ตอนที่ 11
ดารารายบังคับซูซี่ให้ขับรถออกต่างจังหวัด ซูซี่ ขับรถไปถามไปว่านักรบออกต่างจังหวัดหรือ
"ข้อมูลจากศูนย์คอมพิวเตอร์ไทเกอร์คิงระบุว่าสัญญาณ จีพีเอสจากมือถือนักรบอยู่แถวนี้" พูดแล้วเธอมองมือถือไอโฟนนิ่งก่อนเงยหน้ามองทางข้างหน้าสั่ง "เลี้ยวซ้ายแยกหน้า"
ซูซี่หักพวงมาลัยเลี้ยวตามคำสั่งอย่างกะทันหันจนรถที่ตามมาพากันเบรกเสียงดังสนั่นบีบแตรด่ากันขรม
ซูซี่จอดรถข้างทาง ดารารายเดินตามสัญญาณจีพีเอส ไปหยุดที่หน้ากองขยะ สัญญาณมือถือดารารายนิ่งบ่งบอกว่าอยู่ตรงนี้ เธอสั่งซูซี่ให้รื้อขยะ ซูซี่ทำหน้าจะร้องไห้ให้ได้ แต่พอถูกตวาดก็จำใจทำ เจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งจริงๆ ดารารายกระชากโทรศัพท์เครื่องนั้นไปปิดเครื่อง ปรากฏว่าสัญญาณติดตามจากมือถือของเธอดับหายไป
"สัญญาณดับไปแล้ว แสดงว่ามือถือเครื่องนี้เป็นของคุณนักรบ" ซูซี่สรุป ดารารายสบถอย่างหัวเสียขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ซูซี่แอบยิ้มสมน้ำหน้าก่อนถามเสียงปกติว่า "แล้วทีนี้จะเจอ คุณนักรบได้ยังไง"
"ยังเหลือคนใกล้ตัว...ไอ้ทองทิว"
ซูซี่ขับรถออกไป ดารารายจ้องสัญญาณติดตามจากมือถือพูดอย่างกระหยิ่มสะใจว่า
"นักรบคงคิดว่าเราไม่รู้ว่าไอแพดเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมติดตามได้"
"ทองทิวพกไอแพดติดตัวตลอด เจอทองทิวก็ต้องเจอคุณนักรบ" ซูซี่อ่านเกมออกชมว่าดารารายเก่งจริงๆ ดารารายฟังแล้วนั่งเชิดหน้าคอแข็ง พูดอย่างยโสว่าไม่อย่างนั้นตนจะเป็นเจ้านายเธอได้ยังไง ซูซี่เบ้ปากอย่างหมั่นไส้แต่ไม่กล้าทำให้เห็น
ที่แท้แล้ว ทองทิวกับดอกจันกำลังเดินหาซื้อผลไม้และของกินอยู่ที่ตลาด นักรบโทร.มาสั่งให้เขาทำตามแผนของตน ทองทิวฟังแล้วทำหน้าเหยเกอยากจะร้องไห้ถามว่าไม่เห็นใจทองทิวน้อยๆบ้างหรือ นี่เองจึงทำให้ดารารายกับซูซี่พบสัญญาณ ไอแพดของทองทิวที่ตลาดและติดตามอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ
ดารารายติดตามมาจนเจอรถขายส้มตำของแม่ค้าคนหนึ่งจอดจะขายส้มตำเตรียมหั่นมะนาวโดยใช้ไอแพดแทนเขียง ซูซี่พุ่งเข้าไปแย่งไอแพด แม่ค้าโวยวายก็ถูกซูซี่หาว่าแม่ค้าขี้ขโมย
ขณะกำลังโต้เถียงกันนั้น ดารารายไปแย่งไอแพดจากมือทั้งสองคนที่ยื้อแย่งกันอยู่แล้วควักแบงก์พันโยนใส่หน้าแม่ค้าบอกว่า "ฉันซื้อคืน" แม่ค้ารีบคว้าเงินยัดใส่กระเป๋า
ดารารายเปิดไอแพด เห็นเป็นรูปทองทิวยิ้มแป้นอยู่เต็มหน้าจอ
"ทองทิวกล้าทิ้งของรักขนาดนี้ คงตั้งใจไม่ให้เราตามตัวได้ง่ายๆแน่" ซูซี่เดาออก
ดารารายกำไอแพดแน่นแต่ไม่กล้าโวยวายต่อหน้าผู้คนในตลาด
ooooooo
กลับมาถึงคอนโดฯริมทะเล ทองทิวกินผลไม้ไปบ่นไปด้วยความเสียดายไอแพดที่แสนรัก นักรบปลอบใจว่าเดี๋ยวซื้อคืนให้ ดอกจันค่อนขอดว่า "ไอแพดเครื่องเดียวทำท่าจะเป็นจะตาย"
ทองทิวเลยหันไปทะเลาะทำท่างอแงเหมือนเด็กเสีย ของรักจนโอ๋ต้องมาหย่าศึก ดอกจันฉวยโอกาสเอาขนมทั้งถุงยัดใส่ปากทองทิวไม่ให้พูดมาก จนทุกคนพากันขำ นักรบส่ายหน้าพึมพำว่าพอกันทั้งคู่
"พวกคุณยอมทิ้งเครื่องมือสื่อสาร ซื้อทุกอย่างด้วยเงินสดเพราะไม่อยากถูกตามตัวเหรอคะ" อุ่นใจถามอย่างไม่สบายใจ นักรบบอกว่าทุกคนรู้ว่าจะตามเขากับทองทิวได้ทางไหน อุ่นใจพูดอย่างไม่สบายใจว่า "ฉันกับโอ๋เป็นต้นเหตุเรื่องวุ่นวายทั้งหมด"
"ต้นเหตุที่แท้จริงคือผม คุณกับครอบครัวคือคนที่รับเคราะห์ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณกับโอ๋เด็ดขาด สัญญาต้องเป็นสัญญา" นักรบยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น
อุ่นใจยิ้มรับเขาด้วยหัวใจเปี่ยมสุข ทั้งสองต่างมองกันด้วยสายตาที่เผยความในใจแก่กัน ทองทิวกับดอกจันจ้องตาไม่กะพริบอย่างจับสังเกต
ooooooo
กลับมาแล้วซูซี่ก็ยังตามหานักรบไม่พบ ดารารายบ่นว่าไม่ได้เรื่อง ซูซี่บอกว่าตนพยายามแล้วแต่ตามรอยนักรบจากบัตรเครดิตและเครื่องมือสื่อสารไม่ง่ายเลย ดารารายพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่าไม่รู้ว่าตนจ้างซูซี่มาคุ้มเงินหรือเปล่า ปากด่าซูซี่แต่ตาจ้องไอแพด
บนโต๊ะอย่างแค้นใจ ซูซี่พูดกลัวๆกล้าๆว่า
"คุณนักรบคนใหม่ดูใสซื่อไม่มีเล่ห์เหลี่ยมของผู้ล่า แต่ความฉลาดรอบคอบยังคงอยู่เหมือนเดิมนะคะ"
ดารารายตบหน้าซูซี่ พอถูกถามว่าตบตนทำไมเพราะดารารายไม่เคยทำอย่างนี้
"ปกติฉันไม่เคยทำ แต่วันนี้ฉันแค่แสดงสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนออกมา" พูดแล้วมองซูซี่แต่หัวจดเท้าอย่างดูถูก "หล่อนเป็นแค่คนรองมือรองเท้าฉัน มีสิทธิ์แค่รับเศษเหลือจากฉัน อย่าแสดงความคิดโง่ๆที่ฉันไม่อยากฟังอีก จำไว้!"
ซูซี่เงียบกริบ เม้มปากแน่นด้วยความแค้นใจ
ooooooo
ซูซี่กลับไปที่คอนโดฯเล่าให้นักคิดฟังอย่างเจ็บใจว่าไม่อยากเป็นกระโถนท้อง พระโรงให้ดารารายอีกแล้ว ตนยอมให้กดขี่ทุกอย่างทนให้ใช้ยิ่งกว่าทาสแต่ก็ไม่เคยเห็นหัวตนเลย ถามนักคิดว่าเขาก็เคยโดนดูถูกเหมือนกันไม่คิดแค้นบ้างหรือ
"ผมไม่มีวันลืมว่าดารารายเคยตอกหน้าผมไว้เจ็บแสบยังไง เราควรจะร่วมมือกันจัดการดารารายให้อยู่ใต้การควบคุมของเรา" ซูซี่ถามว่าคิดจะทำอะไร นักคิดพูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่า "ผู้หญิงหยิ่งยโสอย่างดารารายต้องถูกเอาคืนอย่างสาสม"
"คุณอยากแก้แค้นหรืออยากได้นังนั่นกันแน่" ซูซี่ระแวง
"ทั้งความฉลาด อ่อนหวาน และเอาใจเก่ง ดารารายเทียบคุณไม่ได้เลยสักนิด ผมไม่มีทางเห็นดารารายดีกว่าซูซี่ที่รักแน่"
ซูซี่ปลื้มปีติซบหน้าลงบนอกนักคิด แต่หารู้ไม่ว่านักคิดกระหยิ่มยิ้มแววตาเจ้าเล่ห์ที่หว่านล้อมซูซี่ได้สำเร็จ
ooooooo
ด้วยความรักความคิดถึงที่มีต่อเอื้อ อุ่นใจ โอ๋ และดอกจันช่วยกันเอาโกศเอื้อมาวางที่โต๊ะ ซึ่งจัดไว้อย่างสวยงาม โอ๋บอกให้พ่อชมทะเลสุดลูกหูลูกตาที่สวยงาม อุ่นใจบอกว่าต่อไปเอื้อจะได้นอนฟังเสียงคลื่นทุกวันอย่างที่เคยฝัน โอ๋บ่นเสียดายที่ย่าไม่ได้มาอยู่ที่นี่
"ย่านวลหายเมื่อไหร่ ฉันจะรับมาอยู่กับโอ๋ทันที" เสียงนักรบดังขึ้น เขาเดินเข้ามาพร้อมทองทิวบอกว่า "ฉันสัญญาว่าครอบครัวโอ๋จะได้อยู่กันพร้อมหน้าแน่นอน"
โอ๋ถอนใจหน้าเศร้า จนดอกจันถามว่าเป็นอะไร โอ๋บอกว่าคิดถึงปู่ คิดถึงบรรยากาศสนุกๆที่บ้านเรา
"คิดถึงบ้าน ก็ทำบรรยากาศให้เหมือนบ้านสิครับ" นักรบบอก ทุกคนมองอย่างสงสัยว่าจะทำอย่างไร
ปรากฏว่า วันต่อมา ทองใบก็นั่งรถทัวร์มากับชาวบ้านในชุมชนคนใจดี ร้องรำทำเพลงกันมาลั่นรถตามแบบฉบับของ ฉิ่งฉับทัวร์ โดยมีทองใบกับดอกจันเป็นคนไปรับมา
อุ่นใจ โอ๋ และนักรบรออยู่ที่คอนโดฯ อุ่นใจถามว่าให้ดอกจันไปกับทองทิวจะได้เรื่องหรือ
"ถ้าไม่ให้ดอกจันไปด้วย คิดเหรอว่าลุงทองใบจะยอมมากับทองทิว" นักรบย้อนถาม
ทันใดนั้นเสียงคณะฉิ่งฉับทัวร์ก็แว่วเข้ามา ทุกคนดีใจที่พวกนั้นมาถึงกันแล้ว พอรถจอดปุ๊บทองใบลงมาจากรถก็วิ่ง เข้าหาโอ๋ ปู่หลานกอดกันอย่างดีใจราวกับพลัดพรากมาเป็นสิบปี
จนอุ่นใจสงสัยว่าคู่นี้สนิทกันตั้งแต่เมื่อไร ทองทิวเองก็ดูอย่างหมั่นไส้ สงสัยเหมือนกัน นักรบจัดแจงเชิญชวนทุกคนเข้าไปในคอนโดฯเดี๋ยวจะได้สนุกสนานกันเต็มที่
และแล้ว บริเวณสระน้ำในคอนโดฯ ก็ถูกแปรสภาพเป็นครัวบ้านทุ่งราวกับมีงานบุญ วงปิ้งเนื้อ จี่ข้าว ตำส้ม ต้มแซบ เรียงรายไปรอบสระ ควันจากการต้มปิ้งย่างลอยโขมงราวกับหมอกลง
"หมดกัน...คอนโดฯหรูริมทะเลกลายเป็นตลาดนัดไปแล้ว" ทองทิวบ่น นักรบถามว่าแล้วไม่ดียังไง ทองทิวอ้างว่า ผิดกฎของคอนโดฯที่ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามทำอาหารหรือติดไฟทำกับข้าว ต้องสวมชุดว่ายน้ำลงสระ...
ทองทิวจัดแจงจะจาระไนอีกมากมาย ถูกนักรบสั่งให้หยุดถามว่าคอนโดฯนี้เป็นของใคร ทองทิวตอบเสียงอ่อยว่า "ของคุณนักรบครับ"
"แล้วฉันจะให้ใครทำอะไรบนคอนโดฯไม่ได้เหรอ" นักรบถามหน้านิ่ง ทองทิวเสียงแผ่วว่าได้ครับ แล้วก้มหน้านิ่ง เหลือบมองรอบๆสระ แถมในสระยังมีพวกแม่บ้านพ่อบ้านนุ่งกระโจมอก นุ่งผ้าขาวม้ากระโดดลงน้ำกันสนุกสนาน
วันนี้เอง ที่นักรบเพิ่งรู้จักและได้กินข้าวจี่ที่อุ่นใจเป็นคนจี่ให้ชาวบ้านกิน เขาชอบมาก อุ่นใจบอกว่าถ้าชอบตนจะทำให้ทานบ่อยๆ เขารีบย้ำ "คุณสัญญาแล้วนะ"
"แน่นอนค่ะ ฉันสัญญาว่าจะทำให้คุณทานบ่อยๆแน่นอน สำคัญแต่ว่าคุณอย่าเบื่อไปเสียก่อนก็แล้วกัน"
"ถ้าเป็นฝีมืออุ่นใจผมทานได้ไม่มีวันเบื่อ" พูดแล้วทำมองกรุ้มกริ่ม โดยไม่รู้ว่าดอกจันแอบดูอยู่
ooooooo
ดารารายยังเจ้าคิดเจ้าแค้น วันนี้นั่งนึกถึงที่ถูกนายิกาตบหน้าและด่าแล้วก็แค้นใจคิดหาทางเอาคืน เธอโทรศัพท์นัดจอมทัพมาพบบอกว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วย
จอมทัพไปสั่งจัดโต๊ะเตรียมแชมเปญในห้องพักโรงแรมหรู ขณะเขาตรวจความพร้อมอยู่นั้น ดารารายก็มาถึง เขาทักว่าเธอมาก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง
"ฉันมาก่อนเวลาเพราะอยากรู้ว่าคุณให้ความสำคัญกับฉันแค่ไหน"
จอมทัพบอกให้เธอพูดธุระได้เลย ดารารายลีลามากให้เขาเดาเอง แล้วเธอก็เข้าเล้าโลมเขาอย่างยั่วยวนจนจอมทัพทำหน้าเหมือนเคลิ้ม
ที่หน้าห้อง ซูซี่เฝ้าอยู่ เธอมองเข้าไปในห้องอย่างหมั่นไส้ ดูถูกดารารายว่าที่แท้ก็อีหรอบเดียวกัน แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นนายิกา นิมมาน และนักคิดโผล่มา ซูซี่ออกไปดักห้ามใครเข้าห้อง แต่ถูกทั้งสามพร้อมใจกันกระชากพ้นทางแล้วเปิดประตูเข้าไป
เจอดารารายกำลังเล้าโลมจอมทัพอยู่ ดารารายตกใจถามว่ามาได้ยังไง ที่แท้จอมทัพเป็นคนนัดพวกเขามา เขาบอกดารารายอย่างชิงชังว่า
"ทุกคนมีด้านมืดที่รอวันเผยตัวออกมา ครอบครัวพยัคฆ์ราชาควรรู้จักตัวตนที่แท้จริงของดาราราย"
เมื่อเห็นกับตาเช่นนี้ ธาตุแท้ของแต่ละฝ่ายก็เผยออกมา นิมมานกับดารารายด่าทอตบตีกัน ซูซี่เข้าไปห้ามดาราราย นักคิดทำทีเข้าไปห้ามแม่ตัวเอง ทั้งสี่ทึ้งกันไปเหวี่ยงกันมาจนกระเด็นไปคนละทาง
จอมทัพยืนมองอย่างสมเพช พอต่างกระเด็นไปแล้ว เขาบอกว่า
"ทุกคนเห็นธาตุแท้กันแล้ว เชิญกลับให้หมด"
ดารารายไม่ยอมกลับ นายิกาสั่งให้กลับเพราะถ้านักข่าวมาถึงที่นี่พวกเราทุกคนมีแต่เสีย ตนจะไม่ยอมให้ชื่อเสียงของไทเกอร์คิงต้องย่อยยับเพียงเพราะเรื่องไร้สาระแบบ นี้
"อัจฉริยะอย่างนักรบ มีแม่ที่รอบคอบแบบนี้นี่เอง" จอมทัพเยาะหยัน "ฝากคุณป้าพาสะใภ้เบอร์หนึ่งของไทเกอร์คิงกลับไปด้วยนะครับ ผมไม่อยากเป็นเครื่องมือหรือเป็นบันไดให้ใครก้าวข้าม" จอมทัพบอกทุกคน
"คุณกล้าไล่ฉัน?! สักวัน ฉันจะเหยียบย่ำคุณให้เจ็บยิ่งกว่าฉันหลายร้อยเท่า จำไว้!!"
ดารารายตะคอกใส่หน้าจอมทัพอย่างอาฆาตแค้น
ooooooo
ที่คอนโดฯหรูริมทะเล ยังสนุกสนานกันเต็มที่โดยไร้แอลกอฮอล์แต่ดื่มนมแทน นักรบบอกอุ่นใจว่าเขารู้สึกอบอุ่น คนในชุมชนคนใจดีน่ารักทุกคน เสียงเพลง เสียงหัวเราะ เป็นบรรยากาศที่ทำให้ทุกคนมีความสุขมาก เว้นแต่ทองทิวที่นั่งทำหน้าเซ็งอยู่คนเดียว
นักรบเลี่ยงไปรับลมที่ระเบียงคอนโดฯ มองโกศเอื้อที่วางอยู่บนโต๊ะ พลันภาพเหตุการณ์ในอดีตก็สับสนขึ้นในความคิด จนมองเห็นเอื้อมาอยู่แทนที่โกศ นักรบปวดหัววาบขึ้นทันที
นักรบกุมหัวอย่างทรมาน ได้ยินเสียงเอื้อก้องอยู่ตรงหน้าว่า
"วันนี้มีความสุขให้พอ เพราะฝันร้ายยังคงอยู่ ไม่มีวันชดเชยได้"
ภาพวันที่เขาไล่เอื้อออกจากงานกระแทกเข้ามาในความนึกคิด เสียงเอื้อกึกก้องขึ้นอีกว่า
"ชีวิตต้องชดใช้ เงาร้ายในใจจะติดตามคุณตลอดไป"
"อ๊ากกกกก!!" นักรบร้องลั่น เขาปวดหัวรุนแรงจนทรุดลง อุ่นใจมาเจอปรี่เข้าประคองเขาที่เอาแต่กุมขมับดิ้นรนไปมา เธอพยายามมองหาคนช่วย แต่แถวนั้นไม่มีใครเลย...
ในที่สุด อุ่นใจประคองเขาไปที่ลิฟต์เพื่อพาไปพักที่ห้อง ระหว่างนั้น นักรบยังพึมพำเหมือนเพ้อ "พอเถอะ...ผมรู้สึกผิดแล้ว...ผมทำดีที่สุดแล้วจริงๆ...ผมรู้สึกผิดแล้วจริงๆ"
ทันใดนั้นไฟดับพึ่บ อุ่นใจตกใจมาก ลิฟต์กระตุกแล้วหยุด ไฟดับมืดสนิท
ทองทิวกับดอกจันช่วยกันแก้ไข ทองใบคอยตามช่วยลุ้น ในที่สุดดอกจันก็ซ่อมได้ พอไฟติดทองใบชมดอกจันว่าเก่งจริงๆทองทิวเบ้ปากบอกว่าแค่ฟลุก
ขณะนั้นเอง รปภ.หน้าตื่นมารายงานว่า "ผมเห็นจากกล้องวงจรปิดว่าคุณนักรบกับคุณอุ่นใจติดอยู่ในลิฟต์"
ปรากฏว่าทั้งสองติดอยู่ในลิฟต์พร้อมกันจนเหงื่อชุ่มนักรบบอกว่าเขาหายใจไม่ออก บอกว่าเขาเห็นเอื้อ พร่ำพูดว่า "ให้โอกาสผมแก้ตัวเถอะคุณเอื้อ ได้โปรด..."
"คุณสัญญาจะดูแลฉันกับโอ๋ พี่เอื้อไม่มีวันทำร้ายคุณหรอกค่ะ" อุ่นใจปลอบ
พอดีไฟมา อุ่นใจถามว่าหายปวดหัวหรือยัง นักรบถามอ้อนว่าถ้าไม่หายเธอจะดูแลตนไหม พูดแล้วขโมยหอมแก้มเธอเอาดื้อๆ เห็นเธอตกใจ นักรบขอคำตอบว่าจะดูแลตนไหม
ขณะอุ่นใจอึกอักเขินไปมาอยู่นั่นเอง นักรบหอมเธออีกครั้งอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในภวังค์ พริบตานั้นประตูลิฟต์เปิดออก ทองทิว ดอกจัน ทองใบ และโอ๋มองในลิฟต์ อ้าปากค้างทุกคน
อึดใจเดียวทองใบเสนอว่าปิดประตูไว้ก่อนดีไหมแล้วหัวเราะหึๆ อุ่นใจกับนักรบตกใจผละจากกัน ทองทิวพึมพำว่า "ไวอย่างกับปรอท" เลยถูกทองใบเย้ยว่า "ใครจะทึ่มเหมือนแก!"
ooooooo
เมื่อกลับมาที่บริเวณสระว่ายน้ำ ดอกจันถามอุ่นใจตรงๆว่าเธอกับนักรบเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่ อุ่นใจตอบอ้อมแอ้มว่ายังไม่ได้เป็น
"แล้วที่จูบเมื่อกี้ล่ะ" ดอกจันถาม ถูกอุ่นใจเอามือปิดปากทันทีบอกว่าพอเถอะเรื่องมันผ่านไปแล้ว แต่ดอกจันไม่ยอมพอ ยืนยันว่า "จนกว่าแกจะตอบคำถามฉันว่าแกรักคุณนักรบใช่ไหม"
อุ่นใจอ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร แต่นักรบที่ถูกทองใบกับโอ๋ซักไซ้ เขาตอบอย่างฉะฉานผ่าเผยกล้าหาญว่า "รักครับ ผมรักอุ่นใจ"
โอ๋ยืดอกเก๊กข่มนักรบทันทีว่าใครสมัครเป็นเขยต้องยอมรับหัวหน้าครอบครัวอย่างโอ๋ก่อน ทุกเรื่องในครอบครัวต้องผ่านโอ๋ ไม่มีสิทธิ์สั่งหรือขึ้นเสียงกับโอ๋เด็ดขาด
"ครับ...ได้ครับ..." นักรบรับคำอย่างนอบน้อมยอมหมอบราบคาบแก้ว แล้วนักรบก็ยกมือขออนุญาต พลางเอากล่องของขวัญส่งให้โอ๋บอกว่า
"ของขวัญจากสมาชิกใหม่ของครอบครัวโอ๋ครับ"
โอ๋วางท่ารับกล่องไปแกะดู ภายในเป็นวิทยุที่เอื้อซ่อมให้โอ๋แต่ยังไม่เสร็จ นักรบเอาไปให้ช่างซ่อมต่อจนเสร็จแล้วเอามาให้โอ๋ บอกว่าวิทยุนี้จะเป็นตัวแทนพ่อเอื้ออยู่ใกล้ตัวโอ๋ ตลอดไป
"ขอบคุณนะครับ คุณนักรบเหมือนพ่อคนที่สองของโอ๋จริงๆ"
ทั้งสองกอดกันอย่างอบอุ่น อุ่นใจกับดอกจันมองแล้วซาบซึ้งตื้นตันใจจนน้ำตาคลอ
ooooooo
สายมากแล้วแต่ดารารายยังอยู่ในห้องนอน ซูซี่ เดินมามองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง ดูขวดสีชาในมือแล้วก็นึกถึงคำพูดของนักคิดเมื่อครั้งที่ส่งยาให้ว่า
"เราต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับดาราราย" เมื่อซูซี่บอกว่าดารารายกำลังระแวงตนอยู่ นักคิดยุว่า "แค่ระแวง แต่ก็ยังจับไม่ได้ นี่...ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น จิบนิดเดียวก็สลบไม่รู้เรื่อง หลังจากนั้นดารารายจะตกอยู่ใต้เงื้อมมือเราตลอดไป"
ซูซี่เข้าไปในห้องดารารายตัดสินใจเทของในขวดสีชาใส่น้ำส้มจนหมด โดยไม่รู้ว่าดารารายยืนดูอยู่อีกมุมหนึ่ง พอเห็นเช่นนั้น ดารารายจับได้ว่าซูซี่เป็นคนวางยาตนคราวก่อน ซูซี่ ตกใจมาก
"แกร่วมมือกับนักคิดทำลายฉัน" ดารารายตบหน้าซูซี่ ฉาดใหญ่ "ฉันจะทำให้แกรู้ว่าคนทรยศกับดารารายต้องเจอยังไง"
ซูซี่พยายามร้องบอกว่าตนไม่ได้ทำ ชูให้ดูว่านี่เป็นขวดน้ำผึ้ง ตนเห็นเธอนอนไม่หลับเลยเอาน้ำผึ้งผสมน้ำส้มให้ดื่มเผื่อจะหลับสบายขึ้น ว่าแล้วเอาขวดให้ดม ดารารายชะงักเพราะเป็นกลิ่นน้ำผึ้งจริงๆ
แต่เพียงอึดใจเดียวดารารายก็หน้ามืด สุดท้ายก็วูบลงกับพื้นสลบไปดื้อๆ ซูซี่ใช้เท้าเขี่ยยิ้มหยันปาดเลือดที่ซึมจากมุมปาก นักคิดปรากฏตัวขึ้นบอกเธอว่าเสี่ยงมากที่กล้าให้ดารารายดมยาสลบจากขวด
"ข้อดีของการอยู่กับคนร้ายกาจอย่างดารารายคือมันสอนให้เราร้ายมากกว่า" ซูซี่ยิ้มเหี้ยมแล้วนึกได้บอกนักคิด "รีบจัดการก่อนที่ใครจะมาเห็นเถอะ"
ดังนั้น เมื่อดารารายรู้สึกตัวขึ้นมองไปรอบๆเห็นกล้องวางอยู่รอบตัวและนักคิดนอนกอดตนอยู่ เธอผวาเฮือกถามว่าทำอะไรตน
"ต่อให้เก่งแค่ไหน สุดท้ายนางพญาหงส์ก็ต้องพลาดท่าให้กับคนที่อยู่นอกสายตาอย่างฉัน" นักคิดยิ้มเยาะแล้วเปลี่ยนเป็นสั่งเหี้ยม "ต่อไปนี้ เธอจะต้องเชื่อฟังฉัน ไม่งั้นเทปลับที่เราสองคนมีความสุขร่วมกันจะถูกเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตทันที"
"แก...แกแบล็กเมล์ฉันเหรอ"
"เป็นวิธีเดียวที่เอาคนหยิ่งผยองอย่างดารารายได้ อยู่หมัด ถ้าคุณพูดไม่รู้เรื่องเมื่อไหร่คุณจะกลายเป็นดาวค้างฟ้า ในโลกไซเบอร์ทันที" นักคิดหัวเราะสะใจ ลุกเดินออกไป
ดารารายด่านักคิดแล้วขว้างปาข้าวของอย่างเจ็บใจราวกับคนเสียสติ ที่ประตูห้องซูซี่แอบดูอยู่แสยะยิ้มร้ายอย่างสะใจจริงๆ!
ooooooo
เมื่อบรรดาคณะทัวร์ขึ้นรถเตรียมกลับ โอ๋หน้าเศร้าบ่นว่าตนอยู่กับอาอุ่นคงเหงาแย่ นักรบปลอบใจว่าแล้วจะให้ทองทิวไปรับทุกคนมาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ ทองทิวทำหน้าเซ็งที่อะไรๆก็ไอ้ทองคนเดียว เร่งให้ทุกคนขึ้นรถ อุ่นใจบอกทองทิวว่าดอกจันจะอยู่เป็นเพื่อนตนที่นี่
"จะปรึกษากันสักคำก็ดีนะครับคุณนักรบ" ทองทิวต่อว่ากลายๆ
นักรบบอกว่าให้ดอกจันอยู่คอยดูแลอุ่นใจเวลาที่อ่านหนังสือเตรียมสอบและจะย้ายโอ๋มาเรียนแถวนี้ด้วย สั่งทองทิว "นายจัดการเรื่องโรงเรียนให้เรียบร้อยด้วย" ทำเอาทองทิวยิ่งเซ็ง
บรรดาชุมชนคนใจดีกลับไปถึงบ้านแล้วต่างชมว่า อุ่นใจโชคดีมีวาสนาที่ได้นักรบอุปการะทั้งครอบครัว ทองใบเสริมว่า "คนคิดดีทำดีก็มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองแบบนี้แหละ"
เปลวแสงที่ติดตามการเคลื่อนไหวอยู่แอบฟังได้ยินทั้งหมด ทำให้เธอคิดถึงเรื่องในอดีตของตัวเอง คิดถึงพ่อของตัวเองที่ต้องตายไปอย่างน่าสมเพช
อุ่นใจตอบคำถามเหล่านั้นอย่างตรงตามความจริง แต่ สุดท้ายเรื่องที่นักรบขับรถชนเอื้อตายนั้น เธอตอบอย่างไม่มีข้อสงสัยว่า "มันเป็นอุบัติเหตุ"
"แต่ก็ยังเป็นการฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาอยู่ดี" เปลวแสงจะเอาผิดนักรบให้ได้
"พี่ชายฉัน...ฆ่าตัวตาย" อุ่นใจย้ำชัด จนเปลวแสงชะงักหน้าเสีย ทุกคนในห้องอัดเทปพากันส่งเสียงฮือฮาขึ้น อุ่นใจย้ำอีกว่า "ฉันขอยืนยัน...พี่ชายฉันฆ่าตัวตาย"
แต่เมื่อเปลวแสงยังพยายามจะโยงกลับมาว่านักรบเป็นฆาตกร อุ่นใจยืนยันคำเดิมว่าการตายของเอื้อเป็นการตัดสินใจของเขาเอง ชี้แจงเพิ่มเติมว่า
"ฉันรู้ว่าคุณนักรบเคยเป็นนักธุรกิจที่โหดร้าย เลือดเย็น ไร้น้ำใจ แต่เขาไม่ใช่ฆาตกร แล้วครอบครัวของฉันก็ไม่ใช่เหยื่อ"
เปลวแสงลุกพรวดขึ้นอย่างโกรธจัดที่เสียแผนและเสียหน้า อุ่นใจไม่สะทกสะท้านสบตาอย่างท้าทายสมเพช ในขณะที่ทองทิวกับดอกจันตกใจ อุ่นใจยังคงพูดต่อไปอย่างหนักแน่นว่า
"เพราะเหยื่อคือคนที่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความทุกข์ จมอยู่กับสถานภาพของผู้ถูกกระทำ แต่ฉันและครอบครัวให้อภัยเขาแล้ว ฉันหลุดพ้นจากความทุกข์ของพวกนั้นมาแล้ว และฉันก็จะไม่ยอมเป็นเครื่องมือของคุณอีกต่อไป!" พูดจบอุ่นใจลุกเดินออกจากเวทีไปท่ามกลางความตกใจของทุกคน
ooooooo
เปลวแสงเดินตามมาหลังเวทีต่อว่าอุ่นใจอย่างรุนแรงว่าทำแบบนี้ได้ยังไง ฉีกหน้าตนชัดๆ
"ในที่สุดก็ยอมรับแล้วใช่ไหมว่า สื่ออย่างคุณไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อตัวเอง! คุณอาจจะคิดว่าเรื่องนี้คือเกมที่ต้องมีการแพ้ชนะ มีศักดิ์ศรีของคนจนคนรวยเป็นเดิมพัน แต่สำหรับฉันมันเป็นแค่บททดสอบในชีวิตเท่านั้น ฉันผ่านมันมาได้แล้ว ฉันเอาชนะมันแล้วโดยที่ไม่จำเป็นต้องแข่งกับใครเลย"
อุ่นใจเดินเชิดผ่านเปลวแสงที่ยังยืนอึ้งอยู่ ไปเจอดอกจัน กับทองทิวรออยู่ ดอกจันมองเพื่อนทึ่งแล้วจึงยิ้มออกมาพูดเหมือนเจอเรื่องเหลือเชื่อว่า
"แกทำสิ่งที่ถูกต้องจริงๆด้วยอุ่นใจ"
อุ่นใจยิ้มกับเพื่อนแล้วมองเลยไปทางทองทิวที่ยืนยิ้มเก้อๆเหมือนทำหน้าไม่ถูก
เมื่อกลับมาถึงคอนโดฯแล้ว อุ่นใจส่งข้อความถึงนักรบว่า ต่อไปนี้จะไม่มีใครว่าอะไรเขาได้อีกแล้ว ขอให้เขาทำงานอย่างสบายใจต่อไป
เป็นเวลาที่นักรบยังหลับอยู่บนเตียง เขาสะดุ้งตื่นเพราะมีเสียงสัญญาณโทรศัพท์เรียก เขาลืมตาโพลงทันที รวดเร็ว แข็งกร้าว และดุร้าย!
ทองทิวกำลังอยู่กับดอกจันที่ร้านอาหารหรูบรรยากาศโรแมนติก พอได้รับโทรศัพท์แจ้งว่านักรบฟื้นแล้วเท่านั้น เขาลุกพรวดเอาเงินวางบอกดอกจันว่าตามสบายนะ แล้วรีบออก ไปเลย
"บ้าเอ๊ย...แล้วบอกจะพามาโรแมนติกไงเล่า" ดอกจันกระฟัดกระเฟียดอย่างเสียอารมณ์
ooooooo
นักรบฟื้นขึ้นมาในสภาพนักรบคนเดิม เป็นคนดุร้าย เกรี้ยวกราด เจ้าอารมณ์ นายิกาดีใจมากที่ได้ ลูกคนเดิมคืนมา เมื่อนักรบถามถึงเรื่องที่เกิดกับเอื้อ นายิกาบอกว่า
"นั่นมันเรื่องเมื่อหลายเดือนก่อนนะนักรบ รื้อฟื้นขึ้นมาทำไมอีก"
"นี่ผมหลับไปหลายเดือนเลยเหรอ" นักรบถามงงๆ แล้วรีบลุกบอกว่าจะกลับบ้าน เพราะทิ้งงานมานานแล้ว ถามว่าไทเกอร์คิงเป็นอย่างไรบ้าง ทำเอาทองทิวปรับความคิดรับมือไม่ทัน
กลับมาอย่างนักรบคนเดิม เขาเห็นพวกคนใช้ในบ้านมาต้อนรับก็ตวาดว่าไม่มีงานทำหรือถึงได้มายืนเกะกะกัน แถวนี้ พอได้รับโทรศัพท์จากโอ๋ที่ต่อสายให้อุ่นใจคุยด้วย เขาก็ตวาดถามงงๆว่าอุ่นใจเป็นใคร แล้วกดเบอร์ทิ้งเลย
ตื่นเช้าไปเจอต้นราตรียังอยู่ก็สั่งนายสมบูรณ์ให้ตัดทิ้งถ้าไม่ตัดตนจะตัด เงินเดือน ไปเจอปูแม่บ้านทำน้ำหกรดรองเท้าก็สั่งไล่ออก ไปที่ห้องอาหารไม่เห็นป้าอิ่มมาคอยรับใช้ พอรู้ว่าแกพาหลานไปมอบตัวที่โรงเรียนก็สั่งไล่ออก บอกว่า "ไปเลี้ยงหลานให้พอใจ" แล้วสั่งทองทิวให้หาแม่ครัวใหม่ให้ด้วย
เมื่อทองทิวไปเล่าให้นายิกาฟัง นายิกาพอใจมากบอกว่าถ้าใครทนไม่ได้ก็ให้ลาออกไป หรือว่าตัวเขาเองจะออกไปด้วยก็ได้ ย้ำอย่างพอใจมากว่า
"ยังไงลูกชายของฉันก็ต้องเป็นแบบนี้ต่อไป เขาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระมามากแล้ว"
ooooooo










