สมาชิก

วายุภัคมนตรา

ตอนที่ 4

เมื่อเสกกลับมาเล่าให้บรรดาเพื่อนคนงานฟังเรื่องที่วายุภัคโดนคุณไสย มีทั้งตะปู ฟัน และเส้นผมอยู่ ในท้อง ทุกคนตกใจและพากันหวาดกลัวผีผู้หญิงที่พวกนากรีเคยเห็นเกาะหลังวายุภัค กลัวว่าวันหนึ่งวันใดมันอาจจะมาเกาะพวกเราเข้าก็ได้ ดังนั้นจันทูจึงเสนอให้ไปเช่าพระดังๆมาห้อยคอกันเอาไว้ก่อน แต่นากรีบอกว่าเอาว่านตะบะของคุณกะทิดีกว่า ตนเห็นมากับตา ผีกลัว อย่างแน่นอน

แต่ไม่ทันที่ทุกคนจะออกไปหาว่านตะบะ ศักดิ์ในชุดขาวคล้องลูกประคำก็ก้าวเข้ามายืนตรงหน้า บอกทุกคนว่าไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น เพราะพี่ศักดิ์คนนี้จะช่วยไล่ผีให้เอง และแล้วพิธีปราบผีของศักดิ์ก็เริ่มขึ้นในคืนนี้ทันทีเลย โดยศักดิ์ล้อมสายสิญจน์แล้วให้ทุกคนเข้ามานั่ง ตนจะเรียกผีมาลงหม้อให้ได้ รักยมและเจ้าที่ปรากฏตัวโดยไม่มีใครเห็น ยืนมองการกระทำของศักดิ์อย่างระอา มั่นใจว่างานนี้ศักดิ์ทำเพื่ออวดสาว รักยมเลยจัดให้หนำใจ แกล้งหลอกผีทุกคนจนกระเจิดกระเจิง แม้แต่ศักดิ์ที่อวดตัวว่าเก่งกาจก็วิ่งไม่คิดชีวิต หนีลงตุ่มลงโอ่งกันอลหม่านไปหมด

เช้าวันรุ่งขึ้น สุพรรษากับมนตรีได้ทำบุญเลี้ยงพระและตั้งศาลพระภูมิที่ไร่องุ่นสายลม โดยมีคนในครอบครัวและคนงานร่วมพิธี รวมทั้งทิชากร หญิงสาวที่สุพรรษาหมายมั่นปั้นมืออยากได้เป็นสะใภ้คนเล็ก

เสร็จพิธีแล้ว ทิชากรได้คุยกับวายุภัคโดยปราศจากบุคคลในครอบครัวของเขา แต่มีพี่รักพี่ยมของเธอยืนกอดอกท่าทางจริงจังขนาบข้างซ้ายขวา

"ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะแนะนำให้คุณรู้จักกับองครักษ์ซึ่งจะคอยคุ้มครองคุณ"

"องครักษ์อะไรเหรอกะทิ ทำอย่างกับผมเป็นเจ้านายผู้สูงศักดิ์ ต้องมีองครักษ์คอยปกป้อง ผมมีแค่คุณเป็นเจ้าหญิงพิทักษ์ผมคนเดียวก็พอแล้ว"

"ไม่ต้องทำเจ้าชู้ใส่ฉันเลย...เข้าเรื่องของเรากันต่อเลยดีกว่า ต่อจากนี้ไปคุณจะอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว ไม่มีใครรู้ว่าหมอไสยดำจะกลับมาทำร้ายคุณเมื่อไหร่ ดังนั้นคุณควรต้องมีคนคอยคุ้มครอง ฉันจะให้พี่รักพี่ยมคอยดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง"

"พี่รัก...พี่ยม?"

"ค่ะ พี่รักพี่ยมคือกุมารผมจุก พวกเขาจะคอยปกป้องคุณ...ใช่ไหมจ๊ะพี่รักพี่ยม"

ทิชากรเหลียวหน้าซ้ายขวาสื่อสารกับพี่รักพี่ยมที่พยักหน้าหงึกหงัก วายุภัคกวาดสายตาไปรอบๆก่อนถามว่า พี่รักพี่ยมของคุณมีจริงหรือ?

"จริงสิคะ คุณอยากพิสูจน์ไหมล่ะ" ว่าแล้วเธอหันไปขยิบตาให้สองกุมาร ชั่วพริบตาหมอนที่อยู่ตรงหน้าวายุภัคก็ลอยขึ้นมาโดยไม่มีใครจับ วายุภัคถึงกับอ้าปากค้างมองหมอนที่ลอยไปลอยมาคล้ายมีคนกำลังโยนเล่น ทิชากรหัวเราะเบาๆ บอกพี่รักพี่ยมพอได้แล้ว เดี๋ยวคุณลมหัวใจวายตายกันพอดี

สองกุมารผมจุกเลยต้องหยุดเล่นอย่างเสียดาย แต่วายุภัคยังเหวออ้าปากหวอ

"ทีนี้คุณเชื่อหรือยังคะว่าพี่รักพี่ยมมีจริง"

"เชื่อแล้วครับ"

"ดีค่ะ แล้วทำตัวให้ชินไว้นะคะ เพราะพี่รักพี่ยมของฉันขี้เล่นมาก"

วายุภัคเหวอไปอีก กลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดๆ

ooooooo

ในห้องรับแขกบ้านอดิศวร สุพรรษาท่าทางกระดี๊กระด๊า คุยฟุ้งภูมิใจในตัวทิชากรมากๆ อัจจิมาเองก็เห็นด้วย เพราะถ้าไม่ได้เธอไม่รู้ว่าป่านนี้วายุภัคจะเป็นยังไงบ้าง

"จะเป็นยังไงล่ะคุณ ก็ซี้แหงแก๋ไปแล้วน่ะสิ" อัคนีสวนทันควัน

"นั่นสิ แล้วไอ้เรื่องคุณไสยมนตร์ดำอะไรนี่ ถ้าไม่เห็นกับตา พ่อจะไม่เชื่อเลยนะว่าเรื่องอย่างนี้มันมีอยู่จริง"

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ทันใดเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น สุพรรษาเดินไปรับและกรอกเสียงอย่างเริงร่าเมื่อบุคคลที่โทร.มาคือทิพย์ธารานั่นเอง

ขณะเดียวกันนั้น วายุภัคยังอยู่กับทิชากรที่ไร่องุ่น ซึ่งทิชากรกำลังจะแจกแจงกฎข้อบังคับต่างๆที่ยาวเป็นหางว่าวเพื่อให้เขาปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตลอดช่วงที่ทำพิธีถอนคุณไสย

"ทำไมมันยาวจัง" วายุภัคติงเบาๆ ขณะมองกระดาษในมือเธอ

"ใครว่ายาว ฉันอุตส่าห์ละข้อที่พอหยวนๆได้ออกให้แล้วนะ"

"ละอีกสักนิดไม่ได้เหรอครับ"

"ไม่ได้ ถ้าคุณอยากหายขาดก็ห้ามบ่น"

"แล้วผมต้องทำอะไรบ้างครับ" วายุภัคเสียงอ่อยอย่างจำใจ ทิชากรยิ้มพอใจที่เขาเชื่อฟัง แล้วก็เริ่มจาระไนเป็นข้อๆ

"ข้อที่หนึ่ง...คุณต้องตื่นเช้ามาทำบุญตักบาตรทุกวัน ข้อที่สอง...คุณต้องถือศีลห้าอย่างเคร่งครัด ข้อที่สาม...คุณต้องสวดมนต์เป็นประจำ เพื่อให้บารมีของคุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองคุณ ข้อที่สี่...คุณต้องนำกระทงอาหารคาวหวานไปเซ่นไหว้ผีสางตรงทางสามแพร่ง เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผีตายโหงที่คอยเฝ้าติดตามคุณอยู่"

เพียงวันต่อมา วายุภัคก็ทำทุกข้อครบถ้วน ส่งผลให้หมอไสยดำโมโหโกรธาและยิ่งอาฆาตแค้น แล้วก็เกรี้ยวกราดทุบตีนางโหงพรายที่ทำงานไม่เคยสำเร็จสักครั้งเดียว

ooooooo

เช้าอีกวัน คนในครอบครัววายุภัครวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากนทีไปหาข้อมูลและนำป้ายชาร์ตตารางความสัมพันธ์ของวายุภัคกับสาวๆ โดยมีรูปวายุภัค อยู่เหนือสุดและรูปสาวๆโยงไปมาเต็มไปหมด

"นี่คือผู้หญิงในคอลเลกชั่นของคุณลมตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาครับ กรอบสีแดงคือคนที่ถูกคุณลมหักอก ส่วนกรอบสีน้ำเงินคือคนที่จากกันด้วยดีซึ่งมีอยู่น้อยมาก  ซึ่งเมื่อหนึ่งปีที่แล้วคุณแนนซี่ดาราสาวถูกคุณลมหักอกก็เลยมีเรื่องทะเลาะตบตีกับคุณมะนาวกิ๊กคนใหม่ของคุณลมที่ลานจอดรถ แต่คุณแนนซี่รู้ความจริงว่าคุณมะนาวไม่ใช่มือที่สามระหว่างเธอกับคุณลม แต่เป็นคุณโอเล่ คุณมะนาวกับคุณแนนซี่เลยพากันไปรุมคุณโอเล่ที่คอนโดฯ แต่พอไปรุม..."

"โว้ย! เอาแบบสรุปๆได้ไหมวะ ว่าตกลงคนไหนที่มีเปอร์เซ็นต์จะทำของใส่ไอ้ลมบ้าง" อัคนีขัดขึ้นจนนทีสะดุ้งหน้าจ๋อย พูดเสียงอ่อยว่า

"ไม่มีครับ เพราะทุกคนในรูปนี้ต่างมีคนรักใหม่แล้ว และบางคนก็แต่งงานมีลูกไปแล้วด้วย"

"แล้วเมื่อไหร่จะรู้สักทีวะว่าใครทำไอ้ลม คันมืออยากจะชกมันเต็มทนแล้ว"

"ถ้าคันมากฉันช่วยเกาให้เอาไหม โวยวายไปแล้วช่วยอะไรขึ้นมาไหมคุณ ใจเย็นๆสิ"

ถูกอัจจิมาดุและทำตาเขียวใส่ อัคนีเลยเงียบหงอไปตามระเบียบ ปฐพีนิ่วหน้าแล้วบอกว่า ถ้าไม่ใช่เรื่องรัก มันก็ต้องเป็นเรื่องอื่น...แต่พอปฐพีกับอัคนีพากันไปคาดคั้น  วายุภัค ก็ปฏิเสธลั่น

"ฉันจะไปรู้เหรอวะว่าเรื่องอะไร ฉันนั่งคิดนอนคิดอยู่หลายวันแล้วว่าฉันไปทำอะไรใครไว้ แต่ก็นึกไม่ออกสักที"

เสกที่เกาะติดสองหนุ่มมาด้วยนิ่วหน้าครุ่นคิดก่อนจะขอแสดงความเห็นบ้าง

"เป็นไปได้ไหมครับว่าอาจจะไม่ใช่ศัตรูเก่า แต่เป็นศัตรูใหม่พวกคนที่กำลังจะมาสร้างไร่องุ่นแถวนี้ เขาก็เลยหาทางเล่นงานคุณลมจะได้ตัดคู่แข่ง"

"เออ...ตั้งแต่รู้จักกันมาเพิ่งเห็นความฉลาดของแกก็วันนี้ล่ะว่ะไอ้เสก"

เสกยิ้มภูมิใจ แต่แล้วชะงักไปนิดเพราะอัคนีชมเสร็จก็สั่งงานต่อทันที อัคนีให้เสกรับหน้าที่ไปสืบว่ามีใครกำลังจะทำไร่องุ่นในละแวกนี้บ้าง...ไม่ทันทุกคนจะแยกย้าย ทิชากร ก็เข้ามาเตือนวายุภัคว่าถึงเวลาสวดมนต์แล้ว วายุภัครีบเดินตามทิชากรไปอย่างว่าง่าย จนอัคนีกระซิบขำๆกับปฐพีว่า ถึงคราวเสือตัวใหญ่สิ้นลายเสียแล้ว

สวดมนต์เสร็จ วายุภัคตั้งใจชวนทิชากรกินข้าวเย็น แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเธอมีนัดกับภานุแล้ว วายุภัคหึงและหวงแต่พูดไม่ออก ได้แต่มองตามคนทั้งคู่ไปอย่างไม่ชอบใจ ซึ่งบอดี้การ์ดรักยมรู้ทันพากันหัวเราะคิกคักโดยที่วายุภัคไม่เห็น

ขณะทิชากรนั่งรถไปกับภานุ พันทิวาเดินอยู่ข้างทางเห็นทั้งคู่เต็มสองตา เธอเศร้าและสะเทือนมากแต่ไม่แสดงออก ได้แต่ปฏิเสธอย่างเรียบเฉยเมื่อทิชากรให้ภานุจอดรถแล้วชวนเธอขึ้นรถไปด้วย

ฝ่ายวายุภัคกำลังจะลืมสวดมนต์ก่อนนอน เพราะไม่มีทิชากรคอยย้ำเตือน แต่รักยมก็มาสำแดงเดชโดยไม่ปรากฏตัวให้เห็น แต่ถึงกระนั้นวายุภัคก็รู้แน่แก่ใจ จึงเอ่ยปากขอโทษก่อนจะสงบจิตใจสวดมนต์จนเสร็จไป

ทิชากรกลับเข้าบ้านพักค่อนข้างดึก แต่ซาร่าก็ยังอุตส่าห์ โทร.มาหา ถามไถ่ว่าเป็นยังไงบ้าง ได้ข้อมูลครบถ้วนเตรียมพร้อมเขียนนิยายให้พี่แล้วหรือยัง ทิชากรบอกว่าได้พอสมควรแล้ว แต่ตนคงยังต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก เพราะมีเรื่องต้องจัดการ ซาร่าแซวว่าเรื่องหัวใจหรือเปล่า ทิชากรไม่ค่อยพอใจเริ่มเสียงดัง ซาร่าเลยต้องเปลี่ยนไปคุยเรื่องงานเก็บองุ่นซึ่งจัดปีละครั้งที่ไร่สายลม ซึ่งเธอจะไปร่วมงานด้วย และอยากให้ทิชากรอยู่ให้ถึงวันนั้น อย่าเพิ่งรีบกลับ แต่ทิชากรยังไม่รับปาก

ooooooo

ถึงคืนวันพระจันทร์เต็มดวง ทิชากรต้องทำพิธีขจัดอำนาจของคุณไสยหรือภูตผีปีศาจซึ่งยังแฝงอยู่ในร่างกายวายุภัคให้ออกไป โดยทำตามคำบอกเล่าของพ่อเธอ ซึ่งวายุภัคต้องอาบน้ำที่ผสมว่านตะบะกับน้ำมนต์เข้าด้วยกัน และแช่ตัวอยู่ให้ครบสองชั่วโมง

วายุภัคยอมทุกอย่างแต่มีข้อแม้ว่าทิชากรต้องให้รางวัลเมื่อเขาทำสำเร็จ ทิชากรหงุดหงุดจึงรับปากอย่างขอไปทีว่า อยากได้อะไรเป็นรางวัลก็แล้วแต่เขา แต่ตอนนี้เขารีบๆลงไปแช่น้ำก่อนเถอะ

แล้วความอดทนของวายุภัคก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยพี่ยมกล่าวชื่นชมไม่หยุดปาก แต่พี่รักซึ่งไม่ค่อยชอบวายุภัคนักถึงกับบ่นอย่างหมั่นไส้

เมื่อพิธีครั้งนี้สำเร็จ ทำให้หมอไสยดำยิ่งทวีความโกรธแค้น ประกาศกร้าวว่าคนอย่างตนไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ มีโอกาสอีกเมื่อไหร่จะเอาชีวิตวายุภัคให้จงได้!

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น วายุภัคก็มาทวงสัญญาจากทิชากรที่ว่าจะให้รางวัล ทิชากรเหวอไปเลย ไม่นึกว่าคำพูดขอไปทีของตัวเองจะส่งผลแบบนี้ แต่วายุภัคไม่ขออะไรมาก แค่ขอให้เธอไปเที่ยวโปรแกรมพิเศษกับเขาเท่านั้นก็พอ

วายุภัคพาทิชากรไปเที่ยวน้ำตก โดยมีพี่รักพี่ยมติดสอยห้อยตามไปด้วย วายุภัคแม้จะไม่เคยเห็นตัวตนจริงๆของพี่รักพี่ยมแต่ก็ให้ความเคารพพวกเขาเช่นเดียวกันกับทิชากร แต่บางเวลาก็นึกเคืองบ้างเหมือนกัน เพราะเขาอยากอยู่ตามลำพังกับทิชากรบ้าง อย่างเช่นวันนี้ที่ได้ออกมาเที่ยวด้วยกัน

ขณะที่ความสัมพันธ์ของวายุภัคกับทิชากรกำลังจะดีขึ้น จู่ๆบ่ายวันนี้พัชนีลูกสาวกำนันทองก็มาปรากฏตัวที่ไร่องุ่น เมื่อมาไม่เจอวายุภัค เจ้าหล่อนจึงเบนเข็มไปที่สุพรรษาเพื่อจะตีสนิทและฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกสะใภ้ แต่สุพรรษาหมายมั่นปั้นมือทิชากรไว้แล้ว จึงแอบโทร.ไปบอกปฐพีและอัคนีให้ช่วยเคลียร์เรื่องนี้ที

จากนั้นไม่นาน สองหนุ่มก็ไปตามวายุภัคกลับมาที่ไร่ แล้วเปิดประเด็นอยากรู้ว่าเขาคิดยังไงกับพัชนี ทำไมหล่อนถึงชอบพูดว่าเขากับเธอกิ๊กกันอยู่

"ฉันจะไปรู้เหรอ แต่ฉันยืนยันได้เลยว่าฉันไม่เคยคิดเกินเลยกับน้องมิ้งค์เลยสักนิดเดียว"

"แล้วคุณกะทิล่ะ แกคิดยังไงกับเธอ" ปฐพีจี้ตรงๆ

"ถามทำไม" วายุภัคย้อนทันที

"เพราะพวกฉันต้องการจะเตือนแกว่าถ้าแกแค่คิดเล่นๆกับคุณกะทิก็จงเลิกคิดซะ เพราะคุณกะทิไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่แกเคยคบ แกเป็นหนี้บุญคุณเธอที่เธอช่วยชีวิตแก เพราะฉะนั้นอย่าคิดกับเธอเล่นๆ พอเบื่อก็โยนทิ้งเหมือนคนอื่นๆเด็ดขาด"

"ใช่ และถ้าแกทำให้คุณกะทิเสียใจหรือเสียหายล่ะก็ แกโดนพ่อแม่หรือพวกฉันเพ่นกบาลแน่"

"คิดว่าฉันจะกลัวแกเหรอวะไอ้ไฟ"

"นั่นไง แกคิดชั่วกับคุณกะทิจริงๆด้วย"

"เฮ้ย! ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ เอาเป็นว่าพวกแกสบายใจได้เลย ฉันไม่ได้คิดเล่นๆกับคุณกะทิแน่นอน แต่ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ฉันรู้สึกมันเรียกว่ารักหรือเปล่า ฉันรู้แค่ว่าแค่ได้เห็นหน้าเธอ ฉันก็เข้าใจคำว่าโลกเป็นสีชมพูเลยว่ะ"

ยมที่ฟังอยู่โดยไม่ปรากฏตัวให้เห็นกระโดดเฮอย่างดีใจ แต่รักที่อยู่ข้างกันกลับเมินหน้าไม่เชื่อ ส่วนอัคนีกับปฐพีมองหน้ากันอย่างพอใจ จากนั้นก็รีบไปเล่าให้แม่ฟัง แม่เลยโล่งใจไปทีที่ไม่ต้องเกี่ยวดองกับคนประหลาดๆอย่างพัชนี ขณะที่มนตรีกระเซ้าว่าสงสัยเราสองคนต้องเตรียมตัดชุดรอเวลาไปสู่ขอหนูกะทิไว้แล้ว แต่ปฐพีแทรกขึ้นว่า คงยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก เพราะนายลมต้องฝ่าด่านอรหันต์อีกเยอะ

ตกกลางคืน แม้วายุภัคจะรู้ว่ารักยมป้วนเปี้ยนดูแลเขาอยู่อย่างใกล้ชิด แต่ก็อดตกใจไม่ได้เพราะยังไม่คุ้นชิน เสียงประตูปิดเองและลงกลอนอย่างเรียบร้อยทำให้วายุภัคสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนเดินไปนั่งที่โซฟา

"พี่รักพี่ยมมานั่งด้วยกันสิครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย...

วันนี้พี่สองคนคงได้ยินที่ผมคุยกับไอ้ดินไอ้ไฟแล้วใช่ไหมครับ ว่าผมคิดยังไงกับคุณกะทิ"

"ได้ยินจ้ะ" ยมส่งเสียงพร้อมยิ้มกว้าง

"ผมจะไม่มีวันแน่ใจได้เลยว่าสิ่งที่ผมรู้สึกกับกะทิมันเป็นความรักจริงๆ ถ้าผมไม่ได้มีโอกาสอยู่กับกะทิตามลำพังสองต่อสองบ้าง แต่ผมไม่ได้หมายถึงอยู่ด้วยกันในสถานที่ลับตาคนหรือที่ไม่เหมาะสมนะครับ ผมขอแค่โอกาสได้อยู่กับเธอตามลำพังบ้างก็พอ ผมสัญญาว่าผมจะให้เกียรติกะทิและจะไม่ทำอะไรให้เธอเสียหายแน่นอน และผมมีอะไรให้พวกพี่ๆด้วย"

วายุภัคลุกเดินไปที่โต๊ะ เปิดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นองุ่นพวงโตและขนมมากมาย รักยมเห็นแล้วตาลุกวาว น้ำลายสอขึ้นมาทันที

"ผมรู้ว่าพี่สองคนชอบองุ่น ผมเลยจะถวายองุ่นกับขนมพวกนี้ให้พี่ๆทุกวันเลย ถ้าพวกพี่ยินดีจะช่วยผม"

"ติดสินบนกันชัดๆ" รักว่าให้ แต่ยมโต้ทันควันว่า

"ไม่ได้ติดสินบน อย่างนี้เขาเรียกว่ารู้ใจต่างหาก คนเขามีน้ำใจกับเรา เราก็ควรรับไว้นะรัก"

"ยมกำลังจะขายกะทิด้วยองุ่นนะ"

"อู๊ย...ขายเขยอะไรกันเล่า ถึงยังไงเขาสองคนก็เป็นเนื้อคู่กันอยู่แล้ว ต่อให้รักขัดขวางให้ตาย สุดท้ายพวกเขาก็ต้องลงเอยกันอยู่ดี ไม่มีใครฝืนชะตาฟ้าลิขิตได้หรอกนะรัก"

"แต่พ่อไกรสั่งไว้นี่นาว่าให้คอยจับตาดูพวกเขา ถ้านายลมไม่ได้เรื่องนักก็ให้ขัดขวางให้ถึงที่สุด"

"แล้วเขาไม่ได้เรื่องตรงไหน รักก็เห็นว่าตอนนี้นายลมเปลี่ยนไปตั้งเยอะ ส่วนพ่อไกรน่ะ ถ้าท่านต้องการจะขัดขวางสองคนนี้จริง ท่านไม่ช่วยนายลมหรอก แล้วป่านนี้คงเรียกตัวกะทิกลับไปบ้านแล้ว"

รักสีหน้าลังเล วายุภัคกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างไม่แน่ใจว่ารักยมอยู่ตรงไหน

"เอ่อ...ถ้าพี่รักพี่ยมอนุญาตให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองกับกะทิ พี่สองคนช่วยทำสัญญาณอะไรสักอย่างให้ผมรู้ได้ไหมครับ"

ยมพยักพเยิดให้รัก...รักจึงจำใจยอมยกมือพนมตั้งจิตอธิษฐาน แล้วลอยไปกระซิบใส่หูวายุภัค "ตกลง แต่ถ้านายทำให้กะทิเสียใจ ได้เจอดีแน่!"

วายุภัคสะดุ้งโหยง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว พอตั้งสติได้ก็ยิ้มกว้าง กล่าวขอบคุณพี่ๆ และขอให้กินของเหล่านี้ให้อิ่มหนำ สำราญ...

หลังจากนั้นในเช้าวันรุ่งขึ้น วายุภัคก็ร่าเริงเบิกบาน นำกุหลาบสวยๆจากแปลงของแม่ไปให้ทิชากรถึงบ้านพัก

"อรุณสวัสดิ์ครับพี่เลี้ยงคนเก่ง"

"จะมาติดสินบนอะไรฉันมิทราบ ไม่อยากสวดมนต์หรือว่าไม่อยากไปทำบุญ"

"ไม่อยากให้คุณเกลียดผมได้ไหมครับ"

ทิชากรเบ้หน้ากับมุกหวานชวนเลี่ยนของวายุภัค รักซึ่งอยู่ในห้องกอดอกอย่างหมั่นไส้ ส่วนยมหัวเราะคิกคักถูกใจ...วายุภัคชะเง้อมองเข้าไปในห้องแล้วถามหญิงสาวว่า พี่รักพี่ยมอยู่กับคุณหรือเปล่า?

"อยู่ มีอะไรเหรอ"

"ฝากขนมให้พี่รักพี่ยมด้วยครับ มีทั้งพายองุ่น ขนมปังไส้องุ่น น้ำองุ่น ของโปรดของพี่ๆทั้งนั้นเลย"

รักยมตาลุกวาวเลียปากแผล็บ ทิชากรรับถุงขนมมาพลางมองวายุภัคอย่างสงสัย แล้วหันไปคุยกับรักยม

"กลับมาค่อยกินก็แล้วกันนะจ๊ะ เดี๋ยวไม่ทันเวลาพระฉันเพล"

"กะทิไปทำบุญกับนายลมเถอะ วันนี้เราสองคนไม่ว่าง ท่านเจ้าที่ชวนไปดูหนังที่ศาลน่ะ"

"ตามใจพี่ๆก็แล้วกันนะจ๊ะ" พูดจบเธอก็ยกถุงขนมขึ้นทูนหัว ทำปากขมุบขมิบก่อนถวายให้รักยม เสร็จแล้วจึงบอกลา แต่รักยังไม่วายเป็นห่วงเธอ กำชับว่าถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลให้ตั้งจิตถึงเราเลยนะ เดี๋ยวเราไปช่วยจัดการเอง

ทิชากรรับคำแล้วเดินออกไป วายุภัคช่วยปิดประตูให้แต่ก็ชะโงกหน้าเข้ามาในห้อง ขอบคุณรักยมที่ทำตามสัญญา

ขณะเดินมาที่รถด้วยกัน ทิชากรชี้แจงโปรแกรมงานวันนี้ให้วายุภัคฟังเสียงแจ้ว

"วันนี้คุณจะต้องถวายสังฆทาน ปล่อยนกปล่อยปลา ไหว้พระประธานที่วัดเพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง แล้วก็ไปทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันให้เด็กกำพร้า โอเค้"

"ไม่โอเค...ตามโปรแกรมที่คุณว่ามาแค่บ่ายๆก็คงเสร็จ แล้วผมก็จะต่อด้วยโปรแกรมของผม"

"อะไรเหรอคะ"

"ผมจะพาคุณสาธิตการชิมไวน์ให้รู้ลึกถึงไส้ถึงพุงเลย"

"เรากำลังจะไปทำบุญ ช่วยสำรวมกาย วาจา และใจด้วยนะคะคุณลม" เธอเสียงแข็งขึ้นมาซะจนชายหนุ่มหน้าจ๋อยไปทันที...

ooooooo

วายุภัคมนตรา

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด