ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ป่านางเสือ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ป่านางเสือ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ ป่าทึบเขียวขจีแห่งหนึ่งไม่ห่างจากหมู่บ้านดอนเสือ อิทธิ หัวหน้าหน่วยปราบปรามพวกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และลุงเดชหัวหน้าเจ้าหน้าที่อาสาฯนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจป่าไม้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อาสาฯ อีกจำนวนหนึ่งบุกล้อมพวกลักลอบตัดไม้ซึ่งมีชายชื่อ "เกรียง" เป็นหัวหน้า

เกิดการยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด พวกคนร้ายสู้ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่ได้ถูกยิงตายไปหลายคน เกรียงเห็นฝ่ายตนเพลี่ยงพล้ำรีบชิ่งหนีเอาตัวรอด อิทธิไล่ตามหวังจะจับเป็น แต่เกรียงขัดขวางการจับกุมและคิดต่อสู้ อิทธิจำใจต้องฆ่าเขาเพื่อป้องกันตัว พวกคนร้ายที่เหลือยอมจำนน ทิ้งอาวุธและมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่

ในเวลาต่อมา อิทธิ ลุงเดชกับพวก นำตัวคนร้ายที่จับได้มายังสถานีตำรวจป่าไม้ เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจป่าไม้สองนายยืนรออยู่กับกลุ่มของสินชัย นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ผู้มีอิทธิพล อิทธิดูไม่แปลกใจนักที่เจอสินชัย เขาก้าวลงจากรถตรงมาถาม เจ้าหน้าที่ฯทั้งสองนายว่ามีธุระอะไรกับตน

"อ๋อ...คือว่า ท่านผู้ใหญ่มีคำสั่งมา ให้นำไม้ของกลางมาประมูลเพื่อไม่ให้ทรัพยากรสูญเปล่า รายได้เพื่อใช้ในการปราบปรามพวกลักลอบตัดไม้ทำลายป่า"

"อืม...คุณก็เลยพาคุณสินชัยกับเพื่อนๆมาประมูล"

"เอ่อ...ถูกต้องครับ..."

"เสียใจด้วยครับ ขณะเข้ากวาดล้าง พวกมันเผาไม้ซึ่งเป็นหลักฐานเสียหายหมด...แต่คิดดูอีกทีถึงเอามาประมูลก็ได้ไม่กี่สตางค์หรอกครับ...แต่ตอนคุณสินชัยเอาไปขายน่ะสิ...ได้หลายสตางค์"

สินชัยกับเพื่อนหันมองหน้ากันสีหน้าไม่ค่อยพอใจ อิทธิไม่สนใจ ขอตัวไปทำงานต่อ ขยับจะกลับไปที่รถแต่นึกอะไรขึ้นมาได้ หันกลับมาพูดกับสินชัยว่า ศพของคนร้ายซึ่งเป็นหลักฐานอยู่ที่ ร.พ.ประจำจังหวัด ดูแล้วหน้าตาคุ้นๆคล้ายคนงานของสินชัย อิทธิว่าแล้วเดินต่อไปที่รถ สั่งให้ลูกน้องของเขาพาคนร้ายไปขังไว้ก่อน

"ท่านจะให้ทำอย่างไรกับพวกไม้ของกลางครับ" ลุงเดชกระซิบถามอิทธิ

"ลุงก็ได้ยินไม่ใช่หรือ เพื่อไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติสูญเปล่า เอาไปซ่อมแซมโรงเรียนของหมู่บ้าน ถ้าเหลือก็แจกให้ชาวบ้านเอาไปซ่อมแซมบ้านเรือน" อิทธิว่าแล้วขึ้นรถจิ๊ป ลุงเดชยิ้ม กระโดดขึ้นตาม

สินชัยมองตามรถของอิทธิแล่นออกไปด้วยความแค้น รู้แก่ใจดีว่าอิทธิโกหกเรื่องไม้ของกลาง แม้ตอนนี้สินชัยจะทำอะไรอิทธิไม่ได้ แต่ก็มีแผนร้ายเตรียมไว้จัดการกับคนที่บังอาจมาลูบคมคนอย่างเขา

ooooooo

วันรุ่งขึ้น อิทธิพาคุณหญิงรัตนาผู้เป็นภรรยาและหนูพฤกษา ลูกสาววัยสี่ขวบของเขามาปิกนิกท่ามกลางธรรมชาติสวยงามแถวลานกว้างไม่ห่างจากป่าทึบ อิทธิขอโทษรัตนาที่ทำให้เธอกับลูกต้องมาลำบากจึงอยากให้ทั้งคู่กลับไปอยู่กรุงเทพฯ แต่รัตนาไม่ไปจะขออยู่ที่นี่เพื่อเป็นกำลังใจให้เขาปฏิบัติหน้าที่ปกป้องและรักษาป่าสมบัติของแผ่นดิน อิทธิยิ้มภูมิใจ จังหวะนั้นมีเสียงหนูพฤกษาหัวเราะคิกคักดังขึ้น

สองสามีภรรยาหันไปดู เห็นลูกสาวกำลังโบกไม้โบกมือให้อะไรบางอย่างในป่า อิทธิมองไปยังทิศทางนั้นแล้ว ตกใจสุดขีด เห็นนางเสือดาวตัวหนึ่งกำลังจ้องมองมายังเด็กน้อย เขาพุ่งโอบลูกไว้ พร้อมกับชักปืนที่เหน็บเอวขึ้นมากระชับในมือ รัตนาตามมาดึงตัวหนูน้อยมากอดสีหน้าตื่นเต้น

อิทธิสั่งให้รัตนาพาลูกออกไป รัตนายังไม่ทันจะขยับ นางเสือดาวกลับเป็นฝ่ายถอยกลับเข้าไปในแนวป่า อิทธิมองตามแปลกใจ เขามาอยู่บ้านดอนเสือตั้งนานเพิ่งได้เจอเสือวันนี้เองโชคดีที่มันไม่กระโจนใส่ลูก รัตนากลับคิดว่าเป็นนิมิตดีที่เสือดาวมาปรากฏตัวให้เห็น อิทธิแซวเธอว่าชอบเห็นอะไรต่ออะไรเป็นนิมิตไปหมด

"อ้าว...ของแบบนี้ไม่เชื่อห้ามลบหลู่นะคะ ฉันคิดว่าคุณรักษาป่า ป่าเลยคุ้มครองเรา คุ้มครองลูกเราด้วยไงคะ...ฉันว่าเสือดาวเหมือนจะมาเล่นกับลูกเรามากกว่า"

อิทธิอ้าปากจะค้าน แต่เสียงคำรามของเสือดังขึ้นก่อน เขาถึงกับอึ้ง...

คืนเดียวกันนั้น หลักจากสินชัย เสี่ยม้ง และเสี่ยเหลิมตกลงแบ่งสรรปันส่วนธุรกิจมืดกันลงตัวแล้ว สินชัยเสนอให้กำจัดอิทธิ เสี่ยเหลิมกับเสี่ยม้งต่างเห็นด้วย สินชัยยิ้มพอใจ หันไปสั่งนายไชยสมุนคนสนิทและเป็นพี่ชายของเกรียงที่ถูกอิทธิฆ่าตาย รีบไปจัดการเก็บอิทธิ ส่วนเขาจะหลบไปอยู่กรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้เรื่องนี้มาถึงตัว

ooooooo

นายไชยวางแผนให้วันที่อิทธิมาเป็นประธานแจกเหรียญเชิดชูเจ้าหน้าที่อาสาฯดีเด่นในวันครบรอบหนึ่งปีของการก่อตั้งค่ายอาสาฯเป็นวันตายของเขา และบังเอิญในวันนั้น อิทธิพาหนูพฤกษามาร่วมงานด้วย โดยไม่รู้ ว่านายไชยกับสมุนดักรอทำร้ายเขากับลูกระหว่างเส้นทางขากลับช่วงที่ต้องผ่านป่า

ลุงเดชกับเจ้าหน้าที่หน่วยอาสาฯเป็นห่วงในความปลอดภัยของอิทธิกับลูก จึงเสนอตัวขับรถตามมาส่ง รถของอิทธิกับคณะเข้าใกล้จุดที่นายไชยกับพวกซุ่มรออยู่ พลัน นางเสือดาวปรากฏตัวขึ้น ส่งเสียงคำรามเหมือนเป็นการเตือนภัย แต่ไม่มีใครเอะใจ พอรถของอิทธิกับคณะแล่นพ้นโค้ง เจอต้นไม้ใหญ่ล้มขวางทาง

ลุงเดชเห็นผิดสังเกตสั่งให้คนขับถอยรถ แต่ไม่ทัน พวกนายไชยลากท่อนซุงมาปิดทางหนี แล้วเปิดฉากยิงถล่มรถของอิทธิกับคณะ ลุงเดชและเจ้าหน้าที่อาสาฯต่างหลบกระสุนกันอลหม่าน อิทธิคว้าตัวลูกสาวพุ่งหลบหลังต้นไม้ แล้วชักปืนขึ้นยิงโต้ตอบ พวกอิทธิกำลังน้อยกว่าเริ่มเสียเปรียบ อิทธิเห็นท่าไม่ดี วานลุงเดชช่วยพาหนูพฤกษาหนี ส่วนเขาจะยิงสกัดพวกนั้นให้ ลุงเดชทำท่าจะไม่ยอมไป

อิทธิต้องสั่งเสียงเฉียบว่า "อย่าช้า...พวกมันต้องการผม ลุงพาหนูษาออกไป...เร็วเข้า" แล้วหันมาบอกหนูน้อยว่าพ่อต้องอยู่ปกป้องแผ่นดิน ให้ลูกไปกับลุงเดชก่อน หนูน้อยว่าง่ายกอดคอลุงเดชไว้แน่น ลุงเดชรับปากว่าจะส่งหนูพฤกษากลับไปหาแม่ของแกอย่างปลอดภัย

"หนูษาต้องอยู่ป่า ปกป้องป่าขจัดคนชั่ว ถ้ากลับบ้านตอนนี้ ชีวิตหนูษาจะจบสิ้น ป่าจะไม่มีเหลือ คนชั่วจะลอยนวล... จำไว้" อิทธิไม่สนใจคำทัดทานของลุงเดชที่ว่าหนูพฤกษายังเด็กเกินไปที่จะอยู่ในป่า ขอร้องให้ลุงเดชช่วยดูแลแกแทนเขาด้วย แล้วกำชับให้รีบหนี ลุงเดชอุ้มหนูน้อยบ่ายหน้าไปยังป่าลึก

เป็นจังหวะเดียวกับพวกของนายไชยบุกฝ่ากองกำลังเจ้าหน้าที่อาสาฯใกล้เข้ามา อิทธิล่อพวกนั้นไปอีกทางหนึ่งพร้อมกับเจ้าหน้าที่อาสาฯที่เหลือ เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นไปทั้งป่า สักพัก จึงสงบ

ร่างของเจ้าหน้าที่อาสาฯนอนตายเกลื่อน ส่วนร่างของอิทธิยืนพิงต้นไม้ตายตาไม่หลับ พวกสมุนหางแถวเห็นเข้า ถึงกับหยุดกึกไม่กล้าเข้าใกล้กลัววิญญาณเฮี้ยนของคนตายจะตามมาหลอกหลอน นายไชยไม่สนใจกวาดตามองหาไปรอบๆไม่เห็นลูกสาวของอิทธิ ตะโกนสั่งสมุนออกตามล่าทันที

ooooooo

ลุงเดชเดาออกว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับอิทธิ กระชับกอดหนูพฤกษาไว้แน่น เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก แต่พวกนายไชยไล่ล่าเข้ามาใกล้ทุกที ลุงเดชตัดสินใจพาหนูน้อยซ่อนหลังพุ่มไม้หนารอให้พวกมันผ่านไปก่อน   สายตาของทั้งคู่จับจ้องที่นายไชยกับพวกเหมือนต้องการจะจดจำไว้ทุกรายละเอียด ลุงเดชกระซิบข้างหูหนูน้อย

"หนูษาอยู่ที่นี่ก่อน อย่าไปไหนเดี๋ยวลุงมา"

เด็กน้อยพยักหน้ารับคำ ลุงเดชค่อยๆย่องออกจากพุ่มไม้ หาจังหวะเข้าโจมตีด้านหลังพวกนายไชย ขณะย่องเข้าไปใกล้ๆ ลุงเดชทำพลาดเหยียบกิ่งไม้หักเสียงดัง พวกนั้นหันขวับมาทางเขาพร้อมกับเล็งปืนใส่

นายไชยขู่ว่า "ไอ้แก่...เอ็งไม่รอดแน่"

"ข้าจะเอาเอ็งไปด้วย" ลุงเดชจ้องปืนไปยังนายไชย ไม่สนใจสมุนคนอื่นๆ

แต่แล้วลุงเดชตกใจแทบช็อก เมื่อเหลือบเห็นหนูพฤกษายืนอยู่ด้านหลังเหล่าร้าย พวกนั้นเห็นท่าทางมีพิรุธของลุงเดช หันกลับไปมอง พากันแปลกใจที่เห็นหนูน้อยยืนอยู่ จังหวะที่ลุงเดชกับหนูพฤกษากำลังเพลี่ยงพล้ำ เสือดาวตัวเดิมโผล่เข้ามาเบี่ยงเบนความสนใจจากพวกนายไชย ลุงเดชได้โอกาสเหมาะสาดกระสุนใส่พวกคนร้ายไม่ยั้ง นายไชยโชคดีที่มีสมุนยืนบังจึงรอดคมกระสุนไปได้หวุดหวิด ลุงเดชยิงซ้ำอีกครั้ง

คราวนี้ กระสุนเฉี่ยวหัวไหล่นายไชยจนปืนหลุดมือ นายไชยเห็นจวนตัวรีบเผ่นหนี สมุนสองคนที่เหลือจะยิงลุงเดช แต่โดนเสือดาวกระโจนใส่เสียก่อน พวกนั้นตกใจสุดขีดร้องลั่น เสือดาวกลับเป็นแค่เงาดำพุ่งผ่านแล้วไปปรากฏตัวอีกทีบนคบไม้อีกด้านหนึ่ง พวกนั้นถึงกับตาเหลือกหนีลนลาน

พอลุงเดชตั้งสติได้ ปรี่ไปหาหนูพฤกษาซึ่งกำลังยืนมองเสือดาว คว้าร่างแกมากอดไว้ เขามองเสือดาวอึดใจก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณและให้ความเคารพ แล้วเร่งฝีเท้าเข้าไปในพงป่า ลุงเดชหนีระหกระเหินลึกเข้าไปในป่าดงดิบโดยมีหนูพฤกษานอนหลับพาดอยู่บนไหล่ เจอเข้ากับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มีแสงเป็นหัวหน้า

ทีแรกลุงเดชจำแสงไม่ได้ แต่พอเห็นหน้าชัดๆก็จำได้ ทักว่าหายไปจากบ้านดอนเสือนานจนเขานึกว่าแสงตายไปแล้ว แสงถามว่าทำไมลุงเดชกับเด็กน้อยถึงบุกป่าเข้ามาถึงที่นี่ได้ ลุงเดชถอนใจ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังระหว่างเดินทางต่อไปยังบ้านของแสงซึ่งตั้งอยู่ในค่ายโจรกลางป่าดงดิบ

ไม่นานนัก ลุงเดชก็มาถึงบ้านพักของแสง ค่อยๆวางหนูพฤกษาลงบนแคร่ ด.ญ.จักจั่น กับด.ช.ไผ่ลูกๆของแสงซึ่งมีอายุไล่เลี่ยกับหนูพฤกษานั่งมองอยู่ไม่ห่าง สมพรเมียของแสงเอาผ้าชุบน้ำค่อยๆเช็ดหน้าเช็ดตาให้หนูพฤกษา แสงบอกลุงเดชอย่างเจ็บแค้นใจว่า ที่ตนเองกับพวกต้องมาปล้นเขากินก็เพราะถูกพวกไอ้สินชัยคนนี้บีบคั้นเช่นกัน พอแสงรู้จากลุงเดชว่าอิทธิต้องการให้ลูกสาวตัวเองเติบโตในป่าแห่งนี้ จะได้ปกป้องป่าต่อจากพ่อ

เขาเลยชวนลุงเดชกับหนูพฤกษาอยู่กับเขาที่นี่ รับรองว่าไม่มีใครกล้าบุกเข้ามาแน่ๆ   ลุงเดชมีข้อแม้ว่าถ้าจะให้เขากับ

หนูพฤกษาอยู่ที่นี่ แสงกับพวกต้องเลิกปล้น แต่ถ้าเลิกไม่ได้ก็ต้องปล้นเฉพาะพวกคนเลวๆอย่างสินชัย แสงเห็นด้วย แต่ลุงเดชต้องรับปากว่าจะเป็นผู้นำพวกตน ลุงเดชรับข้อตกลงทันที และเขาต้องการให้แสงรวบรวมยอดฝีมือในการต่อสู้ทุกรูปแบบ รวมทั้งหาพรานฝีมือดีมาด้วย

"ข้าต้องการให้หนูษา รวมทั้งลูกเอ็งมีฝีมือที่จะจัดการกับพวกชั่วได้...สมพร เธอเคยเป็นครู ช่วยสอนเด็กสามคนนี้ ให้รู้ทุกอย่าง ให้โตขึ้นเป็นผู้ดี เป็นคนดีรู้จักคิดรู้จักทำ แต่ฉันไม่อยากให้เด็กสามคนนี้โตในป่าเท่านั้น"

"ฉันมีญาติอยู่ในตัวจังหวัดชื่อโสภา มีกิจการค้าขายพอจะไปพักพิงได้"

"ดี...ทุกๆสามเดือน ต้องหาทางพาเด็กพวกนี้ไปอยู่กับญาติของเธอ อย่างน้อยหนึ่งเดือน มันจะได้หูตากว้าง ฉลาด รู้ทันคน... และต่อไปนี้จะไม่มีชื่อหนูพฤกษา จะมีแต่ชื่อหนูดาวเท่านั้น"

สมพรและแสงเห็นด้วยกับแผนการทุกอย่างของลุงเดช ตีเกราะเรียกทุกคนในค่ายมารวมตัวกันที่ลานกว้าง ครู่ต่อมา แสงกับสมพรพร้อมด้วยลูกชายหญิงทั้งสองคนรวมทั้งลุงเดชกับหนูพฤกษามายืนอยู่กลางลาน

ลุงเดชประกาศก้องว่า "บอกพี่น้องของเอ็งไอ้แสง...ต่อไปนี้เราจะปล้นธุรกิจทุกอย่างของนายสินชัย แต่ไม่ใช่เพราะเราต้องการความร่ำรวย แต่เราจะปล้นสิ่งที่พวกมันปล้นเอาไปจากชาติ จากชาวบ้าน เอาไปแจกจ่ายคืนให้กับคนจนและอยู่อย่างพอเพียงเท่านั้น"

แสงตะโกนถามทุกคนในที่นี่ว่าได้ยินที่ลุงเดชพูดไหม ทุกคนต่างส่งเสียงเฮรับดังลั่นไปทั้งป่า

ooooooo

15 ปีผ่านไป หนูพฤกษาซึ่งมีชื่อใหม่ว่า "ดาว" โตเป็นสาวสวยมีฝีมือในการต่อสู้ทุกรูปแบบ เคลื่อนไหวในป่าได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว จักจั่นกับไผ่ก็ถูกฝึกมาอย่างดีเช่นกัน แต่ฝีมือดูจะด้อยกว่าดาวเล็กน้อย ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังฝึกฝีมืออยู่ในป่า มีเสียงคำรามของเสือดังขึ้น

ทุกคนหยุดกึก หันไปยังทิศทางของเสียง เห็นเสือดาวตัวหนึ่งยืนผงาดอยู่บนกิ่งไม้ จักจั่นทักว่าเสือดาวตัวเดิมมาหาพี่ดาวอีกแล้ว ดาวเดินเข้าไปใกล้ พลางโบกมือให้เสือดาวเหมือนที่เคยทำ

"ไม่น่าจะใช่นะ ตัวเดิมป่านนี้แก่ตายไปแล้ว"

"ชูว์...ห้ามพูดพี่ไผ่ เสือตัวนี้เป็นเสือของเจ้าป่า ไม่มีวันแก่ ไม่มีวันตาย พูดมากเดี๋ยวเจอดี"

ไผ่รีบหุบปากเงียบ ดาวมั่นใจว่าเป็นเสือดาวตัวเดิมแน่ๆ โบกมือให้มันอีกครั้ง เสือดาวคำรามราวกับขานรับแล้วผละจากไป จักจั่นสงสัยว่าทำไมเสือตัวนี้ถึงคอยออกมาเผยตัวให้พี่ดาวเห็นอยู่ตลอดตั้งแต่เล็กจนโต

"พี่ไม่รู้เหมือนกัน แต่พี่ดีใจที่เห็นนะ...เหมือนเขามาคอยดูแล" ดาวรู้สึกผูกพันกับเสือดาวตัวนี้...

ในเวลาเดียวกัน ที่กรุงเทพฯหน้าโกดังเก็บของแห่งหนึ่ง ฤทธิชัยนายร้อยตำรวจเอกประจำกองปราบฯ ได้รับรายงานจากสายว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดลอตใหญ่กันที่นี่ จึงยกกำลังตำรวจเข้าจู่โจม คนร้ายยิงต่อสู้กับตำรวจหูดับตับไหม้ แต่สู้ไม่ได้ โยนปืนทิ้ง ยกมือยอมแพ้

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ แล้วรีบมารายงานฤทธิชัยว่าพบกระเป๋าเงินสองใบ มีเงินรวมกันประมาณ 20 ล้านบาท พร้อมกับเฮโรอีนอีกหลายสิบกิโลกรัม ผู้กองหนุ่มยิ้มอย่างพอใจ...

เหตุการณ์บุกจับเฮโรอีนครั้งนี้ สร้างความไม่พอใจให้ กับสินชัยอย่างมาก เขาต้องสูญเงินเกือบร้อยล้านบาทไปในพริบตา สินชัยแค้นใจมาก สั่งให้สมุนจัดการกำจัดฤทธิชัยให้เร็วที่สุด

ooooooo

ลุงเดชซึ่งขณะนี้มีผมขาวขึ้นประปราย เดินเตร่ อยู่ที่ลานกว้างกลางค่ายสักพัก ก่อนจะหันไปบ่นกับแสงว่าดาว จักจั่นกับไผ่หายไปไหน สายป่านนี้แล้วทำไมยังไม่มา จังหวะนั้นดาวตีลังกาม้วนตัวเข้ามายืนตรงหน้าผู้อาวุโสทั้งสองคน แสงไม่เห็นจักจั่นกับไผ่เลยถามหา ดาวยังไม่ทันตอบจักจั่นกับไผ่มาถึงพอดี

"เอ็งสองคนตามหนูดาวไม่ทันอีกแล้ว อย่างนี้จะเป็นบอดี้การ์ดหนูดาวได้อย่างไร" แสงตำหนิลูกๆ

จักจั่นเข้ามากอดเอวดาวทางด้านหลัง ออดอ้อนดาวว่าช่วยลดความเร็วลงหน่อย หัดรอบอดี้การ์ดบ้าง เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ไผ่พยักพเยิดเห็นด้วยกับน้องสาว ดาวยิ้ม แล้วหันไปเร่งลุงเดชรีบพาพวกตนไปช็อปปิ้งเร็วๆ เธอคันมือเต็มทีแล้ว ลุงเดชปรามทั้งสามคนว่าตอนอยู่ในตัวเมืองห้ามโชว์ฝีมือให้ใครเห็นเด็ดขาด

พวกเราต้องไม่ทำตัวให้เป็นจุดสนใจของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือของพวกคนร้าย เด็กทั้งสามคนรับคำ จักจั่นกับไผ่เฮลั่นเมื่อรู้ว่าพ่อกับแม่ของพวกตนไม่เข้าเมืองด้วย ลุงเดชกับพวกเด็กๆเดินเท้าออกจากค่ายมาถึงหน้าผา มีหน่วยระวังภัยมารอต้อนรับพาขึ้นกระเช้า ซึ่งสร้างไว้เพื่อชักรอกข้ามไปยังเขาอีกฟากหนึ่ง

พอทั้งสี่คนถึงฝั่งตรงข้าม จะพบหน่วยระวังภัยอีกหน่วยหนึ่งรออยู่ ลุงเดชกับเด็กๆต้องเดินเท้าต่ออีกพักหนึ่ง ถึงจะเจอรถกระบะที่จัดเตรียมไว้สำหรับขับเข้าตัวเมือง...ไม่นานนัก ลุงเดชกับพวกก็มาถึงบ้านของโสภา ญาติของสมพร โสภาส่งมือถือให้ทุกคน คนละหนึ่งเครื่องไว้ใช้ติดต่อกันระหว่างอยู่ที่นี่

"นี่ไอพอดของดาว น้าให้เด็กที่ร้านโหลดเพลงใหม่ๆ ให้แล้ว....แล้วนี่ของจักจั่นกับไผ่"

เด็กทั้งสามคนรับไอพอดด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม โสภาบอกลุงเดชว่าของที่เขาสั่ง เธอจัดไว้ให้เรียบร้อยแล้วอยู่หลังบ้าน ลุงเดชขอบใจพลางยื่นซองใส่เงินปึกใหญ่ให้ แล้วทั้งสี่คนบ่ายหน้าไปยังตลาด...

ครู่ต่อมา ลุงเดชขับรถกระบะมาจอดใกล้ๆตลาด ปล่อยให้เด็กๆไปช็อปปิ้งกันตามสบาย นัดกันว่าอีกสามชั่วโมงให้ ทุกคนกลับมาเจอกันที่รถ ดาวอยากค้างที่นี่สักคืนจะได้มีเวลาดูหนังสักเรื่องสองเรื่องเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ จักจั่นกับไผ่ยกมือสนับสนุนกันใหญ่ ลุงเดชขอคิดดูก่อน

"...อย่าลืม...ทุกคนต้องซื้อหนังสือคนละสามเล่ม"

แม้เด็กทั้งสามคนจะรู้ว่าลุงเดชหวังดีอยากให้ทุกคนรอบรู้ แต่ก็อดบ่นไม่ได้...

ดาว จักจั่น และไผ่แวะหาข้าวกลางวันกินที่ร้านอาหารแถวตลาด เสร็จแล้วจึงแวะไปช็อปปิ้งต่อ ถึงเวลาสามชั่วโมงตามนัด ทุกคนมาเจอกันที่รถกระบะ ลุงเดชขนสัมภาระจากบ้านโสภาใส่ท้ายรถ คลุมด้วยผ้าใบเรียบร้อย จากนั้นทั้งหมดมุ่งหน้ากลับค่าย

ooooooo

ขณะลุงเดชขับรถบุกเข้าไปในป่า สังเกตเห็นมีรอยยางรถใหม่ๆหายเข้าไปดงป่าทึบ เขาชะลอรถดู แล้วสรุปว่าต้องเป็นพวกลักลอบตัดไม้ ดาวอยากลุยกับพวกคนชั่วมานาน ขยับจะลงจากรถ ลุงเดชร้องห้ามไม่ให้ใครไปไหนทั้งนั้น พวกเราต้องไปจากที่นี่

"น่าลุงเดช ลุงบอกว่าฝีมือพวกเราพร้อมแล้ว" ไผ่คะยั้นคะยอ

"ใช่พร้อม...แต่ต้องอยู่แนวหลังและมีพวกเราอยู่ด้วย ไม่ใช่ตอนนี้เด็ดขาด" ลุงเดชว่าแล้วค่อยๆขับรถไปอย่างระมัดระวัง แต่ไม่ทันกาลเสียแล้ว ชายฉกรรจ์ 5 คน พร้อมอาวุธครบมือกรูกันเข้าล้อมรถ พวกนั้นเห็นหน้าตาสะสวยของดาวกับจักจั่นคิดจะทำมิดีมิร้าย สั่งให้ทุกคนลงจากรถ

เอาปืนจี้บังคับแยกผู้ชายไปทาง ผู้หญิงไปอีกทางหนึ่ง ดาวกับจักจั่นหาจังหวะเหมาะเล่นงานคนร้ายที่คุมตัวพวกเธอสลบเหมือด จักจั่นแยกตัวไปช่วยลุงเดชกับไผ่ ขณะที่ดาวแยกไปจัดการพวกคนร้ายที่เหลือ หลังจากจักจั่นช่วยลุงเดชกับไผ่ได้แล้ว เธอกับไผ่รีบตามไปช่วยดาว ส่วนลุงเดชยึดปืนพวกนั้นไว้แล้วกลับไปเอารถ

ทางฝ่ายดาวตามรอยรถของพวกคนร้ายไปจนถึงกลางป่า เห็นรถบรรทุกหนึ่งคันกับรถกระบะลุยป่าอีกสองคันจอดอยู่ มีพวกเหล่าร้ายนับสิบคนกำลังส่งมอบสินค้าและเงินกันอยู่

"ที่แท้มันมาซื้อขายสินค้าเถื่อนกันที่นี่"

ทันใดนั้น เสือดาวก็ปรากฏตัวขึ้น คำรามเสียงดังดึงความสนใจของพวกคนร้าย ดาวได้ทีพุ่งออกจากที่ซ่อน สาดกระสุนใส่พวกนั้นเป็นชุด พวกมันไม่ทันตั้งตัววงแตกทันที คนร้ายคนหนึ่งยิงปืนโต้ตอบ ดาวโดดหลบหลังต้นไม้แล้วยิงสวน ถูกอกเขาเต็มๆถึงกับทรุดฮวบ

ระหว่างนั้น จักจั่นกับไผ่ตามมาสมทบจากอีกด้านหนึ่ง ระดมยิงใส่พวกคนร้ายอุตลุด พวกนั้นเริ่มระส่ำไม่รู้จะหลบไปทางไหน หนึ่งในพวกนั้นตัดสินใจโดดขึ้นรถกระบะสตาร์ตเครื่อง พวกที่เหลือได้ยินเสียงเครื่องยนต์ รีบโดดขึ้นรถหนีตายกันจ้าละหวั่น รถกระบะแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งรถบรรทุกของเถื่อนไว้ตรงนั้น

ooooooo

ฤทธิชัยมาขอพบท่านรองฯก้องเกียรติที่กองปราบฯแต่เช้า เพื่อสอบถามว่าข่าวของสินชัยที่สายของท่านแจ้งมาเชื่อถือได้แค่ไหน ท่านรองฯยืนยันว่าเชื่อถือได้เพียงแต่ทางเรายังไม่มีหลักฐาน ฤทธิชัยขอให้ปล่อยเรื่องนี้เป็นหน้าที่เขาเอง ท่านรองฯยิ้มอย่างรู้ทัน บอกว่าถ้าผู้กองจะออกนอกลู่นอกทางเขาไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วย

"ผมรับผิดชอบไม่ได้...ผู้กองก็รู้...ถ้าจะทำอะไรนอกกรอบก็อย่าทิ้งร่องรอย ต้องเนียนที่สุด"

"ครับผม...มีอะไรอีกไหมครับ"

"มีทนายเก่งๆสักคน" ท่านรองฯพูดติดตลก

ฤทธิชัยยิ้ม ทำความเคารพแล้วออกจากห้อง ระหว่างเดินกลับมายังรถของตัวเอง ฤทธิชัยนึกถึงอภิชาติเพื่อนซี้ ซึ่งมีอาชีพทนายความขึ้นมาได้ คว้ามือถือโทร.นัดให้เขามาพบ อ้างว่ามีเรื่องจะปรึกษา อภิชาติขอคิดเงินค่าปรึกษาทันที ผู้กองหนุ่มโวยลั่นว่าไหนเคยบอกว่าปรึกษาฟรี

"เฉพาะคนจนที่ไม่มีทางสู้เว้ย....นายมันรวยอยู่แล้ว ต้องคิดหนักๆหน่อย"

"ได้เลย...คืนนี้ฉันเลี้ยงข้าว"

"นั่น...มันต้องอย่างนั้น เพื่อตอบแทนความมีน้ำใจของเพื่อน ฉันจะพาสาวไปเผื่อนายด้วย"

ฤทธิชัยอ้าปากจะปฏิเสธความหวังดีของเพื่อน แต่ไม่ทัน อภิชาติรีบวางสายไปก่อน...

ขณะเดียวกันระหว่างที่ดาว จักจั่นกับไผ่กำลังฝึกฝีมืออยู่กลางป่าทึบ เสือดาวตัวเดิมปรากฏตัวขึ้น คราวนี้มันยืนมองดาวนิ่ง ก่อนจะค่อยๆเดินหายไปในพุ่มไม้หนาทึบ ดาวจ้องมองอย่างแปลกใจว่าทำไมวันนี้ถึงมาแบบเงียบๆชักเอะใจ ปราดเข้าไปตรงที่เสือดาวยืนเมื่อกี้ จักจั่นกับไผ่พุ่งตามไปติดๆ

ทั้งสามคนต้องประหลาดใจเมื่อเจอลูกเสือดาวตัวเล็กน่ารักยืนอยู่ ดาวรีบอุ้มลูกเสือขึ้นมากอด จักจั่นแนะให้ดาวเอาเสือน้อยตัวนี้กลับไปเลี้ยง ไผ่คัดค้านว่าไม่ควรทำ

"ปล่อยไว้นี่อาจจะถูกงูหรือพวกหมาป่ากัดตายก็ได้ ดาวว่าเราเอากลับไปบ้านก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่"

ดาวว่าแล้วตรงกลับค่ายทันที จักจั่นกับไผ่รีบวิ่งตาม ครู่ต่อมา ดาวนำลูกเสือมาให้ลุงเดชกับแสงดู แสงลงความเห็นหลังจากฟังเด็กๆเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นว่า นางเสือดาวคงอยากให้ลูกของมันมาอยู่ใกล้ๆเพื่อคอยดูแลดาว ลุงเดชคิดคล้อยตาม ดาวได้ทีขออนุญาตลุงเดชเลี้ยงเจ้าตัวเล็ก จักจั่นอาสาช่วยเลี้ยงอีกแรง ลุงเดชทนสองสาวรบเร้าไม่ไหวยอมให้เลี้ยง จักจั่นขอให้ทุกคนช่วยกันตั้งชื่อลูกเสือ ดาวนิ่งคิดอยู่อึดใจ

"สายฟ้า...ชื่อสายฟ้า...จะได้วิ่งเร็วเหมือนสายฟ้าแล้วก็ผ่าไอ้พวกคนชั่ว"

ทุกคนหัวเราะชอบใจ พอใจกับชื่อที่ดาวตั้งให้เจ้าเสือน้อย...

หลังจากลุงเดชเห็นผลงานและฝีไม้ลายมือของดาว จักจั่นและไผ่ที่จัดการพวกลักลอบขนสินค้าเถื่อนได้อย่างราบคาบ ค่ำวันเดียวกัน เขาแวะมาหาดาวที่บ้านพัก บอกกับเธอว่า เขาและแสงตัดสินใจแล้วว่าจะให้เธอเริ่มนำกำลังออกปฏิบัติการ แต่จะยังคงมีพวกลุงๆอาๆรวมกลุ่มไปด้วยสักระยะหนึ่งก่อน

หลังจากนั้น ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี ดาวก็จะได้เป็นผู้นำทุกคนแบบเต็มตัว พวกลุงๆอย่างเขาจะได้นอนตีพุงพักผ่อนบ้าง ดาวส่งเสียงไชโยด้วยความดีใจ อุ้มเจ้าสายฟ้ารีบไปบอกข่าวดีนี้กับจักจั่นและไผ่

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ฤทธิชัยนัดเจออภิชาติที่ผับหรูแห่งหนึ่งแถวย่านบันเทิงของกรุงเทพฯ ผู้กองหนุ่มมานั่งรอเพื่อนรักก่อนเวลานัดเล็กน้อยเพื่อดูลู่ทาง เขาสังเกตเห็นทางเข้าด้านในผับมีการ์ดคุมเข้มผิดปกติ ขณะฤทธิชัยกำลังมองสำรวจอยู่นั้น อภิชาติเดินเข้ามาหาพร้อมกับสาวสวยสองคน

"ไงเพื่อน...ฉันบอกแล้ว อภิชาติคำไหนคำนั้น อภิชาติ พูดแล้วต้องใช่...นี่คุณเชอร์รี่และนี่คุณโรส...และนี่ผู้กองฤทธิชัยเพื่อนผม...ชายคนนี้ทั้งโสดทั้งเก่ง ผู้ร้ายเห็นต้องหลบ" อภิชาติคุยอวดสรรพคุณเพื่อน

สองสาวอมยิ้ม ยกมือไหว้อย่างอ่อนช้อย ก่อนจะขอไปห้องน้ำเพื่อเสริมสวย พอสาวสวยทั้งสองคล้อยหลัง ฤทธิชัยต่อว่าเพื่อนรักว่าเขาตั้งใจชวนอภิชาติมาเพื่อช่วยงาน แต่เพื่อนดันพาสาวมาด้วย

"อ๋อ...ที่แท้นายอ้างเรื่องเลี้ยงข้าวฉันมาทำงานของนายนี่เอง"

"นายโตมากับฉัน นายยังไม่รู้สไตล์ฉันเหรอวะ"

"เออๆเอาเป็นว่าเป็นความผิดฉันก็ได้ แล้วนายมาทำอะไร...อ๋อ นึกออกแล้ว นายมาเรื่องนายสินชัยหุ้นส่วนของร้านนี้...เอาน่า...กินข้าวให้สบายใจก่อน มีอะไรฉันช่วยนายอยู่แล้ว"

ฤทธิชัยจำใจยอมตามเพื่อนว่า...หลังจากกินอาหารค่ำกันอย่างเอร็ดอร่อย อภิชาติกับฤทธิชัยนั่งคุยกับโรสและเชอร์รี่อย่างออกรส แต่สายตาของผู้กองหนุ่มกลับคอยจับจ้องไปที่ทางเข้าห้องคาราโอเกะด้านใน

ผ่านไปไม่นาน กลุ่มของสินชัยเข้ามาในผับพร้อมกับกระเป๋าเอกสารใบใหญ่ โดยมีบอดี้การ์ดสองคนคุมหลัง ทั้งหมดเดินเข้าไปด้านในผับ ฤทธิชัยรอสักพัก ก็เห็นชายอีกสามคนถือกระเป๋าเอกสารแบบเดียวกันกับของสินชัย เดินไปทางด้านในเช่นกัน เขารีบขอตัวลุกจากวงสนทนาแล้วเดินตาม เห็นพวกนั้นเดินผ่านการ์ดสองคนเข้าไปในห้องคาราโอเกะส่วนตัว ฤทธิชัยทำไม่รู้ไม่ชี้จะเดินตาม หนึ่งในการ์ดกันไว้ไม่ให้เข้า

ส่วนอีกคนหนึ่งเลื่อนมือไปแตะด้ามปืนที่เหน็บเอวตัวเอง ฤทธิชัยทำทีว่าหาห้องน้ำไม่เจอ การ์ดบอกว่าห้องน้ำอยู่โน่น ชี้มือไปอีกด้านหนึ่งประกอบคำพูด ฤทธิชัยพยักหน้ารับรู้ เดินกลับออกมาทางเดิม เจออภิชาติพอดี อภิชาติเห็นสีหน้าเพื่อนแล้วรู้ทันทีว่าเจอทางตันมา

"พวกมันระวังตัวมากไม่ยอมให้เข้าใกล้ ถ้าฉันลุยเข้าไป พวกมันข้างในต้องรู้ตัวแน่"

"เอาอย่างนี้...นายเฉยไว้เดี๋ยวฉันช่วยจัดการไอ้สองตัวนี่เอง"

ฤทธิชัยทำหน้าไม่ค่อยเชื่อ แต่แผนของอภิชาติได้ผล เขาให้เชอร์รี่กับโรสช่วยเบี่ยงเบนความสนใจการ์ดหน้าห้อง ฤทธิชัยจึงตรงเข้าเล่นงานการ์ดทั้งสองคนได้โดยไม่มีเสียงเอะอะโครมคราม ทำให้พวกในห้องคาราโอเกะไหวตัวทัน สองสาวช่วยงานอภิชาติเสร็จรีบหลบออกไปทันที ฤทธิชัยลากร่างการ์ดทั้งคู่ไปซ่อนแล้วค่อยๆเปิดประตูห้องเข้าไป อภิชาติคว้าปืนจากเอวการ์ดติดมือมาด้วย แล้วเดินตามเพื่อน

ฤทธิชัยปราดเอาปืนจ่อสินชัยไว้ สั่งให้ทุกคนอยู่นิ่งๆเหลือบมองไปที่โต๊ะกลางห้อง เห็นกระเป๋าเอกสารสองใบวางอยู่ ใบหนึ่งเปิดอ้าเผยให้เห็นเงินหลายปึกส่วนอีกใบหนึ่งปิด เขาเอื้อมไปเปิดกระเป๋าเอกสารใบนั้นเห็นยาเสพติดอยู่เต็มกระเป๋า

"โห...มีปาร์ตี้ยาด้วยหรือนี่"

"ผู้กองนี่มันเป็นห้องส่วนตัว คุณบุกรุกโดยพลการไม่มี หมายค้น ทุกอย่างที่คุณพบที่นี่ไม่สามารถยึดเอาไปใช้ในชั้นศาลได้และผมมีสิทธิ์ที่จะฟ้องคุณ" สินชัยหัวหมอขึ้นมาทันที

"เดี๋ยวก่อน...เราไม่ได้บุกมาโดยพลการ เราพบสิ่งผิดกฎหมาย...เจ้าหน้าที่มีสิทธิติดตามสืบสวนหาต้นตอที่อาจจะนำไปสู่อันตรายโดยไม่ต้องรอหมายค้น ผมรู้ดีเพราะผมเป็นทนาย" อภิชาติว่าแล้วโยนปืนสองกระบอกของการ์ดเฝ้าหน้าห้องลงไปที่กระเป๋าเอกสารใส่ยาเสพติด

"ผมรู้กิตติศัพท์คุณดี คุณอภิชาติ แต่คราวนี้คุณเจอตอแน่"

อภิชาติยิ้มกวนไม่สนใจคำขู่ของสินชัย ฤทธิชัยก็เช่นกัน เพราะไม่ว่าจะอย่างไรเขาต้องยึดหลักฐานพวกนี้ไว้ ถ้าสินชัยอยากจะฟ้องร้องใครก็เชิญตามสบาย แล้วพยักพเยิดให้อภิชาติ ยกกระเป๋าทั้งสองใบออกไป ฤทธิชัยค่อยๆถอยตาม บอดี้การ์ดขยับจะตาม แต่สินชัยยกมือห้าม บอกด้วยสีหน้าเครียดๆว่าไม่ต้อง เขาสามารถเอาของคืนได้อยู่ดี แล้วหยิบมือถือขึ้นมากดหาผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งทันที

ด้านสองเพื่อนซี้ตรงไปขึ้นรถของฤทธิชัยแล้วรีบทะยานออกจากผับ อภิชาติต่อว่าเพื่อนว่าอยู่ดีไม่ว่าดี บุกเข้าไปไม่มี หมายค้น หลักฐานที่ยึดมาได้ก็ไม่มีความหมาย ฤทธิชัยรู้เรื่องนี้ดี แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็แค่อยากกวนประสาทสินชัย ให้รู้ว่าเขาคอยจ้องเล่นงานอยู่ และเขาก็ไม่สนด้วยว่าสินชัยจะมีคนใหญ่ๆโตๆหนุนหลัง
"เฮ่อ...เบื่อพวกพระเอกจริงๆ ขืนนายทำแบบนี้บ่อยๆคงถูกเก็บซะก่อนที่จะเจอนางเอก" อภิชาติกระเซ้า

ooooooo

ลุงเดชยังมีข้อแม้อีกนิดหน่อยว่า ถ้าดาว จักจั่นและไผ่จะออกลุยกับเหล่าร้าย ต้องใส่หน้ากากปกปิดใบหน้าที่จริง ไผ่กับจักจั่นระดมความคิดกันใหญ่ว่ากลุ่มของพวกเราจะใช้ชื่ออะไรดี พลันมีเสียงคำรามของเสือดังขึ้น จักจั่นคิดออกทันที ในเมื่อเสือดาวตัวนี้ผูกพันกับพี่ดาวมาก ถึงขนาดให้สายฟ้าลูกของมันมาอยู่ด้วย

เราควรใช้ชื่อ "นางเสือ" ส่วนไผ่ให้ใช้ชื่อ "ผู้พิทักษ์ นางเสือ" ทุกคนตกลงตามจักจั่นว่า จากนั้น เด็กทั้งสามคนเตรียมชุดไว้พร้อมออกลุย ชุดของดาวกับจักจั่นเป็นชุดดำรัดรูป มีผ้าลายเสือดาวโพกหัวลงมาถึงดั้งจมูก ตรงลูกตาสองข้าง

เจาะรูไว้ ชุดของไผ่สีดำเช่นกัน ยกเว้นผ้าโพกเป็นสีดำล้วน ทั้งสามคนกลับต้องผิดหวัง พอมีเหตุคนร้ายเข้ามาลักลอบตัดไม้ แทนที่ลุงเดชจะให้พวกดาวออกปฏิบัติการ กลับบอกให้รอไปก่อน

"เมื่อไหร่ที่เจ้าสายฟ้าออกป่าได้...เมื่อนั้น พวกดาวลุยได้เลย"

จักจั่นถึงกับร้องโอดโอย ดาวยอมรับข้อตกลง ตั้งใจจะขุนสายฟ้าให้โตเร็วที่สุด

ooooooo

สามเดือนผ่านไป สายฟ้าโตเร็วอย่างเหลือเชื่อสามารถออกป่าได้ ดาว จักจั่น และไผ่ถือโอกาสที่ลุงเดชไม่อยู่ พากันออกไปลุยพวกค้ายาเสพติดที่นัดแนะส่งมอบยาบ้ากันในป่าแถวเขตบ้านนาเพลิน ฝ่ายค้ายามีนายเสงเป็นหัวหน้า หลังจากส่งมอบยาและรับเงินเรียบร้อย   ต่างก็ขึ้นรถตู้ของตัวเองแยกย้ายกันไปคนละทาง

ดาวกับจักจั่นในคราบนางเสือแยกไปจัดการคนร้ายฝ่ายนายเสงซึ่งถือเงิน ไผ่ในชุดผู้พิทักษ์นางเสือตามไปจัดการพวกรถขนยาเสพติด นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ ไผ่ก็จัดการเหล่าร้ายบนรถขนยาได้อย่างราบคาบ...

รถของนายเสงแล่นมาได้สักพัก เห็นเสือดาวกับหญิงในชุดดำมีผ้าโพกเป็นหน้ากากลายเสือดาวยืนขวางทางอยู่ นายเสงนึกสนุกอยากจะเห็นหน้าหญิงหุ่นดีในชุดดำคนนั้น สั่งให้จอดรถ แล้วปราดเข้าหาหมายจะถอดหน้ากาก ดาวในคราบนางเสือปัดมือนายเสงแล้วถีบเข้าเต็มท้อง เซถลาหงายหลังใส่พวกเดียวกัน

นายเสงตะโกนลั่นด้วยความโกรธ "ฆ่ามันสิวะ"

พวกสมุนสาดกระสุนใส่ดาวทันที เธอพุ่งหลบด้วยความว่องไวหายเข้าไปในพงป่า นายเสงยิ้มสะใจ คิดว่าฆ่าเธอได้แล้ว แต่จู่ๆจักจั่นใส่ชุดเหมือนดาวไม่มีผิดเพี้ยน โผล่มาจากอีกด้านหนึ่งพร้อมกับส่งเสียงเรียก พวกนั้นหันไปเห็นถึงกับอึ้ง เพราะเมื่อกี้เธอยังอยู่ด้านโน้นอยู่เลย  นายเสงสั่งให้ยิง  สมุนได้สติยิงกราด

จักจั่นดีดตัวกลับเข้าไปในดงไม้รกทึบ สมุนคนหนึ่งเดินเข้าไปดูผลงานกลับพบแต่ความว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เลือดสักหยด เขาเริ่มขวัญหนี ตะโกนลั่นว่า "นางเสือสมิง" โยนปืนทิ้งวิ่งหนี นายเสงกับสมุนที่เหลือหน้าตื่นกลัว ดาวอาศัยจังหวะนั้น ประเคนทั้งเข่าทั้งหมัดอัดพวกนั้นสลบเหมือด

ooooooo

ตอนที่ 2

ร้อยเวรประจำสถานีตำรวจบ้านนาเพลินเพิ่งจะออกเวรกะเช้า ก้าวลงบันไดสถานีตำรวจได้แค่สองสามก้าวถึงกับหยุดกึก เห็นรถตู้สองคันจอดอยู่ โดยมีคนร้ายนับสิบคนถูกมัดไว้บนหลังคารถ แถมรถตู้คันหนึ่งมีป้ายติดหราว่า "ยาบ้า" ร้อยเวรรีบวิ่งกลับขึ้นไปบนสถานีตำรวจทันที...

ในเวลาเดียวกัน สินชัยโกรธจัดเมื่อได้ฟังเสี่ยม้งโทร.มา รายงานว่าที่เขาต้องเสียเงินสองล้านบาทกับยาบ้ามูลค่านับสิบๆล้านบาท เป็นเพราะพวกลิ่วล้ออ้างว่าโดนนางเสือสมิงเล่นงาน สินชัยหาว่าไร้สาระ คนที่เล่าเรื่องนี้ให้เสี่ยม้งฟังคงเมายาบ้าจนสมองเสื่อม แล้วรีบตัดบท

"เอาล่ะๆจัดการสั่งสินค้ามาใหม่อย่างรีบด่วน เพราะลูกค้าผมรออยู่ เปลี่ยนสถานีใหม่ เพิ่มคน...อย่าให้พลาดอีก" สินชัยวางสายสีหน้าเคร่งเครียด....

สายวันเดียวกัน อภิชาติไปรับฤทธิชัยที่สนามบินสุวรรณภูมิ ฤทธิชัยเพิ่งกลับจากไปฝึกงานที่เอฟบีไอประเทศสหรัฐอเมริกา อภิชาติแซวเพื่อนว่าหายไปตั้งสามเดือนแบบนี้ สินชัยคงคิดถึงแย่

"ฉันก็คิดถึงนายสินชัยเหมือนกัน มีเรื่องที่เราบุกเข้าไปในผับ ยึดเงินกับกระเป๋าของมันหรือเปล่า"

"ไม่มี...จริงอย่างที่นายบอก มันไม่กล้าแจ้งตำรวจ"

"ดีที่มันไม่แจ้ง เพราะฉันบริจาคเงินไปหมดแล้ว...เออ... มีข่าวอะไรใหม่บ้างไหมเพื่อน?"

อภิชาติคุยทันทีว่ามี แถมเป็นข่าวแปลกๆอีกด้วย ถ้าอยากรู้ต้องเลี้ยงกาแฟเขาหนึ่งแก้วก่อน ครู่ต่อมาอภิชาติพาฤทธิชัยมานั่งดื่มกาแฟที่ร้านเจ้าประจำ ฤทธิชัยไม่รอช้าทวงถามว่ามีข่าวใหม่ข่าวแปลกอะไรจะเล่า

"ข่าวใหม่ก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจเจอคนงานของนายสินชัยถูกมัดอยู่หน้ารถตู้สองคัน พร้อมป้ายยาบ้าติดอยู่ ตำรวจพบยาบ้ากว่าแสนเม็ด"

"โธ่เรื่องจิ๊บๆแค่นี้ไม่กระเทือนนายสินชัยหรอก แค่อ้างว่าคนงานพวกนั้นถูกไล่ออกไปแล้วแค่นี้ก็จบ"

"ใช่ แต่ที่แปลกก็คือ พวกนั้นต่างให้การตรงกันว่ามีเสือสมิง มีนางเสือสมิงอยู่ในป่าเล่นงานพวกมัน"

"ก็พวกมันเมายาจนพูดไร้สาระไปเรื่อย...นายชาติ นายจ่ายค่ากาแฟเองเพราะข่าวของนายห่วยมาก"

ฤทธิชัยว่าแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี

อภิชาติถึงกับร้องอ้าว ทำหน้าเซ็งสุดๆ

ลุงเดชเพิ่งกลับถึงค่ายหลังจากหายหน้าไปสามเดือน  พอรู้เรื่องดาว จักจั่นและไผ่ออกไปจัดการพวกค้ายาเสพติด ลุงเดชเรียกเด็กทั้งสามคนมาเฉ่งว่าทำอะไรโดยพลการและไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ ต้องถูกลงโทษ ดาวค้านว่าไม่ได้ทำโดยพลการ ลุงเดชอนุญาตพวกเธอแล้ว ลุงเดชทำหน้างง ดาวรีบชี้แจง

"ลุงเคยบอกว่าถ้าเจ้าสายฟ้าตัวใหญ่พอออกป่าได้เมื่อไหร่ พวกเราลุยได้เมื่อนั้น"

ลุงเดชยิ่งงงหนัก "แค่สามเดือนเนี่ยนะ เจ้าสายฟ้าออกป่าได้แล้ว"

"ใช่ครับ....ตัวเบ้อเร่อเลยครับ" ไผ่ยืนยัน

ลุงเดชกราดตามองพวกเด็กๆอย่างจับผิด เพราะปกติแล้วเสือจะโตเต็มที่อย่างน้อยต้องอายุปีครึ่ง จักจั่นท้วงว่าสายฟ้าไม่ใช่เสือธรรมดา แต่เป็นเสือเจ้าป่าส่งมาให้พี่ดาว แสงเข้าข้างพวกเด็กๆเพราะเคยได้ยินลุงเดชพูดอย่างที่ดาวว่าจริงๆ ลุงเดชเลยต้องขอโทษเด็กทั้งสามคน เด็กๆก็ขอโทษเขาเช่นกันที่ทำให้เป็นห่วง

"เอาล่ะๆ...ลุงพาแขกมาเยี่ยมพวกเธอสามคนด้วย"

ลุงเดชว่าแล้วหันไปทางลานกว้างกลางค่าย ดาว จักจั่น และไผ่มองตาม เห็นอาจารย์สามคนที่เคยฝึกวิชาให้พวกตนยืนอยู่ ดีใจมากรีบเข้าไปหา พอเด็กๆรู้ว่าพวกอาจารย์มาอยู่ แค่คืนเดียวพากันบ่นเสียดาย...

หลังจากแยกกับอภิชาติ ฤทธิชัยไปรายงานตัวต่อท่านรองฯก้องเกียรติที่กองปราบฯทันที ท่านรองฯเล่าให้ฟังว่าตั้งแต่ ฤทธิชัยไปต่างประเทศ สินชัยขยายเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายทุกรูปแบบโดยไม่มีใครทำอะไรได้ เพราะธุรกิจทั้งหมดของสินชัยอยู่ในต่างจังหวัดไกลหูไกลตาไกลมือ ฤทธิชัยขออนุญาตออกไปลุยเอง

"ผมก็คิดเช่นนั้น แต่ต้องรอจังหวะ ถ้าคุณไปตอนนี้ พวกมันต้องรู้ตัวแน่ๆ"

ฤทธิชัยรอไม่ไหว ท่านรองฯนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถามว่ารู้เรื่องนางเสือหรือยัง ฤทธิชัยพอรู้มาบ้าง คิดว่าเป็นแค่เรื่องเหลวไหล ท่านรองฯอยากให้ใช้เรื่องเหลวไหลนี้เป็นโอกาส โดยให้ฤทธิชัยทำทีว่าถูกเขาส่งตัวไปสืบเรื่องนางเสือแต่ความจริงไปสาวเรื่อง สินชัย แม้ว่าองค์กรของสินชัยจะอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ถ้าแขนขาในต่างจังหวัดของเขาถูกทำลาย เขาก็พลอยพบจุดจบไปด้วย ฤทธิชัยเห็นด้วยกับแผนนี้และจะเริ่มปฏิบัติทันที

ooooooo

ได้เวลาที่อาจารย์ทั้งสามของดาว จักจั่น และไผ่ จะเดินทางกลับ อาจารย์ท่านหนึ่งมอบเหยี่ยววิเศษให้ ไผ่เป็นของขวัญ บอกว่ามันเป็นเหยี่ยวนำทาง ไผ่ สามารถเห็นสิ่งต่างๆผ่านสายตาของมันได้ เพียงแค่ นึกถึงเหยี่ยวตัวนี้ก็จะปรากฏตัวทันที  ไผ่รับไว้ด้วยความตื่นเต้นดีใจ

"แต่จำไว้ ต้องใช้ยามจำเป็นหรือเพื่อฝึกวิชา ไม่ใช่ทำเป็นเล่นเพื่อลองของ"

อาจารย์ว่าแล้วโบกมือ เหยี่ยวตัวนั้นค่อยๆสลายตัวไป เด็กสามคนช่วยกันตั้งชื่อให้มันว่า "สายลม..."

ฤทธิชัยกับอภิชาติร่วมมือกันสืบหาข้อมูลจนรู้แล้วว่าทำไมตำรวจเอาผิดกับสิน ชัยไม่ได้ เพราะเขาจะใช้คนนอกเป็นคนกลางในการรับส่งยาและของเถื่อน ถ้าถูกจับได้สินชัยจะเสียแค่เงินกับของ ความผิดก็จะตกอยู่กับคนนอก ถ้าใครมีรถตู้หรือรถกระบะก็สามารถเข้าร่วมขบวนการนี้ได้ เพียงแต่ต้องมีคนในแนะนำ

ผู้กองหนุ่มจึงวางแผนจะให้นายแสงเป็นคนแนะนำให้เขาเป็นคนกลางส่งของ โดยจะหลอกนายแสงว่าเขาเป็นเพื่อนร่วมคุกกับโสพี่ชายของนายแสง...หลังจากติด หนวดปลอม สวมแว่นสายตาแล้ว ฤทธิชัยไปเยี่ยมนายแสงที่ห้องขังบนสถานีตำรวจบ้านนาเพลิน โกหกว่าโสฝากเงินมาให้ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน นายแสงหลงกลชักชวนฤทธิชัยเข้าร่วมขบวนการขนยาเสพติด และบอกสถานที่นัดดูตัวให้

บ่ายวันนั้น ฤทธิชัยขับรถตู้มารอยังจุดนัดพบ ครู่ใหญ่ มีรถตู้อีกคันหนึ่งเข้ามาจอดเทียบ ใหญ่กับกวงลงจากรถเดินมาหาฤทธิชัย ถามว่าเคยติดคุกกับพี่ชายของนายแสงใช่ไหม ฤทธิชัยพยักหน้า ใหญ่ซักไซ้ไล่เลียงที่มาที่ไปของฤทธิชัยจนพอใจ แล้วถามว่ารถตู้นี่ใช่ของเขาหรือเปล่า ฤทธิชัยกระซิบว่าขโมยมา

"ใช้ไม่ได้...เป็นจุดสนใจของตำรวจ" ใหญ่โวยลั่น ฤทธิชัยออกอาการเซ็งขึ้นมาทันที

"เฮ้ย...ไม่ต้องห่วง พี่ใหญ่มีรถให้เอ็งขับ แต่ส่วนแบ่งน้อยหน่อย...จนกว่าเอ็งจะมีรถเอง" กวงปลอบ

ฤทธิชัยยิ้มหน้าบาน ที่แผนการของเขาสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง...

ขณะดาวกำลังวิ่งเล่นกับสายฟ้าอยู่ในราวป่า มีเสียงร้องของเหยี่ยวดังมาจากบนฟ้า หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นมอง เห็นสายลมบินวนอยู่เหนือหัว สักพักไผ่กับจักจั่นตามมาสมทบ

"ไม่น่าเชื่อ....พี่นึกถึงสายลมให้ออกตามหาดาว พอตั้งจิตพี่เห็นดาวจากมุมสูง จากตาของสายลมเหมือนเห็นด้วยตาของพี่เอง" ไผ่เล่าอย่างภูมิใจ

"สุดยอด ทีนี้เราจะหาพวกมันได้ง่ายขึ้น...ในไม่ช้าจะไม่มีคนเลวเพ่นพ่านอยู่ในป่าอีกต่อไป"

ดาวว่าแล้วมองสองพี่น้องสีหน้ามุ่งมั่น พลันมีเสียงคำรามของเสือและเสียงร้องของเหยี่ยวดังขึ้นพร้อมกัน ดาวท้าจักจั่นกับไผ่วิ่งแข่งกันกลับที่พัก ใครถึงก่อนชนะ ทั้งสามคนผลัดกันนำผลัดกันตามจนมาถึงเชิงเขา เห็นสายฟ้าคำรามเรียกแล้วหายเข้าไปในหุบเขา เด็กๆดีดตัวตาม แต่หาสายฟ้าไม่เจอ จักจั่นเลยชวนกลับ จู่ๆก็มีจุดสีเหลืองปรากฏขึ้นนับไม่ถ้วน จุดพวกนั้นค่อยๆรวมตัวกันเป็นร่างของพระธุดงค์รูปหนึ่ง

ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างแปลกใจ ก่อนจะเข้าไปนั่งตรงหน้าท่านแล้วก้มลงกราบ ดาวถามด้วยความเป็นห่วงว่าหลงทางหรือ พระธุดงค์กลับบอกว่าทั้งสามคนต่างหากที่หลงทาง ดาวงง เรียนท่านว่าป่าแห่งนี้เป็นบ้านของพวกเรา แล้วพวกเราจะหลงทางได้อย่างไร แต่ถ้าท่านหลงทางมาพวกเธอยินดีจะพาออกไป

"โยมทั้งสามแท้จริงก็มีจิตใจดี อาตมาไม่อยากเห็นโยมทั้งสามต้องทำบาปทำลายล้างชีวิตคน"

"พวกเราไม่เคยคิดอยากจะทำลายชีวิตใคร นอกจากจะทำลายเพื่อรักษาปกป้องชีวิตอีกหลายๆชีวิต...หนูรู้ว่าไม่ถูกแต่ก็ ยินดีที่จะรับกรรมนั้นค่ะ" ดาวชี้แจง

"กรรมใดใครก่อไว้ก็ต้องชดใช้ พวกโยมมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความดี สวรรค์ต้องมีตา...ขอให้โชคดี"

เด็กทั้งสามคนรับพรแล้วก้มลงกราบ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีพระรูปนั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงจุดสีเหลืองๆ กระจายทั่วบริเวณ ทั้งหุบเขาสว่างไสว พวกเด็กๆไม่รอช้า รีบกลับไปเล่าเหตุการณ์นี้ให้ลุงเดช แสง และสมพรฟัง แสงสรุปว่าพระรูปนั้นต้องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองป่าแน่ๆ เพราะไม่เคยมีพระรูปไหนเข้ามาถึงที่นี่ ลุงเดชรีบตัดบท ไล่พวกเด็กๆไปพักผ่อน พอดาว จักจั่นกับไผ่คล้อยหลัง ลุงเดชหันมาทางแสง

"ข้าไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่หวังว่าจะเป็นอย่างที่เอ็งคิด ข้าไม่อยากให้เด็กสามคนนี่ต้องเป็นอะไร"

"ฉันรู้...แต่ไม่ว่าจะอย่างไร อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด สุดแท้ แต่สวรรค์"

ลุงเดชทอดสายตาไปยังเบื้องหน้า สีหน้าเป็นกังวลใจ...

ค่ำนั้น ดาวออกมานั่งบนระเบียงหน้าบ้านพัก มองดวงดาวบนฟ้าแล้วถอนใจเฮือก จักจั่นเข้ามาถามว่าไม่สบายใจเรื่องอะไร ดาวแค่อยากรู้ว่าพ่อแม่ตัวเองหน้าตาเป็นอย่างไร เคยถามลุงเดชแล้ว แต่เขาบอกเพียงว่าเจอเธอหลงอยู่ในป่าก็เลยเอามาอยู่ด้วย จักจั่นแนะให้ลองไปถามแม่สมพรดู ดาวไม่กล้าถาม

จักจั่นเลยอาสาจะไปถามให้ ดาวรีบปฏิเสธว่าไม่ต้อง มีเสียงสายฟ้าคำรามแว่วเข้ามา จักจั่นชวนดาวไปหาสายฟ้า ดาวพยักหน้ารับคำ สองสาวเดินมาตามทางเกือบจะพ้นค่ายอยู่แล้ว จู่ๆดาวหยุดเดินเงี่ยหูฟังอะไรบางอย่าง ก่อนจะชี้มือไปยังทิศทางที่มาของเสียง ทั้งสองคนค่อยๆเดินลัดเลาะตามเสียงนั้นไป

เจอลุงเดชกำลังเดินเข้าไปในป่าหลังค่ายโจร สองสาวเดินตามสักพัก เห็นลุงเดชหยุดยืนตรงหน้าหลุมศพ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง แล้วยกมือไหว้ ดาวแปลกใจว่าทำไมมีหลุมศพ

ตรงนี้ ที่ฝังศพของค่ายนี้อยู่อีกด้านหนึ่งต่างหาก จักจั่นตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นหลุมศพคนพิเศษของลุงเดช อาจเป็นแฟนของเขาก็ได้

ดาวเห็นเป็นการเสียมารยาทที่มาแอบดูผู้มีพระคุณจึงชวนจักจั่นกลับ แล้วกำชับว่าห้ามพูดเรื่องนี้เด็ดขาด ดาวเลยไม่ได้ยินสิ่งที่ลุงเดชพูดกับหลุมฝังศพอิทธิพ่อของเธอ

"หนูษาของท่านโตเป็นสาวแล้ว แกรักป่าเหมือนกับท่านดูแลรักษาป่า แต่ผมไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ หนูษาควรกลับไปหาแม่ของแกครับ...ผมหวังว่าเมื่อถึงเวลานั้น ท่านคงดลใจให้ผมตัดสินใจได้ถูกต้องนะครับ เพราะผมคิดไม่ออกจริงๆ" ลมพัดมาเบาๆ ขณะลุงเดชยกมือไหว้ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย...

จักจั่นกับดาวตามหาสายฟ้ามาถึงลานกว้างกลางป่า มีเสียงร้องของสายลมดังขึ้น ไผ่ม้วนตัวออกจากเงามืดมายืนตรงหน้า จักจั่นนึกอะไรขึ้นมาได้ แนะให้ดาวลองตั้งสมาธินึกถึงพ่อแม่ของเธอ เผื่อสายลมจะช่วยให้เห็นพวกท่าน ดาวไม่เชื่อว่าสายลมจะช่วยให้เห็นภาพในอดีตได้ จักจั่นคะยั้นคะยอให้ลองดูก่อน

ดาวทรุดตัวลงนั่งหลับตาทำสมาธิ แทนที่เธอจะเห็นภาพของพ่อกับแม่ กลับไปปลุกวิญญาณพวกลักลอบตัดไม้ที่ตายโหงขึ้นมา ดาว จักจั่นกับไผ่ระดมยิงใส่พวกมันไม่ยั้ง แต่กระสุนทำอะไรไม่ได้ จังหวะนั้น มีเสียงคำรามของสายฟ้าดังฝ่าความเงียบ ดาวรู้ทันทีว่าต้องทำอะไร ก้าวเข้าหาพวกมันพร้อมกับผลักแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้า ปรากฏเป็นลำแสงพุ่งเผาผลาญวิญญาณพวกนั้น

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่บ้านคุณหญิงพรพรรณที่กรุงเทพฯ คุณหญิงรัตนาหยิบรูปถ่ายของหนูพฤกษา อิทธิและตัวเธอขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเศร้าๆระหว่างนั่งรอคุณหญิงพรพรรณแม่ของเธอ คุณหญิงพรพรรณเข้ามาเห็นพอดี ขอร้องให้ลูกสาวยอมรับความจริงเสียทีว่าหนูพฤกษาตายไปแล้ว จะได้ไม่ต้องจมอยู่ในความทุกข์แบบนี้

"ลูกมีความสุขสบายดีค่ะคุณแม่ ยิ่งคิดว่าลูกษายังมีชีวิต ลูกยิ่งมีความสุข"

"ดีจ้ะ แม่ว่าเราไปกันดีกว่า เดี๋ยวจะสาย" คุณหญิงพรพรรณรีบตัดบท

คุณหญิงรัตนาเดินตามแม่ไปขึ้นรถ ไม่นานนัก สองแม่ลูกมาถึงโรงแรมหรูซึ่งเป“นสถานที่จัดงานการกุศลของกลุ่มอนุรักษ์ป่าและธรรมชาติ เพื่อป้องกันภาวะโลกร้อน เจ้าหน้าที่กลุ่มอนุรักษ์ฯพาคุณหญิงทั้งสองท่านมานั่งร่วมโต๊ะกับท่านรองฯก้องเกียรติซึ่งเป“นเพื่อนรักของอิทธิ ไฮไลต์ของงานนี้อยู่ที่การมอบโล่เป“นเกียรติให้กับอิทธิสามีของคุณหญิงรัตนาเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีที่เขาสละชีวิตเพื่อปกป้องรักษาป่าไม้

ขณะคุณหญิงรัตนากำลังจะรับโล่เกียรติยศแทนสามี สินชัยเสนอหน้าเข้ามาในงานและอวดศักดาด้วยการบริจาคเงินให้กลุ่มอนุรักษ์ฯ ถึงสองล้านบาท สร้างความกระอักกระอ่วนใจและไม่พอใจให้คุณหญิงรัตนาอย่างมาก เธอรู้ดีว่าสินชัยเกี่ยวข้องกับการตายของสามีเธอและยังอยู่เบื้องหลังขบวนการตัดไม้ทำลายป่า...

หน้าผับหรูกลางกรุง อภิชาติบ่นอุบที่อยู่ๆฤทธิชัยก็มาขัดขวางความสุขด้วยการฉกตัวเขาไปจากพวกสาวๆ ฤทธิชัยจะเลี้ยงอาหารหรูๆให้หนึ่งมื้อและแถมนวดหน้าทำสปาให้อีกหนึ่งคอร์สเป“นการชดใช้ อภิชาติตอบรับข้อเสนอ แล้วถามว่ามีเรื่องอะไรจะให้ช่วย ฤทธิชัยเล่าว่าพวกคนร้ายหลงเชื่อยอมให้เขาขับรถรับของให้แต่เขาคิดว่าพวกนั้นต้องค้นตัวเขาชัวร์ เรื่องติดวิทยุดักฟังกับโทรศัพท์มือถือตัดทิ้งไปได้เลย

"ไม่เห็นยาก นายก็ให้ลูกน้องนายขับรถตามไปก็สิ้นเรื่อง"

"นายพูดถูก แต่นายก็รู้หูตาของนายสินชัยมันกว้าง ฉันไม่อยากเสี่ยง...ดังนั้น นายคือคนที่จะคอยขับรถตามฉันไป...น่านะเพื่อน...นายก็เป“นคนดีขจัดคนชั่วอยู่แล้วนี่"

"ฉันขจัดคนชั่วในห้องพิจารณาคดีเว้ย ไม่ต้องบุกป่าฝ่าดงเหมือนนาย" อภิชาติทำหน้าเบื่อ

ฤทธิชัยเห็นเพื่อนอิดออด เสนอว่าถ้ายอมช่วยงาน เขาจะเพิ่มไวน์ชั้นดีรสเลิศให้อีกหนึ่งลัง อภิชาติขอเพิ่มเป“นสองลัง ฤทธิชัยตกลงทันที ทั้งคู่จับมือกัน จากนั้น อภิชาติขอตัวกลับไปสนุกกับพวกสาวๆต่อ...

ท่านรองฯก้องเกียรติไม่พอใจสินชัยโผล่ไปที่งานคืนนี้เช่นกัน พอกลับถึงบ้านเขารีบโทร.หาคุณหญิงรัตนา สัญญาว่าจะทำอย่างสุดความสามารถเพื่อเอาตัวสินชัยมาลงโทษให้ได้ ตอนนี้ เขาส่งนายตำรวจฝีมือดีตามประกบสินชัยอย่างใกล้ชิด คุณหญิงถามว่าแน่ใจหรือว่าตำรวจนายนี้ไว้ใจได้

"แน่ใจครับ เพราะคนคนนี้เป“นลูกชายไอ้ศักดิ์เพื่อนผม เพื่อนอิทธิ คุณรัตน่าจะจำนายหนึ่งได้ พอดีไอ้ศักดิ์มันติดธุระอยู่ที่อังกฤษ ไม่อย่างนั้นคืนนี้มันไปงานด้วยแล้ว"

คุณหญิงรัตนาจำได้แล้วว่าเคยเจอนายหนึ่งตอนวันคล้ายวันเกิดครบหนึ่งขวบของหนูพฤกษา เธอหวังว่าคงมีโอกาสได้พบนายหนึ่งสักครั้ง ท่านรองฯก้องเกียรติรับปากว่าจะพาฤทธิชัยหรือนายหนึ่งมาพบ

ooooooo

ถึงวันนัด ฤทธิชัยติดหนวดปลอมสวมแว่นสายตามารอที่ปั๊มน้ำมัน สักพัก รถตู้ของใหญ่แล่นเข้ามาจอด ทันทีที่ฤทธิชัยขึ้นรถ ใหญ่ยึดมือถือกับป—นเถื่อนของเขาไว้ นอกจากใหญ่กับกวงแล้ว ยังมีคนร้ายอีกนับสิบนั่งอยู่ในรถตู้ ฤทธิชัยทำตัวสบายๆ เอนตัวพิงเบาะแล้วแกล้งนอนหลับ ขณะที่ใหญ่มองเขาอย่างจับพิรุธ

รถของอภิชาติค่อยๆ เคลื่อนตามรถตู้ของใหญ่ โดยทิ้งระยะห่างพอสมควร ผ่านไปพักใหญ่ รถตู้ยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงจุดหมาย ระหว่างนั้น ท่านรองฯก้องเกียรติติดต่อฤทธิชัย

ไม่ได้ เลยโทร.เข้ามือถืออภิชาติแทน

"ผมเกรงว่าเราจะมีปัญหา ไอ้แสงคนที่แนะนำผู้กองฤทธิชัยให้กับพวกมันถูกประกันตัวออกไปแล้ว...ไม่ช้าก็เร็ว มันต้องรู้ว่าผู้กองฤทธิชัยปลอมตัวเข้าไป"

"ท่านรองฯมีแผนอะไรรองรับหรือครับ"

"การปฏิบัติการครั้งนี้เป“นความลับเพื่อหลบเลี่ยงสายของนายสินชัย ถ้าผมสั่งการอะไรออกไป ยิ่งจะทำให้ผู้กองเป“นอันตราย...เห็นทีจะต้องฝากคุณแล้วล่ะ...ผมเชื่อมือคุณ คุณอภิชาติ"

อภิชาติบ่นอุบว่างานเข้าจนได้ สงสัยไวน์สองลังถ้าจะไม่คุ้มเสี่ยงเสียแล้ว...

ในเวลาไล่เลี่ยกันที่ค่ายโจร ลุงเดชตัดสินใจได้แล้วว่า ถึงเวลาที่เขาจะพาดาวกลับไปที่บ้านดอนเสือเพื่อสานต่อสิ่งที่อิทธิทำไว้ แสงทักท้วงว่าคิดดีแล้วหรือ ลุงเดชไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี แต่เขาตั้งใจจะพาจักจั่นกับไผ่ไปด้วย แสงเห็นชอบด้วย เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้ลูกทั้งสองคนอยู่ในป่า ฝากลุงเดชช่วยดูแลลูกๆของเขาด้วย

"เอ็งไม่ต้องห่วงไอ้แสง เด็กสามคนนี่เกิดมามีชะตาเกี่ยวข้องเกื้อกูลกันอยู่แล้ว" ลุงเดชว่าแล้วแหงนหน้ามองฟ้า มั่นใจว่าตนเองตัดสินใจไม่ผิด

ooooooo

ในเวลาต่อมา รถตู้ของใหญ่เลี้ยวออกจากถนนลาดยางเข้าไปในเขตป่าไม้ อภิชาติขับรถตามมาเห็นท้ายรถตู้ไวๆ นึกแปลกใจว่าพวกนั้นเข้าไปทำอะไรในป่า ขณะที่ฤทธิชัยคอยจับตามองรอบๆอย่างระแวดระวังอยู่นั้น มีเสียงมือถือของใหญ่ดังขึ้น เขาพยายามเงี่ยหูฟังว่าใหญ่พูดอะไรกับใคร

"เอ็งนี่ใช้ไม่ได้ นี่ถ้าช้าอีกนิดพวกข้าเข้าไปลึกๆไม่มีสัญญาณละก็จบ...เออ ข้าจัดการเอง" ใหญ่วางสาย

รถตู้แล่นต่ออีกครู่หนึ่งก็จอด ใหญ่สะกิดฤทธิชัยให้ลงจากรถ แล้วตัวเองเดินไปหาสมุนซึ่งยืนกระจายกำลังกันอยู่รอบๆบริเวณ ซุบซิบบางอย่างกัน ก่อนที่หนึ่งในพวกนั้นจะเดินย้อนกลับไปทางที่รถแล่นเข้ามา สมุนอีกคนหนึ่งเดินไปยังทิศทางตรงข้าม ฤทธิชัยลอบมองอยู่ เดาออกว่าใหญ่ส่งคนไปดูต้นทางกับไปเฝ้าทางเข้าไว้ เขาหวังว่าอภิชาติจะหลบพวกนั้นเข้ามาได้...

ฝ่ายอภิชาติขับรถตามรถตู้เข้าป่าได้สักพัก เบนรถจอดหลังพุ่มไม้หนาทึบ พึมพำกับตัวเองว่า

"ไอ้พวกนี้ถ้ามันไม่โง่ มันต้องส่งคนออกมาดูต้นทางแน่ ขืนเข้าไปก็เสร็จมัน...เฮ่อ...ต้องเดินอีกแล้ว...ไอ้ชัยนะไอ้ชัย ชอบหาเรื่องให้เหนื่อยอยู่เรื่อย" อภิชาติบ่นจบ ออกจากรถไปเป”ดกระโปรงหลังรถหยิบป—นมาเหน็บเอว ลากกิ่งไม้มาบังๆรถไว้ แล้วเดินตามรอยยางรถตู้...

อีกด้านหนึ่งของป่า ดาวเห็นไผ่ฝ–กทำสมาธิเรียกสายลมมาเกาะแขนได้อย่างง่ายดาย อยากลองทำบ้างขอให้ไผ่สอนให้ เขาคุยโม้ว่าฝ–กยากมาก ต้องตั้งสมาธิสารพัดดาวอาจจะทำไม่สำเร็จก็ได้  ดาวไม่ว่าอะไร  หยิบท่อนไม้ชูขึ้น หลับตาทำสมาธิ พลันสายลมหายวับจากแขนไผ่ มาปรากฏตัวเกาะไม้ในมือดาว ไผ่เสียฟอร์มเพราะโม้ไว้เยอะ จักจั่นเห็นดาวทำได้ขอลองบ้างแต่ไม่สำเร็จ ลุงเดชโผล่เข้ามาบอกทุกคนว่า

"สายมารายงานว่าเจอพวกมัน...เราไปทักทายพวกมันกันดีกว่า"

เด็กทั้งสามคนมองหน้ากันยิ้มๆ เดินตามลุงเดชบ่ายหน้าไปยังทิศทางที่ฤทธิชัยอยู่...

ระหว่างที่ฤทธิชัยกำลังยืนสังเกตการณ์รอบๆจุดนัดพบ ใหญ่เอาขวดน้ำมายื่นให้ บอกให้เขาดื่มดับความตื่นเต้น งานเสร็จแล้วค่อยไปดื่มเหล้ากัน ฤทธิชัยรับน้ำมาดื่มหนึ่งอึก เป“นจังหวะเดียวกับสมุนที่ไปดูต้นทางวิ่งกลับมา ใหญ่รู้ทันทีว่าของมาแล้ว สั่งให้ฤทธิชัยรอที่รถ แล้วเดินไปรวมกลุ่มกับสมุน

อึดใจ รถกระบะขนของกับรถตู้อีกคันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอด พวกในรถตู้กรูกันออกมายืนเฝ้าระวังรอบรถกระบะ กวงโดดขึ้นท้ายรถกระบะเป”ดผ้าคลุมออก เห็นลังใส่ของวางเรียงเต็มไปหมด พอเป”ดลังออกดู พบห่อยาเสพติดอัดแน่น ฤทธิชัยตาวาวด้วยความสนใจ ใหญ่ตรวจคุณภาพยาจนพอใจ แล้วส่งเงินให้พวกขนยา

พวกนั้นนับเงินแล้วพากันขึ้นรถตู้ของตัวเองกลับไป ดาวกับจักจั่นและไผ่ในชุดทีมนางเสือซุ่มดูเหตุการณ์โดยตลอด พอรถตู้คันนั้นแล่นผ่าน ดาวสั่งให้ไผ่ตาม ส่วนลุงเดชกับสมาชิกโจรอีกห้าคน อำพรางใบหน้าด้วยการใช้ถ่านทาจนทั่ว กระจายกำลังกันอยู่โดยรอบ รอให้ดาวกับจักจั่นลงมือก่อน พวกเขาถึงจะเข้าโจมตี

ใหญ่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสั่งให้ฤทธิชัยมาขับรถกระบะ พอผู้กองหนุ่มขึ้นนั่งประจำที่คนขับเรียบร้อย ใหญ่โบกมือเรียกให้พวกสมุนเข้ามาที่รถกระบะ แล้วชักป—นจ่อหัวผู้กองหนุ่ม สั่งให้ลงจากรถ   ดาวกับจักจั่นมองภาพนั้นด้วยความสงสัย

เช่นเดียวกับลุงเดช ฤทธิชัยชักเอะใจถามใหญ่ว่ามีเรื่องอะไร

"เอ็งไม่ต้องลวดลาย ไอ้แสงมันโทร.มาบอกข้าแล้วว่าเอ็งไม่ใช่เพื่อนไอ้โสพี่ชายมัน เอ็งเป“นตำรวจ"

ฤทธิชัยกวาดสายตาไปรอบๆหาทางหนี ดาวแปลกใจที่ตัวเองได้ยินเสียงพวกนั้นคุยกันชัดเจนราวกับยืนอยู่ตรงนั้นด้วย หันบอกจักจั่นว่าเธอได้ยินคนร้ายพูดว่าคนที่ถูกป—นจี้หัว เป“นตำรวจ

"หา...พูดเป“นเล่น พี่ได้ยินได้อย่างไร ไกลขนาดนี้"

ดาวไม่ตอบ แต่ยกมือขึ้นเป“นเชิงให้จักจั่นเงียบ แล้วจ้องไปทางตำรวจนายนั้นเขม็ง เห็นเขาค่อยๆลงจากรถ ฤทธิชัยชักตาลาย พยายามสะบัดหัวไล่ความมึนงง ใหญ่ยิ้มสะใจ

"ข้าใส่ยาไว้ในขวดน้ำของเอ็ง   เอ็งจะได้ศึกษาว่า

คุณภาพดีแค่ไหน"

ฤทธิชัยเห็นใหญ่ไม่ทันระวังตัว กระแทกประตูรถใส่จนเซเสียหลัก ป—นหลุดจากมือ ผู้กองหนุ่มชกกวงที่ปราดเข้าหาจนหน้าหงาย แล้วหันไปชกสมุนอีกคนกระเด็น ฤทธิชัยเริ่มตาพร่ายืนโงนเงน เลยโดนใหญ่ฟาดท้ายทอยด้วยด้ามป—น ถึงกับหน้าคว่ำ แว่นสายตาที่ใส่อยู่กระเด็น ใหญ่หันไปสั่งพวกสมุน

"เอ็งขับรถไป เอ็งสองคนลากมันเข้าไปในพงไม้แล้วหมกซะ"

พวกสมุนรีบทำตามคำสั่ง ดาวเห็นตำรวจหนุ่มถูกลากเข้าป่า รีบบอกให้จักจั่นตามรถขนยา เธอจะไปช่วยตำรวจเอง ลุงเดชเห็นจักจั่นพุ่งตามรถกระบะ สั่งให้สมาชิกโจรตามเธอไป ตัวเขาจะไปช่วยดาว...

ขณะสมุนสองคนของใหญ่กำลังจะยิงฤทธิชัย สายฟ้า ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับส่งเสียงคำรามดึงความสนใจจากพวกสมุน ดาวพุ่งออกมาจากอีกด้านหนึ่งเตะป—นพวกนั้นกระเด็น แล้วเข้าต่อสู้กับพวกสมุนทั้งสองอุตลุด ฤทธิชัยเริ่มรู้สึกตัว แต่ยังเบลอๆเลยเห็นแต่เงาคนกำลังต่อสู้กัน ดาวจัดการสมุนคนหนึ่งสลบเหมือด

จังหวะหนึ่ง ดาวเพลี่ยงพล้ำกำลังจะถูกสมุนอีกคนยิง ฤทธิชัยรวบรวมกำลังเท่าที่มีพุ่งชนเขาเสียหลักกระสุนเฉียดดาวไปนิดเดียว สมุนตั้งหลักได้อัดฤทธิชัยหน้าหงาย แล้วคว้าป—นที่ตกอยู่เล็งไปยังดาว แต่เธอไวกว่าใช้ท่าจระเข้ฟาดหางเข้าปลายคางพอดี เขาถึงกับทรุดฮวบแน่นิ่ง ทันใดนั้น ใหญ่โผล่มาด้านหลังนางเสือ

"หยุด...ขยับนิดเดียวเอ็งร่างพรุนแน่ ทีนี้แหละจะได้รู้ว่าเป“นคนหรือเสือสมิง"

ก่อนที่ดาวจะเสียทีให้ใหญ่ ลุงเดชโผล่เข้ามาช่วยไว้ทัน สั่งให้ใหญ่กับสมุนทิ้งป—น ใครขัดขืนลุงเดชยิงไม่เลี้ยง พวกใหญ่ถูกลุงเดชต้อนไปที่รถตู้ ดาวปราดเข้าไปหาฤทธิชัยที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น เอามือแตะชีพจรดู ฤทธิชัยคว้าข้อมือเธอไว้ พูดเสียงเหมือนคนเมายาว่าอย่าหนี แล้วพยายามสะบัดหัวไล่ความมึน

ดาวเห็นหนวดปลอมของเขาหลุดออกมาข้างหนึ่งห้อยร่องแร่งอยู่เหนือริมฝ•ปากแล้วอดขำไม่ได้ ฤทธิชัยเห็นรอยยิ้มแสนสวยของหญิงสาว ก็ยิ้มตอบ ระหว่างนั้น มีเสียงดังขึ้นจากทางด้านหลัง

"หยุดอย่าขยับ...นี่ทนาย...เอ๊ย...ตำรวจ"

ฤทธิชัยยังมีแรงต่อว่าเพื่อนรักว่าทำไมถึงมาช้านัก ดาวเดาว่าชายที่อยู่ด้านหลังคงเป“นตำรวจเช่นกัน จึงตวัดมือปัดเศษใบไม้ใส่หน้า อภิชาติเอามือปัดอุตลุด พอเศษใบไม้หมดร่างของนางเสือก็หายไปแล้ว อภิชาติปรี่เข้าไปถามเพื่อนว่า

เป“นอย่างไรบ้าง เห็นนางเสือหรือเปล่า ฤทธิ์ยายังไม่สร่างฤทธิชัยพูดเสียงอ้อแอ้ว่า

"เห็น ฉันกำลังจะได้ตัวอยู่แล้ว นายดันโผล่มาขัดจังหวะ"

อภิชาติชักเคือง ถ้าพูดแบบนี้หาทางกลับบ้านเองก็แล้วกัน แล้วกระชากหนวดที่ห้อยอยู่ออก ขยับจะเดินหนี ฤทธิชัยรีบบอกว่าล้อเล่น อภิชาติช่วยพยุงป•กเขาขึ้นมา มุ่งหน้าไปที่รถ อึดใจ ดาวโผล่ออกมาจากพุ่มไม้มองตามแล้วอดขำไม่ได้...ด้านไผ่และจักจั่นต่างตามไปจัดการพวกเหล่าร้ายได้อย่างราบคาบเช่นกัน...

ไม่นานนัก อภิชาติพยุงฤทธิชัยมาถึงรถของเขา ได้ยินเสียงป—นดังอย่างต่อเนื่อง เดาออกว่านางเสือคงส่งพวกคนชั่วลงนรกไปหมดแล้ว แล้วถามเพื่อนว่าเห็นหน้านางเสือชัดไหม เพราะเขาเห็นเธอแค่ด้านหลัง

"ชัด...เห็นแต่ตา...ตาสวย...ปากก็สวย"

อภิชาติหาว่าเพื่อนเมายาจนเพ้อ แล้วดันเขาเข้ารถ ดาวลอบตามมา ได้ยินที่ตำรวจหนุ่มพูด เอามือแตะปากตัวเอง ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว...

ในเวลาต่อมา ทีมนางเสือกลับมารวมตัวกันที่ค่ายโจร ลุงเดชสงสัยว่าดาวรู้ได้อย่างไรว่าชายคนนั้นเป“นตำรวจ จักจั่นตอบคำถามแทนว่าพี่ดาวได้ยินพวกนั้นคุยกัน เธอยังสงสัยอยู่เลยว่า อยู่ตั้งไกลทำไมได้ยิน ดาวแปลกใจไม่น้อยไปกว่าจักจั่น เธอเพียงนึกอยากรู้ว่าพวกนั้นพูดอะไรกัน ก็ได้ยินเสียงพวกนั้นชัดเจน

"ถือว่าเป“นสิ่งที่ดีเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน วันนี้ทุกคนทำได้ ดีมาก...แม้จะมีเรื่องตำรวจเข้ามาทำให้ยุ่งไปเล็กน้อย พวกเราต้องระวังตัวให้ดี ช่วยตำรวจได้แต่อย่าพลาดให้ถูกจับ ถึงอย่างไรพวกเราก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย"

"แต่เราช่วยตำรวจแท้ๆไม่น่าจับเรา...เฮ่อ โลกนี้หามีความยุติธรรมไม่" จักจั่นถอนใจ แล้วมองพี่ดาวที่ดูเงียบๆไป ถามด้วยความเป“นห่วงว่าเป“นอะไรหรือเปล่า

"เอ่อ...ก็แค่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ทำไมถึงได้ยินพวกมันก็เท่านั้น"

"ช่างเถอะน่าพี่ดาว จักจั่นว่าเป“นเรื่องดี อาจจะเป“นเพราะพรที่พระรูปนั้นให้ไว้ก็ได้ จักจั่นเองก็เพิ่งรู้สึกว่าทำอะไรที่คาดไม่ถึงได้หลายอย่าง"

ดาวนึกถึงหน้าตำรวจนายนั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้ เธอมัวแต่ใจลอยเลยไม่ทันเห็นว่าลุงเดชจ้องมองอยู่...

ที่ห้องพักในคอนโดฯหรูของฤทธิชัย อภิชาติเห็นเพื่อนฟ้นแล้ว เตือนว่าอย่าลืมโทร.ไปหาท่านรองฯก้องเกียรติด้วย แล้วถามว่าจำเรื่องนางเสือได้บ้างหรือเปล่า ฤทธิชัยจำได้ว่าเธอเป“นคนไม่ใช่เสือสมิง มาช่วยเขาจากคนร้าย ไม่ได้มาเล่นงานเขา แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องจับเธออยู่ดี บ้านเมืองมีขื่อมีแป จะมาตั้งศาลเตี้ยไม่ได้ แต่เรื่องจับนางเสือไม่ใช่เรื่องด่วน จัดการสินชัยเสร็จก่อนแล้วค่อยตามไปจับก็ยังได้

"ฮั่นแน่...อย่าใจอ่อนแล้วกันเพื่อน...จำไม่ได้หรือ...ตาสวย ปากก็สวย" อภิชาติกระเซ้า

ฤทธิชัยนึกถึงใบหน้าใต้หน้ากากเสือ ด้วยสีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

ตอนที่ 3

อภิชาติเพิ่งออกจากห้องพักในคอนโดฯหรูของฤทธิชัยเดินยังไม่ถึงรถตัวเองด้วยซ้ำ เพื่อนตัวดีก็โทร. มาหาอภิชาติโวยลั่นว่าโทร.มาทำไมอีก เขาไม่ว่างไปลุยพวกคนร้ายกับฤทธิชัยด้วยแล้ว

"แล้วไป ท่านรองฯโทร.มาชวนไปกินข้าวเย็นนี้ ฉันเลยโทร.มาชวนนาย นายไม่ว่างก็ไม่เป“นไร"

เจอไม้นี้เข้า อภิชาติรีบตอบตกลงเสียงอ่อย

เย็นนั้น ฤทธิชัยกับอภิชาติมานั่งรออยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมหรูแห่งหนึ่งตามนัด โดยไม่รู้ว่าท่านรองฯนัดคุณหญิงรัตนามาด้วย หลังจากท่านรองฯแนะนำฤทธิชัยกับอภิชาติให้รู้จักกับคุณหญิงรัตนาแล้ว ฤทธิชัยรับปากกับเธอว่าจะนำตัวคนที่ทำร้ายอาอิทธิมารับโทษให้ได้ คุณหญิงรัตนามองฤทธิชัยด้วยสายตาชื่นชม

"โห...สิบห้าป•แล้ว คุณอาหญิงยังสวยอยู่เลยนะครับ อย่างนี้ถ้ามีลูกสาวต้องสวยน่าดู"

"ลูกษาหน้าตาสวยค่ะ" คุณหญิงรัตนาฝ—นยิ้ม ท่านรองฯก้องเกียรติกับฤทธิชัยถึงกับอึ้ง ฤทธิชัยพยายามส่งสัญญาณให้เพื่อนหยุดพูดเรื่องนี้ แต่อภิชาติยังปากเสียต่อ

"มิน่า...นายชัยไม่ยอมเล่าให้ผมฟังเลย ที่แท้กันท่านี่เอง"

ท่านรองฯก้องเกียรติรีบขอโทษคุณหญิง เธอไม่ถือสาอะไรหันมายิ้มให้อภิชาติ...

อภิชาติถึงกับหน้าเครียดเมื่อรู้เรื่องของหนูพฤกษาลูกสาวคุณหญิงรัตนา เกรงว่าเธอจะโกรธ ฤทธิชัยชอบใจที่เห็นเพื่อนเป“นกังวลเพราะปกติอภิชาติจะเป“นคนเอาแต่เล่นสนุก

"เฮ่อ...สงสารคุณหญิงจริงๆ เสียสามีและลูกสาวไปพร้อมๆกัน"

"นี่คือสาเหตุที่ท่านรองฯเรียกฉันมาช่วยและหาทางเล่นงานนายสินชัยให้ได้"

"ฉันเข้าใจว่าท่านรองฯคงสนิทกับคุณหญิงมาก...ฉันหมายถึงว่า ท่านรอง...คือ...แบบว่าคนพิเศษ"

ฤทธิชัยพยักหน้ารับคำ พ่อของเขาเคยเล่าให้ฟังว่า ท่านรองฯกับอาอิทธิเจอคุณหญิงพร้อมๆกัน แต่คุณหญิงเลือกอาอิทธิ ท่านรองฯก็เลยอยู่เป“นโสดตั้งแต่นั้นเป“นต้นมา อภิชาตินับถือท่านรองฯที่รักมั่นคงต่อคุณหญิง แล้ววกถามฤทธิชัยว่า

ลูกสาวคุณหญิงสวยไหม ฤทธิชัยจำไม่ได้ ตอนที่เขาเจอน้องษา เขาแค่ 5 ขวบเอง แล้วน้องษาก็แค่ขวบเดียว เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าสวยหรือเปล่า

"นี่...ตามที่นายเล่า คุณหญิงยังเชื่อว่าลูกสาวของท่านยังมีชีวิตอยู่"

"คงยาก ตอนที่เกิดเหตุน้องษาอายุแค่ 4 ขวบเท่านั้นเอง นี่ก็ผ่านมาแล้ว 15 ป•"

อภิชาติสงสารคุณหญิงมาก ตัดสินใจจะช่วยฤทธิชัยเล่นงานสินชัยให้ได้

ooooooo

ที่ลานหน้าบ้านพักของลุงเดชในค่ายโจร ลุงเดชแจ้งให้ดาว จักจั่น และไผ่รู้ว่า เขาจะพาทุกคนไปดูลาดเลาศูนย์รวมเครือข่ายของสินชัย ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านดอนเสือ และพวกเราอาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านดอนเสือสักระยะหนึ่ง เพื่อให้กลมกลืนกับพวกชาวบ้านเพื่อง่ายต่อการสืบข่าวและจัดการพวกนั้น

"แล้วเจ้าสายฟ้ากับสายลมล่ะค่ะ" ดาวเป“นห่วงเสือเพื่อนรัก

"สายลมยังไม่เท่าไหร่ แต่สายฟ้าคงลำบากหน่อย ขืนเอาเข้าไปผู้คนคงแตกตื่น"

ลุงเดชเห็นด้วยกับไผ่ แต่สายฟ้าอาจจะมาเจอกับดาวแถวป่าใกล้ๆหมู่บ้าน แต่ดาวต้องระวังหน่อย แล้วห้ามไม่ให้เด็กๆแสดงฝ•มือเด็ดขาดจนกว่าจะถึงเวลาเหมาะสม...

ฤทธิชัยได้ข้อมูลจากนายโจที่เคยเป“นสายให้เขาว่าบ่ายวันพรุ่งนี้จะมีการส่งมอบยาเสพติดลอตใหญ่ที่บ้านดอนเสือ เขารีบโทร.ชวนอภิชาติ...เช้าวันรุ่งขึ้น ฤทธิชัยและอภิชาติก็มุ่งหน้าสู่บ้านดอนเสือ

ooooooo

ลุงเดชพาดาว จักจั่น และไผ่มาที่ตัวเมืองดอนเสือ เดินดูลาดเลาอย่างที่วางแผนไว้ เดินกันตั้งแต่เช้าจนใกล้เที่ยงจึงแวะร้านอาหารหาอะไรกิน ขณะกำลังรอจ่ายเงินค่าอาหาร ดาวตื่นเต้นที่เห็นอภิชาติเดินนำฤทธิชัยเข้ามาร้าน เธอจำอภิชาติได้แม่น แต่ไม่แน่ใจว่าชายอีกคนใช่ตำรวจที่เธอช่วยไว้หรือเปล่า ลุงเดชเห็นท่าทางแปลกๆของดาว ถามว่ามีอะไร

"ไผ่กับจักจั่นนั่งเฉยๆอย่าหันไปดู คนนั้นคือคนที่มาช่วยตำรวจในป่าหลังจากที่ลุงเดชคุมตัวพวกมันออกไปแล้ว แต่อีกคนดาวไม่แน่ใจว่าใช่ตำรวจที่ปลอมเข้าไปหรือเปล่า เพราะดาวไม่เห็นโฉมหน้าจริง"

"พี่ดาวรู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่โฉมหน้าจริง"

"เพราะมัวแต่ขำหนวดที่หลุดมาครึ่งหนึ่ง หน้าที่เหลือก็ตกแต่งเลยจำไม่ค่อยได้" ดาวพูดแล้วอดขำไม่ได้

ไผ่กับจักจั่นพลอยยิ้มขำไปด้วย ดาวมองไปหน้าร้านอีกครั้ง เพราะรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหว เห็นชายสองคนท่าทางมีพิรุธเป”ดประตูร้านเข้ามา มองไปทางโต๊ะของอภิชาติกับฤทธิชัยอึดใจแล้วกลับออกไป ดาวมองออกว่าเป“นสมุนของสินชัยที่ส่งมาประกบพวกตำรวจ ลุงเดชไม่อยากมีปัญหารีบลุกออกมา เด็กๆลุกตาม ดาวอดหันไปมองฤทธิชัยไม่ได้ จึงชนเข้ากับพนักงานเสิร์ฟซึ่งถือถาดใส่แก้วน้ำอย่างจัง แก้วตกแตกเสียงดัง

ฤทธิชัยหันมองตามเสียง สายตาประสานกับดาวพอดี เขารู้สึกคุ้นๆ ดาวได้สติรีบเดินตามลุงเดชออกไปหน้าร้านอาหาร พบชายสองคนเมื่อกี้ยืนคุยกับพวกตัวเองอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในรถ ไผ่เดาว่าเดี๋ยวคงมีการยิงกันเละแน่ๆ ดาวมองปราดเดียวก็รู้ว่าพวกสมุนสินชัยไม่มีฝีมือพอจะสู้สองหนุ่มนั่นได้...

ครู่ต่อมา ขณะที่ลุงเดชกับพวกเด็กๆกำลังเข้าไปในตลาดบ้านดอนเสือ  เห็นมีกลุ่มชาวนามุงกันอยู่นับสิบคน ทันใดนั้นมีชายชาวนาคนหนึ่งถูกนักเลงร่างยักษ์ผลักกระเด็นมากองกลางถนน จักจั่นจะเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ลุงเดชเตือนว่าอย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ดาวโพล่งขึ้นทันทีว่า

"เรื่องพ่อค้ากดราคาพืชไร่...ดาวได้ยินทุกอย่าง อย่าถามว่าได้ยินยังไง ดาวไม่รู้ แค่อยากได้ยินก็ได้ยิน...ชาวนากำลังต่อรองราคา แต่พวกมันไม่ยอม...ดาวอยากช่วยชาวนา ขอเวลาดาวแป๊บหนึ่งนะจ๊ะลุง"

ลุงเดชนิ่งคิดอยู่อึดใจก่อนจะพยักหน้า จักจั่นกับไผ่ขอตามไปดู ลุงเดชเตือนว่าดูได้แต่ห้ามยุ่ง ปล่อยให้ดาวจัดการเอง ดาวเดินแหวกกลุ่มชาวนาเข้าไปถึงโต๊ะติดต่อรับซื้อสินค้า มีเสมียนชายนั่งอยู่ข้างๆผู้ชายท่าทางเหมือนเถ้าแก่ ด้านหลังพวกนั้นมีนักเลงตัวโตสองคนยืนคุมเชิงอยู่ เถ้าแก่ถาม เธอว่ามีอะไรมาขาย

"ฉันอยากจะขายข้าวเกวียนละหมื่นสองจ้ะ"

พวกนั้นพากันหัวเราะร่วนราวกับสิ่งที่ดาวพูดเป็นเรื่องตลก  เสมียนพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่าที่นี่รับซื้อแค่ เกวียนละสามพันบาท ดาวเพ่งสายตาไปยังเถ้าแก่ มือสองข้างของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าเขา ค่อยๆขยุ้มเข้าหากันคล้ายกำลังบีบอะไรสักอย่าง พลันเถ้าแก่หัวเราะไม่ออกเหมือนมีอะไรติดคอ ส่งเสียงครืดคราด

"อะไรนะจ๊ะ...ได้เหรอจ๊ะ ขอบใจจ้ะ"

เสมียนหันมองหน้าเถ้าแก่ เห็นเขาพยักหน้า ดาวตะโกนบอกพวกชาวนาว่าเถ้าแก่ตกลงรับซื้อข้าวในราคาเกวียนละหนึ่งหมื่นสอง พันบาท ชาวนาต่างเฮโลกันเข้ามา ดาวสั่งเสมียนให้จดลงสมุดบัญชี เสมียนรีบจดมือเป็นระวิง นักเลงเห็นผิดสังเกต เข้ามาไล่พวกชาวนา ดาวไล่นักเลงกลับแล้วตั้งท่าเอาเรื่อง

จักจั่นกับไผ่จะเข้าไปช่วย ลุงเดชสั่งให้เฉยไว้ก่อน นักเลงเดินเข้าหาเงื้อมือตบ ดาวเบี่ยงตัวหลบแล้วตบสวนเข้าเต็มหน้ากระเด็นไปชนโต๊ะล้มระเนระนาด เสียงดังโครมครามทำให้พวกนักเลงที่อยู่ด้านในอีกสามคนกรูกันออกมาล้อมกรอบ ดาวไว้ จังหวะนั้น ฤทธิชัยกับอภิชาติเข้ามาขวางพวกมัน แล้วบอกให้ดาวถอยไปก่อน

ดาวขยับจะถอยแต่พวกนักเลงไม่ให้ไป เธอเลยตั้งการ์ดเตรียมสู้ ดาวรู้ดีว่าจะใช้พลังเต็มที่ไม่ได้ จึงใช้แค่ครึ่งเดียว ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฤทธิชัยกับอภิชาติ แค่อึดใจ ทั้งสามคนจัดการพวกนักเลงได้หมด ลุงเดช จักจั่น และไผ่ตามเข้ามาสมทบ ลุงเดชขอบคุณชายหนุ่มทั้งสองที่มาช่วยหลานสาวของตนไว้ อภิชาติแนะนำตัวเองเสร็จ อ้าปากจะแนะนำฤทธิชัยว่าเป็นตำรวจ แต่ฤทธิชัยชิงแนะนำตัวเองก่อน

"ผมฤทธิชัยครับ มาเยี่ยมเพื่อนที่บ้านดอนเสือ"

"ผมชื่อเดช นี่หลานๆของผม คนก่อเรื่องนี่ชื่อดาว นั่นจักจั่นแล้วก็ไผ่"

ต่างคนต่างยิ้มให้กัน จักจั่นสบตาอภิชาติแล้วอายม้วน ลุงเดชขอตัวแล้วผละจากไป พวกเด็กๆรีบตาม อภิชาติสงสัยว่าทำไมฤทธิชัยต้องปกปิดเรื่องที่เป็นตำรวจด้วย ฤทธิชัยอ้างว่าไม่อยากดัง เสียงเถ้าแก่เล่นงานเสมียนว่าใครสั่งให้รับซื้อข้าวเกวียนละหนึ่งหมื่นสอง พันบาท เสมียนสวนทันทีว่าเถ้าแก่นั่นแหละสั่ง ฤทธิชัยเตือนเถ้าแก่ว่าถ้าคิดจะโกงละก็เจอดีแน่ เถ้าแก่พูดไม่ออก ชาวบ้านต่างดีใจรีบเข้าไปรับเงิน...

ด้านลุงเดชกับพวกเด็กๆเดินออกจากตลาดสวนกับรถของชายสองคนที่เข้าไปในร้าน อาหาร ทุกคนหยุดหันกลับมองเห็นฤทธิชัยกับอภิชาติยืนคุมเชิงให้พวกชาวนาอยู่ รถพวกนั้นค่อยๆแล่นเข้าไปใกล้ ลุงเดชสั่งให้เด็กเฉยไว้ เขาคิดว่าหนุ่มสองคนนั่นมีฝีมือพอ   ฤทธิชัยกับอภิชาติยืนหันหลังให้ถนนขณะที่รถของคนร้ายแล่นมาถึงด้านหลังพวก เขา มีปากกระบอกปืนโผล่ออกมาจากรถ ดาวจ้องไปยังสองคนนั่นตาไม่กะพริบ พึมพำว่า

"หันกลับมาได้แล้วตาทึ่ม"

พลัน ฤทธิชัยกับอภิชาติหันขวับพร้อมกับปืนในมือ สาดกระสุนใส่รถคนร้ายไม่ยั้ง พวกนั้นไม่มีโอกาสตอบโต้ ได้แต่ขับรถหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ดาวถอนใจโล่งอก นึกอยู่ในใจว่าสองคนนั่นจะไม่รอดเสียแล้ว แต่เธอต้องแปลกใจที่เห็นฤทธิชัยหันขวับมามองที่กลุ่มของพวกเธอ ลุงเดชชวนเด็กๆกลับกันได้แล้ว

อภิชาติเห็นท่าไม่ดีชวนฤทธิชัยกลับ ทั้งคู่เดินไปตามทิศทางที่รถของคนร้ายแล่นออกไป ฤทธิชัยก้มดูที่พื้นถนน เห็นรอยเลือด คาดว่าน่าจะเป็นของพวกคนร้าย ทั้งสองคนรีบไปดักรอพวกนั้นที่สถานีอนามัย...

ในเวลาต่อมา ฤทธิชัยกับอภิชาตินั่งดื่มกาแฟอยู่ในร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามสถานีอนามัยบ้านดอน เสือ ไม่นานนัก มีรถกระบะคันหนึ่งมาจอดหน้าสถานีอนามัย คนร้ายสองคนลงจากรถ คนหนึ่งท่าทางบาดเจ็บที่หัวไหล่เดินเซๆแล้วพากันเข้าไปข้างใน สองหนุ่มนั่งดื่มกาแฟรอจนพวกนั้นกลับออกมา คนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บเดินแยกไปอีกด้านหนึ่ง ขณะที่เพื่อนของเขาขึ้นรถกระบะขับออกไป ฤทธิชัยจ่ายเงินแล้วบอกให้อภิชาติตามคนเจ็บ ส่วนเขาจะตามคนขับรถเอง อภิชาติยกกาแฟเย็นขึ้นดื่ม หันไปลาป้าเจ้าของร้านแล้วตามคนเจ็บไป

ooooooo

ขณะที่ลุงเดชกับเด็กๆเดินเตร่อยู่ในตลาดบ้านดอนเสือ เจอลุงหงวนกับป้าเนียนเพื่อนร่วมค่ายอาสาฯกับลุงเดช ป้าเนียนดีใจมาก คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอเพื่อนเก่า ชวนลุงเดชกับพวกไปคุยกันต่อที่บ้านของเธอ...

พอถึงบ้านป้าเนียน เด็กๆแยกไปที่ห้องดูทีวี ส่วนพวกผู้ใหญ่คุยกันอยู่อีกห้องหนึ่ง จักจั่นกดรีโมตทีวีเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีใบหน้าของผู้หญิงสวยคนหนึ่งปรากฏ เธอกดเปลี่ยนช่องอีก ดาวบอกให้ถอยกลับดูช่องเมื่อกี้ จักจั่นกดรีโมตถอยกลับ เห็นพิธีกรรายการกำลังแนะนำผู้ชมให้รู้จักกับคุณหญิงรัตนา

ดาวจ้องมองคุณหญิงรัตนาด้วยความสนใจ เนื้อหาของการสัมภาษณ์เป็นเรื่องของการอนุรักษ์ป่าไม้ที่คุณหญิงรัตนาให้การ สนับสนุน ดาวไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกผูกพันกับผู้หญิงคนนี้

"คุณหญิงรัตนาสวยแล้วใจดีอีกด้วย รักป่าเหมือนพวกเราเลยนะพี่ดาว" จักจั่นอดชื่นชมคุณหญิงไม่ได้

ดาวเอาแต่จ้องมองคุณหญิงรัตนาแทบไม่ได้ยินที่จักจั่นพูดด้วย...

ป้าเนียนพูดถึงพวกนักเลงในบ้านดอนเสือแล้วเลือดเจ้าหน้าที่อาสาฯเก่าพลุ่ง พล่าน   ผิดกับลุงหงวนที่ดูกลัวๆไม่อยากพูดถึง แถมขอตัวกลับบ้านหน้าตาเฉยอ้างว่าต้องเอายาไปให้เมีย พอลุงหงวนคล้อยหลัง ป้าเนียนแอบนินทาว่าตั้งแต่เมียของลุงหงวนล้มป่วย  ลุงหงวนก็เก็บตัวเงียบห่วงเมียไม่ยุ่งกับใครไม่กล้าเหมือนเมื่อก่อน

"บ้านดอนเสือเปลี่ยนไปเยอะ เจริญขึ้นมาก"

"ก็ตั้ง 15 ปีแล้วนี่ แต่อย่างที่บอก นักเลงมันคุมหมด รีดไถชาวบ้าน...เฮ่อ...เสียดายท่านอิทธิแท้ๆ" ป้าเนียนว่าแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา "วันนั้น ฉันก็ดันไปกรุงเทพฯ เลยไม่ได้เจอลูกสาวแก เห็นว่าน่ารัก...เฮ่อ...น่าสงสารทั้งคู่ นี่ถ้าท่านอยู่ พวกมันต้องหัวหด ลุงเดชน่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ จะได้ช่วยกันจัดการพวกมัน  มาอยู่ที่บ้านฉันเนี่ยล่ะ  ที่ทางเยอะแยะ  ฉันชอบเด็กๆ ฉันจะได้มีเพื่อน"

ลุงเดชจะลองปรึกษากับหลานๆดูก่อน แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งอยากจะขอร้องป้าเนียนว่าห้ามพูดเรื่องเขากับท่านอิทธิ เขาไม่อยากให้เด็กๆกลัว ถ้าเขาจะกลับมาอยู่ที่บ้านดอนเสือเพราะคิดถึงที่นี่ ไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับใคร ป้าเนียนเข้าใจดีว่าแก่ๆกันแล้ว เขี้ยวเล็บเลยกุดไปหมด...

อภิชาติเดินตามนายหมานสมุนของสินชัยที่ได้รับบาดเจ็บมาถึงร้านอาหารกึ่งผับ แห่งหนึ่ง เห็นนายหมานเดินไปนั่งคุยกับชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่โต๊ะอาหารด้านในสุดของ ร้าน อภิชาติตรงไปนั่งที่บาร์ สั่งน้ำส้มมาดื่ม จังหวะนั้นมีเสียงเอะอะดังขึ้น นายหมานกระชากชายวัยกลางคนที่นั่งคุยด้วยขึ้นมา ตะคอกใส่หน้าว่าถ้าวันนี้ไม่จ่ายหนี้โดนดีแน่ อภิชาติเข้าไปถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

"ไอ้แก่นี่มันติดเงินข้า เล่นไพ่เสียแล้วไม่ยอมจ่าย"

อภิชาติสบโอกาสจะได้แฝงตัวเข้าบ่อน อาสาจะจ่ายหนี้แทน แล้ววานชายวัยกลางคนคนนั้นไปร้านกาแฟหน้าสถานีอนามัยให้เขาหน่อย บอกป้าเจ้าของร้านว่าคนหล่อๆที่ชอบกินกาแฟเย็น ฝากป้าช่วยบอกเพื่อนของเขาด้วยว่าเขาอาจจะไปตามนัดช้านิดหนึ่ง แล้วส่งเงินแบงก์พันให้ชายคนนั้นเก็บไว้เป็นค่ากาแฟ

ชายวัยกลางคนรับเงินแล้วรีบออกไป อภิชาติควักเงินปึกใหญ่ออกมาดึงบางส่วนมาจ่ายค่าดอกเบี้ย นายหมานเห็นเงินก็ตาโตจะคว้าเอาไว้ทั้งหมด อภิชาติดึงหนีอ้างว่าจะเก็บส่วนนี้ไว้เล่นพนันเผื่อได้เงินคืน นายหมานหลงกลคิดว่าจะได้เงินจากอภิชาติง่ายๆ รีบกุลีกุจอพาไปบ่อน

ooooooo

ระหว่างทางกลับค่ายโจร ลุงเดชสังเกตเห็นดาวเอาแต่นั่งใจลอย พอถึงค่าย ลุงเดชเรียกจักจั่นมาถามว่าดาวใจลอยเรื่องอะไร จักจั่นไม่แน่ใจ แต่เห็นดาวดูทีวีสัมภาษณ์ผู้หญิงคนหนึ่งเรื่องรักษาป่า

"รู้สึกว่าเป็นคุณหญิงอะไรเนี่ย เห็นว่าสามีเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ด้วย พอดูจบก็ใจลอย"

ลุงเดชพยักหน้ารับรู้ บอกให้จักจั่นไปพักผ่อน ทันทีที่หญิงสาวเดินลับสายตา ลุงเดชแหงนมองท้องฟ้าพึมพำว่า "ท่านครับ หนูษาแกเริ่มรู้สึกแล้วครับว่าใครเป็นแม่แก ท่านช่วยปกป้องหนูษาด้วยนะครับ..."

ดาวเห็นจักจั่นมาถึงบ้านพักช้ากว่าเพื่อน ถามว่าหายไปไหนมา จักจั่นอยู่คุยกับลุงเดชเรื่องที่พักนี้ดาวใจลอยบ่อยๆดาวปฏิเสธลั่นว่าไม่ ได้ใจลอย จักจั่นยืนยันว่าใจลอยจริงๆ ตั้งแต่ดูทีวีสัมภาษณ์คุณหญิงหรือว่าใจลอยถึงตำรวจคนนั้น เสียงสาวๆกระเซ้าเย้าแหย่กันทำให้ไผ่หลับไม่ลง ลุกหนี พอสาวๆรู้ว่าไผ่จะไปฝึกวิชากับสายลมและสายฟ้าขอตามไปด้วย...

ขณะเดียวกัน ฤทธิชัยสะกดรอยตามรถกระบะของคนร้ายเห็นเลี้ยวหายเข้าไปในราวป่า เขาตัดสินใจจอดรถหลบหลังพุ่มไม้ แล้วเดินเท้าตามรอยยางรถกระบะ หวังว่าคนร้ายจะพาไปถึงรังใหญ่ของพวกตน...

ดาว จักจั่น และไผ่วิ่งแข่งกันมาถึงลานเล็กๆแห่งหนึ่งกลางป่า ดาวร้องเรียกสายฟ้า ขณะที่ไผ่หลับตาทำสมาธิกางมือออก พลันมีเสียงร้องของเหยี่ยวแว่วมา สายลมปรากฏตัวเกาะแขนไผ่ แต่อยู่ๆก็หายวับไป ไผ่ทำสมาธิอีกครั้งเห็นขบวนรถของพวกคนร้ายผ่านทางสายตาของสายลม มีรถตู้สองคันวิ่งนำรถคอนเทนเนอร์ขนาดกลางอยู่บนเส้นทางคดเคี้ยวใกล้ชายป่า ไผ่บอกดาวกับจักจั่นว่าพวกคนร้ายมีการเคลื่อนไหว สายฟ้าคำรามแล้วโดดหายเข้าไปในดงไม้ พวกเด็กๆดีดตัวกลับค่าย รายงานเรื่องนี้กับลุงเดช...

ฤทธิชัยเดินตามรอยรถกระบะมาถึงรังลับของพวกคนร้าย เห็นรถกระบะคันที่เขาสะกดรอยตามจอดอยู่กับรถกระบะอีกคันหนึ่ง มีสมุนยืนยามอยู่ห้าคนพร้อมอาวุธครบมือ ปากทางเข้ารังลับมีประตูไม้สูง   แล้วใช้ตาข่ายสีเขียวกับเศษใบไม้พรางไว้ ฤทธิชัยค่อยๆคืบคลานเข้าไปดูใกล้ๆ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ไผ่ จักจั่นกับดาวในชุดดำสวมหน้ากากซุ่มอยู่บนต้นไม้กลางป่า ขณะที่ลุงเดช แสง กับสมาชิกโจรนับสิบทุกคนมีผ้าคาดหน้า กระจายกำลังกันโอบล้อมรถตู้คันหนึ่งกับรถบรรทุกขนาดกลางอีกคันซึ่งจอดรอผู้ ซื้อ พวกนางเสือเข้าจู่โจมทันทีที่รถตู้อีกสองคันของผู้ซื้อเข้ามาจอดเทียบ ทันใดนั้น พวกคนร้ายกรูกันออกมาจากรถทั้งสี่คัน ระดมยิงใส่พวกนางเสือ ทั้งสองฝ่ายยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด

เสียงเสือคำรามพร้อมกับเสียงร้องของสายลมดังขึ้น ดาวเอะใจว่าต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เหมือนคนร้ายล่อให้พวกเราติดอยู่ที่นี่ อยู่ๆสายลมที่บินอยู่เหนือหัวก็หายวับ ไผ่ลองหลับตาทำสมาธิ เห็นรถตู้คันหนึ่งกำลังวิ่งนำรถคอนเทนเนอร์ขนาดกลางอีกคันวิ่งอยู่อีกฟาก หนึ่งของป่า

"พวกมันอีกกลุ่มหนึ่งกำลังออกไปอีกทาง...พี่จัดการเอง"

"ไม่ต้อง พี่ไผ่อยู่กับจักจั่นที่นี่ คอยช่วยลุงเดช ดาวจะตามสายลมไปเอง" ดาวพูดจบดีดตัวไปตามต้นไม้อย่างรวดเร็วโดยมีสายฟ้าวิ่งตาม เธอไปดักหน้าเส้นทางรถของพวกคนร้ายที่ค่อยๆวิ่งมา รถตู้วิ่งนำรถคอนเทนเนอร์ผ่านต้นไม้ที่ดาวซ่อนตัวอยู่ พอได้จังหวะเธอทิ้งตัวลงนอนแนบไปกับหลังคารถคอนเทนเนอร์...

หลังจากยิงต่อสู้กันพักใหญ่ พวกคนร้ายสู้ไม่ได้ทิ้งอาวุธยอมแพ้ พวกนางเสือควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ในที่สุด ลุงเดชไม่เห็นดาวอยู่กับไผ่และจักจั่นก็ถามหา พอรู้ว่าดาวไปจัดการกับคนร้ายอีกกลุ่มทางฟากโน้นของป่า ลุงเดชสีหน้าเป็นกังวล แต่ไม่ยอมให้จักจั่นกับไผ่ตามไปช่วย เกรงจะวุ่นวายไปกันใหญ่...

ดาวซ่อนตัวอยู่บนหลังคารถคอนเทนเนอร์จนรถแล่นมาถึงรังลับของคนร้าย รอจังหวะปลอดคนรีบลงจากหลังคารถเข้าไปหลบอยู่ในซอกหินหลังพุ่มไม้ ระหว่างนั้นรถของเสี่ยม้งแล่นเข้ามาจอด ดาวได้ยินเสียงบางอย่างอีกด้านหนึ่งของรังลับ หันขวับไปมองเห็นฤทธิชัยโผล่หน้าออกจากที่ซ่อนหลังพุ่มไม้ เธอตื่นเต้นปนแปลกใจ เสี่ยม้งมาตรวจสินค้าเพื่อเตรียมส่งมอบในวันรุ่งขึ้น

นางเสือสาวถึงได้เห็นว่ามียาเสพติดอัดแน่นอยู่ในลังเต็มตู้คอนเทนเนอร์ เสี่ยม้งตรวจสินค้าเรียบร้อย เดินทางกลับ พวกคนร้ายยกลังยาเสพติดเก็บใส่รถคอนเทนเนอร์ แล้วดึงประตูปิดใช้ตาข่ายกับกิ่งไม้คลุมอำพรางรถไว้ ก่อนจะพากันขึ้นรถตู้ขับออกจากรังลับเหลือคนเฝ้าระวังไว้แค่สองคน ดาวหันไปมองที่ฤทธิชัยอีกครั้ง แต่เขาหายไปแล้ว เห็นอีกทีตอนที่เขาอยู่บนเนินเหนือร่างของยามเฝ้าระวังทั้งสองคน

ฤทธิชัยโดดใส่พวกยาม แล้วจัดการซัดจนหมอบ จากนั้น ตรงเข้ารื้อตาข่ายคลุมรถคอนเทนเนอร์ออกเปิดประตูด้านคนขับขึ้นไป ทันใดนั้น ชายฉกรรจ์นับสิบคนโผล่ออกมาจากดงไม้ยืนเรียงหน้ากระดานหน้ารถคอนเทนเนอร์ จ้องปืนมายังฤทธิชัย รถของเสี่ยม้งกลับมาอีกครั้ง เสี่ยม้งลงจากรถมายืนหน้าชายฉกรรจ์

"นึกไม่ถึงว่าผู้กองจะหลงกลกับแผนตื้นๆของผม แค่ไอ้โจปล่อยข่าว ให้คนไปลอบยิงล่อให้ตามมา ผู้กองก็ติดกับจนได้...ฆ่ามัน" เสี่ยม้งตะโกนลั่น แล้วหลบไปยืนข้างๆ

คนร้ายระดมยิงใส่ฤทธิชัยไม่ยั้ง ผู้กองหนุ่มตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ดีที่ดาวในคราบนางเสือมาช่วยไว้ทัน สังหารพวกคนร้ายตายเป็นเบือ พวกที่เหลือพากันล่าถอย รวมทั้งเสี่ยม้งด้วย ทิ้งยาเสพติดมูลค่ามหาศาลไว้ ฤทธิชัยขอบคุณนางเสือที่ช่วยเขาไว้อีกครั้ง ดาวช่วยเขาเพราะเห็นว่าเราแค่มีศัตรูคนเดียวกัน

"เพราะคุณช่วยผมสองครั้ง ผมจะขอร้องให้คุณปล่อยให้เป็นหน้าที่ผม หน้าที่กฎหมายจัดการคนพวกนี้"

"ถ้าฉันไม่ฟัง คุณจะจัดการกับฉัน...ถ้าอย่างนั้นเราไม่ควรจะพบกันอีก" ดาวว่าแล้วดีดตัวออกไป...

ครู่ต่อมา ดาวกลับถึงบ้านพัก ลุงเดช จักจั่นกับไผ่รออยู่ ดาวขอโทษลุงเดชที่ออกปฏิบัติการโดยไม่ได้บอกกล่าว ลุงเดชอยากรู้ว่าทำลายยาเสพติดได้หรือเปล่า ดาวส่ายหน้า พอดีตำรวจบ้าคนนั้นโผล่มาจากไหนไม่รู้ เธอก็เลยปล่อยให้เขาจัดการ ลุงเดชดูท่าทีแล้วว่าตำรวจคนนี้เอาจริง อาจจะป่วนแผนการที่เราวางไว้

ดังนั้น พวกเราต้องไปแฝงตัวอยู่ที่บ้านดอนเสือก่อนกำหนด แล้วค่อยให้แสงจะพาพวกสมาชิกโจรตามไปหาจุดเหมาะตั้งค่ายเสริมกำลังทีหลัง

ooooooo

เสี่ยม้งกลับมามือเปล่า แผนการที่สินชัยวางไว้ พังไม่เป็นท่า นอกจากฆ่าฤทธิชัยไม่ได้ ยาเสพติดมูลค่ามหาศาลที่ต้องส่งให้ลูกค้าวันพรุ่งนี้ก็ถูกฤทธิชัยยึดไปหมด โทษสถานเดียวที่เสี่ยม้งจะได้รับคือความตาย สินชัยยิงเสี่ยม้งด้วยมือของเขาเอง เสี่ยเหลิมถึงกับหน้าถอดสี

"เสี่ยเหลิม ผมให้คุณคุมงานทั้งหมดและอย่าให้พลาดอีก" สินชัยว่าแล้วขยับจะออกไป

"เดี๋ยวครับท่าน เรื่องนางเสือท่านจะทำยังไงครับ มันจ้องเล่นงานพวกเราทุกครั้งที่เราทำงาน ผมคิดว่า..."

"ผมจะหาคนมาจัดการมันให้เร็วที่สุด"    สินชัยกลับออกไป ทิ้งเสี่ยเหลิมไว้กับร่างไร้วิญญาณของเสี่ยม้ง...

อภิชาติกำลังมือขึ้น เล่นไพ่ได้เงินจากเจ้ามือบ่อนเป็นกอบเป็นกำ พวกนักเลงคุมบ่อนเห็นท่าไม่ดี รีบไปตามนายไชยลูกพี่ตัวเองมาจัดการ...

ฝ่ายฤทธิชัยมารออภิชาติที่ร้านกาแฟหน้าสถานีอนามัย ตามนัด ชายวัยกลางคนที่อภิชาติช่วยใช้หนี้ให้เข้ามาบอกว่าตอนนี้เพื่อนของเขาอยู่ที่บ่อน ฤทธิชัยไม่ห่วงอภิชาติเพราะรู้ว่าเขาเล่นพนันเป็น

"คืออย่างนี้ครับ พวกมันให้เข้าไปเล่นเสีย ถ้าเล่นได้มันจะไม่ปล่อยให้กลับออกมา"

ฤทธิชัยหน้าเครียดขึ้นมาทันที...

เป็นจริงอย่างชายวัยกลางคนบอกฤทธิชัย นายไชย หัวหน้าบ่อนหาว่าอภิชาติเล่นโกง แถมเอาปืนจ่อหัวเขาไว้ อภิชาติโวยกลับว่าเจ้ามือนั่นแหละโกง นักพนันในบ่อนต่างพากันมาที่โต๊ะที่อภิชาติเล่น สร้างความปั่นป่วนทั้งบ่อน ขณะอภิชาติกำลังจะถูกลากออกไปยิงทิ้ง ฤทธิชัยตามมาช่วยไว้ทัน...

ได้เวลาพักผ่อนแล้วแต่ดาวยังไม่ง่วง คว้าชุดนางเสือมาเปลี่ยนแต่ไม่สวมหน้ากากออกไปยืดเส้นยืดสายในป่า มองพระจันทร์สวยบนฟ้าแล้วอดคิดถึงตำรวจหนวดหลุดคนนั้นไม่ได้ ชมจันทร์เพลินกว่าจะกลับบ้านพักก็ดึกมากแล้ว ลุงเดชยืนอยู่ที่ระเบียงบ้านพักเห็นดาวในชุดนางเสือเพิ่งกลับ ร้องทักว่านอนไม่หลับหรือ ถึงได้ออกไปฝึกวิชาจนดึกป่านนี้ ดาวสงสัยว่าทำไมลุงเดชถึงคิดว่าเธอนอนไม่หลับ

"เข้าบ้านดอนเสือเหยียบจมูกศัตรู อาจยุ่งยากเกินไปทำให้คนคิดมากก็ได้"

ดาวไม่ได้คิดมาก แค่ตื่นเต้นนิดหน่อย ลุงเดชเป็นห่วง ถ้าเธอมีเรื่องอะไรไม่สบายใจคุยกับเขาได้ทุกเวลา

"งั้นดาวแค่คิดเล่นๆนิดหน่อยว่าป่านนี้คุณแม่คุณพ่อของดาวอยู่ที่ไหนแล้วทำอะไรอยู่น้อ"

"ลุงเสียใจที่ไม่มีคำตอบให้ แต่เชื่อได้ว่า พ่อแม่หนูก็กำลังคิดเหมือนกันว่าป่านนี้หนูกำลังทำอะไรอยู่...ใครจะไปรู้

วันหนึ่งฟ้าอาจจะลิขิตให้ทุกคนโคจรมาพบกันก็ได้"

"ไม่ว่าจะอย่างไร ดาวอยากจะบอกว่าที่ดาวคิดถึงพ่อแม่ ไม่ใช่ดาวจะไม่มีความสุข ดาวแค่คิดสงสัยไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น ดาวมีความสุขอยู่แล้ว เพราะดาวมีลุงเดช แม่พร พ่อแสงที่รักดาว"

ลุงเดชลูบผมเธอด้วยความรักและเอ็นดู บอกให้เข้านอนได้แล้ว เขาก็จะไปนอนเช่นกัน ลุงเดชไม่ได้กลับไปนอนอย่างที่บอกดาว เขาลัดเลาะไปยังหลุมศพหลังค่ายโจร

"ท่านครับ...หนูดาวเริ่มถามถึงท่านแล้วก็คุณแม่ของแกแล้วนะครับ ผมควรจะทำอย่างไรดีครับท่าน หวังว่าท่านคงดลใจให้ผมรู้ว่าจะทำอย่างไรเมื่อถึงเวลา" ลุงเดชยกมือไหว้ ก่อนจะถอนใจ หนักใจ

ooooooo

ลุงเดช ดาว จักจั่น และไผ่มาพักที่บ้านป้าเนียน เพราะที่นี้กว้างขวางสะดวกสบาย มีห้องนอนหลายห้อง ป้าเนียนซึ่งเป็นพยาบาลประจำสถานีอนามัยบ้านดอน-เสือคุยให้เด็กๆฟังว่า สมุนของสินชัยไม่กล้าทำอะไรเธอเพราะกลัวเธอจะไม่รักษาพวกมัน แล้วชวนเด็กๆว่าถ้าเกิดเบื่อขึ้นมาไปช่วยเธอที่สถานีอนามัยก็ได้ คุยกันไปคุยกันมาป้าเนียนเกิดหลุดปากเรื่องจะมีงานทำบุญครบรอบวันตายปีที่สิบห้าให้อิทธิในวันพรุ่งนี้

"ท่านอิทธิคนเดียวกับที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาป่าหรือเปล่าจ๊ะ"

ป้าเนียนกับลุงเดชตกใจที่ดาวถามเรื่องนี้ พยายามเก็บอาการไม่ให้ผิดสังเกต ไผ่สงสัยว่าทำไมดาวถึงรู้เรื่องท่าน จักจั่นคุยว่าตัวเองก็รู้เหมือนกัน วันก่อนเธอนั่งดูทีวีกับดาว เจอรายการสัมภาษณ์เรื่องภาวะโลกร้อนได้ยินชื่อท่านพอดี ลุงเดชสบตาป้าเนียนก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

"เล่าให้หลานๆฟังหน่อยป้าเนียน ไหนๆก็ไหนๆไม่อย่างนั้นเด็กพวกนี้ถามไม่หยุด"

"ท่านอิทธิเหรอ เอ่อ...ท่านก็เป็นผู้ก่อตั้งศูนย์อาสาฯ ก็เท่านั้นเอง ชาวบ้านก็แค่มาทำบุญรำลึกถึงท่าน ไม่มีอะไรหรอก น่าเบื่อจะตาย  มีแต่คนแก่ๆรุ่นป้านี่แหละ  เดินกันไม่ค่อยจะไหวแล้ว" ป้าเนียนพูดจบก็หัวเราะกลบเกลื่อน ทุกคนพากันหัวเราะตาม ยกเว้นดาวที่จับพิรุธบางอย่างของป้าเนียนกับลุงเดชได้

แต่สุดท้ายก็ทำเป็นยิ้มกับทุกคน ไผ่เห็นว่างๆเลยชวนจักจั่นกับดาวไปช็อปปิ้ง พอเด็กๆคล้อยหลัง ป้าเนียนบอกลุงเดชว่างานนี้เชิญคุณหญิงรัตนามาด้วย แต่ไม่รู้ว่าคุณหญิงจะมาหรือเปล่า ถ้ามาก็ดีลุงเดชจะได้คุยเรื่องวันนั้นกับคุณหญิง เพราะวันที่อิทธิตายลุงเดชอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ

"ใช่...แต่ทุกอย่างมันสับสนไปหมด ฉันรู้ตัวอีกทีก็อยู่ในกระท่อมของพวกชาวบ้าน ฉันสลบไปสามวัน ทุกอย่างสายเกินไป" ลุงเดชไม่บอกความจริงเรื่องตัวเองและดาว เพราะเกรงป้าเนียนจะเก็บความลับไม่ได้ แล้วขอร้องป้าเนียนอีกครั้งว่าห้ามพูดเรื่องอดีตของเขากับหลานๆของเขา ไม่อย่างนั้น เขาจะไปจากที่นี่...

เย็นวันเดียวกัน ท่านรองฯก้องเกียรติโทร.มาขอร้องให้ ฤทธิชัยไปงานทำบุญครบรอบวันตายของอิทธิที่บ้านดอนเสือเป็นเพื่อนคุณหญิงรัตนา ฤทธิชัยชวนอภิชาติมาด้วย

ooooooo

งานทำบุญครบรอบวันตายปีที่ 15 ของอิทธิจัดขึ้นบริเวณสวนเล็กๆใกล้ศูนย์อาสาฯเก่า มีการทำบุญตักบาตรตามประเพณี  ลูกน้องเก่าๆของอิทธิมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง...

ดาว จักจั่นกับไผ่แวะมาหาป้าเนียนที่สถานีอนามัย ป้าเนียนกำลังจะไปงานทำบุญพอดี เลยชวนเด็กทั้งสามคนไปด้วย ไผ่ขับรถมาส่งแล้วขอรออยู่ที่รถ ปล่อยให้ดาวกับจักจั่นไปกับป้าเนียน ดาวดีใจมากที่รู้ว่าคุณหญิงรัตนามางานนี้ด้วย และยิ่งดีใจมากๆเมื่อป้าเนียนพาเธอกับจักจั่นมาแนะนำตัวให้คุณหญิงรู้จัก

คุณหญิงรัตนาคุยถูกคอกับดาวและจักจั่น ถึงกับออกปากชมกับป้าเนียนว่าหลานของแกน่ารักมาก และถือโอกาสชวนป้าเนียนกับหลานทั้งสองคนไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน ป้าเนียนอึกๆอักๆ นึกถึงลุงเดชที่ไม่อยากให้ยุ่งกับคุณหญิงเลยปลีกตัวขอกลับก่อน บอกให้ดาวกับจักจั่นไปกินข้าวเป็นเพื่อนคุณหญิง

ดาวเกรงใจ ทำท่าจะปฏิเสธ แต่คุณหญิงรัตนาคะยั้นคะยอ ทั้งคู่จึงตกลงรับคำชวน คุณหญิงเอ็นดูดาวกับจักจั่นขอร้องให้พวกเธอเรียกท่านว่าอาหญิง ทันใดนั้น มีเสียงดังขึ้นทางด้านหลัง

"คุณอาหญิงมีเพื่อนใหม่หรือครับ"

คุณหญิงรัตนา ดาว และจักจั่นหันไปมองตามเสียง เห็นฤทธิชัยกับอภิชาติยืนอยู่ ดาวกับจักจั่นคาดไม่ถึงว่าจะเจอชายหนุ่มทั้งสองคน คุณหญิงรัตนาแนะนำให้ทั้งสี่คนรู้จักกัน โดยที่ไม่รู้ว่าพวกเขารู้จักกันมาก่อนแล้ว

"อาชวนหนูดาวกับหนูจักจั่นกินข้าวด้วยกัน"

"ดีครับ ผมรู้จักร้านอาหารอร่อยด้วย คุณดาวก็คงรู้จักมั้งครับ"

"ค่ะ...น่าจะเป็นร้านเดียวกันด้วย"

"ดีเลย จะได้ไม่ต้องเลือกกันมาก...เอ...คุณหนึ่งรู้ได้อย่างไรจ๊ะว่าหนูดาวรู้จักร้านนี้"

ฤทธิชัยเรียนคุณหญิงว่าเขาเคยพบกับดาวและจักจั่นมาครั้งหนึ่งแล้ว คุณหญิงยิ่งพอใจมากที่เจอคนกันเอง ทั้งหมดตรงไปยังร้านอาหารร้านเดิมที่ฤทธิชัยเคยมากินเมื่อคราวมาบ้านดอนเสือครั้งแรก...

คุณหญิงรัตนายิ่งได้พูดคุยทำความรู้จักกับดาวยิ่งถูกชะตา หลังกินข้าวเสร็จ ดาวกับจักจั่นเดินมาส่งคุณหญิงรัตนาที่รถ คุณหญิงขอบใจทั้งคู่มาก วันนี้เธอสนุกมาก วันหลังถ้าเธอมาบ้านดอนเสือ เธอจะแวะไปหา หรือถ้าดาวกับจักจั่นไปเที่ยวกรุงเทพฯ ไปพักที่บ้านเธอได้เลย เธอจะดูแลอย่างดี

"คุณลุงคงไม่อนุญาตง่ายๆหรอกค่ะ" ดาวเสียงอ่อย

"ไปเยี่ยมคุณหญิงที่กรุงเทพฯก็ดีเหมือนกันนะ คุณหญิงมาที่นี่อาจจะไม่สะดวก"

"อ๋อ...ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันมีบ้านพักอยู่ที่นี่ ใกล้กับบ้านพักของเจ้าหน้าที่ป่าไม้"

ได้เวลาต้องจากกัน ดาวกับจักจั่นยกมือไหว้ลาคุณหญิง แล้วหันหลังเดินออกไป ได้ยินเสียงคุณหญิงรัตนาเรียก "หนูดาว" ดาวหยุดเดินหันกลับไปมอง เห็นคุณหญิงรัตนามองมาด้วยน้ำตาคลอเบ้า ดาวเดินมาหาด้วยความตื้นตันใจ คุณหญิงรัตนาโอบกอดดาวไว้ในอ้อมอก จักจั่นน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งใจ คุณหญิงรัตนาสัญญาว่าจะมาหาดาวอีก ทั้งสองคนจ้องมองกัน ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ห่างออกมาอีกมุมหนึ่งฝั่งตรงข้ามที่จอดรถ ลุงเดชลอบมองอยู่ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ ดาวกับจักจั่นยืนมองคุณหญิงรัตนาจนรถแล่นลับสายตา จักจั่นนึกไม่ถึงจริงๆว่าคุณหญิงรัตนาจะชอบพี่ดาวของเธอมากขนาดนี้ ดาวยิ้มไม่พูดอะไร สีหน้าเหมือนพบความอบอุ่นที่ขาดหายไป

ooooooo

ตอนที่ 4

สักพัก ลุงเดชเดินเข้าไปหาดาวกับจักจั่นไม่เห็นไผ่อยู่ด้วยเลยถามหา ได้ความว่าพาป้าเนียนกลับสถานีอนามัย ลุงเดชชวนหลานสาวทั้งสองคนไปหาไผ่ โดยไม่ปริปากถามเรื่องคุณหญิงรัตนา...

ระหว่างที่ลุงเดช ดาว และจักจั่นเดินผ่านหน้าตลาดดอนเสือ เจอนายพุกกับนายตันสมุนของสินชัยกำลังฉุดเด็กสาวชาวบ้านหน้าตาดีคนหนึ่งเข้ารถตู้โดยมีพ่อและแม่ของเด็ก สาวพยายามยื้อแย่งลูกไว้ ขณะพวกชาวบ้านมุงดูอยู่ห่างๆไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ลุงเดชสั่งให้ดาวกับจักจั่นอยู่เฉยๆไว้ก่อน แต่พอเห็นคนร้ายผลักสองผัวเมียล้มลง ดาวปรี่เข้าหาพวกนั้นทันที จักจั่นไม่รอช้าพุ่งตามไปติดๆ ลุงเดชได้แต่ถอนใจ

ดาวสั่งให้คนร้ายปล่อยเด็กสาวไป นายตันกับนายพุกเห็นหน้าตาสะสวยของจักจั่นกับดาวคิดจะฉุดไปด้วย ลุงเดชตามมาสมทบ บอกให้ดาวกับจักจั่นถอยไป แล้วจัดการประเคนทั้งหมัดทั้งเข่าใส่นายพุกสลบเหมือด นายตันเห็นเพื่อนโดนเล่นงานชักปืนขึ้นมาจะยิงลุงเดช ดาวไวกว่าตวัดปืนจากเอวขึ้นมายิงใส่มือนายตันปืนกระเด็นหลุดมือ นายตันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ยกมือไหว้ปลกๆขอชีวิต

"พาเพื่อนเอ็งไป ถ้าข้าเห็นหน้าพวกเอ็งอีก ข้าจะยิงเอ็งเหมือนยิงหมาตัวหนึ่ง" ลุงเดชขู่เสียงเข้ม

นายตันตาลีตาเหลือกพยุงนายพุกยัดใส่รถตู้ รีบขับออกไปทันที โดยมีเสียงชาวบ้านช่วยกันโห่ไล่หลัง สองผัวเมียขอบคุณสามคนลุงหลานยกใหญ่ ลุงเดชถามคู่ผัวเมียว่ามันเรื่องอะไรกัน ได้ความว่าพวกคนร้ายมาเรียกค่าคุ้มครอง พวกตนไม่มีเงินจ่าย มันเลยจะเอาลูกสาวไปแทน ลุงเดชสงสัยว่าทำไมไม่แจ้งตำรวจ

"แจ้งแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรมันไม่ได้ เป็นอย่างนี้มานานแล้ว"

ดาว จักจั่นกับลุงเดชได้แต่มองหน้ากันพูดไม่ออก... ครู่ต่อมา ลุงเดชกับสองสาวมาถึงสถานีอนามัย พอไผ่รู้เรื่องที่ลุงเดชลุยกับพวกคนชั่วด้วยตัวเอง นึกเสียดายที่ไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย  ลุงเดชยอมรับว่าสิ่งที่ทำไปไม่ถูกต้อง  เขาควรจะระวังให้มากกว่านี้ ดาวบอกลุงเดชว่าเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยๆอีกแล้ว จะจัดการไอ้คนเลวพวกนี้ให้สิ้นซาก จักจั่นกับไผ่เห็นด้วยกับดาว พวกเราจะลุยในแบบฉบับของชาวบ้านไม่ให้ความลับเปิดเผย

ลุงเดชคิดอยู่อึดใจ "เอา...งั้นลุงก็เอาด้วยคน เจอพวกมันก่อเรื่องที่ไหนลุยมันที่นั่น"

เด็กทั้งสามคนต่างดีใจส่งเสียงเฮลั่น ป้าเนียนได้ยินเสียงเอะอะถามว่ามีอะไรกัน พอรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ป้าเนียนชูกำปั้นส่งเสียงเย้ ขอดีใจด้วยคน จากนั้นลุงเดชกับเด็กๆขอตัวกลับ ทิ้งป้าเนียนให้ทำงานของแกต่อ...

ที่บ้านป้าเนียน ขณะดาวกำลังเช็ดปืนอยู่ในห้องนอนตัวเอง แต่ใจลอยคิดถึงคุณหญิงรัตนาตอนที่กอดเธอไว้แนบอก และอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงฤทธิชัยตอนที่คุณหญิงแนะนำว่าเขาเป็นหลานชายของ ท่าน จังหวะนั้นจักจั่นเดินเข้ามาในห้อง บ่นอย่างเสียดายว่าเราสองคนน่าจะรับคำเชิญไปเที่ยวกรุงเทพฯของคุณหญิงรัตนา พวกเราไม่ได้ไปที่นั่นเกือบสามปีแล้ว ดาวแซวจักจั่นว่าอยากไปกรุงเทพฯ เพราะต้องการให้อภิชาติดูแลใช่ไหม

จักจั่นแซวกลับว่า ดาวเองก็อยากให้ฤทธิชัยมาคอย ต้อนรับเหมือนกัน ดาวไม่สนคนทึ่มๆแบบนั้น บอกจักจั่นว่าเลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้ว ชีวิตของพวกเราสวนทางกับพวกเขา เราเป็นโจรแต่เขาเป็นตำรวจ อย่าเจอกันอีกเป็นดี จักจั่นยังติดใจสงสัยอยู่นิดหนึ่งว่าทำไมดาวถึงเรียกฤทธิชัยว่าตาทึ่ม

"ก็เพราะว่าครั้งแรกที่พี่เจอ เขาปลอมเป็นพวกคนร้ายติดหนวด ใส่แว่น ทึ่มเป็นบ้า แถมยังหนวดหลุดห้อยร่องแร่งอีกต่างหาก ทึ่มสุดๆ" ดาวพูดจบ เผลอยิ้มตาเป็นประกายไม่รู้ตัว

จักจั่นเห็นท่าทางของดาวแล้วจับได้ว่าที่จริงดาวก็แอบมีใจให้ฤทธิชัย เลยอดกระเซ้าไม่ได้ ดาวเขินรีบพูดกลบเกลื่อนว่า พรุ่งนี้เราเข้าป่าไปหาสายฟ้ากับสายลมกันดีกว่า จักจั่นรับคำแล้วรีบไปชวนไผ่

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านหรูในกรุงเทพฯของคุณหญิงรัตนา คุณหญิงพรพรรณเห็นคุณหญิงรัตนาลูกสาวของเธอกลับจากบ้านดอนเสือด้วยสีหน้า สดใสเข้ามาทัก

"แม่นึกว่าการไปบ้านดอนเสือจะทำให้ลูกไม่สบายใจ แต่ดูเหมือนว่าแม่จะคิดผิด ลูกดูสบายใจขึ้น"

"ค่ะ ลูกเจอเด็กหญิงสองคนน่ารักทั้งคู่ รุ่นราวคราวเดียวกับลูกษา ถ้าคุณแม่ได้เจอ ต้องชอบพวกแกแน่ๆโดยเฉพาะหนูดาว ไม่รู้เป็นอย่างไรถูกชะตาลูกจริงๆ" คุณหญิงรัตนายิ้มตาเป็นประกาย

คุณหญิงพรพรรณสบายใจที่เห็นลูกสาวมีความสุข...

ที่คอฟฟี่ช็อปในโรงแรมบ้านดอนเสือ นายไชยสั่งให้ สมุนสองคนของตนพานายตันกับนายพุกที่อยู่ในสภาพสะบัก สะบอมไปส่งโรงพยาบาล แล้วกำชับให้ออกตามหาพวกที่กล้ามาลูบคมพวกเราให้เจอ ส่วนสมุนที่เหลือออกไปหาผู้หญิงมาเพิ่ม ทางกรุงเทพฯต้องการเด็กใหม่ๆอย่างน้อย 20 คนภายในอาทิตย์นี้ พวกสมุนรีบไปทำตามคำสั่งทันที เสี่ยเหลิมเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาหานายไชย

"เจ้านายสั่งโควตาไม้มาแล้ว เยอะด้วย กำลังรอคำสั่งคอนเฟิร์ม...เฮ่อ...พวกเราโดนนางเสือเล่นงานทุกครั้ง จนพวกมันขยาดกันหมดไม่มีใครอยากออกไปตัดไม้กันแล้ว" เสี่ยเหลิมว่าแล้วถอนใจ หนักใจ

"ไม่ต้องห่วง เจ้านายให้ผมจัดพรานล่าเสือมาแล้ว มีวิชาอาคมสารพัด"

เสี่ยเหลิมแปลกใจว่าทำไมสินชัยไม่เห็นบอกตนเอง นายไชยแดกดันว่าเจ้านายคงเห็นเสี่ยเหลิมงานล้นมือ แล้วลุกออกไปดื้อๆเสี่ยเหลิมมองตามไม่พอใจที่นายไชยคิดจะทำผลงานข้ามหน้า ข้ามตา...

คืนเดียวกันนั้น ฤทธิชัยกับอภิชาติมาดักรอเล่นงานนายโจอยู่หน้าบาร์แห่งหนึ่งย่านอาร์ซีเอฐาน หลอกเขาไปติดกับ นายโจคุยว่ามีข่าวใหม่เกี่ยวกับสินชัยจะบอก ถ้าฤทธิชัยฟังแล้วต้องปล่อยเขาไป ฤทธิชัยพยักหน้า นายโจเล่าว่าสินชัยเปลี่ยนที่รับสินค้าใหม่มาเป็นที่กรุงเทพฯ โกดังที่ฤทธิชัยเคยบุกเข้าไปครั้งก่อน

"นายสินชัยหักหลังคนซื้อเชิดเงินพวกมันไป พวกมันเตรียมแผนปล้นนายสินชัยเป็นการแก้แค้น"

ฤทธิชัยส่ายหน้าไม่เชื่อ นายโจยืนยันว่าครั้งนี้เป็นเรื่องจริง พวกมันจะลงมือคืนนี้ แทนที่ฤทธิชัยจะปล่อยนายโจไปอย่างที่รับปาก เขากลับจะส่งเข้าคุก นายโจพยายามหนี ฤทธิชัย อัดกำปั้นเข้าท้องนายโจจนตัวงอ ลากไปที่รถของเขาจับยัดไว้ในกระโปรงท้ายรถ แล้วรีบขับรถตรงไปยังโกดังแห่งนั้น...

เหตุการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่นายโจพูด แทนที่สินชัยจะเป็นฝ่ายถูกปล้น เขากลับหักหลังคู่ค้าชิงเงินค่ายาเสพติดไป และสั่งให้สมุนสังหารคู่ค้าตายเรียบ แถมสถานที่เกิดเหตุก็ไม่ใช่ โกดังกลางกรุงอย่างที่นายโจว่า แต่เป็นลานกว้างเปลี่ยวๆชานกรุง...

ด้านฤทธิชัยกับอภิชาติบุกเข้าไปในโกดังตามที่นายโจให้ข่าวไม่เจอใครเจอแต่ ลังใส่ยาเสพติดสองถึงสามลังตั้งอยู่กลางโกดัง  ทันใดนั้นตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติด กรูกันเข้าล้อมทั้งคู่ไว้

"เราได้รับรายงานจากนายสินชัยว่ามีตำรวจใช้ที่นี่เป็นแหล่งค้าเฮโรอีน ผมหวังว่าผู้กองมีคำอธิบายในการเข้ามาในที่นี้"

ฤทธิชัยพยายามอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนหัวหน้าตำรวจจะไม่เชื่อแถมขอหมายค้นจากเขา อภิชาติโกหกว่ามีหมายค้น แกล้งชูกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา หัวหน้าตำรวจยังไม่ทันจะหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาดูมีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น ขัดจังหวะเสียก่อน หัวหน้าตำรวจรับสายไม่ได้พูดอะไรสักคำได้แต่พยักหน้า พอวางสายก็หันมองฤทธิชัยกับอภิชาติสีหน้าเยาะ

"มีรายงานว่าพวกคุณพยายามฆ่าปิดปากพยานรู้เห็นในการซื้อขายครั้งนี้"

"รายงานมีค่าเท่ากับศูนย์ ถ้าไม่มีหลักฐาน"

หัวหน้าตำรวจขอค้นรถของฤทธิชัย ขณะที่ฤทธิชัยกับอภิชาติเดินนำตำรวจไปที่รถ ฤทธิชัยนัดแนะกับอภิชาติอย่างดิบดีว่าจะแก้ตัวอย่างไรที่จับนายโจขังไว้ท้าย รถ แต่พอตำรวจเปิดฝากระโปรงท้ายรถขึ้นดูเห็นร่างของนายโจนอนตายตาเบิกโพลง กลางหน้าผากมีรอยกระสุน อภิชาติกับฤทธิชัย ถึงกับพูดอะไรไม่ออก...

ในเวลาต่อมา ที่กองปราบปรามยาเสพติด ท่านรองฯ ก้องเกียรติต้องเข้ามาเคลียร์เรื่องนี้ให้ฤทธิชัยกับอภิชาติ จนพ้นข้อกล่าวหา แต่ฤทธิชัยจะต้องถูกพักงานชั่วคราวจนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบ...

ข่าวฤทธิชัยกับอภิชาติถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด เป็นข่าวเด็ดของคืนนี้ ทีวีทุกช่องรายงานข่าวกันอย่างครึกโครม สินชัยเห็นข่าวแล้วยิ้มสะใจ คว้ามือถือขึ้นมาโทร.

"ทางสะดวกเริ่มจัดของตามโควตาได้...ใช่...ทุกอย่าง"

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ดาว จักจั่น และไผ่กลับเข้าป่าเยี่ยม เยียนสายฟ้ากับสายลม พบว่าพวกคนร้ายมีการเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักหลายจุดเหมือนได้รับออเดอร์ ตัดไม้มาลอตใหญ่ ดาวดูจากจำนวนคนและอุปกรณ์ของพวกคนร้ายแล้ว ประเมินได้ว่าพวกนี้จะต้องอยู่ในป่า อีกหลายวัน...

ฤทธิชัยจะใช้โอกาสที่ถูกพักงานเดินทางไปบ้านดอนเสือเพื่อสืบเรื่องธุรกิจผิด กฎหมายของสินชัย เขาจำเป็นต้องฉายเดี่ยว เพราะท่านรองฯก้องเกียรติจะลงมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้ ฤทธิชัยขอร้องให้อภิชาติไปช่วยอีกแรงหนึ่ง อภิชาติขอเคลียร์งานที่ศาลสักสองสามวันก่อนแล้วจะตามไป

ขณะฤทธิชัยกำลังเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นใส่ กระเป๋าเดินทาง คุณหญิงรัตนาทราบข่าวฤทธิชัยถูกพักงาน โทร.มาเชิญให้เขาไปพบที่บ้านก่อนเขาจะไปบ้านดอนเสือ อภิชาติขอไปบ้านคุณหญิงรัตนาด้วย ไม่นานนัก สองหนุ่มมาถึงบ้านคุณหญิงรัตนา ดูคุณหญิงรัตนาไม่ค่อยสบายใจนักที่ฤทธิชัยถูกสั่งพักงานเกรงจะกระทบต่อการ จัดการกับสินชัย ฤทธิชัยยืนยันว่าไม่กระทบ อาจจะทำให้เขาสองคนทำงานง่ายขึ้นด้วยซ้ำ

"อาอยากให้เธอสองคนระวังตัวให้มาก บ้านดอนเสือมีอันตรายมานานแล้ว...เอ่อ...อาเป็นห่วงหนูดาวกับหนูจักจั่น ฝากคุณหนึ่งกับคุณชาติดูแลสองคนนั่นด้วยนะจ๊ะ ไม่รู้ทำไมถึงถูกชะตา"

อภิชาติคาดว่าน่าจะเป็นเพราะทั้งคู่ทำให้คุณหญิงรัตนาคิดถึงลูกสาวแล้วขอ ท่านดูรูปถ่ายของน้องษา คุณหญิงรัตนาหยิบรูปของหนูพฤกษาที่ถ่ายกับเธอและอิทธิเมื่อสิบห้าปีก่อนมา ให้ดู

"ผมจะเอารูปนี้ส่งไปให้เพื่อนผมที่อเมริกา ลองเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ดูว่าเมื่อผ่านไปสิบห้าปีแล้ว หน้าตาของน้องษาควรจะเป็นอย่างไร

"ใช่แล้วนายชาติ เป็นเทคนิคใหม่ที่ตำรวจใช้เพื่อคำนวณหน้าตาคนร้ายว่าเปลี่ยนไปแค่ไหน เป็นการอัพเดตหน้าของคนร้ายที่อายุมากขึ้น"

คุณหญิงรัตนาฟังด้วยความตื่นเต้น อภิชาติคาดว่าอาจต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะเสร็จ ทั้งสามคนต่างยิ้มให้กัน ฤทธิชัยจ้องมองรูปถ่ายของหนูพฤกษาเหมือนจะจดจำรายละเอียดไว้ทุกส่วน อภิชาติมีอีกคำถามหนึ่งจะถามคุณหญิงรัตนา น้องษาเกิดปีอะไร พอรู้ว่าเธอเกิดปีเสือ สองหนุ่มเหลียวมองหน้ากันทันที...

ระหว่างฤทธิชัยขับรถกลับจากบ้านคุณหญิงรัตนา อภิชาติตั้งข้อสังเกตว่าบางทีนางเสือกับน้องษาอาจจะเป็นคนคนเดียวกัน ฤทธิชัยหาว่าทฤษฎีของเพื่อนหลุดโลกไปหน่อย

"อ้าวทำไม...น้องษาเกิดปีเสือ ชอบป่าตั้งแต่เด็ก หายไปในป่า สิบห้าปีผ่านไปมีนางเสือโผล่มารักษาป่า จัดการกับพวกลักลอบตัดต้นไม้ เป็นไปได้นะเพื่อน"

ฤทธิชัยชักคล้อยตามว่าทฤษฎีนี้เข้าท่าแต่ขอร้องเพื่อนว่าอย่าเพิ่งพูดเรื่อง ทฤษฎีนี้กับอาหญิง อภิชาติรับปาก ฤทธิชัยกำลังจะไปพบท่านรองฯก้องเกียรติ ถามอภิชาติว่าจะไปด้วยไหม อภิชาติส่ายหน้า เขามีนัดกับสาว แล้วกำชับเพื่อนว่าห้ามโทร.หาเขาเด็ดขาด...หลังจากส่งอภิชาติเสร็จ ฤทธิชัยไปพบท่านรองฯก้องเกียรติที่บ้านของท่าน ท่านรองฯเตือนว่าตั้งแต่ฤทธิชัยถูกซ้อนแผนเมื่อคืนดูเหมือนเขาจะถูกโดด เดี่ยว

ฤทธิชัยอ้างว่าเขายังมีอภิชาติอีกคนหนึ่ง ท่านรองฯอยากให้เขาพิจารณานางเสือมาเป็นตัวช่วยอีกแรง อย่างน้อย เธอก็เคยช่วยชีวิตเขาไว้ ฤทธิชัยอ้าปากจะค้านแต่ท่านรองฯชิงพูดขึ้นก่อนว่า

"ผมรู้ นางเสือเป็นคนนอกกฎหมาย ผมไม่ได้ให้คุณละเว้น แต่กรณีที่คุณมีงานล้นมือคุณต้อง..."

"ผมต้องเลือกเอาว่าคนไหนควรจัดการก่อน คนไหนควรจัดการทีหลัง"

ท่านรองฯก้องเกียรติพยักหน้า ขณะที่ฤทธิชัยรู้สึกหนักใจ...

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านของป้าเนียน ดาว จักจั่น และไผ่กลับมารายงานลุงเดชว่ามีการเคลื่อนไหวของคนร้ายในป่าไม่ห่างจากบ้าน ดอนเสือนัก ลุงเดชวิเคราะห์สถานการณ์แล้ว เห็นว่าครั้งนี้ดูท่าทียุ่งยากพอสมควรเพราะแต่ละจุดที่พวกนั้นกระจายกันอยู่ มีหน่วยเฝ้าระวังอยู่หลายสิบคน

"เราก็แยกกันบุก กวนให้พวกมันเสียสติไปเลย อย่าให้พวกมันได้หลับได้นอน"

ลุงเดชชมว่าความคิดของจักจั่นดี แต่เสี่ยงเกินไป เขาจะส่งไผ่ไปบอกแสงนำกำลังมาให้เร็วที่สุด ให้แสงหาที่เหมาะๆตั้งค่ายนอกเขตบ้านดอนเสือ ไผ่เดินทางแค่วันเดียวก็ถึงค่ายโจร แต่แสงกับพวกโจรเดินทางที่นี่อย่างมากก็สองวัน ทำให้พวกเรายังมีเวลาวางแผนทัน ระหว่างนี้ลุงเดชอยากให้พวกเราทำตัวเป็นชาวบ้านเหมือนเดิมอย่าเปิดเผยตัวเอง ให้พวกคนร้ายสงสัยได้

ooooooo

ที่สถานีอนามัยบ้านดอนเสือ ขณะป้าเนียนกำลังจ่ายยาให้คนไข้ หญิงชาวบ้านคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามาบอกว่าคนร้ายที่มาฉุดเด็กสาวเมื่อวาน ตอนนี้กลับมาอาละวาดอีกแล้ว ชาวบ้านโทร.แจ้งตำรวจแต่ คนร้ายอ้างกับตำรวจว่าจะพาพวกหญิงสาวไปทำงาน พวกที่ถูกฉุดก็ไม่มีใครกล้าพูด ตำรวจเลยทำอะไรไม่ได้ ป้าเนียนคว้าโทรศัพท์จะโทร.ไปตามลุงเดช แต่ดาวกับจักจั่นโผล่เข้ามาพอดี อาสาจะจัดการเรื่องนี้เอง...

จากนั้น ดาว จักจั่นกับหญิงชาวบ้านวิ่งออกมาขึ้น

รถจี๊ปที่สมาชิกโจรยึดจากพวกลักลอบขนของเถื่อนเอามาทิ้งไว้ให้พวกเธอใช้ ฤทธิชัยเพิ่งมาถึงร้านกาแฟหน้าสถานีอนามัยบ้านดอนเสือ เห็นสองสาวขับรถออกไปอย่างรีบร้อน รีบขับตาม ครู่ต่อมา รถจี๊ปของดาวแล่นมาจอดหน้าทางเข้าท้ายตลาด

"ป้ากลับบ้านไปได้แล้ว เดี๋ยวพวกมันเห็นจะเดือดร้อน"

ดาวว่าแล้วมองเข้าไปยังตึกแถวท้ายตลาดเห็นคนร้ายนับสิบคนโดยการนำของนาย เผือกกำลังยื้อยุดฉุดกระชากหญิงสาวขึ้นรถตู้ของพวกตน ชาวบ้านแอบมองอยู่ในห้องแถวตัวเองไม่มีใครกล้าออกมา ดาวกับจักจั่นปราดเข้าไปขวาง พวกคนร้ายกรูกันล้อมกรอบสองสาวไว้ ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นทางด้านหลัง

"ท่าทางสนุกดี ขอร่วมวงด้วยคน"

ดาวกับจักจั่นหันขวับไปมอง ต้องแปลกใจที่เห็นฤทธิชัยยืนยิ้มเอามือไพล่หลัง ฤทธิชัยสั่งให้คนร้ายถอยไป ไม่อย่างนั้นจะหาว่าเขาไม่เตือน พวกคนร้ายไม่กลัวคำขู่ แถมเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งเข้าหาฤทธิชัยแทน

"ว่าไงพี่ดาว จะปล่อยให้คุณฤทธิชัยโชว์เดี่ยวหรืออย่างไร" จักจั่นชักคันไม้คันมือ

"ให้เขาสนุกไปก่อน เราลุยไปช่วยพวกผู้หญิงดีกว่า ระวังอย่าแสดงฝีมือมากเกินไปเดี๋ยวเขาจะสงสัย"

ดาวกับจักจั่นล่อหลอกพวกนั้นบางส่วนให้ตามไปอีกทาง ขณะคนร้ายกำลังไล่กวดมาติดๆดาวตีลังกากลับหลังข้ามหัวพวกนั้นแล้วปรี่ไปยัง รถตู้ซึ่งเต็มไปด้วยเด็กสาวที่โดนฉุด จัดการคนเฝ้ารถตู้สลบเหมือด

เธอโดดขึ้นประจำที่นั่งคนขับ สตาร์ตเครื่องขับไปยังทิศทางที่ฤทธิชัยกำลังต่อสู้ คนร้ายเห็นดาวขับรถพุ่งใส่ต่างโดดหลบกันจ้าละหวั่น ดาวจอดรถรับฤทธิชัยก่อนจะพุ่งไปทางที่จักจั่นอยู่ จักจั่นรอจังหวะที่รถชะลอความเร็ว ดีดตัวเข้าทาง ประตูข้างที่พวกเด็กสาวเปิดรอ รถตู้ทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว...

ทันทีที่ลุงเดชรู้จากป้าเนียนว่าดาวกับจักจั่นตามไปช่วยเด็กสาวที่โดนฉุด รีบกดโทรศัพท์หา แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากมือถือของดาวและของจักจั่น ลุงเดชนึกเป็นห่วงรีบเอารถออกตาม...

ดาว จักจั่นกับฤทธิชัยขับรถตระเวนส่งเด็กสาวทั้งหมดกลับบ้านอย่างปลอดภัย ฤทธิชัยเห็นดาวขับรถตู้เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันอาสาขับแทน ระหว่างทางไปบ้านป้าเนียนเจอด่านตำรวจตั้งอยู่ ตำรวจเห็นทะเบียนรถตรงกับรถที่มีคนแจ้งความรถหาย รีบโบกให้จอด สั่งให้ทุกคนลงจากรถ

ฤทธิชัยแสดงตัวว่าเป็นตำรวจหน่วยปราบปรามพิเศษกำลังปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจประจำด่านไม่เชื่อ พวกเขารู้ว่าผู้กองฤทธิชัยถูกสั่งพักงาน ไม่มีหน้าที่ยุ่งเกี่ยวกับงานใดๆของสำนักงานตำรวจฯ

"การปฏิบัติการครั้งนี้ ผมไม่ได้แอบอ้างตำแหน่ง แต่ผมทำในฐานะพลเมืองดี"

"ใช่ค่ะ พวกเราสองคนพี่น้องกำลังจะถูกฉุดขึ้นรถคันนี้ คุณฤทธิชัยมาช่วยเราไว้ได้ทันท่วงที"

"และนำรถคันนี้ไปส่งเหยื่อรายอื่นๆที่ถูกฉุดมา กลับบ้านเรียบร้อยแล้วด้วย เราสมควรจะได้รับการชมเชยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่าการถูกควบคุมตัว" จักจั่นต่อว่าฉอดๆ

ตำรวจไม่สน ถึงอย่างไรทั้งสามคนต้องไปโรงพักเพื่อสอบปากคำก่อน แล้วยึดปืนกับมือถือของฤทธิชัยไป ดาวกับจักจั่นมองหน้ากันเกรงจะถูกยึดปืนไปด้วย จักจั่นแกล้งร้องไห้กระจองอแงอยากกลับบ้าน เบี่ยงเบนความสนใจของตำรวจ ได้ผลพวกนั้นไม่ได้ตรวจด้วยซ้ำว่าพวกเธอพกพาอาวุธหรือเปล่า ตำรวจพาทั้งสามคนขึ้นรถตู้คันเดิม แล้วให้ตำรวจหนึ่งนายเป็นคนขับ อีกสามนายคอยควบคุมผู้ต้องสงสัยในรถ

รถตู้แล่นมาพักใหญ่ เจอด่านตำรวจอีกด่านหนึ่งเบื้องหน้า ตำรวจในรถตู้สงสัยว่าตรงนี้มีด่านได้อย่างไร ดาวกระซิบบอกจักจั่นว่าเธอได้ยินพวกที่ด่านคุยกัน พวกนั้นเป็นตำรวจปลอม จักจั่นขยับมือไปแตะด้ามปืน ดาวปรามให้ใจเย็นๆ ทันทีที่รถจอด คนร้ายในคราบตำรวจเอาปืนจี้บังคับตำรวจทั้งสี่นายออกจากรถไปมัดไว้ในป่า ฤทธิชัยกระซิบบอกสองสาวอยู่เฉยๆไว้ก่อนเดี๋ยวเขาจัดการเอง แล้วร้องเอะอะขึ้น

"วู้...เกือบไปถึงโรงพักแล้ว โชคดีที่พี่มาดักไว้ก่อน ฉันได้ผู้หญิงมาสองคน"

"ไอ้โยมันโทร.มาบอกว่ามีคนมาปล้นรถกับพวกผู้หญิงไป"

"ใช่...แต่เจอด่านตำรวจซะก่อนก็เลยโดนรวบ แต่ที่เหลือฉันกับน้องสองคนนี่เพราะตำรวจจะเอาไปสอบปากคำ" ฤทธิชัยแต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะ หัวหน้าคนร้ายไม่แน่ใจสั่งให้สมุนโทร.ถามนายโย แต่ติดต่อไม่ได้ไม่มีสัญญาณ ฤทธิชัย กล่อมจนหัวหน้าพวกนั้นหลงเชื่อว่าฤทธิชัยเป็นพวกเดียวกัน สั่งให้เขาเอาตัวสองสาวไปส่งที่ค่าย แต่เพื่อความไม่ประมาทจะให้นายทูสมุนอีกคนหนึ่งขับรถพาไปส่ง...

ด้านลุงเดชจอดรถหลบข้างทางใกล้แนวป่า ค่อยๆหลับตาทำสมาธิ ขอให้สายลมช่วยตามหาดาวกับจักจั่น พลัน สายตาลุงเดชเห็นดาวกับจักจั่นผ่านทางสายตาของสายลม รีบกลับขึ้นรถมุ่งหน้าไปทิศทางนั้น...


ฤทธิชัยรอจนนายทูขับรถเข้าใกล้ค่ายกักกันหญิงสาว ออกอุบายล่อหลอกนายทูให้ลองทดสอบสินค้าสองชิ้นในรถก่อนเอาไปส่ง นายทูหลงกลเบนรถจอดข้างทางเดินมาเปิดประตู ทันทีที่ประตูรถเลื่อนเปิด นายทูถูกฤทธิชัยเตะปลายคางสลบคาเท้า ผู้กองหนุ่มจับเขามัดมือมัดปากติดกับต้นไม้ใหญ่ ยึดปืนของเขาเอาไว้ก่อนจะขับรถตู้จอดหลบๆ แล้วชวนดาวกับจักจั่นเดินเท้าต่อไปยังค่ายกักกันหญิงสาว...

ไม่นานนัก ลุงเดชตามมาเจอนายทูถูกพันธนาการอยู่ รีบแกะผ้ามัดปากออก ซักไซ้จนได้ความว่าถูกหญิงสองคนกับชายอีกหนึ่งคนจับมัด นายทูไม่รู้ว่าพวกนั้นไปกันนานหรือยังเพราะเขาเพิ่งฟื้นตอนที่ลุงเดชมาถึง

"งั้นเอ็งหลับต่อไปก็แล้วกัน" ลุงเดชว่าแล้วเอาพาน ท้ายปืนลูกซองเสยปลายคางนายทูสลบเหมือด

ลุงเดชสังเกตจากรอยเท้ารอบๆบริเวณแล้ว สรุปว่าผู้หญิงสองคนที่คนร้ายพูดถึงต้องเป็นดาวกับจักจั่นแน่ๆ แต่ผู้ชายเป็นใครยังเป็นปริศนา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 08:46 น.