นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ดวงตาสวรรค์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    หลังจากรู้ว่าเทินรักแพนและหายตัวไปหลังวันแต่งงานของแพนแล้ว เอียดก็ตกอยู่ในความเศร้าหมองจนเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้อง แม้แต่ข้าวปลาอาหารก็ไม่แตะต้อง จนราศีขึ้นมาตามที่ห้อง เห็นหน้าตาซูบซีดของเอียดแล้วตกใจถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมยังไม่ลงไปกินข้าว

    "แม่คะ เอียดอยากอยู่คนเดียว" เอียดน้ำตาคลอ

    "ลูกจะนั่งเฉยๆไม่ได้หรอกนะ คนดีๆหมดไปทุกวัน ดูอย่างแม่แพนสิ คว้าเอาชายใหญ่ไปแล้ว ผู้ชายดีๆเขาไม่มานั่งรอง้อเราหรอกนะ ใครเสน่ห์ดีกว่า เอาใจเขามากกว่า เขาก็แต่งงาน

    ไปกับคนนั้น เอียดจะมานั่งงอมืองอเท้าเป็นสาวโสดอยู่ตลอดไป ไม่ได้นะลูก"

    ระหว่างราศีพูดนั้น เอียดลุกขึ้นยืนหน้าซีด สีหน้าพยายาม สะกดกลั้นความรู้สึกเต็มที่

    "ลูกแม่ไม่มีอะไรด้อยกว่าแพนเลย แค่รู้จักใส่เสน่ห์บ้างเท่านั้น ไม่อย่างนั้นผู้ชายคนไหนๆก็จะพากันไปรักแม่แพนเสียหมด"

    เอียดสุดที่จะทนฟังต่อไปกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด น้ำตาไหลริน เธอปาดน้ำตาทิ้งวิ่งผ่านราศีออกไปนอกห้องเหมือนสติไม่อยู่กับตัว จนราศีตะลึง ครู่หนึ่งรีบวิ่งตามลงไป

    ที่ห้องโถงข้างล่าง โภคาเห็นเอียดวิ่งผ่านไปแล้วเห็นราศีวิ่งตามลงมาก็เดาออก เขาขอร้องราศีว่า

    "ช่างเถอะคุณ ผมว่าถ้ายายเอียดอยากอยู่กับเราตลอดไปไม่แต่งงานผมก็ไม่ว่าอะไรนะ" ราศีถามอย่างขุ่นใจว่าไม่กลัว คนเขานินทาหรือว่าลูกสาวเราสู้ใครๆไม่ได้ โภคาตอบอย่างสงบเยือกเย็นว่า "ผมว่ายายเอียดคงไม่อยากจะสู้กับใคร ความรักมันบังคับกันไม่ได้นะ"

    ราศีถามอย่างรับไม่ได้ว่าตนอยากให้ลูกมีครอบครัวที่ดี มีคนดูแล มันผิดตรงไหนหรือ

    "ความตั้งใจของคุณไม่ผิดหรอกคุณราศี แต่ผมเชื่อว่า ถ้าถึงเวลาที่ยายเอียดเจอคนที่แกรักแล้วจริงๆแกก็คงจะกล้าทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้คนที่แกรักรักแกด้วย"

    ราศีค้อนโภคาเคืองๆที่คิดไม่เหมือนตน...

    ooooooo

    เอียดวิ่งลงไปเจอเล็กเพิ่งกลับมาพอดี เล็กเห็นเอียดไปนั่งแถวซุ้มมะลิวัลย์ที่เขาเคยนั่งจึงเดินไปหา เอียดรีบปาดน้ำตาเมินหน้าซ่อนดวงตาที่แดงช้ำ

    เล็กเข้ามาบอกพี่สาวว่าดึกมากแล้วอย่านั่งตากน้ำค้างเลยเข้าบ้านเถอะ เอียดถามเล็กอย่างใจจดจ่อว่าเจอเทินไหม พอเล็กส่ายหน้าบอกว่าเทินไม่ได้กลับบ้าน แม้กระทั่งจดหมายก็ไม่ได้ส่งไปหลายเดือนแล้ว เอียดก็หน้ามืดล้มฟาดลงทันที

    จากนั้นมาเอียดก็ป่วยล้มหมอนนอนเสื่อ จนหญิงออน ได้ข่าวจึงมาเยี่ยม เล็กบอกหญิงออนว่าอาการของเอียดนั้น คุณอาหมอบอกว่าอาจจะเป็นเรื่องของจิตใจที่ได้รับความกระทบ กระเทือนมากกว่า

    หญิงออนฉุกคิดได้ถามเล็กเสียงแผ่วหวิวว่า "เทินเสียผู้ เสียคนไปเพราะเทินรักแพน...ใช่ไหม แล้วพี่เอียดล่ะ..."

    "ที่เล็กแน่ใจก็คือ พี่เอียดไม่ได้รักชายใหญ่" เล็กพูดเลี่ยงๆจนหญิงออนถามว่าเล็กคิดว่าเอียดเป็นอย่างนี้เพราะอะไร เล็กจึงตอบตรงกว่านั้นว่า "เล็กไม่รู้จะพูดยังไงแต่เล็กโกหกหญิงไม่ได้ ตั้งแต่วันที่พี่เอียดรู้ว่าเทินรัก...ยายพิษร้ายนั่น จนถึง เมื่อวานนี้ที่เล็กบอกพี่เอียดว่าเทินหายตัวไป หาไม่พบ..."

    "พี่เอียดรักเทินเหรอ จะเป็นไปได้ยังไง" หญิงออนจับแขนเล็กถาม เล็กหลบตาอย่างละอายใจเกินกว่าที่จะตอบแทนพี่สาว หญิงออนเสนอว่า "เล็ก...ถ้าพี่เอียดรักเทินจริง เราต้องช่วยกันให้มากกว่าที่เล็กเคยคิดจะช่วยเทิน เราต้องหาตัวเทินให้พบให้ได้...ความรักเป็นสิ่งดีงาม หญิงเชื่อว่าความรักจะช่วยให้เราทุกคนปลอดภัยได้"

    "เล็กก็ภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้น" เล็กถอนใจเบาๆจากนั้นหญิงออนดึงแขนเล็กพาขึ้นตึกไปเยี่ยมเอียด เข้าไปนั่งข้างเตียง ลูบแขนเอียดเบาๆ พูดกับเอียดที่นอนหันหลังให้อยู่ว่า

    "พี่เอียดคะ หญิงมาเยี่ยมนะคะ หญิงห่วงพี่เอียดมากเลย พี่เอียดหายเร็วๆเมื่อไหร่เราจะไปช่วยเล็กตามหาเทินกันค่ะ"

    "หญิง...ว่ายังไงนะ เทินเป็นอะไรไป" เอียดหันมาถามเสียงแผ่วหวิว

    "เทินจะต้องรับรู้ว่าในโลกนี้ยังมีใครอีกหลายๆคนที่เป็นห่วงเขา เขาจะหายหน้าไปเฉยๆอย่างนี้ไม่ได้ จริงๆเล็กกับหญิงอยากจะขอร้องให้พี่เอียดช่วยตามหาเทินด้วยกัน แต่พี่เอียดมาป่วยเสียอย่างนี้หญิงก็เกรงใจ"

    "ยังไม่ได้ข่าวเทินหรือ" เอียดถามแววตาหม่น

    "สำหรับหญิงและเล็ก พี่เอียดสำคัญกว่าค่ะ เราคงจะออกไปเที่ยวตามหาเทินไม่ได้ จนกว่าพี่เอียดจะสบายดีนั่นแหละค่ะ"

    "ไม่เป็นไรหญิง แต่เรื่องของเทินก็สำคัญ...ชีวิตของคนทั้งคน อย่างน้อยให้ได้ข่าวก็ยังดี"

    "พี่เอียดดื่มนมสักนิดนะคะ เดี๋ยวหญิงจะได้ปรึกษาว่าเราจะทำยังไงกันได้บ้าง"

    หญิงออนหว่านล้อมจนเอียดรับแก้วนมไปดื่มแต่โดยดี ทำให้หญิงออนยิ่งมั่นใจว่าเอียดรักเทิน

    ooooooo

    คำพูดของน่าน ทำให้เทินได้สติ เขาขอบคุณน่านที่ช่วยเหลือตนให้อยู่ในโลกใบนี้ต่อไปอย่างมีสติ น่านดีใจที่เทินกลับมามีความหวังในชีวิตอีกครั้ง ย้ำกับเขาว่าถ้าเขาเป็นอะไรไป คนที่เสียใจที่สุดคือคนที่รักเขาที่สุด คือพ่อ แม่ และตัวเขาเอง

    "จริงครับคุณน่าน คนอื่นมันไม่เคยอาลัยไยดี แม้กระทั่งตอนที่ผมยังมีชีวิตอยู่ นี่ถ้าผมตายไปแล้วมันก็คงจะยิ่งโล่งใจ เพราะหมดคนขวางหูขวางตาขวางความสุขของมัน" ยิ่งพูดอารมณ์แค้นก็ยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นจนน่านต้องเข้าไปตบบ่าตอกย้ำกับเทินว่า

    "ใช่...เทิน คนที่ไม่เห็นคุณค่าของเรา ก็ไม่มีค่าพอสำหรับความใส่ใจของเราเหมือนกัน"

    เทินเงยหน้าขึ้นกะพริบตาถี่ๆกลืนน้ำตาลงในอก หลับตาครู่หนึ่งจึงเอ่ยช้าๆ

    "สักวันหนึ่ง คุณน่าน สักวันนึง ผมจะกลับไปสู้ให้ได้ ผมเคยเชื่อว่าความรักมีอย่างเดียวคือหัวใจที่เรามอบให้โดยไม่หวังอะไร แต่เดี๋ยวนี้ผมรู้แล้วว่า บางทีความรักก็เป็นบันไดให้คนที่ฉลาดกว่าเหยียบหัวคนที่โง่กว่าขึ้นไปสู่เป้าหมายที่เขาต้องการ" เสียงเทินเครือเหมือนจะร้องไห้ แต่ไม่ร้อง...

    "ในความรัก เรามักคิดเข้าข้างตนเองเสมอ จนกว่าจะถึงวันที่ต้องตัดสินใจเลือก ถึงจะได้เห็นหัวใจที่แท้จริงของเขา"

    "ไม่เคยรัก...ไม่เคยแม้แต่จะอยู่ในสายตา ไม่อย่างนั้น คงไม่หมดค่าเร็วถึงขนาดนี้ ไม่มีค่า ไม่เคยคิดถึงแม้แต่ความเป็นเพื่อน" เทินก้มหน้าขบกรามแน่น

    "เข้มแข็งนะเทิน อย่าปล่อยให้ตัวเองเสียหายไปเพราะคนที่ไม่รักไม่สนใจเรา ยืนขึ้นและก้าวไปข้างหน้า บางทีเราจะได้พบกับคนที่รักเราจริง คนที่มีค่าควรกับความรักที่แท้จริงของเราไงเทิน"

    เทินพยักหน้าสูดลมเข้าปอดเต็มที่...แต่...ยังไม่กล้าสบตาน่าน

    ooooooo

    กลับจากฮันนีมูนมาถึงวังสวนทิพย์ แพนวางท่าเป็นคุณนายเต็มที่ ไม่ยอมให้ชายใหญ่เอาของที่ซื้อมาไว้ที่สตูดิโอ แต่ให้เอาไปขึ้นตึกใหญ่อ้างว่าตนจะได้ช่วยจัดแล้วค่อยยกลงมา

    ไม่เพียงเท่านั้น แพนยังวางอำนาจบาตรใหญ่ดุด่าทมที่ขนของขึ้นตึกไปคนเดียว ทมชี้แจงว่าฟื้นช่วยยกจากรถมาหน้าตึกแล้วตนรับต่อ พอดีสะอิ้งถือชุดในไม้แขวนเสื้อที่เพิ่งรีดเสร็จเดินมา แพนก็ชี้นิ้วถามว่าแม่คนนี้ทำไมไม่ช่วยยกของขึ้นมา

    ทมบอกว่าสะอิ้งเป็นคนทำงานให้คุณหญิง แพนไม่พอใจสั่งให้วางชุดก่อนแล้วไปช่วยยกของให้ตนกับชายใหญ่ หญิงออนเดินมาพูดขัดขึ้นว่า "ไม่ต้องหรอกจ้ะสะอิ้ง มีอะไรก็ไปทำเถอะ"

    แพนรู้สึกเสียหน้า กระทั่งกำเริบหันมาต่อว่าหญิงออน ว่าให้ท้ายคนใช้อีกหน่อยก็ไม่มีใครเกรงใจตนที่เป็นภรรยาของคุณชาย เป็นนายคนหนึ่งของบ้านนี้

    หญิงออนแย้งว่าสะอิ้งมีหน้าที่อยู่แล้ว ของแค่นี้ทมกับปานคงยกไหว ไม่ต้องระดมคนทั้งบ้านมาช่วยหรอก ถูกแพนเสียงดังถามว่าคุณหญิงเห็นคนใช้ดีกว่าตนหรือ หญิงออน ตอบอย่างอ่อนใจว่า

    "ไปกันใหญ่แล้วแพน หญิงแค่ไม่อยากให้แพนเรียกใช้คนนอกเหนือจากหน้าที่ที่เขาทำอยู่ แต่ไม่เป็นไรหรอกแพนเพิ่งมาอยู่ใหม่คงไม่รู้ว่าใครมีหน้าที่อะไรบ้าง" หญิงออน เหน็บนิ่มๆแล้วเดินเลี่ยงไป แต่นึกขึ้นได้หันมาพูดต่อ "อ้อ...แพนเองก็ควรจะรู้นะจ๊ะ ที่วังสวนทิพย์เราอยู่กันแบบครอบครัว บางคนอยู่มาก่อนที่หญิงกับพี่ชายจะเกิดด้วยซ้ำ เราต้องให้เกียรติพวกเขาตามสมควร"

    หญิงออนไปแล้ว ชายใหญ่มาเห็นแพนกำลังโกรธ ถามว่ามีอะไรหรือ แพนอ้อนว่าในบ้านนี้ตนจะใช้ใครได้บ้าง แม่สะอิ้งก็ใช้ไม่ได้ ชายใหญ่จึงชี้แจงว่าสะอิ้งเป็นคนของหญิงออน และนายทมดูแลตน

    "ตายจริง...อย่างนั้นเหรอคะคุณชาย แล้วแพนไม่ต้องมีคนมาดูแลแพนส่วนตัวบ้างหรือคะ" เมื่อชายใหญ่อนุญาต แพนมีข้อแม้ว่า "ถ้าอย่างนั้นแพนจะลองหาเด็กรับใช้ของแพนเอง

    เด็กรับใช้ที่แพนหามาคือขาบ ลูกของเขียวเพื่อนบ้านที่ผักไห่นั่นเอง แพนถือว่าเคยอุ้มขาบมาตั้งแต่เด็กเมื่อเอามาอยู่ที่นี่ก็ต้องดูแลรับใช้และซื่อสัตย์เป็นหูเป็นตาให้ตนคนเดียว

    ooooooo

    เพราะชายใหญ่หลงใหลกับการวาดรูปจนไม่ได้ ขึ้นไปที่ห้องตึกใหญ่เลย ทำให้แพนรับไม่ได้ลงไปโวยวาย ที่ห้องสตูดิโอ ชายใหญ่ยังใจเย็นจับจมูกแพนบิดเบาๆ อย่างเอ็นดูทำให้สีเปื้อนหน้า แพนโกรธ ชายใหญ่จึงเอา ผ้าเช็ดสีเช็ดให้ก็ถูกหาว่าเอาผ้าขี้ริ้วมาเช็ดหน้าตน

    ระหว่างที่แพนทำตะบึงตะบอนอยู่นั้น ทมเข้ามารายงานว่ามีแขกมารอพบทั้งสองคนคือ คุณน่าน นฤปเวศน์ ชายใหญ่รู้สึกคุ้นๆชื่อนี้ เมื่อลงไปพบชายใหญ่เห็นน่านกับหทัยนั่งอยู่ก็พูดตีกันว่า

    "ขอโทษนะครับ มีธุระอะไรกับภรรยาผมไม่ทราบ"

    หทัยแนะนำตัวเองว่าเป็นผู้จัดการฝ่ายคัดเลือกนักแสดง ของหัสดินทร์ภาพยนตร์ แล้วแนะนำน่าน ชายใหญ่มองเหมือนคนเคยเห็นกันมาก่อน ถามว่าเราเคยรู้จักกันก่อนไหม

    "ไม่ทราบว่าคุณชายจำผมได้ไหมเราเคยพบกันนานแล้วที่ผักไห่" น่านถาม

    พอได้ยินคำว่าผักไห่แพนก็ไม่สบายใจ วูบขึ้นมากลัว ถูกขุดคุ้ยกำพืดตัวเองจะขอตัวไป น่านชมว่า "คุณแพนยังสวยเหมือนเดิม" แพนเลยชะงักทำเป็นถามว่าพูดเรื่องอะไรกันอยู่หรือ น่านจึงเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังว่า สมัยสงครามได้พบกันที่ผักไห่ แล้วพูดออกตัวอย่างมองแพนออกว่า

    "มันนานมากแล้ว คุณ...พันพรคงจะจำไม่ได้ เอาเป็นว่าผมเป็นฝ่ายรู้จักคุณพันพรกับคุณชายราชาณัติมานานแล้ว" น่านตัดบทเมื่อแพนทำเป็นจำไม่ได้ แต่พอชายใหญ่ถามว่าเขาเล่นกล้องใช่ไหม น่านตอบด้วยความยินดีว่า "ครับ คุณชายจำผมได้จริงๆ แต่เวลานี้ผมเปลี่ยนจากภาพนิ่งมาเป็นกล้องหนัง"

    จากนั้นน่านจึงเกริ่นเรื่องหทัยขอให้ตนมาพบคุณชายกับคุณพันพร ชายใหญ่ถามว่าเกี่ยวอะไรกัน

    "เกี่ยวข้องกับคุณพันพรแหละครับ ใจของผมปรารถนาที่จะได้เห็นหนังสือพิมพ์พาดหัวว่า นาฏศิลป์สาวฝีมือเยี่ยมได้กลายเป็นดาวรุ่งเงินล้านคนใหม่" หทัยชี้แจง แพนหัวเราะเบาๆ ถามว่าจะมาทาบทามตนไปเป็นนางเอกหนังหรือ หทัยบอกว่า นั่นตรงประเด็นทีเดียว

    ชายใหญ่สีหน้าไม่ยินดียินร้ายไม่เห็นด้วยแต่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร หทัยเห็นดังนั้นชี้แจงอีกว่า

    "ทางเราเห็นว่าคุณพันพรมีความเหมาะสมกับบทนี้จริงๆ ทั้งรูปร่างหน้าตา ทั้งเสน่ห์ที่เปล่งประกายออกมา ทำให้คุณเป็นผู้หญิงที่มีพลังอำนาจอย่างที่สุด ผมจะหาผู้หญิงอย่างนี้ได้ที่ไหนถ้าไม่ใช่คุณพันพร"

    ฟังหทัยแล้วแพนสีหน้าพอใจแต่ทำเป็นไม่ยินดียินร้ายหันไปมองชายใหญ่เห็นนั่ง หน้าแดงอย่างไม่พอใจ แพนหาทาง เพิ่มค่าตัวทำเป็นพูดออกตัวว่าขอบคุณที่เห็นศิลปินตัวเล็กๆอย่างตนเหมาะที่ จะเป็นนางเอกเงินล้าน ซึ่งหทัยก็ฟังน้ำเสียงออกจึงฝากนามบัตรของตนและทนุไว้บอกว่าถ้าแพนสะดวกจะ ให้คำตอบไปที่ใครก็ได้

    ชายใหญ่พูดเชิงปฏิเสธกลายๆ น่านจึงเปิดทางไว้ว่าอยากให้คุณชายกับแพนปรึกษากันก่อน ถ้าเราโชคดีพอคงจะได้ทำงานร่วมกัน ชายใหญ่หน้าตึงที่น่านยังเปิดทางไว้ ส่วนแพน เหลือบมองชายใหญ่ลุ้นๆ

    ooooooo

    ลาชายใหญ่กับแพนลงมาถึงหน้าตึก น่านกับ หทัยก็เจอหญิงออนเข้าโดยบังเอิญ หญิงออนทักทายด้วย อัธยาศัยอ่อนหวาน ถามไถ่กันจนรู้ว่าเคยพบกันที่ผักไห่ หญิงออนจำได้ทันที ถามว่าแล้วน่านมาพบใครหรือ

    "ผมพาคุณหทัย คือเราทำงานกับหัสดินทร์ภาพยนตร์ ด้วยกัน มาทาบทามคุณพันพร เผื่อว่าจะสนใจแสดงภาพยนตร์ ให้กับเรา" น่านชี้แจง

    หทัยพูดเสริมอย่างคาดหวังมากว่า "ถ้าคุณพันพรรับเป็นนางเอกเรื่องลมลวง จะสร้างมิติใหม่ให้กับวงการหนังไทยของเราทีเดียว ผมว่าชื่อของคุณพันพรจะจารึกในหัวใจของผู้ชมชาวไทยไปอีกนานเท่านาน..."

    หญิงออนมองหน้าหทัย ทำหน้าไม่ถูกกับความหวังอันบรรเจิดของเขา...

    ooooooo

    แพนเจ้ากี้เจ้าการเข้าไปวุ่นวายกับอาหารของวังสวนทิพย์ สั่งทับทิมว่าวันหลังจะทำอะไรให้เขียนมาให้ตนช่วยดูก่อน ทำซ้ำๆอย่างนี้น่าเบื่อ อบรมทับทิมแม่ครัวเก่าแก่ของที่นี่ว่า

    "ทับทิมเป็นแม่ครัวใช่ไหม ต้องเข้าใจว่าท่านพ่อทรงมีพระชนมายุมากแล้ว ควรจะเสวยแต่ของที่เป็นประโยชน์และบำรุง"

    พวกบ่าวไพร่มองหน้ากันอย่างอึดอัดใจ จนหญิงออน จูงมือท่านชายเข้ามาในห้องอาหาร แพนเจ้ากี้เจ้าการสั่งขาบที่เพิ่งเข้ามาให้ไปเอาโถน้ำผลไม้ที่ตนแช่ไว้ในตู้ เย็นมาให้ สั่งปานให้เอาแก้วน้ำผลไม้มาเพิ่มให้ด้วย จากนั้นก็เข้าไปฉอเลาะท่านชายว่า

    "แพนทำน้ำทับทิมไว้เพคะ ว่ากันว่าเป็นยาอายุวัฒนะวันก่อนไปตลาดท่าน้ำมีทับทิมขาย แพนเลยซื้อมา นี่แพนคัดแต่ลูกโตๆนะเพคะ"

    ขาบประคองโถแก้วใส่น้ำทับทิมเข้ามา แพนรับแล้วรินให้ท่านชาย ปานเอาแก้วมาวางเพิ่มหนึ่งใบ แพนทำเป็นตำหนิว่าทำไมไม่เอามาเผื่อหญิงออนด้วย ลืมหญิงออนไปแล้วหรือ

    หญิงออนไม่สนใจ เข้ามานั่งประจำที่ของตัวเอง ท่านชายยกน้ำทับทิมขึ้นดื่ม เอ่ยอย่างชื่นชมว่า

    "อร่อยจริงๆ แพนนี่เก่งไปหมดทุกอย่างเลยนะ"

    แพนยิ้มแก้มแทบปริ คุยอวดว่าตั้งใจจำมาเพราะจะทำถวายท่านพ่อ ครูบอกว่าเป็นที่นิยมมากในหมู่เจ้านายสมัยก่อน ท่านชายชื่นชมที่แพนศึกษามาอย่างดี หญิงออนถามว่าชายใหญ่ ไม่ลงมากินข้าวด้วยหรือ

    "เธอสั่งให้ยกสำรับไปตั้งแต่เย็น แต่แพนยังไม่หิว รอรับประทานพร้อมท่านพ่อกับคุณหญิงไงคะ อีกอย่าง แพนเห็นใจคุณหญิงที่ต้องทำงาน...ไม่ค่อยมีเวลาจะดูแลรายละเอียดในบ้าน แพนเลยจะขออาสาดูแลเรื่องกับข้าวกับปลาให้ ที่แพนทำทุกอย่างนี่ก็เพื่อที่จะทดแทนคุณท่านพ่อแทนคุณชาย เพราะเธอก็ทุ่มเทให้กับการเขียนรูปจนไม่มีเวลา"

    หญิงออนขอบใจที่แพนมีน้ำใจแต่ทุกคนในนี้ต่างก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่ขาดตก บกพร่อง ให้แพนเอาเวลาไปดูแลชายใหญ่ดีกว่า ท่านชายเห็นด้วย แต่แพนกลับหน้าตึงทำคอแข็งเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับหญิงออนราวกับนางพญา ทำเอาพวกคนใช้แอบสบตากันอย่างสมเพช ส่วนทับทิมรีบเลี่ยงออกจากห้องอาหารไป

    เมื่อกลับมาที่ห้องนอนบนตึกใหญ่ แพนกระแทกกระทั้นอย่างไม่พอใจแกมริษยาที่ตัวเองไม่ได้รับความสนใจอย่างที่ ต้องการ ฮึดฮัดปัดโน่นปัดนี่ระบายอารมณ์ครู่หนึ่งจึงลุกเดินออกไปอีกครั้ง...

    ooooooo

    แพนตรงไปที่สตูดิโอของชายใหญ่  เห็นชายใหญ่ กำลังวาดรูปอย่างขะมักเขม้นก็ยิ่งไม่พอใจ  ตรงเข้าไปจ้องหน้าพูดอย่างก้าวร้าว

    "คุณชายทำกับแพนอย่างนี้ไม่ได้นะคะ...คุณชายแต่งงานกับแพน หน้าที่ของคุณชายคืออยู่กับแพนไม่ใช่อยู่กับรูปวาดบ้าๆพวกนี้ ถ้ารักจะอยู่กับรูปแล้วมาแต่งงานกับแพนทำไม"

    "แพน...ฉันกำลังทำงานอยู่นะ ก่อนที่แพนจะมาอยู่ที่นี่ฉันก็เคยทำงานดึกๆเสมอ ไม่เคยมีใครมาห้าม ไม่ว่าจะเป็นท่านพ่อหรือหญิงออน เธอก็ไม่ควรห้ามฉัน"

    "โง่! โง่สิ้นดีเลย รู้ตัวบ้างไหม คุณชายน่ะโง่แสนโง่ แล้วก็อ่อนแออย่างน่ารำคาญที่สุด แพนเบื่อสามีอย่างคุณชายแล้วนะ ถ้ารู้ว่าต้องอยู่คนเดียวในห้องเหมือนสัตว์เลี้ยง ไม่มีความหมาย ไม่มีความสำคัญ แพนไม่ยอมแต่งงานกับคุณชายหรอก" แพนผรุสวาทอย่างกราดเกรี้ยว

    ชายใหญ่ถามว่าจะให้ทำอย่างไร ทุกวันนี้ตนต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูเธอ แพนตะแบงว่าตนไม่ได้พูดเรื่องเงิน แล้วด่าอย่างขาดสติ "โอ๊ย...คนบ้า...บ้า...ทั้งโง่ทั้งบ้าเลย" แล้วกระแทกเท้าออกไปกระชากประตูปิดโครม! ไม่เพียงเท่านั้นยังเตรียมจะล็อกกุญแจ แต่พอดีหญิงออนมาเห็นถามว่า

    "แพนทะเลาะกับพี่ชายเหรอจ๊ะ พี่ชายทำอะไรให้แพนโกรธเหรอ"

    แพนตอบกระชากเสียงใส่ว่าให้ถามพี่ชายคุณหญิงดูเอง พอดีชายใหญ่เดินออกมาหญิงออนถามว่ายังไม่กลับไปนอนอีกหรือ ชายใหญ่ตอบสั้นๆขรึมๆว่า "กำลังจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะจ้ะ"

    แพนได้ทีประชดว่าลองตนไม่มาตามป่านนี้ก็ยังอยู่ในห้องจนลืมไปว่ามีเมียนอนรอ อยู่ที่ห้อง หญิงออนติงพี่ชายว่าทำงานมากเกินไปน่าจะกลับไปพักผ่อนได้แล้ว ชายใหญ่บอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้แล้ว

    "ลองไม่ไปสิ แพนจะใส่กุญแจขังให้อยู่กับงานให้เหี่ยวแห้งตายไปเลย" พูดกระแทกใส่แล้วเดินตุปัดตุป่องไป ชายใหญ่มองหน้าหญิงออนอย่างเกรงใจ เมื่อพี่ชายบอกให้ไปนอนได้แล้ว หญิงออนรับคำแล้วมองตามพี่ชายที่เดินตามแพนไปอย่างหนักใจ ไม่สบายใจที่พี่ชายถูกแพนด่าอย่างหยาบคาย เสียๆหายๆ

    ooooooo

    ที่ห้องรับแขกวังสวนทิพย์ วันนี้ ปานเด็กหนุ่มวัย 17 กว่าๆ ซึ่งเป็นคนดูแลท่านชาย กับขาบเด็กที่แพนเอามาจากผักไห่เพื่อมารับใช้และเป็นหูเป็นตาเป็นมือเป็นไม้ ให้ตน กำลังทำความสะอาดในห้องรับแขก

    สะอิ้งคนรับใช้ประจำตัวหญิงออนกวาดและโกยผงเอาไปทิ้ง พอเหลือปานกับขาบ ขาบก็หาเรื่องแกล้งปานทำเป็นสะดุดไปโดนแขนปานทำให้มือปานไปปัดแจกันตกแตกปาน หันไปเอ็ดขาบว่าแกล้งตน

    ขาบหันขวับเถียงถอดแบบมาจากแพนไม่ผิดเพี้ยน ด่าปานว่าทำผิดแล้วมาโทษตน ปานเข้าผลักไหล่ขาบอย่างไม่พอใจ ทั้งคู่เลยตั้งท่าจะตะลุมบอนกัน แพนเข้ามาตวาดอย่างทรงอำนาจว่า

    "ปาน...ขาบ...นี่มันเรื่องอะไรกัน"

    ปานฟ้องว่าถูกขาบแกล้งจนทำแจกันตกแตก แพนทำเป็นเรื่องใหญ่ทันที บอกว่าเป็นแจกันที่ชายใหญ่ซื้อมาจากปีนังมาถวายท่านพ่อตอนที่ตนกับคุณชาย กลับจากฮันนีมูน ด่าปานว่าทำแตกแล้วยังมาโทษขาบอีกหรือ เอานิสัยเกเรอย่างนี้ มาจากไหน

    ครั้นปานโต้ว่าอย่ามาหาเรื่องตน ก็ถูกแพนกระหนาบว่าอย่ามาขึ้นเสียงกับตน ตัวเองเป็นใครและตนเป็นใคร ขู่ว่าเดี๋ยวท่านพ่อกลับมาจะทูลท่าน ปานต้องโดนหักเงินเดือนแน่

    ป้าแก้วเดินนำสะอิ้งเข้ามาประจันหน้ากับแพนและขาบ ตอบโต้แพนว่า ตนเชื่อว่าท่านชายมีความยุติธรรมพอ แพนท้าว่า ตนก็อยากรู้เหมือนกันว่าระหว่างคนใช้กับสะใภ้ของบ้านนี้ท่านจะเชื่อใคร

    "อยากจะทำอะไรก็เชิญเถอะค่ะ อิฉันรู้ตัวดีว่าไม่ได้ เกิดมาบุญหนักศักดิ์ใหญ่เหมือนคุณ...ก็แค่ไม่อยากให้คนระดับเดียวกันมัน กำแหงหาเรื่องใส่คนอื่น" พูดแล้วป้าแก้วเดินนำปานและสะอิ้งออกไป

    แพนกับขาบมองตามไปอย่างไม่พอใจ จนเย็น เมื่อหญิงออนกลับมา ป้าแก้ว ปาน และสะอิ้งก็เข้าไปหาหญิงออน ขาบแอบเห็นเข้าก็วิ่งแจ้นกลับไปบอกแพนทันที

    ooooooo

    เมื่อหญิงออนกับท่านชายมานั่งเล่นที่ริมระเบียง แพนก็จัดแจงเอาน้ำมะนาวมาเสิร์ฟ อวดว่าตนเตรียมไว้ให้ท่านพ่อกับหญิงเอียด จนท่านชายชมว่าเดี๋ยวนี้ดูแพนเป็นแม่บ้านเต็มตัวไปแล้ว

    พอได้ช่องแพนพูดเหน็บหญิงออนทันทีว่าตนจะลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวเลยต้องหัดเอาไว้เพราะตอนนี้หญิงออนก็เข้าทำงานที่กระทรวงศึกษาแล้ว มียศถาบรรดาศักดิ์ก็ดีอย่างนี้แหละ ใครๆก็อยากให้ไปทำงานด้วย

    หญิงออนรู้ว่าถูกเหน็บพูดแก้ว่า "หญิงก็สอบเข้าเหมือนกับคนอื่นนั่นแหละจ้ะ" ส่วนท่านชายถามแพนว่าจะเลิกรำแล้วหรือ

    "คงไม่เลิกเด็ดขาดกระมังเพคะ แพนรำมาจนถึงขั้นนี้แล้ว จะทิ้งไปง่ายๆก็คงจะเสียดาย ถ้าเป็นงานของพระญาติ พระวงศ์ ท่านพ่อโปรดให้แสดง แพนคงจะรำ"

    หญิงออนมองแพนอย่างสงสัยว่าจะมาไม้ไหนอีก แล้วถามถึงชายใหญ่ว่าอยู่ที่ไหนหรือ แพนประชดทันทีอย่างอยากระบายเต็มทนว่า

    "คุณชายเธอก็ทำงานของเธอสิคะ กินนอนอยู่ที่สตูดิโอ แพนต้องให้เขาทำชุดหนึ่งไปให้คุณชาย แต่กว่าคุณชายจะหันมารับประทานก็คงไม่มีอะไรอร่อยแล้วล่ะค่ะ"

    หญิงออนพยักหน้าพูดถึงพี่ชายว่า ก็เป็นอย่างนี้แหละ ทำงานแล้วก็ลืมทุกอย่างหมด แพนฟังแล้วรู้ว่าหญิงออนดูออกว่าชายใหญ่ไม่ค่อยสนใจตนแล้วเลยหน้าเสียไปนิดหนึ่งอย่างรู้สึกเสียหน้า

    ooooooo

    ด้วยความอยากรู้ว่าพวกป้าแก้วไปฟ้องอะไรหญิงออน และหาเรื่องยุแหย่ให้หญิงออนระแวงเล็กแพนไปเคาะประตูห้องหญิงออนแล้วผลักเข้าไปเลย ถูกหญิงออนตำหนิว่าถ้าไม่มีธุระเร่งด่วนอะไรไม่ควรเข้ามาตอนนี้เพราะตนจะพักผ่อน แพนจึงถามว่าพวกคนใช้ออกไปฟ้องอะไร สร้างเรื่องให้ตนเสียหายหรือเปล่า

    หญิงออนถามว่าเขาจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร และตนก็รับฟังทุกเรื่องที่พวกเขาทุกข์ใจได้ แต่ก็แยกแยะได้ว่าเรื่องอะไรจริงหรือไม่จริง ทั้งยังติติงแพนว่าแพนเป็นพี่สะใภ้ตนต้องให้เกียรติมากกว่าใครๆอยู่แล้ว อย่าเอาตัวลงไปเปรียบเทียบกับพวกเขาเลย

    แพนเฉไฉชี้ไปที่รูปของเล็กถามว่าผู้ชายคนนี้คุณหญิงจะเชื่อได้อย่างไรว่าเขาจะซื่อสัตย์ต่อคุณหญิงเหมือนอย่างที่ปากพูด หญิงออนชะงักมองหน้าแพนนิ่งอย่างค้นหา ก่อนตอบ อย่างหนักแน่นมั่นใจว่า

    "เล็กเขาไม่ต้องพูดอะไรหรอกแพน เรารู้จักกันมานาน หญิงเชื่อเล็กได้เท่ากับที่เชื่อตัวเอง"

    "แต่สำหรับแพน ความซื่อมีขอบเขต เพราะถ้าเราจงรัก

    ภักดีกับใครสักคนหนึ่งอย่างไม่ลืมหูลืมตา เราก็เป็นคนโง่"

    "ถ้าเขาเป็นคนที่ไม่ซื่อกับเราจริงๆ ฉันเห็นด้วยกับแพน แต่ถ้าใครคนนั้นรักเราด้วยใจจริงของเขา แต่เรากลับเป็นฝ่ายไม่ซื่อกับเขาก่อนเราก็เป็นคนเลวนะแพน"

    "ไม่รู้สิคะ คุณหญิง สำหรับแพน แพนเลือกที่จะเป็นฝ่ายทิ้งผู้ชาย ดีกว่าให้ใครๆตราหน้าว่าถูกผู้ชายทิ้ง" พูดแล้วแพนหัวเราะในลำคอเดินเชิดออกไป หญิงออนอยากพูดเรื่องเทินกับแพนแต่ก็ไม่อยากให้มีเรื่องมากกว่านี้จึงนิ่งเสีย

    ooooooo

    เทินอยู่บ้านน่านที่ห้วยทรายจนภาวะจิตใจแข็งแรงขึ้นแล้ว เขาบอกน่านว่าอยากกลับกรุงเทพฯ ไปทำอะไรสักอย่าง ขอร้องน่านอย่าบอกใครว่าตนจะกลับและไปอยู่ที่ไหนมา น่านรับคำ ย้ำกับเทินว่าตนถือเทินเป็นเพื่อน ฉะนั้นบ้านนี้จะต้อนรับเทินตลอดเวลาไม่ว่าตนจะอยู่หรือไม่ ให้เข้ามาพักได้ตลอดไม่ต้องบอกล่วงหน้า ไม่ต้องขออนุญาตอะไรอีกแล้ว

    เทินไหว้ขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ แล้วจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตรงไปที่บ้านเช่า ซึ่งสภาพสกปรกรุงรังเพราะร้างมาตั้งแต่เขาออกจากบ้าน เทินลงมือเขียนจดหมายเพื่อส่งข่าวถึงเล็กว่าไม่ต้องห่วง ตนตั้งใจแล้วว่าสักวันหนึ่งจะกลับไปเรียนต่อให้จบ อวยพรให้เล็กโชคดีและแสดงความห่วงใยเอียด ขอให้เอียดได้อยู่ท่ามกลางคนที่รักและห่วงใยอย่างแท้จริงตลอดเวลา ส่วนชายใหญ่ตนยังระลึกถึงเสมอเชื่อว่ากำลังมีความสุขอย่างยิ่งจึงไม่ขอรบกวนฝากอะไรไปถึง

    เขียนจดหมายเสร็จใส่ซองจ่าหน้าซองถึง คุณราวิน จุลวัลลภ แล้วเอาไปหย่อนในตู้จดหมายหน้าบ้านโภคา แต่ขณะจะเดินกลับเห็นรถคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน เทินรีบถอยออกมาแต่อดที่จะแอบดูไม่ได้ แล้วเขาก็เห็น คำนึง ชายหนุ่มที่มีบ้านพักในละแวกเดียวกับบ้านของน่านที่ห้วยทรายเดินลงจากรถมาอย่างร่าเริง

    เทินนึกเป็นห่วงเอียดขึ้นฉับพลัน เพราะเขาเห็นคำนึงเดินโอบกอดกับหญิงสาวอย่างรักใคร่เมื่อสองวันก่อนนี้เอง เทินได้แต่นึกภาวนาในใจว่า

    "คุณเอียด...ผมขอให้คุณโชคดีนะ อย่าได้หลงลมใครง่ายๆ"

    ooooooo

    คำนึงมาเยี่ยมเอียด แต่พอเอียดรู้ก็รีบเลี่ยงขึ้น

    ข้างบนบอกประภาว่ารู้สึกเวียนหัว แล้วรีบขึ้นข้างบน

    ไปเลย ประภามองตามอย่างกลุ้มใจ พอหันมาทางเอมเห็นถือจดหมายอยู่ในมือถามว่าอะไร เอมบอกว่าจดหมายของเล็ก ประภาพยักหน้ารับรู้แล้วบอกเอมให้ไปเปิดประตูให้คำนึงก่อน

    ประภาต้อนรับคำนึงที่เก้าอี้สนามนั่งเล่น คำนึงเสนอว่า ประภาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว จะปล่อยให้เอียดนอนซมอยู่ ทั้งวันอย่างนี้ไม่ได้ เมื่อประภาบอกว่าพาไปหาหมอหลายเที่ยวแล้วตรวจไม่พบว่าเอียดเป็นอะไร

    "ถ้าเปลี่ยนบรรยากาศล่ะครับ บางทีได้ไปอยู่ในที่อากาศดีๆ ปลอดโปร่งอย่างชายทะเล คุณเอียดก็อาจจะแข็งแรงขึ้น"

    ประภาบอกว่าพูดแล้วแต่เอียดไม่ยอมไป พอดีเล็กเดินเข้ามาได้ยินเลยพูดแทรกขึ้นว่า

    "พี่เอียดดูเงียบๆก็จริงแต่ใครจะมาบังคับจิตใจให้ทำอะไรละก็ไม่สำเร็จหรอกครับ"

    "อ้อคุณเล็กมาพอดี" คำนึงท่าทางดีใจ ลดเสียงลงพูดเหมือนมีแผนสำคัญว่า "เอาอย่างนี้สิครับคุณเล็ก คุณก็บอกคุณเอียดว่าให้ไปนั่งรถกินลม แล้วก็ขับไปห้วยทรายเลย ฮ่าๆๆ ถ้าไปอยู่ที่นั่นจริงๆ ผมจะตามไปดูแลไม่ห่างเลย"

    คำนึงพูดอย่างกระหยิ่มในแผนการของตน แต่ทั้งประภาและเล็กมองหน้ากันอย่างพะอืดพะอมใจ

    ooooooo

    เมื่อเล็กได้รับจดหมายของเทิน เขาดีใจมากเพราะจำลายมือเทินได้ อุทานออกมาอย่างตื่นเต้น "เทิน!" ทำให้เอียดที่เข้ามาดูด้วยอย่างสนใจ เอียดดีใจแทบจะหายป่วยไข้เมื่อได้ข่าวของเทิน

    สองพี่น้องวิเคราะห์ว่าเทินต้องเป็นคนเอาจดหมายมาหยอดที่ตู้หน้าบ้านแน่ๆ แสดงว่าเทินอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ แต่ก็มืดแปดด้านว่าจะไปตามหาเทินได้ที่ไหน

    หลังจากนั้น น่านไปที่วังสวนทิพย์ เมื่อน่านฟังจากเล็กว่าได้รับข่าวจากเทิน น่านจึงบอกว่าเทินสบายดีและคิดถึงเป็นห่วงเพื่อนทุกคนเหมือนที่ทุกคนเป็นห่วงเขา

    หญิงออนรู้ว่าเอียดเป็นห่วงเทินมากจึงชวนเล็กไปหาประภาที่บ้าน น่านเห็นว่าตนเป็นคนนอกจึงขอตัวกลับ

    เล็กกับหญิงออนยังคุยกันต่อ จนแพนมาเลียบเคียงอย่างอยากรู้แกมประชดประชันที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันและคุยกันอย่างตื่นเต้นว่า "ตายจริงมีเรื่องอะไรเคร่งเครียดกันหรือเปล่าคะ"

    "เรื่องที่เธอไม่ต้องยุ่งเกี่ยวเลยจะดีมาก" เล็กตอกหน้า แพนทำเสียงตัดพ้อว่ามองตนในแง่ร้ายอยู่เรื่อย ฟ้องหญิงออนว่าตนตั้งใจดีเห็นกำลังมีเรื่องตึงเครียดก็อยากช่วยผิดด้วยหรือ

    "มันไม่ผิดหรอก ถ้าจะมีใครมาช่วยให้สถานการณ์มันดีขึ้น แต่เธอควรจะรู้ว่า เรื่องเลวร้ายทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นเพราะเธอ เพราะฉะนั้นการที่เธออาสาจะมาช่วยนี่มันอาจจะทำให้เรื่องมันเลวลงก็ได้"

    แพนกับเล็กโต้เถียงประชดประชันกันอีก จนหญิงออน ต้องขอร้องเล็กให้พอ บอกเล็กให้กลับไปก่อนฝากบอกเอียดกับน้าประภาให้ด้วย แพนสะดุดหยุดดูหยุดฟัง เห็นเล็กจับมือหญิงออนอย่างให้ความมั่นใจทำเหมือนไม่มีแพนอยู่ตรงนั้น ทำให้แพนยิ่งเจ็บใจริษยากับภาพบาดตานั้น

    ooooooo

    ต่อมา น่านไปที่บ้านโภคาอีก เล็กบอกน่านว่าตนอยากไปเจอเทินจริงๆ น่านตอบแบบเลี่ยงๆว่า เทินบอกว่าถ้าเขาพร้อมก็จะกลับมาเอง บอกประภา ที่เป็นห่วงเป็นใยเทินว่า เท่าที่เห็นเทินไม่คิดอะไรมากแล้ว ดูเขาเข้าใจอะไรได้ดี เพียงแต่ยังทำใจไม่ได้ อยากให้เวลาเป็นเครื่องรักษาใจ  แล้วมองไปทางเอียดถามว่า

    "ได้ข่าวว่าคุณเอียดไม่ค่อยสบาย บางครั้งอากาศในเมืองไม่ค่อยจะดีนักนะครับ ทำไมไม่ไปพักผ่อนชายทะเลบ้าง" เอียดบอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไร น่านเสนอประภาว่า "อาจจะเป็นเรื่องไม่ถูกกับอากาศนะครับ เปลี่ยนที่สักหน่อยเราจะแข็งแรงขึ้น พี่ประภาพาคุณเอียดไปพักผ่อนบ้างสิครับ สักสองอาทิตย์ที่ห้วยทรายก็สงบดี"

    เล็กบ่นว่าตนอยากจะให้เขาพาไปหาเทิน เขากลับมาชวนพวกตนไปห้วยทราย น่านจึงพูดเป็นนัยด้วยใจที่อยากให้เชื่อมโยงไปถึงห้วยทรายเพื่อรักษาสัญญาที่ให้กับเทินไว้ว่า

    "ก็ไปพักผ่อนให้สุขภาพดีกันก่อนไงครับ แล้วค่อยออกตามหาเทินกัน"

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:41 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์