ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ดวงใจพิสุทธิ์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    จิรัชถือกล่องเครื่องมือออกมาซ่อมออดหน้าบ้านชินานาง บัวไม่รู้เดินมาปิดประตูล็อก พอจิรัชซ่อมเสร็จจะเข้าบ้านก็เข้าไม่ได้ ออดก็ยังไม่ดังเพราะตัดไฟไว้ ร้องเรียกชินานางก็ไม่ได้ยินจึงคิดจะปีนรั้ว หัฏฐ์ออกมาส่งจูนหน้าบ้าน จูนเห็นคนปีนรั้วก็เข้าไปกระชากตัวทุ่มลงพื้น

    จิรัชร้องลั่นด้วยความเจ็บแถมยังถูกล็อกคอ หัฏฐ์รีบห้ามจูนบอกไม่ใช่ขโมย เคยเห็นเป็นเพื่อนเจ้าของบ้าน จูนผละออกมองพิจารณา

    “ก็จริงนะ ขโมยไม่น่าอ้อนแอ้นอย่างนี้ อีกอย่าง ถ้าเป็นพวกย่องเบาคงไม่ปีนเข้าหน้าบ้าน”

    “คิดออกแล้วก็ช่วยขอโทษด้วยสิ ขอโทษอ่ะทำเป็นไหม” จิรัชต่อว่า

    “ขอโทษก็ได้แต่ฉันเจตนาดีนะ คุณท่าทางไม่น่าไว้ใจเอง แถมยังปีนบ้านคนอื่น ใครเห็นก็ต้องเข้าใจผิด...ไปล่ะ” จูนพูดจบก็เดินไป

    จิรัชบ่นอุบ ขอโทษแบบนี้อย่าขอโทษดีกว่าพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบาก...พอชินานางเห็นสภาพและฟังจิรัชเล่าก็ไม่พอใจจะไปเอาเรื่องหัฏฐ์

    ชนนีต้องปรามว่าเป็นการเข้าใจผิด เธอเก็บความขุ่นเคืองไว้ ตกค่ำชินานาง อยู่ในชุดนอนเสื้อเอวลอยกางเกงขาสั้นออกมายืดเส้นยืดสายจากการนั่งเขียนภาพอยู่นานที่ระเบียง จังหวะนั้นหัฏฐ์กำลังส่องกล้องดูดาว ชินานางหันมาเห็นเข้าใจผิดว่าเขาลามกส่องกล้องมองตน ตะโกนด่าคนลามก คนโรคจิต หัฏฐ์ได้ยินเสียงแจ้วๆเงยหน้ามอง เธอเข้าบ้านไปแล้ว ก็บ่นว่ายัยพังแป้นดึกดื่นยังโวยวายไม่เลิก

    ชินานางเข้าบ้านบ่นกับชนนีว่าคนเพี้ยนข้างบ้านประสาทขึ้นทุกที ตนว่าพาลูกหมีย้ายไปอยู่กับตนดีกว่า ชนนีเหน็บ “แหมอย่ามาหาเรื่องกลับไปอยู่ป่าหน่อยเลย แม่เห็นเขาดีออกจะตาย”

    ชินานางฮึดฮัดที่แม่ไม่เชื่อว่าหัฏฐ์ลามก ปากเสีย นิสัยไม่ดี กำชับไม่ให้ลูกหมีไปเล่นบ้านนั้นอีก ชนนีปลอบว่าตนต้องฟังหูไว้หู เพื่อนบ้านสำคัญที่สุด ไม่ควรเป็นศัตรูกัน ต้องดูให้แน่ชัดก่อนจะตัดสินว่าใครดี ใครไม่ดี ชินานางยิ่งเจ็บแค้นมากขึ้น...

    ขณะเดียวกันทางบ้านสงขลา ชลีกรพาครอบครัวเข้ามาอยู่ในบ้านภาวนา พยายามประจบเอาใจสารพัด แย่งบุญเรือนจัดอาหารให้ทาน ป้อม แป้งและเปเป้เสียงดัง

    ชอบพูดจาว่าปุ๊กกี้ราวจำคำพูดผู้ใหญ่มา ปุ๊กกี้ร้องไห้คิดถึงแม่ ชลีกรก็จะย้ำว่าพ่อแม่ตายแล้ว...ร่างกายภาวนาอ่อนแอลงอย่างผิดปกติ บุญเรือนขอให้สาวิตรพาไปโรงพยาบาล แต่ชลีกรกลับให้หมอของตนมาตรวจอาการที่บ้านแทน หมอจ่ายยาบำรุงไว้ให้มากมาย ภาวนาเรียกหาแต่ปุ๊กกี้จนชลีกรยิ่งหมั่นไส้

    สาวิตรเข้าใจว่าแม่เสียใจที่วิริยะจากไปจนร่างกายรับไม่ไหว ชลีกรรีบยุแยง แบบนี้น่าเป็นห่วงเกิดวูบตกบันไดไปจะทำอย่างไร ไหนจะต้องดูแลปุ๊กกี้อีก น่าจะส่งหลานไปให้น้าเขาเลี้ยง สาวิตรถอนใจบอกเราคุยเรื่องนี้กันแล้ว ชลีกรหน้าตึงที่ยุสามีไม่สำเร็จ

    ปุ๊กกี้นอนกอดภาวนาด้วยความกลัวย่าจะทิ้งไปอีกคน ภาวนาปลอบว่าตนจะอยู่อีกนานจนปุ๊กกี้โตเป็นสาวสวย หนูน้อยยิ้มทั้งน้ำตา แต่สีหน้าภาวนารู้ตัวดีว่าร่างกายสู้ไม่ไหว

    เช้าวันใหม่ ปุ๊กกี้มาขอให้ชลีกรโทร.หาหัฏฐ์ เธอประชดจะโทร.ฟ้องอะไร พอปุ๊กกี้บอกว่าหัฏฐ์ให้คอยบอกเวลามีเรื่องอะไร ชลีกรเกิดความคิดกำชับบอกไปด้วยว่าปุ๊กกี้อยากไปอยู่กับเขา หนูน้อยทำหน้างงๆ...

    ชลีกรโทร.หาหัฏฐ์แล้วส่งมือถือให้ปุ๊กกี้คุย หัฏฐ์ตกใจเมื่อรู้ว่าภาวนาเป็นลมหน้ามืด ชลีกรดึงมือถือมาเล่าว่าคงจะเหนื่อยจากการดูแลหลานแล้วส่งคืนให้ปุ๊กกี้คุยต่อ หัฏฐ์ย้ำกับปุ๊กกี้ว่ามีอะไรก็โทร.บอกและปลอบว่าย่าพักผ่อนหน่อยคงดีขึ้น ปุ๊กกี้วางสายไป

    “อ้าว!เดี๋ยวอย่าเพิ่งวางสิ ทำไมไม่บอกว่าอยากไปอยู่กับเขา สั่งแล้วทำไมไม่พูด” ชลีกรเอ็ดตะโรใส่ปุ๊กกี้ หนูน้อยไม่เข้าใจทำไมต้องโดนดุ

    ooooooo

    หทัยรู้เรื่องปุ๊กกี้แล้วเสียใจสงสารหลาน ถ้าภาวนาเป็นอะไรไปอีกคนจะทำอย่างไร หัฏฐ์ปลอบว่าคนสูงวัยพอเจอเรื่องสะเทือนใจก็ต้องอ่อนเพลียกันบ้าง หทัยคิดว่ามันไม่ธรรมดาเพราะล้มต่อหน้าหลานแบบนี้ หลานคงเสียขวัญ ตนเป็นห่วงหลานมาก

    “ทางโน้นเขาก็รักและเอ็นดูหลานเรามากนะครับ เขาเลี้ยงกันมาตั้งแต่เกิด เราซะอีกที่ดูเป็นคนนอก”

    “หวังว่ามันจะไม่เกิดเหตุการณ์อะไรที่เลวร้ายกว่านี้อีกนะ ถ้ากรุงเทพฯกับสงขลาอยู่ใกล้กันกว่านี้ก็คงจะดีนะ”

    หัฏฐ์ย้ำว่าทุกคนที่กรุงเทพฯดูรักใคร่เอ็นดูปุ๊กกี้ดี แต่หทัยหวั่นใจว่าจะไม่ดีจริงเพราะเคยได้ยินหรรษาบ่นให้ฟัง ไม่ทันที่หทัยจะเล่า ส้มเข้ามาบอกว่าชินานางพาลูกหมีมาหา หัฏฐ์รู้ว่าคงมาจ่ายเงิน พอเจอหน้าลูกหมีก็ถามมาใช้หนี้หรือ ชินานางกระแทกเสียงว่าใช่...หัฏฐ์เอากล่องมาให้ลูกหมีหยอดบอกวันละ 10 บาทจนกว่าจะเต็ม ลูกหมีกลืนน้ำลายเอื๊อก ชินานางไม่พอใจถามจะเอาเงินเด็กจริงหรือ เขาย้อนเห็นตนล้อเล่นหรือ เธอว่าเขาใจดำทำได้ลงคอ

    “ก็คิดซะว่าผมช่วยฝึกหลานคุณให้มีวินัยในการออมไง”

    “อย่างงี้ไม่เรียกฝึกแล้ว กว่าจะเต็มกล่องนี้มันจะกี่ปีกันแน่ กะจะตั้งตัวจากเงินเด็กหรือไง”

    “ก็คิดว่าอย่างนั้น คงจะต้องให้ใช้ไปเรื่อยๆจนลูกหมีอายุ 20 ล่ะมั้ง”

    ชินานางสบถว่าบ้าไปแล้ว หัฏฐ์ยิ่งยั่วว่าตนตั้งใจจริงอย่าหมิ่นประมาท ระหว่างที่ทั้งสองคนเถียงกัน ลูกหมีหยิบโมเดลที่หัฏฐ์ต่อไว้ขึ้นมาดู ร้องบอกชินานางให้ดูว่าเท่มาก ทั้งสองหันมามองร้องพร้อมกันว่า ลูกหมีอย่า!อย่าจับ!วางลง!..ลูกหมีตกใจทำหลุดมือตกกระจาย ชินานางร้องว้าย!...หัฏฐ์โกรธลมออกหูเสียงเข้ม

    “คุณพาหลานคุณออกไปจากบ้านผมได้แล้ว ก่อนที่จะต้องใช้หนี้กันจนถึงอายุ 40”

    ชินานางมองว่าไม่มีอะไรหักก็ไม่พอใจดึงลูกหมีกลับ ลูกหมียกมือไหว้ขอโทษ หัฏฐ์รีบไล่ให้กลับแต่หนี้ยังไม่หมด ชินานางโกรธกระแทกเสียง “รู้แล้วค่ะ...คุณลุง”

    หัฏฐ์หน้าถมึงทึงเมื่อถูกเรียกว่าลุง...ชนนีเห็นลูกสาวกลับมาหน้าหงิกก็ถามเกิดอะไรขึ้น

    “ก็ตาลุงบ้านนั้นสิคะใจร้าย กับเด็กยังกล้าเก็บเงิน ช้างว่าเขาต้องเป็นพวกเกลียดเด็กแน่ๆ”

    ชนนีตำหนิที่ไปเรียกหัฏฐ์ว่าลุงเดี๋ยวเขาเรียกเงินเพิ่ม ลูกหมีกุมหัวร้องตายแน่ ชินานางบอกแม่อย่าทำให้หลานเครียด และย้ำว่าหัฏฐ์เขี้ยวจริงๆ ชนนีคิดว่าเขาทำถูกเพราะลูกหมีซุ่มซ่ามเอง คราวหลังจะได้ระวัง ชินานางสงสารหลานบอกไม่ต้องกลุ้ม ตนจะจ้างให้

    ช่วยงานย่าทำงานบ้านทุกวัน ห้ามขาดแม้แต่วันเดียว ลูกหมีบ่น “โธ่เอ๊ย...อาช้างก็ขี้เหนียวเหมือนกันแหละ...”

    ชินานางได้ยินโวยไม่เอาก็ได้ ก็ไปเป็นหนี้

    ตาลุงนั่นตลอดชีวิต ลูกหมีทำหน้าเบะว่าอาช้างใจร้าย ชนนีตัดบทให้เลิกเถียงกันแล้วชวนลูกหมีเข้าครัวไปช่วยงาน ลูกหมีรับคำเดินตามย่าไป

    ด้านหัฏฐ์บ่นกับหทัยว่าลูกหมีทำโมเดลตนเกือบเสียหาย ชิ้นนี้เป็นลิมิตเต็ดเอดิชั่นด้วย และว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้คงทำลายข้าวของคนอื่นไปทั่ว หทัยติงตกลงโกรธเด็กหรือผู้ใหญ่กันแน่ หัฏฐ์ยอมรับว่าน่าจะอบรมผู้ใหญ่มากกว่าที่ไม่อบรมเด็ก หทัยขำ

    ooooooo

    เที่ยงวันขณะที่ภาวนากำลังทานข้าว ชลีกรเข้ามาบอกให้หยุดทานเพราะหมอมาตรวจอาการ บุญเรือนขอให้คุณท่านทานเสร็จก่อนแต่ชลีกรไม่ยอมสั่งให้เก็บอาหารออกไป

    หมอตรวจอาการแล้วฉีดยาให้ หลังจากนั้นภาวนาก็มีอาการสะลึมสะลือแถมให้ยานอนหลับควบด้วย บอกบุญเรือนให้ตามไปเอายาที่รถ พอบุญเรือนเดินไปกับหมอ ชลีกรก็เทยาออกมาสี่ห้าเม็ดและป้อนภาวนา ปุ๊กกี้ยืนมองตาแป๋ว

    ด้านลูกหมีช่วยงานบ้านจนกลายเป็นวุ่นวายมากขึ้น ชินานางจึงใช้ให้ไปเอาน้ำในครัวบอกจะทิปให้10บาท ลูกหมีกุลีกุจอวิ่งเข้าครัว แต่พอเห็นจานถั่วคั่วกับกุ้งต้มวางอยู่บนโต๊ะก็เลียปากแผล็บๆ ยับยั้งห้ามใจบอกตัวเองว่าย่าเอาไว้ทำกับข้าว แต่อีกใจแย้งว่าชิมตัวเดียวไม่มีใครรู้

    แต่พอเข้าปากไปตัวก็เบรกแตก กินทั้งกุ้งต้ม และถั่วคั่วจนหมดจาน ชินานางเข้ามาตาม ลูกหมีรีบซ่อนจานไว้ข้างหลังบอกไม่ได้กินอะไร ชินานางโกรธที่โกหกจึงจับบีบให้อ้าปาก ชนนีกับบัววิ่งเข้ามาถามทำหลานทำไม

    “หลานพูดโกหกค่ะแม่ ดูซิกินกุ้งจนหมดยังไม่ยอมรับผิด...พูด! ไม่งั้นอาจะทำโทษ”

    ลูกหมีหุบปากแน่น ชนนีดึงชินานางออกไปจากครัว ลูกหมีร้องไห้บ่นอาช้างใจร้าย บัวปลอบว่าอาช้างแค่สอน...ชนนีดึงลูกสาวออกมาต่อว่า ไม่ควรทำรุนแรงกับหลาน สอนได้แต่อย่าโกรธ เตือนสติจำได้ไหมตอนที่พ่อเพิ่งตายเธอเป็นอย่างไร ทั้งโกหก ดื้อ ซนสารพัด ชินานางอึ้ง

    “ตอนนั้นแม่ดุช้างมาก จนช้างนึกว่าแม่ไม่รักช้าง”

    “แม่รักช้างมากต่างหาก รักจนกลัวว่าไม่มีพ่อแล้ว แม่จะอบรมช้างไม่ดีพอ”

    ชินานางพอจะเข้าใจแล้วว่าตนดุหลานมากเหมือนแม่ตอนนั้น มันมีแต่ผลเสียไม่เข้าใจกัน ชนนีบอกเด็กก็เหมือนแมว ยิ่งดึงยิ่งรั้งก็จะยิ่งสู้ ต้องค่อยๆปลอบถึงจะเอาอยู่ ชินานางรับปากจะลองพูดดีๆไม่ดุลูกหมีอีก ว่า

    แล้วก็กลับไปหาลูกหมีดึงตัวมากอดบอกว่าตนไม่ได้หวงกุ้ง แต่ไม่อยากให้พูดโกหก ชนนีเสริม “ถ้าลูกหมีบอกว่าลูกหมีกินหมด ย่าก็จะได้ให้พี่บัวออกไปซื้อมาใหม่ แต่ถ้าลูกหมีไม่บอก ย่าไม่รู้ ทุกคนก็จะต้องหิวข้าวเพราะไม่มีกับข้าวกิน”

    ชินานางแทรกเมื่อย่าไม่ได้กินก็จะไม่สบายเพราะย่าแก่มากแล้ว ชนนีแอบค้อนที่มาว่าแก่ ลูกหมีสะเทือนใจรีบบอกว่าย่าอย่าเป็นอะไร ตนขอโทษตนจะออกไปซื้อมาใหม่กับบัว ทั้งชนนีและชินานางพยายามย้ำว่าเด็กที่โกหกจะไม่มีคนรัก ต่อไปอย่าโกหกอีก ลูกหมีรับปาก

    ooooooo

    เวลาผ่านไป บุญเรือนเห็นภาวนานอนสะลึมสะลือไม่ค่อยปกติ มียาที่ต้องให้กินทุกสามชั่วโมงจึงปลุก

    ขึ้นมาป้อนหลายขนาน และชวนให้ทานข้าวต้ม ปุ๊กกี้พยายามเรียกย่าให้ตื่น เธอกลับมีอาการทุรนทุราย

    น่าตกใจ บุญเรือนจึงร้องให้คนมาช่วย

    ชลีกรพรวดพราดเข้ามาทำทีตกใจต่อว่าบุญเรือนทำอะไรคุณแม่ ต้องให้ยาผิดแน่ๆ ปุ๊กกี้โพล่งขึ้น “ป้าลีเอายาอะไรให้คุณย่ากินคะ”

    ชลีกรกระชากแขนปุ๊กกี้มาตวาด “แกอย่ามาพูดจาชุ่ยๆนะ ก็เห็นว่าหมอเป็นคนจ่ายยาให้คุณย่าไม่ใช่ฉันแล้วป้าบุญเรือนนั่นแหละเอายาให้กิน ถ้าคุณแม่เป็นอะไรก็เพราะว่าป้านั่นแหละ”

    บุญเรือนบอกให้หยุดโวยวายแล้วช่วยกันพาภาวนาส่งโรงพยาบาลว่าแล้วก็วิ่งไปบอกให้คนรถเอารถออก ชลีกรตกใจจะทำอย่างไรดี ปุ๊กกี้กอดภาวนาร้องไห้

    สาวิตร ลดามณีและชลีกรหน้าเครียดฟังหมอ

    อธิบายถึงอาการของภาวนาว่า กินยาเกินขนาด ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ชลีกรปรักปรำว่าบุญเรือนเป็นคนจัดยา บุญเรือนแย้งว่าจัดตามที่หมอชลีกรสั่งทุกอย่าง สาวิตรปรามให้หยุดเถียงกัน หมอจึงบอกให้บุญเรือนเอายาของภาวนามาให้ดู ชลีกรหน้าเสีย ลดามณีหงุดหงิดบอกแม่ไม่เป็นอะไรแล้วตนจะลงไปทานข้าวแต่ตนไม่นอนเฝ้า

    บุญเรือนอาสาเฝ้าไข้ ปุ๊กกี้ขออยู่ด้วยแต่สาวิตรไม่อนุญาต ชลีกรทำทีตำหนิสามีไม่รู้จักห่วงลูกๆที่บ้านบ้าง แต่ที่จริงอยากกลับไปเก็บยาทิ้ง...ในคืนนั้น ชลีกรก็รวบยาทั้งหมดในห้องภาวนาทิ้งลงชักโครก ปุ๊กกี้ยืนกอดตุ๊กตามอง พอเธอหันมาเจอก็ตกใจ หาข้อแก้ตัวว่า ถ้าไม่ทิ้งยาจะทำให้บุญเรือนมีความผิดแล้วทำเป็นห่วงใยหนูน้อยให้ตายใจ จนหนูน้อยคิดว่าป้ารัก

    “ดีมากจ้ะหลานรัก ป้ารักปุ๊กกี้นะ งั้นปุ๊กกี้คนเก่งกลับไปนอนนะลูก ต่อไปไม่ต้องมานอนกับคุณย่าแล้ว คุณย่าจะได้พักเยอะๆ เชื่อป้าไม่ดื้อกับป้านะลูก คุณย่าจะได้หายไวๆ แล้วป้ากับลุงวิตรจะย้ายมาอยู่ที่นี่ถาวร มาดูแลปุ๊กกี้กับคุณย่าด้วยดีไหม” พอปุ๊กกี้รับว่าดี ชลีกรก็บอกว่าจะย้ายปุ๊กกี้ไปนอนห้องใหม่ หนูน้อยทำหน้างงๆ

    เช้าวันใหม่ ชลีกรพาปุ๊กกี้มาโรงพยาบาล บุญเรือนจะกลับไปเก็บของที่บ้าน ชลีกรเห็นปุ๊กกี้เดินไปหาภาวนา จึงบอกบุญเรือนว่าตนเอายาไปให้หมอแล้ว ดีที่ภาวนาไม่เป็นอะไรไม่อย่างนั้นป้าคงเดือดร้อน บุญเรือนรู้ว่าชลีกรไม่จริงใจ

    “คุณก็รู้ว่าฉันไม่ได้ทำอะไรผิด รอให้คุณหมอตรวจยาก่อนเถอะค่ะ แล้วยานั่นก็มาจากหมอที่คุณลีหามา”

    “นี่ป้ามาโทษหมอเหรอ หยิบยาผิดแล้วอย่าเที่ยวโทษคนอื่น ระวังจะโดนฟ้องกลับ”

    บุญเรือนมองชลีกรอย่างโกรธๆแต่ไม่อาจทำอะไรได้...ชลีกรมาเป่าหูสาวิตรว่าไม่ไว้ใจบุญเรือนให้ดูแลภาวนาเลย แก่จนหลงลืมกลัวจะทำพลาดอีก พรุ่งนี้ภาวนากลับบ้าน ตนอยากจะหาคนมาดูแลใหม่ และเราก็ย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหญ่ถาวรเพื่อดูแลอีกที สาวิตรคิดว่าภรรยารักแม่ของตนอย่างจริงใจ จึงยอมให้เธอจัดการทุกอย่าง ส่วนลดามณีไม่ค่อยใส่ใจอยากทำอะไรทำไป

    ooooooo

    พอภาวนากลับจากโรงพยาบาลนั่งพักอยู่ข้าง ล่าง บุญเรือนทำข้าวต้มยกออกมา เธอกลับหายไปก็แปลกใจ ขึ้นไปดูบนห้องประตูถูกล็อกจากด้านใน จึงเคาะเรียก สักพักพร้อมพรเปิดออกมาบอกว่าภาวนาหลับพักผ่อน บุญเรือนถามเธอเป็นใคร

    “ฉันเป็นพยาบาลประจำตัวคนใหม่ของคุณภาวนา”

    บุญเรือนถามใครจ้าง พร้อมพรให้ไปถามเจ้านายเอาเอง แต่ที่รู้คือห้ามเธอเข้าไปในห้องภาวนา บุญเรือน รู้ทันทีว่าเป็นฝีมือชลีกร พร้อมพรอ้างสาวิตรเป็นคนจ้างตนเพราะเธอเกือบจะฆ่าแม่เขา เขาไม่แจ้งตำรวจก็ดีแค่ไหน บุญเรือนไม่เชื่อจะเข้าไปหาภาวนาให้ได้ พร้อมพรเรียก รปภ.ซึ่งหน้าใหม่เช่นกันมาลากออกไป

    บุญเรือนมาอยู่กับปุ๊กกี้อีกห้องหนึ่ง ปลอบปุ๊กกี้ว่าอีกสองสามวันภาวนาหายเราก็จะได้พบท่าน แต่ไม่อาจ ให้คำตอบได้ว่าทำไมตอนนี้ถึงเข้าไปหาไม่ได้...กลางดึกบุญเรือนเห็นพร้อมพรเดินออกจากห้องภาวนาจึงรีบย่องเข้าไป ภาวนานอนสะลึมสะลือ

    “นายหญิงรู้สึกตัวไหมคะ ตื่นขึ้นมาคุยกับบุญเรือนไหวไหมคะ...จะทำยังไงดี คุณลีเขากันบุญเรือนออกจากนายหญิง กันคุณปุ๊กกี้ออกไปด้วย บุญเรือนสงสารคุณปุ๊กกี้มากเลยค่ะ”

    ภาวนาเพ้อเรียกหาปุ๊กกี้ บุญเรือนแปลกใจที่ภาวนาไม่ได้หลับแต่ทำไมไม่รู้ตัวเลย คิดว่าพรุ่งนี้จะต้องเล่าให้สาวิตรฟัง...

    รุ่งเช้าลูกหมีไม่ยอมไปโรงเรียน ชินานางถาม ได้ความว่าวันนี้มีวิชาพละ ไม่อยากให้เพื่อนผู้หญิงล้อว่าวิ่งไม่ทัน เธอจึงปลอบว่าลูกหมีตัวเล็กกว่าใครในห้องจะวิ่งทันได้อย่างไร แล้วหาวิธีแก้ด้วยการให้ฝึกวิ่งทุกวันจะต้องเก่งขึ้นแน่ ลูกหมีบอกจะได้หล่อเก่งเหมือนน้าหัฏฐ์

    ชินานางปรี๊ด “ยี้...น้าหัฏฐ์เนี่ยนะหล่อ ลุงชัดๆแถมลามกอีกต่างหาก”

    หัฏฐ์อยู่ข้างรั้วโผล่มาถาม “มีธุระอะไรรึเปล่า ถ้าไม่กรุณาอย่าพาดพิงถึงผม”

    ชินานางตกใจแถไปว่าตนคุยกับคนในบ้าน ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะแอบฟัง หัฏฐ์เถียงไม่ได้แอบฟังแต่เสียงมันแปร๋นเข้ามา ชินานางโกรธ ลูกหมีถามอาโกรธหรือ เธอปัดว่าเปล่า หนูน้อยท้วง “อาช้างสอนให้ลูกหมีพูดแต่ความจริง”

    “ก็ได้ โกรธนิดหน่อยอย่าไปสนใจเลย เอางี้วันนี้อาจะไปส่งที่โรงเรียนนะ ถ้าใครล้อก็บอกว่าขอเวลาเดือนนึงจะเก่งให้ดู แล้วเย็นนี้เราไปวิ่งกัน เคไหม”

    ลูกหมีรับคำโผกอดอาก่อนจะวิ่งไปหยิบกระเป๋ามาขึ้นรถ ชินานางขับรถออกจากบ้านต้องเบรกตัวโก่งเมื่อเกือบชนกับรถของหัฏฐ์ ทั้งสองชะโงกหน้ามาเกี่ยงกันให้ถอยต่างบอกว่ารีบ หัฏฐ์ไม่ยอมจอดนิ่งอยู่แบบนั้น ลูกหมีคว้ากระเป๋าจะลงจากรถบอกคงไม่มีทางได้ไป ชินานางห้ามและยอมถอยรถให้แต่เข่นเขี้ยว...ไม่จบแค่นี้แน่ หัฏฐ์ยิ้มสะใจที่เอาชนะเธอได้...

    ส่งลูกหมีที่โรงเรียนแล้วชินานางมาหาจิรัชที่สตูดิโอ บ่นเบื่อที่กรุงเทพฯรถติดมาก แล้วเล่าถึงปัญหาของลูกหมีให้ฟัง จิรัชเข้าใจดีเพราะตัวเองประสบมาก่อน

    ชินานางอารมณ์ยังค้าง

    “ผู้ชายเป็นอย่างงี้ทุกคนเลยเหรอ กวนประสาท ขี้เต๊ะ เห็นแก่ตัว ลามก...”

    จิรัชงงเพื่อนของขึ้นเรื่องอะไรกันแน่ ชินานางขยายความว่าเป็นเพื่อนบ้าน อยากชวนแม่ย้ายบ้านหนี จิรัชหัวเราะแกล้งถาม ทำเป็นบ่นชอบเขาหรือเปล่า ชินานางโวยเกลียดต่างหาก จิรัชจะต้องไปดูที่จัดนิทรรศการตอนบ่ายจึงชวนชินานางไปด้วยกัน เธอเห็นว่างานนี้มีผลงานตัวเองร่วมจึงไปเพื่อจะหาตำแหน่งโชว์งานให้เด่นๆ

    ในขณะที่หัฏฐ์กำลังเตรียมเอกสารสำหรับสอน จูนเดินเข้ามาถามรับกาแฟสักแก้วไหม เขาแปลกใจที่เธอมาถึงห้องพักอาจารย์

    “ไม่ใช่แค่กาแฟนะคะ มีของฝากจากอังกฤษด้วย พี่เสนีย์ฝากมา จูนว่าพี่ชายจูนชักจะยังไงๆนะคะพี่หัฏฐ์”

    หัฏฐ์ไม่เข้าใจ จูนขยายความว่าอยากได้เขาเป็นน้องเขย คงกลัวตนขายไม่ออก แต่ไม่ต้องห่วงตนรับมือไหวรู้ทางกัน แล้วยังกระซิบว่าพี่ชายตนอาจจะแอบชอบเขาก็เป็นได้ หัฏฐ์หัวเราะ

    จิรัชขับรถมาคนละคันกับชินานางแล้วมาพลัดหลงกันในมหาวิทยาลัย พอดีจูนกำลังเดินมาที่รถ จิรัชเข้ามาถามว่าหอศิลป์ไปทางไหน พอเห็นหน้าต่างตกใจจำกันได้ จิรัชถอยหนีเรียกเธอยูโดสายดำ จูนกล่าวขอโทษอีกครั้งบอกให้เรื่องมันจบ และจะแก้ตัวด้วยการพาไปที่หอศิลป์ จิรัชลังเลสักพักกว่าจะเชื่อใจ พอเดินมาถึงหอศิลป์ก็ถามว่างานที่จัดแสดงจะแสดงนานแค่ไหน จูนส่ายหน้าบอกไม่รู้ไม่ค่อยได้เข้ามา

    “น่าเสียดายที่คุณไม่เห็นคุณค่างานศิลป์บ้าง”

    “เห็น แต่ฉันไม่ได้ว่างทั้งวันจนมีเวลานั่งเสพงานนะคุณ”

    จิรัชเหน็บหัดดูไว้บ้างจะได้เลิกใช้ความรุนแรง จูนสวนตนไม่ได้ชอบความรุนแรง เขาจึงชวนให้ไปดูงานของตัวเอง เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น เธอยังกรุ่นบอกอย่าเลยคงดูไม่รู้เรื่อง

    “เลือดเป็นโซดาหรือไง เดือดปุดๆเลย” จิรัชพูดไล่หลัง

    ชินานางเดินมาคล้องแขนแซว “แหม เผลอแป๊บเดียวไปหยอดขนมจีบใครน่ะ”

    “รู้ไหมใคร แฟนอาจารย์ข้างบ้านแกไงล่ะ”

    ชินานางชะเง้อมองตามอย่างสนใจ

    ooooooo

    วันต่อมาบุญเรือนรอที่จะคุยกับสาวิตร เรื่อง อาการของภาวนา แต่ชลีกรเข้ามาขัดและพูดให้ร้ายบุญเรือนจนสาวิตรเชื่อ เขากำชับบุญเรือนให้เลิกดูแลภาวนา ให้ดูแลปุ๊กกี้คนเดียว พลันลดามณีเข้ามาบอกสาวิตรว่า มีตำรวจมาขอพบแม่ ทุกคนตกใจ

    ตำรวจมาแจ้งว่าการตายของวิริยะและหรรษาดูจะไม่ใช่อุบัติเหตุ กำลังรวบรวมหลักฐานให้แน่ชัด อยากขอสอบสวนภาวนาและสาวิตรด้วย ชลีกรรีบออกตัวว่า

    อย่าทำให้ครอบครัวตนเดือดร้อน ลูกๆตั้งสามคนยังเล็ก... สาวิตรพาตำรวจมาดูภาวนาที่นอนนิ่ง พร้อมพรเล่าอาการราวท่องตามสคริปต์ว่า “คุณท่านพักผ่อนได้ดี รับประทานอาหารได้มากพอควร ถ่ายหนักหนึ่งครั้ง ความดันโลหิต ปกติค่ะ”

    ลดามณีชมว่าเป็นโปรเฟสชันแนลดี ชลีกรได้หน้าบอกตนคอยย้ำตลอดให้ดูแลดีๆ ลดามณีสังเกตเห็นว่าแหวนและสร้อยแม่หายไปไหนหมด ชลีกรหันมาดุพร้อมพรทันทีว่าถอดออกหรือ เธอตกใจบอกไม่เห็นท่านใส่ตั้งแต่มารับงานแล้ว สาวิตรไปเปิดเซฟปรากฏว่าว่างเปล่าไม่เหลือเครื่องเพชรสักชิ้น ชลีกรรีบบอกว่า คนที่รู้รหัสเซฟมีแค่ภาวนา สาวิตรและบุญเรือน

    ทุกคนคิดว่าเป็นบุญเรือน พากันเข้ามาค้นห้อง บุญเรือนแปลกใจถามทำอะไรกัน ชุลีกรแหวใส่ให้บอกมาว่าเอาเครื่องเพชรภาวนาไปไว้ไหน บุญเรือนหน้าเสียที่เห็นตนเป็นขโมย สาวิตรอึดอัดใจแต่ก็ต้องบอกว่าป้ารู้รหัสเซฟ บุญเรือนอ้าปากค้างที่คนที่เลี้ยงมากับมือโทษตน ลดามณีค้นเจอเครื่องเพชรหยิบขึ้นมาสีหน้าโกรธมาก

    บุญเรือนนั่งคอแข็งไม่ยอมรับเพราะรู้ว่าถูกปรักปรำ ทั้งชลีกรและลดามณีซักไซ้จะส่งตัวให้ตำรวจ สาวิตรยังเกรงใจบอกให้เธอกลับไปพักผ่อนที่บ้านเดิม บุญเรือนน้ำตาปริ่มที่โดนไล่ออกเป็นห่วงปุ๊กกี้ สาวิตรย้ำว่าชลีกรจะดูแลหลานเอง ส่วนค่าใช้จ่ายตนยังจะจ่ายให้ทุกเดือน

    “ไม่ต้องค่ะ ถ้าคุณเชื่อว่าป้าทำผิด ก็ปล่อยให้ป้าตายอยู่ข้างถนนซะเถอะค่ะ”

    สาวิตรถอนใจ ชลีกรยิ้มสะใจ...ตกเย็นเด็กๆกลับจากโรงเรียน ปุ๊กกี้เห็นบุญเรือนถือกระเป๋าเสื้อผ้าจะออกไปก็ร้องถามย่าจะไปไหน ชลีกรเข้ามากระชากแขนปุ๊กกี้ไว้หาว่าบุญเรือนจะยุแยงเด็ก และให้คนในบ้านเอาตัวบุญเรือนออกไป ปุ๊กกี้ร้องไห้ เด็กในบ้านยกมือไหว้ ขอโทษบุญเรือนที่ต้องทำตามคำสั่งเจ้านาย

    ooooooo

    จิรัชเดินดูเพื่อออกแบบตกแต่งสถานที่จัดนิทรรศการ ชินานางเกิดไอเดียมากมายเดินสร้าง จินตนาการอีกสักพัก จิรัชขอตัวไปซื้อกาแฟ ชินานางเห็นมีประตูอีกบานจึงเปิดเข้าไปดู หัฏฐ์เพิ่งสอนเสร็จเดินผ่านมาเห็นห้องนิทรรศการเปิดไฟไม่มีคนก็สับคัตเอาต์ ไฟดับพรึ่บ

    เสียงชินานางร้องลั่น หัฏฐ์ได้ยินตกใจรีบสับคัตเอาต์ขึ้น พอเห็นว่าเป็นชินานางก็แปลกใจมาทำอะไรที่นี่ ชินานางบอกว่าตนมาเช่าห้องจัดแสดงผลงาน ฉะนั้นตนมาอยู่ที่นี่ก็ไม่แปลก เขาต่างหากที่แปลก หัฏฐ์บอกตนเป็นอาจารย์ที่นี่ เธอรีบโวยว่าเขาแกล้งใช่ไหม เอาคืนเรื่องที่ลูกหมีทำกระถางบอนไซแตก

    “เรื่องมันจบตั้งแต่ผมทำโทษนายลูกหมีแล้วครับ”

    “คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างคุณ แถมขี้เหนียวเก็บได้แม้กระทั่งเงินค่าขนมเด็ก คุณไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆหรอกฉันรู้”

    “คุณนี่คิดได้เนอะ ถ้าผมจะแกล้งคุณน่ะนะ ผมไม่ทำแค่ดับไฟแน่...” หัฏฐ์จึงแกล้งดับไฟ

    จังหวะที่ทั้งสองเถียงกันอยู่ ยามใส่หูฟังเพลงเดินมาเห็นว่าห้องมืดก็คิดว่าไม่มีใครอยู่จึงปิดประตูใส่กุญแจ ชินานางถอยหนีหัฏฐ์จะเปิดประตูออกยิ่งตกใจโวยเขาล็อกประตูทำไม หัฏฐ์แปลกใจมาดึงดู หันมองหน้าเธอบอกว่าตนเปล่าล็อก หญิงสาวตะโกนลั่น

    “ไอ้บ้า...ช่วยด้วยค่า มีคนติดอยู่ในนี้ ช่วยด้วย...” เสียงแปร๋นจนหัฏฐ์ต้องเอามือปิดหู

    จิรัชถือกาแฟกลับมาแปลกใจทำไมห้องปิดล็อก คิดว่าชินานางหนีกลับไปก่อน...หัฏฐ์ปรามให้ชินานางเบาเสียงแล้วช่วยกันหาทางออก เขาเอามือถือออกมาจะโทร.แต่ไม่มีสัญญาณ ชินานางนึกได้เอามือถือ ตัวเองออกมาบ้าง ก็ไม่มีสัญญาณเช่นกัน หันมาโวยหัฏฐ์ ก่อเรื่องแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรได้ไง เขาเอ็ดทำไมถึงขี้หงุดหงิดแบบนี้ ร่างกายขาดอ้อยหรือ ชินานางยิ่งยัวะ

    จิรัชเห็นรถชินานางยังจอดอยู่ จึงโทร.ไปถาม

    ชนนีว่าเธอกลับบ้านหรือยัง ชนนีบอกว่ายัง ลูกหมีได้ยินย่าคุยโพล่งออกมาหรืออาจะโดนจับตัวเรียกค่าไถ่ ชนนียิ่งใจเสีย

    เวลาผ่านไป ชินานางเผลอหลับสะดุ้งตื่นเห็นหัฏฐ์คาบมือถือส่องไฟไปที่ลูกบิดประตู เธอถามตนหลับไปเมื่อไหร่ เขาบ่นไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องคาบนี่มาเป็นชั่วโมงแล้ว ชินานางจึงคว้ามือถือมาช่วยส่องไฟให้แล้วถามยังไม่ออกอีกหรือ เขาเหน็บ ถ้าออกคงไม่มานั่งอยู่แบบนี้ ว่าแล้วก็รู้สึกร้อนอบอ้าว หัฏฐ์ทนไม่ไหวแกะกระดุมเสื้อจะถอด ชินานางตกใจร้องลั่นจะถอดทำไมตนร้อนยังไม่ถอดเลย เขาย้อนอยากถอดก็ไม่มีใครว่า

    “บ้า! เป็นถึงอาจารย์กลับทำตัวบ้ากาม คอยดูนะฉันจะฟ้องกระทรวงศึกษาฯ”

    “ฟ้องอะไร ฟ้องทำไม ใครกันแน่ที่บ้ากาม ผมยังไม่ได้คิดอะไรเลยแต่คุณน่ะคิดไปไหนต่อไหนแล้ว หยุดส่งเสียงร้องแปร๋นๆซะที อากาศยิ่งน้อยๆอยู่ แล้วช่วยส่องไฟให้ผมดีๆถ้าคุณอยากออกไปจากที่นี่”

    ชินานางโวยที่เขาว่าเป็นช้าง เขาเอ็ดให้เงียบจะใช้สมาธิ เธอจำต้องหุบปากโกรธๆ...สักพักได้ยินเสียง

    แกร็ก...ลูกบิดหลุด ชินานางดีใจแต่พอเปิดประตูกลับติดแม่กุญแจที่คล้องข้างนอกอีก เธอหน้าเสียหมายความว่าต้องติดอยู่ในนี้ทั้งคืนหรือ หัฏฐ์ถอนใจเหนื่อยอ่อนทรุดลง...

    ด้วยความอบอ้าวทำให้อ่อนเพลีย ชินานางนั่งกอดเข่าสัปหงกข้างหัฏฐ์ที่เอนหัวพิงหลับ ไม่ทันไรเธอก็ไหลมานอนหนุนตักเขาอย่างไม่รู้ตัว หัฏฐ์สะดุ้งตื่นมองอย่างขำๆ เห็นผมปรกหน้าเธอก็เขี่ยออกให้...ขณะเดียวกัน ชนนีกับลูกหมีตามมาหาจิรัชแล้วมาที่ห้องจัดนิทรรศการอีกครั้งพร้อมยาม เห็นประตูแง้มอยู่ จิรัชรีบบอกให้ยามไขกุญแจ พอเปิดไฟก็พบว่าชินานางนอนหนุนตักหัฏฐ์ซึ่งหลับอยู่เช่นกัน ลูกหมีร้องขึ้นว่า “อาช้างนอนตักน้าหัฏฐ์!”

    “เสียงดังอะไรลูกหมี อาจะนอน” ชินานางละเมอออกมา หัฏฐ์สะดุ้งตื่นรีบสะกิด เธอลุกพรวดเห็นสายตาทุกคนที่มองก็ตกใจหันมองหัฏฐ์ค้อนๆราวเขาทำไมไม่บอก

    ooooooo

    ปุ๊กกี้ตื่นมาไม่เห็นบุญเรือนก็ใจเสีย ข้าวของในห้องก็หายไปหมดรวมทั้งตุ๊กตาดวงใจ จึงวิ่งมาที่ห้องภาวนา ชลีกรเปิดประตูออกมาบอกคุณย่าหลับอยู่ห้ามรบกวน หนูน้อยถามหาบุญเรือน เธอบอกว่าไปแล้วไม่อยากเลี้ยงเด็กงอแง ปุ๊กกี้จะร้องไห้

    “ของปุ๊กกี้ไปอยู่ห้องใหม่แล้ว คุณย่าสั่งให้ปุ๊กกี้ย้ายไปอยู่ห้องนั้นเพราะปุ๊กกี้ชอบร้องไห้เสียงดัง คุณย่ารำคาญนอนไม่หลับ ไม่ได้พักผ่อน”
    ปุ๊กกี้ไหว้อย่างน่าสงสาร จะไม่ทำให้ย่ารำคาญอีก ขอเข้าไปบอกย่าหน่อย แต่ชลีกรไม่ให้แล้วลากตัวมาที่ห้องเก็บของแคบๆ มีของที่ย้ายมากองสุมอยู่ ปุ๊กกี้วิงวอนขอหาย่าสักนิด

    “เอ๊ะพูดไม่รู้เรื่องหรือไง คุณย่าไม่อยากเห็นหน้าแกแล้ว เพราะแกเป็นตัวซวยเข้าใจไหม”

    ปุ๊กกี้ร้องไห้ว่าตนไม่ใช่ตัวซวย ชลีกรย้ำทำไมจะไม่ใช่ พ่อแม่ก็ตาย ย่ายังเจ็บหนัก อยู่ใกล้ใครคนนั้นก็ตาย หนูน้อยร้องไห้โฮไม่อยากให้ย่าตาย ชลีกรปิดประตูทิ้งหนูน้อยในห้องอย่างว้าเหว่ ปุ๊กกี้ร้องหาดวงใจ ดวงใจอยู่ไหน แล้วรื้อค้นของจนเจอเอามากอดแนบแน่น

    ด้านชินานางหงุดหงิดไม่อยากออกไปไหน ชนนีกับลูกหมีล้อเรื่องที่นอนหนุนตักหัฏฐ์ เธอยิ่งหน้างอ บอกลูกหมีให้ออกไปวิ่งได้แล้ว ลูกหมีอิดออด...หัฏฐ์เองก็โดนหทัยล้อเรื่องนี้ แม้แต่ส้มยังรู้จากบัว บ่นเม้าท์กันแบบนี้ตนเสียหาย หทัยตีแขนติงคนที่เสียหายคือชินานาง
    มากกว่าหัฏฐ์อ่อนใจหลบออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน เจอชินานางกำลังเข็นลูกหมีให้วิ่งก็ขำ

    “ยิ้มอะไร อย่ามากวนประสาทฉันนะ” ชินานางเห็นคิดไปเรื่องเมื่อคืน

    “ผมยิ้ม มันเกี่ยวอะไรกับคุณ” ชินานางหาว่าล้อ “คิดได้ขนาดนั้น ผมจะล้อเรื่องอะไร”

    “เรื่องอาช้างนอนตักน้าหัฏฐ์” ลูกหมีโพล่งขึ้น

    ชินานางหน้าเสีย หัฏฐ์หัวเราะ เธอเร่งลูกหมีให้ออกวิ่ง หัฏฐ์เรียกลูกหมีแล้วแบมือว่าของเมื่อวานยังไม่ได้จ่าย ลูกหมีจำต้องล้วงเหรียญสิบออกมาสองเหรียญวางในมือเขา ทำหน้าเสียดาย เขาชมดีมากเหลืออีก 996 งวด ชินานางประชดว่าหน้าเลือด แล้วแกล้งเปิดขวดน้ำกระฉอกใส่เสื้อเขาเต็มเปา เขาร้องว่าเธอแกล้ง เธออ้างว่าตกใจแมงมุม ชมพูนุชวิ่งผ่านมากับเพื่อน เห็นภาพเด็ดรีบถ่ายคลิปเก็บไว้

    หัฏฐ์กลับมาบ้าน เดินมาถอดเสื้อบิดตากที่หลังบ้าน เผอิญชินานางเดินหัวเราะสะใจเห็นซิกซ์แพ็กหัฏฐ์ก็ตะลึงมอง เขาหันมาเห็นตกใจรีบคว้าเสื้อมาปิดถามดูอะไรไม่ทราบ

    “ฉันไม่ได้อยากดู คุณนั่นแหละโรคจิตชอบโชว์รึไง”

    “คุณนั่นแหละโรคจิตแอบดูเห็นๆอยู่”

    ชินานางข่มความอายเถียงข้างๆคูๆก่อนจะเดินหนี หัฏฐ์บ่นไล่หลัง “ยัยช้างพังแป้นนี่ถ้าจะไว้ใจไม่ได้”

    ชมพูนุชกลับบ้านนั่งดูคลิปที่แอบถ่ายอย่างพอใจจะมีเรื่องไปเม้าท์นิดหน่อยกับน้อยหน่า ลูกๆเดินมาเห็นถามแม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านหรือ เธอชะงักแก้ตัวว่าแค่ช่วยสอดส่องสารทุกข์สุกดิบเพื่อนบ้าน ลูกทั้งสองจึงรับปากว่าจะช่วยด้วย

    ในคืนนั้น ชินานางยังขุ่นเคืองไม่หาย จึงเอารองเท้าแตะมาเพนต์เป็นรูปช้างการ์ตูนเหยียบหัฏฐ์แบนแต๊ดแต๋ ไว้ใส่เข้าห้องน้ำอย่างสะใจ
    ใครจะมีหน้าที่ต้องทำก็ทำกันไป ลดามณีไม่สะทก สะท้านเลยที่แม่ป่วย กลับเที่ยวกลางคืนเหมือนเคย และหน้าใหญ่เลี้ยงเพื่อนๆ ก้อยมีแฟนหนุ่มมารับ ลดามณีให้ชวนเข้ามาดื่มด้วยกันก่อน แอนยุให้พามาเลย ก้อยจึงไปควงแขนมาร์คเข้ามา ลดามณีมองความหล่อสะดุดตา พอก้อยแนะนำว่าเธอคือลูกเจ้าของพิพัฒน์พงศ์บวร เขายิ่งให้ความสนใจ ก้อยเริ่มไม่สบายใจ...และแล้วทั้งสองก็มาสานสัมพันธ์กันหน้าห้องน้ำ ลดามณีเล่นตัวพอเป็นพิธีแต่ใจจริงก็สนใจมาร์คไม่น้อย

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ชลีกรขับรถมาส่งลูกทั้งสามและปุ๊กกี้ที่โรงเรียน พอเห็นครูที่ยืนรอรับก็ทำทีเป็นหอมลาเด็กทุกคน แต่พอหอมปุ๊กกี้ก็กระซิบกำชับห้ามเล่าเรื่องที่บ้านให้ใครฟัง ไม่อย่างนั้นเดือดร้อนแน่ ปุ๊กกี้สีหน้าหมองเศร้า คุณครูที่เห็นกลับชมว่าชลีกรน่าจะได้รางวัลผู้ปกครองดีเด่น

    ปุ๊กกี้กลายเป็นเด็กซึมเศร้าไม่พูดจาไม่เล่นกับใคร เอาแต่กอดตุ๊กตาดวงใจแน่น ต่างจากลูกหมีที่อยู่กรุงเทพฯ ดูสนุกสนานร่าเริงแม้จะโดนนิดหน่อยกับน้อยหน่าลูกของชมพูนุชแย่งขนมกินบ่อยๆ ก็ไม่โกรธเคือง นิดหน่อยกับน้อยหน่าใช้ความร่าเริงของลูกหมีเลียบเคียงถามเรื่องหัฏฐ์กับชินานาง เพื่อเอาไปรายงานแม่

    บัวเห็นรองเท้าแตะที่ชินานางวาดก็เอามาให้ชนนีดู เธอเอือมกับความทะเล้นของลูก บอกให้บัวเอาไปเก็บอย่าให้คนบ้านนั้นเห็นเด็ดขาด
    ในขณะที่หทัยนั่งทำงานมองภาพถ่ายพี่น้องให้คิดถึงหลาน จึงโทร.ไปถามไถ่ ชลีกรรับสายแล้วพูดห้วนๆ

    ว่าปุ๊กกี้อาบน้ำอยู่ค่อยโทร.มาใหม่ วางสายไป หทัยแปลกใจ... ปุ๊กกี้มองชลีกรทำไมบอกว่าตนอาบน้ำทั้งที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอเฉไฉไล่ปุ๊กกี้ไปกินข้าว หนูน้อยย้อนถามว่าป้าสั่งไม่ให้กินพร้อมพี่ๆ ชลีกรสะบัดเสียง “ถ้าไม่ใช่เพราะลุงแกกลับมากินข้าวเย็นด้วย ฉันก็ไม่ให้แกกินหรอกย่ะ และอย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าลุงวิตรนะ ไม่งั้นโดนแน่ เข้าใจไหม!”

    ปุ๊กกี้สะอื้นรับคำ สาวิตรกลับมาเห็นหลานร้องไห้ก็ปลอบร้องทำไม ปุ๊กกี้สบตาดุๆของชลีกรก็ไม่กล้าพูด สาวิตรเห็นหลานมอมแมมและอยู่ห้องที่รกแคบก็ตำหนิชลีกร เธอทำทีบ่น

    “นึกแล้วเชียวว่าคุณต้องว่าลี หมู่นี้ปุ๊กกี้แกดื้อจังเลยค่ะ อาละวาดรื้อห้องไม่ยอมอาบน้ำ ตั้งแต่คุณย่าป่วยนี่ไม่ยอมฟังใครเลย ลีกลุ้มใจจะแย่อยู่แล้ว”

    “ไม่เอานะปุ๊กกี้อย่าดื้อ เดี๋ยวไม่น่ารัก คุณป้าเขากลุ้มใจแล้วเห็นไหม” สาวิตรเชื่อภรรยา

    ปุ๊กกี้ก้มหน้าน้ำตาปริ่ม สาวิตรควักเงินใส่มือหลานหนึ่งร้อยบาท บอกเอาไว้ซื้อขนมและบอกชลีกรให้คนมาจัดห้องให้หลาน ทำความสะอาดให้ดีกว่านี้ พอสาวิตรเดินไป ชลีกรก็กราดเกรี้ยวใส่ปุ๊กกี้ ดึงเงินคืนมาและสั่งให้หนูน้อยทำความสะอาดเก็บของเอง

    เย็นวันนั้นชินานางกำลังจะพาลูกหมีออกไปวิ่ง ชมพูนุชถือมะม่วงมาหนึ่งลูกเข้ามาตีสนิท ถามไถ่ว่าสนิทสนมกับอาจารย์ข้างบ้านหรือ ชินานางปัดว่าไม่สนิท พอดีหัฏฐ์ออกมาจะไปวิ่งเห็นสองสาวคุยกันก็เลี่ยงหนี ชมพูนุชเหน็บทันที

    “หนุ่มหล่อสาวสวยอยู่ข้างบ้านกันแบบนี้ ไม่แอบปิ๊งกันบ้างเหรอคะ”

    ชินานางรีบบอกว่าไม่มีทาง ชมพูนุชถามเล่นไลน์ไหมขอแลกไลน์ไว้คุยกัน ชินานางบอกไม่เล่นแต่ลูกหมีโพล่งขึ้นว่าเล่นตลอด ชินานางจึงอ้างว่ามือถืออยู่ในบ้าน ลูกหมีอาสาไปเอามาให้ ชินานางแทบอยากจะขย้ำหัว นิดหน่อยกับน้อยหน่าวิ่งตามลูกหมีเข้าบ้านหวังจะขอขนมกิน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 11:51 น.