ตอนที่ 2
เช้าขึ้นวายุภัคออกจากห้องมาเจอนากรีนอนเหยียดยาวอยู่บนเก้าอี้ที่ระเบียง เขาตกใจรีบเข้าไปยกนิ้วอังที่จมูก พอแน่ใจว่ายังหายใจอยู่ก็แตะตัวเรียก ครู่เดียวนากรีกระเด้งตัวลุกพรวดขึ้นร้องลั่นว่า ผีหลอก พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย...
เห็นนากรีตัวเนื้อสั่นพูดไม่เป็นภาษา ชายหนุ่มจับตัวนากรีเขย่าให้สติ แต่นากรียังพูดพล่ามเรื่องผี เธอเห็นเต็มสองตา ผีเด็กสองคนกับผีผู้หญิงหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวมาก แถมนากรียังไปเล่าให้เพื่อนฝูงในเรือนคนงานฟังแบบเดียวกันนี้ด้วย ทุกคนไม่เชื่อ หาว่านากรีตาฝาด โดยเฉพาะเสกรำคาญถึงกับไล่ทุกคนแยกย้ายไปทำงาน ก่อนที่คุณลมจะมาเห็นเข้าแล้วโดนด่ากันหมด
สายหน่อย ลุงคนหนึ่งเอาองุ่นหลายสิบกล่องมาส่งให้ที่ไร่สายลม โดยพันทิวา เลขาฯของวายุภัคเป็นคนรับไว้ ระหว่างนี้ภานุเดินผ่านมา ลุงมองภานุแวบหนึ่งก่อนขึ้นรถกระบะของแกขับออกไป ส่วนพันทิวาฉีกยิ้มกว้างเตรียมเข้าไปหาภานุ แต่แล้วรอยยิ้มนั้นกลับจางหายไปทันที เพราะภานุไม่ทักทายเธอสักคำ กลับเดินไปหาทิชากรที่เดินเข้ามาถามหาวายุภัค
ภานุเจ้าชู้มาก หญิงสาวหลายคนที่มาสมัครงานในไร่ กลายเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวของภานุมานักต่อนักแล้ว เฉกเช่นเดียวกับพันทิวาที่หลงคารมภานุจนตกเป็นเมียลับๆ ซึ่งเธอต้องกล้ำกลืนฝืนทนกับความเจ้าชู้และความซาดิสต์ของเขาเรื่อยมา
รักกับยมโล่งใจไปทีเมื่อรู้จากทิชากรว่านากรีฟื้นแล้ว และทิชากรก็กำลังตามหาวายุภัคเพื่อจะบอกเรื่องสำคัญที่รู้จากท่านเจ้าที่เมื่อคืนนี้ จู่ๆวายุภัคก็พรวดพราดมาต่อว่าทิชากร หาว่าเธอแต่งเรื่องผีสางขึ้นมาทำให้คนในไร่ขวัญหนีดีฝ่อ นากรีถึงกับเพ้อเรื่องผีไม่หยุด เพ้อว่าเจอผีผู้หญิงกับผีเด็กบ้าบออะไรก็ไม่รู้ ผมตั้งไปทั้งหัว ป่านนี้เรื่องเหลวไหลพวกนี้คงลามไปทั่วไร่ของตนแล้ว
พูดขาดคำ วายุภัคก็ร้องโอ๊ย ยกเท้าสะบัดเร่าๆอย่างเจ็บปวด นั่นก็เพราะรักกับยมไม่พอใจที่ถูกด่า เลยกระทืบเท้าเขาเต็มแรง แล้วยังจะซ้ำอีกที ถ้าทิชากรวิ่งเข้ามาขวางไม่ทัน วายุภัคซึ่งไม่เห็นรักยม เห็นแต่ทิชากรพูดคนเดียว เลยหาว่าเธอเพี้ยนไปแล้ว ทั้งแต่งเรื่องเก่ง ทั้งเล่นมายากลก็เป็น
"ฉันไม่ได้ทำ พี่รักพี่ยมต่างหากที่ทำ ถ้าคุณไม่ไปว่าพวกพี่เขาก่อน คุณคงไม่โดนแบบนี้หรอก ถ้าคุณพูดเรื่องของคุณจบแล้ว ฉันก็ขอพูดบ้าง คุณช่วยกรุณาทำบุญให้เจ้าที่เจ้าทางในไร่คุณบ้างนะ ตอนนี้ท่านไม่มีเรี่ยวแรงจะปกป้องคุณจากผีร้ายแล้วรู้บ้างไหม"
"หยุดแต่งเรื่องโกหกสักทีได้ไหมกะทิ"
"จะให้บอกกี่ทีว่าฉันไม่ได้โกหก ถ้าคุณไม่เชื่อฉัน งั้นคุณมานี่กับฉันเลย"
"ไม่ ผมไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น"
"แต่คุณต้องไป" ทิชากรเข้ายื้ดยุดแล้วฉุดมือวายุภัคออกไปจนได้ พาเดินไปทางต้นไม้ใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่ของท่านเจ้าที่
"คุณพาผมมาที่นี่ทำไมเนี่ย"
"ฉันรู้ว่าคุณมองไม่เห็นท่านเจ้าที่ตรงนี้หรอก แต่ฉันอยากให้คุณรู้เอาไว้ว่าตรงนี้มีท่านเจ้าที่อยู่ ท่านอ่อนแรงมากเพราะท่านช่วยคุณจากผีร้ายที่ถูกส่งมาจากคนที่เขาต้องการแก้แค้นคุณ"
"แก้แค้น?"
"ใช่ ฉันไม่รู้ว่าคุณเคยไปทำอะไรให้ใครโกรธแค้นเอาไว้ แต่เขาคนนั้นต้องการชีวิตคุณ"
"ผมไม่เคยมีศัตรูนอกจากคุณ และถ้าคุณจะต้องการแก้แค้นอะไรผม ผมขอให้คุณไปหาหมอโรคจิตซะก่อนจะดีกว่า"
"คุณต้องเชื่อฉันนะ คุณ..." ทิชากรชะงักเพราะวายุภัคไม่ยอมฟัง เดินหนีออกไปแล้ว เธอจึงเดินตามไปด้วยความโมโห แล้วเกิดสะดุดรากไม้จนล้มคว่ำ โชคดีที่วายุภัคหันกลับมารับทัน ร่างของเธอจึงล้มทับวายุภัคเต็มๆไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ริมฝีปากเธอปะทะกับแก้มเขาอย่างจัง ท่านเจ้าที่ที่กำลังนั่งสมาธิถึงกับลืมตาโพลงตกใจ แล้วรีบหลับตาต่ออย่างสำรวม
ทิชากรผุดลุกขึ้นหน้าแดงก่ำด้วยความอาย ไม่รู้จะทำยังไงเลยตบหน้าวายุภัคและด่าซ้ำว่าคนฉวยโอกาส ก่อนเดินปึงปังออกไปทันที แทนที่วายุภัคจะโกรธ เขากลับยิ้มชอบใจ โดยไม่รู้ว่าอัคนีขี่ม้าอยู่อีกทางกำลังจับจ้องมองมาด้วยรอยยิ้มขำๆ
แล้วอัคนีก็กลับไปเล่าให้ทุกคนที่บ้านฟังอย่างขำขัน แถมยังนึกสนุกจะให้อัจจิมาภรรยาสุดรักทำท่าเลียนแบบทิชากรตอนล้มทับวายุภัค แต่อัจจิมาไม่เล่นด้วย หาว่าอัคนีชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น ขณะที่ปฐพีเริ่มมองเห็นเค้าลางความแปลกประหลาดของวายุภัค ทำไมเขาถึงยอมให้ทิชากรตบฟรีๆโดยไม่ตอบโต้ อัคนีเสริมว่าใช่ แปลกมาก เพราะถ้าเป็นวายุภัคคนเดิม ตบมามันจูบกลับไปแล้ว แสดงว่าทิชากรต้องมีอะไรดีแหงๆ
ooooooo
รักกับยมชอบกินองุ่นมาก ไม่ว่าจะเป็นแบบสดๆหรือแปรรูปเป็นน้ำองุ่น ทิชากรจึงมีหน้าที่ซื้อมาให้กินเป็นประจำ แต่วันนี้รักกับยมอยากให้ทิชากรซื้อองุ่นไปเยี่ยมนากรีเป็นการไถ่โทษที่พวกเขาทำให้เธอไม่สบาย ทิชากรจึงทำตามคำขอ แล้วพอไปถึงก็พบว่านากรีอาการดีขึ้นมาก โบพาบอกว่าคุณลมให้พี่ศักดิ์พาไปหาหมอมา หมอบอกว่าเป็นไข้ธรรมดาก็เลยให้ยากลับมากิน
"ท่าทางคุณลมจะดูแลคนงานในไร่ดีจังเลยนะคะ"
"อูย...คุณลมนะคะ ทั้งดูแลดีทั้งใจดี พวกเรายกให้เป็นพ่อกันเลยค่ะ" จันทูพูดอย่างปลาบปลื้มชื่นชม ทิชากรเบ้ปากนิดหน่อยอย่างไม่ค่อยเชื่อ แล้วแกล้งถามต่อ
"คุณลมเป็นคนดีขนาดนี้แล้วเขามีศัตรูบ้างไหมคะเนี่ย"
"อืม...ไม่มีนะคะ อย่างคุณลมศัตรูไม่ยุ่งมุ่งแต่สตรีค่ะ" พูดแล้วจันทูก็หันไปหัวเราะคิกคักกับโบพา...ทิชากรยิ้มเจื่อนก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า น้ำหน้าอย่างนายเหรอจะเป็นคนดี?
แต่แล้วความดีมีน้ำใจของวายุภัคก็ประจักษ์แก่สายตาทิชากรในเวลาต่อมา เมื่อเธอเดินไปในไร่องุ่นแล้วเห็นวายุภัคเคลียร์ปัญหาหนี้สินให้คนงานที่ทะเลาะถึงขั้นชกต่อยกัน... ไม่ทันที่เธอจะเดินเข้าไปหาวายุภัค ภานุแล่นรถมาทักเธอก่อน และพอรู้ว่าเธอจะไปทำบุญที่วัด ภานุก็ขันอาสาพาไปทันที ทิ้งให้พันทิวายืนมองตามตาปริบๆด้วยความเสียใจ
ภานุแปลกใจเมื่อรู้ว่าทิชากรมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่านเจ้าที่ พอทั้งคู่เข้าไปกราบพระในโบสถ์ รักยมที่ติดตามทิชากรมาด้วยก็แกล้งหยิกขาภานุจนเขาสะดุ้งโหยง เหลียวมองบรรยากาศรอบตัวที่ค่อนข้างวังเวงอย่างกลัวๆ ที่สุดภานุก็อยู่ไม่ได้ต้องขอตัวออกไปรอข้างนอก
การทำบุญของทิชากรส่งอย่างรวดเร็วทันใจ ท่านเจ้าที่ได้รับผลบุญนั้นทำให้มีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันตา...ขณะรถภานุแล่นผ่านต้นไม้ใหญ่ ทิชากรยกมือไหว้ท่านเจ้าที่ที่ยืนส่งยิ้มให้ ภานุแปลกใจถามทิชากรว่าไหว้อะไร เธอบอกว่าไหว้เจ้าที่ แต่พอเขาถามอีกว่าน้ำมนต์หลังรถหลายขวดเอามาทำอะไร เธอนิ่งไม่ตอบ แต่ยิ้มอย่างมีแผน
ทิชากรตั้งใจจะเอาน้ำมนต์มาล้างคุณไสยมนต์ดำออกจากตัววายุภัค แต่ในคืนนี้เองหมอผีได้ทำพิธีเสกคุณไสยเข้าตัววายุภัคอีก วายุภัคถึงกับปวดหัวร้องโอดโอยอย่างทรมาน พอเช้าขึ้นเขาจึงตื่นมาด้วยอาการมึนๆเบลอๆ ไม่สดชื่น ก่อนจะพาสังขารเหมือนคนป่วยไปขอข้าวต้มบ้านพ่อแม่กิน แล้วตามด้วยยาแก้ปวดหัว
สุพรรษากับมนตรีไม่อยู่บ้าน พวกเขาออกไปที่สำนักหมอดูแห่งหนึ่ง สุพรรษากังวลมากกับอาการแปลกๆของวายุภัคที่เป็นมานาน จนเมื่อหมอดูทักว่าลูกของเธอกำลังมีเคราะห์ เป็นเคราะห์ใหญ่หลวง อาจถึงตายได้เลยทีเดียว แต่ถ้าเขาสามารถผ่านพ้นเคราะห์หนักนี้ไปได้ ต่อไปชีวิตเขาก็จะเจอแต่สิ่งที่ดีๆ แต่ถ้าไม่ได้ก็จบ สุพรรษาก็ยิ่งไม่สบายใจ ถามหมอดูว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้ลูกของเธอผ่านช่วงนี้ไปได้
"เขามีดวงนารีอุปถัมภ์อยู่" คำตอบของหมอดูทำเอามนตรียิ้มหน้าบานอย่างถูกใจ
"เชื้อไม่ทิ้งแถวพ่อมันเลยวุ้ย หมอรู้ไหมตอนผมหนุ่มๆนะ นารีวิ่งเข้ามาชนิดที่เรียกว่าหัวบันไดไม่แห้ง"
"เคยมีคนบอกไหมคะว่าคุณก็มีดวงนารีพิฆาตด้วย ถ้าไม่หุบปากแล้วอยู่เฉยๆเดี๋ยวนี้" สุพรรษาจ้องตาเขียว มนตรีเลยจ๋อยไป "ขอโทษนะคะพ่อหมอ แล้วยังไงต่อคะ"
หมอดูหลับตานิ่งไปนิดก่อนบรรยายรูปร่างลักษณะผู้หญิงที่วายุภัคควรอยู่ใกล้เข้าไว้ เพราะเธอคนนี้จะช่วยเขาได้อย่างแน่นอน ซึ่งคำบรรยายของหมอดูล้วนแล้วถูกต้องตรงเผงกับลักษณะของทิชากร
เวลานี้เอง ทิชากรก็พยายามจะช่วยวายุภัคด้วยการเอาน้ำมนต์ที่ได้มาจากพระสาดใส่เขาไปทุกที่ด้วยวิธีการต๊องๆตามประสาเธอ บ้างก็แอบผสมน้ำมนต์ลงในน้ำให้เขาดื่ม เพื่อให้อาการของคนถูกของแสดงออกมา แต่วายุภัคก็ไวสมชื่อลม เขาสามารถรอดพ้นจากการจู่โจมอย่างบ้าระห่ำของเธอได้ทุกที แต่ผลที่เกิดขึ้นคือสาวๆของวายุภัคต่างหายกันไปเกือบหมด เนื่องจากพวกเธอโกรธนักที่วายุภัคให้ความสนใจกับการรับมือและตอบโต้
ทิชากรจนไม่สนใจพวกเธอ
พัชนีหรือสาวมิ้งค์ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนี้ เธอร้องห่ม ร้องไห้กลับไปบ้านหลังถูกวายุภัคทิ้งไว้ที่ร้านอาหารคนเดียว กำนันทองเห็นน้ำตาลูกสาวก็เต้นเป็นเจ้าเข้า ผลุนผลันออกจากบ้านตรงไปไร่สายลมเพื่อเจรจากับวายุภัค
"ลุงกำนันมีธุระอะไรกับผมเหรอครับ"
"ฉันมาที่นี่ก็เรื่องลูกสาวฉันกับนายนั่นแหละ ฉันรู้นิสัยนายดีว่ามีผู้หญิงเยอะแยะและไม่เคยคิดจริงจังกับใคร นายจะทำตัวแบบนี้กับผู้หญิงที่ไหนก็เรื่องของนาย แต่ไม่ใช่กับลูกสาวของฉัน"
"ลุงกำนันสบายใจได้เลยครับ ผมไม่ทำให้น้องมิ้งค์เสียใจแน่ เพราะผมไม่เคยคิดอะไรกับน้องมิ้งค์มากไปกว่าพี่ชายกับน้องสาว"
"ไม่คิด...แล้วนายไปให้ความหวังลูกสาวฉันทำไม"
"ผมไม่เคยให้ความหวังน้องมิ้งค์"
"ไม่ให้ความหวังแล้วลูกสาวฉันมันจะคลั่งนายถึงขนาดนี้เรอะ ขนาดฉันห้ามไม่ให้มิ้งค์มายุ่งกับนาย มันยังไม่ฟังฉันเลย"
"เอาเป็นว่าผมขอยืนยันนะครับว่าผมไม่เคยคิดหรือให้ความหวังอะไรกับน้องมิ้งค์ทั้งนั้น"
"ตอนแรกฉันคิดว่าจะให้โอกาสนายสักหน่อย เห็นทีคงจะไม่ต้องแล้ว ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันรักลูกสาวฉันมาก และฉันก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายจิตใจลูกสาวฉันด้วย"
กำนันทองจ้องเขม็งกัดฟันกรอดก่อนเดินปึงปังออกไป วายุภัคถอนใจทิ้งอย่างเบื่อหน่าย
ooooooo
หลังจากไปหาหมอดูมา สุพรรษาก็เอาแต่นั่งถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่าต่อหน้าสามีและลูกชาย ลูกสะใภ้ จนทุกคนเป็นห่วงพยายามช่วยกันปลอบใจ แต่สุพรรษาก็หาได้คลายความกังวล อัคนีจึงเสนอว่าเราน่าจะเรียกทิพย์ธารากลับมาตรวจวายุภัคอย่างละเอียด หรือไม่ก็วางยานอนหลับเพื่อเอามันไปหาหมอ
เมื่อตกลงกันตามนี้แล้ว อาหารมื้อเย็นสำหรับวายุภัค จึงมียานอนหลับผสมอยู่ แต่ปรากฏว่าวายุภัคให้สาวใช้มาบอกว่าเขาไม่มากินข้าวที่นี่ พ่อแม่และพี่ชายจึงต้องเฮละโลกันเอาอาหารไปให้วายุภัคถึงบ้านพักในไร่องุ่น พอดีไปเจอทิชากรกำลังต่อว่าวายุภัคที่แอบเข้าไปเทน้ำมนต์ของเธอทิ้งทั้งหมด
ทั้งคู่ทุ่มเถียงกันหน้าดำหน้าแดง สุพรรษาพอได้ยินทิชากรบอกว่าวายุภัคโดนของก็ตกใจอย่างมาก ก่อนจะค่อยๆมองพิจารณารูปร่างหน้าตาของทิชากรอย่างถ้วนถี่ ปรากฏว่าเหมือนที่หมอดูบรรยายเอาไว้ราวกับแกะ สุพรรษาเลยยิ่งเชื่อ ถามทิชากรว่าลูกชายของตนโดนใครเล่นของ
"กะทิก็ไม่ทราบค่ะ รู้แต่ว่าคนคนนั้นเขาอาฆาตแค้นคุณลมมาก เขาถึงได้ส่งนางโหงพรายมาคอยทำร้ายคุณลม แล้วมันกับนายของมันก็มีฤทธิ์มากด้วยนะคะ ขนาดพี่รักพี่ยมยังจับมันไม่ได้เลย"
"เอ่อ...หนูมีกุมารทองมาด้วยเหรอ" มนตรีแปลกใจ... ทิชากรยังไม่ทันจะตอบ วายุภัคก็โพล่งขึ้นด้วยสีหน้าเอือมระอา
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณพ่อ เดี๋ยวก็มีโผล่มาอีกเยอะ ไหนจะพี่รักพี่ยม ท่านเจ้าที่ ผีผู้หญิง...เพียบ! ตามประสาสาวช่างจินตนาการน่ะครับ"
"ฉันไม่ได้จินตนาการ ฉันเห็นจริงๆ" ทิชากรยืนยัน
"ถ้างั้นคุณก็ทำให้พวกเราเห็นด้วยสิว่าทุกอย่างที่คุณพูดเป็นเรื่องจริง ไหนล่ะครับพี่รักพี่ยมของคุณน่ะ"
คนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของวายุภัค ทิชากรจึงหันไปสบตาพี่รักพี่ยมที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่ทั้งสองจึงกระซิบบอกเรื่องอาหารที่พวกเขาเอามามียานอนหลับ พอทิชากรพูดออกมา พวกสุพรรษาถึงกับตะลึงอย่างคาดไม่ถึง ยอมรับว่าเธอคนนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ แต่วายุภัคกลับหงุดหงิดหัวเสียใส่ปฐพีคนต้นคิดเรื่องยานอนหลับ จนสุพรรษาต้องปรามด้วยท่าทีขึงขัง และสรุปว่าแม่คงไม่ต้องพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ควรทำตามที่หนูกะทิแนะนำจะดีกว่า
"ใช่ค่ะ เพราะหนทางเดียวที่จะช่วยคุณลมได้ก็คือต้องทำพิธีล้างของมนตร์ดำในตัวเขาออก"
"ไม่! ผมไม่ทำ ผมไม่ยอมเป็นเหยื่อของพวกสิบแปดมงกุฎง่ายๆหรอก" วายุภัคโวย
"แต่แม่เห็นด้วยกับหนูกะทินะลม ทำเถอะนะลูกนะ เพื่อความสบายใจของทุกคน"
"แต่ผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆนี่ครับแม่"
"งั้นแม่จะให้เวลาลมอีกหนึ่งอาทิตย์ ถ้าลมยังไม่กลับมาเป็นลมคนเดิม ลมจะต้องทำตามพิธีของหนูกะทิ"
วายุภัคเถียงไม่ออก เพราะน้ำเสียงแม่เข้มและเด็ดขาดมาก ด้านอัจจิมากับชะเอมซึ่งรอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน พอรู้เรื่องก็ตกใจและคาดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับวายุภัค ส่วนปฐพีข้องใจในตัวทิชากรมากถึงกับให้นทีช่วยไปสืบประวัติของเธอมาให้ ปรากฏว่าประวัติของเธอขาวสะอาด แต่ยังไงเสียปฐพีก็ยังอยากจะพิสูจน์ให้ชัดไปเลยว่าเธอไม่ใช่พวกหลอกลวง ต้มตุ๋นจริงๆ
ดังนั้นปฐพีพร้อมด้วยชะเอมจึงวางแผนไปพบทิชากร โดยชะเอมบอกทิชากรว่าตนทำแหวนแต่งงานหาย และรู้มาว่า ทิชากรมีความสามารถพิเศษ เลยจะมาขอความช่วยเหลือ ทิชากรมองหน้าสองคนผัวเมียนิ่งไปครู่ ก่อนจะพูดรู้ทันว่าทำไมคุณต้องมาถาม ในเมื่อคุณดินเป็นคนถอดแหวนออกแล้วใส่ลงไปในลิ้นชักตัวเอง สองคนผัวเมียถึงกับเหวอไปเลย เพราะมันคือเรื่องจริง
"ถ้าคุณคิดจะพิสูจน์ว่าฉันเป็น 18 มงกุฎหรือเปล่า ฉันก็บอกได้เลยว่าฉันไม่ได้เป็น ที่จริงฉันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องช่วยคุณลมด้วย แต่ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพราะฉันไม่อยากเห็นใครคนหนึ่งต้องตายไปโดยที่ฉันไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย ถ้าหมดธุระแล้ว ฉันขอตัวนะคะ"
ทิชากรเดินออกไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด ปฐพีกับชะเอมรีบตามมาขอโทษที่พวกตนไม่เชื่อใจเธอ
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจดีว่าเรื่องอย่างนี้มันยากที่จะเชื่อ"
"งั้นคุณกะทิก็ไม่โกรธเราแล้วใช่ไหมคะ"
ทิชากรพยักหน้ารับ ปฐพีอยากทำความรู้จักเธอให้มากกว่านี้จึงเอ่ยปากชวนเธอไปกินอาหารเย็นที่บ้าน ถือเป็นการเลี้ยงขอโทษ พอเห็นทิชากรอิดออด ชะเอมจึงอ้างว่าคุณแม่ก็อยากเจอ แล้วรวบรัดตัดความว่าคืนนี้หนึ่งทุ่มเจอกันที่บ้าน
ยังไม่ทันจะเย็น นากรีที่ฝากโบพาและจันทูซื้อหวยเมื่อตอนเช้าก็ได้รับข่าวดี นากรีถูกหวยเลขท้ายสองตัวที่ได้ยินผีเด็กกระซิบบอกเมื่อวันก่อน นากรีดีใจยกใหญ่รีบจัดอาหารคาวหวานมาเซ่นไหว้ รักกับยมเลยอิ่มแปล้สบายไป
ooooooo










