สมาชิก

ธาราหิมาลัย

ตอนที่ 7

หลังจากปลอดผู้คนแล้วในคืนนี้ ภูวเนศก็แอบปีนขึ้นระเบียงห้องทิพย์ธาราตามที่นัดไว้ พอเห็นทิพย์ธาราในชุดวอร์มมิดชิดรัดกุม เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

"นี่คุณใส่ชุดนี้นอนจริงๆเหรอ"

"ฉันจะใส่ชุดไหนก็เรื่องของฉัน รีบๆเข้ามาได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นกันพอดี"

ทิพย์ธาราเบี่ยงตัวหลบให้เขาเข้ามาในห้อง แล้วรีบปิดประตูปิดม่านทันที จากนั้นเธอก็เดินนำเขามาที่จอคอมพิวเตอร์

"นี่ค่ะ คอมพิวเตอร์ที่คุณต้องการ ฉันเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้คุณเรียบร้อยแล้ว คุณจะทำอะไรก็รีบๆทำ ฉันอยู่ไม่ดึกนะ ต้องรีบนอนพรุ่งนี้ตื่นแต่เช้า"

"โอเคครับ" พูดจบเขาก็ยื่นหน้าเข้ามาจะจูบ...เธอตกใจเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับโวยวายว่า

"คุณจะทำอะไร"

"ก็คุณบอกว่าจะทำอะไรก็รีบๆทำ ผมอยากจูบคุณ ผมก็รีบๆทำไง เดี๋ยวคุณจะได้รีบนอน"

หญิงสาวอายหน้าแดง แกล้งทำเป็นเสียงแข็ง เดินเลี่ยงหนีไป

"ฉันหมายถึงงานคุณ ไม่ใช่เรื่องแบบนี้ ที่ฉันอนุญาตให้คุณขึ้นมา เพราะต้องการช่วยคุณ แต่ถ้าคุณคิดเป็นอย่างอื่นก็เชิญลงไปได้ แล้วก็อย่าคิดว่าการที่คุณเป็นเจ้าชาย แล้วฉันจะยอมให้คุณจูบง่ายๆ"

"โธ่ คุณน้ำ อย่าเพิ่งโกรธสิครับ ผมไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่มาบีบบังคับคุณหรอกน่า และผมก็ไม่คิดจะลวนลามคุณ เห็นชุดคุณผมก็ไม่กล้าแล้ว ปิดซะมิดขนาดนั้น แต่ที่ผมทำเมื่อกี๊ เพราะผมคิดถึงคุณจริงๆ"

ภูวเนศพูดอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับส่งสายตาหวานซึ้ง ทำเอาทิพย์ธาราตะลึง ไม่เคยโดนจีบตรงๆ แล้วก็เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

"ฉันว่าคุณรีบทำงานคุณดีกว่า"

"ผมคิดถึงคุณตลอดเวลา อยากเจอคุณ อยากอยู่ใกล้คุณ ผมรู้สึกไม่ดีเวลาที่คุณหลบหน้า ผมรู้ว่าคุณทำแบบนั้นเพราะคุณคิดว่าผมเป็นไอ้ปูเป็น ผมถึงเปิดเผยฐานะที่แท้จริงกับคุณ ผมไม่อยากให้คุณต้องสับสนและตัดสินใจทำอะไรผิดๆ เพราะไม่รู้ใจตัวเอง เช่น การไปจูบกับผู้ชายที่คุณไม่ได้รัก"

ทิพย์ธาราตกใจที่เขารู้เห็น ประกอบกับไม่ทันระวังถอยหลังไปชนกองหนังสือเกือบหงายหลัง ถ้าเขาเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ไม่ทัน พอเธอตกอยู่ในอ้อมแขน ภูวเนศก็ทำท่าจะจูบและสารภาพรัก แต่ทิพย์ธาราเขินเกินกว่าจะรับได้ ผลักไสไล่ให้รีบไปทำงานของเขาได้แล้ว

"แล้วคุณไม่อยากรู้เหรอว่า ผมคิดว่าคุณรักใคร"

"จะใช้มั้ย คอมพิวเตอร์น่ะ ถ้าไม่ใช้ก็เชิญกลับออกไปได้แล้ว"

"แค่นี้ต้องทำเป็นเขินด้วย"

"ถ้ายังไม่หยุดพูดเรื่องนี้ แล้วหันหน้าไปหาคอมพิวเตอร์ ฉันจะไล่คุณกลับออกไปเดี๋ยวนี้"

"คร้าบ...คุณหนูน้ำ" เขาทำทีหันหน้าไปทางคอมพิวเตอร์ ทิพย์ธาราชะล่าใจ ลดระดับอาการเชิดหน้าลง และไม่ทันระวังตัว ถูกเขาพุ่งมาจุ๊บปากหนึ่งที เธอตกใจอยากจะด่า แต่ก็ด่าไม่ออก ได้แต่ถอยหนีไปนั่งบนเตียง ปล่อยให้เขาทำงานของเขาไป

เห็นเขาง่วนกับการดึงรูปจากเว็บโน้นเว็บนี้อย่างคล่องแคล่ว เธอชะเง้อมองเหมือนอยากรู้ แต่ด้วยมารยาทจึงไม่กล้าถาม จนเมื่อเขาเป็นฝ่ายเอ่ยปากว่า

"คุณอยากรู้หรือเปล่าว่าผมกำลังทำอะไรอยู่"

"ถ้ามันเป็นความลับ หรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงในประเทศคุณ ฉันก็ไม่อยากเข้าไปวุ่นวาย"

"คุณพูดถูก มันเป็นความลับและความปลอดภัยของชีวิตผม แต่ในฐานะที่คุณเป็นคนสำคัญ ผมจะบอกคุณ ผมทำบล็อกสำหรับซื้อขายเครื่องเพชรขึ้นมาเพื่อใช้ในการส่งรหัสลับให้กับวรุณและราจีฟ ทั้งสองคนเป็นคนที่ผมไว้ใจมากที่สุด เราโตมาด้วยกัน เรียนมาด้วยกัน เราจะใช้วิธีนี้สำหรับการติดต่อกันแบบลับๆไม่ให้คนอื่นรู้"

"รหัสลับของคุณคืออะไร แล้วเขาสองคนจะรู้ได้ยังไงว่าคุณเป็นคนส่งข่าว"

"ผมส่งอีเมลถึงทั้งสองคน..." ภูวเนศอธิบาย ทิพย์ธาราฟังอย่างตั้งใจ...จากนั้นไม่นานวรุณกับราจีฟต่างก็ส่งอีเมลตอบกลับมาหาภูวเนศด้วยความดีใจ ภูวเนศจึงอ่านให้ทิพย์ธาราฟัง

"วรุณบอกว่ารับทราบแล้วว่าปลอดภัย ตอนนี้ถวายการอารักขาท่านพ่ออย่างใกล้ชิด อีกไม่นานจะติดต่อกลับมาเรื่องการเดินทางกลับเข้าประเทศ...ส่วนราจีฟบอกว่า เขาเป็นคนส่งโน้ตและเงินมาให้ ตอนนี้ฝ่ายกบฏกำลังคิดการใหญ่ ระวังตัวให้มาก"

"พวกกบฏคิดจะทำอะไร" ทิพย์ธาราถามด้วยความเป็นห่วง

"อาจจะเป็นเรื่องลอบสังหารท่านพ่อ หรือเรื่องเปิดให้ต่างชาติเข้ามาทำสัมปทานเหมืองเพชร หรืออาจจะทั้งสองเรื่อง"

"คุณจะทำยังไงต่อไป"

"ผมต้องรีบกลับปารวัตรให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้ แต่คุณไม่ต้องห่วง หลังจากที่ผมจัดการเรื่องวุ่นวายเรียบร้อยแล้ว ผมจะรีบมารับคุณไปปารวัตรกับผมทันที"

"ใครบอกว่าฉันห่วง   แล้วใครบอกว่าฉันอยากไปปารวัตรกับคุณ"

"ไม่มีใครบอก แต่แววตาของคุณบอกผม"

ทิพย์ธาราผงะ หลบตาวูบ แล้วทำเสียงเข้มใส่

"เจ้าชายภูวเนศเพคะ ถ้าเสร็จธุระแล้วก็เชิญเสด็จกลับที่พักได้แล้วค่ะ หม่อมฉันจะนอน"

"นี่ใจคอคุณจะไม่เปิดช่องให้ผมจีบคุณบ้างเลยเหรอไง"

"ฉันมีพี่ณัฐอยู่แล้ว คุณจะมาจีบฉันได้ยังไง"

"นี่คุณคิดว่าคุณชอบหมอนั่นเหรอ คุณไม่รู้ตัวจริงๆเหรอว่าคุณชอบผม"

เห็นเขายิ้มกริ่มมั่นใจ ทิพย์ธาราถึงกับปากสั่น ใจสั่น ไปต่อไม่ถูก

"คุณน้ำ...คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจงดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จัก เสียงของคุณปลุกผมให้ตื่นหลังจากการผ่าตัด ใบหน้าของคุณคือสิ่งแรกที่ผมจดจำได้เมื่อลืมตาขึ้นมา คุณคือคนที่ชุบชีวิตให้ผม เพราะความดีและความน่ารักของคุณทำให้ผมอยากอยู่ใกล้ๆคุณ"

"ฉันก็ดีแบบนั้นกับคนไข้ทุกคน ถ้าทุกคนคิดแบบคุณฉันก็แย่สิ"

"คุณดีกับทุกคน...ใช่ ผมไม่เถียง แต่คุณไม่ได้รู้สึกกับผมแบบเดียวกับที่รู้สึกกับทุกคน ตัวคุณเองก็รู้"

"หลงตัวเอง"

"ก็ยังดีกว่าไม่รู้ใจตัวเอง"

"นี่คุณ...พรุ่งนี้คุณไม่ต้องมาใช้คอมพิวเตอร์ที่ห้องฉันแล้วนะ ฉันจะหาซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กให้คุณ แล้วจะเปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตไว้ให้ คุณก็ทำงานที่ห้องนอนคุณก็แล้วกัน ฉันไม่ให้คุณมาที่นี่แล้ว ฉันไม่ไว้ใจคุณ"

"ไม่ไว้ใจผม หรือว่าไม่ไว้ใจตัวเอง" เขายิ้มกริ่มในระยะใกล้แสนใกล้...ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงของสุพรรษาที่ถามลูกสาวว่านอนหรือยัง ทิพย์ธาราสะดุ้งโหยงก่อนตะโกนกลับไป

"ยังค่ะ" แล้วรีบหันมาทางภูวเนศ "อ้าวคุณ ยืนทำอะไรอยู่ล่ะ ทำไมไม่รีบลงไป...ไปได้แล้ว"

"ผมยังไม่ไป ถ้ายังไม่ได้จูบลาคุณ" พูดขาดคำ เขาก็ขโมยจุ๊บที่ปากเธออย่างรวดเร็ว จนเธอร้องว้ายตกใจ ทำให้สุพรรษาที่หน้าห้องแปลกใจ ร้องถามลูกว่าเป็นอะไรหรือเปล่า?

"ไม่...ไม่มีอะไรค่ะแม่ รอแป๊บนะคะ" ว่าแล้วเธอก็หันกลับมาดันตัวภูวเนศให้กลับลงไปทางระเบียง แต่เขายังอ้อยอิ่ง ยื่นหน้ายื่นตาเข้ามาอีก

"ผมจะบอกอะไรคุณไว้อย่างนะ คุณจะหลอกตัวเองก็ได้ แต่คุณหลอกผมไม่ได้...ฝันดีครับ เจ้าหญิงของผม" เขาพูดจบก็รีบปีนลงจากระเบียงไปอย่างชำนาญ แต่ทิพย์ธารายังยืนยิ้มไม่หุบ รู้สึกมีความสุขอย่างประหลาดกับวาจาและการกระทำของเขา กระทั่งได้ยินเสียงแม่ดังขึ้นมาอีก เธอรีบขานรับและเปิดประตูรับ แล้วอ้างกับแม่ว่าที่ช้าเพราะกำลังแต่งตัวอยู่ แต่พอแม่บอกว่าพี่หมอณัฐมาหา ทิพย์ธารานิ่วหน้าแปลกใจ เพราะนี่จะเที่ยงคืนอยู่แล้ว พี่ณัฐมาด้วยธุระอะไร?

ที่มุมหนึ่งนอกห้องรับแขก อัคนี ปฐพีและวายุภัคแอบจับจ้องมองมายังทิพย์ธารากับณภัทรที่ยืนเผชิญหน้ากันตามลำพัง

"พี่ขอโทษที่มาหาน้องน้ำดึกๆดื่นๆแบบนี้ แต่พี่กลุ้มใจจริงๆ พี่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่กันแน่" ณภัทร เปิดฉากด้วยท่าทีเกรงใจ และน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้

"พี่ณัฐใจเย็นๆค่ะ นั่งก่อนค่ะ พี่ณัฐเป็นอะไรคะ เจอเคสอะไรมาเหรอคะ ถึงได้เครียดแบบนี้"

"ไม่ใช่เคสคนไข้ที่โรงพยาบาล แต่เป็นพี่ชายของน้ำ ที่ทำให้พี่เป็นแบบนี้"

"พี่ชายของน้ำคนไหนคะ หรือว่า...ทั้งสามคน"

ณภัทรกัดริมฝีปากแน่น พยักหน้าหงึกๆ ทิพย์ธาราร้อนใจ ถามว่าพวกนั้นทำอะไรพี่...ณภัทรจึงวางถุงใส่ดีวีดีลงตรงหน้าเธอ พอเธอหยิบออกมาดูถึงกับผงะ อุทานด้วยความตกใจว่า

"หนังเกย์!"

อัคนีทำท่าจะเข้าไปโวยวายที่ณภัทรเอาหนังที่ให้มาฟ้องทิพย์ธารา แต่ปฐพีกับวายุภัครั้งไว้ บอกให้รอดูไปก่อน บางทีมันเอามาเพราะอยากจะสารภาพความจริงก็ได้

"พี่ณัฐใจเย็นๆก่อนนะคะ อย่าเพิ่งคิดมาก แล้วพี่ณัฐเปิดดูบ้างหรือเปล่าคะ"

ณภัทรอึกๆอักๆว่าดูแค่นิดเดียว หลังจากนั้นก็นอนไม่หลับ กลัวว่าตนจะเป็นพวกเดียวกับในหนัง สามหนุ่มได้ยินชัดแจ๋ว แทบจะเฮกันออกมาด้วยความสะใจ

"วันที่เราสองคนจูบกัน...พี่ไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่ตื่นเต้น ไม่เร้าใจ ไม่มีเหงื่อไหลออกมือ มัน...มันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันหมายความว่าพี่เป็นเกย์ใช่มั้ย   แล้วถ้าคุณพ่อคุณแม่ พี่รู้ว่าพี่เป็นท่านจะเสียใจมากแค่ไหน พี่เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว ท่านก็หวังจะให้พี่สืบสกุลต่อไป แล้วพี่...พี่มาเป็นเกย์ ท่านจะทำยังไง พี่ไม่อยากทำให้พ่อแม่ต้องเสียใจ พี่จะทำยังไงดี"

หมอหนุ่มสารภาพทั้งน้ำตา ทิพย์ธารารีบจับมือปลอบใจเขา

"พี่ณัฐอย่าเพิ่งคิดไปไกลเลยค่ะ น้ำว่าพี่ณัฐลองไปปรึกษาพี่วิทย์ดูไหมคะ พี่วิทย์ที่เป็นจิตแพทย์ของโรงพยาบาลน่ะค่ะ ให้พี่เขาลองวิเคราะห์ว่าเป็นหรือไม่เป็นกันแน่ เดี๋ยวน้ำ จะให้แป๋มช่วยนัดให้นะคะ"

"พี่ก็ตั้งใจอย่างนั้นเหมือนกัน...น้ำ พี่ต้องขอโทษด้วย ที่ทำให้น้ำผิดหวัง"

"ไม่เลยค่ะพี่ณัฐ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำนะคะ บางทีเราสองคนอาจจะรู้สึกดีต่อกันเหมือนพี่น้องมากกว่า สักวันพี่ณัฐอาจจะได้เจอกับผู้หญิงที่ทำให้พี่ตื่นเต้นก็ได้ค่ะ"

"แล้วถ้าไม่มีผู้หญิงที่ทำให้พี่รู้สึกแบบนั้น แต่มันเป็นผู้ชาย ที่ทำให้พี่รู้สึกแบบนั้น พี่จะทำยังไง"

ณภัทรฟูมฟายอย่างเครียดจัด ทิพย์ธาราลูบหลังเขาเบาๆด้วยความเห็นใจ ตรงข้ามกับพวกพี่ๆของเธอที่แอบตีมือกัน อย่างเริงร่า

ooooooo

ทิพย์ธาราทั้งสงสารและกลุ้มใจแทนณภัทร ส่วนปรียานุชพอรุ่งขึ้นรู้เรื่องจากทิพย์ธาราก็พลอยหนักใจ และบ่นพี่ชายทิพย์ธาราว่าแสบจริงๆที่ทำให้ หมอณภัทรสับสนจนได้ ถึงขนาดจะไปปรึกษาหมอวิทย์ ซึ่งทิพย์ธาราก็ฝากปรียานุชเรื่องนัดหมอวิทย์ให้ด้วย และให้ช่วยดูแลณภัทรหน่อย ถ้าว่างก็ชวนเขาไปกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง เพราะเมื่อคืนเขาดูเครียดจัด เธอกลัวเขาจะยิ่งคิดมากถ้าอยู่คนเดียว

ปรียานุชรับปากจะจัดการให้ทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องบันเทิงเธอถนัดอยู่แล้ว จากนั้นทิพย์ธาราก็ชวนปรียานุชไปหาซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก อ้างว่าจะซื้อเป็นของขวัญให้เพื่อน ปรียานุชสงสัยว่าเพื่อนคนไหน ทำไมทุ่มทุนขนาดนี้ ทิพย์ธาราชะงักเล็กน้อยก่อนตอบไม่เต็มเสียงว่า เธอคงไม่รู้จักหรอกมั้ง... ว่าแล้วก็เดินนำออกไปทันที

ได้ของเรียบร้อยแล้ว ทิพย์ธารายังมีคำถามสำคัญอีกอย่างเกี่ยวกับนายปูเป็นที่ตอนนี้กลายเป็นเจ้าชายภูวเนศไปแล้ว...ในฐานะที่ปรียานุชรอบรู้เรื่องเจ้าชายเป็นอย่างดี เธอจึงเลียบเคียงถามปรียานุชว่าเจ้าชายมีแฟนหรือคนรักหรือยัง

"ยัง...แล้วถามทำไม หรือว่าแกเกิดสนใจเจ้าชายขึ้นมาฮึ"

"ฉันก็...เห็นเธอชอบ ก็เลยลองถามดู ไม่มีอะไรสักหน่อย แล้วทำไมเขาไม่มีแฟน แน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นเกย์"

"โอ๊ย ไม่เป็นล้านเปอร์เซ็นต์ เจ้าชายมีข่าวกับนางแบบ ดาราต่างประเทศเยอะมาก ตอนที่เจ้าชายไปเรียนที่ต่างประเทศก็มีข่าวออกมาเป็นระยะๆ บางทีก็มีรูปหลุดคู่กับผู้หญิงออกมา แต่สักพักก็มีข่าวออกมาเป็นน้องสาวคนละแม่ ไม่ใช่แฟน"

"ลูกต่างแม่...แม่เจ้าชายสวรรคตแล้วเหรอ พ่อถึงได้มีชายาใหม่"

"เปล๊า ยังไม่สวรรคต ยังอยู่ครบ ร่างกายแข็งแรงดี"

"ยังอยู่ แล้วทำไมพ่อเจ้าชายถึงได้มีภรรยาอีกคน"

"อู้ยยยย...ใครบอกว่าอีกคน อีกตั้งสิบกว่าคนจ้ะ"

"สิบกว่าคน?"

"ใช่  ตามกฎหมายกษัตริย์ปารวัตรอภิเษกสมรสได้แค่ คนเดียว แต่จะมีนางสนมกี่คนก็ได้ ฉันเคยอ่านเจอมา เหตุผลที่ต้องมีสนมเยอะๆ เพราะจะมีรัฐมนตรีและข้าราชการชั้นสูงนำลูกสาวมาเสนอตัว ก็ต้องรับเข้าวังไว้ เพื่อให้พวกนั้นจงรักภักดีต่อราชวงศ์ ถ้าเจ้าชายขึ้นครองราชย์ ก็คงจะต้องใช้วิธีเดียวกัน เสด็จพ่อมีสนมสิบกว่าคน บางทีเจ้าชายภูวเนศอาจจะมีมากกว่าก็ได้นะแก"

ฟังปรียานุชพูดจนจบ ทิพย์ธารารู้สึกเครียดขึ้นมาทันที พอกลับถึงบ้านก็ไม่ยอมมองหน้าภูวเนศ ของขวัญที่จะให้ก็ยังเก็บเอาไว้ ภูวเนศรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนไปของเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงรอให้มืดแล้วตัดสินใจปีนระเบียงห้องขึ้นมาหา ปรากฏว่าเธอไม่อยู่ในห้อง แต่ไปนั่งซึมคิดมากอยู่ระเบียงหน้าบ้าน จนสุพรรษาออกมาเจอ

"น้ำ มานั่งทำอะไรอยู่ที่นี่ลูก มีเรื่องอะไรกลุ้มใจหรือเปล่า เรื่องหมอณัฐใช่มั้ย สามคนนั้นเล่าให้แม่กับพ่อฟังหมดแล้ว อย่าคิดมากเลยนะน้ำ ถ้าพี่เขาจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เราก็ต้องยอมรับ เราไปฝืนธรรมชาติเขาไม่ได้"

"เดี๋ยวนะคะแม่ สามคนนั้นเล่าอะไรให้แม่ฟังคะ"

"ก็เรื่องที่หมอณัฐมาสารภาพกับลูกว่าเขาไม่ใช่ผู้ชาย... ตอนแรกแม่ก็ไม่อยากเชื่อ แต่ลมบอกว่าเขามาสารภาพกับลูกเอง แล้วแม่ก็เห็นน้ำมานั่งเศร้าๆซึมๆ แม่ก็เป็นห่วง...อย่าคิดมากเลยนะลูก"

"เดี๋ยวนะคะแม่ คือน้ำไม่ได้เศร้าซึมหรือคิดมากเรื่องพี่ณัฐ คือน้ำเข้าใจพี่เขา และเราก็จากกันด้วยดี น้ำคิดว่าเราสองคนไม่ได้คิดต่อกันแบบชู้สาว เราเหมาะจะเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้องกันมากกว่าค่ะ"

"อ้าว ถ้ามันเป็นอย่างนั้น แล้วน้ำมานั่งซึมทำไมล่ะลูก หรือว่านอกจากเรื่องหมอณัฐแล้ว น้ำยังมีเรื่องอื่นที่กลุ้มใจ"

ทิพย์ธาราเงียบไปอย่างลังเล แต่แล้วก็ตัดสินใจถามหยั่งเชิงแม่ว่า ถ้าพ่อมาบอกแม่ว่าอยากมีภรรยาอีกคน แต่ก็ไม่เลิกกับแม่ แม่จะยอมไหม?

"ยอม...ยอมตายน่ะสิ ถ้าแม่ไม่ตาย พ่อแกก็ต้องตาย ไม่ใครคนใดคนหนึ่งก็ต้องตายกันไปข้าง หน็อย มีอย่างที่ไหน มีเราอยู่แล้วทั้งคน แล้วจะดอดไปมีคนอื่น เอ๊ะ แล้วทำไมอยู่ๆถึงมาถามแบบนี้ หรือว่าพ่อเราแอบไปมีเมียน้อย"

"ไม่ใช่ค่ะแม่ พ่อเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น น้ำก็แค่ยกตัวอย่าง แค่อยากรู้ว่าคนที่เป็นภรรยาจะรู้สึกยังไง ถ้าสามีอยากมีผู้หญิงอื่น ทั้งๆที่เขามีเราอยู่แล้ว"

"โธ่เอ๊ย ผู้หญิงเราน่ะนะ ร้อยทั้งร้อยไม่อยากแบ่งสามีให้คนอื่นหรอก ใครๆก็อยากมีสามีเป็นของส่วนตัวไม่ใช่ของส่วนรวม และส่วนใหญ่ที่ยอมเพราะไม่อยากมีปัญหา ถ้าผู้ชายมันไม่รู้จักพอ ผู้หญิงก็ต้องทำใจ"

"แล้วถ้าเราทำใจไม่ได้ล่ะค่ะ"

"ก็ต้องเลิก ปัญหาสามีมีเมียน้อย หรือมีกุ๊กมีกิ๊ก มีทางออกอยู่แค่สองทางคือยอมกับหย่า ถ้าคิดจะอยู่กันต่อก็ต้องยอม เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่ต้องคิดอะไรมาก กอดทะเบียนสมรสไว้ในวันที่มันไปนอนคนอื่น หรือไม่งั้นก็หย่ากันให้รู้แล้ว รู้รอดไป คราวนี้มันจะไปมีใครก็เรื่องของมัน"

"แต่ถ้าเรายังไม่แต่ง เราก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกได้ใช่ไหมคะ"

สุพรรษาสะดุดกึก ขมวดคิ้วสุดสงสัย "เราในที่นี้หมายถึง น้ำหรือเปล่าลูก อย่าบอกนะว่าน้ำกำลังสนใจผู้ชายที่มีหลายเมีย"

"เปล่านะคะ น้ำจะไปสนใจคนแบบนั้นได้ยังไงคะ น้ำก็แค่ลองคิดวิเคราะห์จากเหตุและผลที่แม่บอกน่ะค่ะ ไม่ได้หมายถึงตัวเอง"

"แล้วไป นึกว่ามีผู้ชายแบบนั้นเข้ามายุ่ง แม่จะได้สั่งไอ้สามแฝดมันจัดการ มีอย่างที่ไหนมีเมียเดียวไม่พอ ผู้ชายแบบนี้แต่งไปก็มีแต่ตรอมใจ" สุพรรษาใส่อารมณ์อย่างแรงจนทิพย์ธารายิ่งฟังก็ยิ่งเครียด

ขณะนั้นภูวเนศยังยืนวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่ที่ระเบียงห้องทิพย์ธารา นานเข้าในห้องยังเงียบกริบอย่างเดิม เขาจึงปีนกลับลงมา แล้วต้องสะดุ้งแทบร้องลั่นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเธอยืนหน้าตึงอยู่

"นี่เบาๆสิ จะตะโกนปลุกให้คนอื่นมายิงคุณหรือไง"

"อ้าว ก็คุณน้ำมายืนเงียบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียง ผมก็ตกใจสิ แล้วทำไมคุณน้ำมาอยู่ตรงนี้ ผมยืนรออยู่ข้างบนตั้งนาน"

"แล้วคุณขึ้นไปหาฉันทำไม เมื่อวานฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมา เอ้านี่ คอมพิวเตอร์ของคุณ ฉันซื้อมาให้ มีโปรแกรมทุกอย่าง พร้อมใช้งานได้เลย เดี๋ยวฉันเปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตไว้ คุณก็นั่งทำงานที่ห้องคุณแล้วกัน" เธอพูดอย่างรวดเร็วแล้วเดินหนี แต่เขาไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ ถือกล่องใส่โน้ตบุ๊กก้าวตามมาประชิด ถามเธอว่าเป็นอะไร ทำไมต้องหลบหน้าเขาด้วย เขาทำอะไรผิดโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า

"คุณไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วฉันก็ไม่ได้หลบหน้า แต่ฉันแค่...แค่คิดว่าฉันคงช่วยคุณได้แค่นี้ และคุณเองก็ควรจะเลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว"

"ที่ผมเปิดเผยความจริงกับคุณ พยายามจะยืนยันเรื่องที่ผมเป็นเจ้าชายภูวเนศ เพราะอยากให้คุณสบายใจ ไม่ต้องปิดกั้นความรู้สึกตัวเอง แต่ทำไมคุณกลับเป็นแบบนี้"

"เป็นแบบไหน"

"ก็ไม่เหมือนคุณหมอน้ำที่ผมรู้จักที่โรงพยาบาล อารมณ์แปรปรวน ขึ้นๆลงๆ ไม่อยู่กับร่องกับรอย เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย ไม่มีเหตุผล"

"นี่ฉันเป็นหมอนะ คุณหาว่าฉันไม่มีเหตุผลได้ยังไง" เธอของขึ้น เขาเองก็แรงกลับด้วยความไม่เข้าใจ เธอเลยโพล่งออกไปจนเขาอึ้งงันไป "ฉันไม่อยากเป็นสนมน้อยของคุณ!"

"ไม่อยากเป็นสนมน้อยของผม เดี๋ยวก่อนนะ ผมไม่เข้าใจ คุณจะเป็นนางสนมของผมได้ยังไง ในเมื่อผมยังไม่มีพระชายา"

"อีกไม่นานคุณก็คงจะมี คนที่เหมาะสมคู่ควรกับตำแหน่งพระชายา แต่ไม่ใช่สามัญชนอย่างฉัน คุณอาจจะทำเหมือนสนใจฉัน ชอบฉันมากมายในตอนนี้ แต่มันไม่ใช่ความจริง เมื่อคุณกลับไปประเทศคุณทุกอย่างมันจะเปลี่ยนไป และวันนั้นฉันก็อาจจะกลายเป็นแค่นางน้อยๆ เป็นหนึ่งในไม่รู้กี่สิบนางสนมของคุณ"

"ผมไม่ได้คิดเล่นๆกับคุณ ทุกสิ่งที่ผมแสดงมันคือความจริง และมันจะไม่เปลี่ยนแปลง ที่สำคัญ ผมไม่เคยคิดจะแต่งตั้งคุณเป็นนางสนม แต่คุณคือพระชายา คือราชินีเพียงคนเดียวของผม"

"แต่ฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ เป็นหมอบ้านนอกคุณจะมาแต่งตั้งฉันเป็นราชินีได้ยังไง"

"คุณเป็นคนจิตใจดีและมีเมตตา สองสิ่งนี้เป็นคุณสมบัติสำคัญที่ราชินีแห่งปารวัตรควรมี"

"คุณเพิ่งรู้จักฉันไม่นาน คุณจะรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นคนดีอย่างที่คุณคิด"

"คุณช่วยชีวิตผมไว้ทั้งๆที่คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นใคร คุณดูแลผมด้วยความใส่ใจ โดยไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ทุกสิ่งที่คุณทำให้ผม ทุกคำพูด คำปลอบใจ ผมไม่เคยลืม ถึงผมจะรู้จักคุณได้ไม่นาน แต่สิ่งที่ผมเห็น สัมผัส และรับรู้ มันทำให้ผมมั่นใจว่าคุณดีพอที่จะอยู่เคียงข้างผมบนบัลลังก์แห่งปารวัตร"

หญิงสาวสะท้านกับคำพูดและแววตาที่จริงจังจริงใจของเขา แต่ในใจลึกๆยังแอบหวั่น จำต้องตัดใจ

"ขอบคุณที่มอบเกียรติให้ฉัน แต่ฉันรับไว้ไม่ได้ ถ้าตำแหน่งนี้มาพร้อมกับการที่ฉันต้องยอมให้คุณไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น"

"แต่มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาหลายชั่วอายุคน ถึงผมไม่ต้องการ แต่จะมีรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูงมากมายที่เสนอลูกสาวให้ ผมต้องรับไว้ เพื่อให้พวกเขาจงรักภักดีกับราชวงศ์ แต่ไม่ว่าผมจะมีสนมสักกี่สิบคน คนที่ผมรักที่สุดก็คือคุณ"

"ยิ่งคุณพูดแบบนี้ ฉันยิ่งเห็นว่าช่องว่างระหว่างเรามันมีมากเหลือเกิน พ่อแม่ฉันแต่งงานอยู่ด้วยกันแบบรักเดียวใจเดียวมาตลอดหลายสิบปี ถ้าพ่อฉันมีผู้หญิงอื่นมากมาย แม่คงเป็นทุกข์ ไม่มีความสุขเหมือนทุกวันนี้ ฉันเข้าใจในความจำเป็นของคุณ แต่ฉันทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ"

"แต่ว่าคุณน้ำ..."

"พอเถอะค่ะ อย่าพยายามอีกเลย ฉันคิดว่ายังมีผู้หญิงอีกมากมายพร้อมที่จะสนองเบื้องพระยุคลบาท และเต็มใจให้ พระสวามีไปมีนางสนมได้มากมายตามต้องการ แต่ไม่ใช่ฉัน"

"แต่ผมไม่ต้องการผู้หญิงอื่นนอกจากคุณ"

"เราสองคนเป็นได้แค่เพื่อนที่มีความรู้สึกดีๆต่อกัน ช่องว่างระหว่างเราในเรื่องนี้มันกว้างจนเกินกว่าที่เราจะปรับตัวเข้าหากัน ฉันยอมเจ็บปวดตอนนี้ดีกว่าต้องทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต แต่คุณไม่ต้องห่วง ฉันยังรักษาสัญญา ฉันจะช่วยทุกวิถีทางเพื่อให้คุณได้กลับปารวัตร"

"แล้วเรื่องระหว่างเรา..."

"ถ้าคุณยังมีความรู้สึกดีๆต่อฉัน ไม่อยากให้ฉันต้องทุกข์ทรมานใจ หรือต้องเจ็บปวด ฉันขอให้เรื่องระหว่างเรายุติ ไว้แต่เพียงเท่านี้"

ทิพย์ธาราสรุปชัดเจนและห้าวหาญ ก่อนจะหันหลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว ภูวเนศอยากจะรั้งเธอไว้ แต่ ด้วยคำพูดของเธอที่ค้ำคอทำให้เขาไม่กล้า ได้แต่ยืนอึดอัดอยู่กับตัวเอง

แล้วต่างคนก็ต่างเข้าห้องนอนอย่างเคร่งเครียด หนักใจกับเงื่อนไขของหัวใจ ภูวเนศถึงกับนอนก่ายหน้าผาก แน่ใจว่าท่านพ่อของตนไม่ยอมเปลี่ยนกฎแน่ๆ ขณะที่ทิพย์ธาราก็นอนกระสับกระส่าย บอกตัวเองว่าต้องตัดใจ อย่าไปคิด อย่าไปฝันในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้!

ooooooo

ธาราหิมาลัย

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด