ตอนที่ 5
เฮียฮุยยังไม่เลิกคิดที่จะทำลายเอ็มอีวัน จึงจ้างนักฆ่าโย่งกับจิ๋วมาจัดการ...เมื่อนิจชิตารู้จากชุมพลว่าทางจังหวัด ส่งคนมาสอนแทนเธอเพราะเห็นว่าบาดเจ็บอยู่ ก็ไม่พอใจรีบเข้ามาที่ห้องครูใหญ่ พบนักฆ่าโย่งกำลังรายงานตัวพร้อมหนังสือรับรอง พอนักฆ่าโย่งเห็นเอ็มอีวันมากับนิจชิตาก็ตาวาวที่พบเป้าหมาย
ส่วนนักฆ่าจิ๋วเข้ามาเป็นนักเรียนใหม่ คอยจับตามองหาเอ็มอีวัน...คิมมินโฮเดินออกมาเมื่อเห็นว่านิจชิตากำลังประชุม อยู่ คิดจะหนีกลับเพราะเหนื่อยและเมื่อยมากที่ต้องแบกนิจชิตาไปไหนมาไหน โดยไม่รู้ว่าถูกนักฆ่าโย่งสะกดรอยตาม พอสบโอกาส นักฆ่าโย่งจะเข้าจับตัวคิมมินโฮ เสียงนิจชิตาก็ร้องเรียกเอ็มอีวันดังมา ทำให้เขาต้องรีบหลบ
นิจชิตาถามเอ็มอีวันว่าจะไปไหน
"เอ่อ...ผมจะไปชาร์จแบตน่ะครับ ประชุมเสร็จแล้วเหรอครับ"
"ใช่ พาฉันไปห้องพักครูหน่อยสิ ฉันมีเรื่องปรึกษา"
คิมมินโฮประคองนิจชิตามาห้องพักครู เธอปรึกษาเขาเพราะเห็นว่าเป็นหุ่นยนต์เพื่อความบันเทิงว่าอยากได้กิจกรรม สร้างรอยยิ้มให้กับเด็กๆที่ทางโรงเรียนจะนำทุนและสิ่งของไปแจกให้ คิมมินโฮเสนอความคิดหลายแบบแต่ละอย่างไม่ถูกใจนิจชิตาเลย เธอจึงเกิดความคิด
"เข้าเมือง...เขาเรียกว่าไปหาแรงบันดาลใจ ไหนๆก็มีครูมาสอนแทนฉันแล้ว"
คิมมินโฮตาโต เขาต้องเหนื่อยอีกแล้วจึงอ้าง "ผมต้องแจ้งเจ้านายผมก่อนครับ"
"ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันบอกเขาเอง ไปเร็ว"
ขณะที่นักฆ่าโย่งกำลังสอนเด็กๆอยู่หน้าชั้น นักฆ่าจิ๋วซึ่งนั่งเรียนอยู่มองไปเห็นเอ็มอีวันกำลังพยุงนิจชิตาเดินผ่าน สนามบอลไปก็รีบโดดลงจากเก้าอี้จะวิ่งออกไป นักฆ่าโย่งเห็นถามจะไปไหน นักฆ่าจิ๋วซึ่งดูจะเป็นหัวหน้าทำตาขวางกวักมือให้นักฆ่าโย่งก้มหน้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบบอกจะตามไปจับเอ็มอีวัน นักฆ่าโย่งทำท่าตกใจว่าเขาจะทำอย่างไรดี
"ทำยังไง...ก็ตามสิวะ" นักฆ่าจิ๋วตบบ้องหูเข้าให้
นักเรียนในห้องเห็นก็ตกใจที่นักเรียนตบครู นักฆ่าจิ๋วโวยเบาๆใส่ว่า "โธ่เว้ย...ไอ้นี่ เรามาที่นี่เพื่อทำลายไอ้หุ่นนั่น ไม่ใช่มาสอนหนังสือ"
นักฆ่าโย่งนึกได้ว่าจริง จึงหันมาหลอกเด็กๆให้มองไปทางหลังห้องแล้วตัวเองก็วิ่งหนีออกจากห้อง นักเรียนหันกลับมาตกใจที่ครูหายไป เอกกับมะลิคิดว่านักเรียนใหม่จับตัวครูไป
ขณะที่คิมมินโฮรอนิจชิตาไปเซ็นชื่อออกจากโรงเรียน จึงแอบมาโทร.หายุนอาให้หาทางช่วยเขากลับที นักฆ่าจิ๋วกับนักฆ่าโย่งลอบเข้ามาเอาที่ช็อตไฟฟ้าช็อตตัวเขาจนกระตุกหมดสติ ไป มือถือหล่นอยู่
นิจชิตากะเผลกออกมาไม่เจอเอ็มอีวันก็แปลกใจ พอดีเอกกับมะลิวิ่งมาบอกว่านักเรียนใหม่จับตัวครูไป นิจชิตายิ่งแปลกใจไม่เชื่อจึงเข้าไปสอนแทนจนหมดชั่วโมง เอ็มอีวันก็ยังไม่มา เธอเริ่มโกรธที่เขาหายไปไม่บอกกล่าว ขณะที่เธอหันมาลบกระดาน พยายามเอื้อมลบบนสุดจนเซจะล้ม มีคนมาประคองไว้ เธอคิดว่าเป็นเอ็มอีวันจึงหันมาต่อว่า
"หายไปไหนมา...เอ็ม...ปลัด!" นิจชิตาตกใจเมื่อกลายเป็นภูชิต
นิจชิตาจำต้องคุยอยู่กับภูชิตไม่ให้เสียมารยาท ท่าทางภูชิตจะสารภาพรักกับเธอ เขาขอไปเอาของในรถ ระหว่างนั้น...
ยุนอาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาถามหาเอ็มอีวัน
"....หายไปตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว ฉันว่าจะโทร.หาคุณอยู่พอดี มีอะไรรึเปล่าคะ"
"คือเมื่อตอนกลางวันท่านรองฯ...คือ...ท่านรองฯพบว่าอยู่ๆตัวส่งสัญญาณของเอ็ มอีวันก็หายไปน่ะค่ะ"
"ว่าไงนะคะ ถ้างั้นเรารีบตาหาเอ็มอีวันเถอะค่ะ" นิจชิตา รีบไปกับยุนอา
ภูชิตหอบดอกไม้ช่อโตกลับมาไม่พบนิจชิตาเสียแล้ว ก็หงุดหงิดเดินกลับไปที่รถ พอดีรถปรางแล่นมาอย่างเร็ว ภูชิตตกใจกระโดดหลบ ปรางตกใจลงมาดู ภูชิตโมโหหาว่าแกล้ง แล้วยิ่งโมโหเมื่อเห็นช่อดอกไม้ของเขาอยู่ใต้ล้อรถของปราง เขาโผเข้าไปหาดอกไม้ด้วยความเสียดาย
"โถ...แม่กุหลาบ รู้มั้ยว่าดอกไม้ช่อนี้มันราคาเท่าไหร่" ภูชิตหันมาตะคอกปราง
"โห...ไม่โง่จริง...ไม่ถามอย่างนี้นะเนี่ย"
"โง่...ฉันโง่ตรงไหน"
"เอ้า...ก็ดอกไม้ของไทยตั้งเยอะแยะ ไม่ต้องเสียเงินซื้อด้วย"
"ดอกไม้ไทย หึ...ดอกหน้าวัวอย่างเธอน่ะเหรอ"
"อ้าว...พูดยังงี้เดี๋ยวได้ดอกไม้จันทน์หรอกปลัด เอ...หรือว่าไม่กลัว เพราะเมื่อคืนคงนอนซ้อมอยู่ในห้องดับจิตทั้งคืนแล้วนี่"
"ใช่...ฉันยังไม่ได้เฉ่งเธอเรื่องที่เอายากันยุงให้ฉันกิน แล้วยังแกล้งให้ฉันไปนอนกับศพทั้งคืน" ภูชิตปรี่เข้าหาปราง
ปรางผงะหนีแล้วชกเข้าให้หมัดหนึ่ง แต่ภูชิตรู้ทันจับหมัดเธอไว้ได้แล้วรวบมือทั้งสองข้างดึงลากไปที่รถเขา ปรางดิ้นรนร้องให้ปล่อย พอดีทีมนักข่าวกรูเข้ามาถามว่ามีอะไรให้ช่วย
"พวกคุณเป็นใคร!" ภูชิตแปลกใจ
"พวกเราเป็นทีมงานข่าวช่องเจ็ด มาทำสกู๊ปการออกค่ายของโรงเรียนนี้"
ปรางรีบขอให้ช่วยเธอด้วย ภูชิตตกใจรีบปล่อยมือที่จับปรางไว้ แล้วแนะนำตัวเองว่าเขาเป็นปลัดที่ไม่ถือตัว ชอบลงมาช่วยประชาชนทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ปรางอ้าปากค้าง ภูชิตดึงปรางห่างออกมาแล้วกระซิบขอโทษ อย่าให้นักข่าวรู้ว่าเขาทำอะไรเธอจะเสียหน้าที่การงานของเขา ปรางได้ทีคิดแกล้ง ประกาศกับนักข่าวว่าวันพรุ่งนี้ภูชิตจะไปช่วยทำงานที่ไร่ของเธอแทนคนงานที่ลากลับบ้านหมด ภูชิต หน้าเหวอ
"จริงสิ พวกพี่อยากไปทำสกู๊ปชีวิตของข้าราชการตัวน้อยๆที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้านเหรอคะ...นี่เลยค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พวกพี่ไปที่ไร่ฉัน แล้วพวกพี่จะเห็นว่าปลัดเขาเป็นคนดีมีน้ำใจแค่ไหน"
ภูชิตจะแก้ไขแต่ไม่ทันเพราะพวกนักข่าวรับปากจะไปกัน เขาจึงหน้าเจื่อน
ooooooo
ตามทางเดินในโรงเรียน ยุนอาลองโทร.เข้ามือถือคิมมินโฮ พลันได้ยินเสียงดังอยู่ไกลๆจึงรีบตามหาจนเจอมือถือ ต้องเกิดอะไรกับคิมมินโฮ พอดีนิจชิตากะเผลกตามมา ยุนอาจึงรีบซ่อนมือถือคิมมินโฮแล้วบอกว่ามีคนจับตัวเอ็มอีวันไปแน่
ลุงปุ่นกับชุมพลเดินมา บ่นนิจชิตาที่ไม่อยู่รับหน้า นักข่าว นิจชิตาไม่สนใจเป็นห่วงแต่เอ็มอีวัน ชุมพลจึงถามยุนอาว่ามีอะไร เธอจึงบอกว่าเอ็มอีวันหายไป
"เออ...ทำไมวันนี้มีแต่คนหายไป ครูคนใหม่ที่มาสอนแทนแกก็หายไปเหมือนกัน"
คำพูดของลุงปุ่นทำให้นิจชิตาเอะใจอะไรบางอย่าง จึงขอดูจดหมายส่งตัวของทางการ พอลุงปุ่นเอาให้ดู เธอก็รู้ว่านี่เป็นจดหมายปลอม ชุมพลข้องใจ
"นิจ...แกกำลังบอกว่าครูกับนักเรียนใหม่นั่นปลอมตัวมาเพื่อจับเอ็มอีวันงั้นเหรอ"
"ฉันไม่อยากคิดอย่างนั้น แต่ทุกอย่างมันบังเอิญเกินไป"
"ถ้าอย่างนั้นพวกที่เข้าไปบ้านคุณนิจเมื่อคืนก่อนก็ไม่ใช่พวกหัวขโมยธรรมดา พวกมันต้องการเอ็มอีวัน" ยุนอาตั้งข้อสันนิษฐาน แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำเพื่ออะไร...
นักฆ่าโย่งกับนักฆ่าจิ๋วเอาตัวเอ็มอีวันมาที่บ้านร้างแห่งหนึ่ง แล้วโทร.รายงานเฮียฮุย...เฮียฮุยสั่งให้ทำลายเอ็มอีวันแล้วถ่ายรูปมาให้เขาดูเป็นหลักฐาน ทั้งสองเสียดายที่ต้องทำลายเอ็มอีวันแต่ก็ต้องทำตามคำสั่ง...
ชุมพลจะพายุนอาไปแจ้งความ นิจชิตารู้สึกผิดขอไปด้วย ยุนอาเข้าใจความรู้สึกของเธอจึงบอกว่าขาเธอยังเจ็บไม่ต้องไปหรอก ได้ข่าวอย่างไรจะส่งข่าวให้รู้ทันที...นิจชิตากลับมาบ้านสวดมนต์อ้อนวอนขอให้วิญญาณแม่ของเธอช่วยคุ้มครองเอ็มอีวัน
เมื่อทำลายเอ็มอีวันเรียบร้อย นักฆ่าจิ๋วก็ให้รถบรรทุก
เอาซากเอ็มอีวันไปโยนคืนที่บ้านแล้วมาเบิกเงินกับเฮียฮุย พอ
เอาหลักฐานภาพถ่ายให้กับเฮียฮุย เฮียฮุยถึงกับหน้าเปลี่ยนสีทันที
"ลื้อล้ออั๊วเล่นใช่มั้ย อั๊วสั่งให้ลื้อไปทำลายมันไง"
"ก็ใช่ไงเฮีย ผมก็ทำแบบที่เฮียบอกแล้วไง ทำไมครับ หรือว่าเฮียไม่ชอบลายไทย แต่เฮียโทษผมไม่ได้นะ เพราะเฮียให้ผมทำลายแต่ไม่ได้บอกว่าทำลายอะไรนี่"
เฮียฮุยยิ่งฉุน "ไอ้เก๋าหมาเอ๊ย...อั๊วสั่งให้ลื้อทำลายไม่ใช่ทำลาย"
"ตกลงเฮียจะให้ผมทำลายหรือไม่ให้ทำลายกันแน่" นักฆ่าจิ๋วชักงง
เฮียฮุยโมโหสุดๆ "อยากรู้ใช่มั้ยว่าอั๊วให้ทำลายยังไง" ว่าแล้วก็ชักปืนออกมาไล่ยิง...
อดทนรอที่บ้านไม่ไหว นิจชิตาใช้ไม้ค้ำยันพาตัวเองมาหายุนอาเพราะอยากรู้ข่าวเอ็มอีวัน ไม่ทันไรก็มีเสียงโยนเหล็กที่หน้าบ้าน สองสาวรีบออกมาดู พบเอ็มอีวันกองอยู่ใน สภาพน่าตกตะลึงจนนิจชิตาต้องอุทาน "เอ็มอีวัน...พวกมันทำไมทำกับนายแบบนี้"
ในห้องแล็บที่สร้างขึ้นในบ้าน ยุนอาเข็นคิมมินโฮที่ยังนอนสลบเข้ามา ขณะที่ทีมงานกำลังล้อมจับเอ็มอีวันซึ่งยังไม่มีหัวใส่หน้ากากยอดมนุษย์ไว้แทน พอเห็นสภาพคิมมินโฮจึงหันมาดู ยุนอาบอกว่าเขาหายไปทั้งคืนแล้วกลับมาสภาพนี้ ระหว่างนั้นเอ็มอีวันแอบเดินหนีออกจากห้องแล็บ ยุนอาตกใจเพราะนิจชิตายังนั่งอยู่ในห้องรับแขก รีบวิ่งตามออกไป เอ็มอีวันเดินชนประตูโครม เสียงดังทำให้นิจชิตาต้องลุกมาดู ยุนอารีบโผล่มารับหน้า
"คุณยุนอานี่เอง...นึกว่าใคร"
"เอ่อ...ค่ะ คุณนิจมาทำอะไรตรงนี้คะ"
นิจชิตาบอกว่าเธอได้ยินเสียงแปลกๆ เสียงเอ็มอีวันเดินชนตึงตังยังดังอยู่ ยุนอารีบบอกว่านั่นเป็นเสียงก๊าซธรรมชาติ ที่ปะทุขึ้นมา เธอได้ยินอยู่ทุกวัน นิจชิตาจึงไม่ติดใจแต่ยังห่วงเอ็มอีวันอยากรู้ว่าเสียหายมากไหม ยุนอาบอกให้เธอกลับไปก่อน ทีมงานตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วจะโทร.ไปบอก ยุนอาพยุงนิจชิตาออกไปส่ง
พอนิจชิตากลับไปแล้ว ยุนอาพาเอ็มอีวันกลับเข้าห้องแล็บ คิมมินโฮค่อยๆฟื้น ทุกคนรีบดูแล ยุนอาถามอาการอย่างห่วงใย คิมมินโฮแปลกใจว่าเขากลับมาได้อย่างไร
"ยุนอาก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เมื่อเช้ามีคนมากดกริ่งที่หน้าบ้าน พอออกไปดูก็พบท่านรองนอนสลบอยู่ ท่านรองพอจะจำอะไรได้บ้างมั้ยคะ"
คิมมินโฮพยายามคิด จำได้ว่าตัวเขาอยู่ที่โรงเรียน จากนั้นจำอะไรไม่ได้ ยุนอาไม่เข้าใจว่าทำไมคนร้ายถึงทำกับชุดเอ็มอีวันแบบนั้น พอคิมมินโฮเห็นชุดเอ็มอีวันที่ถูกเขียนลายเป็นลายไทยเต็มตัวก็ถึงกับอึ้ง
ooooooo
นั่งเป็นห่วงเอ็มอีวันอยู่ แต่พอลุงปุ่นกับชุมพลปรึกษากันเรื่องกิจกรรม ชุมพลเสนอการออกกำลังกาย นิจชิตาได้ยินนึกได้ว่างานนี้เธอเป็นคนรับผิดชอบนี่ จึงค้านไม่เอาออกกำลังกาย
"เอ้า...ก็ลูกขาเจ็บยังงี้จะไปได้ยังไง ลูกก็รู้ว่าที่นั่นมันลำบากนะ"
"ใช่...แกอยู่นี่แหละ นานๆจะได้มีโอกาสอยู่กับปลัดเขาสองต่อสอง ถ้าขืนแกไป...ครูใหญ่ก็ไม่ได้อุ้มหลานซะทีซิ" ชุมพลเผลอพูดออกไป
ลุงปุ่นเอ็ดชุมพล นิจชิตายืนถมึงทึงเตรียมเอาเรื่อง ลุงปุ่นกับชุมพลรีบหนีตัวใครตัวมัน นิจชิตาลืมตัวก้าวตามสองคน ฉับๆ ทั้งสองหันมามองอย่างตกตะลึง "นิจ...ขา...ขาแกหายแล้ว"
"พ่อไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย หนูเคยบอกพ่อแล้วใช่มั้ยว่าหนูกับปลัด...ขา!...ไม่เจ็บ ไม่เจ็บแล้ว ขาหนูหายแล้ว" นิจชิตาลองย่ำเท้าดู พอรู้ว่าหายเจ็บก็ลองวิ่งดูอีก
"เกือบไปแล้ว ครูนี่...พึ่งพาอะไรไม่ได้เลยนะ ฉันกะว่าให้ไอ้นิจมันได้อยู่กับปลัดนั่นสองต่อสองแล้วเชียว นี่ถ้าปลัดเขารู้จะว่าไงเนี่ย" ลุงปุ่นบ่นชุมพลในขณะที่นิจชิตาวิ่งหายไป...
ด้านภูชิตหาทางออกไม่ต้องทำงานที่ไร่ของปรางด้วยการเอาเฝือกมาใส่ที่คอ แต่พอปรางพาทีมนักข่าวมาที่ไร่ เห็นภูชิตสภาพนั้น ปรางรู้ทันว่าเขาหลอก จึงตลบหลังบอกนักข่าวต่อหน้าเขาว่า "พวกพี่ๆดูปลัดภูชิตสิคะ แม้ว่าตัวเองจะบาดเจ็บ แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้ ถ้าเขายอมแพ้ตั้งแต่แรก เขาคงไม่มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าพวกพี่ๆแล้วล่ะค่ะ"
ภูชิตเหวอ ดึงปรางมากระซิบว่าจะทำอะไร ปรางย้อนถามว่าจะให้เธอบอกพวกนักข่าวว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรแค่ใจเสาะหรือ ภูชิตหน้าเจื่อนที่ปรางรู้ทัน รีบหันมาพูดกับพวกนักข่าวเองว่าถึงเขาจะบาดเจ็บอย่างไรก็ไม่เป็นตัวถ่วงทำให้ประชาชนไม่ได้เห็นสิ่งที่มีคุณค่า นักข่าวพากันชื่นชม...ปรางให้เขาเริ่มงานแรกคือให้อาหารไก่ในเล้า ภูชิตทำหน้าขยะแขยง ปรางยัดถุงอาหารใส่มือเขาแล้วดันเข้าไป นักข่าวยืนถ่ายภาพ ภูชิต ให้อาหารไก่เก้ๆกังๆแล้วลื่นล้ม อาหารไก่หกราดบนตัว ไก่รุมจิกกินตามตัว ปรางหันมาบอกพวกนักข่าว
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ปลัดเขาชอบให้อาหารไก่ด้วยวิธีนี้ เขาว่ามันจะทำให้เขากับไก่ใกล้ชิดกันมากขึ้น"
นักข่าวรีบเก็บภาพ ขณะที่ภูชิตร้องเสียงหลง...
ooooooo
การลงโทษชุมพลของนิจชิตาคือให้มาเป็นเพื่อนเธอเดินตลาด ซื้อของตามรายการที่จดให้ ตัวเธอเดินดูของอีกทางหนึ่ง...พอดีวันนี้คิมมินโฮออกมาตลาดเช่นกันเพื่อคุยกับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อขอซื้อที่ ติดอยู่ที่เดียวคือของป้าม่อมที่ไม่ยอมขาย ยุนอาบอกเหตุผล
"ป้าแกบอกว่าสามีแกไปทำงานเมืองนอก แกกลัวว่าถ้าย้ายไปแล้วสามีแกกลับมาจะไม่เจอน่ะค่ะ"
"แล้วถ้าเราติดต่อสามีแกได้ ก็ไม่มีปัญหาใช่มั้ย"
"ค่ะ...ดิฉันดำเนินการเรียบร้อยแล้วค่ะ"
คิมมินโฮชมเชยความเก่งของยุนอาที่รู้ใจเขามาตลอด ยุนอาขอกลับไปเอาเอกสารในรถ คิมมินโฮจึงให้ไปเจอกันที่ร้านป้าม่อม...คิมมินโฮเดินมาชนกับนิจชิตาที่เพิ่งออกจากร้านขายของแห้ง ทั้งสองตกใจเมื่อเห็นหน้ากันต่างสะบัดแขนที่ประคองกันออก
"โห...คิดว่าผมอยากโดนตัวคุณมากหรือไง"
"นี่...การที่นายเดินชนคนอื่น คำแรกที่ควรพูดก็คือคำว่า...ขอโทษ"
"ไม่เป็นไร ผมไม่ได้เจ็บอะไร"
"ฉันหมายความว่านายต้องขอโทษฉัน" นิจชิตาปรี๊ดสุดๆ
"ทำไมผมต้องขอโทษคุณด้วย คุณไม่คิดว่าคุณผิดบ้างรึไงที่อยู่ๆก็พรวดพราดออกมาจากร้านน่ะ" คิมมินโฮนึกได้ว่านิจชิตาเดินได้แล้ว จึงถามว่าหายแล้วหรือ
นิจชิตากลับย้อนถามว่าจะให้ลองเตะไหม คิมมินโฮโมโหที่เธอคอยแต่จะหาเรื่อง นิจชิตาสะบัดหน้าเดินหนีไปทาง คิมมินโฮจะเดินไปอีกทางแต่แล้วด้วยความเป็นห่วงจึงหันกลับมาเดินตามเธอ...
ยุนอาหยิบเอกสารในรถแล้วเดินไปร้านป้าม่อมไม่ถูก ยืนมองอยู่นาน ชุมพลเดินมาทักด้วยความดีใจ พอรู้ว่าเธอกำลังหาร้านป้าม่อม แต่ที่ตลาดนี้มีสองม่อม ม่อมขายเนื้อวัวกับม่อมขายเนื้อหมูอยู่คนละทิศกัน ยุนอาจำไม่ได้ ชุมพลจึงจะพาไปทั้งสองร้าน...
เดินผ่านร้านเสื้อชั้นในสตรี นิจชิตาจึงแวะเข้าไปดู คิมมินโฮยืนบ่นอยู่ห่างๆ "ฉันไม่ได้ห่วงเธอหรอกนะ ฉันกลัวต้องรับเลี้ยงผู้หญิงขาเป๋อย่างเธอตลอดชีวิตต่างหาก"
คิมมินโฮบ่นกับตัวเอง แต่แล้วรอจนเบื่อจึงเดินเข้าไปในร้านพูดแขวะนิจชิตาว่าขาเจ็บอย่างนี้ยังไม่กลับบ้านอีก นิจชิตาตกใจเมื่อมีผู้ชายมาดูเธอเลือกชุดชั้นในจึงว่าเขาไอ้โรคจิต
"นี่...เลิกว่าฉันแล้วก็กลับบ้านได้แล้ว"
"ฉันจะกลับตอนไหนมันก็เรื่องของฉัน" นิจชิตาทำเป็นเลือกต่อไปทั้งที่เขิน
คิมมินโฮเบื่อสุดๆจึงเลือกเสื้อชั้นในมาตัว "ของเธอมันประมาณนี้แหละ ไอ้พวกนั้นมันใหญ่ไปสำหรับเธอ"
"ว่าไงนะ!"
"หนู...ป้าว่าเชื่อคนจับเถอะ" แม่ค้าเห็นด้วย
"ฮ้า!" นิจชิตาอายปากคอสั่นปฏิเสธว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน
แต่คิมมินโฮส่งตัวที่เขาเลือกให้แม่ค้าใส่ถุงจ่ายเงินแล้วดึงมือนิจชิตาออกจากร้าน...พ้นมาได้นิจชิตาก็สะบัดมือออกโวยใส่ที่ไปพูดให้คนเข้าใจผิดว่าเธอเป็นอะไรกับเขา
"ทำไม อายเหรอ...คนอื่นที่ว่าน่ะหมายถึงปลัดคนเก่งของคุณหรือเปล่า"
"ฉันจะหมายถึงใครมันก็เรื่องของฉัน...เลิกยุ่งกับฉันซะที" นิจชิตาเดินโมโหออกไป
ไม่ว่านิจชิตาจะเดินหนีอย่างไร คิมมินโฮก็เดินตามด้วยความเป็นห่วง เธอจึงแกล้งเดินหนีเข้าซอกซอยจนเขาตามไม่ทัน ระหว่างที่เธอเดินพะวงหน้าพะวงหลังก็ชนเข้ากับ
คิมมินโฮที่มาดักหน้า คิมมินโฮว่าเธอเล่นเป็นเด็กๆไปได้ แล้วดึงเธอเดินไปกับเขา นิจชิตาร้องไม่ไป
"ฉันหิวแล้ว กินข้าวเสร็จแล้วฉันจะไปส่งที่บ้าน..."
ขณะเดียวกัน ชุมพลพายุนอาเดินหาร้านป้าม่อม เจอร้านขายเสื้อผ้ากีฬา เขาหยุดมองเสื้อบอลทีมโปรด เขาบอกเธอว่ามันเป็นความฝันตอนเด็กที่เขาอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่ตอนนี้เป็นครูพละก็ได้เตะบอลเหมือนกัน ยุนอามองเสื้อตัวนั้นอย่างมีความคิดบางอย่าง...พอหาร้านป้าม่อมจนเหนื่อย ชุมพลจึงชวนยุนอาแวะทานเป็ดพะโล้เจ้าอร่อย แล้วทั้งสองก็แปลกใจเมื่อพบคิมมินโฮนั่งอยู่ในร้านกับนิจชิตา แถมคิมมินโฮ กำลังคาบตูดเป็ดเต็มปาก
ชุมพลกับยุนอาเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ ทำหน้าเหม็นๆขณะที่คิมมินโฮสะอิดสะเอียนกับรสชาติตูดเป็ดที่โดนหลอกให้กิน นิจชิตานั่งขำสะใจ
"คุณทำอย่างนี้ต้องการจะแกล้งผมชัดๆ" คิมมินโฮต่อว่าเมื่อรู้ว่านิจชิตาหลอกให้กิน
"ก็ใครจะไปคิดว่านายจะซื่อบื้อเชื่อว่าคนเขาจะกิน
ตูดเป็ดจริงๆ ไม่มีไหวพริบแล้วยังจะว่าคนอื่น"
"ที่ฉันยอมเชื่อเธอก็เพราะฉันคิดว่าคนที่คิดดีย่อมได้สิ่งดีตอบแทน ไม่คิดว่าฉันจะทำดีกับงูเห่า"
นิจชิตาทำท่าจะเถียง ยุนอารีบห้าม ชุมพลช่วยตัดบทชวนให้ช่วยกันคิดกิจกรรมที่จะออกค่ายดีกว่า ยุนอาจึงถามว่าค่ายอะไร คิมมินโฮเผลอตอบแทนว่ากิจกรรมสร้างรอยยิ้ม
นิจชิตามองแปลกใจที่เขารู้ คิมมินโฮนึกได้รีบแก้ตัวว่าเอ็มอีวันรายงานเขา นิจชิตาจึงพูดขึ้นว่า
"ฉันจะให้เอ็มอีวันไปด้วย เด็กๆที่นั่นต้องชอบเอ็มอีวันแน่ๆ"
ทั้งคิมมินโฮและยุนอาตกใจร้องฮ้า!...
ขณะเดียวกัน ภูชิตโดนปรางใช้ให้ปีนเก็บมะม่วงจนตกลงมา เธอยังบอกนักข่าวว่านั่นเป็นวิธีลงของเขา ทำให้พวกนักข่าวยิ่งประทับใจ จากนั้นยังต้องล้างเล้าไก่อีก แถมมื้อกลางวันยังไม่มีข้าวให้กิน เธอทำให้นักข่าวกินกันหมด อ้างว่าเขาไม่กินมื้อกลางวัน...ภูชิตเหนื่อยใจแทบขาด หลบมามุมหนึ่งเห็นแท็งก์น้ำตั้งอยู่รีบเข้าไปดื่มกิน
"ต้องเป็นน้ำยัยนั่นแน่ๆ หึ...เสร็จฉัน...." ภูชิตดื่มเอื้อกๆพอได้ยินเสียงปรางก็รีบหลบ
เสียงปรางอธิบายให้ทีมนักข่าวฟัง "พี่ๆได้ทานอาหารฝีมือปรางกันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูอาหารของต้นไม้ภายในไร่ ดีกว่าค่ะ"
ปรางพาทีมนักข่าวชมหัวเชื้อปุ๋ย เคล็ดลับที่ทำให้ ต้นไม้ในไร่เธอสมบูรณ์ แค่เอาเศษผักเศษอาหารมาหมักไว้ ประมาณสามวัน ภูชิตได้ยินก็สำลักพรวดออกมา เพราะที่เขาดื่มเข้าไปคือหัวเชื้อปุ๋ย...งานสุดท้ายที่เขาต้องทำคือดำนา ภูชิตแกล้งขอให้ปรางลงมากางร่มให้เขา แล้วกระซิบ "วันนี้ฉันยอมให้เธอหนึ่งวัน คอยดูเถอะ ฉันจะบอกโรงสีทุกโรง โรงรับจำนำพืชผลทุกที่ว่าห้ามรับของที่มาจากไร่ของเธอ ปรางโกรธแกล้งกระแทกภูชิตจนหน้าทิ่มลงไปในโคลน ภูชิตโมโหควักโคลนขึ้นมาโปะหน้าปราง เกิดการตะลุมบอนกันจนเลอะเทอะทั้งสองฝ่าย...
คิมมินโฮเช็กกับทีมงานว่าชุดเอ็มอีวันจะซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ ทีมงานตอบว่าประมาณอาทิตย์หนึ่ง เพราะต้องรอสีจากทางเกาหลี คิมมินโฮรู้ว่าไม่ทันแน่ พอแจ้งให้นิจชิตารู้ ดูเธอผิดหวังมาก ยุนอาจึงถามว่ามีความจำเป็นอะไรต้องให้ เอ็มอีวันไปค่ายด้วย นิจชิตาจึงบอกว่าเธอสงสารเด็กๆ "รู้มั้ยค่ะว่าที่นั่นน่ะ...เด็กๆได้ฟังวิทยุเครื่องเล็กๆประจำหมู่บ้านก็ดีใจกันแล้ว...และถ้าพวกแกได้เห็นหุ่นยนต์จริงๆ คิดดูสิคะว่าพวกแกจะดีใจแค่ไหน"
คิมมินโฮได้ฟังเข้าใจและเห็นใจนิจชิตา เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา...
ooooooo










