ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ดวงใจพิสุทธิ์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เมื่อชินานางเข้าใจความต้องการของหัฏฐ์ว่า อยากให้เด็กทั้งสองคนมีความทรงจำที่ดีต่อการว่ายน้ำ จึงช่วยคะยั้นคะยอให้ลูกหมีและปุ๊กกี้ลงสระอีกครั้ง หัฏฐ์ลงไปว่ายกับเด็กๆและสอนให้ลงด้านน้ำตื้น ให้ลูกหมีว่ายโชว์ปุ๊กกี้ ชื่นชมและให้ความมั่นใจแก่ลูกหมี

    จากที่ชลีกรขึ้นราคาค่าเช่าตึก มีบางร้านที่ไม่ยอม จึงถูกเธอให้ลูกน้องโยนข้าวของในร้านออกเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ร้านอื่น...ไม่เพียงแค่นั้น ชลีกรยังก้าวก่ายเข้าไปในโรงแรม โทร.ถามสาวิตร “ลีอยู่โรงแรมนะคะ มาตรวจตราซะหน่อยว่าพนักงานโรงแรมทำงานกันเรียบร้อยดีไหม แล้วก็เทสต์รสชาติอาหารอยู่ในคอฟฟีช็อป คุณอยากทานอะไรพิเศษคะ ลีจะสั่งเพิ่มกลับไปให้”

    “งานผมยังยุ่งอยู่ กินอะไรก็ได้ ตอนเย็นเจอกันที่บ้านเลยก็แล้วกัน”

    ชลีกรเคืองที่เขาเอาแต่ทำงาน พนักงานเอาบิลมาเก็บเงิน เธอโวย “แกไม่รู้หรือว่าฉันเป็นเจ้าของโรงแรมที่นี่ อยากตกงานรึไง”

    “คุณลดามณีเป็นเจ้าของที่นี่และเป็นลูกสาวคนเดียว คุณอย่ามาหาเรื่องกินฟรีเลยครับ แต่งตัวก็ดี มุกนี้ไม่ได้ผลหรอกครับ” พนักงานมองอย่างไม่รู้จัก

    ชลีกรโกรธมากตะโกนเรียกผู้จัดการลั่น พอเขาออกมา เธอก็ตบหน้าพนักงานที่มาเก็บเงินแล้วบอกผู้จัดการว่าให้ไล่คนนี้ออก จากนั้นก็หันมาพูดใส่หน้าพนักงานว่า รู้แล้วใช่ไหมว่าตนเป็นใคร ใหญ่กว่าลดามณีแค่ไหน

    พอลดามณีกลับเข้าโรงแรม พนักงานหญิงคนหนึ่งรายงานเรื่องชลีกรให้ฟัง บอกไม่น่าไล่เด็กคนนั้นออก น่าจะแค่สั่งสอน ลดามณีฟังแล้วไม่สนใจบอกไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แล้วเดินไป พนักงานอีกคนเดินมาบอกเพื่อนว่า ลดามณีไม่เคยสนใจอะไรนอกจากเรื่องผู้ชาย

    ตำรวจจับเสี่ยชัยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างให้ไปฆ่าวิริยะและทำให้ดูเป็นอุบัติเหตุได้...สาวิตรได้รับโทรศัพท์ดีใจมาก ชลีกรหัวเราะเยาะ “เห็นรึยังคะลีบอกแล้วว่าลีไม่ได้ทำ นี่ถ้าตำรวจจับมันไม่ได้คุณก็คงไม่หายระแวงลีใช่ไหมคะ”

    สาวิตรบอกไม่เคยคิดอย่างนั้นแต่ชลีกรไม่เชื่อเพราะรู้สึกว่าเขามึนตึงมาหลายวัน ชลีกรเข่นเขี้ยวถ้าตนทำไม่ทำให้ตายง่ายแบบนั้นแน่....

    ค่ำนั้น หัฏฐ์เดินออกมายืดเส้นยืดสายหลังบ้าน เจอชินานางยืนอยู่ก่อน จึงเอ่ยถามนอนไม่หลับหรือ เธอยอมรับว่ายังตกใจเรื่องลูกหมีจมน้ำ ถ้าเขาช่วยไม่ทัน ตนไม่รู้จะบอกแม่และพี่ชายว่าอย่างไรที่ฝากให้ดูแลหลานแล้วทำไม่ได้ หัฏฐ์ปลอบมันเป็นอุบัติเหตุ แต่เธอก็โทษตัวเองที่สะเพร่าและขอบคุณเขาอีกครั้ง เขาบอกไม่เป็นไรใครเห็นก็ต้องช่วยแล้วถามชนนีว่าอย่างไรบ้าง

    “แม่ตกใจค่ะแต่ไม่ว่าอะไรสักคำ ถ้าแม่โกรธหรือโมโห ฉันยังจะสบายใจกว่า ฉันคงทำให้แม่ผิดหวังมาก” ชินานางเช็ดน้ำตาป้อยๆ
    หัฏฐ์เห็นเธอร้องไห้ก็ยิ้มๆเพราะไม่ชินภาพแบบนี้ ชินานางถามยิ้มอะไร เขาบอกปกติจะได้ยินแต่เสียงโวยวายเสียงดังดุลูกหมีของเธอ ดังจนนอนไม่หลับ

    “เสียงฉันดังรบกวนคุณมากเลยเหรอ”

    “ถ้าเมื่อก่อนก็มาก แต่ตอนนี้ผมเริ่มชินแล้วล่ะ พอฟังไปเรื่อยๆก็ไม่ค่อยเท่าไหร่”

    “ขอโทษด้วยละกัน ต่อไปฉันจะไม่ทำเสียงดังอีก” ชินานางมีน้ำเสียงประชดเล็กน้อย

    “เป็นตัวของตัวเองเถอะ ผมไม่ห้ามคุณหรอก” หัฏฐ์มองชินานางอย่างสงสาร

    ชินานางสบตารู้สึกเขิน เก้ๆกังๆก่อนจะขอตัวเข้าบ้านไปดื้อๆ หัฏฐ์มองตามยิ้มๆ...

    ระหว่างนั้นปุ๊กกี้อุ้มดวงใจลงมาจากห้องด้วยความหิว เปิดตู้เย็นเห็นของกินที่หัฏฐ์บอกว่าซื้อมาฝาก แต่จดๆจ้องๆไม่กล้าจะหยิบ “ดวงใจ น้าหัฏฐ์เป็นคนดี น้าหัฏฐ์ไม่ใช่พวกเดียวกับป้าลี ปุ๊กกี้อยากรักน้าหัฏฐ์กับป้าหทัย แต่ปุ๊กกี้กลัว”

    หทัยกลับจากทำงานเห็นหลานทานนมก็ทักยังไม่นอนหรือ ปุ๊กกี้สะดุ้งตกใจนมหก รีบเอากระดาษมาเช็ดและพร่ำพูด “ปุ๊กกี้ขอโทษค่ะ ทีหลังปุ๊กกี้จะไม่ขโมยกินอีกแล้วค่ะ”

    หทัยตกใจที่หลานพูดแบบนั้น รีบเข้ามาอุ้ม “มานี่ค่ะ ไม่เป็นไรนะคะปุ๊กกี้ นมนี่ป้าก็ซื้อมาให้ปุ๊กกี้ ของในตู้เย็นก็ของปุ๊กกี้หมดเลย” หนูน้อยถามตนกินได้หรือ หทัยแปลกใจ “ได้สิคะโถ...หนูเป็นอะไรนะ ทำไมต้องกลัวกับแค่เรื่องกินด้วย ใครเคยว่าอะไรหนูรึเปล่า”

    ปุ๊กกี้ไม่กล้าตอบได้แต่ซบหน้ากับอกหทัยกำเสื้อแน่น เธอโยกตัวปลอบหลาน...จากนั้นหทัยก็มาปรึกษาหัฏฐ์ “พี่ว่าหลานขี้ตกใจเกินเหตุนะหัฏฐ์”

    “ขี้ตกใจก็ดีกว่าซนเกินไปนะครับ ยิ่งลงมาดื่มนมคนเดียวได้ก็ถือว่าพยายามช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ใช่พึ่งคนอื่นไปซะหมด”

    “มันก็จริงของหัฏฐ์นะ หรือพี่จะขี้วิตกเกินไป ยิ่งไม่ค่อยมีเวลาดูหลานซะด้วย”

    หัฏฐ์บอกเราจะช่วยกันดูแล หทัยเย้าภาระหนักแบบนี้จะขายออกไหมนี่ เขาบอกให้พี่ดูแลตลอดไป หทัยถามถ้าตนขายออกล่ะ เขามองทำนองเป็นไปไม่ได้ ทั้งสองหัวเราะให้กัน

    ooooooo

    ในคืนเดียวกัน จิรัชหิวออกมาทานก๋วยเตี๋ยวริมทาง หันไปเห็นจูนกำลังกินอยู่ เธอแทบสำลักโวยว่าเขาจะตามตนไปทุกแห่งทั้งบนดอยและพื้นราบหรือ โรคจิตหรือเปล่า เขารับคำขำๆ พอทานเสร็จเรียก พนักงานเก็บเงิน บอกจูนว่ามื้อนี้ตนเลี้ยง แล้วเดินกลับไปดื้อๆ

    เช้าวันใหม่ เสียงลูกหมีปลุกชินานาง เธอโวยวายวิ่งไล่จับแล้วกลายเป็นเสียงหัวเราะลั่น ด้านหัฏฐ์งัวเงียตื่นขึ้นมาขำกับเสียงปลุกของเพื่อนบ้านที่เริ่มชิน...พอแต่งตัวลงมาเห็นหทัยลองชุดนักเรียนให้ปุ๊กกี้ด้วยความเห่อจึงรีบไปซื้อ หัฏฐ์บอกปุ๊กกี้ว่าโรงเรียนเปิดเมื่อไหร่ก็จะมีเพื่อนใหม่มากมาย หนูน้อยยิ้มๆ หัฏฐ์บอกเย็นนี้กลับมาจะพาไปสนามเด็กเล่น ปุ๊กกี้ยิ้มมีความสุขขึ้น

    ระหว่างที่หัฏฐ์สอนหนังสือ ลดามณีพยายามโทร.หาหลายหนแต่เขาปิดเครื่องไว้ เธอรู้สึกหงุดหงิด แต่พอเขาสอนเสร็จมาเห็นว่าเธอโทร.มาหลายครั้งจึงโทร.กลับไปหา ลดามณีดีใจมาก พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ชวนเขากับปุ๊กกี้ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ที่ฮ่องกงเสาร์อาทิตย์นี้ หัฏฐ์อึ้งปฏิเสธว่าไม่สะดวกขอผัดเป็นช่วงหยุดยาว เธอรู้สึกเสียฟอร์มแก้ตัวใหม่

    “ไม่เป็นไร งั้นไปเดินห้างในกรุงเทพฯก็ได้ค่ะ ห้างไฮโซเปิดใหม่น่าเดินทั้งนั้น ปุ๊กกี้จะได้ซื้อชุดสวยๆ ทานขนมอร่อยๆ แต่พี่หัฏฐ์ต้องไปเป็นเพื่อนลดาด้วยนะคะ” หัฏฐ์อึกอักๆ ลดามณีรวบรัดแล้วเจอกัน พอวางสายก็ยิ้มเย้ยรู้สึกท้าทายมากกับคนคนนี้

    หัฏฐ์มองเวลาโทร.หาส้มบอกให้พาปุ๊กกี้ไปสนามเด็กเล่นก่อนแล้วตนจะตามไป กำชับให้ดูแลดีๆ ส้มรับคำรีบไปเตรียมน้ำผลไม้และของว่าง...หัฏฐ์เตรียมตัวกลับ เพื่อนอาจารย์ชวนไปสังสรรค์ เขารีบบอกว่าต้องกลับไปเลี้ยงหลาน เพื่อนจึงบอกต่อไปจะนัดล่วงหน้า เขายิ้มรับ
    เผอิญชินานางพาลูกหมีมาผลาญพลังที่สนามเด็กเล่นอยู่ก่อน ลูกหมีปีนป่ายเครื่องเล่นอย่างสนุก พอส้มจูงปุ๊กกี้มาเห็นชินานางก็รู้สึกหวาดกลัวหลบ

    หลังส้ม ชินานางถามทำไมยังกลัวตน แล้วชวนมาทานขนม ลูกหมีเห็นปุ๊กกี้รีบวิ่งมาดึงไปเล่นไม้ลื่น...ชินานางหันมาถามส้มว่าตนน่ากลัวมากหรือ ส้มตอบขำๆว่าไม่ เธอแปลกใจแล้วปุ๊กกี้กลัวอะไร ส้มบอกกับตนก็กลัว

    “แสดงว่าไม่เป็นกับนายลูกหมีคนเดียว...นายลูกหมีมันมีเสน่ห์อะไรนะ สาวถึงติด” ชินานางมองเด็กทั้งสองแล้วยิ้มๆ

    ชมพูนุชเดินมากับลูกๆส่งเสียงเอ็ดลูกมาตลอดทาง ชินานางเห็นจะเลี่ยงหนีแต่ไม่ทัน เธอเข้ามานั่งข้างๆ อย่างดีใจที่มีเพื่อน ส้มขอตัวไปดูเด็กๆ ชินานางยิ้มแหยๆจะขอตัวบ้าง แต่เธอรั้งไว้

    “ดูตรงนี้ก็เห็นค่ะ อยู่คุยเป็นเพื่อนพี่ดีกว่า คนนั้นอ๋อ หลานของคุณหทัยที่เพิ่งมาใหม่ใช่ไหมคะ ชื่ออะไรนะ ตุ๊กกี้” ชินานางแก้ให้ว่าปุ๊กกี้ “อ้อใช่ๆ พี่ได้ยินมาจากลูกว่า เขาเป็นเด็กแปลกๆไม่ยอมพูดยอมจา จริงไหมคะ”

    “น้องเขาเพิ่งมาก็คงยังไม่ชินค่ะ”

    “น่าสงสารนะดูผอมๆซีดๆขี้โรคยังไงก็ไม่รู้ เห็นว่าเป็นเด็กกำพร้าด้วยใช่ไหมคะ” ชินานางเบื่อจะฟัง ชมพูนุชยังพูดไปเรื่อย “อันนี้พี่เตือนในฐานะเราคนบ้านใกล้ เรือนเคียง นะคะ พี่ว่าคุณช้างอย่าไปยุ่งกับบ้านอาจารย์ข้างบ้านนักเลยค่ะ” ชินานางถามทำไม พอดีหัฏฐ์มาถึงเดินเข้ามาได้ยินการสนทนาอย่างโกรธๆ ชมพูนุชเม้าท์ต่อ “แหมแม่พี่สาวก็ทำตัวหยิ่งๆ ยิ่งตัวผู้ชายยิ่งแปลกใหญ่ วางท่าขี้เก๊ก แต่จริงแล้วอ่ะน้องช้างรู้ไหมคะ ว่าอาจารย์นั่นน่ะก็เป็นแค่อาจารย์มหาลัยห้องแถว ก็คงจะสอนตามมอเล็กๆที่มันไม่ดังไงคะ”

    ชินานางไม่โต้ตอบหาทางหนีอย่างอึดอัด ชมพูนุชนินทาว่าที่เขาลือว่าหัฏฐ์จบจากเมืองนอก เป็นการสร้างภาพ ที่จริงจบมหาวิทยาลัยโนเนม ดูที่หลานก็ปล่อยให้เล่นตุ๊กตาเก่าๆสกปรก ไม่พูดเป็นเด็กผิดปกติแน่ๆ ถามชินานางคิดแบบนั้นไหม เธออยากตัดความรำคาญมากจึงตอบรับแบบขอไปทีว่าตนก็ว่าอย่างนั้นแล้วลุกหนี พลันแทบเข่าอ่อนเมื่อหันมาเจอหัฏฐ์

    ชมพูนุชสะดุ้งเอาตัวรอดทันที “โอ๊ะ!เชิญตามสบายนะคะ พี่ไปดูเด็กๆก่อน”

    หัฏฐ์มองหน้าชินานางอย่างผิดหวัง เธอจะอธิบายแต่เขาไม่ฟังเดินหนีไปอุ้มปุ๊กกี้จากเครื่องเล่น ชินานางอ้าปากค้างงงๆ...เรื่องนี้ทำเอาชินานางนอนไม่หลับ กลุ้มใจที่หัฏฐ์เข้าใจผิด หัฏฐ์เองก็เซ็งหงุดหงิดคิดว่าชินานางเป็นพวกเดียวกับชมพูนุช ที่ชอบนินทาชาวบ้าน

    ooooooo

    เช้านี้เป็นวันแรกที่เปิดเทอม ลูกหมีปลุกชินานางเสียงดัง ความโกลาหลในบ้านเกิดขึ้นอย่างปกติ ต่างคนต่างรีบอาบน้ำแปรงฟันแต่งตัว พอออกมาขึ้นรถ ลูกหมีเห็นหัฏฐ์พาปุ๊กกี้ขึ้นรถก็ร้องทัก เขาพูดคุยกับลูกหมีแต่มึนตึงกับชินานางอย่างเห็นได้ชัด

    มาถึงโรงเรียน ลูกหมีวิ่งไปจูงปุ๊กกี้ ชินานางรอที่จะอธิบายให้หัฏฐ์ฟังเรื่องเมื่อวานแต่เขากลับทำเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ...ชินานางขุ่นเคืองกลับมาบ่นให้ชนนีฟัง

    “ช้างไม่ได้ตั้งใจนะคะ ช้างก็ทำอย่างที่แม่สอนแล้ว ยัยชมพูนุชพูดไม่หยุดเลย ช้างเลี่ยงก็ไม่ได้ แล้วถ้าช้างไปเถียงแทนเดี๋ยวก็เอาคำช้างไปแต่งเติมอีก ช้างก็เลยต้องเออๆให้มันจบๆไป”

    ชนนีบอกมันจบผิดที่ผิดเวลา ชินานางว่าไม่รู้ว่าหัฏฐ์อยู่ตรงนั้น จะอธิบายเขาก็ไม่ยอมฟัง ชนนีแนะ “พอเขาใจเย็นลง เขาอาจจะฟัง อย่างน้อยเราก็ได้บอกว่าเราไม่ได้คิดแบบนั้น”

    ชินานางถอนใจไม่รับปาก...ในขณะที่จิรัชเพื่อนรักยังคงมาสอนศิลปะที่ศูนย์พักพิง จูนเหน็บจะตั้งใจไปถึงเมื่อไหร่ เขาบอกทำไปจนกว่าจะเบื่อ จูนจึงดึงเขาออกมาให้พ้นผู้คน

    “ตั้งใจฟังให้ดีนะ ถ้าคิดจะมาทำเล่นๆก็เลิกซะ และฉันขอบอกเลยว่าฉันยังไม่อยากมีแฟน ถึงฉันจะยังโสดแต่ฉันก็ยังไม่อยากมี แล้วฉันก็ไม่ได้ชอบคุณและยิ่งไม่ชอบเมื่อเห็นคุณมาตามตื๊อฉัน บอกเลยว่ามันไม่ได้ผล ต่อให้บนดอยคุณจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่ฉันก็ไม่มีทางสนใจคุณเด็ดขาด ล้มเลิกความตั้งใจซะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆคุณจะมาตามจีบสาว งานของเรามีสาระเด็กๆต้องการความ...”

    จิรัชทำท่าจุ๊ๆๆ บอกให้พอก่อนตนต้องไปสอน สอนเสร็จค่อยมาบ่นต่อ จูนยืนอ้าปากค้าง แต่พอสอนเสร็จจิรัชจะรีบไปทำงานส่งลูกค้า จูนมาดักรอย้ำเรื่องที่ไม่ให้เขาตามตื๊อ พอดีครูอ้อเดินมาบอกเจอกันแล้วนะเห็นจูนมาดักรออยู่หลายรอบ จิรัชหันมายิ้มกวนๆ จูนรีบแก้ตัวว่าไม่ใช่

    “ทำไมจะไม่ใช่ยอมรับเถอะน่า แต่เสียใจด้วยผมไม่มีเวลาคุยกับคุณแล้ว ไปก่อนนะ”

    ครูอ้อขำที่ทั้งสองแหย่กันน่าเอ็นดู จูนหน้าเสียแก้ตัวว่าจิรัชเป็นคนตามตื๊อตน พลันมีครูอีกคนวิ่งมาบอกว่าเด็กตุ้ยหายไป จิรัชได้ยินหันกลับมา จูนรีบเดินหาตุ้ย ครูรายงานว่าพอตุ้ยรู้ว่าต้องไปขึ้นศาลก็หายตัวไปเลย จูนรีบถามเด็กๆว่ามีใครได้ยินตุ้ยพูดอะไรบ้าง เด็กคนหนึ่งบอกตุ้ยบอกว่าไม่อยากเจอพ่อ กลัวโดนพ่อซ้อม จูนเป็นห่วงวิ่งไปตามหา จิรัชวางข้าวของตามไปช่วย

    ตุ้ยเดินเศร้าซึมไปตามทางเปลี่ยว จูนวิ่งมาเห็นร้องเรียก จิรัชตรงเข้าดึงแขน ตุ้ยหวาดกลัวสะบัดให้ปล่อย จิรัชปลอบไม่ต้องกลัวแต่กลับโดนเด็กกัดอย่างแรงเขาก็ทนไม่ปล่อย จูนเข้ามาช่วยเตือนสติตุ้ย อย่าทำครู มีอะไรต้องคุยกัน ตุ้ยร้องไห้ไม่อยากไปเจอพ่อ จิรัชรู้สึกสะเทือนใจ

    กลับมาบ้านพักใจ จูนใส่ยาที่แผลให้จิรัช ตุ้ยเดินเศร้าเข้ามาขอโทษ จิรัชจับไหล่บอกไม่เป็นไร เขาน้ำตาร่วงบอกอยากให้พ่อเป็นอย่างครูบ้าง จูนสงสารเด็กที่โดนญาติพี่น้องทำร้าย

    เช่นเดียวกับปุ๊กกี้ที่หวาดระแวงขี้ตกใจกลัวไปทุกเรื่อง ครูสอนหนังสือแต่ลูกหมีคุยจ้อให้ปุ๊กกี้ฟัง ครูจอยดุก็ทำอีกอยู่หลายรอบ จนครูจอยต้องเสียงเข้มแยกโต๊ะลูกหมีออกไปนั่งเดี่ยวๆ เพื่อนๆหัวเราะกันคิกคัก มีเพียงปุ๊กกี้ที่มองอย่างเห็นใจ

    ครูจอยถืองานภาพวาดของเด็กๆกลับมาห้องพักครู เปรยกับครูหนึ่งว่านายลูกหมีคุยเก่งมาก ฉลาดพูดจนตนอดขำไม่ได้ ครูหนึ่งบอกว่านั่นน่ะตัวป่วนของห้อง...ครูจอยตรวจงานมาถึงภาพวาดของปุ๊กกี้ เป็นภาพวาดบ้าน ทำให้เธอต้องเรียกครูหนึ่งมาช่วยดู

    ooooooo

    วันต่อมาชินานางมาส่งลูกหมีสายมาก ทำให้ต้องวิ่งเข้าห้องเรียนจนหอบ ครูจอยให้ทุกคนเอาการบ้านมาส่ง ลูกหมีหยิบของปุ๊กกี้ไปส่งให้ พอครูตรวจงานเสร็จก็เรียกปุ๊กกี้ออกมา หนูน้อยตัวสั่นหวาดกลัวไม่กล้าก้าวเดิน จนครูต้องบอกว่าวันนี้หนูทำงานดีขึ้นมาก ปุ๊กกี้จึงยิ้มออก

    พอโรงเรียนเลิก ชินานางมารับลูกหมี ลูกหมีขอให้อยู่เป็นเพื่อนปุ๊กกี้ก่อนเพราะหัฏฐ์ยังไม่มา เธอจึงให้เด็กๆนั่งทำการบ้าน เสร็จแล้วถึงให้วิ่งเล่น ลูกหมีวิ่งกลับมา ร้องว่าหิวหมดแรง ชินานางเห็นว่าหัฏฐ์ยังไม่มา จะไปซื้อขนมให้เด็กๆ ก็พอดีเขามาถึง ชินานางยังหมั่นไส้สะบัดเสียงว่าปุ๊กกี้ทำการบ้านเสร็จแล้ว เขากล่าวขอบคุณ เธอถือโอกาสพูดต่อ

    “อ้อ อีกเรื่องคือเรื่องคุณชมพูนุชฉันขอเคลียร์หน่อยนะ ฉันไม่ได้นินทาคุณแค่ปฏิเสธไม่ออกก็เลยเออออไป ที่ต้องอธิบายเพราะไม่อยากให้เข้าใจผิดว่าฉันชอบนินทา แล้วก็ขอโทษที่ใช้คำพูดตัดรำคาญไปอย่างนั้น...ขอโทษค่ะ” หัฏฐ์มองนิ่งๆ “ถ้าอธิบายแล้วคุณอยากจะโกรธต่อก็ไม่ว่ากัน ได้พูดแล้วก็พอใจ”

    “ผมไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น หรือไม่ฟังเหตุผล”

    ชินานางค้อนนี่หรือไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น แล้วจูงลูกหมีเดินไปขึ้นรถ...ถึงบ้านหทัยสงสารลูกหมีที่รอเป็นเพื่อนปุ๊กกี้คงจะหิวแย่ หัฏฐ์กวนว่าไม่ได้ขอให้รอ หทัยตำหนิชินานางอุตส่าห์มีน้ำใจต้องเห็นความดีของเธอ หัฏฐ์ว่าเธอไปส่งลูกหมีสายทุกวัน หทัยขำเธอก็ไม่ได้เดือดร้อนแต่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนปุ๊กกี้ต้องขอบคุณเธอ หัฏฐ์โบ้ยให้หทัยไปขอบคุณแทน พลันส้มเข้ามาบอกว่า ชินานางกับลูกหมีขอนัดประชุมหลังบ้าน หัฏฐ์งงเดินออกมา

    ชินานางกับลูกหมีนั่งรออยู่ก่อน พอเห็นหัฏฐ์มาถึง ชินานางก็พูดเป็นทางการห่างเหินว่าลูกหมีมีไอเดียเสนอ ตนเห็นว่าน่าสนใจจึงนัดเขามาปรึกษา...ตอนเย็นตนจะขอรับปุ๊กกี้กลับมารอที่บ้านตน ส่วนตอนเช้าให้เขาส่งลูกหมีด้วย ลูกหมีออกตัวว่าไปสายเพราะอาช้างอาบน้ำนาน ชินานางถลึงตาใส่ ลูกมีกลับบอกว่าเรา

    ต้องพูดกันตรงๆ หัฏฐ์ขำบอกเป็นไอเดียที่ดี ตนขอจ่ายค่าขนมปุ๊กกี้ ชินานางปัดว่าแม่ทำขนมอยู่แล้ว เพียงแต่เขาอาจจะขาดทุนเพราะตอนเช้าลูกหมีชอบร้องขอกินขนม ลูกหมีแย้งว่าไม่จริง ชินานางย้อน...ต้องไม่อาย เราต้องพูดกันตรงๆ

    “โอเค ตามนี้ ลูกหมีตัวแค่นี้จะกินเก่งขนาดไหนเชียว” หัฏฐ์รับคำ

    “น้าหัฏฐ์ไม่รู้จักลูกหมีซะแล้ว” ลูกหมีแอบหัวเราะ

    ชนนีกับบัวยืนมองอย่างพอใจที่หัฏฐ์กับชินานางคุยกันด้วยดีไม่ทะเลาะกันเหมือนก่อน

    ooooooo

    ชลีกรวางแผนจะเข้าไปดูแลในบริษัทที่สาวิตร บริหาร อ้างว่าเหงา ลูกๆก็โตแล้ว สาวิตรไม่เห็นด้วยเปลี่ยนเรื่องบอกว่าพรุ่งนี้ตนต้องบินไปกรุงเทพฯ ชลีกร รีบขอไปด้วยจะพาลูกๆเดินห้างในกรุงเทพฯ แต่สาวิตร บอกตนต้องประชุมไม่มีเวลาเที่ยว ขากลับจะแวะเยี่ยมปุ๊กกี้

    ชลีกรใจหายวาบเกรงปุ๊กกี้ฟ้องเรื่องไม่ดีของตน ยุลูกๆให้รบเร้าสาวิตรขอไปด้วย แต่เขาก็ปฏิเสธเสียงเข้ม...ชลีกรแค้นใจคิดหาวิธีปิดปากปุ๊กกี้ไว้ก่อน

    เช้าวันใหม่หัฏฐ์นั่งทำงานที่บ้าน มีเสียงกริ่งดัง หน้าบ้าน หทัยคิดว่าเป็นไปรษณีย์จึงจูงปุ๊กกี้ออกไปรับ หัฏฐ์หวั่นใจจะเป็นลดามณี พอเดินออกมาหน้าบ้าน เสียงชลีกรทักทายพร้อมลูกๆทั้งสามคน ปุ๊กกี้ผวาหลบหลังหทัยกำเสื้อเธอแน่น หทัยแปลกใจกับท่าทีของหลาน

    ชลีกรหยิบขนมจากในกระเป๋ามาวางให้ ปุ๊กกี้ยังหลบหลังหทัย ป้อม แป้งและเปเป้เข้าไปวิ่งเล่นซุกซนอย่างไม่เกรงใจในบ้าน ชลีกรเรียกปุ๊กกี้ให้เข้ามาหา พูดเสียงอ่อนหวานว่าคิดถึงมากนี่คงโกรธที่ตนเพิ่งมาเยี่ยมเลยไม่เข้ามาหา และว่าสาวิตรมาทำงานกรุงเทพฯ ตนทนคิดถึงหลานไม่ไหวจึงตัดหน้ามาก่อน อย่าบอกเขาว่าตนแอบมาเยี่ยม หัฏฐ์กับหทัยรับคำงงๆ ชลีกรดึงปุ๊กกี้มากอดขณะที่หทัยไปเอาขนมให้เด็กๆ และหัฏฐ์ขอตัวไปทำงานต่อ ปุ๊กกี้จะร้องไห้

    “หยุด! อย่าร้องเชียวนะ ใครก็ช่วยแกไม่ได้ เห็นไหมฉันบอกแล้วว่าทุกคนเป็นพวกของฉัน ฟังนะ ถ้าอีกสองสามวันลุงวิตรมาเยี่ยมแก แกห้ามพูดคุยอะไรกับลุงวิตรเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจะกลับมาเล่นงานแก แกรู้ ใช่ไหมว่าจะต้องเจอกับอะไร อยากจะหายไปแบบย่าของแกไหมล่ะ”

    ปุ๊กกี้สบตาชลีกรอย่างหวาดกลัวส่ายหน้าถอยห่าง ตัวสั่น พอเห็นหทัยเดินมา ชลีกรก็ดึงปุ๊กกี้มากอดทำทีชื่นชมเต็มประดา แล้วบอกหทัยว่าปุ๊กกี้กลัวตนจะกลับ จึงเสนอขอพาไปเที่ยวกินขนมกับพี่ๆ ปุ๊กกี้หน้าเสียสบตาหทัยส่ายหน้าเบาๆ หทัยแปลกใจกับท่าทางหลานจึงบอกว่าตนจะไปด้วย ชลีกรรีบบอกว่าไม่เป็นไรตนดูแลได้ หทัยนึกได้บอกให้รอสักครู่เห็นหัฏฐ์บอกว่าลดา-มณีจะมาเหมือนกัน เท่านั้นชลีกรก็ชะงัก นึกขึ้นมาได้ว่ามีงานต้องรีบกลับ ย้ำกับหทัยว่าอย่าบอกสาวิตรว่าตนกับลูกๆมา หทัยรับคำงงๆ

    หัฏฐ์เดินเข้ามาเห็นชลีกรกลับไปแล้วก็แปลกใจ หทัยบอก พอบอกว่าลดามณีจะมาเธอก็รีบลากลับ แต่ตนแปลกใจว่าทำไมปุ๊กกี้มีท่าทีกลัวชลีกรมาก หทัยหยิบขนมเอแคลขึ้นมาเห็นว่ามีราขึ้นก็ส่งให้หัฏฐ์ดู ทำไมชลีกรถึงเอาขนมแบบนี้มาฝากหลาน

    คืนนั้นหทัยพาปุ๊กกี้เข้านอน หนูน้อยพึมพำออกมาว่า “ปุ๊กกี้รักป้าหทัยกับน้าหัฏฐ์ ปุ๊กกี้อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากไปไหน”

    หทัยน้ำตาซึมไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้ เข้าสวมกอดหลานรัก ปุ๊กกี้กอดตอบอย่างมีความสุข ในวันนั้นที่ลดามณี ไม่ได้มาบ้านหัฏฐ์เพราะมาร์คบุกมาหาถึงห้องพัก จนเธอต้องโทร.เรียก รปภ.มาเอาตัวไป มาร์คโมโหมากที่ทิ้งกันดื้อๆ

    สองวันผ่านไป สาวิตรกลับมาบอกว่าไม่มีเวลาแวะเยี่ยมปุ๊กกี้เลย ชลีกรโล่งอกบอกไม่เป็นไรวันหลังตนจะไปเยี่ยมเอง เขาเอ่ยถามว่าโอนเงินค่าเลี้ยงดูทุกเดือนหรือเปล่า เธออึกอักๆก่อนจะรับว่าโอน...น้ำเข้ามาบอกว่ามีแขกมาขอพบ สาวิตรแปลกใจ ชลีกรแนะนำให้สาวิตรรู้จักกับทนายยิ่งยศ ตนให้มาทำบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของนายแม่ สาวิตรให้รอพ้นร้อยวันก่อน อย่าทำเหมือนอยากได้สมบัติ ชลีกรเคืองบอกถ้าเกิดมีทรัพย์สินหายไปจะทำอย่างไร ตนจะให้ทนายยื่นเรื่องแต่งตั้งเขาเป็นผู้จัดการมรดกทุกอย่าง เขาบ่นอย่าให้มีปัญหาตามมาแล้วกัน

    “นี่แหละค่ะลีถึงต้องรีบทำ เพราะคุณก็เป็นทายาทสายตรงคนเดียวอยู่แล้ว”

    “คนเดียวที่ไหน ทั้งลดามณีทั้งปุ๊กกี้”

    “น้องลดาเขาไม่ลุกขึ้นมาจัดการอะไรอยู่แล้ว งานการ ยังไม่ทำเลย ส่วนปุ๊กกี้น่ะยังเด็กอยู่ ลีไม่นับหรอกค่ะ”

    สาวิตรมองภรรยาอย่างอึดอัดไม่อยากขัดต่อหน้าทนาย

    ooooooo

    ในตอนเย็นลูกหมีอิดออดที่จะทำการบ้าน ทั้งที่ปุ๊กกี้ตั้งใจทำจนเสร็จและถูกหมด หัฏฐ์เข้ามารับ

    เห็นชินานางเคี่ยวเข็ญลูกหมีก็แกล้งบอกลูกหมีว่า

    นึกว่าทำการบ้านเสร็จแล้วจะชวนไปเล่นตัวต่อที่บ้าน ลูกหมีตาโตลุกขึ้นรีบทำบอกให้เขารอแป๊บ หัฏฐ์จึงขอคุยกับชินานางส่วนตัว

    บัวชะเง้อมองเพ้อเจ้อว่าเหมือนพระเอกนางเอกในละคร แรกๆทะเลาะกันแล้วก็รักกัน ชนนีเอ็ดดูละครมากไปแบบนี้จะเอาทีวีออกมาจากในห้อง บัวรีบโอดโอยจะไม่พูดอีก ชนนีมองชินานางกับหัฏฐ์คุยกันแล้วเผลอเคลิ้มไปตามที่บัวพูด พอรู้สึกตัวรีบหันมาทำงานต่อ

    หัฏฐ์บอกชินานางว่าตอนเช้าขอซื้อขนมให้ลูกหมี เธอตกใจถามลูกหมีตื๊อให้เขาซื้อใช่ไหม เขาบอกลูกหมีบอกว่าเธอซื้อให้ทุกเช้า เธอว่าจะเอาเวลาที่ไหนไปซื้อ แค่ไปโรงเรียนยังไม่ทัน หัฏฐ์หัวเราะบอกโดนลูกหมีหลอกเกือบหมดตัว ชินานางจะจ่ายคืนให้

    “ไม่เป็นไรหรอก คุณดูแลปุ๊กกี้ตอนเย็นแล้วถือว่าแลกกัน”

    ชินานางว่าเขาจะเสียเปรียบเพราะลูกหมีทานจุ หัฏฐ์จึงขอให้เธอช่วยทำให้ปุ๊กกี้ทานของว่างตอนเย็นเยอะๆ

    จะได้ขาดทุนน้อยหน่อย ชินานางสงสัยอยู่เหมือนกันที่ปุ๊กกี้มีท่าทางไม่กล้าหยิบทั้งที่อยากกิน หัฏฐ์ถอนใจบอกนี่แหละที่ตนเป็นห่วง อยากให้ช่วยกันหาวิธีแก้ไข

    ด้านลูกหมีทำการบ้านเสร็จ ชวนปุ๊กกี้เล่นเล่านิทาน โดยให้ปุ๊กกี้ทำเสียงสัตว์ที่ตนพูดถึงปุ๊กกี้ยอมทำแล้วเริ่มสนุกไปด้วยหัวเราะออกมาอย่างจริงใจ ชินานางกับหัฏฐ์เดินกลับมาเห็นก็ดีใจไปด้วย แต่แล้วต้องตกใจที่จู่ๆลูกหมีก็หอมแก้มปุ๊กกี้หน้าตาเฉย

    ตกค่ำชินานางเดินออกมาคุยโทรศัพท์กับจิรัช

    ที่ระเบียง กำลังต่อปากต่อคำเย้ากัน ทันใดชินานางเห็นหัฏฐ์ใส่เสื้อกล้ามโชว์กล้ามเดินออกมาก็ตะลึงมอง จิรัชเห็นเพื่อนเงียบก็เรียก ชินานางสะดุ้งอ้างสัญญาณไม่ดีแล้ววางสายไป คลึงขมับตัวเองเรียกสติกลับมา...

    วันต่อมายิ่งยศมาแจ้งข่าวกับชลีกรว่ามีคนมาคัดค้านการยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดก คือทนายสุวัฒน์ บอกว่าภาวนาทำพินัยกรรมไว้ ชลีกรตกใจเมื่อรู้ว่าลูกชายของทนายสุทินรับช่วงงานต่อจากพ่อ ยิ่งยศแจ้งอีกว่า ครบ 90 วันจะเปิดพินัยกรรมต่อหน้าผู้เกี่ยวข้องทุกคน ชลีกรโมโหมากสั่งให้จัดการอะไรก็ได้ไม่ต้องรอให้ครบ

    หลายวันต่อมา หัฏฐ์ได้รับโทรศัพท์จากสุวัฒน์ว่าวันที่ 15 เดือนหน้าให้เขาและหทัยพาปุ๊กกี้ลงมาสงขลาเพื่อฟังพินัยกรรม...พอหทัยรู้เรื่องก็ไม่สบายใจเพราะไม่ได้อยากให้ปุ๊กกี้ได้อะไร เกรงจะมีคำครหา หัฏฐ์บอกเราตัดสินใจอะไรเองไม่ได้ มันเป็นสิทธิ์ของหลาน หทัยหวั่นใจ

    พอถึงวันเปิดพินัยกรรม ทุกคนรออยู่ที่บ้านภาวนาลดามณีเห็นหัฏฐ์ก็รีบบอกว่าจะไปรับที่แอร์พอร์ตแต่สา–วิตรชิงส่งรถไปรับเสียก่อน ปุ๊กกี้มีท่าทีหวาดกลัวตลอดเวลา ลดามณีแปลกใจว่าหลานเป็นอะไร หัฏฐ์ต้องอุ้มไว้ตลอด ลดามณีรีบนั่งข้างหัฏฐ์แล้วกระซิบถามว่าเขาหลบหน้าตนใช่ไหม เขานิ่งๆไม่ตอบ สาวิตรเห็นหลานหวาดกลัวก็ถามไม่สบายหรือเปล่า หทัยกับหัฏฐ์ก็ไม่เข้าใจ...สุวัฒน์มาพร้อมกรรมการสามคน ชลีกรตาวาวด้วยความไม่พอใจ ถามเสียงดัง

    “มาแล้วใช่ไหม ไหนบอกมาสิว่าจะมีพินัยกรรมอะไร ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่ามันจะเป็นของจริง ในเมื่อครอบครัวของสามีฉันถือเรื่องโชคลาง ตระกูลนี้ไม่เคยทำพินัยกรรม หรือมันเป็นพินัยกรรมปลอม” สาวิตรปรามให้ใจเย็น “จะให้เย็นได้ยังไง คุณแม่จะทำพินัยกรรมได้ยังไง ในเมื่อฉัน...ในเมื่อคุณแม่นอนป่วยอยู่ข้างบนตลอด จะเอาเวลาตอนไหนไปทำพินัยกรรม”

    “ท่านทำก่อนพ่อผมจะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต พ่อบอกว่าคุณภาวนาตามคุณพ่อให้มาพบที่บ้านหลังนี้และท่านก็ได้ลงมือทำพินัยกรรมโดยมีกรรมการรู้เห็นอีก 3 ท่านที่มากับผมวันนี้”

    ชลีกรโวยทำไมตนถึงไม่รู้เรื่อง สุวัฒน์บอกว่าภาวนาทำวันที่พวกเธอไปญี่ปุ่น ชลีกรนึกโกรธพร้อมพร ลดามณีแทรกว่านายแม่ทำพินัยกรรมก็ดีแล้ว ไม่เห็นต้องหงุดหงิด อย่างไรเสียในพินัยกรรมก็ต้องแบ่งเป็นสามส่วน สาวิตรอายแทนตัดบทให้ฟังพร้อมๆกัน

    สุวัฒน์เปิดพินัยกรรมอ่าน...อันดับแรกแจกแจงทรัพย์สินทั้งหมดที่มี แล้วเริ่มรายละเอียดทรัพย์สินปลีก ย่อยที่ระบุและไม่ได้ระบุเจาะจง ไม่ว่าเป็นเงินในธนาคาร ตลาด ตึกแถว ที่ดิน รวมทั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้าง

    พิพัฒน์พงศ์ที่สาวิตรดูแล ขอแบ่งออกเป็นสามส่วนเท่าๆกัน ให้สาวิตร ลดามณีและเด็กหญิงหวันยี่หวาหรือปุ๊กกี้...ที่ดินใจกลางเมืองสงขลาที่ติดถนนใหญ่ แปลงหน้ายกให้ปุ๊กกี้ ถัดมาให้ลดามณี ในสุดให้สาวิตร โรงแรมพิพัฒน์พงศ์ ขอยกให้ลดามณี ส่วนบ้านหลังนี้ ยกให้ปุ๊กกี้แต่เพียงผู้เดียว

    ชลีกรพึมพำว่านายแม่ลำเอียง เหมือนภาวนาแย้งในความคิดเธอ...ฉันไม่เคยลำเอียง เพราะก่อนหน้านี้ สาวิตรมาขอแบ่งมรดกไปก่อนตั้งแต่พ่อเขายังไม่ตาย คราวนี้เขาถึงได้น้อยกว่าใคร

    ชลีกรโวยเป็นไปไม่ได้ บริษัทที่สาวิตรดูแลคนเดียวกลับแบ่งเป็นสามส่วน สาวิตรปรามให้หยุด แต่เธอยังดื้อดึงทวงสิทธิ์ กรรมการยืนยันว่าพวกตนรับรู้ว่าภาวนาทำพินัยกรรมแบบนี้จริง ชลีกรไม่เชื่อหาว่าสุวัฒน์ปลอมแปลงยกให้ปุ๊กกี้เพราะเป็นเพื่อนกับวิริยะ สุวัฒน์บอกตนไม่เคยเห็นและรู้ข้อความในพินัยกรรม เพราะมันถูกเก็บอยู่ในธนาคาร พอถึงวันกำหนดต้องมีกรรมการทั้งสามท่านไปเซ็นรับออกมา ตนจึงไม่อาจทำอะไรหรือเปลี่ยนแปลงข้อความได้

    ลดามณีเบื่อหน่ายถามอ่านพินัยกรรมจบหรือยัง สุวัฒน์บอก “ยังมีหน้าที่อีกส่วนหนึ่งที่ผมต้องดำเนินงานต่อ คือทรัพย์สินส่วนของคุณปุ๊กกี้ คุณภาวนาขอให้มีคนดูแลจนกว่าคุณปุ๊กกี้จะอายุครบ 20 ปี และชื่อของบุคคลที่จะเป็นผู้ดูแลทรัพย์ของคุณปุ๊กกี้ก็คือคุณหัฏฐ์และคุณหทัย ปริยวิศว์ ซึ่งเป็นน้าและป้าของคุณปุ๊กกี้”

    ชลีกรยิ่งโกรธจนคุมสติไม่อยู่ โวยวายไม่เชื่อจนสาวิตรละอายต้องดึงเธอออกไป สุวัฒน์หันมาถามหัฏฐ์ว่ารับเป็นผู้ปกครองปุ๊กกี้ตามกฎหมายหรือยัง ทั้งหัฏฐ์และหทัยส่ายหน้าอึ้งๆไม่คิดว่าจะมีปัญหา สุวัฒน์แนะนำให้รีบยื่นขอต่อศาลจะดีกว่าตนยินดีช่วยดำเนินการ

    ชลีกรยังฮึดฮัด พอเห็นสุวัฒน์กำลังจะกลับก็ปรี่เข้ามาโวยว่าตนไม่เชื่อว่าเป็นพินัยกรรมจริง สุวัฒน์ยินดีให้เธอมาตรวจสอบได้ตลอดเวลา เธอว่าบริษัทที่สาวิตรเป็นคนบริหารคนเดียวแต่กลับได้เงินปันผลเท่าขี้เล็บ สุวัฒน์ว่าบริษัทเป็นของครอบครัวไม่ใช่ของใครคนเดียว...หัฏฐ์จูงปุ๊กกี้ออกมา ชลีกรจ้องมองอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ปุ๊กกี้หันหน้ามากอดหัฏฐ์แน่น ลดามณีเดินตามมาบ่นทำไมชลีกรถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ ต้องขอโทษแทนด้วย คงจะช็อกที่ได้มรดกน้อย

    “ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ”

    “สำหรับลดา ลดาพอใจค่ะ ไม่คิดว่าจะได้มากขนาดนี้ด้วยซ้ำ แค่นี้ชีวิตลดาก็สบายไปตลอดชาติแล้ว... ไงจ๊ะปุ๊กกี้ กลายเป็นเศรษฐีตัวน้อยๆแล้วนะ เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ด้วย ตอนนี้อายังต้องพึ่งใบบุญปุ๊กกี้เลย มีความสุขไหมคะ”

    ปุ๊กกี้กอดซุกหน้ากับหัฏฐ์แน่น หทัยมองข้องใจ...

    ชลีกรยังโวยวายใส่สาวิตรที่ไม่เดือดเนื้อร้อนใจบ้าง สาวิตร บอกเราก็ได้ไม่น้อย อย่าลืมว่าเราขอแบ่งมาก่อนหน้านี้แล้ว ชลีกรกราดเกรี้ยวว่าไม่พอ ไม่มีชื่อตนและลูกๆในพินัยกรรมเลย ต้องมีอะไรผิดพลาด ต้องมีใครกลั่นแกล้ง สาวิตรอ่อนใจเดินเลี่ยงออกไป ชลีกรหงุดหงิด โทร.สั่งสมุนให้ลากตัวพร้อมพรมาหาตน

    รุ่งเช้าพร้อมพรกำลังป้อนข้าวแม่ที่บ้าน สมุนชลีกรมาบอกว่าชลีกรอยากพบ เธอคิดว่าคงเรียกกลับไปทำงาน สมุนทั้งสองไม่อยากบอกอะไร...พอพร้อมพรมาถึงก็โดนชลีกรตบหน้าเลือดกบปาก ด่าว่าที่ปล่อยให้ภาวนาเจอกับทนายแล้วไม่รายงานตน พร้อมพรตกใจ

    “พี่ไม่รู้ พี่ผิดไปแล้ว อย่าทำอะไรพี่เลย”

    “พี่เหรอ แกยังกล้ามานับญาติกับฉันอีกเหรอ ในเมื่อแกทำให้ฉันสูญเสียทุกอย่าง ฉันก็จะทำให้แกรู้สึกบ้าง ไสหัวแกกับแม่แก โคตรแกออกจากบ้านฉัน เอาทุกอย่างคืนมาให้หมด”

    พร้อมพรอ้อนวอนขอร้องกลับถูกตบอีกหลายฉาด สมุนยืนมองได้แต่สงสาร...

    หลังจากกลับมากรุงเทพฯ หทัยกับหัฏฐ์เล่าเรื่องพินัยกรรมให้ชนนีกับชินานางฟัง ที่สำคัญไม่คิดว่าชลีกรจะร้ายกาจมาก ทำให้ปุ๊กกี้หวาดกลัว พวกตนไม่น่าพาหลานลงไปเลย ชินานางว่ามิน่าปุ๊กกี้ถึงมีท่าทางหวาดกลัวตลอดเวลา หทัยหวั่นใจว่าจะมีปัญหาตามมาอีก ชนนีคิดว่าเขาคงไม่พอใจที่ปุ๊กกี้ได้มาก หัฏฐ์บอกไม่แค่มากแต่เกินครึ่งของมรดกอีก ที่น่าหนักใจคือ

    “ปุ๊กกี้ต้องมีผู้ปกครองดูแลและจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆของแกภายใต้การคุ้มครองของศาลจนกว่าแกจะบรรลุนิติภาวะ” ชินานางว่าเขาก็เป็นอยู่แล้ว “ถ้าเป็นจริงตามกฎหมายก็ดีสิ”

    “ตอนที่รับปุ๊กกี้ขึ้นมาอยู่ด้วย เราคิดกันง่ายๆว่าทางโน้นเขาคงไม่ต้องการตัวแกอีกแล้ว เลยไม่ได้ทำเรื่องขอเป็นผู้ปกครองอย่างถูกต้อง แค่ทำเรื่องย้ายทะเบียนบ้านมาเพื่อเข้าโรงเรียนเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่ได้คิดอะไรกันเลย” หทัยถอนใจ

    หัฏฐ์โทษตัวเองที่สะเพร่า ชินานางบอกยังไม่สาย แต่เขาเกรงชลีกรจะขัดขวาง หทัยคิดว่าที่ปุ๊กกี้มีท่าทีหวาดกลัวแบบนี้เพราะชลีกร...ชนนีเห็นใจเผอิญวันนี้ต้องไปค้างบ้านญาติ มีทำบุญขึ้นบ้านใหม่แต่เช้า และจะเอาบัวไปช่วยด้วย จึงบอกชินานางให้เอาลูกหมีไปนอนด้วยคืนนี้ หทัยจึงบอกว่ามีอะไรให้ช่วยบอกได้ หัฏฐ์พูดตามขำๆ ชินานางรู้ว่าเขาคิดอะไร

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 11:33 น.