สมาชิก

เงากามเทพ

ตอนที่ 14

ตอนที่โรมกับลักษมนออกไปจากห้องนั้น กมลทัตรู้สึกกลัวจนหน้ามืด ร้องเรียกพิศเพลินเพื่อจะบอกว่าเขาไม่ค่อยสบาย แต่พิศเพลินไม่ฟังเสียงเรียกของกมลทัต กลับวิ่งตามโรมกับลักษมนออกไป โรมเดินออกมาไกลแล้ว เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของพิศเพลินวิ่งตามมาพร้อมเสียงเรียก

"โรมๆ คุณโรม เดี๋ยว รอก่อน..."

โรมหันกลับไปมองแล้วหยุดรอ พิศเพลินกระหืดกระหอบเข้ามายืนหอบแฮ่กๆ ถามว่า

"โรม...แล้ว...แล้วความจริงเธอไปเจอเทียนได้ยังไง ใครเป็นคนเอาเทียนไปเลี้ยง แล้วเขาไปอยู่กันที่ไหน"

โรมถอนใจตอบว่า "มันคงเป็นชะตากรรมให้ฉันได้เจอกับเทียนมากกว่า ฉันคงอธิบายให้เธอฟังได้แค่นี้แหละพิศเพลิน"

"แล้วเทียนรู้ความจริงหรือยัง  เธอบอกความจริงให้ เทียนรู้แล้วหรือยัง?"

"ตอนแรกฉันคิดว่าจะบอกความจริงให้เทียนรู้เมื่อได้ แก้แค้นกมลทัตให้ถึงที่สุดเสียก่อน เธอก็รู้ดีอยู่แล้วนี่ว่า กมลทัตมันทำอะไรกับฉันกับกมัยธรกับเธอเอาไว้บ้าง แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว เจอเทียนเมื่อไหร่ฉันจะพาเทียนหนีไปจากความวุ่นวายทั้งหมดนี้ เพราะฉันแน่ใจแล้วว่าเทียนคงไม่อยากเป็นลูกของคนอย่างกมลทัตหรอก" โรมบีบแขนของพิศเพลินเบาๆแล้วเดินไปกับลักษมนอย่างเร่งรีบ พิศเพลินค่อยๆทรุดลงนั่งกับพื้นพูดแต่คำว่า เทียน เทียนเป็นลูกของแม่ เทียนลูกของแม่

ไม่มีใครรู้ว่าตอนที่เทียนวิ่งหนีออกมาจากห้องกมลทัตนั้นเธอเบลอขนาดไหน คำพูดของกมลทัตที่พยายามแก้ตัวว่า "พ่อฉันป่วยมาก พูดซ้ำๆซากๆว่าให้เอาหลานชายมาให้ดูก่อนตายให้ได้ ฉันเลยต้องเปลี่ยนตัวหนูกับกุลชาติ หลังจากนั้นฉันก็ส่งเสียให้ใช้กับถมยาเลี้ยงดูหนูอย่างดีที่สุด แต่ใช้กับถมยามันโลภมากเรียกเงินค่าไถ่ตัวหนู ฉันไม่ยอมให้เงินพวกมัน มันก็เลยเอาตัวหนูหนีไป ฉันตามหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ส่วนไอ้โรมที่มันโกงบริษัทของพ่อฉัน   พอดีกมัยธรรู้ความจริงมันก็เลยวางแผนฆ่ากมัยธรทิ้ง"

คำพูดเหล่านี้ทำให้เทียนสับสนจนเบลอเดินลงไปกลางถนน รถคันหนึ่งวิ่งมาบีบแตรดังสนั่น เทียนตกใจจนเป็นลมไป พอฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นรถคนนั้นแล้ว แต่ตัวเองไปนอนหลับพิง

ถังขยะอยู่ อาจจะเป็นคนขับรถเห็นว่าไม่ได้ชนแล้วลากเธอขึ้นไปนั่งพิงอยู่ก็เป็นได้  ได้ยินเสียงชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาพูดกันพึมพำ เทียนลุกขึ้นนั่งขยี้ตา พวกคนที่ยืนดูอยู่เห็นว่าเด็กสาวตื่นแล้วจึงพากันเดินจากไป เทียนยกเข่าขึ้นมากอด น้ำตาไหลพราก พูดออกมาว่า

"ทำไมรถไม่ชนให้ตายไปเลยนะ อยากไปอยู่กับพ่อใช้ แม่ถมยาเต็มที่แล้ว...เออ...จริงสิ ก็เทียนไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่นี่ พ่อกับแม่เลยไม่อยากให้เทียนไปอยู่ด้วย พ่อกับแม่คงไม่รักเทียนแล้ว แล้วต่อไปนี้เทียนจะอยู่กับใคร พ่อจ๋า แม่จ๋า"

เทียนซบหน้าสะอื้นกับแขนตัวเอง เป็นขณะเดียวกับที่โรมกับลักษมนขับรถเที่ยวตามหาแต่มองไม่เห็นเทียนที่นั่งฟุบอยู่กับถังขยะข้างถนน โรมกับลักษมนตามหาเทียนจนเหนื่อยอ่อนก่อนจะกลับบ้าน โรมยังฝันว่าเห็นเทียนกำลังปีนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำจะโดดน้ำฆ่าตัวตาย โรมร้องตะโกนออกมาจนสุดเสียงแล้วก็ตื่นขึ้นเพราะเสียงตะโกนของตัวเอง

ooooooo

บ่ายวันนั้นกมลทัตได้ออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้าน พอรถจอดพิศเพลินไม่สนใจเดินลงไปยืนคอยเฉยๆ คนขับต้องลงมาประคองกมลทัตออกจากรถ เด็กรับใช้รีบวิ่งออกมารับ พิศเพลินสั่งเด็ก

"นี่วัน ช่วยพาคุณผู้ชายเข้าบ้าน หาอะไรให้กินด้วย ห้ามกาแฟ เหล้า เบียร์ เสร็จแล้วจัดยาตามที่หมอเขียนไว้ ที่หน้าซองนั่นให้เขาด้วย ฉันจะออกไปข้างนอก"

"เธอจะไปไหน?" กมลทัตถาม

"ฉันจะไปตามหาลูกเทียน" พิศเพลินตอบอย่างไม่มีเยื่อใย

กมลทัตเสียงดังทันที "จะไปทำไม ก็รู้แล้วว่าฉันสั่งให้ ภาสกรมันมาช่วยตามหาแล้ว"

"คุณสั่งให้ตามหาหรือว่าให้ฆ่ากันแน่?"

"ฉันไม่ใช่ยักษ์ใช่มารสักหน่อย ถ้าฉันคิดจะทำ เทียนก็ตายไปนานแล้ว รู้เอาไว้ซะด้วย"

"ฮึ...ยังมีหน้ามาพูดอีก ที่คุณทำมาตั้งแต่ต้นมันก็คือการฆ่าลูกฆ่าเทียนให้ตายทั้งเป็น" พิศเพลินเสียงแข็งและกระแทกคำสุดท้ายใส่อีกว่า "...แล้วก็ฆ่าฉัน ฆ่ากุลชาติด้วย สิ้นคิดจริงๆ"

กมลทัตเสียงคับบ้านทันที "แล้วยังไงล่ะ ก็เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว เอาสิ...เชิญเลย เชิญไปร้องแรกแหกกระเชอให้ชาวบ้านชาวช่องมันรู้กันให้หมด แล้วก็ให้ไอ้กุลชาติมันรู้กำเนิดมันด้วยอีกคน จะได้เข้าทางไอ้โรมมัน มันจะได้กระทืบฉันให้จมดินไปซะเลย ใครวะที่สิ้นคิดกันแน่ สิ่งที่เธอควรจะทำคือทำทุกอย่างให้เทียนมาอยู่ข้างเรา แล้วก็ขอร้องไอ้โรมให้มันปกปิดเรื่องที่มันรู้เอาไว้ แล้วฉันจะจัดการเรื่องที่เหลือเอง"

พิศเพลินยังไม่ทันโต้ตอบ รถของภาสกรก็แล่นเข้าบ้านมาแล้วจอดลงข้างๆกมลทัต ลงจากรถมาพากมลทัตเข้าบ้านเองเพื่อจะได้ไปคุยกันสองต่อสอง พอเข้ามาถึงห้องทำงาน กมลทัต รีบถามทันที

"สรุปว่าเราต้องทำยังไงบ้างภาสกร?"

"ยังไงก็ต้องกำจัดเทียนทิ้งครับ  เพราะตอนนี้ถ้าพวกไอ้โรมมันเอาเทียนมาเปิดโปงความจริงเมื่อไหร่ เราก็จบเห่ เมื่อนั้น" ภาสกรพูดเหมือนกับการฆ่าคนตายสักคนหนึ่งไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับเขา

กมลทัตอึ้ง "ไม่มีทางเลือกอื่นอีกเลยเหรอ?"

ภาสกรส่ายหน้า "ตอนนี้ท่านต้องรีบจัดการรับกุลชาติเป็นบุตรบุญธรรมซะก่อน อย่างน้อยก็ยังได้อะไรติดมือมาบ้าง"

"ได้ แกไปเดินเรื่องให้เรียบร้อย แล้วส่งคนของแกไปหาตัวเทียนมาให้ได้ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน แล้ว...อย่าทำอะไรนอกเหนือคำสั่งของฉันอีกล่ะภาสกร" ประโยคท้ายจบลงด้วยการชี้หน้าภาสกร

ooooooo

ที่บ้านโรม ปาหนันเห็นสายมากแล้วแต่ตัวเองยังไม่ได้กินข้าวเลยรู้สึกหิวมาก เธอเดินไปที่ในครัว เปิดตู้เย็นหยิบหมูออกมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆได้ส่วนหนึ่งเหลือนอกนั้นเก็บเข้าตู้ตามเดิม หยิบกระจาดผักออกมาหั่นแล้วหมุนตัวหากระทะกับตะหลิว เลยหันไปเจอป้าทิพย์ยืนหน้าคว่ำอยู่ตรงประตู

"จะทำอะไร" ป้าทิพย์ถามเสียงดุๆ

"ผัดผักใส่หมูฮะ" ปาหนันตอบเบาๆ

"บ้านนี้เขากินข้าวกินปลากันเป็นเวลา ตอนมื้อเช้าทำไมไม่กินพร้อมคนอื่น"

"ก็ตอนเช้าหนันไม่หิวนี่ฮะ ที่บ้านหนันก็กินกันเป็นเวลาคือเวลาหิวถึงกิน" ปาหนันทำท่ายวนใส่

"นี่อย่ามาทำปากดีกับฉันนะปาหนัน พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือยังไง เรื่องมารยาทการพูดการจากับผู้หลักผู้ใหญ่"

"อะไรวะ แค่หาอะไรกินก็มาลามปามกันถึงพ่อแม่... ไม่หิวก็ได้วะ" ปาหนันจะเดินออกจากครัว เหลือบไปเห็นบะหมี่สำเร็จรูปวางอยู่เลยฉวยติดมือออกไปด้วย เดินออกไปที่ระเบียงนั่งลงแกะซองบะหมี่ออกกินแบบนั้นโดยไม่สนใจโรมที่นั่งจิบกาแฟอยู่

"หิวข้าวก็ให้เด็กทำอะไรให้กินสิปาหนัน กับข้าวกับปลาเยอะแยะไป" โรมบอก

"ทำกับข้าวไม่ใช่ปัญหาหรอกฮะนาย แต่โดนป้าทิพย์ ด่านี่สิหมดอารมณ์" ปาหนันหยิบบะหมี่เข้าปากอีก ป้าทิพย์เดินออกมาทันที

"ฉันแค่บอกว่าที่บ้านนี้กินกันเป็นเวลา เธอมาเถียงฉันทำไม"

ปาหนันยักไหล่ "ก็หนันเพิ่งมาอยู่ ไหนป้าทิพย์ลองบอกสิคะว่าที่นี่กินกันเวลาไหนบ้าง"

เล่นพูดต่อหน้าโรมซึ่งแสดงว่าป้าทิพย์ยังไม่ได้แนะนำอะไรปาหนันเลย ป้าทิพย์เลยอึกอัก "เอ้อ...ตอนเช้าก็ราวๆเก้าโมง อาหารจะพร้อมที่โต๊ะรอคุณโรมลงมา เที่ยงตรงก็เหมือนกัน มื้อเย็นก็หกโมงหรือราวๆหนึ่งทุ่ม รอดูว่าคุณโรมพร้อมเมื่อไหร่"

ปาหนันยิ่งทำท่ากวนหนักขึ้นร้องออกมาว่า "เห็นมั้ย มันเป็นเวลาที่ไหน อะไรๆก็รอคุณโรม ถ้านายหัวอยากไปกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดนอกบ้านขึ้นมา หนันคงต้องขุดปลวกใต้ถุนบ้านกินสิฮะ"

"ต๊าย...ดูสิคะคุณโรม เด็กอะไรนิสัยไม่ดี ปากคอเราะร้าย" ป้าทิพย์แทบเต้น

โรมรู้ดีว่าป้าทิพย์ก็เกินไป แต่จะดุต่อหน้าเด็กก็จะทำให้เด็กไม่เคารพ โรมเลยบอกปาหนันว่า "เอาละ...พอทีเถอะ เรื่องไม่เป็นเรื่อง ปาหนันขอโทษป้าทิพย์ซะ"

ปาหนันยกมือไหว้ขอโทษ แถมด้วยการบ่นก่อนจะเดินออกไปนอกห้องว่า "รู้อย่างนี้ไปอยู่หอพักอย่างเดิมดีกว่า"

โรมรีบเรียกเอาไว้ ป้าทิพย์เลยค้อนปาหนันแล้วเป็นฝ่ายไปเอง โรมบอกปาหนันว่า "ไม่ได้นะปาหนัน ฉันรับปากกับพ่อแม่เธอเอาไว้แล้วว่าจะดูแลเธออย่างดี แล้วอีกอย่างถ้าเทียนรู้ว่าฉันพาเธอมาแล้วปล่อยให้เธอหนีไป เทียนต้องโกรธฉันแน่ๆ"

"เทียนหายไปอย่างนี้ นายหัวคงเป็นห่วงเทียนมากสิฮะ" เวลาอยู่กับโรมปาหนันจะเรียบร้อยทั้งการพูดจาหรือกิริยามารยาท

โรมพึมพำว่า "ใช่...ห่วงมาก มากที่สุดในชีวิตของฉันเลย"

ลักษมนเดินเข้ามาพูดเหมือนบ่นกับตัวเองว่า "สงสัยมื้อเที่ยงนี้อาหารคงไม่อร่อย ป้าทิพย์บ่นเป็นหมีกินผึ้งเรื่องอะไรก็ไม่รู้"

โรมกับปาหนันรู้เท่าๆกันแต่โรมไม่พูด กลับบอกลักษมนว่า "ลักษมน ฉันฝากปาหนันไปโรงเรียนกับแกด้วยก็แล้วกัน ก่อนเปิดเทอมจะได้เรียนพิเศษภาษาไปก่อน"

ทั้งลักษมนและปาหนันทำหน้าเหวอไปทั้งคู่ แต่ลักษมนก็จำต้องพาปาหนันไปด้วย หลังจากกินข้าวเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พอลงจากรถลักษมนก็เดินเข้าไปที่ห้องทำงานโดยไม่ชวนปาหนัน ปาหนันจำต้องเดินตามไปอย่างโมโหเล็กน้อย เข้าในห้องเห็นพนักงานกำลังเช็กใบสมัครอยู่ ลักษมนถามถึงจำนวนคนมาสมัคร พนักงานตอบว่าขออีกสองสามคนก็เต็มคลาสแล้ว ลักษมนเลยบอกว่า

"งั้นเพิ่มคนนี้เข้าไปด้วยอีกคน เขียนใบสมัครแล้วพาไปหาผมที่ห้อง" พูดจบก็เดินไปห้องทำงานของตัวเองทิ้งปาหนัน ไว้ให้เป็นหน้าที่พนักงาน พักใหญ่ๆปาหนันก็ตามเข้าไปที่ห้อง เห็นลักษมนกำลังอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาบอกเธอว่า

"เดี๋ยวจะดูหลักสูตรของเธอให้ เรียนคณะอะไร วิชาเอกอะไรล่ะ"

"รัฐศาสตร์การปกครอง ภาษาอังกฤษสี่ตัวสอบได้หมดแล้ว" ปาหนันตอบแล้วมองหน้าเขาแบบกวนๆ

"ภาษาอังกฤษต้องเรียนรู้ฝึกหัดบ่อยๆ เวลาต้องใช้งานจะได้คล่อง" ลักษมนทำเป็นไม่สนใจอาการปาหนันแต่ ปาหนันก็กวนกลับอีกว่า

"เอาไว้ไปเรียนกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยดีกว่า เรียนกับนายจะได้อะไรก็ไม่รู้ท่าทางก็ไม่ให้ ถามจริงๆที่นี่เป็นโรงเรียนเถื่อนรึเปล่า มีใบรับรองจากกระทรวงมั้ย"

"ไม่มีหรอก" ลักษมนตอบเสียงเรียบๆแต่กลับลุกขึ้นเดินไปล็อกประตู หันกลับมาทำหน้าเหี้ยมใส่ "ที่นี่ฝึกภาษาให้พอพูดได้งูๆปลาๆแล้วก็เอาไปขายบริการให้พวกฝรั่ง แต่อย่างเธอคงขายไม่ได้ราคาหรอก พวกก้ำๆกึ่งๆครึ่งๆกลางๆทางเพศแบบนี้" พูดไม่พูดเปล่า ลักษมนเดินย่างสามขุมเข้าไปหาปาหนัน ปาหนันมองหัวเขาจดเท้ากลับไปกลับมา พอเห็นลักษมนเดินเข้าใกล้ได้ระยะก็ฮุกซ้ายฮุกขวาเข้าหน้าท้อง ลักษมนทรุดลง
ไปกองกับพื้น ปาหนันเชยคางขึ้นจ้องหน้าแล้วถามออกมาด้วยภาษาอังกฤษแปลเป็นไทยว่า "เป็นยังไงฮะครูลักษมน บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่าอย่าข่มเหงสตรี เด็ก คนชราและทอม จำเอาไว้"

ขณะที่ลักษมนกำลังถูกปาหนันสอนบทเรียนให้อยู่นั้น โรมกำลังอยู่นอกบ้านเที่ยวเดินแจกรูปเทียนที่หน้าห้างบ้าง ที่ป้ายรถเมล์บ้าง ถามใครก็ไม่มีใครรู้จักเลย จนเหนื่อยจึงกลับไปบ้าน ไปนั่งอยู่ในห้องรับแขกเอนหลังพิงโซฟาหวนคิดถึงอดีตตอนที่อยู่กับเทียนสองคนหลายครั้งหลายคราว  แม้กระทั่งครั้งสุดท้ายที่อยู่ด้วยกันในเต็นท์ที่หาดทราย เมื่อเขาห่มผ้าให้เทียนและล้มตัวลงนอนโดยเทียนหันมาซบอกเขาทั้งๆที่กำลัง
หลับอยู่ โรมสะดุ้งเมื่อคิดมาถึงตอนนี้เพราะเสียงปาหนันกับลักษมนเดินเข้ามาในห้อง

"กลับมากันแล้วเหรอ นั่งก่อนสิ" โรมบอกสองคนนั่น แต่ลักษมนรีบบอกว่า

"ขอตัวพี่ เจ็บท้อง ไปหายาทาก่อน" พูดจบก็หันไป ค้อนปาหนันก่อนเดินเข้าห้องไป ปาหนันทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ ลงนั่งเก้าอี้ข้างๆโรม ถามว่า

"ได้เรื่องมั้ยฮะ ได้ข่าวคราวเทียนอะไรบ้างหรือเปล่าฮะ"

โรมส่ายหน้าบอกว่า "เขาคงตั้งใจหนีฉันไป"

"เทียนเขาสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็กๆ คงเอาตัวรอดได้หรอกฮะ พอคิดได้ก็คงจะติดต่อกลับมาเองแหละ"

โรมยิ้มเนือยๆ "เห็นเธอแล้วฉันคิดถึงตอนเจอเทียนใหม่ๆ ตอนนั้นเทียนเขาก็ปลอมตัวเป็นผู้ชาย แต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือเทียนเขาขี้แย ขี้น้อยใจกว่าเธอเยอะเลย"

สองคนต่างยิ้มให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ปาหนันขอตัวกลับไปห้อง พอดีมีโทรศัพท์เข้ามาหาโรม เป็นตำรวจโทร.มา โรมตอบกลับไปว่า

"ใช่ครับท่านรอง ขอความกรุณาด้วยนะครับ ก็ตามรูปกับเบอร์โทรศัพท์ที่ผมให้ไปนั่นแหละครับ ขอบคุณครับ..." โรมเก็บโทรศัพท์แล้วเงยหน้ามองป้าทิพย์ที่เห็นว่าเข้ามานานแล้วและมองเขาอยู่ "มายืนจ้องผมทำไมครับป้าทิพย์ นั่งก่อนสิ"

ป้าทิพย์กระแทกก้นลงนั่งเป็นการบอกให้รู้ว่าตอนนี้แกอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พอโรมถามก็ตอบออกมาทันทีว่า "พอเด็กเทียนไป เด็กใหม่ก็เข้ามาเลยนะคะ แต่คนนี้ออกจะก้าวร้าวรุนแรงกว่าเด็กเทียนเยอะ"

"อย่ามองโลกในแง่ร้ายสิครับป้าทิพย์ เด็กวัยรุ่นก็เป็นอย่างนี้แหละ พอโตขึ้นเขาก็พัฒนาไปในทางที่ดีเอง เราควรให้ โอกาสแล้วก็ชี้นำสิ่งที่ดีๆให้เขาดีกว่า จริงมั้ยครับ"

ป้าทิพย์ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา พูดอย่างโมโหๆว่า "ดูสิ มาหลอกถอนหงอกด่าป้า ป้าว่าคุณโรมนั่นแหละรสนิยมทางเพศ ผิดเพี้ยน...เฮ้อ...พูดแล้วก็คิดถึงหนูมนจริ๊ง"

"นี่จนป่านนี้ป้ายังไม่รู้ตัวอีกเหรอครับ ว่ามนเขาไม่ได้ หวังดีอะไรกับพวกเราเลยสักนิดเดียว" โรมพูดพลางถอนใจพลาง แต่ป้าทิพย์ก็ยังดันทุรังเหมือนไม้แก่ที่ตอกตะปูไม่ค่อยจะเข้า

"ทุกสิ่งทุกอย่างที่หนูมนทำลงไปก็เพราะรักคุณโรมต่างหาก ทำไมคุณโรมไม่คิดในแง่นี้บ้าง"

คำพูดของป้าทิพย์ทำเอาโรมเพิ่งนึกอะไรออกมาได้

"จริงสิ ทำไมไม่คิด มนอาจจะรู้เห็นถึงการหายไปของเทียนก็เป็นได้" โรมผลุนผลันออกจากบ้านไปทันที

ooooooo

ที่คอนโดฯของมนทิรา วันนี้เธอเมาแอ่นกลับมาถึงเมื่อค่อนดึกมากแล้ว หยิบการ์ดจะเสียบประตูก็ทำหล่นจากมือ โรมเดินเข้ามาเก็บยื่นให้ มนทิราตะลึง โรมจึงเสียบการ์ดแล้วพาเธอเข้าไปในห้อง พอเขาถามถึงเทียน มนทิราก็ฉีกปากหัวเราะเสียงดัง ชะโงกหน้ามาใกล้หน้าโรม พูดอ้อแอ้ว่า

"นี่คุณกล้าดียังไงมาถามหาเทียนกับมน คิดเหรอว่า จะบอก ฝันไปเถอะ"

โรมจับตัวที่เอนไปเอนมาของมนทิราแล้วบอกว่า "พอ ได้แล้วนะมน เลิกคิดทำร้ายเทียนได้แล้ว เทียนก็แค่เด็กผู้หญิงคนนึง ไม่มีพิษมีภัยอะไรกับคุณหรอก"

มนทิราสะบัดตัวออกจากการจับของโรม "มันนั่นแหละนังงูพิษ มันแย่งคุณไปจากมน"

"มีเหตุผลหน่อยสิมน คุณกับผมจบกันก่อนที่ผมจะเจอเทียนซะอีก"

"งั้นคุณพูดออกมาเดี๋ยวนี้เลย ว่าคุณรักนังเด็กนั่น" มนทิราตะคอก

"ใช่...ผมรักเทียน" โรมตอบเสียงหนักๆ

"ว้าย...ไป คุณออกไปจากห้องฉันได้แล้ว ไม่มีวันที่คุณจะพบอีเทียนแบบเป็นๆหรอก จำคำฉันเอาไว้"

"ผมจะไม่ไปไหนจนกว่าคุณจะบอกว่าเทียนอยู่ที่ไหน หรือจะให้ผมแจ้งความคดีเก่าของคุณ"

"แจ้งไปเลย คุณมีพยานหลักฐานอะไรไม่ทราบ ก็ไอ้แค่วางยาสลบ...จิ๊บจ๊อย..." มนทิราร้องท้า โรมเห็นท่าไม่ สำเร็จแน่เลยเดินไปที่ประตู แต่ยังไม่ทันเปิดมนทิราก็ผวาตามหลังเข้าไปกอดเขา "มนบอกคุณก็ได้ว่าเทียนอยู่ที่ไหน แต่

คืนนี้คุณต้องอยู่ที่นี่กับมน เราสองคนจะกลับมารักกันเหมือนเดิม"

พูดไม่ทันจบก็ถูกโรมผลักออกจากตัวเขาแล้วเปิดประตูออกไปเลย ทิ้งมนทิรายืนกระทืบเท้าตะโกนเรียก

"กลับมาเดี๋ยวนี้โรม โรม อย่าทำอย่างนี้กับฉัน..."

โรมไม่เพียงแต่ไม่เหลียวหลัง แต่เดินแทบเป็นวิ่งไปที่ลิฟต์อย่างเร็วเลย

เช้าวันใหม่ มนทิราไปหาเจนเพื่อนคู่ใจ สองคนไปนั่งกินกาแฟกันพลางซุบซิบเรื่องของเทียน มนทิราเล่าเรื่องที่โรมไปหาเธอเมื่อคืนนี้จริงบ้างใส่ไข่บ้าง เจนฟังหูตาตื่นร้องออกมาว่า

"ต๊าย ดัดจริตสิ้นดี พอเธอบอกว่าเป็นลูกสาวคุณกมลทัตก็เลยหนีออกจากบ้าน มันควรจะจัดปาร์ตี้ฉลองถึงจะถูกเนอะ"

มนทิรานิ่งคิด "เอ...หรือว่ามันจะถูกตามล่า ไม่ใช่ถูกตามหา เพราะกมลทัตปกปิดเรื่องมันเป็นลูกจะตายไป"

เจนคล้อยตามทันที     "เออซิ...เรื่องนี้มันซับซ้อน

ปวดหัวว่ะ  ฉันว่าเธอเลิกหวังกับนายโรมได้แล้ว  ลืมๆไปซะ แล้วหาใหม่ดีกว่านะ  เด็กๆเดี๋ยวนี้เด็ดๆเยอะแยะ"

"แต่มันเสียหน้าฉัน แล้วก็เจ็บใจด้วย แล้วที่สำคัญฉันเองก็อยากจะรู้ว่าตอนนี้นังเทียนมันเป็นตายร้ายดียังไงด้วย" มนทิราเองก็ไม่รู้ว่าเทียนอยู่ไหนเหมือนกัน เมื่อคืนนี้กะจะหลอกฟันโรมเท่านั้นเอง

เทียนตอนนี้ตัดผมสั้นเป็นเด็กผู้ชายเหมือนตอนที่อยู่หัวหินแล้ว และมาเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ในร้านกาแฟที่มนทิรากับเจนกำลังนั่งกินกันอยู่นั่นเอง ขณะกำลังยกกาแฟมาเสิร์ฟลูกค้า เทียนมองเห็นมนทิรากับเจนนั่งอยู่ในร้านด้วย เธอตกใจจนทำแก้วกาแฟที่กำลังยกเสิร์ฟลูกค้าหกใส่ตักลูกค้าชายคนนั้น ลูกค้าร้องเฮ้ย แต่เทียนวิ่งหนีจู๊ดกลับไปหลังร้านแล้ว ผู้จัดการเดินเข้ามาถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเทียน คำว่าเทียนดังไปถึงหูมนทิราที่กำลังจ้ออยู่กับเพื่อน มนทิราชะงัก หันมามองแต่ จำเทียนไม่ได้ ผู้จัดการเดินออกไปขอโทษแขกบอกว่า

"ไอ้เทียนเป็นเด็กเสิร์ฟมาใหม่ครับ มันคงจะตื่นเต้นยังไม่เคยงานต้องขอโทษด้วยครับ"

มนทิราบอกกับเจนว่าเมื่อกี้ได้ยินผู้จัดการร้านบอกว่า

มีเด็กเสิร์ฟมาใหม่ชื่อเทียน ขอไปดูตัวมันหน่อยเถอะ มนทิราเดินตามเทียนไปหลังร้าน เทียนเห็นท่าไม่ดีรีบก้มหน้าลงจามใส่ชามแป้งสาลีสำหรับทำขนมจนหน้าเปรอะแป้งเต็มไปหมด มนทิราเข้าไปถาม เทียนจึงทำเป็นลูกคนจีนพูดไทยไม่ชัดตอบเงอะๆงะๆ จนมนทิราเชื่อว่าไม่ใช่เทียนเลยเดินออกไปหาเจนที่ด้านนอก เทียนถอนหายใจอย่างโล่งอก

ooooooo

ที่ห้องทำงานของกมลทัตในบริษัท กุลชาติซึ่งมาทำงานแทนพ่อตอนนี้กำลังนั่งเอนตัวเอาขาพาดโต๊ะเพราะเมายาจนหลับ พนักงานถือแฟ้มเดินเข้ามาแกล้งทำเสียงรองเท้าให้ดังกว่าปกติ แต่กุลชาติก็ยังกรนครอกๆอยู่นั่น จนเธอเดินเข้ามาถึงโต๊ะแล้วแกล้งกระแอม กุลชาติก็ยังไม่ตื่น ไม่รู้จะทำวิธีไหนดีเลยแกล้งทำแฟ้มทั้งตั้งหล่นพื้นดังโครม กุลชาติถึงสะดุ้งตื่น

"อ้อ...เอ้อ...มีอะไรเหรอน้อง?"

"เอกสารอนุมัติโครงการสวนปาล์มที่ริมทะเลชุมพรที่คุณกุลชาติต้องเซ็นชื่อค่ะ" วางแฟ้มเอกสารเปิดให้ดู แต่กุลชาติกลับถามว่า

"แล้วเซ็นตรงไหนล่ะ"

พนักงานสาวถอนใจ ก้มลงชี้จุดที่ต้องเซ็นให้ กุลชาติเซ็นตามที่เขาชี้ พนักงานเอาแฟ้มที่เซ็นแล้วออกไปและยื่นอีกแฟ้มเข้ามาวางแทน แถมเปิดให้ดูของในแฟ้มด้วย ในนั้นมีเช็คเงินสดอยู่สิบใบ บอกกุลชาติว่า

"ฝากให้ท่านกมลทัตเซ็นชื่อที่เช็คด้วยค่ะ"

กุลชาติดูเช็คผ่านๆแล้วปิดแฟ้ม บอกพนักงานสาวว่า "เออนี่เธอ...ฉันจะเบิกเงินสดสักสองแสน เอามาให้หน่อยนะก่อนเที่ยง"

พนักงานสาวชะงัก "อุ๊ย...ไม่ได้หรอกค่ะ ต้องเขียนรายละเอียดว่าจะใช้จ่ายเป็นค่าอะไรบ้าง ดิฉันจะนำส่งผู้จัดการ

ฝ่ายการเงินให้"

"โว้ย  ยุ่งยาก  ไปๆเลยไป  อะไรวะ  รักษาการประธานบริษัทไม่มีเงินใช้สักบาท" กุลชาติโวยลั่น พนักงานสาวไม่สน รวบแฟ้มที่กุลชาติเซ็นแล้วเดินออกไป กุลชาติหันรีหันขวาง ท้ายที่สุดก็กดโทรศัพท์ไปหาเสี่ยปอ

"โหลเฮีย...นี่ผมชาตินะ เรื่องเงินรอหน่อย ป๋าโกหกว่ามาทำงานจะโอนเงินให้สิบล้าน นี่แม่ให้มาสามร้อยห้าสิบเอง จะเบิกเงินบริษัทก็ยุ่งยาก ไม่เห็นง่ายอย่างที่เฮียว่าเลย เช็คก็ไม่ให้ไว้ มีแต่เช็คบริษัทฝากให้พ่อเซ็น...หา...อะไรนะ เอางั้นเลยเหรอ"

เขารีบวางหูโทรศัพท์ยิ้มย่องผ่องใส เปิดแฟ้มหยิบเช็ค ออกมาจำนวนหนึ่ง พลิกๆดูแล้วเก็บเข้ากระเป๋า เย็นนั้นรีบกลับบ้านเพื่อจะเอาเช็คไปให้กมลทัตเซ็น แต่พอเปิดประตูรถ ก็มีมือหนึ่งเอื้อมมาแตะบ่า หันกลับไปดูแล้วหน้าซีดเหลือสองนิ้วเพราะมือนั้นเป็นมือโรม เขาเปิดฉากถามว่าเทียนอยู่ที่ไหน กุลชาติปฏิเสธปากสั่นว่าไม่รู้ โรมยกมือตบเบาๆที่แก้มกุลชาติ

"ก็แกไปรับตัวเทียนมา จะไม่รู้ได้ยังไง อย่างน้อยเทียนก็ต้องพูดต้องบอกอะไรที่เป็นเบาะแสบ้าง"

"เทียนจะพูดอะไรกับฉันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับแก" กุลชาติ พยายามฝืนไม่ให้เสียงสั่น แต่ยังไม่ทันจบประโยคนั้นเสียงยิ่งสั่นหนักเข้าไปอีกเพราะโรมดันตัวเขาไปติดประตูรถแล้วชักปืนสั้นออกมาจิ้มท้อง

"เฮ้ย บอกแล้วๆ เทียนให้ฉันไปรับแล้วก็ให้เปิดถนนให้ชาวบ้าน แล้ว...แล้วก็ให้พาไปหาป๋าที่โรงพยาบาล เทียน เข้าไปคุยกับป๋าแล้วก็เลยหนีไป ฉันตามไม่ทัน...ส่วนเขาจะคุยอะไรกันฉันไม่รู้จริงๆ เพราะเทียนไม่ให้ฉันเข้าไปด้วย ฉันไม่ได้ยินว่าเขาคุยอะไรกันสาบานได้..."

เสียงพูดของกุลชาติ รปภ.ได้ยินเลยเดินเข้ามาถามว่า มีเรื่องอะไรกัน โรมรีบเก็บปืนใส่กระเป๋า ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แค่คุยกันเฉยๆ แล้วหันไปบอกกุลชาติว่าแล้วเจอกัน ใช้สายตาบีบบังคับ ทำให้กุลชาติต้องพูดว่าไม่มีอะไรกันกับ รปภ.ไปด้วย พอโรมเดินจากไปกุลชาติก็รีบขึ้นรถขับกลับบ้านทันที

ที่บ้านของกมลทัตตอนนี้ เขากำลังเซ็นชื่อในเอกสารรับรองกุลชาติเป็นบุตรบุญธรรมที่ภาสกรทำมา เสร็จแล้วก็ยื่นให้ ภาสกรรับไปดูแล้วบอกว่า

"เรียบร้อยครับ อย่างน้อยกุลชาติก็ได้แบ่งทรัพย์สินกึ่งหนึ่ง ถ้าเทียนไม่รื้อฟื้นเรื่องราวฟ้องร้องท่าน"

"แล้วเมื่อไหร่จะตามเทียนพบซะที นี่ก็ใกล้วันเกิดกุลชาติกับเทียนเข้ามาแล้ว เรื่องมันจะได้จบง่ายๆ" กมลทัต พูดกับภาสกร แต่มีเสียงพิศเพลินดังขึ้นหน้าประตูว่า

"ก็ทำไมไม่ทำให้มันถูกต้องตามกฎหมายซะล่ะคะ ยังไงเราก็รักเหมือนลูกเหมือนกันทั้งเทียนทั้งกุลชาติ..."

ภาสกรกับกมลทัตสะดุ้งทั้งสองคน กมลทัตเอาเสียงเข้าข่มทันที "ไป ไปให้พ้นเลย ยิ่งพูดยิ่งอารมณ์เสีย"

พิศเพลินเดินออกไป แต่กลับเป็นกุลชาติเข้ามาทางประตูอีกด้าน กมลทัตรีบยกน้ำขึ้นดื่มกลบเกลื่อนแล้วถามว่า

"ทำงานเป็นยังไงบ้าง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า"

"ดีครับ ไม่มีปัญหาอะไร" กุลชาติมือสั่นนิดหน่อยแบบ มีพิรุธเมื่อเปิดกระเป๋าเอกสารหยิบเอกสารแนบเช็คให้กมลทัต แต่ไม่ครบตามจำนวนที่พนักงานฝากมา กมลทัตรับเอาไปเซ็น โดยไม่ตรวจสอบ กุลชาติเขยิบเข้าใกล้เหล่มองลายเซ็นของกมลทัต พอกมลทัตเงยหน้าขึ้นดูจึงตกใจแล้วเลยหาเรื่องมาพูดกลบเกลื่อนว่า
"เอ้อ...ป๋า วันนี้ไอ้โรมมันไปที่บริษัท มันๆข่มขู่ชาติด้วยละ"

"ขู่เรื่องอะไร?" กมลทัตถาม ส่วนภาสกรตั้งใจฟังเต็มที่

"ก็ขู่เรื่อง...เรื่องเทียนน่ะฮะ มันมาตามหาเทียน ป๋าต้องจัดการมันนะครับ ให้อาภาสกรไปสั่งสอนมันให้ชาติด้วย"

ภาสกรที่นั่งเอนตัวอยู่รีบนั่งตัวตรงทันที  ถามว่า  "เหตุเกิดตรงไหน?"

"ตรงลานจอดรถบริษัทครับอา"

ภาสกรยิ้มอย่างสมใจบอกกมลทัตว่า "ผมรู้แล้วครับว่าเราจะเจอคนที่ท่านหาได้ยังไง"

"ใครเหรอครับ" กุลชาติถามขึ้นเพราะไม่รู้ว่ากมลทัต ตามหาใคร แต่ถูกกมลทัตไล่ว่าจะไปไหนก็ไป เขาจะคุยงานกับภาสกร กุลชาติไม่แคร์เดินยิ้มออกไป เพราะกะจะไปปลอมลายเซ็นกมลทัตใส่เช็คอีกหลายใบที่ยักยอกไว้เพื่อจะได้ไปเบิกเงินเอาไปให้เสี่ยปอโดยเร็ว ส่วนภาสกรก็รีบไปที่บริษัท เอากล้องวงจรปิดมาดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ลานจอดรถ ดูเสร็จก็เอาไปส่งให้ตำรวจทันที ไม่นานหลังจากนั้นโรมก็ถูกตำรวจเรียกตัวให้ไปพบที่โรงพัก โรมไปตามคำสั่ง โดยมีปารวดีและลักษมนพ่วงไปด้วย

ในห้องร้อยเวรเมื่อโรมเปิดประตูเข้าไป เห็นกุลชาตินั่งอยู่พร้อมกับทนายคนใหม่ของเขาและยังมี รปภ.ของบริษัทอยู่ด้วย ส่วนร้อยเวรกำลังนั่งดูภาพในจอโน้ตบุ๊ก ดูพลางก็พูดไปพลาง

"ภาพชัดเจนครับ คุณโรมเข้าไปตบหน้าเบาๆแล้วชักปืนจ่อท้องคุณกุลชาติ ผมอยากรู้ว่าคุณโรมพูดจาอะไรกับคุณกุลชาติครับ..."

"ผมถาม..." โรมยังพูดไม่ทันจบก็ถูกกุลชาติชี้หน้า

"เขาบอกจะฆ่าผม ฆ่าล้างโคตรผมถ้าผมไม่เลิกรักกับเทียน เด็กผู้หญิงที่เขาเลี้ยงต้อยกะจะข่มเหงเอาเป็นเมีย..."

กุลชาติพูดไม่ทันจบก็โดนโรมลุกขึ้นกระโดดถีบ แต่ ลักษมนดึงเอาไว้ โรมด่าว่า "ไอ้โกหก มันต่างหากที่เอาตัวเด็กในปกครองของผมไปซ่อน"

กุลชาติที่พ้นลูกถีบของโรมจากลักษมนดึงเอาไว้ลอยหน้าพูดอีก "ดูสิครับ ไอ้นี่มันจิตวิปริต สันดานฆาตกรชัดๆ" พูดไม่ทันจบคราวนี้โรมโดดชกหน้าแถมแจกหมัดไปที่ รปภ.ด้วย ในห้องเลยวุ่นวายกันไปหมด ร้อยเวรเป่านกหวีดเรียกพวกตำรวจเข้ามาแยกคู่กรณีออกจากกัน โรมถูกจับใส่กุญแจมือทันที แถมร้อยเวรออกคำสั่งว่า

"เอาผู้ต้องหาไปขังสงบสติอารมณ์ก่อน"

โรมถูกลากออกไป พวกนักข่าวที่มารออยู่ถ่ายรูปกันเอิกเกริก

ooooooo

ที่ร้านกาแฟ เทียนกำลังล้างแก้วอยู่หลังร้านโดยดูภาพในจอโทรทัศน์ไปด้วย เสียงโฆษกอ่านข่าวนี้ว่า

"ในที่สุดข้อพิพาทของสองตระกูลดัง  ทักษสุตกับภคนันทน์ ก็เป็นข่าวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง   วันนี้นายโรม   ภคนันทน์   ก่อคดี

พยายามฆ่านายกุลชาติ ทักษสุต ในภาพเจ้าหน้าที่กำลังนำตัวนายโรมไปสงบสติอารมณ์ในห้องขัง สักครู่จะให้ผู้สื่อข่าวในสถานที่รายงานกันสดๆต่อไป"

"เพล้ง" เทียนทำแก้วหลุดมือตกแตกกระจายเมื่อได้ฟังข่าว ผู้จัดการแจวอ้าวเข้ามาหน้าดุดัน

"อะไรของเธออีกเทียน มีสติหน่อยสิ ข้าวของเสียหายหมด"

"ครับๆขอโทษครับ" เทียนกวาดเศษแก้ววุ่นวายด้วยความใจหายใจคว่ำ

ที่ห้องเปียโนในบ้านโรม ปาหนันยังไม่รู้ข่าวนี้ นั่งกดคีย์เปียโนเล่นก๊องๆแก๊งๆไปตามเรื่อง มนทิราเดินเข้ามาเห็นคิดว่าเป็นเทียนจึงเข้ามากระชากด้านหลังทำให้ปาหนันตกใจรีบลุกขึ้นหันมาร้อง

"เฮ้ย อะไรวะ"

มนทิราเองก็ตกใจร้องถามว่าแกเป็นใคร ปาหนันตอบกลับทันที

"แล้วแกล่ะเป็นใคร"

"ต๊าย...แล้วแกมาเพ่นพ่านอะไรในบ้านโรมเขา?"

"ฉันชื่อปาหนัน เป็นเด็กในปกครองของนายหัว" ปาหนันบอกเสียงขุ่นๆ

มนทิราเบ้ปากใส่ "ฮึ...เด็กในปกครองเหรอ...ก็พวกมาอาศัยบ้านเขากินอยู่น่ะสิ แล้วแกรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร?"

ปาหนันยักไหล่ "ก็จะไปรู้เหรอฮะ ตัวคุณเองยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครแล้วหนันจะไปรู้ได้ยังไงกัน"

"ฉันเป็นคู่หมั้นของโรม รู้แล้วก็กราบฝากเนื้อฝากตัวกับฉันเดี๋ยวนี้" มนทิราเชิดหน้า ปาหนันเลยเบ้ปากใส่มั่ง

"เสียใจ กราบได้แต่พระกับพ่อแม่" พูดเสร็จจะเดินหนี แต่ถูกมนทิรากระชากแขนไว้ ปาหนันหันกลับมาตั้งการ์ดคิดว่าถ้าแหลมมาจะซัด แต่ป้าทิพย์เดินเข้ามาพอดี

"ว้าย...ตายแล้ว หยุดเดี๋ยวนี้ปาหนัน แกจะทำอะไรคุณมน"

"ก็ไม่รู้ล่ะฮะ ถ้าตบมาก็ต่อยไป" ปาหนันตอบป้าทิพย์ มนทิราร้องลั่น

"ไพร่...ใครจะตบตีกับแก ดูมันสิคะป้าทิพย์ นี่โรมไปเก็บเด็กเหลือขอที่ไหนมาอีกคะเนี่ย"

"อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเลยค่ะหนูมนของป้า" ป้าทิพย์เดินเข้ามาโอบมนทิราพาออกไป ปาหนันมองตามทำท่าคิด

"อ๋อๆ มน...มนแฟนเก่านายหัว ก็ไม่บอกกันดีๆนี่หว่า..."

ป้าทิพย์พามนทิราไปนั่งคุยกันที่ห้องโถง ตอบคำถามมนทิราเมื่อกี้ว่า "ป้าเองก็ไม่รู้ว่ามันเป็นลูกเต้าเหล่าใคร อยู่ๆก็มากับคุณโรม คุณโรมเธอบอกว่าเป็นลูกพรรคพวกกัน"

"โรมนี่ประหลาดคนจริง ยายเด็กปาหนันนี่ดูคล้ายๆกับเทียนตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ หรือว่าเดี๋ยวนี้โรมจะชอบของแปลก รสนิยมทางเพศเพี้ยนไปแล้วจริงๆ"

"มันจะไม่อย่างนั้นน่ะสิ ดูอย่างเด็กเทียนอยู่ไปๆกลายเป็นสาวสวยขึ้นมา แถมยังสร้างเรื่องเดือดร้อนไม่ได้หยุดได้หย่อน คุณโรมก็ไม่เข็ดไม่หลาบ นี่ถึงขนาดถูกตำรวจเรียกตัวไปจากบ้านเลย"

"อะไรนะ โรมถูกจับเหรอคะ"

มนทิราตกใจ พอดีปารวดีกับลักษมนกลับจากโรงพักเดินเข้ามา เลยบอกว่าเป็นความจริง มือถือของปารวดีสายเข้า เธอรับสายซึ่งปรากฏว่าเป็นของหมอเผ่า บอกข่าวมาว่า ได้เห็นข่าวของโรมแล้วตกใจมากกำลังจะเข้ากรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ ครูพรเป็นห่วงเลยจะไปด้วย ตอนนี้ติดต่อทนายแล้วเดี๋ยวเจอกัน...ตัดสายแล้ว หมอเผ่ากับครูพรก็ขึ้นรถขับออกจากที่บ้านทันที

คืนนั้นที่หน้าโรงพัก ภาสกรเอารถตู้มาจอดหลบๆอยู่ แล้วส่งรูปของเทียนให้พวกลูกน้องดู บอกว่าให้ดูให้ดีๆหน้ามันสวยๆ คราวนี้อย่าให้พลาดอีกเป็นอันขาด ไม่งั้นเจ้านายเอาตายแน่ พวกเหล่าร้ายไม่รู้ว่าความจริงตอนนี้เทียนหลบๆอยู่บนทางเข้าโรงพักเหมือนกัน พอเห็นปลอดคนก็เดินขึ้นไปบนโรงพักเลย ไปยืนมองดูโรมที่กำลังหลับอยู่ในห้องขังด้วยดวงตาละห้อย สิบเวรอายุมากแล้วนั่งอยู่เวรหันไปเจอจึงบอกว่า

"กลับไปก่อนเถอะไอ้หนู วันนี้มันหมดเวลาเยี่ยมแล้ว"

"แล้วนายหัว...เอ๊ย คุณโรมจะถูกขังนานมั้ยครับ"

"ก็แล้วแต่รูปคดีแล้วก็การสอบสวน เห็นว่าเอาเรื่องอยู่นะนายโรมเนี่ย เราเป็นอะไรกับเขาล่ะ?"

"ผมเป็น...เอ้อ...คนใช้ที่บ้านครับ" เทียนเลี่ยงตอบความจริง สิบเวรพยักหน้าแล้วก็หมดความสนใจเทียน ก้มหน้า

ก้มตาเขียนรายงานลงสมุด พักเดียวแกก็เดินออกไปจากตรงนั้น เทียนรีบย่องไปหน้าประตูห้องขัง

ที่มุมหนึ่งบนสถานีตำรวจ ลักษมน ปาหนัน และปารวดีนั่งคุยกันอยู่ ลักษมนถามว่านี่มันนอกเวลาราชการจะได้เรื่องเหรอพี่ปา ปารวดีตอบว่าทนายเขาแค่มาถามรายละเอียดของคดี เขาเป็นเพื่อนกับรองผู้กำกับ อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าเราจะสู้คดีกันยังไง ปาหนันพูดขึ้นอย่างดีใจว่าหมอเผ่ามาแล้ว คงมีข่าวดี แต่ปรากฏว่าหมอเผ่าเดินหน้ามุ่ยกลับมาบอกพรรคพวกว่า

"เป็นเรื่องแล้ว โรมใช้ปืนเถื่อนก่อคดี ตำรวจต้องตรวจประวัติปืนก่อนว่าเคยก่อคดีอะไรมาบ้าง" ฟังแล้วทุกคนเลยจ๋อย

เทียนย่องไปนั่งดูโรมนอนหลับด้วยความสงสาร พึมพำว่า "เทียนทำให้นายหัวต้องลำบากลำบน เทียนไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ยกโทษให้เทียนด้วยนะคะ"

เหมือนกับกระแสจิตสื่อถึงกันได้ โรมตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย ตาต่อตาสบกัน เทียนตกใจลุกขึ้นวิ่งหนีออกไปชนเข้ากับสิบเวรที่เดินสวนมา สิบเวรตกใจอุทานเรียกไอ้หนู แต่เทียนหลุดออกไปแล้ว โรมลุกขึ้นเกาะลูกกรงห้องขังถามว่า "เมื่อกี้ใครครับ?"

"มันบอกว่าเป็นคนใช้ของคุณน่ะ ให้มาเยี่ยมพรุ่งนี้ก็ไม่ยอม ดื้อจริงๆ" บอกแกมบ่นแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม

โรมรู้สึกว่าคนที่เห็นจะเป็นเทียน แต่ไม่มั่นใจเท่าไหร่ ส่วนเทียนวิ่งหนีออกไปจ๊ะเอ๋กับพวกทนายที่หมอเผ่าพามา เทียนตกใจวิ่งเลี้ยวเข้าห้องน้ำไป ดันไปจ๊ะเอ๋กับปาหนันที่แยกตัวจากพวกลักษมนไปเข้าห้องน้ำ ปาหนันทีแรกจำไม่ได้ เพราะเทียนตัดผมสั้นและแต่งตัวเป็นเด็กผู้ชาย แต่พอเทียนวิ่งหนีออกไปแล้วจึงนึกได้ว่าน่าจะเป็นเทียนจึงวิ่งตามหาพวกปารวดีเพื่อบอกเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เทียนถูกพวกภาสกรจับตัวเอาไปเสียแล้ว ภาสกรรีบโทร.บอกข่าวดีนี้กับกมลทัตทันที ขณะนั้นกมลทัตเพิ่งอิ่มอาหารและกำลังกินยาอยู่ พอกดรับโทรศัพท์เขาก็ถามว่า

"ว่ายังไงภาสกร...ได้ตัวเทียนแล้ว...ดีๆๆ ฉันจะรีบไป เดี๋ยวนี้แหละ" กมลทัตลุกขึ้นอย่างร้อนรน พิศเพลินวางช้อนกินข้าวลุกขึ้นบ้างบอกว่า

"ฉันไปด้วย"

"ไม่ต้องเลย อยู่ที่บ้านนี่แหละ เธอไม่เกี่ยว" กมลทัตตวาด แต่พิศเพลินไม่ยอมตวาดกลับไปบ้าง

"ทำไมจะไม่เกี่ยว เทียนเป็นลูกสาวของฉัน ฉันจะไปหาลูกของฉัน"

กมลทัตเงื้อมือ "เงียบเดี๋ยวนี้ พูดเบาๆก็ได้ เดี๋ยวก็..."

พิศเพลินเชิดหน้าท้าให้ตบ "เอาสิ จะตบจะตีจะฆ่าจะแกงยังไงก็ได้ ฉันยอมตาย ฉันจะไปด้วย ฉันจะไม่ยอมให้ไอ้หน้าไหนมาทำอะไรลูกฉันอีกต่อไป"

กมลทัตเห็นท่าทางเอาจริงของพิศเพลินแล้วต้องยอม "ก็ได้ ไปก็ได้ แต่ต้องทำทุกอย่างตามที่ฉันสั่ง ถ้าไม่อยากให้เทียนเป็นอะไรไป" กมลทัตเดินออกจากห้องมีพิศเพลินเดินตามติด พอไปถึงรถไม่รู้กุลชาติโผล่มาจากไหนร้องถามว่าจะไปไหนกัน ผมช่วยขับรถให้ พิศเพลินรีบบอกว่าไม่ต้องไป เดี๋ยวเดียวก็กลับแล้ว กมลทัตจะรีบเลยตวาดว่า

"แกอยู่เฉยๆ ถ้าอยากได้เงินสิบล้าน" พูดแล้วรีบขึ้นรถไปกันทันที กุลชาติมองตามยิ้มเยาะ

"สิบล้านๆ อะไรๆก็สิบล้าน ผมไม่รอจากป๋าหรอก นี่ๆๆลายเซ็นเหมือนกันเปี๊ยบเลย ทำตัวเหนือผมไปเถอะ เดี๋ยวก็รู้ว่าหมู่หรือจ่า"  ควักเช็คออกมาจากกระเป๋าเสื้อสองใบ  โบก ไล่หลังรถกมลทัตไป

ooooooo

ที่บ้านเดี่ยวชานกรุงที่ภาสกรจับเทียนมาขังไว้ พิศเพลินกำลังใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดหน้าตาให้เทียนที่ยังหลับอยู่เพราะถูกโปะยาสลบ เทียนค่อยๆรู้สึกตัวลืมตา พอเห็นเป็นพิศเพลินกำลังเช็ดหน้าให้อยู่ก็ปัดมือออก ถามพิศเพลินว่าให้คนจับตัวเธอมาทำไม แล้วพูดต่อว่าอีกว่า

"เทียนนึกว่าคุณจะเป็นคนดี ที่แท้คุณก็เหมือนกมลทัต ไม่ แตกต่างกันเลย เทียนเสียใจจริงๆ เทียนผิดหวังในตัวคุณจริงๆเลย"

"ไม่ใช่นะ ไม่ใช่อย่างที่หนูคิด หนูต้องฟังแม่ก่อนลูก อย่าเข้าใจแม่ผิดนะ..." พูดได้แค่นี้ก็ต้องชะงักคิดถึงคำสั่งของกมลทัตขึ้นมาได้ กมลทัตบอกเธอว่า เธอต้องทำให้เทียนอยู่ ข้างเราให้ได้ เรื่องที่ฉันทำมาทั้งหมดถ้ามันถูกเปิดเผยขึ้นมาไม่ใช่แค่บริษัทจะต้องล้ม ไม่ใช่แค่เรื่องพินัยกรรม แต่ฉันต้องติดตะราง กุลชาติก็หมดอนาคต ที่สำคัญก็คือเธอ เทียนไม่มีทางเข้าใจเธอได้หรอกเพราะเธอก็ทิ้งลูก เธอทอดทิ้งเทียน เธอคือแม่ใจยักษ์...

เทียนเห็นพิศเพลินชะงักไปเลยถามว่า "เข้าใจผิด หมายความว่ายังไงคะ หรือคุณจะบอกว่ากมลทัตไม่ได้ฆ่าคุณกมัยธร ไม่ได้ข่มขืนคุณ ไม่ได้โกงนายหัว ไม่ได้ส่งคนไปฆ่าพี่ชาญ ฆ่าเทียน ฆ่า..."

"เรื่องอื่นแม่ไม่รู้  แต่เรื่องที่แม่โดนข่มเหงมันไม่ใช่

อย่างนั้น กมลทัตไม่ได้ตั้งใจ..." พิศเพลินกลืนก้อนสะอื้นที่ท้นขึ้นมาพูดต่ออีกไม่ได้ อยู่เป็นนานกว่าจะข่มใจพูดเท็จกับลูกตัวเองต่อ "เอ้อ...ตอนนั้นกมลทัตถูกพ่อเขาดุด่าเรื่องงานที่บริษัท  เขาเลยกินเหล้าเมามากไม่มีสติ  ตอนนั้นแม่ไปหากมัยธรที่บ้านพอดี กมลทัตเขาไม่รู้ตัวหรอกว่าทำอะไรลงไป กมัยธรเองก็เข้าใจ เขาขอร้องให้แม่ให้อภัยพี่ชายเขาด้วย"

"แล้วคุณไม่โกรธไม่เกลียดกมลทัตเลยเหรอ ทนอยู่กับเขาได้ยังไง" เทียนซัก

"ความแค้นมันไม่ได้ช่วยอะไรแม่เลย ที่แม่ทนอยู่ได้ก็เพราะลูก เทียนอยู่ในท้องของแม่"

"แล้วที่ยกเทียนให้ไปเป็นลูกพ่อใช้แม่ถมยาแล้วแลกเอากุลชาติมาเลี้ยงแทน อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้เรื่องอะไรด้วย"

"รู้ แม่รู้ แต่รู้เมื่อเวลาผ่านไปนานแล้ว แต่แม่ทำอะไรไม่ได้ กมลทัตบอกว่าลูกตายตั้งแต่ตอนคลอดแล้ว กุลชาติก็ไม่ได้ทำผิดอะไรด้วย คนที่ผิดคือแม่กับกมลทัตเท่านั้น แต่เมื่อเจอลูกก็เหมือนสวรรค์ประทานรางวัลแก่ความอดทนมาให้แม่ แม่ไม่อยากเสียลูกไปอีกแล้ว" พิศเพลินโกหกลูกสาวตามคำสั่งกมลทัต แต่เทียนไม่ยอมเชื่อง่ายๆ

"ไม่อยากเสียหนู เพราะว่ากลัวว่าจะเสียสิทธิ์ในสมบัติใช่มั้ยคะ เพราะกลัวหนูจะทวงสิทธิตามกฎหมายใช่มั้ยคะ"

"ไม่ใช่นะลูก แม่รักหนูจริงๆนะเทียน"

"ถ้ารักหนูก็ปล่อยหนูไปซะ เพราะถึงยังไงหนูก็ไม่สามารถยอมรับฆาตกรอย่างกมลทัตเป็นพ่อได้หรอกค่ะ" เทียนเดินไปที่ประตู พิศเพลินตามไปรั้งเอาไว้ และใช้ไม้ใหม่

"อโหสิกรรมให้พ่อเขาด้วย ถ้ากมลทัตพ่อของหนูเขาทำอย่างที่หนูพูดจริง เขาก็กำลังรับกรรมที่ได้ก่อไว้แล้ว" พิศเพลิน กอดเทียนร้องไห้ออกมาโฮใหญ่ เทียนเองก็เครียดมาก

ที่บ้านกมลทัตอีกห้องหนึ่ง กมลทัตกำลังบอกภาสกรว่า "ถ้าเทียนเชื่อที่พิศเพลินเล่าให้ฟัง  เราก็ไม่ต้องกำจัดเทียน เรื่องก็จบ"

ภาสกรหน้าเครียด ส่ายหน้าอย่างไม่ยอม "เรื่องมันจะจบจริงเหรอครับ ท่านต้องใจแข็งหน่อยสิครับ ให้ผมฆ่าเทียนซะ เรื่องจบแน่ๆ"

กมลทัตโมโห ชี้หน้าภาสกร "เดินตามแผนของฉันคนเดียวเท่านั้น ภาสกร..."

ภาสกรออกจากห้องไปอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก กมลทัตเอนตัวลงนอนกำลังจะหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านข่าว มีเสียงเคาะประตู กมลทัตวางหนังสือพิมพ์ยกมือมาประสานไว้บนอกทำท่าเหมือนป่วยหนักใกล้ตาย พอพิศเพลินกับเทียนเดินเข้ามา เขาก็พูดเสียงกระเส่าแบบไม่มีแรง

"เทียน...พ่อขอโทษ พ่อไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องของเรา พ่อกำลังจะตาย พ่อเป็นเนื้องอกในสมอง ไม่มีทางรักษาแล้ว" เทียนชะงัก อึ้งไปเมื่อได้ฟัง กมลทัตคร่ำครวญต่อ "พ่ออยาก ใช้เวลาช่วงสุดท้ายนี้กับลูก อย่าโกรธอย่าเกลียดพ่อเลยนะเทียน ยกโทษให้พ่อด้วย พ่อทำทุกอย่างไปก็เพื่อลูก เพื่อตระกูล เพื่อครอบครัวของเรา"

"ในที่สุดคุณก็สารภาพออกมาแล้วว่าคุณอยู่เบื้องหลังเรื่องเลวร้ายทั้งหมดนั่น ไม่ว่าคุณจะอ้างอะไร คุณทำไปก็เพื่อตัวคุณเองน่ะแหละ" เทียนพึมพำ พิศเพลินก้มหน้าอย่างละอายใจ แต่กมลทัตเล่นละครต่อ

"ลูกเข้าใจพ่อผิดแล้วเทียน ถามพิศเพลินแม่ของลูกดูได้เลย ชั่วชีวิตนี้พ่อเฝ้าแต่ตามหาลูก อยากจะขอโทษ อยากจะไถ่โทษที่ได้ทำให้ลูกลำบากมาทั้งชีวิต ยกโทษให้พ่อด้วยเทียน ยกโทษให้พ่อด้วย"

กมลทัตทำงกๆเงิ่นๆลงจากเตียง ยกมือปาดน้ำตาเงยหน้ามองเทียนพลางพูดอ้อนวอนอีก เทียนอึ้งไปชั่วครู่แล้วก้มลงประคองกมลทัตขึ้นบนเตียง กมลทัตทำท่าเหมือนเหนื่อยจนจะขาดใจ ร้องเรียกพิศเพลินให้หยิบยาให้กินเพื่อยื้อชีวิต สีหน้าเทียนชักเริ่มแสดงความห่วงใยออกมา

ที่บ้านโรม ทุกคนกำลังตระเตรียมจะพากันออกจากบ้านไปเยี่ยมโรมที่โรงพัก เตรียมของกินจะเอาไปให้ แต่ยังไม่ทันจะไปทนายก็พาโรมกลับมาบ้าน ทุกคนดีอกดีใจ หมอเผ่าถามว่าออกมาได้ยังไง แล้วทำไมไม่โทร.บอกจะได้เอารถไปรับ ทนายความเลยชี้แจงว่า

"คุณพ่อคุณมนใช้ตำแหน่งประกันคุณโรมออกมาครับ"

มนทิรานั่งยิ้มอย่างภูมิใจ พูดเสริมว่า

"คุณพ่อกับท่านผู้การเรียนเตรียมรุ่นเดียวกันค่ะ" ทุกคนเลยพยักหน้า ทนายความจึงบอกลา

"ผมลาเลยก็แล้วกัน อ้อ...คุณโรมอย่าลืมนะครับ หนึ่งต้องไปรายงานตัวตามที่กำหนด   สองห้ามเข้าใกล้ยุ่งเกี่ยวกับ กุลชาติ สามอย่าเพิ่งเดินทางออกนอกประเทศ"

"ไม่ต้องห่วงค่ะ มนจะคอยดูแลโรมให้" มนทิรารีบบอก และทำท่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของโรมทันที แต่โรมไม่สนใจร้องบอก หมอเผ่าให้เอากุญแจรถให้เขา เขาจะไปตามหาเทียน หมอเผ่า ไม่ยอมให้โรมก็เข้าไปยื้อแย่ง แต่แล้วก็หน้ามืดล้มลงเพราะไปอยู่ในคุกโรมไม่ยอมแตะต้องอาหารอะไรทั้งนั้น แถมยังไม่ค่อยได้นอนอีกด้วย หมอเผ่าพูดแบบสมน้ำหน้าว่า

"ดูสภาพซิ ยังจะมาทำเก่งอีก"

ooooooo

กมลทัตบอกทุกคนว่าเขาต้องไปหาหมอ พิศเพลินเลยประคองพาไปขึ้นรถ มีเทียนเดินตามหลังอยู่ห่างๆ กมลทัต กระซิบกับพิศเพลินว่า  "ทำได้ดีมากพิศเพลิน ถ้าเทียนใจอ่อนหันมาเห็นอกเห็นใจเราเมื่อไหร่ ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย"

"ฉันก็แค่พยายามพูดความจริงให้น้อยที่สุด" พิศเพลิน กระซิบตอบแบบกัดฟัน กมลทัตแอบแยกเขี้ยวใส่ไม่ให้เทียนเห็น แล้วก้าวขึ้นรถไปด้วยอาการอ่อนแรงเต็มที พิศเพลินมองตามรถ เทียนเดินเข้ามายืนข้างๆถามว่า

"เนื้องอกในสมองไม่มีทางรักษาให้หายแล้วเหรอคะ?"

พิศเพลินกลืนน้ำลายก่อนตอบ "เอ้อ...ถ้าพบหมอตามนัด เชื่อฟังหมอดูแลตัวเองดีๆก็อาจจะอยู่ได้นานหน่อย" เห็นเทียนซึมไปเลยพูดต่อ "เรื่องที่มันผ่านไปแล้วแม่ขอให้เทียนลืมมันซะ เราพ่อแม่ลูกมาเริ่มต้นกันใหม่ดีกว่านะลูก" แต่เทียนกลับตอบว่า

"ที่หนูยอมอยู่ด้วย  ไม่ใช่เพราะหนูอยากเป็นลูกพวกคุณ เป็นทายาททักษสุต แต่เพราะหนูอยากให้ทุกคนหยุดสร้างเวรสร้างกรรมต่อกันมากกว่าค่ะ" พูดจบก็เดินหนีเข้าบ้านไป พิศเพลินมองตามพลางถอนใจอย่างเจ็บปวด

กุลชาติไปหาเสี่ยปอที่ห้องในคอนโดฯที่เสี่ยปอซื้อใหม่ พอเสี่ยปอเห็นกุลชาติก็เข้ามาล้วงเอาเช็คในกระเป๋ากุลชาติไปใส่กระเป๋าตัวเอง พูดกลั้วหัวเราะว่า

"เห็นมั้ย เรามันกระเป๋าเดียวกันแล้ว ของก็มีให้เอ็งเล่น เงินก็มีให้เอ็งใช้สบายๆ"

"ผมกะว่าจะหยุดก่อนดีกว่า เดี๋ยวโดนป๋าจับได้ เอาไว้ หลังชนฝาเมื่อไหร่ค่อยเอาใหม่"

เสี่ยปอทำหน้าไม่สบอารมณ์แต่ยังไม่ทันพูดอะไรออกมา ก็มีคนมาเคาะประตู สมุนของเสี่ยปอสะพายกล่องใส่พิซซ่า มาวางบนโต๊ะ เปิดออกแทนที่จะเป็นพิซซ่ากลับเป็นเงิน เสี่ยปอหยิบมาแบ่งออกเป็นสองกองคร่าวๆโดยไม่นับแล้วผลักกองหนึ่งไปให้กุลชาติ แต่กุลชาติกลับดันเงินกลับคืนมาให้ บอกว่าคืนนี้ผมอยู่ยูเว่กับแมนซิ เสี่ยปอหัวเราะอย่างชอบใจ ชมว่า

"ใช้ได้นี่หว่า กล้าได้กล้าเสียอย่างนี้คบกันยาวเลย เอ็งอยากรวยมากกว่านี้อีกมั้ยชาติ"

กุลชาติตาโต "อยากสิเฮีย ไม่เห็นต้องถาม ต้องทำยังไงเหรอเฮีย"

"ขายส่งลอตใหญ่" เสี่ยปอพูดหน้าตาเฉย แต่คนฟังแหยง ร้องโห เสี่ยงออก เสี่ยปอปลอบว่า "ไม่เสี่ยงหรอก ใช้รถขนส่งบริษัทป๋าเอ็งขนของ มีทั้งตราบริษัท มีทั้งชื่อเสียงบารมี ตำรวจไม่กล้ายุ่งหรอก ขนกันไม่กี่เที่ยวก็รวยไม่รู้เรื่อง"

กุลชาตินิ่งคิดตามแล้วก็เหมือนจะเห็นเงินเป็นฟ่อนลอยไปลอยมาอยู่เบื้องหน้า

ส่วนโรมพอโงหัวขึ้นมาได้ก็หนีออกจากบ้านไปตามหาเทียนอีก ทั้งๆที่มนทิรา ป้าทิพย์พยายามเฝ้าไว้ตลอดเวลาแต่ก็ถูกโรมเล่นลูกไม้จนหนีออกไปได้ ไปเที่ยวตามหาเทียนที่ไหนก็ไม่พบจนโรมเครียดมาก เลยพูดกับตัวเองว่า "ฉันไม่รู้จะไปตามหาเธอได้ที่ไหนเทียน แต่ฉันจะทำให้เธอมาหาฉันให้ได้"  รีบขับรถไปจอดที่สถานีตำรวจเดิมที่เคยถูกจับ เดินขึ้นไปบนโรงพักร้องบอกร้อยเวรคนเก่าว่า "ผมมามอบตัว จับผมได้เลย"

ร้อยเวรมองงงๆ "มอบตัวคดีอะไรครับ ตอนนี้คุณโรม อยู่ระหว่างประกันตัวถ้าไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขการประกันหรือไปก่อคดีขึ้นอีกผมก็จับคุณไม่ได้หรอกครับ" เสียงร้อยเวรพูดกับโรม พวกนักข่าวโรงพักได้ยินรีบกรูเข้ามาหาข่าวทันที บางคน ก็หยิบเทปมาเตรียมสัมภาษณ์ แต่โรมไม่ได้สนใจใครทั้งนั้น ร้องบอกร้อยเวรว่า

"ดี...งั้นก็คดีใหม่เลย" พูดจบก็โดดเข้าต่อยหน้าร้อยเวร แบบไม่ยั้งแถมบีบคอจนร้อยเวรล้มลงไปดิ้น ใครเข้ามาห้าม ก็โดนเขาต่อยไปหมดทุกคน แม้กระทั่งพวกตำรวจ กว่าจะจับใส่กุญแจมือได้ก็เล่นเอาเหนื่อยทั้งโรงพัก และข่าวนี้ก็ได้รับการออกอากาศหน้าจอโทรทัศน์อีกครั้ง

"คุณโรม  ภคนันทน์  นักธุรกิจสวนปาล์มได้ก่อคดีทำร้ายร่างกายตำรวจ และถูกควบคุมตัวอีกครั้ง ทั้งๆที่อยู่ในระหว่างการประกันตัวสู้คดีอยู่ ความคืบหน้าจะรายงานต่อไปในข่าวต้นชั่วโมง"

ooooooo

"เพล้ง..." คราวนี้เป็นชามข้าวไม่ใช่ถ้วยกาแฟที่เหมือนครั้งก่อนที่เทียนทำหล่นจากมือ และครั้งนี้ เธอไม่ได้เก็บกวาดเศษจาน แต่ผลุนผลันจะออกจากบ้าน พิศเพลินวิ่งตามถามว่าจะไปไหน เทียนตอบว่าจะไปเยี่ยมนายหัว พวกสมุนที่ภาสกรทิ้งเอาไว้ให้คอยควบคุมเทียนกรูกันเข้ามาขัดขวางไม่ให้ออกจากบ้าน แต่พิศเพลินกลับบอกให้พวกนั้นปล่อยเทียนไป และเธอจะไปกับลูกเอง พวกนั้นเลยจ๋อย

กมลทัตเข้าบริษัทแต่ไม่เห็นกุลชาติ ถามพนักงานว่ามันหายไปไหน พนักงานตอบว่า

"ไม่ทราบค่ะ ก็เหมือนทุกวัน เข้ามาแล้วก็ออกไป ไม่ได้ บอกว่าไปไหน"

กมลทัตหน้าเครียดโบกมือไล่พนักงานออกไป ตัวเองเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานซึ่งรกรุงรังมีหนังสือกีฬา โพยบอล หนังสือปลุกใจเสือป่าเกลื่อนโต๊ะไปหมด แต่ไม่มีแฟ้มงานสักแฟ้มเดียว พนักงานสาวมองๆแล้วค่อยๆถอยไปที่ประตู เปิดออกเจอกุลชาติเดินเข้ามา กุลชาตินึกว่าพนักงานเปิดให้เขาเลยตบก้นไปทีหนึ่งเป็นการขอบใจ แต่พอเข้ามาเห็นพ่อตัวเองนั่งอยู่ที่โต๊ะก็หน้าเสียแกล้งไก๋ถามว่า

"มาตรวจงานบริษัทเหรอป๋า ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไว้ใจชาติได้"

กมลทัตรวบของบนโต๊ะโยนลงถังขยะ กลั้นโทสะที่ชักขึ้นมาเป็นริ้วๆถามว่า "แกหายหัวไปไหนมา"

"อ๋อ...ไปคุยกับลูกค้ามาป๋า เขาสั่งออเดอร์มาเยอะเลย"

"บริษัทอะไร ชื่ออะไร ตั้งอยู่ที่ไหน" กมลทัตถามเป็นชุด กุลชาติอึกอักไม่รู้จะตอบยังไงดี เสียงโทรศัพท์ของกมลทัตดังขึ้น กุลชาติถอนใจอย่างโล่งอกเพราะพ่อของเขารีบกดรับสายทางโน้น แต่พอกมลทัตฟังแล้วตบโต๊ะดังปัง กุลชาติก็สะดุ้งทำหน้าลอกแลกแอบมอง แต่กมลทัตไม่ได้สนใจเขา กลับพูดออกมาว่า

"เทียนกับพิศเพลินออกไปเยี่ยมไอ้โรมกัน โธ่ ไอ้บ้า แล้วพวกเอ็งปล่อยให้ไปได้ยังไงวะ" กมลทัตผลุนผลันออกจากบริษัทเพื่อไปยังเซฟเฮาส์ที่ขังเทียนทันที กุลชาติถอนหายใจดังเฮือก

ปารวดี ลักษมน และเผ่าไปเยี่ยมโรมที่โรงพัก แต่โรมบอกปัดไม่ให้เยี่ยม เอาแต่ร้องตะโกนด่าจ่าตำรวจให้ไปเรียกนักข่าวมาให้ เขาจะแถลงข่าว จ่าทำหูทวนลม โรมเลยบอกว่าให้ไปบอกผู้กำกับว่าเขาท้าต่อยด้วย เทียนเดินเข้าไปหาอย่างสงบถามว่า "นายหัวทำแบบนี้ทำไมคะ"

"ก็เพราะฉันอยากเจอเธอไงเทียน ฉันอยากจะรู้ว่าทำไมเธอต้องหนีฉันไปด้วย"

"ก็เพราะเทียนรู้ความจริงหมดแล้วว่ากำพืดรากเหง้าของเทียนคือใคร มาจากไหน เทียนเป็นลูกศัตรูของนายหัว เทียนไม่สามารถอยู่กับนายหัวได้อีกแล้ว" เทียนตอบเสียงเรียบ

"เธอรู้แล้วทำไมไม่บอกฉัน ฉันจะได้อธิบายเรื่องจริงทั้งหมดให้เธอฟัง เธอรู้ก่อนที่จะให้ฉันพาไปทะเลใช่มั้ย" โรมจ้องหน้ารอคำตอบ เทียนพยักหน้ารับ

"ใช่ค่ะ เทียนต้องการหนีจากความจริงทั้งหมด คิดว่าถ้าเราได้อยู่ที่นั่นกันสองคนตลอดไปก็คงดี แต่มันก็หนีความจริงไปไม่พ้น เทียนต้องยอมรับค่ะว่ามันเป็นเวรเป็นกรรมของเทียนจริงๆ ที่มานี่เทียนมีเรื่องค้างในใจเป็นเรื่องสุดท้ายที่ต้องถามนายหัวว่าที่นายหัวเอาเทียนมาชุบเลี้ยงเพราะสงสัยว่าเทียนเป็นลูกของกมลทัตเลยคิดจะเอาเทียนมาเป็นเครื่องมือแก้แค้นกมลทัตใช่หรือเปล่าคะ?"

"ไม่จริง ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค้นกมลทัตก็เรื่องของฉัน ส่วนเธอคือลูกของกมลทัตฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน" โรมเอื้อมมือมาจับแขนเทียน เทียนยิ้มอย่างเศร้าๆให้ บอกเขาว่า

"แค่รู้อย่างนี้เทียนก็พอใจแล้วค่ะ นายหัวไม่ต้องห่วงนะคะ เทียนจะหาทางช่วยนายหัวออกไปเอง แต่นายหัวต้องสัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก" เทียนค่อยๆแกะมือของโรมออกจากแขนตัวเองแล้วกลับหลังหันเดินออกไป เสียงโรมร้องโหยหวน

"เทียนอย่าเพิ่งไป อยู่กับฉันก่อน อย่าหนีฉันไปอีกเลยเทียน"

เสียงนั้นแม้จะดังแค่ไหนแต่เทียนก็ไม่หันกลับมามองเลย เทียนเดินไปหาพิศเพลินที่ยืนชะเง้อคอยอยู่ ไปถึงก็ถามว่าพิศเพลินกับกมลทัตมีทางจะช่วยนายหัวได้ไหม พิศเพลินตอบว่า

"ช่วงนี้คงยากลูก กมลทัตเองก็มีคดีความติดตัวอยู่เยอะ ทางตำรวจเพ่งเล็งอยู่ ที่สำคัญเขากับโรมก็โกรธกันอยู่หนูก็รู้"

"ถ้าคุณกับกมลทัตไม่ช่วยนายหัว เทียนก็จะไปจากพวกคุณ เทียนจะหาทางช่วยนายหัวเอง" เทียนพูดจบก็มีเสียงมนทิราหัวเราะอย่างเย้ยๆดังขึ้น พร้อมกับพาตัวเดินออกมาให้เห็น

"ต๊ายตาย นึกว่าตาฝาด นี่มาเยี่ยมโรมด้วยกันเหรอคะเนี่ย"

พิศเพลินกับเทียนต่างก็อึ้งกับการปรากฏตัวของมนทิรา

ooooooo

เงากามเทพ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด