ตอนที่ 6
ผาณิตถือโอกาสตอนวรดาไม่อยู่ เข้าไปในเรือน หลังเล็ก ขนเสื้อผ้าของวารีเอาไปแลกไข่ ส่วนหนังสือทั้งหมดของวรดาเอาไปชั่งกิโลขาย วรดาตอบโต้อะไรผาณิตไม่ได้ ได้แต่หยิบสมุดบันทึกที่ซ่อนไว้ใต้ฟูกขึ้นมาเขียนคำว่า "เกลียด" เต็มหน้ากระดาษด้วยความ คับแค้นใจจนดินสอหักคามือ เธอคิดจะเก็บสมุดบันทึกไว้ที่
เดิม แต่กลับเปลี่ยนใจ เอาไปซ่อนไว้บนฝ้าเพดานแทน แล้วหยิบรูปถ่ายคู่กับแม่ออกมาดู
"แม่คะ...แม่ต้องฟื้นให้ได้นะคะแม่...หนูจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีแม่...แม่คะ" วรดากอดรูปไว้แนบอกร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ...
นัทธมนสะดุ้งสุดตัวตื่นขึ้นมาด้วยน้ำตานองหน้า ตะโกนร้องเรียกแม่ลั่นบ้าน ข้าวของที่ลอยไปมาเมื่อกี้หล่นกระจายเกลื่อนพื้นห้อง บ่นพึมพำว่าจริงๆด้วย ไม่มีอะไรนอกจากความเกลียด มนทิราได้ยินเสียงเอะอะวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาลูก ถามว่าเกิดอะไรขึ้น นัทธมนบอกว่าเธอฝันร้ายอีกแล้ว มนทิราดึงลูกเข้ามากอด
ปลอบว่าอย่าไปใส่ใจ มันก็แค่ฝันร้ายเท่านั้น
"ไม่ค่ะแม่ หนูเห็นพวกเขาชัดเจน มันชัดเสียจนเหมือน จะเป็นเรื่องจริง"
นัทธมนฉุกคิดถึงเรื่องที่เห็นในความฝัน ตอนที่วรดากับกฤตย์มีความรู้สึกดีๆให้แก่กัน นัทธมนกลับไม่เชื่อว่าช่วง เวลานั้นเป็นเรื่องจริง เธอตื่นจากภวังค์ พึมพำว่าบางอย่างอาจไม่ใช่
"เห็นไหมนัท...บางอย่างหนูก็ยังไม่เชื่อว่าเป็นจริง นัทจะไปเอาอะไรกับความฝันล่ะลูก"
"แต่พวกเขาร้ายมากนะคะแม่"
"นัท...ถ้ามันเป็นความจริง มันก็ผ่านไปแล้วอยู่ดี มันจบไปแล้วนัท อโหสิกรรมให้พวกเขาไปซะ"
นัทธมนกลับบอกว่าทุกอย่างเพิ่งจะเริ่มต่างหาก มนทิรา ดึงลูกเข้ามากอด สงสารและไม่สบายใจมากที่ลูกกลายเป็นคนช่างคิดช่างแค้นและติดอยู่กับอดีต
ooooooo
ถุงแป้งเพิ่งสังเกตเห็นว่าตะกรุดที่ห้อยคอกฤตย์ คล้ายกับตะกรุดที่ห้อยคอนัทธมน อดถามไม่ได้ว่าเขา ได้มาจากไหน กฤตย์ได้มาจากพระธุดงค์รูปหนึ่ง แล้วถามหลานสาวว่ารู้ที่อยู่บ้านนัทธมนไหม
"รู้ค่ะ เคยคุยกัน น่าจะหาได้ไม่ยาก แต่หนูก็ไม่เคยไปนะ"
ถุงแป้งจดบ้านเลขที่ ชื่อซอยกับถนนให้กฤตย์ ครู่ต่อมา กฤตย์ขับรถมาจอดหน้าบ้านนัทธมน รวบรวมความกล้าลงไปกดกริ่งหน้าบ้าน รออึดใจ มนทิราเดินมาที่รั้วบ้าน จำเขาได้ เปิดประตูรับ กฤตย์อ้างว่าแวะมาถามสารทุกข์สุกดิบเธอกับลูก ทั้งที่จริงๆแล้วเขาต้องการรู้เรื่องของนัทธมน แต่ก็ไม่กล้าซักมากเกรงจะผิด
สังเกต กฤตย์เห็นหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้าวางอยู่บนโต๊ะเดินเข้าเปิดดูหน้าสุดท้าย เห็นขาดหายไปถึงกับอึ้ง
"เอ่อ...ถ้าผมจะขอยืมหนังสือเล่มนี้ไปอ่านหน่อยได้ไหมครับ"
"เอาสิคะ เดี๋ยวเอาไว้ฉันจะบอกนัทธมนเอง"
อ่านจบเมื่อไหร่กฤตย์จะฝากถุงแป้งมาคืนให้นัทธมน จากนั้น กฤตย์รีบขับรถกลับบ้าน คว้าหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้า ตรงไปที่ห้องนอนตัวเองด้วยใจระทึก หยิบกระดาษนิยายหน้าสุดท้ายที่เหลืองเก่าแผ่นนั้นมาทาบกับหนังสือของนัทธมน รอยฉีกของมันเข้ากันได้พอดี
"บ้าไปแล้ว นี่...มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ" กฤตย์จ้องหนังสือเล่มนั้นเขม็งราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง...
ขณะถุงแป้งกับนัทธมนกำลังนั่งคุยกันอยู่หน้าห้องเรียน ติสรณ์เพื่อนของนัทธมนตั้งแต่สมัยเรียนประถมฯด้วยกันเข้ามาทัก นัทธมนดีใจที่รู้ว่าเขาเรียนที่นี่เช่นกัน เธอแนะนำถุงแป้ง ให้รู้จักกับติสรณ์ แต่เขาทำเป็นไม่สนใจ หันมาถามนัทธมนว่าเราสองคนไม่ได้เจอหน้ากันนานแค่ไหนแล้ว
"น่าจะสิบปีได้นะ...เธอเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะ"
"เธอก็เหมือนกัน...มีเบอร์มั้ย เอาไว้โทร.คุยกัน...เอาโทรศัพท์มาสิ" ติสรณ์ดึงมือถือของถุงแป้งไปหน้าตาเฉย กดเบอร์ตัวเอง แล้วกดโทร.ออก "นี่เบอร์เรานะ แล้วเราจะโทร.ไปนะ" ติสรณ์พูดกับนัทธมน ราวกับถุงแป้งไม่มีตัวตน แอบกดวางสาย ก่อนเอามือถือคืนเจ้าของ เดินจากไป ถุงแป้งมองตามติสรณ์งงๆ
"ไปมาไร้ร่องรอย...ฉันเมสเสจเบอร์เขาให้เธอนะ"
นัทธมนพยักหน้า ยิ้มอย่างรู้ทันความเจ้าเล่ห์ของเพื่อนเก่า...
นัทธมนหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อรู้จากมนทิราว่าวันนี้ กฤตย์แวะมาที่บ้าน เธอตั้งข้อสังเกตว่าเขาอาจสงสัยในตัวเธอเหมือนที่เธอสงสัยในตัวเขา และเขาคงอยากรู้ว่าเกิดเหตุการณ์ อะไรต่อไปกับวรดา
"แม่ว่าหนูต่างหากล่ะมั้ง ที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับวรดา"
นัทธมนเถียงไม่ออก มนทิรานึกขึ้นได้ บอกว่ากฤตย์ ขอยืมหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้าของลูกไปอ่าน นัทธมนถึงกับตาโตด้วยความชิงชัง...
ค่ำวันเดียวกัน ถุงแป้งกำลังหัดพิมพ์ดีดอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ถุงแป้งดูหน้าจอ จำได้ว่าเป็นเบอร์ของติสรณ์ กดรับสายอย่างเซ็งๆ ติสรณ์ทำทีขอพูดกับนัทธมน ทั้งๆที่รู้ว่าเบอร์นี้เป็นของถุงแป้ง ถุงแป้งบอกว่า เบอร์นี้ไม่ใช่ของนัทธมน ติสรณ์ทำหูทวนลม พูดกวนประสาทถุงแป้งอยู่นาน
ก่อนวางสาย ทำเอาถุงแป้งหงุดหงิด
ooooooo
ถุงแป้งมาเรียนหนังสือในสภาพง่วงเหงาหาวนอน นัทธมนถามว่าเมื่อคืนนอนน้อยหรือ ถุงแป้งโทษว่า เป็นเพราะติสรณ์เพื่อนตัวดีของนัทธมนโทร.มากวนเธอทั้งคืน นัทธมนแปลกใจว่าเขาโทร.หาถุงแป้งทำไม
"โทร.มาจะขอคุยกะเธอมั่งล่ะ...โทร.ถามว่ากี่โมงแล้วมั่งล่ะ มีครั้งหนึ่งเขาถามฉันว่า หลับแล้วลุกขึ้นมารับโทรศัพท์ทำไม"
"นั่นสิ...แล้วทำไมเธอไม่ปิดโทรศัพท์มือถือ"
"เผื่อใครเป็นใครตาย เรื่องอะไรฉันต้องปิดโทรศัพท์หนีเขา" ถุงแป้งพูดยังไม่ทันขาดคำ ลูกบอลปลิวมาโดนหัวเธอหน้าคะมำ ติสรณ์วิ่งหน้าทะเล้นมาเก็บลูกบอล
"อยากเล่นด้วยก็ขอกันดีๆ อย่ามาแอบโหม่งบอลคนอื่นแบบนี้"
ถุงแป้งต่อว่าติสรณ์ที่ยังตามมากวนประสาทไม่เลิก แทนที่เขาจะสำนึกผิด กลับยิ่งแหย่ถุงแป้งหนักข้อกว่าเดิม แถมบอกว่าคืนนี้ไม่ต้องรอ เพราะเขาจะไม่โทร.ไปหา แล้ววิ่งถือลูกบอลกลับไปเล่นต่อ ถุงแป้งมองตามหมั่นไส้ นัทธมนคิดอะไรขึ้นมาได้หันมาบอกถุงแป้งว่าวันนี้เธอจะไปบ้านถุงแป้ง อ้างว่าอยากคุยกับน้า
กฤตย์ของเพื่อน ถุงแป้งมองนัทธมนอย่างประหลาดใจ...
นัท ธมนกับถุงแป้งมาถึงหน้าบ้านโบราณใกล้เวลาพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า นัทธมนมองไปรอบๆบ้านหลังนี้อย่างคุ้นเคย แล้ววางแผนหลอกถุงแป้งให้ขึ้นไปบอกกฤตย์ก่อน เผื่อเขาคุยธุระติดพันกับลูกค้า
"ก็ได้...รออยู่แถวนี้ก่อนนะ แล้วอย่าหนีกลับไปเหมือนครั้งที่แล้วอีกล่ะ"
นัทธมนพยักหน้ารับคำ ถุงแป้งเดินไปทางเรือนใหญ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัทของกฤตย์ ส่วนนัทธมนแอบเดินแยกไปอีกทาง ไม่นานนัก นัทธมนเดินลัดเลาะมาถึงเรือนหลังเล็กของวรดา
ซึ่งถูกทิ้งร้าง เธอเปิดประตูบ้านเข้าไป ข้างในนั้นเต็มไปด้วยหยากไย่กับฝุ่นหนาเตอะ นัทธมนเห็นห้องห้องหนึ่งคล้องโซ่ล็อกกุญแจไว้ เดินเลยไปจนถึงห้องนอนของวรดา นั่งลงบนเตียง มองไปรอบๆอย่างเศร้าสร้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเพดาน...
ด้าน ถุงแป้งแปลกใจที่เห็นกฤตย์กำลังคุยธุระกับลูกค้าเหมือนที่นัทธมนพูด แต่ไม่ติดใจสงสัยอะไร รอจนลูกค้าของเขากลับไป เธอเดินเข้ามาบอกว่านัทธมนมีเรื่องจะคุยด้วย รออยู่แถวทางเดินในสวน แต่พอสองน้าหลานเดินมาถึงตรงนั้น กลับไม่เจอนัทธมน ถุงแป้งแอบเคืองเล็กๆที่เพื่อนหายตัวไปอีกแล้ว
"เขาบอกหรือเปล่าว่า มีเรื่องอะไรกับน้า"
ถุงแป้งคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องนิกรพ่อของนัทธมน แต่กฤตย์กลับไม่คิดเช่นนั้น...
ในเวลาเดียวกัน นัทธมนปีนเก้าอี้ เขย่งปลายเท้า เปิดฝ้าเพดานมองไปในความมืด เห็นรางๆคล้ายสมุดบันทึกวางอยู่ เธอพยายามเอื้อมมือหยิบ ยังไม่ทันจะถึง เสียงถุงแป้งตะโกนเรียกชื่อเธอดังใกล้เข้ามา นัทธมนจำใจปิดฝ้าเพดาน เข็นเก้าอี้กลับที่เดิมรีบออกจากที่นั่นทันที
ooooooo
กฤตย์ กับถุงแป้งเดินตามหานัทธมนมาถึงหน้าเรือนหลังเล็ก เขาสังเกตเห็นประตูทางเข้าแง้มอยู่กำลังจะเดินเข้าไปดู นัทธมนโผล่มาเรียกถุงแป้งทางด้านหลังเสียก่อน แล้วหันมาไหว้ทักทายกฤตย์
"สวัสดี...ผม ...เอ่อ...คือน้า คิดว่าเราอยู่ในเรือนเล็ก
ซะอีก"กฤตย์อึกๆอักๆ ไม่รู้จะแทนตัวเองว่าอะไร
"มันไม่ใช่เรือนของหนู หนูจะเข้าไปทำไมล่ะคะ"
กฤตย์พยักหน้า สายตาจับจ้องหยากไย่ที่ติดบนเส้นผมนัทธมนไม่วางตา ถุงแป้งชวนไปคุยต่อที่บ้านแล้วเดินนำออกไป จากนั้น ทั้งสามคนมาถึงห้องหนังสือบ้านกฤตย์ กฤตย์ออกอุบายให้ถุงแป้งไปเอาน้ำมาให้เพื่อนดื่ม พอกฤตย์กับนัทธมนอยู่กันลำพัง เขาเชิญนัทธมนนั่ง แต่แกล้งเรียกชื่อเธอว่า "วรดา"
"หนูชื่อนัทธมนค่ะ...คุณแม่บอกว่าน้ากฤตย์ไปเยี่ยมที่บ้าน เมื่อวานนี้"
"ผม...คือ...น้าเสียใจเรื่องคุณพ่อเรา"
"ความ เสียใจไม่ช่วยให้คนตายแล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้หรอกค่ะ หนูว่า...ครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนตายเพราะน้ากฤตย์หรอกนะคะ" นัทธมนจ้องหน้ากฤตย์ราวกับจะค้นหาอะไรบางอย่าง
กฤตย์ไม่รู้ว่านัทธมน ไปรู้หรือไปได้ยินอะไรมา แต่การตายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดกับใครก็ตามเขาไม่ได้อยากให้เกิด นัทธมนถามกวนประสาทว่ามาบอกเธอทำไม
"ดูเหมือนเราจะไม่ค่อยถูกชะตากับ น้าเท่าไหร่"
"พ่อหนูตายขณะทำงานกับน้ากฤตย์ น่าจะเป็นเหตุผลที่พอเพียงไม่ใช่เหรอคะ"
กฤตย์ยังไม่ทันจะพูดอะไร ถุงแป้งถือถาดใส่น้ำเข้ามาเสียก่อน แล้วรอฟังทั้งคู่จะคุยอะไรกัน ทันใดนั้นมีเสียงมือถือของถุงแป้งดังขึ้น เธอรีบเดินออกไปรับสายนอกห้อง แกมแก้วยืนมองถุงแป้งอยู่ไม่ไกลด้วยสายตาชิงชัง ด้านนัทธมนรอจนถุงแป้งเดินลับสายตา จึงทวงหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้าคืนจากกฤตย์
"น้ายังไม่ได้อ่านมัน เลย"
"หนูไม่ชอบอ่านหนังสือเล่มเดียวกับคนอื่น...ขอโทษด้วยนะคะ"
กฤตย์ เดินไปหยิบหนังสือเล่มนั้นจากลิ้นชักโต๊ะทำงานคืนให้นัทธมน "คงจะน่าเสียดายนะ ถ้าอ่านมาทั้งเล่มแล้วตอนจบหน้าสุดท้ายดันขาดหายไป"
นัท ธมนพลิกดูหน้าสุดท้ายของหนังสือ เห็นหน้าที่ขาดหายไปติดเทปใสคืนให้แล้ว ถามว่าไปเอาแผ่นสุดท้ายมาจากไหน กฤตย์ไม่ตอบ บอกเพียงว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะมีความหลังอะไรบางอย่างของเราสองคน มันเคยเป็นหนังสือของเขามาก่อน แต่เขายกมันให้กับคนที่เขารักที่สุดไป นัทธมน อยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไป
อยู่ที่ไหนแล้ว กฤตย์ย้อนถามว่าไม่รู้ คำตอบจริงๆหรือ นัทธมนม
องหน้าเขาอย่างว่างเปล่า
"เธอไม่รู้จริงๆ ซะด้วย
นัทธมนอยากรู้เรื่องวรดาใจแทบขาด แต่กฤตย์ไม่ยอมบอก อ้างว่ารู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะทำให้เธอเกลียดเขามากยิ่งขึ้น นัทธมนจ้องหน้าเขาราวกับโกรธกันมาแต่ชาติปางก่อน ลั่นวาจาว่าเธอจะต้องหาคำตอบเรื่องนี้ให้ได้ กฤตย์มองเธออย่างเศร้าสร้อย จังหวะนั้นแกมแก้วเดินเข้ามาในห้องหนังสือ เห็นหน้านัทธมน
ตกใจสุดขีด กรี๊ดสนั่น เป็นลมล้มพับไปตรงนั้น นัทธมนมองแกม
แก้วด้วยความเกลียด ชัง...
นัทธมนเล่าให้แม่ฟังระหว่างกินมื้อค่ำว่ากฤตย์มีหน้าสุดท้าย ที่ขาดหายไปของหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้า มนทิรานิ่งเฉยราวกับเป็นเรื่องธรรมดา นัทธมนตั้งข้อสังเกตว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอกับเขาต้องเคยมีอะไรร่วมกัน และเธอต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร ไม่อย่างนั้นชีวิตของเธอคงไม่มีความสุข...
ในเวลาเดียวกัน กฤตย์นั่งใจลอยคิดถึงวรดาอยู่ริมสระว่ายน้ำ ถุงแป้งเข้ามาถามว่าทำไมแกมแก้วต้องกรีดร้องบ้านแทบแตกเมื่อเห็นหน้านัทธมน ทั้งๆที่หน้าตาเพื่อนของเธอไม่ได้น่าเกลียดขนาดนั้น กฤตย์หยิบรูปถ่ายของวรดาในกระเป๋าสตางค์ของเขาให้ดู บอกว่าเป็นรูปของวรดา คนรักของเขาที่ตายไปแล้ว
"คุณพระช่วย...นี่มันเหมือนกันเกินไปแล้ว นะคะเนี่ย" ถุงแป้งไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
"เหมือนกันจนน่าจะเป็นคน คนเดียวกันซะด้วยซ้ำไป"
ถุงแป้งมองรูปนั้น แล้วบ่นพึมพำว่า "วรดา"
ooooooo
วัน ถัดมานัทธมนเจอถุงแป้งหน้าห้องเรียน ถามว่าน้าสาวของเพื่อนโอเคไหม ถุงแป้งเห็นฟื้นแล้ว ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก และเธอรู้แล้วว่าที่แกมแก้วเห็นหน้านัทธมนแล้วเป็นลมเป็นแล้งไปก็เพราะนัท ธมนหน้าเหมือนคนรักของน้ากฤตย์ที่ชื่อวรดาราวกับแกะ นัทธมนสงสัยว่าถุงแป้งไปเห็นหน้าวรดาจากที่ไหน
"น้ากฤตย์เขาเอาให้ดู เขาพกติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลา"
"คงรู้สึกผิดล่ะมั้ง" นัทธมนไม่วายว่าเหน็บแนมกฤตย์
"จะรู้สึกอะไรก็ช่างเหอะ แต่ถ้ามีผู้ชายพกรูปฉันเอาไว้ ตลอดเวลาแม้ว่าฉันจะตายไปแล้วเกือบยี่สิบปี เธอว่ามันไม่ โรแมนติกเหรอ...ในทางกลับกันนะ สมมติว่าเป็นน้ากฤตย์ตายแทน เธอว่าวรดาจะพกรูปน้ากฤตย์เอาไว้ทุกคืน ทุกวัน อย่างที่น้าฉันทำหรือเปล่า"
นัท ธมนนั่งนิ่งไม่รู้จะตอบคำถามนั้นอย่างไร...
ทางฝ่ายกฤตย์ไม่พอใจมาก ที่แกมแก้วเข้ามาก้าวก่ายงานของบริษัท เธอสั่งห้ามไม่ให้จ้างคนเพิ่มทั้งๆที่เลขาฯหน้าห้องของเขามีงานล้นมือ โดยอ้างว่าจะทำให้บริษัทต้องรับภาระเพิ่ม กฤตย์ไม่อยากเถียงด้วย เลยสั่งเลขาฯให้หาเด็กฝึกงานค่าจ้างถูกๆมาช่วยงานไปก่อน แกมแก้วนึกอะไรขึ้นมาได้
"บอกยายแป้งด้วย แก้วไม่ต้องการให้เพื่อนคนนั้นของยายแป้งไปเหยียบที่บ้านโน้นอีก"
"แป้ง มันก็หลานนะ จะพาเพื่อนไปเที่ยวบ้านบ้างจะเป็นอะไร"
"งั้นก็อย่าให้ แก้วเจอเธอก็แล้วกัน แก้วไม่รู้หรอกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น" แกมแก้วขู่ก่อนกลับ...
ขณะถุงแป้งกำลังเดินเตร่อยู่ตรงทางเดินภายใน สถานศึกษา ติสรณ์โผล่พรวดเข้ามาชวนเธอไปงานวันคล้ายวันเกิดของนัทธมนในวันอาทิตย์ที่จะ ถึงนี้ ถุงแป้งไม่รีรอตอบตกลงทันที
ooooooo
กฤตย์รู้จากถุง แป้งว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดนัทธมน เขาอาสาขับไปส่งเธอที่บ้านของนัทธมน โดย อ้างว่าไม่อยากให้หลานสาวนั่งแท็กซี่ มันอันตราย ถุง-แป้งกระเซ้าว่าไม่ใช่เพราะอยากเจอเพื่อนของเธอหรือ
"เขาอายุห่าง กับน้าตั้งเกือบยี่สิบปีนะแป้ง อย่าคิดมากน่า...เอาไง จะให้น้าไปส่งมั้ย"
ถุง แป้งยินดีเป็นอย่างยิ่ง ประหยัดเงินค่าแท็กซี่ไปได้ หลายบาท...
มนทิร าให้ของขวัญวันคล้ายวันเกิดลูกเป็นแหวนที่นิกรให้เธอ นัทธมนดีใจน้ำตาคลอ สัญญากับแม่ว่าจะ ใส่ติดนิ้วไม่ยอมถอด จังหวะนั้นเสียงกริ่งหน้าบ้านนัทธมนดังขึ้น
"บ้านเรายังจะมีแขกมา อีกเหรอคะเนี่ย"
นัทธมนชะเง้อมองออกไป เห็นติสรณ์ยืนอยู่หน้ารั้วบ้าน รีบออกไปเปิดรับ ติสรณ์ยื่นกล่องของขวัญให้นัทธมนพร้อมกับคำอวยพร นัทธมนดีใจที่ติสรณ์จำวันนี้ได้ ขณะ
ติสรณ์สอดส่ายสายตามองหาถุงแป้ง รถของกฤตย์แล่นมาจอดหน้าบ้านนัทธมนพอดี ถุงแป้งเดินเข้ามาต่อว่าเพื่อน
"ใจดำ จริงนะ วันเกิดเพื่อนไม่บอกสักคำ"
นัทธมนหันมองกฤตย์ที่จ้องหน้าเธออยู่ ถุงแป้งแนะนำติสรณ์ให้รู้จักน้าของเธอ นัทธมนคว้ามือติสรณ์ชวนเข้าบ้าน
ถุงแป้งบอกกฤตย์ว่าถ้ามีธุระจะกลับเลยก็ได้ ไม่ต้องรอ เธอกลับเองได้
"วันนี้น้าว่าง ถ้าเจ้าของบ้านเขาไม่รังเกียจที่จะเชิญ" กฤตย์มองนัทธมนไม่วางตา นัทธมนเชิญเขาเข้าบ้านตามมารยาท แล้วเดินเกาะแขนติสรณ์นำหน้า...
กฤตย์รอจังหวะที่มนทิราใช้นัทธมนเข้าครัวไปหาอะไรมาเลี้ยงแขก เขาทำทีขอเข้าห้องน้ำแต่กลับแอบตามนัทธมนเข้าครัว เห็นเธอกำลังปอกผลไม้ง่วนอยู่ ถามว่ามีอะไรให้ ช่วยไหม นัทธมนสวนทันทีว่าช่วยเอาชีวิตของพ่อเธอคืนมา กฤตย์หมายถึงให้ช่วยเรื่องกับข้าว ของกิน หรือว่าปอกผลไม้
"อย่าเลยค่ะ มีดมันคม เดี๋ยวจะบาดเอา"
"เธอเหมือนผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันเคยรู้จัก เขาชื่อวรดา ศักดินันท์ ลูกนายพลประพจน์กับคุณวารี"
"ไม่เกี่ยวอะไรกับหนูนี่คะ"
"วันก่อนเธอแอบเข้าไปที่เรือนของวรดา เธอต้องการอะไรกันแน่"
นัทธมนตกใจ คาดไม่ถึงว่าเขาจะรู้ เผลอทำมีดบาดมือตัวเองเลือดไหลเป็นทาง กฤตย์เป็นห่วงจับมือเธอขึ้นมาดู นัทธมนสะบัดออก บอกว่าไม่ต้องยุ่ง เธอบาดเจ็บก็ไม่เกี่ยวกับเขา ระวังตัวเขาเองไว้ดีกว่า กฤตย์มองนัทธมนอย่างหวั่นใจ ถามว่าเธอคือวรดาใช่ไหม นัทธมนยังไม่ทันจะตอบ มนทิรา เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
เห็นลูกสาวโดนมีดบาดรีบหาปลาสเตอร์มาปิดแผลให้ แล้วเชิญกฤตย์ออกไปรอข้างนอก
ไม่นานนัก อาหารมื้อกลางวันถูกจัดวางเต็มโต๊ะ มนทิรา กฤตย์ ถุงแป้ง ติสรณ์ กับนัทธมนนั่งล้อมวงกันกินข้าว
นัทธมนนั่งข้างติสรณ์ ทำทีเอาใจตักอาหารให้ทำประชดกฤตย์
ติสรณ์ขอบใจอย่างงงๆ กฤตย์มองชายหนุ่มตรงหน้า รู้สึกหึงหวงเล็กน้อย...
ขณะเดียวกัน ปณิตาติดต่อมือถือของกฤตย์ไม่ได้เลยแวะมาหาที่บ้าน เจอแกมแก้วนั่งกินยาเป็นกำมือพร้อมกับกรอกน้ำตาม
"ท่าทางอาการไม่ค่อยดีเลยนะเรา นอนน้อยหรือว่าทำกรรมมาเยอะกันแน่" ปณิตาแดกดัน
"ถ้าฉันทำกรรมมาเยอะ เธอเองก็คงไม่น้อยไปกว่ากันสักเท่าไหร่หรอกนะ" แกมแก้วโต้ไม่ยอมแพ้
ปณิตาไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ถามว่ากฤตย์อยู่หรือเปล่า เมื่อกี้เธอแวะไปที่ทำงานก็ไม่อยู่ โทร.เข้ามือถือก็ไม่รับ ไม่รู้ว่ามีอะไรสำคัญมากมายถึงขนาดต้องปิดโทรศัพท์
จังหวะนั้น ป้าสร้อยเอาน้ำเข้ามาเสิร์ฟ ปณิตาทักทายว่าป้าสร้อยเป็นอย่างไรบ้าง ป้าสร้อยบอกไม่ค่อยสบายเท่าไร แกมแก้วเตือนปณิตาว่าให้ระวังตัวเอาไว้ วรดากลับมาแล้ว ปณิตาหันมองหน้าป้าสร้อย
"จะบ้าเหรอ มันตายไปจะยี่สิบปีแล้ว มันจะกลับมาได้ยังไง"
"คุณแกมแก้วยังไม่ได้กินยาล่ะมั้งคะ" ป้าสร้อยสาระแนเหมือนเคย
แกมแก้วมองหน้าปณิตากับป้าสร้อย หัวเราะเย้ยหยัน บอกว่าวรดาใกล้พวกเราเข้ามาทุกทีแล้ว
ooooooo
กฤตย์แวะเติมน้ำมันระหว่างทางกลับบ้าน ติสรณ์ ซึ่งติดรถมาด้วยเลยขอลงตรงนี้ ก่อนไปเขาไม่วายทำหน้าล้อเลียนถุงแป้ง กฤตย์หันมาถามถุงแป้งว่านัทธมนเป็นแฟนติสรณ์หรือ ถุงแป้งส่ายหน้าไม่รู้
"นัทธมนเขาอยากจะฝึกงานบ้างไหม เป็นงานพาร์ตไทม์... งานที่บริษัทช่วงนี้เยอะมาก"
"เอาไว้แป้งจะถามให้แล้วกันนะคะ"
"ถ้าสนใจ ก็ให้มากรอกใบสมัคร นัดสัมภาษณ์ดูนะ"
กฤตย์จะหยิบเงินจ่ายค่าน้ำมัน แต่หากระเป๋าสตางค์ ไม่เจอ ถามถุงแป้งว่าเห็นบ้างไหม ถุงแป้งส่ายหน้า แซวว่า แก่แล้วขี้หลงขี้ลืม กฤตย์ขอยืมเงินหลานก่อนหนึ่งพันบาท...
นัทธมนเจอกระเป๋าสตางค์ของกฤตย์ตกอยู่ใต้เก้าอี้ระหว่างที่เธอช่วยแม่ทำความสะอาดบ้าน ชะงักเมื่อเห็นรูปวรดาอยู่ในกระเป๋าใบนั้น หยิบรูปออกมาพลิกด้านหลัง มีข้อความเขียนด้วยลายมือว่า "เต็มใจให้" นัทธมนหยิบปากกากับกระดาษมาลองเขียนข้อความนั้น แล้วเทียบดู ปรากฏว่ามันเหมือนกันราวกับคนคนเดียวกันเขียน เธอยิ่งมั่นใจว่าตัวเองคือ วรดา ศักดินันท์...
ปณิตาบ่นกับป้าสร้อยขณะเดินกลับมาขึ้นรถ ว่าเจ้านายของป้าสร้อยน่าจะตรวจเช็กประสาทบ้าง เป็นไปได้อย่างไรที่คนตายไปแล้วเกือบยี่สิบปีจะกลับมาได้ ป้าสร้อยพยักหน้าเห็นด้วย ปณิตาหยิบแบงก์ห้าร้อยยื่นให้ป้าสร้อย สั่งให้คอยรายงานเรื่องกฤตย์ให้เธอฟังทุกฝีก้าวไม่ว่าจะออกไปไหนกับใคร ป้าสร้อยพูดขึ้นลอยๆว่าค่าโทรศัพท์สมัยนี้แพงมาก ปณิตารู้งานหยิบเงินเพิ่มให้อีกห้าร้อยบาท
"ใจถึงพึ่งได้แบบนี้ ถึงไหนถึงกันค่ะ" ป้าสร้อยมองเงินในมือ ยิ้มมีความสุข...
นัทธมนกำลังนั่งเหม่อใจลอยต่อจิ๊กซอว์อยู่ในห้องนอน สายตาเธอไม่ได้จับจ้องกับสิ่งที่ทำ แต่ก็สามารถหยิบชิ้นส่วนต่างๆต่อกันได้ถูกต้องราวกับจับวาง มนทิราเข้ามายืนมอง รู้ว่าลูกกำลังใช้พลังพิเศษโดยที่ไม่รู้ตัว นัทธมนยืนยันกับแม่ว่า เธอคือวรดากลับชาติมาเกิด
"ภาพรวมมันค่อยๆชัดขึ้นแล้วค่ะ เหมือนต่อจิ๊กซอว์ ตอนนี้หนูเริ่มที่ขอบๆมันก่อน พอได้ขอบครบทุกด้าน ทีนี้มันก็จะง่ายขึ้น"
"ภาพที่หนูอยากเห็นมันคืออะไรกัน"
นัทธมนอยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับวรดา จิ๊กซอว์ตรงหน้านัทธมนต่อเสร็จสมบูรณ์โดยที่เธอไม่รู้ตัว...
ด้านกฤตย์รื้อค้นตามที่ต่างๆในบ้านที่คิดว่าตัวเองจะวางกระเป๋าสตางค์ไว้ แต่ไม่เจอ ถามป้าสร้อยแกก็ไม่เห็น กฤตย์นั่งครุ่นคิด จำไม่ได้ว่าไปลืมไว้ที่ไหน
ooooooo
นัทธมนตอบตกลงทันทีที่รู้จากถุงแป้งว่ากฤตย์ ชวนเธอไปฝึกงานที่บริษัทของเขา หลังเลิกเรียน ถุงแป้งพานัทธมนมากรอกใบสมัคร เลขาฯของกฤตย์แจ้งว่ากฤตย์รอสัมภาษณ์พนักงานคนใหม่อยู่ที่บ้าน เข้าทางนัทธมนพอดี เธอออกอุบายให้ถุงแป้งไปหากฤตย์ก่อน โดยทำทีขอเข้าห้องน้ำ
ถุงแป้งจะอยู่รอ เกรงเพื่อนจะหาช่องมุดรั้วไปบ้าน กฤตย์ไม่เจอ นัทธมนจะอ้อมไปเข้าหน้าบ้านเองถุงแป้งไม่ต้องเป็นห่วง ถุงแป้งเลยยอมไปก่อน นัทธมนทำเป็นเดินย้อนไปทางสำนักงาน พอเห็นปลอดคน รีบวิ่งไปเรือนหลังเล็ก แต่ต้องหงุดหงิด ผิดหวังเพราะประตูหน้าเรือนถูกล่ามโซ่ล็อกกุญแจไว้
นัทธมนเดินลัดเลาะมาถึงช่องมุดรั้วไปบ้านกฤตย์ แต่ ต้องตกใจเมื่อเห็นกฤตย์ยืนกอดอกรออยู่ เขาสงสัยว่าทำไมเธอถึงรู้ทางลัดแห่งนี้ นัทธมนอ้างว่าถุงแป้งบอก
"แต่ถ้าไม่เคยมาตรงนี้มาก่อน ก็ไม่น่าจะหาเจอ"
"หนูก็เดาสุ่มๆไป ถ้าผิดมากนัก หนูกลับไปเข้าทางประตูใหญ่ก็ได้" นัทธมนพูดกลบเกลื่อน
กฤตย์ไม่อยากให้เสียเวลาย้อนไปย้อนมา บอกให้เดินตาม กฤตย์พานัทธมนมุดรั้วเข้าไปอีกด้าน หญิงสาวมองทางเดินรอบบริเวณอย่างคุ้นเคย กฤตย์เหมือนจะรู้ทันความคิดของเธอ แสร้งถามว่าคุ้นไหม นัทธมนโกหกว่าไม่คุ้น เธอเคยเข้าแต่ทางหน้าบ้าน
"เกือบยี่สิบปีแล้วที่ฉันพยายามรักษาสภาพเดิมเอาไว้ ทุกอย่าง...ยกเว้นบางที่ที่อยากลืมจริงๆถึงจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง" กฤตย์เดินนำนัทธมนมาถึงสระว่ายน้ำ เธอถึงกับผงะ หยุดเดินอย่างไม่มีสาเหตุ กฤตย์บอกว่าเราสองคนจะนั่งคุยธุระกันที่นี่ นัทธมนทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ มองสระว่ายน้ำไม่วางตา
กฤตย์เล่าว่า สมัยก่อนตรงนี้ไม่ได้เป็นสระว่ายน้ำ แต่ เคยเป็นห้องหลบภัยมาก่อน ระหว่างที่พูดเขาลอบสังเกตอาการหญิงสาวตลอด นัทธมนจับขอบเก้าอี้ไว้แน่น พยายามข่มความกลัว พอเริ่มผ่อนคลาย เธอถามว่าทำไมเขาต้องล่ามโซ่ เรือนหลังเล็กฝั่งโน้นไว้ด้วย
"ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย น่าจะเป็นแกมแก้ว เขาเป็นคนจัดการ"
นัทธมนเมินหน้าไปทางอื่น ไม่เชื่อที่เขาพูด ถุงแป้งตามเข้ามา เห็นนัทธมนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว แปลกใจว่าเข้ามาทางไหน เธอยืนรออยู่หน้าบ้านตั้งนานสองนาน กฤตย์ชิงตอบคำถามแทนนัทธมน
"น้าพาเพื่อนเรามุดรั้วมาเอง ถ้าไม่เคยมา...คงมุดไม่ถูก... แป้งไปให้ใครยกน้ำมาเลี้ยงเพื่อนหน่อย"
ถุงแป้งรีบทำตามสั่ง นัทธมนนึกขึ้นได้ หยิบกระเป๋าสตางค์ของกฤตย์ยื่นให้ บอกว่าเขาทำหล่นไว้ที่บ้านของเธอ กฤตย์ดีใจ คิดว่าจะหาไม่เจอเสียแล้ว รีบเปิดกระเป๋าดูรูปวรดาอย่างหวงแหน
"ทุกอย่างอยู่ครบ ไม่ต้องกลัวว่าอะไรจะหายไปหรอกค่ะ" นัทธมนชักสีหน้าไม่พอใจ
"สิ่งที่ฉันทำหายไป คงไม่มีวันได้คืนแล้วล่ะ...เอ่อ...เราจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่"
"อาทิตย์หน้า...ต้องบอกคุณแม่ก่อน ช่วงบ่ายต้องขอไปเรียนบ้างเป็นบางวัน"
กฤตย์ตกลงตามเธอว่า ส่วนเรื่องค่าตอบแทน เขาจะให้ฝ่ายบัญชีจัดการให้ ต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ให้บอกมา จังหวะนั้น ป้าสร้อยถือถาดใส่น้ำเข้ามา พอเห็นหน้านัทธมนชัดๆปากสั่น เข่าอ่อน ถาดในมือหล่น แก้วน้ำตกแตกกระจาย วิ่งหน้าตื่นออกมาเจอแกมแก้ว แกมแก้วถามว่าเอาโซ่ไปล็อกประตูเรือนหลังเล็กแล้วใช่ไหม ป้าสร้อยไม่ตอบ ได้แต่ตัวสั่นเทา แกมแก้วสงสัยว่าเป็นอะไรไป
"ผี...ผี...วรดา...หลอก"
แกมแก้วพอจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับป้าสร้อย รีบจ้ำพรวดๆไปยังสระว่ายน้ำ
ooooooo










