ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ด้วยแรงอธิษฐาน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในที่สุด กฤตย์ก็หาโอกาสคุยกับแกมแก้วเรื่องลินจันทร์จนได้ เขาแนะน้องสาวให้พาลินจันทร์เข้าโรงเรียน เธอจะได้มีเพื่อนมีสังคม ไม่ใช่เอาแต่ขังไว้ในห้องอย่างนี้

"ให้มันไปเจอผู้คน เขาจะได้ถามว่าลูกใคร...อ๋อ...ลูกนังแกมแก้วมัน แล้วพ่อมันไปไหนล่ะ...อ๋อ...พ่อมันไม่มีหรอก เลิกกันแล้ว"

"เรื่องลินจันทร์ โรงเรียนที่เขาสอนเด็กพิเศษก็มี พี่จัดการให้นะ"

"ไม่...ลูกของแก้ว แก้วจัดการเองได้ ถ้าจะเรียนก็ต้องส่งไปนอกเลย เอามั้ยล่ะ" แกมแก้วเสียงแข็ง กฤตย์ได้แต่มองน้องสาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ...

ที่บ้านของนิกร มนทิราไม่สบายใจเรื่องลูกเลยกดโทรศัพท์หานิกรซึ่งยังนอนป่วยอยู่ที่โรง พยาบาล บ่นอุบว่าพลังพิเศษของลูกมีฤทธิ์มากขึ้น แถมพักหลังๆลูกยังมีลางสังหรณ์เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า
อีก แต่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือลูกควบคุมมันไม่ได้ เธอไม่รู้จะทำอย่างไร

"ทางเดียวที่เราทำได้คือใกล้ชิดแกให้มากที่สุด เหมือนกับที่เราเคยทำมาตลอด ตั้งแต่ วันแรกที่เรารู้ว่าแกเป็นอย่างนี้...จำได้ไหมว่าเราผ่านมันมาได้ยังไง"

มนทิราวางสาย แล้วมองไปยังรูปถ่ายบนหลังตู้โชว์ เป็นรูปเธอกำลังอุ้มนัทธมนวัยหกเดือน โดยมีนิกรยืนอยู่ข้างๆมนทิรายังจำคืนนั้นได้ดี ขณะที่เธอกับนิกรกำลังหลับ ได้ยินเสียงนัทธมนวัยหกเดือน
ร้องไห้จ้า มนทิรางัวเงียเปิดไฟหัวเตียง แต่ต้องตกใจแทบสิ้นสติ ที่เห็นตุ๊กตา ลูกบอลหลากสี ผ้าอ้อมและข้าวของในห้องนอน ลอยคว้างเหนือเปลที่ลูกนอนร้องไห้ นิกรเห็นเข้าก็ตกใจแทบช็อกเช่นกัน

พลังพิเศษของนัทธมนที่ทำให้มนทิราไม่สบายใจมาก ดูเหมือนจะเป็นตอนที่ลูกอายุ 5 ขวบ มนทิราไปรับเธอที่โรงเรียน นัทธมนรีบคว้ากระเป๋านักเรียนวิ่งมาหาแม่ ติสรณ์เพื่อนร่วมห้องซึ่งชอบ
แกล้งนัทธมนเป็นประจำ ยื่นขามาขัดจนสะดุดล้ม นัทธมนหันขวับมองติสรณ์ อย่างเอาเรื่อง เห็นเขาแลบลิ้นล้อ ทันใดนั้น เก้าอี้ตัวหนึ่งลอยขึ้นเหนือติสรณ์ ก่อนตกใส่อย่างแม่นยำจนแขนหัก มนทิรา
ได้แต่ยืนตะลึง...

มนทิราเป็นกังวลเรื่องลูกมาก เข้าไปสวดมนต์ จุดธูปไหว้พระ อธิษฐานขอให้ท่านคุ้มครองนัทธมน อย่าให้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น พลันเทียนไขที่จุดไว้ดับ แจกันดอกไม้ล้ม โดยไม่มีลมพัด ราวกับคำ
ขอของเธอจะไม่เป็นจริง มนทิราถึงกับหน้าเครียด นอนหลับๆตื่นๆทั้งคืน

ooooooo

นัทธมนบอกแม่ระหว่างกินมื้อเช้าว่าวันนี้เธอจะไปสมัครเรียนเลขาฯภาคค่ำอย่าง ที่เคยคุยกับพ่อและแม่ไว้  มนทิราอยากคัดค้าน  แต่รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์อะไร จึงปล่อยเลยตามเลย...

ขณะเดียวกัน ถุงแป้งขอให้กฤตย์ช่วยขับรถพาไปสมัครเรียนเลขาฯ  และให้บังเอิญที่เป็นโรงเรียนเดียวกันกับนัทธมนจะไปสมัคร   ระหว่างทางไปโรงเรียนเลขานุการและการโรงแรม   กฤตย์มองข้างทางเห็นพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินเท้าเปล่าสะพายกลดอยู่ริมถนนเขาขับรถผ่านไปโดยไม่ติดใจสงสัยอะไร...

มนทิราเตรียมกับข้าวใส่ปิ่นโตออกมาถวายเพล แต่ไม่เห็นพระธุดงค์ มีเพียงชาวบ้านกำลังเก็บกวาดทำความสะอาดอยู่บริเวณนั้น จึงเดินเข้าไปถามว่าพระธุดงค์ไม่อยู่แล้วหรือ

"อ๋อ...ท่านธุดงค์ไปแล้วล่ะ ตั้งแต่เช้ามืดเลย"

มนทิรามองปิ่นโตในมือ รู้สึกใจหาย เหมือนไร้ที่พึ่ง...

กฤตย์ขับรถใกล้ถึงโรงเรียนที่ถุงแป้งจะมาสมัคร เขาเห็นพระธุดงค์เดินอยู่ริมทางอีก รู้สึกประหลาดใจเหมือนกับว่าเพิ่งจะขับรถผ่านพระรูปนี้มาไม่นานนี่เอง...

นัทธมนกับถุงแป้งพบกันครั้งแรกที่ห้องน้ำภายในโรงเรียนเลขานุการและการโรงแรม ทั้งสองสาวคุยกันถูกคอ ถูกชะตา แล้วเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยกัน นัทธมนสังเกตเห็นว่าถุงแป้งเดินกะเผลกๆถามว่าเป็นอะไร ได้ความว่าโดนรองเท้าคู่ใหม่กัด นัทธมนหยิบปลาสเตอร์ออกจากกระเป๋าแล้วจับถุงแป้งนั่ง เอาปลาสเตอร์ปิดส้นเท้าให้อย่างไม่รังเกียจ ถุงแป้งเกรงใจบอกว่าทำเองได้

"ไม่เป็นไร เราถนัดกว่า"

กฤตย์เดินเข้ามาไม่ห่างนัก โบกมือให้ถุงแป้งซึ่งนั่งหันหน้ามาทางเขา นัทธมนนั่งก้มหน้าง่วนกับการติดปลาสเตอร์เลยไม่เห็นกฤตย์ ถุงแป้งบอกนัทธมนว่า ผู้ชายคนนั้นเป็นน้าของเธอที่เธอมาอาศัยอยู่ด้วย นัทธมนถามว่าคนไหน ถุงแป้งชี้ไปด้านหลัง นัทธมนมองตามมือถุงแป้ง แต่ไม่ทันได้เห็นหน้ากฤตย์

เพราะเขาดันจาม เลยเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากปิดจมูก นัทธมนไม่ได้สนใจอีกก้มลงดูความเรียบร้อยของปลาสเตอร์ที่เท้าถุงแป้ง จนแล้วจนรอดนัทธมนก็ไม่เห็นหน้ากฤตย์

ooooooo

เกตุมณีไม่สบายใจมากที่เข้าไปทำความสะอาดห้องของถุงแป้ง แล้วปัดรูปถ่ายลูกตกแตก เหมือนเป็นลางไม่ดี รีบโทร.มาบ้านกฤตย์ แกมแก้วรับสาย จำเสียงพี่สาวตัวเองได้ พูดจาตีรวน ขุดเรื่องเก่าเอามาว่า หาว่า เกตุมณีแย่งปิติไปจากเธอ เกตุมณีไม่อยากต่อความด้วย เลยขอพูดสายกับกฤตย์

"ไม่อยู่...ทำไมเห็นท่าไม่ดี ขอคุยกับคนอื่นเลยเหรอ"

"ไม่ใช่อย่างนั้น อยากถามเรื่องยายแป้ง...หลานอยู่มั้ย พี่ขอคุยกับยายแป้งหน่อยสิ"

"ไม่อยู่ทั้งคู่น่ะแหละ อยากคุยก็โทร.เข้ามือถือสิ"

เกตุมณีขอโทษที่รบกวน เตือนแกมแก้วให้ปล่อยวางบ้าง เดี๋ยวความดันจะขึ้น แกมแก้วได้ทีต่อว่าพี่สาวอีกว่า ที่เธอเป็นแบบนี้ เกตุมณีน่าจะรู้ดีว่าเป็นเพราะใคร เกตุมณีไม่อยากมีเรื่องรีบเปลี่ยนเรื่องพูด วานแกมแก้วช่วยบอกถุงแป้งทีว่า พรุ่งนี้เธอจะมาหา แกมแก้วหาว่าเกตุมณีคิดจะพาสามีมาเยาะเย้ย

"กล้ามาเจอหน้าแก้วก็เอาสิ บอกเขาด้วยแล้วกันว่าแก้วไม่ยกโทษให้หรอกนะ" แกมแก้วพูดแล้วกระแทกหูโทรศัพท์ใส่ทันที เกตุมณีได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา...

ตกเย็น เกตุมณีรอปิติกลับจากไร่อย่างกระวนกระวายใจ พอเห็นหน้าเขา เธอชวนเข้ากรุงเทพฯ อ้างว่าเป็นห่วงลูก ปิติบ่ายเบี่ยงไม่อยากไปด้วย เกตุมณีหาว่าที่เขาไม่ไปเพราะไม่อยากเห็นเงาของวรดา

"หึงคนตายอีกแล้ว...จะยี่สิบปีแล้วนะคุณ"

เกตุมณีตัดพ้อว่า เพราะเขาทำตัวแบบนี้เธอถึงได้คิดมาก เพื่อความสบายใจของเกตุมณี ปิติยอมทำตามที่เธอต้องการ...

นัทธมนกำลังกินอาหารเย็นกับมนทิราอย่างใจลอย ก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้   ถามแม่ว่าวันนี้เอาอาหารไปถวาย

หลวงพ่อหรือเปล่า มนทิราบอกว่าท่านไม่อยู่แล้ว ไปธุดงค์ที่อื่นต่อ ฝากปิ่นโตคืนไว้กับชาวบ้าน นัทธมนคว้าปิ่นโตเถานั้น

มาเปิดฝาดู ปรากฏว่ามีสร้อยตะกรุดอยู่ข้างใน หยิบขึ้นมาถามว่าของแม่หรือเปล่า

มนทิราส่ายหน้า    "หรือว่าหลวงพ่อท่านอยากให้หนูเก็บเอาไว้"

นัทธมนมองสร้อยตะกรุดเก่าแก่เส้นนั้นเขม็ง...

เสร็จจากสมัครเรียนแล้ว กฤตย์พาถุงแป้งตระเวนไปทำธุระด้วยกันจนมืดค่ำ เขาขับรถเลี้ยวเข้าซอยบ้าน เห็นพระธุดงค์ เดินอยู่ริมถนนอีกแล้ว หันไปจะถามถุงแป้งว่าเห็นพระธุดงค์ เหมือนตนหรือเปล่า แต่ถุงแป้งนั่งหลับ กฤตย์เหลือบมองกระจกส่องหลังไม่เห็นพระธุดงค์เดินอยู่รู้สึกแปลกๆชอบกล

พอเขากลับมามองถนนอีกครั้ง ดูไม่คุ้นทางเหมือนเข้าผิดซอย กฤตย์เบนรถจอดข้างทาง หันไปทางถุงแป้งต้องสะดุ้งสุดตัว เห็นศพวรดาที่ขึ้นอืดนั่งอยู่ กฤตย์ขยี้ตาตัวเองถึงกลับมาเห็นถุงแป้งนั่งอยู่อย่างเดิม ถอนใจโล่งอกพยายามปลุกหลานแต่เธอไม่ตื่น เขาดับเครื่องลงจากรถ ตะโกนถามทางชาวบ้านที่เดินอยู่แถวนั้นก็ไม่มีใครสนใจ กฤตย์กลับขึ้นรถสตาร์ตเครื่องแต่มันไม่ติด ปลุกถุงแป้งอีกครั้งเธอก็ไม่ยอมตื่น

เขาตัดสินใจจะเดินไปขอความช่วยเหลือแต่กลับเจอประพจน์กับวารียืนอยู่  กฤตย์ถึงกับขนลุกซู่เพราะทั้งคู่ตายไปนานแล้ว ประพจน์ฝากเขาดูแลวรดาแล้วเตือนว่าอย่าทำพลาดเป็นครั้งที่สอง

"เดี๋ยวครับ วรดาก็ตายไปแล้วนี่...นี่มันอะไรกัน"

กฤตย์เดินตามวารีกับประพจน์พลางร้องเรียกให้รอด้วย ทั้งคู่หันกลับมามอง คราวนี้ใบหน้าของสองคนนั้นเปรอะไปด้วยเลือด กฤตย์ตกใจสะดุ้งตื่น มองไปรอบๆถึงรู้ว่าตัวเขาหลับอยู่ในรถซึ่งจอดอยู่หน้ารั้วบ้านตัวเอง หันมามองเบาะนั่งข้างๆเห็นถุงแป้งหลับอยู่ แปลกใจว่าตนเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่

กฤตย์เดินลงมาเปิดประตูรั้ว พอหันหลังกลับไปที่รถ เห็นพระธุดงค์รูปหนึ่งยืนอยู่ กฤตย์ชะงักเล็กน้อยก่อนยกมือไหว้ พระธุดงค์เอาสร้อยตะกรุดใส่มือกฤตย์

"พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ คุ้มครองนะโยม...การให้ที่เป็นทานเท่านั้นจึงเกิดบุญ...เจ้ากรรมนายเวรเขาตามมาแล้วนะ ทำใจให้เป็นกุศล อย่าให้เขาตามทันนะโยม"

กฤตย์รับคำอย่างงงๆก่อนเดินกลับขึ้นรถ หันมาดูอีกทีเห็นหลังพระธุดงค์ในระยะไกลมาก ไกลเกินกว่าที่คนปกติจะเดินได้เร็วขนาดนั้น

ooooooo

นัทธมนสังหรณ์ใจชอบกล คืนนี้เลยมาขอนอนกับแม่ มนทิราบอกให้สวดมนต์ก่อนนอนจะได้หลับฝันดี ทีแรกนัทธมนอิดออด มนทิราคะยั้นคะยอ เธอจึงยอมสวดมนต์พร้อมท่าน เสร็จแล้วล้มตัวลงนอน

"คุณแม่คะ...หนูกลัวค่ะ...กลัวว่าหนูจะไปฆ่าใครเข้า"

"อะไรทำให้หนูคิดอย่างงั้นล่ะลูก"

"หนูไม่ได้คิด...ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มันเหมือนเวลาหิวแล้วเราก็กินน่ะค่ะ เราไม่ต้องคิด"

มนทิราซักว่ารู้หรือเปล่าว่าจะฆ่าใคร นัทธมนส่ายหน้า มนทิราปลอบลูกว่าคิดฟุ้งซ่านไปเองมากกว่า แต่ในใจมนทิรา กลับกลัดกลุ้มที่ลูกมีความคิดแปลกๆ...

ตกดึก นัทธมนนอนไม่หลับกระสับกระส่าย หันมาเรียกแม่เบาๆ มนทิราหลับสนิทไปแล้ว นัทธมนลุกขึ้นไปหยิบยานอนหลับ กินรวดเดียวสองเม็ดแล้วดื่มน้ำตาม เดินมาล้มตัวลงนอนอ่านหนังสือได้ครู่เดียวก็ผล็อยหลับ ไฟหัวเตียงที่เปิดค้างไว้ติดๆดับๆก่อนจะดับสนิท

ในเวลาเดียวกัน กฤตย์ละเมอลุกขึ้นเดินลงไปในห้องเก็บของหยิบเชือกเส้นใหญ่ติดมือออกมา ตรงรี่ไปที่สระว่ายน้ำ เขาผูกเชือกกับกิ่งต้นไม้บริเวณนั้น แล้วลงมานั่งมองเชือกในมือ... ส่วนนัทธมนนอนดิ้นไปมาคล้ายกับกำลังฝันร้าย  ข้าวของในห้องนอนลอยขึ้นทีละชิ้นๆ

"ฉันเกลียดคุณๆ...คุณมันคนหลอกลวง...คุณฆ่าฉันทั้งเป็น...คุณสมควรตายอย่างช้าๆ ตายอย่างทรมาน ตายอย่างทุรนทุราย" น้ำเสียงนั้นเกรี้ยวกราดชิงชังแต่กลับมีน้ำตาไหลออกจากดวงตาที่หลับอยู่

ร่างของนัทธมนเกร็ง มือจิกเท้าจิก กัดฟันกรอดๆ ลมในห้องพัดอื้ออึง ข้าวของปลิวว่อน มนทิราตกใจตื่นรีบเขย่าตัวปลุกลูกสาวแต่เธอไม่ตื่น ทันใดนั้นนัทธมนตาเบิกโพลง

"มันต้องตาย..." เสียงนั้นน่ากลัวเกินกว่าจะเป็นเสียงลูกของเธอ นัทธมนหลับตาลงอีกครั้ง

มนทิราหน้าเครียด เดินฝ่าลมพัดอื้ออึง พยายามค้นหาสร้อยตะกรุดที่พระธุดงค์ทิ้งไว้ให้...

ทางฝ่ายกฤตย์เอาปลายเชือกอีกด้านหนึ่งทำเป็นห่วง สวมคอตัวเอง ปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ก่อนจะเตะมันออก ร่างของเขาห้อยต่องแต่ง ลมพัดกระโชกแรงทั่วบริเวณ กฤตย์รู้สึกตัวแต่ก็สายไปแล้ว ได้แต่ดิ้นทุรนทุรายมือไม้ตะกายเปะปะ หายใจติดขัด ใกล้จะขาดใจ...

มนทิราหาสร้อยตะกรุดจนเจอแล้วสวมที่คอนัทธมน ทันทีที่สร้อยแตะคอนัทธมนหยุดเกร็ง นอนนิ่งเหมือนคนหลับสนิท ข้าวของรวมทั้งลมที่พัดกระหน่ำก็สงบนิ่งเช่นกัน จังหวะเดียวกันนั้น กฤตย์ซึ่งกำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายอยู่ๆกิ่งไม้ก็หัก ร่างของเขาหล่นตุ้บลงมากองกับพื้น ทั่วบริเวณสงบนิ่ง กฤตย์มองไปรอบๆอย่างหวาดหวั่นไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

นัทธมนจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลย อ้างว่ากินยานอนหลับของแม่เข้าไปเลยหลับสนิท ไม่ได้ฝันเห็นอะไรหรือใครทั้งสิ้น มนทิราเล่าว่าลูกละเมอพูดออกมาคำหนึ่งว่า "มันต้องตาย" น้ำเสียงน่ากลัวมาก แล้วถามย้ำให้แน่ใจว่าลูกไม่เห็นหน้าใครในฝัน

"ไม่เลยนะคะแม่ หนูถึงบอกไงคะว่าหนูเป็นบ้าอะไรเนี่ย หนูตามหาใครกันเหรอ"

"คงเป็นสัญชาตญาณเหมือนที่หนูบอก...เราหิวมากๆเข้าเราก็กิน ไม่สนหรอกว่ามันจะเป็นอะไร"

นัทธมนเหนื่อยใจกับตัวเองมาก หยิบตะกรุดที่สวมคอขึ้นมามอง...

กฤตย์ทายารอบคอตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาภายในห้องนอนของเขา รอยช้ำรอบคอดูน่ากลัวมาก กฤตย์นั่งถอนหายใจ งงกับเหตุการณ์เมื่อคืน เหลือบเห็นสร้อยตะกรุดที่พระธุดงค์ ให้วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เขาหยิบขึ้นมาห้อยคอ รู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด...

เกือบเที่ยงวันกว่าปิติกับเกตุมณีจะขับรถมาถึงบ้านกฤตย์ ถุงแป้งกับกฤตย์ออกมารอรับหน้าบ้าน ปิติเข้ามากอดคอกฤตย์ ทักทายอย่างสนิทสนม กฤตย์ถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เกตุมณีสงสัยเปิดคอเสื้อน้องชายดู เห็นรอยแดงช้ำน่ากลัว ถามว่าไปโดนอะไรมา กฤตย์อึกอัก

"เออ...ไม่มีอะไรหรอก...ประตูหนีบน่ะ"

ปิติสวน ทันทีว่าประตูที่ไหนจะหนีบคอ เกตุมณีจะซักต่อ แต่แกมแก้วเดินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ปิติทักทายเธอไม่ค่อยเต็มปากนัก แกมแก้วนิ่งเฉยไม่ทักตอบ เกตุมณีถามน้องสาวว่าไม่ออกไปไหนหรือ

"แก้ว อยู่ที่นี่ จะให้ออกไปไหนเหรอ" แกมแก้วตอบแกนๆก่อนเดินจากไป...

ปิติ ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เมื่อรู้ว่าถุงแป้งเลือกเรียนวิชาเลขานุการภาคค่ำ เขาเกรงใจที่ลูกจะต้องมาอาศัยอยู่บ้านหลังนี้นานๆ กฤตย์บอกว่าไม่ต้องเกรงใจ บ้านนี้ก็เป็นบ้านของพี่เกตุเหมือนกัน

"คนอื่นไม่คิดแบบคุณนะซิ"

"ทำไม น้าแก้วถึงไม่ชอบคุณพ่อละคะ" ถุงแป้งอดถามไม่ได้

ปิติไม่อยากตอบ รีบตัดบท ขอตัวไปอาบน้ำอ้างว่าขับรถมาเหนื่อย ถุงแป้งมองตามพ่อเซ็งๆคว้าถุงใส่ขนมโรตีสายไหมที่พ่อซื้อมาฝาก ออกไปนั่งม้วนอยู่ที่โต๊ะริมสระว่ายน้ำ ถุงแป้งม้วนเสร็จไปสองอัน มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอกดรับแล้วลุกขึ้นเดินพูดโทรศัพท์ สักพักก็วางสาย พอหันมาอีกที โรตีสายไหมที่ม้วนไว้หายไป ถุงแป้งเห็นลินจันทร์วิ่งหลังไวๆออกไป...

ถุงแป้งวางแผนหลอกล่อให้ ลินจันทร์ออกมาจากห้องโดยใช้โรตีสายไหมเป็นเหยื่อ เธอวางโรตีสายไหมที่ม้วนแล้วบนกระดาษทิชชูเป็นระยะๆจากหน้าห้องลินจันทร์ เรื่อยไปถึงห้องครัว ซึ่งมีจานใส่โรตีสายไหมหลายอันวางอยู่ ลินจันทร์หยิบขนมกินมาจนถึงห้องครัว เปิดผ้าคลุมหน้าออก นั่งกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย แสงไฟจากด้านนอกส่องกระทบใบหน้าลินจันทร์ เผยให้เห็นรอยไฟ
ไหม้เป็นแผลเป็นน่ากลัว ถุงแป้งถึงกับตะลึง

ooooooo

แกม แก้วไม่พอใจอย่างมากเมื่อป้าสร้อยเข้ามารายงานว่าแอบได้ยินถุงแป้งคุยให้พ่อ แม่ และกฤตย์ฟังตอนกินอาหารเช้าว่าเห็นหน้าลินจันทร์แล้ว  ด้วยความที่ไม่ชอบครอบครัวของเกตุมณีเป็นทุนเดิม แกมแก้วพานคิดว่าพวกนั้นคงสะใจมากที่เห็นลูกสาวของเธอเป็นแบบนี้ ขณะที่ลูกสาวของพวกเขาทั้งสวยทั้งฉลาด

"ไม่น่าเลยนะคะ คุณลินจันทร์น่ะเป็นหลานแท้ๆของคุณเกตุเหมือนกันนะคะ"

"ฉันไม่เคยนับ ญาติกับพวกนั้นมานานแล้ว แกเองก็ไม่ต้องแส่ไปเสนอหน้ารับใช้"

"ไม่ไป แล้วจะได้ยินอะไรดีๆเหรอคะ"

แกมแก้วตวาดแว้ดว่าให้ทำตามที่สั่ง เธอไม่อยากรู้ ไม่อยากเห็นและไม่อยากได้ยินอะไรอีก...

หลังกินอาหาร เช้าเสร็จ ปิติกับกฤตย์มานั่งคุยกันอยู่ ริมสระว่ายน้ำ ปิติมองไปรอบๆบอกว่าที่นี่เปลี่ยนแปลงไปจากสิบแปดปีที่แล้วมาก แต่เขายังจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ดี เหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

"ยัง กับว่าเราจะลืมมันได้นี่"

กฤตย์หยิบนิยายหน้าสุดท้ายซึ่งเหลืองเก่า ตามกาลเวลาออกมาดู เห็นเป็นรอยยับเพราะเคยถูกพับเป็นรูปหัวใจมาก่อน   ปิติมองกระดาษในมือกฤตย์ด้วยความประหลาดใจ สองหนุ่มต่างปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปถึงอดีต...

18 ปีที่แล้ว...วรดาตื่นขึ้นมา เห็นวารีนั่งอยู่ข้างๆด้วยความเป็นห่วง เธอบอกว่าวรดาเป็นลมไปตอนล้างรถ ตัวร้อนไข้ขึ้นนอนหลับข้ามวันข้ามคืน ประพจน์เข้ามายืนดูอย่างห่วงใย โดยมีปิติยืนอยู่ด้านหลัง

"เป็นยัง ไงกันบ้าง นอนแบ็บขนาดนี้ไม่คิดจะให้คนเป็นพ่ออย่างฉันรู้บ้างเหรอ"

วารี หันมาเห็นประพจน์ ตกใจ...อีกด้านหนึ่งของบ้านโบราณ กฤตย์มุดรั้วเข้ามาเห็นวรดานั่งหันหลังให้ดีใจรีบเข้ามาทัก พอเธอหันมากลายเป็นผาณิต กฤตย์รู้ว่าผิดตัวขยับจะเดินหนี แต่ผาณิตมือไวคว้าแขนเขาไว้ ดึงไปที่เรือนหลังใหญ่ ซึ่งคุณหญิงผกานั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่ก่อนแล้ว

สักพักประพจน์ตาม เข้ามาเล่นงานคุณหญิงผกาที่ใช้ วรดาล้างรถจนเป็นไข้ไม่สบาย แถมไม่บอกเขาสักคำ กฤตย์ขออนุญาตประพจน์ไปเยี่ยมวรดา พอรู้ว่าวรดากำลังจะไปหาหมอ กฤตย์อาสาจะไปส่ง แล้วกระวีกระวาดออกไป ประพจน์จะค้านแต่ ไม่ทัน ผาณิตจะตามแต่ประพจน์รั้งไว้ บอกว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน

อึดใจ กฤตย์วิ่งมาถึงเรือนเล็ก ต้องชะงัก เห็นปิติประคองวรดาลุกจากเตียง หญิงสาวหันมาเห็นกฤตย์พยายามจะขืนตัวออกจากการประคองของปิติ ด้วยเกรงว่าเขาจะเข้าใจผิด ระหว่างนั้น วารีถือตะกร้าใส่ของใช้เข้ามาเห็นกฤตย์ ร้องทักทายบอกว่ากำลังจะพาวรดาไปโรงพยาบาล

"ครับ...รีบไปเถอะครับ แล้วผมจะมาเยี่ยมใหม่"

วารีเข้ามาประคองวรดา ปิติรับตะกร้ามาถือไว้แทน เดินตามสองแม่ลูกออกไป วรดาไม่วายหันมามองกฤตย์ แต่เขาตีหน้าเฉย ขณะกฤตย์กำลังจะออกจากห้อง เหลือบเห็นหนังสือสาวเครือฟ้าที่เขาให้วรดาวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง หยิบขึ้นมาพลิกดู แล้วทำหน้านิ่วคิ้วขมวดที่เห็นหน้าสุดท้ายถูกฉีกหายไป...

ด้าน คุณหญิงผกากับผาณิตถูกประพจน์เล่นงานเรื่องที่ชอบรังแกวรดา ยิ่งทำให้สองแม่ลูกเกลียดชังวารีกับวรดามากยิ่งขึ้น ผาณิตหาทางแก้แค้นวรดา สบโอกาสดี เมื่อสร้อยถือเสื้อแจ็กเกตของปิติเข้ามา บอกว่าปิติลืมไว้ที่พนักเก้าอี้ในสวน ผาณิตรีบฉวยเสื้อจากมือสร้อย บอกว่าเธอจะคืนเขาเอง รีบวิ่งขึ้นห้องปิดประตูตามหลัง หยิบกระดาษหน้าสุดท้ายหนังสือสาวเครือฟ้าของวรดา
ขึ้นมาพับเป็นรูปหัวใจ

ooooooo

ผาณิต หาเรื่องแกล้งวรดาจนได้ เธอเห็นวรดาในชุดนักเรียนยืนด้อมๆมองที่ริมรั้วติดกับบ้านของ

กฤตย์ จึงเรียกวรดาให้ตามไปที่เรือนใหญ่ อ้างว่าคุณหญิงผกาสั่งงานไว้ให้ทำ ครู่ต่อมา วรดาถืออุปกรณ์ทำความ

สะอาดเข้าไปในห้องนอนของผาณิต เห็นข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น

"ฉันรื้อห้อง ก็เลยสกปรกไปหน่อย ทำความสะอาดให้ด้วย"

วรดาต่อรองว่าขอไปโรงเรียนก่อน ตอนเย็นจะกลับมาทำให้ ผาณิตเหน็บว่า ทีไปยืนรอผู้ชายทำไมไม่กลัวเสียเวลา วรดาไม่อยากเถียงด้วย ลงมือเก็บกวาดทำความสะอาด ผาณิตกินผลไม้แล้วแกล้งพ่นเม็ดลงพื้น วรดาไม่พอใจมาก บอกว่าทำสกปรกเองก็เก็บกวาดเองแล้วกัน ทิ้งไม้กวาด ทำท่าจะออกจากห้อง

ผาณิต ขู่ว่าถ้าไม่ทำ จะเรียกวารีมาทำแทน วรดาจำใจทำความสะอาดต่อ ผาณิตยิ้มสะใจ ฉวยถุงกระดาษที่วางอยู่เดินออกมา โดยไม่ลืมโรยเปลือกผลไม้ไว้อีก วรดาน้ำตาคลอด้วยความเจ็บใจ...

ต่อจากนั้น ผาณิตเดินมากดกริ่งบ้านกฤตย์ ทันทีที่แกมแก้วเปิดประตูรับ ผาณิตยื่นถุงกระดาษให้ฝากคืนกฤตย์ ให้ด้วย แกมแก้วหยิบเสื้อออกมาดู บอกว่าไม่ใช่เสื้อพี่ชายของเธอ

"ก็ไม่ใช่น่ะซิ แต่ให้พี่กฤตย์เอาไว้เถอะ มันจะเป็นประโยชน์กับเราสองคน"

แกมแก้วทำ หน้างงๆ ผาณิตกำชับให้ทำตามที่บอก แล้วรีบวิ่งกลับบ้าน กฤตย์เดินมาถามแกมแก้วว่าเสียงกริ่งเมื่อกี้ใช่แขกของเขาหรือเปล่า

"ไม่ใช่ ค่ะ ผาณิตบอกว่าพี่กฤตย์ไปลืมเสื้อไว้ที่บ้านเขา เขาเลยเอามาคืน"

กฤตย์ มองเสื้อในมือน้องสาว ปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตน แกมแก้วทำเป็นร้องอ้าว บอกว่าผาณิตเจออยู่ในห้องวรดา ถ้าไม่ใช่ของเขาก็ฝากไว้ที่นี่ก่อน กลับจากโรงเรียนแล้วเธอจะเอาไปคืนผาณิตเอง แกมแก้วคว้ากระเป๋านักเรียนวิ่งปร๋อออกไป กฤตย์หยิบเสื้อขึ้นมาดู จำได้ว่าเคยเห็นปิติใส่ ถือเสื้อมาวางไว้ บนโต๊ะในห้องหนังสือ มองอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดความอยากรู้ก็ชนะ

กฤตย์ค้นดู ตามกระเป๋าเสื้อตัวนั้น หยิบข้าวของออกมาดู มีทั้งนามบัตร ลูกอม สเปรย์ดับกลิ่นปาก แต่ที่สะดุดตาเขาก็คือ กระดาษพับเป็นรูปหัวใจ เขาคลี่ออกดู จึงเห็นว่าเป็นกระดาษจากหน้าสุดท้ายของหนังสือเรื่องสาวเครือฟ้า กฤตย์ถึงกับหมดเรี่ยวแรง ทรุดตัวลงนั่ง ทั้งน้อยใจทั้งเสียใจ

ooooooo

ผาณิต รู้ว่าเช้าวันนี้ ประพจน์จะต้องไปตรวจราชการดังนั้นปิติจะต้องมาขับรถให้ในฐานะนายทหารคนสนิท จึงนัดแกมแก้วให้มาหา เพื่อจะแนะนำให้รู้จักกับปิติ แกมแก้ววิ่งหน้าตั้งเข้ามา อารามรีบร้อน สะดุดขาตัวเองหน้าคะมำ ปิติเข้ามาช่วยประคอง แกมแก้ว ปลื้มชายหนุ่มสุดๆ ขณะที่ผาณิตยิ้มชอบใจ

"ผู้ กองคะ แกมแก้วเพื่อนบ้านของเราค่ะ น้องสาวพี่กฤตย์ไงคะ"

แกมแก้วยิ้ม เขินอาย ผาณิตรู้งานรีบปลีกตัวออกมา ปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่กันตามลำพัง...

เกตุ มณีเคืองน้องสาวที่ชิงมาบ้านโบราณก่อน ทั้งๆที่นัดกันแล้วว่าจะเอาขนมที่เธอทำเองมาให้ประพจน์กับคุณหญิงผกาชิม เกตุมณีถือตะกร้าใส่ขนมเข้ามาในบ้านโบราณ เจอวารีกลับจากจ่ายตลาดพอดีบอกวารีว่า เธอทำขนมเอง เลยจะเอามาฝากประพจน์กับคุณหญิงผกา

"เอ....เห็นคุณท่านจะออกไปข้าง นอก ไม่ทราบว่าไปหรือยัง"

เกตุมณีไม่อยากรบกวนท่านทั้งสอง เลยฝากตะกร้าขนมไว้กับวารี แล้วขอตัวกลับ...

ปิติกับแกมแก้วพากันมา นั่งที่ศาลาในสวน ปิติชวนแกมแก้วคุยเรื่องต้นไม้ แต่แกมแก้วไม่รู้เรื่องต้นไม้เลยไม่รู้

จะคุยอะไร แต่พอนึกถึงเพลงที่มีชื่อของต้นไม้ขึ้นมาได้ เธอเลยพล่ามว่ารู้จักต้นไม้ชื่อนั้นชื่อนี้ไม่หยุด

ปิติมองหางตาเห็นวรดาเดินหลังไวๆรีบหลบออกมา ปล่อยแกมแก้วเพ้อเจ้ออยู่คนเดียว เกตุมณีเดินมาเจอน้องสาว ร้องทักว่าบ่นอะไรอยู่คนเดียว แกมแก้วหันมาไม่เห็นปิติ อารมณ์เสียสุดๆเดินกระแทกเท้าปังๆออกไป เกตุมณีมองตามแกมแก้วงงๆ...

ไม่นานนัก เกตุมณีกลับถึงบ้าน เห็นกฤตย์นั่งดูทีวีใจลอย กระเซ้าว่าถ้าคิดถึงวรดาก็น่าจะรีบไปหา มัวแต่มานั่งเหม่ออยู่อย่างนี้ เดี๋ยวก็โดนผู้กองหนุ่มทำคะแนนแซงหน้า

"ช่างเถอะครับ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด"

"แน่นะ...อย่าเสียใจทีหลังล่ะ" เกตุมณียิ้ม เดินเข้าครัว กฤตย์สีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก...

ในที่สุด กฤตย์ตัดสินใจขับรถไปรับวรดาหลังเลิกเรียน แวะร้านอาหารร่มรื่นแห่งหนึ่ง ระหว่างนั่งรออาหาร มีหญิงชราคนหนึ่ง เอากระดาษทิชชูมาวางตรงหน้ากฤตย์ ขอร้องให้ช่วยซื้อหน่อย กฤตย์ซื้อหนึ่งห่อด้วยความสงสาร หญิงชราแอบมองลายมือกฤตย์ข้างที่ยื่นเงินให้

"งานกำลังจะรุ่งนะเนี่ย ถึงขั้นเป็นเจ้าของกิจการเองใหญ่โตเลย"

"ขอบคุณนะยาย...ไม่ต้องดูหมอให้หรอก"

หญิงชรามองหน้าวรดา ขยับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เด็กเสิร์ฟยกอาหารมาวางแล้วไล่เธอออกไป หญิงชราจำใจจากไป กฤตย์มองกระดาษทิชชูแล้วนึกได้ หยิบออกจากห่อมาทำท่าพับ วรดาสงสัยว่าทำอะไร

"พับรูปหัวใจ...รดาทำเป็นไหม...สอนหน่อยซิ"

"รูปหัวใจเหรอคะ...รดาพับไม่เป็นหรอกค่ะ...ถ้าให้ร้อยมาลัยหรือถักโครเชต์ยังจะง่ายกว่า"

กฤตย์ยิ้มอย่างโล่งอก...หลังจากกินอาหารเสร็จ กฤตย์ กับวรดาเดินมาขึ้นรถ หญิงชราคนเดิมมาดักรออยู่ จ้องหน้าวรดาเขม็ง ทักว่าหน้าตาโศกเศร้ามาก แล้วจับมือหญิงสาวขึ้นมาดู ทำท่าหนักใจ

"ทำบุญเยอะๆนะลูกเอ๊ย...บุญเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งของเราได้"

"หนูกำลังจะมีเคราะห์เหรอคะ"

กฤตย์ไม่พอใจ รีบชวนวรดาขึ้นรถ ขับออกไปทันที... ไม่นานนัก กฤตย์ขับรถมาจอดหน้ารั้วบ้านโบราณ เกรงว่าวรดาจะไม่สบายใจเรื่องเมื่อกี้ ปลอบว่าอย่าคิดมาก คนพวกนี้อยากได้ เงินก็พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่รู้ว่าแกเป็นหมอดูจริงหรือเปล่า

"อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ขอบคุณมากนะคะสำหรับอาหาร" วรดาลงจากรถ เดินเข้าบ้าน

กฤตย์มองตาม แต่ต้องตกใจ เมื่อเหลือบมองที่พื้นถนนเห็นวรดาไม่มีเงาหัว เขาขยี้ตาจะมองอีกครั้ง แต่เธอเดินเลี้ยวลับสายตาไปแล้ว กฤตย์ส่ายหน้าคิดว่าตัวเองคงตาฝาด

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“แอริน-ยุกตะทัต” เข้าตาแฟนละคร ถูกจริต บทปากไว ใจกล้า ยืน 1 เพื่อนนางเอก

“แอริน-ยุกตะทัต” เข้าตาแฟนละคร ถูกจริต บทปากไว ใจกล้า ยืน 1 เพื่อนนางเอก
12 พ.ค. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 09:21 น.