ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ดวงใจพิสุทธิ์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1


    ชินานางหรือช้าง จิตรกรสาวไฟแรงกำลังระบาย สีสันลงบนผืนผ้าใบอย่างประณีตบรรจง เส้นสายอ่อนช้อยสวยงาม พอวาดภาพเสร็จก็ถอยออกมามองชื่นชม เบื้องหลังมีจิรัชเพื่อนสนิทและผู้ชมปรบมือสนั่น...ช่างเป็นภาพวาดที่สวยงามสุดยอด!

    ขณะที่ชินานางโค้งขอบคุณ ก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้น “ไม่เห็นจะสวยเลย!” ทุกคนชะงักหันมองเห็นเด็กชายตัวกลมวัยหกขวบท่าทางแก่นแก้วยืนอย่างองอาจตรงหน้าชินานาง “ถ้าจะให้ภาพสวยกว่านี้ ต้องมีสีนี้เพิ่มครับ...” ลูกหมีชูช็อกโกแลตทำท่าจะปา

    ชินานางร้องห้ามเสียงหลงเอาตัวเองเข้าบังภาพวาด โดนช็อกโกแลตของหลานชายเข้าเต็มหน้า เธอโกรธลมออกหูตะโกนสุดเสียง...นายลูกหมี!
    พลันชินานางสะดุ้งตื่น แล้วจึงรู้สึกตัวว่าฝันไป ช่าง เป็นฝันร้ายชัดๆ พอมองนาฬิกาเห็นว่าเก้าโมงกว่าแล้วก็ยิ่งตกใจที่สายแล้ว กระโดดออกจากเตียงวิ่งเข้าห้องน้ำโดยเร็ว...

    คฤหาสน์ที่สงขลา ปุ๊กกี้เด็กหญิงวัยหกขวบเข้ามาปลุกพ่อกับแม่ว่าสายแล้ว แต่ห้องนอนกลับว่างเปล่าก็หน้าเสีย วิ่งออกมาร้องเรียก “คุณพ่อคุณแม่ขา อยู่ไหนคะ ไหนบอกว่าจะพาปุ๊กกี้ไปฉลองวันเกิดไงคะ คุณพ่อขา คุณแม่ขา...”

    ในขณะเดียวกัน ที่สนามบินในกรุงเทพฯ หัฏฐ์ ครูฝึกการบินหนุ่มรูปหล่อ สะอาดเนี้ยบบาดใจสาวๆก้าวลงจากเครื่องบินเล็ก เจ้าหน้าที่เข้ามารายงาน “อาจารย์หัฏฐ์ครับ คุณหทัยมารอพบ ท่าทางรีบร้อน ผมเลยมาตาม”

    พอหัฏฐ์ก้าวเข้ามาในห้องรับรอง หทัยถือไอแพดรอ “เร็วเข้าสิหัฏฐ์ เดี๋ยวไม่ทัน...”

    หัฏฐ์ขำท่าทางพี่สาวแต่ก็รีบตั้งกล้องเพื่อจับภาพตนกับหทัยผ่านวีดิโอคอล...ระหว่างนั้นปุ๊กกี้เริ่มเบะจะร้องไห้ที่ทุกคนหายไปหมด ทันใดวิริยะกับหรรษาก็โผล่ออกมาดึงพลุกระดาษในมือ พร้อมภาวนา ชลีกร สาวิตร และลูกสาว ป้อม แป้ง เปเป้ ทุกคนร้องแฮปปี้เบิร์ธเดย์ปุ๊กกี้...หนูน้อยวิ่งมากอดพ่อแม่ หรรษาปลอบขวัญเอ๊ยขวัญมา พ่อกับแม่อยากเซอร์ไพรส์ ภาวนาอ้าแขนรอ

    “ไม่ใช่แค่พ่อกับแม่นะ ย่าเองก็อยากเซอร์ไพรส์ปุ๊กกี้ด้วย มาๆให้ย่ากอดให้ชื่นใจที...มีความสุขมากๆ นะจ๊ะ หลานรักของย่า”

    ชลีกรเกาะแขนสาวิตรยิ้มอย่างเอ็นดูบอกขอป้ากอดบ้าง หนูน้อยยิ้มรับโผเข้ากอดลุงกับป้า...ป้อม แป้งและเปเป้กล่าวแฮปปี้เบิร์ธเดย์น้องตามพ่อและแม่ วิริยะเปิดวีดิโอคอลบอกปุ๊กกี้ว่ายังมีเซอร์ไพรส์อีกสองคน ภาพปรากฏบนจอ ปุ๊กกี้ดีใจร้องอย่างตื่นเต้น “น้าหทัย!น้าหัฏฐ์!”

    หทัยกับหัฏฐ์โบกมืออวยพร ปุ๊กกี้ไม่ค่อยเจอทั้งสองแต่ก็รู้ว่าคือพี่สาวกับน้องชายของแม่ เพราะหทัยมีหน้าตาเหมือนหรรษามาก หทัยบอกหลานว่าจะลาพักร้อนลงไปเยี่ยม...พอทักทายกันเสร็จหทัยกลับไปทำงาน หัฏฐ์มาสอนนักศึกษาที่คณะวิศวะการบิน นักศึกษากรี๊ดกร๊าดกับความหล่อเนี้ยบของเขาโดยไม่รู้ว่าหัฏฐ์เป็นอาจารย์ที่เฮี้ยบ พยักหน้าให้ครูผู้ช่วยแจกกระดาษทุกคน พร้อมบอกว่าขอทดสอบความรู้เดิมเรื่องโครงสร้างอากาศยานของนักศึกษา ให้เวลา 45 นาที นักศึกษาต่างเหวอโอดโอยไม่ได้เตรียมตัวมา แต่ก็ต้องรีบทำให้ทันเวลา

    ooooooo

    ชินานางขับรถคันเก๋มาส่งแบบร่างให้แก่เสี่ยเจ้าของรีสอร์ตเป็นรูปธรรมชาติตามบรรยากาศของสถานที่ แต่เสี่ยกลับมีสายตาหื่นอยากได้ภาพโชว์ส่วนสัดและเข้ามาแทะโลมลวนลาม หญิงสาวโกรธ ฉีกภาพร่างทิ้งทำเอาเสี่ยเหวอที่เจอขาโหด

    หัฏฐ์สีหน้าขรึมเมื่อตรวจคำตอบของนักศึกษา ดร.จูนเพื่อนอาจารย์เงยหน้ามองขำๆ พอดีเสนีย์แวะมาเยี่ยม “ไงหัฏฐ์ กลับมาสอนใหม่ๆก็ไฟแรงล่ะสิ เงียบไปเลยนะแก”

    หัฏฐ์ถามมาทำไม เสนีย์เย้าว่ามาดูนักศึกษาสาวๆ หัฏฐ์ถอนใจบ่นนักศึกษาไม่มีสมาธิกันเลย เอาแต่คุยกันเสียงดัง เสนีย์หัวเราะ “เจอเด็กกรี๊ดล่ะสิก็อาจารย์ออกจะหล่อ เก่ง เพอร์เฟกต์ซะขนาดนี้ อีกหน่อยคงมีป้ายไฟมาเชียร์”

    หัฏฐ์ว่าเหลวไหล มาเรียนไม่ได้มาดูคอนเสิร์ต เสนีย์ยิ่งขำบอกเดี๋ยวคะแนนออกมาก็รู้เองว่าอาจารย์เฮี้ยบขนาดไหน รับรองเรตติ้งตกวูบเลิกคลั่งไปเอง แล้วนึกได้ถามว่าบ้านใหม่เป็นอย่างไรบ้าง หัฏฐ์แย้งว่าไม่ใหม่ เพราะพี่สาวย้ายเข้ามาอยู่สองปีแล้ว

    “โอเคต้องถามให้ถูกต้อง คุณมีความเห็นอย่างไรกับบ้านที่คุณเพิ่งเข้าไปอยู่หลังจากสำเร็จการศึกษาครับ อาจารย์หัฏฐ์” เสนีย์ประชด

    “ก็เงียบ สงบดีไม่มีคนมาคอยถาม คอยตั้งคำถาม” ดร.จูนค้อนที่โดนเหน็บ หัฏฐ์ถามเสนีย์ว่าจะถามทำไม เขาทำเสียงอ้อนว่าคิดถึง หัฏฐ์ทำท่าขนลุก

    “งั้นแกอยากจะฟ้องใครให้ฉันทำงานไหมล่ะ”

    หัฏฐ์ส่ายหน้า เสนีย์จึงชวนไปกินกาแฟนั่งดูนักศึกษาสาว ว่าแล้วก็ลากเพื่อนออกไป...

    ชินานางขับรถกลับบ้านพักอย่างหงุดหงิด เห็นรถตู้จอดอยู่หน้าบ้านก็แปลกใจที่แม่มา...ในบ้านชนนีกำลังคุมบัวให้เก็บข้าวของชินานาง แล้วเอาผ้าคลุมเฟอร์นิเจอร์ให้หมด ชินานางเข้ามาเห็นถามจะมาทำไมไม่โทร.บอก ชนนีอ้างไม่อยากกวนเวลาทำงาน บัวยกมือ ไหว้แล้วบอกว่าเก็บของให้เรียบร้อยแล้ว ชินานางแปลกใจมองไปเห็นข้าวของถูกคลุมผ้าไว้

    “คือแม่จะขอให้ช้างไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ที่กรุงเทพฯน่ะจ้ะ คงต้องอยู่นานเพราะพี่ชายกับพี่สะใภ้เราน่ะ เขาได้รับคำสั่งให้ไปประจำที่แอฟริกา...สักสองปี”

    ชินานางตาโตนานขนาดนั้นไม่ไหวแน่ ให้แม่ย้ายมาอยู่กับตนดีกว่า ชนนีอ้างต้องดูแลลูกหมีเพราะไปด้วยไม่ได้ต้องไปโรงเรียน แค่ให้เธอคอยรับส่งหลานและคุยเล่นบ้างก็พอ

    “แต่ช้างต้องเขียนรูปนะคะ มีหลานจอมกวนอยู่ใกล้ๆ ช้างไม่มีสมาธิ”

    บัวรีบบอกว่าลูกหมีไม่กวนแล้วแค่กินอย่างเดียว ชนนีบอกหลานโตจนพูดรู้เรื่องมากขึ้น ชินานางไม่ทันตกลงแต่แม่ก็รวบรัดบอกให้ขับรถตามไปอย่าให้คํ่า

    เธอกระเง้ากระงอดบ่นอุบ...มาถึงกรุงเทพฯก่อนเข้าบ้าน ชินานางแวะหาจิรัชเพื่อนชายที่สนิทกันมากราวกับเป็นเพื่อนสาว

    จิรัชฟังเพื่อนบ่นแล้วหัวเราะก๊าก ที่ช้างจะต้องไปเจอกับหมี ชินานางโวย “นี่มันไม่ใช่เรื่องตลกนะ! มันเป็นเรื่องสยองขวัญสั่นประสาทที่สุด พี่หมูกับพี่ดานะเลือกประเทศที่จะไปหน่อยก็ไม่ได้ นายลูกหมีจะได้ไปด้วย”

    “แกนี่ไม่มีเหตุผลเอาซะเลยนะ คนเป็นทูตมีสิทธิ์เลือกซะที่ไหนกันเล่า แกกลับมาก็ดีแล้ว จะได้มาอยู่ใกล้ๆกัน เอ่อ...จะได้มาอยู่ใกล้ๆหลาน ใกล้แม่แกไง ดีจะตาย”

    “ค่า...คุณอ้อยหวาน” ชินานางประชด

    “นี่ เลิกเรียกอ้อยหวานซะทีได้ไหม เรียนจบมาตั้งนานแล้วยังเรียกอยู่อีก”

    ชินานางลองเรียกจิรัชแล้วเบ้หน้าบอกไม่เข้าปากสู้เรียกอ้อยหวานเพื่อนซี้ตลอดกาลไม่ได้ จิรัชอ่อนใจที่ชินานางไม่เคยมองตนเป็นมากกว่าเพื่อนเลย...ชินานางทิ้งตัวนอน จิรัชถามยังไม่กลับอีก กรุงเทพฯรถติดมากเดี๋ยวถึงบ้านค่ำ เธอกลับบอกว่าจะนอนค้างกับเขา จิรัช หน้าเหวอรีบไล่ให้กลับ เพราะกลัวใจตัวเอง

    เย็นวันนั้น ลูกหมีร้องไห้งอแงเสียงดังจะให้แม่ป้อนข้าว จะอยู่กับพ่อแม่เหมือนเดิม ชนนีพยายามปลอบ หัฏฐ์นั่งตรวจข้อสอบที่บ้านพยายามตั้งสติที่เสียงเด็กร้องกวนใจจนทำงานไม่ได้ ถามพี่สาวว่าข้างบ้านเขาทารุณเด็กหรืออย่างไร หทัยรีบบอกว่าไม่ใช่

    “คุณชีระกับคุณธาดาคงเพิ่งบอกลูกว่าจะไปทำงานต่างประเทศ ต้องทิ้งลูกอยู่กับย่า นี่พี่ว่าพรุ่งนี้จะแวะไปเล่นกับแกซะหน่อย จะได้ลืมเรื่องพ่อแม่ไปบ้าง”

    หัฏฐ์ตำหนิที่เป็นพ่อแม่กลับทิ้งลูก ส้มสาวใช้ยกของว่างมาวางอธิบายว่าประเทศที่คุณๆไปกำลังมีโรคระบาด จึงพาลูกหมีไปด้วยไม่ได้ หัฏฐ์ว่าก็เข้าใจแต่ถ้าเป็นพี่สาว ตนไม่มีทางทิ้งปุ๊กกี้ไว้กับใครแน่ คงต้องหาทางฉีดวัคซีนป้องกันร้อยแปดเพื่อพาไปด้วย...พลันเสียงลูกหมีร้องลั่นอีก เขาบอกหทัย ถ้าเด็กยังไม่หยุดร้อง ตนคงต้องหอบงานไปทำที่อื่นแน่

    ooooooo

    ในขณะที่ปุ๊กกี้นั่งแกะของขวัญ หรรษากับวิริยะเข้ามาร่วมดูว่าได้อะไรบ้าง ปุ๊กกี้ชูสร้อยพระเลี่ยมทอง คุณย่าให้ บ้านตุ๊กตาของชลีกรและสาวิตร ส่วนเครื่องบินนี่ของหทัยกับหัฏฐ์ แล้วนึกได้ทวงของขวัญพ่อกับแม่ถามลืมหรือ

    หรรษาบอกใครจะลืมของขวัญให้ลูกรักคนนี้ แล้วส่งกล่องใบโตให้ ปุ๊กกี้บรรจงเปิดกล่องเห็นตุ๊กตาที่เคยเห็นแม่เย็บเอง มีหัวใจติดที่อกด้านซ้ายด้วยก็ดีใจ กอดมันแน่นชมว่าน่ารักที่สุดในโลก แล้วโผกอดพ่อกับแม่บอกว่าจะตั้งชื่อมันว่า...ดวงใจ จะให้เป็นพี่น้องกับตน
    ในห้องนอนป้อม แป้งและเปเป้ ทั้งสามกำลังบ่นกับชลีกรว่าอิจฉาปุ๊กกี้ที่ได้ของขวัญมากมาย ทีของพวกตน

    แม่ไม่เคยจัดบอกว่าเปลือง ชลีกรให้เลิกบ่น ทั้งสามอ้อนให้แม่เล่านิทาน เธอบอกว่าวันนี้เหนื่อยมากตื่นเช้าไปช่วยจัดงาน ให้ลูกๆปิดไฟหลับตาเดี๋ยวก็หลับไปเอง

    ออกมาจากห้องลูก ชลีกรยืนพิงประตูรู้สึกอิจฉาปุ๊กกี้เหมือนลูกๆเช่นกัน...ที่มีการเป่าเค้ก ภาวนาก็ให้สร้อยพระเลี่ยมทอง ยิ่งคิดยิ่งอิจฉาหาว่าย่าลำเอียง

    เช้าวันใหม่ วิริยะกับสาวิตรไปดูงานสร้างโกดัง วิริยะเป็นน้องแต่ตำแหน่งหน้าที่สูงกว่าสาวิตรซึ่งเป็นพี่ชายคนโตก็ไม่เคยหมองใจกัน มีเพียงชลีกรที่คอยเป่าหูสาวิตร...วิริยะเป็นคนทำงานห้าวหาญตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ต่างจากสาวิตรที่ลังเล พอมีปัญหากับคู่แข่ง

    ถูกขู่ว่าระวังไม่ตายดี สาวิตรกลัวเตือนน้องชายอย่าสร้างศัตรู แต่วิริยะคิดว่าไม่ควรรอมชอมกับคนชั่ว พลันมีเรื่องคนงานตกจากเชลฟ์ วิริยะก็ช่วยเหลืออย่างดี เป็นที่รักของคนงานทุกคน

    พอภาวนารู้เรื่องก็สั่งให้ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลคนงานเต็มที่ บุญเรือนยกชาร้อนมาให้เตือนเจ้านายอย่าเครียดเดี๋ยวโรคเก่ากำเริบ ชลีกรเดินมาชะงักแอบฟัง ภาวนาเปรยว่าดีที่มีวิริยะคอยดูแล ลำพังสาวิตรคงเอาไม่อยู่แน่ บุญเรือนบอกสาวิตรเป็นคนนิ่งๆจะมาชน

    กับคนอื่นแบบวิริยะคงไม่ได้ วิริยะกล้าได้กล้าเสียกล้าตัดสินใจคนเลยเกรงใจ ภาวนาว่าตนจึงวางใจให้วิริยะดูแลโครงการใหญ่ทุกอย่าง...ชลีกรได้ยินก็ไม่พอใจ ภาวนาได้ยินเสียงฮึดฮัดร้องถามว่าใคร

    ชลีกรปรับอารมณ์เสียงหวาน “ลีเองค่ะคุณแม่ คือลีต้มซุปกุ้งเอามาให้คุณแม่ทานน่ะค่ะ”

    ภาวนาขอบใจแต่ตนแพ้กุ้ง ชลีกรเหวอที่ตัวเองคิดจะประจบแต่ลืมสนิท รีบบอกจะไปทำซุปปลามาให้ใหม่ ภาวนาบอกไม่เป็นไรเพราะหรรษาทำไว้ให้แล้ว ชลีกรหน้าง้ำกลับไป...ชลีกรแค้นใจโยนหม้อซุปทิ้งขยะ

    เข่นเขี้ยวสักวันจะต้องได้กินซุปฝีมือตนแน่

    ooooooo

    ชินานางวาดรูปค้างไว้ เดินกลับมานั่งจะวาดต่อ รู้สึกเหมือนนั่งทับอะไรสักอย่างพอลุกดูก็พบว่านั่งทับหลอดสีเหลืองแบนเปรอะไปหมด ก็ร้องลั่น ชนนีตกใจวิ่งออกมาถามโวยวายอะไรแต่เช้า เสียงลูกหมีหัวเราะก๊ากว่าอาช้างอึราดๆ

    “ไม่ต้องมาหัวเราะนี่ฝีมือลูกหมีใช่ไหม ต้อนรับอาช้างเข้าบ้านวันแรกแสบขนาดนี้เลยนะ” ลูกหมีเริ่มกลัวจะวิ่งหนี เสียงชินานางดังแปร๋น “อย่าหนีนะ!”

    ชนนีดึงลูกสาวไว้แก้ตัวแทนว่าหลานคงไม่ตั้งใจ ชินานางว่าไม่ตั้งใจก็ต้องขอโทษ ว่าแล้วก็วิ่งไล่จับหลาน ชนนีบ่นจะเป็นลม บัวเข้าประคอง เธอบอกแค่พูดเฉยๆ

    ไม่ได้เป็นจริง บัวร้องอ้าว...เสียงชินานางตะโกนเอ็ดและลูกหมีเถียงกลับดังลั่นไปรบกวนโสตประสาทหัฏฐ์

    ซึ่งกำลังนอนหลับ ลุกขึ้นมาหงุดหงิดเดินไปดูที่หน้าต่าง

    “ชื่อช้างแล้วยังเสียงแปร๋นเหมือนช้างอีก น่ารำคาญ...นี่!” หัฏฐ์ตะโกนแต่ไม่เห็นใคร

    หัฏฐ์เดินหงุดหงิดลงมา หทัยจัดโต๊ะอยู่ถามจะไปไหน เขาบอกจะไปสอนมารยาทยายพังแป้นตกมัน หทัยงงใครกัน ส้มขำคงเป็นคุณช้างอาของลูกหมี หทัยขออย่ามีเรื่องกับเพื่อนบ้านเลย เขาจึงให้พี่สาวไปเตือนให้เลิกตกมันส่งเสียงรบกวนคนอื่น ไม่อย่างนั้นจะแจ้งปางช้างมาเป่าลูกดอกยาสลบเอาตัวไปไว้ที่ปาง ส้มขำบอกหทัย สงสัยหัฏฐ์คงนึกว่าชินานางตัวอ้วนเหมือนช้าง

    สายวันนั้น หทัยถือขนมมาฝากชนนี เห็นลูกหมีนั่งหน้างออยู่มุมห้องก็แปลกใจ ชนนีบอกว่าถูกอาทำโทษแบบฝรั่ง ลูกหมีสบถว่าอาช้างใจร้าย ชินานางเดินมาเอ็ด ห้ามพูดไม่อย่างนั้นต่อเวลาอีก ชนนีขอโทษที่ตอนเช้าลูกหลานทำเสียงดังรบกวน หทัยบอกตนอยู่ในครัว
    ไม่ได้ยินแต่น้องชายนอนอยู่ได้ยินชัด ชินานางรีบขอโทษ อธิบายว่าเด็กต้องโดนปราบบ้าง ชนนีให้บัวไปจัดคุกกี้ใส่กล่องให้หทัย ลูกหมีถือโอกาสอาสาทำให้แล้ววิ่งตื๋อไป ชินานางโวยวิ่งตามยังไม่หมดเวลาทำโทษ ทั้งชนนีและหทัยส่ายหน้าขำๆ

    สาวใช้สองบ้านคุยกันเรื่องที่ชินานางปรี๊ดแต่เช้า ส้มเล่าว่าหัฏฐ์ตื่นมาบ่นเรียกอาช้างว่าพังแป้นตกมัน บัวขำเพราะเจ้านายตนออกจะผอมเพรียวสวย ชินานางเดินมาได้ยินไม่พอใจบอกส้มให้ไปบอกเจ้านายเธอว่า ผู้ชายอะไรชอบนินทาผู้หญิง สองสาวใช้หวั่นใจเกรงเจ้านายทะเลาะกัน

    เย็นวันนั้น ชลีกรพาครอบครัวมากินข้าวที่บ้านภาวนา ป้อม แป้งและเปเป้แย่งที่นั่งกันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว วิริยะปรายตามองเอือมๆ ชลีกรเห็นเชิดหน้าใส่ ลดามณีลูกสาวคนเล็กของภาวนาแต่งตัวสวยจะออกข้างนอก ภาวนาทักจะไปไหนอีก เมื่อวานก็ไม่อยู่วันเกิดหลาน ลดามณีบอกต้องไปรับเพื่อนมาจากเชียงใหม่ ภาวนา ระอาใจที่ลูกสาวเอาแต่เที่ยวเตร่

    เปเป้เห็นตุ๊กตาดวงใจของปุ๊กกี้ก็บอกแม่ว่าอยากได้ ชลีกรเบ้หน้าไม่เห็นสวย หรรษาบอกกลับจากกรุงเทพฯจะเย็บให้ สาวิตรฝากวิริยะเอาพัตเตอร์ไปเปลี่ยนกริ๊ปให้ด้วย ชลีกรแทรกทำไมไม่ไปเอง วิริยะจะได้ดูแลทางนี้ ภาวนาขัดเสียงเข้ม

    “วิริยะเขาต้องไปตามงานที่เขาจับมาแต่ต้น สาวิตรไม่รู้เรื่องเดี๋ยวจะงงเสียเปล่าๆ”

    ชลีกรฝืนยิ้ม...กลับมาที่บ้านตัวเองด้วยท่าทีหงุดหงิด บ่นสาวิตรไม่เอาไหนไม่รู้เรื่องงานบ้างเลย สาวิตร

    บอกตนดูแลบัญชีจะรู้เรื่องก่อสร้างได้อย่างไร เธอยังเป่าหูว่าเป็นพี่คนโตต้องเป็นนัมเบอร์วัน ไม่ใช่ให้น้องเป็นใหญ่กว่าแบบนี้ เขาเถียงตำแหน่งอะไรมันไม่สำคัญ

    “เพราะคุณคิดอย่างนี้น่ะสิ วิริยะกับหรรษาถึงได้คิดจะฮุบบริษัท”

    สาวิตรไม่เชื่อว่าน้องชายจะคิดแบบนั้น ชลีกรยิ่งโมโหไม่ได้ดังใจ แล้วยังหรรษาอีกที่ประจบภาวนา สอนหลานให้อ้อนย่าจนหลง สาวิตรติงว่าเด็กไม่รู้เรื่องด้วยหรอก ชลีกรว่าเขาไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมใคร สมแล้วที่ภาวนาว่าไม่เอาไหน สาวิตรได้แต่ถอนใจ

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ลูกหมีถูกจับให้นั่งอ่านหนังสือข้างชินานางที่กำลังวาดภาพ แถมถูกกำชับถ้าถามต้องตอบให้ได้ ไม่อย่างนั้นไม่ต้องกินข้าว ลูกหมีงึมงำว่าอาใจยักษ์ๆ จิรัชเดินเข้ามาส่งถุงขนมให้ ลูกหมีดีใจจะเปิดกิน ชินานางคว้าถุงมาบอกให้อ่านหนังสือให้จบก่อน

    ลูกหมีอ้อนขอชิ้นเดียว ชินานางไม่ให้จึงพึมพำว่า... พังแป้นตกมัน ชินานางร้องอ๊าย...เอาคำนี้มาจากไหน เสียงแหลมของชินานางทะลุทะลวงไปถึงหูหัฏฐ์ที่กำลังเตรียมการสอนอยู่ เขากระแทกปากกาลงโวยหทัย “พี่ไม่ได้บอกเขาหรือครับว่าให้เกรงใจกันบ้าง”

    หทัยรีบบอกว่าบอกแล้ว ลูกหมีคงไปแหย่อาอีก หัฏฐ์ว่ามันเกินแหย่แล้ว ยายช้างพังคงมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ ต้องพาไปหาจิตแพทย์ หทัยให้ใจเย็นรู้ว่าน้องชายบ่นไม่เลิกแน่จึงออกตัวว่าต้องไปจ่ายค่าไฟแล้วรีบจ้ำออกไป หัฏฐ์เข่นเขี้ยว สักวันจะต้องจับไปปล่อยป่า

    จิรัชปลอบใจชินานางที่ยังหงุดหงิดอยู่ ว่าลูกหมีออกจะน่ารัก ที่กวนไปบ้างคงเพราะคิดถึงพ่อแม่ อยากให้เธอรักและสนใจ ชินานางว่าก็มีย่าให้ความสนใจแล้ว จิรัชว่าย่าวัยห่างจากแม่มากเกินไป ชินานางเหน็บไปเรียนจิตวิทยาเด็กมาจากไหน จิรัชติงว่าแม่ตนตายตั้งแต่เด็กจำไม่ได้หรือ เธอชะงักบอกจะลองเชื่อ มองไปเห็นลูกหมีนั่งหันหลังอยู่ตรงพุ่มไม้ จะเข้าไปคุยด้วยดีๆ แต่แล้วกลับเห็นว่าแกแอบกินช็อกโกแลตก็ปรี๊ดแตกเอ็ดเสียงดังลั่นอีก ลูกหมีวิ่งหนีออกประตูบ้าน เธอตกใจเกรงจะโดนรถชนยิ่งตะโกนเรียกให้กลับมา

    ลูกหมีวิ่งหน้าและมือเลอะช็อกโกแลตเข้ามาในบ้านหัฏฐ์ เขาตกใจเข้าใจว่าโดนทำร้ายมา รีบสำรวจดูเจ็บตรงไหนบ้าง ลูกหมีชี้ที่หัวเพราะเพิ่งโขกประตูตอนวิ่งเข้ามาและบอกว่าหิวอาไม่ยอมให้กิน หัฏฐ์ยิ่งเข้าใจว่าชินานางโหดร้าย โทร.แจ้งมูลนิธิพิทักษ์เด็กว่ามี
    คนทารุณกรรมเด็ก

    ชินานางกับจิรัชช่วยกันตามหา เห็นรถมูลนิธิวิ่งเข้ามาในซอยก็ตกใจคิดว่าลูกหมีเป็นอะไร...เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งลงจากรถมาเจอหัฏฐ์ ทักว่าตนจูนเป็นน้องของเสนีย์ เขาจึงแจ้งเรื่องมีคนทารุณเด็ก บัวเห็นชินานางเดินมาจึงบอกว่าคุณช้างมาแล้ว หัฏฐ์มองไปตะลึง เมื่อเห็นว่าช้างเป็นสาวสวยหุ่นเพรียวแถมน่ารัก

    ชนนีออกมาอธิบายทุกอย่างกับหัฏฐ์และเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการเข้าใจผิด ลูกหมีสารภาพว่าอาช้างแค่ดุเสียงดังไม่เคยตี ชินานางกล่าวขอโทษไม่คิดว่าจะมีคนทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตโดยไม่สืบข้อเท็จจริงก่อน หัฏฐ์สะอึกที่โดนเหน็บ โต้ว่าเธอเสียงดังขนาดนั้นใครก็ต้องเข้าใจผิด

    “แล้วคิดออกมาอย่างนี้เนี่ยนะ!” ชินานางโวย จิรัชแตะแขนปรามแต่เธอยังส่งสายตาดุใส่

    หัฏฐ์สู้สายตาไม่ยอมแพ้...ชมพูนุชเพื่อนบ้านมองสถานการณ์อย่างอยากรู้อยากเห็นเพื่อเอาไปเม้าท์ หทัยเห็นจึงรีบดึงหัฏฐ์เข้าบ้าน เขาไม่ชอบใจที่มีเพื่อนบ้านชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแบบนี้ หทัยคิดในทางที่ดีว่าเขาอาจจะอยากปกป้องเด็กเหมือนหัฏฐ์

    “ก็มันน่าเข้าใจผิดไหมล่ะครับผู้หญิงอะไร ตัวนิดเดียวส่งเสียงยังกะพังแป้นตกมันทุกเช้า”

    “แหมน้องช้างเขาออกจะน่ารัก ยังไม่เปลี่ยนใจอีกหรือจ๊ะ”

    “น่ารักหรือครับ ปากร้ายจะตายไม่รู้แฟนเขาทนได้ยังไง”

    “นี่คุณหัฏฐ์คะ ชื่อคุณแปลว่าร่าเริงเบิกบานนะคะ แต่ทำไมถึงขี้หงุดหงิดจัง จะเข้าวัยทองหรือคะคุณน้องชาย”

    หัฏฐ์ได้ทีโอบเอวย้อนว่าถ้าตนเข้าวัยทองแล้วพี่สาวเข้าวัยอะไร หทัยหัวเราะเอ็นดูน้อง...

    ในวันเดียวกัน วิริยะและหรรษาเดินทางจะมากรุงเทพฯระหว่างทางโทร.หาหัฏฐ์กับหทัยว่าจะแวะเยี่ยม แต่ทั้งสองมัวยุ่งเรื่องหน้าบ้านไม่รับสาย ทันใดมีรถลึกลับวิ่งเข้าใส่ หรรษากรีดร้อง วิริยะหักหลบทันแต่ก็ปะทะกับรถสิบล้อเข้าอย่างจัง ระหว่างนั้นปุ๊กกี้กำลังเล่นไล่จับกับภาวนาจนเธอเหนื่อยนั่งพัก บุญเรือนพัดวีให้ ป้อมแป้งและเปเป้เข้ามาแย่งตุ๊กตาดวงใจไปเล่นแล้วทะเลาะแย่งกันเองจนแขนขาด ปุ๊กกี้ร้องไห้โฮ

    หัฏฐ์เข้าบ้านมาเห็นว่าหรรษาโทร.เข้ามาจึงรีบ โทร.กลับไป ในซากรถที่ยับเยินวิริยะแน่นิ่ง หรรษาที่เลือดท่วมตัวพยายามกดรับสายส่งเสียงเฮือกสุดท้ายว่า ช่วย...ด้วย แล้วสิ้นใจ หัฏฐ์ตกใจ

    ooooooo

    สาวิตรได้รับเรื่องจากตำรวจรีบวิ่งออกจากบ้านตัวเองมายังบ้านภาวนา ละล่ำละลักบอกข่าว ภาวนาช็อกเป็นลมหมดสติ ชลีกรแอบยิ้มสะใจ ทำทีเข้าประคองแม่สามี ปุ๊กกี้กำลังงงๆ ชลีกรรีบบอก “ปุ๊กกี้จ๋า พ่อกับแม่หนูตายแล้ว ตายหมดเลยจ้ะ โธ่...น่าสงสารเหลือเกิน”

    ปุ๊กกี้ตาเบิกโพลง งุนงงสับสน...ด้านหัฏฐ์ร้อนรนพยายามโทร.กลับไปหาหรรษาหลายรอบจนมีคนรับสาย บอกว่าเจ้าของมือถือประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เขาช็อกไปชั่วขณะ พอดีชินานางโผล่มาขอโทษหทัยที่พูดจาไม่ค่อยดี หัฏฐ์เข้ามาบอกเรื่องหรรษา สองพี่น้องกอดกันร้องไห้ ชินานางทำอะไรไม่ถูกพลอยน้ำตาซึมด้วยความสงสารจับใจ

    ทั้งสองเดินทางไปสงขลา ลูกหมีเห็นถามชนนีว่าสองคนนั้นร้องไห้ทำไม ชนนีบอกว่าญาติเขาเสีย น่าสงสาร ลูกหมีกอดย่าบอกไม่ต้องกลัว ตนจะปกป้องคุณย่าไม่ให้เป็นอะไร พ่อฝากให้ดูแลย่า ตนจะเกาหลังให้ย่าอย่างที่แม่เกาให้ ย่าจะได้รู้สึกสบาย ชนนีขำจนต้องหัวเราะออกมา

    กว่าจะมาถึงสงขลาก็เย็นย่ำ หัฏฐ์กับหทัยมาที่บ้านภาวนา สาวใช้บอกว่าทุกคนไปวัดเหลือลดามณีคนเดียว เสียงเธอแหวออกมา...ไปบอกเขาทำไม แต่พอเห็นหน้าอันหล่อเหลาของหัฏฐ์ก็เปลี่ยนเป็นสุภาพอ่อนโยน หัฏฐ์มองการแต่งตัวของเธอที่แม้จะเป็นชุดดำแต่มันเซ็กซี่เกินกว่าจะไปวัด ลดามณียกมือไหว้ สะอื้นเล็กน้อยสวมกอดหทัยและหัฏฐ์ว่าเราหัวอกเดียวกันที่สูญเสียพี่ ทั้งหัฏฐ์และหทัยทำหน้าปูเลี่ยนๆ

    ทั้งสามมาถึงศาลาสวดศพ แขกในงานมองลดามณีที่แต่งตัวเยอะ หัฏฐ์กับหทัยตรงเข้าไปไหว้ภาวนาแววตาสุดเศร้า หัฏฐ์ถามหาปุ๊กกี้ ชลีกรรีบ

    บอกว่าคงไปวิ่งเล่นไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว หัฏฐ์ขอไปตามเอง บุญเรือนจึงฝากตุ๊กตาที่ซ่อมแล้วไปด้วย...หัฏฐ์เดินมาเจอปุ๊กกี้นั่งหันหลังอยู่บนชิงช้า ก็เข้าไปยื่นตุ๊กตาให้ ปุ๊กกี้เงยมองน้ำตานองหน้า ดึงตุ๊กตามากอดบอกแม่ไปสวรรค์แล้วพ่อก็ไปด้วย หัฏฐ์คุกเข่าลงตรงหน้าถามทำไมมานั่งคนเดียว คุณย่าให้มาตาม หนูน้อยนิ่ง เขาจึงบอกว่าจะนั่งเป็นเพื่อนอยากเข้าไปเมื่อไหร่ก็บอก ปุ๊กกี้จึงลุกขึ้น หัฏฐ์ยื่นมือจะจูงแต่หนูน้อยกลับเดินก้มหน้าเศร้าๆไป เขารู้สึกห่วงใยหลานเหลือเกิน

    ในศาลา ลดามณีบ่นว่าร้อนและยุงเยอะ ชลีกรเห็นกระเป๋าที่เธอถือก็สะกิดบอกสาวิตรว่า แบบนี้ที่ตนชอบ ลดามณีปรายตามองเหยียดๆบอกเมืองไทยไม่มีขายต้องบินไปซื้อที่ฝรั่งเศส ชลีกรว่าตนต้องเลี้ยงลูกสามคนไม่มีปัญญาบินไปซื้อหรอก ลดามณีทำหน้าเหวี่ยง
    เอากระเป๋าหลบ

    “มันก็แค่กระเป๋าอ่ะค่ะ ชอบก็ซื้อไม่เห็นต้องคิดมาก”

    สาวิตรเอือมระอากับสองสาว หัฏฐ์กับปุ๊กกี้เดินเข้ามา ลดามณีรีบทำเป็นรักหลานเรียกให้มานั่งข้างๆ แต่ปุ๊กกี้เดินเลยไปนั่งกับภาวนา กอดย่าร้องไห้

    ooooooo

    ชนนีเห็นเพื่อนบ้านไม่อยู่ จึงเข้ามารดน้ำต้นไม้ให้ ชินานางชะโงกหน้ามาถามแม่ไปวุ่นวายอะไรบ้านเขา คนรับใช้เขาก็มี ชนนีว่าให้ส้มไปพักกินข้าว ตนว่างก็ช่วยๆกัน

    “โห...คำก็ช่วยสองคำก็ช่วย ทีวันก่อนตาลุงเผด็จการนั่นเรียกมูลนิธิจะมาจับช้าง ไม่เห็นมีบ้านไหนโผล่มาช่วยสักคน”

    ชนนีขำบอกตลกดี ชินานางเคืองตลกตรงไหน ชนนีบอกอย่างน้อยก็รู้ว่ามีเพื่อนบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาให้ถ้ามีใครมาทำอะไรไม่ดี ชินานางประชด “ค่าคุณชนนี คุณแม่พระนักบุญ ใจกว้างดังแม่น้ำคงคา กลัวแต่ว่าตาลุงจะไม่ดูตาม้าตาเรือ แล้วมาเอาเรื่องช้างอีกน่ะสิ”

    ชนนีว่าคงไม่เพราะรู้จักกันแล้ว ทันใดได้ยินเสียงเพล้ง!ดังมาจากหลังบ้าน ทั้งสองรีบวิ่งไปดูได้ยินเสียงเมี้ยว...เห็นกระถางบอนไซเก่าแก่แตกกระจาย ชินานางว่าดูลักษณะเหมือนโดนทุ่มลงพื้น ชนนี

    ใจเสียเอาศอกกระทุ้งลูกสาวบอกไม่ตลก เธอบอกอันนี้ตลก อันที่ไม่ตลกคือที่เอามูลนิธิมาจับตน ชนนีถามจะทำอย่างไรดี จะเอาที่ไหนมาใช้เขา ชินานางเห็นลูกหมีแอบอยู่ข้างโอ่งก็เรียกให้ออกมา ลูกหมี

    มือเปื้อนดินอย่างเห็นได้ชัดแต่ปฏิเสธไม่รู้ว่าใครทำ

    ชินานางแกล้งเออออถามแล้วรู้ไหมใครทำ

    “คือว่า...พี่ส้มครับ เอาปลาทูทอดวางไว้ในครัว แล้วแมวมันเข้าไปขโมย พี่ส้มเลยวิ่งไล่แมวออกมา แล้วแมวมันก็กระโดดจากตรงนู้นลงมาตรงนี้ แล้วมันก็เตะกระถางต้นไม้ตรงนี้ล้ม”

    ส้มเดินมาเห็นตกใจ ลูกหมีกลัวลานรีบบอกจะไปทำการบ้าน ชินานางดึงมือไว้บอกนี่จับได้คาหนังคาเขายังปฏิเสธ ลูกหมีทำหน้าร้องไห้บอกไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากช่วยย่า ชินานางเอ็ด ทำของเสียแล้วยังพูดโกหกอีก ตนไม่รักแล้วเด็กแบบนี้ เท่านั้นลูกหมีก็ร้องไห้โฮออกมา

    ในตอนค่ำชินานางยังทำหน้าขรึม ลูกหมีเดินคอตกเข้ามาถามโกรธตนหรือ เธอบอกว่าโกรธเพราะเขาทำให้เดือดร้อน ลูกหมีส่งกระปุกหมูให้ ชินานางถามจะให้ทุบเลยหรือ ลูกหมีพยักหน้าน้ำตาคลอ บ๊ายบาย

    กระปุกหมู ชินานางใจอ่อนสงสารหลานดึงมากอด “ไม่ต้องร้องไห้ฟังนะลูกหมี ที่อาโกรธไม่ใช่เพราะต้องเสียเงิน แต่อาโกรธเพราะลูกหมีพูดไม่จริงต่างหาก”

    หนูน้อยบอกว่ากลัวอาโกรธและเกลียดตน ชินานางลูบหัวบอกไม่เกลียด ให้ลูกหมีเล่ารายละเอียดให้ฟังใหม่ ลูกหมีเล่าว่าเห็นต้นไม้รูปร่างแปลกๆจึงยกขึ้นมาดู แต่มันหนักจึงตกแตก ชินานางถอนใจสอนว่าทีหลังอย่ายุ่งของของคนอื่น ลูกหมีรับคำแล้วถามว่าหัฏฐ์กับหทัยจะโกรธไหม เธอเองก็ไม่แน่ใจจึงบอกจะลองไปหาซื้อกระถางแบบนี้ใหม่ ลูกหมีกอดอาชมว่าอาเก่ง

    “ยัง...ไม่รู้จะหาซื้อได้หรือเปล่าด้วยซ้ำ เฮ้อไอ้หมีอ้วนเอ๊ย...” ชินานางลูบหัวหลานรัก

    ชนนีเดินมาหยุดมองยิ้มๆ...ขณะเดียวกันที่บ้านสงขลา ชลีกรบอกภาวนาว่าชวนสาวิตรย้ายมาอยู่บ้านเดียวกับเธอเพราะเป็นห่วง ภาวนาไม่ได้สนใจกลับให้บุญเรือนย้ายของปุ๊กกี้ไปอยู่ห้องตน ปุ๊กกี้ขอเอาตุ๊กตาดวงใจไปนอนด้วย หัฏฐ์กับหทัยน้ำตาคลอ ภาวนาหันมาชวนทั้งสองให้ค้างที่นี่ แต่ทั้งสองบอกว่าจองโรงแรมไว้แล้ว ชลีกรหน้างอที่ภาวนาไม่ได้สนใจตนบ้าง

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ชินานางใช้สก๊อตเทปแปะกระถางบอนไซที่แตกแล้วเพนต์สีให้ดูกลบเกลื่อน ชนนียืนลุ้น ลูกหมีเชียร์ว่าอาเก่งที่สุด แต่มีกิ่งไม้ที่หักออกติดเทปก็เอาไม่อยู่ ชินานางถามแม่จะไปหาซื้อต้นใหม่ดีไหม ชนนีบอกต้นละเป็นหมื่นเป็นแสนจะไหวหรือ

    “โว้ว...แล้วใครใช้ให้เอาของแพงๆมาวางทิ้งแบบนี้ คิดอะไรกันอยู่”

    ชนนีว่าเขาจะคิดอย่างไรก็เรื่องของเขา แต่หลานเราไปทำของเขาเสียหายต้องชดใช้ ลูกหมีหน้าเศร้าบอกจะสารภาพผิดกับหทัยเอง ชนนีเห็นว่าดี

    และอย่าพูดโกหกอีก ชินานางติงทำไมไม่บอกก่อนจะได้ไม่ต้องซ่อมให้เสียเวลา ชนนีว่าเห็นตั้งอกตั้งใจเลยไม่อยากขัด ชินานางเซ็ง

    ทางงานศพ หัฏฐ์เอางานมานั่งทำรอเวลาสวดศพ ลดามณีเห็นแอบเอามือถือถ่ายภาพเขาเก็บไว้ หัฏฐ์หันมอง เธอรีบถามเขาทำอะไรอยู่ เขาบอกตรวจงานนักศึกษา เธอเอาน้ำผลไม้มาวางให้และพล่ามไปเรื่อยว่าเขาสอนวิศวะใช่ไหม ตนอยากให้ช่วยไปตรวจรับคอนโด เขาบอกตนจบวิศวะการบินไม่ถนัดด้านนั้น ลดามณียิ่งปลื้ม “ว้าวเท่จังเลย แต่น่าเสียดายลดาจะให้ ใครช่วยดีล่ะ”

    หัฏฐ์จึงบอกว่าจะให้เพื่อนไปช่วยดูให้ ลดามณีดีใจจะรีบส่งเบอร์โทร.ไปให้...พอเสร็จสิ้นงานศพ หัฏฐ์ตัดสินใจพูดกับภาวนา ขอปุ๊กกี้ไปเลี้ยงดูตามที่หรรษาเคยสั่งไว้ ภาวนาหน้าเสีย

    “อย่าเลยคุณขอร้องล่ะ ปุ๊กกี้เขาโตที่นี่และสนิทสนมกับทางเรามากกว่า คุณสองคนทำงานทั้งคู่ จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลเด็กเล็กๆ” หทัยเห็นว่าภาวนาจะได้พักผ่อน “ไม่ลำบากหรอก ฉันเลี้ยงเองได้ อย่างน้อยก็มีหลานอยู่เป็นเพื่อน จะได้คลายคิดถึงพ่อแม่เขาได้บ้าง ปุ๊กกี้เองกำลัง ตกใจ ให้เขาไปอยู่ที่อื่นเด็กจะยิ่งเสียขวัญ”

    ชลีกรแอบฟังอยู่ รู้สึกหงุดหงิดใจอยากกำจัดปุ๊กกี้ออกไป รีบมาบอกสาวิตรให้ไปบอกภาวนาว่าน่าจะส่งปุ๊กกี้ไปอยู่กับน้าเขาจะได้เรียนที่กรุงเทพฯ สาวิตรรู้ว่าแม่ไม่ยอมแน่ ชลีกรอ้างว่าอยู่ที่นี่ย่าตามใจจะเสียเด็ก สาวิตรแนะให้เธอช่วยอบรม ชลีกรร้องลั่นแค่เลี้ยงลูกสามคนก็แย่แล้วจะหาเหามาใส่หัวอีกทำไม สาวิตรถอนใจปัดให้รอไปอีกสักพักเพราะแม่รักวิริยะมาก ถ้าแยกหลานไปอีกคนคงจะแย่ ชลีกรยิ่งเคืองที่ลูกชายคนโตแท้ๆกลับรักน้อยกว่าน้อง

    หัฏฐ์กับหทัยจำต้องเดินทางกลับโดยไม่มีปุ๊กกี้ หัฏฐ์จะให้เบอร์โทร.แก่ปุ๊กกี้ไว้ ชลีกรรีบรับไว้แทนอ้างว่าไว้ช่วยโทร.ให้หลาน ปุ๊กกี้โผกอดหทัยร้องเรียกแม่เพราะมีเค้าหน้าเหมือนแม่มาก หทัยปลอบว่าแม่ไปสวรรค์แล้ว แต่แม่ก็มองลงมาดู หนูต้องเป็นเด็กดีแม่จะได้สบายใจ

    ขับรถออกมาหัฏฐ์บ่นเสียดายที่ปุ๊กกี้ไม่ได้มาอยู่ด้วย หทัยว่าภาวนาก็มีเหตุผล ถ้าเราเอาหลานมาเธอคงแย่ เราควรมาเยี่ยมหลานให้บ่อยขึ้น ลมพัดวูบมาเหมือนเป็นการรับรู้จากหรรษา

    เมื่อทั้งสองไปแล้ว ลดามณีแต่งตัวสวยเดินลงมา พอรู้ว่าหัฏฐ์กลับไปแล้วไม่ทันล่ำลาก็หงุดหงิด บุญเรือนขอให้ไปดูแลภาวนาบ้าง เธอกลับบอกว่าแม่สนใจแต่ปุ๊กกี้ ไม่สนใจตน บุญเรือนถอนใจที่เลี้ยงมาทั้งสามคน ทำไมนิสัยต่างกันอย่างนี้

    ค่ำนั้น ภาวนากำลังจะเล่านิทานให้ปุ๊กกี้ฟัง ชลีกรพาลูกๆโผล่เข้ามา ป้อม แป้งและเปเป้ส่งเสียงดังจนภาวนาเครียด แถมแย่งตุ๊กตาของปุ๊กกี้ไปเล่น ภาวนาจึงเอ็ดให้คืนน้อง ชลีกรไม่พอใจตวาดลูกๆให้เงียบและลากกลับห้อง ภาวนาส่ายหน้าระอาใจ

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ หัฏฐ์กับหทัยมาถึงบ้านที่กรุงเทพฯ ส้มกำลังขนของ หทัยขอไปดูต้นไม้บ่นว่าคิดถึงหรรษา เพราะบอกว่ามาคราวนี้จะขอแบ่งบอนไซพ่อไปเลี้ยงบ้าง ส้มหูผึ่งรีบวิ่งไปบอกบัว

    ชินานางกำลังอ่านหนังสือเพลินๆ ลูกหมีนั่งกินขนมตุ้ยๆ พอบัวมาบอกว่าข้างบ้านกลับมาแล้ว ลูกหมีทำขนมหลุดมือหน้าเสีย ตั้งสติได้ก็บอกว่าตนจะไปสารภาพ ชนนีติงว่าให้พวกเขาพักกันก่อน แต่ชินานางเห็นว่าจัดการให้จบๆไปดีกว่า

    หทัยกำลังซักไซ้ส้มเสียงเข้ม ส้มอึกอักๆ หัฏฐ์ถามส้มทำกระถางแตกหรือ ลูกหมีเข้ามาบอกว่าตนทำเอง ทั้งสองมองหนูน้อยหน้าจ๋อยยืนอยู่กับชินานาง เธอกล่าวขอโทษหทัยบอกเป็นความผิดตน ตนจะชดใช้ให้ หัฏฐ์เยาะจะไหวหรือ ของเก่าเป็นร้อยปีดวงใจพิสุทธิ์

    “มันไม่ได้มีค่าเป็นราคาหรอกจ้ะ แต่มันเป็นของสะสมที่คุณพ่อพี่รักมาก”

    ชินานางยกมือไหว้หทัยกล่าวเสียใจขอชดใช้บ้างก็ยังดี หัฏฐ์เหน็บ ของบางอย่างมีคุณค่าทางจิตใจ เงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ ลูกหมีจะร้องไห้บอกอย่าว่าอาตน ตนเป็นคนทำเอง หทัยสงสารเด็กรีบบอกว่าไม่ได้ว่าแค่เล่าให้ฟัง หัฏฐ์ ถาม “ลูกหมียอมรับผิดก็ดีแล้ว ทีนี้จะทำยังไงต่อไปครับ”

    ลูกหมีจะทุบกระปุกเอาเงินมาใช้ให้ หัฏฐ์ห้ามไม่ต้องทุบ ให้เอาเงินมาให้ตนวันละ10บาทเป็นค่ากระถางจนกว่าจะครบ ชินานางหาว่าเขางกเอาค่าขนมเด็กตนบอกแล้วว่าจะชดใช้ให้

    หัฏฐ์พูดกับเด็ก “ลูกหมีครับ คนเราทำผิดก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ให้คนอื่นมารับแทน เข้าใจไหม” ลูกหมีพยักหน้า เขาจึงยื่นมือให้จับสัญญาอย่างลูกผู้ชาย ชินานางเคืองดึงหลานกลับบ้าน

    หทัยติงหัฏฐ์เข้มงวดเกินไปไหม เขาบอกว่าเราต้องช่วยกันสอนเด็กให้รู้จักรับผิดชอบเวลาทำผิด หทัยว่าไม่ใช่หน้าที่ แต่หัฏฐ์ย้อน “ก็เด็กทำของเสียในบ้านเรา แทนที่ผู้ใหญ่จะสอนให้รับผิดชอบ กลับช่วยปกป้องเสียอีก”

    “เขาไม่ได้ปกป้องนะ ก็เห็นอยู่ว่าลูกหมีแกยอมรับตั้งแต่ต้น หัฏฐ์อคติรึเปล่า อย่าคิดเองเหมือนเรื่องพังแป้นนะ น้องช้างเขาออกจะสวย”

    “เสียงแปร๋นขนาดนั้นใครก็ต้องคิด...”

    พอดีจูนถือช่อดอกไม้มาแสดงความเสียใจแทนพี่ชายที่ไปอังกฤษ แล้วนั่งคุยกันสักพัก...

    ด้านลูกหมีนั่งคอตก มีขนมตรงหน้าก็ไม่กิน จิรัชมาเยี่ยมรู้เรื่องชื่นชมแล้วชวนลูกหมีไปฉลอง ชินานางตำหนิเพื่อนไม่ใช่เรื่อง เขาบ่นทำอะไรก็ผิดไปหมด ชนนีเข้ามาปรามให้เลิกเถียงกัน อ้อยกับช้างต้องเป็นของคู่กัน ชินานางบ่นแม่ไม่น่าตั้งชื่อตนว่าช้าง จิรัชแทรกจริงด้วยเพราะตนต้องกลายเป็นอ้อย ชื่อจริงไม่มีใครจำได้ ชินานาง บอกจำได้ชื่อจิ๋ม เขาโวยนั่นชื่อแม่ ฟ้องชนนีว่าชินานางลามปามล้อชื่อแม่ ลูกหมีกุมหัว ชินานางถามปวดหัวหรือสงสัยโดนตาแก่ข้างบ้านบ่นจนปวดหัว จิรัชงงหมายถึงใคร ชินานางเข่นเขี้ยว “ก็ตาแก่ข้างบ้าน งกก็งกนี่จะให้ลูกหมีใช้ตังค์ค่ากระถางเก่าๆวันละ10บาท กว่าจะครบแก่กันพอดี” ลูกหมีหน้าเหวอจริงหรือ

    จิรัชปลอบจะไปเครียดทำไม เราลูกผู้ชายเรื่องแค่นี้จิ๊บๆ ลูกหมีถามตนจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย จิรัชให้อดค่าขนมถือว่าเป็นการลดความอ้วน ลูกหมีทำหน้าเหมือนตายแน่ ชนนีบอกจะให้เพิ่ม ชินานางแย้งไม่ได้ต้องทำงานแลก ลูกหมีมีความหวังฮึดสู้ ชนนีแอบยิ้มที่ลูกสาวก็รักหลาน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 11:08 น.