สมาชิก

เทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง

ตอนที่ 5

รู้สึกทึ่งมาก เมื่อรามิลเห็นมัดไหมใช้ไม้แทงปลาในทะเล เขาลองทำบ้างแต่ไม่สำเร็จกลับล้ม มัดไหมหัวเราะเยาะ รามิลจึงแกล้งทำจมน้ำให้มัดไหมลงไปช่วย ทั้งสองจึงเปียกปอนกันทั้งคู่...มัดไหมมีเสื้อผ้ามาเปลี่ยนแต่ให้รามิลนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว

"นี่เธอ...ไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้ให้ฉันใส่เลยเหรอ" รามิล หงุดหงิดไม่มั่นใจ

"โอโห...คุณนี่เซ็กซี่ไม่เบาเลยนะ มิน่าสาวๆถึงรุมตอมอย่างกับแมลงวันตอม..."

"นี่เปรียบเทียบให้มันดีๆหน่อย อื้อหือ...หอมจัง กินได้ยัง" รามิลเห็นปลาที่ปิ้งบนกองไฟ

แต่แล้วแปลกใจที่มัดไหมมีเสื้อผ้าเปลี่ยนแต่เขาต้องนุ่งผ้าขาวม้า มัดไหมบอกว่าเธอเตรียมพร้อมกับการเข้าป่าเสมอ ส่วนผ้าขาวม้านั่นเป็นของม้า รามิลโกรธ มัดไหมรีบเอาใจด้วยการแกะเนื้อปลาป้อนเข้าปากด้วยความหิวทำให้รามิลกินจนลืมไปเลยว่ามัดไหมป้อนเขาจนตัวเองไม่ได้กิน...ทานเสร็จมัดไหมมายืนชมจันทร์ รามิลเดินเข้ามาเงียบๆทำให้มัดไหมตกใจ

"นี่เธอ...อย่าทำยังกะเห็นผีอย่างนั้น ฉันไม่ชอบ" รามิล ยังแขยงที่โดนผีหลอกคราวก่อน

"อย่างคุณไม่ใช่ผีหรอก นี่ถ้าเอาขี้เถ้ามาทาหน้า ฉันต้องนึกว่าเป็นพวกคนป่าแน่ๆ"

รามิลเปลี่ยนเรื่องมาถามถึงภัครมัย มัดไหมทำตกใจว่าเจอกันแล้วหรือ พอรามิลจะถามสาเหตุที่ทำให้หน้าตาภัครมัยเป็นแบบนั้น มัดไหมก็ทำเศร้าไม่อยากพูดถึง รามิล หมั่นไส้จึงเดินเข้าเต็นท์ไปนอน มัดไหมตกใจ รามิลเรียกให้เธอไปนอนด้วยกัน มัดไหมโกรธดึงมีดสนามมาถือไว้ เดินเข้าไปนอน รามิลเห็นแล้วหนาวรีบคลุมโปง...

เช้าขึ้น รามิลสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกเต็นท์โยกคลอนผ้าใบหล่นมาห่อตัวจึงร้องแผ่นดินไหว เสียงมัดไหมสั่งว่าให้ลุกขึ้นเก็บเต็นท์ รามิลถามหาเสื้อผ้าของเขา มัดไหมบอกว่ายังไม่แห้งคงต้องกลับแบบนี้...ขณะเดียวกัน อัจฉราวดีขับรถมาถึงทางเข้าไร่มนตรา เห็นติ๋มเดินอยู่จึงร้องเรียก

"นี่แก...แก...หยุดก่อนสิ" อัจฉราวดีมั่นใจว่าติ๋มต้องตื่นเต้นที่เห็นดาราดังอย่างเธอ

"เรียกฉันเหรอ..." ติ๋มไม่พอใจที่จิกเรียก เธอรู้ว่านี่ใครแต่ไม่รู้สึกตื่นเต้นเลย

พออัจฉราวดีถามว่านี่ใช่ทางเข้าไร่มนตราไหม ติ๋มตอบว่าใช่ อัจฉราวดียิ้มเหยียดหาว่าบ้านนอกมีแต่ทุ่งหญ้า แสดงว่าเจ้าของไร่ก็ไม่ต่างกับสถานที่ ติ๋มหน้าตึงไม่พอใจ แกล้งหลอกว่าเอารถเข้าไม่ได้ต้องเดิน ไม่วายอัจฉราวดีใช้ให้ติ๋มเอากระเป๋าลงจากท้ายรถ ติ๋งแกล้งโยนลงพื้น อัจฉราวดีร้องลั่นว่าของเธอแพงนะ ติ๋มจึงเดินไปหน้าตาเฉย อัจฉราวดี ต้องลากกระเป๋าวิ่งตาม

ติ๋มแกล้งให้อัจฉราวดีเหยียบโคลนจนล้มลุกคลุกคลาน ส้นรองเท้าหัก อัจฉราวดีวี้ดว้ายจะเดินอย่างไร ติ๋มรำคาญไปถอดรองเท้าอีกข้างมาหักส้นทิ้งส่งคืนให้ อัจฉราวดีเต้นผาง

"นังบ้า...นังโง่ แกมาหักส้นรองเท้าฉันทำไม รู้มั้ยว่ามันคู่ละเท่าไหร่ บ้าๆๆๆ"

"ฉันไม่รู้หรอกว่าเท่าไร แต่รู้ว่าเมื่อวานมีหมีหลงมาแถวนี้ ถ้าไม่อยากโดนหมีตบเอ๊ย! ตะปบละก็ คุณรีบตามมาเร็วๆดีกว่า" ติ๋มเดินลิ่วไป อัจฉราวดีกลัวรีบลากกระเป๋าวิ่งตาม

มาถึงริมลำธารให้อัจฉราวดีล้างเนื้อล้างตัว ในขณะที่ มัดไหมพารามิลกลับมาถึงไร่ อัคนีเห็นสภาพรามิลหัวเราะก๊ากที่มัดไหมแกล้งรามิลขนาดนี้ แต่รีบเก็บอารมณ์แล้วพารามิล ไปห้องพัก ติ๋มโทร.มารายงานเรื่องอัจฉราวดี มัดไหมชมว่าทำได้ดีมาก เสียงอัจฉราวดีตะโกนเรียกติ๋ม ติ๋มจึงวางสายกลับมาดู อัจฉราวดีให้ช่วยดึงเธอขึ้นจากน้ำ ติ๋มหมั่นไส้แกล้งดึงแล้วปล่อยให้ตกน้ำไปอีก อัจฉราวดีร้องกรี๊ดๆด่า ติ๋มโกรธจึงทิ้งเธอไว้แบบนั้นแล้วเดินกลับไร่ไป เพราะตรงนั้นไม่ห่างจากไร่เท่าไหร่

ooooooo

ในวันที่พิสมัย อุมาพร อรอุจิมารวมตัวอยู่บ้านแม่แก้ว ดนุพันธ์กระมิดกระเมี้ยนมาไหว้แม่แก้วถามว่ามาหารามิลหรือนาตาชา ดนุพันธ์ตอบอย่างสำรวมว่ามาหานาตาชา พิสมัยมองพิจารณาแล้วถาม "นี่พ่อหนุ่ม ถามจริงๆเถอะ ชอบยัยหนูนาแน่เหรอ"

แม่แก้วตกใจที่พี่สาวถามตรงๆ พิสมัยว่า "ที่ถามเนี่ยไม่ใช่อะไรหรอกนะ เห็นเทียวไล้เทียวขื่อมาเป็นสิบๆปีแล้ว แต่ไม่เห็นคืบหน้าอะไรเล้ย คนแก่ชักรำคาญ"

"ไม่ใช่แค่ชอบครับ แต่ผมรักหนูนาหมดหัวใจเลย แต่ทำยังไงหนูนาก็เฉยเมยมาก จนบางทีผมชักท้อ" ดนุพันธ์ ตัดสินใจสารภาพ

อุมาพรกับอรอุจิรีบบอกว่าจะช่วยสอนวิธีจีบหญิงให้ ดนุพันธ์แปลกใจ พิสมัยจึงบอกว่าพวกเธออยากอุ้มหลานไวๆ อีกอย่างหวังจากรามิลคงยาก แม่แก้วส่ายหัวแต่ก็เห็นด้วยเช่นกัน...

วันรุ่งขึ้นที่ออฟฟิศ นาตาชาพูดโทรศัพท์กับมัดไหมได้รู้เรื่องที่อัจฉราวดีตามไป แต่มัดไหมบอกว่ารับมือไหวไม่ต้องห่วง อภิชาตมาชวนไปทานข้าว ระหว่างทางดนุพันธ์เดินมาทัก

"หวัดดีจ้ะหนูนา อ้อ...สวัสดีด้วยครับคุณอภิชาต"

"นี่คุณ แถวที่ทำงานคุณไม่มีข้าวกินเหรอ หรืออีกอย่างก็ไม่มีใครคบถึงไม่มีใครยอมกินข้าวด้วย ต้องมากินกับนาตาชาอยู่ได้ทุกวัน" อภิชาตแขวะ

"ใครบอกว่าผมมากินข้าวกับหนูนา ผมมีธุระแถวนี้เดินมาก็เห็นคุณกับหนูนา ก็เข้ามาทักก็แค่นั้น เอาล่ะ...เห็นที ต้องขอตัวก่อน ไปนะหนูนา..." ดนุพันธ์เดินจากไป

นาตาชามองตามด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ดนุพันธ์ ไม่สนใจเธอ พานรำคาญอภิชาตที่เร่งให้ไปทานข้าวด้วยกัน จึงพูดโพล่งไปว่าเธอไม่หิว แล้วเดินกลับออฟฟิศไป ดนุพันธ์แอบมองเห็นท่าทางนาตาชาก็ลิงโลดที่วิธีคุณป้าๆของรามิลได้ผล...

ในขณะที่รามิลอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมานั่งโต๊ะอาหาร แต่กลับจัดไว้สำหรับเขาคนเดียว ติ๋มรายงานว่าภัครมัยไม่อยากให้รามิลทานไม่ลงเพราะหน้าตาเธอ จึงขอไปทานคนเดียว รามิลไม่พอใจให้ติ๋มไปตามภัครมัยมาทานด้วยกัน ติ๋มเข้ามาหามัดไหมในห้องนอน  เธอกำลังแต่งหน้าให้เป็นแผลเป็นเพื่อเป็นภัครมัย ติ๋มรายงานเรื่องที่แกล้งอัจฉราวดีให้ฟังจนเกือบลืมบอกว่ารามิลให้มาตาม มัดไหมถาม "ท่าทางเขาเป็นไง ทำตามมารยาทรึเปล่า"

"เปล่านะคะ ดูท่าทางเธอเป็นห่วงคุณภัครมัยจริงๆค่ะ"

"ก็ได้ อยากดูเหมือนกันว่าจะฝืนใจแสดงบทบาทชายผู้แสนดีได้เนียนขนาดไหน" มัดไหมอมก้อนสำลีไว้ในปากแล้วเอาผ้ามาคลุมหน้า

ท่าทางรามิลปรนนิบัติภัครมัยเหมือนสุภาพสตรีคนหนึ่ง จนเธอทึ่งเหมือนกันจึงชม "พี่เปลี่ยนไปจริงๆ พี่ใจดีกับน้องมากทั้งๆที่พี่น่าจะโกรธน้อง"

"พี่จะโกรธน้องเรื่องอะไร"

"ก็ที่น้องตกปากรับคำจะแต่งงานกับพี่"

รามิลอึ้งเพราะตอนแรกเขาโกรธจริง แต่ตอนนี้เขาสงสาร ภัครมัยถามตรงจุดว่าที่มานี่อยากพูดอะไรกับเธอ ไม่ทันที่รามิลจะตอบเสียงอัจฉราวดีร้องเรียกรามิลแสบแก้วหูดังเข้ามาภัครมัยรีบขอตัวหลบเพราะไม่พร้อมรับแขก รามิลออกมาหน้าบ้าน อัจฉราวดีโผจะกอด รามิลยกมือห้าม เธอนึกได้ว่าตัวเองเลอะเทอะ จึงรีบฟ้องว่าภัครมัยสั่งคนงานในไร่แกล้งเธอ

"น้องภัครมัยเธอเป็นผู้ดีพอ ไม่มีทางจะทำอะไรแบบนั้นหรอก อัจฉรา ถ้าผมได้ยินคุณพูดถึงเธอแบบนี้อีกละก็..." ท่าทางรามิลเอาเรื่อง

อัจฉราวดีแกล้งบีบน้ำตา "โธ่...อัจอุตส่าห์ตามมาเพราะอยากขอโทษเรเรื่องข่าว แต่กลับทำเหมือนไม่ไยดีอัจเลย งั้นอัจกลับก็ได้" อัจฉราวดีหมุนตัวกลับช้าๆหวังให้รามิลรั้งเธอไว้

เมื่อรามิลไม่รั้งไว้ อัจฉราวดีจึงใช้แผนเป็นลม รามิลตกใจรีบเข้าไปอุ้มเข้าบ้าน ภัครมัยยืนมองด้วยความหมั่นไส้สุดๆ รามิลให้ติ๋มช่วยดูแลเอายาดมให้ดมแต่ก็ไม่ฟื้น ติ๋มจึงบอกว่า

"สงสัยยาดมนี่แรงไม่พอมั้งคะ รอเดี๋ยวค่ะ...ต้องยาดมขนานเอกของที่นี่ค่ะ ใครดมรับรองต้องฟื้นทุกราย" ติ๋มวิ่งไปแล้ววิ่งกลับมาพร้อมสำลีก้อนโต

รามิลถามว่าคืออะไร ติ๋มจ่อเข้าที่จมูกอัจฉราวดีพร้อมกับตอบว่า "ฉี่ม้าค่ะ..."

"ว้าย...นังบ้า เรื่องอะไรเอาฉี่ม้ามาให้ฉันดม แหวะ...แก แกนี่นังตัวดี" อัจฉราวดีลืมตัวลุกขึ้นจะตบ ติ๋มวิ่งไปหลบหลังรามิล พออัจฉราวดีเห็นสายตารามิลที่มองก็นึกได้ทำซวนเซเป็นลม

รามิลเดินหนีอย่างโกรธๆ อัจฉราวดีวิ่งตามกอดด้านหลังร้องไห้สะอึกสะอื้นขอปรับความเข้าใจ รามิลจึงบอกว่าเขาจะให้โอกาสแต่ต้องกลับไปคุยที่กรุงเทพฯ   ให้เธอกลับไปก่อนอัจฉราวดีหน้าเศร้าขออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนกลับ  รามิลจึงให้ไปใช้ห้องน้ำที่ห้องพักของเขา

"แล้วเรจะไม่ไปเป็นเพื่อนอัจเหรอคะ"

"ไม่ล่ะ ผมจะเดินเล่นอยู่แถวนี้สักครู่รีบหน่อยก็ดีนะอัจเพราะใกล้ค่ำแล้ว ขับรถจะได้ไม่ลำบาก"

"ขอบคุณค่ะที่เป็นห่วง" อัจฉราวดีจุ๊บแก้มรามิลก่อนจะเดินไป

พอ เดินมาตามทาง มัดไหมซึ่งแต่งเป็นภัครมัยแกล้งนั่งเล่นที่ชิงช้า พออัจฉราวดีเห็นการแต่งตัวก็รู้ว่าต้องเป็นภัครมัยจึงจะเข้ามาหาเรื่อง แต่พอเห็นหน้าก็ร้องกรี๊ดๆว่าผีหลอก รามิล ได้ยินเสียงตกใจนึกเป็นห่วงภัครมัยรีบวิ่งมา ชนกับอัจฉราวดี ที่ปิดตาร้องลั่น รามิลจับตัวเขย่า

"เร...เรขา ผี...อัจโดนผีหลอก ที่ไร่นี่มีผีด้วย โอ๊ย...น่ากลัวสุดๆเลยอี๊..."

รามิลพยายามปลอบว่าไม่มี  อัจฉราวดียังโวยวายว่ามีผี    รามิลโกรธเพราะรู้ว่าเป็นภัครมัย    อัจฉราวดีชักสงสัย

"ทำไมคุณต้องโกรธด้วยคะ...เอ๊ะ   อย่าบอกนะว่าที่อัจเห็นน่ะเป็นคน"

รา มิลนิ่ง อัจฉราวดีเค้นถามว่าที่เธอเห็นเป็นคนใช่ไหม ถ้าไม่บอกเธอจะไปแจ้งตำรวจ   รามิลไม่อยากให้ภัครมัยเดือดร้อนจำต้องมาขออนุญาตภัครมัยให้อัจฉราวดีค้าง ที่ไร่ คืนหนึ่งเพราะเห็นว่ามืดแล้วมันอันตรายถ้าจะขับรถกลับ ภัครมัยประชดว่า   ตามสบายจะให้ใครมาพักที่นี่ก็ได้คิดเสียว่าเป็นบ้านตัวเองไม่ต้องเกรงใจ   รามิลจะอ้าปากพูดแต่เปลี่ยนใจนั่งเครียดคนเดียว

ภัครมัยกลับเข้าห้อง อย่างหงุดหงิดมองตัวเองในกระจกแล้วพูดเตือนตัวเอง "เกือบไปแล้ว ฉันเกือบหลงว่าคุณรู้สึกดีๆ กับภัครมัยเสียอีกที่แท้คุณก็แสดงละครน่ะเอง   ที่ทำดีกับภัครมัยก็คงเพราะกลัวตัวเองจะสูญเงินสามพันล้านนั่นต่างหาก ดูคนต้องดูให้นานๆนะภัครมัย...โดยเฉพาะคนอย่างรามิล  ทิพยคาถา ถ้าเธอพลาดใจอ่อนอีกละก็ฉันเล่นงานเธอแน่..."

สังหรณ์ใจอยู่ก่อน รามิลจึงวานติ๋มให้ไปเอาเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวในห้องของเขาออกมา ให้...อัจฉราวดีอาบน้ำเสร็จแต่งชุดนอนบางเฉียบเตรียมยั่วรามิล พอดีพลอยไพลินโทร.มา อัจฉราวดีโอ้อวดทันทีว่าตอนนี้อยู่ในห้องนอนรามิล พลันมีเสียงเคาะประตูจึงรีบวางสายเพราะคิดว่ารามิลมา อัจฉราวดีปรี่ไปเปิดประตูแล้วโผกอดพรมจูบไปทั่วหน้า ติ๋มร้องลั่น อัจฉราตกใจผละออกโวยวาย "แก...นังบ้านังขี้ข้า ยี้...แกเข้ามาทำไม"

ติ๋ม ไม่ตอบเดินมาหยิบชุดและของใช้ส่วนตัวของรามิล อัจฉราวดีโกรธกระชากแขนติ๋มถามว่าจะเอาของรามิลไปไหน ติ๋มไม่ตอบอีก อัจฉราวดีจึงจะไปถามรามิลเอง ติ๋มแกล้งขู่ว่า

"คุณรู้มั้ยบ้านไร่ บ้านนาแบบนี้ กลางคืนมันน่ากลัวขนาดไหน ถ้าฉันเป็นคุณฉันจะรีบเข้านอน" ติ๋มทำเสียงป๊อกครืดๆ หลอกว่าถ้าได้ยินเสียงนี้อย่าออกจากห้อง อัจฉราวดีกลัวลาน

ติ๋มเอาของให้รามิลแล้วมาเล่าให้มัดไหมฟังพร้อมบอกว่ารามิลนอนห้องหนังสือ มัดไหมทำไม่สนใจปิดไฟเข้านอน

ooooooo

คืน นั้น รามิลคิดถึงมัดไหมจนเก็บไปฝันว่ามาเคาะประตูเอาหมอนผ้าห่มมาให้เขาที่ห้อง หนังสือ และพูดประชดว่ามันเป็นหน้าที่ของคนรับใช้อย่างเธอ รามิลรวบตัวมัดไหมแล้วบอกว่าเขาไม่อยากได้ยินเธอพูดแบบนี้ เขาอยากได้ยินว่าเธอเป็นห่วงเขา มัดไหมรับว่าใช่แล้วโอนอ่อนให้รามิลจูบ...รามิลตกใจตื่นเพราะกลิ้งตกจาก เก้าอี้

"บ้าเอ๊ย...ไปฝันถึงยัยตัวแสบได้ไงเนี่ย..." รามิลฉุนตัวเองแล้วมองนาฬิกาเห็นเวลาตีห้าครึ่ง แล้วได้ยินเสียงกุกกักอยู่ข้างนอกจึงลุกขึ้นล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า

รามิลถือถ้วยกาแฟมายืนจิบดูบรรยากาศยามเช้าของไร่ พลันเห็นมัดไหมเหยาะคุณตะวันเจิดจ้าเข้ามา จึงทัก "หายหน้าไปทั้งวันเลยนะยัยตัวแสบ"

มัดไหมกระโดดลงจากหลังม้าลอยหน้าพูด "ไม่ทราบว่าคุณอยากเจอหน้าฉันนี่คะ จะได้มาลอยให้เห็นทั้งวันทั้งคืน"

รา มิลจะโต้แต่นึกถึงหน้ามัดไหมในความฝันแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มกรุ้มกริ่ม มัดไหมถามว่ายิ้มแบบนี้คิดอะไรอยู่ รามิลสะดุ้งทำเก๊กแล้วดึงแขนเธอมาใกล้ "คิดอะไรอย่ามาเดาส่ง...มานี่เลยฉันกำลังอยากเจอตัวเธออยู่พอดี"

"นี่ คุณไม่ต้องมาถึงเนื้อถึงตัวฉันก็ได้ เชอะทำยังกับมีเรื่องคอขาดบาดตาย ลูกไม้ตื้นๆอย่างงี้ไม่ได้กินนังมัดไหมหรอก" มัดไหมสะบัดแขนออก

รามิลฉุน "อัจฉราวดีมาถึงที่ไร่นี่แล้ว ยังว่าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอีกเหรอ"

มัด ไหมทำเป็นตกใจสุดๆ...ขณะเดียวกัน อัจฉราวดีตื่นมาเดินหารามิล เห็นติ๋มถือถาดใส่ถ้วยกาแฟดำมา จึงร้องเรียก...แกๆ...ติ๋มเคืองบอกว่าเธอชื่อติ๋ม อัจฉราวดียอมเรียกชื่อติ๋มเพื่อถามว่ารามิลอยู่ไหน ติ๋มตอบกวนๆว่าไม่ได้เฝ้าจึงไม่รู้ว่าอยู่ไหน อัจฉราวดีหมั่นไส้ เห็นถ้วยกาแฟจึงคว้ามาดื่ม "โอ...ฉันกำลังอยากดื่มอยู่พอดีแก้วนี้ฉันขอแล้วกัน"

ติ๋มจะห้ามแต่ไม่ทัน อัจฉราวดีดื่มแล้วสำลักพรวดออกมา "อ๊าย...นังบ้า แกแกล้งฉัน"

"ใคร แกล้งคุณกัน ฉันจะเอายาหม้อไปให้คุณภัครมัย จู่ๆคุณก็มาคว้าไปกินเอง   นี่ละหนาให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้น ถึงตัว" ติ๋มหัวเราะวิ่งหนีไป ปล่อยอัจฉราวดีพะอืดพะอมจะขย้อน...

มัดไหมทำตกใจเมื่อรู้ว่าอัจฉรา วดีเห็นภัครมัยแต่ไม่รู้ว่าเป็นเธอ รามิลให้เหตุผลว่าเขาไม่อยากให้อัจฉราวดีเจอภัครมัยเพราะนิสัยเธอต้องพูด ทำร้ายจิตใจภัครมัยให้เสียใจแน่

"ฟังดูเหมือนคุณพยายามจะรักษาน้ำใจ เจ้านายฉันนะ ทั้งๆที่จริง สิ่งที่คุณกำลังทำลงไปน่ะมันทำร้ายจิตใจเธอมากเสียยิ่งกว่าที่จะให้แฟนคุณ รู้ว่าเธอคือใคร"

"หมายความว่าอะไร ฉันทำร้ายน้องภัครมัยตรงไหน"

"อ้าว...ก็ที่คุณขอให้แฟนเก่าคุณค้างที่นี่น่ะสิคะ"

รา มิลแก้ตัวว่าเขาต้องเบนความสนใจของอัจฉราวดี เพราะเธอจะไปแจ้งความว่ามีการฆาตกรรมที่ไร่จึงมีผีผู้หญิง มัดไหมเผลอประชด "อ๋อ ก็เลยต้องแลกด้วยการค้างคืนกับคุณแทน"

"นี่อย่ามาทำเสียงแบบนี้หน่อยเลย เมื่อคืนฉันก็ไปนอนที่ห้องหนังสือ"

มัด ไหมทำเสียง...อ๋อ...แต่ฟังดูเยาะๆ รามิลเอ็ด "นี่เธอ... รู้ไว้ด้วยนะถ้าฉันอยากจะกลับไปมีอะไรๆกับอัจฉรา ฉันคงไม่ต้องจ้างเธอตั้งล้านให้มาเป็นแฟนปลอมๆหรอก แล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เธอควรจะต้องทำงานให้ฉันเสียที"

"คุณจะบ้าเห รอ จะให้ฉันแสดงตัวเป็นแฟนคุณที่ไร่นี่นะ ครั้งนี้คุณต้องแก้ปัญหาเอาเองก่อน ฉันไปล่ะมีงานต้องทำเยอะแยะ" มัดไหมโดดขึ้นม้าควบออกไป

รามิลร้องเรียก...มัดไหมกลับมาแต่งหน้า เป็นภัครมัย ติ๋มแปลกใจทำไมไม่ให้อัจฉราวดีเจอกับมัดไหมแทนภัครมัยจะได้สมน้ำสมเนื้อ แต่มัดไหมกลับบอกว่า อยู่ที่ไร่ อัจฉราวดีต้องเจอแต่ภัครมัยเท่านั้น...

ได้ เวลาที่ควรกลับ รามิล เคาะเรียกอัจฉราวดี เธอโผเข้ากอดเขาออดอ้อนว่าทิ้งเธอนอนเหงาทั้งคืน เธอนอนไม่หลับเลย รามิลบอกให้กลับได้ อัจฉราวดีขอทานอาหารเช้าก่อนพอดีติ๋มมาบอกว่าภัครมัยให้มาเชิญทั้งสองคนไป ทานอาหารเช้า

"ไปเรียนคุณภัครมัยเถอะ ว่าคุณอัจฉราวดีกำลังจะกลับเดี๋ยวนี้แล้ว"

"ต๊าย...พูด อย่างนั้นได้ไงคะเรเสียมารยาทแย่ เจ้าของบ้านอุตส่าห์เชิญทั้งทีจะปฏิเสธได้ยังไง...ฉันกับเรจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ ห้องอาหารอยู่ที่ไหนล่ะ" อัจฉราวดีคล้องแขนรามิลเดินไป

พอมาถึงโต๊ะ อาหารเห็นจัดไว้สองที่ รามิลโล่งใจแต่อัจฉราวดีว่าภัครมัยเสียมารยาทไม่มาร่วมโต๊ะ รามิลแก้ตัวแทนว่าภัครมัยไม่ค่อยสบาย...ติ๋มตักข้าวต้มให้ทั้งสองคน อัจฉราวดีโวยไม่ทานหาว่าอาหารบ้านๆทานไม่เป็น จะเอาไข่ดาวเบคอนขนมปังปิ้งทาแยมและน้ำส้มคั้น รามิลเอือมระอาทานข้าวต้มตัวเองเสร็จลุกออกจากโต๊ะ อัจฉราวดีหน้าเสียที่เขาไม่รอเธอ

"ก็ถ้าคุณไม่เรื่องมากป่านนี้ก็ทาน เสร็จแล้ว เผอิญผมเป็นคนไม่รออะไรนานๆเสียด้วยเรื่องนี้คุณก็คงรู้ดี เอาเป็นว่าถ้าคุณทานอาหารเช้าเสร็จ อยากจะกลับก็เชิญเลยไม่ต้องรอ บอกลาผมก็ได้" พูดจบรามิลเดินออกไป

อัจฉราวดีอยากจะกรี๊ดแต่อดกลั้น เพราะเห็นว่าไม่ใช่ บ้านตัวจึงปลอบตัวเองให้เย็นไว้ เธอเป็นนางเอกไม่ใช่นางร้าย แล้วตั้งใจจะทำให้รามิลมาสยบแทบเท้าให้ได้...

มา ที่คอกม้ารามิลถามหามัดไหม อัคนีจึงบอกว่ามัดไหมพาคุณตะวันเจิดจ้าไปเดินออกกำลังกาย รามิลจึงขอขี่ สีหมอกออกไปหามัดไหม อัคนีกุลีกุจอจัดให้แถมบอกว่าสีหมอกคงดีใจถ้ารามิลพามันเดินออกกำลังทุกวัน

ภัค รมัยเห็นรามิลออกไปแล้ว จึงร่วมมือกับติ๋มเล่นงานอัจฉราวดี ใช้หน้าผีของภัครมัยหลอกจนอัจฉราวดีหนีตกน้ำตกท่า ลุยโคลนเละไปหมด ขับรถกลับแทบไม่ทัน

ooooooo

อิทธิพลจัดทำเอกสารขึ้นมาให้ สมุห์บัญชีเอาไว้เป็นหลักฐานเวลาที่รามิลขอดู และคอยพูดกรอกหู รามิลให้เชื่อมั่นบริษัทที่เขาอุปโลกน์ขึ้นมา สมุห์หน้าซีดไม่อยากทำแต่เพราะอิทธิพลเอาลูกเมียเขามาขู่   จำ

ต้องยอม

เดิน คุยโทรศัพท์ฟังมัดไหมเล่าเรื่องที่แกล้งอัจฉราวดีให้ฟัง นาตาชาสะใจสุดๆแต่ไม่ลืมฝากมัดไหมดูแลพี่ชายเธอให้ดีด้วย อภิชาตเห็นนาตาชาเดินอยู่จึงรีบมาชวนไปทานข้าวอีก ก่อนที่ใครจะมาตัดหน้า นาตาชาเหลียวมองหาใครบางคน เมื่อไม่เห็นจึงยอมไปกับอภิชาต

คนที่นาตา ชามองหาคือดนุพันธ์ เขามาหาพิสมัย อุมาพรและอรอุจิที่บ้านแม่แก้วเพื่อฟังคำแนะนำเพิ่มเติมว่าควรทำอย่างไรต่อ ไป สามป้าขอให้พาเขาไปนวดคลายเมื่อยก่อนแล้วจะบอกเคล็ดลับต่อไปให้...ระหว่าง นวด อรอุจิบอกดนุพันธ์เป็นนัยว่าคนที่รู้จุดอ่อน จี้โดนจุดเป็นยอม

"อย่างยัยหนูนาเนี่ย เค้ามีจุดอ่อน" พิสมัยเปิดประเด็นคุย ต่างคนต่างไม่เห็นกัน

"จริงเหรอครับ จุดอ่อนหนูนาอยู่ตรงไหนครับ อยากได้แบบโดนปุ๊บอ่อนปั๊บเลยน่ะครับ"

พอดีพนักงานถามอุมาพรว่าเน้นตรงไหนเป็นพิเศษ อุมาพรตอบเสียงดังว่า "หลัง กลางหลังเลย"

พนักงาน ที่นวดให้อรอุจิถามบ้างว่าเน้นหลังไหม อร–อุจิตอบว่าใช่ ตรงหลัง จิ้มให้โดน พิสมัยก็เช่นกันให้พนักงานนวดเน้นกลางหลัง   โดยหารู้ไม่ว่าดนุพันธ์ได้ข้อมูลผิดๆไปเสียแล้ว

ooooooo

เที่ยว ขี่สีหมอกตามหามัดไหมไม่เจอ รามิลจึงกลับมาที่คอกม้า พบมัดไหมกำลังแปรงขนคุณตะวันเจิดจ้าก็รีบเข้ามาหา บ่นว่าเขาไปตามหาถึงริมลำธารโน่น มัดไหมถามกวนๆว่าเธอไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าจะไปที่ลำธาร


"นี่เธอ ฉันพูดด้วยดีๆ อย่ามายวนกันได้มั้ย"

"ฉันไม่ได้ยวนสักหน่อย ฉันก็พูดของฉันแบบคนซื่อๆแท้ๆ"

"ฉัน ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเธอแล้ว เอาเป็นว่าเธอต้องมาช่วยฉันคิดว่าจะทำยังไงถึงจะให้อัจฉรากลับไปเสียที... เธอยิ้มอะไร อย่าบอกนะว่าอัจฉรากลับไปแล้ว..." รามิลเห็นมัดไหมยิ้ม

มัด ไหมพยักหน้า แล้วจูงตะวันเจิดจ้าไปเข้าคอก รามิล ดีใจแต่สงสัยทำไมกลับไปง่ายอย่างนั้น มัดไหมหันมาพูด "คุณเองก็ควรจะกลับไปได้แล้วนะคะ ปัญหาเขามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้หนี..."

รามิลมองมัดไหมเดินไปอย่างหมั่นไส้ แต่ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างพอใจ...

ส่วน อัจฉราวดีโผล่มาที่ร้านอาหารของพลอยไพลิน เล่นเอาตกใจในสภาพมอมแมมของเธอ พลอยไพลินถามว่าทำไมไม่กลับไปอาบน้ำที่บ้าน อัจฉราวดีตอบอย่างเห็นแก่ตัวว่าอาบที่บ้านห้องน้ำก็เลอะหมด พลอยไพลินเหวอ "เหรอ...แล้วห้องน้ำฉันไม่เลอะหรือไง..."

"ทำไม แค่นี้หวงเหรอ"

"เอาเถอะเชิญเธอตามสบายแล้วกันไม่ต้องเกรงอกเกรงใจฉันหรอก" พลอยไพลินประชด

อัจฉรา วดียังไม่รู้สึกตัว สั่งให้หาชุดให้เธอเปลี่ยนด้วย... หลังจากเล่าให้เพื่อนฟังแล้วอัจฉราวดีก็กลับมาบ้านด้วยอารมณ์ หงุดหงิด อิทธิพลเห็นแล้วเข้าใจทันทีว่าไม่เจอรามิล

"เจอน่ะเจอค่ะ...อัจอุตส่าห์ใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนอย่างที่พ่อสอนจนอยู่ค้างที่ไร่นั้นได้ แต่...มาโดนผีหลอก"

อิทธิพล แปลกใจที่สาวสมัยใหม่เชื่อเรื่องผีสาง และว่าอาจมีคนแกล้งก็ได้ อัจฉราวดีย้อนคิดอาจจะจริงแต่แปลกใจว่าผู้หญิงหน้าผีเป็นใคร จึงถามว่าพ่อเคยเห็นหน้าภัครมัยบ้างไหม

"ตอนพ่อรู้จักกับพ่อของมัน มันก็ถูกส่งไปเรียนเมืองนอกแล้วไม่เคยเห็นหน้ามันด้วยซ้ำ"

อัจฉรา วดีอยากรู้จัก อิทธิพลจึงแนะว่าให้ออกบัตรเชิญทั้งรามิลและคู่หมั้นมางานเปิดตัวน้ำหอมที่ บริษัทเป็นสปอนเซอร์อยู่ อัจฉราวดีกระโดดกอดพ่อด้วยความดีใจ...

ooooooo

กำ ลังเช็กงานถ่ายแบบในคอมพิวเตอร์ อภิชาตเข้ามาชมว่าเขาชอบงานนี้ของนาตาชา แล้วจะชวนไปทานอาหาร แต่นาตาชารู้แกวบอกว่าเธอมีนัดดูหนังกับเพื่อนแล้ว อภิชาตผิดหวังแต่ยังพูดเรื่องงานต่อ "เอ่อ... ผมเพิ่งคุยกับวายซี เค้าอยากจะแถลงข่าวเรื่องคุณแม็ตตี้ จะมาถ่ายแบบให้หนังสือเรา ซึ่งผมก็เห็นด้วย"


นาตาชาตกใจรีบบอกว่าแม็ตตี้อาจไม่ยอม อภิชาตยังพูดอีกเรื่อง "แต่เดี๋ยวมันจะมีงานใหญ่เปิดตัวน้ำหอมจากปารีส ก็อยากให้คุณแม็ตตี้ไปร่วมงานหน่อย"

"ฉันจะลองคุยกับแม็ตตี้ให้ละกันนะคะ" นาตาชาหนักใจ...

ทั้ง มัดไหมและนาตาชาต้องแอบคุยโทรศัพท์กัน มัดไหมแอบคุยในห้องนอนกลัวรามิลมาได้ยิน เธอตกใจเมื่อรู้ว่าต้องออกงาน นาตาชาขอร้องให้ทำเพื่อเพื่อนสักครั้ง

"มาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันมีทางเลือกด้วยเหรอ"

"เอาน่าเพื่อน ฉันเชื่อว่าคนอย่างมัดไหมซะอย่าง ต้องเอาตัวรอดได้แน่ๆ"

มัด ไหมขอแค่นาตาชาคอยช่วยเธอด้วยแล้วกัน นาตาชารับปากแล้วถามถึงรามิล  มัดไหมโอดครวญ  "นี่พูดเรื่องน่า ปวดหัวสองเรื่องติดกันเลยเหรอ"

นา ตาชาหัวเราะออกมาว่าขนาดนั้นเชียว มัดไหมยอมรับว่าเหนื่อยมาก นาตาชาจึงบอกว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยโทร.มาได้ตลอดเวลา มัดไหมวางสายสีหน้ากลุ้มใจ...พอเดินออกมาเจอรามิลที่ห้องรับแขกจึงถามว่ายัง ไม่กลับไปอีกหรือ รามิล บอกให้เธอเก็บเสื้อผ้าเข้ากรุงเทพฯกับเขา


"ถึง เวลาแล้วที่ฉันจะแถลงข่าวว่าเธอคือแฟนของฉัน เพื่อให้อัจเค้าตัดใจเลิกยุ่งกับฉันเสียที"   รามิลย้ำว่าอยู่ในสัญญา   และพอดีมีงานเปิดตัวน้ำหอมจากปารีสที่เขาต้องพา เธอออกงานด้วย

มัด ไหมอ้าปากค้าง รามิลรีบบอก "ไม่ต้องกลัวหรอกน่า วางมาดผู้ดีไม่ยากหรอก เดี๋ยวไปกรุงเทพฯกับฉัน ไปดูเสื้อผ้าที่จะไปงานกัน แล้วฉันจะสอนเรื่องการวางตัว"

มัดไหมเครียดหนักกว่าเดิมบ่นพึมพำ "ไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น ห่วงอย่างอื่น..."

มาถึงกรุงเทพฯ   รามิลให้มัดไหมพักห้องโรงแรม

ห้าดาวเป็นการไถ่โทษที่ทำให้เป็นข่าวหน้าหนึ่งหน้าโรงแรมม่านรูดกับเขาครั้งก่อน   มัดไหมแซวว่ากลัวเสียภาพลักษณ์ นั่นเอง...

"ไอ้เรื่องลบๆน่ะคิดได้คิดดีเลยนะ ไม่ต้องห่วงหรอก โรงแรมนี้ไว้ใจได้รับรองไม่มีข่าวรั่วไหล เขาเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับพ่อฉันเอง" รามิลออกปากรับรอง

"ใช้บริการบ่อยล่ะสิ" ไม่วายที่มัดไหมจะแขวะ

รามิลเริ่มโกรธ ขู่ว่าที่นี่มันเป็นป่าของเขาถ้าพูดอะไรไม่ดีระวังเสือจะขย้ำ มัดไหมท้าว่าไม่กลัวแล้วบอกให้รามิลกลับไปได้ รามิลกรุ้มกริ่มว่านอนคนเดียวจะเหงาเดียวดาย มัดไหมเคืองดันรามิลออกไป รามิลยืนคาประตูหันมาลา "งั้นกู๊ดไนต์ สวีตฮาร์ต หลับฝันดีนะที่รัก"
"แหวะ ไปได้แล้ว" มัดไหมดันให้รามิลออกไปแล้วรีบ ปิดประตู แต่ยืนอมยิ้มพิงประตูสักพักนึกได้ตำหนิตัวเอง "นี่ไม่ใช่เวลามายิ้มนะ นี่ฉันต้องทำยังไงเนี่ยถึงจะเป็นสามคนในงานเดียวกันได้...โอ๊ย ตายแน่ๆยัยมัดไหมเอ๊ย..."

ในขณะที่นาตาชามาดูหนังกับดนุพันธ์ เขานึกถึงคำ

บอกเล่าของพิสมัย  อุมาพร และอรอุจิที่ว่าจุดอ่อนของนาตาชาอยู่ที่กลางหลัง เขาก็พยายามหาโอกาสจิ้มกลางหลังนาตาชาเต็มแรง เธอหันมาโวยเสียงเข้ม "พี่ตนุเล่นบ้าอะไรเนี่ย!"

"ก็กลางหลังแล้วนี่หว่า ลองอีกที..." ดนุพันธ์วิ่งไล่จิ้มที่กลางหลังนาตาชาอีก คราวนี้นาตาชาเอากระเป๋าฟาดเขา ดนุพันธ์ถามว่าไม่เป็นอะไรเลยหรือ เธอจึงถามว่าจะให้เป็นอะไร

"หมดแรง เข่าอ่อน อะไรแบบนี้"

"ใครเค้าจะเป็นอะไรแบบนั้นล่ะ"

"ก็ป้าๆบอกพี่ว่า จุดอ่อนหนูนาอยู่ตรงหลัง ให้กดลงไปแรงๆแล้วหนูนาจะยอมพลีกายพลีใจให้"

นาตาชาฟาดด้วยกระเป๋าอีกเต็มแรง "นี่...โทษฐานที่จงใจทำร้ายร่างกาย...และนี่โทษฐานคิดไม่ซื่อกับหนู" นาตาชาฟาดอีกครั้งเป็นการแถมจนดนุพันธ์เห็นดาววิ้งๆ เธอโกรธมากกลับขึ้นรถขับออกไป ปล่อยให้ดนุพันธ์มองตามตาละห้อย...

วันรุ่งขึ้น ดนุพันธ์รีบเอากุหลาบช่อโตไปหานาตาชาที่บ้านแต่เช้า นาตาชายังโกรธพอเห็นหน้าดนุพันธ์ก็ปรี๊ดแตกให้เขากองไว้ตรงนั้นแล้วหนีขึ้นห้อง แม่แก้วจึงถามดนุพันธ์ ว่าเกิดเรื่องอะไรกัน ดนุพันธ์เล่าเรื่องจุดอ่อนที่แก๊งสามป้าบอกเขา แม่แก้วหัวเราะเสียงดัง

"เรานี่มันเพี้ยนเอาซะมากๆเลยนะ เล่นเออออเองแล้วไปคิดเป็นตุเป็นตะ แม่ไม่เคยฟังเรื่องอะไรตลกขนาดนี้มาก่อนเลย" แม่แก้วยังคงหัวเราจนดนุพันธ์จ๋อยสนิท...

เทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด