นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ดวงตาสวรรค์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ที่ท่าน้ำ หม่อมรัชนีที่มารับชายใหญ่กับหญิงออนกลับพูดเหมือนไม่อยากเชื่อว่า เผลอแป๊บเดียวประภา กับลูกสาวลูกชายตนก็มาอยู่ผักไห่ครบปีแล้ว ประภาบอกว่าอยู่ที่นี่ก็มีความสุขดี ชาวบ้านแถวนี้เขามีน้ำใจกับพวกเรามาก

    "หวังว่าเด็กๆคงไม่ติดนิสัยคนแถวนี้ไปด้วย" ราศรี แม่ของเล็กกับเอียดพูดยิ้มๆ

    "ไม่หรอกค่ะคุณพี่ เด็กๆของเราได้รับการอบรมมาดี แยกแยะได้ว่าอะไรควรไม่ควร อย่างเทิน ถึงจะเป็นเด็กบ้านนอก แต่พ่อเขาก็อบรมดี  พวกเด็กๆว่ายน้ำเป็น  รู้จักการยิงนกตกปลาก็เพราะเจ้าคนนี้ล่ะค่ะ"  ประภาผู้เป็นน้องสาวเอ่ยอย่างชื่นชม

    หม่อมรัชนีถามถึงแพน เล่าว่าหญิงออนเขียนไปเล่าว่ามีเพื่อนคนหนึ่งชื่อแพน ถามว่าคนไหน ประภาบอกว่าไม่เห็นแพนมาหลายวันแล้ว ว่าจะให้ตังค์ไว้กินขนมสักหน่อย

    "มันไม่อยู่แล้วเราก็ไปเถอะ อย่ามัวโอ้เอ้อยู่เลย" หม่อมรัชนีเร่ง ทั้งหมดจึงพากันเดินไปลงเรือ ประภาลูบหัวเทินที่ยกมือไหว้บอกว่าถ้ามาผักไห่จะแวะมาเยี่ยม   พลาง ยื่นเงินให้ทั้งเทินและฝากให้แพนไว้กินขนมด้วย

    "แพนมันคงดีใจที่น้าประภามีน้ำใจกับมัน" เทินพูด แทนใจแพน ประภาขอบใจแล้วเดินไปลงเรือ

    พวกเด็กๆร่ำลากันอย่างอาลัย เอียดจดที่อยู่ส่งให้เทินบอกว่าจะรออ่านจดหมายของเขา ส่วนชายใหญ่ก็ฝากลาแพนด้วย บอกเทินว่า "ถ้าเจอเขา บอกว่าเราจะกลับมาอีก"

    "ชายใหญ่ไม่เกลียดแพนเหรอ" เทินถาม

    "ไม่หรอก เราว่าเขาเป็นคนที่น่าสงสาร"

    "หญิงออนคิดถึงเทินเหมือนกันนะ ถ้าเทินไปกรุงเทพฯหญิงกับพี่ชายใหญ่จะพาเทินไปเที่ยวให้สนุกเลย" หญิงออน เอ่ยก่อนลงเรือ

    พอเรือแล่นออกไป เทินโบกมือให้เพื่อนๆ ต่างโบกมือ กันอยู่อย่างนั้นจนเรือแล่นหายไป...

    ooooooo

    เรือแล่นไปกลางแม่น้ำแล้ว ชายใหญ่เดินไปที่ข้างเรือ เห็นเชือกเส้นหนึ่งผูกอยู่ข้างเรือ เชือกตึงเหมือน ดึงอะไรหนักๆอยู่ในน้ำ พอชะโงกดูก็ตกใจเพราะเห็นแพนจับเชือกถูกเรือลากไปตามน้ำ

    ชายใหญ่ตกใจร้องเรียกหม่อมแม่ น้าประภาให้มาดู หญิงออน  เอียด  และเล็กวิ่งมาดูด้วย  ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียวกัน "แพน!"

    ครู่เดียวเด็กประจำเรือก็มาสาวเชือกดึงแพนขึ้นมาบนเรือ แพนอ้อนวอนประภาขอตามไปด้วย ตนอยากไปกรุงเทพฯ ไม่อยากอยู่บ้าน

    หม่อมรัชนีมองอย่างไม่ชอบใจตำหนิว่าถ้าเชือกขาดหลุดไปใต้ท้องเรือป่านนี้คงเป็นผีเฝ้าแม่น้ำไปแล้ว  แพนพูด หน้าซื่อๆว่าตนคุ้นกับน้ำไม่ตายง่ายๆหรอก

    "นังยโส แล้วนี่หล่อนจะไปไหนกัน" หม่อมรัชนีหางตาใส่

    "ไปกรุงเทพฯ ให้หนูไปด้วยคนนะคะ เลี้ยงหนูไว้คนเหอะ ให้หนูทำอะไรก็ได้ เป็นคนใช้ก็ได้ หนูอยากเรียนหนังสือ"

    "ชะ...เป็นคนใช้ก็ได้ แต่อยากเรียนหนังสือ เป็นคนใช้เขาน่ะไม่มีการเรียนหนังสือหรอกรู้ไว้" หม่อมพูดกับแพนแล้วหันไปถามประภา "เป็นไงคุณน้า จะจัดการยังไงต่อไป จะแล่นกลับไปส่งน่ะหรือฉันไม่ยอมนะ"

    ประภาเสนอว่าถึงกรุงเทพฯแล้วตนจะหาทางส่งกลับก็ได้ แพนใจหายวาบอ้อนวอนอย่าส่งตนกลับเลย หันไปเกาะมือ

    เอียดร้องขอ "ให้ฉันไปอยู่ด้วยคนไม่ได้เหรอเอียด นะจ๊ะคุณน้า"

    ประภาหันมองหน้าหม่อมรัชนี ก่อนตัดสินใจ...

    ooooooo

    10 ปีผ่านไป

    เด็กๆโตเป็นหนุ่มเป็นสาวและเข้าเรียนมหาวิทยาลัยกันหมดแล้ว เล็กขับรถรับส่งหญิงออนจนเพื่อนสาวของหญิงออน แซวว่า  เมื่อไรตนจะมีผู้ชายมารับส่งแบบหญิงออนบ้างนะ หญิงออนแก้มเรื่อบอกเพื่อนว่า  เล็กเป็นแค่เพื่อนกัน  แล้วแยกเดินไปหาเล็ก

    เล็กชอบความน่ารักอ่อนหวานของหญิงออนในวัยเด็ก และกลายเป็นความรักในวัยหนุ่ม เขาเพียรรับส่งหญิงออนไปมหาวิทยาลัยอย่างสม่ำเสมอ วันนี้หลังจากรับแล้วก็ชวนไปทานข้าวกัน หญิงออนท้วงติงว่าไม่ดีกระมัง

    "จนป่านนี้หญิงยังไม่ไว้ใจเล็กอีกเหรอ เรารู้จักกันมาตั้งนาน หญิงยังไม่เคยไปไหนกับเล็กสองต่อสองเลยสักครั้ง" เล็กตัดพ้อ

    "ที่หญิงยอมให้เล็กมารับมาส่ง ยังไม่เรียกว่าไว้ใจอีกเหรอคะ" หญิงออนอ้อนเสียงหวาน

    เมื่อเล็กอ้อนว่าตนอยากอยู่กับหญิงออนนานๆ หญิงออนจึงชวนไปที่บ้านเล็กกันดีกว่า เพราะตัวเองก็คิดถึงพี่เอียด และแพนด้วย เล็กถามสวนไปทันทีด้วยน้ำเสียงขุ่นๆว่า

    "คิดถึงแม่คนนั้นทำไม" หญิงออนหัวเราะบอกว่าแพนเป็นเพื่อนเรา เล็กตอบหน้าตึงว่า "เล็กเห็นจะนับแม่นั่นเป็นเพื่อนด้วยไม่ได้หรอก" ว่าแล้วขับรถบ่ายหน้ากลับไปบ้านตัวเอง

    หญิงออนหัวเราะขำๆกับหน้าง้ำๆของเล็ก

    ooooooo

    เมื่อพาหญิงออนมาถึงบ้าน เอียดออกมาต้อนรับอย่างเร่าร้อนยินดี รับไหว้หญิงออนแล้วเอียดถามว่าชายใหญ่ไม่มาด้วยหรือ หญิงออนบอกว่าวาดรูปอยู่ที่บ้านเห็นว่าลูกค้าเร่งมาต้องวาดให้เสร็จวันนี้

    "จิตรกรใหญ่ก็ต้องยุ่งอย่างนี้แหละ พี่เอียดมีอะไรทานมั่งครับ เล็กหิวแล้ว" เล็กอ้อนพี่สาวในสายตาเห็นแพนยืนมอง อยู่มุมหนึ่ง เล็กทำเป็นไม่เห็น หันไปยิ้มหวานกับหญิงออนบอก ให้ไปนั่งพักก่อน

    เอียดเห็นด้วยบอกว่าเดี๋ยวจะให้เด็กจัดเครื่องดื่มมาให้ หญิงออนหันไปเห็นแพนจึงร้องทัก  แพนเองก็เรียก  "หญิงออน" เลยถูกเอียดบ่นว่าบอกหลายครั้งแล้วว่าให้เรียกคุณหญิง

    "ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เอียด แพนไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน"

    เอียดยังยืนยันว่าถึงอย่างนั้นก็เถอะ แพนก็ต้องให้เกียรติหญิงมากกว่านี้  แพนจึงเอ่ยขอโทษ  หญิงออนตอบอ่อนหวานว่าไม่เป็นไร  เล็กได้ทีแกล้งใช้แพน  ถามเอียดว่า

    "เมื่อกี้พี่เอียดจะให้เด็กไปเอาของว่างมาให้หญิงออน ไม่ใช่เหรอครับ แพนนี่ไง อยู่ว่างๆไม่ได้ทำอะไรไม่ใช่เหรอ ไปจัดของว่างมารับรองหญิงออนหน่อยสิ"

    แพนรับคำแม้สีหน้าจะไม่พอใจแต่น้ำเสียงเรียบร้อย เล็กเห็นสีหน้าก็พูดประชดว่าไม่เต็มใจไม่ต้องก็ได้ แพนสวนไปอย่างประชดประชันว่า

    "แพนเป็นเด็กในบ้านนี้ เจ้านายสั่งให้ทำอะไรแพนก็ต้องทำ ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรอกค่ะ"

    เล็กกระแทกเสียงไปว่า "รู้ตัวก็ดี" หญิงออนปรามเล็กว่าแพนโกรธแล้วเห็นไหม แล้วหญิงออนก็ปลอบใจแพนด้วยการจูงมือไปเอาของว่างด้วยกัน เอียดมองตามไปอย่างชื่นชมในความอ่อนหวานไม่ถือตัวของหญิงออน เล็กเองกลับไม่สบายใจขึ้นมาเมื่อเห็นสายตาที่ไม่พอใจของแพน

    ooooooo

    ที่ห้องครัวนี่เอง แพนชื่นชมหญิงออนว่าเกิดมาเป็นคุณหญิงนับว่าโชคดี สวยก็สวย รวยก็รวย แถมยังเรียนเก่งอีกต่างหาก แล้วพูดถึงตัวเองว่า
    "แพนเสียอีก เรียนก็ไม่เก่ง ดีหน่อยที่คุณท่านส่งให้เรียนนาฏศิลป์พอให้มีความรู้ติดตัว"

    "แต่หญิงก็รำไม่สวยอย่างแพน พี่ชายใหญ่เขาชื่นชมแพนมากเลยนะ เขาวาดรูปแพนไว้ตั้งหลายภาพ"

    แพนเหยียดปากพูดถึงรูปในอดีตที่ชายใหญ่วาดว่า "คงไม่ใช่เด็กเลี้ยงควายกลางท้องนาหรอกนะคะ" พูดแล้วเห็นหญิงออนนิ่งเงียบไป แพนจัดของว่างเสร็จ หันไปพูดกับหญิงออนว่า

    "วันก่อนคุณเล็กพาผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาทานของว่าง ท่าทางสนิทสนมกันมากเชียวค่ะ นี่ถ้าไม่คิดว่าคุณหญิงเป็น...

    เออะ...เพื่อนเก่า แพนไม่บอกหรอกนะคะ"

    "ช่างเขาสิจ๊ะ เล็กเขาก็มีสิทธิ์ที่จะมีเพื่อน" หญิงออน พูดน้ำเสียงเป็นปกติ

    "คุณหญิงไม่คิดมากก็ดีแล้วล่ะค่ะ หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวอย่างคุณเล็ก มีสาวๆ มาสนใจถมไป แพนเห็นเขาควงไม่ซ้ำหน้า" พูดจบแพนก็ถือถาดของว่างเดินออกไป ปล่อยให้หญิงออนยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น...

    แต่พอเล็กขับรถพาหญิงออนกลับไปส่งบ้าน ระหว่างทางเล็กชวนคุยตามปกติของชายหนุ่มที่ได้อยู่กับสาวที่ตนรัก แต่ก็ต้องแปลกใจที่หญิงออนเงียบ เย็นชา จนถึงหน้าวังสวนทิพย์ เล็กถามว่า

    "หญิงโกรธเล็กเรื่องอะไร ตั้งแต่ออกจากบ้าน เล็กถามอะไรหญิงไม่ยอมพูดด้วยดีๆ"

    หญิงออนปฏิเสธแล้วขอตัว แต่เล็กยังไม่ยอมให้ไป  ขอให้บอกว่าตนทำอะไรให้หญิงออนไม่พอใจจะได้รู้ตัว หญิงออน ย้อนบอกว่าถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดจะร้อนตัวไปทำไม

    เล็กบอกว่าตนไม่ร้อนใจถ้าไม่แคร์ว่าหญิงเป็น...เพื่อน หญิงออนฟังแล้วย้ำกลับไปว่า

    "นั่นสินะ เราเป็นเพียงเพื่อนกัน เล็กจะทำอะไร หญิงคงไม่มีสิทธิ์ห้ามได้"  พูดแล้วทำท่าจะเดินไป  เล็กเลยตัดสินใจถามว่าแพนใช่ไหม แพนพูดอะไรให้หญิงออนไม่สบายใจหรือ

    หญิงออนปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับแพน ตนปวดหัวนิดหน่อย เท่านั้นแล้วเดินไปเลย เล็กทำท่าจะตาม ก็พอดีชายใหญ่เดินออกมาบอกว่าไม่ต้องตามหรอก เดี๋ยวหญิงออนอารมณ์เย็นลงก็ดีเองแหละ ตนไม่เคยเห็นหญิงเคยโกรธเล็กได้นานเลย แล้วถามว่า ไปทำอะไรให้เขางอนล่ะ

    "เปล่านะชายใหญ่ เล็กไม่ได้ทำอะไรจริงๆ นี่ต้องเป็น แพนแน่ๆ  แม่คนนั้นต้องใส่ไฟอะไรให้หญิงออนโกรธเล็กแน่ๆ" เล็กสีหน้าเครียดจัดขึ้นมา  ชายใหญ่ได้ยินชื่อแพนบอกว่าวันหลัง ชวนมาเที่ยวบ้านบ้างซิ  เล็กชักสีหน้าตอบว่า  "ชายใหญ่อยากเจอเขาก็เชิญเองสิ"  แล้วเดินไปที่รถอย่างหงุดหงิด
    ชายใหญ่มองตามเล็กไปขำๆ เพราะเข้าใจอารมณ์ของเล็กดี

    ooooooo

    เมื่อเล็กกลับถึงบ้านก็ลิ่วไปหาแพนถามว่าแกล้งตนใช่ไหม  แพนบอกว่าไม่รู้เรื่อง  แกล้งเรื่องอะไร  ก็ถูก เล็กด่าว่าอย่ามาตีหน้าซื่อ คนหน้าไหว้หลังหลอกอย่างเธอตนไม่เชื่อ เธอต้องพูดอะไรให้หญิงออนเข้าใจตนผิดแน่ๆ แพนท้าว่าถ้าคิดว่าตนผิดจะทำโทษอย่างไรก็เชิญเลย

    ท่าทางที่แพนท้าทายนั้นทั้งยั่วโทสะและยั่วยวน จนราศรีที่ยืนดูอยู่ที่หน้าต่างเรียกประภาให้มาดู  พูดอย่างเป็นห่วงกลัวว่าแพนจะรวบหัวรวบหางเล็กมาเป็นสะใภ้บ้านนี้ จี้ให้ประภาต้องดูแลคนของตัวเองให้ดี

    ส่วนแพนก็ท้าทายเล็กที่ปรามเธอห้ามยุ่งกับหญิงออน อีกว่า หญิงออนวิเศษกว่าตนตรงไหน ตนสวยน้อยกว่าหญิงออน ตรงไหน

    "เธอไม่ได้สวยน้อยกว่าหญิงออนหรอก แต่หญิงออนเป็นผู้ดีกว่าเธอแน่" เล็กยิ้มเยาะก่อนเดินเลี่ยงไป แพนกระทืบเท้าเร่าๆ กำหมัดแน่นอย่างโกรธจัด พูดอย่างหมายมาดอาฆาตแค้นว่า

    "คอยดูนะ อีแพนจะต้องพิสูจน์ให้คุณเล็กรู้ว่า อีนังหญิงออนไม่มีอะไรสู้อีแพนได้เลย คอยดูสิ!"

    ooooooo

    คำใส่ไฟยุแหย่ของแพน ทำให้หญิงออนเศร้าเหงา ชายใหญ่เดาได้ว่าน้องเศร้าเหงาเพราะอะไร ปลอบใจว่า บางทีสิ่งที่หญิงคิดมันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้ มีอะไรให้ถามกันตรงๆ จะได้ไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดอยู่อย่างนี้

    หญิงออนแค่ฟังชายใหญ่พูดแต่ไม่อาจทำใจได้ จนเมื่อท่านพ่อมาได้ยินเอ่ยแทรกขึ้นว่า

    "พ่อเห็นด้วย ที่ผ่านมาเล็กเขาก็เป็นเพื่อนที่ดีของลูก มาตลอด  พ่อเองก็ไม่เห็นว่าเขาจะเหลวไหลไว้ใจไม่ได้  อย่าให้ความรู้สึกไม่ดีแค่เพียงวันเดียวมาทำลายความดีงามที่มีต่อกันสิลูก"

    "ค่ะ ท่านพ่อ ต่อไปหญิงจะพยายามหนักแน่นให้มากกว่านี้ค่ะ" หญิงออนรับปากท่านพ่ออย่างเชื่อฟัง ท่านพ่อโอบกอดลูกทั้งสองไว้ด้วยความรัก

    แม้ว่าแพนจะมาอยู่บ้านของเล็กด้วยความเมตตาโอบอุ้ม ของประภา แต่แพนก็ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร หัวแข็งปากร้ายกับเอมแม่บ้านเก่าแก่ กับมาลัยผู้ช่วยเอม จนทั้งสองไม่ชอบหน้า

    วันนี้เอมสั่งแพนให้ยกของว่างไปให้เอียด แพนรับคำทำตามอย่างไม่เต็มใจ เล็กแอบดูอยู่สะใจนักที่แพนถูกเอมกระหนาบ

    แพนยกของว่างไปให้เอียด เอียดพูดอย่างกันเองว่า ทีหลังไม่ต้องยกมาเองก็ได้ แพนตอบอย่างประชดประชันแกมน้อยใจแกมฟ้องว่าตนเต็มใจ เพราะที่ตนมีอยู่มีกินได้เรียนหนังสือก็เพราะความเมตตาของคุณท่าน มีอะไรที่จะตอบแทนได้ตนก็ยินดีที่จะทำ เอียดบอกว่าตนไม่ได้คิดว่าแพนเป็นคนอื่น คิดว่าแพนเป็นเพื่อนเป็นญาติคนหนึ่ง

    "แพนเห็นจะคิดอย่างนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงคนที่นี่ บางคนก็คงคิดว่าแพนเป็นแค่คนอาศัย ดูอย่างป้าเอมสิคะ ชอบจิกหัวเรียกแพนว่าอีแพนออกบ่อยไป"

    แพนแกล้งตีหน้าเศร้าจนเอียดสงสารเห็นใจ แต่เล็กเดินยิ้มเยาะเข้ามาพูดลอยๆว่า

    "คนเราถ้าจะให้เขายกย่องก็ต้องทำตัวดีๆให้เขานับถือ" แพนหันขวับเสียงแข็งใส่เล็กว่ากำลังดูถูกตน เล็กทำหน้ายียวนถามว่าตรงไหนที่เรียกว่าดูถูก ตนก็แค่พูดเรื่องจริงใครๆเขาก็รู้กัน แล้วอบรมแกมด่าในทีว่า

    "ผู้ดีเขาไม่ด่าว่าใครหยาบๆคายๆหรอกนะ แล้วถ้าไม่อยากให้เขาจิกหัว แพนก็ต้องรู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ หัดทำตัวให้คนในบ้านเขาเอ็นดู เขาจะได้รักใคร่ สงสาร ไม่ดูถูกเอา ไม่ใช่อะไรหรอกนะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าคนบ้านนี้ไม่รู้จักอบรมบ่มนิสัยเด็กบ้านนอกอย่างเธอ เข้าใจไหมจ๊ะ แพน ดั้นนา" เล็กหัวเราะเยาะเสียงดังแล้วหันหลังเดินผละไป

    แพนโกรธจนหน้าเขียว คว้าจานของว่างปาใส่เล็กจนร้องโอ๊ย

    ooooooo

    ในที่สุด แพนถูกเรียกไปว่ากล่าวตักเตือนต่อหน้าเล็ก เอียด โดยราศีให้แพนสำเหนียกว่าตัวเองอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะอะไร แพนเถียงว่าถึงตนจะอยู่ในฐานะผู้อาศัย แต่ก็มีหัวจิตหัวใจเหมือนกัน ตนทนไม่ได้ที่จะมีใครมาว่าตนเป็นเด็กบ้านนอกคอกนา

    เล็กแทรกขึ้นว่าไม่ดีหรือ   แพนจะได้ไม่ลืมกำพืดตัวเองไง

    เอียดห้ามเล็กและแพนที่ต่างก็ชอบยั่วโมโหกัน ฝ่ายหนึ่งชอบยั่วอีกฝ่ายก็น่าจะรู้ว่าเขายั่วและอย่าไปโกรธ ประภาตัดสินให้แพนขอโทษเล็ก แพนไม่ยอมเพราะเล็กว่าตนก่อน ฉะนั้นต้องเป็นคนขอโทษตน

    "แพน....ฉันบอกแล้วใช่ไหม อยู่ที่นี่แพนต้องทำตัวให้เรียบร้อย ใครๆจะได้เอ็นดู ถ้าแพนทำตัวไม่ดี คุณท่านอาจจะเอาแพนออกจากโรงเรียนก็ได้นะ" ประภาเตือน

    ได้ผลทันที แพนตัดใจยอมขอโทษเล็ก แต่พูดห้วนๆ เล็กแกล้งบอกว่าต้องพูดเพราะๆ มีคะ มีขา ไม่ใช่พูดห้วนๆ ด้วนๆเหมือนตอนอยู่ผักไห่ แพนจึงจำต้องพูดขอโทษอย่างมีหางเสียง แล้วลุกร้องไห้เดินออกไปอย่างกดดัน ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของเล็ก

    โภคาผู้เป็นพ่อที่นั่งฟังอยู่ด้วยพูดขึ้นว่า "ยังไงพ่อก็ไม่ชอบให้เล็กไปตอแยแพนเขานะ ถึงเขาจะเป็นคนบ้านนอกคอกนาจริงๆ แต่เขาก็มีศักดิ์ศรีเท่าๆกับเรา ถึงเราจะอุปการะดูแลเขา แต่เขาก็ทำงานแทนคุณข้าวแดงแกงร้อน อีกอย่างเล็กก็เป็นผู้ชาย ผู้ชายเขาไม่รังแกผู้หญิงนะลูก"

    เล็กจึงหน้าจ๋อยลง ส่วนประภานั่งดูนั่งฟังอยู่เห็นหนักใจ

    จากนั้นประภาไปหาแพนที่ห้องนอน ปลอบใจแพนที่นั่งร้องไห้อยู่ที่เตียงว่าอย่าเสียใจเลย เพราะเล็กไม่มีเจตนาจะว่าแพนจริงๆหรอก

    "น้อยไปสิคะ น้าประภา...ถ้าเขาไม่คิดอย่างนั้นจริงๆ เขาคงไม่พูดจาดูถูกแพนหรอก ใช่สิ แพนไม่ใช่ลูกเจ้าของบ้านนี่ คอยดูนะ แพนจะต้องได้ดิบได้ดีกว่านี้ จะได้ไม่มีใครคอยด่าคอยว่าให้เจ็บใจ ไม่ถูกกดให้ต่ำกว่าคุณๆในบ้าน"

    ประภาดึงแพนขึ้นไป จับหน้าหันมามองด้วยความเป็นห่วงและหวังดีอย่างจริงใจ เตือนแพนว่า

    "สิ่งที่แพนรู้สึก ถ้าแพนจะเอามันมาเป็นแรงผลักดันให้แพนมุ่งมั่นทำความดี มันก็จะเป็นผลดีกับตัวแพนเอง แต่ถ้าทะเยอทะยานมากไป มันก็อาจจะทำให้แพนเป็นทุกข์ได้นะ"

    "น้าประภาไม่มาเป็นแพน น้าประภาไม่เข้าใจหรอก"

    "ทำไมน้าจะไม่เข้าใจ ไม่มีใครในบ้านนี้ที่จะหวังดีกับแพนเท่ากับน้าหรอกนะ"

    แพนโผเข้ากอดประภาไว้ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก พูดไปร้องไห้ไปว่า

    "แพนจะเชื่อน้าประภาค่ะ"

    ประภาเช็ดน้ำตาให้แพน ดึงตัวเข้าไปกอดด้วยความรักในอ้อมอกที่อบอุ่น...

    ooooooo

    แพนรู้สึกว่าการเป็นคนบ้านนอกนั้นเป็นปมด้อยอย่างยิ่ง หงุดหงิดทุกครั้งที่ถูกล้อ จึงเสนอประภาที่ เมตตาชุบเลี้ยงและส่งเรียนนาฏศิลป์ว่าอยากเปลี่ยน ชื่อใหม่ ใครๆจะได้เลิกล้อ

    แม้ประภาจะบอกว่าชื่อไม่สำคัญหรอก คุณค่าของคนอยู่ที่คุณงามความดีต่างหาก แพนก็ยังอยากเปลี่ยนอ้างว่าจะได้เป็นคนใหม่ ทำให้ราศีที่นั่งฟังอยู่กับโภคาด้วยพูดอย่างหมั่นไส้ว่า

    "ดูมัน...ไม่ทันไรคิดจะลืมกำพืดตัวเองซะแล้ว"

    ต่อมาโภคาบอกแพนอย่างเมตตาว่าได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ให้แล้วเพิ่งไปยื่นที่อำเภอเมื่อเช้านี้เอง แพนดีใจมากถามว่าชื่อ นามสกุลอะไร

    "จำไว้นะ ต่อไปนี้ แพนจะมีชื่อใหม่ว่า พันพร เทพประทาน" โภคายิ้มอย่างเมตตา เอียดชมว่าเพราะจังแปลว่าอะไร ราศีเป็นคนตอบแทนสามีว่าแปลว่าสิ่งที่ปรารถนานับพันสิ่ง ซึ่งเทวดาประสิทธิ์ประสาทไว้น่ะสิ แปลให้เอียดฟังแล้วหันไปเหน็บแพนว่า

    "ก็แกมันชอบขอนัก ฉันกับคุณโภคาก็เลยตั้งชื่อใหม่ ให้สมอยาก"

    โภคาถามว่าชอบไหม แพนตอบตาเป็นประกายว่าชอบมาก เล็กมองหน้าแพนยิ้มเยาะพูดเย้ยว่า "ถ้ายังเป็นคนเดิม เปลี่ยนชื่อใหม่อีกร้อยชื่อก็คงช่วยให้เป็นสาวชาวกรุงขึ้นมาไม่ได้หรอก"

    แพนสวนไปทันทีอย่างไม่เกรงใจผู้ใหญ่ตรงหน้าว่าใครจะไปดีเลิศประเสริฐศรีเท่าหญิงออนล่ะ ถูกเล็กปรามว่าอย่าเอาตัวไปเปรียบกับหญิงออน ยังไงก็ไม่มีทางเหมือนกันไปได้หรอก พูดแล้วเล็กลุกเดินออกไป แพนมองตามอย่างไม่พอใจ ส่วนประภามองแพนอย่างเห็นใจที่ถูกเล็กยั่ว

    ooooooo

    วันนี้หญิงออนกับชายใหญ่มาที่บ้านเล็ก ระหว่าง ทางเห็นแพนหิ้วตะกร้ากลับจากจ่ายตลาด หญิงออน บอกให้พี่ชายแวะรับ แต่พอเทียบรถเข้าไปแล้วชายใหญ่ ชวนขึ้นรถไปด้วยกัน แพนกลับพูดประชดว่า

    "ไม่ดีหรอกค่ะ เดี๋ยวคุณท่านจะว่าเอาได้แพนเป็นแค่ผู้อาศัยไม่คู่ควรที่จะนั่งรถโก้ๆของคุณชายใหญ่หรอกค่ะ" พูดแล้วตี หน้าเศร้า ทำเอาทั้งชายใหญ่และหญิงออนมองอย่างสงสาร

    ในที่สุดหญิงออนกับชายใหญ่ก็ปลอบใจและหว่านล้อมจนแพนที่แกล้งทำเป็นเจียมตัวขึ้นรถไปด้วย

    เป็นเรื่องจริงๆ เมื่อรถชายใหญ่ขับเข้าไปในบ้านเล็ก เอม ที่ไม่ชอบหน้าแพนอยู่แล้วฟ้องเอียดว่าดูแพนทำตัวตีเสมอคุณชายใหญ่กับหญิงออนเหมือนคนชั้นเดียวกันเลย เอียดติงว่าคงเจอกันกลางทางเลยมาส่งกระมัง

    "ถึงอย่างงั้นก็เถอะค่ะคุณเอียด มันก็น่าจะเจียมตัวมั่ง นี่อะไร้ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง" เอมค้อนอย่างหมั่นไส้ เอียดยังมอง ในแง่ดีว่าแพนรู้จักกับชายใหญ่ตั้งแต่เด็กแล้วเขาคงไม่ถือสา ถูกเอมบ่นว่า "คุณเอียดมองโลกในแง่ดีเกินไป ระวังเถอะ นังแพน มันจะยั่วคุณชายใหญ่ให้หลงเสน่ห์เล่ห์กลของมัน ท่าทางมันระริกระรี้น้อยซะเมื่อไหร่ล่ะคะ"

    "ถ้าเขาจะชอบพอกันมันก็เรื่องของเขานี่ป้า"

    "คุณเอียดไม่เสียดายคุณชายใหญ่เหรอคะ  ท่าทาง

    คุณท่านอยากจะผูกสัมพันธไมตรีกับวังสวนทิพย์อยู่นะคะ"

    เอียดชะงักไปกับคำสะกิดของเอม

    ooooooo

    ราศีมองแพนอย่างไม่พอใจที่เดินเสมอหน้ามากับหญิงออนและชายใหญ่ เมื่อหญิงออนเอากระเช้าขนมที่ทำเองมาให้ลองชิม ชายใหญ่อวดว่าหญิงออน ทำขนมอร่อย ราศีได้ทีชมหญิงออนกระทบแพนว่า


    "หญิงออนทั้งสวยทั้งเก่ง  ผิดกับแม่แพนเรียนก็ไม่เอาไหน เข็นเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นเลยต้องส่งไปเรียนนาฏศิลป์"

    แพนฟังแล้วสวนขึ้นทันทีว่าตนเรียนไม่เก่งหัวไม่ดีเท่า หญิงออนแต่คนสวยคนเก่งก็ใช่ว่าจะรำได้ เลยถูกราศีพูดเย้ยว่า คนอย่างหญิงออนไม่ต้องรำหรอก เขาเกิดมาเพื่อเป็นเจ้าคนนายคน แล้วสั่งแพนให้ไปหาน้ำหาท่ามารับรองหญิงออน กับชายใหญ่ เป็นการกระหนาบให้รู้ถึงฐานะของตัวเอง ทำให้ แพนยิ่งเสียหน้า

    เข้าครัวไปเอาน้ำ แพนก็ยังบ่นอย่างหงุดหงิดว่าอะไรๆ หญิงออนก็วิเศษไปหมดแต่อีแพนไม่มีอะไรดีเลย อยู่บ้านนี้เหมือนคนใช้ ประภาเตือนว่าพูดจาไม่น่ารักและแพนก็ต้องเรียกหญิงออนว่าคุณหญิง เพราะเธอเป็นหม่อมราชวงศ์ ยิ่งเติม ความไม่พอใจให้แพนมากขึ้น พูดประชดไปว่า

    "แต่แพนเป็นแค่ผู้อาศัย เป็นแค่เด็กในบ้าน ดีกว่าคนใช้หน่อยที่เขายังส่งเสียให้เรียนหนังสือ" แล้วถามประภาว่า เมื่อไหร่เขาจะเรียกตนว่าคุณแพนบ้าง เล็กผ่านมาได้ยินชะงักหยุดฟังอย่างหมั่นไส้

    ประภาบอกแพนให้รอไปก่อนคงมีสักวันที่ใครๆจะเรียกแพนว่าคุณแพน แต่กว่าจะถึงวันนั้นแพนต้องรู้จักอดทนและทำตัวให้ดีๆ ก็จะได้ในสิ่งที่ต้องการ พูดแล้วประภาเดิน ออกไป แพนกระแทกถาดอย่างหงุดหงิดแล้วยกจะเดินออกไป เจอเล็กเข้าพอดี เล็กพูดเย้ยทันทีว่า

    "วันนั้นคงมาไม่ถึงหรอกครับ คุณแพน" แพนถลึงตาถามว่าตนทำอะไรให้เจ็บช้ำน้ำใจถึงได้เกลียดชังตนนักหนา เล็กตอบทันควันว่า "ฉันไม่ได้เกลียดเธอ แต่ฉันรังเกียจ"

    "แพนน่ารังเกียจตรงไหนคะ"

    "ตัวเธอเองยังไม่รู้ตัวว่าทำอะไรให้ฉันรังเกียจ ก็ป่วยการ ที่ฉันจะบอก เพราะคนอย่างเธอคงไม่ยอมฟังใคร" เล็กหัวเราะเยาะแล้วเดินเลี่ยงไป แพนจ้องตามน้ำตาคลออย่างคับแค้นใจ

    ooooooo

    เพราะอารมณ์เสียหงุดหงิด ทำให้แพนยกถาดน้ำไปวางกระแทกที่โต๊ะ น้ำส้มหกรดชุดขาวของหญิงออนจนเลอะเทอะ เล็กโวยวายทันที ในขณะที่หญิงออน พยายามบอกว่าไม่เป็นไร เพราะแพนไม่ได้ตั้งใจ แพนหันไปพึ่งเอียดกับชายใหญ่บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจจริงๆ แต่เล็กไม่ยอมจะไปฟ้องคุณแม่ให้ลงโทษเสียบ้างต่อไปจะได้ไม่ระรานคนอื่นอีก

    แพนถูกราศีเรียกไปตำหนิอย่างรุนแรงต่อหน้าหญิงออน ชายใหญ่  เอียด  เล็ก  และประภากับโภคาว่ากำเริบเสิบสานขนาดนี้เห็นทีจะเลี้ยงต่อไปไม่ได้แล้ว พอแพนขอให้ยกโทษ ให้ด้วยเพราะตนไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ราศีก็หาว่าโกหก ตนเลี้ยงแพนมาตั้งแต่เล็กทำไมจะไม่รู้สันดานว่าเป็นยังไง

    โภคาพยายามไกล่เกลี่ยว่าอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลย ราศีก็แย้งว่าตนทนมานานแล้วคิดว่าจะอบรมบ่มนิสัยได้ แล้วพูดจิกให้แพนเจ็บปวดยิ่งขึ้นว่า

    "แต่ถึงวันนี้ ฉันรู้แล้วว่า สัญชาติอีกาจะเลี้ยงให้เป็นหงส์ยังไงก็ไม่มีวันเป็นไปได้หรอก แกกลับไปอยู่กับพ่อแกที่ผักไห่เถอะนะแพน"

    ทุกคนตกใจ ประภาขอร้องว่าอย่าให้ถึงกับออกจากบ้านไปเลย ราศีก็ยังยืนกรานว่าทนไม่ได้แล้วทั้งยังปรามแกมตำหนิประภาว่า

    "พี่จะบอกอะไรให้นะประภา ไอ้ความเมตตามันดีอยู่หรอก แต่อย่าให้มันมากเกินไป พืชเลวน่ะถึงแม้จะมาปลูกในดินดีแค่ไหนมันก็ยังเลวจนได้"

    ยิ่งฟังแพนก็ยิ่งเจ็บปวด จนกระทั่งชายใหญ่ขอให้ยกโทษให้แพนเถิดเพราะแค่นี้แพนก็เสียใจมากพอแล้ว หญิงออนเอ่ยด้วยสีหน้ากังวลสงสารแพนว่า

    "ถ้าแพนต้องออกไปจากบ้านนี้จริงๆ หญิงคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต ที่เป็นต้นเหตุให้แพนเดือดร้อน เล็กช่วยพูดกับคุณน้าหน่อยสิคะ"

    เล็กไม่พูดแต่มองหน้าแม่เชิงเห็นด้วยกับหญิงออน ราศีจึงอ่อนลงแต่คาดโทษไว้ว่า อย่าทำให้ตนร้อนใจเพราะสันดานต่ำๆอย่างนี้อีกตนจะไม่เอาไว้แน่ ประภารีบบอกแพนให้รู้ตัวว่าราศียกโทษให้แล้วควรทำอย่างไร แพนก้มกราบขอบคุณราศี พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความคับแค้นใจที่ถูกกดขี่ข่มเหงว่า...

    "ขอบพระคุณค่ะคุณท่าน..."

    ooooooo

    ที่วังสวนทิพย์

    ชายใหญ่กำลังวาดภาพแพนอย่างหลงใหลในดวงตาคู่นั้น บอกหญิงออนที่เข้ามาดูว่า

    "พี่ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนตาสวยเท่าแพนเลยนะหญิง ทุกครั้งที่พี่มองเข้าไปในดวงตาของเขา พี่จะเห็นทั้งความเศร้า ความเหงา...ยามโกรธ สายตาของเขาก็เหมือนไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้าให้มอดไหม้เป็นจุณ"

    "ถ้าแพนมาได้ยินว่าพี่ชายชื่นชมเขาถึงขนาดนี้ เขาคงดีใจมากเลยนะคะ"

    ชายใหญ่ถามความรู้สึกของหญิงออนต่อแพนในฐานะที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน หญิงออนถามพี่ชายว่าถามทำไม ชักสงสัยเสียแล้ว เพราะพักนี้รู้สึกพี่ชายสนใจแพนมากเป็นพิเศษแล้วนะ

    "ไม่รู้สิ พี่อาจจะสงสารเขามั้ง พี่รู้นะ เขาอยู่ในบ้านของเล็ก เขาเองก็คงไม่มีความสุขนักหรอก"

    ขณะสองพี่น้องคุยกันนั่นเอง หม่อมรัชนีเดินมาที่บันไดเกิดหน้ามืดกะทันหันคว้าราวบันไดไม่ทันพลาดพลัดตกลงมา จนกระทั่งแม่แก้วมาเจอกรีดร้องอย่างตกใจ ชายใหญ่กับหญิงออนชะงักพากันวิ่งไปที่ต้นเสียงเจอแม่แก้วซึ่งเป็นแม่บ้านนั่งอยู่แทบเท้าหม่อมรัชนีร้องไห้อย่างหนัก

    ชายใหญ่กับหญิงออนผวาเข้าไปกอดหม่อมรัชนีพยายามปลุกให้ตื่น หญิงออนเร่งให้พาไปส่งโรงพยาบาล ชายใหญ่จับชีพจรแล้วบอกหญิงออนว่าหม่อมแม่สิ้นแล้ว หญิงออนโผเข้ากอดร่างหม่อมรัชนีร้องไห้โฮ...

    ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหม่อมรัชนี เพราะแม่แก้วมาเจอก็เห็นหม่อมนอนหมดสติเลือดออกจากปากและจมูกแล้ว

    ครู่ใหญ่ท่านชายทิฆัมพรกลับจากประชุม ท่านยืนตะลึงมองภาพตรงหน้า น้ำตาเอ่อท้นรินไหลออกมาอย่างเข้าใจถึงความเป็นจริงตรงหน้า...

    ooooooo

    ราศีกับโภคาเศร้าเสียใจกับการจากไปของหม่อมรัชนี ต่างสงสารชายใหญ่กับหญิงออน ราศีเอ่ยขึ้นว่า ถ้าเราได้เกี่ยวดองกับท่านชายทิฆัมพรก็ดี โภคาบอกว่าถ้าคู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วกัน

    "ตาเล็กกับหญิงออนคงไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ท่าทางหญิงออนก็มีไมตรีกับลูกของเรา แต่ยายเอียดนี่สิ ไม่รู้ว่าชายใหญ่ เขาคิดยังไง" ราศีหมายจะให้ดองกันทั้งพี่ทั้งน้อง จนโภคามองหน้าอย่างอ่อนใจ

    เอียดอยู่ที่มุมห้องได้ยินแล้วมีสีหน้าหนักใจขึ้นมา เมื่ออยู่ในห้องนอนตอนกลางคืน ก็อดคิดถึงเรื่องราวที่ประทับใจเมื่อครั้งไปอยู่อยุธยาไม่ได้ เวลานั้นเทินเป็นเหมือนพระเอกที่คอยดูแลช่วยเหลือเธอ ครั้งหนึ่งเมื่อเธอเซจะล้มก็คว้าแขนเทินขืนตัวไว้

    ครั้งนั้นเอียดถูกน้าประภาเตือนว่าทีหลังอย่าจับไม้จับมือเทินอีก เพราะเอียดและเทินต่างก็โตแล้วเหมือนกัน เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายโตๆเขาห้ามจับมือถือแขนกัน เอียดถามว่าทำไมหรือ ประภาบอกว่า "มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมจ้ะ" เวลานั้นเอียดได้แต่รับคำเสียงอ่อยๆ

    ooooooo

    ต่อมาไม่นานนักเล็กได้รับจดหมายจากเทิน เอามาอ่านให้เอียดฟังว่า

    "เล็กเพื่อนรัก...ตอนนี้เราเรียนจบมัธยมแล้ว พ่ออนุญาตให้เราขึ้นมาเรียนหนังสือต่อที่กรุงเทพฯไม่ต้องห่วงเรื่องที่อยู่ นะ พ่อให้เราไปอยู่กับหลวงลุง ฝากบอกทุกคนด้วยว่าเราคิดถึง ไปถึงกรุงเทพฯเราคงไปไหนไม่ถูก ถ้าเล็กว่าง ช่วยมารับเราด้วย แล้วพบกันนะ...แล้วเราจะเขียนจดหมายมาบอกอีกทีว่าจะมาเมื่อไหร่..."

    เอียดฟังเล็กอ่านจดหมายเงียบๆ แต่สีหน้าแววตาอิ่มเอิบด้วยความดีใจมาก...

    หลังจากนั้น เทินก็แต่งตัวโก้เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ย่าเอาแบงก์ใบเก่าๆ 200 บาท ให้เก็บไว้เผื่อเหลือเผื่อขาด ย่าอาลัยรักหลานจนไม่อยากให้เดินทาง ถูกเทียบเตือนให้นึกถึงอนาคตของหลาน ย่าจึงเช็ดน้ำตา ตัดใจส่ง แม่ขอให้เทินทำตัวดีๆให้หลวงลุงเมตตา

    "จ้ะแม่...หนูจะตั้งใจเรียน จะได้กลับมาอยู่กับแม่กับย่าเร็วๆ" เทินกอดย่ากอดแม่แล้วเดินตามพ่อไป...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:44 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์