ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สวรรค์สร้าง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อุ่นใจตามนักรบไปที่ร้านมินิมาร์ทเห็นเขามาเลือกซื้อนมที่ร้าน เธอพูดดักคอว่า

"อย่ามาทำเป็นเล่นละครบ้าๆบอๆใส่ฉันนะ ฉันไม่สนุกไปด้วยหรอก"

"ละครอะไรเหรอ" เขาถามซื่อๆแล้วหันมาควักสตางค์ จ่ายค่านมแต่ไม่มีเงินติดตัวเลย จึงเอ่ยปากขอยืมอุ่นใจสิบบาท อุ่นใจยิ่งงงแต่เห็นพนักงานรออยู่เลยควักเงินให้ นักรบถือนมกล่องเดินออกจากร้าน อุ่นใจเดินตามไปอีก

อุ่นใจพยายามที่จะคุย กระชากเขาไว้จนลูกแมวตกใจกระโจนใส่หน้าอุ่นใจ เธอตกใจผงะ นักรบเกรงเธอจะล้มรีบเข้าไปดึงตัวไว้เลยเอนล้มลงไปด้วยกัน พอนึกได้นักรบบอกเธอว่า

"นี่แหละ เหมือนในฝันเปี๊ยบเลย"

ซูซี่วิ่งนำดารารายเข้ามา เอะอะโวยวายว่าอุ่นใจทำอะไรกับนักรบ เข้าไปกระชากอุ่นใจไล่ให้ออกไปเสีย นักรบรีบเข้าห้าม ดารารายบอกว่า รปภ.แจ้งว่าเขาเดินออกมาข้างนอกคาดคั้นถามว่าเขาออกมาเพื่อพบผู้หญิงคนนี้หรือ ซูซี่ผสมโรงด่าอุ่นใจว่าเป็นพวกหาลำไพ่พิเศษ

อุ่นใจไม่ยอม ด่ากลับ ถูกซูซี่ด่า "อีเด็กบ้า" แล้วพรวดเข้าตบ อุ่นใจฟาดฝ่ามือสวนไปจนซูซี่กระเด็น นักรบกับดารารายรีบเข้าไปห้าม พอแยกทั้งสองออกจากกันได้ ดารารายก็พานักรบกลับ

อุ่นใจมองตามงงๆว่านี่มันอะไรกัน และเมื่อกลับไปเล่าให้ดอกจันฟัง ดอกจันบ่นเพื่อนว่าทำไมถึงไม่ได้เรื่องอะไรเลยล่ะ   อุ่นใจปรารภกับเพื่อนรักว่าตนไม่ทันได้คุยอะไร   ยายคู่หมั้นก็มาขัดจังหวะแถมนักรบยังทำท่าแปลกๆกับตนด้วย ทำเหมือนเป็นคนละคนกับนักรบที่ตนเคยเจอ

"ฉันว่ามันต้องเล่นละคร มันรู้ว่าแกกุมความลับอยู่ ก็เลยทำไม่รู้ไม่ชี้   แกจะได้เซ็งแล้วก็เลิกยุ่งกับมันไปเอง" ดอกจันฟันธง

"ไม่มีทางหรอก! ฉันไม่ยอมรามือแน่ การตายของพี่เอื้อจะต้องได้รับการชดใช้!" อุ่นใจพูดอย่างมุ่งมั่น

ooooooo

เมื่อพานักรบกลับมาถึงคฤหาสน์พยัคฆ์ราชา ดารารายคาดคั้นกับเขาว่ายังไม่ได้บอกเลยว่าผู้หญิงเมื่อกี้เป็นใคร นักรบมองแมวที่ยังกอดอยู่ อมยิ้ม พูดถึงอุ่นใจด้วยความรู้สึกประทับใจว่า

"อุ่นใจ...เป็นคนน่ารัก จริงใจ นิสัยดี เธอเป็นผู้หญิงที่มีความอบอุ่นและอ่อนโยนมาก"

ดารารายพยายามป้ายสีว่าอุ่นใจเป็นผู้หญิงลวงโลก นักรบเถียงว่าไม่ใช่ พอดารารายโกรธเขาก็ขอโทษที่ทำให้เธอโกรธ ดารารายจับแขนเขาเขย่าพูดเสียงแข็งกระด้างว่า

"คุณต้องจำให้ได้ว่าตัวเองเป็นใคร คุณคือนักรบ พยัคฆ์ราชา ราชาแห่งเสือที่มีสมองอัจฉริยะ ตอนนี้ทุกคนกำลังจะสูญเสียทุกอย่างเพราะสมองที่ใช้การไม่ได้ของคุณ"

นายิกาเดินหานักรบมาถึงห้องโถง น้อยรายงานว่านักรบอยู่กับดาราราย   นายิกาไม่สบายใจเพราะนักรบอยู่ในสภาพที่ความทรงจำไม่ปกติ

ดารารายใช้ทั้งคำพูดและการกระทำที่แข็งกระด้างดุดันกับนักรบ จนซูซี่เตือนว่ากลัวนายิการู้

"เขาหวังพึ่งฉันทบทวนความทรงจำของนักรบ จะกล้าทำอะไรฉัน" ดารารายไม่แยแส

แต่หารู้ไม่ว่า นายิกาไม่พอใจแต่ต้องเก็บกดอดกลั้นพึมพำเมื่อดารารายออกไปแล้วว่า

"ถ้าหล่อนไม่มีประโยชน์ ฉันคงไม่ทนให้หล่อนทำผยองใส่แบบนี้หรอก"

นายิกาหงุดหงิดมากเมื่อเห็นนักรบอุ้มลูกแมวไว้ในอก สั่งน้อยให้เอาไปทิ้งเสีย นักรบรีบออกมาขวางบอกว่าแมวตัวนี้ เป็นของตนแล้วลูบหัวลูกแมวอย่างเอ็นดูยิ้มอย่างมีเมตตา จนนายิกาทนไม่ได้ย้ำกับลูกชายว่า

"นักรบเป็นเสือ! จะมาทำตัวอ่อนแอเป็นลูกแมวไม่ได้"

นักรบโต้ว่าความอ่อนโยนไม่ใช่ความอ่อนแอ ถ้าคุณแม่ เอามันไปทิ้งตนก็จะไปอยู่กับมัน นายิกาเลยไม่รู้จะทำอย่างไร จนน้อยสะกิดเตือนเบาๆว่านักรบไม่สบายยิ่งกดดันจะยิ่งแย่ นายิกาเลยเดินออกไป

"คุณแม่ยอมให้ฉันเลี้ยงแกแล้ว ฉันจะเรียกแกว่าอะไรดี? ฉันเจอแกตอนอยู่กับอุ่นใจ ผู้หญิงที่ฉันอยู่ใกล้แล้วอบอุ่น ฉันจะเรียกแกว่าเจ้า "อบอุ่น" แล้วกัน"

นักรบอยู่กับเจ้าอบอุ่นอย่างมีความสุขมาก

ooooooo

ทองใบเอาผักปลอดสารพิษไปขายที่ตลาดอีก ถูกพ่อค้าแม่ค้าทั้งด่าทั้งไล่กระทั่งเอาเข่งผักทุ่มใส่ ดอกจันกับโอ๋มาเจอช่วยไว้อีกครั้ง เมื่อเจรจากับพ่อค้าแม่ค้าแล้ว พวกเขายอมให้ทองใบมาขายผักได้แต่ต้องไปขายที่ท้ายตลาด

พอไปดูที่ท้ายตลาดจริงๆไม่มีคนเดินผ่านเลย ดอกจันกับโอ๋เลยใช้กลยุทธ์ขายไส้กรอกมาช่วยร้องเพลง "เด็กดอยใจดี" เรียกลูกค้าจนมีคนมารุมซื้อไม่นานก็ขายหมด ทองใบยิ้มอย่างมีความสุขที่ขายผักปลอดสารพิษเป็นประโยชน์ต่อคนบริโภคได้หมด

ด้วยความรักเอ็นดูเด็กทั้งสองที่ช่วยตนมาอย่างดีมีน้ำใจ ทองใบชวนไปที่บ้าน โอ๋ชมว่าบ้านน่าอยู่จัง ทองใบชวนเข้าไปดื่มน้ำกันก่อน ดอกจันถามว่าจะดีหรือ

"หนูดอกจันกับโอ๋ช่วยลุงขายผักจนหมด ลุงเห็นหนูสองคนเป็นเหมือนลูกหลานด้วยซ้ำ ไม่ต้องเกรงใจ"

เมื่อเข้าไปนั่งในบ้านที่จัดเป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดน่าอยู่ ทองใบเอาคุกกี้มาให้กินเล่นกัน โอ๋กินเอ๊า...กินเอา พูดทั้งที่ขนมเต็มปากว่า "คุกกี้คุณลุงอร่อยจังครับ"

ทองทิวมาหาพ่อเจอดอกจันกับโอ๋เข้าอีกจนได้ ถามอย่างไม่พอใจว่าพวกเธอมาที่นี่ทำไม ทองใบปกป้องทั้งสองคนว่าเด็กสองคนนี้เป็นคนดีที่ตนรักมากกว่าลูกแท้ๆอีก ทองทิวเลยเงียบ เอาวิตามินต่างๆออกจากถุงมาวางเรียงมากมาย อวดอย่างเอาใจพ่อว่า นี่บำรุงสายตา นั่นบำรุงกระดูก โน่นบำรุงสมอง คุยอวดว่าวิตามินพวกนี้เป็นยี่ห้อดังจากอเมริกา ได้รับการรับรอง จากองค์การอนามัยโลกด้วย

ทองใบหมั่นไส้เลยคว้ากะหล่ำปลีปลอดสารพิษขว้างหัวทองทิวบอกว่า "กะหล่ำปลีสดๆปลอดสารพิษ ช่วยบำรุงสมองโง่ๆของแก" แล้วถามว่าวิตามินพวกนี้ราคาเท่าไร ดอกจันคว้าไปดูราคาหมายช่วยกันบี้ทองทิวให้หายแค้น พูดเร็วปรื๋อว่า กระปุกนี้พันกว่า กระปุกนี้เกือบสามพัน กระปุกโน้น...

"พอๆไม่ต้องยุ่ง" ทองทิวแย่งกระปุกวิตามินคืน

เลยโต้เถียงกันระหว่างพ่อที่อดีตเป็นอาจารย์เกษตร กับลูกที่ศรัทธาแต่ทุนนิยม ระหว่างนั้นดอกจันนึกได้ย่องไปที่รถของทองทิวเพื่อค้นหาซีดีแผ่นนั้น พอทองทิวเห็นดอกจันหายไปก็เอะใจ ตามไปเจอเธอกำลังค้นในรถเขาวุ่นวาย จนมือไปโดนตัวเบรกมือทำให้รถเริ่มไหล

ทองทิววิ่งมาเห็นพอดีตะโกนให้จับพวงมาลัยไว้แน่นๆ แล้วเหยียบเบรกที่เท้า แต่เพราะดอกจันขับรถไม่เป็นเลยจับๆเหยียบๆมั่วไปหมด จะเหยียบเบรกก็ดั๊นไปเหยียบคันเร่งเข้า

รถพุ่งกระฉึกกระฉัก   ทองทิวตะโกนบอกอยู่ข้างนอก ดอกจันจับมั่วอยู่ข้างใน รถเลยทำท่าจะไหลลงคูน้ำ ดอกจันยิ่งตกใจ สุดท้ายรถพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าเต็มๆ ดอกจันนิ่งอึ้ง ส่วนทองทิวช็อก

ooooooo

ทองทิวโมโหจนควันออกหูบังคับดอกจันต้องรับผิดชอบความเสียหายนี้ ทองใบพยายามช่วยพูดว่า ดอกจันไม่ได้ตั้งใจ เลยถูกทองทิวหาว่าพ่อเข้าข้างคนอื่น ทองใบทั้งด่าทั้งสั่งสอนลูกชายว่า

"แกมันก็ห่วงแต่วัตถุ จิตใจถึงได้หยาบกระด้างแบบนี้" เมื่อทองทิวไม่ฟัง ทองใบเลยไล่ "ไอ้ทองทิว ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ ออกไปรับใช้อุดมการณ์ทุนนิยมของแกเถอะ ไม่ต้องมายุ่งและวุ่นวายกับฉัน"

เมื่อไล่ทองทิวไปแล้ว โอ๋กับดอกจันก็ลาทองใบกลับ ระหว่างทางโอ๋ถามว่าตกลงไม่เจอซีดีของพ่อใช่ไหม พอรู้ว่าไม่เจอ โอ๋หน้าเสีย พึมพำ "น่าเสียดาย"

"โอ๋ไม่ต้องห่วง อาจะต้องหาทางเอาซีดีคืนมาจากนายทองทิวให้ได้" ดอกจันสัญญา

วันเดียวกัน นายิกาขนซีดีมามากมายสั่งนักรบว่าต้องดูให้หมดเพื่อฝึกบุคลิกภาพ ท่าทาง คำพูดให้เหมือนนักรบคนเดิม นักรบมองอย่างเบื่อหน่าย บอกว่าตนอยากเป็นนักรบคนนี้และ ขอพักผ่อน ถูกนายิกาตวาดว่า

"นักรบเป็นเสือหิวที่อยากทำงานตลอดเวลา ไม่เคยหยุดพัก ไม่เคยกลัวการเผชิญหน้ากับเหยื่อ"

นักรบมองหน้านายิกาเริ่มเข้าใจถึงนักรบคนเดิมที่แม่อยากให้เป็น เขาบอกแม่ว่า

"ผมเพิ่งรู้ว่านักรบเหมือนเสือตรงที่ต้องล่าเหยื่อตลอดเวลา เพื่อตอบสนองความอยากแสวงหาความยิ่งใหญ่มาเป็นเปลือกให้ตัวเอง" นายิกาสวนไปทันทีว่ามันคือความสำเร็จของผู้ชนะ นักรบถามว่า "ชนะจริงเหรอครับ คนที่มีชีวิตเหมือนสัตว์ ไม่มีจิตวิญญาณของความเมตตา อย่างนี้น่ะเหรอครับที่เรียกว่าชนะ"

"ทุกคนเกิดมาเพื่อไขว่คว้าหาสิ่งที่ตัวเองอยากได้ทั้งนั้น"

"แล้วความรักความปรารถนาดีล่ะครับ คุณแม่เอาไปทิ้งไว้ที่ไหน"

"เลิกเพ้อเจ้อ แล้วดูซีดีพวกนี้เสีย ถ้าดูไม่จบ ห้ามออกจากห้องนี้เด็ดขาด" นายิกาตัดบทแล้วออกไปสั่งน้อยให้ดูนักรบให้ดีอย่าให้ออกไปไหนจนกว่าจะดูซีดีหมด น้อยถามว่า ถ้านักรบไม่ยอมล่ะ นายิกาจ้องจิก พูดใส่หน้า "ฉันก็คงต้องเปลี่ยนคนใช้ใหม่!"

ooooooo

ทองทิวขับรถกลับด้วยความกังวลจนต้องโทร. ถามน้อยว่าเห็นซีดีแปลกๆแผ่นหนึ่งรวมอยู่ในกล่องซีดีที่ตนเอาไปให้หรือเปล่า น้อยไม่แน่ใจ ทองทิวถามว่า แล้วตอนนี้กล่องซีดีอยู่ที่ไหน

"คุณนักรบกำลังดูอยู่ค่ะ"

ทองทิววางสายจากน้อยด้วยความร้อนใจ รีบบึ่งรถไปหานักรบทันที

เป็นเวลาที่นักรบกำลังค้นแผ่นซีดี เจอแผ่นแปลกๆเลยเอาไปเปิดดู ปรากฏว่าเป็นแผ่นที่เอื้อบันทึกระบายความคับแค้นใจไว้นั่นเอง

นักรบฟังข้อความเหล่านั้นสีหน้าครุ่นคิดเหมือนทบทวนเหตุการณ์ตามที่เอื้อพูดถึง เขารู้สึกคุ้นหน้าเอื้อแต่ยังจำไม่ได้ นึกไม่ออก

ฟังและทบทวนความจำไปจนถึงตอนที่เกิดอุบัติเหตุเขาขับรถพุ่งชนเอื้อจนบาดเจ็บสาหัสไปทั้งคู่ ก็ทำให้นักรบปวดหัวรุนแรงจนแผดเสียงร้องลั่นแล้วความรู้สึกก็ดับวูบไป

เมื่อพาไปถึงโรงพยาบาล หมอสั่งพยาบาลให้เตรียมเครื่องมือสแกนสมองด่วน โดยมีนายิกาและทองทิวคอยฟังข่าวอยู่ข้างนอกอย่างกระวนกระวายใจ เจอพยาบาลเดินผ่านมานายิกาก็ปราดเข้าไปบอกว่า

"ทำยังไงก็ได้ให้นักรบฟื้นเร็วที่สุด แพงเท่าไหร่ฉันยอมจ่าย อย่าให้ลูกฉันเป็นอะไรเด็ดขาด"

พยาบาลฟังๆไปอย่างนั้นแล้วรีบเข้าไปในห้องฉุกเฉิน

ฝ่ายนิมมานกับนักคิดพอรู้ว่านักรบเข้าโรงพยาบาลอีกแล้วก็พากันตีปีกดีใจ

อีกคนที่สะใจมากคือจอมภพ เขาบอกจอมทัพปนเสียงหัวเราะว่าเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยขนาดนี้เห็นทีจะไม่รอด พูดแล้วก็หัวเราะในลำคอ จนจอมทัพมองพ่ออย่างเอือมระอาที่กัดกันไม่ปล่อยเลยจริงๆ

ooooooo

ระหว่างที่นักรบอยู่ในห้องพักฟื้นนั้น เขาหลับฝันถึงคำพูดของเอื้อที่ว่า "บาปกรรมที่คุณเคยทำไว้กับคนอื่นกำลังจะย้อนมาเล่นงานคุณเอง บาปกรรมที่ไม่มีวันสูญหาย!"

ฝันถึงวัยเด็กที่เขากับนักคิดมักมีปัญหากันเพราะเขาเห็นว่านักคิดอ่อนแอ  ไม่มีประโยชน์  จนไล่ให้ออกจากทีมฟุตบอล

ฝันถึงวันที่เขาเจอนิมมานอยู่กับเด็กหนุ่ม จนเขาเอ่ยปากขู่ว่า "เลิกกับไอ้นี่เสีย ถ้าไม่อยากถูกถอนชื่อผู้ถือหุ้นในไทเกอร์คิง" และแม้แต่กับจอมภพที่เขาชนะการประมูลสัมปทานเครือข่ายมือถือระบบใหม่ เขาถูกจอมภพด่าว่าหักหลัง เวลานั้นเขาย้อนจอมภพว่า "คุณอาควรพิจารณาความสามารถของตัวเองมากว่าพาลคนอื่น คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาดกว่าเสมอ"

ความขัดแย้งแต่หนหลังที่รุนแรงและก่อแรงอาฆาตเหล่านั้นกระแทกกระทั้นเข้ามาในความฝันจนนักรบนอนกระสับกระส่ายหน้าเครียด และแล้ว...เครื่องวัดสัญญาณชีพค่อยๆ ลดระดับลงจนเป็นเส้นตรง

หมอกับพยาบาลใช้เครื่องปั๊มหัวใจช่วยชีวิตนักรบ แม้จะช่วยชีวิตเขาได้แต่ก็ยังสลบไม่ได้สติอยู่

"อาการเลือดคั่งในสมองไม่ดีขึ้นเลย ถ้าเกิดภาวะเครียดหรืออาการเสี่ยงที่ทำให้ปวดหัวอาจเสียชีวิตได้" หมอรายงานผลแก่นายิกา เมื่อนายิกายื่นคำขาดว่าลูกตนต้องหายต้องไม่เป็นอะไร หมอก็ได้แต่บอกว่า "ผมจะทำเต็มที่ครับ แต่ต้องใช้เวลา"

ooooooo

เมื่อนักรบฟื้นขึ้นมาเขาถามว่าเกิดอะไรขึ้น นายิกาย้อนถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเขาถึงเครียดจนสลบไปอย่างนี้

นักรบเพิ่งรู้ว่าตัวเองสลบไป เขานิ่งคิดแล้วก็นึกถึงซีดีแผ่นนั้น แต่พอถามทองทิวก็รีบกลบเกลื่อนว่าเขากำลังเบลอๆอยู่เพราะกลัวนายิกาจะมาสนใจ เรื่องซีดีแผ่นนั้น

"นักรบคนเก่าร้ายกาจกับทุกคนมากเหรอ" นักรบพึมพำอย่างอยากรู้

"ไม่มีอะไรหรอกลูก พักผ่อนเยอะๆเถอะๆ" นายิกาตัดบทไม่ให้ทองทิวเล่า แต่นักรบบอกว่าตนอยากรู้ นายิกาเลยพูดกล่อมเสียยาวว่า "นักรบคือเสือที่มีชีวิตอยู่ด้วยการล่าเหยื่อ เหยื่อทุกตัวคือห่วงโซ่อาหารของผู้ล่า ทุกอย่างบนโลกนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว ผู้ชนะเท่านั้นที่จะอยู่รอด"

แม้จะฟังนายิกาพูดจนจบแต่นักรบฟังแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจกับคำพูดเหล่านั้น

เมื่อออกมานอกห้องพักฟื้น นายิกาสั่งทองทิวว่าห้ามบอกอะไรนักรบเด็ดขาด ตนไม่อยากให้เขาเครียด ทองทิวเสนอจะไปตามดารารายมาเยี่ยม ถูกนายิกาตวาดทันทีว่า

"ไม่ต้อง! ยายเด็กนั่นมานักข่าวก็ต้องมา ข่าวนักรบเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ จะทำให้ภาพลักษณ์ของไทเกอร์คิงแย่ลง" พูดแล้วนึกขึ้นได้ถามถึงซีดีว่า "เมื่อกี้นักรบพูดถึงซีดีอะไร"

ทองทิวกลบเกลื่อนว่านักรบคงดูซีดีเยอะไปเลยทำให้ปวดหัว นายิกาพยักหน้าอย่างไม่ติดใจแต่สั่งว่า ทันทีที่นักรบดีขึ้นให้รีบพาเข้าบริษัท สร้างความคุ้นเคยเพื่อความทรงจำของเขาจะกลับมา

ooooooo

วันต่อมา นักรบก็ให้ทองทิวขับรถไปที่บริษัท ทองทิวพยายามท้วงติงว่าเพิ่งฟื้นน่าจะนอนพักอีกสักวันสองวัน นักรบยืนยันความตั้งใจว่า นี่เป็นทางเดียวที่เขาจะรู้จักนักรบคนเก่า

ปรากฏว่า การกลับมาครั้งนี้ของนักรบ สร้างความแปลกประหลาดใจแก่พนักงานแผนกต่างๆอย่างมาก เพราะนักรบคนนี้ไม่ถือตัว ลงจากรถไปยกกรวยเพื่อให้ทองทิวถอยรถเข้าไปจอดได้ ซ้ำรถพนักงานมาเขาก็ยังช่วยยกกรวยเปิดทางให้อีก เขาทำทุกอย่างด้วยความเป็นกันเองและไม่ถือตัว จนทองทิวเตือนว่า

"คุณต้องทำตัวให้เป็นที่น่าเคารพของลูกน้อง ทำให้ทุกคนเชื่อว่าคุณคือนักรบตัวจริง"

"แล้วนี่ผมกำลังปลอมตัวเป็นใครอยู่ ผมไม่ใช่นักรบเหรอครับ" เขาย้อนถามหน้าซื่อๆ

"ใช่...แต่ไม่ใช่...โอ๊ย...ปวดหัว อยากจะบ้าตาย" ทองทิวบ่นแล้วรีบดึงนักรบเข้าบริษัทไป

แต่แล้วทองทิวก็อยากตาย บ้าจริงๆ เพราะเมื่อนักรบเข้าไปเจอพนักงานที่เด็กกว่าไหว้เขาก็รับไหว้ เจอพนักงานที่อาวุโสกว่า เขาก็ยกมือไหว้ก่อนอย่างนอบน้อมซ้ำยังเรียกเป็นลุงเป็นป้าอีก จนพนักงานเหล่านั้นทำหน้าไม่ถูก ทองทิวรีบแก้สถานการณ์ บอกพนักงานเหล่านั้นก่อนพาเขาแยกไปว่า

"คุณนักรบซาบซึ้งในความพร้อมเพรียงของทุกคนมาก ทำได้ดีมากครับ ไปเถอะครับคุณนักรบ"

ทองทิวกึ่งลากกึ่งดึงแขนนักรบเดินฉับๆไป จู่ๆนักรบก็บอกว่าเหนื่อยขอดื่มน้ำก่อนได้ไหม

"ไม่ได้ บ่ายนี้คุณต้องเข้าประชุมระบบดาวเทียมร่วมกับบอร์ดและเจ้าหน้าที่" ว่าแล้วทองทิวเอาหูฟังเหน็บใส่หูนักรบแล้วเอามือถือไอโฟนใส่มือให้เช็กความ เรียบร้อยบอกว่า "ออปชั่น ครบ สมเป็นตัวจริง"

ระหว่างนั้นทองทิวให้นักรบเดินตามตนไป นักรบกดมือถือไอโฟนเดินตามแล้วจู่ๆก็ร้องอย่างดีใจ "เยส! ทำได้แล้ว" พอ ทองทิวถามว่าเขาใช้มือถือเช็กข้อมูลหุ้นได้แล้วใช่ไหม นักรบตอบอย่างดีใจว่า

"หุ้นในเกมเถ้าแก่น้อยขึ้นตั้งหลายจุดแน่ะ"

ทองทิวเซ็งจนบอกไม่ถูก ตั้งสติครู่หนึ่งจึงพูดนิ่งๆจริงจังราวกับกำลังสะกดจิตนักรบว่า

"ตั้งสติให้ดี...นักรบตัวจริงต้องนิ่ง ขรึม และอัจฉริยะ"

ooooooo

เมื่อพานักรบเข้าไปในห้องควบคุมของศูนย์ ดาวเทียมที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกำลังยืนบรรยายให้กับบอร์ดหลายคนฟัง นักรบทำหน้าเบื่อๆ หันไปหันมาเห็นแผงควบคุมรอบๆห้องมีปุ่มมากมายน่ากดจัง เขายิ้มแบบซนๆเดินไปที่แผงควบคุมข้างตัว  แอบกดปุ่มสองสามปุ่มแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้

ภาพหน้าจอในห้องประชุม ดาวเทียมสองดวงเริ่มเคลื่อนเข้าหากันเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเบาๆ ส่วนเจ้าหน้าที่คนนั้นยังคงบรรยายไปเรื่อยๆ ทองทิวเองก็ตั้งใจฟังเอาจริงเอาจัง จนนักรบสะกิดถามว่า

"ทำไมดาวเทียมสองดวงมันวิ่งเข้าหากันอย่างนั้นล่ะ"

"แย่แล้ว ดาวเทียมไทเกอร์ดวงที่สองและสามกำลังวิ่งเข้าหากัน" ทองทิวตกใจมาก เจ้าหน้าที่เองก็ตกใจไม่น้อย หันไปถามเจ้าหน้าที่คนอื่นๆว่าใครเปลี่ยนพิกัดเคลื่อนที่ของดาวเทียมให้รีบ ปรับเปลี่ยนใหม่เร็ว!

นักรบรู้ว่าเกิดเรื่องก็หน้าจ๋อยแต่ไม่ยอมบอกใครว่าตนเป็นคนทำ หันไปสะกิดทองทิวแล้วพากันเดินออกไป ทองทิวโทร.กำชับเจ้าหน้าที่อย่างดุดันเดือดดาลว่า

"แก้ไขแล้วใช่ไหม รู้รึยังว่าเป็นฝีมือใคร...ไม่รู้เรื่อง ทำงานยังไงไม่รู้อะไรสักอย่าง...ถ้าพวกคุณหาตัวคนที่เปลี่ยนพิกัดดาวเทียม ไม่ได้ ผมจะไล่ออกทุกคน!"

นักรบพยายามบอกทองทิวว่าช่างมันเถอะ เรื่องมันแล้วก็ให้แล้วไป ทองทิวไม่ยอม  ยืนยันต้องเอาคนผิดมารับผิดชอบให้ได้

"ผมเองครับ ผมผิดเอง" นักรบยกมือสารภาพ ยิ้มแหยๆแบบเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้

"หา!" ทองทิวอุทาน แทบจะลืมหายใจไปเลย

ooooooo

วันนี้ จอมทัพกับพิมเลขาส่วนตัวพากันไปเดินในชุมชนคนใจดีเพื่อหาลูกค้าโทรศัพท์ของฟีนิกซ์ พิมสะกิดบอกจอมทัพว่า

"ชุมชนเสื่อมโทรมแบบนี้ ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าโทรศัพท์ มือถือเป้าหมายของเราหรอกค่ะ เสียเวลาเปล่า"

"ผมถือว่าลูกค้าทุกคนคือผู้มีพระคุณกับเรา อย่าดูถูกใครให้ผมได้ยินอีก" จอมทัพไม่พอใจ แล้วเดินหน้าหาลูกค้าต่อไป

พิมเลยจำต้องเงียบเดินตามจอมทัพไปท่าทางรังเกียจ ทั้งกลิ่นและความสกปรกแถวนั้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:03 น.