ตอนที่ 4
เช้าวันรุ่งขึ้น ณภัทรไปรับปรียานุชแล้วมุ่งหน้า มาที่ไร่อดิศวรตามที่นัดหมายกับทิพย์ธาราไว้ ภูวเนศกำลังทำงานตามคำสั่งของศักดิ์ พอมองไปเห็นณภัทรก็แปลกใจว่ามาทำไม จนเมื่อกันยาเดินมาบอกศักดิ์ให้ ล้างมือแล้วไปช่วยยกผลไม้ไปให้คุณน้ำที่บ้านใหญ่ แล้วศักดิ์ก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างรู้ทันว่าหมอณภัทรจะมาจีบคุณน้ำ ภูวเนศรู้สึกไม่ค่อยชอบใจขึ้นมาตงิดๆ
ฝ่ายสามหนุ่มพี่ชายฝาแฝดของทิพย์ธาราก็จะเริ่มแผนปฏิบัติการกีดกันขัดขวาง หมอเกย์ตามที่วางกันไว้อย่างดิบดี โดยปฐพีเป็นคนมารับหน้าณภัทรที่ทิพย์ธาราพามาแนะนำกับพ่อแม่ ณภัทรเรียกมนตรีกับสุพรรษาว่าพ่อแม่ตามทิพย์ธารา แต่ปฐพีค้านว่าควรเรียกอาหรือน้าจะดีกว่า ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย จะมาเรียกพ่อเรียกแม่ง่ายๆได้ยังไง
ณภัทรถูกเบรกจนชะงักกึก ทิพย์ธาราแอบเซ็ง ขณะที่ปรียานุชอมยิ้มอย่างรู้ทันว่าอาการหวงน้องสาวกำเริบอีกแล้ว
"เรียกแม่ดีแล้วจ้ะ เพื่อนของน้ำบางคนก็เรียกพ่อกับแม่ อย่าไปสนใจเสียงนกเสียงกาแถวนี้เลย" สุพรรษาตัดบท พร้อมปรายตาดุๆใส่ปฐพี
"เอ้อ...แล้ววันนี้น้ำจะพาพี่เขาไปเที่ยวที่ไหนบ้างล่ะ" มนตรีเอ่ยถาม ทิพย์ธาราอ้าปากจะตอบ แต่ไม่ทันปฐพีที่แทรกขึ้นมาว่า
"เราสามคนจะพาไปน้ำตกผาชะโงกครับ"
"เราสามคน?" ทิพย์ธาราหันขวับมาจ้องหน้าปฐพี
"ใช่...ลมกับไฟเตรียมรถรออยู่ที่หน้าบ้านแล้ว หวังว่า คุณหมอคงจะให้เกียรติพวกเราสามคนทำหน้าที่ไกด์พาเที่ยวในวันนี้นะครับ"
"ได้สิครับ...ด้วยความยินดี"
ทิพย์ธาราจะท้วงณภัทร แต่ปฐพีไม่เปิดโอกาส รีบถามสองสาวว่าจะไปด้วยกันหรือเปล่า
"ไม่...และน้ำก็ไม่ให้พี่ณัฐไปด้วย"
"คุณหมอครับ เราไปกันเถอะครับ ถ้าสาวๆเขาเปลี่ยนใจ เดี๋ยวเขาก็ตามไปเอง เชิญครับ"
ปฐพีตัดบทเดินนำไปอย่างไม่สนอาการฉุนๆของน้องสาว ณภัทรอึกๆอักๆทำตัวไม่ถูก เกรงใจทั้งปฐพีและทิพย์ธารา สุพรรษาเข้าใจดีจึงพยักหน้าให้ทิพย์ธาราไปกับพี่ๆ แล้วก็ให้ปรียานุชไปเป็นหูเป็นตาแทนทิพย์ธาราด้วย ปรียานุชเลยพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่อยากจะไป
พอทุกคนคล้อยหลังกันไปหมดแล้ว มนตรีก็เปรยกับสุพรรษาอย่างหวั่นๆใจว่า
"ไอ้สามแฝดมันคิดจะทำอะไรของมัน"
แน่นอน! สามแฝดเตรียมแผนการเอาไว้แล้ว ด้วยการทรมานณภัทรให้ขี่รถเอทีวีบุกป่าฝ่าดงไปกับพวกเขา ส่วนทิพย์ธาราก็ลากปรียานุชไปด้วยเพราะห่วงณภัทร ทิพย์ธารากับพี่ๆไม่มีปัญหาอยู่แล้วเพราะคุ้นชินกับการผจญภัยแบบนี้มา ตั้งแต่วัยรุ่น แต่สำหรับปรียานุชกับณภัทรนั้นแรกๆก็ยังไหว แต่พอเจอทางขรุขระมากเข้าก็แย่ ปรียานุชถึงกับต้องสละรถที่ตัวเองขับแล้วมานั่งกับทิพย์ธารา ส่วนณภัทรก็หลุดขบวนหายไปตอนไหนไม่มีใครรู้
ด้านที่ไร่ โบพากับจันทูจัดเตรียมอาหารไว้สำหรับคุณๆ เสร็จแล้ว แต่หาตัวศักดิ์ไม่เจอ ภูวเนศจึงอาสาขับรถให้สองสาว พอไปถึงน้ำตกซึ่งเป็นจุดนัดหมายได้สักพัก สามแฝดก็แล่นรถเอทีวีเข้ามาหน้าตาเบิกบานมากๆ ปฐพีกับวายุภัคเพิ่งเคยเจอภูวเนศเป็นครั้งแรก จึงซักเป็นการใหญ่ว่าหมอนี่เป็นใคร โบพากับจันทูแย่งกันแนะนำว่านายปูเป็นเป็นแฟนของเธอ จนเกือบจะทะเลาะกันเอง ถ้าอัคนีไม่เข้ามาดุเสียก่อน
"แล้วแกเป็นใคร ทำไมไม่พูดวะ" วายุภัคเริ่มฉุน
"มันเป็นใบ้ พูดไม่ได้ มันชื่อไอ้ปูเป็น คนงานคนใหม่ ของที่ไร่ เคยเป็นคนไข้ของยัยน้ำ มาผ่าตัดสมอง แล้วก็จำอะไรไม่ได้ ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครมาติดต่อ ก็เลยมาฝากให้ทำงานไปก่อน ไอ้ปูเป็น นี่คุณดินกับคุณลม พี่ชายคุณหมอน้ำ"
ภูวเนศน้อมศีรษะน้อยๆเป็นการทักทาย วายุภัคไม่พอใจหาว่ามันยโส แค่พยักหน้า ไม่ยอมยกมือไหว้ ภูวเนศชะงักนิดๆ ก่อนยกมือไหว้อย่างขัดๆเขินๆ เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยต้องไหว้สามัญชนคนธรรมดา...อัคนีกระซิบวายุภัค กับปฐพีว่า
"ฉันว่ามันเพี้ยนๆ ยัยน้ำบอกว่าหลังจากผ่าสมองมามันก็ยังไม่ค่อยหายดี เราอย่าไปสนใจมันเลย สนใจไอ้หมอตี๋ดีกว่า...ไม่รู้ว่าตอนนี้มันจะเป็นยังไงบ้าง ตกเขาตายไปหรือยังก็ไม่รู้"
"แต่ยัยน้ำก็ยังไม่มานะเว้ย หรือว่ายัยน้ำจะอยู่กับไอ้หมอตี๋" ปฐพีเสียงดังจนภูวเนศได้ยิน ถึงกับชะงักไปกับพวกเขาด้วย...
แล้วอีกครู่ต่อมา ทิพย์ธารากับปรียานุชก็มาถึง พอไม่เห็นณภัทรก็เลยเป็นเรื่อง ทิพย์ธาราไม่ยอมนั่งรอเฉยๆ จะไปตามณภัทรด้วยตัวเอง สามหนุ่มเลยจำใจต้องออกไปเอง โดยทิพย์ธารายื่นคำขาดว่า ถ้าทั้งสามคนหาณภัทรไม่เจอ ก็ไม่ต้องกลับมาให้เธอเห็นหน้า
ภูวเนศเห็นทิพย์ธาราขึงขังร้อนใจผิดปกติขนาดนี้ก็อึ้งๆไปเหมือนกัน พอสามแฝดออกไปแล้ว ทิพย์ธาราเพิ่งจะสังเกตว่านายปูเป็นก็มากับเขาด้วย
"นายปูเป็น...มาที่นี่ได้ยังไง แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ถ้าคุณเป็นห่วงแฟนมากจนมองไม่เห็นว่าผมยืนอยู่ที่น้ำตกตั้งแต่เมื่อกี๊ จะให้ผมออกไปช่วยตามหาอีกคนก็ได้นะ ผมยินดี"
"พี่ณัฐยังไม่ใช่แฟนฉัน"
"ยัง...แสดงว่ามีโอกาสจะเป็นในอนาคต"
"ก็คงใช่"
"แล้ว...มีโอกาสกี่เปอร์เซ็นต์"
"ฉันไม่มีความจำเป็นจะต้องตอบ"
"มันก็ไม่จำเป็น แต่ถ้าตอบได้...ก็ดี"
ทิพย์ธาราชักสีหน้าจะด่ากลับ แต่ปรียานุชวิ่งเข้ามาแทรก ชวนเธอไปกินบาร์บีคิวอร่อยๆที่โบพากับจันทูปิ้งย่างอยู่ทางโน้น
"อ้าว นายปูเป็น มากับเขาด้วยเหรอเนี่ย เป็นไงบ้าง ทำงานสนุกหรือเปล่า" ปรียานุชทักถาม
ภูวเนศอึกๆอักๆไม่กล้าพูด จนทิพย์ธาราต้องบอกปรียานุชว่า
"ฉันบอกกับทุกคนในไร่ว่านายปูเป็นพูดไม่ได้"
"เออ ก็ดีนะ พวกพี่ๆแกจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวาย เป็นใบ้ ไปเลย ตัดปัญหา ไม่งั้นเธอซวยแน่ๆ ไปน้ำ ไปกินกัน กำลัง ร้อนๆเลยไป"
"เธอไม่ต้องมาสนใจเรื่องของฉัน เรื่องที่เธอจะต้องสนใจในตอนนี้ก็คือโน่น" ทิพย์ธาราย้ำพร้อมกับชี้มือไปที่เตาบาร์บีคิว แล้วก็ผละไปพร้อมปรียานุช
ภูวเนศต้องกลายเป็นคนย่างบาร์บีคิวไปโดยปริยายในฐานะคนงานของไร่ ปรียานุชเห็นท่าทางคล่องแคล่วบวกกับความหล่อรูปร่างดีมากๆของเขาก็อดชื่นชม ไม่ได้ว่า
"นายปูเป็นนี่ก็เท่เหมือนกันนะเนี่ย ดูๆไปทั้งรูปร่างหน้าตาดูเป็นคนมีชาติตระกูลใช้ได้เลย ถึงว่าตอนฟื้นขึ้นมาเลยคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชายภูวเนศ"
ทิพย์ธาราปรายตามองไป เป็นจังหวะที่ภูวเนศหันมาพอดี ทิพย์ธาราเห็นรอยยิ้มนิดๆของเขาที่มองมา รู้สึกเขินขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เลยเฉไฉด้วยการหยิบน้ำมาดื่มแล้วชวนปรียานุชคุย
"ฉันก็อยากให้ความจำเขากลับมาสักที จำได้ว่าตัวเอง เป็นใคร จะได้กลับบ้านกลับช่อง ป่านนี้คนที่บ้านคงจะเป็นห่วงแย่ บางทีอาจจะมีลูกมีเมียรออยู่ก็ได้"
"ทำไมแกคิดว่านายปูมันจะมีเมียแล้ววะ"
"อ้าว...ก็เธอบอกเองว่ารูปร่างหน้าตาดี แล้วแบบนี้จะไม่มีเมียไม่มีลูกได้ยังไง"
"มันก็ไม่แน่หรอกย่ะ ดูอย่างเจ้าชายภูวเนศของฉันยังคงพระโสดอยู่จนถึงทุกวันนี้ ทั้งรูปร่างหน้าตาสุดแสนจะเพอร์เฟกต์ ยังไม่มีผู้หญิงคนไหนได้ครอบครองสักคน"
"บางที...เจ้าชายของเธออาจจะเป็นเกย์ก็ได้"
ปรียานุชยังไม่ทันตอบ ภูวเนศที่ถือจานบาร์บีคิวยืนอยู่ข้างหลังแทบจะสำลักออกมา
"นายปูเป็น...นายมาแอบฟังฉันคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่"
ภูวเนศหันไปทางโบพากับจันทูที่กำลังสนุกสนานกับการปิ้งไม่ได้สนใจมองมา เขาจึงโน้มตัวลงและพูดกึ่งกระซิบทิพย์ธาราว่า
"ผมไม่ได้แอบฟัง ผมแค่เอาอาหารมาให้"
ทิพย์ธารารับจานอาหารแล้วไล่เขาออกไป แต่เขายังรีรอและลังเลเพราะอยากจะอธิบายเรื่องเจ้าชายไม่ได้เป็นเกย์ แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าพูด ถอยออกไปอย่างขัดเคืองใจไม่น้อย
ooooooo
ด้านสามแฝดที่ออกไปตามหาณภัทร กว่าจะเจอก็เล่นเอาอ่อนใจ...ณภัทรรถติดหล่มทั้งหิวทั้งเหนื่อยอาการป้อแป้ แทบเดินไม่ไหว ต้องมีใครสักคนให้เขาซ้อนท้ายกลับไปด้วย แล้วหวยก็มาออกที่ปฐพีอย่างเลี่ยงไม่ได้
ปฐพีเป็นโรคแพ้กะเทยแพ้เกย์อย่างรุนแรง ถูกเนื้อต้องตัวกันถึงกับลมพิษขึ้นมาแล้ว จากประสบการณ์ตอนเรียนอยู่เมืองนอกแล้วมีรุ่นพี่เป็นกะเทยชื่อสาโรจน์มา ลวนลาม ปฐพียังจำวันนั้นได้ไม่เคยลืม คราวนี้มาแนบชิดกับณภัทรที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็นเกย์ อาการเดิมๆเลยกำเริบขึ้นมาอีก
ทันทีที่พากันกลับมาถึงน้ำตก ปฐพีก็วิ่งอ้าวไปโดดน้ำล้างเนื้อล้างตัวเป็นการใหญ่ ส่วนทิพย์ธารารีบดูแลณภัทรด้วยความเป็นห่วง อัคนีกับวายุภัคตามไปดูปฐพี ตะโกนถามอย่างขำๆ
"เป็นไงวะไอ้ดิน ระหว่างทางโดนลวนลามเปล่าวะ"
"นั่งมาท่านี้...เสียวหลังบ้างเปล่าวะ"
ว่าแล้วสองคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ปฐพีแค้น ชี้หน้าด่ากลับ
"หยุดเลยนะ พวกแกหยุดพูดเลย ฉันลมพิษขึ้นคันแทบตาย ยังมีหน้ามาซ้ำเติมกันอีก"
"นี่...อย่าบอกนะว่าอาการแพ้ตุ๊ดของแกกำเริบ ตอนที่ไอ้หมอนั่นมันเข้าข้างหลัง เอ๊ย นั่งซ้อนแกมาเมื่อกี๊"
"เออดิ หน้าไอ้พี่สาโรจน์ลอยเด้งมาเลย ฉันแทบจะหัวใจวายตาย เฮ้อ ทำไมซวยอย่างนี้วะ"
"เฮ้ย มันตั้งหลายปีแล้ว แกยังไม่ลืมเหรอวะ"
"ลืมลงที่ไหน นี่แกสองคนไม่ต้องมาพูดมาก รีบไปดู ยัยน้ำกับไอ้หมอตี๋ว่ามันเป็นไงบ้าง"
สองหนุ่มชะงัก มองหน้ากันเหมือนเพิ่งนึกได้...
ณภัทรนั่งพักอยู่ริมน้ำ ทิพย์ธาราเอายาดมจากปรียานุชมาจ่อจมูกเขา โดยมีจันทู โบพา และภูวเนศยืนดูสถานการณ์ ห่างออกไป
"พี่ณัฐเป็นยังไงบ้างคะ"
"ดีขึ้นแล้วครับ พี่ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกคนต้องลำบาก เออ แล้วคุณดินหายไปไหนแล้วครับ พี่ยังไม่ได้ขอบคุณเลย"
"ไอ้ดินมันเป็นลมพิษ ผื่นขึ้นคันไปทั้งตัว เลยกระโดดลงน้ำไปทางโน้น" อัคนีเยี่ยมหน้าเข้ามาพร้อมวายุภัค
"อ้าว คุณดินแพ้อะไรเหรอครับ" ณภัทรถามซื่อๆ
"มันแพ้แมงตุ๊ดจี่ เอ๊ย กุ๊ดจี่ ที่มันติดมาท้ายรถน่ะ" พูดจบวายุภัคก็หันมาขำคิกคักกับอัคนี ทันใดนั้นเองปฐพีเดินตรงดิ่งเข้ามาหน้าตาโกรธๆ
"เงียบไปเลยไอ้ลม..."
"ดินแพ้แมงกุ๊ดจี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นรู้เลย" ทิพย์ธาราข้องใจ
"ก็...แพ้มานานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้เจอ พอเจอมันก็เลยลมพิษขึ้น"
"นี่...พี่ว่าน้ำไม่ต้องไปสนใจเรื่องผื่นของดินหรอก กินข้าวดีกว่า หิวจะตายอยู่แล้ว"
"ใครจะกินก็กิน แต่น้ำจะกลับบ้าน" น้ำเสียงเฉียบขาดของทิพย์ธาราเล่นเอาสามหนุ่มถึงกับประสานเสียงกันว่า
"กลับบ้าน?"
"ใช่ และน้ำก็ไม่ให้พี่ณัฐขับรถกลับแบบเมื่อกี๊อีกแล้ว"
"เราก็ไม่ได้จะขับรถกลับสักหน่อย แต่เราจะล่องแก่งไปตามน้ำตก พี่เตรียมเรือไว้แล้ว"
"ไม่ได้! ล่องแก่งจากที่นี่กลับบ้านจะบ้าหรือเปล่า น้ำตกเกาะแก่งเยอะจะตาย ดินจะล่องกลับก็เชิญไปคนเดียว แต่น้ำไม่ไป และน้ำก็ไม่ให้พี่ณัฐกับแป๋มไปด้วย"
"โธ่...น้ำ แค่ล่องแก่ง อย่าคิดมากเลยน่ะ หนุกๆ ขำๆ"
"ไม่ขำ และถ้าอยากสนุกก็เชิญสนุกกันไปสามคน แต่น้ำจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้ และตอนนี้...ด้วยรถจี๊ปคันนี้ นายปูเป็นขับรถไปส่งฉัน คุณแป๋ม และคุณณัฐที่บ้าน ส่วนโบพากับจันทูรออยู่ที่นี่ ฉันจะให้ศักดิ์มารับ คนอื่นที่เหลืออยากจะกลับยังไงก็ตามใจ"
สามแฝดเซ็งแต่ไม่กล้าหือ แต่พอเห็นน้องสาวจับมือถือแขนณภัทรก็อดรนทนไม่ไหว สั่งเป็นเสียงเดียวกันให้เธอปล่อยมือเขาเดี๋ยวนี้ แต่ทิพย์ธาราไม่ยอมปล่อย แถมควงณภัทรไปขึ้นรถ และเร่งนายปูเป็นให้ทำหน้าที่ขับรถเดี๋ยวนี้
เป็นอันว่าเรื่องล่องแก่งต้องยกเลิก สร้างความฮึดฮัดขัดใจให้กับสามหนุ่มเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอัคนีที่เป็นคนต้นคิด แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังมีแผนสำรองในคืนนี้ ซึ่งต้องทำให้เนียนที่สุด และคราวนี้ก็ไม่ใช่การแกล้ง แต่จะชี้ทางสว่างให้ณภัทรเห็นสัจธรรม ให้เขารู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นยังไง และจริงๆแล้วเขาชอบอะไรกันแน่
ด้านภูวเนศหรือนายปูเป็น กลับไปถึงห้องพัก เขาพบซองจดหมายใส่เงินปึกใหญ่กับกระดาษโน้ตข้อความที่แนบมาว่า "สถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิม ระวังตัวให้มาก อย่าติดต่อกลับมา จะรีบส่งข่าวทันทีที่ปลอดภัย"
ภูวเนศอ่านแล้วเครียด กัดกรามแน่น รีบเก็บซองเงินไว้ในที่ลับตา ก่อนจะออกไปสังเกตการณ์ด้านนอกซึ่งกำลังมีการจัดเตรียมงานเลี้ยงในค่ำนี้ เขามองหาคนที่พอจะมีลักษณะเป็นคนของปารวัตร แต่หาจนทั่วก็ไร้วี่แวว ไม่มีใครน่าจะเข้าข่ายสักคน มีเพียงคนงานหน้าตาไทยๆทั้งนั้น
สุพรรษากับมนตรีกำลังดูแลการเตรียมงานอยู่เหลือบไปเห็นชายแปลกหน้า จึงเรียกกันยากับเสียมมาถามว่าเขาเป็นใคร เป็นพวกคณะโชว์หรือเปล่า กันยาบอกไม่ใช่ เขาชื่อนายปูเป็น เป็นคนงานใหม่ของที่ฟาร์ม
"คนงาน? แล้วมันเป็นคนที่ไหน ลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมหน้าตาผิวพรรณมันดีผิดจากคนแถวนี้วะ" มนตรีแปลกใจ เสียมจึงบอกว่าไม่มีใครรู้เลย ตัวมันเองก็ไม่รู้ มนตรีกับสุพรรษาฟังแล้วงง กันยาเลยต้องขยายความว่า
"คือ...มันความจำเสื่อม แล้วก็เป็นใบ้ด้วยค่ะ อ้อ แล้วมันก็เป็นคนไข้ผ่าสมองของคุณน้ำน่ะค่ะ คุณน้ำเป็นคนพามาฝากไว้กับคุณไฟเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง"
"คนไข้ยัยน้ำ หรือจะเป็นคนที่เพ้อว่าตัวเองเป็นเจ้าชาย" สุพรรษาเปรยขึ้นมา ทำเอามนตรี กันยาและเสียมหูผึ่ง ตาพอง...
ขณะเดียวกันนั้น ปรียานุชกำลังปลาบปลื้มชื่นชมเจ้าชายภูวเนศอยู่ในห้องนอนทิพย์ธารา หลังเปิดคอมพิวเตอร์ เช็กข่าวของเจ้าชายที่กลับไปถึงปารวัตรแล้ว
"เจ้าชายหล่อเหลือเกิน ขนาดไม่ได้อยู่ประเทศไทยก็ยังหล่อ"
ทิพย์ธาราโผล่ออกมาจากห้องน้ำ เห็นสีหน้าท่าทางของเพื่อนก็ส่ายหน้าอย่างระอา
"เฮ้ยแก จะว่าไปนายปูเป็นก็หน้าคล้ายๆเจ้าชายเหมือนกันนะเว้ย แต่นายปูเป็นจะดูโทรมๆกว่า แล้วรูปร่างก็บึกบึนกว่า สรุปง่ายๆคือเจ้าชายดูดีมีสกุลมากกว่านั่นเอง แต่มันก็ไม่แน่ ถ้าจับนายปูเป็นมาโกนหนวด โกนเครา ตัดผมตัดเผ้าให้มันเข้าที่ ใส่เสื้อผ้าที่มันดูดีมีราคาหน่อย มันก็อาจจะดูมีชาติตระกูลขึ้นมาก็ได้นะแก"
"ว่างมากนักหรือไง ถึงได้มานั่งคิดแปลงโฉมคนอื่น นายปูเป็นจะเหมือนเจ้าชายมากแค่ไหน เขาก็ไม่ใช่อยู่ดี รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว งานจะเริ่มแล้วนะ เร็วๆเข้า"
"เดี๋ยวก่อนสิ ฉันกำลังอ่านข่าวเสด็จพ่อของเจ้าชายอยู่ ข่าวใหญ่ด้วยนะแก"
"ข่าวอะไร" ทิพย์ธาราขยับเข้ามาใกล้เพื่อนรักด้วยความสนใจ
ooooooo
ใกล้ค่ำ การเตรียมงานลุล่วงไปด้วยดี ณภัทรอาบน้ำ แต่งตัวแล้วค่อยสดชื่นขึ้น พอออกมาสมทบกับครอบครัวทิพย์ธารา ณภัทรตะลึงในความน่ารักของทิพย์ธาราที่อยู่ในชุดลำลองสวยเก๋ ถึงกับเอ่ยปากชมต่อหน้าพ่อแม่ ของเธอว่า
"เพิ่งเคยเห็นน้องน้ำแต่งตัวแบบนี้ น่ารัก แปลกตาดีเหมือนกันนะครับ"
ทุกคนอมยิ้ม โดยเฉพาะทิพย์ธารามีท่าทีเขินๆ แต่ ทันใดนั้นสามแฝดก็ดาหน้าเข้ามาประกบณภัทรชนิดถึงเนื้อถึงตัว
"เก็บคำชมไว้ชมคนอื่นบ้างก็ได้นะครับคุณหมอ" อัคนีกล่าวยิ้มๆมีเลศนัย...วายุภัครับลูกต่อทันที
"ใช่ เพราะคืนนี้เราเตรียมของสวยๆงามๆ น่ารักๆไว้ให้คุณหมออีกเพียบ รับรองว่าได้ชมกันทั้งคืนแน่"
"เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมว่าเราเริ่มงานกันเลยดีกว่า" ปฐพีปิดท้าย แล้วดีดนิ้วให้สัญญาณเริ่มงานทันที
ooooooo










