ตอนที่ 11
หลังจากหายหน้าไปหลายวัน วันนี้ปณิตาโผล่มาหากฤตย์ที่บริษัท อ้างว่ามีธุระเรื่องโครงการจะคุยด้วย กฤตย์เชิญเข้าไปคุยในห้องทำงาน
"ไม่เอาหรอกค่ะ อุดอู้ คุยงานเป็นร้อยล้าน เอ่อ ไปหาอะไรกิน คุยกันให้มันเป็นกิจจะลักษณะหน่อย"
กฤตย์ นิ่งคิดอยู่อึดใจ ก่อนตอบตกลง ปณิตายิ้มถูกใจ แต่ต้องหุบยิ้ม เพราะกฤตย์พานัทธมนในฐานะเลขาฯของเขาไปด้วย ปณิตาไม่ชอบใจอย่างแรงแต่ทำอะไรไม่ได้ ไม่นานนักทั้งสามคนก็มาถึงร้าน
อาหารทะเล ปณิตาหน้าหงิกหน้างอ เห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด อาหารมาเสิร์ฟช้า เธอพาลบ่นเป็นหมีกินผึ้ง
กฤตย์ เลยชวนคุยเรื่องงานไปพลางๆก่อน ปณิตาบ่นว่าโครงการของเธอถูกทางเขตเพ่งเล็ง เนื่องจากเธอต่อเติม เพิ่มจำนวนยูนิตห้องพักขึ้นไปอีก กฤตย์ตำหนิเธอว่าหาเรื่องเข้าตัวเก่งจริงๆ
"ตาคิดว่าจะยัดเงินหัวหน้าเขตได้นี่คะ ปกตินิกรจะเป็นคนติดต่อ ไม่รู้ไปยัดเงินกันใต้โต๊ะอีท่าไหน"
นัทธมนสวนทันทีอย่างไม่พอใจ "พ่อหนูไม่ใช่พวกคอรัปชันนะคะ"
ปณิตาค้อนนัทธมนขวับ "อาหารมาแล้ว กินกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยคุยต่อ...อารมณ์เสีย"
บริ กรยกกุ้งเผากับปูนึ่งมาเสิร์ฟ กฤตย์มองนัทธมนเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ นัทธมนทนนั่งต่อไปไม่ไหวลุกขึ้นขอตัวไปห้องน้ำแล้วเดินไปเลย กฤตย์ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่มองตาม...
นัทธมนเดินวนไปมาอยู่ใน ห้องน้ำ พยายามข่มความโกรธแต่ไม่สำเร็จ ในเมื่อปณิตาตั้งใจจะเล่นกันถึงพ่อถึงแม่ จะต้องเห็นดีแน่ เธอเดินออกจากห้องน้ำอย่างเอาเรื่อง กลับมาถึงโต๊ะอาหารยังไม่ทันจะนั่ง
"เร็วจัง...ไปโทรศัพท์ปรึกษาคุณพ่อมาเหรอคะ"
"คุณพ่อหนูเสียไปแล้วค่ะ"
"เออ...ใช่...อุ๊ย...ขอโทษ ลืมไป" ปณิตาพูดลอยหน้าลอยตาน่าตบ
นัท ธมนโกรธควันแทบออกหู เพ่งพลังไปยังจานปูนึ่งที่ปณิตากำลังหยิบขึ้นมาจะกิน ปูตัวนั้นหนีบมืออย่างจัง ปณิตาร้องโอดโอยลั่น สะบัดมือเร่าๆ ปูติดมือไม่ยอมหลุด เหลือบเห็นปูในจานเริ่มไต่กัน
ยั้วเยี้ย เธอร้องเรียกกฤตย์ให้ช่วยเอาปูออกไปที กฤตย์มองบนโต๊ะไม่เห็นมีอะไร ปูในจานยังคงนอนนิ่ง
"คุณเป็นอะไรของคุณ"
ปณิตาดึงปูออกจาก มือ เหวี่ยงลงบนโต๊ะ ปูยักษ์คลานเข้ามาหาอีก ปณิตาลุกพรวดเอื้อมมือจับหลังตัวเอง รู้สึกเหมือนมีปูไต่อยู่เต็มไปหมด กรีดร้องลั่น วิ่งเตลิดออกไปจากร้าน กฤตย์มองตามงงๆ เหลียว
มองไปทางนัทธมนซึ่งนั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่แอบยิ้มสะใจ เขารีบตามไปดูเห็นปณิตาขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
แปลกใจว่าเกิดอะไร ขึ้นกับเธอ กฤตย์หันกลับมาเจอนัทธมนเดินเอากระดาษทิชชูซับจมูกตามเข้ามาถามว่าเป็นอะไร นัทธมนปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไร กฤตย์ดึงทิชชูออกจากมือเธอ เห็นมีเลือดติดอยู่
"เรามีโรคประจำตัวเหรอ"
"จะเรียกว่าอย่างนั้นก็คงได้มั้ง"
กฤตย์ เห็นนัทธมนเป็นแบบนี้บ่อยๆนึกเป็นห่วง เลยพาเธอไปให้หมอตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียด หมอเจาะเลือดไปตรวจ ผลเลือดออกมาปกติ ความดันเลือดและหัวใจก็เช่นกัน ส่วนที่มีเลือดกำเดาไหล
หมอสรุปว่าอาจเป็นเพราะอากาศร้อน เส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกเลยแตก
"ไม่เกี่ยวกับมีก้อนเนื้อในสมองอะไรใช่ไหมครับ" กฤตย์ยังไม่หายเป็นกังวล
เพื่อ ความสบายของญาติผู้ป่วย หมอเลยแนะให้เข้าเครื่องเอ็มอาร์ไอ สแกนสมองดู แล้วสั่งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล พานัทธมนไปที่ห้องตรวจ...
ขณะเตียง ตรวจเคลื่อนเข้าไปในอุโมงค์เครื่องเอ็มอาร์ไอ นัทธมนเริ่มหายใจขัดๆ แต่ทำเป็นนอนนิ่งไม่อยากให้กฤตย์เห็นว่าตัวเองอ่อนแอ พอเครื่องเริ่มทำงาน ภาพเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดกับวรดา
ปรากฏขึ้นในสมองของนัทธมนอย่างรวดเร็ว แต่มันไม่ปะติดปะต่อกัน
ภาพสุดท้ายที่แวบเข้ามา เป็นภาพห้องลับในหลุมหลบภัย วรดากำลังร้องไห้ฟูมฟาย ดิ้นทุรนทุรายอย่างน่าเวทนา เครื่องสแกนสมองก็ตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติเช่นกัน นัทธมนลงจากเตียงตรวจเกิดหน้า
มืดขึ้นมา หมอสั่งให้นอนพักเพื่อดูอาการก่อน
ooooooo
นัท ธมนรู้สึกตัวลืมตาขึ้นในห้องพักฟื้น กลับไม่ใช่นัทธมนคนเดิม ราวกับวิญญาณอาฆาตของวรดาเข้าสิง เธอคว้ามีดปอกผลไม้ที่กฤตย์วางไว้ จ้องมองหน้ากฤตย์เขม็ง
"แก...ไอ้คนใจร้าย ไอ้คนหลอกลวง" นัทธมนแทงมีดใส่เขาหมายเอาชีวิต คมมีดถากไปนิดเดียว
กฤตย์ตกใจ "ใจเย็นๆก่อน เธอเป็นอะไรไป...นัทธมน"
"ใคร...นัท ธมน...จำไม่ได้เหรอ คนที่คุณเคยปล่อยให้ตายอย่างหมาตัวหนึ่งไงล่ะ" นัทธมนฟันมีดใส่เขาอีก กฤตย์เอามือปัด มีดเลยบาดมือ นัทธมนพุ่งเข้าใส่ กฤตย์เบี่ยงตัวหลบ กอดรัดเธอไว้จากด้าน
หลัง พูดกรอกหู
"วรดา...คุณกลับมา...คุณกลับมาหาผม"
"ฉัน จะกลับมาแก้แค้น ฉันจะฆ่าแกให้แกตายอย่างทรมานเหมือนที่แกทำกับฉัน ปล่อยให้ฉันตายไปอย่างช้าๆทำไมแกไม่ฆ่าฉันให้รู้แล้วรู้รอดไปซะทีเดียว"
กฤตย์ พยายามอธิบาย แต่นัทธมนโกรธเกลียดเขามากจนไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ ดิ้นรนสุดฤทธิ์จะฆ่าเขาให้ได้ กฤตย์กอดเธอไว้แน่น กระซิบข้างหูว่า เขารักเธอ นัทธมนร้องลั่นว่า "ไม่จริง" แล้วเป็นลมล้มพับ
ไป...
มนทิร ารีบโทร.ชวนติสรณ์ไปโรงพยาบาลทันที เมื่อรู้ข่าวของนัทธมน สักพักนัทธมนรู้สึกตัว ลืมตามองไปรอบๆจำเรื่องที่ทำร้ายกฤตย์ไม่ได้ เห็นแม่กับติสรณ์ งงว่ามาได้อย่างไร
"ก็เห็นคุณกฤตย์บอกว่าลูกไม่ค่อยสบาย นอนพักอยู่ที่นี่"
นัท ธมนต่อว่ากฤตย์ว่าไม่น่าต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ติสรณ์เข้ามาจับมือเพื่อนอย่างห่วงใย ถามว่าไม่เป็นอะไรแน่หรือ กฤตย์มองทั้งคู่จับมือกันแล้วเจ็บจี๊ดที่หัวใจ นัทธมนส่ายหน้า
"ไม่เป็นไร...แล้วมือคุณไปโดนอะไรมา"
"ปอกผลไม้แล้วมีดบาดเอาน่ะ"
มนทิร าอยากรู้ว่าลูกต้องนอนที่นี่อีกกี่วัน นัทธมนแค่มึนหัวตอนออกจากเครื่องสแกน แต่ตอนนี้สบายมาก...ทันทีที่กลับถึงบ้าน มนทิราเอาสร้อยตะกรุดมาสวมคอนัทธมน เตือนลูกให้ใส่ติดคอไว้ตลอด
เผลอถอดออกเดี๋ยวเดียวถึงกับต้องนอนโรงพยาบาล นัทธมนเถียงว่าไม่เกี่ยวกัน เธอแค่หน้ามืดไปเท่านั้น กฤตย์เป็นกังวลและเรื่องมากไปเอง มนทิราแก้ตัวให้กฤตย์ว่าเป็นเพราะเขาเป็นห่วงนัทธมนมาก
ต่างหาก
"เขาเนี่ยนะจะรู้จักห่วงใครเป็น" นัทธมนเบ้ปากอย่างดูแคลน...
แกม แก้วฟังปณิตาเล่าเหตุการณ์ที่ร้านอาหารแล้ว สรุปว่าเพื่อนใช้ยามากไปจนตาฝาดประสาทหลอน ถึงได้เห็นปูนึ่งเดินได้ ปณิตาปฏิเสธลั่นว่าไม่ใช่เพราะยา แต่น่าจะเกี่ยวข้องกับนัทธมนมากกว่า
"นังนั่นมันไม่ธรรมดาน่ะ ฉันยอมรับ แต่มันคงไม่มีอภินิหารอะไรขนาดนั้นแน่"
"ไม่เชื่อก็ตามใจ...อืม...แต่มันอาจจะจริงของเธอก็ได้นะ" ปณิตาชักไม่แน่ใจเหมือนกัน
อยู่ๆแกมแก้วก็โพล่งขึ้นว่า "มีตังค์ให้ฉันยืมสักแสนหนึ่งไหม"
"ว่าแล้วทำไมโทร.ตามคำเดียวรีบแจ้นมาเชียว" ปณิตาเซ็นเช็คให้ แกมแก้วรีบเก็บเข้ากระเป๋า
ooooooo
ติ สรณ์ถามหาถุงแป้งทันทีที่ขับรถถึงที่ทำงานของนัทธมน นัทธมนหายสงสัยแล้วว่าทำไมวันนี้เพื่อนถึงใจดีอาสาขับรถมาส่งเธอแต่เช้า ติสรณ์ต้องผิดหวัง เพราะถุงแป้งกลับบ้านต่างจังหวัด
"เด็กเอ๊ย...พยายามเข้าลูก" นัทธมนขยี้ผมติสรณ์เล่น
กฤตย์ เห็นภาพนั้นได้แต่ถอนใจ เดินเลี่ยงเข้าห้องทำงานตัวเอง สักพักนัทธมนตามเข้ามา กฤตย์ถามเสียงเศร้าว่าแฟนมาส่งหรือ เธอรับสมอ้างว่าใช่ กฤตย์ทำใจไม่ได้ลุกพรวดออกไป นัทธมนเบ้ปาก มอง
ตามแล้วเอาแฟ้มงานไปวางที่โต๊ะทำงานเจ้านาย เห็นของส่วนตัวของเขาวางทิ้งไว้ กุญแจรถ กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือและกุญแจบ้านวรดา นัทธมนดีใจ มองซ้ายมองขวาคว้ากุญแจบ้านวรดา
รีบออกมาทันที
เธอสะดุ้งโหยงได้ยิน เสียงกฤตย์ร้องทักว่าจะไปไหน นัทธมนโกหกหน้าตายว่าไปกินข้าวเช้า เขาขอไปด้วย ขณะนัทธมนกำลังจนแต้ม แกมแก้วเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน นัทธมนได้ทีรีบชิ่งออกมา
เดินจ้ำพรวดๆไปทางเรือนหลังเล็ก แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นป้าสร้อยกำลังตัดหญ้าอยู่แถวนั้น ตัดสินใจหันหลังกลับ...
ด้านกฤตย์พาแกมแก้วเข้ามาคุยธุระในห้องทำงาน ของตน ถามว่ามีเรื่องอะไร แกมแก้วต้องการใช้เงิน กฤตย์ติงว่าเพิ่งเบิกไป ยังไม่ทันชนเดือน ทำไมมาเบิกอีกแล้ว
"นี่...แก้วไม่ได้มาแบมือขอเงินเป็นเด็กนะ แก้วเบิกเงินส่วนของแก้ว พี่กฤตย์ไม่ต้องยุ่ง"
"ไม่มีเงินส่วนไหนของใครหรอกนะ มันมีแต่ส่วนของเราทั้งนั้น"
กฤตย์ เซ็นเช็คให้อย่างอ่อนใจ แกมแก้วรับเช็คผลุนผลันออกไป กฤตย์เก็บกุญแจรถ กระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์มือถือ แล้วมองหากุญแจบ้านวรดา ค้นในลิ้นชัก ตบกระเป๋ากางเกงตัวเอง แต่ไม่เจอ...ทาง
ด้านแกมแก้วเอาเงินที่ได้จากกฤตย์กับปณิตาไปเล่นการพนันใน บ่อน เสียพนันจนหมดตัว...
นัทธมนเอากุญแจบ้านวรดาไปทำกุญแจสำรองไว้ หนึ่งดอก แล้วรีบเอากลับมาคืนไว้อย่างเก่า วางข้างๆกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถ เสียงกฤตย์ร้องถามขึ้นด้านหลังว่าก๊อบปี้เอาไว้หรือยัง นัทธมนสะดุ้ง
เฮือกคิดว่าถูกจับได้เรื่องกุญแจบ้านวรดา หันมาเห็นเขาชูเอกสารในมือ แล้วถามซ้ำว่าก๊อบปี้ไว้แล้วหรือยัง
"ค่ะ...ทำแล้วค่ะ อยู่ในแฟ้มหนู" นัทธมนถอนใจโล่งอก เดินไปรื้อหาสำเนาเอกสารฉบับนั้นยื่นให้
กฤตย์ รับเอกสารแล้วเดินมานั่งโต๊ะตัวเอง เห็นกุญแจบ้านวรดาวางอยู่บนโต๊ะ เขาไม่พูดอะไร เหลียวมองนัทธมนที่นั่งไม่รู้ไม่ชี้ก้มหน้าก้มตาทำงาน...
นัท ธมนซุ่มรออยู่นอกประตูรั้วบ้านโบราณจนความมืดปกคลุมไปทั่ว เหลียวซ้ายมองขวา เห็นปลอดคน ปีนรั้วเข้าไป วิ่งลัดเลาะจนถึงเรือนหลังเล็ก รีบไขกุญแจเข้าไปหยิบสมุดบันทึกของวรดาบนฝ้า
เพดาน นัทธมนน้ำตาเอ่อตื้นตันเหมือนเจอสิ่งที่สูญหายไปนาน เธอเอาสมุดยัดใส่เสื้อเดินออกมาล็อกกุญแจหน้าบ้านไว้อย่างเดิม กำลังจะก้าวลงเรือน สะดุ้งโหยง เห็นกฤตย์ นั่งรออยู่ นัทธมนยืนนิ่งทำ
อะไรไม่ถูก
"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอเข้าไปเอาอะไรออก มา...ฉันถือว่าของสิ่งนั้นมันเป็นของเธอ เธอมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรกับมันก็ได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าเธอจะเป็นใครก็ตาม นัทธมน หรือวรดา... หากว่าเธอเกลียดฉันมากถึง
ขนาดต้องการจะฆ่าจะแกงกัน เธอหาฉันได้ไม่ยาก ฉันอยู่แถวนี้ทุกวันแหละ"
กฤตย์ลุกขึ้นขยับจะเดิน ส่วนนัทธมนเดินเลี่ยงไปอีกทาง ได้ยินเสียงกฤตย์พูดตามหลังอย่างห่วงใยเศร้าสร้อยว่าเขาเปิดประตูรั้วไว้ให้ แล้ว เธอไม่จำเป็นต้องปีนรั้วออกไป มันอันตราย นัทธมนหันมองก
ฤตย์ซึ่งเดินคอตกกลับไป ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองรู้สึกหวั่นไหวกับน้ำเสียงเศร้าๆนั้น ด้วย...
นัทธมนมองสมุดบันทึกของวรดาซึ่งวางไว้บนโต๊ะในห้องนอนตัวเอง ลังเลสับสนว่าควรจะอ่านหรือไม่อ่าน สุดท้ายความอยากรู้ก็ชนะ เธอหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาพลิกดู นั่งอ่านนิ่งราวกับตกอยู่ในภวังค์
ooooooo
คุณ หญิงผกาหงุดหงิดมากเมื่อรู้ข่าวว่าวรดาฟื้นแล้ว ผาณิตบ่นอุบว่าทำไมคนของแม่ไม่ถอยรถมาทับให้รู้แล้วรู้รอด คุณหญิงผกาหน้าตาเลิ่กลั่ก เตือนว่าไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาพูดตรงนี้ ผาณิตยังไม่ยอม
หยุด
"คนของคุณแม่นี่ไม่ได้เรื่องเลย"
"ยายนิด...มันเป็นอุบัติเหตุ"
"นั่นแหละค่ะ...คนของคุณแม่ทำอุบัติเหตุไม่ได้เรื่องเลย"
คุณหญิงผกาส่ายหน้า เอือมระอา แกมแก้วเอ่ยปากว่าถ้ามีอะไรจะให้ตนเองช่วยขอให้บอก...
อา การของวรดาดีขึ้นตามลำดับ โดยมีกฤตย์คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง โชคดีที่กะโหลกของเธอไม่ร้าว และสมองก็ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอะไรมาก กฤตย์บอกวรดาว่าเขากำลังตัดสินใจจะเข้าไปคุย
กับพ่อของเธอเรื่องของเราสองคน วรดางงว่าเรื่องอะไร
"ถ้า...รดาไม่รังเกียจ ผมจะไปขอหมั้นรดา"
วรดาทั้งดีใจและหวั่นใจในเวลาเดียวกัน...
คุณ หญิงผกาเจ็บใจมากที่แผนไม่สำเร็จ ชวนผาณิตกับแกมแก้วตามไปเล่นงานรุจน์ถึงอู่รถซึ่งเป็นที่ซ่อนตัวของเขา รุจน์ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าวรดาจะรอด เพราะเขาขับรถชนเธออย่างจังขนาดนั้น
"มีใครจำหน้าแกได้มั่งหรือเปล่า ในที่เกิดเหตุน่ะ" คุณหญิงผกาซัก
รุจน์ส่ายหน้า "ชนเปรี้ยงผมก็เผ่นเลย...ผมขอแก้ตัวอีกครั้งนะครับ"
คุณหญิงผกาตวาดว่าไม่ต้อง แผนเก่าใช้ไม่ได้แล้ว คราวหน้าถ้ามีอะไรแล้วเธอจะติดต่อมาเอง...
กฤตย์ ไม่รอช้า วันรุ่งขึ้นเขารีบไปพบประพจน์ที่บ้านโบราณเพื่อขออนุญาตพาผู้ใหญ่มาสู่ขอว รดา ผาณิตเดินผ่านมาพอดี หลบมุมแอบฟัง ประพจน์ติงว่าวรดายังอายุน้อยเกินกว่าจะแต่งงาน
"ผมไม่เร่งรัดแต่งงาน เพียงอยากพาผู้ใหญ่มาหมั้นหมายไว้ก่อน เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย"
"เรานี่เชื่อมั่นในตัวเองมากนะ" ประพจน์จ้องหน้ากฤตย์
"ผมมั่นใจในความรักที่ผมมีต่อวรดามากกว่าครับ" ความมุ่งมั่นของกฤตย์ทำให้ประพจน์พอใจมาก
ผาณิต ตัวสั่นด้วยความเจ็บแค้นใจที่พ่อยอมให้วรดาหมั้นกับกฤตย์ จ้ำพรวดๆไปฟ้องแกมแก้วถึงบ้าน แกมแก้วได้ฟังถึงกับโวยวายใส่เกตุมณีลั่นว่า กฤตย์คิดอย่างไรถึงเอาคนใช้บ้านผาณิตมาเป็นลูกสะใภ้
ผู้หญิงดีๆมีตั้งมากมายทำไม ไม่มาปรึกษากันบ้าง
"กฤตย์เขาปรึกษาพี่แล้ว เธอเป็นเด็ก รับผิดชอบตัวเองก่อนก็พอ"
พูดอย่างนี้หมายความว่าแก้วไม่มีสิทธิ์มีเสียงในบ้านนี้เลยใช่ไหมคะ"
"พี่ ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน พี่เองก็ไม่เกี่ยว คนอื่นก็ไม่เกี่ยว" เกตุมณีปรายตามองผาณิตเป็นเชิงตำหนิ แกมแก้วเข้าใจว่าพี่สาวว่าตนเอง อาละวาดใส่
"นี่ขนาดยังไม่มาเป็นเมียพี่กฤตย์ มันยังทำให้แก้วกลายเป็นคนอื่นไปแล้วเหรอ ยังไงแก้วก็ไม่ยอม"
เกตุมณีส่ายหน้า ถอนใจ เหนื่อยใจ...
กฤตย์ รีบเอาข่าวดีไปบอกวรดาซึ่งยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล วรดายิ้มทั้งน้ำตาด้วยความดีใจพร้อมจะฝากอนาคตตัวเองไว้กับเขา กฤตย์กอดเธอไว้แน่น มองท้องฟ้ายามเย็นด้วยกันอย่างมีความ
สุข...
หมอ อนุญาตให้วรดากลับบ้านได้ กฤตย์อาสาพาเธอมาส่งถึงหน้าเรือนหลังเล็ก วรดาหวั่นใจเมื่อเห็นสายตาของคุณหญิงผกา ผาณิต แกมแก้ว สร้อย และปณิตายืนมองมาจากบนเรือนใหญ่ราวกับจะกิน
เลือดกินเนื้อ กฤตย์ปลอบว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก เรื่องของเราสองคน เขาจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด...
วรดาหยิบสมุดบันทึกมาจดเหตุการณ์ ต่างๆด้วยสีหน้ามีความสุข เธอวาดรูปหัวใจดวงเล็กๆสองดวงลงในนั้น ปิดสมุดบันทึก เอาขึ้นมาแนบอก คิดถึงกฤตย์แล้วยิ่งอบอุ่นหัวใจ มองขึ้นไปบนท้องฟ้า
พระจันทร์คืนนี้ช่างสวยเหลือเกิน...ส่วนกฤตย์กำลังนั่งมองพระจันทร์อย่างมี ความสุขเช่นกัน
ooooooo
วรดาถูกคุณหญิงผกากับผาณิตใช้ทำงาน บ้าน ทั้งๆที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อวานนี้เอง แถมผาณิตยังหาว่าวรดาจงใจแย่งกฤตย์ไปจากเธอ วรดาอดทนก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ ปลอบตัวเองว่าต้อง
ทนให้ได้ อีกไม่นานวันแห่งความสุขของเธอก็จะมาถึงแล้ว...
หลังจากทำงานบ้านเสร็จ วรดานัดเจอกับกฤตย์ที่
ห้อง ลับภายในหลุมหลบภัย แกมแก้วบังเอิญเห็นวรดาเดินลับๆล่อๆ เลยย่องตามมาแอบฟังอยู่ด้านนอกประตูห้องลับที่เปิดแง้มไว้ ได้ยินเสียงกฤตย์พูดว่าจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอวรดาในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้
แกมแก้วแค้นจัดกัดปากตัวเองจนเลือดซึม...
พิธีหมั้นระหว่างกฤตย์กับว รดาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านของฝ่ายหญิง วรดากับกฤตย์สีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข นั่งพับเพียบกับพื้นตรงหน้าประพจน์และญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชาย คุณหญิงผกา ผาณิต ปณิตา
แกมแก้วนั่งอยู่อีกฟากหนึ่ง เกตุมณีกับปิตินั่งยินดีอยู่ฝั่งตรงข้าม
"ถ้า สองคนเขารักกัน ผมก็ไม่ขัดข้องที่จะให้หมั้นหมายกันไว้ก่อน...ส่วนวันแต่งก็ค่อยดูฤกษ์ดูยาม ที่มันเหมาะสมกันอีกที" ประพจน์ว่าแล้วหันไปถามวรดาว่าเต็มใจจะรับหมั้นกฤตย์ไหม
วรดาสบตา กฤตย์แล้วพยักหน้ารับคำ กฤตย์ยิ้มปลื้มใจ ปณิตาทนดูไม่ได้ เดินเลี่ยงออกไปข้างนอก ขณะที่ กฤตย์ประคองมือวรดาขึ้นมาสวมแหวนหมั้นให้ วรดามองเขาด้วยความรักหมดชีวิตและจิตใจ...
ด้านเกตุมณีเดินมาส่งปิติ ที่รถ หลังจากเสร็จพิธี ถามเขาว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไป ปิติไปซื้อที่ดินที่เพชรบูรณ์เอาไว้กะจะทำรีสอร์ต เกตุมณีแหย่เขาว่าจะหนีไปเลียแผลใจหรือ ปิติส่ายหน้า เขาอยาก
เริ่มต้นชีวิตใหม่ ต่างหาก เกตุมณีว่าประชดว่ามีที่หมายใหม่เร็วจริงๆ
"อยู่แถวนี้แหละ ไม่รู้เขาจะสนใจมั้ย" ปิติมองสบตาเกตุมณีอย่างมีเลศนัย
เกตุมณีอึกๆอักๆเขินอาย "...แล้วเจอกันค่ะ" เธอหันหลังกลับเดินชนโน่นชนนี่ไปตลอดทาง...
คุณหญิงผกา ผาณิต แกมแก้วและปณิตานั่งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเจ็บใจวรดาอยู่ในห้องรับแขก โดยมีสร้อยยืนคุมเชิงหน้าประตูห้อง คุณหญิงผกาไม่อยากเชื่อว่าวรดาจะมีวันนี้จนได้
"ไม่มีหรอก...มันแค่ฝันไปเท่านั้นแหละ" แกมแก้วดูเหมือนจะเคียดแค้นวรดามากกว่าใคร...
ในเมื่อผาณิต ปณิตา และแกมแก้วมีศัตรูคนเดียวกัน แกมแก้วจึงพาผาณิตกับปณิตาไปยังห้องลับภายในหลุมหลบภัย ซึ่งเธอจะใช้ที่นี่เป็นสุสานของวรดา ผาณิตมองไปรอบห้องมืดและชื้น รู้สึก
หนาวสะท้าน
"น่ากลัวจัง ถ้ามาคนเดียว ฉันไม่กล้าลงมาแน่"
"นั่นสิ...แก้วจะทำยังไงให้นังวรดามันยอมลงมาคนเดียว"
"ไม่ยากหรอก แค่รอจังหวะและเวลาที่เหมาะสม เท่านั้นเอง" แกมแก้วสีหน้ามุ่งมั่นเอาจริง...
ฝ่ายประพจน์สำลักไอติดต่อกันหลายครั้งจนหอบเหนื่อยหยิบผ้าเช็ดหน้ามาปิดปาก ไอ สีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นเสมหะมีเลือดปนติดที่ผ้าเช็ดหน้า ประพจน์ปิดเรื่องนี้ไม่ให้ใครรู้
ooooooo
กฤตย์ขออนุญาตประพจน์พาวรดาไปเที่ยวต่างจังหวัด ประพจน์อนุญาตแต่มีข้อแม้ว่าต้องพาปิติไปด้วย เขาเกรงว่าไปกันแค่สองคนคู่หมั้นจะดูไม่งาม ทีแรกปิติไม่ยอมไป วรดาขอร้องว่าถ้าเขาไม่ไป
เธอก็อดไปเช่นกัน กฤตย์เห็นปิตินิ่งคิดอยู่นาน ช่วยขอร้องอีกแรง ปิติทนรบเร้าไม่ไหว
"ไปก็ได้...แต่มีข้อแม้ว่าต้องไปเป็นเลขคู่ สามคนไม่เอา ไม่ไป...ไปหามาอีกคน"
ปิติยิ้มเจ้าเล่ห์ รู้ดีว่ามีเพียงคนเดียวที่วรดาจะชวนไปเที่ยวได้คือ เกตุมณี หลังจากกฤตย์กับวรดาคะยั้นคะยอไม่นาน เกตุมณีตกปากรับคำ ถามกฤตย์ว่าจะพาพวกเราไปเที่ยวที่ไหน คำตอบคือ เพชรบูรณ์...
กว่ากฤตย์กับคณะจะถึงที่พักในจังหวัดเพชรบูรณ์ พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว วรดาจดเรื่องราวต่างๆลงในสมุดบันทึกขณะนั่งอยู่ริมระเบียงห้องพัก กฤตย์เดินมานั่งข้างๆวรดาดื่มดํ่ากับวิวสวย
เบื้องหน้าอย่างมีความสุข หันไปขอร้องเขาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าทิ้งเธอไปไหน กฤตย์ไม่เคยแม้แต่จะคิด
"ถ้าคุณทิ้งวรดาไป ไม่ว่ากี่ชาติ รดาก็จะตามหาคุณ จนเจอ"
"คุณจะรักผมไปทุกชาติจริงๆนะ"
วรดาพยักหน้า ทั้งคู่ยิ้มให้กันราวกับโลกทั้งใบเป็นสีชมพูสดใส...
ด้านเกตุมณีกำลังจัดเสื้อผ้าใส่ตู้อยู่ภายในห้องพัก ปิติถือแปรงสีฟันเข้ามาในห้อง เกตุมณีหันมาเห็นก็ร้องเอะอะว่าเข้ามาทำอะไรในห้องผู้หญิง และทำไมไม่รู้จักเคาะประตูก่อน ปิติมาขอยาสีฟัน แหย่เธอ
เล่นว่าตั้งแต่เช้าเขายังไม่ได้แปรงฟันเลย เกตุมณีย่นจมูก รับแปรงสีฟันไปบีบยาสีฟันใส่ให้
"ขอบคุณนะ ถ้ามีคนบีบยาสีฟันใส่แปรงให้แบบนี้ทุกวันก็ดีสิ" ปิติเดินยิ้มออกไป...
ระหว่างกินมื้อคํ่าด้วยกัน เกตุมณีมักลอบมองปิติ แล้วแอบยิ้ม กฤตย์สังเกตเห็นกระเซ้าจนเธอเขิน วรดามีความสุขมากที่ได้มาเที่ยวแบบนี้ มีความสุขจนกลัว เพราะทุกครั้งที่เธอมีความสุขมากๆ มักจะ
ต้องแลกด้วยความทุกข์เสมอ เกตุมณีปลอบว่าอย่าคิดอะไรมาก วรดาอดเป็นกังวลไม่ได้...
หมอตรวจร่างกายประพจน์อย่างละเอียดแล้ว พบว่ามีปัญหา แต่ประพจน์กลับทำเหมือนไม่มีอะไร...
สิบโมงกว่าแล้ว ตอนที่ปิติรู้สึกตัวตื่น ลุกขึ้นไปเข้าห้องนํ้า เห็นแปรงสีฟันตัวเองมียาสีฟันบีบรอไว้แล้วถึงกับยิ้มหน้าบาน...
ฝ่ายวรดากับกฤตย์ออกมาเดินเล่นท่ามกลางสวนดอกไม้ กฤตย์เก็บดอกไม้มาแซมผมให้หญิงคนรัก วรดาถามเขาว่าถ้าเราสองคนต้องจากกัน เขาจะคิดถึงเธอไหม กฤตย์ พยักหน้า เขาจะคิดถึงเธอทุกวัน
ทุกคืน คิดถึงจนกว่าเขาจะตาย วรดาขอจดคำพูดของเขาไว้ในสมุดบันทึก
"ได้...จดลงไปเลยว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับรดา ผมยินดีชดใช้ด้วยชีวิต"
กฤตย์ว่าแล้วชวนวรดากลับที่พัก เกรงว่าเกตุมณีกับปิติจะเป็นห่วง วรดาขออยู่จดบันทึกลงสมุดก่อนแล้วจะตามไป เธอมองตามกฤตย์ซึ่งวิ่งไปพร้อมรอยยิ้มอย่างสุขใจ หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนข้อความ
"เขาบอกว่าเขาจะคิดถึงเราทุกวัน ทุกคืน...คิดถึงจนกว่าจะตาย...ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เขายินดีชดใช้ด้วยชีวิต" วรดาถอนหายใจยาว สีหน้าเปลี่ยนเป็นกังวลก่อนจะปิดสมุดบันทึก...
นาฬิกาบอกเวลาตีสามแล้ว นัทธมนปิดสมุดบันทึกของวรดาลง สีหน้าฉายแววชิงชังอย่างเห็นได้ชัด
"...คุณได้ชดใช้มันด้วยชีวิตแน่ๆ...คุณกฤตย์"
ooooooo










