สมาชิก

เทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง

ตอนที่ 15

เช้าวันรุ่งขึ้น มัดไหมรู้สึกตัวขึ้นมา ตกใจเมื่อเห็นรามิลฟุบหลับอยู่ข้างๆ เธอค่อยๆขยับตัว แต่เขาก็ตื่นขึ้นจนได้ เธอจึงถามว่าเขามาทำอะไรตรงนี้ รามิล เริ่มเก้อไม่รู้จะอธิบายอย่างไร  คิดหาข้อแก้ตัวว่า  "ก็หนูนาน่ะ  ดันไปหลับห้องฉันน่ะสิ  ฉันก็เลยไม่รู้จะไปนอนที่ไหน"

"แล้วหนูนาไปหลับห้องพี่เรได้ไง"

"เฮ้ย...นี่ถามอะไรซักไซ้จริง ฉันไม่ใช่นักโทษนะ แล้วนี่อะไรน่ะ ทำไมมาตื่นเอาป่านนี้ เมื่อคืนจะปลุกไล่ไปนอนที่อื่นทำเป็นไม่รู้สึกตัว"

"ไม่ต้องไล่หรอกค่ะ เดี๋ยววันนี้มัดไหมก็จะกลับไร่แล้ว" มัดไหมพูดอย่างน้อยใจ

"กลับไร่ กลับได้ยังไง ขาก็เดี้ยง แผลเต็มตัว แถมยังป่วยแบบนี้"

"ก็คงดีกว่าได้แผลใหม่ที่นี่แน่ๆ"

รามิลโกรธสั่งเสียงเฉียบไม่ให้เธอกลับ ถ้ากลับเขาจะไปลากจากไร่มาอีก ว่าแล้วก็เดินปึ่งๆออกไป มัดไหมไม่เข้าใจในตัวเขาเลย...

เมื่อได้แกล้งทำร้ายมัดไหม อัจฉราวดีก็มีความสุขแถมรามิลยังรับปากแต่งงานกับเธอด้วย อิทธิพลไม่อยากเชื่อ "ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ ที่พ่อพูด พ่อก็แค่ไม่อยากให้ลูกเสียใจ"

"ไม่อยากให้อัจเสียใจ หรือกลัวแผนการที่พ่อวางไว้ จะล่มกันแน่คะ"

อิทธิพลฉายแววตาเจ้าเล่ห์ออกมา บอกลูกสาวว่าเขาไม่กลัวล่มเพราะเขามีแผนสำรองอยู่แล้ว อัจฉราวดีไม่ค่อยพอใจ จึงบอกว่าวันนี้เธอนัดนักข่าวมาแถลงข่าวการแต่งงาน เพื่อให้สื่อเป็นพยาน รามิลไม่กล้าเบี้ยวคงไม่ต้องใช้แผนสำรอง อิทธิพลมองอัจฉราวดีอย่างเอือมระอา

อัจฉราวดีโทรศัพท์ไปนัดรามิลมาที่บ้านเพื่อแถลงข่าว รามิลอ้างไม่ว่างแต่เธอก็ไม่ยอมฟัง...วันนี้รามิลมีงานใหญ่ที่ต้องจัดการ เขากลับไปทำงานและเปลี่ยนเลขาฯหน้าห้องใหม่ อิทธิพลมาถึง แปลกใจที่เลขาฯเปลี่ยนไป พอเข้ามาในห้องทำงานก็พบรามิลนั่งเซ็นเอกสาร มีดนุพันธ์ยืนขนาบข้าง รามิลพูดกับดนุพันธ์

"อันนี้เป็นเอกสารด่วนนะ ยกเลิกการสร้างตึก แล้วก็นี่เป็นใบชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องเทขายหุ้นว่าไม่เป็นความจริง ฝากจัดการด้วยนะเพื่อน"

"คุณสองคนกำลังคิดจะทำอะไรกัน" อิทธิพลตกใจมองสองคนไปมา

"ต้องขอบคุณคุณอิทธิพลมากเลยนะครับ ที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาคุณช่วยมารับผิดชอบงานแทนผม แต่ว่าตอนนี้ผมสามารถทำงานได้แล้ว"

"แปลว่า...กลับมาจำได้แบบปกติแล้วงั้นเหรอ"

"เรื่องนั้นมันไม่ใช่ประเด็นหรอกครับ ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ผมรู้ว่าใครทำอะไรลงไปบ้าง"

"หมายความว่าไง แกจะว่าฉันยักยอกเงินบริษัทเหรอ"

รามิลว่าอิทธิพลอย่าเพิ่งร้อนตัว และเสนอว่า "เอางี้มั้ยครับคุณอิทธิพล ถ้าคุณอยากร่วมกันบริหาร ผมจะให้คุณเป็นรองประธาน ร่วมกับดนุพันธ์เพื่อนผม"

"จะให้ฉันไปอยู่ตำแหน่งเดียวกับนายนี่ได้ยังไง มันไม่มีหุ้นส่วนแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว"

ดนุพันธ์ย้อนถามว่าจะขายหุ้นให้เขาบ้างไหม อิทธิพลโวยหาว่าลบหลู่ พอรามิลบอกว่าเขามีสิทธิ์ขาด อิทธิพลก็อ่อนลงไม่นานก็จะมาเป็นลูกเขยเขาแล้วค่อยมาคุยเรื่องนี้กันใหม่ รามิลจึงพูดชัดเจน และหนักแน่นว่า...เขาไม่มีวันแต่งงานกับอัจฉราวดี อิทธิพลตกใจหน้าซีด

"แกจะไม่แต่งงานกับลูกสาวฉัน แล้วที่แกไปเตรียมงานต่างๆคืออะไร"

"คุณมีแผนผมก็มีแผนเหมือนกัน คิดว่าผมจะหลงเชื่อกลลวงง่ายๆแบบนั้นเหรอ"

"แกถือดียังไงมาทำกับครอบครัวฉันแบบนี้" อิทธิพลโกรธมาก

"แล้วคุณล่ะ กล้าดียังไงมาโกงธุรกิจของครอบครัวผม"

"แกคิดผิดแล้วที่ทำกับฉันแบบนี้ แล้วแกจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต" อิทธิพลจะเอาเรื่อง

อิทธิพลกลับออกไป ดนุพันธ์เตือนว่าประกาศสงครามแบบนี้จะดีหรือ รามิลไม่หวั่น...

ในขณะที่อัจฉราวดีต้อนรับนักข่าวที่มารอฟังแถลงข่าว แต่จนแล้วจนรอดรามิลก็ยังไม่มา เธอจึงต้องแถลงข่าวคนเดียว บอกนักข่าวว่าเรื่องบุคคลที่สามไม่เป็นความจริงเลย เธอกับ

รามิลจะแต่งงานกันอย่างแน่นอน พอนักข่าวกลับไป เธอโทร. หารามิล เขาปิดเครื่อง จึงคว้ากระเป๋าจะออกไปหา พอดีอิทธิพลกลับมาจึงห้ามไว้ อัจฉราวดีไม่ฟังเสียงจึงถูกตบหน้าเตือนสติ

"จะไม่จริงได้ยังไง ก็มันตะโกนแหกปากต่อหน้าฉัน ว่ามันไม่มีวันแต่งงานกับแก"

"ไม่จริง...เรเค้ารักอัจ คุณพ่อไม่รู้เรื่องอะไรหรอก"

อิทธิพลโมโหให้ไปถามรามิลเอาเอง อัจฉราวดีคว้า กระเป๋าออกไปด้วยความโกรธ...ขณะนั้น มัดไหมกำลังดูแถลงข่าวของอัฉราวดีในทีวี เธอเสียใจแต่พอรามิลเดินเข้ามา เธอรีบปิดทีวี รามิลมาแย่งรีโมตจะเปิดดู ทั้งสองยื้อแย่งกันจนรามิล

ล้มทับบนตัวมัดไหม อัจฉราวดีเข้ามาเห็นก็เจ็บใจมาก "นี่น่ะเหรอคะธุระของเร"

อัจฉราวดีวีนใส่มัดไหมหาว่าเป็นต้นเหตุให้รามิลไม่ไปแถลงข่าว รามิลกันไม่ให้อัจฉราวดีทำร้ายมัดไหม เธอจึงโวยถามว่าที่อิทธิพลบอกว่าเขาจะไม่แต่งงานกับเธอไม่จริงใช่ไหม รามิลตอบว่าจริง อัจฉราวดีชะงัก มองหน้ารามิลแล้วถามถึงเหตุผล

"อัจก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าการแต่งงานมันเป็นแผนที่อัจกับพ่อวางกันไว้"

"อัจไม่เกี่ยวนะคะ อัจอยากแต่งเพราะอัจรักเร ไม่เกี่ยวกับพ่อเลยนะคะ อัจไม่เคยวางแผนอะไรเลย"

รามิลให้อัจฉราวดียอมรับความจริง อัจฉราวดีจะไปเคลียร์กับอิทธิพลให้ รามิลจึงต้องพูดความจริงที่ทำให้เธอเจ็บปวดมากว่า "เหตุผลหลักมันคือ ผมไม่ได้รักอัจ"

อัจฉราวดีกรีดเสียงร้องโทษมัดไหมเป็นต้นเหตุและอาฆาตแค้น ก่อนจะวิ่งกลับไป...มัดไหมอึ้งหันมาถามรามิลว่าจำความได้แล้วหรือ รามิลทำเป็นโวยว่าเขากำลังเครียด อย่ามาถาม

ooooooo

อิทธิพลได้รับแจ้งว่างานของเขาถูกรามิลเซ็นยกเลิกโครงการหมด แถมกว้านซื้อหุ้นบริษัทที่สิงคโปร์ ไว้มากกว่าเขา อิทธิพลแค้นใจมาก ยิ่งพอได้ฟังเรื่องจากอัจฉราวดีอีก จึงโทร.สั่งลูกน้องมารับคำสั่งและบอกอัจฉราวดีให้ทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง เพื่อแก้แค้นและเอาบริษัทคืน

หนังสือพิมพ์พาดข่าวว่า...รามิลบริหารบริษัทใหญ่ล้มไม่เป็นท่า ขาดทุนยับ ลูกค้าถอนหมด...พิศมัยได้อ่านถึงกับช็อกโรคหัวใจกำเริบ ต้องส่งโรงพยาบาล รามิลมาทำงานตามปกติเห็นพนักงานซุบซิบก็แปลกใจจึงถามเลขาฯ ถึงได้รู้ว่ามีเรื่องข่าวและทำให้ลูกค้าสามรายจะถอนตัว รามิลเห็นข่าวที่ลงไม่เป็นความจริงจึงให้เลขาฯเอาผลประกอบการย้อนหลังออกมา แต่เลขาฯพบว่าข้อมูลหายไปหมด รามิลเครียดจัด พลันอิทธิพลโทร.เข้ามาเย้ย

"เข้าใจการทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากแล้วรึยัง"

"คุณคิดว่าคุณบีบผมแบบนี้แล้วผมจะยอมคุณง่ายๆงั้นเหรอ"

"แล้วแกคิดว่าเอกสารที่แกเซ็นยกเลิกโครงการแค่แกรกเดียว มันจะล้มคนอย่างฉันได้เหรอ" พอรามิลถามว่าต้องการอะไรจากเขา อิทธิพลก็บอกว่าทุกอย่างจากครอบครัวรามิล

"คุณไม่มีวันได้มันไป"

"แกก็คอยดูละกันว่าฉันทำอะไรได้บ้าง เริ่มจากย่าแกก่อนเลย ภรรยาผู้ก่อตั้งบริษัทตอนนี้กำลังจะตายเพราะแกแล้ว"

รามิลตกใจ ทันใด...นาตาชาโทร.มาบอกเรื่องพิศมัยเข้าโรงพยาบาล รามิลรีบไปทันที...แม่แก้วซักถามเรื่องในข่าว เขาจึงบอกว่าทุกอย่างไม่เป็นความจริง

"แม่แก้วรู้ว่ามันไม่จริง แต่ข่าวแบบนี้มันก็ทำให้บริษัทเสียหายไม่ใช่เหรอ หรือลูกจะบอกว่าไม่มีลูกค้าโทร.มาถอนธุรกิจ"

รามิลพูดไม่ออก แต่ขอรับรองว่าเขาจัดการเรื่องนี้ได้... รามิลมานั่งเครียดที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล มัดไหมเดินมานั่งด้วย "มีอะไรที่มัดไหมพอจะช่วยได้รึเปล่าคะ"

"อยู่ให้ห่างจากเรื่องนี้ไว้น่ะดีแล้ว"

มัดไหมอ้างว่าเธอเป็นสาเหตุของเรื่องนี้ รามิลเอ็ดมัดไหมอย่าหลงตัวเองว่าสำคัญขนาดนั้น มัดไหมย้อนว่าเขาก็อย่าหลงตัวเองว่าเก่งขนาดปราบมังกรได้คนเดียว รามิลโมโหสั่งเธอให้อยู่ห่างเรื่องนี้ ดนุพันธ์กับนาตาชาเดินเข้ามาสมทบ ดนุพันธ์เตือนรามิลไม่ควรเป็นศัตรูกับอิทธิพล รามิลส่งซิกให้ดนุพันธ์หยุดพูดแล้วดึงตัวออกมากระซิบ

"อย่าให้ยัยหนูนากับมัดไหมเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เลย ฉันฝากเรื่องหาหลักฐานแกที ป่านนี้ที่บริษัทคงวุ่นแย่แล้ว"

ดนุพันธ์จึงเข้าไปจัดการเรื่องที่บริษัทให้ แต่พอเข้ามาก็พบอิทธิพลกับลูกน้องอีกสามสี่คนอยู่ในห้องทำงานรามิล อิทธิพลบอกว่าแค่อยากมาผูกมิตร เขาต้องการข้อมูลทั้งหมดของบริษัท พร้อมกับความเคลื่อนไหวของรามิลทุกย่างก้าวจากดนุพันธ์   ดนุพันธ์หัวเราะหึๆย้อนถามว่าถ้าเขาไม่ให้จะฆ่าเขาอย่างนั้นหรือ อิทธิพลกลับบอกว่าแบบนั้นง่ายเกินไป เข้าหันจอโน้ตบุ๊กให้ดนุพันธ์ดู เป็นภาพนาตาชาเดินอยู่ในโรงพยาบาล เธอเดินหันรีหันขวางเหมือนรู้สึกว่ามีคนตาม แล้วเธอก็กดมือถือมาหาดนุพันธ์ "พี่ตนุอยู่ไหนคะ"

ดนุพันธ์ถูกปืนจ่อหัวอยู่ "เอ่อ...กำลังเคลียร์งานที่ออฟฟิศ"

นาตาชาจึงบอกว่าเธอรู้สึกเหมือนมีคนตาม  เสร็จงานแล้วให้มารับเธอด้วย พอวางสายดนุพันธ์ตัดสินใจอย่างยากลำบาก เพราะสิ่งที่อิทธิพลต้องการนั้นต้องแลกกับชีวิตนาตาชา...

พอรามิลออกจากห้องไอซียูหลังจากเยี่ยมพิศมัยก็เจออัจฉราวดีรออยู่ เขาอึ้งที่เธอยังกล้ามา อัจฉราวดีมาเยาะเย้ย "งานแต่งงานของเรามักจะยกเลิกก็ต่อเมื่ออัจเป็นคนยกเลิกมันเอง จำไว้ด้วย เตรียมตอบคำถามนักข่าวไว้ให้ดีเถอะ เพราะถ้าคำตอบไม่ถูกใจ อัจก็ไม่รับประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวรามิลอีก..."

รามิลเครียดกลับมาบ้าน ยิ่งนึกถึงที่พิศมัยฝากให้ดูแลบริษัทที่เธอสร้างมากับปู่ และยังคำขู่ของอิทธิพลและอัจฉราวดี เขาเผลอระบายอารมณ์กวาดข้าวของบนโต๊ะลงเกลื่อนกระจาย เศษแก้วบาดมือ มัดไหมวิ่งเข้ามาเห็น "ทำลายข้าวของแบบนี้ ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอกค่ะ"

มัดไหมทำแผลให้ รามิลเมินหน้าหนีบอกมัดไหมให้ดูแลตัวเองและพิศมัยให้ดี พลันดนุพันธ์โทร.เข้ามา เขาจึง ปลีกตัวออกไปคุย มัดไหมพยายามเงี่ยหูฟัง ดนุพันธ์บอกรามิล ว่าข้อมูลบริษัทหายหมด ไฟล์ก็ถูกลบ รามิลจึงบอกว่าเขาจะไปเอาข้อมูลคืนเอง ดนุพันธ์เห็นว่าไม่น่าไปคนเดียว แต่รามิลต้องการข้อมูลมาแถลงข่าวให้เร็วที่สุดก่อนที่ลูกค้าจะถอนตัวหมด

อิทธิพลฟังการสนทนาแล้วหัวเราะร่า "เพื่อนหน้าโง่ ของแกจะเข้ามาทำอะไรฉันได้ นึกว่ามันมากราบเท้าสองสามที แล้วจะได้ของที่ต้องการกลับไปเหรอ โง่จริงๆ"

ดนุพันธ์มองปืนที่วางทับรูปนาตาชาข้างเอกสารที่รามิลต้องการจึงไม่กล้าทำอะไร

ooooooo

อยู่บ้านเดียวกัน แต่มัดไหมยังโทร.หานาตาชานัดออกไปคุยกันนอกบ้าน เพราะเกรงรามิลได้ยิน เพราะเธอให้นาตาชาหาที่อยู่ของอัจฉราวดีให้โดยไม่บอกว่าจะทำอะไร...พอแยกกับ มัดไหม นาตาชารู้สึกตัวว่ายังโดนสะกดรอยตามอยู่จึงลัดเลาะหลบหนีขึ้นแท็กซี่ไปได้

คาดการณ์แล้วว่ามัดไหมจะต้องบุกมา อัจฉราวดีเตรียมน้ำกรดไว้รอท่า ดนุพันธ์ได้ยินเป็นกังวลอย่างยิ่ง จึงขอตัวเข้าห้องน้ำเพื่อแอบโทร.เตือนมัดไหม แต่เพราะเขาต้องกระซิบ มัดไหมจึงไม่ได้ยินและบอกว่าเธอกำลังทำธุระ เสร็จแล้วจะ โทร.หา...จริงๆแล้วมัดไหมยืนอยู่หน้าบ้านอัจฉราวดี สาวใช้ ออกมาเจอจึงถามว่ามาหาใคร

"เอ่อ...ฉันเป็นเพื่อนกับอัจฉราวดีน่ะ พอดีวันนี้เค้านัดให้ฉันมาหาที่บ้าน"

สาวใช้บอกว่าอัจฉราวดีไม่อยู่ มัดไหมจึงขอเข้าไปรอ สาวใช้ต้อนรับจนผิดสังเกต เปิดโอกาสให้เธอแอบค้นหาเอกสาร อัจฉราวดีและสมุนเข้ามาเอาปืนจ่อ อิทธิพลเดินเข้ามาพร้อมดนุพันธ์ มัดไหมตกใจมาก "นี่มันหมายความว่ายังไงเนี่ยพี่ดนุพันธ์"

ดนุพันธ์ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตา เสียงแตรรถดังขึ้นพอดี อิทธิพลหัวเราะร่าเพราะรู้ว่าเป็นเสียงรถของรามิล เขารีบออกไปต้อนรับ "วันนี้มันวันอะไร ถึงทำให้นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงมาเยี่ยมผมถึงบ้านได้"

"ผมมาเอาเอกสารของออฟฟิศผมคืน"

อิทธิพลเชื้อเชิญให้เข้ามานั่งดื่มกาแฟก่อน นาตาชาแอบตามรามิลมา เห็นเขาเข้าบ้านไปกับอิทธิพลจึงรีบถ่ายภาพไว้เป“นหลักฐาน และยังตามมาแอบบันทึกภาพตรงหน้าต่างอีก

รามิลพูดตรงประเด็นทันที ขอเอกสารคืนแต่อิทธิพลกลับหัวเราะเยาะ "คิดว่าที่ฉันทำมาทุกอย่างเพื่อให้แกมาพูดขอกันง่ายๆแบบนี้เหรอ"

"บริษัทนี้เป“นบริษัทเดียวของครอบครัวผม"

"ก็เพราะมันเป“นบริษัทเดียวของครอบครัวแกไงฉันถึงต้องการ"

"ผมไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงจองล้างจองผลาญผมถึงขนาดนี้"

"มันไม่ใช่แค่แกคนเดียว แต่ทั้งพ่อทั้งปู่แก สูบเลือดสูบเนื้อฉันไปเยอะ แต่นั่นมันก็ผ่านมานานแล้วนะ ฉันยกตัวอย่างง่ายๆเรื่องลูกสาวฉันจะเห็นภาพชัดกว่า แกหลอกลูกสาวคนเดียวของฉัน แค่เหตุผลนี้เหตุผลเดียวก็เกินพอแล้ว"

รามิลนิ่งเงียบ อิทธิพลเสนอให้เซ็นยกบริษัทให้เขา แค่นั้นก็จบ ไม่มีใครเจ็บตัว แต่รามิลยอมไม่ได้ อิทธิพลจึงยื่นคำขาดว่า จะให้พิศมัยตายหรือ...คนที่อัจฉราวดีพาออกมา รามิลตกใจเมื่อเห็นมัดไหมถูกมัดมือมัดปาก นาตาชาตะลึงพยายามบันทึกภาพนั้นไว้ทั้งหมด จนทุกคนถูกพาเข้าห้องทำงาน เธอจึงลัดเลาะตามไปถ่ายผ่านกระจกหน้าต่างอีก แต่แล้วแทบช็อกเมื่อเห็นดนุพันธ์อยู่ในห้องนั้นด้วย

อิทธิพลสั่งคนเอาเอกสารให้รามิลเซ็น รามิลตกใจ "ที่แท้เป็นแกนั่นเองที่เป็นหนอนบ่อนไส้"

ดนุพันธ์หลบตาไม่กล้ามองแต่บอกให้รามิลเซ็นเสีย... นาตาชารีบกดมือถือแจ้งตำรวจ พลันคนของอิทธิพลออกมาจับได้ "ริทำตัวเป็นนักสืบรึไงสาวน้อย..."

รามิลยังจ้องดนุพันธ์อย่างจะกินเลือดกินเนื้อ อิทธิพลหัวเราะชอบใจที่เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เขาบอกให้รามิลเซ็นเอกสารแล้วทุกคนจะปลอดภัย รามิลไม่ยอมแถมถ่มน้ำลายใส่หน้า อิทธิพลโกรธมาก "งั้นดี...แล้วแกจะได้เห็นว่าจะเกิดอะไรกับนังผู้หญิงคนนี้ ไปเอาน้ำกรดมา"

รามิลกับมัดไหมตกใจ ไม่ทันไร นาตาชาก็ถูกผลักเข้ามา ดนุพันธ์ตะลึงแล้วรีบหลบตา นาตาชาเสียใจด่าว่าเขา เป็นคนเลว อัจฉราวดีกับอิทธิพลสะใจที่ทุกคนรนหาที่เข้ามาเอง อิทธิพลคว้ากล้องของนาตาชามาถอดเมมโมรี่การ์ดออกมาหักทิ้ง แล้วสั่งคนไปเอาน้ำกรดมา อัจฉราวดีขอเป็นคนทำเอง รามิล รีบร้องบอกว่าเขายอมเซ็นทุกอย่างแล้ว

"ไม่นะพี่รามิล อย่ายอมนะ เห็นแก่ย่าน้อยแล้วก็พวกเราเถอะ" นาตาชาห้าม

อิทธิพลยิ้มพยักหน้าให้ดนุพันธ์เอาเอกสารให้รามิล เซ็น รามิลจับปากกามือไม้สั่น เขาจดปากกาเซ็นให้ อิทธิพลหัวเราะลั่น รามิลบอกให้ปล่อยมัดไหมกับนาตาชาไปได้แล้ว

"คนอื่นอัจปล่อยก็ได้ค่ะ แต่นังมัดไหม อัจขอไว้คนนึง เพราะถ้ายังมีมันอยู่ งานแต่งของเราคงจะไม่เกิดขึ้นใช่มั้ยคะ หรือพี่รามิลจะเถียง" เมื่อเห็นรามิลนิ่ง อัจฉราวดียิ่งโกรธ "ก็มาคอยดูกันว่าระหว่างอัจกับนังมัดไหมที่คราวนี้หน้าจะเละสมใจจริงๆพี่รามิลจะเลือกใคร"

อัจฉราวดีหยิบขวดน้ำกรดขึ้นมาสาดใส่มัดไหม รามิล กระโดดเอาตัวมาบังจึงโดนน้ำกรดเข้าเต็มหน้า ลงไปนอนทุรนทุรายกับพื้น อัจฉราวดีกรีดร้องสุดเสียงว่าเธอไม่ได้ทำก่อนจะวิ่งไป อิทธิพลสั่งสมุนปล่อยทุกคนไปเพราะได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ก่อนจะหัวเราะสะใจออกไป

มัดไหม นาตาชารีบมาดูรามิล ดนุพันธ์จะช่วยพยุง นาตาชาผลักเขาออกและไล่ให้ออกห่าง ดนุพันธ์เสียใจก้มหน้าเดินออกไปจากห้อง...รามิลถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล มีผ้าพันหน้านอนอยู่ในห้องพักฟื้น มัดไหมนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียง คร่ำครวญว่า

"พี่รามิลยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมัดไหมทำไม มันไม่คุ้มเลย มันต้องไม่จบแบบนี้สิ ต้องมีสักทาง ต้องมีทางที่มัดไหมจะช่วยพี่รามิลได้" พลันมัดไหมก็คิดออก เธอหยิบมือถือมากด....

มัดไหมนัดอิทธิพลมาพบเพื่อเจรจาให้ครอบครัวรามิล ได้ถือหุ้นรายย่อยในบริษัทอยู่บ้าง แล้วจะให้เธอทำอะไรเธอยอมทุกอย่าง อิทธิพลยอมรับข้อเสนอโดยให้มัดไหมไปให้ไกลที่สุดไม่ต้องกลับมาเจอรามิลอีก มัดไหมกลั้นใจตอบตกลง...เธอกลับมายืนมองรามิล กุมมือเขาเพื่อบอกลา แล้วกลับไร่มนตรา เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางด้วยน้ำตานองหน้า

ooooooo

วันต่อมา อิทธิพลจัดงานแถลงข่าวสื่อมวลชนและนักธุรกิจมากหน้าหลายตา ในโรงแรมหรู อัจฉราวดีให้ข่าวว่างานแต่งงานของเธอเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด นักข่าวถามเหตุผล เธอเมินหน้าพูดคนเดียว...จะให้เธอพูดหรือว่าเพราะรามิลหน้าเละไม่เหลือความหล่ออีกแล้ว...

อิทธิพลก้าวขึ้นพูดบนเวที "จากที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์หลายฉบับนะครับ เรื่องการบริหารที่ล้มเหลวของคุณรามิล ทิพยคาถา ซึ่งวันนี้ผมได้เป็นตัวแทนมาชี้แจงให้กับทุกท่านได้เข้าใจตรงกัน ว่าผลประกอบการที่ออกมาในข่าวนั้นเป็นจริงทุกประการ แต่ก็ไม่อยากให้ลูกค้าทุกท่านตกใจเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของบริษัทเรา..."

เสียงอิทธิพลถ่ายทอดสดทางวิทยุซึ่งมัดไหมกำลังนั่งแท็กซี่ไปสนามบิน อิทธิพลกล่าวหาว่าจากการที่รามิลบริหารล้มเหลว ส่งผลให้เขากลายมาเป็นผู้บริหารอย่างเต็มตัว

"โดยคุณรามิลได้ยอมรับผิดด้วยการเซ็นโอนหุ้นครึ่งหนึ่งให้เป็นสิทธิ์ขาดของผม   และผมมีหน้าที่ในการบริหารงานอย่างเต็มรูปแบบ   โดยคุณรามิลจะเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยเท่านั้น แล้วก็อย่างที่ทราบกันว่าผมก็บริหารบริษัททั้งเมืองไทยและต่างประเทศ ผมจึงไม่อยากให้ลูกค้าทุกท่านตกใจกับข่าวที่ออกไป เพราะผมจะเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุดครับ"

ทุกคนฮือฮากับสิ่งที่อิทธิพลพูด...มัดไหมทนฟังไม่ไหวขอให้โชเฟอร์ช่วยปิดวิทยุแล้วนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างน้ำตาคลอ...ด้านการแถลงข่าว นักข่าวยังรุมสัมภาษณ์อิทธิพลขอดูหลักฐานที่รามิลเซ็นโอนหุ้นให้ เขาจึงหยิบแฟ้มเอกสารยื่นให้นักข่าวดูกัน มีลูกค้ารายหนึ่งพอเห็นลายเซ็นรามิลก็ท้วงขึ้น
"นี่มันไม่ใช่ลายเซ็นคุณรามิลนี่ ผมจำลายเซ็นคุณรามิล ได้...นี่ผมเอาเอกสารที่ติดต่อกับคุณรามิลมาด้วย ลายเซ็นคุณรามิลเป็นแบบนี้ต่างหาก"

"แต่นี่เค้าเซ็นต่อหน้าผมเลยนะครับ...ไอ้รามิล แกหักหลังฉัน"

พอนักข่าวเห็นต่างฮือฮาเอาเอกสารมาเปรียบเทียบกัน อิทธิพลหน้าซีด พลันจอโปรเจกเตอร์บนเวทีเปิดขึ้น ดนุพันธ์ เดินขึ้นเวทีมา ยืนยันว่านั่นไม่ใช่ลายเซ็นรามิล พร้อมฉายเอกสารที่มีลายเซ็นที่แท้จริงของรามิลขึ้นจอเทียบกับเอกสารของอิทธิพลที่ให้ทุกคนดู และยังมีเอกสารผลประกอบการ "...แล้วดูตรงที่ผมชี้นะครับ นี่คือตัวเลขในไตรมาสล่าสุดของบริษัท ที่ได้กำไรถึงหนึ่งพันแปดร้อยล้านบาท ซึ่งมากที่สุดในรอบสามปี"

"แก...ไอ้ดนุพันธ์..."

"ดังนั้นข่าวที่ลงไปเมื่อวันก่อนจึงไม่เป็นความจริงเลย ที่คุณรามิลบริหารธุรกิจขาดทุนมันเป็นแค่ข่าวลือที่ถูกปล่อยจากบริษัทคู่แข่งเท่านั้น"

อิทธิพลแทบช็อก นักข่าวยิงคำถามว่าอิทธิพลโกหกทั้งหมดหรือ ดนุพันธ์ให้คิดกันเอาเอง ไม่ทันไร...นาตาชาเดินขึ้นมาเสริมอีกคน "ยังไม่เท่านั้นนะคะ ดิฉันยังมีหลักฐานสำคัญของคุณอิทธิพลและลูกสาว ซึ่งก็คือคุณอัจฉราวดีทำร่วมกันอีกด้วยค่ะ"

นาตาชาเอาภาพที่เธอบันทึกตอนรามิลเข้าไปหาอิทธิพลที่บ้าน ตลอดไปจนถึงตอนถูกบังคับให้เซ็นเอกสาร แม้เมมโมรี่ในกล้องของเธอจะถูกอิทธิพลทำลายไปแล้ว แต่ภาพในมือถือของเธอที่แอบบันทึกไว้ยังมี และมีภาพอัจฉราวดีขู่จะสาดน้ำกรดมัดไหมด้วย...อัจฉราวดีพยายามแทรกตัวหนีนักข่าว นาตาชาประกาศว่านี่เป็นคดีอาญา

"เรื่องสำคัญแบบนี้ ทำไมคุณรามิลถึงไม่มาแถลงข่าวเองล่ะคะ" นักข่าวถาม

ดนุพันธ์กับนาตาชามองหน้ากัน พลันรามิลเดินออกมา "ทำไมจะไม่มาล่ะครับ"

อิทธิพลกับอัจฉราวดีตกตะลึง เพราะใบหน้ารามิลไม่มีแผลจากน้ำกรดแม้แต่น้อย...รามิลกับดนุพันธ์เล่าว่า  ตอนที่ดนุพันธ์ถูกบังคับให้ร่วมมือด้วย พอเขาได้ยินว่าอัจฉราวดีจะสาดน้ำกรดใส่มัดไหม  เขาจึงทำทีขอเข้าห้องน้ำ  แล้วโทร.หา

รามิล...จากนั้นก็แอบเข้าไปเทน้ำกรดทิ้ง กรอกน้ำลงไปแทน...

ooooooo

เทพบุตรมายา เทพธิดาจำแลง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด