ตอนที่ 4
บนโรงพัก พิมมาดาแจ้งเหตุการณ์กับร้อยเวรปากคอสั่นว่านาตาชาพยายามฆ่าเธอ ตำรวจทำหน้างงว่าแค่ขับรถชนท้ายทำไมต้องเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน พิมมาดา
แว้ด
"ใครบอกล่ะคะว่าไม่รู้จักกัน ฉันน่ะรู้จักแม่คนนี้ดีเลยล่ะค่ะ เธอชื่อนาตาชา เธอไม่พอใจฉันเพราะเรื่องผู้ชายน่ะค่ะ เธอขับไล่ตามดิฉันมาตั้งไกล พอได้จังหวะก็พุ่งเข้าชนเต็ม
แรงหวังจะฆ่าฉันให้ตาย แล้วก็ทำเหมือนเป็นอุบัติเหตุนะคะคุณตำรวจ..."
"อ้าว...ตกลงนี่คุณสองคนรู้จักกันเหรอครับ" ตำรวจหันมาถามนาตาชา
นาตาชาพยักหน้าตอบนิ่งๆ พิมมาดาได้ที "เห็นมั้ยคะ ยอมรับออกมาแล้วจับเลยค่ะ"
ตำรวจมองสองคนไปมา นาตาชายิ้มเยือกเย็น "งานนี้ต้องมีคนโดนจับแน่ แต่ก่อนอื่นคุณตำรวจช่วยฟังอะไรหน่อยนะคะ เผื่อจะได้เป็นหลักฐานให้คุณตำรวจจับไม่ผิดตัว"
นาตาชาเปิดเสียงพูดของพิมมาดาที่โทร.มาหาเรื่องเธอตอนขับรถขวางหน้าเธอให้ตำรวจฟังแล้วถามว่า ข้อหาให้
การเท็จติดคุกหัวโตไหม ตำรวจหันมาทำหน้าดุใส่พิมมาดา...
พออัจฉราวดีวิ่งลงจากรถมาที่รถรามิล ก็กระชากมัดไหมหันมาตบ "นังตัวดี คิดมาแย่งเรเหรอ ต้องเจอแบบนี้ เป็นไงล่ะ..."
มัดไหมหันกลับมา "ตอบไม่ถูกหรอกค่ะ ถ้าคุณอยากรู้ละก็ ต้องโดนด้วยตัวเอง" มัดไหมตบอัจฉราวดีสุดแรง แล้วถามกลับว่าเป็นอย่างไร
รามิลวิ่งมาขวาง อัจฉราวดีลุกขึ้นเกาะแขนรามิลฟูมฟายว่าเขาหยามเธอเกินไป รามิลกลับต่อว่าอัจฉราวดี "ผมทำอะไร เราเลิกกันแล้ว"
"อัจยังไม่ได้เลิกกับคุณนี่คะ คุณพูดเองเออเองฝ่ายเดียวแล้วดูสิจู่ๆคุณก็พานังนี่มาควง พามันเข้าโรงแรม"
"นี่คุณสะกดรอยตามผมเหรอ...บ้าที่สุด" รามิลหันมาดึงมัดไหมชวนกลับ
"ไม่กลับค่ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วพูดกันให้รู้เรื่องไปเลย ฉันก็ไม่ชอบเหมือนกันที่จะมีใครมาชี้หน้าว่าฉันแย่งผู้ชายของเขา...พูดมาเลย ค่ะรามิลว่าคุณจะเลือกใคร" มัดไหมเกาะ
แขนรามิล
รามิลมองมัดไหมงงๆ เธอขยิบตาว่ากำลังเล่นละคร รามิล ถึงบางอ้อตอบเสียงนุ่มนวล "โธ่...ไม่น่าถามเลย ผมก็ต้องเลือกคุณอยู่แล้วทูนหัว"
"ได้ยินชัดเต็มสองรูหูหรือยังคะ คุณนางเอก..." มัดไหมพูดยิ้มเยาะ
"เรคุณพูดแบบนี้ได้ยังไงอัจไม่ยอมๆๆ...นังบ้าฉันจะฉีกอกแก" อัจฉราวดีบ้าเลือดผลักรามิลกระเด็นแล้วเข้าตบตี มัดไหม แต่มัดไหมสู้ยิบตา
มีปาปารัซซี่ถ่ายภาพอย่างเมามัน พลอยไพลินวิ่งหน้าตื่นมาประคองรามิล รามิลให้ไปห้ามอัจฉราวดีดีกว่า พลอยไพลินรีบพูดให้ตัวเองดูดีว่าเธอจะกันอัจฉราวดีไว้ แล้วให้เขาพา
มัดไหมหนีไป รามิลขอบใจแล้วรีบแยกย้ายกันจัดการ อัจฉราวดี กรี๊ดๆฟูมฟาย พลอยไพลินยิ้มสะใจ
รามิลขับรถมาจอดข้างทาง หันมาถามมัดไหมว่าเป็นอย่างไรบ้าง มัดไหมกลับย้อนให้เขาลองโดนดูบ้างจะได้รู้ว่าแฟนตัวเองมือหนักขนาดไหน
"เขาไม่ใช่แฟนผมแล้ว"
"ก็เจ้าหล่อนยังประกาศปาวๆอยู่นั่นไง"
"ก็เพราะอย่างนี้นะสิผมถึงต้องจ้างคุณไง" รามิลอดหัวเราะไม่ได้
"ฉันโดนตบเนี่ยคุณสะใจมากเหรอ"
"ไม่ใช่ แต่นึกถึงเมื่อกี้แล้วผมว่าผมคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกคุณมารับบทนี้น่ะ"
"เหรอคะ...ถ้ายังงั้นฉันขอขึ้นค่าตัวเป็นสองล้านดีมั้ย..."
รามิลร้องเฮ้ย...มัดไหมนึกได้ทวงเงินล่วงหน้าของเธอ รามิลบ่นว่าเค็มก่อนจะพาเธอไปถอนเงินที่ธนาคาร...เมื่อเสร็จเรียบร้อย รามิลเป็นห่วงที่มัดไหมถือเงินจำนวนมากจึงอาสา
ไปส่งที่ไร่ เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องกลับรถทัวร์ มัดไหมจะไม่ยอมแต่พอรามิลพูดว่า
"ที่ไปส่งเนี่ยไม่ใช่อะไรนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ผมก็เสียเงินฟรีๆน่ะสิ"
"โอโห...ขอบคุณนะคะที่พูดความจริง ฉันล่ะซาบซึ้งจนพูดอะไรไม่ออกแล้วล่ะค่ะ..."
รามิลหัวเราะหึๆก่อนจะออกรถไปอย่างรวดเร็ว
ooooooo
ในขณะที่อัจฉราวดียังฟูมฟาย และว่าพลอยไพลินไม่เข้าข้างเธอ แถมปล่อยให้รามิลพามัดไหมหนีไป พลอยไพลินเข้ามาโอบปลอบว่าให้ใจเย็น การกระทำแบบนี้ไม่ช่วยให้ได้รามิ
ลคืนมา ยิ่งฉีกหน้าเขา เขาก็ยิ่งไม่ไว้หน้าต้องเปลี่ยนแผนใหม่เอาน้ำเย็นเข้าลูบ น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง
เอกสารปึกใหญ่ที่อิทธิพลให้ลูกน้องทำขึ้นมา เพราะรู้ว่ารามิลต้องเรียกเอกสารบริษัทคู่ค้ามาดูแน่ ลูกน้องยังหวั่นใจถ้ามีการตรวจสอบ แต่อิทธิพลไม่หวั่น
"ไม่ต้องห่วง ก็ถ้าคนที่ตรวจสอบเป็นคนของเรามันจะไปมีปัญหาอะไร"
"เจ้านายจะเริ่มแผนการเมื่อไหร่ครับ"
อิทธิพลตอบว่าเร็วที่สุด ไม่ทันพูดต่อ อัจฉราวดีกลับมาบ้าน เขาจึงให้ลูกน้องกลับไปก่อน หันมาซักถามลูกสาวที่สภาพเหมือนไปตบกับใครมา อัจฉราวดีตอบว่าใช่ อิทธิพลเอือม
ระอาเตือนว่าทำแบบนี้จะยิ่งเสียรามิลไป อัจฉราวดีร้องกรี๊ด...ไม่ต้องมาย้ำ
"ฉันนึกอยู่แล้วว่าคงหวังพึ่งแกไม่ได้ยัยอัจเอ๊ย...วันๆเอาแต่กรี๊ดๆๆแบ บนี้น่ะสิ ไอ้รามิลมันถึงวิ่งหนีน่ะ" อิทธิพลส่ายหน้ามองลูกสาวเดินตึงๆขึ้นชั้นบน...
ระหว่างทางที่รามิลขับรถไปส่งมัดไหม เขาเห็นเธอหลับเอียงมาซบไหล่เขา จึงจอดรถข้างทางแล้วปรับเบาะให้เอนลง ให้เธอนอนให้สบาย แต่แล้วเขาต้องเคลิ้มเมื่อเห็นใบหน้า
ใกล้ชิดจึงลืมตัวก้มหน้าจะหอมแก้ม มัดไหมละเมอวาดมือมาปะทะหน้าเขาอย่างแรง "ตบเหรอ...นี่ไง..."
รามิลผงะออกฉุนๆ "ทำไมต้องมาละเมอตอนนี้ด้วยนะ เสียมู้ดหมดเลย"
มัดไหมแอบอมยิ้มสะใจ...พอถึงไร่ รามิลก็ปลุกเธอ มัดไหมทำเป็นตกใจที่หลับมาตลอดทาง แต่ก็ยังห่วงเขาจึงชวนไปดื่มกาแฟบนบ้านก่อนจะได้ไม่ง่วงเวลาขับกลับ รามิล ขอบ
ใจที่ห่วง
"ไม่ห่วงได้ไง...เงินค่าจ้างฉันยังอยู่กับคุณอีกครึ่งนึงนะ ถ้าคุณเป็นไรไปใครจะจ่ายฉันล่ะ"
"นึกอยู่แล้ว เกลือจะกลายเป็นน้ำตาลได้ยังไง" รามิลลากลับแต่ยังเตือนให้เธอทายาที่แก้มจะได้ไม่ระบมตอนเช้า มัดไหมอมยิ้มเดินเข้าบ้าน...
คืนนั้น ดนุพันธ์มานั่งรอนาตาชาที่บ้าน แม่แก้วแปลกใจที่นาตาชากลับค่ำแถมไม่โทร.บอก พอดีนาตาชากลับมา ดนุพันธ์ รีบเข้ามาหา นาตาชารู้ทันพูดดักคอ
"ถ้าจะมาให้ถอนแจ้งความละก็ไม่ต้องหรอก เพราะหนูนาไม่ได้เอาเรื่องเอาราวอะไร ถ้าจะเคลียร์ก็ต้องไปเคลียร์กับร้อยเวรเอาเอง เพราะน้องพิมของพี่นุอยากแจ้งความเท็จช่วย
ไม่ได้"
"เรื่องนั้นน่ะ พี่ไปเคลียร์มาเรียบร้อยแล้ว"
"ก็นึกอยู่แล้วว่าพี่นุคงเป็นอัศวินขี่ม้าขาวไปช่วยเหมือนเดิม"
"โธ่...พี่ไม่ได้อยากเป็นอัศวินอะไรเลย แต่คุณแม่ของน้องพิมเค้าติดธุระเลยโทร.มาให้พี่ไปช่วย"
นาตาชาหมั่นไส้ไม่อยากฟัง ดนุพันธ์รีบบอกว่าเขาไม่ได้ มาบอกเรื่องพิมมาดา เขาอยากมาเคลียร์กับเธอ นาตาชาจึงให้เวลาห้านาที ดนุพันธ์โอดโอย "โห...ทำไมให้เวลาน้อยจัง"
"จะพูดหรือไม่พูด งั้นหนูนาไปนอนล่ะ..."
ดนุพันธ์รวบตัวนาตาชาไว้ "พูดก็พูด ฟังนะ...เรื่องวันนี้พี่ไม่ได้ตั้งใจหลอกหนูนา เหตุการณ์มันพาไป พี่ไม่ได้มีอะไรกับน้องพิมเกินเลยไปกว่าเอ็นดูเหมือนน้อง เพราะพี่มีคนที่พี่รักอยู่แล้วคือหนูนา..."
นาตาชาอึ้งมองดนุพันธ์ นิ่ง เขามองเธอซึ้งๆหมายจะจูบ แต่กลับโดนนาตาชากระแทกเข่าเข้าหว่างขาจนหน้าเขียวทรุดลงไปกอง นาตาชาพูดก่อนจะวิ่งเข้าบ้าน "หนูไม่เคลิ้มไปกับพี่หรอก จำไว้เลยนี่แค่เบาะๆ ถ้ามีคราวหน้าอีก รับรองพี่สูญพันธุ์แน่"
"ไม่รักไม่ว่า ไม่น่ามาทำร้ายน้องชายพี่นุเลย อ๋อย..."
หลัง จากนาตาชาอาบน้ำเสร็จ มัดไหมโทร.เข้ามาถามว่ารามิลกลับถึงบ้านหรือยัง นาตาชาแซวว่าเป็นห่วงหรือ มัดไหมรีบบอก "บ้าน่า...ไม่ได้ห่วง แค่ไม่อยากรู้สึกผิดถ้าเค้าเป็นอะไรไปกลางทางต่างหาก"
"จ้า...แล้วเป็นไงบ้าง สัญญาเป็นแฟนกำมะลอเรียบร้อยดีมั้ย"
"ก็อย่างที่คิดไว้นั่นแหละ เดี๋ยวก็เตรียมแผนต่อไปได้เลย"
"มันจะเป็นไปตามแผนเธอหมดเลยเหรอมัดไหม
อย่าลืมสิแผนที่เธอคิดไว้มันเป็นแค่การร่างระบบ ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก แต่เรื่องจริงมันมีตัวแปรอีกมากมายเลยนะ"
"ฉันไม่กลัวหรอก แผนก็แค่ตั้งไว้หลวมๆ ยืดหยุ่นให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว"
"ให้ มันจริงเถอะฉันละเป็นห่วง กลัวว่าสุดท้ายจะต้องลำบากใจกับความรู้สึกตัวเองทั้งสองฝ่ายนะสิ"...ฟังนาตา ชาเตือน มัดไหมนิ่งคิดอย่างหนัก
ooooooo
เสียงกรี๊ดของอัจฉรา วดีดังขึ้นแต่เช้า เมื่อเห็นข่าวหนังสือพิมพ์ "อัจฉราวดีตกกระป๋องตามวีนแหลก ตบสนั่นสาวหน้าใสหวานใจคนใหม่ของรามิลกลางลานจอดรถของแบงก์ดังย่านหัวหมาก" พร้อมมีภาพตบตีประกอบสองสามภาพ ทำให้อัจฉราวดีผลุนผลันออกจากบ้าน
รา มิลเดินมาที่โต๊ะอาหาร แปลกใจกับสีหน้าแม่แก้วและนาตาชาที่มองมา เขารีบอ้อนแม่แก้วว่าเขาสัญญาจะมาทานอาหารเช้าด้วยทุกวัน แม่แก้วพยักหน้า นาตาชายื่นหนังสือพิมพ์ มาวางให้อ่าน รามิลตกใจ "ข่าวมันไวชะมัด สดๆร้อนๆเลย"
แม่แก้วขอให้เพลาลงบ้าง นาตาชาแกล้งถามว่าถ้าคู่หมั้นเห็นข่าวจะว่าอย่างไร รามิลดีใจจะได้ถอนหมั้นไปเลย นาตาชาเตือนว่านั่นหมายถึงสูญมรดกสามพันล้าน รามิลอึ้งจริงด้วย รามิลคิดจะไปเคลียร์กับภัครมัย จ้อนเข้ามาขวางยังไปไม่ได้เพราะอัจฉราวดีรออยู่หน้าบ้าน ไม่ทันไรเสียงเธอตะโกนให้เปิดประตู รามิลจะไปพูดให้รู้เรื่องแต่แม่แก้วเตือนว่าเดี๋ยวจะบานปลาย
"แม่ว่าเรหลบไปก่อนดีกว่า"
"หลบ...คนอย่างนายรามิลต้องหลบผู้หญิงเหรอครับแม่แก้ว เฮอะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"
"ไม่เห็นต้องอายใคร เชื่อแม่แก้วสักครั้งนึงเถอะ แม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะแล้ว เวลานี้ไม่ควรที่เรจะเผชิญหน้ากับแม่ดารานั่น"
รา มิลนิ่งฟัง พอดีจ้อนร้องบอกว่าอัจฉราวดีกำลังปีนรั้วบ้าน รามิล แม่แก้ว และนาตาชารีบมาแหวกม่านดู พลันแสงแฟลชวูบวาบนักข่าวกรูเข้ามาถ่าย อัจฉราวดีรีบลงจากรั้วปรับอารมณ์ตัวเองให้นักข่าวเข้าใจว่าเธอมาหารามิล นักข่าวถามข่าวที่ตบตีกันกลางลานจอดรถ
"ฉันไปเจอเรโดยบังเอิญค่ะ แต่เรื่องตบตีไม่มี้ไม่มีค่ะ..."
"งั้นพอจะบอกได้มั้ยคะว่าผู้หญิงที่มากับคุณรามิล
เป็นใคร" นักข่าวถาม
อัจฉรา วดีตอบว่าเป็นเพื่อนๆของรามิล นักข่าวถามถึงความสัมพันธ์ของเธอกับรามิลว่าคลอนแคลนหรือยัง อัจฉราวดีตอบว่า "ก็ดูเอาเองแล้วกันค่ะ ถ้าคลอนแคลนจริงคงไม่เห็นอัจมายืนอยู่หน้าบ้านเรอย่างนี้หรอกค่ะ"
นัก ข่าวถามว่ามาเคลียร์กันหรือ อัจฉราวดีทำเป็นตกใจแก้ตัวว่าเธอนัดทานข้าวกับรามิลและมาทักทายแม่แก้ว อัจฉราวดีโพสท่าเกาะประตูเหมือนเป็นเจ้าของบ้าน...นาตาชาเห็นแล้วเกรงว่า เรื่องจะไม่จบเพราะอัจฉราวดีสร้างข่าวเอง แม่แก้วจึงขอให้รามิลหลบไปอยู่ที่อื่นก่อน
"จะให้ผมหลบไปไหนได้ล่ะครับ แค่ออกจากที่นี่ยังทำไม่ได้เลย"
"เอาน่ะ...รีบไปเก็บเสื้อผ้าก่อนเดี๋ยวแม่แก้วจะบอก" แม่แก้วยิ้มๆสบตากับนาตาชา
พอ รามิลกลับมาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า แม่แก้วก็กระซิบให้เขาไปอยู่ไร่มนตรา รามิลร้องลั่นไม่ยอมไป นาตาชารีบยุ "ดีออกนะพี่เร อย่างน้อยพี่ก็ได้เจอคุณมัดไหมเค้า เพราะตอนนี้เค้าอาจจะอ่านข่าวแล้วก็ยกเลิกการหมั้น แล้วพี่ก็จะอดมรดก พี่จะได้ใช้โอกาสนี้เกลี้ยกล่อมเค้าอย่างที่พี่อยากทำก็ได้นะ"
รามิลคิด แม่แก้วตามใจรามิล เขามองออกไปหน้าบ้านที่มีนักข่าวจึงตัดสินใจ...ประตูบ้านเปิดออก รถคันหรูของรามิล
แล่นออกจากบ้าน อัจฉราวดีดีใจวิ่งเข้ามาขวาง นักข่าวตามมา
ถ่าย ภาพ แต่พอกระจกเลื่อนลง คนขับรถกลายเป็นจ้อนยิ้มหวานอยู่ อัจฉราวดีชะโงกหน้ามองถามหารามิล จ้อนตอบว่าออกไปธุระตั้งแต่เช้า ส่วนตัวเขาจะเอารถเข้าศูนย์เช็กช่วงล่าง แล้วชวนอัจฉราวดีไปเช็กช่วงล่างตัวเองดูบ้าง อัจฉราวดีโวยไล่เปิง "ไอ้บ้า...ไอ้ขี้ข้า ไปให้พ้น"
อัจฉราวดีวิ่งกลับไปขึ้นรถตัวเองขับ ออกไป นักข่าวกระจายกันกลับ จ้อนขับรถออกจากบ้านไปจอดเติมน้ำมันที่ปั๊ม เสียงเคาะกระโปรงหลังดังกุกกัก จ้อนนึกได้รีบมาเปิด
"แกมัวทำอะไรอยู่ไอ้จ้อน ฉันจะขาดใจตายคารถตัวเองอยู่แล้ว" รามิลเรียกหายาดม
จ้อนรีบไปซื้อมาให้แล้วเป็นห่วงว่ารามิลจะขับรถไปถึงไร่มนตราไหวหรือ...
ขณะ ที่ติ๋มกำลังเป็นห่วงที่มัดไหมไปตบตีกับอัจฉราวดีจนเป็นข่าว มัดไหมบอกไม่ต้องเป็นห่วง พลันนาตาชาโทร.เข้ามาบอกว่ารามิลจะมาลี้ภัยอยู่ที่ไร่มนตรา ติ๋มแปลกใจสงสัย
มัดไหมบอกเหตุผลสองข้อ "ข้อหนึ่ง ต้องการลี้ภัยจากแฟนเก่าชั่วคราว ข้อสอง อาจจะตั้งใจมาเพราะสงสัยอะไรบางอย่างถึงไม่โทร.มาบอก..."
"สงสัยอะไรคะ" ติ๋มยังงง"
"เขาอาจจะสงสัยเรื่องมัดไหมกับภัครมัยก็ได้เพราะมากี่ทีก็ไม่เคยเจอภัครมัย เพราะฉะนั้นคราวนี้ ฉันคงต้องให้เขาเจอภัครมัยบ้างซะแล้ว"
"ฮ้า...แล้วคุณไหมจะทำยังไงล่ะคะ"...ติ๋มสงสัยแต่มัดไหมยิ้มอย่างมีแผน
รถ รามิลแล่นเข้ามาในไร่ เขาเห็นอัคนียืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางนอบน้อม จึงเข้าใจว่านั่นต้องใช่ภัครมัยแน่ "การมาอย่างไม่บอกกล่าวมันได้ผลอย่างที่คิดจริงๆแหะ นั่นต้องยัยตัวแสบแน่ๆ ดีเหมือนกันจะได้พูดให้รู้เรื่องไปเลย"
รามิลจอดรถลงเดินจ้ำๆไปหา อัคนี อัคนีทำหน้าตกใจที่รามิลมาเงียบๆ รามิลหัวเราะหึๆ เหลือบมองผู้หญิงที่ยังยืนหันหลังให้เขา "ถ้าไม่มาเงียบๆก็คงไม่ได้เจอเจ้าของไร่ซะที...ภัครมัยใช่มั้ย แหม...กว่าจะได้เจอตัวเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรเชียวนะ"
"สวัสดีค่ะพี่เร...ตามสบายนะคะ เอ้อ...น้องขอตัวก่อนค่ะ" เสียงมัดไหมเหมือนอมอะไรไว้
"อะไร กัน ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลยจะขอตัวแล้ว ไม่เสีย มารยาทเจ้าของบ้านไปหน่อยเหรอ นี่เธอ...หันมาคุยกันหน่อย เรามีเรื่องสำคัญต้องเคลียร์กัน" รามิลคว้าแขนจะให้หันมา
อัคนีห้าม แต่รามิลยื้อดึงอย่างแรงให้หันหน้ามา แล้วเขาถึงกับผงะถอยไปสองสามก้าวอย่างตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าภัครมัยมี แผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว...ทั้งสามมานั่งคุยตรงระเบียงไร่ ติ๋มยกน้ำมาเสิร์ฟแล้วนั่งก้มหน้าดูเหมือนสำรวมแต่ที่จริงกำลังกลั้นหัวเราะ ภัครมัยเองก็ขยับหมวกปีกกว้างบัง หน้าตัวเองพูดเสียงต่ำๆเบาๆ
"เชิญพี่เรทานน้ำสิคะ...หรือตกใจจนช็อกเลยดื่มไม่ลงเสียแล้ว"
สีหน้า รามิลทำให้ภัครมัยหลุดขำจนเธอต้องทำเป็น กระแอม รามิลรีบขอโทษแล้วขอถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ภัครมัยทำเป็นจับหน้าเสียใจ "ที่น้องหน้าเหมือนผีดิบแบบนี้ใช่มั้ยคะ...เพราะเหตุนี้น้องถึงไม่อยากให้ ใครพบเจอน้อง..."
"รวมทั้งพี่ด้วยหรือเปล่า"
"ค่ะ...ทีนี้พี่คงไม่ถือโทษโกรธน้องที่น้องไม่เคยอยู่ต้อนรับ"
"ไม่ หรอก และพี่ก็อยากจะบอกน้องว่าไม่ต้องหลบพี่เพียงเพราะเรื่องหน้าตา พี่ไม่กลัวและไม่ได้รังเกียจ...พี่พูดจริงๆนะ" รามิลย้ำหนักแน่นเมื่อเห็นสายตาไม่เชื่อของภัครมัย
"พี่เปลี่ยนไปมากนะคะ น้องคิดว่าพี่จะหัวเราะเยาะหรือแสดงท่ารังเกียจน้องเสียอีก"
"พี่ดูแย่ในสายตาของเธอมากขนาดนั้นเชียวเหรอ..."
"อ้อ เมื่อกี้พี่เรบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องเคลียร์กับน้องเชิญเริ่มได้เลยค่ะ" ภัครมัยเปลี่ยนเรื่อง
รา มิลพูดไม่ออก ภัครมัยไอออกมา รามิลได้ทีถามอาการ ติ๋มเห็นผิดสังเกตรีบเข้ามาถามว่าไม่สบายอีกแล้วหรือ ภัครมัยกระซิบให้พาเธอเข้าข้างในด่วน ติ๋มจึงบอกรามิลว่าขอพาภัครมัยเข้าไปก่อนเพราะเธอไม่สบายอีกแล้ว รามิลมองภัครมัยที่ไอไม่หยุดด้วยความเป็นห่วง
พอเข้ามาในห้อง มัดไหมคายก้อนสำลีออกมาอย่าง
โล่งใจ "เกือบติดคอตายซะแล้ว"
"คุณไหมนะคุณไหม เล่นแผลงๆ" ติ๋มส่ายหน้า
แต่มัดไหมกลับพอใจที่ได้เห็นสีหน้าตกใจของรามิล
ooooooo
ใน สตูดิโอ นาตาชากำลังถ่ายภาพนางแบบอย่างชำนาญ อภิชาตยืนคุมงานแล้วลืมตัวบอกนางแบบ "ดีๆ เซ็กซี่ขึ้นอีก อ่ะดี...ดึงชายเสื้อขึ้นอีกนิด น่านอย่างนั้นแหละ อีกๆๆ ซี้ด...อีก"
นาตาชาหยุดถ่ายร้องบอก "ก็ให้ถอดเสื้อออกเสียเลยดีมั้ย..."
อภิชาต สะดุ้ง นาตาชาถ่ายต่ออีกสักพักก็พยักหน้าบอกนางแบบว่าเสร็จแล้ว ถามผู้ช่วยว่าเซตสุดท้ายแล้วใช่ไหม ผู้ช่วยพยักหน้า เธอจึงเก็บกล้อง อภิชาตเข้ามาชวนทานอาหาร นาตาชาปฏิเสธ พอดีทีมงานมาบอกว่ามีคนมาหา อภิชาตกับนาตาชาหันไปมอง พอเห็นว่าเป็นดนุพันธ์
อภิชาตแขวะทันที "มันก็ต้องคนน่ะสิถึงจะมาหา ควายมันจะเข้ามาในนี้ได้ไง"
ดนุพันธ์สะดุ้งโหยงมองแค้นๆแต่หันมาชวนนาตาชาไปทานข้าว มีเรื่องอยากคุยด้วย อภิชาตโวยทันที เขากำลังชวนอยู่ ดนุพันธ์จึงให้นาตาชาเป็นคนเลือกว่าจะไปกับใคร นาตาชา
ถอนใจบอกให้ไปด้วยกันทั้งสองคน...
พอมาถึงร้านหรู นาตาชาแกล้งถามดนุพันธ์ว่าน้องชายหายดีแล้วหรือ ดนุพันธ์สำลักน้ำ อภิชาตสงสัยถามว่ามีพี่น้องด้วยหรือ นึกว่าเป็นลูกคนเดียว เห็นเที่ยวหัวหกก้นขวิด เป็นข่าวซุบซิบเรื่องสาวๆไม่เว้นแต่ละวัน นาตาชากลั้นยิ้มแล้วบอกให้หนุ่มๆช่วยสั่งอาหารให้
"ลองอะไรที่มันมีก้างเยอะๆมั้ยครับ จะได้รู้ว่าเวลาก้างมันไปขวางในคอมันเป็นยังไง"
พอได้ยินอภิชาตสั่งแบบนั้น ดนุพันธ์ไม่รอช้ากัดตอบ "ไม่เอาหรอกครับ ผมไม่ค่อยชอบทานปลา ผมอยากทานอะไรที่มันแก่ๆ หนังเนียวๆ เคี้ยวมันดี"
สองหนุ่มจ้องหน้ากันเขม็ง นาตาชาจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กลับมาขอให้มีอาหารพร้อม ทั้งสองแย่งกันสั่ง นาตาชาหลบมาโทร.ถามข่าวคราวรามิลจากมัดไหมและได้คำตอบสยองแทน
"...รับรองว่าคืนนี้พี่ชายหนูนาจะได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่แบบที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนแน่ๆ..." มัดไหมยืนลูบคอคุณตะวันเจิดจ้าขำๆ...
และเป็นไปตามแผน รามิลรู้จากอัคนีว่ามัดไหมไปที่หมู่บ้านหลังเขาแทนภัครมัยก็เป็นห่วง พออัคนีบอกว่าถ้าขี่ม้าไปตามทางก็จะเจอมัดไหมขากลับ และให้ขี่สีหมอกไป...
ทานอาหารเสร็จ นาตาชาขอตัวจะไปดูงานนิทรรศการภาพวาด อภิชาตรีบบอกว่าถ้าชอบงานศิลป์ไปดูที่บ้านเขาก็ได้ ดนุพันธ์แขวะ "เพิ่งรู้นะครับเนี่ยว่าคุณอาศัยอยู่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟ"
อภิชาตทำท่าอยากชก นาตาชาจึงบอกว่าไม่รบกวนดีกว่า อภิชาตยังยื้อว่าไม่รบกวน
"เค้าบอกปฏิเสธ ยังไม่เข้าใจอีก" ดนุพันธ์ยิ้มเยาะ แล้วอาสาจะพานาตาชาไป
"หนูเอารถมาไม่ต้องหรอกค่ะ" นาตาชาบอกดนุพันธ์
"เอารถไปสองคันมันเปลืองน้ำมันนะ เดี๋ยวพี่ให้คนเอารถหนูนาไปไว้ที่บ้าน"
"เค้าบอกปฏิเสธ ยังไม่เข้าใจอีก" อภิชาตยิ้มเยาะบ้าง
นาตาชารีบขอตัวแล้วเดินไป ดนุพันธ์วิ่งตามไป อภิชาตโวยว่าทำเนียนกินฟรี...ดนุพันธ์ตามมาถึงที่รถ เหนื่อยหอบ นาตาชาแซวว่าวิ่งแค่นี้เหนื่อยแสดงว่าแก่แล้ว ยังไม่มีความคิดอีก
"โอเค...หนูนาจะด่าจะว่าพี่ยังไงพี่ก็ยอม แต่ขอเวลาคุยกันหน่อยได้มั้ย"
นาตาชาตอบว่าไม่มีอะไรจะคุย ดนุพันธ์ดึงมือเธอไว้ นาตาชามองตาขวางขู่จะให้น้องชายป่วยอีกหรือ เขารีบปล่อยมือเธอ นาตาชาขับรถออกไป ดนุพันธ์มองตามตาละห้อย...
กลับมาถึงบ้าน แม่แก้วเข้ามาถามข่าวคราวรามิลด้วยความห่วง นาตาชาบอกว่าไม่ต้องห่วงเธอโทร.เช็กกับมัดไหมเมื่อตอนบ่ายก็โอเคดี ท่าทางแม่แก้วโล่งใจจะไปนอน นาตาชาแกล้งค่อนขอด "แหม...พอหมดเรื่องพี่เรก็ไปเลย...รำไม่สวยเลยนะคะแม่แก้ว"
"ย่ะ...แม่แก้วมันคนลำเอียง" แม่แก้วเดินงอนๆออกไป
ooooooo
ระหว่างทางกลางป่า รามิลขี่สีหมอกมาหยุดที่ต้นไม้ใหญ่ท่าทางเหน็ดเหนื่อย บ่นกับสีหมอก "ทำไมไม่เห็นเจอยัยมัดไหมสักที แล้วนี่เรามาถูกทางหรือเปล่านี่ เฮ้...สีหมอกนายพาฉันมาถูกทางหรือเปล่า..."
ห่างออกมาไม่ไกล มัดไหมเหยาะเจ้าตะวันเจิดจ้าหยุดมองรามิลอย่างหมั่นไส้ที่อวดดี ไม่รู้ทางแล้วยังจะออกมาจึงแกล้งปล่อยให้หลงป่าสักพัก จนมืด รามิลเริ่มกลัวเดินจูงม้าบ่นพึมพำแล้วเผลอตบก้นสีหมอกที่พาหลงป่า สีหมอกตกใจควบหนีเข้าป่าไป รามิลวิ่งตามยิ่งหลงลึกเข้าไปใหญ่พอรู้ตัวก็คิดจะโทร.ตามคนมาช่วย พอล้วงหามือถือไม่เจอ จึงนึกได้ว่าทิ้งไว้ในรถ...
หนีนักข่าวจากบ้านรามิลมาได้ อัจฉราวดีไม่กล้ากลับบ้าน มาพักกับพิมมาดาทำให้ไม่ได้ไปร้าน แถมต้องหาของประเคนให้ทานทุกมื้อ อัจฉราวดียังบ่นไม่หยุด พิมมาดาจึงแนะ
"...จริงสิ...เธอจะมานั่งอยู่แบบนี้ทำไม ก็ตามไปพูดกับคุณรามิลให้รู้เรื่องไปเลยดีมั้ย แต่เธอต้องใช้ไม้อ่อนอย่างที่ฉันบอกนะ"
"คิดว่าฉันไม่อยากคุยเหรอ แต่ตอนนี้เขาหายหัวไปไหนก็ไม่รู้"
"ทำไมเธอไม่ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้ได้ประโยชน์ล่ะ" พลอยไพลินมองไปที่มือถือบีบี
อัจฉราวดีนึกได้ว่าใช้บีบีเช็กดูได้ว่ารามิลอยู่ที่ไหน แล้วก็เช็กเจอว่าอยู่ปากช่อง...
ฟ้ามืดปกคลุม รามิลยังคงเดินในป่าจนล้านั่งพิงขอนไม้ กอดอกด้วยความหนาว พลันได้ยินเสียงม้าเหยาะใกล้เข้ามา ก็ดีใจคิดว่าสีหมอกกลับมา จึงลุกขึ้นเพ่งมอง เห็นภาพรางเลือนว่ามัดไหมอยู่บนหลังม้า เขาร้องเรียกมัดไหมด้วยความดีใจ...
จัดหาที่พักได้ รามิลทึ่งเมื่อเห็นมัดไหมก่อกองไฟ ซึ่งเขาทำไม่ได้ มัดไหมถามว่าไม่เคยเรียนลูกเสือหรือ รามิลตอบหน้าตาเฉยว่าเรียนแต่ไม่ทำ มัดไหมสบถ...น่าเผาโรงเรียนที่รามิลจบมา มัดไหมดึงเต็นท์ออกมา รามิลร้องอย่าบอกนะว่าจะนอนกลางป่า
"ค่ะ...แล้วมาช่วยฉันกางด้วย"
"ก็ทำไมเราไม่ขี่เจ้าตะวันเจิดจ้ากลับบ้านล่ะ"
มัดไหมถามว่ารู้ไหมว่าจากนี่ห่างจากไร่แค่ไหน ถ้าเธอไม่เจอสีหมอกวิ่งออกมาเธอคงตามหาเขาไม่เจอ แล้วบ่นว่ารามิลหาเรื่องจริงๆ รามิลเผลอบอกออกไปว่าเขาเป็นห่วงเธอเลยขี่สีหมอกมารอขากลับ เขาน้อยใจที่ทำคุณบูชาโทษ มัดไหมรู้สึกใจอ่อนกับสิ่งที่ได้ยิน รามิลเดินงอนๆเข้ามาดึงเต็นท์มากางเห็นมัดไหมทำไม่รู้ไม่ชี้ จู่ๆรามิลก็กระชากมัดไหมมากอดไว้แน่น มัดไหมตกใจพอได้สติสะบัดตัวสุดแรงออกแล้วตบรามิล หน้าหัน
"อย่ามาดูถูกฉันนะคุณรามิล ถึงฉันจะเป็นแค่คนใช้ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรี ขอให้คุณจำใส่ใจไว้ด้วย" มัดไหมสะบัดหน้าจะเดินหนี
รามิลสีหน้าโกรธแต่กระชากมัดไหมเข้ามากอดไว้อีกตวาดข้างหู "อยู่นิ่งๆ..."
"นี่คุณ ถึงตอนนี้คุณจะเป็นนายจ้างฉัน แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้...ปล่อย..."
"เอาซี้...ดิ้นเลยถ้าเธออยากโดนงูกัดตาย"
"งู...งูเหรอ!"
"ก็ใช่น่ะสิ งูเห่าซะด้วย ถ้าอยากอวดเก่งก็เอาเลย นั่นมันชูแม่เบี้ยอยู่ข้างหลังเธอนั่นไง ดิ้นสิดิ้นเลย"
มัดไหมยืนแข็งทื่อหลับตาปี๋ เผลอซุกอกรามิลตัวสั่น "ทำไงดีละคะคุณรามิล"
"ทีงี้ล่ะทำเสียงอ่อนเสียงหวาน ทีเมื่อกี้ตบฉันซะหน้าชา อยู่เฉยๆนิ่งๆห้ามขยับเขยื้อนเข้าใจมั้ย" รามิลกอดมัดไหมที่ยังซุกอกเขา ระวังจนงูเลื้อยผ่านไปแล้วเปลี่ยนเป็นขำพูดให้มัดไหมกลัวต่อไปว่างูไม่ยอมไปไหน ไล่ยังไงก็ไม่ไป...
ooooooo
บนดาดฟ้าบริษัท RMT อิทธิพลให้ลูกน้องไปจับสมุห์บัญชีมา ข่มขู่ให้ร่วมมือกับเขาเพราะสมุห์ ไม่ยอมร่วมมือยังจงรักภักดีต่อราเมศและรามิล เขาจึงขู่ว่าจะโยนตัวสมุห์ลงไปแล้วไปจัดการกับลูกเมียเขาทีหลัง สมุห์เป็นห่วงลูกเมียจำต้องยอมทำทุกอย่าง
พออิทธิพลกลับมาบ้าน พบลูกสาวหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าออกจากบ้านจะไปหารามิลที่ปากช่อง อิทธิพลจึงนึกได้
"ปากช่อง...หรือว่ารามิลไปไร่มนตรา"
"ไร่ของยัยภัครมัยที่เรจะต้องแต่งงานด้วยนะเหรอคะ ดีเลย ถ้างั้นก็เข้าแผนเราเลยสิคะ"
"ถ้าแกทำได้ ทุกอย่างก็จะยิ่งง่ายเข้า แต่พ่อว่าแกไปตอนเช้าจะดีกว่านะ"
อัจฉราวดีเห็นด้วย เพราะเมื่อรู้ว่าคู่แข่งเป็นใครต้อง
เตรียมตัวให้ดีกว่านี้...ในขณะที่รามิลยังคงหลอกกอดมัดไหมอยู่จนเธอรู้สึกว่าต้องยืนเมื่อยอีกนานแค่ไหนกว่างูจะไป รามิล มองหน้ามัดไหมขำๆแล้วเคลิ้มเผลอพูดความในใจออกมา
"เธอสวยมากนะมัดไหม สวยจนฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเธอเป็นแค่คนรับใช้ของภัครมัย"
รามิลโน้มหน้าจะจูบ มัดไหมกระทืบลงบนเท้าเขาร้องลั่นกระโดดโหยงแล้วสะดุดล้มลงโวยวายมาทำเขาทำไม มัดไหมเสียงดังใส่ว่าเขาหลอกเธอ เพราะงูที่จริงอยู่บนหัวเขา มัดไหมวิ่งเข้าไปนอนในเต็นท์ไม่ให้เขาเข้าไป รามิลจึงแกล้งร้องเพลงลูกทุ่งเสียงดังก่อกวน มัดไหมโวยให้เงียบเธอจะนอน รามิล จึงบอกว่าเขาหิว มัดไหมนึกได้ว่ารามิลยังไม่ได้ทานอะไรเลย...
ooooooo










