดาว จักจั่นกับฤทธิชัยมีฝีมือพอรับมือพวกศัตรูได้ เขาอยากให้ไผ่กลับไปดูแลค่ายอาสาฯมากกว่า ไผ่อ้าปากจะค้านแสงเข้ามาตบไหล่ลูกชายเบาๆ

"ไผ่เชื่อลุงเดชดีกว่า พวกมันเริ่มลงมือแล้ว...พาหนูจัน กลับไปด้วย จะได้ไปช่วยป้าเนียน"

ไผ่ไม่อยากขัดใจพ่อ พยักหน้ารับคำ แต่อดเป็นห่วงดาว จักจั่นกับฤทธิชัยไม่ได้...

ขณะที่ดาว จักจั่นกับฤทธิชัยขับรถไปตามเส้นทางในป่า อยู่ๆท้องฟ้าจากกลางวันแดดเปรี้ยง ค่อยๆกลายเป็นมืดครึ้ม ดาวจอดรถ เตือนทุกคนระวังตัวให้ดี มีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวมาทางนี้ แล้วดีดตัวลงจากรถกระชากปืนขึ้นมากระชับไว้ในมือ จักจั่นกับฤทธิชัยทำตาม กวาดสายตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

พลันมีเงาดำพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ทั้งสามคนสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พวกนั้นกระเด็นหงายหลังตามแรงกระสุน แต่กลับลุกขึ้นเดินดุ่มๆเข้ามาอีก พอดาวเห็นหน้าชัดๆถึงได้รู้ว่าพวกมันเป็นผีดิบ บ่นพึมพำว่า

"ที่แท้มันเรียกวิญญาณเร่ร่อนมาเข้าร่างคนตาย แล้วส่งมาเล่นงานพวกเรา"

ดาว จักจั่นกับฤทธิชัยต่างเตรียมพร้อมรับมือ จังหวะนั้น ท้องฟ้าที่มืดมิดกลับสว่างขึ้นอีก พวกผีดิบชะงักนิดหนึ่ง จักจั่นยิ้มดีใจ คิดว่าพวกมันกลัวแดด แต่ต้องหุบยิ้ม พวกผีดิบดาหน้าเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง

ooooooo

ขณะเดียวกัน จงชือเห็นรถตู้ของสินชัยเลี้ยวเข้าไปจอดในตึกร้างแห่งหนึ่ง สินชัยกับอภิชาติลงจากรถตู้เดินเข้าไปในตัวตึก มือปืนสี่คนกรูตามลงมา ยืนเฝ้าระวังโดยรอบ จงชือเกรงพวกนั้นจะผิดสังเกตรีบสั่งการ

"เราถอยก่อน โรงพิมพ์ไม่ใช่เป้าหมายสำคัญ...ไอ้ยูเว่ ต่างหากคือคนที่เราต้องการ"

คนขับรถพยักหน้ารับคำ ค่อยๆถอยรถหลบ...

ภายในตึกร้างแห่งนั้น มีแท่นพิมพ์แบงก์ปลอมตั้งอยู่เต็มและมีมือปืนยืนคุมอยู่ทุกจุด หัวหน้ามือปืนเห็นสินชัยรีบเดินเข้ามาถามว่ามีอะไรเร่งด่วน สินชัยไม่พูดพล่ามสั่งให้หยุดการพิมพ์ทั้งหมดทันที อภิชาติคว้าแม่พิมพ์ไปที่โต๊ะทำงาน เลื่อนโคมไฟที่มีแว่นขยายติดอยู่มาส่องดู สินชัยมองตามหน้าเครียด

"เจอแล้ว...ตรงนี้เอง...เส้นบางไปหน่อย" อภิชาติว่าแล้วเอาเครื่องมือมาแต่งแม่พิมพ์แบงก์พันดอลลาร์อยู่อึดใจ "เรียบร้อย...เข้าแท่นพิมพ์ต่อได้เลย"

"แค่นี้เองหรือ"

"ครับ แค่นี้เอง...คราวนี้เราก็ไปดูที่คอมพิวเตอร์อีกครั้งถ้าทุกอย่างออกมาตามแม่พิมพ์ก็เป็นอันว่าจบ"

สินชัยพยักหน้าพอใจ อภิชาติลอบสังเกตบริเวณรอบๆโรงพิมพ์เพื่อจดจำทุกรายละเอียด...

ครู่ต่อมา จงชือเห็นรถตู้ของสินชัยออกจากตึกร้าง รีบ โทร.สั่งให้ลูกน้องจัดกำลังเสริมให้พร้อม รถเป้าหมายกำลังมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของนายยูเว่แล้ว...รถของจงชือตามรถตู้ของสินชัยมาถึงโกดังเก็บของ ทันทีที่สินชัยกับอภิชาติลงจากรถ มือปืนนับสิบคนกรูออกจากที่ซ่อนล้อมอภิชาติไว้ สินชัยยกมือขึ้นห้าม

"ถอยไปให้หมด...ทำเป็นตกใจไปได้คุณยูเว่..."

สินชัยหันไปยิ้มให้อภิชาติ แล้วเดินนำไปยังประตูทางเข้าโกดัง ร้องสั่งให้เปิดประตู สมุนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่มองหน้าอภิชาติเขม็ง อภิชาติยืนนิ่งเตรียมพร้อม มือค่อยๆขยับมาใกล้เอวซึ่งเหน็บปืนไว้

"แต่ท่านยูเว่ไม่อยู่" สมุนพูดกับสินชัยแต่สายตากลับจับจ้องอภิชาติไม่วางตา

"ไม่เป็นอะไร...ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น...เปิดประตู"

สมุนไม่กล้าขัดคำสั่ง รีบเปิดประตูให้ เผยให้เห็นภายในโกดังมีสมุนสองคน คนหนึ่งนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนอีกคนหนึ่งยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ สินชัยเดินเข้าไปหาคนคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ ขอตรวจงาน

"ไม่รอคุณยูเว่ก่อนหรือครับ"

สินชัยนิ่วหน้าสงสัย "ท่านยูเว่ไปไหน"

"ไปพักหาอะไรดื่มที่บาร์ครับ เพิ่งออกไปเมื่อกี้นี้เองครับ"

กว่าสินชัยจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็เป็นตอนที่อภิชาติเอาปืนจ่อหัวเขาไว้ แถมขอบคุณที่สินชัยอุตส่าห์พามาที่นี่ สินชัยกัดฟันกรอดๆเจ็บใจที่ถูกอภิชาติเล่นละครตบตา อภิชาติสั่งให้สินชัยส่งคนไปตามนายยูเว่

"ถ้าผมรู้ว่านายยูเว่เป็นใคร...ผมคงไม่ถูกคุณหลอก ยิ่งไอ้พวกนี้ด้วย มันยิ่งไม่รู้ใหญ่...ตั้งแต่คราวนั้นที่คุณบุกมา นายยูเว่มีเพิ่มขึ้นเป็น 5 คน" สินชัยยิ้มแสยะ ขณะที่อภิชาติตีหน้าเครียด

ooooooo

ดาว จักจั่นและฤทธิชัยใช้ทั้งหมด ทั้งเข่าและปืนแต่ก็ทำอะไรพวกผีดิบไม่ได้ จังหวะหนึ่งฤทธิชัยเสียทีถูกผีดิบตัวหนึ่งฟาดฝ่ามือใส่ กระเด็นกระแทกต้นไม้สลบเหมือด ดาวกับจักจั่นสู้ติดพันเข้ามาดูแลผู้กองหนุ่มไม่ได้ ดาวเลยเรียกสายฟ้ามาช่วยดูให้ พวกผีดิบไม่กล้าแหยมกับสายฟ้า หันไปเล่นงานสองสาวแทน

จักจั่นกับดาวชักมีดขึ้นมาต่อสู้ ดาวปักมีดเข้ากลางอก ผีดิบร้องโหยหวนก่อนจะสลายกลายเป็นฝุ่น ดาวร้องบอกจักจั่นทันทีว่าจุดอ่อนของพวกมันอยู่ที่อก จักจั่นถีบผีดิบตัวหนึ่งออกไป

"เหมือนตอกลิ่มเข้าหัวใจพวกผีดิบแวมไพร์เหรอพี่ดาว"

"ใช่" ดาวว่าแล้วโดดตัวลอยเข้าใส่ผีดิบ เอามีดเสียบกลางหัวใจอย่างเหมาะเจาะ ผีดิบตัวนั้นกลายเป็นฝุ่น พอรู้วิธีกำราบแล้วก็เป็นการง่ายที่สองสาวจะจัดการส่งพวกผีดิบไปเกิดใหม่...

ที่โกดังเก็บของ อภิชาติใช้ปืนจี้บังคับสินชัยให้พาไปยังห้องพักผ่อนซึ่งจัดไว้สำหรับนายยูเว่โดยเฉพาะ อภิชาติถึงกับอึ้งเมื่อพบชายชาวต่างชาติ 5 คน นั่งอยู่คนละมุมห้อง โดยมีสมุนคนหนึ่งยืนคุมเชิงอยู่

สินชัยยิ้มกวนประสาท "เชิญเลือกเอาได้เลยครับคุณอภิชาติ"

อภิชาติกวาดตามองชายต่างชาติทั้ง 5 คน แล้วตะโกนขึ้นว่า "เอาล่ะ...ใครไม่ใช่นายยูเว่ออกไปได้...ถ้าไม่รีบออกไป โดนข้อหาติดคุกหัวโตไม่รู้ด้วย"

พวกนั้นต่างมองหน้ากัน มีฝรั่งคนหนึ่งลุกขึ้นเดินผ่านหน้าอภิชาติไป อีกคนหนึ่งขยับตัวลุกขึ้น ขณะเดินผ่านหน้าทนายหนุ่ม สร้อยตรวจจับไทเทเนียมที่อภิชาติห้อยคออยู่เริ่มสั่นและมีไฟกะพริบ

"เดี๋ยวก่อน...มร.ยูเว่ อยู่ก่อน"

อภิชาติยิ้ม กดเหรียญที่สร้อยให้ไฟดับ สมุนของสินชัย เห็นอภิชาติมัวแต่สนใจนายยูเว่ ฉวยโอกาสพุ่งใส่ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบแล้วตบด้วยด้ามปืนหน้าคะมำ สินชัยอาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว นายยูเว่ขยับจะตาม อภิชาติยิงปืนขึ้นเพดานเปรี้ยง นายยูเว่หยุดกึก

"นายสินชัยไปได้ แต่นายต้องอยู่ก่อน" อภิชาติสั่งให้นายยูเว่กลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ

เสียงสินชัยตะโกนบอกอภิชาติให้ยอมแพ้ได้แล้ว ถึงอย่างไรก็หนีไปจากที่นี่ไม่ได้ อภิชาติค่อยๆแง้มประตูห้องดู เห็นสมุนของสินชัยนับสิบจ้องปืนใส่โดยมีสินชัยยืนสั่งการอยู่ด้านหลัง อภิชาติรีบโดดหลบเป็นจังหวะเดียวกับมีเสียงปืนดังหูดับตับไหม้ ข้าวของในห้องพักผ่อนกระจุยกระจาย

ทุกคนต่างหลบเข้าที่กำบังกันโกลาหล พลันมีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่น อภิชาติยิ้มออก รู้ทันทีว่าจงชือกับพวกบุกมาช่วย สมุนของสินชัยเห็นท่าไม่ดีบอกให้เจ้านายรีบหนี ด้วยความเคียดแค้นก่อนไปสินชัยสั่งให้สมุนบุกเข้าไปฆ่าพวกนั้นให้หมด อภิชาติตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ดีที่พวกของจงชือมาช่วยไว้ได้ทัน จัดการสังหารสมุนของสินชัยตายเรียบ และจับกุมตัวนายยู่เว่ได้ในที่สุด

ตอนที่ 14

จักจั่นจอดรถแอบข้างทาง แล้วเดินเท้าต่อไปยังถ้ำซึ่งเก็บร่างของเธอ ทันทีที่เธอดีดตัวลงมายืนหน้าถ้ำสมาชิกโจรสองคนซึ่งเฝ้าระวังอยู่ตวัดปืนเล็งใส่ พอเห็นจักจั่นชัดๆต่างเอาปืนลง จักจั่นกราดสายตาไปรอบๆ

"อยู่แค่สองคนเท่านั้นหรือ"

หนึ่งในสมาชิกโจรผิวปาก สมาชิกโจรอีกสองคนซึ่งซุ่มอยู่ในพงไม้ใกล้ๆ โผล่พรวดขึ้นมาจ้องปืนใส่ จักจั่นพยักหน้าพอใจ สองคนนั่นหลบหายไปเข้าพงไม้อย่างไร้ร่องรอย  หญิงสาวยกนิ้วให้ชมว่าเยี่ยมมาก แล้วเดินเข้าไปในถ้ำ เห็นแสงพ่อของตนเองกำลังนั่งเฝ้าร่างเดิมของเธออยู่ไม่ห่าง จักจั่นไม่เห็นสมพรแม่ของเธออยู่ที่นั่นด้วยก็ถามหา ได้ความว่าพ่อส่งกลับไปอยู่ค่ายใหญ่ ไม่พรุ่งนี้หรือวันมะรืนก็มา

"งั้นอีกวันสองวันจักจั่นจะกลับมาใหม่ บอกแม่ให้รอด้วยนะจ๊ะ...จักจั่นไปก่อนนะพ่อ"

"ระวังตัวด้วยนะลูก"

"รุ่นนี้แล้ว...พ่อไม่ต้องห่วง" จักจั่นยิ้มหน้าเป็น

"เออ...เก่ง" แสงอดขำกับความทะเล้นของลูกสาวไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่วายเป็นห่วง...

อีกด้านหนึ่งของป่า ดาวกำลังขับรถบ่ายหน้าไปที่ค่ายโจรชั่วคราว ต้องแปลกใจที่เห็นชาวบ้านสี่คนเดินอยู่บนเส้นทางเบื้องหน้า ดาวขับรถขนาบข้างร้องถามว่าจะไปไหนกัน ชายในกลุ่มคนหนึ่งอ้างว่าหลงทางมา

"อ๋อ...ที่แท้หลงทางนี่เอง ขึ้นมาสิจ๊ะ...ฉันจะพาออกไปส่ง" ดาวว่าพลางจับตามองทุกคนเขม็ง

ชาวบ้านทั้งสี่คนพากันขึ้นรถ ดาวขับรถยังไม่ถึงไหน ชาวบ้านเหล่านั้นกลับกลายเป็นพวกคนร้าย ควักมีดพกขึ้นมาหมายจะสังหารดาว แต่เธอไหวตัวทันจัดการพวกนั้นตายเรียบ พอถึงค่ายโจร ดาวรีบเตือนสมาชิกโจรที่ออกมาต้อนรับให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นสองเท่า พวกศัตรูใกล้ค่ายของเราเข้ามาทุกที

จากนั้น ดาวตรงไปยังกระท่อมที่ฤทธิชัยพักรักษาตัว เป็นเวลาอาหารกลางวันของฤทธิชัยพอดี ดาวเลยอาสาป้อนข้าวต้มให้ ฤทธิชัยกินได้ไม่กี่คำ ขอร้องดาวช่วยพาไปเดินเล่น เธอไม่อยากขัดใจพยุงเขาเดินชมธรรมชาติอันสวยงามของป่าบ้านดอนเสือ ฤทธิชัยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดด้วยความสดชื่น

ดาวเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานอภิชาติมาเยี่ยม หลังจากนั้นก็กลับไปแถลงข่าวเรื่องฤทธิชัยหายสาบสูญ เพื่อตบตาสินชัย แต่ตอนนี้เขากลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว ไปตามล่าตัวนายยูเว่ สองหนุ่มสาวคุยกันอยู่ดีๆ ฤทธิชัยก็ทรุดฮวบ มีเลือดซึมออกมาจากบาดแผล ดาวตกใจปราดเข้ามาประคองรีบพากลับที่พัก

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน อภิชาติตามจงชือมาที่ศูนย์ บัญชาการชั่วคราวของเขา จงชือเปิดแฟ้มข้อมูลรูปถ่ายของนายยูเว่ในคอมพิวเตอร์ให้อภิชาติดู แต่ละรูปที่ปรากฏหน้าตาของนายยูเว่แตกต่างกันราวกับเป็นคนละคน

"คุณไม่มีทางที่จะรู้ได้เลย แม้ว่านายยูเว่จะยืนอยู่ตรงหน้าของคุณ...ลือกันว่าไอ้หมอนี่ได้คาถาปลอมแปลงตัวมาจากหมอผีของชนเผ่าในแอฟริกา สามารถเปลี่ยนร่างให้อ้วน ผอม สูงต่ำได้อย่างแนบเนียน...แม้แต่นายสินชัยเองก็ยังไม่รู้ว่าหน้าตาที่แท้จริงของนายยูเว่เป็นอย่างไร" จงชือเล่าเป็นฉากๆ

"คุณกำลังจะบอกผมว่าพวกคุณรู้"

จงชือมีคนที่รู้จักนายยูเว่ดีพอจะชี้ตัวได้ อภิชาติพูดสวนขึ้นทันทีว่าถ้าอย่างนั้นจงชือเอาเขามาเกี่ยวด้วยทำไม ถึงจงชือจะเป็นตำรวจสากลเอเชีย แต่ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความลับ เขาจึงอยากให้อภิชาติช่วยเคลียร์กับทางการไทยให้ เพื่อที่พวกเขาจะทำงานได้อย่างเต็มที่ และจะได้ลากคอนายยูเว่ ไปจากเมืองไทยไวๆ

อภิชาติคิดอยู่อึดใจ "ได้...แต่ผมต้องขอมีเอี่ยวและขอเกี่ยวด้วยคนเพราะบอกตามตรงผมไม่ไว้ใจคุณ"

ทั้งจงชือและอภิชาติต่างจ้องหน้ากันเขม็ง...

หลังจากทำข้อตกลงกับจงชือเรียบร้อย อภิชาติตรงไปยังออฟฟิศของเขา ทันทีที่มาถึงเลขาฯของอภิชาติเข้ามารายงานว่ากำจรมารอพบที่ห้องประชุม อภิชาติส่ายหน้าเอือมระอา แต่จำใจต้องไปพบ

"มาผิดที่หรือเปล่าเพื่อน นายสินชัยไม่ได้อยู่ที่นี่" อภิชาติแดกดัน

"ฉันเป็นนักข่าว ใครที่มีข่าวจะให้ฉัน ฉันจำเป็นต้องรับฟัง ฉันไม่ได้เป็นคนของนายสินชัยหรือใครทั้งนั้น"

"แต่ฉันไม่มีข่าวจะให้นาย"

"ฉันไม่ได้มาหาข่าว ฉันก็เป็นเพื่อนไอ้ชัย...ฉันก็ห่วงมันเหมือนกัน...แกแน่ใจหรือว่ามันหายสาบสูญไป"

อภิชาติไม่ค่อยเชื่อคำพูดของกำจรนัก "ฟังดูแล้วเหมือนแกกำลังหาข่าวว่ะ...แต่เอาล่ะฉันจะคิดว่าแกเป็นเพื่อน แล้วแกเป็นห่วงไอ้ชัยจริงๆ...คำตอบก็คือ...มันหายสาบสูญไปหลังจากที่ถูกนางเสือซุ่มโจมตี"

"หายสาบสูญไม่ได้หมายความว่าตาย..." กำจรจ้องหน้าอภิชาติเขม็งเหมือนจะจับผิด "ฉันไม่เชื่อว่ามือระดับอย่างไอ้ชัยจะหายไปง่ายๆ ฉันจะไปบ้านดอนเสือค้นหาความจริงให้ได้"

"ถ้าเจอมัน...อย่าลืมโทร.บอกฉันด้วย...โชคดีเพื่อน" อภิชาติยิ้มกว้างนึกชมตัวเองที่เล่นละครได้เก่ง

ooooooo

จักจั่นขับรถกลับจากเยี่ยมพ่อได้แค่ครึ่งทาง มีเสียงร้องของสายลมดังขึ้น เธอรีบจอดรถ หลับตาทำสมาธิ สัมผัสได้ว่าพวกคนร้ายมีการเคลื่อนไหว จักจั่นขับรถมุ่งไปทิศทางนั้นทันที ไม่นานนัก เธอกระโดดขวางหน้ารถกระบะคันหนึ่ง แต่ต้องแปลกใจที่รถคันนั้นกลายเป็นรถขนเสบียงของสมพร

"หนูจับสัมผัสจากสายลมว่ามีพวกมันเคลื่อนไหวอยู่แถวนี้ถึงได้แวะมาดู ที่แท้กลายเป็นแม่กับพวกเรา"

"ก็ดีแล้วนี่ แม่ก็อยากเจอจักจั่น...สายลมคงรู้ว่าจักจั่นอยากเจอแม่มั้ง"

จักจั่นคิดคล้อยตามแม่ว่า สองแม่ลูกโผกอดกันด้วยความคิดถึง จักจั่นเพิ่งไปหาพ่อมาเห็นพ่อบอกว่าแม่จะมาพรุ่งนี้ ไม่ใช่หรือ สมพรเกรงแสงจะไม่มีเสบียงใช้เลยรีบเอามาส่ง จักจั่นไม่อยากดึงแม่ไว้นานเกรงจะมืดกลางทาง เร่งให้แม่รีบไปแล้วเตือนสมาชิกโจรสี่คนที่นั่งเฝ้าระวังอยู่กระบะท้ายให้ คอยระวังตัวทุกฝีก้าว เธอยืนมองจนรถของแม่วิ่งลับสายตา มีเสียงสายลมร้องดังขึ้นอีก จักจั่นกวาดตามองไปรอบๆ แต่ ไม่พบสิ่งผิดปกติ

"สายลมคงพาเรามาเจอแม่มั้ง" จักจั่นดีดตัวกลับไปยังรถจี๊ปของตัวที่จอดหลบอยู่ในพงไม้ใกล้ๆก่อนไปเธอกวาดตามองไปรอบๆบริเวณเป็นครั้งสุดท้าย โดยไม่เห็นว่าลินจงแอบซุ่มดูอยู่

"ฉันต้องรู้ให้ได้...ว่าแกมีกี่ร่าง" ลินจงว่าแล้วดีดตัวตามทิศทางที่รถกระบะของสมพรแล่นไป...

ในเวลาต่อมา ที่หน้าถ้ำซึ่งเก็บร่างเดิมของจักจั่น สมาชิกโจรสองคนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าถ้ำ ได้ยินเสียงสัญญาณเป็นเสียงนกร้องดังเข้ามา สมาชิกโจรคนหนึ่งส่งสัญญาณตอบกลับ แล้วตะโกนบอกให้เข้ามาได้

สมาชิกโจรซึ่งเป็นคนดูต้นทาง ปรากฏตัวขึ้น "เอ็งไปบอกพี่แสงว่า พี่สมพรมา"

สมาชิกโจรที่ยืนเฝ้าระวังหน้าถ้ำรีบเดินเข้าไปในถ้ำ สักพัก สมพรกับสมาชิกโจรอีกสี่คนเดินขนเสบียงมาตามทางเดินหายเข้าไปในถ้ำ เหตุการณ์นี้อยู่ในสายตาของลินจงโดยตลอด พักใหญ่ๆแสงก็ออกมาส่งสมพรกับสมาชิกโจรหน้าถ้ำ แล้วกลับเข้าไปในนั้นอีก

"พวกแกซ่อนอะไรไว้ในถ้ำ" ลินจงสีหน้าครุ่นคิดสงสัย แล้วดีดตัวออกไป...

รถกระบะของสมพรกลับจากส่งเสบียงได้สักระยะก็ถูกชายในชุดดำสมุนของนางเสือปลอมลอบโจมตี หนึ่งในสมาชิก โจรถูกกระสุนของพวกนั้นเจาะไหล่ล้มฟุบ รถของสมพรพุ่งเข้าจอดหลังต้นไม้ใหญ่ใช้เป็นที่กำบัง สองฝ่ายเปิดฉากยิงต่อสู้ กันอย่างดุเดือด ชายในชุดดำปักหลักยิงใส่สมาชิกโจรอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ไม่ยอมบุกเข้ามาแค่ต้องการตรึงพวกสมพรอยู่กับที่ เสียงปืนดังไปถึงถ้ำที่แสงอยู่

แสงรู้ว่าต้องเกิดเรื่องกับสมพร รีบออกจากถ้ำเพียงลำพังพร้อมอาวุธครบมือตรงไปยังจุดปะทะ ทิ้งสมาชิกโจรทั้งหมดเฝ้าที่นั่นไว้ห้ามไปไหนเด็ดขาด ลินจงซึ่งซุ่มดูอยู่ รีบพุ่งตัวมายังถ้ำเป้าหมาย...

ครู่ต่อมา แสงลัดเลาะมาทางด้านหลังกลุ่มชายชุดดำที่ซุ่มยิงรถกระบะของสมพร สังหารพวกนั้นตายหมด เขาตะโกนบอกสมาชิกโจรทั้งหมดออกจากที่กำบังได้แล้ว ก่อนเดินเข้ามาสมทบกับกลุ่มของสมพร พอได้ฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากปากเมียรัก แสงเอะใจ

"แย่แล้ว...แผนล่อเสือออกจากถ้ำ...พวกเอ็งรีบพาสมพรกลับไปที่ค่ายใหญ่" แสงพูดเสร็จ พุ่งตัวกลับถ้ำอย่างรวดเร็ว สมพรมองตามด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

หน้าถ้ำซึ่งเก็บร่างเดิมของจักจั่น สมาชิกโจรสองคนยืนกราดปืนไปมาเตรียมรับการบุก จังหวะนั้นมีเสียงสัญญาณเป็นเสียงนกร้องดังขึ้น สมาชิกโจรทั้งสองคนต่างมองหน้ากัน รู้ทันทีว่ามีผู้บุกรุกเพราะแสงสั่งห้ามไม่ให้ใช้สัญญาณซ้ำ ตะโกนเตือนพรรคพวก

สมาชิกโจรทั้งหมดไม่รอช้าสาดกระสุนออกไปรอบบริเวณ ถูกชายในชุดดำล้มคว่ำไปหลายคน พวกโจรโดดเข้าหาที่กำบัง เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นหวั่นไหว ลินจงในคราบนางเสืออาศัยจังหวะชุลมุนดีดตัวเข้าถ้ำอย่างรวดเร็ว เดินลึกเข้าไปจนสุดทาง เห็นร่างๆหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนแท่นหิน เธอเหลียวซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเดินมาที่แท่นหิน แล้วต้องตกใจเมื่อพบว่าร่างนั้นคือร่างเดิมของจักจั่น

"แกมีสองร่างจริงๆอย่างที่ฉันคิด"

ลินจงยิ้มเหี้ยม กระชากมีดขึ้นมาหมายจะสังหาร พลันมีเสียงคำรามของเสือดังกึกก้อง ลินจงหันไปมองเห็นสายฟ้ายืนอยู่อีกด้านหนึ่งของแท่นหินที่จักจั่นนอนอยู่ แยกเขี้ยวน่ากลัวจ้องมาที่ตนเองพร้อมจะจู่โจม...

ขณะเดียวกัน จักจั่นกำลังขับรถบ่ายหน้าออกจากป่า ต้องเหยียบเบรกกะทันหัน หัวใจเธอเต้นแรงแทบจะหลุดออกมานอกอก รู้สึกปวดหัวจี๊ดจนต้องเอามือทั้งสองข้างกุมหัว ก่อนจะหมดสติฟุบคาพวงมาลัยรถ...

ด้านลินจงยืนตัวแข็งทื่อหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว สายฟ้าคำรามขึ้นอีกครั้ง ลินจงหันหลังกลับดีดตัวออกจากถ้ำอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าตอนเข้ามา ผ่านด้านหลังสมาชิกโจรหายเข้าไปในพงไม้ เหล่าสมาชิกโจรยิงสกัดชายในชุดดำ สักพัก เสียงปืนยิงโต้กลับจากพวกนั้นค่อยเงียบหายไป

สมาชิกโจรคนหนึ่งโบกมือเป็นสัญญาณให้พรรคพวกของตัวหยุดยิง ร่างของแสงปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ก้าวผ่านสมาชิกโจรเข้าไปในถ้ำสีหน้าเคร่งเครียด สมาชิกโจรรีบตามไปติดๆ  พอแสงเห็นร่างของจักจั่นยังอยู่ในสภาพเดิมก็โล่งใจ แต่ยังไม่คลายกังวลเมื่อได้ฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"พวกมันรู้สัญญาณของพวกเรา แสดงว่าพวกมันต้องซุ่มอยู่ใกล้มาก...ข้าขอบใจพวกเราที่ต้านไม่ให้พวกมันผ่านเข้าไปทำอะไรจักจั่นได้"

สมาชิกโจรคนหนึ่งแนะให้แสงย้ายร่างจักจั่นไปไว้

ที่อื่น แสงร้องห้ามลั่น ที่นี่เป็นถ้ำศักดิ์สิทธิ์สามารถรักษาร่างของจักจั่นได้ แต่เพื่อความไม่ประมาท แสงสั่งให้สมาชิกโจรไปหาลุงเดช เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง แล้วขอกำลังมาเพิ่มด่วน สมาชิกโจรรับคำ รีบบ่ายหน้าไปยังค่ายโจรชั่วคราวทันที...

ฝ่ายจักจั่นเริ่มรู้สึกตัว เงยหน้าขึ้นจากพวงมาลัยรถสีหน้างุนงง เสียงหัวใจที่เต้นแรงเริ่มเบาลงๆและหายไปในที่สุด "แปลกมาก...เราไม่เคยเป็นแบบนี้นี่นา" จักจั่นนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะขับรถออกจากตรงนั้น...

ลุงเดชไม่ค่อยสบายใจนักเมื่อได้ฟังเรื่องที่เกิดขึ้นจากปากของป้าเนียน เตือนป้าเนียนเก็บรูปถ่ายของเขากับท่านอิทธิรูปนี้ไว้ให้ดีอย่าให้พวกเด็กๆเห็นเด็ดขาด เขายังไม่อยากอธิบายอะไรให้เด็กทั้งสามคนฟังตอนนี้ ป้าเนียนอ้าปากจะถามอะไรบางอย่าง แต่ลุงเดชรีบตัดบทห้ามถามอะไรอีก แค่ทำตามที่เขาบอกก็พอ แล้วขอตัวกลับ ไผ่ซึ่งยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าบ้านป้าเนียน ร้องทักลุงเดชว่าจะไม่รอจักจั่นกับดาวก่อนหรือ

"ลุงจะรีบกลับไปที่ชุมโจร...แล้วเจอกัน" ลุงเดชว่าแล้วผลุนผลันออกไป ไผ่มองตามอย่างสงสัย

ooooooo

ณ ค่ายโจรชั่วคราว ดาวแวะเยี่ยมฤทธิชัยที่เพิ่งรู้สึกตัวแต่ยังมึนๆจากฤทธิ์ยานอนหลับที่จันจิราจัดให้ ฤทธิชัยเพิ่งรู้ตัวว่าอาการหนักกว่าที่คิดไม่แน่ใจว่าจะรอดหรือเปล่า คว้ามือดาวมากุมไว้ ตัดสินใจสารภาพความรู้สึกที่มีต่อเธอว่ารักเธอมากเพียงใด ส่วนเธอจะเชื่อเขาหรือไม่ก็แล้วแต่เธอ ดาวเชื่อทุกคำที่เขาพูด

"อย่างนั้น ถ้าเกิดผมหาย ผมจะให้คุณอาหญิงมาสู่ขอคุณดาวนะครับ"

"อันนี้สงสัยต้องเป็นฤทธิ์ยานอนหลับแน่ๆ...เอาอย่างนี้ดีกว่านะคะ รอให้ผู้กองหายก่อน ถ้ายังจำได้ว่าพูดอะไรไว้กับดาว ค่อยว่ากันดีไหมคะ"

"ได้เลย...ห้ามเบี้ยวนะครับ" ขาดคำฤทธิชัยหลับไปอีกครั้งด้วยฤทธิ์ยา ดาวยิ้มจ้องมองเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง ภาพหวานๆระหว่างเธอกับเขาผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของดาว ทำให้เธอยิ้มอย่างมีความสุข...

เย็นวันเดียวกัน ดาวกลับถึงบ้านป้าเนียน เจอจักจั่นเพิ่งมาถึงก่อนหน้าเธอเล็กน้อย แต่ไม่เห็นลุงเดชรออยู่ก็ถามไผ่ ได้ความว่าลุงเดชกลับไปแล้ว ดาวออกจะแปลกใจนิดๆทำไมลุงเดชถึงรีบกลับมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ไผ่ได้แต่ยักไหล่ ป้าเนียนไม่อยากพูดอะไรมาก รีบชวนทั้งสามคนกินข้าว

ดาวเสนอว่ากินเสร็จแล้ว พวกเรามาวางแผนลุยพวกสินชัยกันดีกว่า จักจั่นกับไผ่ตอบตกลงทันที ทั้งสามคนมัวแต่ดีใจที่จะได้แก้เผ็ดสินชัยไม่ทันสังเกตสีหน้าเป็นกังวลของป้าเนียน...

หลังจากวางแผนกันเรียบร้อย ไผ่ ดาวกับจักจั่นเตรียมอาวุธพร้อมจะออกไปลุยกับพวกสมุนของสินชัยในวันรุ่งขึ้น จักจั่นรอจังหวะเหมาะตอนได้อยู่ลำพังกับดาว เล่าเรื่องที่รู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นให้ฟัง ดาวมองจักจั่นที่เธอรักเหมือนน้องสาวแท้ๆอย่างตกใจ

"ไม่น่าจะเป็นไปได้ จักจั่นได้รับพรเหมือนพี่ ร่างกายมีพลังพิเศษ อาการแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น...หรือว่า..." ดาวมองสำรวจจักจั่นหัวจดปลายเท้า จักจั่นรีบออกตัว

"บ้าน่า...จักจั่นไม่ได้ท้องสักหน่อย"

"พี่แกล้งล้อเล่นเท่านั้นเอง...อย่าคิดมาก ถ้ามีอะไรพี่จะรู้...จักจั่นก็รู้ สวรรค์อยู่ข้างเรา" สองสาวต่างยิ้มให้กัน จักจั่นรู้สึกสบายใจขึ้น...

ดึกมากแล้ว ดาวยังนอนไม่หลับ ออกมายืนที่ระเบียงหลังบ้านทอดสายตาไปยังราวป่า สักพัก จักจั่นตามออกมา เธอเป็นกังวลเรื่องของเธอกับอภิชาติ ถ้าเกิดมีวันใดที่เขาบอกรักเธอขึ้นมา เธอจะทำอย่างไรดี

ดาวตอบแบบไม่ต้องคิด "ถ้าคุณอภิชาติขอจักจั่น...พี่อยากให้จักจั่นตอบรับและไปอยู่กับคุณอภิชาติที่กรุงเทพฯ... แล้วอย่าลืมมาเยี่ยมพี่บ่อยๆ...พี่อยากเห็นจักจั่นมีความสุข ไม่ต้องยุ่งกับเรื่องพวกนี้อีกต่อไป"

"อ้าว...แล้วถ้าเกิดผู้กองบอกรักพี่ดาวล่ะ"

ดาวขอให้ถึงเวลานั้นก่อน ค่อยตัดสินใจ เธอไม่ได้เล่าเรื่องที่ฤทธิชัยบอกรักเธอเพราะคิดว่าตอนนั้นเขาพูดเพราะฤทธิ์ยานอนหลับ จักจั่นอ้าปากจะพูดบางอย่าง ดาวรีบตัดบทไล่ให้ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้พวกเรามีงานใหญ่รออยู่ ส่วนเธอขออยู่ต่ออีกหน่อย ดาวมองตามจักจั่นเดินเข้าบ้าน ถอนใจเฮือกใหญ่พึมพำกับตัวเอง

"ผู้กองคงไม่บอกรักเราหรอก ถ้ารู้ว่าเราคือนางเสือ...เราสองคนมีเส้นทางเดินที่ต่างกัน ดาวหวังว่าผู้กองคงเข้าใจ" ดาวรู้ดีว่าความรักระหว่างฤทธิชัยกับเธอเป็นเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบกันได้

ooooooo

ขณะที่ฤทธิชัยกำลังนอนหลับสนิทอยู่ในกระท่อมกลางค่ายโจร มีเสียงคำรามของสายฟ้า ตามมาด้วยเสียงร้องของสายลมแว่วเข้ามา อยู่ๆร่างของฤทธิชัยเปล่งแสงเรืองรองออกมา ฤทธิชัยฝันเห็นตัวเองเดินวนอยู่ในป่าลึกคล้ายกับจะหาทางออก เหลือบเห็นร่างเรืองแสงของสายฟ้าก้าวออกมาจากหลังพุ่มไม้

ผู้กองหนุ่มจ้องสายฟ้าเขม็ง มีเสียงเหยี่ยวร้องดังขึ้นเหนือหัว เขาแหงนหน้ามอง เห็นร่างเรืองแสงของสายลมบินวนอยู่ ฤทธิชัยรู้สึกถึงพลังประหลาดในตัว ยกมือขึ้นดู แปลกใจที่ตนเองก็เรืองแสงเช่นกัน ทันใดนั้นสายฟ้ากับสายลมพุ่งเข้าใส่ฤทธิชัย ร่างของเขาถูกแสงของสัตว์วิเศษทั้งสองตัวแผ่ครอบคลุม

ฤทธิชัยสะดุ้งสุดตัว ลุกพรวดขึ้นนั่ง เหงื่อท่วมตัว มองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าฝันไป พลันมีเสียงอึกทึกดังขึ้นด้านนอก เขาคว้าปืนจากใต้หมอนขึ้นมาถือไว้ ลุกขึ้นยืน ต้องแปลกใจที่ไม่รู้สึกเจ็บแผล

"เกิดอะไรขึ้น...หรือว่าเราเดี้ยงเป็นวิญญาณแล้ววะเนี่ย" ฤทธิชัยว่าพลางขยับตัวไปมาสำรวจตัวเอง

มีเสียงคนเคลื่อนไหวแว่วเข้ามาอีก เขาเดินไปแง้มหน้าต่างดู เห็นสมาชิกโจรรวมพลกันวุ่นวาย โดยมีลุงเดชยืนสั่งการอยู่ใกล้ๆกองไฟ ฤทธิชัยตัดสินใจเดินออกไปดู ยังไม่ทันจะพ้นประตูห้อง จันจิราเอาปืนมาจ่อด้านหลังสั่งให้ยกมือขึ้น ฤทธิชัยหันไปช้าๆพอเห็นหน้าชัดๆจันจิราตกใจ ขยับจะเข้ามาประคอง

"ตายแล้ว...ผู้กอง ทำไมเดินออกมาล่ะคะ"

"ผมไม่เป็นอะไรครับ...ไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น ผมจะไปดูเสียหน่อย" ฤทธิชัยพูดจบเดินตัวปลิวออกไป จันจิราไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อตอนเย็น เขายังอาการทรุดอยู่เลยทำไมตอนนี้กลับหายเป็นปลิดทิ้ง เธอยืดอกอย่างภาคภูมิใจที่ ตัวเองรักษาผู้กองเก่งราวกับเป็นหมอเทวดา...

ฤทธิชัยรู้เหตุการณ์ที่ถ้ำเก็บร่างของจักจั่นจากลุงเดช เลยอาสาจะไปช่วยอีกแรง ลุงเดชไม่ยอม ไม่แน่ใจว่าอาการบาดเจ็บของฤทธิชัยจะดีจริงอย่างเจ้าตัวอ้างหรือเปล่า ขอร้องให้รอไปก่อน ถ้าอาการของเขาดีขึ้นจริงลุงเดชจะให้คนพาไปสมทบกับพวกแสง ฤทธิชัยอ้าปากจะค้าน ลุงเดชชิงพูดขึ้นก่อน

"อย่าให้ผมต้องลำบากใจเลยครับ ขืนให้ผู้กองไปคืนนี้เกิดเป็นอะไรขึ้นมา หนูดาวมาเล่นงานผมแน่"

ฤทธิชัยเถียงไม่ออก จำใจกลับที่พัก ให้จันจิราช่วยตรวจอาการให้อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ จันจิราตรวจอย่างละเอียดแล้ว ฤทธิชัยปกติดีทุกอย่างราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บ ทั้งคู่ต่างงงว่าเกิดอะไรขึ้น ฤทธิชัยยกความดีความชอบให้จันจิรา ชมว่าเธอเป็นพยาบาลที่เก่งที่สุดในโลก จันจิราชักเขินออกตัวว่าจริงๆแล้วเธอเดาสุ่มทำไปอย่างนั้นเอง ไม่รู้จะถามใครที่ไหนเพราะเรื่องของเขาต้องเป็นความลับ ฤทธิชัยถึงกับอึ้ง

"แปลว่าคุณจันไม่เคยผ่าตัดมาก่อน"

"ไม่เคยค่ะ นี่เป็นครั้งแรก มีพี่ดาวช่วยชี้ค่ะว่ากระสุนฝังที่ไหน...จันยังนึกว่าผู้กองจะไม่รอดซะแล้ว...จันว่าจันให้ผู้กองพักผ่อนดีกว่า แล้วพบกันตอนเช้านะคะ"

ฤทธิชัยรอจนจันจิราคล้อยหลัง ลองจับแผลตัวเองก็ไม่รู้สึกเจ็บ พลันมีเสียงร้องของสายฟ้ากับสายลมดังขึ้นพร้อมกัน ฤทธิชัยพยักหน้าเหมือนเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ยกมือขึ้นพนม

"ขอบคุณเจ้าป่าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยปกป้องรักษา"

ooooooo

เช้าวันถัดมา ดาว จักจั่นกับไผ่นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจเข้ากวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมายของสินชัย ทั้งบ่อนการพนัน พวกลักลอบตัดไม้ ค้าของเถื่อนและบุกทลายแหล่งค้ามนุษย์ ดาวหวังว่าการกระทำครั้งนี้ของพวกเธอคงทำให้สินชัยปั่นป่วนจนไม่มีเวลาตามล่าฤทธิชัย...

ขณะเดียวกัน ที่กรุงเทพฯ อภิชาติมาพบจงชือที่ศูนย์บัญชาการชั่วคราวของเขา จงชือแนะนำอภิชาติให้รู้จักกับกู่หลิน สาวฮ่องกงที่จะช่วยให้พวกเราได้พบกับนายยูเว่ตัวจริง อภิชาติเห็นกู่หลินอายุยังน้อย เลยไม่เชื่อว่าเธอจะทำได้อย่างที่จงชือคุย พูดเหน็บแนมจนหญิงสาวไม่พอใจลุกหนี จงชือมองอภิชาติอย่างตำหนิ

"คุณอภิชาติ ถ้าคุณจะกรุณาให้ความร่วมมือผมจะขอบคุณมาก"

จงชือว่าแล้วลุกขึ้นไปตามกู่หลินกลับมา อภิชาติรู้ตัวว่าเสียมารยาทรีบขออภัยกู่หลิน เธอพยักหน้ายอมรับคำขอโทษ แต่ไม่พูดอะไรทรุดตัวลงนั่งที่เดิม จงชือเท้าความให้ฟังว่าทำไมกู่หลินถึงมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เนื่องจากพ่อของเธอเป็นศัลยแพทย์ทางสมองที่เก่งขั้นเทพ นายยูเว่ถูกพวกเดียวกันยิงแต่ไม่ตาย กระสุนฝังที่หัว ลูกน้องของนายยูเว่จับพ่อของกู่หลินไปทำการผ่าตัดให้เจ้านาย การผ่าตัดสำเร็จ แต่ส่วนกะโหลกของนายยูเว่เสียหาย พ่อของกู่หลินต้องใช้แผ่นไทเทเนียมมาปิดแทน

"ไม่ว่าไอ้ยูเว่จะปลอมตัวอย่างไร มันก็ยังมีแผ่นเหล็กอยู่ที่หัว" อภิชาติพูดเสริม

จงชือพยักหน้ารับคำ เล่าอีกว่า หลังจากผ่าตัดเสร็จ นายยูเว่ก็ฆ่าพ่อของกู่หลินเพื่อปิดปาก โชคดีที่ก่อนตาย เขามีโอกาสบอกความลับเรื่องแผ่นไทเทเนียมกับลูกสาว และนี่คือสาเหตุที่กู่หลินทุ่มเทสร้างเครื่องตรวจจับไทเทเนียมชนิดพิเศษขึ้นมา จงชือยกสร้อยคอมีเหรียญกลมขนาดเหรียญสิบบาทห้อยอยู่ให้อภิชาติดู

"เมื่อไหร่ที่คุณเผชิญหน้ากับนายยูเว่ เหรียญจะสั่นและส่งกระแสไฟฟ้าอ่อนๆออกมาช็อตผิวหนังคุณ" จงชือส่งสร้อยเส้นนั้นให้อภิชาติคล้องคอไว้

"คุณกู่หลิน...ผมสัญญา ผมจะจับตัวไอ้ยูเว่ให้ได้" อภิชาติ สบตากู่หลินด้วยสายตามุ่งมั่น...

สินชัยรู้ว่านายทอมคอยเลื่อยขาเก้าอี้ตนเองอยู่ตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน พอเห็นเขาก้าวพลาดถูกตำรวจบุกปิดบ่อน ของ เถื่อนถูกยึด แถมแหล่งค้ามนุษย์ก็ถูกกวาดล้าง นายทอมกะจะ เอาเรื่องนี้ไปรายงานนายใหญ่โดยไม่ฟังคำทัดทานใดๆของเขา สินชัยตัดสินใจกำจัดนายทอมแล้วโยนความผิดให้แก๊งมังกร

จากนั้นสินชัยเรียกลินจงมาพบ ตำหนิเธอว่าธุรกิจของเขาต้องพังพินาศเพราะเธอไร้ความสามารถ ลินจงทักท้วงว่าเธอไม่ได้มีหน้าที่ดูแลบ่อนหรือธุรกิจผิดกฎหมายใดๆของสินชัย งานของเธอคือดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ปล้นชาวบ้านและจัดการนางเสือเท่านั้น

"แต่เป็นเพราะงานของคุณล้มเหลว ทำให้มีผลกระทบต่อหน่วยอื่นๆของเรา...คุณไม่มีประโยชน์สำหรับเราอีกต่อไป" สินชัยชักปืนขึ้นมาจ่อลินจง

"ฝีมืออย่างท่านคิดจะเก็บเราไม่ใช่เรื่องง่าย" ลินจงยิ้มแสยะรู้ดีว่าฝีมือของเธอเหนือกว่าเขามากนัก

ทันใดนั้น สมุนของสินชัยนับสิบๆคนโผล่พรวดมาล้อมลินจงไว้ ที่สินชัยยังไว้ชีวิตลินจงก็เพราะเธอมีผลงานสามารถเขี่ยฤทธิชัยพ้นทาง เขาจะให้โอกาสเธออีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย ลินจงได้แต่พยักหน้ารับคำ...

ลินจงประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าลำพังเธอคนเดียวคงรับมือพวกนางเสือไม่ไหว จึงให้คนไปเชิญอาจารย์ผู้มีวิชาแก่กล้าของเธอที่ชื่อ "เฉิน" มาช่วย พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากลินจง อาจารย์เฉินสรุปว่า

"ผู้หญิงที่ถูกจรวดยิงมีพลังคุ้มครอง ร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ภายในกระทบกระเทือนหนักจนวิญญาณออกจากร่าง แล้วไปอาศัยร่างใหม่ จนกว่าร่างเก่าจะกลับคืนเป็นปกติ"

"ที่แท้เป็นอย่างนี้เอง"

"ถ้าเป็นจริงอย่างที่ว่า แสดงว่าเจ้ากำลังเผชิญศัตรูที่มีพลังและฝีมือที่น่ากลัว"

"แต่คงไม่มากกว่าอาจารย์"

"เจ้าบอกว่ามีถึงสามคน ข้าเกรงว่าข้าจะเสียเปรียบถ้าพวกมันบุกเข้ามาพร้อมๆกัน" อาจารย์เฉินสีหน้าเคร่งเครียด ลินจงมีทางออกให้ เราต้องกำจัดพวกนางเสือทีละคนไม่ให้รวมกันติด

ooooooo

ดาวเรียกประชุมชาวค่ายอาสาฯเพื่อเตือนให้ระวัง พวกสมุนสินชัยจะตามมาแก้แค้นที่โดนพวกเรานำ กำลังเจ้าหน้าที่ของทางการออกปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายของพวกมัน

"ใครที่อยู่ไกล ก็เข้ามาอยู่กันที่ค่ายก็ได้ จนกว่าเรื่องจะเย็นลง...ถ้าที่ทางไม่พอก็กางเต็นท์กันไปก่อน"

ขณะดาวกำลังกล่าวต้อนรับการกลับมาช่วยค่ายอาสาฯของลุงหงวน มีเสียงระเบิดดังขึ้นติดๆกันหลายครั้งหน้าค่าย
ชาวค่ายอาสาฯรู้ว่าถูกพวกสมุนของสินชัยรังควานเตรียมจะออกไปสู้ ดาวต้องร้องห้ามเสียงลั่น

"เดี๋ยวก่อน...ทุกคนฟังทางนี้...ดาวอยากให้ทุกคนรออยู่ที่นี่ ด้วยความสงบ พวกเราจะออกไปจัดการกับพวกมันเอง" ดาวหันไปทางสมาชิกโจรในคราบชาวค่ายอาสาฯ สั่งให้คอยระวังอย่าให้ใครออกจากห้องประชุมเด็ดขาด แล้วชวนจักจั่นกับไผ่ไปหน้าค่าย ลุงหงวนขอตามไปด้วย ดาวพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต

พอดาวกับพวกมาถึงหน้าค่าย เห็นนายไชยกับสมุนหลายคนอาวุธครบมือยืนคุมเชิงอยู่บนท้ายรถกระบะ ด้านหน้าของพวกนั้นมีชาวบ้านทั้งชายและหญิงหลายสิบคนยืนอยู่ พวกชาวบ้านต่างส่งเสียงตะโกนขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันว่า "ปิดค่ายอาสาฯ" ดาวออกมายืนประจันหน้ากับพวกชาวบ้าน

"ค่ายอาสาฯสอดส่องไม่ให้คนร้ายเข้ามาลักลอบตัดไม้ ขายของเถื่อนและทำสิ่งชั่วๆในบ้านดอนเสือ ช่วยเจ้าหน้าที่กำจัดคนเลว"

"พวกค่ายอาสาฯทำให้กิจการป่าไม้หยุดชะงัก นายทุน ไม่กล้าเข้ามาซื้อสัมปทาน คนไม่มีงานทำชาวบ้านไม่มีจะกิน" นายไชยโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ยังคงยืนอยู่หลังกลุ่มชาวบ้านเหมือนเดิม ชาวบ้านเรียกร้องให้ปิดค่ายอาสาฯอีก ดาวไม่พอใจมากตวัดปืนขึ้นมาถือไว้

"ใครคิดจะปิดค่ายก็เข้ามา แต่ขอบอกไว้ก่อน ปืนจริงกระสุนจริง"

จักจั่นกับไผ่ก้าวเข้ามายืนขนาบข้างดาว ในมือทั้งคู่ ถือปืนเตรียมพร้อม ชาวบ้านชักลังเล นายไชยยุส่งให้พวกชาวบ้านลุยเข้าไปเลยไม่ต้องกลัว พวกดาวไม่กล้าทำอะไรใคร จักจั่นเอาปืนชี้หน้านายไชย

"เอ็งไม่กลัว ทำไมไปอยู่ข้างหลังล่ะ...ไอ้หน้าตัวเมีย"

"จักจั่น...พูดจาไม่สุภาพ"

"ขอโทษค่ะพี่ดาว...คุณหน้าตัวเมีย" จักจั่นหัวเราะคิกคักชอบใจ

นายไชยแค้นจัดทำอะไรไม่ถูก ลุงหงวนได้ทีแนะพวกชาวบ้านลองถอยไปอยู่ข้างหลังพวกนายไชย แล้วดูว่าพวกนั้นจะกล้าออกหน้าจริงหรือเปล่า ชาวบ้านเริ่มทำตามที่ลุงหงวนบอกทยอยไปยืนหลังพวกนายไชยจนหมด ลุงหงวนชักปืนยิงขึ้นฟ้าดังปัง นายไชยสะดุ้งโหยง โดดผลุงลงไปยืนรวมกับพวกชาวบ้าน

"เห็นหรือยังพี่น้อง แค่เสียงปืนมันก็รีบโดดลงแทบไม่ทัน...เชื่อหรือยังว่ามันเก่งแต่ปาก" ลุงหงวนยิ้มเยาะ

"ไปดีกว่าพวกเรา ให้เงินนิดเดียวมาตายแทนมันไม่คุ้มเว้ย" ชาวบ้านตะโกนลั่นก่อนจะพากันสลายตัวเหลือแต่นายไชยกับพวก นายไชยเห็นท่าไม่ดีพากันขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ดาวยิ้มพอใจ

ลินจงนั่งสังเกตการณ์อยู่ในรถตู้ซึ่งจอดฝั่งตรงข้ามค่ายอาสาฯ ชี้ให้อาจารย์เฉินดูจักจั่น บอกว่านี่คือผู้หญิงที่เธอคิดว่ามีสองร่าง อาจารย์เฉินมองดาว ไผ่ กับจักจั่นแล้ว รู้สึกได้ทันทีว่าทั้งสามคนมีพลังพิเศษอยู่ในตัว จังหวะที่รถตู้ของลินจงเคลื่อนออกไป ดาวหันขวับมามอง อาจารย์เฉินถึงกับผงะเล็กน้อย

"ผู้หญิงคนนั้น พลังสูง มันสบตากับข้า"

"แต่รถปิดกระจกทึบนะคะอาจารย์"

"จิตของมันแข็งมากจริงๆ" อาจารย์เฉินหน้าเครียด ดาวมองตามรถตู้ไปจนลับสายตา แล้วเตือนจักจั่นกับไผ่ให้ระวังตัวมีคนมีฝีมือมาคอยจับตาดูพวกเราอยู่ เธอสัมผัสพลังของคนคนนี้ได้

ooooooo

ตอนที่ 13

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องล็อบบี้ของโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ขณะอภิชาติกำลังเก็บเอกสารและหลักฐานสำคัญที่ได้รับจาก มร.เดวิด ลูกความชาวต่างชาติที่เพิ่งตกลงจะว่าความให้ เขาเหลือบเห็นสินชัยกับนายยูเว่กำลังเดินไปขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่หน้าโรงแรม จึงตัดสินใจสะกดรอยตาม...

ผ่านไปพักใหญ่ ไผ่กลับค่ายอาสาฯด้วยมือเปล่า จักจั่นเสียดายที่นังตัวร้ายหนีรอดไปได้ แล้วรายงานพี่ชายว่าเจ้าหน้าที่ที่เธอพากลับมาที่นี่ ตอนนี้ตายไปแล้ว 6 นาย อีก 10 นายบาดเจ็บสาหัส

"แผนของพวกมันไปได้สวยทีเดียว ตอนนี้ชาวบ้านต่างขยาดนางเสือกันหมดแล้ว" ไผ่ถอนใจ หนักใจ

"ทำอย่างไรได้...เอ้อ...จันถามหาแน่ะ พี่ไผ่รีบเข้าไปข้างในเถอะ"

ไผ่พยักหน้ารับรู้ รีบเข้าไปในตัวอาคาร จังหวะนั้น เสียงมือถือของจักจั่นดังขึ้น อภิชาติโทร.ติดต่อฤทธิชัยไม่ได้ เลยโทร.หาเธอแทน พอรู้จากจักจั่นว่าฤทธิชัยกับดาวตามรอยพวกขนเงินเข้าไปในป่าลึก กะจะให้พวกนั้นพาไปถึงแหล่งพิมพ์เงินปลอมเผื่อเจอตัวนายยูเว่ อภิชาติถึงกับร้องลั่นด้วยความตกใจ

"แย่แล้ว...เป็นกับดัก พวกมันวางกับดักเพื่อจะสังหารผู้กอง"

"คุณอภิชาติแน่ใจหรือคะ"

"แน่ใจสิครับ เพราะผมกำลังตามรอยไอ้บาโล ยูเว่ อยู่" อภิชาติหน้าเครียดไม่แพ้จักจั่น ได้แต่หวังว่าจักจั่นคงหาทางไปเตือนสองคนนั่นได้ทัน ไม่นานนัก อภิชาติเห็นรถตู้ของสินชัยเลี้ยวเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีกำแพงสูงล้อมรอบ เขารีบจอดรถข้างทาง กวาดสายตามองรอบๆคิดหาทางเข้าไปข้างใน เจอพนักงานของการไฟฟ้ากำลังตรวจสายไฟอยู่บนบันไดสูง เขายิ้มออกทันที...

อภิชาติแอบใช้บันไดของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าค่อยๆปีนกำแพงบ้านเป้าหมายเข้าไปอย่างระมัดระวัง เห็นสมุนคนหนึ่งยืนเฝ้าระวังอยู่ประตูทางเข้าตัวบ้าน อภิชาติเข้าไปด้านหลังใช้สันมือฟาดท้ายทอยสลบเหมือด แล้วตวัดปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม ย่องเข้าไปในตัวบ้านอย่างเงียบกริบ

อีกด้านหนึ่งในห้องคอมพิวเตอร์ หลังจากนายยูเว่ตรวจรายละเอียดเงินดอลลาร์ปลอมที่ทางโรงพิมพ์ส่งมาให้ดูทางดิจิตอลไฟล์จนพอใจ บอกให้สินชัยส่งเงินปลอมออกตลาดได้เลย สินชัยขอให้นายยูเว่ช่วยตรวจเงินที่เหลือด้วย แล้วหันไปสั่งเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์เรียกเงินไทยกับเงินสกุลอื่นๆขึ้นมาดู

นายยูเว่ตรวจแล้วยิ้มพอใจฝีมือการแกะแม่พิมพ์ของตัวเอง จังหวะนั้น มีเสียงเคาะประตูห้องดังขั้น พอสมุนเดินไปเปิดรับ อภิชาติจัดการอัดสมุนคว่ำ ปราดเข้ามาในห้อง กราดปืนไปรอบๆ

"ฮัลโหล...มิสเตอร์ ยูเว่"

นายยูเว่หันมาโวยวายใส่สินชัยทันที "ไหนท่านบอกว่าจะไม่มีใครหาผมเจอไง"

"ที่แท้นายคือยูเว่จริงๆ ขอบคุณที่คอนเฟิร์ม" อภิชาติยิ้ม จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง "ฉลาดมาก ส่งงานจากโรงพิมพ์ มาตรวจที่นี่จะได้ไม่มีใครหาโรงพิมพ์เจอ"

แทนที่สินชัยจะตกใจ กลับยิ้มพอใจที่เห็นอภิชาติมา เพราะเขามีแผนรับมือไว้แล้ว พลันสมุนหลายคนพรวดเข้ามาในห้องล้อมอภิชาติไว้ เล็งปืนใส่ สินชัยไม่ได้มีแผนล่อแค่อภิชาติคนเดียวเท่านั้น ฤทธิชัยก็ถูกเขาล่อให้ไปพบจุดจบเช่นกัน ป่านนี้คงอาจจะกำลังรออภิชาติอยู่ในนรกเรียบร้อยแล้ว

ooooooo

ฤทธิชัยกับดาวตามรอยเท้าเข้าไปในป่าลึก ดาวเริ่มผิดสังเกต รอยเท้าเหล่านี้ชัดเจนเกินไปราวกับจงใจทำ ทันใดนั้น เสียงสายลมร้องเตือนแว่วเข้ามา ดาวกราดสายตามองไปรอบๆอย่างรวดเร็วสีหน้าเคร่งเครียด

"ดาวจะไปดูทางโน้นหน่อยนะคะ"

ดาวค่อยๆเดินออกไปพอเห็นฤทธิชัยมัวแต่ก้มๆมองๆรอยเท้า เธอรีบดีดตัวหายไปอย่างว่องไว ฤทธิชัยนิ่วหน้าแปลกใจเมื่อเห็นรอยเท้าหายเข้าไปในพุ่มไม้หนา รีบตวัดปืนขึ้นมาถือไว้ในมือ พุ่งตัวข้ามพุ่มไม้ พอเท้าแตะพื้นต้องตกใจที่เห็นชาวบ้าน ห้าคนถูกมัดติดกับเสาเรียงหน้ากระดาน มีผ้าปิดปากแน่นหนา หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายถูกมัดไว้ตรงกลาง เสียงลินจงตะโกนก้อง

"ถ้าผู้กองขยับปืน...ก็เท่ากับว่าชาวบ้านตายหนึ่งคน"

ฤทธิชัยชูมือสองข้างขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ ชายในชุดดำสมุนนางเสือปลอมนับสิบๆคนกรูกันออกมาล้อมเขาไว้ ลินจงในชุดนางเสือเดินเข้ามายืนประจันหน้ากับผู้กองหนุ่ม เธอรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เจอเขาอีก

"เราเคยพบกันหรือครับ...ผมเคยพบกับนางเสือ แต่... ไม่ใช่คุณ" ฤทธิชัยยิ้มกวน

"ที่แท้คุณก็เคยพบกับนางเสือจริงๆ น่าเสียดายที่คุณบอกใครไม่ได้...ทุกอย่างจบลงที่นี่"

จังหวะนั้น มีสมุนคนหนึ่งเข้ามากระซิบกับลินจง แล้วถอยออกไป ลินจงหันมองฤทธิชัยยิ้มๆ

"คุณคงคิดไม่ถึงว่าคุณอภิชาติเพื่อนคุณก็เดินเข้าไปติดกับที่พวกเราวางไว้เช่นกัน...เพื่อนคุณกับคุณอยู่ห่างกันคนละโยชน์...แต่ก็สามารถตายพร้อมกันและพบกันอีกครั้งได้ในนรก"

ฤทธิชัยกวาดตามองไปรอบๆสีหน้าเคร่งเครียด "แต่ผม คิดว่าถ้าคุณขยับตัว คุณตายก่อนผม"

ลินจงหาว่าเขาลักไก่ เพราะไม่มีใครในรัศมีรอบๆจะรอดพ้นสายตาของพวกเธอไปได้ อยู่ๆฤทธิชัยได้ยินเสียงนางเสือ

"นายทึ่ม ลักไก่ได้เก่งนี่ อย่าเพิ่งหมอบไพ่ยอมแพ้เสียก่อนล่ะ"

ชายหนุ่มถึงกับยิ้มออก จ้องหน้าลินจงเขม็ง "ถ้าคุณไม่เชื่อก็ลองขยับตัวดู ผมรับรองว่าคุณเจอลูกปืนแน่ๆ คุณกับลูกน้องควรรีบถอยไปก่อนดีกว่า ก่อนที่จะถูกนางเสือจริงเล่นงาน"

ลินจงสีหน้าไม่สู้ดีนัก พยักพเยิดให้สมุนจัดการกับฤทธิชัย สมุนยังไม่ทันจะยกปืนด้วยซ้ำ กลับมีเสียงปืนดังขึ้นกึกก้อง สมุนกระเด็นหงายหลังจมกองเลือด พวกที่เหลือยืนแข็งทื่อไม่กล้าขยับ เสียงสายฟ้าคำรามดังก้องขึ้น พวกนั้นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ลินจงสั่งให้พวกสมุนยิงชาวบ้านทันทีถ้ามีเสียงปืนดังขึ้นอีก

ขาดคำของลินจง เสียงสายฟ้าคำรามดังขึ้นอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับมีดสั้นพุ่งใส่หน้าลินจง เธอไวทายาดสะบัดหน้าหลบ มีดพุ่งเลยไปปักเสาไม้เหนือหัวเด็กชายพอดี ลินจงหันหน้ากลับมาอีกที หน้ากากของเธอหลุดไปเรียบร้อย มีดเฉี่ยวข้างแก้มเลือดซิบๆ ฤทธิชัยมองอย่างตื่นตะลึง

"ที่แท้คุณนี่เอง...บอดี้การ์ดของนายสินชัย"

ดาวในคราบนางเสือส่งพลังจิตไปหาฤทธิชัยอีกครั้ง "นายทึ่ม จะยืนมองสาวจนถูกยิงหรือไง"

ฤทธิชัยได้สติตวัดมือไปด้านหลังหยิบปืนอีกกระบอกที่เหน็บเอวขึ้นมา ลินจงสั่งให้สมุนยิงพวกชาวบ้านทิ้ง ชาวบ้านถูกยิงดิ้นพราด แต่ก่อนที่เด็กน้อยจะโดนกระสุนปืน ฤทธิชัยดีดตัวบังไว้ทัน คว้ามีดที่ปักอยู่เหนือหัวเด็ก ตัดเชือกที่มัดไว้ คว้าเด็กน้อยพุ่งหลบหลังพุ่มไม้หนาทึบ พวกสมุนกราดกระสุนตาม ดาวซุ่มอยู่บนยอดไม้ดีดตัวลงมา สาดกระสุนใส่พวกคนร้ายตายไปหลายคน มีสายฟ้าช่วยเธอจัดการพวกนั้นอีกแรง

ลินจงเห็นท่าไม่ดี พุ่งตัวหนีไปอย่างรวดเร็ว สมุนที่เหลือเห็นนายหนี รีบเผ่นตามไม่คิดชีวิต เสียงสายลมร้องดังขึ้น ดาวเงยหน้าสัมผัสป่า รู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องร้ายกับฤทธิชัย รีบดีดตัวตามทิศทางที่เขาพาเด็กหนี ครู่ต่อมา ดาวตามฤทธิชัยมาถึงลานเล็กๆแห่งหนึ่ง สองหนุ่มสาวยืนประจันหน้ากัน

"เราพบกันอีกแล้ว...เด็กปลอดภัย...ขอบคุณ"

"ผู้กองแน่ใจหรือว่า ฉันเป็นนางเสือตัวจริง"

"ไม่มีใครเรียกผมตาทึ่ม นอกจากคุณ..." ฤทธิชัยพูดได้แค่นั้น ก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ดาวปรี่เข้าไปประคอง พบว่าเขาถูกยิงหลายนัด มีเลือดเต็มหลัง เขาหมดสติในอ้อมแขนของเธอ...

ooooooo

ขณะที่สมุนของสินชัยกำลังลากอภิชาติออกจากห้องคอมพิวเตอร์จะเอาไปยิงทิ้ง กลุ่มชายฉกรรจ์ ชาวจีนบุกเข้ามาในบ้านหลังนั้นพอดี เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่น อภิชาติอาศัยไหวพริบหนีเอาตัวรอดออกมาได้ สินชัยและนายยูเว่ที่อาศัยช่วงชุลมุนขึ้นรถตู้หนีไปได้เช่นกัน

อภิชาติรีบโทร.หาท่านรองฯก้องเกียรติทันที รายงานว่าเขากำลังจะไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปบ้านดอนเสือ ตามไปช่วยฤทธิชัยซึ่งถูกสินชัยวางแผนลอบฆ่า

"ผมจะสั่งหน่วยพิเศษเตรียมรถและทุกอย่างให้พร้อม รอคุณอยู่ที่โน่น" ท่านรองฯบอกเสียงเครียด

"ครับ...แล้วผมจะรีบรายงานให้ทราบครับท่าน" อภิชาติวางสาย รีบบึ่งไปที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์

ooooooo

ดาวเห็นฤทธิชัยอาการไม่สู้ดี รีบหลับตาทำสมาธิ วานสายลมช่วยไปตามไผ่กับจักจั่นมาที่นี่เร็วที่สุด สายลมหายวับแล้วไปปรากฏตัวเหนือค่ายอาสาฯ ส่งเสียงร้องลั่น ลุงเดชสัมผัสถึงเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับฤทธิชัยได้เช่นเดียวกับไผ่และจักจั่น รีบสั่งให้สองพี่น้องไปช่วยดาว

"เอาตัวผู้กองไปที่ค่ายโจรจะดีกว่า ขืนเอามาที่นี่หรือไปโรงพยาบาล พวกมันต้องตามมาเก็บผู้กองแน่ๆ...ลุงจะพาหนูจันจิราไปที่ค่าย เตรียมทุกอย่างให้พร้อม"

ทั้งคู่รับคำพากันโดดขึ้นรถจี๊ป ไผ่ขับทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว...

ด้านฤทธิชัยรู้สึกตัวอีกทีเห็นดาวนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ แปลกใจเพราะคิดว่าเธอถูกพวกคนร้ายจับตัวไป ดาวโกหกว่านางเสือมาช่วยเธอไว้แล้วพามาซ่อนตัวที่นี่ พอเสียงปืนสงบ เธอรีบตามไปแต่ไม่เจอใครเลยตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง ก็พบเขานอนสลบไสลไม่ได้สติ ทำไม่รู้ไม่ชี้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

"ที่แท้เราหลงกลพวกมัน ทุกอย่างเป็นกับดักทั้งสิ้น"

ดาวขอโทษที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ฤทธิชัย ไม่โทษเธอ กลับเห็นเป็นเรื่องสนุก นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เจอผู้ร้ายฉลาดๆ ดาวประคองให้เขาลุกขึ้น พากันไปจากตรงนั้นก่อนที่พวกคนร้ายจะย้อนกลับมา...

ลินจงรวบรวมกำลังคนออกตามล่าฤทธิชัยจนทัน แต่ ดาวสัมผัสภัยที่จะมาถึงได้เสียก่อน   รีบประคองผู้กองหนุ่มไปซ่อนหลังพุ่มไม้หนารอดคมกระสุนปืนไปได้อย่างหวุดหวิด ดาวยิงโต้กลับไปถูกคนร้ายตายไปหลายคน  พวกนั้นกระจายกำลังเข้าล้อมทั้งคู่ไว้ทุกด้าน  หนึ่งในพวกคนร้ายคว้าพลุขึ้นมาจุดกำลังจะจ่อหญ้าแห้งสายฟ้ากระโจนเข้าหาเสียก่อน คนร้ายตกใจพลุตกใส่ตัวเองไฟลุกท่วม   พวกสมุนต่างตะลึงทำอะไรไม่ถูก

"พวกเราที่เหลือรออะไรอยู่ เผาพวกมัน" ลินจงตะโกนลั่น

สมุนได้สติจุดพลุอีกแท่งหมายจะขว้างใส่ ดาวกราดยิงสกัดไว้ได้อีก พวกนั้นยังดาหน้าเข้าหา ฤทธิชัยพอมีแรงลุกขึ้นมาช่วยดาวยิงต่อสู้ พวกคนร้ายจุดไฟจนติด ไฟเริ่มลุกท่วมป่า ดาวเห็นท่าไม่ดีพาฤทธิชัยถอย ระหว่างนั้น จักจั่นกับไผ่ตามมาทัน ช่วยกันยิงสกัดพวกนั้นไว้

"พี่ดาวไปก่อนเลย ไม่ต้องรอ...ลุงเดชกับจันจิราอยู่ที่ค่ายพ่อแสงแล้ว"

ดาวพยักหน้ารับรู้ ประคองฤทธิชัยออกไป ลินจงเห็นฤทธิชัยจะหนี สั่งให้สมุนลุย ดาวใช้พลังพิเศษพาผู้กองหนุ่มหนีออกไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงรถจี๊ปของไผ่

"ผมคิดไม่ถึงว่าคุณจะแข็งแรงขนาดนี้ ผมตัวปลิวเท้าไม่แตะพื้นดินเลย"

"คงตื่นเต้นน่ะค่ะ...ไม่เคยเห็นคนยกตุ่มหนีไฟหรือคะ" ดาวยิ้ม โดดประจำที่นั่งคนขับ เร่งเคลื่อนออกไป

ooooooo

ด้านจักจั่นกับไผ่ยิงต่อสู้กับพวกนางเสือปลอมอย่างดุเดือด ไผ่เห็นไฟลุกลามมากขึ้น รีบหลับตาทำสมาธิ อึดใจ สายลมปรากฏตัวขึ้น บินวนเหนือบริเวณไฟไหม้ เกิดอัศจรรย์ลมพัดแรงพัดไฟลูกใหญ่พุ่งเข้าใส่ คนร้ายพากันแตกตื่นหนีตาย ท้องฟ้าเริ่มปั่นป่วน ฟ้าแลบแปลบๆฝนเทกระหน่ำลงมาตรงบริเวณไฟไหม้

แต่ในขณะเดียวกัน ลมยังคงหอบลูกไฟพัดใส่พวกมัน ลินจงถึงกับหน้าซีด รีบเผ่นหนีลูกไฟที่พุ่งใส่ เฉี่ยวไปอย่างน่าหวาดเสียว แต่สุดท้ายเธอก็หนีไปได้ สักพักไผ่ดับไฟได้หมด พอควันจาง พบว่าพวกคนร้ายตายเป็นผีเฝ้าป่าเกลื่อน จักจั่นกับไผ่มองศพพวกนั้นด้วยสีหน้านิ่งเฉย ก่อนจะตามไปสมทบกับดาวที่ค่ายโจร...

ไม่นานนัก ดาวพาฤทธิชัยมาถึงค่ายโจรชั่วคราวกลางป่า ลุงเดชกับจันจิรารออยู่แล้ว ลุงเดชสั่งให้สมาชิกโจรพาร่างอ่อนแรงของฤทธิชัยไปไว้ที่กระท่อมหลังหนึ่ง มีจันจิราตามไปดูแลทำแผลให้...

ในเวลาต่อมา อภิชาติพร้อมกับขบวนรถของเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษที่ท่านรองฯก้องเกียรติเตรียมไว้ให้มาถึงหน้าค่ายอาสาฯ ทั้งไผ่และจักจั่นไม่อยู่ อยู่แต่ป้าเนียนกับชาวค่ายอาสาฯที่คอยดูแลเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ อภิชาติต้องการคนนำทางเพื่อตามหาฤทธิชัย บังเอิญลุงหงวนแวะมาที่นั่นพอดี อาสาจะนำทางให้

"ตาหงวน แกแน่ใจหรือ แกไปแล้วใครจะดูแลเมียแก" ป้าเนียนทักท้วง

ลุงหงวนไม่มีห่วงอะไรอีกแล้วเมียของเขาตายแล้ว ศพก็เอากลับไปเผาที่บ้านเกิดเรียบร้อย เขาเคยเป็นชาวค่ายอาสาฯมาก่อน ชำนาญทางในป่ายินดีนำทางให้อภิชาติกับพวกเจ้าหน้าที่

ooooooo

ดาวตัดสินใจจะปิดเรื่องที่ฤทธิชัยยังไม่ตายไม่ให้ใครล่วงรู้   เพื่อกันไม่ให้พวกสินชัยออกตามล่าเขาอีกยกเว้นอภิชาติเพียงคนเดียว   เพราะเธอเชื่อว่าเขาสามารถเล่นละครตบตาพวกคนร้ายได้ เพื่อความ ไม่ประมาทลุงเดชจะจัดคนคอยเฝ้าระวังที่ค่ายโจรแห่งนี้อย่างเข้มงวด ไผ่เสนอขึ้นว่า

"ผมว่าในขณะที่รอให้ผู้กองอาการดีขึ้น เราควรจะออกลุยปิดบ่อน สกัดงานของพวกมันเพื่อให้พวกมันสับสน ยุ่งกับพวกเราจนไม่มีเวลามาตามล่าหรือค้นหาผู้กอง"

ดาว จักจั่นกับลุงเดชเห็นดีด้วย จังหวะนั้น สมาชิกโจรเข้ามารายงานลุงเดชว่า อภิชาติกับเจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษกำลังเดินทางผ่านแนวป่าเข้ามา ลุงเดชอยากให้จักจั่นกับดาวออกไปพบอภิชาติก่อนที่จะเข้ามาใกล้ที่ตั้งค่าย ดาวกับจักจั่นรับคำรีบดีดตัวออกไปทันที

"ไผ่...กลับค่ายอาสาฯกับลุง ลุงจะไปเยี่ยมพวกสมาชิกโจรเสียหน่อย  หลังจากนั้น  ไผ่ก็อยู่ที่ค่ายคอยระวังพวกมัน"  ลุงเดชว่าแล้วเดินนำไผ่ไปยังรถจี๊ปที่จอดอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...

ooooooo

เมื่อลุงเดชกับไผ่มาถึงค่ายอาสาฯ สมาชิกโจรในคราบชาวบ้านต่างเข้ามาทักทาย ลุงเดชสั่งการให้สมาชิกโจรวางกำลังโดยรอบค่ายเฝ้าระวังพวกคนร้ายจะย้อนกลับมาทำร้ายพวกเจ้าหน้าที่  นายไชยกับสมุนแอบซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่หน้าค่าย เห็นเหตุการณ์โดยตลอด

"พวกเอ็งมีใครรู้บ้างว่าไอ้แก่นั่นเป็นใคร"

"ไม่รู้...แต่เคยเห็นมันมากับเด็กๆ เล่นงานพวกเราเสียหมอบ"

นายไชยอยู่ห่างลุงเดชพอสมควรจึงเห็นหน้าไม่ถนัด จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร...

ooooooo

ขณะที่ขบวนรถของอภิชาติแล่นมาตามทางคดเคี้ยวในป่า  ดาวกับจักจั่นมาดักรออยู่  อภิชาติรีบลงจากรถไปพูดคุยกับสองสาวครู่หนึ่ง จึงเดินกลับมาที่รถ บอกให้ ลุงหงวนกับพวกเจ้าหน้าที่กลับไปก่อนเขา  ดาว  และจักจั่นจะออกตามหาผู้กองฤทธิชัยกันเอง  ก่อนกลับเจ้าหน้าที่ทิ้งรถจี๊ปให้อภิชาติไว้ใช้หนึ่งคัน

ไม่นานนัก ดาวกับจักจั่นพาอภิชาติมาพบฤทธิชัยซึ่งยังคงนอนสลบไสลไม่ได้สติ อภิชาติเห็นอาการบาดเจ็บสาหัสของเพื่อนรักแล้วทนดูไม่ได้ รีบผละออกมา จักจั่นตามมาเกาะแขนเป็นเชิงปลอบใจ

"พี่ดาวบอกว่าเพราะผู้กองเอาตัวบังเพื่อช่วยเด็ก แต่พวกมันสาหัสกว่าผู้กองหลายเท่า"

"แต่ผมว่าผู้กองไม่เป็นอะไรหรอก...มันแค่สำออยอยากอยู่ใกล้คุณดาวเท่านั้นเอง"

อภิชาติพยายามพูดติดตลกเพื่อกลบเกลื่อนความไม่สบายใจ จักจั่นมองอภิชาติอย่างเข้าใจความรู้สึก

ooooooo

สินชัยฟังกำจรรายงานข่าวคำแถลงการณ์ของอภิชาติเกี่ยวกับการหายสาบสูญของผู้กองฤทธิชัยทางทีวีอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ตราบใดที่ไม่เห็นศพ เขาไม่มีวันเชื่อว่าฤทธิชัยตาย สั่งให้ลินจงส่งคนออกไปตามล่าฤทธิชัยให้เจอแล้วฆ่าทิ้งเสีย ส่วนเรื่องเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ให้จัดการต่อไป พวกเรากำลังได้เปรียบ
"แต่เราสูญเสียกำลังไปมาก..." ลินจงทักท้วง

"หาเพิ่ม...ผมไม่สนใจว่าจะต้องเสียเท่าไหร่ เรามีทุนสนับสนุนจากนอกประเทศ รีบไปจัดการด่วนที่สุด"

ลินจงรับคำสั่งแล้วรีบไปปฏิบัติ สินชัยคว้ามือถือกดหากำจรทันที เขาต้องการสอบถามข่าวว่าข่าวฤทธิชัยจริงเท็จแค่ไหน กำจรรับรองว่าจริงเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่คนอย่างเขาไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เขาต้องไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเองที่บ้านดอนเสือ    สินชัยอยากสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้ของกำจร แต่เขาไม่ต้องการ ขอตัวแล้ววางสายดื้อๆ สินชัยถือหูค้างอย่างอารมณ์เสีย...

ooooooo

เพื่อให้แผนที่วางไว้สมบูรณ์ อภิชาติจำต้องกลับกรุงเทพฯ จะได้ไม่เป็นที่สงสัยของใครต่อใคร และอีกอย่างหนึ่ง เขาต้องตามรอยนายยูเว่ หาทางทำลายแหล่ง ผลิตเงินปลอมของสินชัยให้ได้ ดาวกับจักจั่นจะอยู่ คุ้มครองฤทธิชัยทางนี้เอง อภิชาติไม่ต้องเป็นห่วง

ระหว่างนั้น คุณหญิงรัตนาได้ยินรายงานข่าวที่อภิชาติออกแถลงการณ์เรื่องที่ฤทธิชัยหายสาบสูญกลางป่ารีบโทร.มาถามความคืบหน้าจากอภิชาติ

"ผมเชื่อว่านายชัยคงไม่เป็นอะไร หมอนี่มันหนังเหนียวครับ...ถ้าได้เรื่องแล้วผมจะรีบรายงานคุณอาหญิงทันทีเลยครับ" อภิชาติวางสายพลางถอนหายใจเฮือก ไม่อยากโกหกคุณอาหญิงแต่ต้องทำ แล้วขอตัวกลับ โดดขึ้นรถจี๊ปขับออกไป สองสาวมองตามจนลับสายตา...

ขณะเดียวกัน นายไชยโทร.รายงานสินชัยเรื่องที่หลานสาวสองคนของป้าเนียนกับเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งเข้าไปช่วยพวกเจ้าหน้าที่ออกจากจุดปะทะกับพวกนางเสือปลอม เขาส่งคนไปดูที่นั่น พบว่าพวกนางเสือของสินชัยตายนับสิบๆคน พวกสมุนของนายไชยฝังกลบศพกันแทบไม่ทัน

"ไอ้ไชย เอ็งลองไปสืบสาวดูสิว่า ไอ้เด็กพวกนั้นมันเป็นใครมาจากไหนกันแน่ เอาคนไปถล่มค่ายอาสาฯ ทดสอบดูให้เห็นชัดๆว่ามีใครอยู่เบื้องหลังไอ้เด็กพวกนี้หรือเปล่า...อย่าให้ พลาด...ตอนนี้เรากำลังคุมเกมได้ทั้งหมด...เจ้าหน้าที่ตามล่านางเสือ ไอ้ผู้กองสาบสูญ...เอ็งจะปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืนมาขวางทางข้าไม่ได้"

"ผมจะจัดการให้เรียบร้อยครับเสี่ย ผมพอจะรู้ว่าจะสาวเรื่องได้จากไหน"

นายไชยยิ้มเหี้ยม วางสายแล้วหันไปสั่งเหล่าสมุนเตรียมคนให้พร้อม...

ooooooo

ที่ค่ายอาสาฯ ป้าเนียนขาดยารักษาคนไข้ จึงวานไผ่ช่วยขับรถไปเอายาที่โรงพยาบาลบ้านดอนเสือมาให้ เพื่อความปลอดภัยไผ่จะไปเอายาให้หลังจากพาป้าเนียนไปส่งบ้านแล้วเท่านั้น ป้าเนียนทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะคนไข้รอรับยาอยู่ ไผ่กวาดสายตาไปรอบๆค่ายไม่เห็นพวกคนร้ายแถวนั้น

"ไปเดี๋ยวเดียว คงไม่เป็นไรหรอก ป้ายังไม่เห็นพวกมันเลย" ป้าเนียนคะยั้นคะยอ

ไผ่ถอนใจ ไม่ค่อยสบายใจนักที่ต้องทิ้งป้าเนียนไว้ แต่ทนเสียงรบเร้าไม่ไหว รีบคว้าใบสั่งยาจากป้าเนียนโดดขึ้นรถจี๊ปขับออกไปอย่างรีบร้อน ป้าเนียนกราดสายตามองรอบค่ายอีกครั้ง ก่อนจะกลับเข้าไปข้างใน อึดใจเดียวได้ยินเสียงนายไชย ตะโกนไล่คนไข้ทุกคนออกไปให้หมด คนไหนชักช้าจะโดนผลักอย่างไม่ปรานีปราศรัย  ป้าเนียนไม่พอใจ  ตรงเข้ามาจะตบหน้านายไชย แต่เขาคว้ามือเธอไว้ แล้วเหวี่ยงไปที่เก้าอี้

"บอกฉันมาป้าเนียน ไอ้เด็กสามคนนั่นเป็นใคร"

"หลานของญาติฉัน...ทำไม แกยุ่งอะไรด้วย" ป้าเนียนว่าแล้วลุกหนี

นายไชยคว้าแขนไว้ ป้าเนียนสะบัดมือออกแล้วตบเปรี้ยง คราวนี้เข้าเต็มๆจนหน้าหัน นายไชยโกรธผลักป้าเนียนไปชนตู้เก็บของ กล่องกระดาษที่วางอยู่บนหลังตู้หล่นโครม ข้าวของที่อยู่ในกล่องรวมทั้งรูปถ่ายรูปหนึ่งในกรอบกระจกตกพื้นกระจัด กระจาย ป้าเนียนตกใจจะเข้าไปเก็บรูปถ่าย

แต่นายไชยรู้ทัน ดึงตัวเธอไว้ แล้วพยักพเยิดให้สมุนหยิบรูปใบนั้นส่งให้ ป้าเนียนฮึดฮัดจะเข้าแย่งถูกสมุนล็อกตัวไว้ นายไชยเอารูปถ่ายมาดูเห็นเป็นภาพหมู่ของท่านอิทธิกับกลุ่มชาวค่ายอาสาฯเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ในรูปมีลุงเดชยืนอยู่ข้างๆท่านอิทธิ

นายไชยจ้องตาไม่กะพริบ พึมพำกับตัวเอง "ที่แท้ไอ้แก่ นี่รู้จักไอ้อิทธิ" เขาจำลุงเดชไม่ได้ ยัดรูปในมือให้ป้าเนียนดู "ไอ้แก่ที่อยู่กับไอ้อิทธิเป็นใคร"

"ก็...แค่ชาวบ้านอาสาฯเหมือนคนอื่น" ป้าเนียนโกหกหน้าตาย

"ปากแข็งนักหรือ" นายไชยขยับจะเข้าไปเอาเรื่องป้าเนียน แต่มีเสียงดังขึ้นด้านหลังขัดจังหวะเสียก่อน

"ปากแข็งดีกว่าพูดไม่ได้ไปตลอดชีวิต"

นายไชยกับพวกหันขวับไปมองตามเสียง เห็นไผ่ยืนหน้าเหี้ยมอยู่ที่ประตูห้อง ในมืออุ้มกล่องใส่ยาขนาดกลางกล่องหนึ่งที่เพิ่งเบิกมา สมุนปรี่เข้าหา ไผ่โยนกล่องยาให้ สมุนดันเผลอรับไว้ ไผ่ได้ทีชกเปรี้ยงเข้าเต็มหน้า กล่องยาลอยขึ้นแต่ตัวสมุนกระเด็นไปชนข้าวของแตกกระจาย ไผ่รับกล่องยาถือไว้เหมือนเดิม

สมุนอีกคนหนึ่งขยับจะลุย แต่นายไชยยกมือห้ามไว้ สั่งสมุนกลับ ไผ่วางกล่องยาลงบนโต๊ะ ปราดเข้ามาดูป้าเนียน พอเห็นไม่เป็นอะไร รีบขอตัวออกไปดูพวกนายไชย ป้าเนียนปราดเข้าไปเก็บรูปใส่กล่องไว้อย่างเดิมด้วยสีหน้าไม่สบายใจอย่างมาก

ที่ค่ายโจรกลางป่า ฤทธิชัยค่อยๆลืมตาขึ้นมองไปรอบๆตัว เห็นดาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง ขยับตัวจะลุกขึ้น หญิงสาวเอามือแตะอกเขาไว้ไม่ให้ลุก ฤทธิชัยนอนลงอย่างเดิม คว้ามือดาวมากุมไว้ ดีใจที่เห็นเธอปลอดภัย ดาวก็ดีใจที่เขาปลอดภัยเช่นกัน ทั้งสองคนมองสบตากันอย่างลึกซึ้ง ฤทธิชัยนึกอะไรขึ้นมาได้

"นางเสือ...เป็นตัวปลอม...ผมต้องแจ้งให้...ทางการทราบ" ฤทธิชัยพูดอย่างอ่อนแรงเต็มที

ดาวทักท้วงว่าถ้าเขาไม่มีหลักฐานมายืนยันแล้วใครจะเชื่อ อีกอย่างหนึ่ง เขารู้ได้อย่างไรว่าเป็นนางเสือปลอมในเมื่อนางเสือจริงเขาก็ไม่รู้จัก ฤทธิชัยอ้าปากจะพูดบางอย่างแต่หมดสติไปก่อน

"และผู้กองก็ไม่มีทางได้รู้จักตัวจริงหรอกค่ะ" ดาวพึมพำสีหน้าเศร้า จังหวะนั้น จันจิราเดินเข้ามาในห้องพอดี ดาวหันไปบอกด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่าฤทธิชัยสลบไปอีกแล้ว จันจิรายิ้ม

"อ๋อ...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ จันให้ยานอนหลับไว้จะได้พักผ่อนมากๆ...รวมๆแล้วผู้กองพ้นอันตรายแล้วค่ะ แต่ ร่างกายยังอ่อนแออยู่เท่านั้นเอง"

ดาวถอนใจโล่งอก "...นี่ถ้าไม่ได้น้องจัน คงแย่เลย น้องจันเก่งมากจ้ะ"

"พี่ดาวไม่ต้องห่วงผู้กองนะคะ จันจะดูแลอย่างสุดความสามารถ"

"ขอบใจจ้ะ" ดาวยิ้มให้จันจิราแล้วหันมองฤทธิชัยที่ นอนหลับสนิทด้วยสายตาเป็นประกายวาววับ...

คืนวันเดียวกัน ดาวตัดสินใจจะออกลุยกับพวกนางเสือปลอมในแบบเปิดเผย ไม่ต้องอยู่ในคราบนางเสืออีกต่อไป จักจั่นถามเพื่อความแน่ใจว่าเราจะลุยกันเองเลยหรือ ดาวพยักหน้าแทนคำตอบ

"ในเมื่อฤทธิชัยยังไม่สามารถจะนำเจ้าหน้าที่ออกล่าพวกมันตามแผนที่เราวางไว้...เราก็จะล่าพวกมันเอง ปล่อยไว้ ไม่ได้"

"เย้...ใช่เลย ไม่อย่างนั้นพวกมันจะย่ามใจ" จักจั่นคันไม้คันมืออยากลุยกับพวกคนร้ายเต็มที ระหว่างนั้น มีเสียงสายฟ้าคำรามก้องไปทั้งป่าตามมาด้วยเสียงร้องของสายลม สองสาวเหลียวมองหน้ากัน

"พวกมันย่ามใจจริงๆ มันเริ่มเคลื่อนไหวกันอีกแล้วพี่ดาว"

ดาวพยักหน้าดีดตัวไปตามเสียงร้องคำรามของสายฟ้า จักจั่นพุ่งตามไปติดๆ...

ในเวลาเดียวกัน สมุนของสินชัยออกฉุดคร่าหญิงสาวมาเต็มรถตู้ เตรียมส่งขายกรุงเทพฯอีกครั้ง โดยล่าเหยื่อรายสุดท้ายมาไกลถึงกระท่อมกลางป่าของสองผัวเมียคู่หนึ่ง บังคับให้ขายลูกสาวให้ พ่อของเด็กสาวไม่ยอม พวกสมุนลงมือซ้อม โยนเศษเงินทิ้งไว้ให้ พร้อมกับขู่ว่าถ้าเรื่องมากนักจะอดได้เงิน สองผัวเมียกลัวลนลาน มีเสียงคำรามก้องของสายฟ้าดังฝ่าความเงียบยามคํ่าคืน พวกสมุนถึงกับชะงัก

"นาง...เสือ"

"เฮ้ย...ปอดไปได้...ของพวกเราเอง" ลูกพี่ตวาดลั่น มีเสียงเสือคำรามดังขึ้นอีก สมุนเหลียวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ละล่ำละลักบอกลูกพี่ว่านางเสือของเราไม่มีเสือคำราม ลูกพี่ชักใจไม่ดี แต่ยังฝืนพูดเสียงแข็ง

"พวกมันอาจจะใช้เสียงเอฟเฟกต์ก็ได้"

ลูกพี่พูดยังไม่ทันขาดคำ ร่างของเขาก็ลอยขึ้นเหนือพื้น มือสองข้างจับที่คอตัวเองดิ้นรนไปมาราวกับถูกใครบีบคอ พวกสมุนหน้าตื่น ตาเหลือกกราดปืนในมือไปรอบๆบริเวณ ขณะที่บนยอดไม้ใกล้ๆ ดาวยื่นแขนสองข้างไปข้างหน้าใช้พลังพิเศษบีบคอลูกพี่ไว้ แล้วเหวี่ยงร่างของเขากระแทกต้นไม้ที่ห่างไปหลายเมตรสลบเหมือด

พวกสมุนกลัวมากยิงกราดมั่วไปหมด เสียงสายฟ้าขู่คำรามขึ้นอีกครั้ง คราวนี้พวกสมุนต่างเผ่นหนีกันไปคนละทิศละทาง ดาวกับจักจั่นพุ่งตัวลงจากยอดไม้มายืนตรงหน้า สองผัวเมียยกมือไหว้ขอบใจสองสาว

"ลุงช่วยจัดการเอาพวกผู้หญิงที่อยู่ในรถตู้ไปที่สถานีตำรวจด้วยนะ" ดาวว่าแล้วทิ้งเงินปึกใหญ่ให้สองผัวเมียเอาไปแบ่งให้ทุกคนเท่าๆกัน

ooooooo

รุ่งเช้า ดาวกับจักจั่นในชุดรัดกุมไม่ใช่ชุดนางเสือแอบซุ่มอยู่บนยอดไม้ เห็นรถตู้ขนเงินปลอมของสินชัยสามคันวิ่งมาตามเส้นทางคดเคี้ยวกลางป่าลึก จักจั่นถามดาวว่าจะเอาอย่างไรดี

"ในฐานะชาวค่ายอาสาฯ เราจะสกัดจับมัน ในไม่ช้ามันต้องส่งนางเสือปลอมออกมาจัดการกับเรา"

"เยส" จักจั่นชูกำปั้นอย่างสะใจ

"พี่จะไปดักหน้ามัน...จักจั่นไปบอกลุงเดชให้นำคนไปสมทบเร็วที่สุด...เราจะใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง ซุ่มโจมตีพวกมัน"

จักจั่นพยักหน้ารับคำ ดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้หนาทึบ บ่ายหน้าไปยังค่ายโจรชั่วคราว ดาวยิ้ม ดีดตัวไปดักหน้าเส้นทางที่รถตู้ขนเงินจะวิ่งผ่าน ไม่นานนัก หญิงสาวก็มายืนขวางทางรถตู้ ขนเงิน คนขับรถตู้คันหน้ากระแทกเบรกดังเอี๊ยด อีกสองคันที่ตามมาเบรกกันตัวโก่ง พวกสมุนในรถตู้กรูกันออกมาล้อมเธอไว้

"อยากตายหรืออย่างไร" สมุนคนหนึ่งตะโกนลั่น

ดาวยิ้มเหี้ยม "ขนของในรถลงมาให้หมด แล้วไปเสีย"

พวกนั้นต่างมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะก๊ากราวกับสิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องตลก แล้วพากันเล็งปืนใส่ หญิงสาวชี้มือไปยังแนวป่าริมทางทั้งสองด้าน พวกนั้นมองตามมือ ถึงกับตะลึงเห็นสมาชิกโจรซึ่งมีผ้าดำคาดหน้าปิดบังใบหน้าที่แท้จริงนับสิบๆคน ยืนเรียงหน้ากระดานส่องปืนมาทางที่พวกนั้นยืนอยู่

และสิ่งที่ทำให้พวกนั้นหน้าซีดยิ่งกว่าไก่ต้มก็คือจักจั่นถือปืนยิงจรวดอาร์พีจีเล็งมายังรถตู้ขนเงิน คนร้ายกลัวลนลานรีบยกลังใส่เงินปลอมออกจากรถตู้ แล้วเผ่นแน่บกลับไปแทบไม่ทัน สมาชิกโจรต่างส่งเสียงเฮลั่นด้วยความสะใจ ลุงเดชเพิ่งสังเกตเห็นดาวไม่ได้สวมชุดนางเสือรีบเดินเข้ามาหา

"หนูดาวคิดถูกแล้วหรือที่เปิดตัวออกไปแบบนี้"

"ดาวว่าเรื่องมันใกล้จะถึงบทสุดท้ายแล้วค่ะ มีวิธีนี้ วิธีเดียวที่จะปิดฉากทุกอย่างลง ดาวเบื่อเล่นซ่อนหากับพวกมันแล้ว" ดาวสีหน้าจริงจัง

"จักจั่นเห็นด้วย"

ตอนที่ 12

ครู่ต่อมา คุณหญิงรัตนาเข้ามาในห้องพักฟื้นของดาว ตามด้วยฤทธิชัย อภิชาติ และจักจั่นปิดท้าย คุณหญิงรัตนาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่เข้าไปกอดดาวไว้ ทั้งสองอยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน ความรู้สึกผูกพันเกิดขึ้นอย่างประหลาดเกินกว่าใครจะเข้าใจ ฤทธิชัยกับอภิชาติต่างมองสบตากัน ความคิดที่ว่าดาวน่าจะเป็นคนคนเดียวกับหนูพฤกษามีมากขึ้นทุกที คุณหญิงรัตนากับดาวคลายอ้อมกอดออกจากกัน

"ดาวดีใจที่คุณอาหญิงไม่เป็นอะไร"

"อาก็ดีใจที่หนูดาวไม่เป็นอะไร"

ทั้งสองต่างยิ้มขำที่ตนเองพูดแบบเดียวกัน คุณหญิงรัตนาถอยออกมายืนกับจักจั่น หลีกทางให้ฤทธิชัยเข้าไปหาหญิงคนรัก เขากุมมือเธอไว้อย่างห่วงใย พลางมองสำรวจที่ไหล่กับสีข้างจุดที่เธอถูกยิง

"ผมคงตกใจจนตาฝาดเห็นว่าคุณบาดเจ็บทั้งๆที่คุณไม่ได้เป็นอะไร"

"คงเป็นเพราะว่าผู้กองเป็นห่วง ดาวเลยไม่เป็นอะไรมากกว่า" ดาวยิ้ม วางมือทาบบนมือฤทธิชัย มองเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง ฤทธิชัยเลยได้แต่ยิ้มเก็บความสงสัยไว้ในใจ ทั้งสองคนสบตากันนิ่ง ปล่อยให้หัวใจคุยกัน

ooooooo

เพื่อความปลอดภัยของคุณหญิงรัตนา ฤทธิชัยตัดสินใจชวนท่านกลับกรุงเทพฯในวันรุ่งขึ้น ถ้าคุณหญิงรัตนาอยู่กรุงเทพฯ สินชัยคงไม่กล้าทำอะไร เกรงบารมีท่านรองฯก้องเกียรติ

"ก็ได้จ้ะ เพื่อความสบายใจของทุกคน แต่หนูดาวต้องสัญญาว่าจะส่งข่าวให้อาทราบตลอดเวลา"

ดาวรับคำ ประคองคุณหญิงรัตนาขึ้นรถตู้ของท่าน ฤทธิชัยกับอภิชาติร่ำลาสองสาวแล้วเดินไปขึ้นรถของฤทธิชัย รถของคุณหญิงรัตนาค่อยๆเคลื่อนออกไป ตามติดด้วยรถของฤทธิชัย...

หลังเกิดเหตุซุ่มโจมตีเมื่อวาน ลุงเดชสั่งเพิ่มกำลังสมาชิกโจรให้มาคอยสอดส่องดูแลค่ายอาสาฯ และกำชับไผ่คอยประกบป้าเนียนกับจันจิราไว้ให้ดี สิงชัยเริ่มส่งคนมารังควานพวกที่เกี่ยวข้องกับค่ายอาสาฯ ต่อจากนี้ไปทุกคนต้องระวังตัวมากขึ้น ดาว จักจั่น และไผ่ต่างพยักหน้ารับคำ ดาวขอคุยกับลุงเดชตามลำพัง

ทั้งสองคนพากันออกเดินไปเรื่อยๆ ดาวเล่าเรื่องที่เธอเห็นท่านอิทธิที่ห้วยเสือข้าม ก่อนจะถูกพวกคนร้ายซุ่มโจมตีให้ลุงเดชฟัง ลุงเดชตื่นเต้นแต่พยายามซ่อนความรู้สึก ทำหน้าเฉยๆเหมือนไม่สนใจ

"ดาวเห็นสายฟ้าออกมาเตือน ที่เนินเขา พอหันมาทางคุณอาหญิงกลับเห็นเป็นท่านอิทธิแวบหนึ่ง"

"ท่านคงมาเตือน  เพราะดาวเปิดค่ายของท่านใหม่อีกครั้ง หรือไม่ก็มาเพราะคุณหญิงรัตนา"

"ที่แปลกกว่านั่นก็คือ คุณอาหญิงบอกว่าเหมือนเคยเห็นสายฟ้ามาก่อนตอนที่ลูกสาวท่านยังเป็นเด็ก"

ลุงเดชฝืนยิ้ม พูดกลบเกลื่อนว่าเสือเหมือนกันหมดทุกตัว คุณหญิงรัตนาคงคิดมากไปเอง ดาวเห็นลุงเดชไม่ตื่นเต้นอะไรด้วยเลยไม่คุยต่อ ขอตัวกลับไปหาจักจั่นกับไผ่ ลุงเดชแหงนหน้ามองฟ้า

"ผมปล่อยให้ท่านจัดการทุกอย่างเองก็แล้วกัน"

พลันมีลมพัดวูบใบไม้ปลิวว่อน ราวกับท่านอิทธิรับรู้...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ออฟฟิศหรูกลางกรุงของสินชัย สมุนคนสนิทโทรศัพท์มาแจ้งสินชัยว่า รถตู้ขนเงินกำลังเดินทางไปยังจุดหมายกลางป่าบ้านดอนเสือแล้ว

"ดีมาก...อย่าให้ผิดพลาด" สินชัยวางสายอย่างอารมณ์ดี

ทันใดนั้น บอดี้การ์ดคนหนึ่งของสินชัยลอยมากองหน้าโต๊ะทำงาน พริบตาเดียว บอดี้การ์ดอีกคนปลิวมากองข้างๆกัน สินชัยขยับจะลุกแต่ฤทธิชัยกับอภิชาติปราดเข้ามาถึงตัวเสียก่อน

"สวัสดีครับผู้กอง มาหาผมถึงนี่ จับนางเสือได้หรือยังครับ" สินชัยไม่วายกวนประสาท

"คุณข้ามเส้นมากไปแล้วคุณสินชัย" ฤทธิชัยจ้องหน้าสินชัยท่าทางเอาเรื่อง

พวกสมุนของสินชัยพรวดเข้ามา เล็งปืนมาที่คู่เพื่อนซี้ อภิชาติไวทายาด ตวัดปืนจ่อหัวสินชัยไว้ขู่ว่าถ้าใครขยับเขายิงสินชัยก่อน สินชัยโบกมือให้สมุนทั้งหมดออกไป แล้วตีหน้าตายไม่รู้เรื่องที่ฤทธิชัยพูด

"เป็นเรื่องระหว่างคุณกับผม คนอื่นไม่เกี่ยว...อย่าให้เกิดขึ้นอีก"

"อ๋อ...เรื่องนางเสือปล้นรถคุณหญิงรัตนา...ผมไม่เกี่ยว" สินชัยปฏิเสธหน้าด้านๆ

ฤทธิชัยเหลืออด ชักปืนยิงใส่โต๊ะทำงานใกล้ตัวสินชัยกระจุย เจ้าพ่อใหญ่ถึงกับตัวแข็งทื่อไม่กล้ากระดิก พวกสมุนพรวดพราดเข้ามาอีก สินชัยพยักพเยิดให้พวกนั้นอยู่เฉยๆ

"อย่าให้เกิดขึ้นอีก" ฤทธิชัยย้ำอีกครั้ง ก่อนจะเดินฝ่าพวกสมุนออกไป อภิชาติแสยะยิ้มแล้วเดินตาม สินชัยได้แต่มองตาม ยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หาย

ooooooo

ขบวนรถเจ้าหน้าที่ป่าไม้แล่นมาถึงห้วยเสือข้ามถูกลินจงในคราบนางเสือปลอมกับพวกซุ่มโจมตี เจ้าหน้าที่ทั้งหมดถูกฆ่าตายอย่างทารุณ หลังจากได้รับรายงานเรื่องนี้ ท่านรองฯก้องเกียรติเรียกตัวฤทธิชัยเข้าพบ

"นางเสือฆ่าเจ้าหน้าที่อย่างเลือดเย็น ผู้ใหญ่ต้องการให้คุณลงไปประจำที่บ้านดอนเสือจนกว่าคุณจะได้ตัวนางเสือ... ผมพยายามจะส่งกำลังลงไปเสริม...ระวังตัวด้วย"

ฤทธิชัยทำความเคารพ รีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที...

นายทอมมาพบสินชัยที่ออฟฟิศโดยไม่ได้นัดล่วงหน้า แล้วคุยธุระด่วนกับเขาทันที   "เรื่องที่บ้านดอนเสือกำลังบานปลาย นายใหญ่กลัวว่าแผนครองพื้นที่บ้านดอนเสืออาจจะมีปัญหา"

"แต่ทุกอย่างอยู่ในระหว่างการซื้อขาย เงินของเรางวดแรกก็เริ่มปล่อยออกไปทดลองใช้แล้ว"

"ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเริ่มไม่สบายใจ นายใหญ่สั่งให้มาเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย"

"ที่แท้คุณรายงานเรื่องเงิน 20 ล้าน หายไปจากบัญชีนี่เอง"

"ผมจำเป็นต้องรายงาน นายใหญ่ไม่สบายใจเรื่องนี้ นายใหญ่ต้องการให้เรื่องเงียบโดยเร็วที่สุด...นั่นก็หมายความว่าคุณต้องเก็บทุกคนที่เกี่ยวข้องให้หมด ไม่ว่าจะเป็นนางเสือหรือผู้กองฤทธิชัย"

สินชัยมองไอ้คนช่างฟ้องอย่างไม่พอใจ นายทอมไม่สน กลับยิ้มให้แถมอวยพรให้สินชัยโชคดี...

ที่คอนโดฯที่พักของฤทธิชัย ผู้กองหนุ่มกลับมาเก็บข้าวของเครื่องใช้จำเป็นใส่กระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมเดินทางไปบ้านดอนเสือ ก่อนไปเขาฝากอภิชาติช่วยดูแลคุณหญิงรัตนาแทนเขาด้วย อภิชาติรับคำ แล้วฝากฤทธิชัยสวัสดีจักจั่นให้เขาด้วย อีกวันสองวันเคลียร์งานเสร็จแล้วตามไป...

ตั้งแต่สินชัยสวมรอยส่งนางเสือปลอมออกมาอาละวาดซุ่มทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำให้นางเสือจริงไม่กล้าปรากฏตัว พวกลักลอบตัดไม้กลับมาคักคึกอีกครั้ง...

จักจั่นกับดาวสะกดรอยตามรถตู้ขนเงินสามคันของสินชัยไปถึงค่ายลักลอบตัดไม้ในป่าลึก เห็นมือปืนยืนเฝ้าระวังอยู่โดยรอบ พวกสมุนช่วยกันขนลังใส่ของหลายใบลงจากรถตู้ไปเรียงไว้หน้าเต็นท์หลังหนึ่ง พอนายไชยออกมาจากเต็นท์ สมุนสองคนเข้ามาเปิดลังให้ดู ภายในเต็มไปด้วยเงินปลอม นายไชยสั่งให้สมุนเอาเงินปลอมไปจ่ายพวกคนงานลักลอบตัดไม้ จักจั่นคันไม้คันมือชวนดาวลุยให้เห็นดำเห็นแดงกันไปเลย

"ยังก่อน ลุยตอนนี้เราก็ได้แค่เศษเงินของพวกมัน ปล่อยให้มันย่ามใจไปก่อน แล้วค่อยหาทางเข้าถึงแหล่งพิมพ์ของมัน จัดการกับต้นตอของมัน"

"นายยูเว่?"

"ใช่...เพราะนายยูเว่ต้องควบคุมการพิมพ์ทั้งหมดเพื่อให้เงินทุกใบเหมือนของจริงมากที่สุด"

"ไอ้พวกนี้เลวจริงๆ ให้คนทำงานชั่วให้มันแล้วยังโกง จ่ายด้วยเงินปลอมอีก มันน่าเก็บให้หมด"

"พี่สงสัยว่ามันไม่ได้ใช้เงินปลอมจ่ายให้พวกคนงานอย่างเดียว มันอาจใช้เงินปลอมซื้อที่ดินป่าดอนเสือทั้งหมดด้วย" ดาวเห็นใกล้เวลามาถึงของฤทธิชัย ชวนจักจั่นไปรอต้อนรับ แล้วดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้ จักจั่นพุ่งตัวตามไปติดๆ

พวกคนงานตัดไม้ในค่ายเข้าแถวรอรับเงินปลอมกันอย่างครึกครื้น นายตาลหนึ่งในคนงานรับเงินแล้วบอกนายไชย ลูกพี่ใหญ่ว่าคืนนี้เขาจะแวะไปเสี่ยงโชคที่บ่อนกับนายเล็ก นายไชยเตือนสองคนงานให้ใช้เงินกันระวังหน่อย นายตาลไม่ได้สนใจฟังนัก ชูเงินในมือโบกไปมาอย่างมีความสุข...

ทันทีที่ฤทธิชัยมาถึงสถานีตำรวจบ้านดอนเสือ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่นั่นกุลีกุจอพาผู้กองหนุ่มไปที่ห้องประชุมเพื่อฟังสรุปเรื่องนางเสือจากเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งรอเขาอยู่ก่อนแล้ว...หลังจากฟังสรุปจบฤทธิชัยกราดสายตาไปรอบๆห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เห็นพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างจ้องมาที่ตน

"ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อม ณ วินาทีนี้เป็นต้นไป เราจะปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด ตาต่อตา ฟันต่อฟัน"

เสียงตบมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกึกก้อง ดวงตาของฤทธิชัยฉายแววเยือกเย็น น่ากลัว

ooooooo

ท่านรองฯก้องเกียรติทราบว่าคุณหญิงรัตนาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ถึงแม้กระสุนจะแค่ถาก แต่เพื่อความไม่ประมาทจึงขอร้องให้คุณหญิงรัตนามาตรวจเช็กอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯอีกครั้ง คุณหญิงรัตนาขัดไม่ได้   จำต้องมานอนโรงพยาบาลหนึ่งคืน อภิชาติรู้ข่าวรีบมาเยี่ยมพร้อมดอกไม้ช่อโต

"คุณอาหญิงเป็นอย่างไรบ้างครับ"

"ดีจ้ะ...ความจริงไม่ต้องมาโรงพยาบาลก็ได้ แต่ท่านรองฯจัดการให้...เอ่อ...อาได้ข่าวว่าผู้กองไปบ้านดอนเสือแล้วหรือจ๊ะ"

"ครับ ก่อนไปฝากให้ผมมาดูแลคุณอาหญิงด้วยครับ... คุณอาหญิงเก่งนะครับ ไม่ตกใจ ถ้าเป็นคนอื่นเจอแบบนี้คงแย่ ไปแล้ว"

"อาไม่ตกใจหรอกจ้ะ แต่แปลกใจที่เห็นเสือตัวนั้นมากกว่า...อาเกือบจะมั่นใจได้เลยว่าเป็นเสือตัวเดียวกับที่อาเคยเห็นมาเล่นกับลูกษาตอนที่แกยังเด็กๆ"

ทันใดนั้น ประตูห้องพักฟื้นเปิดออก กำจรพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับตากล้อง ขอสัมภาษณ์คุณหญิงรัตนาเรื่องที่ถูกนางเสือทำร้าย อภิชาติโกรธจัดกระชากคอเสื้อกำจร ดันทั้งคู่ ออกจากห้อง กำจรโวยลั่น

"เฮ้ย...ไอ้ชาติเป็นอะไรของแกวะ"

"นี่ถ้าแกไม่ใช่เพื่อนล่ะก็ จะเจอหนักกว่านี้ อย่าคิดเข้าใกล้คุณหญิงรัตนาอีก" อภิชาติถอยเข้าห้องปิดประตูใส่หน้า กำจรหันมาที่ตากล้อง ถามว่าพร้อมไหม ตากล้องพยักหน้า

ยกกล้องเล็งที่กำจร

"อีกครั้งที่นางเสือออกอาละวาด ทำลายความสงบของบ้านเมือง เมื่อไหร่นางเสือจะถูกปราบ เราคงต้องคอยดูกันต่อไป...ผม...กำจร แสงรุ่งเรื่อง...รายงานข่าว" กำจรหันมองประตูห้องที่ปิดด้วยความแค้น...

ฤทธิชัยยังติดใจบังกะโลที่พักหลังเดิมไม่หาย เลยกลับมาใช้บริการอีกครั้ง ขณะเขากำลังลงจากรถ ดาวกับจักจั่นขับรถมาจอดเทียบ ฤทธิชัยแก้ตัวว่ากำลังจะโทร.หาดาวพอดี

"ไม่จำเป็นหรอกค่ะ การย้ายมาของผู้กองมีคนพอรู้ อยู่บ้าง"

"ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าผู้กองไม่ต้องการพักที่บ้านตำรวจ ที่ทางการจัดไว้ให้หรือคะ"

ฤทธิชัยไม่ชอบอะไรที่เป็นพิธีการ อยู่อย่างนี้จะไปไหนมาไหนสะดวกกว่า อีกอย่างเผื่อมีคนไม่พึงประสงค์มาเยี่ยมจะได้คุยกันง่ายหน่อย ดาวจะมาชวนฤทธิชัยไปหาร่องรอยของพวกสินชัย ถ้าเขาไม่เหนื่อยเกินไป ฤทธิชัยตอบรับคำชวนด้วยความยินดี...

ในเวลาเดียวกัน ไผ่พาจันจิรามาหัดยิงปืนแถวลานเล็กๆกลางป่า เขาเข้าไปยืนด้านหลังจันจิราแล้วใช้มือสองข้างประคองมือเธอไว้ สอนให้รู้ว่ายิงอย่างไรถึงจะตรงเป้า ไผ่ปล่อยมือแล้วถอยออกมา จันจิราเล็งศูนย์หน้าให้ตรงกับบากหลัง แล้วเหนี่ยวไกเปรี้ยงๆๆถูกเป้าอย่างแม่นยำ

"ที่แท้ยิงเป็นแล้วไม่ยอมบอก"

"เป็นแต่อยากเก่งเหมือนพี่ไผ่...พี่ไผ่คิดว่าพวกมันจะอาละวาดหนักขึ้นกว่าเดิมอีกหรือ"

ไผ่พยักหน้า ทางการเริ่มเอาจริง พวกคนร้ายไม่มีทางเลือก นอกจากลงมือหนักขึ้น ยิ่งค่ายอาสาฯเปิดใหม่พวกนั้นยิ่งไม่พอใจ จันจิราเอียงคอถามว่านี่คือสาเหตุให้เขาต้องคอยป้วนเปี้ยนเฝ้าเธอกับป้าเนียนหรือเปล่า ไผ่อ้างว่าลุงเดชสั่งไว้ แล้วตบแมกกาซีนเข้าไปในปืน ก่อนส่งให้จันจิราซ้อมยิงอีกชุดหนึ่งก่อนกลับ

จันจิรายื่นมือมารับปืนค้างไว้ แกล้งซักว่าแล้วถ้าลุงเดชไม่ได้สั่ง หญิงสาวพูดยังไม่ทันขาดคำ ไผ่คว้ามือเธอดึงเข้ามาในอ้อมกอด โดยที่ปืนในมือจันจิราเล็งไปที่เป้า ใบหน้าของทั้งคู่ ใกล้กันมาก

"ถ้าลุงเดชไม่สั่งก็เป็นแบบนี้" ไผ่พูดจบ หอมแก้มจันจิราหนึ่งฟอด

จันจิรายิ้ม "งั้นเอาแบบลุงเดชไม่สั่งดีกว่า"

ไผ่จัดให้ทันที ก้มหอมแก้มเธออีกหนึ่งฟอด ทันใดนั้น ปืน ลั่นเปรี้ยง ทั้งสองคนต่างหัวเราะชอบใจ ไผ่กระซิบข้างหูจันจิราว่าพวกคนร้ายกำลังล้อมเราอยู่ จันจิราจะขยับตัว แต่ไผ่กอดไว้ ไม่ให้ขยับ ตำหนิตัวเองที่เผลอตัวไปหน่อย พวกคนร้ายเข้ามาใกล้มากแล้วถึงได้รู้ตัว หญิงสาวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น

"พอพี่ปล่อย น้องจันรีบวิ่งไปที่รถแล้วเหยียบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ใครขวางยิงทันที ไม่ต้องห่วงพี่"

ไผ่สะบัดจันจิราให้หลุดจากวงแขนไปทางที่รถจอดอยู่ จันจิราวิ่งไม่คิดชีวิต กระสุนปืนระดมยิงเข้ามาเฉี่ยวร่างของเธอหวุดหวิด จันจิราโดดขึ้นรถ สตาร์ตเครื่องแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว กระสุนพุ่งเฉียดรถอย่างน่าหวาดเสียว ไผ่ดีดตัวเข้าไปท่ามกลางพวกคนร้าย สะบัดมือออกไป มีดสั้นนับสิบเล่มพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำ คนร้ายตายเป็นเบือ ไม่กี่อึดใจ ไผ่จัดการ พวกนั้นได้หมด

ooooooo

จักจั่นไปกับดาวและฤทธิชัยไม่ได้ วันนี้ เป็นเวรเธอเฝ้าค่ายอาสาฯ ดาวแวะส่งจักจั่นหน้าค่าย แล้วขับรถบ่ายหน้าไปทางป่าทึบ พลันจักจั่นรู้สึกเหมือนมีคน

จ้องอยู่ รีบตวัดปืนขึ้นมา ตะโกนสั่งให้แสดงตัว ไม่

อย่างนั้นเธอจะยิง ลุงหงวนก้าวออกมาแล้วแนะนำตัว

"ฉันพอจำได้...ป้าเนียนบอกว่าลุงหงวนไม่อยากยุ่งกับค่ายอาสาฯ แล้วมาทำไม"

ลุงหงวนแค่จะมาเตือนว่าพวกคนร้ายจะเล่นงานสมาชิกค่ายอาสาฯทุกคนจะได้ไม่มีใครกล้าอาสาอีก จักจั่นขอบใจที่มาบอก ถ้าพวกนั้นขืนมายุ่งกับพวกเธอรับรองเจอดีแน่ ลุงหงวนยิ้มเยาะแล้วเดินจากไป...

ดาวกับฤทธิชัยขับรถมาตามเส้นทางคดเคี้ยวในป่า ก่อนจะจอดรถไว้ข้างทาง ดาวลงจากรถทำทีมาดูรอยยางรถที่พื้นถนน อุบเรื่องที่เธอกับจักจั่นมาซุ่มดูรอยพวกนี้ก่อนแล้ว ฤทธิชัยตรวจรอยที่ปรากฏแล้วสรุปว่า

"รอยไม่ลึก บรรทุกของไม่หนักแต่จำนวนมากเพราะใช้รถถึงสามคัน ประมาณว่า..."

ฤทธิชัยพูดยังไม่ทันจบประโยค ดาวชิงพูดขึ้นก่อนว่า "แบงก์ปลอม" ชายหนุ่มพยักหน้า

"ผู้กองทราบใช่ไหมคะว่าการที่ผู้กองถูกย้ายมาที่นี่เป็นแผนของนายสินชัย"

"ครับ ทราบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมปรึกษากับท่านรองฯแล้ว เลยสวมรอยตามแผนของพวกมัน"

ฤทธิชัยยังรู้เหตุผลที่สินชัยต้องการให้เขามาอยู่ที่บ้านดอนเสือ คือให้เขามาจัดการกับนางเสือ หรือไม่ก็ให้นางเสือ

จัดการกับเขา ดาวกับจักจั่นและสมาชิกค่ายอาสาฯทุกคน ยินดีช่วยเหลือเต็มที่ขอให้เขาบอกมา ฤทธิชัยอยากให้ดาวช่วยแกะรอยตามหานางเสือ เพื่อที่เขาจะได้รู้ว่านางเสือที่ออกปล้นฆ่าใครต่อใครขณะนี้ เป็นนางเสือจริงหรือปลอม แต่ไม่ว่าจะจริงหรือปลอม เขาคงต้องจับทั้งคู่

ทันใดนั้น มีเสียงปืนแว่วเข้ามา ดาวกราดสายตาไปทั่ว เพื่อสัมผัสทิศทาง เสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น ฤทธิชัยแหงนมองฟ้า เห็นเหยี่ยวบินวน ก่อนจะพุ่งนำทาง ดาวเรียกฤทธิชัยขึ้นรถ ขับตามสายลมไป ฤทธิชัยมองดาวแล้วแหงนมองเหยี่ยวบนฟ้า อดสงสัยไม่ได้...

จันจิราพยายามขับรถหนีออกจากป่าแต่ถูกชายชุดดำอำพรางใบหน้าใช้รถขวางทางไว้ จันจิราจวนตัวตัดสินใจหักพวงมาลัยรถตะลุยเข้าข้างทาง แต่ไปไม่ถึงไหนเจอทางตันพุ่มไม้ หนาขวางอยู่ เธอรีบลงไปหลบข้างรถค่อยๆโผล่ขึ้นมาดู เห็นคนร้ายดาหน้าใกล้เข้ามา จันจิรากระชับปืนในมือเตรียมลุย...

ไผ่ดีดตัวตามรถจี๊ปที่จันจิราขับหนีมา แต่กลับเจอชายฉกรรจ์ในชุดดำดักทำร้าย ดีที่สายฟ้ามาช่วยไว้ทัน ไผ่หนีรอดคมกระสุนมาได้เฉียดฉิว...

ขณะเดียวกัน จักจั่นเดินเลยเข้าไปในอาคารของค่ายอาสาฯ พบว่าข้าวของในนั้นถูกทุบทำลายยับเยิน มีเสียงร้องออกมาจากห้องเก็บของด้านหลัง จักจั่นชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม พอเปิดประตูห้องเข้าไป พบร่างของสมาชิกค่ายอาสาฯห้าคนอยู่ในสภาพบาดเจ็บ นอนร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น...

ดาวสัมผัสบางอย่างได้ รีบจอดรถ บอกให้ฤทธิชัยแยกไปด้านโน้น ส่วนเธอจะไปด้านนี้เอง แล้วดีดตัวหายเข้าดงป่าอย่างรวดเร็ว ฤทธิชัยหันรีหันขวาง ก่อนจะพุ่งตัวไปตามทิศทางที่หญิงสาวบอก...

ในที่สุด จันจิราก็หนีไม่รอดถูกคนร้ายจับตัวไว้ได้ ขณะเธอเดินตามพวกคนร้าย ฤทธิชัยโผล่มาจากไหนไม่รู้ขวางทางไว้ คนร้ายซึ่งคุมตัวจันจิราเอาปืนจ่อหัวเธอไว้ ขู่ว่าถ้าฤทธิชัยขยับนังนี่ตายก่อน ทันใดนั้น มีเงาวูบลงมาจากยอดไม้ผ่านหัวคนร้ายไปอย่างรวดเร็ว พวกนั้นมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะร่างของจันจิราหายไปแล้ว

"ขยับตอนนี้คงไม่เป็นอะไรแล้วมั้ง" ฤทธิชัยชักปืนยิงกระหน่ำไม่ยั้ง ก่อนจะดีดตัวหลบเข้าพงหญ้า

พวกคนร้ายสาดกระสุนตามจนพงหญ้ากระจุย เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวจากอีกด้านหนึ่ง ฤทธิชัยค่อยๆคลานไปกับพื้นอย่างระมัดระวัง พอได้จังหวะดีดตัวขึ้น ตวัดปืนออกไป ต้องแปลกใจที่เห็น ดาว ลุงเดชกับชาวบ้านอาสาฯนับสิบคนยืนอยู่ตรงหน้า ดาวบอกฤทธิชัยว่าพวกคนร้ายเผ่นไปหมดแล้ว

"ไม่รู้ผมตาฝาดอีกหรือเปล่าที่เห็นเงาแวบเอาคุณจันจิราไปจากพวกมัน"

"ไม่ฝาดหรอกครับ" ฤทธิชัยหันไปมองตามเสียง เห็นไผ่เดินมากับจันจิรา เขาถามจันจิราว่าใครมาช่วยเธอไว้ จันจิรายืนยันว่าเป็นนางเสือ ฤทธิชัยถึงกับอึ้ง พูดอะไรไม่ออก จากนั้น ดาวขับรถมาส่งฤทธิชัยที่บังกะโลที่พักของเขา ผู้กองหนุ่มยังงงไม่หายว่าทำไมนางเสือถึงช่วยจันจิรา ทั้งๆที่พวกตัวเองเป็นคนจับจันจิราไป ดาวแกล้งบ่นเสียดายที่พวกคนร้ายเผ่นไปก่อนเลยไม่ได้ตัวมาซักถามความจริง ฤทธิชัยสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

"พวกมันเริ่มออกรังควานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับค่ายอาสาฯเพื่อให้ค่ายปิดตัวลง ตอนดาวพาผู้กองตามรอยพวกมัน ค่ายอาสาฯถูกพวกมันบุกทำลาย มีสมาชิกบาดเจ็บห้าคน ดีที่จักจั่นไปถึงที่นั่นพวกมันไปหมดแล้ว"

"นี่คือสาเหตุที่คุณไผ่ ลุงเดช และพวกอาสาฯออกลาดตระเวนป่าเพื่อต้านพวกมัน พวกมันจัดงานต้อนรับผมแบบนี้ ต้องหาทางตอบแทนซะหน่อย ถ้าคุณดาวไม่รังเกียจ คืนนี้เราออกไปเยี่ยมพวกมันกันดีไหมครับ"

ดาวรับคำชวนด้วยความยินดี แล้วขับรถกลับไป เสียงมือถือของฤทธิชัยดังขึ้น อภิชาติโทร.มาเล่าเรื่องแปลกเกี่ยวกับเสือที่คุณหญิงรัตนาเห็น ฤทธิชัยฟังรายละเอียดแล้วยอมรับว่าแปลกจริงๆอย่างเพื่อนว่า

"น้องษาเกี่ยวพันกับเสือมาตั้งแต่เด็ก นางเสือก็เกี่ยวกับเสือ เหลือปริศนาอยู่เรื่องเดียว คือเรื่องคุณดาว"

"ปริศนาข้อนี้คงไขยากหน่อย...โชคดีเพื่อน...อีกสองสามวันฉันจะขึ้นไปเยี่ยม"

ฤทธิชัยรับคำ วางสายด้วยสีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

สินชัยไม่พอใจที่ค่ายอาสาฯยังเปิดทำการอยู่ ถ้าลินจงยังทำงานได้แค่นี้ถือว่าล้มเหลว เขาต้องการให้ ค่ายอาสาฯปิดตัวลงอย่างถาวร ลินจงแก้ตัวว่าพวกเธอทำงานกันเต็มที่แล้ว   แต่ดูเหมือนมีคนอยู่เบื้องหลังชาวค่ายอาสาฯรับมือพวกเธออยู่

"คุณรู้ไหมว่าเป็นใคร"

"เท่าที่จับตาดูอยู่ก็เห็นมีแค่ผู้หญิงสองคนเท่านั้นที่มีฝีมือออกหน้านำชาวค่าย...ตอนนี้มีผู้กองฤทธิชัยเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง งานยิ่งยากขึ้นอีก"

"ผมต้องการให้นางเสืออาละวาดหนักกว่านี้ ถ้าไอ้ผู้กองขวางทางก็จัดการได้เลย" สินชัยสั่งเสียงเฉียบ...

ตกค่ำ ดาวกับจักจั่นพาฤทธิชัยไปบาร์ดอนเสือซึ่งเป็นธุรกิจบังหน้าอีกแห่งหนึ่งของสินชัย ทั้งสามคนนั่งที่เคาน์เตอร์สั่งน้ำส้มมาดื่มพอเป็นพิธี สักพัก มีชายชาวจีนสามคนเดินเข้ามา ดาวสะกิดให้ฤทธิชัยดู

"ผมเห็นแล้ว พวกเดียวกับพวกที่มาชิงตัวนายยูเว่ครั้งแรก สายรายงานว่าพวกมันคือพวกแก๊งมังกร...พวกมันคงได้เบาะแสแหล่งพิมพ์เงินปลอม"

ดาวกับจักจั่นลอบสบตากัน ชาวจีนทั้งสามคนยืนสำรวจรอบๆบาร์ครู่หนึ่ง แล้วกลับออกไป ที่โต๊ะด้านในสุดของบาร์ นายตาลกับนายเล็กกำลังนั่งซดเบียร์กันอย่างสบายอารมณ์

"เฮ้ย...บาร์เทนเดอร์ เบียร์อีกสอง เร็วๆเข้า อั๊วจะรีบไปบ่อนเว้ย"

ขณะบาร์เทนเดอร์เอาน้ำส้มมาเสิร์ฟให้พวกดาว พึมพำว่าพวกนี้สงสัยเงินเพิ่งออก ทำซ่าน่าดู จักจั่นพยักพเยิดให้ดาว แล้วเดินไปที่นายตาลกับนายเล็ก ฤทธิชัยมองอย่างสงสัย ดาวรีบบอก

"บาร์เทนเดอร์บอกว่าไอ้พวกนี้เงินเพิ่งออก ก็เลยอยากจะเอาเงินพวกมันมาดูสักหน่อย"

ฤทธิชัยเห็นจักจั่นเดินชนนายตาล พร้อมกับโปรยเสน่ห์ให้ พอนายตาลเผลอเธอใช้ความว่องไวฉกแบงก์ใบละห้าร้อยบาทหนึ่งใบจากกระเป๋านายตาลแล้วเปลี่ยนเงินของเธอให้แทน ก่อนจะเดินยิ้มแฉ่งกลับมาหาดาวกับฤทธิชัย พลางแกว่งแบงก์ห้าร้อยบาทที่ฉกมาได้

"อืม...ผมเห็นจะต้องระวังกระเป๋าเงินของผมเสียแล้ว"

จักจั่นชูกระเป๋าใส่เงินให้ดู ถามว่าใช่ใบนี้หรือเปล่า ฤทธิชัยมองทึ่งสงสัยว่าทำได้อย่างไร จักจั่นไม่ตอบส่งกระเป๋าเงินคืนให้ เธอพับแบงก์ห้าร้อยใส่ไว้ในนั้นแล้ว รีบส่งไปตรวจได้เลย ดาวเห็นนายตาลกับนายเล็กกำลังจะไปบ่อนชวนทุกคนตาม ฤทธิชัยสร้างวีรกรรมไว้ในบ่อนเยอะ เกรงพวกนั้นจะไม่ยอมให้เข้า

"พวกมันไม่สนผู้กองหรอกค่ะ เพราะพวกมันถือว่าไม่มีใครกล้า อีกอย่างพวกที่รู้จักผู้กองจริงๆก็มีแต่พวกเป้งๆพวกลูกกระจ๊อกไม่มีใครรู้จักผู้กองหรอกค่ะ พวกนี้ถูกจ้างมาจากที่อื่น มาแล้วก็ไปไม่ใช่คนที่นี่"

ฤทธิชัยเชื่อตามที่ดาวพูด ทั้งสามตรงไปที่บ่อนทันที... เป็นอย่างดาวว่าจริงๆ พวกลูกกระจ๊อกไม่รู้จักฤทธิชัย แต่ตัวเป้งๆอย่างเสี่ยเหลิมดันโผล่มาที่บ่อนพร้อมสมุนอีกนับสิบคน ส่องปืนมาที่กลุ่มของฤทธิชัย

"นึกไม่ถึงจริงๆว่าคืนนี้จะเป็นคืนที่ผู้กองฤทธิชัยกับเสี้ยนหนามสองคนนี้มาพบจุดจบพร้อมกัน...บทจะง่ายมันก็ง่ายจริงๆ" เสี่ยเหลิมหัวเราะ พวกสมุนพากันหัวเราะตาม ดาวใช้พลังจิตพูดกับจักจั่น

"พี่จะใช้พลังดับไฟ แล้วจัดการกับพวกมัน จักจั่นชนผู้กองให้อยู่กับพื้นจนกว่าเสียงปืนจะสงบ"

จักจั่นพยักหน้าช้าๆไม่ให้ฤทธิชัยจับพิรุธได้ ดาวกวาดสายตามองพวกนั้นอีกครั้ง ก่อนจะส่งพลังจิตเรียกจักจั่น พริบตาเดียว จักจั่นพุ่งชนฤทธิชัยล้มลงไปกองกับพื้น เป็นจังหวะเดียวกับไฟในบ่อนดับพึ่บ

ดาวตะโกนลั่นว่า "นางเสือ"

เสียงปืนดังหูดับตับไหม้ เห็นแต่แสงจากปากกระบอกปืนเป็นประกายในความมืด เสียงร้องเอะอะแข่งกับเสียงปืนลั่นไปหมด ทันใดนั้น ไฟในบ่อนสว่างขึ้นอีกครั้ง ฤทธิชัยถึงกับตะลึง เห็นดาวจ่อปืนที่เสี่ยเหลิม ส่วนพวกสมุนที่รายล้อมเขาอยู่เมื่อกี้ ตอนนี้นอนร้องกันระงม บาดเจ็บกันถ้วนหน้า

จักจั่นยืนอยู่ใกล้ฤทธิชัยกราดปืนไปมาอย่างระแวดระวัง เสี่ยเหลิมตาค้างยังไม่หายช็อก ในมือดาวมีสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่เส้นหนึ่งพร้อมพระเครื่องแขวนอยู่หนึ่งองค์

"ฉันมั่นใจว่าสร้อยเส้นนี้เป็นของเสี่ยเหลิมที่ใส่อยู่ตลอดเวลาไม่เคยถอดห่างตัวแม้แต่วินาทีเดียว" ดาวว่าแล้วส่งสร้อยคอคืนให้เจ้าของ เสี่ยเหลิมจำได้ทันทีว่าเป็นสร้อยคอของตัวเอง

"ถ้านางเสือสามารถเอาสร้อยเส้นนี้จากคอเสี่ยให้มาอยู่ในมือของฉันได้ แสดงว่านางเสือยังให้โอกาสเสี่ยมีชีวิตอยู่ แทนที่จะปาดคอเสี่ย...ฉันว่าเสี่ยรีบไปจากบ้านดอนเสือดีกว่า ยังไม่สายเกินไป"

ดาวพูดจบชวนฤทธิชัยกับจักจั่นกลับ ทิ้งเสี่ยเหลิมให้ยืนหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่ตรงนั้น...

ทันทีที่มาถึงบังกะโลที่พัก ฤทธิชัยต้องการคำอธิบายจากดาวกับจักจั่น เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ดาวแต่งเรื่องว่าก่อนไฟดับเธอเห็นนางเสือ มารู้ตัวอีกทีตอนไฟสว่างขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นสร้อยคอของเสี่ยเหลิมอยู่ในมือตัวเองแล้ว ฤทธิชัยยังไม่ปักใจเชื่อ

"ดาวก็ไม่อยากเชื่อ แต่ผู้กองก็เห็นอาการของเสี่ยเหลิมแล้วนี่คะ"

ฤทธิชัยพยักหน้าช้าๆ สีหน้าครุ่นคิด "ผมเห็นเงาแวบหนึ่งแล้วก็ถูกชนล้มลงกับพื้น"

"จักจั่นเองค่ะที่ชนผู้กอง ไม่รู้ใครมาชนจักจั่นเหมือนกัน" จักจั่นโกหกหน้าตาเฉย

"อันที่จริงผมต้องขอบคุณคุณจักจั่น ไม่อย่างนั้นอาจเจอลูกหลงได้ คาดไม่ถึงจริงๆว่านางเสือจะปรากฏตัวมาช่วยเราทั้งที่พยายามจะเก็บพวกเรามาตลอด" ฤทธิชัยยังงงไม่หาย

"จักจั่นเดาว่าคงเป็นนางเสือคนละตัวมากกว่า"

"ไม่น่าเชื่อจริงๆ เหตุการณ์เหมือนกับเพชรของนายสินชัยที่ถูกปลดไปอย่างง่ายดายชั่วไฟดับวูบเดียว"

"ใช่ค่ะ ดาวจำได้...ผู้กองก็เคยเห็นฝีมือนางเสือมาแล้ว ที่สำคัญดาวมั่นใจว่าเสี่ยเหลิมจะต้องไปจากบ้านดอนเสืออย่างแน่นอน" ดาวรู้ว่าฤทธิชัยสงสัยเธอสองคน แต่ไม่มีหลักฐาน...

ฝ่ายเสี่ยเหลิมคิดอยู่สามตลบแล้วสั่งให้สมุนทุกคนเตรียมตัวไปจากบ้านดอนเสือ ขณะขบวนรถของเสี่ยเหลิมเคลื่อนออกจากโรงเลื่อยของเขา เจอลินจงในคราบนางเสือกับพวกดักซุ่มโจมตี เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวทั้งเสี่ยเหลิมและสมุนทั้งหมดของเขาไม่ได้ไปจากบ้านดอนเสืออย่างที่ตั้งใจ

ooooooo

ตอนที่ 11

จันจิราทำตามที่ไผ่บอกทุกอย่าง นั่งหลบอยู่มุมเตียงส่องปืนไปยังประตูห้องด้วยท่าทางทะมัดทะแมง โดยมีป้าเนียนหลบอยู่ด้านหลัง ป้าเนียนเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

"เอ...หนูเคยเล่าให้ป้าฟังไม่ใช่หรือว่า เพื่อนพาไปหัดยิงปืนบ่อยๆ ตอนอยู่กรุงเทพฯ แล้วทำไมปล่อยให้พี่ไผ่สอนอีกล่ะ" ป้าเนียนมองหลานสาวอย่างจับผิด

"แหมป้าก็...หนูหัดนานแล้วก็ลืมๆไปบ้าง...ทบทวนนิดหน่อยไม่ดีหรือป้า"

ป้าเนียนรู้ทัน ตีไหล่จันจิราเบาๆทั้งสองยิ้มให้กัน ทำให้บรรยากาศในห้องลดความตึงเครียดลง...

ทางฝ่ายไผ่ปะทะกับพวกคนร้ายอย่างดุดัน พวกนั้นสู้ไม่ได้ถูกไผ่ใช้วิชาเทควันโดอัดหน้าหงาย ทันใดนั้น มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นด้านหลัง ไผ่หันขวับไปมอง เห็นกลุ่มคนร้าย ฉุดกระชากผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีผ้าคลุมหัวเข้าไปในดงป่าทึบ ไผ่คิดว่าเป็นจันจิรารีบตามไปติดๆจนมาถึงกลางป่าทึบ

พวกคนร้ายกรูกันออกมาล้อมกรอบเขาไว้ เสียงปืนดังสนั่นไปทั้งป่า ไผ่โดดหลบกระสุน หมุนตัวตวัดมีดสั้นในมือหลายสิบเล่มไปตามทิศทางของเสียงปืน มีดสั้นพุ่งปักกลางอกเหล่าร้ายอย่างแม่นยำ จากนั้นเขาพุ่งตัวตามคนร้ายสองคนที่ฉุดหญิงสาวไป คนร้ายหนีไผ่ไม่พ้น คิดจะใช้ผู้หญิงเป็นตัวประกัน แต่ไผ่ฝีมือเหนือกว่าจัดการสองคนร้ายตายสนิท แล้วปราดไปช่วยผู้หญิง

พอดึงผ้าคลุมหัวเธอออก ไผ่ถึงได้รู้ว่าพวกสมุนของสินชัยใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำ หลอกให้เขาไล่ตามผู้หญิงที่คิดว่าเป็นจันจิรา แต่พวกนั้นอีกกลุ่มหนึ่งกลับย้อนไปฉุดจันจิรากับป้าเนียนที่บ้าน จันจิรายิงต่อสู้กับพวกคนร้ายตายไปจำนวนหนึ่ง แต่กระสุนหมดเสียก่อนทั้งสองคนเลยโดนจับตัวไป...

ดาวสัมผัสได้ว่าต้องมีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่บ้านป้าเนียน รีบบึ่งรถไปที่นั่นทันที เธอกับจักจั่นปราดเข้าไปในบ้านพบคนร้ายนอนตายอยู่หน้าห้องนอนจันจิราสามศพ ดาวสะบัดมีดสั้นปักที่ประตูห้องให้ไผ่รู้ว่าเธอมา แล้วพุ่งตัวกลับไปขึ้นรถจี๊ป จักจั่นตามไปติดๆ รถทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว

"พวกมันชักจะเอาใหญ่แล้ว...เราต้องรีบไปดักหน้าพวกมัน" ดาวว่าแล้วเลี้ยวรถเข้าเส้นทางลัด...

ไม่นานนัก ไผ่ค่อยๆจดปลายเท้าเข้ามาในบ้านป้าเนียน เจอศพคนร้ายสามศพ เหลือบเห็นมีดสั้นของดาวปักที่ประตูห้องนอนจันจิรา ไผ่ถึงกับถอนใจโล่งใจไปหนึ่งเปลาะ ที่ดาวกลับมาได้ทันเวลาพอดี...

ครู่ต่อมา รถจี๊ปของดาวมาจอดขวางทางรถตู้ของคนร้ายที่ลักพาตัวจันจิรากับป้าเนียน ลูกพี่ของพวกนั้นไม่เห็นใครอยู่ในรถจี๊ป สั่งให้ลูกน้องลงไปเข็นรถหลบ ดาวกับจักจั่นโผล่มาจากเงามืดข้างทางยิงพวกนั้นกระจุย แต่ไว้ชีวิตไว้หนึ่งคน เพื่อเค้นความจริง

ดาวให้จักจั่นเฝ้าคนร้ายแล้วปราดไปที่รถตู้ พอเห็นว่าสองป้าหลานปลอดภัยก็โล่งใจ ป้าเนียนจำเสียงจักจั่นได้ แต่ไม่แน่ใจ ถามดาวว่าผู้หญิงคนนั้นใช่จักจั่นหรือเปล่า

"จ้ะ...นั่นจักจั่นในร่างใหม่...อยู่นี่ก่อน...เดี๋ยวดาวมาจ้ะ" ดาวว่าแล้วกลับไปหาจักจั่นซึ่งกำลังสอบถามคนร้ายที่รอดชีวิต เขายังปิดปากเงียบไม่ยอมบอกอะไร

จักจั่นทรมานด้วยการเอาปืนยิงไหล่กับขาทั้งสองข้างของคนร้าย เขาทนเจ็บไม่ไหวยอมเปิดปากพูดว่า นายไชยเป็นคนสั่งให้มาเอาตัวสองป้าหลานไป ดาวซักว่านายไชยเป็นใครอยู่ที่ไหน

"มือขวาของเสี่ยสินชัยกับเสี่ยเหลิม พักอยู่ที่โรงเลื่อยเสี่ยเหลิม" สมุนละล่ำละลักบอก

"เอ็งไปบอกไอ้พี่ไชยกับเสี่ยเหลิมว่าพรุ่งนี้ข้าจะไปเยี่ยมที่โรงเลื่อย...บอกไอ้เสี่ยเหลิมด้วย ถ้าไม่โผล่หัวมา ข้าจะไปหาถึงบ้าน" ดาวพูดสีหน้าเอาเรื่อง

จักจั่นแทรกขึ้นทันที "แล้วจะเผาบ้านมันให้วอด"

ดาวมองหน้าจักจั่นราวกับจะถามว่าพูดจริงหรือเปล่า จักจั่นยักไหล่ คนชั่วๆพวกนี้หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ทีเวลาพวกนี้ปล้นยังเผาดะไม่เลือก พวกเราก็เผามันบ้างจะเป็นอะไรไป ดาวอดยิ้มไม่ได้ จากนั้นดาวกับจักจั่นพาป้าเนียนกับจันจิรากลับบ้าน ไผ่เห็นน้องสาวในร่างใหม่ มองสำรวจตั้งแต่หัวจดปลายเท้า

"ขอบอกว่าร่างใหม่ของจักจั่นนี่ สวยกว่าร่างเดิมแฮะ"

จักจั่นโวยวายว่าไม่ได้สวยอะไรมากมายสักหน่อยร่างจริงของเธอสวยกว่าตั้งเยอะ ป้าเนียน จันจิรา ดาวกับไผ่ต่างยิ้มขำ ดาวไม่เห็นลุงเดชอยู่ที่นั่นด้วยถามไผ่ว่าลุงเดชไปไหน

"ออกไปหาพ่อแสง คอยระวังพวกมันด้วย พ่อแสงกับแม่พรคงจะดีใจที่รู้ว่าจักจั่นได้ร่างใหม่แล้ว"

จักจั่นกะว่ากลับมาถึงบ้านดอนเสือแล้วจะรีบไปหาพ่อกับแม่ แต่เกิดเรื่องเสียก่อน ดาวชวนจักจั่นไปเยี่ยมพวกเสี่ยเหลิมพรุ่งนี้ก่อน แล้วเราสองคนค่อยไปหาพวกท่านด้วยกัน

"พวกมันโชคร้ายที่น้องดาวกับจักจั่นกลับมาพอดี"

จันจิรามองหน้าไผ่ แกล้งแซวว่า "ใช่...โชคดีของจันกับป้าเนียนด้วย ที่ไม่ถูกพวกมันจับไป"

ไผ่ขอโทษจันจิรากับป้าเนียนที่ทำพลาด หลงกลพวกคนร้าย จักจั่นได้ทีแหย่พี่ชายว่า

"พี่ไผ่เป็นอะไรหรือ ปกติก็รอบคอบกว่านี้นี่ สงสัยไม่ค่อยมีสมาธิ ต้องมีอะไรมาทำให้วอกแวกแน่เลย"

จักจั่นพูดจบทำหน้าล้อไผ่ แล้วพยักพเยิดไปทางจันจิรา ไผ่มองเหล่น้องสาว ขณะที่จันจิรายิ้มเขิน ดาวแปลกใจสงสัยว่าทำไมพวกสมุนของสินชัยถึงหันมาเล่นงานป้าเนียนทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะแตะต้อง ป้าเนียนคาดว่าน่าจะเป็นเพราะเธอบอกพวกคนร้ายว่าจะตั้งค่ายอาสารักษาป่าไม้คอยจับตาดูพวกมัน จักจั่นทำหน้างงๆ

ป้าเนียนอธิบายว่า "ค่ายอาสาฯที่ท่านอิทธิ สามีคุณหญิงรัตนาเป็นคนตั้งขึ้นเพื่อดูแลปกป้องป่าเมื่อสิบห้าปีก่อน พอท่านอิทธิเสีย ค่ายก็ปิด ทุกคนหายไปหมดไม่มีใครกล้าสานต่อ แม้แต่..." ป้าเนียนเกือบจะหลุดชื่อลุงเดชออกมา "...เอ่อ...แม้แต่... ป้าเอง" ป้าเนียนถอนใจเฮือกที่เอาตัวรอดไปได้

"งั้นเรามาสานต่อเจตนารมณ์ของท่านอิทธิ...เปิดค่ายอาสาฯใหม่" ดาวตาวาวเป็นประกายขึ้นมาทันที

ooooooo

รุ่งขึ้น ดาวกับจักจั่นลุยโรงเลื่อยของเสี่ยเหลิมกันเพียงสองคน ทิ้งให้ไผ่ดูแลป้าเนียนกับจันจิรา สองสาวตีทั้งเข่าเขย่าทั้งศอกจนพวกลิ่วล้อของเสี่ยเหลิมกระเด็นไปคนละทิศละทาง นอนร้องโอดโอย นายไชยต้องออกดูด้วยตัวเอง  ดาวถามเขาว่าใช่นายไชยหรือเปล่า  นายไชยถามเสียงเข้มว่าใครอยากรู้

จักจั่นสวนทันทีว่า "แม่เอ็ง"

นายไชยฉุนขาดขยับจะเข้ามาเอาเรื่อง ดาวยิงปืนใส่พื้นข้างขาเขาหนึ่งนัด ขู่ว่านัดต่อไปไม่พลาดแน่ นายไชยถามว่าจะเอาอย่างไร ดาวไม่พูดพล่ามเหนี่ยวไกปืน กระสุนเฉียดหน้านายไชยเป็นทางยาวเลือดซิบ

"โทษฐานที่เอ็งส่งคนไปรังควานป้าเนียน...เสี่ยเหลิม อยู่ไหน ให้คนไปตามมา"

นายไชยขบกรามแน่น ชำเลืองมองพวกสมุน กลัวเสียเชิง แต่จำใจต้องโบกมือให้สมุนไปตามเสี่ยเหลิม นายไชยจ้องหน้าดาวอย่างเคียดแค้น แต่พอดูชัดๆเขากลับนิ่วหน้าสงสัย ดาวจ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว

สักพัก เสี่ยเหลิมเดินออกมา เห็นสมุนตัวเองนอนระเกะระกะหมดสภาพโวยลั่น "ข้านึกว่าจะเป็นพวกนักเลงมาจากไหน ที่แท้พวกเอ็งปล่อยให้เด็กผู้หญิงสองคนนี่มาเหยียบจมูกข้าอย่างนั้นหรือ"

ดาวตวัดปืนยิงต้นขาเสี่ยเหลิมทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น นายไชยกับสมุนขยับจะเข้าไปช่วย แต่จักจั่นจ้องปืนใส่ พวกนั้นหยุดกึก เสี่ยเหลิมยังปากดีชี้หน้าด่าดาวว่านังเด็กเวร รู้จักเขาน้อยเกินไปเสียแล้ว ดาวหมั่นไส้ยิงเปรี้ยงโดนมือที่ชี้หน้าเธอเลือดไหลอาบ เสี่ยเหลิมถึงกับร้องลั่น

"เอ็งด่าข้าคำ ข้าก็ยิงเอ็งนัดหนึ่ง ถือว่าสมราคาดี...ถ้าต้องการคิดบัญชี  ข้าพร้อมทุกเมื่อ  แต่ถ้ารังแกชาวบ้าน  ข้าจะกลับมาคิดบัญชีเป็นสองเท่า...จำไว้" ดาวเหน็บปืนไว้ที่เอวด้านหลัง

จักจั่นทำตาม ทั้งคู่กลับไปขึ้นรถจี๊ปที่จอดอยู่ สมุน คนหนึ่งกระชากปืนออกมาเล็งไปยังดาว สองสาวหันขวับมาพร้อมปืนในมือยิงกระหน่ำใส่สมุนตายอนาถ จักจั่นประกาศก้องว่าอย่าคิดว่าพวกเธอเป็นผู้หญิงแล้วจะไม่กล้าฆ่าใคร ดาวกับจักจั่นบอกชื่อตัวเองให้พวกนั้นจำใส่กะโหลกไว้ และย้ำว่าพวกเธอเป็นหลานป้าเนียน

"อยู่ห่างๆไว้เป็นดี" จักจั่นปรามจบ ยืนคุมเชิงให้ดาวขึ้นรถก่อน แล้วเธอถึงขึ้นตาม...

จากนั้น ดาวกับจักจั่นมาหาป้าเนียนที่สถานีอนามัย ต้องแปลกใจเมื่อเห็นพวกชาวบ้านนับสิบคนยืนมุงอยู่หน้าทางเข้า โดยมีป้าเนียนยืนอยู่ตรงกลาง ป้าเนียนเห็นจักจั่นกับดาวมา ชี้ให้พวกชาวบ้านดู

"นั่นไง มากันแล้ว หนูดาวกับหนูจักจั่นสองคนนี่แหละ ที่จะเป็นผู้นำสานต่อเจตนารมณ์ของท่านอิทธิตั้งค่ายอาสารักษาป่าไม้ขึ้นมาใหม่"

ชาวบ้านต่างพากันวิจารณ์ว่าพวกดาวยังเด็กเกินกว่าจะสู้รบตบมือกับพวกของสินชัย ป้าเนียนพยายามบอกว่าพวกหลานๆของเธอมีฝีมือ แต่ไม่มีใครฟัง เสียงคนโน้นพูดทีคนนี้พูดทีเซ็งแซ่ไปหมด ไผ่ชักรำคาญ ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อให้ทุกคนอยู่ในความสงบ

"ถ้าทุกคนมัวแต่กลัวไม่ช่วยกัน อีกหน่อยบ้านดอนเสือจะไม่เหลือแม้แต่ต้นไม้สักต้นเดียว"

ดาวกับจักจั่นเดินเข้าไปหาป้าเนียน จันจิรา และไผ่ ดาวไม่อยากมากเรื่อง ให้เอาตามความสมัครใจของพวกชาวบ้าน ใครอยู่ได้ก็อยู่ พวกชาวบ้านที่ไม่มั่นใจในตัวดาวต่างแยกย้ายกันกลับ เหลือแค่ไม่กี่คน แต่แล้วมีชาวบ้านคนหนึ่งเดินนำกลุ่มชาวบ้านที่เดินหนีไปเมื่อกี้กลับมายืนตรงหน้าดาวกับจักจั่น ประกาศเสียงดังว่า

"สองคนนี่แหละที่บุกโรงเลื่อยเสี่ยเหลิม เล่นงานพวกมัน"

พวกชาวบ้านต่างส่งเสียงเฮลั่น ยกไม้ยกมือขอลงชื่อเข้าค่ายอาสาฯกันเป็นแถว ดาวเห็นทุกอย่างลงตัวชวนจักจั่นกลับไปเก็บของเตรียมตัวไปหาลุงเดชและพ่อแม่ของจักจั่น ฝากไผ่ดูแลทางนี้ให้ด้วย...

ในเวลาเดียวกัน  กลางป่าลึก  ลุงเดชเรียกพวกสมาชิกโจรมาชุมนุมกันเพื่อประเมินสถานการณ์ หลังจากนางเสือปลอมออกอาละวาดทำร้ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เขาสั่งให้ทุกคนระวังตัว

มากขึ้น ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมพวกลักลอบตัดไม้พวกเราถึงจะลงมือ แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่เข้ามาพวกเราจะคุมเชิงอยู่ห่างๆ เป็นแค่กองหนุน แสงขอตัวไม่เข้าร่วมกับพวกพี่น้องโจร เพราะมีภารกิจต้องเฝ้าร่างจักจั่น ลุงเดชเข้าใจ ปล่อยให้แสงกลับไป

"ส่วนนางเสือปลอม ปล่อยให้หนูดาว ไผ่ และจักจั่นเป็นคนจัดการกับพวกมัน" ลุงเดชย้ำเสียงเข้ม

ooooooo

บ่ายมากแล้ว  ตอนที่ดาวกับจักจั่นโยนเป้สัมภาระขึ้นท้ายรถเตรียมเดินทาง ดาวบอกจักจั่นว่าก่อนเราสองคนจะไปทะเลรอบสอง เธอจัดการกับนางเสือปลอมเรียบร้อยแล้ว นางเสือปลอมไปเล่นงานฤทธิชัยกับอภิชาติ เธอออกมาเยี่ยมสายฟ้าพอดีเลยจ๊ะเอ๋กัน ดีที่ฤทธิชัยไม่เจอกับเธอ ดาวว่าแล้วถอนใจ หนักใจ

"พี่คิดว่านางเสือที่พี่เผชิญหน้าเป็นแค่หุ่นตัวหนึ่ง พี่คิดว่ามันต้องมีหุ่นนางเสือพวกนี้อีกเพื่อแยกกันออกปฏิบัติการ มันมีแผนทำลายชื่อของนางเสือให้ยับภายในพริบตา"

จักจั่นพลอยถอนใจไปด้วย "ถ้ามันเล่นแบบนี้ ท่าทางเราจะเสียเปรียบ"

ดาวพยักหน้า นั่นจะทำให้พวกเรามีศัตรูสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นพวกสินชัย อีกด้านหนึ่งเป็นกฎหมายบ้านเมือง ถึงจะต้องเหนื่อยอย่างไร เธอก็ยังเชื่อมั่นว่าเราจะกำจัดพวกคนร้ายได้ อาจจะยากกว่าเดิมแต่เราต้องทำให้ได้ สองสาวโดด ขึ้นรถจี๊ปบ่ายหน้าสู่ป่าลึกด้วยสีหน้ามุ่งมั่น...

เย็นวันเดียวกัน นางเสือปลอมกับพวกดักรอทำร้ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้อยู่กลางป่าลึก ลุงเดชเห็นเหตุการณ์โดยตลอดรีบไปดักหน้าขบวนรถของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เตือนว่ามีคนร้ายคอยดักซุ่มโจมตีอยู่ แต่พวกเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ หาว่าเป็นแผนลวงของลุงเดช ผู้อาวุโสของค่ายโจรเลยปล่อยเลยตามเลย พอขบวนรถของเจ้าหน้าที่คล้อยหลัง เสือสายฟ้าร้องคำราม ก่อนจะก้าวมายืนข้างๆลุงเดช

"ข้าพยายามบอกแล้ว...สายฟ้าลองบ้างก็แล้วกัน"

ลุงเดชเดินหายเข้าไปในป่าอีกด้านหนึ่ง โดยมีสายฟ้ากระโจนตามไปติดๆ ไม่นานนัก สายฟ้าโผล่มายืนขวางทางขบวนรถของเจ้าหน้าที่ หัวหน้าเจ้าหน้าที่เห็นท่าไม่ดีสั่งถอย ถ้านางเสือส่งทั้งคนทั้งเสือมาเตือนแล้วพวกเราไม่ควรเสี่ยง เสียงสายฟ้าคำรามก้องขึ้น ลุงเดชซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ ถึงกับถอนใจโล่งอกที่เห็นขบวนรถของเจ้าหน้าที่เลี้ยวรถกลับมุ่งหน้าออกจากป่า สายฟ้าคำรามขึ้นอีกครั้ง

"ข้ายังไม่จัดการพวกมันหรอก รอให้หนูดาวมาจัดการก็แล้วกัน" ลุงเดชยิ้มเดินกลับไปทางเก่า...

ขณะเดียวกัน ดาวกำลังขับรถมาตามเส้นทางในป่า ได้ยินเสียงสายฟ้าคำรามแว่วมา เบรกรถทันที เธอรับรู้ได้ว่านางเสือปลอมอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ จักจั่นแหงนหน้าสัมผัสทิศทาง

"อ๊ะ...ถ้าอย่างนั้น ตาจักจั่นบ้าง" จักจั่นคว้าเป้สัมภาระจากหลังรถ ดีดตัวหายเข้าไปในพุ่มไม้ข้างทาง เสียงดาวตะโกนไล่หลังให้ระวังตัวด้วย แต่จักจั่นหายไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

สมุนชุดดำเข้ามารายงานนางเสือปลอมว่าขบวนรถของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ถอยกลับไปหมดแล้ว มีคนไปเตือนว่าจะถูกโจมตี และไม่ใช่คนเตือนอย่างเดียวมีเสือด้วย นางเสือปลอมหาว่าเขาพูดจาไร้สาระ

"คือถ้ามีเสือแล้วมีคน แสดงว่าเป็นนางเสือครับ"

"เชอะ...ถ้าเป็นนางเสือจริง ป่านนี้มันมาขย้ำคอพวกแกแล้ว"

ทันใดนั้น มีเสียงดังขึ้นด้านหลังว่า "ถูกต้องที่สุด"

พวกนั้นพากันหันไปมองตามเสียงเห็นจักจั่นในคราบนางเสือยืนอยู่บนเนินดิน มีสายฟ้าอยู่ข้างๆ พวกสมุนกราดกระสุนใส่จักจั่นไม่ยั้ง สายฟ้าคำรามก้องแล้วหายเป็นเงาดำเข้าไปในป่า ขณะที่จักจั่นพุ่งขึ้นไปบนยอดไม้ พร้อมกับยิงโต้กลับโดนพวกสมุนล้มคว่ำไปสามคน นางเสือปลอมเห็นท่าไม่ดี สั่งให้ถอย

แต่ไม่ทันเสียแล้ว จักจั่นจัดการเหล่าสมุนราบคาบ ก่อนจะไล่ตามนางเสือปลอมแล้วใช้ความว่องไวไปดักรอข้างหน้า นางเสือปลอมพยายามจะหนี แต่ถูกจักจั่นดักได้หมดทุกทาง นางเสือปลอมสิ้นฤทธิ์ยกมือยอมแพ้ จักจั่นสั่งให้ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นสาวสวยคนหนึ่ง

"ใครเป็นคนบงการ รีบบอกมาแล้วจะรอด"

"เราไม่รู้ว่าใครเป็นคนบงการ แต่รู้ว่ามีคนถูกเลือกมาเป็นนางเสือนับสิบ ทุกคนได้รับเงินก้อนใหญ่"

"เป็นสิบเลยหรือ ฮึ่ม ไม่ยักกะรู้ว่านางเสือกำลังอินเทรนด์ งานเสร็จแล้วมีจุดนัดพบที่ไหน"

นางเสือปลอมยังไม่ทันจะตอบ ถูกลอบยิงเสียก่อน จักจั่นกวาดสายตาไปยังทิศทางที่กระสุนพุ่งมา เห็นลินจงในชุดดำอยู่บนมอเตอร์ไซค์ กระสุนปืนไรเฟิลยิงใส่จักจั่นเป็นชุดจนต้องพุ่งตัวหลบ สาวชุดดำอาศัยจังหวะนั้นบิดมอเตอร์ไซค์หนีไปได้ จักจั่นขยับจะตาม แต่ถูกสมุนชุดดำยิงสกัดไว้ เธอต้องใช้ต้นไม้เป็นที่กำบัง พอโผล่หน้ามาดูอีกที พวกนั้นหายไปหมดแล้ว จักจั่นรีบเข้าไปดูนางเสือปลอม พบว่าตายแล้ว

"เลือกเจ้านายผิดก็แบบนี้ล่ะ มีอะไรขึ้นมาก็ถูกเก็บ

ลูกเดียว" จักจั่นพูดจบดีดตัวหายเข้าไปในยอดไม้...

ดาวมาถึงค่ายโจรชั่วคราวเมื่อตะวันใกล้ลับทิวไม้แล้ว ลุงเดชกับสมาชิกโจรออกมาต้อนรับ ลุงเดชเล่าเรื่องที่ให้สายฟ้าไปเตือนขบวนรถของเจ้าหน้าที่ให้ดาวฟัง เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าจักจั่นไม่ได้มาด้วย กำลังอ้าปากจะถามถึง จักจั่นดีดตัวลงมากลางวงพอดี เหล่าสมาชิกโจรไม่เคยเห็นร่างใหม่ของจักจั่นตวัดปืนเล็ง จักจั่นว่าประชดว่า ไม่ต้อง
ดีใจตื่นเต้นกันขนาดนี้ก็ได้ ลุงเดชสงสัยว่านี่ร่างใหม่ของจักจั่นหรือ

"แน่นอน" จักจั่นเดินอวดหน้าสวยๆไปด้วย

"กลับมาถึงก็ออกฤทธิ์เลยนะ" ลุงเดชกระเซ้า

"นิดหน่อยน่ะลุงเดช ทบทวนความจำ ขัดสนิมอะไรทำนองนั้น"

"โม้เก่งแบบนี้ ลุงเชื่อแล้วว่าเป็นจักจั่น" ลุงเดชหัวเราะชอบใจ สมาชิกโจรพลอยขำไปด้วย

ดาวกระซิบถามจักจั่นว่า "ได้เรื่องอะไรไหม"

"จริงอย่างที่พี่ดาวว่า นางเสือปลอมมีเพียบ" จักจั่นกระซิบตอบ ส่วนดาวลอบถอนใจ

ooooooo

ที่ผับหรูแห่งหนึ่งแถวแหล่งบันเทิงของกรุงเทพฯ ระหว่างที่ฤทธิชัยกับอภิชาติรอการมาถึงของสินชัย

ฤทธิชัยกลับนั่งใจลอย อภิชาติเรียกอยู่หลายครั้งก็ไม่ได้ยินจนต้องสะกิด อดแซวเพื่อนไม่ได้ว่าใจลอยคิดถึงดาวหรือ  ฤทธิชัยพยักหน้า แต่ก็ไม่ได้คิดถึงเธอในทางชู้สาว

"ฉันเห็นคุณอาหญิงกับคุณดาวสนิทกันแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเราควรบอกความจริงคุณอาหญิงดีไหมเรื่อง..."

"รูปน้องพฤกษาที่ออกมาหน้าคล้ายกับคุณดาว"

ฤทธิชัยพยักหน้า อภิชาติมั่นใจที่เราสองคนทำถูกต้องแล้ว  ตราบใดเรื่องนางเสือกับดาวยังไม่ชัดเจน  เราควรจะปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน อภิชาติเห็นเพื่อนสีหน้าหนักใจรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่ามารอพบสินชัยเรื่องอะไร

"ก็แค่อยากจะใช้โอกาสที่นายสินชัยร้องขอความคุ้มครองจากตำรวจเรื่องนางเสือ สอบถามไปเรื่อยเปื่อย เผื่อว่ามันจะหลุดไต๋อะไรออกมาบ้าง"

"งั้นเชิญเลยเพื่อน...มาโน่นแล้ว"

ฤทธิชัยหันไปมอง เห็นผู้จัดการผับกำลังกุลีกุจอพาสินชัยไปนั่งโต๊ะด้านในสุดของร้าน ฤทธิชัยขยับจะเดินไปหา อภิชาติรั้งตัวไว้ชี้ให้ดูว่ามีคนตัดหน้าก่อนแล้ว ฤทธิชัยเห็นกำจรเดินมานั่งร่วมโต๊ะกับสินชัย สองหนุ่มชักสงสัยกำจรกับสินชัยอาจจะมีข้อตกลงบางอย่างกัน จึงนั่งจับตามองพวกนั้นเขม็ง

จังหวะที่กำจรยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นชนกับแก้วของสินชัย ฤทธิชัยตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะของสินชัย อภิชาติรีบลุกตามบอดี้การ์ดเห็นฤทธิชัยมา กระซิบเตือนเจ้านายทันที สินชัยกับกำจรหันมองเขาเป็นตาเดียวกัน ฤทธิชัยทักกำจรว่ามาสัมภาษณ์ สินชัยหรือมาเที่ยว กำจรอ้างว่าสินชัยมีข่าวจะบอกเกี่ยวกับนางเสือ

"อืม...เหตุผลเดียวกันกับที่ผมมาที่นี่ ผมอยากจะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่นางเสือติดต่อเรียกค่าไถ่เพชรและขู่จะเอาชีวิตคุณ"

สินชัยชวนฤทธิชัยนั่งร่วมโต๊ะด้วยกัน ผู้กองหนุ่มขอยืนดีกว่าเพราะไม่คิดจะอยู่นาน แล้วซักสินชัยว่านางเสือติดต่อเรียกค่าไถ่เพชรอย่างไร ทางโทรศัพท์หรือจดหมาย สินชัยแต่งเรื่องว่านางเสือส่งจดหมายเข้ามา ส่วนการข่มขู่เอาชีวิต เธอโทรศัพท์มา ฤทธิชัยสบช่องที่สินชัยขอความคุ้มครองจากตำรวจ ขอดูหลักฐานข่มขู่พวกนั้น เพื่อตรวจ
สอบก่อนจะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุ้มครอง

สินชัยยินดีจัดให้ตามคำขอ  แต่รู้สึกตงิดๆชอบกลว่าฤทธิชัยไม่ค่อยเชื่อว่าเขาถูกนางเสือข่มขู่  ความที่เป็นตำรวจ ฤทธิชัยจะเชื่อเรื่องอะไรต้องมีหลักฐานยืนยันก่อน  และถ้านางเสือขู่เอาชีวิตสินชัยจริง ป่านนี้เขาตายไปแล้ว ฤทธิชัยมองเย้ยไปที่พวกบอดี้การ์ดของสินชัยแล้วเดินออกไป อภิชาติเดินตาม

อยู่ๆฤทธิชัยเดินกลับมาที่โต๊ะของสินชัยอีกครั้ง สั่งโซดามาดื่ม พอพนักงานเอาแก้วโซดามาเสิร์ฟ ฤทธิชัยแกล้งทำหลุดมือ น้ำโซดากระเด็นเปื้อนสินชัยกับกำจร สินชัยฝืนยิ้มจะสั่งโซดาให้ใหม่ ฤทธิชัยไม่ต้องการ

"จริงๆแล้วผมจะกลับมาบอกว่า ตอนนี้มีแก๊งคนจีนเดินทางเข้ามาแล้ว น่าจะเป็นแก๊งเดียวกับไอ้พวกที่เป็นศพอยู่ในโรงแรมที่จอมเทียน คงมาตามหาแม่พิมพ์ที่นายยูเว่ตัวจริงเอาเข้ามา...น่าจะมีคนส่งข่าวให้พวกมันรู้ว่าคุณอยู่เบื้องหลัง เพราะนอกจากนางเสือแล้ว  ผมคิดว่าพวกมันอาจกำลังตามเล่นงานคุณด้วย"

ฤทธิชัยป่วนสินชัยเสร็จ ผละจากไปพร้อมกับอภิชาติ สินชัยมองสองหนุ่มอย่างเคียดแค้น ขณะที่กำจรยิ้มตาวาว ข่าวชิ้นนี้จะต้องทำให้เขาดังแน่ๆ

ooooooo

ผู้กองหนุ่มใช้โอกาสที่สินชัยกำลังเพลินอยู่ในผับ ชวนอภิชาติไปเยี่ยมคอนโดฯที่พักหรูของเขา อภิชาติ เตือนในฐานะทนายความว่าการทำแบบนี้ผิดกฎหมาย ฤทธิชัยยิ้ม จะผิดได้อย่างไรในเมื่อเขาได้รับรายงานว่านางเสือมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น เขามีหน้าที่คุ้มครองสินชัย จึงต้องไปตรวจสอบ

ครู่ต่อมา ฤทธิชัยกับอภิชาติมาถึงหน้าห้องพักของสินชัย ฤทธิชัยทำทีกดกริ่งหน้าประตูห้อง ไม่มีใครเปิดรับเหลียวซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน หยิบซองใส่เครื่องมืองัดแงะออกมา สอดอุปกรณ์เข้าไปในลูกบิดประตูขยับไปมาครู่หนึ่ง ประตูเปิดออก ภายในห้องปิดไฟมืด ทันใดนั้น มีเงาของคนวิ่งผ่านไปที่ระเบียงห้อง

ฤทธิชัยกับอภิชาติพุ่งหลบหลังโซฟาโดยอัตโนมัติ พอส่งสัญญาณพร้อมลุย ทั้งคู่ดีดตัวขึ้นพร้อมกันปืนในมือเล็งไปที่เงาตรงระเบียง แต่ต้องชะงักเพราะเงานั้นคือนางเสือ จังหวะนั้น ลินจงในคราบนางเสือปลอมสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง ฤทธิชัยกับอภิชาติผลุบลงไปหลังโซฟาอย่างเดิม อภิชาติตะโกนฝ่าเสียงปืน

"เอาเลยเพื่อน ฉันยกนางเสือให้นาย"

ฤทธิชัยไม่พูดอะไรดีดตัวออกไป ยิงโต้ตอบ นางเสือปลอมเห็นท่าไม่ดีพุ่งลงจากระเบียง ฤทธิชัยตะโกนบอกให้ อภิชาติลงไปดักข้างล่าง ส่วนเขาโผไปที่ระเบียง มองลงไปเห็นนางเสือปลอมโรยตัวด้วยลวดสลิงใกล้จะถึงพื้น ฤทธิชัยเล็งปืนจะยิงแต่แล้วเปลี่ยนใจ นางเสือปลอมเงยหน้ามองเขาอึดใจ แล้ววิ่งหายไปในความมืด

อภิชาติมาถึงจุดที่นางเสือปลอมแตะพื้น แต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว เขาโบกมือให้ฤทธิชัยแล้วเดินกลับเข้าตัวตึก ฤทธิชัยหยิบมือถือขึ้นมากดโทร.ออก

"นี่ผู้กองฤทธิชัย ผมต้องการเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาที่คอนโดฯของนายสินชัยเร็วที่สุด"

ฤทธิชัยวางสาย เป็นจังหวะเดียวกับอภิชาติเดินกระหืดกระหอบกลับมา ผู้กองหนุ่มมองสำรวจรอบๆห้องเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ตรงรี่เข้าไปเปิดเครื่อง อภิชาติร้องห้ามอย่างเคย

"เฮ้...ค้นหาข้อมูลส่วนตัวผิดกฎหมายนะเพื่อน"

"ฉันแจ้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานไปแล้ว อีกสิบห้านาทีคงมาถึง นายช่วยทำตัวให้เป็นประโยชน์ลงไปรอรับเจ้าหน้าที่หน่อยก็ดีนะเพื่อน ระหว่างนี้ฉันจะเล่นเกมรอไปพลางๆ"

อภิชาติรู้ทันว่าเพื่อนใช้ให้ไปถ่วงเวลาเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน เดินส่ายหน้าออกไป ฤทธิชัยเร่งมือค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ แต่กลับปรากฏแค่ตัวหนังสือบนหน้าจอว่า "สวัสดีครับผู้กองฤทธิชัย" ผู้กองหนุ่มยิ้ม มือกดคีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่ว

"นายสินชัย นึกว่านายแน่นักหรือ รู้จักมือแฮกเกอร์ ระดับเอฟบีไอซะหน่อย"

ooooooo

ระหว่างขับรถออกจากคอนโดฯ ที่พักของสินชัย อภิชาติแปลกใจที่เห็นเพื่อนอารมณ์ดีทั้งๆที่เพิ่งเจอกับดักของสินชัยเข้าเต็มๆ เขาต้องทำอะไรกับคอมพิวเตอร์ของสินชัยแน่ๆ ฤทธิชัยปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย นางเสือต่างหากบุกเข้ามาเจาะคอมพิวเตอร์ของสินชัย อภิชาติคาดคั้นให้บอกว่าทำอะไรมา

"ไม่ได้ทำอะไร แค่ทำเงินในบัญชีของนายสินชัยหายไป 20 ล้านบาท"

"นายนี่ร้ายจริงๆ แต่ถ้านายสินชัยจ้างมือไอทีมาตามรอยดู ก็จะรู้ว่าเงินไปอยู่ที่ไหน"

ฤทธิชัยรับรองว่าถึงสินชัยจะหาเงินเจอก็ไม่กล้าโวยวาย เพราะเงินในบัญชีที่เขาเอาไป  เป็นเงินในบัญชีลับผิดกฎหมายของสินชัยและเขาโอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีมูลนิธิเด็กในนามของสินชัยเองถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ อภิชาติยิ้ม ทั้งชื่นชมและสะใจกับการกระทำของเพื่อน

"เฮ้ย...ฉันเปล่า นางเสือต่างหาก...นายสินชัยเป็นพยานได้" ฤทธิชัยหัวเราะชอบใจ

อภิชาติยังแปลกใจไม่หาย ทำไมนางเสือถึงตามเล่นงานเรา ฤทธิชัยฟันธง นางเสือคนนี้ไม่ใช่นางเสือที่เขาเคยเจอ นางเสือเคยช่วยชีวิตเขาไว้ถึงสองครั้ง  อยู่ๆจะกลับมาเล่นงาน เป็นไปไม่ได้

"ตกลงนายคิดว่าเป็นนางเสือปลอม ถึงได้ไม่ยอมเหนี่ยวไก"

"ณ เวลานี้ ฉันว่าปลอม แน่นอน"

"ปัญหาก็คือว่านายจะทำอย่างไร...ถ้านายยืนยันว่าเป็นนางเสือปลอมก็แสดงว่านายรู้จักนางเสือตัวจริง  เข้าทางนายสินชัยอยู่ดี...งานนี้นายสินชัยวางหมากได้เหนือชั้นเกินกว่าที่เราคิด"

ฤทธิชัยรู้ดีว่าเพื่อนพูดถูก คิดหาทางแก้เกม

ooooooo

ที่ค่ายโจรชั่วคราวในป่าลึกเขตบ้านดอนเสือ ดาว จักจั่นกับลุงเดชนั่งปรึกษาเรื่องนางเสือปลอมชักออกอาละวาดหนักข้อขึ้น ลุงเดชอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะทางการต้องระดมกำลังออกตามล่า ถ้านางเสือจริงออกมาจัดการนางเสือปลอม อาจจะจ๊ะเอ๋กับกำลังเจ้าหน้าที่ ดาวไม่กังวลเพราะมีแผนรับมือไว้แล้ว

"ในเมื่อนายสินชัยใช้เจ้าหน้าที่ตามล่าเรา เราก็จะให้ เจ้าหน้าที่ตามล่าพวกมันเหมือนกัน ดาวกับจักจั่นจะนำผู้กองตามล่านางเสือปลอมโดยตรง ส่วนลุงเดชสามารถนำเจ้าหน้าที่ลุยพวกมันได้ผ่านทางค่ายอาสาฯ"

ลุงเดชถึงกับชะงัก "ทำไมต้องเป็นค่ายอาสาฯ"

"เพราะค่ายอาสาฯเป็นทางออกที่แนบเนียนที่สุด ข่าวของพวกมันผ่านสมาชิกค่ายอาสาฯ ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าของลุงเดชและสมาชิกชุมโจรอย่างแน่นอน...แต่ถ้าลุงเดชไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับค่ายอาสาฯ ดาวกับจักจั่นจะออกหน้าเอง"

ลุงเดชพยักหน้า ยิ้มพอใจชมว่าเป็นแผนที่เพอร์เฟกต์ที่สุด  เพราะตัวเองจะได้ไม่ต้องยุ่งกับค่ายอาสาฯ  ดาวเบาใจไปเปลาะหนึ่ง  ตอนนี้ก็เหลือแค่เปิดตัวค่ายอาสาฯอย่างเป็นทางการเท่านั้น...

ขณะเดียวกัน สินชัยสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อได้รับรายงานจากนายไชยว่าเสี่ยเหลิมถูกหลานสาวสองคนของป้าเนียนเล่นงานจนต้องเข้าโรงพยาบาล สินชัยซักไปซักมาจึงรู้สาเหตุที่เด็กสองคนตามมาเล่นงานพวกนายไชยจนหมดสภาพ เป็นเพราะป้าเนียนคิดจะเปิดค่ายอาสาฯขึ้นมาใหม่ นายไชยเลยให้คนไปจับตัวแกมาสอบ

"เอ็งไปจัดการเคลียร์ไอ้เด็กสองคนนั่นไปให้พ้นทาง แล้วก็หาทางอย่าให้ค่ายอาสาฯเปิด  ก่อนที่ข้าจะปิดบัญชีพวกเอ็ง... เดี๋ยว...ข้าจำได้แล้ว ป้าเนียนเป็นพยาบาลค่ายอาสาฯสมัยไอ้อิทธิเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่พิเศษของป่าไม้"

"ใช่แล้วครับนาย"

"จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยและเร็วที่สุด เงินปลอมชุดแรกกำลังจะไปถึงภายในวันสองวันนี้ อย่าให้มีปัญหาโดยเด็ดขาด" สินชัยวางสายอย่างหงุดหงิด จังหวะนั้น เสียงมือถือของเขาดังขึ้น

"คุณทอมมีเรื่องด่วนอะไรหรือครับ" สินชัยนิ่งฟังอยู่อึดใจ "เงิน 20 ล้านหายไปจากบัญชีลับ...ผมพอจะรู้ว่าเป็นฝีมือใคร...ไม่ต้องห่วง ผมจะโอนเงินของผมเข้าบัญชีลับเอง...แค่ 20 ล้าน ผมรับผิดชอบได้ เรื่องไม่จำเป็นต้องถึงนายใหญ่" สินชัยวางสาย แค้นใจที่โดนฤทธิชัยลูบคม...

เมื่อทุกอย่างพร้อม ดาวเรียนเชิญคุณหญิงรัตนามาเป็นประธานพิธีเปิดค่ายอาสารักษาป่าไม้บ้านดอนเสืออย่างเป็นทางการ เธอขอร้องให้ฤทธิชัยกับอภิชาติมาเป็นเพื่อนและดูแลความปลอดภัยให้คุณหญิงรัตนา

ooooooo

พอสินชัยได้ยินข่าวทางทีวีว่าวันนี้คุณหญิงรัตนาจะเดินทางไปเปิดค่ายอาสาฯที่บ้านดอนเสือ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของสามีที่ล่วงลับ เขาต้องเชือดไก่ให้ลิงดู สั่งสมุนไปกำจัดเธอ หวังให้ชาวบ้านเสียขวัญ...

บรรยากาศในงานเปิดค่ายอาสาฯเต็มไปด้วยความคึกคัก ชาวบ้านรุ่นใหม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกค่ายแห่งนี้เกือบ 30 คน มีสมาชิกรุ่นเก่าอีก 4-5 คนยืนอยู่กับป้าเนียน ไม่เห็นแม้แต่เงาของลุงเดช ไผ่อดถามป้าเนียนไม่ได้ว่าทำไมลุงเดชไม่อยากยุ่งกับค่ายนี้ ป้าเนียนอึกๆอักๆ

"เอ่อ...ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แกคงชอบทำอะไรคนเดียวมากกว่า ยิ่งคนเยอะยิ่งตัดสินใจช้าไม่ทันใจแกมั้ง...ลุงหงวนอีกคน หมดไฟเหมือนกัน"

จังหวะนั้น รถตู้ของคุณหญิงรัตนาวิ่งมาถึงหน้าค่ายอาสาฯ ตามมาด้วยรถของฤทธิชัย ซึ่งมีอภิชาตินั่งมาด้วย อภิชาติผิดสังเกตตั้งแต่รถเข้าเขตบ้านดอนเสือแล้ว ไม่เห็นพวกสมุนของสินชัยเดินเพ่นพ่านเหมือนเช่นเคย แถมในงานเปิดค่ายอาสาฯ ก็ไม่มีนักข่าวมาทำข่าวสักคน

"นายสินชัยคงไม่อยากให้ชาวบ้านรู้แล้วรวมตัวกันมากขึ้น...คอยระวังหน่อยแล้วกัน" ฤทธิชัยว่าแล้วกราดสายตาไปรอบๆสีหน้าเคร่งเครียด...

หลังจากเสร็จพิธีเปิดค่ายอาสาฯแล้ว คุณหญิงรัตนาพร้อมด้วย ดาว จักจั่น ฤทธิชัย และอภิชาตินั่งรถตู้ของคุณหญิงเข้าตัวเมืองดอนเสือเพื่อไปกินข้าวกลางวัน ระหว่างรถแล่นไปตามเส้นทางในป่า มีเสียงสายฟ้าคำรามดังขึ้น ดาวตื่นตัวระวังภัย ลอบสบตากับจักจั่น เสียงคุณหญิงรัตนาดังขึ้น

"เอ๊ะ...นั่นเสือ...แปลกมาก"

ทุกคนหันไปมอง เห็นสายฟ้ายืนสง่าอยู่บนเนินดิน ดาวจ้องสายฟ้าเขม็ง พยายามทำให้เป็นเรื่องปกติ

"อ๋อ...ที่นี่ยังพอมีเสือให้เห็นอยู่บ้างค่ะคุณอาหญิง"

สายฟ้าวิ่งขนานไปกับรถตู้ ดาวพยายามเพ่งสมาธิไปยังสายฟ้าให้หลบไปก่อน แต่เธอกลับรู้สึกคุ้นๆกับภาพตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก พอหันมองคุณหญิงรัตนากลับเจอเป็นท่านอิทธินั่งอยู่ ดาวเพ่งมองแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะ เสียงเรียกของจักจั่นทำให้ดาวได้สติ เห็นคุณหญิงรัตนากำลังยิ้มให้

"เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ หนูดาว"

"ดาวไม่เป็นอะไรค่ะ...คุณอาหญิงพูดว่าอะไรคะ"

"อาเพียงแต่บอกว่าแปลกมากเพราะอารู้สึกเหมือนเคยเห็นเสือตัวนี้มาก่อนตอนที่ลูกสาวอายังเป็นเด็ก"

ฤทธิชัยกับอภิชาติต่างมองตากัน ทันใดนั้น รถเบรกกะทันหัน ฤทธิชัยมองไปเบื้องหน้าเห็นต้นไม้ล้มขวางทางอยู่ เขารู้ทันทีว่าต้องเกิดเหตุร้ายตะโกนเตือนว่า "คนร้าย" ขาดคำ มีเสียงปืนดังสนั่นไปทั้งป่า ฤทธิชัยไม่รอช้าเปิดประตูรถผลัวะ พุ่งตัวออกไป  อภิชาติตามไปติดๆทั้งสองสาดกระสุนเข้าไปในพุ่มไม้ข้างทาง

เห็นร่างคนร้ายล้มคว่ำ ดาวสั่งให้จักจั่นอยู่กับคุณอาหญิง แล้วขยับจะออกไป จังหวะนั้น มีกระสุนทะลุกระจกข้างรถแตกกระจาย จักจั่นหันไปเห็นคุณหญิงรัตนาอยู่ในอ้อมแขนดาว ที่เหนือขมับของท่านมีเลือดไหลเป็นทาง มือของดาวเต็มไปด้วยเลือดสดๆ  ดาวจ้องร่างคุณหญิงรัตนาเขม็ง  ก่อนจะกรีดร้องอย่างเจ็บปวด

เธอวางร่างคุณหญิงรัตนาลงบนเบาะรถ แล้วดีดตัวผ่านหน้าสองหนุ่มหายไปในแนวป่าอย่างรวดเร็ว ฤทธิชัยขยับจะตาม แต่เสียงร้องของจักจั่นทำให้เขาต้องชะงัก

"คุณอาหญิงถูกยิง"

"ชาติ...นายพาคุณอาหญิงออกไปจากที่นี่   ฉันจะตามคุณดาวไป"

ฤทธิชัยพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวมาจากในป่า ตามมาด้วยเสียงคนร้องโหยหวน  กระสุนที่ระดมยิงมาทางรถตู้เริ่มเบาบางลงและเงียบหายไปในที่สุด แต่เสียงปืนในป่ากลับดังก้อง

"ไปเลยเพื่อน ฉันจัดการทางนี้เอง" อภิชาติว่าแล้ว ดีดตัวกลับมาที่รถตู้

ฤทธิชัยวิ่งตามทิศทางที่ดาวไป จักจั่นออกมายืนคุ้มกันนอกรถ ขณะที่อภิชาติเข้าไปตรวจอาการคุณหญิงรัตนา พบว่ากระสุนแค่เฉี่ยวขมับ ท่านคงช็อกหมดสติไปเท่านั้น จักจั่นแนะให้ไปหาป้าเนียน เพราะอยู่ใกล้กว่าไปโรงพยาบาล อภิชาติตะโกนบอกคนขับรถ

"ไปสถานีอนามัยบ้านดอนเสือ เร็วเข้า"

ooooooo

ดาวโกรธแค้นที่คุณหญิงรัตนาถูกลอบทำร้าย ไล่ยิงพวกคนร้ายอย่างบ้าคลั่ง พวกนั้นล้มตายเป็นใบไม้ร่วง  จังหวะหนึ่ง  ดาวถูกกระสุนยิงเข้าไหล่ซ้ายถึงกับตัวหมุน เลือดสาด แต่เธอไม่สนใจตะลุยยิงพวกคนร้ายไม่หยุด กระสุนพุ่งมาถูกชายโครงดาวอีกหนึ่งนัด ถึงกับเซ แต่ฝืนยืนต่อสู้จนคนร้ายคนสุดท้ายล้มลง

ดาวจับที่ชายโครงตัวเอง แล้วยกมือขึ้นมาดู เห็นเลือดเต็มมือ  เธอเริ่มอ่อนแรงต้องยืนพิงต้นไม้กันล้ม  เสียงสายฟ้าคำรามดังก้องขึ้นอีก ดาวเห็นจุดสีเหลืองพร่างพรายไปทั่วบริเวณ มีเสียงพระธุดงค์ดังขึ้น

"โยมเข่นฆ่าด้วยความแค้น ขาดสติ เป็นบาปทำให้พรคุ้มกันที่เคยมีหายไป จงมีสติทำลายอธรรมด้วยธรรมในใจ" เสียงพระธุดงค์จางหายไป

ดาวหลับตาตั้งสมาธิ อึดใจมีแสงสีทองมาวนเวียนรอบตัว เธอเริ่มเซไปมาแล้วล้มลงหมดสติในอ้อมแขนของฤทธิชัยซึ่งตามมาพอดี เขาอุ้มดาวขึ้นมา มองไปรอบตัวเห็นแต่ร่างของพวกคนร้ายนอนตายเกลื่อน

ในเวลาต่อมา รถตู้ของคุณหญิงรัตนาแล่นมาจอดหน้าสถานีอนามัยอย่างรีบร้อน ไผ่ก้าวลงจากรถจี๊ปปราดไปที่รถตู้ ถามจักจั่นว่าเกิดอะไรขึ้น

"พวกมันซุ่มยิงพวกเรา...คุณอาหญิงบาดเจ็บ แต่ไม่เป็นอะไรมากกระสุนเฉี่ยวแค่สลบไป"

จักจั่นพูดพลางเลื่อนประตูข้างรถเปิดให้อภิชาติอุ้มคุณหญิงรัตนาลงมา แล้วพาเข้าไปในสถานีอนามัย ไผ่มองตามสีหน้าเครียด เสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น ไผ่หลับตาทำสมาธิ เห็นภาพฤทธิชัยกำลังอุ้มดาว เดินวนไปมาอยู่ในป่าเหมือนหลงทาง ไผ่รีบพุ่งไปที่รถจี๊ป ขับออกไปอย่างรวดเร็ว...

ไม่นานนัก เหยี่ยวสายลมปรากฏร่างบินวนและส่งเสียงร้องเตือนอยู่เหนือฤทธิชัย เขารู้สึกเหมือนมีภัยใกล้เข้ามา สอดส่ายสายตาหาที่เหมาะๆเพื่อรอตั้งรับการบุกของพวกคนร้าย จังหวะนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นชุด ฤทธิชัยอุ้มดาววิ่งสลับฟันปลา ก่อนจะพุ่งเข้าไปหลังพุ่มไม้หนา แล้วค่อยๆวางดาวหลบหลังท่อนไม้

"รอผมแป๊บหนึ่ง ขอจัดการไอ้พวกนี้ก่อน"

ฤทธิชัยคว้าปืนที่เหน็บไว้ด้านหลัง ค่อยๆโผล่หัวขึ้นมาดูอย่างระแวดระวัง เห็นคนร้ายนับสิบกำลังตีวงล้อมเข้ามา เขาไม่รอช้าสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พวกนั้นหลายคนล้มคว่ำ พวกที่เหลือดาหน้าเข้าหา กระหน่ำยิงมายังจุดที่ฤทธิชัยซ่อนตัวอยู่ พุ่มไม้ข้างๆกระจุย

ก่อนที่ฤทธิชัยจะเสียทีให้พวกคนร้าย ไผ่ ลุงเดชและสมาชิกโจรในคราบชาวบ้านตามมาช่วยไว้ได้ทัน พวกคนร้ายแตกกระเจิง ล่าถอยเข้าป่าไปหมด ลุงเดชกับไผ่ปราดเข้าไปที่ร่างของดาว พอเห็นสภาพหญิงสาวต่างมองหน้ากันแปลกใจ เพราะดาวควรจะได้รับพรคุ้มกัน อาวุธใดๆทำร้ายไม่ได้

"เป็นไปได้อย่างไร" ลุงเดชส่ายหน้างงๆ

"คุณดาวไล่ล่าพวกมันผมตามไม่ทัน พอผมมาถึงพวกมันตายหมดคุณดาวได้รับบาดเจ็บ" ฤทธิชัยพาซื่อ

"ขอบคุณมากครับผู้กอง" ลุงเดชว่าแล้วรีบอุ้มดาวพาออกไปทันที ปล่อยให้ฤทธิชัยกลับไปกับไผ่...

ที่สถานีอนามัย คุณหญิงรัตนาฝันเห็นท่านอิทธิจูงมือหนูพฤกษาออกจากป่าเดินเข้ามาหา เธอตะโกนเรียกลูกษาลั่น อภิชาติตกใจเข้ามาปลุกให้รู้สึกตัว คุณหญิงรัตนาในสภาพมีผ้าพันแผลรอบศีรษะค่อยๆลืมตาขึ้นมอง เห็นอภิชาติ จักจั่น ป้าเนียน และจันจิรายืนมองด้วยความเป็นห่วง แต่ไม่เห็นดาวอยู่แถวนั้นก็ถามหา

จังหวะนั้น ฤทธิชัยโทร.เข้ามือถือของอภิชาติแจ้งว่าดาวได้รับบาดเจ็บ ลุงเดชกำลังพาไปโรงพยาบาลบ้านดอนเสือ คุณหญิงรัตนาถึงกับหน้าเสีย จักจั่นร้องเอะอะว่าเป็นไปไม่ได้ ทุกคนมองเธอเป็นตาเดียวกัน จักจั่นรู้สึกตัวรีบกลบเกลื่อน

"คือ...จักจั่นหมายความว่าทีจักจั่นไม่เห็นเป็นอะไร ทำไมพี่ดาวถึงต้องมาบาดเจ็บ"

คุณหญิงรัตนาเป็นห่วงดาวมากขอร้องให้อภิชาติพาไปโรงพยาบาลบ้านดอนเสือทันที

ooooooo

ดาวถูกพาเข้าห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ไม่นานนัก ฤทธิชัยกับไผ่มาถึงโรงพยาบาล ฤทธิชัยเข้าไปข้างในตึกเพียงลำพัง เห็นลุงเดชยืนอยู่หน้าห้องผ่าตัดรีบเข้าไปหา จังหวะนั้น หมอออกจากห้องผ่าตัดสีหน้าเคร่งเครียด ขอคุยกับลุงเดชเป็นการส่วนตัว ฤทธิชัยได้แต่มองตามลุงเดชกับหมออย่างเป็นกังวล

ตอนที่ 10

ในเวลาต่อมา ดาว ฤทธิชัยกับจักจั่นมาถึงร้านอาหารตามนัด พบว่าคุณหญิงรัตนา ท่านรองฯก้อง-เกียรติ กับอภิชาตินั่งรออยู่ก่อนแล้ว อภิชาติมองสาวสวยแปลกหน้าอย่างสงสัย ดาวแนะนำคุณหญิงรัตนาว่านี่คือจักจั่น คุณหญิงมองอย่างคาดไม่ถึง

"คุณจักจั่น...คุณสวยน่ารักมากเลยครับ" อภิชาติร้องทักอย่างตื่นเต้นดีใจ

จักจั่นพยักหน้ารับอย่างแกนๆคิดว่าอภิชาติชมตามมารยาท แล้วขออนุญาตคุณหญิงรัตนาเชิญอภิชาติไปคุยกันข้างนอก จักจั่นจึงได้รู้ความจริงว่าถูกดาวกับฤทธิชัยร่วมมือกันหลอกว่าเธอได้ร่างคน แก่ แต่ที่จริงแล้วร่างใหม่ของเธอเป็นสาวสวยอายุไล่เลี่ยกับเธอ จักจั่นถึงกับยิ้มออก อารมณ์ดีกินอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย...

ฤทธิชัยเรียนถามท่านรองฯก้องเกียรติว่ามาทำอะไรแถวนี้ ท่านรองฯมาเยี่ยมเพื่อนซึ่งเป็นทหารเรืออยู่ที่สัตหีบ เพื่อนของเขามีเรื่องน่าสงสัยบางอย่างเลยอยากจะปรึกษา ฤทธิชัย เหมือนรู้ทันว่าตัวเองจะมีงานเข้า ท่านรองฯยังไม่อยากคุย อะไรตอนนี้ อ้างว่าเดี๋ยวพวกผู้หญิงจะเบื่อเสียก่อน

"ไม่ต้องห่วงหรอกครับ สาวทั่วไปชอบคุยเรื่องแฟชั่น แต่สาวๆตรงหน้าท่านชอบฟังเรื่องบู๊ๆครับ โดยเฉพาะถ้าเกี่ยวข้องกับนายสินชัย" อภิชาติกระเซ้า

คุณหญิงรัตนาได้ยินว่ามีชื่อสินชัยเข้ามาเกี่ยวข้องจึงชวนไปคุยกันต่อที่ บ้านพักของท่าน ไม่นานนัก ทุกคนมานั่งรวมกันที่ห้องรับแขกในบ้านพักริมทะเลของคุณหญิงรัตนา ท่านรองฯก้องเกียรติเล่ารายละเอียดให้ฟังว่า เรดาร์ของเรือยามฝั่งตรวจพบความเคลื่อนไหว แต่พอไปถึงจุดหมายกลับพบแต่ความว่างเปล่า ฤทธิชัยตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นเรือขนาดเล็กความเร็วสูง ถึงหลบเรดาร์ได้

"ท่านรองฯกำลังคิดว่านายสินชัยกำลังจัดงานเปิดตัวขายสินค้าทางทะเล" อภิชาติพูดเสริม

"ผมคิดว่าใช่...ผมให้คนตรวจดูแล้ว บังเอิญพบว่ามีเรือจากบริษัททัวร์ของนายสินชัยจอดเทียบท่าอยู่แถวนั้น พอดี...อีกเรื่องหนึ่งที่สายรายงานก็คือ จุดเก็บของของบริษัทในเครือของนายสินชัยอยู่ในพื้นที่นี้เช่นกัน"

"ว้าว...หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสองพอดี จุดรับสินค้าเรือเร็วขนส่งสินค้า...ลงตัวเป๊ะๆ"

ฤทธิชัยเห็นด้วยกับอภิชาติว่าช่างบังเอิญอะไรขนาดนั้น ดาวกับจักจั่นลอบสบตากัน ท่านรองฯก้องเกียรติเห็นว่าสมควรแก่เวลา ขอตัวกลับก่อน อวยพรให้หนุ่มๆสาวๆเที่ยวกันให้สนุก ดาว จักจั่น อภิชาติ และฤทธิชัยต่างยิ้มให้กัน เข้าใจความนัยคำพูดของท่านรองฯก้องเกียรติ

ooooooo

หลังจากท่านรองฯก้องเกียรติกลับไปสักพัก ท่านรองฯโทร.มาบอกฤทธิชัยว่าจะส่งข้อมูลเกี่ยวกับจุดเก็บของและเรือทัวร์ของ บริษัทในเครือสินชัยมาให้ทางมือถือ ดาวพูดขึ้นลอยๆว่า ท่าทางคืนนี้ผู้กองกับอภิชาติคงต้องยุ่งแน่ๆ ฤทธิชัยรู้ทันว่าสองสาวจะขอไปด้วย รีบปฏิเสธว่าไปไม่ได้เด็ดขาด

"แค่รออยู่ในรถเฉยๆก็ไม่ได้หรือคะ...ลองคิดดูนะคะผู้กอง หนุ่มสาวสองคู่นั่งคุยกันในที่เงียบๆน่าจะเป็นเหตุเป็นผลที่ดีกว่าชายสองคน ไปนั่งหนุงหนิงกัน" ดาวทำตาหวานอ้อน

"ไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวคุณอาหญิงเกิดถามหาพวกคุณขึ้นมา ผมแย่แน่ๆ"

ดาวกับจักจั่นจะจัดการเรื่องขออนุญาตคุณอาหญิงเอง จังหวะนั้น มีเสียงสัญญาณมือถือดังเตือนว่ามีข้อมูลส่งมาถึงเรียบร้อยแล้ว ฤทธิชัยรีบกดดู บอกว่าจุดรับของเป็นผับอยู่ที่หาดจอมเทียน

"นายกับฉันเข้าผับกันสองคน พวกมันสงสัยแน่ๆ" อภิชาติมองเพื่อนเหมือนรอคำตอบว่าจะเอาอย่างไร

"ผมว่าคุณดาวไปขออนุญาตคุณอาหญิงดีกว่าครับ...เราจะไปเที่ยวผับกัน"

สองสาวดีใจ วิ่งปร๋อไปหาคุณหญิงรัตนาทันที...ไม่ช้า ดาว ฤทธิชัย อภิชาติและจักจั่นมาถึงทางเข้าที่จอดรถของผับเป้าหมาย เห็นมีชายฉกรรจ์ยืนตรวจเข้มอยู่ อีกทั้งรอบๆบริเวณลานจอดรถก็มีชายฉกรรจ์ยืนเฝ้าระวังเป็นจุดๆ ฤทธิชัยเตือนสาวๆให้ระวังตัวและขอร้องให้อยู่ใกล้ๆพวกเขามากที่สุด ชายฉกรรจ์เดินมาหยุดหน้ารถ มองสำรวจเข้ามาข้างใน แล้วขอดูบัตรเชิญ อภิชาติทำทีค้นโน่นค้นนี่ แล้วหยิบแบงก์พันยื่นให้

"ช่วยหน่อยน้อง ลืมเอาบัตรมา"

ชายฉกรรจ์หันไปพยักพเยิดกับพวกตนเองอีกสองคนให้เข้ามาใกล้ๆ พอพวกนั้นก้มลงกวาดสายตาเข้ามาในรถ ดาวจ้องตาสะกดจิตพวกนั้น ก่อนจะพูดขึ้นว่า "ไปได้แล้ว" พวกนั้นพยักหน้าอนุญาตให้รถของอภิชาติผ่านได้ ฤทธิชัยสังเกตเห็นสายตาที่ดาวมองพวกนั้น และยิ่งสงสัยมากขึ้นเมื่อเห็นเธอจ้องตากับคนเฝ้าประตูผับด้วยสายตาแบบเดียว กับที่มองพวกที่ลานจอดรถ แล้วได้เข้าผับอย่างง่ายดาย ฤทธิชัยอดแซวไม่ได้

"ดูเหมือนพวกมันจะหลงเสน่ห์คุณดาวนะ แค่สบตาเท่านั้นเองผ่านตลอด"

"ถ้าไม่ใช้เสน่ห์ก็ต้องใช้ปืน ผู้กองจะให้ใช้อย่างไหนคะ"

"ใช้เสน่ห์ดีแล้วครับ นายมีปัญหาอะไรหรือผู้กอง อย่าบอกนะว่านายหึง"

ดาวเอียงคอมองหน้าฤทธิชัยด้วยสายตาแวววับ เขาได้แต่ ยิ้มตอบ อภิชาติชี้ไปยังมุมหนึ่งของผับ เห็นพวกชายฉกรรจ์ คุมเชิงหนาแน่นกว่าที่อื่น จึงตกลงกันว่าจะเข้าไปตรวจดู ฤทธิชัยวางแผนให้อภิชาติกับจักจั่นก่อเรื่องที่บาร์ดึงความสนใจ ส่วนเขากับดาวจะลอบเข้าไปดูข้างในเอง

จักจั่นกับอภิชาติป่วนเคาน์เตอร์บาร์จนพวกชายฉกรรจ์ ส่วนหนึ่งต้องเข้าไปจัดการ ทิ้งคนเฝ้าเขตหวงห้ามไว้แค่สองคน ดาวกับฤทธิชัยอาศัยจังหวะที่จักจั่นกับอภิชาติลุยกับพวกนั้น เล็ดลอดผ่านพวกเฝ้าระวังที่มัวแต่ดูมวยฟรีที่เคาน์เตอร์บาร์ พอผ่านเข้าไปข้างในเรียบร้อย ดาวส่งพลังจิตบอกจักจั่น

"พวกเราผ่านแล้ว"

จักจั่นรีบยกมือขึ้นขอสงบศึก อภิชาติทำตาม พวกนั้นกรูกันเข้ามาลากสองคนไปโยนไว้ข้างนอก ในผับกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เสียงดนตรีดังกระหึ่ม ทุกคนดื่มกินกันต่อเหมือนไม่มี อะไรเกิดขึ้น จักจั่นกับอภิชาติรีบกลับไปรอที่รถ ด้านดาวกับฤทธิชัยเดินผ่านห้องเก็บโต๊ะเก้าอี้กับแผ่นไม้กลมแผ่นใหญ่ สำหรับวางบนโต๊ะอาหารจีน เดินสำรวจไปจนเจอประตูทางเข้าห้อง ฤทธิชัยหยิบเครื่องมือเล็กๆมาไขปลดล็อกประตูออก

เปิดเข้าไปพบลังกระดาษใส่ของวางเรียงซ้อนกันกว่ายี่สิบกล่อง ดาวยังไม่ทันจะเช็กดูว่าข้างในมียาเสพติดอยู่หรือเปล่า มีคนร้ายมาพบเสียก่อน ร้องเอะอะขึ้น พวกมันกรูออกมาล้อมทั้งคู่ไว้ ชายชาวต่างชาติตะโกนสั่งสมุน "ฆ่าพวกมันเสีย" ขาดคำ พวกนั้นระดมยิงใส่ไม่ยั้ง

ดาวเห็นท่าไม่ดีพุ่งชนฤทธิชัย ทำให้กระสุนพุ่งใส่อกเธออย่างจัง ร่างของทั้งสองคนกระเด็นเข้าไปหลังกองลังใส่ของ ดาวดีดตัวขึ้นมายิงตอบโต้อุตลุด ฤทธิชัยตั้งหลักได้ กระหน่ำยิงใส่พวกนั้นเช่นกัน สมุนทั้งหมดตายสนิท แต่ฝรั่งตาน้ำข้าวหนีรอดไปได้ คนข้างนอกไม่ได้ยินเสียงปืนเพราะดนตรีในผับดังกลบ

"เราพลาดแล้ว รีบออกไปจากที่นี่ก่อน" ฤทธิชัยว่าแล้วเดินนำดาวไปที่ทางเข้าเขตหวงห้าม

แล้วค่อยๆโผล่หน้าออกมาดู พวกคนร้ายระดมยิงใส่ไม่ยั้ง ฤทธิชัยดึงดาวหลบเข้ามาในห้องเก็บของแล้วโทร. บอกอภิชาติเอารถมารอรับเขาหน้าทางเข้าผับ เขาคว้าแผ่นไม้ กลมแผ่นใหญ่ตั้งขึ้นเป็นโล่กำบัง กลิ้งผ่านพวกคนร้ายไปพลางยิงตอบโต้ไปด้วย พวกคนร้ายถูกกระสุนคว่ำไปหลายสิบคนจนมาถึงประตูทางออก ทั้งสองคนวิ่งพรวดออกมาเจอรถของอภิชาติเปิดประตูรถอยู่ รีบพุ่งเข้ารถ อภิชาติขับออกไป อย่างรวดเร็ว พวกคนร้ายรวมทั้งฝรั่งที่สั่งจับตายทั้งคู่วิ่งตามออกมา แต่ไม่ทัน รถของอภิชาติไปไกลแล้ว

ooooooo

ครู่ต่อมา รถของอภิชาติจอดหลบมุมอยู่ ทั้งหมดลงจากรถ ฤทธิชัยถามดาวว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตอนที่เธอชนเขา เขาคิดว่าเธอโดนยิง ดาวยิ้มก้มมองตัวเอง บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ฤทธิชัยนิ่งไปอึดใจ

"ผมคงเข้าใจผิดไปเอง"

จังหวะนั้น ดาวเห็นเสื้อฤทธิชัยเปรอะสีแดงเต็มไปหมด ร้องเอะอะว่าเขาถูกยิง ฤทธิชัยก้มดูตัวเองแปลกใจว่าทำไมถึงไม่รู้สึกอะไร อภิชาติปราดเข้ามาประคองเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

"นายเฉยไว้ คุณดาวช่วยเปิดประตูรถด้านหลังให้ผมหน่อย"

ดาวรีบทำตาม แล้วพุ่งเข้าไปนั่งข้างในติดประตูรถอีกด้านหนึ่ง อภิชาติประคองเพื่อนเข้าไปในรถอย่างทุลักทุเล ดาวจับศีรษะฤทธิชัยวางบนตักของเธอ ฤทธิชัยอ้าปากจะพูดบางอย่าง แต่อภิชาติชิงพูดก่อนว่าให้นอนนิ่งๆ อย่าพูดมาก พอเขาปล่อยมือจากฤทธิชัย พบว่ามือตัวเองเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน พิจารณาชัดๆ ชักเอะใจอ้าปากจะทัก แต่เห็นเพื่อนขยิบตาให้ อภิชาติรู้ทันทีว่าไม่ใช่เลือด

"รีบไปเถอะค่ะคุณอภิชาติ" น้ำเสียงของดาวเต็มไปด้วยความกังวล

อภิชาติไม่พูดอะไรอีก โดดขึ้นที่นั่งคนขับ แล้วซิ่งออกไปทันที ฤทธิชัยบอกให้อภิชาติพาไปโรงพยาบาลที่เราแวะตอนมาถึงที่นี่ อภิชาติพยักหน้าแบบรู้กัน ฤทธิชัยทำทีว่าใกล้ตาย หลอกให้ดาวเผยความในใจที่มีต่อเขาออกมา กว่าดาวกับจักจั่นจะรู้ว่าถูกฤทธิชัยหลอก เมื่ออภิชาติเลี้ยว เข้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่งแล้ว   จักจั่นร้องทักว่าที่นี่ไม่ใช่ โรงพยาบาลสักหน่อย อภิชาติยอมรับหน้าตาเฉยว่า

"ไม่ใช่ครับ แต่ว่าที่นี่อาหารอร่อย ผมว่าเรากินอะไรก่อน หรือว่าไงผู้กอง"

ฤทธิชัยดีดตัวลุกขึ้นจากตักดาว "ดีเหมือนกัน ฉันจะได้เปลี่ยนเสื้อด้วย"

ดาวกับจักจั่นงงว่าเกิดอะไรขึ้น อภิชาติอธิบายว่านั่นไม่ใช่เลือดของฤทธิชัยแต่เป็นหมึก จักจั่นสีหน้าเอาเรื่อง ต่อว่าสองหนุ่มว่าเห็นความเป็นห่วงเป็นใยของพวกเธอเป็นเรื่องสนุก ดาวเคืองมากทุบฤทธิชัยไม่ยั้ง ผู้กองหนุ่มยอมรับผิดแต่ผู้เดียว ขอเลี้ยงอาหารหนึ่งมื้อเป็นการไถ่โทษ...

ขณะที่ดาวกับจักจั่น ฤทธิชัยและอภิชาติกำลังนั่งกินอาหารว่างกันอยู่ ฤทธิชัยบอกดาวว่า กล่องใส่ของที่เราสองคนเจอที่ผับและคิดว่าเป็นเฮโรอีน จริงๆแล้วเป็นกล่องใส่หมึก ตอนที่เราใช้กล่องพวกนั้นเป็นที่กำบังกระสุนคงโดนหมึกแตกออกมาเลอะตัวเขา ดาวคาดว่าน่าจะไม่ใช่หมึกธรรมดา เพราะมีการเฝ้าระวังอย่างแน่นหนา ฤทธิชัยก็สงสัยเหมือนกัน จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษมารับตัวอย่างหมึกไปตรวจสอบ พรุ่งนี้คงจะรู้ผล

"ดาวว่าถ้ามีหมึกก็ต้องมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์ชัวร์"

อภิชาติก็คิดแบบนั้นเช่นกัน และสิ่งที่น่าพิมพ์ที่สุด คงหนีไม่พ้นธนบัตรปลอม แต่ถึงอย่างไรก็ตามพวกเราคงต้องรอผลตรวจหมึกเพื่อความแน่ใจ จักจั่นเกรงจะอดขับเจ็ตสกี ถามฤทธิชัยว่า

"พรุ่งนี้เราจะไปเล่นเจ็ตสกีกันอยู่หรือเปล่าคะ"

"แน่นอนครับ ในเมื่อเรายังไม่มีเบาะแสที่ชัดเจน เราต้องหาทางอยู่ใกล้ๆต้นตอไว้ก่อน เราต้องไปเยี่ยมบริษัทเรือทัวร์ของนายสินชัยเสียหน่อย เผื่อจะมีเรือเร็วที่ท่านรองฯบอก โผล่มาให้เห็นบ้าง" ฤทธิชัยว่าแล้ว มองสบตากับสองสาว ก่อนที่ทั้งหมดจะยิ้มให้กัน

ooooooo

ฤทธิชัยได้รับรายงานผลตรวจตัวอย่างหมึกใน เช้าวันถัดมา พบว่าเป็นหมึกพิมพ์คุณภาพสูงแบบเดียวกับที่ใช้พิมพ์ธนบัตร จึงเดาได้ไม่ยากว่าสินชัยกำลังคิดจะพิมพ์แบงก์ปลอม ฤทธิชัย อภิชาติ ดาวและจักจั่นทุกคนสวมแว่นดำพรางหน้า ทำทีเป็นนักท่องเที่ยวมาเล่นเจ็ตสกี แต่สายตาคอยจับจ้องเรือทัวร์ของบริษัทสินชัยซึ่งจอดเทียบท่าอยู่

"ท่านรองฯได้ตรวจดูประวัตินักปลอมธนบัตร พบว่ามีสองสามคนที่ยังลอยนวลอยู่ นายยูเว่ หนึ่งในพวกนั้นปรากฏตัวที่สิงคโปร์เมื่ออาทิตย์ก่อน ทางเจ้าหน้าที่ฯตรวจที่สนามบินแล้วยังไม่พบหลักฐานว่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทย" ฤทธิชัยส่องกล้องไปพลางอธิบายไปพลาง

"นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่มีเรือเร็วปรากฏอยู่ในน่านน้ำแถวนี้" อภิชาติตั้งข้อสังเกต

"และนี่คือสาเหตุที่เรามาเล่นเจ็ตสกีกันที่นี่" ฤทธิชัยพูดจบ หยิบมือถือขึ้นมากดไฟล์ข้อมูลของนายยูเว่ออกมาให้ทุกคนดู "นี่คือข้อมูลที่ท่านรองฯส่งมา...นายโลบา ยูเว่ นักปลอมธนบัตรระดับเซียนสัญชาติอเมริกันคาดว่าจะเป็นผู้นำแม่พิมพ์เข้ามา แต่ไม่มีรูปพรรณที่แน่นอน ปัจจุบันมีแต่รูปเก่าๆหลายสิบรูปเพราะนายยูเว่นอกจากจะปลอมเงินแล้ว ยังปลอมตัวเก่งอีกด้วย...ภารกิจหลักของเราคือ จับนายยูเว่พร้อมกับแม่พิมพ์ ให้ได้"

ฤทธิชัยยังบอกเพิ่มเติมอีกว่าท่านรองฯก้องเกียรติมีคำสั่งให้จับเป็นเท่านั้น จะได้บีบนายยูเว่ให้การซัดทอดสินชัย ทุกคนรับทราบคำสั่ง ต่างตรงไปขึ้นเจ็ตสกีของแต่ละคน ขับออกไป...

ครู่ต่อมา เจ็ตสกีของพวกฤทธิชัย มาขับวนเวียนใกล้ๆเรือทัวร์ของบริษัทสินชัยลำนั้น เห็นนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศกำลังทยอยขึ้นเรือไปเที่ยวเกาะ ฤทธิชัยเดาว่าเรือเร็วต้องมาส่ง มร.ยูเว่ที่เกาะแห่งนั้น แล้วกลับมาพร้อมกับลูกทัวร์โดยไม่มีใครสังเกตเห็นและลอบเข้ากรุงเทพฯในที่สุด อภิชาติแนะให้ตามเรือทัวร์

ฤทธิชัยบอกให้รอก่อน เขาเพิ่งส่องกล้องส่องทางไกลเห็นสินชัยมากับฝรั่งคนหนึ่ง วานอภิชาติช่วยดูทีว่าเป็นใคร เขาเจอกับสินชัยบ่อยๆเผื่อจำได้ อภิชาติส่องกล้องส่องทางไกลดูแล้วจำได้ทันทีว่าคือนายทอม เป็นคู่หูทางธุรกิจของสินชัย ซึ่งลักลอบนำเพชรเข้าเมืองไทยโดยใส่มากับศพที่ตายในต่างแดน

"เพชรของนายสินชัยที่นางเสือปล้นไปน่ะหรือ" จักจั่นแกล้งถาม ฤทธิชัยพยักหน้าแทนคำตอบ

จังหวะนั้น อภิชาติเห็นนายทอมลงเรืออีกลำหนึ่งพร้อมด้วยบอดี้การ์ดสองคนแยกไปต่างหาก คาดว่าน่าจะออกไปรับ มร.ยูเว่ ทั้งสี่คนตัดสินใจขี่เจ็ตสกีตาม อภิชาติเจอวัยรุ่น

สองคนขี่เจ็ตสกีสวนมาพอดี เขาโยนกล้องส่องทางไกลให้คนซ้อนท้ายเพราะถ้าเอาติดไปด้วยจะเป็นจุดสนใจ...

เรือของนายทอมค่อยๆแล่นมาจอดเทียบท่าโรงแรมหรูแห่งหนึ่งซึ่งมีร้านอาหารติดชายทะเล ด้านหน้ามีกลุ่มวัยรุ่นเล่นวอลเล่ย์บอลชายหาดกันสนุกสนาน พลางโบกมือให้เพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนเรือบานาน่าโบ๊ตที่ถูกเรืออีกลำลากไปมาในทะเล นายทอมกับบอดี้การ์ดเข้าไปนั่งในร้านอาหารท่าทางเหมือนรอใครอยู่

ฤทธิชัยกับพวกขับเจ็ตสกีมาจอดที่ริมหาด จับตาดูนายทอมอยู่ห่างๆ ดาวกับจักจั่นลอบสบตากันแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ มีเสียงกรี๊ดกร๊าดของสาวๆจากเรือบานาน่าโบ๊ตดังขึ้น สองหนุ่มหันไปมอง พลันสายตาเห็นจุดดำๆจุดหนึ่งกำลังวิ่งตรงมาที่ชายหาดด้วยความเร็วสูง พวกเขาเดาว่าน่าจะเป็นเรือที่มาส่ง มร.ยูเว่

อภิชาติหันกลับไปมองในร้านอาหาร เห็นจักจั่นกับดาวเดินตามพนักงานต้อนรับไปนั่งโต๊ะเยื้องๆกับโต๊ะของนายทอม จึงสะกิดให้ฤทธิชัยดู ผู้กองหนุ่มถึงกับหน้าเครียด บ่นอุบว่าสองสาวคิดจะทำอะไร

"ใจเย็นเพื่อน...อย่าเพิ่งตื่นเต้น ฉันว่าคุณดาวคงคิดประกบนายทอมใกล้ๆเผื่อว่านายยูเว่จะปรากฏตัว"

"ไม่ดีเลย...ใกล้เกินไป" ฤทธิชัยไม่สบายใจนัก หันกลับไปมองจุดเล็กๆในทะเลอีกครั้ง "ฉันว่าเราออกไปรอรับเรือเร็วกันดีกว่า ถ้าอย่างไรก็ลากนายยูเว่ไปด้วยเลย ขืนรอให้

เข้ามาถึงนี่ วุ่นแน่ๆ"

"เห็นด้วย...ที่นี่คนเยอะเกินไป"

สองหนุ่มติดเครื่องเจ็ตสกีแล้วเคลื่อนตัวไปยังเรือเร็วที่เป็นจุดดำๆ แต่กลับต้องชะลอความเร็วให้เรือลากเรือบานาน่าโบ๊ตแล่นผ่านไปก่อน อภิชาติชักเป็นห่วงว่าเรือพวกนี้จะทำความยุ่งยากให้พวกตน

เป็นจริงอย่างที่อภิชาติหวั่นใจ ขณะเจ็ตสกีของสองหนุ่มกำลังจะตีวงเข้าประกบข้างเรือเร็ว เรือลากเรือบานาน่าโบ๊ตดันแล่นมาขวางทาง แล้วพลิกเรือบานาน่าโบ๊ตคว่ำตรงนั้นพอดี พวกวัยรุ่นลอยคอกันสลอน สองหนุ่มต้องหักเจ็ตสกีหลบ เลยเสียหลักตกน้ำไปด้วยทั้งคู่ แว่นตาดำที่สวมอยู่หล่นหาย

ด้านเรือเร็วต้องชะลอความเร็วเมื่อแล่นผ่านกลุ่มวัยรุ่นกับพวกฤทธิชัย ทำให้ฤทธิชัยเห็นหน้าชายคนหนึ่งซึ่งมีเค้าหน้าเหมือน มร.ยูเว่ ฤทธิชัยกับอภิชาติรีบกลับขึ้นเจ็ตสกี ตามเรือเร็วไปที่ชายหาด

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน นายทอมสั่งให้บอดี้การ์ดสองคนของตนออกไปรับ มร.ยูเว่ขึ้นจากเรือแล้วพามาที่โต๊ะของเขา จักจั่นเห็นผู้กองหนุ่มกับเพื่อนซี้พลาดท่า กระซิบถามดาวว่าจะทำอย่างไรดี

"เฉยไว้ก่อนโชคดีที่พวกมันยังไม่สงสัย รอให้พวกมันมานั่งที่โต๊ะกันก่อนเราค่อยจัดการ"

"ไม่รอผู้กองก่อนหรือ...กำลังเข้ามา"

"รอได้ก็รอ...รอไม่ได้เราลุย"

จังหวะนั้น บอดี้การ์ดทั้งสองคนประกบ มร.ยูเว่ซ้ายขวาเดินมาตามทาง นายทอมโบกมือทักทาย มร.ยูเว่ แต่แล้วกลับโบกค้างเพราะสายตาเหลือบเห็นฤทธิชัยกับอภิชาติบิดเจ็ตสกีมาถึงชายหาด เขาขยับลุกขึ้นจะวิ่งเข้าไปหาพวกบอดี้การ์ดเพื่อเตือนเรื่องฤทธิชัย แต่ดาวกับจักจั่นถึงตัวก่อนพร้อมกับ

ปืนจ่อเอวเขาไว้ ดาวสั่งนายทอมว่าห้ามกระโตกกระตาก เดินไปรับเพื่อนของเขาอย่าให้มีพิรุธ

นายทอมทำท่าฮึดฮัด จักจั่นรีบเข้ามาควงแขนเขาไว้ ขณะที่ดาวควงแขนเขาอีกข้างหนึ่ง ออกไปต้อนรับ มร.ยูเว่ ดาวกับจักจั่นรีบกล่าวคำทักทาย ดาวแนะนำตัวเองว่าชื่อแองจี้ ส่วนจักจั่นชื่อ โจลีน มร.ยูเว่มองสองสาวตาเยิ้ม บอดี้การ์ดทั้งสองของนายทอมมองพวกเธออย่างสงสัย ดาวเห็นท่าไม่ดี กระทุ้งปืนเข้าสีข้างนายทอม ฝรั่งชั่วรู้งานรีบสั่งให้พวกบอดี้การ์ดไปบอกคนขับรถเอารถมารอหน้าโรงแรม

"แต่คุณสินชัยสั่งให้ผมคอยเฝ้าทุกฝีก้าว"

"พวกนายคิดว่าสาวสวยสองคนนี่จะทำอะไรฉันกับคุณยูเว่อย่างนั้นหรือ"

มร.ยูเว่พยักพเยิดเห็นด้วยกับนายทอม แล้วพากันหัวเราะ ดาวกระแทกปืนใส่นายทอมอีก นายทอมเร่งบอดี้การ์ดรีบไปเอารถไวๆอย่าอยู่เป็นก้างขวางคอเขากับ มร.ยูเว่ บอดี้การ์ด

จำใจออกไป นายทอมหันมาเร่ง มร.ยูเว่ว่ารีบไปกันได้แล้ว สินชัยรอต้อนรับเขาอยู่ แต่ มร.ยูเว่ขอเข้าห้องก่อน นายทอมมองหน้าดาว

"เชิญตามสบายค่ะ...โจลีนพาคุณยูเว่ไปหน่อย ฉันกับคุณทอมจะไปรอที่ล็อบบี้"

ครู่ต่อมา ดาวจี้ตัวนายทอมไปนั่งที่โซฟาในห้องล็อบบี้ แล้วนั่งลงข้างๆทำทีเหมือนซบไหล่เขา เธอกระชับปืนในมือเมื่อเห็นบอดี้การ์ดของนายทอมเดินนำชายฉกรรจ์ชาวจีนกลุ่มหนึ่งเข้ามาหา พวกนั้นผลักบอดี้การ์ดทั้งสองของนายทอมให้ นั่งลง แล้วยืนจ่อปืนล้อมไว้ บอดี้การ์ดรายงานนายทอมว่า

"พวกมันเก็บพวกที่มารอเราหมดแล้ว"

เลาชีหัวหน้าพวกคนจีนสั่งให้นายทอมมอบ มร.ยูเว่ ให้พวกตนพร้อมกับแม่พิมพ์ธนบัตรปลอม นายทอมทำไก๋ไม่รู้เรื่อง เลาชีถามเขาว่า มร.ยูเว่กับแม่พิมพ์ธนบัตรปลอมอยู่ที่ไหน นายทอมไม่ตอบกลับหันมองหน้าดาว เลาชีมองตาม ถามว่านังนี่เป็นหัวหน้าคนใหม่ของนายทอมหรือ ทอมนิ่งไม่รู้จะตอบอย่างไร

"ไม่บอกก็ไม่สน...ไอ้ยูเว่อยู่ไหน" เลาชีส่องปืนมายังดาวกับทอม แต่เห็นทั้งคู่นั่งนิ่ง เลยยิงบอดี้การ์ดคนหนึ่งของนายทอมคว่ำแล้วหันมายิ้มเหี้ยมให้ดาว ดาวโกหกว่า มร.ยูเว่ยังมาไม่ถึง พวกเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

"เป็นไปไม่ได้...ไหนเอ็งบอกว่ามาแล้วไง" เลาชีหันไปมองหน้าบอดี้การ์ดอีกคนของนายทอม

"มาแล้ว คงกกเพื่อนนังนี่อยู่ในห้องน้ำแล้วมั้ง"

นายทอมเจ็บใจมากที่บอดี้การ์ดกลายเป็นนกสองหัว ขยับจะเอาเรื่อง เลาชีขู่ว่าถ้าไม่บอกว่า มร.ยูเว่อยู่ที่ไหน เขาจะยิงผู้หญิงทิ้ง ดาวรีบบอกว่าอยู่ในห้องน้ำ

"รู้จักรักษาตัวรอดเป็นยอดดี...เอ็งพาพวกมันไปลากตัวไอ้ยูเว่ออกมา อย่าให้แม่พิมพ์เงินพังนะเว้ย"

บอดี้การ์ดจอมทรยศพาสมุนเลาชีอีกห้าคน บ่ายหน้าไปทางห้องน้ำชาย ส่วนสมุนอีกสองคนยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆลูกพี่ เลาชีไม่วายกวนประสาท ยื่นหน้าเข้ามาหาดาวเกือบชิด

"ตกลงเธอเป็นใครกันแน่ เป็นหัวหน้าหรือนางบำเรอของนายทอม"

"เป็นมัจจุราชที่มาเอาชีวิตแก" ดาวว่าแล้วตวัดปืนที่จ่อเอวนายทอมไปจี้หัวเลาชีแทน

เกิดชุลมุนวุ่นวาย เสียงปืนดังสนั่นล็อบบี้ ดาวเล่นงานเลาชีกับสมุนทั้งสองได้อย่างง่ายดาย ขณะที่นายทอมอาศัยจังหวะชุลมุนหนีรอดไปได้ ดาวรีบส่งพลังจิตไปบอกจักจั่นว่า พวกคนร้ายกำลังไปทางเธอ จักจั่นซึ่งยืนอยู่หน้าห้องน้ำชาย อมยิ้ม พึมพำว่าเสียงปืนดังขนาดนี้ ไม่ต้องส่งพลังจิตมาบอกก็รู้แล้ว

บอดี้การ์ดกับพวกสมุนได้ยินเสียงปืน คิดว่าเลาชีคงจัดการนายทอมกับดาวเรียบร้อยไปแล้วเร่งฝีเท้าไปยังที่หมาย จักจั่นเห็นพวกคนร้ายเลี้ยวมุมตึกมา รีบหลบฉาก บอดี้การ์ดทิ้งสมุนไว้หน้าห้องน้ำชายสองคน พวกที่เหลือกรูเข้าไปข้างใน กลับพบแต่ความว่างเปล่า พวกนั้นเดินตรวจตามห้องส้วมที่ประตูปิดอยู่
ที่หน้าห้องน้ำ ดาวกับจักจั่นจัดการสมุนสองคนที่ยืนเฝ้าระวังสลบเหมือด ส่วนพวกที่อยู่ในห้องน้ำถูกฤทธิชัยกับ

อภิชาติซึ่งซ่อนตัวอยู่ในห้องส้วมยิงพวกนั้นบาดเจ็บไปตามๆกัน พอเห็นว่าปลอดภัยแล้ว ฤทธิชัยร้องบอก มร.ยูเว่ ว่าออกมาได้แล้ว มร.ยูเว่ค่อยๆเปิดประตูห้องส้วมห้องในสุดออกมาด้วยสีหน้าตื่นๆ

"ผมเป็นแค่ศิลปิน ไม่เกี่ยวกับใคร"

"ไม่ต้องห่วง ผมเตรียมที่แสดงคอนเสิร์ตในคุกให้คุณเรียบร้อยแล้ว" ฤทธิชัยว่าแล้วพาตัว มร.ยูเว่ออกจากห้องน้ำ แล้วขอแม่พิมพ์คืน มร.ยูเว่ปฏิเสธลั่นว่าไม่มีแม่พิมพ์ และเขาก็ไม่ใช่ มร.ยูเว่ เป็นแค่นักแสดงเท่านั้น คนที่จ้างเขาบอกแค่ว่าอยากล้อเพื่อนเล่น ดาวเพ่งสมาธิมอง มร.ยูเว่อยู่อึดใจ ถึงได้รู้ว่าเป็นเรื่องจริง

ooooooo

สินชัยได้ทีตำหนินายทอมที่ทำพลาดปล่อยให้ลูกน้องตัวเองกลายเป็นหนอนบ่อนไส้ จนเกือบทำให้งานใหญ่ล้ม ดีที่เขาไหวตัวทัน สลับ มร.ยูเว่ตัวจริงไปดูแลเอง เรื่องนี้นายทอมต้องรับผิดไปเต็มๆ

"เอาล่ะผมยอมรับว่าผมผิด ตอนนี้ โลบา ยูเว่อยู่ที่ไหน"

"อยู่ในที่ปลอดภัยและพร้อมที่จะลงมือติดตั้งแม่พิมพ์แล้ว เราจะเอาเงินพวกนี้ไปโปรยซื้อสัมปทานและที่ดินป่าไม้ทั้งหมดในประเทศไทย รวมทั้งจ่ายให้กับคู่ค้าชาวจีนและไอ้กันด้วย...อยากเห็นหน้าไอ้ผู้กองนัก ตอนที่มันรู้ว่า ไอ้ยูเว่ที่มันจับได้คือตัวปลอม" สินชัยกับนายทอมพากันหัวเราะสะใจ...

ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษมารับตัว มร.ยูเว่ปลอมขึ้นรถตู้พาไปยังศูนย์ฯที่กรุงเทพฯ เพื่อให้ท่านรองฯก้องเกียรติสอบปากคำ จากนั้น ฤทธิชัยกับอภิชาติพาดาวกับจักจั่นกลับบ้านพักริมทะเล คุณหญิงรัตนารออยู่แล้ว ถามสาวๆว่าเล่นเจ็ตสกีสนุกไหม จักจั่นบอกว่าสนุกมาก ฤทธิชัยกับอภิชาติพาเธอสองคนขี่เจ็ตสกีไกลไปหน่อย เลยกลับมาช้า ฤทธิชัยขอโทษคุณอาหญิงที่ทำให้รอ

"ไม่เป็นอะไรหรอกจ้ะ สนุกกันก็ดีแล้วจ้ะ" คุณหญิงรัตนายิ้มอารมณ์ดีที่เห็นทุกคนสนุกสนาน...

ดาวกับจักจั่นเห็นว่าสมควรแก่เวลาจึงขอตัวกลับ ขอบคุณ คุณอาหญิงสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง คุณหญิงรัตนาเดินมากอดสองสาว ยิ้มอย่างมีความสุข ฤทธิชัยกับอภิชาติพลอยมีความสุขไปด้วย ทั้งสามคนยืนมองรถของดาวขับไปจนลับสายตา ฤทธิชัยหันมาชวนคุณหญิงรัตนากลับ แล้วอาสาจะขับรถตามรถของท่านไปส่งถึงบ้านที่กรุงเทพฯ คุณหญิงรัตนาขอบใจสองหนุ่มมากที่คอยดูแลเธอเป็นอย่างดี...

สินชัยไม่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษเอาตัว มร.ยูเว่ตัวปลอมกลับกรุงเทพฯ เขาส่งมือสังหารขับรถตามประกบ ก่อนจะสาดกระสุนใส่รถของเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษพรุน รถระเบิดไฟลุกท่วมทั้งคัน ไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว...

ระหว่างทางกลับบ้านดอนเสือ จักจั่นอดเป็นปลื้มกับการไปทะเลรอบสองไม่ได้ ได้ทั้งร่างใหม่สวยเปรี้ยวถูกใจ และยังได้บู๊กับพวกสินชัยเป็นของแถมทำให้การเดินทางครั้งนี้ของเธอคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

"แล้วก็ถูกนายสินชัยหลอก อย่าลืมเรื่องนี้ด้วย"

"โธ่เอ๊ย...อุตส่าห์ทำเป็นลืมแล้วน้า"

จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของดาวดังขึ้น ดาวยังไม่ทันจะรับ จักจั่นแย่งมือถือของดาวมาดูเบอร์โชว์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เตือนดาวว่าเวลาขับรถห้ามพูดโทรศัพท์ แล้วกดสายรับเสียเอง

"ว่าไงคะผู้กองจะคิดถึงอะไรกันนักหนา...ค่ะๆ...เสียใจด้วยนะคะ...ค่ะ" จักจั่นวางสายสีหน้าเคร่งเครียด

ดาวมองหน้าจักจั่นแล้วรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ดี ถามว่าฤทธิชัยโทร.มาทำไม ได้ความว่า รถของหน่วยพิเศษที่พา มร.ยูเว่ตัวปลอมเข้ากรุงเทพฯ ถูกพวกสินชัยดักโจมตี รถระเบิดเป็นจุณ ทุกคนตายหมด

ดาวหน้าเครียดขึ้นมาทันทีถามว่า "ผู้กองว่าอย่างไร"

"ผู้กองบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ผู้กองจะต้องหาตัวนายยูเว่และทำลายแผนการพิมพ์เงินปลอมของมันให้ได้...จบเรื่องแล้วจะมาบ้านดอนเสือ หาทางโค่นขบวนการของนายสินชัยให้สิ้นซาก"

ดาวไม่คิดว่าเรื่องนี้จะจบได้ง่ายๆ จักจั่นแนะให้นางเสือกลับกรุงเทพฯไปช่วยฤทธิชัยอีกครั้ง ดาวไม่เห็นด้วย เราควรปล่อยให้เขาจัดการเรื่องนี้เอง นางเสือมีป่าที่จะต้องดูแล ป่าคือถิ่นของพวกเรา คือสิ่งที่พวกเราจะต้องปกป้อง ส่วนเมืองกรุงเป็นของพวกเขา ก็ต้องให้พวกเขาจัดการกันเอง

"อ้าว...คราวก่อนเราเข้าเมืองมาปล้นเพชรของนายสินชัยไม่ใช่เป็นการช่วยผู้กองหรือ แล้วก็อย่าลืมว่าคราวนี้นางเสือ เดือดร้อนต้องเข้ากรุงเทพฯ ผู้กองกับคุณอภิชาติซึ่งเป็นคนเมืองก็ช่วยนางเสือเต็มที่เหมือนกันน่ะ...อีกอย่าง ถ้าเงินปลอมที่ว่านี้ส่งเข้าไปเพื่อทำลายป่า นางเสือจะอยู่เฉยได้อย่างไร"

ดาวหันมองหน้าจักจั่นอึดใจ ก่อนจะเบนรถจอดข้างทาง สีหน้าครุ่นคิด "เดี๋ยว...ชักเข้าท่าแล้วสิ"

"อะไร...พูดตั้งนานเพิ่งจะเข้าท่าเองหรือ" จักจั่นมองเหล่

"ไม่ใช่อย่างนั้น ลองคิดดูถ้าเงินปลอมถูกส่งไปเพื่อทำลายป่า คนรับเงินจะเป็นใคร"

"ก็ต้องพวกกระจอกเดนตายที่ไม่นึกถึงชาติ บุกเข้าตัดไม้ในป่าน่ะสิ...ใช่แล้ว เราจับตาดูพวกมัน พอเงินเดินทางมาถึงเราก็รวบซะ จับพวกมันมาเค้น สาวไปถึงแหล่งพิมพ์ให้ ได้...แล้วถ้าแหล่งพิมพ์เงินปลอมอยู่ในเมืองล่ะ...นางเสือจะเข้าเมืองอีกรึเปล่า" จักจั่นมองดาวอย่างรอคำตอบ แต่เธอกลับนิ่งเฉย

ooooooo

หลังจากส่งคุณหญิงรัตนาถึงบ้านเรียบร้อย ฤทธิชัยกับอภิชาติตรงไปหาท่านรองฯก้องเกียรติที่ห้องทำงานของท่าน เพื่อปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น ท่านรองฯโทษว่าเป็นความผิดของเขาเองที่ตกหลุมพรางตื้นๆที่สินชัยวางไว้ จนทำให้ผู้กองฤทธิชัยเขว เลยอ่านเกมพลาด อภิชาติกลับมองในแง่ดีว่า

"อย่างน้อยเราก็รู้ว่าพวกมันคิดจะพิมพ์เงินปลอม เราน่าจะส่งคนออกตรวจตามโรงพิมพ์ทุกแห่ง"

"รวมถึงตรวจหาการนำเข้าเครื่องจักรทุกชนิดในรอบสามเดือนที่ผ่านมา" ฤทธิชัยพูดเสริม

ท่านรองฯเห็นด้วย สิ่งไหนที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์ต้องเพิ่มการตรวจตราให้ละเอียด และยังมีอีกอย่างที่ฤทธิชัยต้องจับตาดู คือเรื่องที่สินชัยให้ข่าวว่าถูกนางเสือเล่นงาน เขาคิดว่าเป็นเกมมากกว่า เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา สินชัยถูกนางเสือเล่นงานไม่หยุดหย่อนแต่ไม่เคยพูดถึง ครั้งนี้กลับแถลงข่าวเสียเอง

"แล้วอยู่ๆนางเสือก็โผล่มาเล่นงานเรา ผมไม่เชื่อว่านางเสือจะเรียกค่าไถ่เพชรตามที่นายสินชัยอ้าง"

"คุณชาติพูดเหมือนรู้จักนางเสือดี"

"ไม่รู้จักหรอกครับ แค่ประเมินเอาจากคำร่ำลือแล้วก็ผลงานของนางเสือที่ผ่านๆมาเท่านั้นเอง จริงๆแล้วผู้กองน่าจะรู้จักนางเสือดีกว่าผม" อภิชาติยิ้มสบตาฤทธิชัยที่เอาแต่ ยิ้มๆไม่พูดอะไร

"เอาล่ะ...ใครจะรู้จักนางเสือมากกว่าใครก็แล้วแต่ ผมว่าคุณสองคนควรตามเจาะลึกเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด การที่นางเสือออกมาอาละวาดเป็นเรื่องไม่ดีสำหรับเรา" ท่านรองฯสั่งเสียงเข้ม...

ค่ำวันเดียวกันที่บ้านป้าเนียน ขณะไผ่ยืนฟังป้าเนียนกับจันจิราวิพากษ์วิจารณ์รายงานข่าวที่สินชัยกล่าวหาว่านางเสือขู่เอาชีวิตเขาและร้องขอความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีเสียงเหยี่ยวสายลมร้องเตือนดังขึ้น ไผ่ยกมือเป็นเชิงให้สองป้าหลานเงียบ บอกว่ามีคนมา ป้าเนียนแนะให้พวกเรารีบหลบไปก่อนดีกว่า

"ยังไม่เป็นอะไรหรอกครับ อีกนานกว่าพวกมันจะมาถึง"

"อยู่อีกไกลแล้วพี่ไผ่รู้ได้อย่างไรคะ" จันจิราอดสงสัยไม่ได้

ไผ่ขอติดไว้ก่อนวันหลังจะเล่าให้ฟัง เขารีบปิดทีวี หยิบปืนที่เหน็บเอวขึ้นมา แล้วขยับเข้าไปยืนด้านหลังจันจิรา จับมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นมาถือปืนโดยที่มือของไผ่ประกบมือทั้งสองของจันจิราไว้ ดูแล้วเหมือนเขากำลังกอดเธอจากด้านหลัง หน้าของทั้งคู่ใกล้ชิดกันมาก

ชายหนุ่มสอนจันจิราให้รู้วิธีใช้ปืน แต่ดูเหมือนเธอใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาแต่มองหน้าเขาไม่ได้สนใจฟัง ไผ่พูดอะไรเธอก็พยักหน้าไปอย่างนั้น สอนเสร็จไผ่หันไปบอกป้าเนียน

"อยู่ข้างหลังน้องจัน...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นห้ามออกไปข้างนอกเป็นอันขาด...พอผมไปแล้ว เข้าไปในห้องปิดประตูหลบตรงมุมเตียง น้องจันต้องเอาปืนส่องไปที่ประตู ใครเปิดเข้ามายิงก่อนถามทีหลัง"

จันจิราพยักหน้ารับคำ มองตามไผ่ที่ดีดตัวออกจากบ้าน แล้วหันมาคว้ามือป้าเนียนจ้ำพรวดๆเข้าห้อง...

ด้านไผ่พุ่งตัวเข้าไปในแนวป่าหลังบ้านป้าเนียน เงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าพวกคนร้ายที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ทุกขณะ เป้าหมายของพวกนั้นคือบ้านป้าเนียน ไผ่ดีดตัวหายเข้าไปในความมืด

ooooooo

ตอนที่ 9

ดาวไม่ค่อยสบายใจนักตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์ แจ้งข่าวจากลุงเดชว่าพวกสินชัยมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ พอกลับจากเที่ยวทะเลกับคุณหญิงรัตนา ฤทธิชัย และอภิชาติในเย็นวันถัดมา ดาวกับจักจั่นรีบเก็บข้าวของเดินทางออกจากบ้านของคุณหญิงรัตนากลับบ้านดอน เสือทันที...

ไม่นานนัก ดาวกับจักจั่นกลับถึงบ้านป้าเนียน ดาวสัมผัสได้ถึงบางอย่างไม่ชอบมาพากล หลังจากเปลี่ยนเป็นชุดนางเสือ สองสาวดีดตัวเข้าป่าหลังบ้านป้าเนียน บ่ายหน้าไปยังทิศทางที่พวกลุงเดชอยู่...

ที่ป่าลึกเขตบ้านดอนเสือ ลุงเดช ไผ่ แสง และสมาชิกโจร ซึ่งทุกคนสวมผ้าคาดหน้ากำลังจะเข้าโจมตีพวกลักลอบตัดไม้ มีเสียงคำรามของสายฟ้าและเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังประสานกันเหมือนเป็น เสียงเตือน ไผ่หลับตาทำสมาธิอยู่อึดใจ ก่อนจะบอกว่ามีคนมา ลุงเดชสั่งให้ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว แล้วบอกไผ่ไปดูทีว่าเป็นพวกไหน ไผ่ไม่รอช้าดีดตัวหายไปในยอดไม้หนาทึบ โดยมีสายฟ้ากับสายลมตามไปติดๆ

ครู่ต่อมา ไผ่กลับมารายงานลุงเดชว่าเป็นพวกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ลุงเดชสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมคอยช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ แต่ให้ดูอยู่ห่างๆ  ถ้าพวกเจ้าหน้าที่ฯได้เปรียบพวกลักลอบตัดไม้ เราก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่ง แต่แล้วลุงเดชกับพวกก็ต้องแปลกใจที่เห็นพวกลักลอบตัดไม้ยอมจำนนต่อเจ้าหน้า ที่ฯแต่โดยดี

"ง่ายไป...ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ"

ลุงเดชจ้องไปยังกลุ่มเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังไล่ต้อนพวกนั้นไปขึ้นรถ ทันใดนั้น เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งป่า เจ้าหน้าที่ฯล้มตายกันระนาว พวกที่เหลือพากันหลบเข้าที่กำบัง แต่ถูกกระสุนระดมยิงใส่เป็นชุดแทบโงหัวไม่ขึ้น พวกลักลอบตัดไม้สลายตัวไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่เสียงปืนนัดแรกดัง ลุงเดชสั่งให้แสงแจ้งคนของเราเตรียมเข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ฯ แสงยังไม่ทันจะขยับตัว นางเสือปรากฏตัวขึ้นจากแนวป่าอีกด้าน ร้องตะโกนว่า

"พวกเราบุก...ฆ่าพวกมันให้หมด กฎหมายคิดจะกำจัดนางเสือ นางเสือจะไม่ปล่อยให้ใครรอดไปได้"

สมุนนับสิบของนางเสือดาหน้าออกจากแนวป่ากระหน่ำยิงไปยังเจ้าหน้าที่ฯ   ไผ่กับลุงเดชรู้ทันทีว่านั่นเป็นนางเสือตัวปลอม  สั่งให้สมาชิกโจรยิงสกัดพวกคนร้ายไว้  เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ฯหนีไปก่อน ไผ่กับลุงเดชพุ่งออกไปอีกทางยิงใส่พวกคนร้ายเป็นชุด จังหวะนั้น ดาวกับจักจั่นตามมาสมทบ ดาวเห็นนางเสือตัวปลอมกำลังสาดกระสุนใส่กลุ่มของแสงที่จะเข้าไปช่วยพวกเจ้า หน้าที่ฯ

"ที่แท้นายสินชัยมีแผนสกปรกเล่นงานเรานี่เอง...พี่จะไปจัดการกับนางเสือ" ดาวว่าแล้วดีดตัวไปทันที

จักจั่นพุ่งไปหาแสงอย่างรวดเร็ว ลินจงในคราบนางเสือตัวปลอมเห็นนางเสือตัวจริงมา สั่งสมุนล่าถอย ดาวไม่รามือง่ายๆดีดตัวตามไปติดๆแสงกับสมาชิกโจรบุกเข้าหาพวกคนร้ายยิง ต่อสู้กันอย่างดุเดือด จังหวะหนึ่ง คนร้ายยิงจรวดอาร์พีจีใส่กลุ่มของแสง จักจั่นเห็นพ่อกำลังจะถูกจรวดยิงใส่ พุ่งผลักเขาพ้นทางแต่ตัวเองกลับโดนจรวดอย่างจัง เสียงระเบิดดังสนั่น ร่างของจักจั่นกระเด็นกระแทกต้นไม้ลงมานอนแน่นิ่งไม่หายใจ

เสียงสายฟ้าคำรามก้องป่า ดาวเหมือนจะสัมผัสลางร้ายได้ หยุดตามล่านางเสือตัวปลอม ดีดตัวกลับไปยังจุดที่เกิดการระเบิด พอเท้าของดาวแตะพื้นต้องตกใจแทบช็อก เห็นร่างของจักจั่นนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ในอ้อมกอดแสง ร่างกายของจักจั่นไม่มีส่วนไหนมีรอยบาดแผล ดาวปราดเข้าไปหา เห็นน้ำตาของลูกผู้ชายอาบแก้มแสง เธอรู้ทันทีว่าจักจั่นตายแล้ว ลุงเดช เห็นภาพนั้นแล้วเบือนหน้าหนี ไผ่ถึงกับเข่าอ่อน น้ำตาไหลพราก

"พระท่านให้พรแล้ว...ทำไมๆ..."

ดาวโกรธเกรี้ยวต่อว่าฟ้าดินว่าทำไมต้องพรากจักจั่นไปด้วย ทันใดนั้น ดาวได้ยินเสียงพระธุดงค์พูดว่า

"ร่างกายของสีกาผู้นี้บอบช้ำเกินไป วิญญาณไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ แต่วิญญาณยังไม่ดับสูญ ต้องรีบหาร่างอื่นให้วิญญาณอยู่ก่อน ก็จะสามารถช่วยชีวิตของสีกาผู้นี้ได้ จากนั้นก็เอาร่างสีกาผู้นี้ไปเก็บไว้ในถ้ำใกล้กับที่ที่พวกเจ้าพบอาตมา ที่เหลือแล้วแต่เวรกรรม"

ดาวผุดลุกขึ้นยืนด้วยความดีใจ ร้องเอะอะว่าจักจั่นยังไม่ตายๆ ทุกคนมองดาวอย่างงุนงง เพราะไม่มีใครได้ยินเสียงพระธุดงค์นอกจากเธอ เสียงพระธุดงค์ดังขึ้นอีกว่า ช้าไม่ได้แล้ว วิญญาณของสีกาผู้นี้มีเวลาแค่อึดใจเดียวเท่านั้น พระธุดงค์พูดยังไม่ทันจบ ดาวโวยวายว่าอยู่ในป่าแบบนี้เธอจะไปหาร่างที่ไหนให้จักจั่น

เสียงพระธุดงค์เตือนสติดาวว่า "ตั้งสมาธิให้ดี โยมมีจิตใจแกร่งกล้า โยมได้รับพรจากสวรรค์ โยมสามารถแบ่งร่างกายของโยมให้วิญญาณอาศัยได้ กายของโยมสามารถรับวิญญาณได้สองดวง...สมาธิๆ"

เสียงพระธุดงค์ค่อยๆหายไป ดาวได้สติ นั่งหลับตาทำสมาธิ ทุกคนต่างตะลึงเมื่อเห็นแสงเรืองรองจากร่างของจักจั่นค่อยๆรวมตัวกันเคลื่อน ไปยังร่างดาวที่นั่งหลับตาอยู่ แล้วหายเข้าไปในตัวดาวจนหมด

เสียงจักจั่นพูดออกมาจากร่างดาว "โห...ทำไมหน้าตาเศร้ากันหมด มีอะไรเหรอ"

แต่พอเธอเห็นร่างตัวเองอยู่ในอ้อมแขนของพ่อก็ร้องโวยวายว่าเกิดอะไรขึ้น ดาวต้องปลอบจักจั่นว่าใจเย็นๆก่อน ทุกอย่างจะดีเอง แล้วเธอจะเล่าทุกอย่างให้ฟังทีหลัง แต่ตอนนี้ขอให้จักจั่นรู้แต่เพียงว่าจักจั่นจะมีร่างใหม่   ลืมร่างเก่าไปก่อนและต้องเชื่อฟังเธอ   ไว้ใจเธอ  ทำตามที่เธอบอกทุกอย่าง

"ก็ได้...ร่างใหม่ก็ได้ เอาสวยๆนะ" จักจั่นไม่วายพูดติดตลก

ทุกคนต่างหัวเราะทั้งน้ำตา ดาวบอกให้ไผ่เอาร่างของจักจั่นไปไว้ที่ถ้ำในหุบเขาที่พวกเราพบพระธุดงค์ จัดคนเฝ้าไว้ไม่ให้ใครแตะต้องเด็ดขาด แสงจะเป็นคนเฝ้าจักจั่นเอง แล้วสั่งให้ไผ่อุ้มน้องไป ดาวสบายใจเรื่องจักจั่นไปเปลาะหนึ่ง ส่วนเรื่องนางเสือตัวปลอม เธอไม่ปล่อยไว้แน่...

ขณะที่นั่งรถออกจากป่ากลับบ้านป้าเนียน ลุงเดชถามดาวว่าถ้าอยากจะคุยกับจักจั่น เขาจะต้องทำอย่างไร ดาวบอกให้ลุงเดชคุยได้เลย ถึงแม้วิญญาณของจักจั่นจะอยู่ในร่างของเธอ แต่ก็สามารถตอบเป็นเสียงของจักจั่นออกมาให้ได้ยินได้โดยไม่ต้องผ่านเธอ ลุงเดชโล่งใจ ที่ดาวไม่ต้องพูดแทนจักจั่น ดาวยิ้ม

"ถ้าเป็นแบบนั้น คนคงคิดว่าหนูบ้าไปแล้ว อีกอย่าง จะทำงานไม่ได้ จะเป็นผลร้ายมากกว่า"

ลุงเดชเป็นกังวลว่าจะบอกเรื่องนี้กับป้าเนียนอย่างไรดี ดาวแนะให้บอกความจริง เพราะจักจั่นยังอยู่กับเรา ไม่ได้จากไปไหน แต่เธอหนักใจว่าจะบอกเรื่องจักจั่นกับฤทธิชัยและอภิชาติอย่างไรมากกว่า เพราะถ้าไม่บอกกล่าวกัน เกิดจักจั่นได้ร่างใหม่โดยที่ฤทธิชัยกับอภิชาติไม่รู้ความจริง ต้องวุ่นวายแน่ๆ

ooooooo

สมุนของสินชัยเริ่มสร้างความปั่นป่วนในหมู่บ้านดอนเสือเป็นระยะๆบ่ายวันนี้ ก็เช่นกันพวกที่เคยลวนลามจันจิราที่ท่ารถบ้านดอนเสือ ตามมาหาเรื่องเธอถึงสถานีอนามัย ป้าเนียนเข้าขวางขู่ว่าถ้าไม่เลิกยุ่งกับหลานสาวของเธอ ถ้าเกิดเจ็บป่วยเป็นไข้ขึ้นมาเธอจะไม่รักษาให้ พวกนั้นต่างหัวเราะร่วน

"ป้าเนียน ป้าอย่าซ่ามาก เจ้านายฉันกำลังจะเอาหมอมาจากกรุงเทพฯ ระวังจะไม่มีงานทำ"

"พวกเอ็งก็อย่าซ่ามาก ข้าจะตั้งกลุ่มอาสา คอยสอดส่องพวกเอ็ง"

ป้าเนียนต่อปากต่อคำแถมด่าไม่เลี้ยง พวกสมุนเถียงสู้ไม่ได้ ตบป้าเนียนฉาดใหญ่จนเซถลาแล้วจะตามไปตบซ้ำ ไผ่เข้ามาขวางไว้ เอาปืนจ่อหัวไอ้คนชั่วที่ทำร้ายคนแก่ แล้วต้อนพวกนั้นออกมาหน้าสถานีอนามัย ไม่อยากกระทืบใครในนั้นเกรงจะทำให้ข้าวของเสียหาย ไผ่อัดพวกนั้นสะบักสะบอม ส่วนสมุนที่บังอาจตบหน้าป้าเนียน เขาจับแขนข้างที่ตบป้าเนียนหักสองท่อน สมุนคนนั้นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

"เอ็งพาพวกเอ็งกลับไป รอหมอที่เจ้านายเอ็งเอามาจากกรุงเทพฯ ป้าเนียนคงไม่รักษาเอ็งหรอก"

ไผ่ชี้หน้าพวกสมุนอย่างเอาเรื่อง พวกนั้นรีบประคองเพื่อนที่แขนหักออกไป จันจิราพยุงป้าเนียนตามออกมาหน้าสถานีอนามัย ไผ่เห็นป้าเนียนดูเหนื่อยๆ เลยชวนสองป้าหลานกลับบ้าน...

อีกฟากหนึ่งของบ้านดอนเสือ อภิชาติกับฤทธิชัยขับรถจากกรุงเทพฯกะจะมาเซอร์ไพรส์ดาวกับจักจั่น แต่ต้องเจอเรื่องเซอร์ไพรส์เสียเองเมื่อฤทธิชัยได้รับโทรศัพท์จากท่านรองฯ ก้องเกียรติว่านางเสือฆ่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ขณะบุกจับพวกลักลอบตัดไม้ และสั่งให้เขาไปสอบปากคำเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รอดตาย ซึ่งตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านดอนเสือ อภิชาติสีหน้าเคร่งเครียด   หักพวงมาลัยรถเลี้ยวไปยังโรงพยาบาลทันที...

ขณะเดียวกัน ที่ออฟฟิศของสินชัยในกรุงเทพฯ สินชัย นายทอม และลินจงกำลังดื่มฉลองให้กับแผนการที่สำเร็จด้วยดี ข่าวนางเสือฆ่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นข่าวเด็ดของทีวีทุกช่อง สินชัยชมลินจงว่าทำงานได้ดีเยี่ยมแล้วรับปากว่าจะตบรางวัลให้เธออย่างงาม...

ในเวลาต่อมา อภิชาติกับฤทธิชัยมาถึงหน้าโรงพยาบาล พอนักข่าวเห็นผู้กองหนุ่มเท่านั้น ต่างกรูกันเข้ามายิงคำถามจนฟังไม่ได้ศัพท์ ฤทธิชัยอ้างว่ายังตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้ ขอฟังคำให้การของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รอดชีวิตก่อน แล้วเดินแหวกกลุ่มนักข่าวขึ้นไปบนตัวอาคารโรงพยาบาล ตรงไปที่ห้องพักฟื้นของเจ้าหน้าที่ป่าไม้สอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ได้ความว่า   นางเสือเป็นคนบุกฆ่าเจ้าหน้าที่ฯจริงอย่างที่ท่านรองฯ

ก้องเกียรติบอก

หลังสอบปากคำเสร็จ ฤทธิชัยกับอภิชาติเดินออกจากตัวอาคารลงมา เจอนักข่าวกลุ่มเดิมกรูเข้าหาอีกส่งเสียงแข่งกันถามเซ็งแซ่ ฤทธิชัยมองผ่านกลุ่มนักข่าวไปเห็นดาวจอดรถจี๊ปรออยู่ สองหนุ่มรีบฝ่าวงล้อมของนักข่าวโดดขึ้นรถจี๊ป ดาวรีบบึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว อภิชาติไม่เห็นจักจั่นมาด้วยก็ถามหา

ดาวหน้าเครียดขึ้นมาทันที "จักจั่นตอนนี้อยู่ในป่าดอนเสือค่ะ...คืนนี้ดึกแล้ว ไว้พรุ่งนี้ดาวจะพาไปหาจักจั่นน่าจะเหมาะกว่า...เจอกันที่บ้านป้าเนียนตอน เก้าโมงนะคะ"

"แล้วคืนนี้ คุณดาวจะไม่พาเราไปเที่ยวไหนหรือครับ" ฤทธิชัยอ้อน

ดาวขอเป็นพรุ่งนี้ดีกว่า อภิชาติกับฤทธิชัยต่างมองท่าทางเครียดๆของดาวอย่างสงสัย...

ด้านไผ่พาป้าเนียนกับจันจิรากลับบ้าน เจอลุงเดชรออยู่ก่อนแล้ว ป้าเนียนแนะนำจันจิราให้รู้จักกับลุงเดช พอไม่เห็นดาวกับจักจั่นอยู่แถวนั้น ป้าเนียนถามว่ากลับมาหรือยัง จันจิราอยากเจอสองสาวเต็มแก่แล้ว

"กลับมาแล้ว แต่ออกป่าอาจจะไปหาไอ้แสงกับแม่พรมั้ง" ลุงเดชว่าแล้วมองสบตากับไผ่

"เออๆดีแล้ว พูดถึงป่า จริงอย่างที่ข่าวออกมาหรือเปล่าว่านางเสือฆ่าเจ้าหน้าที่ฯ"

"ผมว่า ไอ้พวกลักลอบตัดไม้มันสร้างสถานการณ์ให้ เจ้าหน้าที่ฯออกตามล่าพวกนางเสือ"

"จันได้ยินป้าพูดถึงเรื่องนางเสือ มีใครเคยเห็นบ้างไหมคะ"

"ไม่มีใครเคยเห็นหรอก พวกที่เห็นนางเสือส่วนมากมักจะเป็นคนชั่วที่สมควรตาย" ไผ่พูดอย่างมีอารมณ์ จันจิราอดสงสัยกับน้ำเสียงของไผ่ไม่ได้...

ผ่านไปพักใหญ่ ดาวขับรถพาฤทธิชัยกับอภิชาติมาส่งโรงพยาบาลบ้านดอนเสือ ย้ำว่าพรุ่งนี้อย่าลืมนัดแล้วขับรถทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว สองหนุ่มสงสัยกับท่าทีร้อนรนผิดปกติของดาว แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรกัน มีเสียงเอะอะดังมาจากด้านในอาคารโรงพยาบาล เห็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ระดับสูงจากกรุงเทพฯกับพวกนักข่าวส่งเสียงเอะอะกัน อยู่ ฤทธิชัยรีบชวนอภิชาติขึ้นรถ ขับออกไปทันที

"เอาอย่างไรดี ค้างนี่หรือกลับกรุงเทพฯ"

"กลับกรุงเทพฯดีกว่า พักที่นี่คงไม่พ้นพวกนักข่าว ฉันอยากกลับไปนอนสบายๆที่คอนโดฯ"

ooooooo

ถึงเวลาตามนัด   ดาวขับรถจี๊ปพาอภิชาติกับฤทธิชัยตรงเข้าป่าได้สักพัก จอดรถหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ชวนสองหนุ่มเดินเท้าต่อ สมาชิกโจรที่คอยเฝ้าระวังอยู่ แถวนั้น รีบวิ่งไปที่ถ้ำซึ่งเก็บร่างของจักจั่น รายงานต่อแสงว่าดาวพาคนมาสองคน แสงรีบบอกให้สมาชิกโจรทั้งหมดหลบไปก่อน ส่วนตนเองยืนรีๆรอๆอยู่หน้าถ้ำ...

ดาวพาฤทธิชัยกับอภิชาติมาถึงหุบเขา ตัดสินใจหยุดเดินแล้วหันมาบอกสองหนุ่มว่ามีเรื่องไม่น่าเชื่อจะเล่าให้ฟัง ขอให้ทั้งคู่พยายามเข้าใจสิ่งที่เธอจะบอกด้วย ฤทธิชัยเดินเข้ามาใกล้หญิงสาว

"ผมกับอภิชาติพอจะรู้สึกเหมือนกันว่าต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เราต้องเชื่อคุณดาวอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะผม" ฤทธิชัยว่าแล้วมองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง

"ผู้กองกับคุณอภิชาติต้องสัญญาก่อนว่าจะต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับที่สุด"

"คุณดาวน่าจะรู้ใจผมดีอยู่แล้ว ผมขอบอกตรงนี้ว่าผมพร้อมที่จะฟังและพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อคุณ"

ฤทธิชัยจับมือทั้งสองข้างของหญิงสาวขึ้นมากุม ดาวเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจของเขาแล้วข่มความรู้สึกไม่ไหว โผเข้าซบอกเขา   เรื่องที่เกิดขึ้นกับจักจั่นก็พรั่งพรูออกจากปากดาว...

ครู่ต่อมา   ฤทธิชัยกับอภิชาติมายืนอยู่หน้าร่างไร้วิญญาณของจักจั่นในถ้ำลึกกลางหุบเขา อภิชาติค่อยๆทรุดตัวลงข้างแท่นวางร่างจักจั่น เอื้อมมือมากุมมือเธอไว้ด้วยสีหน้าเศร้า ก่อนจะลุกขึ้นหันมาทางดาว

"ไม่น่าเชื่อจริงๆ แล้วตอนนี้วิญญาณของคุณจักจั่นอยู่ที่ไหนครับ"

"คือ...อยู่ที่ดาวค่ะ" ดาวว่าแล้วส่งเสียงเรียกจักจั่น

เสียงจักจั่นทักทายอภิชาติกับฤทธิชัยดังออกมาจากร่างของดาว สองหนุ่มถึงกับอึ้งไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ดาวเปิดทางให้จักจั่นใช้ร่างกายของเธอสัมผัสพูดคุยกับอภิชาติจนเขาแน่ใจว่า วิญญาณจักจั่นอยู่ในร่างของเธอจริงๆจากนั้นดาวก็กลับเป็นตัวเองอีกครั้ง อภิชาติบ่นอุบว่าเป็นแบบนี้เขาคงไม่ได้คุยกับจักจั่น ฤทธิชัยต้องจองดาวไว้คนเดียวแน่ๆแล้วถามดาวว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นใคร

"ดาวเป็นร่างเอก จักจั่นจะปรากฏได้ต่อเมื่อดาวเปิดทางให้เท่านั้นค่ะ เวลาคุยตามปกติก็จะได้ยินแต่เสียงของจักจั่นเท่านั้น"

"ค่อยยังชั่วหน่อย ไม่อย่างนั้นพวกเรางงตายเลย" ฤทธิชัยถอนใจโล่งอก

"ไม่ใช่งงอย่างเดียวหรอกค่ะ ร่างกายของดาวจะอ่อนแรงลงทุกครั้งที่จักจั่นใช้ร่างดาวปรากฏตัว"

"ขั้นต่อไปจะเป็นอย่างไรครับ" ฤทธิชัยรอฟังอย่างตั้งใจ

"พระท่านบอกว่า มีร่างใหม่ของจักจั่นที่เคยทำบุญร่วมกันมา เมื่อถึงเวลาก็จะรู้เองค่ะ"

ดาวว่าแล้วชวนสองหนุ่มกลับ ทั้งสามคนเดินออกมาหน้าถ้ำเจอแสงกับสมพรพอดี ดาวแนะนำให้ฤทธิชัยกับอภิชาติ รู้จักพ่อแม่ของจักจั่นและไผ่ แล้วขอร้องให้สองหนุ่มไปรอที่รถก่อน เธอจะให้จักจั่นคุยกับพ่อแม่ พอสองหนุ่มไปพ้นสายตา จักจั่นในร่างดาวโผกอดพ่อกับแม่แน่น ต่างปลอบใจซึ่งกัน และกัน...

ระหว่างขับรถกลับบ้านป้าเนียน ดาวเล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฤทธิชัยกับอภิชาติฟังว่า แสงกับลุงเดชพยายามจะเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ฯ พวกคนร้ายใช้จรวดอาร์พีจียิงใส่แสงพ่อของจักจั่น เธอกับจักจั่นไปถึงพอดี จักจั่นเลยเอาตัวกระแทกพ่อออกไป ตัวเองเลยรับระเบิดแทน อภิชาติถึงบางอ้อทันที

"ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมจักจั่นถึงยังไม่ตาย อาจเป็นเพราะเธอเสียสละชีวิตช่วยบุพการีนี่เอง"

"แล้วใช่พวกนางเสือตามข่าวลือหรือเปล่าครับ"

ดาวไม่ยอมบอกความจริงกับฤทธิชัย กลับบอกไม่รู้ว่าใครเป็นใครเพราะตอนนั้นชุลมุนวุ่นวายไปหมด ส่วนเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับสินชัยหรือเปล่า เอาไว้คิดกันวันหลังดีกว่า ตอนนี้เธอเป็นห่วงแต่เรื่องของจักจั่น

"คุณดาวจะทำอย่างไรต่อไปครับ"

"ดาวรู้สึกว่าจะต้องเข้ากรุงเทพฯค่ะ ปัญหาก็คือถ้าเข้ากรุงเทพฯแล้วไม่ไปหาคุณอาหญิง คุณอาหญิงทราบเข้าจะต้องเสียใจและถ้าไปหาคุณอาหญิง ดาวต้องบอกความจริงกับท่านค่ะดาวไม่กล้าปิดท่านหรอกค่ะ"

ฤทธิชัยอาสาจะไปเกริ่นเรื่องดาวจะเข้ากรุงเทพฯให้คุณอาหญิงฟังก่อน แล้วค่อยหาทางบอกเรื่องจักจั่นกับท่านทีหลัง ดาวแปลกใจว่าพอพูดถึงกรุงเทพฯ ทำไมเธอรู้สึกเหมือนเห็นทะเล อภิชาติตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีบางอย่างนำทางดาวให้ไปพบกับร่างใหม่ของ จักจั่นก็ได้ ดาวเองก็ไม่แน่ใจ

"ณ เวลานี้แน่ใจหรือไม่แน่ใจไม่สำคัญแล้วครับ เอาตามความรู้สึกของคุณดาวดีกว่า" ฤทธิชัยแนะ

ทั้งสามคนตกลงใจกันว่าจะไปทะเล ฤทธิชัยนัดจะมารับดาวที่บ้านป้าเนียนวันพรุ่งนี้

ooooooo

ดาวถอนใจโล่งอกที่ป้าเนียนกับจันจิราฟังเรื่องที่เกิดขึ้นกับจักจั่นแล้ว สามารถรับเรื่องราวได้ไม่ยากโดยเฉพาะป้าเนียนกลับใช้โอกาสนี้ขอให้จักจั่น ใบ้หวยเสียเลย จักจั่นปฏิเสธว่าไม่ได้ ขืนบอกเดี๋ยวถูกลงโทษวิญญาณไม่ได้กลับร่าง ลุงเดชกับไผ่ฟังไปยิ้มไป

"ดาวอยากให้ทุกคนเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับที่สุด ป้าเนียนอย่าเผลอไปเม้าท์กับใครไม่ได้นะจ๊ะ เดี๋ยวคนมาดักรอหนูขอหวยกับจักจั่นล่ะก็...ยุ่งแน่ๆ" ดาวพูดติดตลกเพื่อไม่ให้เรื่องจักจั่นดูเคร่งเครียดเกินไป

ป้าเนียนรับรองว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปเม้าท์เด็ดขาด...

ลุงเดชไม่ค่อยสบายใจนักเมื่อรู้ว่าฤทธิชัยกับอภิชาติรู้เรื่องจักจั่น ถามดาวว่าสองหนุ่มสงสัยหรือเปล่าที่ดาวอยู่ในเหตุการณ์ตอนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ถูกนางเสือโจมตี ดาวพยักหน้า

"ผู้กองกับคุณอภิชาติเป็นคนฉลาด น่าจะสงสัยอยู่แล้วว่าดาวเป็นนางเสือ ตั้งแต่เพชรของนายสินชัยถูกปล้น เพียงแต่ยังไม่มีหลักฐานเท่านั้น...ตอนแรก หลังจากกลับมาถึงบ้านดอนเสือแล้ว ดาวคิดว่าจะอยู่ห่างจากผู้กองกับคุณอภิชาติให้มากที่สุด แต่ก็มีเรื่องเกิดขึ้นกับจักจั่นเสียก่อน ทั้งสองคนนั่นจะต้องถามถึงจักจั่นทุกครั้งที่เจอดาว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่บอกความจริง"

ลุงเดชกับไผ่ต่างมีสีหน้ากังวล ดาววางแผนไว้ว่าเมื่อใดที่จักจั่นได้ร่างใหม่เรียบร้อย เธอจะออกตามล่านางเสือปลอมให้ได้ พวกมันจะต้องชดใช้ ดาวตาวาวด้วยความแค้น...

ในเวลาเดียวกัน ฤทธิชัยกับอภิชาติแวะไปโรงพยาบาลบ้านดอนเสือเยี่ยมเจ้าหน้าที่ฯที่ได้รับบาด เจ็บอีกครั้ง คำให้การ ของเจ้าหน้าที่ฯยังยืนยันว่านางเสือทำร้ายพวกตน อภิชาติไม่เชื่อว่านางเสือเป็นคนทำ

"ฉันเองก็ไม่เชื่อ แต่มีบางอย่างที่ทำให้ฉันต้องคิด เพราะว่าคุณดาวกับคุณจักจั่นไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วย...ฉันก็ได้แค่คิดไม่กล้า ยืนยันว่าใช่ตัวปลอมหรือเปล่า นอกจากว่าฉันจะเห็นด้วยตา"

"โอเค...ข้ามเรื่องนั้นไปก่อน...สมมติว่าเป็นนางเสือปลอมแล้วไง"

"คุณดาวกับคุณจักจั่น แม้กระทั่งคุณอาหญิง ชื่นชมนางเสือเช่นเดียวกับพวกเรา ไม่มีทางที่คุณดาวจะเป็นศัตรูกับนางเสือจนกระทั่งคุณจักจั่นต้องกลายเป็นแบบ นี้"

"โว่ว...นั่นก็หมายความว่าที่คุณดาวช่วยเจ้าหน้าที่ เพราะคุณดาวเป็นนางเสือจริงเล่นงานนางเสือปลอม"

"นั่นแหละคือเรื่องที่ฉันสงสัย" ฤทธิชัยว่าแล้วนิ่งเงียบไปเช่นเดียวกับอภิชาติ...

พรุ่งนี้ฤทธิชัยมีนัดไปรับดาวแต่เช้า จึงตัดสินใจค้างคืนที่นี่ เข้าพักบังกะโลหลังเก่าที่เคยถูกสมุนของสินชัยลอบทำร้าย ฤทธิชัยอ้างกับอภิชาติว่าที่นี่ชัยภูมิดีเหมาะแก่การตั้งรับ แล้วเหน็บเพื่อนว่าถ้าพวกคนร้ายลอบโจมตีเขาอีก รีบมาให้เร็วกว่าครั้งที่แล้วหน่อย อภิชาติยิ้ม เดินแยกไปพักบังกะโลหลังเดิมเช่นกัน...

ตกค่ำ ดาวดีดตัวเข้าป่าหลังบ้านป้าเนียนแวะล่ำลาสายฟ้าและสายลม พรุ่งนี้เธอต้องจากบ้านดอนเสืออีกครั้งและฝากสายลมกับสายฟ้าดูแลร่างของ จักจั่นแทนเธอด้วย อย่าให้ใครเข้าไปยุ่งเด็ดขาด สายลมกับสายฟ้าส่งเสียงร้องขึ้นพร้อมกันราวกับรับคำ...

ในเวลาเดียวกัน สมุนของสินชัยล้อมบังกะโลที่พักของอภิชาติไว้ แต่เจ้าตัวเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว คว้ามือถือ ขึ้นมาโทร.หาฤทธิชัย พอได้ยินเสียงสัญญาณโทร.ติดก็กดวางสาย

"ไอ้ชัย หวังว่านายคงได้ยินนะเพื่อน"

ทนายหนุ่มกระชับปืนในมือแน่น จ้องเขม็งไปยังประตูห้องนอน ทันใดนั้น ประตูถูกถีบโครม เห็นเงาดำกรูกันเข้ามา อภิชาติไม่รอช้าสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง พวกนั้นล้มคว่ำ ทุกอย่างเงียบสนิท พลันมีร่างหนึ่งพรวดเข้ามา อภิชาติตวัดปืนเล็ง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นนางเสือ  นางเสือปลอมได้ที  ยิงใส่เป็นชุด

อภิชาติพุ่งหลบได้อย่างเฉียดฉิว พอโผล่หัวขึ้นมามองอีกที เห็นหลังนางเสือไวๆพุ่งออกนอกหน้าต่างด้านหลังบังกะโลที่พัก อภิชาติขยับจะตาม ฤทธิชัยมาถึงพอดี ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

"นางเสือ" อภิชาติพูดแค่นั้นก็พุ่งไปตามทิศทางที่นางเสือปลอมวิ่งหนี

ฤทธิชัยรีบตามติด อภิชาติไล่ตามนางเสือมาถึงลานเล็กๆแห่งหนึ่ง พวกคนร้ายกรูกันออกมาจากพุ่มไม้ล้อมเขาไว้ อภิชาติ รู้ทันทีว่าถูกล่อให้มาติดกับ มีเสียงปืนดังขึ้นจากด้านหลัง พวกคนร้ายล้มคว่ำไปหลายคนด้วยฝีมือของฤทธิชัย อภิชาติพุ่งหลบหลังต้นไม้ใหญ่โดยมีฤทธิชัยดีดตัวตามมาติดๆ สองหนุ่มสาดกระสุนใส่ฝ่ายตรงข้ามอุตลุด นางเสือปลอมยืนดูเหตุการณ์อยู่ ไม่ห่าง สักพักโบกมือ พวกคนร้ายล่าถอยทันที

"พวกมันถอยไปหมดแล้ว...กลับดีกว่า" ฤทธิชัยว่าแล้วเดินนำอภิชาติกลับที่พัก

นางเสือปลอมรอจนสองหนุ่มเดินลับสายตา หันหลังจะกลับ แต่เจอดาวในคราบนางเสือยืนขวางทางอยู่ ทั้งสองเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทีแรกนางเสือปลอมดูจะต้านดาวได้ แต่แล้วกลับถูกเธอฟาดฝ่ามือใส่หน้าอย่างจัง เห็นรอยกรงเล็บปรากฏที่แก้มนางเสือปลอมเป็นแนวยาว นางเสือปลอมสู้ไม่ได้ ขยับจะหนี ดาวไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอย ตวัดมีดสั้นใส่ มีดปักกลางอกนางเสือปลอมล้มตึง

"แกคิดฆ่าน้องสาวฉัน ฉันจะจัดการกับพวกแกให้หมด"

พวกสมุนกรูกันออกมาจากพุ่มไม้ ล้อมกรอบดาวไว้ ดาวหมุนตัวสะบัดมือออกไป มีดสั้นหลายเล่มพุ่งตัดขั้วหัวใจพวกนั้นอย่างแม่นยำ ดาวจ้องดูพวกนั้นล้มลงขาดใจตายด้วยความสะใจ...

ด้านอภิชาติยังแปลกใจไม่หายว่าทำไมครั้งนี้เขาถึงถูกลอบทำร้าย แทนที่จะเป็นฤทธิชัย เขาคาดว่าสินชัยกำลังปรับแผนใหม่ โดยหันมาเล่นงานคนใกล้ชิดฤทธิชัยแทน

ooooooo

ฤทธิชัยกับอภิชาติมารับดาวที่บ้านป้าเนียนแต่เช้า ฤทธิชัยแจ้งกับดาวว่า

"ผมเรียนให้คุณอาหญิงทราบเมื่อคืน ท่านเลยจัดบ้านพักที่ชายทะเลไว้ให้เรียบร้อย แล้วจะไปรอพบคุณดาวกับเราที่นั่นเลยครับ"

ดาวขอบคุณเขามากที่ช่วยเป็นธุระให้ ทั้งสามคนบ่ายหน้าไปยังบ้านพักริมทะเลแห่งนั้นทันที...

พอนายทอมได้รับรายงานว่านางเสือตัวปลอมกับพวกตายยกชุดไปแล้วเมื่อคืน รีบตรงมาหาสินชัยที่บ้านของเขาด้วยความไม่พอใจ ตำหนิสินชัยที่ส่งลินจงไปตาย แต่พอนักฆ่าสาวจากฮ่องกงปรากฏตัวขึ้น นายทอมถึงกับพูดไม่ออก สินชัยอธิบายว่านางเสือปลอมชุดนั้นเป็นเพียงเด็กที่ลินจงจัดมาเพื่อขยายการ ทำงานของนางเสือ แล้วหันไปบอกลินจงว่าต้องหาคนมีฝีมือดีกว่านี้มาทดแทน

"ความจริงคนที่ฉันจัดมาถือว่าเป็นมือมีระดับของเราทีเดียว แสดงว่านางเสือมีฝีมือสูงมาก"

"เราส่งไปเล่นงานอภิชาติจะไปเจอนางเสือได้อย่างไร"

"ชะตาขาดพอดีมั้ง ของแบบนี้ไม่มีใครรู้ บทจะซวยก็ซวย อีกอย่างที่แก้มศพมีรอยกรงเล็บเสือ แสดงว่านางเสือส่งข้อความมาถึงคุณด้วย...นางเสือรู้ว่าคุณอยู่เบื้องหลังและ กำลังตามล่าคุณ"

"งั้นมันกับผมก็ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง...รีบจัดหาคนของคุณมาเพิ่มให้เร็ว ที่สุด...นางเสือกำลังจะออกอาละวาดหนักแล้ว" สินชัยสั่งเสียงเครียด...

ขณะขับรถไปบ้านพักชายทะเลของคุณหญิงรัตนา ฤทธิชัยเล่าให้ดาวฟังว่าเมื่อคืนเขากับอภิชาติถูกนางเสือเล่นงาน อภิชาติคิดว่าน่าจะเป็นนางเสือปลอมมากกว่า ฤทธิชัยเสียดายที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่เขาจะหาความจริงเรื่องนี้ให้ได้ ดาวเองก็ไม่เชื่อว่านางเสือจะทำแบบนั้น...

ไม่นานนัก ดาว ฤทธิชัยกับอภิชาติมาถึงบ้านพักริมทะเล พบว่าคุณหญิงรัตนามารออยู่ก่อนแล้ว ดาวพยายามเล่าเรื่องจักจั่นอย่างนิ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่คุณหญิงรัตนาฟังเรื่องเหลือเชื่อเรื่องนี้แล้วถึงกับเป็นลมจับ ดาวกับสองหนุ่มต้องช่วยกันหายาดมมาอังจมูกให้ พอเธอรู้สึกตัวก็ยิ้มเจื่อน

"ตายแล้ว...นึกไม่ถึงจริงๆ อาว่าอาก็แกร่งเหมือนกันนะ น่าสงสารจักจั่น"

แต่พอรู้จากดาวว่าจักจั่นไม่ได้เป็นอะไร สบายดีอยู่ในร่างของเธอ คุณหญิงรัตนาเบาใจขึ้นมาก อวยพรให้จักจั่นหาร่างใหม่ได้เร็วๆ ดาว ฤทธิชัยกับอภิชาติต่างยิ้มอย่างโล่งใจที่คุณอาหญิงไม่เป็นอะไรมาก...

หลังจากกินมื้อกลางวันที่ร้านอาหารริมหาดกันอย่าง อิ่มหนำ ฤทธิชัยกับดาวขอเดินย่อยอาหาร ปล่อยให้อภิชาติพาคุณหญิงรัตนากลับไปพักผ่อนที่บ้านพักริมทะเล ขณะดาวกับฤทธิชัยกำลังเดินเล่นไปตามชายหาด ได้ยินเสียงเด็กๆร้องเอะอะอยู่ริมทะเล ทั้งคู่รีบวิ่งไปหาเด็กกลุ่มนั้น ดาวถามว่าเกิดอะไรขึ้น

"คนบ้าจมน้ำ" หนึ่งในกลุ่มเด็กๆร้องบอก

ฤทธิชัยมองไปยังผืนน้ำเห็นห่วงยางลอยตามแรงคลื่น แต่ไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้น อึดใจ เขาเห็นหัวคนโผล่ขึ้นจากน้ำแล้วจมลงไปอีก ฤทธิชัยไม่รอช้ากระโจนลงน้ำ ว่ายไปยังร่างที่ผลุบๆโผล่ๆตามแรงคลื่น ดาวถามเด็กๆว่าคนที่จมน้ำเป็นเพื่อนของพวกหนูหรือ

"ไม่ใช่...เป็นคนบ้า พูดไม่รู้เรื่องชอบออกไปเล่นคลื่น บอกหลายหนว่าอย่าออกไปก็ไม่เชื่อ"

ดาววานเด็กๆไปตามพ่อแม่ของคนบ้ามาที่นี่เร็วๆ เด็กๆบอกว่าคนบ้าไม่มีพ่อมีแม่ ลูกก็ไม่มี อยู่ตัวคนเดียว คนที่โรงพยาบาลจะมาจับ ก็วิ่งหนีไม่ยอมให้จับ ฤทธิชัยอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกร่างหนึ่งขึ้นมาจากทะเล ดาวรีบโทร.แจ้ง 191 ทันที แต่สายเกินไป คนจมน้ำที่เด็กๆตั้งชื่อให้ว่า "ยายบ๊อง" ไม่หายใจแล้ว

ครู่ต่อมา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพก็มาถึง รีบตรวจชีพจรของยายบ๊องพบว่าไม่มีสัญญาณชีพ ดาวถามเจ้าหน้าที่ฯว่าทำไมคนแถวนี้ถึงเรียกผู้หญิงคนนี้ว่ายายบ๊อง ทั้งๆที่เธออายุยังน้อยอยู่แท้ๆ

"แกบวมๆครับ มาเร่ร่อนอยู่แถวนี้ได้เกือบปีแล้ว ชาวบ้านร้านค้าสงสารก็ให้ข้าวให้น้ำกิน กลางคืนก็นอนตามชายหาดบ้าง ร้านขายของบ้าง" เจ้าหน้าที่ฯเล่าไปพลางตรวจเช็กชีพจรของยายบ๊องซ้ำอีกครั้ง ทุกอย่างเงียบ

ดาวกับฤทธิชัยต่างมองหน้ากันด้วยความสลดใจ เจ้าหน้าที่ฯสองคนช่วยกันยกร่างไร้วิญญาณของยายบ๊องขึ้นรถพยาบาล ดาวขอติดรถไปด้วยอาสาจะออกค่าใช้จ่ายในการทำศพยายบ๊องเอง ทีแรกเจ้าหน้าที่ฯไม่ยอมให้ไปด้วย แต่ทนเสียงรบเร้าไม่ไหว ดาวกับฤทธิชัยขึ้นนั่งด้านหลังกับเตียงใส่ร่างยายบ๊อง

เจ้าหน้าที่ฯทั้งสองคนขึ้นประจำที่นั่งด้านหน้ารถ ดาวมองยายบ๊องด้วยความสงสาร ฤทธิชัยเอื้อมมือมากุมมือเธอไว้เพื่อปลอบใจ ดาวหันมายิ้มให้อย่างซึ้งใจก่อนจะซบหน้ากับอกเขา ฤทธิชัยปล่อยมือมาโอบเธอไว้แทน ทันใดนั้น มีเสียงกระแอมดังขึ้นจากร่างยายบ๊อง ดาวกับฤทธิชัยขยับตัวออกจากกันด้วยความตกใจ

"นี่คุณ...เร่งหน่อย...คนไข้รู้สึกตัวแล้ว" ฤทธิชัยตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ฯ เสียงไซเรนดังลั่น รถพยาบาลเร่งความเร็วขึ้นทันที มีเสียงจุ๊ปากบอกฤทธิชัยอย่าส่งเสียงเอะอะ ดาวจำได้ ทันทีว่าเป็นเสียงของจักจั่น

"จักจั่น...เป็นไปได้อย่างไร"

"ไม่รู้เหมือนกัน รู้สึกตัวพักหนึ่งแล้วแต่ไม่อยากขัด จังหวะ"

"เรานี่ยังกวนเหมือนเดิม" ดาวยิ้ม ดีใจที่จักจั่นหาร่าง ใหม่ได้แล้ว

"ตกลงจักจั่นได้ร่างใครเนี่ย สวยหรือเปล่า"

ดาวได้ทีแกล้งจักจั่นกลับ หลอกว่าเธอได้ร่างคนบ้าจรจัด อายุประมาณห้าสิบกว่า จักจั่นโวยวายลั่นมองหน้าฤทธิชัย ราวกับจะถามว่าจริงหรือเปล่า ฤทธิชัยโกหกว่าแก่จริงอย่างที่ดาวว่า  จักจั่นทำหน้าเบ้จะร้องไห้  ดาวกับฤทธิชัยกลั้นหัวเราะ แทบไม่ไหว เสียงเจ้าหน้าที่ฯ ร้องบอกว่าใกล้ถึงโรงพยาบาลแล้ว ดาวรีบบอกแผน

"นี่ฟังนะ จักจั่นต้องทำเป็นบ้าเหมือนร่างเดิมแล้วหนีไปเลยจะได้ไม่วุ่นวาย"

ฤทธิชัยเห็นด้วย ไม่อย่างนั้นถ้าเราสองคนจะขอดูแลยายบ๊องต้องผ่านขั้นตอนมากเสียเวลาเปล่าๆ บอกจักจั่นว่าถ้าหนีได้แล้วให้กลับไปเจอเราสองคนที่ชายหาด พอรถพยาบาลจอด ดาวกับฤทธิชัยปลีกตัวออกมา เจ้าหน้าที่ฯรีบเข็นเตียงเข้าไปในห้องฉุกเฉิน นางพยาบาลเข้ามาจับชีพจร ยืนยันว่ายายบ๊องตายแล้ว เผลอแวบเดียวยายบ๊องวิ่งพรวดออกจากห้องฉุกเฉิน พวกเจ้าหน้าที่ฯ พยายามไล่จับแต่ไม่ทัน ยายบ๊อง วิ่งลิ่วไปแล้ว...

ครู่ต่อมา ดาวกับฤทธิชัยมาพบกับจักจั่นในร่างยายบ๊องที่ริมหาด พวกเด็กๆเห็นยายบ๊องยังไม่ตายก็พากันแปลกใจ จักจั่นเลยแกล้งเป็นผีวิ่งไล่ เด็กๆวิ่งหนีกระเจิง ดาวกับฤทธิชัยพาจักจั่นไปแปลงโฉมที่สปาของเพื่อนฤทธิชัย ดาวกับฤทธิชัยวางแผนให้พนักงานในสปากับสไตลิสต์ที่มาดูแลจักจั่นไม่ต้องพูด อะไรมากและกำชับว่าต้องไม่ให้จักจั่นเห็นตัวเองในกระจกเงา จักจั่นเองก็ไม่สนใจจะดูตัวเองกลัวทำใจไม่ได้...

ดาวกับฤทธิชัยถึงกับตะลึงที่เห็นจักจั่นได้รับการแปลงโฉมสวยงามจนไม่เหลือ คราบยายบ๊อง ทั้งคู่ยังไม่ยอมบอกความจริง ปล่อยให้จักจั่นหน้ามุ่ยหมดอาลัยตายอยากเพราะคิดว่าตัวเองเป็นยายแก่ตามที่ ถูกหลอก สไตลิสต์ถามว่า จะพาคุณยายไปเที่ยวเนื่องในโอกาสอะไร ดาวจะเลี้ยงฉลองให้กับการกลับมาของคุณยาย

"เรารีบไปกันเถอะครับ ป่านนี้คุณอาหญิงกับอภิชาติคงรอแย่ เผลอมีท่านรองฯมาอีกคน" ฤทธิชัยเร่งสองสาว จักจั่นเดินมาที่รถของฤทธิชัยอย่างไร้อารมณ์ไม่พูดไม่จา ดาวกับฤทธิชัยแอบยิ้มชอบใจ

ooooooo

ตอนที่ 8

สินชัยรู้สึกเบาใจขึ้นมากเมื่อนายไชยสมุนคนสนิทโทร.มารายงานว่ารถขนสินค้า เถื่อนของเขาถูกนางเสือโจมตี ถ้านางเสือปรากฏตัวในป่าใกล้เขตบ้านดอนเสือก็คงไม่มีปัญญามาที่งานประมูล เพชรของเขาได้แน่ นอกจากเธอจะเป็นวิญญาณเสือสมิงจริงๆ แต่สินชัยก็ยังไม่วางใจร้อยเปอร์เซ็นต์ หันไปสั่งการกับสมุนว่า

"บอกทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานคืนนี้...คุณด้วยคุณลินจง คุณต้องอยู่ใกล้เพชรของผมให้มากที่สุด คลาดสายตาไม่ได้แม้แต่เสี้ยววินาที" สินชัยมองหน้าลินจงด้วยสีหน้าจริงจัง...

งานประมูลเพชรครั้งนี้มีนักข่าวมารายงานข่าวกันอย่างเนืองแน่น มหาเศรษฐีแถวหน้าของเมืองไทยได้รับเชิญมางานเพียง 30 ท่านเท่านั้น อภิชาติ คุณหญิงรัตนา ดาวและ จักจั่นมาถึงหน้างานมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายต้อนรับพาไปนั่งโต๊ะซึ่งมีชื่อของ แต่ละคนติดอยู่ ด้านหน้ามีเวทีวงกลมขนาดใหญ่สูงจากพื้นประมาณหนึ่งฟุต ข้างๆมีแผงควบคุมไฟมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่สองคน อภิชาตินั่งอยู่สักพักก็ขอตัวไปดูฤทธิชัย

ดาวกับจักจั่นตื่นเต้นกับบรรยากาศของงาน แต่ขณะเดียวกันก็มองสำรวจหาช่องทางปล้นเพชรไปด้วย อภิชาติเดินมาถึงหน้าประตูห้องจัดงานเจอเพื่อนเก่าชื่อกำจร เป็นนักข่าวอิสระ สองหนุ่มทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะแยกกันไปทำธุระของตัว จังหวะนั้น ฤทธิชัยโทร.มาบอกอภิชาติว่าขอตรวจรอบงานอีกหน่อย เดี๋ยวจะตามไปที่โต๊ะ อภิชาติวางสายแล้วกลับไปหาคุณหญิงรัตนา

ในเวลาไม่นานนัก เสียงพิธีกรในงานประกาศว่างานประมูลจะเริ่มภายใน 15 นาที ระหว่างการประมูลจะไม่อนุญาตให้ใครลุกออกจากที่นั่ง ประตูห้องจัดงานจะถูกปิดห้ามมีการเข้าออกเพื่อสะดวกในการรักษาความปลอดภัย แขกผู้มีเกียรติบางส่วนทยอยออกจากห้องเพื่อจัดการธุระส่วนตัว ดาวกับจักจั่นสบช่องรีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำ คุณหญิงรัตนาเห็นอภิชาติมองตามสองสาวอย่างไม่ละสายตากระเซ้าเขาว่าไม่ต้อง เป็นห่วงสองสาวหรอก เมื่อตอนกลางวันดาวมาดูทางหนีทีไล่ไว้แล้ว ฤทธิชัยเป็นไกด์พาทัวร์ อภิชาตินิ่วหน้าสงสัย...

ระหว่างเดินไปเข้าห้องน้ำ ดาวสังเกตเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบและพวกชายฉกรรจ์รับจ้างของสินชัยยืนเฝ้า ระวังกันเป็นจุดๆเต็มไปหมด จักจั่นถึงกับออกปากว่างานนี้หินน่าดู ดาวเตรียมแผนไว้แล้ว งานนี้เธอจะแสดงเอง จักจั่นคอยอยู่ใกล้ๆคุณอาหญิงไว้แล้วคอยทำตามที่เธอบอก แต่ก่อนอื่นเราต้องหาอาวุธก่อน

ดาวหมายตาคนของสินชัยคนหนึ่งไว้ พอห้องน้ำหญิงปลอดคน จักจั่นไปบอกชายคนนั้นว่ามีคนแต่งชุดดำใส่หน้ากากอยู่ในห้องน้ำหญิง เขาหลงเชื่อรีบวิ่งเข้าไปดู ดาวรออยู่แล้วอัดเขาหมัดเดียวน็อก จักจั่นเข้ามาช่วยดาวลากเขาไปไว้ในห้องส้วมห้องในสุด ดาวส่งปืนให้จักจั่นเก็บใส่กระเป๋าถือ บอกแผนการทั้งหมดให้ฟังว่า

"ทันทีที่เพชรปรากฏ พี่จะใช้สมาธิบังคับแผงควบคุมดับไฟทั้งหมด พอไฟดับจักจั่นยิงปืนขึ้นเพดานให้โกลาหลไว้ก่อน...พี่จะแวบไปเอาเพชร... แต่จะเอาออกไปอย่างไร ตอนนี้พี่ยังคิดไม่ออก แล้วแต่เหตุการณ์จะพาไป...จักจั่นอย่าลืมจับมือคุณอาหญิงไว้ตอนไฟดับแล้ว ทิ้งปืนไว้ใต้โต๊ะเอาผ้าคลุมโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆมาคลุมไว้"

จักจั่นรับทราบ สองสาวรีบกลับโต๊ะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่พ้นสายตาจับผิดของฤทธิชัยซึ่งนั่งรออยู่ที่โต๊ะกับคุณหญิงรัตนาและอภิ ชาติสักพักหนึ่งแล้ว

ooooooo

พอได้เวลาเริ่มงาน พิธีกรประกาศเชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมประมูลเครื่องเพชร ในชุดมีสร้อยคอ แหวน ต่างหูและกำไลข้อมือ ราคาเริ่มต้นของเครื่องเพชรชุดนี้อยู่ที่ 250 ล้านบาท เรียกเสียงฮือฮาสนั่นห้อง

"นางแบบของเราจะใส่เพชรชุดนี้ เดินไปยังโต๊ะของท่านเพื่อให้ท่านได้ชมอย่างใกล้ชิด กรุณาอย่าลุกขึ้นจากโต๊ะของท่านเพื่อความสะดวกในการรักษาความปลอดภัย"

ทันใดนั้น ไฟในห้องจัดงานดับพรึบ ผู้คนส่งเสียง งึมงำไปทั่ว อึดใจเดียวไฟสว่างขึ้น มีนางแบบสาวสวยห้าคน ยืนอยู่บนเวที ทุกคนต่างสวมเครื่องเพชรแบบเดียวกัน สินชัยลุกขึ้นประกาศว่า

"เรามีนางแบบห้าคน เพชรห้าชุด แต่มีของจริงเพียงชุดเดียว ถ้ามีใครคิดจะปล้นก็คงยากหน่อยเพราะไม่รู้จะเอาชุดไหนไป" สินชัยพูดจบ ไฟก็ดับลงอีก เดี๋ยวเดียวก็สว่างขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้ทุกคนในงานถึงกับตาโตเพราะมีสาวในชุดดำใส่หน้ากากถือปืนอยู่ท่ามกลาง กลุ่มนางแบบ ฤทธิชัยหันขวับมองหน้าดาวแล้วหันกลับไปมองบนเวทีอย่างคาดไม่ถึง ก่อนจะลุกพรวดขึ้นพร้อมกับปืนในมือจ้องไปที่หญิงชุดดำ อภิชาติก็ทำแบบเดียวกัน ฤทธิชัยสั่งให้เธอวางปืน สินชัยยิ้ม ร้องห้ามสองหนุ่มว่าอย่าเพิ่งทำอะไร นี่เป็นแค่การแสดงเท่านั้น เสียงถอนหายใจเฮือกของแขกผู้มีเกียรติดังขึ้นพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย

สินชัยโบกมือไปทางเวที หญิงสาวในชุดดำเก็บปืนไว้ที่ซองปืนคาดเอว ถอดหน้ากากออก แล้วโค้งให้ทุกคน ที่แท้ผู้หญิงคนนี้คือลินจงนั่นเอง เสียงตบมือดังกระหึ่ม ฤทธิชัยกับอภิชาติเก็บปืนไว้ที่เดิม จักจั่นหันมาเห็นดาวกำลังจ้องมองไปที่เครื่องเพชรบนตัวนางแบบทั้งห้าคนเขม็ง สินชัยประกาศอีกครั้งว่า

"อีกสักครู่ นางแบบของเราจะเดินไปที่โต๊ะของทุกท่านให้ท่านดูแบบก่อน ของจริงหรือของปลอมค่อยตรวจกันทีหลังตอนจ่ายเงิน"

ดาวพบว่านางแบบสี่ในห้าคนใส่เพชรของจริงกันคนละหนึ่งชิ้นส่วนคนที่ห้าใส่ เพชรปลอมทั้งชุด จากนั้นเธอกวาดสายตาไปยังกลุ่มของสินชัยกับเหล่าบอดี้การ์ดแล้วส่งพลังจิต บอกจักจั่นเตรียมพร้อม จักจั่นพยักหน้ารับรู้ ดาวหลับตาทำสมาธินึกถึงแผงควบคุมไฟข้างเวที ทันใดนั้นไฟดับพรึบ มีเสียงปืนดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงกรีดร้อง เสียงโต๊ะล้ม เห็นเงาคนวิ่งชนกันวุ่นวาย

พอไฟในห้องจัดงานสว่างขึ้น เผยให้เห็นสภาพโกลาหลไปทั้งห้อง เก้าอี้และโต๊ะล้มกระจัดกระจาย แขกผู้มีเกียรติหนีไปกระจุกตัวกันเป็นกลุ่มๆตามมุมห้อง ดาว จักจั่นและคุณหญิงรัตนายังอยู่ที่เดิม มือของจักจั่นกุมมือคุณหญิงรัตนาไว้ นางแบบทั้งห้าคน และสาวในชุดดำยังยืนอยู่บนเวที  แต่เครื่องเพชรทุกชิ้นหายไปหมด

พลันมีเสียงร้องของหญิงสาวดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมองเห็นบนผ้าปูโต๊ะที่สินชัยนั่งมีคำว่า "นางเสือ" เขียนด้วยลิปสติกสีดำปรากฏตัวอยู่  สินชัยกระชากผ้าปูโต๊ะขึ้นมาให้ฤทธิชัยดู

"ดูเหมือนว่า นางเสือมีฝีมือเหนือกว่าผู้กองซะแล้ว...ผมไม่ปล่อยให้ใครออกจากห้องนี้ จนกว่าจะผ่านการค้นตัว...ผมหมายถึงทุกคน" สินชัยเสียงเครียด

ฤทธิชัยหันมองหน้าดาวซึ่งมองสบตากับเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉยแล้วอดเป็นกังวลไม่ได้

สินชัยสั่งให้คนของตนใช้เครื่องตรวจอาวุธเช็กแขกทุกคนในงาน แต่ไม่เจอเครื่องเพชร ฤทธิชัยกับอภิชาติก็ถูกค้นตัวอย่างละเอียดเช่นกัน ที่ตัวดาว จักจั่นและคุณหญิงรัตนาก็ไม่พบอะไร สินชัยจำใจต้องปล่อยตัวทุกคนกลับ ฤทธิชัยวานอภิชาติไปส่งคุณอาหญิงกับสองสาว เพราะตัวเขาคงต้องอยู่เคลียร์ที่นี่ก่อน

"เสร็จแล้วโทร.หาดาวนะคะ"

ฤทธิชัยพยักหน้ารับคำ โล่งใจไปเปลาะหนึ่งที่เพชรไม่ได้อยู่ที่ตัวดาว...หลังจากอภิชาติขับรถมาส่งคุณหญิงรัตนา ดาวกับจักจั่นที่บ้านของคุณหญิง เขาก็ขอตัวกลับไปอยู่เป็นเพื่อนฤทธิชัย...

ดาวกับจักจั่นรอสักพัก จึงมาขออนุญาตคุณหญิงรัตนากลับไปดูฤทธิชัยกับอภิชาติ คุณหญิงอนุญาตแต่เตือนให้ระวังตัวมากๆ ทันทีที่คุณหญิงรัตนาเข้าห้องปิดประตู ดาวกับจักจั่นรีบตรงไปห้องของพวกเธอ...

ในเวลาต่อมา ฤทธิชัยแจ้งให้สินชัยรู้ว่าเขากับลูกน้องตรวจทั่วโรงแรมอย่างละเอียดแล้วไม่พบเครื่องเพชรของสินชัยหรือแม้แต่เงาของนางเสือ สินชัยโทษว่าเป็นความผิดของฤทธิชัย แถมขู่ว่าจะฟ้องร้อง

"ผิดแล้วคุณสินชัย เป็นคุณต่างหากที่ต้องรับผิดชอบ คุณปิดเปิดไฟทำเป็นเรื่องสนุก เปิดโอกาสให้นางเสือปล้นเพชรของคุณไปเอง...อีกอย่างการฟ้องร้องอาจนำไปสู่การตรวจสอบที่มาของเพชร เพราะเป็นหลักฐานสำคัญไปๆมาๆกลายเป็นเพชรร้อนไปละก็ คุณเองจะลำบาก" อภิชาติโต้กลับอย่างมีอารมณ์

"ผมสั่งถอนกำลังเจ้าหน้าที่แล้ว ส่วนคนของคุณ ถ้ายังอยู่ก็ระวังอย่าสร้างความเดือดร้อนให้กับแขกของโรงแรม... ผมขอตัวก่อน" ฤทธิชัยว่าแล้ว ชวนอภิชาติกลับ

พอทั้งคู่มาถึงหน้าโรงแรม เจอหญิงสาวสองคนในชุดส่าหรีมีผ้าคลุมหน้าก้าวลงจากรถมายืนใกล้ๆฤทธิชัย พอรถคันที่มาส่งสาวอินเดียแล่นออกไป รถอีกคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดพรวดตรงหน้า ฤทธิชัยกับอภิชาติตวัดปืนที่เหน็บเอวขึ้นมากระชับไว้ในมือ สาวอินเดียเห็นปืนตกใจ ร้องกรี๊ดกร๊าดรีบวิ่งเข้าไปในโรงแรม

กำจรลดกระจกรถลงร้องทักเพื่อนทั้งสองคนอย่างสนิทสนม แล้วขอนัดสัมภาษณ์ฤทธิชัยถึงเหตุการณ์คืนนี้ และเรื่องของนางเสือ กำจรเห็นฤทธิชัยอึกอัก ขอให้เขาเห็นแก่ความเป็นเพื่อน ฤทธิชัยคิดอยู่อึดใจ

"โอเค...พรุ่งนี้ แกโทร.หาฉันตอนบ่ายสอง ฉันจะให้รายละเอียดทั้งหมด"

กำจรขอบใจเพื่อนมาก แล้วขับออกไป ฤทธิชัยขอให้อภิชาติไปกับเขาก่อนอ้างว่ามีเรื่องจะปรึกษาด้วย แล้วเดินนำไปยังรถของเขา แทนที่ฤทธิชัยจะขับรถออกจากโรงแรม กลับวนไปจอดหลบมุมมืดของลานจอดรถ อภิชาติรู้ทันทีว่าเพื่อนคิดว่านางเสือต้องย้อนกลับมาเอาเพชร แสดงว่าเขาต้องเจอพิรุธบางอย่าง

"อือ...เจอทีมคุ้มกันของนายสินชัยคนหนึ่งสลบอยู่ในห้องน้ำหญิง ปืนถูกยึดไป และถูกพบว่าเป็นปืนกระบอกเดียวกับที่ใช้ยิงในห้องจัดงาน ตำรวจเจอปืนถูกห่อด้วยผ้าปูโต๊ะซ่อนอยู่ใต้เก้าอี้ ห่างจากโต๊ะของคุณอาหญิงไปสองโต๊ะ ฉันไม่อยากจะคิดว่าคุณดาวกับคุณจักจั่นเกี่ยวข้องด้วย แต่ก่อนหน้านั้นทั้งสองคนไปห้องน้ำ"

อภิชาติท้วงว่าหลังจากนางเสือลงมือ ดาวก็ยังอยู่ที่เดิมไม่ได้ไปไหน เพราะเขาคอยจับตาดูเธออยู่

"ฉันรู้ ฉันถึงเบาใจ แต่อย่างที่บอก เป็นเรื่องของความรู้สึกหาเหตุผลไม่ได้...ฉันคิดไม่ออกจริงๆว่านางเสือทำได้อย่างไร" ฤทธิชัยสีหน้าเคร่งเครียด ขณะที่อภิชาติกลับชิลด์ๆ เอนเบาะรถลง พักสายตา

ooooooo

บนชั้นสิบห้าของโรงแรมจัดงาน ขณะสินชัยกับบอดี้การ์ดสองคนของเขาเปิดประตูห้องพักรับรองเข้าไปเจอดาวในคราบนางเสือเล็งปืนมายังพวกตน สั่งให้บอดี้การ์ดทั้งสามคนทิ้งปืน บอดี้การ์ดรีบทำตาม ดาวมาที่นี่เพื่อมาเอาเพชรที่เธอปล้นไปจากงานซึ่งยังอยู่ในกระเป๋าของสินชัยกับพวกบอดี้การ์ด สินชัยถึงกับอึ้ง รีบล้วงกระเป๋าเสื้อนอกตัวเองเจอเพชรอยู่ในนั้นจริงๆ พวกบอดี้การ์ดก็เจอเพชรอยู่ในเสื้อนอกตนเองเช่นกัน

"แกมัวแต่ค้นคนอื่นจนลืมค้นตัวแกเอง...วางเพชรไว้บนโต๊ะ"

ดาวว่าแล้วโยนถุงสีดำให้สินชัยเอาเพชรทั้งหมดใส่ สินชัยอยากรู้ว่านางเสือขโมยเพชรไปได้อย่างไร ดาวหายแวบมาที่กลุ่มของสินชัยคว้าถุงเพชรในมือเขาไปแล้วแวบกลับไปยืนที่เดิมรวดเร็วเกินกว่าพวกนั้นจะมองทัน เธอเดาะถุงเพชรในมือเล่น สินชัยก้มมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองถึงกับหน้าเจื่อนเล็กน้อย

"แต่เพชรถูกแยกกันอยู่ไม่ได้รวมกันในถุงแบบนี้"

ดาวยิ้ม เอาถุงเพชรห้อยไว้ที่เอวแล้วสะบัดมือออก กระดุมเสื้อนอกของพวกสินชัยร่วงลงไปที่พื้นตรงหน้า พวกนั้นต่างก้มดูเสื้อนอกของตัวเอง เห็นกระดุมเม็ดแรกหายไป สินชัยพูดไม่ออก ดาวสาดกระสุนใส่พวกนั้น ก่อนจะหายตัวไป บอดี้การ์ดเห็นเงาไหวๆอยู่ที่ระเบียงห้อง รีบคว้าปืนยิง แล้วปรี่ไปดู แต่ ไม่เห็นใคร

บนระเบียงห้องพักเหนือห้องสินชัยขึ้นไปสองชั้น ดาวปรากฏตัวขึ้น ขณะกำลังจะถอดหน้ากาก แสงไฟจากสปอตไลต์สาดใส่ ดาวพุ่งตัวราบไปกับระเบียงเป็นจังหวะเดียวกับเสียงปืนดังสนั่น เห็นผนังตึกถูกกระสุนกระจุยฝุ่นตลบ ฤทธิชัย กับอภิชาติตามเสียงปืนมาที่ลานจอดรถด้านระเบียง แหงนหน้าขึ้นไปมองเห็นนางเสือโผล่ขึ้นมาสาดกระสุนใส่ไฟสปอตไลต์แตกกระจาย ฤทธิชัยร้องบอกอภิชาติว่า

"ชั้นสิบเจ็ด อยู่เหนือห้องนายสินชัยไปสองชั้น" แล้ววิ่งพรวดไปด้านหน้าโรงแรมโดยมีอภิชาติตามติด...

ครู่ต่อมา คนของสินชัยถึงหน้าห้องเป้าหมายบนชั้นสิบเจ็ด ยิงลูกบิดประตูกระจุยก่อนถีบโครมเข้าไปเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ได้ยินไปถึงหูของฤทธิชัยกับอภิชาติที่อยู่ในลิฟต์  ไม่นานนัก  อภิชาติกับฤทธิชัยมาถึงห้องที่เกิดการปะทะ เห็นคนของสินชัยนอนตายระเกะระกะอยู่ในห้องรับแขก

สองหนุ่มค่อยๆย่องไปที่ห้องนอน แล้วถีบประตูเข้าไป เสียงร้องวี้ดว้ายดังสนั่น ฤทธิชัยตวัดปืนตามเสียงร้อง พบสาวอินเดียห้าคนแต่งส่าหรีมีผ้าคลุมหน้าแบบเดียวกับสองสาวที่เขาเจอหน้า โรงแรม นั่งหลบอยู่ที่มุมห้อง มีคนของสินชัยสองคนนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น ฤทธิชัยร้องถามว่า "ทางไหน"

สาวอินเดียคนหนึ่งก้มหน้าก้มตาชี้ไปที่ระเบียงห้องนอน ฤทธิชัยบอกสาวอินเดียทั้งหมดว่ารีบออกไป  พวกสาวๆคว้ากระเป๋าถือและสัมภาระของตนวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ฤทธิชัยกับอภิชาติจดฝีเท้าอย่างระมัดระวังไปที่ระเบียง พอโผล่พรวด ออกไปพบแต่ความว่างเปล่า   สองหนุ่มเก็บปืนแล้วกลับมา

นั่งทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่านางเสือมาหาสินชัยทำไม ในเมื่อออกไปได้แล้วก็ไม่ควรกลับมา ฤทธิชัยนิ่งคิดอึดใจ ก่อนร้องขึ้นว่า

"ว้าว...ที่แท้เพชรอยู่ที่นายสินชัยนี่เอง นายสินชัยให้ตรวจทุกคนยกเว้นตัวนายสินชัยกับพวก"

"ฉลาดมากแผนเยี่ยม แต่ตอนขาออกไปนี่สิ ฉันยังคิดไม่ตกว่าหลุดรอดสายตาเราไปได้อย่างไร"

ทันใดนั้น สองหนุ่มก็ถึงบางอ้อ ร้องขึ้นพร้อมกันว่า

"สาวอินเดียพวกนั้น" แล้วพุ่งออกจากห้องทันที ทั้งคู่ตามกลุ่มสาวอินเดียทันหน้าโรงแรม เหลือพวกนั้นแค่สามคนเท่านั้น ฤทธิชัยแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชิญทั้งสามคนไปที่ห้องประชุมของโรงแรม สอบปากคำพวกนั้นแล้วไม่ได้อะไรมากนัก พวกเธอไม่เห็นหน้าตาผู้จ้างวานและไม่รู้ว่าสาวอีกสองคนนั่นเป็นใคร ฤทธิชัยจำใจปล่อยตัวทุกคนกลับ

จังหวะนั้น เจ้าหน้าที่โรงแรมเข้ามาแจ้งว่ามีสุภาพสตรีมารอพบฤทธิชัยกับอภิชาติที่ ล็อบบี้ สองหนุ่มมองหน้ากันอย่างสงสัย พอมาถึงล็อบบี้ แปลกใจที่เห็นดาวกับจักจั่นนั่งรออยู่ สองสาวอ้างว่าเป็นห่วงฤทธิชัยกับอภิชาติเลยขออนุญาตคุณอาหญิงมาเป็นกำลังใจ ให้   สองหนุ่มเลยถือโอกาสนี้เลี้ยงข้าวต้มเป็นการตอบแทน

ooooooo

เช้าวันต่อมา พอคุณหญิงรัตนารู้จากจักจั่นกับดาวว่านางเสือได้เพชรไปจากมือสินชัยเอง สะใจมากชวนสองสาวไปเที่ยวทะเลฉลองที่สินชัยต้องสูญเงินมหาศาล เธอจะชวนอภิชาติกับฤทธิชัยไปด้วย เราค้างที่นั่นสักคืน พรุ่งนี้ค่อยกลับ ดาวรู้ดีว่าถ้าพวกเธอรีบกลับบ้านดอนเสือจะเป็นที่น่าสงสัยจึงตัดสินใจตอบ ตกลง

"ก็ดีค่ะ แต่หลังจากนั้นดาวกับจักจั่นต้องขอตัวกลับบ้านดอนเสือนะคะ เดี๋ยวลุงเดชจะเป็นห่วง"

คุณหญิงรัตนาเข้าใจดีไม่มีปัญหา ถ้าอย่างนั้นเธอจะเป็นคนโทร.ไปชวนฤทธิชัยเอง...

ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องทำงานของท่านรองฯก้องเกียรติ ฤทธิชัยแปลกใจที่รู้จากท่านรองฯก้องเกียรติว่าสินชัยแจ้งความว่าถูกนางเสือ ขู่เอาชีวิตและต้องการความคุ้มครองจากตำรวจ เพราะการทำเช่นนั้นก็เท่ากับสินชัยดึงตำรวจเข้าใกล้ตัวเอง ท่านรองฯเห็นด้วย แต่นั่นยังไม่แปลกเท่ากับท่านรู้มาว่าทางผู้ใหญ่ต้องการให้ฤทธิชัยวางมือจาก ทุกเรื่องมาติดตามเรื่องสินชัยกับนางเสือ เกรงว่าอาจเป็นแผนสกปรกของสินชัย เตือนให้ฤทธิชัยระวังตัวให้มากขึ้น ฤทธิชัยรับคำ...

สินชัยหงุดหงิดมากที่ไม่มีใครกล้าออกไปตัดไม้ เพราะกลัวนางเสือเล่นงาน ลินจงแนะให้สินชัยสร้างนางเสือตัวปลอมขึ้นมาแล้วจัดการฆ่าเจ้าหน้าที่บ้าน เมืองที่เข้าไปปราบปรามพวกลักลอบตัดไม้โยนความผิดให้นางเสือ เท่านี้นางเสือก็จะกลายเป็นบุคคลที่กฎหมายต้องการตัว ไม่ช้านางเสือก็สิ้นฤทธิ์

"คุณลินจง คุณพลาดงานครั้งแรก แต่ความคิดครั้งนี้ถือว่าลบล้างกันไปได้ และผมรู้ว่าใครเหมาะที่จะเป็นนางเสือของเรา" สินชัยยิ้มพอใจ ขณะที่ลินจงขอรับบทบาทนางเสือตัวปลอมด้วยความยินดี...

คุณหญิงรัตนาโทร.ชวนฤทธิชัยไปเที่ยวทะเลด้วยกัน ฤทธิชัยตอบตกลง แต่จะขอตามไปทีหลังพร้อมกับอภิชาติ เนื่องจากเขามีนัดสัมภาษณ์กับนักข่าวช่วงบ่าย...พอถึงเวลานัดกำจรมาหาฤทธิ ชัยที่ทำงานเรื่องที่สัมภาษณ์หนีไม่พ้นข่าวร้อนๆของนางเสือ...

รายการสัมภาษณ์ฤทธิชัยครั้งนี้ออกทีวีด้วย จักจั่นกับดาวจ้องหน้าจอทีวีเขม็ง

"ตอนนี้ทางการมีมาตรการอย่างไรกับนางเสือ" กำจรยิงคำถามทันที

"นางเสือคือผู้ที่ทำผิดกฎหมายและกฎหมายมีหน้าที่ที่จะต้องจับตัวนางเสือมาลงโทษเช่นเดียวกับผู้ที่ทำผิดกฎหมายคนอื่นๆทุกคน"

กำจรถามฤทธิชัยว่า เคยเผชิญหน้ากับนางเสือหรือยัง เขากลับตอบว่ายังไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้นางเสือ ดาวกับจักจั่นต่างมองหน้ากัน แปลกใจว่าทำไมเขาถึงให้สัมภาษณ์ว่าไม่เคยเจอนางเสือ จักจั่นเดาว่าอาจเป็นเพราะฤทธิชัยชักจะสนใจนางเสือเข้าแล้ว เห็นเมื่อคืนยังชมว่านางเสือเก่ง เธอชักสงสัยแล้วว่าระหว่างนางเสือกับพี่ดาวของเธอ ฤทธิชัยจะเลือกใคร...

นายทอมซึ่งเป็นหุ้นส่วนของสินชัย ไม่ค่อยพอใจนักที่สินชัยไม่จัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้กองฤทธิชัยเสียที ตัดสินใจส่งสมุนของเขาไปจัดการเก็บทั้งฤทธิชัยและอภิชาติ ระหว่างทั้งสองคนเดินทางไปบ้านพักตากอากาศของคุณหญิงรัตนา โดยไม่ได้บอกสินชัย แต่สมุนที่ส่งไปฝีมือไม่เจ๋งพอ ถูกฤทธิชัยกับอภิชาติยิงตายเรียบ...

พอสินชัยรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ต่อว่านายทอมว่าทำเกินไปแล้ว น่าจะบอกกันก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรโดยพลการ เพราะเขาเตรียมแผนเล่นงานฤทธิชัยไว้แล้ว นายทอมหวังว่าแผนการที่สินชัยว่าคงได้ผล พวกเราสูญเสียเงินไปกับผู้กองฤทธิชัยกับนางเสือหลายร้อยล้านบาทแล้ว

"เพราะอย่างนี้แผนของผมต้องได้ผล เท่ากับยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว ผมหวังว่าคุณทอมจะวางมือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม"

ทอมจะให้เวลาสินชัยเท่าที่นายใหญ่ของเขาจะรับได้เท่านั้น สินชัยรับรองว่าแผนนี้ต้องได้ผล...

จักจั่นเห็นบ้านพักตากอากาศของคุณหญิงรัตนาแล้วโดนใจมากๆ ดาวเองก็ชมไม่หยุดปากว่าบ้านสวยน่ารัก มีเสียงมือถือของคุณหญิงรัตนาดังขึ้น ฤทธิชัยโทร.มาแจ้งว่ามีเรื่องด่วน อาจจะมาช้าสักสองสามชั่วโมง คุณหญิงรัตนาเกรงว่าสาวๆจะไม่มีอะไรทำเลยชวนไปเดินเล่นที่ชายหาด จักจั่นกับดาวขอพักอยู่ที่บ้านรอไปพร้อมกันทีเดียว คุณหญิงรัตนาเลยตามใจ ดาวเหมือนสัมผัสบางอย่างได้ เดินไปเปิดทีวีในห้องรับแขก

เห็นสินชัยให้สัมภาษณ์รายการทีวีโดยมีผู้ดำเนินรายการคนเดียวกับฤทธิชัย เขากล่าวหานางเสือว่าข่มขู่จะเอาเงินค่าไถ่จากเพชรที่เธอปล้นเขาไป 100 ล้านบาท ดาวกับจักจั่นโกรธมาก จักจั่นแนะให้ดาวเร่งกำจัดสินชัยให้เร็วที่สุดก่อนที่พวกเราจะถูกใส่ร้ายไป มากกว่านี้ ระหว่างนั้นลุงเดชโทร.เข้ามือถือของดาว แจ้งข่าวว่าที่บ้านดอนเสือ พวกสินชัยมีการเคลื่อนไหวกันอย่างผิดปกติ

"นางเสือเพิ่งจะปล้นนายสินชัย แทนที่จะหยุดเพื่อวางแผน พวกมันกลับเพิ่มความเคลื่อนไหวอีก บางอย่างผิดปกติเสียแล้ว" ดาวหน้าเครียดขึ้นมาทันที...

ด้านฤทธิชัยกับอภิชาติตรวจดูศพพวกนักฆ่าที่ส่งมากำจัดพวกตนอย่างละเอียดแล้ว พบว่า พวกนี้มีรอยสักรูปกะโหลกที่หลังมือ ฤทธิชัยพอจะรู้มาว่า รอยสักนี้เป็นของหน่วยลับพิเศษนานาชาติ ซึ่งไม่น่าจะใช่คนของสินชัย ลำพังสินชัยคงไม่มีปัญญาเกณฑ์คนระดับนี้มาทำงาน มาใช้งาน

"งั้นไอ้ฝรั่งที่ฉันเห็นกับนายสินชัยไม่ใช่แค่หุ้นส่วน แต่เป็นคนที่สามารถบงการได้หรือไม่ก็รับคำสั่งมาให้บงการ...ถ้าอย่างนั้นนาย สินชัยก็เป็นแค่หุ้นให้พวกมันเชิด...มิน่าเครือข่ายของสินชัยถึงได้ใหญ่และ ก็มีพาวเวอร์มาก ที่แท้มีเงินหนุนจากนอกประเทศนี่เอง"

ฤทธิชัยสรุปว่า งานนี้ไม่ใช่แค่งานค้าขายธรรมดา แต่อาจเป็นการแทรกแซงทางการเมืองระดับประเทศ

ooooooo

ตอนที่ 7

ที่กรุงเทพฯในออฟฟิศของอภิชาติ ฤทธิชัยกับอภิชาติจ้องรูปภาพวิเคราะห์ทางคอมพิวเตอร์ของหนูพฤกษาที่เพื่อนของอภิชาติส่งมาให้ทางอินเตอร์เน็ตตาไม่กะพริบเพราะรูปนั้นเหมือนดาวมาก อภิชาติอธิบายว่านี่เป็นแค่ผลการวิเคราะห์เท่านั้น อาจจะบังเอิญใกล้เคียงกับดาวและผู้หญิงอีกหลายคนที่เราไม่รู้จัก

"ถ้าคุณอาหญิงเห็นรูปนี้จะต้องคิดว่าคุณดาวคือน้องษาแน่ๆ"

"นั่นนะสิ ต้องยุ่งวุ่นวายไปหมด โดยเฉพาะถ้าเรายังข้องใจว่าคุณดาวอาจเป็นนางเสือ"

ฤทธิชัยคิดอย่างนั้นเหมือนกัน ดังนั้น เขาจะให้คุณอาหญิงเห็นรูปนี้ไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ เราต้องแต่งรูปใหม่ไม่ให้เหมือนดาว อภิชาติสั่งลูกน้องให้จัดการทันที สองหนุ่มดูจนแน่ใจว่ารูปที่ได้เหมือนดาวแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ จึงสั่งให้ลูกน้องพิมพ์ภาพ จากนั้น ทั้งสองคนตรงไปหาคุณอาหญิงที่บ้าน เอารูปนี้ให้เธอดู

คุณหญิงรัตนาดูรูปแล้วผิดหวังที่ไม่ใช่ดาว ฤทธิชัยจะส่งรูปพวกนี้ไปยังสถานีตำรวจทุกจังหวัด ทุกอำเภอเผื่อว่าจะมีใครพบเห็น คุณหญิงรัตนาขอบใจทั้งคู่มากที่เป็นธุระให้

"เอ่อ...คุณดาวกับคุณจักจั่นจะมาถึงเมื่อไหร่ครับ" อภิชาติคิดถึงจักจั่นขึ้นมาตะหงิดๆ

"หนูดาวโทร.มาบอกว่ากำลังเดินทาง คงมาถึงตอนเย็นๆเราเจอกันที่ห้องอาหารทุ่มหนึ่งนะจ๊ะ"

ฤทธิชัยกับอภิชาติรับคำ แล้วขอตัวกลับ...ระหว่างนั่งรถกลับออฟฟิศ อภิชาตินึกถึงท่าทางผิดหวังของคุณอาหญิงแล้ว ชักไม่แน่ใจว่าที่เราสองคนทำไปถูกหรือเปล่า เราอาจทำให้แม่ลูกไม่ได้พบกัน

"ฉันรู้ แต่ตราบใดที่ฉันยังไม่แน่ใจเรื่องคุณดาวว่าเกี่ยวข้องกับนางเสือหรือเปล่า ฉันคิดว่าเราทำถูกแล้ว"

"แต่วันนั้นที่นายกับฉันจ๊ะเอ๋กับนางเสือ เราก็ลงความเห็นกันแล้วนี่หว่า ว่าคุณดาวไม่ใช่นางเสือ"

"สมองฉันบอกว่าไม่ใช่ แต่ใจฉันคิดว่าอาจเป็นไปได้ ฉันบอกนายตามตรงฉันก็สับสนเหมือนกัน คุณอาหญิงจะต้องรอ... จนกว่าโฉมหน้าที่แท้จริงของนางเสือจะถูกเปิดออกมา" ฤทธิชัยสีหน้าเป็นกังวล...

ดาวกับจักจั่นขับรถมาถึงชานกรุง แวะปั๊มเติมน้ำมันเตรียมพร้อมเผชิญรถติดในเมือง ขณะรอเติมน้ำมัน ดาวสังเกตเห็นรถตู้สองคันจอดอยู่ด้านในสุดใกล้ห้องน้ำท่าทีมีพิรุธ เงี่ยหูฟังจึงรู้ว่าพวกนั้นมาส่งยาบ้า

"จักจั่นดูน้ำมันให้เรียบร้อย...เดี๋ยวพี่มา"

ดาวปราดเข้าไปหาพวกนั้น สั่งให้ทิ้งของกับรถไว้แล้วกลับตัวกลับใจเสีย พวกนั้นเห็นสาวสวยบอบบางมาออกคำสั่งพากันหัวเราะคิก หนึ่งในพวกนั้นไม่รอช้าปล่อยหมัดขวาใส่ดาว หญิงสาวหลบแล้วเตะสวน เขาถึงกับเซถลา พวกที่เหลือกรูกันเข้าใส่ ไม่กี่อึดใจดาวจัดการพวกนั้นได้อย่างราบคาบท่ามกลางกลุ่มไทยมุง ดาวเดินแหวกฝูงชนเข้าไปหาเด็กปั๊ม บอกให้รีบโทร.แจ้ง 191 แล้วสองสาวพากันขึ้นรถขับออกไป

ooooooo

คุณหญิงพรพรรณเห็นอภิชาติกับฤทธิชัยกลับไปได้สักพักหนึ่ง จะเข้าไปถามลูกสาวเรื่องรูปถ่ายของหนูพฤกษา พอเห็นสีหน้าของเธอแล้ว คุณหญิงพรพรรณเดาออกว่าไม่ใช่หนูดาวอย่างที่ลูกสาวคิดไว้

"ไม่ใช่ค่ะ แต่อะไรบางอย่างทำให้ลูกผูกพันกับหนูดาวจนเกือบมั่นใจว่าหนูดาวคือหนูพฤกษา เป็น...เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...เหมือนกัน เป็น..."

"ความรู้สึกระหว่างแม่กับลูก"

"ค่ะ...แต่ถึงอย่างไร ลูกก็ยังถูกชะตากับหนูดาวอยู่ดี บอกตามตรงถ้าพ่อแม่หนูดาวและหนูจักจั่นยินดียกให้ลูก...ลูกจะเลี้ยงดูให้ดีที่สุดเลยค่ะ" คุณหญิงรัตนาตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงดาว

คุณหญิงพรพรรณนิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะบอกว่าอะไรที่ลูกทำแล้วมีความสุข เธอก็ยินดี...

ไม่นานนัก ดาวกับจักจั่นก็มาถึงบ้านคุณหญิงรัตนา จักจั่นตื่นเต้นมากที่เห็นบ้านช่องใหญ่โตโอ่อ่า คุณหญิงรัตนาออกมาต้อนรับ ชมดาวว่าเก่งมากมาถึงจนได้ นึกว่าจะหลงทางเสียแล้ว ดาวมีแผนที่ที่คุณอาหญิงอีเมล์ไปให้เลยมาถูก แม้จะไม่ได้มา กรุงเทพฯเกือบสามป•ได้แล้ว จากนั้น คุณหญิงรัตนาพาสองสาวขึ้นไปดูห้องพัก บอกว่าคืนนี้เธอจะพาไปกินข้าวนอกบ้าน นัดผู้กองกับอภิชาติไว้แล้ว และเธอเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ด้วย คุณหญิงรัตนาเดินไปเป”ดตู้เสื้อผ้าออก จักจั่นโผไปเกาะตู้เสื้อผ้ามองชุดสวยด้วยความตื่นเต้น

"งั้นอาไม่รบกวนแล้ว พวกหนูจะได้เตรียมตัว อีกหนึ่งชั่วโมงจะมีช่างทำผมแต่งหน้ามานะจ๊ะ อาจัดมาให้จะได้ไม่เสียเวลากัน" คุณหญิงรัตนาว่าแล้วออกจากห้อง

จักจั่นหยิบชุดขึ้นมาทาบตัว แล้วเต้นไปรอบๆอย่างมีความสุข ดาวพลอยยิ้มมีความสุขไปด้วย เสียงมือถือของดาวดังขึ้น ลุงเดชโทร.มาเช็กว่าทั้งคู่ถึงกรุงเทพฯอย่างปลอดภัยหรือเปล่า...

คุณหญิงรัตนายิ้มพอใจเมื่อเห็นดาวกับจักจั่นแต่งชุดที่เธอเตรียมให้ สองสาวแต่งหน้าทำผมสวยงามมากผิดจากดาวกับจักจั่นที่เคยเห็นจนคุณหญิงรัตนา ออกปากว่าถ้าเจอกันข้างนอก เธอคงจำไม่ได้แน่ๆ...

ไม่ใช่คุณหญิงรัตนาคนเดียวที่จำดาวกับจักจั่นไม่ได้ อภิชาติกับฤทธิชัยก็จำไม่ได้เช่นกัน ขณะสองหนุ่มกำลังชะเง้อคอมองหาคุณหญิงรัตนา ดาวกับจักจั่นอยู่หน้าล็อบบี้โรงแรมหรูซึ่งเป็นสถานที่นัดกินข้าว ดาวกับจักจั่นเดินออกจากห้องน้ำเห็นอภิชาติหันมามองพอดี สองสาวทั้งยิ้มทั้งโบกมือให้ แต่เขาแค่ยิ้มรับตามมารยาท แล้วหันกลับไปหาฤทธิชัย สองสาวแปลกใจที่อภิชาติกับฤทธิชัยไม่เดินมาหาพวกตน

ดาวคิดว่าพวกเขาคงจำเราสองคนไม่ได้ จักจั่นบอกดาวว่ารอคุณอาหญิงที่นี่ก่อน เธอขอไปแกล้งอภิชาติสักหน่อย แล้วเยื้องกายเข้าไปหา คุณหญิงรัตนาออกจากห้องน้ำไม่เห็นจักจั่นก็ถามหา ดาวบอกว่า

"ไปหาเรื่องคุณอภิชาติกับผู้กองค่ะ โทษฐานที่จำไม่ได้"

จักจั่นทำทีเข้าไปทักอภิชาติ ขนาดอยู่ใกล้กันแค่นี้เขายังจำเธอไม่ได้ ฤทธิชัยบังเอิญเหลือบเห็นคุณหญิงรัตนายืนหลบมุมอยู่กับดาวต่างกำลังยิ้มให้ เขา ดาวเปลี่ยนไปมากสวยจนฤทธิชัยจำไม่ได้ แต่ที่รู้ว่าเป็นเธอเพราะเห็นคุณหญิงรัตนา ดาวยกนิ้วแตะปากตัวเองเป็นเชิงห้ามไม่ให้เขาบอกอภิชาติ ฤทธิชัยพยักหน้ารับรู้

จักจั่นแกล้งชวนอภิชาติคุยไปเรื่อยเปื่อย แถมทิ้งเบอร์ให้เขาโทร.กลับ อภิชาติหลงกลเมมเบอร์โทร.เอาไว้ กว่าจะรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือจักจั่น ก็ตอนที่คุณหญิงรัตนาเข้ามาสะกิด จักจั่นงอนไม่ยอมพูดกับอภิชาติ...

หลังจากกินอาหารเสร็จ อภิชาติขออนุญาตคุณหญิงรัตนาพาสาวๆไปเที่ยวต่อ คุณหญิงอนุญาตแต่ต้องขึ้นอยู่กับสาวๆด้วยว่าอยากไปหรือเปล่า จักจั่นรีบบอกว่าอยากไป ดาวแซวว่าหายโกรธอภิชาติแล้วหรือ จักจั่นยิ้มเขิน ทุกคนต่างพากันขำท่าทางของจักจั่น...

ขณะทุกคนเดินมาส่งคุณหญิงรัตนาขึ้นรถหน้าโรงแรมเจอสินชัยพอดี เขาทักทายคุณหญิงรัตนากับอภิชาติแล้วหันมาพูดกับฤทธิชัยว่าได้ข่าวว่าผู้กอง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลความปลอดภัยงานประมูลเพชรของเขา ดาวกับจักจั่นหูผึ่ง ฤทธิชัยยอมรับว่าได้รับแต่งตั้งให้ทำงานนี้ แต่จะดูแลเพชรให้หรือเปล่ายังตอบไม่ได้

"หวังว่าคุณหญิงคงไปงานนะครับ ผมจะจัดส่งบัตรเชิญพิเศษไปให้ เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจะสมทบให้กับมูลนิธิฯ ของคุณหญิงด้วยครับ" สินชัยยิ้มยั่ว ดาวพูดแทรกทันทีว่าคุณหญิงต้องไปแน่ สินชัยมองดาวกับจักจั่นอย่างสงสัย สองสาว จึงแนะนำตัวเองว่าเป็นหลานของคุณหญิง

"คุณอาหญิงบอกว่าจะไปดูตอนที่นางเสือมาปล้นเพชรคุณสินชัยน่ะค่ะ" ดาวจ้องหน้าสินชัยเขม็ง

"หลังจากนั้นเราจะไปฉลองกัน" จักจั่นยิ้มยั่วสินชัยคืน คุณหญิงรัตนาได้แต่มองยิ้มๆ

"แหม มีแต่ผู้หวังดีทั้งนั้น แต่รับรองได้ว่าผมได้เตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว ต่อให้นางเสือมีจริงก็ไม่มีทางที่จะปล้นเพชรของผมไปได้...ยิ่งผมมีนายตำรวจ ฝีมือดีอย่างผู้กองฤทธิชัยอยู่ในงานด้วยยิ่งมั่นใจเป็นสองเท่า เพราะถ้าผู้กองปล่อยให้นางเสือปล้นเพชรไปได้ ต้องเสียชื่อแย่"

"ผมอาจปลื้มนางเสือมากกว่าชื่อเสียงของผมก็ได้" ฤทธิชัยโต้ไม่ยอมแพ้

"เจอกันที่งานคืนพรุ่งนี้นะครับ" สินชัยก้มหัวให้คุณหญิงรัตนา ดาว และจักจั่นแล้วผละจากไป มีบอดี้การ์ดสามคนตามประกบ ดาวมองตามจนสินชัยลับสายตา...

จากนั้น ฤทธิชัย อภิชาติกับจักจั่น และดาวไปเที่ยวกันต่อ หลังจากเต้นรำกันพอเรียกเหงื่อ ทั้งสี่คนก็ออกมานั่งคุยกันต่อที่ห้องอาหารของผับหรูแห่งนั้น หัวข้อสนทนาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องงานประมูลเพชรของสินชัยคืนพรุ่งนี้กับ เรื่องนางเสือ... พอเห็นสมควรแก่เวลา อภิชาติกับฤทธิชัยพาดาวกับจักจั่นมาส่งที่บ้านของคุณหญิงรัตนา สาวรับใช้รีบมาเปิดประตูรับ

"คุณหญิงรัตนาให้ทำของว่างไว้รอค่ะ ท่านให้เชิญผู้กองกับคุณอภิชาติกินของว่างก่อนแล้วค่อยกลับ"

ดาวกับจักจั่นเดินนำสองหนุ่มเข้าบ้าน สาวรับใช้เชิญทุกคนที่ห้องรับแขกก่อน จัดของว่างเสร็จแล้วเธอจะไปเรียนเชิญ จักจั่นก้าวฉับๆไปยังห้องรับแขก สังเกตเห็นมีรูปถ่ายหลายรูปตั้งอยู่บนตู้โชว์

"ไปดูรูปคุณอาหญิงดีกว่าพี่ดาว ตอนมาถึงคุณอาหญิงพาขึ้นปรู๊ดไปบนห้องพักเลย"

ดาวเกรงจะเสียมารยาท บอกจักจั่นว่ารอคุณอาหญิงก่อนดีกว่า จักจั่นเถียงว่าคุณอาหญิงตั้งรูปโชว์ให้คนเห็นอยู่แล้ว ดูสักหน่อยคงไม่เป็นอะไร อภิชาติเชิญดูตามสบาย ถ้ามีอะไรสงสัยให้ถามฤทธิชัยได้ เขาสนิทกับคุณอาหญิง แล้วเดินนำทุกคนไปที่ตู้โชว์ ดาวกับจักจั่นมองสำรวจอย่างสนใจ ดาวหยุดมองรูปถ่ายอิทธิ

ฤทธิชัยเห็นดาวสนใจ เล่าให้ฟังว่านี่เป็นรูปถ่ายของคุณอาอิทธิสามีของคุณอาหญิง ท่านถูกลอบยิงตาย ขณะพาหนูพฤกษาไปตรวจป่า หนูพฤกษาหายตัวไปตั้งแต่วันนั้น ถ้าแกยังอยู่อายุคงไล่ๆกับดาวกับจักจั่น สองสาวถึงกับน้ำตาซึมสงสารคุณอาหญิงที่ต้องเสียสามีกับลูกในวันเดียวกัน ดาวถามว่าได้ตัวคนร้ายไหม

"ศัตรูท่านอิทธิมีอยู่คนเดียวคือนายสินชัย แต่กฎหมายสาวไม่ถึง มันถึงยังลอยนวลเสนอหน้าอยู่ทุกวันนี้"

จักจั่นฟังอภิชาติว่าแล้วถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมคุณหญิงรัตนาถึงมีท่าทีไม่ ต้อนรับสินชัย จังหวะนั้น สาวรับใช้มาเชิญทุกคนไปที่ห้องอาหาร   ของว่างจัดเสร็จแล้ว...หลังจากกินของว่างกันเสร็จ ถึงเวลาที่ฤทธิชัยกับอภิชาติต้องกลับ ดาวกับจักจั่นเดินมาส่งหน้าบ้าน

"เป็นไปได้ไหมครับ   ที่จะโทร.มาหาคุณดาวและคุณจักจั่น" อภิชาติถามเผื่อเพื่อนด้วย

ดาวกับจักจั่นพยักหน้ายิ้มหวานให้สองหนุ่มแทนคำตอบ จากนั้น สองสาวไปคุยกันต่อที่ห้องนอนของพวกเธอ จักจั่นถามดาวว่าจะปล้นเพชรของสินชัยและเผชิญหน้ากับฤทธิชัยจริงๆหรือ ดาวไม่มีทางเลือกยิ่งรู้ว่าสินชัยลอบทำร้ายสามีของคุณอาหญิงยิ่งปล่อยไว้ไม่ ได้ แต่ตอนนี้เธอยังไม่มีแผนอะไร เราสองคนต้องเฉยเอาไว้ก่อน ไม่ต้องถามอะไรคุณอาหญิงทั้งนั้น เดี๋ยวท่านจะยิ่งเสียใจ

"พี่ดาวไม่ติดใจเรื่องที่ลูกคุณอาหญิงหายไปในป่า แล้วลุงเดชก็เจอพี่ดาวหลงอยู่ในป่าหรือ"

"นั่นมันเรื่องในละครน้ำเน่ามากกว่า จำไว้ห้ามเอ่ยเรื่องนี้กับคุณอาหญิงเด็ดขาด พี่ไม่ต้องการให้ใครคิดว่าพี่อยากจะเกี่ยวพันกับคุณอาหญิงเพราะสมบัติของ ท่าน อีกอย่างคุณอาหญิงมีคุณอภิชาติกับผู้กองตามหาคุณพฤกษาอยู่แล้วจำไม่ได้หรือ เรื่องการวิเคราะห์รูปภาพของคุณพฤกษาที่ผู้กองเล่าให้เราฟัง"

ดาวสัมผัสได้ว่าคุณหญิงรัตนากำลังมาหา รีบยกมือเป็นเชิงให้จักจั่นหยุดพูด จังหวะนั้น มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น  ดาวกำชับจักจั่นอีกครั้งว่าเรื่องทุกอย่างต้องจบแค่นี้เราต้องทำให้คุณอา หญิงสบายใจที่สุด จักจั่นพยักหน้ารับคำ ดาวไปเปิดประตูห้อง คุณหญิงรัตนาเดินยิ้มเข้ามาบอกว่าพรุ่งนี้จะพาไปช็อปปิ้ง

"ดาวเกรงใจคุณอาหญิงจัง"

"ไม่ต้องเกรงใจจ้ะ อาถูกชะตากับหนูทั้งสองเหมือนลูกเหมือนหลานไม่ว่าพวกหนูจะเป็นลูกใคร"

"ดาวก็ถูกชะตาคุณอาหญิงอย่างบอกไม่ถูก ดาวจะรักและเคารพคุณอาหญิงไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร"

จักจั่นเองรู้สึกเหมือนดาวเช่นกัน คุณหญิงรัตนายิ้มน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันใจ โผกอดสองสาวไว้ในอ้อมกอด ดาวกับจักจั่นต่างดีใจที่ทำให้คุณอาหญิงของพวกเธอมีความสุข...

ระหว่างที่จักจั่นกับดาวกำลังเตรียมตัวเข้านอน เสียงมือถือของทั้งคู่ดังขึ้นเกือบจะพร้อมกัน สองสาวต่างคว้ามือถือของตัวเองแล้วโดดขึ้นเตียง ฤทธิชัยโทร.มาราตรีสวัสดิ์ดาว ขณะที่อภิชาติโทร.มากู๊ดไนต์จักจั่น สองสาววางสายแล้วนั่งอมยิ้มอย่างมีความสุข...

ครู่ต่อมา อภิชาติโทร.หาเพื่อนรัก ถามว่าคืนพรุ่งนี้จะเอาอย่างไร ฤทธิชัยอยากให้อภิชาติคอยอยู่ใกล้ๆคุณอาหญิงกับพวกสาวๆ อภิชาติกระเซ้าว่าจะให้เขาคอยดูแลความปลอดภัยให้คุณอาหญิงหรือคอยระวังว่า ดาวจะกลายเป็นนางเสือกันแน่ ฤทธิชัยให้เขาทำทั้งสองอย่าง แล้ววางสาย เดินไปที่หน้าต่างห้องพัก

"คุณดาว คุณคือใครกันแน่...น้องษาหรือว่านางเสือ"

ooooooo

เช้าวันใหม่ ในป่ารกทึบใกล้เขตบ้านดอนเสือ สินชัยทำทีเป็นส่งรถบรรทุกของเถื่อนเข้ามาวิ่งล่อนางเสือ ลุงเดชรู้ทันว่าสินชัยอยากรู้ว่านางเสืออยู่ที่ไหน ถ้านางเสือไม่เล่นงานพวกสินชัยที่นี่ก็เท่ากับว่านางเสือจะบุกงานประมูลเพชร ลุงเดชวางแผนหลอกให้พวกนั้นสับสน โดยจะให้ไผ่ปลอมเป็นนางเสือจัดการพวกมัน

"ลุงเดชอย่าบอกนะว่าจะให้ผมแต่งตัวเป็นผู้หญิง"

"ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก แค่ให้สายฟ้าออกมาคำราม ไผ่โดดไปโดดมาให้เร็วหน่อย พวกมันก็คิดว่านางเสือมาเล่นงานพวกมันแล้ว"

"ก็ได้ งั้นเย็นนี้เจอกันครับ ผมจะรีบโทร.บอกน้องดาว" ไผ่ว่าแล้วกลับไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ขับออกไป...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ท่ารถบ้านดอนเสือ จันจิราหลานสาวของป้าเนียนกำลังมองหารถรับจ้างไปส่งสถานีอนามัย แต่ถูกพวกนักเลงเข้ามาลวนลาม จันจิราสู้สุดฤทธิ์ไม่ให้เสียชื่อป้าเนียน ขณะกำลังเสียทีให้พวกนักเลง ไผ่เข้ามาขวาง จัดการพวกนั้นสลบเหมือด จันจิราขอบคุณชายหนุ่มที่มาช่วย แล้วหันไปทางที่รถตุ๊กตุ๊กจอดถามว่ามีรถคันไหนจะไปส่งเธอที่สถานีอนามัยได้บ้าง คนขับรถตุ๊กตุ๊กร้องเรียกให้จันจิราขึ้นรถ ไผ่ร้องเรียกไว้

"เดี๋ยว...คุณจะไปที่สถานีอนามัยหรือครับ...ผมยินดีจะไปส่งครับ"

"ฉันรู้ว่านายช่วยฉัน ขอบใจแต่ขอโทษนะ ฉันไม่ง่ายขนาดนั้น" จันจิราสะบัดหน้าเดินมาขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก

ไผ่ยิ้ม แล้วรีบกลับมาที่รถมอเตอร์ไซค์ ขับทะยานออกไป...พักใหญ่ๆ จันจิราถึงสถานีอนามัย เห็นชายหนุ่มที่ช่วยตนเองยืนอยู่ คิดว่าเขามาดักรอเธอ จันจิรามองไผ่อย่างเอาเรื่อง

ooooooo

หลังจากคุณหญิงรัตนา   ดาว และจักจั่นเดิน

ช็อปปิ้งเสร็จ ดาวขอร้องให้คุณหญิงช่วยพาไปโรงแรมที่จัดงานประมูลเพชรคืนนี้ อยากไปดูทางหนีทีไล่ เผื่อมีการปล้นเพชรจริงๆ จะได้พาคุณอาหญิงหลบออกมาได้ทันกาล คุณหญิงรัตนาขอบใจดาวที่พูดความจริงว่าจะไปดูทางหนีทีไล่ แทนที่จะบอกว่าไปธุระอย่างอื่น ดาวกับจักจั่นสาบานว่าจะไม่มีวันโกหกคุณอาหญิงเด็ดขาด คุณหญิงรัตนายิ้มพอใจ...

ในเวลาต่อมา รถของคุณหญิงรัตนามาถึงโรงแรมที่จัดงาน มีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเต็มไปหมด ทางเข้าโรงแรมมีด่านตำรวจคอยตรวจรถทุกคันที่แล่นผ่าน ดาวเก็บทุกรายละเอียดไม่ให้ตกหล่น ก่อนจะเข้าห้องล็อบบี้มีเครื่องตรวจอาวุธตั้งอยู่ ดาวกับจักจั่นกวาดตามองไปรอบๆ เห็นฤทธิชัยเดินเข้ามาหา

"สวัสดีครับคุณอาหญิง ทำไมมาแต่วันเลยครับ งานเริ่มหนึ่งทุ่มนะครับ"

"อารู้จ้ะ...แต่พวกเรามาดูทางหนีทีไล่" คุณหญิงรัตนากระซิบกระซาบ

ฤทธิชัยสงสัยว่าทางหนีทีไล่อะไร คุณหญิงรัตนาให้ไปถามดาวกับจักจั่นเอาเอง ฤทธิชัยกวาดตามองไปรอบๆก่อนจะชวนทั้งสามคนไปคุยกันที่อื่น เดี๋ยวคนของสินชัยได้ยินเข้าจะคิดว่าเรามาปล้นเพชร ฤทธิชัยพาทุกคนมานั่งแถวมุมสงบของโรงแรม  แล้วถามดาวว่าที่พูดเมื่อกี้เรื่องจริงหรือเปล่า ดาวพยักหน้า

"งั้นคุณจักจั่นอยู่เป็นเพื่อนคุณอาหญิงที่นี่นะครับ ผมจะพาคุณดาวไปดูทางหนีทีไล่"

ฤทธิชัยเดินหน้าเครียดนำดาวออกไป ระหว่างทางไปห้องจัดงาน เขาหันมาถามดาวว่านึกอย่างไรถึงพาคุณอาหญิงมาดูทางหนีทีไล่ ดาวรู้ดีว่างานนี้ต้องมีเรื่องแน่ๆจึงไม่ต้องการให้คุณอาหญิงติดอยู่ในงานจนอาจถูกลูกหลงหรือถูกคนของสินชัยลอบทำร้าย ฤทธิชัยว่ามีเขาอยู่ทั้งคน ไม่มีใครทำอะไรคุณอาหญิงได้แน่ หรือเธอคิดว่าเขาไม่มีฝีมือพอจะจัดการเรื่องนี้ ดาวไม่ได้คิดแบบนั้น แค่อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของเขา

"ดาวรู้ค่ะว่าผู้กองห่วงคุณอาหญิง ห่วงทุกคน แต่ดาวก็...เอ่อ...ห่วงผู้กอง ดาวอยากช่วยผู้กองเหมือนกันนี่ค่ะ" ดาวยิ้มหวาน มองเขาด้วยความจริงใจ ฤทธิชัยถึงกับใจละลาย ลืมตัวดึงหญิงสาวเข้ามาใกล้

"คุณดาวยิ้มหวานอย่างนี้ ผมก็แย่น่ะสิครับ"

"งั้นคืนนี้ดาวจะระวัง ยิ้มให้แต่คนอื่น ยิ้มให้ผู้กองเดี๋ยวผู้กองเสียสมาธิ นางเสือหนีไปได้ผู้กองจะแย่"

"ไม่เป็นไรครับ ถ้าเห็นรอยยิ้มหวานของคุณดาวแบบนี้ ถึงจะจับนางเสือไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ"

ดาวยิ้มหวานอีกครั้ง ฤทธิชัยอดใจไม่ไหวดึงเธอเข้ามากอด ทั้งสองต่างอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน พลัน เสียงวิทยุสื่อสารของฤทธิชัยเชิญเขาไปที่ห้องจัดงาน ทั้งสองคลายวงแขนออกจากกัน ฤทธิชัยคว้าวิทยุสื่อสารที่เหน็บไว้ ด้านหลังขึ้นมาตอบกลับว่ากำลังจะไป...

ขณะเดียวกัน ที่สถานีอนามัยบ้านดอนเสือ จันจิรายังหน้าหงิกใส่ไผ่ แม้ป้าเนียนจะแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกันแล้วก็ตาม จันจิรากำลังเรียนพยาบาลที่กรุงเทพฯ ช่วงนี้แวะ มาเยี่ยมบ้าน ไผ่ยังไม่ทันจะอ้าปากถามอะไรเสียงมือถือของเขาดังขึ้น ลุงเดชโทร.มาถามว่าโทร.หาดาวหรือยัง ไผ่ลืมสนิท รีบขอตัวออกไปโทรศัพท์...

ฤทธิชัยพาดาวมายังห้องจัดงานซึ่งอยู่ถัดจากดาดฟ้าของโรงแรม ผนังห้องเป็นกระจกโดยรอบ มีทางเข้าออกทางเดียว จังหวะนั้น เสียงมือถือของดาวดังขึ้น ฤทธิชัยแซวว่าเพิ่งมากรุงเทพฯแค่วันเดียวมีหนุ่มโทร.หาแล้วหรือ ดาวยิ้ม บอกว่าหนุ่มชื่อไผ่ ฤทธิชัยออกไปรอหน้าห้องปล่อยให้ดาวคุยโทรศัพท์เพียงลำพัง

"ว่าไงพี่ไผ่ โทร.มาได้จังหวะพอดี กำลังสำรวจห้องจัดงานประมูลเพชรอยู่...โอเค ว่ามา..."

ดาวฟังไผ่พูดพลางเดินสำรวจไปรอบๆห้อง เห็นมีประตูเล็กๆอีกบานหนึ่งด้านหลัง เหลียวซ้ายแลขวาเห็นปลอดคน รีบเปิดประตูเข้าไป พบว่าเป็นห้องพักอาหารและเครื่องดื่ม มีประตูทะลุออกไปข้างนอกได้ ดาวค่อยๆแง้มประตูนั้นออกไป เจอคนของ สินชัยยืนกระจายกันอยู่เป็นจุดๆ รีบหลบกลับไปที่ห้องจัดงาน

"โอเค...ทำตามแผนของลุงเดชได้เลย แค่นี้ก่อนนะ" ดาววางสาย

สักพัก ฤทธิชัยกลับเข้ามา สองหนุ่มสาวพากันลงมาที่ล็อบบี้ เจอสินชัยพร้อมบอดี้การ์ดสามคน สินชัยแดกดันว่าเห็นผู้กองควงสาวอารมณ์ดีแบบนี้เขาค่อยสบายใจหน่อย แสดงว่างานคืนนี้ เพชรของเขาต้องปลอดภัยแน่ๆ ฤทธิชัยสวนทันทีว่าที่เขาอารมณ์ดีแบบนี้ อาจเป็นเพราะเขาไม่สนใจเรื่องเพชรพวกนั้นก็ได้

"ผมรู้ ผมเองก็มีแผนของผมเหมือนกัน...ยินดีที่ได้พบกันอีก" สินชัยก้มหัวให้ดาว แล้วเดินจากไป

"เป็นครั้งแรกที่ผมอยากให้งานของผมผิดพลาด... โดยเฉพาะงานคืนนี้" ฤทธิชัยหน้าเครียด...

ทอมพาลินจงมือสังหารสาวสวยจากฮ่องกงมาพบ

สินชัยที่ห้องพักรับรองหรูภายในโรงแรมที่จัดงาน สินชัยยิ้มพอใจ ลินจงจะเป็นส่วนหนึ่งในแผนปราบนางเสือของเขาคืนนี้...

ในป่าลึกเขตบ้านดอนเสือ ลุงเดชกับไผ่เดินตามแผนที่วางไว้ สายฟ้าส่งเสียงคำรามก้อง พร้อมกับร่างของไผ่ในชุดดำแวบไปแวบมา สร้างความปั่นป่วนจนคนร้ายแตกกระเจิง พวกนั้นหลงกลคิดว่าถูกนางเสือโจมตี

ooooooo

ตอนที่ 6

พอตะวันตรงหัว ลุงเดช ไผ่ ดาวกับจักจั่นลัดเลาะเข้าป่าทึบจนถึงค่ายแห่งหนึ่งของพวกลักลอบตัดไม้ หลังจากประเมินสถานการณ์แล้ว ดาวสรุปว่าเราควรใช้ วิธีการแบบกองโจร ก่อกวนพวกคนร้ายไม่ให้หลับให้นอน ตัดการส่งกำลังบำรุงจนกว่าพวกนั้นจะยอมสลายตัวไปเอง ลุงเดชเห็นด้วยกับความคิดนี้

"พวกเธอกลับไปเตรียมการ ลุงจะไปหาลุงแสงจัดการกำลังคนให้พร้อม"

เด็กๆรับคำ ลุงเดชเตือนทุกคนให้ระวังฤทธิชัยกับอภิชาติไว้ด้วย พวกเขาไม่ได้มีเป้าหมายแค่นายสินชัยกับพวกเท่านั้น แต่อยู่ที่นางเสือด้วย เด็กทั้งสามรับปากว่าจะระวังตัว แล้วพากันกลับไปที่รถจี๊ป...ก่อนจะออกจากป่า   ดาว   จักจั่น   และไผ่ แวะค่ายอีกแห่งหนึ่งของพวกลักลอบตัดไม้ ดาวในคราบนางเสือเข้าไปเขย่าขวัญพวกนั้นจนกระเจิง ต่างทิ้งอาวุธวิ่งหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต พวกนางเสือทำลายได้หนึ่งค่าย...

ไม่นานนัก    รถจี๊ปของดาวแล่นมาจอดหน้าสถานีอนามัยบ้านดอนเสือ  ดาวกับพวกยังไม่ทันจะลงจากรถมีรถกระบะสองคันเข้ามาจอดประกบข้าง นายโยหัวหน้าค่ายกักกันหญิงสาวซึ่งหนีรอดเงื้อมมือพวกนางเสือไปได้ กับสมุนหลายคนกรูกันลงมาจากรถล้อมกรอบดาวกับพวกไว้ ดาวบอกนายโยว่ากำลังอยากเจออยู่พอดี

"พวกแกจะทำอะไรข้าได้ หลักฐานไม่มี อย่างดีก็มีคนตบมือให้สองสามแปะอย่างเมื่อตอนเช้า"

นายโยลอยหน้าลอยตาตอบ  ดาวเลยจัดให้  ดีดตัวขึ้นจากรถจี๊ปแวบไปที่นายโย   ตบเขาฉาดใหญ่จนหน้าหัน แล้วแวบกลับมานั่งที่เดิมเรียบร้อย  นายโยมองไม่ทัน เห็นแค่เงาแวบๆหาว่าเป็นฝีมือดาว

"แกจะกล่าวหาฉันไม่ได้ หลักฐานสักแปะหนึ่งก็ไม่มี" ดาวยิ้มยั่ว

ไผ่กับจักจั่นหัวร่อคิก นายโยหันมองพวกสมุนที่ยืนรายล้อมอยู่ พวกนั้นส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง นายโยไม่รู้จะทำอย่างไร เลยขู่ดาวว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าแส่เรื่องชาวบ้าน พูดยังไม่ทันขาดคำ ดาวแวบหายไปตบนายโยอีกครั้ง เล่นเอาหน้าคะมำ แล้วกลับมานั่งที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นายโยฉุนขาดชักปืนจะยิงมือดาวโทษฐานที่มาตบหน้าตน ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังสนั่น ปืนในมือนายโยกระเด็น

พวกคนร้ายหันไปมองตามเสียงปืน เห็นฤทธิชัยกับอภิชาติยืนอยู่ด้านหลัง มือสองข้างของพวกเขาถือปืนข้างละกระบอกเล็งกราดมายังพวกคนร้าย ฤทธิชัยสั่งให้พวกนั้นทิ้งปืน จังหวะนั้น มีรถตำรวจสามคันแล่นมาจอด ป้าเนียนเดินโวยวายออกมาจากสถานีอนามัย ตรงมาที่รถตำรวจ

"จับพวกมันไปให้หมด พวกมันมาก่อกวนหลานฉัน"

ฤทธิชัยกับอภิชาติรีบเก็บปืน ดาวกับพวกรีบเดินมาหาสองหนุ่ม ตำรวจเดินตามมาติดๆ ขอเชิญตัวฤทธิชัยไปโรงพัก เนื่องจากตำรวจที่ควบคุมตัวฤทธิชัยมาเมื่อคืน ให้การว่าเขามีส่วนรู้เห็นกับพวกคนร้ายและไปกับพวกมัน ฤทธิชัยอ้างว่าที่ต้องทำอย่างนั้นก็เพื่อความปลอดภัยของเขากับสาวสองคนนี้ ฤทธิชัยชี้ดาวกับจักจั่น

"ใช่ค่ะ ฉันกับน้องสาวซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ถ้าไม่ได้ ผู้กอง พวกมันคงส่งพวกเราไปขายเรียบร้อยแล้ว"

"ยังไงก็แล้วแต่ ผมต้องการคำให้การของผู้กองครับ"

อภิชาติ ดาวกับจักจั่นขอตามฤทธิชัยไปโรงพักด้วย ทิ้งให้ไผ่อยู่เป็นเพื่อนป้าเนียนที่นั่น

ooooooo

หลังจากตำรวจสอบปากคำฤทธิชัยจนพอใจแล้วจึงปล่อยตัวกลับ   ระหว่างที่ฤทธิชัย   อภิชาติ  ดาวกับจักจั่นมาถึงหน้าโรงพัก  เจอพวกนายโยยืนยิ้มกวนๆรออยู่   เสี่ยเหลิมซึ่งมาประกันตัวพวกนั้นยืนวางท่าอยู่ใกล้ๆ   ดาวกับจักจั่นหมั่นไส้เสี่ยเหลิมที่ทำตัวกร่างเลยหลอกด่าจนเสียหน้าต่อหน้า พวกสมุน เสี่ยเหลิมแค้นใจมาก...

ขณะสินชัยเดินมาส่งทอมหน้าห้องทำงานของเขา หลังจากปรึกษาเรื่องจัดงานแสดงเพชรกันเสร็จ เสี่ยเหลิมโทร.มาหาสินชัยพอดี สินชัยรับสายแล้วหน้าเครียด ก่อนตำหนิเสี่ยเหลิมอย่างแรงที่ปล่อยให้ใครก็ไม่รู้บุกเข้าไปช่วยผู้หญิงใน ค่ายออกมา เสี่ยเหลิมรายงานเสียงอ่อยว่าเป็นผู้กองฤทธิชัย

"แค่ไอ้ผู้กองฤทธิชัยคนเดียวนี่นะหรือ"

"ตอนแรกพวกเราต้อนมันจนมุม แต่ตอนหลังนางเสือมาช่วยเล่นงานพวกเราจนพังพินาศ...ผมว่านางเสือมันจ้องเล่น งานคุณสินชัยทุกวิถีทาง ผมว่าท่านควรจะระวังเรื่องงานขายเพชรของท่านด้วย"

สินชัยไม่คิดว่านางเสือจะกล้าบุกมาถึงกรุงเทพฯ เสี่ยเหลิมเตือนว่าเรื่องแบบนี้อย่าประมาทเป็นดี สินชัยวางสาย ชักจะเห็นด้วยกับเสี่ยเหลิม รีบกดโทรศัพท์หาผู้หลักผู้ใหญ่ที่หนุนหลังตนเองทันที...

ฤทธิชัยกับอภิชาติตรงกลับบังกะโลที่พัก แล้วนั่งปรึกษาหารือกันว่าใครน่าจะเป็นนางเสือ อภิชาติประมวลจากเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาแล้วเห็นว่าดาวกับจักจั่นเป็นคนที่ ต้องถูกจับตามองมากที่สุด

"แต่ฉันเคยเจอนางเสือแล้ว บอกได้คำเดียวว่าไม่ธรรมดา เคลื่อนไหวรวดเร็ว แวบไปแวบมาเหมือนในหนังประเภทคาถาอาคม แถมมีเสือจริงๆอยู่ด้วย"

อภิชาติว่าถ้าเป็นอย่างที่ฤทธิชัยเล่า นางเสือก็ไม่ใช่คนอย่างคำร่ำลือ ฤทธิชัยส่ายหน้า ถ้าเขาไม่ได้คุยกับนางเสือ เขาคงคิดแบบนั้น อภิชาติเลยตัดดาวกับจักจั่นออกจากบัญชีรายชื่อของคนที่จะเป็นนางเสือ บอกให้เพื่อนลืมเรื่องนางเสือไปก่อน เล่นงานสินชัยคนเดียวดีกว่า แล้วขอตัวกลับไปพักผ่อนที่บังกะโลที่พักตัวเองซึ่งอยู่ถัดไปอีกสามหลัง...

ในเวลาเดียวกัน ป้าเนียนต้องแปลกใจเมื่อเห็นคุณหญิงรัตนามาหาที่สถานีอนามัย คุณหญิงมาเชิญป้าเนียนกับหลานๆไปกินข้าวเย็นที่บ้านพักของเธอ ป้าเนียนนึกถึงที่ลุงเดชห้ามไว้ รีบปฏิเสธว่าไปไม่ได้ ติดคนไข้ แต่หลานๆของเธอน่าจะว่าง เธอจะบอกหลานให้ คุณหญิงรัตนาทราบจากฤทธิชัยว่าดาวยังมีพี่ชายกับลุงอีกคนหนึ่ง เธอจึงอยากจะชวนทั้งคู่ด้วย ป้าเนียนรีบปฏิเสธแทนไผ่กับลุงเดชว่าสองคนนั่นก็ไม่ว่างเช่นกัน

"งั้นฉันไม่รบกวนป้าเนียนแล้วนะ แล้วพบกันใหม่" คุณหญิงรัตนาว่าแล้วผละจากไป

ที่บังกะโลที่พักของฤทธิชัย ขณะผู้กองหนุ่มกำลังรับโทรศัพท์จากคุณหญิงรัตนาเชิญกินข้าวเย็นวันนี้ที่ บ้านพักของท่าน เขาถูกสมุนของสินชัยสองคนลอบโจมตี ฤทธิชัยไม่อยากให้คุณหญิงรัตนารู้เรื่องนี้รีบขอตัววางสาย อ้างว่าติดธุระเดี๋ยวจะโทร.กลับ ฤทธิชัยฆ่าพวกนั้นได้หนึ่งคน ส่วนคนร้ายอีกคนอภิชาติช่วยจัดการ

"ฉันว่าเราไปเยี่ยมพวกมันที่บ่อนบ้างดีกว่า ปล่อยให้พวกมันมาเยี่ยมฝ่ายเดียวถือว่าเสียมารยาท"

"ดีเหมือนกัน แต่ต้องรีบกลับก่อนห้าโมงนะเพื่อน คุณอาหญิงชวนฉันกับนายไปกินข้าวเย็นที่บ้านพัก"

พออภิชาติรู้ว่าคุณหญิงรัตนาอยู่บ้านดอนเสือ เร่งฤทธิชัยรีบไปบ่อนทันทีเดี๋ยวไปตามนัดไม่ทัน

ooooooo

ที่ค่ายชั่วคราวของแสงกับสมาชิกโจร ลุงเดชเข้ามาแจ้งแผนการให้แสงกับพวกฟังว่า  พวกเด็กๆทำหน้าที่ยึดรถบรรทุกเสบียงของพวกคนร้าย  ส่วนพวกเราจะรอสัญญาณอยู่ที่นี่   ถ้าได้รับสัญญาณเมื่อไหร่ถึงจะส่งกำลังบุกเข้าไป  แสงถามลุงเดชว่าแน่ใจหรือว่าสามคนนั่นจะจัดการได้

"ก็ต้องลองดู ศัตรูเริ่มแข็งแกร่งเสริมกำลังขึ้นทุกวัน เราต้องฝกให้สามคนนั่นแข็งแกร่งขึ้นเหมือนกัน"

แสงแล้วแต่ลุงเดชว่าอย่างไรเขาว่าตามอยู่แล้ว ลุงเดช ได้แต่หวังว่าตัวเขาคงตัดสินใจถูก...

ขณะเดียวกัน ฤทธิชัยกับอภิชาติเข้าไปป่วนบ่อนของสินชัยจนพังยับแทบไม่เหลือชิ้นดี นักเลงที่คุมบ่อนถูกยิงได้รับบาดเจ็บไปตามๆกัน ก่อนจะออกจากบ่อน ฤทธิชัยหันมาบอกนักเลงที่นอนร้องโอดโอยว่า

"ฝากบอกเสี่ยเหลิมให้ไปรับศพคนงานที่ส่งไปเยี่ยมข้าด้วย"

"แล้วบอกว่าตอนนี้ไม่ต้องส่งคนไปหาพวกข้าให้เกะกะถนนวุ่นวายเดือดร้อนชาว บ้าน แต่พวกข้าจะเป็นฝ่ายมาเยี่ยม เตรียมตัวต้อนรับให้ดี" อภิชาติว่าแล้วเก็บปืนพวกคนร้ายเดินตามฤทธิชัยออกจากบ่อน

พอสองหนุ่มคล้อยหลัง เสี่ยเหลิมกับนายโยค่อยๆโผล่ออกมาจากที่ซ่อนด้านหลัง มองสภาพยับเยินของบ่อนด้วยความเจ็บแค้นใจ...

ขณะฤทธิชัยกับอภิชาติขับรถผ่านตลาดเห็นคนร้ายกลุ่มหนึ่งกำลังยืนคุมพ่อค้า แม่ค้าขนของขึ้นรถกระบะสองคัน จำนวนสินค้าที่มากมายทำให้สองหนุ่มตัดสินใจขับรถตาม รถของพวกนั้นเลี้ยวเข้าถนนลูกรังมุ่งหน้าสู่ป่า ฤทธิชัยเลี้ยวรถตามไปสักพัก เบนรถเข้าจอดหลังพุ่มไม้ ชวนอภิชาติออกเดินเท้าตามรอยยางรถกระบะไปอย่างระมัดระวัง อภิชาติสังหรณ์ใจชอบกลว่าอาจจะได้เจอนางเสือ ฤทธิชัยก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน...

อีกด้านหนึ่งของป่า ดาว จักจั่นกับไผ่ในชุดดำสวมหน้ากากกำลังมองดูรถบรรทุกเสบียงสองคันแล่นใกล้เข้า มา ไผ่แนะว่าเราควรจะไปดักรอพวกนั้นตรงโค้งข้างหน้าจะโจมตีได้ง่ายกว่า ทั้งสามคนดีดตัวไปตามต้นไม้อย่างรวดเร็ว ดักรอ อยู่บนต้นไม้เลยทางโค้งมาหน่อย ไม่นานนัก รถบรรทุกเสบียงค่อยๆแล่นพ้นโค้ง

คนขับรถเหยียบเบรกชี้ไปที่ยอดไม้เบื้องหน้า เห็นจักจั่นในคราบนางเสือยืนเด่นเป็นสง่า คนร้ายไม่รอช้าสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง จักจั่นดีดตัวหายเข้าไปในดงไม้ พวกคนร้ายลงจากรถแล้วใช้ประตูรถเป็นที่กำบัง  ส่ายปากกระบอกปืน

ไปมา...เสียงปืนทำให้ฤทธิชัยกับอภิชาติหยุดกึก รีบวิ่งไปยังที่มาของเสียงปืน...

ดาวในชุดนางเสือเหมือนจักจั่นไม่มีผิดเพี้ยนปรากฏตัวขึ้นอีกด้านหนึ่ง ฝั่งตรงข้ามกับจักจั่น สองสาวผลัดกันปรากฏตัว ทำให้พวกคนร้ายหัวปั่น ในที่สุดนางเสือก็ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ คนร้ายที่ไม่ถูกยิงพากันทิ้งอาวุธวิ่งหนีป่าราบ จักจั่นกับไผ่ยิ้มให้กันอย่างผู้ชนะ ทันใดนั้น ดาวส่งพลังจิตมาบอกจักจั่นกับไผ่

"พี่ไผ่ จักจั่น รีบหลบไปก่อน ผู้กองกับคุณอภิชาติกำลังมา...ดาวจะล่อผู้กองกับคุณอภิชาติไปทางอื่น หลังจากนั้น เธอสองคนเอารถไปให้ลุงเดชที่จุดนัดพบ"

สองพี่น้องต่างมองหน้ากัน แล้วมองยังฝั่งตรงข้ามซึ่งห่างกันหลายเมตร เห็นดาวยืนยิ้มอยู่ สองพี่น้องต่างโบก มือให้แล้วดีดตัวหายเข้าไปในความหนาทึบของยอดไม้ เป็นจังหวะที่ฤทธิชัยกับอภิชาติมาถึงพอดี

"เรามาช้าไปแล้วเพื่อน"

อภิชาติพูดขาดคำ เสียงเสือคำรามก้อง สองหนุ่มหันมองตามเสียง เห็นเงาตะคุ่มๆของนางเสือพุ่งหายไปในพุ่มไม้ ผู้กองหนุ่มกับเพื่อนรีบตามไปติดๆ พักเดียวร่างนางเสือ ไปปรากฏอยู่บนยอดไม้ดีดตัวไปตามกิ่งไม้ใหญ่ สองหนุ่มพยายามวิ่งไล่แต่ไม่ทัน นางเสือหายไปอย่างไร้ร่องรอย อภิชาติเพิ่งนึกขึ้นได้

"แล้วรถเสบียงของพวกมันล่ะ"

"ป่านนี้หายไปแล้วเพื่อน นายคิดว่านางเสือแวบไปแวบมาให้นายเห็นเพราะอะไร"

อภิชาติถึงบางอ้อทันทีว่าโดนแผนล่อเสือออกจากถ้ำเล่นงาน...

ฝ่ายจักจั่นกับไผ่ขับรถบรรทุกเสบียงสองคันของคนร้ายไปส่งลุงเดชยังจุดนัด หมาย ลุงเดชไม่เห็นดาวก็ถามหา พอรู้จากจักจั่นว่าดาวล่อผู้กองกับอภิชาติไปอีกด้านหนึ่งให้เธอกับไผ่เอารถ มาที่นี่ เขาถึงกับออกปากชมฤทธิชัยว่าเก่งใช้ได้ ไหวทันพวกคนร้ายเหมือนกัน แล้วหันไปบอกสมาชิกโจรว่า

"มาเอาเสบียงไป คันหนึ่งไปแจกชาวบ้าน อีกคันหนึ่งเก็บสำหรับพวกเรา อภินันทนาการจากนายสินชัย"

สมาชิกโจรต่างเฮลั่นชอบใจ ภารกิจวันนี้สำเร็จด้วยดี ลุงเดช จักจั่น และไผ่ต่างมุ่งหน้ากลับบ้านป้าเนียน

ooooooo

ทันทีที่รู้จากป้าเนียนว่าคุณหญิงรัตนามาบ้านดอนเสือ และชวนดาวกับจักจั่นไปกินมื้อเย็นที่บ้านพักของท่าน สองสาวกระวีกระวาดขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเสร็จอย่างรวดเร็ว ดาวชวนลุงเดชกับไผ่ไปด้วย ทั้งคู่ ปฏิเสธว่าไม่ถนัดพบปะผู้คน ลุงเดชเตือนสองสาวว่าระหว่างเดินทางอย่าประมาทเด็ดขาด พวกสินชัยอยู่แถวนี้เยอะ

สองสาวรับปากแล้วพากันออกจากบ้าน   ไม่นานนัก ดาวกับจักจั่นมาถึงบ้านพักของคุณหญิงรัตนา   เนื่องจากคุณหญิงรัตนาติดคุยโทรศัพท์ทางไกลจากต่างประเทศ คุณหญิงพรพรรณ แม่ของเธอจึงออกมาต้อนรับสองสาวแทน และพยายามพูดตีกันเป็นทำนองว่าที่คุณหญิงรัตนาถูกชะตากับดาวและจักจั่นคง เป็นเพราะทั้งสองคนมีวัยไล่เลี่ยกับหนูพฤกษาลูกสาวของคุณหญิงรัตนาที่หาย สาบสูญไปในป่า

"ฉันคิดว่าคุณหญิงรัตนายังมีความหวังที่วันหนึ่งอาจจะ ได้พบหนูพฤกษา พบเจอใครที่มีอายุวัยเดียวกันกับลูกตัวเองก็ถูกชะตาไปหมด"

"พวกหนูก็ถูกชะตากับคุณหญิงรัตนาค่ะ แต่กับคนอื่นบางครั้งเจอปุ๊บไม่ชอบปั๊บก็มี แปลกดีนะคะ"

คุณหญิงพรพรรณโดนว่าประชดถึงกับอึ้ง ดาวต้องใช้สายตาปรามจักจั่น ทันทีที่คุณหญิงรัตนามาถึงห้องรับแขก ตรงเข้ามาหาเด็กสาวทั้งสองคนเอามือโอบไว้คนละข้าง จักจั่นรู้งานรีบถอยออกมา คุณหญิงรัตนาเลยถือโอกาสดึงดาวเข้ามา

กอดไว้ อึดใจก็คลายออก ดาวตื้นตันใจบอกไม่ถูก น้ำตาคลอเบ้า คุณหญิงรัตนาก็อยู่ในอาการเดียวกัน เสียงรถแล่นเข้ามาจอด ทำให้ทั้งคู่ตื่นจากภวังค์ ดาวกับจักจั่นมองหน้ากันสงสัย

"ฉันเชิญผู้กองกับคุณชาติมาด้วย เด็กๆจะได้คุยกัน เดี๋ยวมีแต่คนแก่จะเบื่อซะก่อน ไม่เป็นไรนะจ๊ะ"

"ค่ะ...ดาวกับจักจั่นรู้จักกับผู้กองกับคุณอภิชาติดีค่ะ"

คุณหญิงพรพรรณลอบจับตาดูดาวและจักจั่นตลอดเวลา จากนั้น ทุกคนมานั่งรวมกันที่โต๊ะอาหาร เรื่องที่คุยกันระหว่างมื้อไม่พ้นเรื่องของนางเสือ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ระหว่างนั้นมีเสียงเรียกเข้ามือถือของอภิชาติ เขาขอตัวลุกออกไปรับสาย สักพักก็กลับมานั่งที่เดิม

"คุณอาหญิงจำเรื่องรูปของน้องพฤกษาตอนเด็กๆที่ให้ผมส่งไปให้เพื่อนทาง อเมริกาใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ดูว่าปัจจุบันหน้าตาเป็นอย่างไรจากรูปเดิมไป ได้ไหมครับ...ทางโน้นส่งเป็นแฟ้มดิจิตอลมาที่สำนักงานทนายความของผมแล้ว ครับ"

"ดีจังเลย" คุณหญิงรัตนายิ้มดีใจ ดาวกับจักจั่นมองงงๆแต่ก็ยิ้มด้วย

ฤทธิชัยกระซิบบอกสองสาวว่าวันหลังจะเล่าให้ฟัง อยู่ๆ คุณหญิงพรพรรณถามดาวกับจักจั่นว่าพ่อแม่ของพวกเธออยู่ ที่ไหน ดาวรู้ทันทีว่าท่านอยากให้คุณหญิงรัตนารู้ที่มาที่ไปของเธอ เพื่อที่คุณหญิงรัตนาจะได้ไม่หลงคิดว่าเธอเป็นหนูพฤกษาที่หายไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้คุณหญิงรัตนาถูกชะตากับเธอ ดาวจึงแกล้งตอบว่า

"คุณพ่อแสงทำธุรกิจทั่วไป คุณแม่สมพรเคยเป็นครู ตอนนี้สอนแต่ลูกๆอยู่ที่บ้านไม่ไปสอนที่อื่นแล้วค่ะ"

คุณหญิงพรพรรณพยักหน้าพอใจ แม้ดาวอาจจะไม่ใช่ หนูพฤกษาอย่างที่คุณหญิงรัตนาคาดหวัง แต่เธอก็ยังรักและถูกชะตาเหมือนเดิม ออกปากเชิญชวนพ่อแม่ของดาวมาเที่ยวที่นี่บ้าง เผื่อเธอจะได้ขออนุญาตให้ดาวกับจักจั่นไปหาเธอที่กรุงเทพฯ ดาวยิ้มรับ ถ้ามีโอกาสเธอจะชวนพ่อกับแม่ทันที

จังหวะนั้น ท่านรองฯก้องเกียรติโทร.มาตามฤทธิชัยให้กลับกรุงเทพฯ คุณหญิงรัตนาแปลกใจว่าจะให้กลับไปทำไมในเมื่อเขาถูกพักงาน ฤทธิชัยไม่ทราบเหตุผลเหมือนกัน รู้แต่ว่าเป็นเรื่องด่วน อภิชาติพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเรื่องงานประมูลเพชรของสินชัย คุณหญิงรัตนาจำได้ว่าเธอก็ได้บัตรเชิญไปงานนี้เช่นกัน สินชัยส่งไปที่มูลนิธิฯ เพราะว่าเงินบริจาคส่วนหนึ่งจะมอบให้มูลนิธิฯ ทางนั้นก็เลยส่งบัตรเชิญมาให้เธอ

ฤทธิชัยคิดว่าสินชัยแค่จะก่อกวนคุณอาหญิงมากกว่า อภิชาติกลับเห็นเป็นเรื่องดี คุณอาหญิงจะได้พาดาวกับจักจั่นไปด้วยถือโอกาสเที่ยวกรุงเทพฯไปในตัว คุณหญิงรัตนาเห็นดีด้วย หันมาชวนสองสาว ดาวต้องขออนุญาตลุงเดชก่อน เธอตื่นเต้นมากแต่พยายามข่มเอาไว้ โอกาสที่นางเสือจะปล้นเพชรของสินชัยมาถึงแล้ว...

ดาวรีบแจ้งเรื่องนี้กับลุงเดชทันทีที่กลับถึงบ้านป้าเนียน ลุงเดชอยากรู้ว่าดาวมีแผนอย่างไร ดาวยังไม่รู้เหมือนกัน แล้วแต่ สถานการณ์อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ลุงเดชหันไปถามความเห็นจากไผ่กับจักจั่น สองพี่น้องมั่นใจว่าดาวจะจัดการเรื่องนี้ได้ เหมือนเช่นทุกครั้ง เพราะเธอมีพรจากสวรรค์คอยช่วย

"แล้วคุณหญิงรัตนาไม่รังเกียจที่จะดูแลดาวกับจักจั่น" ลุงเดชอดเป็นห่วงไม่ได้

ดาวกับจักจั่นพยักหน้าแทนคำตอบ จักจั่นบ่นว่าไม่ค่อยชอบแม่ของคุณหญิงรัตนาเท่าไหร่ เพราะท่านทำท่าราวกับว่าเธอสองคนจะไปหลอกคุณหญิงรัตนา ลุงเดชนิ่วหน้าสงสัย ดาวเลยอธิบายให้ฟังว่า

"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ท่านแค่บอกว่าที่คุณหญิงรัตนาถูกชะตากับดาวกับจักจั่นก็เพราะว่ามีวัย ไล่เลี่ยกับลูกสาวของคุณหญิงที่หายไป จักจั่นก็เลยหงุดหงิด"

ลุงเดชสีหน้าไม่ดี ยิ่งได้รู้ว่าคุณหญิงรัตนาเอารูปหนูพฤกษาให้อภิชาติส่งไปวิเคราะห์ทาง คอมพิวเตอร์ดูว่าตอนนี้หน้าตาจะเป็นอย่างไร ลุงเดชถึงกับถอนใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ถามว่าทั้งคู่จะไปกันเมื่อไหร่

"อาทิตย์หน้าค่ะ ระหว่างนี้ดาวจะจัดการกับค่ายตัดไม้ ของพวกมันให้หมด" ดาวยิ้ม สีหน้ามั่นใจ

ooooooo

ณ คอนโดฯหรูที่พักของฤทธิชัย พออภิชาติรู้ว่าที่ท่านรองฯก้องเกียรติเรียกตัวฤทธิชัยกลับมาอย่างเร่งด่วน เพราะมีคำสั่งลงมาให้ฤทธิชัยกลับเข้าทำงานได้ แต่หน้าที่แรกของเขาคือเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยในงานประมูลเพชรของ สินชัย อภิชาติฟันธงว่าเรื่องนี้ต้องเป็นแผนของสินชัย

"เหตุการณ์ที่ผ่านมา ธุรกิจทุกอย่างของมันพังเพราะนางเสือ มันเลยจะให้นายมาปราบนางเสือให้มัน"

"นายสินชัยประสาทหลอนไปแล้ว ฉันไม่คิดว่านางเสือจะออกมานอกป่าได้หรอก"

อภิชาติรู้ว่านางเสือต้องอยู่ในป่า แต่ไม่ได้มีกติกาว่าต้องเป็นป่าแบบไหน กรุงเทพฯเมืองฟ้าแห่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากป่าบ้านดอนเสือ คนฆ่ากันไม่มีเหตุผลแค่ขับรถปาดหน้าก็ตายได้แล้ว...

ในขณะเดียวกัน ที่ป่าดงดิบใกล้เขตบ้านดอนเสือ ดาว จักจั่น กับไผ่ในชุดดำสวมหน้ากาก เห็นรถบรรทุกเสบียงของพวกลักลอบตัดไม้หนึ่งคัน พร้อมด้วยคนคุ้มกันอีกห้าคน วิ่งมาตามเส้นทางลูกรัง ทั้งสามคนแปลกใจที่ครั้งนี้มีรถบรรทุกเสบียงแค่คันเดียว แต่ไม่ติดใจสงสัยอะไร จักจั่นกับไผ่ดีดตัวตามรถบรรทุก

ดาวไม่ได้ขยับตาม ปล่อยให้สองพี่น้องแสดงฝีมือ ทันใดนั้น สายฟ้าซึ่งเดินวนเวียนอยู่ใต้ต้นไม้ร้องคำรามขึ้น แล้วพุ่งตามสองคนนั้นไป ดาวเอะใจ หลับตาทำสมาธิ สัมผัสถึงอันตราย รีบตามไปอย่างรวดเร็ว

เป็นจริงอย่างที่ดาวคิด รถเสบียงคันนั้นมีแต่เหล่าร้ายนับสิบซ่อนตัวอยู่ พอจักจั่นกับไผ่ปรากฏตัว พวกนั้นก็กรูกันออกมาโดยมีนายโยนำหน้า ถัดมามีชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายพรานยืนกร่างอยู่ ชานคนนั้นแนะนำตัวเองว่าเป็นพรานเสือ ชื่อ "มองยะ" จักจั่นกับไผ่มองสบตากัน ก่อนจะค่อยๆเลื่อนมือไปที่เอว พลันดาวส่งพลังจิตมาบอกทั้งคู่ว่าหลบไปก่อน คุมเชิงอยู่ห่างๆเธอจะจัดการพรานเสือเอง ไผ่กับจักจั่นค่อยๆถอยออกมา

มีเสียงคำรามของเสือดังขึ้นพร้อมๆกับการปรากฏตัวของดาวในคราบนางเสือ พรานมองยะเข้าปะทะฝีมือด้วย แต่ สู้ไม่ได้ เพียงอึดใจเดียวโดนดาวเล่นงานจนต้องวิ่งหนีเข้าป่า มีสายฟ้าพุ่งตามไปติดๆ สังหารพรานมองยะแก้แค้นให้พวกเสือที่ต้องตายด้วยน้ำมือของเขา นายโยกับสมุนหน้าซีด แต่ยังไม่ยอมแพ้

นายโยชูปืนยิงพลุในมือ ขู่ว่าถ้านางเสือไม่ยอมแพ้ เขาจะยิงพลุส่งสัญญาณบอกพรรคพวกให้ระเบิดเขื่อนดอนเสือทันที แต่ถ้านางเสือตุกติกคิดจะทำอะไรเขา เกิดเขายิงสัญญาณพลุผิดทาง เขื่อนก็จะระเบิด แต่ถ้าไม่มีสัญญาณพลุ เขื่อนก็ระเบิดเช่นกัน ดาวสีหน้าครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี

ขณะจักจั่นกับไผ่ซึ่งยืนคุมเชิงอยู่บนยอดไม้เริ่มสงสัยว่าทำไมดาวยังไม่ ลงมือ ดาวส่งพลังจิตไปบอกไผ่กับจักจั่นว่านายโยจะระเบิดเขื่อนดอนเสือ ให้ไผ่ตามไปจัดการคนร้ายที่เขื่อน เธอให้เวลาเขาห้านาที ส่วนจักจั่นอยู่ที่นี่รอสัณญาณจากเธอ เป้าหมายคือชายที่ถือปืนยิงพลุ ทั้งสองรับทราบ ไผ่ดีดตัวออกไปทันที

ดาวทำทีโยนปืนทิ้งขอยอมแพ้ พวกคนร้ายกรูเข้ามาล้อมเธอไว้ เสียงเหยี่ยวสายลมร้องดังขึ้น ดาวรู้ทันทีว่าไผ่จัดการพวกที่สันเขื่อนเรียบร้อย ส่งพลังจิตเรียกจักจั่น ทันใดนั้น เสียงปืนดังก้องไปทั้งป่า ร่างนายโยทรุดฮวบตายสนิท เหล่าสมุนหน้าตาตื่น ต่างทิ้งปืนหันหลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ในที่สุด พวกลักลอบตัดไม้ขาดเสบียงอาหาร และเสียขวัญ พากันทิ้งค่ายไปหมด...ได้เวลาที่นางเสือจะบุกกรุงเทพฯแล้ว

ooooooo

ตอนที่ 5

ค่ำวันเดียวกัน อภิชาติมาเที่ยวผับหรูย่านซอยทองหล่อกับสาวสวยสองคน ขณะกำลังนั่งสนทนาภาษาดอกไม้กันอยู่ อภิชาติเหลือบเห็นสินชัยกับพวกนั่งอยู่โต๊ะในสุดของร้าน หนึ่งในสมุนข้างกายสินชัยมีนายไชยรวมอยู่ด้วย สักพัก นายทอมชาวต่างชาติกับเพื่อนอีกสองคนตามมาสมทบ สินชัยลุกขึ้นจับมือกับนายทอมเพียงคนเดียว อภิชาติมองออกว่าพวกที่เหลือต้องไม่ใช่คนสำคัญ

ด้วยความอยากรู้ว่าสินชัยคุยอะไรกับนายทอม อภิชาติ วางแผนให้น้องจุ๋มสาวเสิร์ฟแสนสวยผู้คุ้นเคยแกล้งทำเครื่องดื่มหกใส่นายทอม พอเขาเข้าห้องน้ำเพื่อล้างตัว อภิชาติแกล้งเมาเดินชน แล้วลอบเอาวิทยุดักฟังตัวจิ๋วติดปกเสื้อนอกของนายทอมอย่างแนบเนียน บอดี้การ์ดของนายทอมรีบมากันอภิชาติออกไป

จากนั้น อภิชาติหามุมปลอดคน หยิบเครื่องรับวิทยุออกมา เป็นจังหวะที่นายทอมกลับมานั่งโต๊ะพอดี อภิชาติเอาเครื่องรับส่งขึ้นมาแนบหู ได้ยินเสียงสินชัยกับนายทอมชัดเจน...

ขณะเดียวกัน ภายในป่าใกล้ค่ายกักกันหญิงสาว ดาว จักจั่น และฤทธิชัยค่อยๆคืบคลานเข้าไปใกล้ๆ เห็นมียามเฝ้าระวังแน่นหนา จังหวะนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งออกมาจากกระท่อมหลังหนึ่ง พวกยืนยามยกปืนกราดยิงดักหน้าเธอไว้ เห็นดินฟุ้งกระจาย หญิงสาวหยุดกึกหันกลับมา สมุนวิ่งเข้าไปตบสั่งสอนที่บังอาจคิดหนีแล้วลากกลับกระท่อม ดาวสอดส่ายสายตาสำรวจไปทั่วบริเวณค่ายก่อนเอ่ยขึ้นว่า

"กระท่อมสามหลังนั่นคือเป้าหมายของเรา"

หลังจากดูทางหนีทีไล่เรียบร้อย ฤทธิชัยบอกให้ดาวกับจักจั่นรออยู่ที่นี่ เขาจะเข้าไปจัดการพวกยืนยามเอง พอฤทธิชัยเดินคล้อยหลัง ดาวกับจักจั่นแยกกันไปคนละทาง ฤทธิชัยค่อยๆย่องเข้าใกล้พวกยืนยาม แต่ดันพลาดเหยียบกิ่งไม้แห้งหักเปาะ พวกนั้นหันมองตามเสียงเห็นฤทธิชัยยืนอยู่ ฤทธิชัยจัดการอัดพวกนั้นได้หนึ่งคน อีกคนที่เหลือตวัดปืนจ่อเขาไว้ ดาวกับจักจั่นโผล่มาจากด้านหลังคนร้ายจัดการอยู่หมัด

สองสาวยึดปืนสั้นกับกระสุนของพวกยืนยามไว้ จักจั่นแยกไปทางที่จอดรถของพวกคนร้าย ดาวกับฤทธิชัยตรงไปยังกระท่อมสามหลัง จักจั่นยิงยามเฝ้าที่จอดรถตายคาที่ แล้วยิงยางรถคันอื่นๆที่ไม่ต้องการ กันไม่ให้ถูกตาม ก่อนจะขึ้นไปสตาร์ตรถลุยป่าแล้วขับออกมา เสียงปืนปลุกพวกคนร้ายให้กรูกันออกมา

ดาวกับฤทธิชัยช่วยพวกผู้หญิงนับสิบๆคนหนีออกมาจากกระท่อมได้สำเร็จ เป็นจังหวะเดียวกับจักจั่นเอารถมาจอดเทียบ แต่พอเห็นจำนวนผู้หญิงที่ช่วยออกมาจักจั่นรู้ทันทีว่ารถไม่พอนั่ง ฤทธิชัยบอกให้ดาวพาทุกคนเข้าไปหลบในป่า จักจั่นไม่รอช้าวิ่งนำทางพวกผู้หญิงหลบคมกระสุนเข้าป่า พวกคนร้ายยิงกระหน่ำไม่ยั้ง ดาวกับฤทธิชัยต้านไม่ไหวต้องถอยไปหลบหลังกระท่อม ฤทธิชัยบอกดาวหนีไปก่อน เขาจะยิงสกัดให้

"ถ้าฉันไปคุณเสร็จพวกมันแน่ คนเดียวสกัดพวกมันไม่อยู่หรอก คุณไม่มีทางพ้นพวกมันได้"

"แต่คุณพ้น"

ดาวเห็นสายตาที่ฤทธิชัยมองมาด้วยความเป็นห่วง ถึงกับซึ้งใจ ยืนยันว่าถ้าเขาไม่ไปเธอก็ไม่ไปเช่นกัน พวกคนร้ายรุกเข้ามาใกล้ทุกที ฤทธิชัยกับดาวกระสุนใกล้หมดได้เวลาต้องหนีกันแล้ว แต่ยังไม่ทันจะขยับ มีเสียงปืนรัวสนั่นมาจากพงป่าอีกด้านหนึ่งยิงใส่พวกคนร้ายล้มคว่ำ พวกนั้นเริ่มระส่ำหลบกระสุนกันวุ่นวาย

"สองคนนั้นจะคุยกันหรือจะออกมา" ลุงเดชตะโกนลั่นแข่งกับเสียงปืน

ดาวดีใจมากที่ลุงเดชตามมาช่วย ฤทธิชัยอดสงสัยไม่ได้ ว่าเขาตามมาถูกได้อย่างไร แต่เก็บความสงสัยไว้ก่อนแล้วรีบเผ่นออกจากที่นั่นทันที นายโยลูกพี่ของพวกคนร้ายตะโกนสั่งการให้รวบรวมกำลังจัดคนออกตามล่าพวกผู้หญิงกลับมาให้ได้

ไม่นานนัก ฤทธิชัยกับดาวตามมาทันกลุ่มของจักจั่น โดยมีลุงเดชรั้งท้าย จักจั่นเห็นลุงเดชถึงกับตกใจเกรงจะโดนเล่นงาน แต่ลุงเดชไม่ว่าอะไรบอกทุกคนหนีต่อ พวกคนร้ายตามมาใกล้แล้ว

ooooooo

อภิชาติเห็นพวกสินชัยตกลงธุรกิจกันเสร็จ เตรียมจะกลับ เขารีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.

"ฝูงหมาป่าออกไปแล้ว เป้าหมายของคุณคือชายสูงผิวสี ใส่เสื้อนอกสีดำ ผมต้องการรู้ทุกอย่าง" อภิชาติสั่งคนของเขาให้ตามนายไชย...

พวกดาว ฤทธิชัย และกลุ่มผู้หญิงต้องค้างแรมกันในป่า หลังจากหนีหัวซุกหัวซุนพวกผู้หญิงหลับด้วยความอ่อนเพลีย ลุงเดชก่อกองไฟเสร็จแล้ว ออกไปยืนเฝ้าระวังอยู่รอบนอก ดาวเดินไปหาลุงเดชกระซิบถามว่า รู้ได้อย่างไรว่าเธอกับจักจั่นอยู่ที่นี่ พอรู้ว่าลุงเดชเรียกสายลมได้เช่นกัน ถึงกับตาโตด้วยความตื่นเต้น

ดาวเกรงจะโดนลุงเดชตำหนิเรื่องวุ่นๆที่เกิดขึ้น จึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง โทษว่าที่เรื่องบานปลายขนาดนี้เพราะฤทธิชัยเข้ามาจุ้นจ้านทำให้เธอแสดงฝีมือเต็มที่ไม่ได้ จังหวะนั้น ฤทธิชัยเข้ามายืนข้างๆลุงเดช

"ดีใจที่ลุงเดชมาช่วยเราได้ทันเวลา"

"ผมชอบสำรวจป่าระวังพวกลักลอบตัดไม้ บังเอิญอยู่ ใกล้ได้ยินเสียงปืนก็เลยเดาสุ่มมา"

"เสียงปืนสนั่นป่าอย่างนี้ไม่ต้องเดาสุ่มก็มาถูก ลุงเดชไม่พลาดอยู่แล้ว"

ดาวช่วยพูดกลบเกลื่อนเพื่อกันไม่ให้ฤทธิชัยสงสัยว่าลุงเดชตามมาถูกได้อย่างไร ลุงเดชรีบตัดบท บอกสองหนุ่มสาวไปนอนได้แล้ว ตนจะอยู่ยามผลัดแรกเอง ฤทธิชัยจะรับช่วงยืนยามต่อจากเขาจนถึงเช้า...

ขณะฤทธิชัยกำลังนอนหลับ มีเสียงเสือคำรามแว่วเข้ามา เขาลืมตาขึ้นมองไปรอบๆเห็นดาวเดินหายเข้าไปในป่ารก ฤทธิชัยขยับตัวจะตาม แต่ลุงเดชกับจักจั่นเข้ามาขวาง ถามว่าจะไปไหน ฤทธิชัยเห็นดาวออกไปทางโน้น คิดว่าจะออกไปตาม จักจั่นรีบบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง พี่ดาวไปเก็บดอกไม้ เดี๋ยวก็กลับ

ฤทธิชัยยิ้มเขิน "อ๋อ...โอเค งั้นผมรับหน้าที่ต่อจากลุงเดชดีกว่า" แล้วรีบออกไปยืนเฝ้ายาม

จักจั่นกระซิบกับลุงเดช "พี่ดาวออกไปหาสายฟ้า"

ลุงเดชพยักหน้ารับรู้ "ระวังตัวหน่อย ผู้กองคนนี้ฝีมือฉลาดทันคน...เอาล่ะแยกย้ายกันไปอย่าให้มีพิรุธ"

จักจั่นกลับไปนอนที่เดิมของตน อดหันไปมองในราวป่าที่ดาวออกไปไม่ได้...

ดาวแวะทักทายสายฟ้าได้แค่อึดใจ รีบดีดตัวกลับมายังจุดค้างแรม เห็นฤทธิชัยยืนยามแทนลุงเดช เดินเข้ามาคุยด้วย ฤทธิชัยได้ยินเสียงเสือคำราม กำลังคิดเผื่อว่าถ้านางเสือผ่านมาแถวนี้น่าจะแวะมาช่วยพวกเรา

"แต่ดาวนึกว่านางเสือเป็นโจรผิดกฎหมายไม่ใช่หรือคะ ถ้ามาก็โดนผู้กองจับน่ะสิคะ"

"ครับ...อย่าบอกใครนะครับ ถ้านางเสือมาจริงละก็ ผมจะแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้"

ทันใดนั้น มีเสียงเสือคำรามดังก้องป่า ดาวพูดทีเล่นทีจริงว่านางเสืออาจจะมาช่วยพวกเราก็ได้ ฤทธิชัยขอให้มาจริงเถอะ เพราะพวกคนร้ายมากันโน่นแล้ว ดาวหันไปมองตามทิศทางที่ชายหนุ่มชี้เห็นลำแสงจากไฟฉายมากมายจากระยะไกล ฤทธิชัยบอกให้ดาวไปปลุกทุกคนได้แล้ว

ครู่ต่อมา ดาว จักจั่นกับพวกผู้หญิงมายืนรวมกลุ่มพร้อมเดินทาง ลุงเดชสั่งให้ดาวกับจักจั่นพาพวกผู้หญิงล่วงหน้าไปก่อน เขากับผู้กองจะถ่วงเวลาพวกนั้นไว้เอง จักจั่นก้าวฉับๆนำกลุ่มผู้หญิงโดยมีดาวเดินปิดท้าย ลุงเดชกับฤทธิชัยแยกย้ายกันซ่อนตัว สายตาจ้องไปยังลำแสงไฟฉายที่ใกล้เข้ามา...

จักจั่นกับดาวพาพวกสาวๆหนีห่างจากจุดพักแรมมาไกลพอสมควร เจอพุ่มไม้หนาทึบเหมาะสำหรับซ่อนตัว สั่งสาวๆไปซ่อนหลังพุ่มไม้พวกนั้นก่อน ถ้าไม่เห็นจักจั่นหรือดาวไม่ต้องออกมา  พวกสาวๆรีบแย่งกันเข้าไปในพุ่มไม้เสียงเจี๊ยวจ๊าว  จักจั่นสั่งให้ทุกคนเงียบ สาวๆหุบปากทันที สองสาวรอทุกคนหลบไปหมดแล้ว จึงดีดตัวกลับไปทางเดิม ตรงไปยังจุดรวมพลของพวกคนร้าย

ooooooo

ทันทีที่ท้องฟ้าสว่าง นายโยหัวหน้าค่ายกักกันหญิงสาวตะโกนสั่งสมุนลุย พลันมีเสียงคำรามของเสือดังขึ้น พวกสมุนชะงักเหลียวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สมุนคนหนึ่งกลัวโดนนางเสือเล่นงาน วิ่งหนีเอาตัวรอด นายโยไม่พอใจชักปืนยิงทิ้ง "ใครคิดจะหนีดูไว้เป็นตัวอย่าง ...พวกเอ็งไปลากตัวผู้หญิงพวกนั้นมา ผู้ชายฆ่าให้หมด"

พวกสมุนหนีไม่ออกจำใจลุยป่าต่อ แต่สายตามองกราดไปมาเกรงจะถูกนางเสือโจมตี ดาวกับจักจั่นซุ่มดูพวกนั้นอยู่บนยอดไม้ หยิบตลับใส่ครีมสีดำขึ้นมาป้ายหน้าตัวเองจนทั่ว รอให้คนร้ายกลุ่มสุดท้ายเดินผ่าน เข้าจัดการฆ่าพวกนั้นทีละคนด้วยมือเปล่า แล้วยึดปืนมาใช้ แม้จะเก็บพวกนั้นได้หลายคน แต่คนร้ายส่วนใหญ่ยังดาหน้าเข้าใกล้แนวต้านของฤทธิชัยกับลุงเดช...

พอพวกคนร้ายบุกมาถึงแนวต้าน ฤทธิชัยกับลุงเดชสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากยิงต่อสู้กันดุเดือด พวกคนร้ายมีมากกว่ายิงกระหน่ำใส่จนลุงเดชกับฤทธิชัยต้องหลบหลังต้นไม้ ลุงเดชเห็นท่าไม่ดีชวนผู้กองล่าถอย ฤทธิชัยยิงสกัดพวกนั้นไว้ให้ลุงเดชหนีไปก่อน ลุงเดชวิ่งลัดเลาะไปตามเส้นทางที่พวกสาวๆหนี

จังหวะนั้น ฤทธิชัยเห็นเงาแวบออกมาจากแนวป่าด้านหลังพวกคนร้าย ก่อนจะสาดกระสุนใส่พวกนั้นจนแตกกระเจิง ฤทธิชัยรู้ทันทีว่านางเสือมาช่วย มองตามร่างนั้นไป เห็นไปโผล่ด้านหลังนายโยแล้วเอาปืนจ่อหัวเขาไว้ แต่สมุนของนายโยคนหนึ่งลอบมาด้านหลังเอาปืนจ่อนางเสือเช่นกัน ดาวในคราบนางเสือไวกว่าหันขวับยิงสมุนคว่ำ เห็นสายตาของผู้กองหนุ่มจ้องมาเธอถึงกับชะงัก พอเธอหันกลับไปอีกที นายโยหายไปแล้ว

ฤทธิชัยมัวแต่มองนางเสือไม่ทันเห็นคนร้ายกำลังเล็งปืนมาที่ตน ลุงเดชพุ่งชนร่างฤทธิชัยล้มลง เป็นจังหวะเดียวกับห่ากระสุนพุ่งใส่จุดที่เขายืนเมื่อกี้กระจุย ฤทธิชัยรอดตายอย่างหวุดหวิด

"คุณคิดจะฆ่าตัวตายหรือไง"  ลุงเดชว่าแล้วพุ่งหายเข้า ไปในราวป่า

ผู้กองตั้งสติได้รีบวิ่งตามลุงเดชไปติดๆ คนร้ายยังคงดาหน้าเข้ามา ดาวกับจักจั่นยิงต่อสู้จนกระสุนใกล้หมด ทันใดนั้น มีเสียงร้องของเหยี่ยวดังขึ้น สองสาวรู้ทันทีว่าสายลมกับไผ่มาช่วย ร่างของไผ่ในชุดดำปรากฏตัวขึ้นพร้อมด้วยสมาชิกโจรอีกนับสิบๆคน สาดกระสุนใส่พวกคนร้ายไม่ยั้ง เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นลั่นป่า พวกคนร้ายสู้ไม่ได้ ถูกไผ่กับสมาชิกโจรตีแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง...

ฝ่ายลุงเดชวิ่งนำฤทธิชัยมาถึงพุ่มไม้ที่พวกสาวๆซ่อนตัวอยู่ ได้ยินเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงคำรามของเสือ ลุงเดชรู้ว่ามีคนมาช่วยพวกเราแล้ว...

ดาวกับจักจั่นดีดตัวลงจากต้นไม้มาหาไผ่ ทักทายพูดคุยกันได้ไม่นาน ดาวนึกขึ้นได้ว่าต้องรีบกลับไปยังที่ซ่อนตัวของพวกสาวๆ ชวนจักจั่นดีดตัวออกไปทันที...

ฤทธิชัยไม่เห็นดาวกับจักจั่นอยู่กับพวกสาวๆ สงสัยว่าหายไปไหน จังหวะนั้น ดาวกับจักจั่นวิ่งพรวดเข้ามา อารามรีบร้อนลืมไปว่ายังไม่ได้ลบครีมสีดำที่ทาหน้า ลุงเดชทักว่าทำไมหน้าเลอะเทอะ สองสาวถึงรู้ตัวรีบบอกว่าพวกเธอไปแอบซุ่มดูคนร้ายก็เลยเอาโคลนป้ายหน้าพราง ตัวแบบที่เคยดูในภาพยนตร์ ลุงเดชรีบตัดบท

"ไปๆๆ...ไปกันได้แล้ว...รีบพาผู้หญิงพวกนี้กลับบ้านกันดีกว่า"

จักจั่นกับดาวรีบเดินนำพวกสาวๆบ่ายหน้าออกจากป่า

ฤทธิชัยมองตามงงๆ ขณะที่ลุงเดชอดขำหลานสาวทั้งสองคนไม่ได้

ooooooo

หลังจากส่งสาวๆพวกนั้นกลับบ้านอย่างปลอดภัย ลุงเดชก็ขับรถมาส่งฤทธิชัยที่รถของเขา แล้วเชิญไปกินข้าวเย็นที่บ้านป้าเนียนด้วยกัน ดาวกับจักจั่นมองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง ฤทธิชัยขอบคุณแล้วเดินไปที่รถ ทันทีที่เปิดประตู มีเสียงมือถือดังขึ้น เขาเอื้อมมือไปเปิดช่องเก็บของหน้ารถ มีมือถืออยู่ในนั้นสามเครื่อง

เขาหยิบเครื่องที่ดังออกมา อภิชาติโทร.มาถามว่าเมื่อไหร่จะกลับกรุงเทพฯ มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ฤทธิชัยขับรถกลับวันนี้ไม่ไหว ขอผัดเป็นพรุ่งนี้แทน อภิชาติด่าสวนทันทีว่าดัดจริต

"ถ้านายโดนไล่ยิงเหมือนฉันละก็ นายก็ขับไม่ไหวเหมือนกัน แล้วอีกอย่าง ลุงเดชเชิญฉันไปกินข้าวมื้อเย็นกับหลานๆที่บ้านป้าเนียนไงเพื่อน"

อภิชาติถึงกับหูผึ่ง รีบบอกว่าขับรถไปหาฤทธิชัยที่บ้านดอนเสือเดี๋ยวนี้ จะไปกินข้าวเย็นด้วย...

ขณะเดียวกัน ที่ค่ายชั่วคราวของพวกแสงในป่าลึกใกล้เขตบ้านดอนเสือ ไผ่เล่าให้ลุงเดชกับจักจั่นและดาวฟังว่า พอเขากับพ่อตั้งค่ายเสร็จ สายลมมาบินวนร้องเรียก เขาตั้งสมาธิก็เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง พวกเราถึงไปช่วยทุกคนได้ทันเวลา แสงถามลุงเดชว่าจะอยู่บ้านดอนเสือนานแค่ไหน ลุงเดชจะอยู่จนกว่าทุกอย่างจะจบ

"ตอนนี้เราพบค่ายลักลอบตัดไม้ของพวกมันแล้วสี่ค่าย เราจะต้องทำลายพวกมันให้หมด"

ลุงเดชพูดจบ ทุกคนส่งเสียงเฮขึ้นพร้อมกัน ต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้ามุ่งมั่น...

ป้าเนียนเห็นลุงเดชกับหลานๆกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพถึงกับถอนใจโล่งอก เป็นห่วงว่าหลานสาวทั้งสองคนจะโดนพวกมันจับตัวไปด้วย ดาวสงสัยว่าพวกนี้เป็นใครถึงไม่กลัวกฎหมายบ้านเมือง ป้าเนียนเหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นลุงเดชอยู่แถวนั้น กระซิบบอกว่าเป็นพวกสินชัย จักจั่นกระซิบถามว่าทำไมต้องเบาเสียงด้วย

"ก็ลุงเดชน่ะสิ ไม่อยากให้ป้าเล่าอะไรให้พวกหนูฟังหรอก เขาไม่อยากให้พวกหนูกลัวเดี๋ยวจะไม่อยากอยู่ที่นี่" ป้าเนียนยังคงพูดเสียงเบาๆเหมือนเดิม แล้วขอตัวไปทำงาน

ดาวกับจักจั่นมองหน้ากัน สงสัยว่าทำไมลุงเดชถึงไม่อยากให้พวกเธอรู้เรื่องผู้ชายคนนี้...

บ่ายวันเดียวกัน ที่บังกะโลบ้านดอนเสือที่พักของฤทธิชัย ฤทธิชัยคาดไม่ถึงว่าอภิชาติจะมาที่บ้านดอนเสือจริงๆ คิดว่าพูดเล่น อภิชาติอ้างว่าที่ต้องรีบมาเพราะมีเรื่องสำคัญจะบอก แล้วถามว่าจำนายไชยหัวหน้าบ่อนได้หรือเปล่า ฤทธิชัยพยักหน้ารับคำ อภิชาติให้คนของเขาเช็กประวัติดูแล้ว ปรากฏว่าไม่มีข้อมูลอะไรเลย

"เมื่อคืนนี้ ฉันเจอมันกับนายสินชัยจะจะ เข้ามาที่ผับ พาฝรั่งคนหนึ่งเข้ามาวางแผนทำธุรกิจชั่ว ฉันก็เลยให้คนของฉันรอประกบเพื่อหาข้อมูลของมัน ตอนแรกฉันนึกว่ามันเป็นแค่นักเลงกระจอกคุมบ่อนให้นายสินชัยแต่มันมากกว่า นั้น มันเป็นมือขวาฝ่ายปฏิบัติการของนายสินชัย รับออเดอร์เก็บทุกคนจากนายสินชัยโดยตรง"

"นั่นก็หมายความว่า มันรู้เรื่องการตายของคุณอาอิทธิ"

อภิชาติรู้ดีว่าถ้าเราจะจับตัวนายไชยมาบีบเพื่อให้การซัดทอดสินชัยคงไม่ได้ ผล แต่ถ้าเราบีบลูกน้องคนสนิทของนายไชยซึ่งอาจจะรู้ทุกอย่างเท่ากับลูกพี่ อาจจะได้เรื่องก็ได้ ติดที่ว่าเขายังไม่รู้ว่าลูกน้องคนสนิทนายไชยเป็นใครชื่ออะไรหรือว่าอยู่ ที่ไหน แต่กำลังให้คนของเขาสืบอยู่ อภิชาติยังมีอีกเรื่องหนึ่งจะบอกฤทธิชัย

"ฉันดักฟังนายสินชัยรู้เรื่องแผนชั่วของมันได้ทั้งหมด... มันให้คนของพวกมันติดต่อคนไทยที่ตายในต่างแดนที่ต้องการเอาศพกลับบ้าน โดยเฉพาะพวกแรงงานที่ยากจน แล้วเสนอตัวว่าเป็นองค์กรช่วยเหลือจัดส่งศพกลับบ้านพร้อมออกค่าใช้จ่ายให้ โดยมีเพชรของพวกมันซ่อนมาด้วย...ตอนนี้มันกำลังจะเอาออกมาขายในท้องตลาดผ่าน การจัดงานแฟชั่น ทำเป็นประมูลเพื่อการกุศลซักนิดหนึ่ง ที่เหลือเข้ากระเป๋าโดยไม่มีใครสงสัย"

"แน่นอน คนมีเงินทำอะไรไม่มีใครสงสัยอยู่แล้ว"

อภิชาติเห็นด้วยและที่สำคัญกว่านั้น เราหยุดพวกมันไม่ได้ ฤทธิชัยจะหยุดพวกคนชั่วๆพวกนั้นเอง แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะหยุดด้วยวิธีไหน...

ค่ำนั้น ฤทธิชัยกับอภิชาติมากินข้าวที่บ้านป้าเนียนตามคำเชิญของลุงเดช จักจั่นคาดไม่ถึงว่าจะเจออภิชาติ แซวว่าไปแอบอยู่ที่ไหนมา ทำไมปล่อยให้พวกเราวิ่งหลบกระสุนกันแทบแย่ อภิชาติรู้เรื่องจากฤทธิชัยหมดแล้ว เสียดายที่เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย เห็นฤทธิชัยบอกว่าโชคดีที่นางเสือมาช่วยไว้ทัน

ดาวแสร้งถามฤทธิชัยว่าเห็นนางเสือด้วยหรือ ทำไมพวกเราไม่เห็น ฤทธิชัยเห็นระยะไกลๆแค่แวบเดียว ลุงเดชแกล้งพูดว่าเรื่องนี้เป็นแค่ข่าวลือ ป้าเนียนยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง มีชาวบ้าน หลายคนเห็น เพราะนางเสือเอาเงินมาให้พวกชาวบ้าน จักจั่นถามว่าสองหนุ่มจะอยู่ที่นี่อีกกี่วัน เผื่อจะจัดทัวร์พาเที่ยวป่า

ฤทธิชัยกับอภิชาติต้องรีบกลับกรุงเทพฯ เพราะจะไปงานแฟชั่นโชว์แสดงเพชร เราสองคนสืบทราบมาว่าการจัดแสดงเพชรครั้งนี้เป็นแผนการขายเพชรที่สินชัยกับ พวกนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย แต่เราสองคนไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิดพวกนั้นได้ ลุงเดชได้ยินชื่อสินชัยตาลุกวาวขึ้นมาทันที

"พวกนี้เกิดมาหนักแผ่นดินจริงๆนางเสือน่าจะไปปล้นซะให้เข็ด" ป้าเนียนเข่นเขี้ยว

จักจั่นอยากรู้ว่างานจะมีเมื่อไหร่ ได้ความว่าจะมีอีกหนึ่งสองอาทิตย์ข้างหน้า อภิชาติเห็นจักจั่นสนใจ ออกปากชวนไปงานนี้ด้วยกัน ถือโอกาสไปเยี่ยมเยือนคุณหญิงรัตนาไปด้วย ดาวต้องถามลุงเดชว่าอนุญาตหรือเปล่า อภิชาติพยายามคะยั้นคะยอ แต่ลุงเดชขอคิดดูก่อน...

หลังจากสองหนุ่มเมืองกรุงกลับไปแล้ว ดาว จักจั่น ไผ่และลุงเดชทำทีออกมาเดินยืดเส้นยืดสายที่ชายป่าหลังบ้านป้าเนียน แต่จริงๆแล้วพวกเขาออกปรึกษากันเรื่องจะไปปล้นเพชร ดาวคิดว่าทางเดียวที่จะหยุดสินชัยและความชั่วของเขาได้คือตัดท่อน้ำเลี้ยง ของเขาทุกอย่าง และงานแสดงเพชรก็เป็นหนึ่งในท่อน้ำเลี้ยง

"แต่พี่ว่ามันอันตรายนะ กรุงเทพฯไม่ใช่ป่าบ้านเราไม่มีสายฟ้า ไม่มีสายลมคอยช่วย" ไผ่ทักท้วง

"งั้นเราก็ต้องช่วยตัวเอง พวกเราก็มีฝีมือ" ดาวสีหน้ามั่นใจ

ลุงเดชเห็นด้วยเรื่องตัดท่อน้ำเลี้ยง แต่เราก็ต้องระวังไม่เปิดเผยตัวมากเกินไป ไม่เช่นนั้นนางเสือจะกลายเป็นเป้าให้ทั้งสินชัยและกฎหมายตามล่า ดาวไม่กลัวในเมื่อคนชั่วอย่างสินชัยกล้าทำร้ายคนบริสุทธิ์โดยไม่กลัวกฎหมาย นางเสือก็กล้าออกมาเด็ดหัวคนชั่วโดยไม่กลัวกฎหมายเช่นกัน ลุงเดชให้เป็นสิทธิที่นางเสือจะตัดสินใจ

"ถือว่าจบไปเรื่องหนึ่ง เรื่องที่สองเราจะจัดการค่ายลักลอบตัดไม้สี่ค่ายของพวกมันอย่างไร"

"พรุ่งนี้เราจะไปดูทางหนีทีไล่ แล้ววางแผนจัดการกับพวกมัน" ลุงเดชว่าแล้วชวนเด็กๆกลับเข้าบ้าน

ooooooo

เสียงเอะอะหน้าบ้านป้าเนียน ปลุกให้ทุกคนในบ้านออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นพวกพ่อแม่ของเด็กสาวที่ลุงเดช จักจั่นและดาวช่วยให้รอดพ้นเงื้อมมือพวกค้ากามต่างมาขอบใจกันเต็มหน้าบ้าน พอลุงเดชเหลือบมองไปยังฝั่งตรงข้ามบ้านป้าเนียน มีพวกคนร้ายที่โดนดาวกับจักจั่นต่อยหน้าก่อนบุกเข้าค่ายกักกันหญิงสาวมายืน ชี้ตัวดาวกับจักจั่นให้ลูกพี่ดู เขารีบบอกให้ดาวกับจักจั่นกลับเข้าบ้าน

จังหวะนั้น ฤทธิชัยกับอภิชาติมาถึงหน้าบ้านป้าเนียนพอดี คนร้ายเห็นฤทธิชัยจำได้ทันทีว่าเป็นหนึ่งในพวกที่เข้าไปป่วนค่ายของพวกตน ฤทธิชัยเห็นพวกคนร้ายมาจับตาดูลุงเดชกับหลานๆปรี่จะเข้าไปเอาเรื่อง แต่พวกนั้นรีบขึ้นรถขับออกไปเสียก่อน

ครู่ต่อมา ฤทธิชัยกับอภิชาติเข้าไปนั่งคุยกับลุงเดชที่ห้องรับแขกบ้านป้าเนียน ปรึกษาเรื่องที่เห็นคนร้ายมาด้อมๆมองๆหน้าบ้าน ป้าเนียนสงสัยว่าทำไมฤทธิชัยไม่จับพวกนั้นเข้าคุกจะได้สิ้นเรื่อง ฤทธิชัยจับใครตอนนี้ไม่ได้เพราะถูกพักงาน แต่ถึงไม่ถูกพักงานก็ทำอะไรพวกนี้ไม่ได้ แค่มาด้อมๆมองๆไม่ผิดกฎหมาย

"ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เรื่องบานปลายเดือดร้อนมาถึงลุงเดชแล้วก็หลานๆแต่ผมกับอภิชาติจะอยู่ที่นี่สักพักจนกว่าเหตุการณ์จะดีขึ้น"

"พักหนึ่งไม่จบหรอกครับ ดูท่าแล้วคุณสองคนต้องได้อยู่อีกนาน" ลุงเดชมองสองหนุ่มยิ้มๆ

"ดีจริงๆในหมู่บ้านก็มีลุงเดช หลานๆแล้วก็ผู้กองกับคุณอภิชาติ ในป่าก็มีนางเสือ คราวนี้แหละพวกมันต้องเจอดี" ป้าเนียนยิ้มพอใจ

ooooooo

ตอนที่ 4

สักพัก ลุงเดชเดินเข้าไปหาดาวกับจักจั่นไม่เห็นไผ่อยู่ด้วยเลยถามหา ได้ความว่าพาป้าเนียนกลับสถานีอนามัย ลุงเดชชวนหลานสาวทั้งสองคนไปหาไผ่ โดยไม่ปริปากถามเรื่องคุณหญิงรัตนา...

ระหว่างที่ลุงเดช ดาว และจักจั่นเดินผ่านหน้าตลาดดอนเสือ เจอนายพุกกับนายตันสมุนของสินชัยกำลังฉุดเด็กสาวชาวบ้านหน้าตาดีคนหนึ่งเข้ารถตู้โดยมีพ่อและแม่ของเด็ก สาวพยายามยื้อแย่งลูกไว้ ขณะพวกชาวบ้านมุงดูอยู่ห่างๆไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ลุงเดชสั่งให้ดาวกับจักจั่นอยู่เฉยๆไว้ก่อน แต่พอเห็นคนร้ายผลักสองผัวเมียล้มลง ดาวปรี่เข้าหาพวกนั้นทันที จักจั่นไม่รอช้าพุ่งตามไปติดๆ ลุงเดชได้แต่ถอนใจ

ดาวสั่งให้คนร้ายปล่อยเด็กสาวไป นายตันกับนายพุกเห็นหน้าตาสะสวยของจักจั่นกับดาวคิดจะฉุดไปด้วย ลุงเดชตามมาสมทบ บอกให้ดาวกับจักจั่นถอยไป แล้วจัดการประเคนทั้งหมัดทั้งเข่าใส่นายพุกสลบเหมือด นายตันเห็นเพื่อนโดนเล่นงานชักปืนขึ้นมาจะยิงลุงเดช ดาวไวกว่าตวัดปืนจากเอวขึ้นมายิงใส่มือนายตันปืนกระเด็นหลุดมือ นายตันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ยกมือไหว้ปลกๆขอชีวิต

"พาเพื่อนเอ็งไป ถ้าข้าเห็นหน้าพวกเอ็งอีก ข้าจะยิงเอ็งเหมือนยิงหมาตัวหนึ่ง" ลุงเดชขู่เสียงเข้ม

นายตันตาลีตาเหลือกพยุงนายพุกยัดใส่รถตู้ รีบขับออกไปทันที โดยมีเสียงชาวบ้านช่วยกันโห่ไล่หลัง สองผัวเมียขอบคุณสามคนลุงหลานยกใหญ่ ลุงเดชถามคู่ผัวเมียว่ามันเรื่องอะไรกัน ได้ความว่าพวกคนร้ายมาเรียกค่าคุ้มครอง พวกตนไม่มีเงินจ่าย มันเลยจะเอาลูกสาวไปแทน ลุงเดชสงสัยว่าทำไมไม่แจ้งตำรวจ

"แจ้งแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรมันไม่ได้ เป็นอย่างนี้มานานแล้ว"

ดาว จักจั่นกับลุงเดชได้แต่มองหน้ากันพูดไม่ออก... ครู่ต่อมา ลุงเดชกับสองสาวมาถึงสถานีอนามัย พอไผ่รู้เรื่องที่ลุงเดชลุยกับพวกคนชั่วด้วยตัวเอง นึกเสียดายที่ไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย  ลุงเดชยอมรับว่าสิ่งที่ทำไปไม่ถูกต้อง  เขาควรจะระวังให้มากกว่านี้ ดาวบอกลุงเดชว่าเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยๆอีกแล้ว จะจัดการไอ้คนเลวพวกนี้ให้สิ้นซาก จักจั่นกับไผ่เห็นด้วยกับดาว พวกเราจะลุยในแบบฉบับของชาวบ้านไม่ให้ความลับเปิดเผย

ลุงเดชคิดอยู่อึดใจ "เอา...งั้นลุงก็เอาด้วยคน เจอพวกมันก่อเรื่องที่ไหนลุยมันที่นั่น"

เด็กทั้งสามคนต่างดีใจส่งเสียงเฮลั่น ป้าเนียนได้ยินเสียงเอะอะถามว่ามีอะไรกัน พอรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ป้าเนียนชูกำปั้นส่งเสียงเย้ ขอดีใจด้วยคน จากนั้นลุงเดชกับเด็กๆขอตัวกลับ ทิ้งป้าเนียนให้ทำงานของแกต่อ...

ที่บ้านป้าเนียน ขณะดาวกำลังเช็ดปืนอยู่ในห้องนอนตัวเอง แต่ใจลอยคิดถึงคุณหญิงรัตนาตอนที่กอดเธอไว้แนบอก และอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงฤทธิชัยตอนที่คุณหญิงแนะนำว่าเขาเป็นหลานชายของ ท่าน จังหวะนั้นจักจั่นเดินเข้ามาในห้อง บ่นอย่างเสียดายว่าเราสองคนน่าจะรับคำเชิญไปเที่ยวกรุงเทพฯของคุณหญิงรัตนา พวกเราไม่ได้ไปที่นั่นเกือบสามปีแล้ว ดาวแซวจักจั่นว่าอยากไปกรุงเทพฯ เพราะต้องการให้อภิชาติดูแลใช่ไหม

จักจั่นแซวกลับว่า ดาวเองก็อยากให้ฤทธิชัยมาคอย ต้อนรับเหมือนกัน ดาวไม่สนคนทึ่มๆแบบนั้น บอกจักจั่นว่าเลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้ว ชีวิตของพวกเราสวนทางกับพวกเขา เราเป็นโจรแต่เขาเป็นตำรวจ อย่าเจอกันอีกเป็นดี จักจั่นยังติดใจสงสัยอยู่นิดหนึ่งว่าทำไมดาวถึงเรียกฤทธิชัยว่าตาทึ่ม

"ก็เพราะว่าครั้งแรกที่พี่เจอ เขาปลอมเป็นพวกคนร้ายติดหนวด ใส่แว่น ทึ่มเป็นบ้า แถมยังหนวดหลุดห้อยร่องแร่งอีกต่างหาก ทึ่มสุดๆ" ดาวพูดจบ เผลอยิ้มตาเป็นประกายไม่รู้ตัว

จักจั่นเห็นท่าทางของดาวแล้วจับได้ว่าที่จริงดาวก็แอบมีใจให้ฤทธิชัย เลยอดกระเซ้าไม่ได้ ดาวเขินรีบพูดกลบเกลื่อนว่า พรุ่งนี้เราเข้าป่าไปหาสายฟ้ากับสายลมกันดีกว่า จักจั่นรับคำแล้วรีบไปชวนไผ่

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านหรูในกรุงเทพฯของคุณหญิงรัตนา คุณหญิงพรพรรณเห็นคุณหญิงรัตนาลูกสาวของเธอกลับจากบ้านดอนเสือด้วยสีหน้า สดใสเข้ามาทัก

"แม่นึกว่าการไปบ้านดอนเสือจะทำให้ลูกไม่สบายใจ แต่ดูเหมือนว่าแม่จะคิดผิด ลูกดูสบายใจขึ้น"

"ค่ะ ลูกเจอเด็กหญิงสองคนน่ารักทั้งคู่ รุ่นราวคราวเดียวกับลูกษา ถ้าคุณแม่ได้เจอ ต้องชอบพวกแกแน่ๆโดยเฉพาะหนูดาว ไม่รู้เป็นอย่างไรถูกชะตาลูกจริงๆ" คุณหญิงรัตนายิ้มตาเป็นประกาย

คุณหญิงพรพรรณสบายใจที่เห็นลูกสาวมีความสุข...

ที่คอฟฟี่ช็อปในโรงแรมบ้านดอนเสือ นายไชยสั่งให้ สมุนสองคนของตนพานายตันกับนายพุกที่อยู่ในสภาพสะบัก สะบอมไปส่งโรงพยาบาล แล้วกำชับให้ออกตามหาพวกที่กล้ามาลูบคมพวกเราให้เจอ ส่วนสมุนที่เหลือออกไปหาผู้หญิงมาเพิ่ม ทางกรุงเทพฯต้องการเด็กใหม่ๆอย่างน้อย 20 คนภายในอาทิตย์นี้ พวกสมุนรีบไปทำตามคำสั่งทันที เสี่ยเหลิมเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาหานายไชย

"เจ้านายสั่งโควตาไม้มาแล้ว เยอะด้วย กำลังรอคำสั่งคอนเฟิร์ม...เฮ่อ...พวกเราโดนนางเสือเล่นงานทุกครั้ง จนพวกมันขยาดกันหมดไม่มีใครอยากออกไปตัดไม้กันแล้ว" เสี่ยเหลิมว่าแล้วถอนใจ หนักใจ

"ไม่ต้องห่วง เจ้านายให้ผมจัดพรานล่าเสือมาแล้ว มีวิชาอาคมสารพัด"

เสี่ยเหลิมแปลกใจว่าทำไมสินชัยไม่เห็นบอกตนเอง นายไชยแดกดันว่าเจ้านายคงเห็นเสี่ยเหลิมงานล้นมือ แล้วลุกออกไปดื้อๆเสี่ยเหลิมมองตามไม่พอใจที่นายไชยคิดจะทำผลงานข้ามหน้า ข้ามตา...

คืนเดียวกันนั้น ฤทธิชัยกับอภิชาติมาดักรอเล่นงานนายโจอยู่หน้าบาร์แห่งหนึ่งย่านอาร์ซีเอฐาน หลอกเขาไปติดกับ นายโจคุยว่ามีข่าวใหม่เกี่ยวกับสินชัยจะบอก ถ้าฤทธิชัยฟังแล้วต้องปล่อยเขาไป ฤทธิชัยพยักหน้า นายโจเล่าว่าสินชัยเปลี่ยนที่รับสินค้าใหม่มาเป็นที่กรุงเทพฯ โกดังที่ฤทธิชัยเคยบุกเข้าไปครั้งก่อน

"นายสินชัยหักหลังคนซื้อเชิดเงินพวกมันไป พวกมันเตรียมแผนปล้นนายสินชัยเป็นการแก้แค้น"

ฤทธิชัยส่ายหน้าไม่เชื่อ นายโจยืนยันว่าครั้งนี้เป็นเรื่องจริง พวกมันจะลงมือคืนนี้ แทนที่ฤทธิชัยจะปล่อยนายโจไปอย่างที่รับปาก เขากลับจะส่งเข้าคุก นายโจพยายามหนี ฤทธิชัย อัดกำปั้นเข้าท้องนายโจจนตัวงอ ลากไปที่รถของเขาจับยัดไว้ในกระโปรงท้ายรถ แล้วรีบขับรถตรงไปยังโกดังแห่งนั้น...

เหตุการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่นายโจพูด แทนที่สินชัยจะเป็นฝ่ายถูกปล้น เขากลับหักหลังคู่ค้าชิงเงินค่ายาเสพติดไป และสั่งให้สมุนสังหารคู่ค้าตายเรียบ แถมสถานที่เกิดเหตุก็ไม่ใช่ โกดังกลางกรุงอย่างที่นายโจว่า แต่เป็นลานกว้างเปลี่ยวๆชานกรุง...

ด้านฤทธิชัยกับอภิชาติบุกเข้าไปในโกดังตามที่นายโจให้ข่าวไม่เจอใครเจอแต่ ลังใส่ยาเสพติดสองถึงสามลังตั้งอยู่กลางโกดัง  ทันใดนั้นตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติด กรูกันเข้าล้อมทั้งคู่ไว้

"เราได้รับรายงานจากนายสินชัยว่ามีตำรวจใช้ที่นี่เป็นแหล่งค้าเฮโรอีน ผมหวังว่าผู้กองมีคำอธิบายในการเข้ามาในที่นี้"

ฤทธิชัยพยายามอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนหัวหน้าตำรวจจะไม่เชื่อแถมขอหมายค้นจากเขา อภิชาติโกหกว่ามีหมายค้น แกล้งชูกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา หัวหน้าตำรวจยังไม่ทันจะหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาดูมีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น ขัดจังหวะเสียก่อน หัวหน้าตำรวจรับสายไม่ได้พูดอะไรสักคำได้แต่พยักหน้า พอวางสายก็หันมองฤทธิชัยกับอภิชาติสีหน้าเยาะ

"มีรายงานว่าพวกคุณพยายามฆ่าปิดปากพยานรู้เห็นในการซื้อขายครั้งนี้"

"รายงานมีค่าเท่ากับศูนย์ ถ้าไม่มีหลักฐาน"

หัวหน้าตำรวจขอค้นรถของฤทธิชัย ขณะที่ฤทธิชัยกับอภิชาติเดินนำตำรวจไปที่รถ ฤทธิชัยนัดแนะกับอภิชาติอย่างดิบดีว่าจะแก้ตัวอย่างไรที่จับนายโจขังไว้ท้าย รถ แต่พอตำรวจเปิดฝากระโปรงท้ายรถขึ้นดูเห็นร่างของนายโจนอนตายตาเบิกโพลง กลางหน้าผากมีรอยกระสุน อภิชาติกับฤทธิชัย ถึงกับพูดอะไรไม่ออก...

ในเวลาต่อมา ที่กองปราบปรามยาเสพติด ท่านรองฯ ก้องเกียรติต้องเข้ามาเคลียร์เรื่องนี้ให้ฤทธิชัยกับอภิชาติ จนพ้นข้อกล่าวหา แต่ฤทธิชัยจะต้องถูกพักงานชั่วคราวจนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบ...

ข่าวฤทธิชัยกับอภิชาติถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด เป็นข่าวเด็ดของคืนนี้ ทีวีทุกช่องรายงานข่าวกันอย่างครึกโครม สินชัยเห็นข่าวแล้วยิ้มสะใจ คว้ามือถือขึ้นมาโทร.

"ทางสะดวกเริ่มจัดของตามโควตาได้...ใช่...ทุกอย่าง"

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ดาว จักจั่น และไผ่กลับเข้าป่าเยี่ยม เยียนสายฟ้ากับสายลม พบว่าพวกคนร้ายมีการเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักหลายจุดเหมือนได้รับออเดอร์ ตัดไม้มาลอตใหญ่ ดาวดูจากจำนวนคนและอุปกรณ์ของพวกคนร้ายแล้ว ประเมินได้ว่าพวกนี้จะต้องอยู่ในป่า อีกหลายวัน...

ฤทธิชัยจะใช้โอกาสที่ถูกพักงานเดินทางไปบ้านดอนเสือเพื่อสืบเรื่องธุรกิจผิด กฎหมายของสินชัย เขาจำเป็นต้องฉายเดี่ยว เพราะท่านรองฯก้องเกียรติจะลงมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้ ฤทธิชัยขอร้องให้อภิชาติไปช่วยอีกแรงหนึ่ง อภิชาติขอเคลียร์งานที่ศาลสักสองสามวันก่อนแล้วจะตามไป

ขณะฤทธิชัยกำลังเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นใส่ กระเป๋าเดินทาง คุณหญิงรัตนาทราบข่าวฤทธิชัยถูกพักงาน โทร.มาเชิญให้เขาไปพบที่บ้านก่อนเขาจะไปบ้านดอนเสือ อภิชาติขอไปบ้านคุณหญิงรัตนาด้วย ไม่นานนัก สองหนุ่มมาถึงบ้านคุณหญิงรัตนา ดูคุณหญิงรัตนาไม่ค่อยสบายใจนักที่ฤทธิชัยถูกสั่งพักงานเกรงจะกระทบต่อการ จัดการกับสินชัย ฤทธิชัยยืนยันว่าไม่กระทบ อาจจะทำให้เขาสองคนทำงานง่ายขึ้นด้วยซ้ำ

"อาอยากให้เธอสองคนระวังตัวให้มาก บ้านดอนเสือมีอันตรายมานานแล้ว...เอ่อ...อาเป็นห่วงหนูดาวกับหนูจักจั่น ฝากคุณหนึ่งกับคุณชาติดูแลสองคนนั่นด้วยนะจ๊ะ ไม่รู้ทำไมถึงถูกชะตา"

อภิชาติคาดว่าน่าจะเป็นเพราะทั้งคู่ทำให้คุณหญิงรัตนาคิดถึงลูกสาวแล้วขอ ท่านดูรูปถ่ายของน้องษา คุณหญิงรัตนาหยิบรูปของหนูพฤกษาที่ถ่ายกับเธอและอิทธิเมื่อสิบห้าปีก่อนมา ให้ดู

"ผมจะเอารูปนี้ส่งไปให้เพื่อนผมที่อเมริกา ลองเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ดูว่าเมื่อผ่านไปสิบห้าปีแล้ว หน้าตาของน้องษาควรจะเป็นอย่างไร

"ใช่แล้วนายชาติ เป็นเทคนิคใหม่ที่ตำรวจใช้เพื่อคำนวณหน้าตาคนร้ายว่าเปลี่ยนไปแค่ไหน เป็นการอัพเดตหน้าของคนร้ายที่อายุมากขึ้น"

คุณหญิงรัตนาฟังด้วยความตื่นเต้น อภิชาติคาดว่าอาจต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะเสร็จ ทั้งสามคนต่างยิ้มให้กัน ฤทธิชัยจ้องมองรูปถ่ายของหนูพฤกษาเหมือนจะจดจำรายละเอียดไว้ทุกส่วน อภิชาติมีอีกคำถามหนึ่งจะถามคุณหญิงรัตนา น้องษาเกิดปีอะไร พอรู้ว่าเธอเกิดปีเสือ สองหนุ่มเหลียวมองหน้ากันทันที...

ระหว่างฤทธิชัยขับรถกลับจากบ้านคุณหญิงรัตนา อภิชาติตั้งข้อสังเกตว่าบางทีนางเสือกับน้องษาอาจจะเป็นคนคนเดียวกัน ฤทธิชัยหาว่าทฤษฎีของเพื่อนหลุดโลกไปหน่อย

"อ้าวทำไม...น้องษาเกิดปีเสือ ชอบป่าตั้งแต่เด็ก หายไปในป่า สิบห้าปีผ่านไปมีนางเสือโผล่มารักษาป่า จัดการกับพวกลักลอบตัดต้นไม้ เป็นไปได้นะเพื่อน"

ฤทธิชัยชักคล้อยตามว่าทฤษฎีนี้เข้าท่าแต่ขอร้องเพื่อนว่าอย่าเพิ่งพูดเรื่อง ทฤษฎีนี้กับอาหญิง อภิชาติรับปาก ฤทธิชัยกำลังจะไปพบท่านรองฯก้องเกียรติ ถามอภิชาติว่าจะไปด้วยไหม อภิชาติส่ายหน้า เขามีนัดกับสาว แล้วกำชับเพื่อนว่าห้ามโทร.หาเขาเด็ดขาด...หลังจากส่งอภิชาติเสร็จ ฤทธิชัยไปพบท่านรองฯก้องเกียรติที่บ้านของท่าน ท่านรองฯเตือนว่าตั้งแต่ฤทธิชัยถูกซ้อนแผนเมื่อคืนดูเหมือนเขาจะถูกโดด เดี่ยว

ฤทธิชัยอ้างว่าเขายังมีอภิชาติอีกคนหนึ่ง ท่านรองฯอยากให้เขาพิจารณานางเสือมาเป็นตัวช่วยอีกแรง อย่างน้อย เธอก็เคยช่วยชีวิตเขาไว้ ฤทธิชัยอ้าปากจะค้านแต่ท่านรองฯชิงพูดขึ้นก่อนว่า

"ผมรู้ นางเสือเป็นคนนอกกฎหมาย ผมไม่ได้ให้คุณละเว้น แต่กรณีที่คุณมีงานล้นมือคุณต้อง..."

"ผมต้องเลือกเอาว่าคนไหนควรจัดการก่อน คนไหนควรจัดการทีหลัง"

ท่านรองฯก้องเกียรติพยักหน้า ขณะที่ฤทธิชัยรู้สึกหนักใจ...

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านของป้าเนียน ดาว จักจั่น และไผ่กลับมารายงานลุงเดชว่ามีการเคลื่อนไหวของคนร้ายในป่าไม่ห่างจากบ้าน ดอนเสือนัก ลุงเดชวิเคราะห์สถานการณ์แล้ว เห็นว่าครั้งนี้ดูท่าทียุ่งยากพอสมควรเพราะแต่ละจุดที่พวกนั้นกระจายกันอยู่ มีหน่วยเฝ้าระวังอยู่หลายสิบคน

"เราก็แยกกันบุก กวนให้พวกมันเสียสติไปเลย อย่าให้พวกมันได้หลับได้นอน"

ลุงเดชชมว่าความคิดของจักจั่นดี แต่เสี่ยงเกินไป เขาจะส่งไผ่ไปบอกแสงนำกำลังมาให้เร็วที่สุด ให้แสงหาที่เหมาะๆตั้งค่ายนอกเขตบ้านดอนเสือ ไผ่เดินทางแค่วันเดียวก็ถึงค่ายโจร แต่แสงกับพวกโจรเดินทางที่นี่อย่างมากก็สองวัน ทำให้พวกเรายังมีเวลาวางแผนทัน ระหว่างนี้ลุงเดชอยากให้พวกเราทำตัวเป็นชาวบ้านเหมือนเดิมอย่าเปิดเผยตัวเอง ให้พวกคนร้ายสงสัยได้

ooooooo

ที่สถานีอนามัยบ้านดอนเสือ ขณะป้าเนียนกำลังจ่ายยาให้คนไข้ หญิงชาวบ้านคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามาบอกว่าคนร้ายที่มาฉุดเด็กสาวเมื่อวาน ตอนนี้กลับมาอาละวาดอีกแล้ว ชาวบ้านโทร.แจ้งตำรวจแต่ คนร้ายอ้างกับตำรวจว่าจะพาพวกหญิงสาวไปทำงาน พวกที่ถูกฉุดก็ไม่มีใครกล้าพูด ตำรวจเลยทำอะไรไม่ได้ ป้าเนียนคว้าโทรศัพท์จะโทร.ไปตามลุงเดช แต่ดาวกับจักจั่นโผล่เข้ามาพอดี อาสาจะจัดการเรื่องนี้เอง...

จากนั้น ดาว จักจั่นกับหญิงชาวบ้านวิ่งออกมาขึ้น

รถจี๊ปที่สมาชิกโจรยึดจากพวกลักลอบขนของเถื่อนเอามาทิ้งไว้ให้พวกเธอใช้ ฤทธิชัยเพิ่งมาถึงร้านกาแฟหน้าสถานีอนามัยบ้านดอนเสือ เห็นสองสาวขับรถออกไปอย่างรีบร้อน รีบขับตาม ครู่ต่อมา รถจี๊ปของดาวแล่นมาจอดหน้าทางเข้าท้ายตลาด

"ป้ากลับบ้านไปได้แล้ว เดี๋ยวพวกมันเห็นจะเดือดร้อน"

ดาวว่าแล้วมองเข้าไปยังตึกแถวท้ายตลาดเห็นคนร้ายนับสิบคนโดยการนำของนาย เผือกกำลังยื้อยุดฉุดกระชากหญิงสาวขึ้นรถตู้ของพวกตน ชาวบ้านแอบมองอยู่ในห้องแถวตัวเองไม่มีใครกล้าออกมา ดาวกับจักจั่นปราดเข้าไปขวาง พวกคนร้ายกรูกันล้อมกรอบสองสาวไว้ ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นทางด้านหลัง

"ท่าทางสนุกดี ขอร่วมวงด้วยคน"

ดาวกับจักจั่นหันขวับไปมอง ต้องแปลกใจที่เห็นฤทธิชัยยืนยิ้มเอามือไพล่หลัง ฤทธิชัยสั่งให้คนร้ายถอยไป ไม่อย่างนั้นจะหาว่าเขาไม่เตือน พวกคนร้ายไม่กลัวคำขู่ แถมเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งเข้าหาฤทธิชัยแทน

"ว่าไงพี่ดาว จะปล่อยให้คุณฤทธิชัยโชว์เดี่ยวหรืออย่างไร" จักจั่นชักคันไม้คันมือ

"ให้เขาสนุกไปก่อน เราลุยไปช่วยพวกผู้หญิงดีกว่า ระวังอย่าแสดงฝีมือมากเกินไปเดี๋ยวเขาจะสงสัย"

ดาวกับจักจั่นล่อหลอกพวกนั้นบางส่วนให้ตามไปอีกทาง ขณะคนร้ายกำลังไล่กวดมาติดๆดาวตีลังกากลับหลังข้ามหัวพวกนั้นแล้วปรี่ไปยัง รถตู้ซึ่งเต็มไปด้วยเด็กสาวที่โดนฉุด จัดการคนเฝ้ารถตู้สลบเหมือด

เธอโดดขึ้นประจำที่นั่งคนขับ สตาร์ตเครื่องขับไปยังทิศทางที่ฤทธิชัยกำลังต่อสู้ คนร้ายเห็นดาวขับรถพุ่งใส่ต่างโดดหลบกันจ้าละหวั่น ดาวจอดรถรับฤทธิชัยก่อนจะพุ่งไปทางที่จักจั่นอยู่ จักจั่นรอจังหวะที่รถชะลอความเร็ว ดีดตัวเข้าทาง ประตูข้างที่พวกเด็กสาวเปิดรอ รถตู้ทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว...

ทันทีที่ลุงเดชรู้จากป้าเนียนว่าดาวกับจักจั่นตามไปช่วยเด็กสาวที่โดนฉุด รีบกดโทรศัพท์หา แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากมือถือของดาวและของจักจั่น ลุงเดชนึกเป็นห่วงรีบเอารถออกตาม...

ดาว จักจั่นกับฤทธิชัยขับรถตระเวนส่งเด็กสาวทั้งหมดกลับบ้านอย่างปลอดภัย ฤทธิชัยเห็นดาวขับรถตู้เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันอาสาขับแทน ระหว่างทางไปบ้านป้าเนียนเจอด่านตำรวจตั้งอยู่ ตำรวจเห็นทะเบียนรถตรงกับรถที่มีคนแจ้งความรถหาย รีบโบกให้จอด สั่งให้ทุกคนลงจากรถ

ฤทธิชัยแสดงตัวว่าเป็นตำรวจหน่วยปราบปรามพิเศษกำลังปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจประจำด่านไม่เชื่อ พวกเขารู้ว่าผู้กองฤทธิชัยถูกสั่งพักงาน ไม่มีหน้าที่ยุ่งเกี่ยวกับงานใดๆของสำนักงานตำรวจฯ

"การปฏิบัติการครั้งนี้ ผมไม่ได้แอบอ้างตำแหน่ง แต่ผมทำในฐานะพลเมืองดี"

"ใช่ค่ะ พวกเราสองคนพี่น้องกำลังจะถูกฉุดขึ้นรถคันนี้ คุณฤทธิชัยมาช่วยเราไว้ได้ทันท่วงที"

"และนำรถคันนี้ไปส่งเหยื่อรายอื่นๆที่ถูกฉุดมา กลับบ้านเรียบร้อยแล้วด้วย เราสมควรจะได้รับการชมเชยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่าการถูกควบคุมตัว" จักจั่นต่อว่าฉอดๆ

ตำรวจไม่สน ถึงอย่างไรทั้งสามคนต้องไปโรงพักเพื่อสอบปากคำก่อน แล้วยึดปืนกับมือถือของฤทธิชัยไป ดาวกับจักจั่นมองหน้ากันเกรงจะถูกยึดปืนไปด้วย จักจั่นแกล้งร้องไห้กระจองอแงอยากกลับบ้าน เบี่ยงเบนความสนใจของตำรวจ ได้ผลพวกนั้นไม่ได้ตรวจด้วยซ้ำว่าพวกเธอพกพาอาวุธหรือเปล่า ตำรวจพาทั้งสามคนขึ้นรถตู้คันเดิม แล้วให้ตำรวจหนึ่งนายเป็นคนขับ อีกสามนายคอยควบคุมผู้ต้องสงสัยในรถ

รถตู้แล่นมาพักใหญ่ เจอด่านตำรวจอีกด่านหนึ่งเบื้องหน้า ตำรวจในรถตู้สงสัยว่าตรงนี้มีด่านได้อย่างไร ดาวกระซิบบอกจักจั่นว่าเธอได้ยินพวกที่ด่านคุยกัน พวกนั้นเป็นตำรวจปลอม จักจั่นขยับมือไปแตะด้ามปืน ดาวปรามให้ใจเย็นๆ ทันทีที่รถจอด คนร้ายในคราบตำรวจเอาปืนจี้บังคับตำรวจทั้งสี่นายออกจากรถไปมัดไว้ในป่า ฤทธิชัยกระซิบบอกสองสาวอยู่เฉยๆไว้ก่อนเดี๋ยวเขาจัดการเอง แล้วร้องเอะอะขึ้น

"วู้...เกือบไปถึงโรงพักแล้ว โชคดีที่พี่มาดักไว้ก่อน ฉันได้ผู้หญิงมาสองคน"

"ไอ้โยมันโทร.มาบอกว่ามีคนมาปล้นรถกับพวกผู้หญิงไป"

"ใช่...แต่เจอด่านตำรวจซะก่อนก็เลยโดนรวบ แต่ที่เหลือฉันกับน้องสองคนนี่เพราะตำรวจจะเอาไปสอบปากคำ" ฤทธิชัยแต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะ หัวหน้าคนร้ายไม่แน่ใจสั่งให้สมุนโทร.ถามนายโย แต่ติดต่อไม่ได้ไม่มีสัญญาณ ฤทธิชัย กล่อมจนหัวหน้าพวกนั้นหลงเชื่อว่าฤทธิชัยเป็นพวกเดียวกัน สั่งให้เขาเอาตัวสองสาวไปส่งที่ค่าย แต่เพื่อความไม่ประมาทจะให้นายทูสมุนอีกคนหนึ่งขับรถพาไปส่ง...

ด้านลุงเดชจอดรถหลบข้างทางใกล้แนวป่า ค่อยๆหลับตาทำสมาธิ ขอให้สายลมช่วยตามหาดาวกับจักจั่น พลัน สายตาลุงเดชเห็นดาวกับจักจั่นผ่านทางสายตาของสายลม รีบกลับขึ้นรถมุ่งหน้าไปทิศทางนั้น...


ฤทธิชัยรอจนนายทูขับรถเข้าใกล้ค่ายกักกันหญิงสาว ออกอุบายล่อหลอกนายทูให้ลองทดสอบสินค้าสองชิ้นในรถก่อนเอาไปส่ง นายทูหลงกลเบนรถจอดข้างทางเดินมาเปิดประตู ทันทีที่ประตูรถเลื่อนเปิด นายทูถูกฤทธิชัยเตะปลายคางสลบคาเท้า ผู้กองหนุ่มจับเขามัดมือมัดปากติดกับต้นไม้ใหญ่ ยึดปืนของเขาเอาไว้ก่อนจะขับรถตู้จอดหลบๆ แล้วชวนดาวกับจักจั่นเดินเท้าต่อไปยังค่ายกักกันหญิงสาว...

ไม่นานนัก ลุงเดชตามมาเจอนายทูถูกพันธนาการอยู่ รีบแกะผ้ามัดปากออก ซักไซ้จนได้ความว่าถูกหญิงสองคนกับชายอีกหนึ่งคนจับมัด นายทูไม่รู้ว่าพวกนั้นไปกันนานหรือยังเพราะเขาเพิ่งฟื้นตอนที่ลุงเดชมาถึง

"งั้นเอ็งหลับต่อไปก็แล้วกัน" ลุงเดชว่าแล้วเอาพาน ท้ายปืนลูกซองเสยปลายคางนายทูสลบเหมือด

ลุงเดชสังเกตจากรอยเท้ารอบๆบริเวณแล้ว สรุปว่าผู้หญิงสองคนที่คนร้ายพูดถึงต้องเป็นดาวกับจักจั่นแน่ๆ แต่ผู้ชายเป็นใครยังเป็นปริศนา

ooooooo

ตอนที่ 3

อภิชาติเพิ่งออกจากห้องพักในคอนโดฯหรูของฤทธิชัยเดินยังไม่ถึงรถตัวเองด้วยซ้ำ เพื่อนตัวดีก็โทร. มาหาอภิชาติโวยลั่นว่าโทร.มาทำไมอีก เขาไม่ว่างไปลุยพวกคนร้ายกับฤทธิชัยด้วยแล้ว

"แล้วไป ท่านรองฯโทร.มาชวนไปกินข้าวเย็นนี้ ฉันเลยโทร.มาชวนนาย นายไม่ว่างก็ไม่เป“นไร"

เจอไม้นี้เข้า อภิชาติรีบตอบตกลงเสียงอ่อย

เย็นนั้น ฤทธิชัยกับอภิชาติมานั่งรออยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมหรูแห่งหนึ่งตามนัด โดยไม่รู้ว่าท่านรองฯนัดคุณหญิงรัตนามาด้วย หลังจากท่านรองฯแนะนำฤทธิชัยกับอภิชาติให้รู้จักกับคุณหญิงรัตนาแล้ว ฤทธิชัยรับปากกับเธอว่าจะนำตัวคนที่ทำร้ายอาอิทธิมารับโทษให้ได้ คุณหญิงรัตนามองฤทธิชัยด้วยสายตาชื่นชม

"โห...สิบห้าป•แล้ว คุณอาหญิงยังสวยอยู่เลยนะครับ อย่างนี้ถ้ามีลูกสาวต้องสวยน่าดู"

"ลูกษาหน้าตาสวยค่ะ" คุณหญิงรัตนาฝ—นยิ้ม ท่านรองฯก้องเกียรติกับฤทธิชัยถึงกับอึ้ง ฤทธิชัยพยายามส่งสัญญาณให้เพื่อนหยุดพูดเรื่องนี้ แต่อภิชาติยังปากเสียต่อ

"มิน่า...นายชัยไม่ยอมเล่าให้ผมฟังเลย ที่แท้กันท่านี่เอง"

ท่านรองฯก้องเกียรติรีบขอโทษคุณหญิง เธอไม่ถือสาอะไรหันมายิ้มให้อภิชาติ...

อภิชาติถึงกับหน้าเครียดเมื่อรู้เรื่องของหนูพฤกษาลูกสาวคุณหญิงรัตนา เกรงว่าเธอจะโกรธ ฤทธิชัยชอบใจที่เห็นเพื่อนเป“นกังวลเพราะปกติอภิชาติจะเป“นคนเอาแต่เล่นสนุก

"เฮ่อ...สงสารคุณหญิงจริงๆ เสียสามีและลูกสาวไปพร้อมๆกัน"

"นี่คือสาเหตุที่ท่านรองฯเรียกฉันมาช่วยและหาทางเล่นงานนายสินชัยให้ได้"

"ฉันเข้าใจว่าท่านรองฯคงสนิทกับคุณหญิงมาก...ฉันหมายถึงว่า ท่านรอง...คือ...แบบว่าคนพิเศษ"

ฤทธิชัยพยักหน้ารับคำ พ่อของเขาเคยเล่าให้ฟังว่า ท่านรองฯกับอาอิทธิเจอคุณหญิงพร้อมๆกัน แต่คุณหญิงเลือกอาอิทธิ ท่านรองฯก็เลยอยู่เป“นโสดตั้งแต่นั้นเป“นต้นมา อภิชาตินับถือท่านรองฯที่รักมั่นคงต่อคุณหญิง แล้ววกถามฤทธิชัยว่า

ลูกสาวคุณหญิงสวยไหม ฤทธิชัยจำไม่ได้ ตอนที่เขาเจอน้องษา เขาแค่ 5 ขวบเอง แล้วน้องษาก็แค่ขวบเดียว เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าสวยหรือเปล่า

"นี่...ตามที่นายเล่า คุณหญิงยังเชื่อว่าลูกสาวของท่านยังมีชีวิตอยู่"

"คงยาก ตอนที่เกิดเหตุน้องษาอายุแค่ 4 ขวบเท่านั้นเอง นี่ก็ผ่านมาแล้ว 15 ป•"

อภิชาติสงสารคุณหญิงมาก ตัดสินใจจะช่วยฤทธิชัยเล่นงานสินชัยให้ได้

ooooooo

ที่ลานหน้าบ้านพักของลุงเดชในค่ายโจร ลุงเดชแจ้งให้ดาว จักจั่น และไผ่รู้ว่า เขาจะพาทุกคนไปดูลาดเลาศูนย์รวมเครือข่ายของสินชัย ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านดอนเสือ และพวกเราอาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านดอนเสือสักระยะหนึ่ง เพื่อให้กลมกลืนกับพวกชาวบ้านเพื่อง่ายต่อการสืบข่าวและจัดการพวกนั้น

"แล้วเจ้าสายฟ้ากับสายลมล่ะค่ะ" ดาวเป“นห่วงเสือเพื่อนรัก

"สายลมยังไม่เท่าไหร่ แต่สายฟ้าคงลำบากหน่อย ขืนเอาเข้าไปผู้คนคงแตกตื่น"

ลุงเดชเห็นด้วยกับไผ่ แต่สายฟ้าอาจจะมาเจอกับดาวแถวป่าใกล้ๆหมู่บ้าน แต่ดาวต้องระวังหน่อย แล้วห้ามไม่ให้เด็กๆแสดงฝ•มือเด็ดขาดจนกว่าจะถึงเวลาเหมาะสม...

ฤทธิชัยได้ข้อมูลจากนายโจที่เคยเป“นสายให้เขาว่าบ่ายวันพรุ่งนี้จะมีการส่งมอบยาเสพติดลอตใหญ่ที่บ้านดอนเสือ เขารีบโทร.ชวนอภิชาติ...เช้าวันรุ่งขึ้น ฤทธิชัยและอภิชาติก็มุ่งหน้าสู่บ้านดอนเสือ

ooooooo

ลุงเดชพาดาว จักจั่น และไผ่มาที่ตัวเมืองดอนเสือ เดินดูลาดเลาอย่างที่วางแผนไว้ เดินกันตั้งแต่เช้าจนใกล้เที่ยงจึงแวะร้านอาหารหาอะไรกิน ขณะกำลังรอจ่ายเงินค่าอาหาร ดาวตื่นเต้นที่เห็นอภิชาติเดินนำฤทธิชัยเข้ามาร้าน เธอจำอภิชาติได้แม่น แต่ไม่แน่ใจว่าชายอีกคนใช่ตำรวจที่เธอช่วยไว้หรือเปล่า ลุงเดชเห็นท่าทางแปลกๆของดาว ถามว่ามีอะไร

"ไผ่กับจักจั่นนั่งเฉยๆอย่าหันไปดู คนนั้นคือคนที่มาช่วยตำรวจในป่าหลังจากที่ลุงเดชคุมตัวพวกมันออกไปแล้ว แต่อีกคนดาวไม่แน่ใจว่าใช่ตำรวจที่ปลอมเข้าไปหรือเปล่า เพราะดาวไม่เห็นโฉมหน้าจริง"

"พี่ดาวรู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่โฉมหน้าจริง"

"เพราะมัวแต่ขำหนวดที่หลุดมาครึ่งหนึ่ง หน้าที่เหลือก็ตกแต่งเลยจำไม่ค่อยได้" ดาวพูดแล้วอดขำไม่ได้

ไผ่กับจักจั่นพลอยยิ้มขำไปด้วย ดาวมองไปหน้าร้านอีกครั้ง เพราะรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหว เห็นชายสองคนท่าทางมีพิรุธเป”ดประตูร้านเข้ามา มองไปทางโต๊ะของอภิชาติกับฤทธิชัยอึดใจแล้วกลับออกไป ดาวมองออกว่าเป“นสมุนของสินชัยที่ส่งมาประกบพวกตำรวจ ลุงเดชไม่อยากมีปัญหารีบลุกออกมา เด็กๆลุกตาม ดาวอดหันไปมองฤทธิชัยไม่ได้ จึงชนเข้ากับพนักงานเสิร์ฟซึ่งถือถาดใส่แก้วน้ำอย่างจัง แก้วตกแตกเสียงดัง

ฤทธิชัยหันมองตามเสียง สายตาประสานกับดาวพอดี เขารู้สึกคุ้นๆ ดาวได้สติรีบเดินตามลุงเดชออกไปหน้าร้านอาหาร พบชายสองคนเมื่อกี้ยืนคุยกับพวกตัวเองอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในรถ ไผ่เดาว่าเดี๋ยวคงมีการยิงกันเละแน่ๆ ดาวมองปราดเดียวก็รู้ว่าพวกสมุนสินชัยไม่มีฝีมือพอจะสู้สองหนุ่มนั่นได้...

ครู่ต่อมา ขณะที่ลุงเดชกับพวกเด็กๆกำลังเข้าไปในตลาดบ้านดอนเสือ  เห็นมีกลุ่มชาวนามุงกันอยู่นับสิบคน ทันใดนั้นมีชายชาวนาคนหนึ่งถูกนักเลงร่างยักษ์ผลักกระเด็นมากองกลางถนน จักจั่นจะเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ลุงเดชเตือนว่าอย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ดาวโพล่งขึ้นทันทีว่า

"เรื่องพ่อค้ากดราคาพืชไร่...ดาวได้ยินทุกอย่าง อย่าถามว่าได้ยินยังไง ดาวไม่รู้ แค่อยากได้ยินก็ได้ยิน...ชาวนากำลังต่อรองราคา แต่พวกมันไม่ยอม...ดาวอยากช่วยชาวนา ขอเวลาดาวแป๊บหนึ่งนะจ๊ะลุง"

ลุงเดชนิ่งคิดอยู่อึดใจก่อนจะพยักหน้า จักจั่นกับไผ่ขอตามไปดู ลุงเดชเตือนว่าดูได้แต่ห้ามยุ่ง ปล่อยให้ดาวจัดการเอง ดาวเดินแหวกกลุ่มชาวนาเข้าไปถึงโต๊ะติดต่อรับซื้อสินค้า มีเสมียนชายนั่งอยู่ข้างๆผู้ชายท่าทางเหมือนเถ้าแก่ ด้านหลังพวกนั้นมีนักเลงตัวโตสองคนยืนคุมเชิงอยู่ เถ้าแก่ถาม เธอว่ามีอะไรมาขาย

"ฉันอยากจะขายข้าวเกวียนละหมื่นสองจ้ะ"

พวกนั้นพากันหัวเราะร่วนราวกับสิ่งที่ดาวพูดเป็นเรื่องตลก  เสมียนพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่าที่นี่รับซื้อแค่ เกวียนละสามพันบาท ดาวเพ่งสายตาไปยังเถ้าแก่ มือสองข้างของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าเขา ค่อยๆขยุ้มเข้าหากันคล้ายกำลังบีบอะไรสักอย่าง พลันเถ้าแก่หัวเราะไม่ออกเหมือนมีอะไรติดคอ ส่งเสียงครืดคราด