ตอนที่ 17
แกล้งยั่วให้รามิลหึงได้สำเร็จ แล้วมัดไหมทำเป็นมาอธิบายว่าวายซีเป็นแค่เพื่อนสนิท รามิลเมินไม่สนใจ จำอะไรไม่ได้ไม่เคยรู้จักวายซี มัดไหมทำเสียงสูง "เหรอคะ...นี่ตอนนี้พี่เรยังจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ... แย่จังเลยนะ สงสัยชาตินี้พี่เรคงจำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ"
รามิลงอนอยู่ต้องหันขวับมามองมัดไหม เธอจึงทำทีเป็นเอาใจนวดให้เขาคลายความโกรธ รามิลเริ่มเคลิ้มสบาย "อือ...ตรงนั้นแหละ นวดหนักๆเลย วันนี้ขับรถมันเหนื่อยมาก"
มัดไหมได้ทีนวดแรงขึ้น จนรามิลร้องโวยวาย "บ้าเหรอ มันเจ็บนะแบบนี้"
"ก็พี่เรอุตส่าห์ตรากตรำไปส่งของให้มัดไหม ทั้งที่อ่านหนังสือไม่ออก แต่ส่งของถูกต้องเป๊ะทุกประการ แผนที่ถนนหนทางก็ไปถูกไม่มีหลงเลย แบบนี้จะไม่ให้มัดไหมสำนึกบุญคุณได้ยังไงล่ะคะ ต้องนวดให้เต็มที่หน่อย...เสียดายนะคะ ที่มัดไหมยังอ่านหนังสือเล่มที่พี่เรอุตส่าห์หามาไม่จบ ไม่งั้นคงมีวิธีที่ดีกว่านี้" มัดไหมโยนหนังสือที่เขาช่วยหามาตรงหน้า
รามิลอ้ำอึ้งแก้ตัวไม่ออก มัดไหมจึงถามว่าจำความได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รามิลสารภาพว่าตั้งแต่วันที่เขาถอยรถชนต้นไม้ มัดไหมร้องไห้เสียใจที่เขาหลอกเธอมาตั้งนาน แถมแกล้งทรมานเธอสารพัด รามิลเองก็รู้ตัวว่าผิดแต่ที่ทำไปเพราะโกรธที่มัดไหมหลอกเขาก่อน ปลอมเป็นคนสามคนให้เขาลำบากใจอยู่ตั้งนาน ทั้งสองต่างสำนึกผิดและเสียใจกันทั้งคู่... คืนนั้นทั้งคืน ทั้งสองต่างคิดทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่ต่างร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านสิ่ง ร้ายๆมาด้วยกัน
วันรุ่งขึ้นมัดไหมออกมาที่ไร่พบรามิลกำลังทำงานตัดองุ่นอยู่ ท่าทางทุลักทุเล จึงเข้าไปทักว่าไม่ได้ทำนานจนทำไม่เป็นแล้วหรือ รามิลจึงบอกว่าเขาจะลองใช้ชีวิตเป็นชาวไร่ดูบ้าง แต่มัดไหมดักคอว่าท่าทางไปไม่รอด รามิลจะเถียงแต่กลับชะงัก แล้วทั้งสองก็พูดพร้อมกันว่า
"ขอโทษ..." ต่างขอโทษกันและกัน แล้วทั้งสองก็หัวเราะให้กัน
มัดไหมรับปากว่าจะไม่โกหกเขาอีก รามิลก็รับปากเช่นกัน เขาส่งพวงองุ่นให้มัดไหมดูว่าเขาตัดออกมาใช้ได้ไหม พอมัดไหมรับมาพบว่ามีแหวนห้อยอยู่วงหนึ่ง เธอมองเขางงๆ
"ถ้าจะขอแต่งงานตอนนี้ไม่รู้ยังจะทันมั้ย" รามิลถาม
"ทำไมจะไม่ทันล่ะ" มัดไหมยิ้มกว้างด้วยความดีใจก่อนจะโผเข้ากอดรามิล...
หลายวันผ่านไป...นาตาชากับดนุพันธ์มาเยี่ยม มัดไหมต่อว่านาตาชาที่หลอกเธอว่ารามิลความจำเสื่อม นาตาชาหน้าเหยอ้างว่ารามิลขู่บังคับ รามิลจึงย้อนว่านาตาชาก็ไม่เคยบอกเขาเรื่องมัดไหมปลอมตัวเหมือนกัน "อ้าว...นี่หนูนาโดนทั้งขึ้น ทั้งล่องเลยใช่มั้ยเนี่ย"
"ก็ควรล่ะ แถมชอบลากเราเข้าไปเอี่ยวได้ทุกที" ดนุพันธ์ช่วยซ้ำเติม
"เอ๊ะ...พี่ตะนุนี่ มีสิทธิ์บ่นด้วยเหรอ"
มัดไหมกับรามิลขำ นาตาชาส่งรูปที่แม่แก้วกับสามป้าส่งมาให้ เป็นภาพถ่ายการท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆของสี่สาว "ช่วงนี้แกเดินสายทัวร์ 76 จังหวัด บอกว่าต้องรีบเที่ยวก่อนที่จะแก่ไปกว่านี้ เดี๋ยวตายก่อนเที่ยวครบทุกจังหวัดซะก่อน"
"แล้วเธอสองคนล่ะ เมื่อไหร่จะแต่งงานซะที ได้ข่าวว่า เจ้านายเธอกับพลอยไพลินเค้าก็ชิงแต่งก่อนคู่เธอไปแล้วนี่" มัดไหมถามบ้าง
นาตาชาโทษดนุพันธ์ที่เลือกมากทั้งการ์ดและของชำร่วย ติ๋มซึ่งนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยส่ายหน้าว่าผิดกับคู่รามิลและมัดไหมที่แข่งกัน ทำทุกเรื่อง ไม่ว่าของชำร่วยและการ์ดแต่งงาน...
ไม่มีใครรู้ว่า กลุ่มสามป้า พิศมัย อุมาพร อรอุจิและแม่แก้วกำลังคุยกันเรื่องที่รามิลและมัดไหมต่างหลอกกันไปมาโดยไม่ สนใจหัวหงอกหัวดำอย่างพวกเธอ จึงวางแผนกันกลับกรุงเทพฯเมื่อไหร่จะเอาคืนบ้าง
รามิลเกิดขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ขณะอยู่คอกม้า กับมัดไหม "พี่เรเป็นอะไรคะ"
"ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา"
มัดไหมหาว่าไปเที่ยวหลอกใครไว้แล้วเขาจะเอาคืนหรือเปล่า รามิลเอ็ด "ไม่เอาละ พูดเรื่องไม่เป็นมงคลเลย นี่เรากำลังจะแต่งงานกันนะ"
"มัดไหมก็หวังว่าไม่ว่าเรื่องอะไรที่พี่รามิลเคยทำไว้ คงจะไม่มาขัดขวางงานแต่งงานเราอีกนะ"
ไม่ทันไร ติ๋มวิ่งโร่มาบอกว่ามีคนมาหารามิล ทั้งสองมองไปเห็นพลอยไพลินยืนอยู่ มัดไหมค้อนขวับใส่รามิล...ท่าทางพลอยไพลินดูเศร้ามาก เธอมาปรับทุกข์กับรามิลเรื่องที่อัจฉราวดีต้องตาย "ที่ฉันหักหลังเธอ ฉันไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้ เหมือนตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้เธอตาย"
"ไม่ใช่หรอกครับ ถ้าคุณพูดแบบนั้นผมว่าผมน่าจะเป็น ต้นเหตุซะมากกว่า ดังนั้นอย่าคิดมากเลยครับ อัจเค้าไปสบายแล้ว มีแต่เราที่ยังทุกข์กันอยู่ ผมว่าเรามาคุยเรื่องที่มันไม่เครียดดีกว่า"
พลอยไพลินหันมาถามเรื่องรามิลกำลังจะแต่งงาน รามิล ตอบว่าใช่ เขากำลังเตรียมงานแล้วเลยแสดงความยินดีที่เธอแต่งงานไปกับอภิชาต ท่าทีเธอดูเศร้าลง
"คงไม่ต้องยินดีอะไรแล้วล่ะค่ะ เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะหย่า" พลอยไพลินน้ำตาพรั่งพรู
รามิลทำอะไรไม่ถูก ยิ่งพอพลอยไพลินเอนมาซบอก เขาจึงได้แต่ลูบหัวปลอบ มัดไหมยืนมองไม่พอใจ ติ๋มเดินผ่านมาเห็นมัดไหมยืนแอบมองอยู่มุมห้อง พอเห็นภาพรามิล กับพลอยไพลินก็ร้อง "โอวแม่เจ้า...ทำอะไรไม่อายผีสางเทวดากันเลย คุณมัดไหมยอมได้ไงคะแบบนี้"
มัดไหมสีหน้าโกรธ ติ๋มถามว่าหึงหรือ มัดไหมแก้ตัวว่าเปล่า แต่พอติ๋มถาม "จะมัวมายืนหึงอย่างเดียวไม่ได้หรอกค่ะคุณมัดไหม แบบนี้ต้องลุยเข้าไปเลย...อ้าว! ไปโน่นละ แล้วยังบอกว่าไม่หึงอีก" ติ๋มหันมาเห็นมัดไหมเดินนำโด่งไปแล้ว
มัดไหมเดินอาดๆเข้ามา รามิลตกใจรีบผละออกจากพลอยไพลิน มัดไหมทำเป็นพูดว่า
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ พอดีเอาน้ำมาให้"
"ไหนล่ะน้ำ?" พลอยไพลินมองที่มัดไหม
"อ้าว...ลืมหยิบมาได้ไงเนี่ย ว่าหยิบมาแล้วเชียว เดี๋ยวออกไปเอามาให้อีกทีก็ได้ค่ะ"
รามิลกับพลอยไพลินมองหน้ากันงงๆ มัดไหมเดินไปสักประเดี๋ยวก็กลับมาพร้อมการ์ดแต่งงานในมือแทนที่จะเป็นน้ำ มาส่งให้พลอยไพลินขอเชิญเธอมาร่วมเป็นเกียรติ
"นั่นเป็นแค่การ์ดตัวอย่างไม่ใช่เหรอ การ์ดเรายังไม่ได้ พิมพ์เลยนี่มัดไหม" รามิลถาม
"นั่นไงที่มัดไหมตั้งใจเลย แม้การ์ดเราจะยังไม่เสร็จ แต่มัดไหมก็อยากจะชวนให้คุณพลอยมางานเราอย่างเป็นทางการ"
พลอยไพลินรับปากว่าจะไปงาน มัดไหมดึงการ์ดคืนมาทำเป็นถามว่าแบบนี้สวยไหม ติ๋มยืนมองพฤติกรรมมัดไหมแล้วส่ายหน้า นี่หรือคนไม่หึงเขาทำ...
คืนนั้น รามิลเก็บเสื้อผ้าจะเข้ากรุงเทพฯตอนเช้า มัดไหมเห็นแล้วไม่พอใจหาว่าจะตามสาวกลับ รามิลบอกว่าเขาต้องไปเคลียร์งานที่บริษัท มัดไหมไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่จึงโทร.ปรึกษานาตาชา ก็ได้รับแนะนำว่า
"ไม่ใช่แค่ต้องสงสัยนะมัดไหม เธอน่ะต้องตามไปดูให้มันรู้เรื่องกันไปเลย ผู้ชายน่ะ ถ้าออกจากบ้านเค้าก็ไม่ใช่ของเราแล้ว ละครเมียหลวงเค้าบอกไว้"
"แล้วแบบนี้ต้องทำยังไงล่ะหนูนา"
นาตาชาให้ตามไปด้วย แสดงความเป็นเจ้าของ มัดไหมเกรงรามิลจะรำคาญ นาตาชาจึงแนะ "ถ้าตัวไปไม่ได้ก็ใช้สิ่งของแทนสิ"
มัดไหมทำหน้างงๆนาตาชายกตัวอย่าง "เช่น...รูปไง เอารูปเราใส่ไว้กับของพี่รามิลทุกอย่าง เขาจะหยิบอะไรขึ้นมาใช้ ใครเห็นก็จะได้รู้ว่าพี่เรมีเจ้าของแล้ว"
วันรุ่งขึ้น มัดไหมถือกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองเข้ามาในห้องรามิล เห็นมือถือเขาวางอยู่จึงหยิบมาแอ็กท่าถ่ายภาพตัวเองแล้วเซตให้เป็นภาพหน้าจอ แล้ววางไว้ที่เดิม รามิลกลับเข้ามาแปลกใจที่เห็นมัดไหมมีกระเป๋าเสื้อผ้า เธออ้างว่าจะไปทำธุระที่กรุงเทพฯเช่นกัน...แต่พอจะไปถึงกรุงเทพฯ มัดไหมก็ให้รามิลแวะห้างสรรพสินค้า เธอเดินหาของที่ต้องการ รามิล เดินตามด้วยความสงสัยจนมาเจอตู้ถ่ายสติกเกอร์ มัดไหมดึงรามิลเข้าไปถ่ายคู่กันหลายภาพ
พอมานั่งทานอาหารในร้าน รามิลมัวคุยโทรศัพท์เรื่องงาน มัดไหมจึงเอาสติกเกอร์ติดที่ของใช้เขาทุกชิ้น ไม่ว่ากระเป๋า สตางค์หรือกุญแจรถ...พอแยกกัน รามิลเข้าออฟฟิศเคลียร์งาน ดนุพันธ์แซว "ติดหญิงจนไม่สนใจเพื่อนสนใจงานเลยนะ"
"แกก็พูดไปเรื่อย นี่พอแกโทร.ไปตามงาน ฉันก็รีบเข้ามาเลยนี่ไง"
ดนุพันธ์หัวเราะหึๆแล้วขอยืมมือถือรามิลมาใช้เพราะของเขาแบตฯหมด พอเห็นรูปมัดไหมก็แซวอีก รามิลมองมือถือตัวเองงงๆ...มัดไหมมาคุยกับนาตาชาที่บ้าน เธอบอกว่าทำทุกอย่างที่แนะนำแล้ว นาตาชากลับบอกว่านั่นเป็นแค่เริ่มต้นยังมีขั้นต่อไปอีก ไม่ทันที่จะอธิบาย แม่แก้วกับสามป้ากลับมา นาตาชากับมัดไหมเข้าไปทักถามว่าเที่ยวครบทุกจังหวัดไหม แม่แก้วตั้งท่าจะเล่า พิศมัยสะกิด "ให้พวกฉันได้พักผ่อนกันก่อนแล้วค่อยมาชวนคุยเรื่องไร้สาระ"
พิศมัยนำทีมน้องๆเข้าบ้าน นาตาชากับมัดไหมมองหน้ากันงงๆ...เข้ามาในห้อง อุมาพรกับอรอุจิก็รุมถามพิศมัย ทำไมต้องทำเข้มขนาดนั้น พิศมัยหัวเราะออกมา
"การที่เรากลับมาครั้งนี้ก็เพื่อจะมาแก้เผ็ดเด็กพวกนี้ ยังไงล่ะ...ฉันมีแผนที่แยบยล"
ooooooo
พลอยไพลินนัดรามิลมาพบที่ร้านอาหารของเธอ อ้างว่าอยากมีใครซักคนคุยด้วย เธอถือผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำมูกน้ำตา เผอิญเด็กเสิร์ฟทำน้ำหกราดกางเกงรามิล พลอยไพลินใช้ผ้าเช็ดหน้าในมือช่วยเช็ดน้ำให้ แล้วพาเขาไปเปลี่ยนกางเกงของสามีเธอ รามิลล้วงของในกระเป๋ากางเกงออกมาวาง พลอยไพลินเห็นแล้วถาม "ท่าทางคุณกับมัดไหมคงกำลังหวานชื่นกันน่าดูสินะคะ"
"ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ"
"ก็ทั้งกุญแจรถ กระเป๋าสตางค์ ก็แปะรูปไว้หมด เหมือนจะประกาศความหวานให้โลกรู้"
รามิลเพิ่งจะมองว่ามีรูปแปะอยู่จริงด้วย เขาไม่เข้าใจว่ามัดไหมทำแบบนี้ทำไม...
เย็นมากแล้ว มัดไหมกับนาตาชานั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขก มัดไหมแปลกใจที่รามิลยังไม่กลับมาอีก นาตาชาให้โทร.ถามแต่มัดไหมเกรงเป็นการเซ้าซี้มากไป
"ทำไม เธอจะรอให้พี่รามิลใส่เสื้อผ้าออกไปชุดนึง กลับเข้ามาอีกชุดแบบนี้น่ะเหรอ ถึงค่อยระแวงว่าเขามีบ้านเล็กบ้านน้อยน่ะ เธออย่าลืมสิว่า พี่เรน่ะเค้าเป็นคาสโนว่านะ"
พอดีรามิลกลับมาทักทายสองสาว แล้วเห็นมัดไหมมองเขาอึ้งๆจึงต่อว่า "เป็นอะไรไปอีกล่ะ วันนี้ทำอะไรไว้ยังไม่ได้เคลียร์เลยนะ...ทำอะไรเนี่ยฮึ?"
รามิลวางกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถและมือถือให้ดู นาตาชาช่วยตอบว่าน่ารักดีออก รามิลขอไปอาบน้ำก่อนแล้วจะมาเคลียร์ นาตาชาไม่ลืมที่จะบอกว่าแม่แก้วกับสามป้ากลับมาแล้วรามิลจึงแวะไป ทักทาย...รามิลเดินไป มัดไหมหันมาบอกนาตาชาว่าเมื่อเช้ารามิลไม่ได้ใส่กางเกงตัวนี้ นาตาชากับมัดไหมจึงย่องมาที่ห้องรามิล ขณะที่เขากำลังอาบน้ำอยู่ เพื่อดูยี่ห้อกางเกง
"ไม่ใช่ของพี่เรแน่ๆ เพราะพี่เรไม่เคยใส่เสื้อผ้ายี่ห้อนี้" นาตาชามั่นใจ แล้วพอล้วงกระเป๋ากางเกงก็พบผ้าเช็ดหน้าลายดอก
"อาจจะเป็นของเพื่อนผู้ชายก็ได้" มัดไหมแก้ต่าง แต่พอคลี่ผ้าเช็ดหน้าเห็นรอยลิปสติก
"ไง คราวนี้จะบอกว่าเป็นผู้ชายอีกรึเปล่าล่ะ"
มัดไหมมองไปทางห้องน้ำอย่างโกรธแค้น "ไอ้พี่รามิล คนเลว..."
สองสาวเดินออกจากห้องรามิล มัดไหมฉุนเฉียวบอก นาตาชาว่าเธอจะไม่แต่งงานจนกว่าเรื่องนี้จะกระจาง นาตาชา เตือนว่ารามิลคงไม่ยอม มัดไหมอ้างว่ารามิลสัญญาแล้วว่าจะไม่โกหกอีก
"เธอเชื่อว่าการพูดความจริงทุกอย่างมันจะทำให้อะไรดีขึ้นจริงๆน่ะเหรอ ไม่มีใครพูดอะไรจริงร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ คนเราถ้าจะอยู่ด้วยกัน มันก็ต้องรู้จักถนอมน้ำใจกันบ้าง พูดในสิ่งทีอีกฝ่ายอยากได้ยินบ้าง" นาตาชาให้ข้อคิด
"แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง"
นาตาชาให้ดำเนินตามแผนการแสดงความเป็นเจ้าของต่อไป...ขณะเดียวกัน สามป้ากับแม่แก้วได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น พิศมัยยิ้มเยาะที่แผนของพวกเธอจะได้เข้มข้นมากขึ้น
ooooooo
การทำตามแผนแสดงความเป็นเจ้าของของ นาตาชา ทำให้มัดไหมต้องตามรามิลมาที่ออฟฟิศ เฝ้าดูเขาทำงานทั้งวันจนเบื่อ แต่แล้วก็เป็นผลดี เพราะพลอยไพลินแวะมาหารามิล เอากางเกงที่ซักแล้วมาคืนให้ มัดไหมเจ็บใจเข้ามาทักทาย "สวัสดีค่ะ คุณพลอยไพลิน"
"อ้าวคุณมัดไหม อยู่ด้วยเหรอคะ ไม่ยักกะเห็นเลย"
"คุณพลอยอาจไม่ตั้งใจมองคนอื่นด้วยมั้งคะ เลยทำให้ มองไม่เห็น" มัดไหมเดินมายืนข้างรามิล พยายามอวดแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายให้พลอยไพลินเห็น
"แหวนสวยดีนะคะ"
"อ๋อ นี่คือแหวนที่พี่เรขอมัดไหมแต่งงานน่ะค่ะ ใช่มั้ยคะ พี่เร...เอ พี่เรขอมัดไหมแต่งงานที่ไหนนะคะ"
รามิลแปลกใจว่าถามทำไม แต่ก็ตอบไปว่าที่ไร่องุ่น มัดไหมเสริมว่าโรแมนติกสุดๆ ในใจก็คิดว่าคราวนี้พลอยไพลินคงเลิกวุ่นวายกับรามิลเสียที ขณะตกอยู่ในภวังค์คิด รามิล ก็เรียกเธอเพื่อบอกว่าเขาจะไปส่งพลอยไพลิน เพราะเธอไม่ได้ เอารถมา
"ฮ้า ทำไมต้องไปส่งด้วยล่ะคะ ทีมาเค้ายังมาเองได้เลย"
รามิลขอให้มัดไหมรออยู่ที่ออฟฟิศเดี๋ยวเขากลับมา มัดไหมเคืองโทร.ต่อว่านาตาชาที่แผนเธอไม่ได้ผล "แล้วคราวนี้ฉันจะทำยังไงล่ะ ฉันอยากจะพูดกับพี่เรให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย"
"ใจเย็นๆก่อน ฉันว่าต้องลองพิสูจน์ใจเค้าดูก่อน"
"พิสูจน์ใจอะไรอีกล่ะ"
"ก็พิสูจน์ใจว่าเขากล้าทำสิ่งที่เธอขอมั้ย แล้วสิ่งที่เธอขอเนี่ยมันก็ต้องแสดงความเป็นเจ้าของด้วย เราจะได้สองต่อไง" นาตาชาพยายามคิดแผนพิสูจน์ในขณะที่มัดไหมท้อใจแล้ว...
ขณะเดียวกัน แผนของพิศมัยที่วางไว้คือ...ให้แม่แก้วทำเอกสารขึ้นมาฉบับหนึ่ง เป็นเอกสารยกเลิกสัญญาตามพินัยกรรมกำหนด...
กลับมารับมัดไหมที่ออฟฟิศแล้วแวะทานอาหารเย็น รามิลถามมัดไหมว่าทำไมทำตัวแปลกๆ มัดไหมจึงตัดพ้อที่เขาทำเหมือนเธอเป็นของตาย รามิลรีบบอกว่าไม่จริง เขายอมให้เธอติดรูปที่ของใช้ส่วนตัวทุกชิ้นยังไม่พออีกหรือ แล้วอยากให้เขาทำอะไรอีกถึงจะเชื่อว่าเขารักเธอ เข้าทางตามแผนของนาตาชา มัดไหมจึงให้เขาทำอีกอย่างเป็นการพิสูจน์ว่ารักเธอจริง...มัดไหมพารามิลมา ที่ร้านสัก ให้เลือกรูปที่ชอบและสักชื่อเธอไว้ด้วย รามิลกลืนน้ำลายเอื๊อก เลือกรูปแล้วแต่พอจะสักก็เกิดกลัวเจ็บ ขอลดรูปแบบลงจนเหลือแค่ชื่อมัดไหม พอจะลงมือสักก็ทนไม่ได้...
กลับบ้านมัดไหมงอน รามิลวิ่งตามง้อ "โกรธพี่ที่ไม่ยอมสักเนี่ยนะ มันไร้สาระมากเลย"
"พี่เรเรียกสิ่งที่มัดไหมทำว่าไร้สาระเหรอคะ"
"ไม่ได้หมายความว่ายังงั้น คือพี่รักมัดไหม มัดไหมก็รู้นี่ ทำไมต้องพิสูจน์อะไรกันอีกล่ะ เราผ่านเรื่องอะไรตั้งมากมายมาด้วยกันแล้ว"
"พี่เร มัดไหมขอถามอะไรอย่างนึงนะคะ ว่าถ้าไม่มี สัญญาแต่งงานของเรา พี่เรจะแต่งงานกับมัดไหมรึเปล่า" มัดไหมเห็นรามิลต้องคิดก็น้อยใจ ไหนบอกว่ารักเธอ
"ก็มัดไหมถามในสิ่งที่มันไม่เกิดขึ้น พี่ไม่เคยคิด ชีวิตมันถูกกำหนดให้เดินทางนี้ เราจะต้องไปถามหาทางอื่นทำไมล่ะ นี่เราจะแต่งงานกันอยู่แล้วนะ"
มัดไหมพานน้อยใจ "เรายังไม่ได้แต่งกันซักหน่อย ยกเลิกไปก็ไม่เห็นจะเป็นไร"
รามิลน้อยใจขึ้นมาบ้างย้อนถามว่าเธอต้องการแบบนั้นหรือ พอเห็นว่าคงพูดกันไม่รู้เรื่องจึงบอกให้เธออารมณ์ดีก่อนค่อยมาคุยกันใหม่ รามิลเดินแยกไป มัดไหมน้ำตาไหลพรูคิดว่าถ้าไม่มีสัญญา เธอคงไม่อยู่ในสายตาของรามิล...ทั้งสองหารู้ไม่ว่าที่เถียงกันพิศมัยได้ยิน ทั้งหมดจึงคิดจะจัดการอย่างที่ทั้งสองต้องการ
ooooooo
วันรุ่งขึ้น รามิลลงมาเห็นทุกคนพร้อมหน้าที่ห้องรับแขกรวมทั้งมัดไหมด้วย พิศมัยยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้เขาอ่าน เป็นเอกสารล้มเลิกพินัยกรรม รามิลกับมัดไหมไม่จำเป็นต้องแต่งงานกัน เพราะพิสูจน์แล้วว่า พินัยกรรมนั้นทำตอนที่ราเมศวร์กับภาคินัยเมา ถือว่าขาดสติสัมปชัญญะถือเป็นโมฆะ แม่แก้วบอกว่าที่พยายามพิสูจน์เพราะเห็นว่ายุคสมัยนี้ไม่ควรมีการคลุมถุงชน อีก พวกเธอเห็นใจที่รามิลกับมัดไหมต้องมาอยู่ในสภาพนี้
สองคนมองหน้ากันอึ้งๆ อรอุจิย้ำว่า "เว้นซะแต่ว่าเธอสองคนอยากจะแต่งงานกันเอง"
อรอุจิถามแต่ละคนว่าอยากแต่งงานกันหรือเปล่า ต่างคนต่างเงียบให้อีกฝ่ายตอบก่อน
"เอาเป็นว่าไม่มีใครอยากแต่ง" พิศมัยสรุป
สองคนร้องพร้อมกัน "เอ๊ย...เดี๋ยว"
"มัดไหมจะบอกว่าไม่แต่งก็ดีเหมือนกันค่ะ" มัดไหมน้อยใจที่รามิลไม่พูด
รามิลหันขวับมามองหน้ามัดไหม พิศมัยบอกมัดไหมว่าตกลงไม่มีพันธะต่อกัน รามิลร้อง "อ้าว...แล้วผมล่ะครับ ย่าน้อยไม่เห็นถามความเห็นผมเลย"
"เรื่องแต่งงานมันเป็นเรื่องของคนสองคน ถ้ามีคนหนึ่งไม่เต็มใจมันก็น่าจะพอแล้ว และอีกอย่างย่าก็ได้เตรียมการให้รามิลไปบริหารโรงแรมที่อเมริกาแล้วด้วย"
ทั้งมัดไหมและรามิลตกใจ...รามิลมาปรับทุกข์กับดนุพันธ์ "ฉันไม่รู้จะทำไงว่ะ"
"แล้วทำไมมัดไหมเค้าถึงบอกว่าไม่อยากแต่งกับแกล่ะ"
พอรามิลบอกว่ามัดไหมโกรธที่เขาไม่ยอมสัก ดนุพันธ์ หัวเราะก๊ากว่าเป็นความคิดของใคร...นาตาชาจามหลายครั้งติดๆกัน บ่นกับมัดไหม "ใครนินทาฉันเนี่ย"
ท่าทางมัดไหมเหนื่อยใจอย่างมากกับเรื่องแต่งงาน นาตาชารู้สึกผิดที่คิดแผนทำให้สองคนทะเลาะกัน แต่มัดไหมกลับพูดว่า "ใจคนมันเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่ความผิดใครหรอก ไม่ใช่เพราะฉัน เธอ หรือย่าน้อยเลย ไม่ใช่เพราะพี่รามิลด้วย"
"แต่พูดถึงย่าน้อยก็แปลก ก็เห็นชอบเธอจะตาย ทำไมถึงไปสืบเรื่องสัญญาโมฆะอะไรนี่ได้นะ มันไม่ใช่นิสัยของแกเลย"
แต่มัดไหมไม่ติดใจอะไร...ในขณะที่แม่แก้วกับสามป้าหัวเราะชอบใจที่เห็นหลาน ทั้งสองหน้าซีด อยากจะดูว่าทั้งสอง จะปากแข็งกันต่อไปอีกนานแค่ไหน...รามิลเร่งให้ดนุพันธ์คิดให้ทีว่าเขาควรทำ อย่างไรต่อไป เพราะอีกอาทิตย์เดียวเขาต้องเดินทางไปอเมริกาแล้ว ดนุพันธ์จึงให้รามิลรีบง้อมัดไหม แต่ รามิลกลับบอกว่าเขาง้อผู้หญิงไม่เป็น "ฉันควรเริ่มต้นยังไงวะ"
"หึๆ เรื่องนี้ไม่ยากเว้ย แกต้องรู้จุดอ่อนของผู้หญิงก่อน"
รามิลยิ่งงง ดนุพันธ์จึงขยายความว่า "ก็คือความสงสารไง...แกน่ะจะต้องทำตัวว่าเศร้ากับชีวิตที่เป็นอยู่มากเหลือ เกิน หรือจะพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่ทำให้ดูน่าสงสารก็ได้ ยิ่งเศร้าเท่าไหร่มัดไหมก็จะใจอ่อนง่ายมากขึ้นเท่านั้น"
เพราะดนุพันธ์ย้ำว่าได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ รามิลจึงเริ่มทำตามคำแนะนำตั้งแต่เช้าวันรุ่งขึ้น เขานั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ที่สนามหน้าบ้าน มัดไหมเดินออกมาเห็นถามเป็นอะไร
"อย่า...อย่าเก็บของตอนที่พี่ยังอยู่ พี่ไม่อยากเห็นภาพนั้น"
"มัดไหมเก็บของเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่คะ"
รามิลเหลือบมองเห็นกระเป๋ามัดไหมวางอยู่แล้ว จึงเปลี่ยนเป็นร้องว่า "อย่า...อย่าไปตอนที่พี่ยังอยู่ พี่ไม่อยากจำภาพการจากลา"
มัดไหมเริ่มสงสารรามิล เขายิ่งแกล้งทำเสียใจมากขึ้น รำพันถึงชีวิตเศร้าที่ผ่านมา "ก่อนที่พี่จะมารักกับมัดไหม พี่เคยมีคนรักคนหนึ่ง แต่เขาก็จากพี่ไป บ้านเราอยู่ติดกัน เราชอบมุดรั้วไปมาหาสู่กันบ่อยๆ เราคบกันจนเกือบจะได้แต่งงาน เหมือนพี่กับมัดไหมตอนนี้"
"แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะคะ"
"เขาตาย...ตายในหลุมหลบภัยอย่างเดียวดาย ตอนพี่ไปพบศพเค้า น้ำตาเค้ายังไม่แห้งเลยด้วยซ้ำ พี่ไปช้าแค่ห้านาที ...แค่ห้านาทีทำไมสวรรค์ให้พี่ไม่ได้" รามิลเศร้าเสียใจจนน่าสงสาร
แต่มัดไหมเริ่มเอะใจจึงฟังเรื่องราวต่อไป พอรามิล เล่าว่าคนรักกลับมาเกิดใหม่ด้วยความเกลียดชังเพราะคิดว่าเขาเป็นคนขังเธอ มัดไหมดักคอ "เค้ามีพลังจิตแรงกล้าด้วยใช่มั้ยคะ..."
"ใช่...มัดไหมรู้ได้ไง"
"เธอชื่อนัทมน เป็นเพื่อนสนิทมัดไหมเองแหละค่ะ เธอเล่าให้มัดไหมฟังว่าชาติก่อนเธอคือวรดา"
"ใช่ มันเป็นเรื่องเศร้ามาก" รามิลยังไม่รู้ตัว
"ยังมีหน้ามาแถไปอีกนะ ละครเรื่องนี้ดังจะตาย อย่ามาหลอกกันซะให้ยากเลย"
"อ้าว...ดูด้วยเหรอ แต่ชีวิตพี่มันเศร้าจริงๆนะ เพื่อนสนิทพี่ก็เพิ่งมาตาย"
"ใครคะ?"
"มันเป็นทหารเพิ่งโดนระเบิด"
มัดไหมย้อนถามว่าโดนที่สามจังหวัดภาคใต้หรือ แต่พอรามิลตอบว่าไม่ใช่โดนที่บางกอกน้อย มัดไหมรู้ทันทีว่ารามิลหลอกอีกแล้ว จึงดักคอว่าชื่อโกโบริหรือ รามิลหัวเราะแหะๆที่เธอรู้อีก มัดไหมโกรธเดินหนีไม่คุยกับเขาแล้ว รามิลเซ็งที่แผนไม่สำเร็จ
พอมาเล่าให้ดนุพันธ์ฟัง เขาก็หัวเราะเยาะ "แกนั่นแหละทำเสียแผนเอง คิดได้ไงวะเอาเรื่องคู่กรรมกับด้วยแรงอธิษฐาน มายำใหม่เป็นชีวิตตัวเอง ก็สมควรโดนด่าแล้วล่ะ"
รามิลบ่นว่ามันจวนตัวเขาคิดไม่ทัน แล้วถามว่ามีแผน ใหม่อีกไหม ดนุพันธ์จึงเปลี่ยนวิธีพูดมาเป็นให้เขียนไดอารี่เอา "ก็ง่ายๆ แกก็บันทึกไปว่าแกเสียใจยังไงที่ทำให้เค้าเสียใจ ก็ว่าไปยาวๆให้ดูน่าเห็นใจเข้าไว้ แล้วก็ไปทำลืมไว้ให้เค้าอ่าน พอเค้าได้รู้ความในใจของแก ก็โป๊ะเชะ"
"แต่ตั้งแต่เกิดมา ฉันไม่เคยเขียนไดอารี่เลยน่ะสิ"
"แกก็เขียนไปเถอะ ไดอารี่จ๋าฉันรักมัดไหมจังเลย อะไรแบบนี้"
"แหวะ ทำไม่ลงว่ะ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว แกพอจะมีใครเขียนให้ได้มั้ยวะ"
ดนุพันธ์คิดสักพักก็แนะนำว่า เขาจะให้นาตาชาเขียนให้ รามิลย้ำอย่าให้รู้ว่าเป็นของเขา...ดนุพันธ์แวะมาหานาตาชาที่บ้าน หลอกว่าเพื่อนอยากเขียนเรื่องราวตัวเองบอกแฟน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร นาตาชาจึงยอมเขียนให้ แต่เพราะตัวเองไม่ใช่คนหวานจึงเขียนไม่ถูก มัดไหมเห็นเพื่อนทำหน้าเซ็งจึงถามว่ามีปัญหาอะไร นาตาชาเล่าให้ฟังแล้วขอให้มัดไหมเขียนแทน
"เขียนดีไม่ดี ถ้าจะให้แฟนก็ควรจะเขียนเอง มันเป็นความจริงใจ ถ้าแฟนฉันมาให้คนอื่นเขียนให้ ฉันเคืองตายเลย" มัดไหมบ่นๆ
นาตาชาอ้อนให้ช่วยหน่อยเพราะเห็นว่ามัดไหมชอบอ่านนิยายรักหวานๆอยู่แล้ว
ooooooo
วันต่อมา ดนุพันธ์เอาไดอารี่ที่เขียนเสร็จมาให้รามิล เพื่อลอกใหม่ให้เป็นลายมือตัวเองแล้วเอาไปทำตามแผนคือวางลืมไว้ให้มัดไหมเก็บได้
รามิลลอกไปชมว่านาตาชาเขียนได้ดีทีเดียว...กลับมาบ้าน รามิลทำเป็นเขียนอะไรยุกยิกพอเห็นมัดไหมเดินมาก็ทักถามว่าไปไหนมา พอเธอตอบและจะเดินไป เขาก็ท้วงว่าไม่ถามเขาบ้างหรือ มัดไหมจึงถาม "พี่เรไปไหนมาหรือคะ"
"วันนี้ที่ออฟฟิศไม่มีอะไร พี่เลยกลับมาพักผ่อนเขียนไดอารี่ที่บ้านน่ะจ้ะ"
มัดไหมแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นเขาเขียนมาก่อน รามิล ทำเป็นบ่นว่าเขาอึดอัดใจไม่รู้จะอธิบายให้ใครเข้าใจได้ ความรู้สึกมันมากมายจนพูดไม่หมดต้องเขียนบรรยายเอา รามิลทำทีเป็นดันสมุดจะให้มัดไหมอ่าน แล้วบอกเธอว่าเขาจะไปหาน้ำมาให้ดื่ม มัดไหมแปลกใจท่าทีของเขา
ในเวลานั้น นาตาชากำลังทานข้าวกลางวันกับดนุพันธ์ ทั้งสองคุยกันเรื่องไดอารี่ที่เขียน ดนุพันธ์ขอบคุณเธอ แต่เธอกลับบอกให้ไปขอบคุณมัดไหม ดนุพันธ์หน้าเจื่อนพอรู้ว่าไดอารี่นั้นมัดไหมเป็นคนเขียน เขาพยายามโทร.บอกรามิล "เฮ้ย! รามิล แกอย่าเพิ่ง..."
"หยุดก่อน ตอนนี้ฉันกำลังลุ้นอย่างเข้าด้ายเข้าเข็มเลยว่ะ ฉันรู้แกก็อยากรู้ผล แต่เดี๋ยวเสร็จแล้วฉันโทร.ไปรายงานเอง เข้าใจ๊"
"ไม่ใช่เว้ย..." ดนุพันธ์ตะโกนยั้ง แต่รามิลตัดสายไปเสียก่อน
รามิลเห็นมัดไหมอ่านไดอารี่ของเขา ก็รีบถือแก้วน้ำออกมาทำเป็นไม่รู้เรื่องชวนคุย "ปกติมัดไหมเป็นคนเขียนไดอารี่รึเปล่า พี่น่ะชอบเขียนไดอารี่มากเลยนะ พี่ว่าตัวอักษรมันบรรยายสิ่งที่เราคิดได้ดีกว่าคำพูดว่ามั้ย"
"เหรอคะ พี่รามิลเขียนไดอารี่มานานรึยังคะ"
"ก็นานแล้วจ้ะ แต่เขียนไม่ค่อยบ่อยหรอก ต้องรู้สึกอัดอั้นจริงๆถึงเขียน อย่างถ้าพี่รักใครมากๆพี่จะไม่ค่อยบอกหรอก แต่จะเขียนคุยกับตัวเองตลอด"
"อ๋อเหรอ...โรแมนติกจังเลยนะคะ"
"แล้วมัดไหมเคยเขียนอะไรไว้แบบนี้มั้ย"
"มีค่ะ เดี๋ยวมัดไหมเอาให้ดูนะคะ" มัดไหมหยิบสมุดที่เธอเขียนร่างข้อความมาให้อ่าน
รามิลอ่านปาวๆไปจนจบแล้วรู้สึกคุ้นๆยังไงชอบกล มัดไหมถามว่าซึ้งไหมกับข้อความที่ลอกคนอื่นมา รามิลยังยันว่าเขาเขียนเอง มัดไหมโกรธเอากระเป๋ากระหน่ำตีที่เขาไม่ยอมรับ...
ooooooo










