ตอนที่ 13
แม้จะตกใจและหวาดกลัวจนขนคอตั้ง แต่วิสัยของนักธุรกิจที่ฉ้อฉลทำให้กมลทัตตั้งหลักปรับสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว ลุกขึ้นขมีขมันร้องเชิญพวกตำรวจให้นั่งก่อน และบอกว่าเขาชอบให้ความร่วมมือกับทางการอยู่แล้ว เอาเลย มีอะไรก็ว่ามา ตำรวจนั่งกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว นายตำรวจที่นำมาก็บอกว่า
"ตำรวจที่ชุมพรมีหมายจับคุณภาสกร ข้อหาพยายามฆ่า บุกรุก และทำร้ายร่างกาย"
"หา ภาสกรเนี่ยนะ เขาจะทำยังงั้นได้ยังไง เขาเป็นทนายนะ ไม่ใช่โจร" กมลทัตทำเป็นสงสัย
"คุณภาสกรเป็นทนายของคุณ ส่วนคุณก็มีปัญหากับคุณโรม ผมก็เลยสงสัย...สงสัยว่าคุณกมลทัตอาจจะรู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับคดีนี้บ้างไหม เพราะมันแปลกมาก ลูกน้องคุณภาสกรตายตั้งสามศพ ชื่อนายชาญศพนึงด้วย..." เสียงพูดของตำรวจดังไปถึงด้านนอกห้อง กุลชาติกำลังจะเดินผ่านได้ยินชื่อชาญหยุดชะงัก ตาโตด้วยความตกใจ และแอบหลบฟังอยู่แถวนั้น เสียงกมลทัตพ่อของตัวเองพูดเสียงดังอย่างโมโห
"อ้าว...เฮ้ย อย่างนี้ก็กล่าวหาว่าผมกับไอ้ภาสกรรู้กันน่ะสิ จะบ้าหรือยังไง ผมเป็นนักธุรกิจนะ ไม่ใช่นักเลง ไอ้คนชื่อชงชื่อชาญอะไรนั่นผมก็ไม่รู้จัก..."
ตำรวจเห็นกมลทัตทำเสียงแข็งเลยเปลี่ยนประเด็น "คุณกมลทัตทราบไหมครับ ว่าตอนนี้คุณภาสกรอยู่ที่ไหน"
"ไม่รู้ ติดต่อมันไม่ได้เหมือนกัน ถ้าทางการรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนก็ช่วยบอกผมด้วยก็แล้วกัน" กมลทัตรีบปัดสวะให้พ้นตัว ตำรวจเห็นท่าจะไม่ได้อะไรจากกมลทัตจึงพากันลุกขึ้น หัวหน้าตำรวจบอกว่า
"ผมว่าคุณกมลทัตหาทนายคนใหม่ได้แล้วนะครับ ถ้ามีอะไรผมจะได้มาคุยด้วย โดยที่มีทนายความของคุณอยู่ด้วย ลาละครับ" ไหว้กมลทัตแล้วพากันออกไป กมลทัตขว้างหนังสือพิมพ์ตามหลังตำรวจกระจุยกระจาย กุลชาติเดินเข้ามานั่งลงข้างๆถามว่า
"ป๋าส่งอาภาสกรกับลูกน้องไปลุยไอ้โรมจริงๆเหรอ แล้วไอ้ชาญมันตายจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไอ้ชาญมันเคยบอกกับชาติด้วยนะว่าเทียนไม่ใช่น้องสาวของมันจริงๆหรอก พ่อแม่มันเก็บเทียนมาเลี้ยง เออเนาะ...แล้วเทียนจะเป็นยังไงบ้างล่ะเนี่ย"
แทนที่จะเป็นห่วงว่าพ่อถูกตำรวจมาคุยด้วย ทำไมกุลชาติกลับไปเป็นห่วงเทียน กมลทัตยัวะสุดขีดกวาดชุดกาแฟบนโต๊ะหล่นแตกกระจาย โดดเข้าบีบคอกุลชาติพลางตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
"ฉันไม่ได้สั่งมัน ไม่ได้สั่ง..." พูดได้เท่านั้นก็ตาค้าง มือกุมอกทรุดลงกับพื้น กุลชาติเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก พิศเพลินเดินผ่านมารีบเข้าไปประคองเขย่าตัวกมลทัตแต่เขาไม่ได้สติเลยต้องส่งโรงพยาบาลแบบฉุกเฉิน หมอรับไว้ปฐมพยาบาลจนฟื้น หมอออกจากห้องไป กมลทัตลืมตาเที่ยวมองดูรอบๆตัว พิศเพลินบอกว่า
"คุณล้มหมดสติที่บ้าน ฉันเลยพามาโรงพยาบาล หมอบอกว่าโรคเก่าของคุณกำเริบ ทั้งเบาหวาน ความดัน ต่อไปนี้ต้องระวังเรื่องอาหาร กินยาตามกำหนดเวลา แล้วก็ห้ามเครียด คุณหมอแนะว่าให้คุณเพลาๆงานที่บริษัทด้วยค่ะ"
"วะ...ไอ้หมอบ้า ห้ามคนทำงานได้ยังไงวะ" กมลทัตโวยวาย
"ฉันจะไปจัดการให้ทางบริษัทหาคนทำงานแทนคุณสักระยะ ตอนนี้ควรจะพักผ่อนตามที่หมอสั่ง"
กมลทัตโบกมือห้าม "อย่านะ ห้ามไปพูดเรื่องฉันต้องเข้าโรงพยาบาลให้พวกมันรู้ โครงการใหม่ๆกำลังจะเปิดตัว เดี๋ยวพวกมันจะรน แตกตื่นกันไปเปล่าๆ"
พิศเพลินไม่ออกความเห็นอะไรอีก หยิบยาในถาดยื่นให้กมลทัตกินพลางบอกว่า "คุณหมอบอกต้องกินยาตรงเวลาค่ะ"
ooooooo
โรมกับเทียนที่กางเต็นท์อยู่ที่ชายหาดอย่างเต็มสุขกับครึ่งทุกข์ เทียนสุขมากกว่าโรม คอยทำอาหารซึ่งส่วนใหญ่ก็คือบะหมี่สำเร็จรูปนั่นเอง วันนี้กินต้มบะหมี่ ใส่หมูหย็อง พรุ่งนี้กินหมูหย็องใส่บะหมี่สลับกันไปทุกวัน เทียนทำเสร็จก็รายงานเสียงแจ๋ว ชวนโรมกิน โรมก็ต้องกล้ำกลืนกินทำท่าเอร็ดอร่อยเพื่อไม่ให้คนทำเสียใจแถมคนทำยังคุยซะอีกว่า
"บอกแล้วว่าเราอยู่กันได้" หยิบของที่เหลือในเป้ออกมาเทกองรวมกันดูว่าอะไรจะหมดบ้าง ปากก็บอกว่า "ของกินกับน้ำหมดเมื่อไหร่เราก็ค่อยขับรถออกไปซื้อกัน"
โรมเห็นที่เทียนเทออกมามีไฟฉายด้วยเลยนึกได้ หยิบไฟฉายแล้วบอกเทียนว่า "เทียนกินไปพลางก่อนนะฉันจะลองไปหาโทรศัพท์แถวๆที่เราหาฟืนกัน อาจจะเจอก็ได้ เผื่อมีเรื่องอะไรฉุกเฉินจะได้ติดต่อคนได้" โรมเดินออกไปจากเต็นท์ เทียนมองตามแล้วหยิบกะลาใส่บะหมี่ขึ้นมาจะกิน คนคนหนึ่งเดินเข้ามาในเต็นท์ เทียนเงยหน้าขึ้นดูแล้วตกใจเพราะท่าทางของคนคนนั้นน่ากลัวสุดๆ มือถือปืนลูกซองยาวแถมยังสะพายมีดดาบเล่มยาวเข้ามาด้วย เทียนอ้าปากทำท่าจะร้อง แต่คนที่เข้ามาทำมือขู่ให้เงียบ เทียนเลยต้องทำตาม
ส่วนโรมไปด้อมๆส่องไฟฉายหาโทรศัพท์ ส่องไปส่องมาเจอเท้าคนยืนขวางหน้าอยู่ เลยส่องไฟฉายดูหน้าเจอหน้าตาดุดันมากๆ โรมชักปืนที่เหน็บหลังออกมาแต่ยังไม่ทันจับให้มั่นก็โดนตีด้วยพานท้ายปืนของฝ่ายตรงข้ามจนทรุดลงไปกองกับพื้นทราย ฟื้นอีกทีก็พบว่าตัวเองมานอนอยู่บนแคร่ในกระท่อมหลังหนึ่ง เห็นเทียนนั่งอยู่ข้างๆ เทียนรีบถามว่าเป็นยังไงบ้าง โรมยกมือกุมหัวตรงที่ถูกตีเหลียวดูไปรอบกระท่อม เทียนบอกเขาว่า
"มีคนจับเรามาเมื่อคืน นายหัวถูกตีหัวจนสลบ"
"ต้องเป็นพวกไอ้กมลทัตแน่ๆมันตามล่าเรามาถึงนี่ ไอ้เลวเอ๊ย" โรมเครียดขึ้นมาทันที รีบล้วงมือหาปืนที่ขอบกางเกง แต่ไม่มีแล้ว สองคนชวนกันย่องไปแอบดูที่หน้าต่าง แปลกใจที่มันไม่เหมือนที่คุมขัง จึงย่องตามกันไปที่ประตู เทียนกระซิบว่า "ระวังนะคะนายหัว มีคนเดินเฝ้าเราทั้งคืนเลย"
โรมพยักหน้ารับรู้ ยกขาขึ้นตั้งใจจะถีบประตูออกไป ปรากฏว่ามีคนเปิดเข้ามาพอดี คนหนึ่งชื่อฉิวเป็นคนที่ไปจับตัวเทียนเมื่อคืนนี้ พอเข้ามาปุ๊บชาวบ้านสองคนที่ตามมาด้วยก็ล็อกแขนโรมคนละข้างทันทีแถมชักมีดปลายแหลมจี้เอวเขาด้วย
"แกเป็นพวกไอ้กมลทัตใช่มั้ย" โรมตะคอกถาม
"ทัดเทิ้ดอะไรไม่รู้จักโว้ย ไป เอาตัวมันไป" ตัวหัวหน้าสั่งลูกน้อง แล้วพากันลากโรมไปโดยเทียนตามมาด้วย ไปถึงกลางดงมะพร้าวก็บอกให้หยุด คนชื่อฉิวร้องบอกกลุ่มคนที่นั่งรออยู่โดยชายหน้าดุอีกคนหนึ่งนั่งอยู่บนแคร่สูงกว่าคนอื่น "มาแล้วพี่เสริม"
เสริมมองดูโรมกับเทียน แล้วถามออกมาว่า "แกสองคนเป็นสายของไอ้พวกนายทุนจอมโหดใจยักษ์ใช่มั้ย ตอบตามตรง"
โรมย้อนถามว่าพวกแกเป็นใคร กลับโดนฉิวตะคอกว่า "อย่ามาย้อนนะโว้ย ถามก็ตอบดีๆ"
เทียนกระซิบกับโรมว่าคงไม่ใช่พวกกมลทัตหรอก โรมจึงพูดด้วยดีๆว่า "ผมไม่ใช่สายอะไรของใคร ผมสองคนแค่มาเที่ยว เห็นแถวนี้ทิวทัศน์สวยดีก็เลยกางเต็นท์พักแรมกันแค่นั้นเอง"
พันซึ่งเป็นเมียของเสริมพูดออกมาว่า นายโกหก ที่นี่ไม่ใช่ที่ท่องเที่ยว ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรทั้งสิ้น เสริมผู้สามีถามว่าแกทำงานอะไร โรมรีบบอกว่า "ผมเป็นเจ้าของสวนปาล์มและก็โรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซล..."
ปาหนันหัวเสียกลับไปหาพ่อ พ่อเลยดุให้ว่า "ดีแล้วที่นังชื่นมันห้ามแกเอาไว้ได้ ถ้าแกไปยิงมันเข้า เราก็ไม่ต่างไปจากไอ้พวกนายทุนใจร้ายนั่นหรอก"
"ก็มันสารเลวนี่พ่อ เด็กผู้หญิงขนาดนั้นมันยังล่อลวงเอามาทำเมียได้ลงคอ" ปาหนันฮึดฮัด พอพันผู้เป็นแม่บอกว่า เคยเห็นมันกอดจูบกัน มันอาจจะรักกันจริงก็ได้ ปาหนันยิ่งโกรธ
"โธ่แม่ ดูก็รู้ผู้หญิงนั่นซื่อจะตาย ไอ้ตัวผู้ชายอึกๆอักๆไม่รับไม่สู้ ต้องให้ผู้หญิงออกมารับหน้าแทนตลอด ผู้ชายก็อย่างนี้แหละ หาดีๆได้ยาก ทุเรศทั้งนั้น"
เสริมผู้เป็นพ่อฟังแล้วสะดุ้ง แต่ชื่นกลับพูดว่า "แหม... มันก็ไม่เสมอไปหรอก หน้าตานายคนนั้นก็ดูดี คมเข้ม ไม่น่า จะเป็นคนร้าย"
"เปรี้ยง" ปาหนันตบพื้นบ้านทำเอาชื่นสะดุ้ง "ไอ้พวกหน้าตาดีนี่แหละตัวร้าย อย่าไปหลงลมมันเชียว" พูดจบก็ยิ่งโมโห ลงจากกระท่อมไปอีก ไปถึงกระท่อมโรมได้ยินเสียงเทียนร้องดังๆว่า "อย่าค่ะนายหัว นายหัว" เท่านั้นปาหนันก็ถีบประตูโครมเข้าไปเห็นโรมกำลังกดเทียนลงบนแคร่เพราะสองคนกำลังหยอกล้อกัน ปาหนันร้องออกมาว่า "ฉันว่าแล้ว ไอ้เลวเอ๊ย" โดดเข้าล็อกคอโรมลากออกมานอกกระท่อม ทั้งเตะทั้งต่อย โรมได้แต่ปัดป้อง ฉิวยังเอาพานท้ายปืนกระแทกเข้าที่ท้องโรมอีกจนเขาทรุดลงไปกับพื้น เทียนวิ่งเข้ามาประคองโรมแต่ปาหนันลากมือเอาไว้
"ไม่ต้องสนใจมัน เธอไปอยู่กับฉันที่บ้านพ่อ"
"ไม่ค่ะ เทียนจะอยู่กับนายหัว"
"นี่เธอจะอยู่ให้ไอ้นี่มันซ้อมเหรอ ฉันอุตส่าห์ช่วยเธอนะนี่"
"นายหัวไม่ได้ซ้อมเทียนหรอกค่ะ เรา...เอ้อ...ผัวเมียหยอกกันเล่นกันก่อนนอนน่ะ" เทียนแกะมือปาหนันออกจากตัวเองแล้วเดินเข้าไปประคองโรม พวกปาหนันงง
ooooooo
วันนี้พิศเพลินไปรับกมลทัตกลับจากโรงพยาบาล พอรถแล่นผ่านสนามหญ้ามาจอดหน้าบ้าน พิศเพลินกับกมลทัตก็เห็นกุลชาติแต่งตัวหล่อ หิ้วกระเป๋าเดินทางควงกุญแจรถออกจากตึก กมลทัตมองอย่างเขม่นคิดว่าลูกชายจะหนีไปเที่ยวที่ไหนอีกแล้ว ส่วนพิศเพลินวางหน้าเฉยเพราะเห็นบ่อยจนชินที่ลูกไปไหนโดยไม่ บอกกล่าว กุลชาติพอเห็นรถพ่อก็ชะงัก แต่ก็ร้องทักว่า
"อ้าวป๋า...หายแล้วเหรอครับ"
กมลทัตก้าวลงจากรถได้ก็พูดกระแทกลูกชายทันที "เออสิ...ถามอย่างนี้ดีใจหรือเสียใจกันแน่วะ แล้วนั่นแกจะไปไหน"
"ไปเอ้อ...ไปหาที่พักสมองสักหน่อย" กุลชาติอึกอัก
"ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น แกต้องไปกับฉัน ไปแสดงให้
ทุกคนเห็นว่าแกไม่ใช่ไอ้ลูกหมาที่ไม่เอาไหน ไปให้คนที่บริษัทรับรู้บ้างว่าฉันมีลูกชายอยู่คนนึง"
"ไปทำไมให้เกะกะคนอื่นเปล่าๆ พ่อก็รู้อยู่ว่าผมไม่รู้เรื่อง การบริหารบริษัทพ่อสักนิดเดียว ไปใช้คนอื่นเขาเถอะ" กุลชาติทำท่าจะขึ้นรถตัวเอง แต่เสียงพูดอย่างดุดันของกมลทัตทำให้เขาชะงัก
"ต้องไปกับฉัน แล้วฉันจะโอนเงินใส่บัญชีให้แกสิบล้านบาทวันนี้เลย" กมลทัตเดินขึ้นตึกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า กุลชาติรีบเดินเข้าไปหาแม่ มธุรสวาจาออกจากปากทันที
"แม่...หมอช็อตไฟแรงไป หรือว่าป๋าเขากินยาผิดครับแม่?"
พิศเพลินบอกลูกว่า "พ่อเขาไม่สบายจริงๆ อยากให้ลูกสืบทอดกิจการของเรา ไปช่วยเขาหน่อยเถอะลูก" และเพราะคำพูดของแม่ทำให้กุลชาติต้องไปบริษัทกับพ่ออย่างฝืนใจ กมลทัตเรียกประชุมบรรดาผู้บริหารของบริษัทด่วน พอทุกคนมาพร้อมแล้วกมลทัตก็เปิดการประชุมโดยแนะนำตัวลูกชาย เสร็จแล้วกุลชาติก็พูดคล้ายๆ ฝากตัวกับทุกคนว่า
"ในฐานะทายาทคนเดียวของท่านประธาน ผมขอยืนยันถึงความตั้งใจที่จะเข้ามาสืบทอดเจตนารมณ์สู่ความสำเร็จของทีเอส กรุ๊ป รุ่นที่สองครับผม" พูดจบก็ตบมือเปาะแปะให้ตัวเองแทนที่จะเป็นคนอื่นๆ ซึ่งนั่งเงียบกันหมด กมลทัตรู้สึกอึดอัดที่เห็นการไม่ต้อนรับของผู้บริหารทุกคน อุตส่าห์พูดอีกว่า
"ขอให้ทุกคนช่วยแนะนำการงานให้กุลชาติด้วย ขอให้เห็นว่าเป็นลูกเป็นหลานก็แล้วกัน"
ผู้บริหารหญิงคนหนึ่งใจกล้ากว่าเพื่อนออกความเห็นว่า "ด้วยความเคารพในการตัดสินใจนะคะคุณกมลทัต แต่หลานกุลชาติจะไม่เด็กไปหน่อยเหรอคะ"
"ผมก็จะดูๆให้ถ้าเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ" กมลทัตชักเริ่มเครียด
"แต่...ภาพลักษณ์ก็สำคัญนะครับ สภาวะผู้นำ วุฒิการศึกษา วุฒิภาวะ" ผู้บริหารชายอีกคนเอ่ย
"ก็ไม่ต้องเปิดตัวมาก" กมลทัตพยายามโน้มน้าว
"เอ้อ...แล้วเรื่องคดีความเรื่องยาเสพติด..." ผู้บริหารหญิงอีกคนเอ่ยแบบกล้าๆกลัวๆ
"เฮ่ย...นั่นผมควบคุมได้" กมลทัตเสียงเริ่มมีโมโห
ผู้บริหารชายอีกคนพูดสวนว่า "แล้ววิสัยทัศน์ล่ะครับ ตอนนี้เปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ทำให้การผูกขาดของเรากับภาครัฐไม่ต่อเนื่อง เราควรจะย้าย..."
"ปัง!" กมลทัตลุกขึ้นตบโต๊ะ ตวาดออกมาว่า "นี่มันไม่ไว้วางใจกันเลยนี่หว่า พวกแกเป็นใคร ฉันปั้นมากับมือทั้งนั้น ใครไม่พอใจลาออกไป แก...แก...หรือว่าแก.."
คนที่ถูกกมลทัตชี้หน้าทุกคนหลบตา แต่แล้วกมลทัตก็ตัวงอตาค้าง ล้มลงกับโต๊ะ ทุกคนตกใจกันหมด กุลชาติเข้าประคองร้องเรียกป๋า ป๋า แต่กมลทัตไม่รู้สึกตัวเลยต้องพาส่งโรงพยาบาลด่วน
ข่าวนี้ไปถึงหูหมอเผ่าที่อยู่โรงพยาบาลในหัวหินโน่น เพราะเพื่อนหมอด้วยกันที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯส่งข่าวไปให้ หมอเผ่ารีบไปที่ห้องครูพร เจอปารวดีกำลังปรนนิบัติครูพรอยู่รอจนได้อยู่กันสองคนเพราะครูพรไปเข้าห้องน้ำ หมอเผ่าก็บอกกับเมียว่า
"เพื่อนผมโทร.มาบอกเมื่อกี้ว่ากมลทัตเส้นเลือดในสมองแตก"
"สมน้ำหน้า บาปกรรมเริ่มสนองแล้วสิ" ปารวดีทำสีหน้าแบบว่าสมเพชกมลทัต
"แล้วจะบอกโรมกับเทียนยังไงดีติดต่อไม่ได้เลย โทร.เท่าไหร่ก็ไม่ติด"
"ติดต่อนายลักสิ อาจจะเจอสองคนนั่นแล้วก็ได้" ปารวดีแนะนำ หารู้ไม่ว่าลักษมนก็คลำหาสองคนนั่นเหมือนคนตาบอด เที่ยวเดินถามเขาไปเรื่อย โดยเอารูปของโรมกับเทียนให้คนที่เขาไปถามดู แต่ทุกคนก็ส่ายหน้าบอกว่าไม่เคยเห็นทั้งนั้น
วันนี้ลักษมนไปที่ตลาด เดินถามตามแผงขายของ พอดีวันนี้ปาหนันกับชื่นเข้ามาซื้อของที่ตลาดนี้ พอลักษมนเห็นก็เดินมาถามพร้อมกับยื่นรูปให้ดู "ขอโทษครับ ไม่ทราบคุณเคยเห็นผู้ชายกับผู้หญิงในภาพนี้บ้างหรือเปล่า?"
"อ๊าย...อ๊าย..." ชื่นดูพอเห็นก็จำได้ว่าเป็นโรม แต่ยังไม่ทันพูดอะไรออกมาก็โดนปาหนันกระทืบเท้าให้แล้วด่าว่า
"จะร้องทำไม ไป กลับได้แล้ว" ปาหนันเห็นรูปถนัดและ จำได้เหมือนกัน แถมยังพูดปฏิเสธกับลักษมนว่า "ขอโทษฮะ ไม่เคยเห็น" ฉุดแขนชื่นจะเดินออกจากร้าน แต่ลักษมนรีบบอกว่า
"ช่วยดูดีๆอีกครั้งเถอะครับ ผู้ชายคนนี้เป็นพี่ชายของผม ส่วนผู้หญิงเป็น...ญาติของเรา" ที่เป็นดังนั้นเพราะลักษมนรู้สึกว่าสองคนนั่นมีพิรุธ ชื่นถามทันที
"แล้วสองคนนี่ไม่ใช่ผัวเมียกันเหรอ?"
พอลักตอบว่า ไม่ใช่ ปาหนันก็ร้องอะไรนะออกมา ลักษมนรีบถามทันทีว่า "คุณรู้จักเขาเหรอ?"
"ไม่เคยเห็นจริงๆ" ปาหนันพูดตอบแต่ไม่กล้าสบตาลักษมน แถมยังรีบเดินหนีออกไปโดยมีชื่นวิ่งตามไปด้วย ลักษมนรีบกางกั้น แต่ปาหนันพรวดออกไป มือของลักษมนเลยไปถูกหน้าอกปาหนันโดยไม่ได้ตั้งใจ ปาหนันโวยวายว่าเขาลวนลามและต่อยจนลักษมนกระเด็น และพาชื่นวิ่งหนีไปทันที ลักษมนคลำคางป้อยๆ "อูย...อะไรวะเนี่ย ยายทอมบ้า" มองตามหลังสองคนนั้นที่วิ่งไปไกลแล้ว ปาหนันกลับถึงบ้านรีบไปรายงานพ่อ เสริมให้คนไปเอาตัวโรมมาที่ชายหาด โดยเทียนวิ่งตามมาด้วย พอถึงโรมก็ถามว่า
"พาพวกเรามาทำไม มีเรื่องอะไรกัน?"
"พวกแกโกหก สารภาพความจริงมาได้แล้ว" เสริมตวาด
"ก็พูดความจริงไปหมดแล้ว จะเอาอะไรกันอีก?"
"สองคนนี่ โกหกพวกเราทุกคน เธอกับมันไม่ได้เป็นผัวเมียกัน ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว ถามเจ๊ชื่นได้"
"ใช่จ้ะพี่ เราเจอน้องชายของไอ้คนนี้ที่ตลาด มันมาตามหาสองคนนี้ แล้วมันบอกว่าผู้หญิงก็เป็นญาติมัน"
"งั้นแกก็ต้องเป็นสายให้ไอ้นายทุนหน้าเลือดจริงๆสิ ถึงได้ปั้นเรื่องโกหกพวกเรา" ฉิวชี้หน้าโรม
เสริมตัดสินทันที "เอาผู้ชายขึ้นเรือ ข้าจะสั่งสอนมันเอง ส่วนผู้หญิงเอ็งเอาไปกักไว้ที่เรือน"
ชาวบ้านตรงเข้าล็อกตัวโรมแต่โรมต่อสู้จึงโดนฉิวต่อยท้องจนทรุดแล้วลากไปลงเรือ เทียนจะเข้าช่วยแต่โดนชื่นล็อกแขนเอาไว้ เทียนร้องไห้ "อย่าทำอะไรนายหัว ฉันขอร้อง ช่วยเขาด้วย ห้ามพวกนั้นนะ...นะ" ปาหนันกับชื่นไม่ฟัง ดึงเทียนกลับมาที่กระท่อมจนได้ เทียนเอาแต่ชะเง้อมองไปทางทะเลคอยการกลับมาของโรมอย่างใจจดใจจ่อ เป็นนานก็ยังไม่เห็นเรือแล่นกลับมา เทียนเดินไปหาปาหนัน ถามว่า
"พวกเธอคงไม่ฆ่านายหัวใช่ไหมจ๊ะ ฉันดูก็รู้ พวกเธอไม่ใช่คนโหดร้ายอะไร"
"แล้วแต่พ่อ เธอใจเย็นๆเถอะ เดี๋ยวก็กลับ กดน้ำคนไม่ถึงสิบนาทีก็ตายแล้ว" ปาหนันขู่
ชื่นค้อนปะหลับปะเหลือก "โหดไปหรือเปล่าหนัน หล่อๆอย่างงี้เสียดายของ" ปาหนันถลึงตาใส่
เทียนตกใจ "ฉันขอร้องนะพี่ ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าฉันเถอะ
นายหัวไม่ผิด ฉันเองที่โกหกพวกพี่ ไม่เกี่ยวกับนายหัว...เพราะฉันกลัวพวกพี่จะแยกฉันกับนายหัว ฉัน...ฉันรักนายหัว แต่ไม่มีใครเห็นด้วยกับความรักของเรา ฉันเลยต้องขอให้นายหัวพามาที่นี่"
จบคำพูดของเทียน ปาหนันอึ้ง ส่วนชื่นเม้มปากอย่างซึ้งสุดๆ แต่ปาหนันก็ยังถามอีกว่า "โกหกอีกใช่ไหม เป็นญาติกันจะรักกันได้ยังไง?"
"ฉันไม่ใช่ญาตินายหัว แต่นายหัวเก็บฉันมาอุปการะ นายหัวเป“นทุกอย่างในชีวิตของฉัน"
"งั้นก็เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟังสิว่าเรื่องมันเป“นยังไงแน่" ปาหนันกับชื่นจ้องหน้าคอยฟัง พอฟังจบสองคนน้ำตาไหล ชื่นถึงกับร้องฮือๆ "ชีวิตเธอช่างรันทดยิ่งกว่าดาวพระศุกร์บวกกับ ทัดดาว บุษยา ดอกเทียนเอ๊ย น่าสงสารจริงๆ"
ปาหนันหันหน้าไปทางอื่นแล้วดุชื่นว่า ไร้สาระน่าเจ๊ แต่ตัวเองก็จับมือเทียนมากุมไว้ "เธอคงลำบากมากเลยใช่มั๊ยเทียน ที่ต้องแต่งตัวเป“นเด็กผู้ชายตลอด" ชื่นพยักหน้าเห็นด้วยพลางเสริมอีกว่า
"แถมยังถูกพี่ชายบังคับจะให้ขายตัวอีก ผู้ชายอะไรใจร้าย..."
"แต่เทียนก็รอดมาเพราะนายหัวช่วยเอาไว้ได้ แล้วยังเอาเทียนมาชุบเลี้ยงอย่างดีเลย" เทียนพูดอย่างภาคภูมิใจ
"แล้วไอ้คนชั่วที่คอยกลั่นแกล้งนายหัวตลอดเวลามันคือใครเหรอเทียน มันต้องมีเหตุผลสิ อยู่ดีๆจะมาแกล้งกันเฉยๆได้ยังไง..." ปาหนันข้องใจ
"ความจริงเขาคือ..." เทียนยังพูดไม่จบ ที่ชายหาดก็มีคนวิ่งกันพลุกพล่านเหมือนเกิดเรื่องอะไรขึ้น มีหญิงชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งมาบอกปาหนันว่า
"ไอ้หนันๆ เร็วๆเข้า ไอ้ฉิวแย่แล้ว ตอนนี้อยู่ที่บ้านพ่อเสริม"
ฉิวก็คือน้าของปาหนันที่เอาตัวโรมไปกับนายเสริมซึ่งทำท่าขึงขังว่าจะเอาตัวโรมไปลงโทษ แต่ความจริงพาไปบังคับให้โรมดำน้ำดูทิวทัศน์และปะการัง พอโรมลงไปพักใหญ่ๆก็ถูกดึงขึ้นมา นายเสริมถามว่าเห็นอะไรบ้าง โรมตอบว่า "ใกล้ๆ ชายฝั่ง เห็น...เห็นปะการัง แถวนี้มีเต็มไปหมด ปลาก็เยอะแยะ"
"สิ่งที่แกเห็นนั่นแหละ คือสิ่งที่พวกฉันกับชาวบ้านหวงแหนเท่าชีวิต ถ้าพวกนายทุนมันเอาไปได้ มันก็จะกระทำย่ำยี เหมือนที่อื่นๆ ท่าเรือ น้ำเสีย สารพิษ ถ้าปะการังหมด ปลาก็หมด" เสริมพูดเสียงหนักๆ
"ผมเข้าใจที่คุณพูดทุกอย่าง แต่ก็ต้องขอยืนยันอีกครั้งว่า ผมไม่ได้เป“นพรรคพวกหรือเป“นสายให้ไอ้พวกนายทุนชั่วที่ไหน เชื่อผมสิ..." โรมตอบอย่างจริงจัง พอดีพวกชาวบ้านที่มาด้วยในเรือร้องเอะอะ
"พ่อเสริมๆ พวกมันมากันแล้ว"
"อยู่เฉยๆ เตรียมพร้อมเอาไว้" เสริมรีบบอกชาวบ้าน ฉิวรีบกดหัวโรมลงกับพื้นเรือ โรมพยายามดูด้วยความสงสัยนายเสริมก็มองจับพิรุธของโรมเช่นกัน เรือนายทุนแล่นผ่านไป โรมสะบัดจากการกดหัวกับมือของฉิวทันเห็นพวกที่อยู่บนเรือนายทุนชูป—นขู่พวกเสริมไปมา ก่อนจะแล่นห่างออกไป ฉิวพูดกับโรมทันที
"พวกมันตามหาแกน่ะสิ ยิงมันทิ้งดีกว่าพี่เสริม" ยื่นปืนมาตรงหน้าโรม แต่ถูกโรมปัดปืนจนเฉไป ฉิวชักมีดออกมาอีก โรมตั้งท่าเตรียมสู้ นายเสริมร้องห้าม
"หยุด ไอ้ฉิวอย่าวู่วาม ถ้าคุณไม่ใช่พวกมันก็เห็นกับตาแล้วว่า พวกมันพยายามปิดล้อมบีบคั้นเราทุกด้าน"
ฉิวไม่อยากฟัง เดินไปดูลูกน้องที่กำลังเขี่ยอะไรอย่างหนึ่งรูปร่างเหมือนกล่องขึ้นมาวางพลางบอกว่า "อะไรก็ไม่รู้พี่ฉิว ตรงนั้นก็มีตรงโน้นก็มี" ชี้มือให้ดู ฉิวมองตามมือลูกน้องเห็นกล่องหลายใบลอยอยู่ในน้ำ เขาลดสายตาลงดูกล่องที่ถูกเอาขึ้นมาวางบนเรือใบนั้นแล้วชักมีดออกมาแงะฝากล่อง โรมร้องห้ามแต่ไม่ทันเพราะพออากาศเข้ากล่องได้ก็มีไอสีขาวพุ่งขึ้นมาใส่หน้าฉิวเข้าเต็มรัก โรมกระโดดเข้าไปเตะกล่องใบนั้นลงทะเลไป
ส่วนฉิวยกมือขึ้นขยี้จมูกไปมา ยืนโงนเงนครู่เดียวก็ล้มลงกับพื้น ทุกคนที่อยู่ในเรือกรูกันเข้าไปดู โรมบอกว่าต้องเป็นสารพิษแน่ๆ เป็นพวกสารเคมีที่อันตรายอย่างใดอย่างหนึ่งเสริมรีบสั่งลูกน้องให้หันหัวเรือรีบเข้าฝั่งทันที
ปาหนัน เทียน ชื่น และหญิงชาวบ้านที่วิ่งไปบอกวิ่ง
ตามกันมาเป็นพรวน เทียนเห็นโรมก็ดีใจวิ่งเข้ามากอดแต่โรมยังพะวักพะวงอยู่กับฉิว แล้วเขาจึงนึกถึงรถตัวเองขึ้นมาได้ ร้องบอกว่า
"เอาอย่างนี้ ไปเอารถผมมาต้องรีบพาเขาส่งโรงพยาบาล"
"กุญแจอยู่นี่" ชื่นล้วงกุญแจรถส่งให้ปาหนัน ปาหนันชูให้โรมดู
โรมรับกุญแจแล้วเข้าพยุงฉิว หลายคนช่วยกันหามเขาขึ้นรถ เสริมโดดตามขึ้นไปนั่งข้างน้องชาย ส่วนปาหนันนั่งคู่ไปกับโรมซึ่งเป็นคนขับรถ โรมตะบึงรถมาพักเดียวก็เจอไม้กั้นเส้นทาง มีพวกสมุนนายทุนที่โรมไม่รู้ว่าชื่ออะไรยืนขวางอยู่ โรมลงจากรถไปเจรจา
"ขอผ่านหน่อยพี่ชาย ผมมีคนป่วยต้องรีบพาไปโรงพยาบาล"
"ผ่านไม่ได้ นี่เป็นที่ส่วนบุคคล ถ้าเข้ามาก็ถือว่าบุกรุก" พวกสมุนนายทุนก๋าออกมาพร้อมอาวุธ ปาหนันสะอึกเข้าใส่
"มันจะไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ นี่มันถนนสายเดียวของหมู่บ้าน ใช้ร่วมกันมาตั้งนานแล้ว"
"ก็อยากดื้อกันเองนี่หว่า ถ้าขายที่ไปซะก็จะได้อยู่ในเมืองสบายๆใกล้โรงพยาบาลด้วย ช่วยไม่ได้"
"ที่แท้พวกแกมันก็ลูกน้องไอ้นายทุนใจหมาที่ชาวบ้านเขาพูดๆกันนั่นเอง" โรมด่า ส่วนปาหนันเดินเข้าหาพวกนั้น พลางมือก็เอื้อมไปหยิบปืนที่ขอบกางเกงด้านหลัง โรมรีบเข้าไปดึงแขนเอาไว้ เสริมลงจากรถมาบอกโรมว่า
"นายหัว เอาไอ้ฉิวไปทางเรือก็ได้"
"แล้วจะเอาไปขึ้นที่ท่าไหน บริษัทเราเช่าเอาไว้หมดทุกท่าแล้ว" พวกสมุนนายทุนพากันหัวเราะเยาะ โรมได้ยินเสียงฉิวอาเจียนโอ้กๆอยู่ข้างรถเลยบอกกับเสริมว่า "ฉิวอาเจียนออกมาแล้ว คงไม่เท่าไหร่ ได้ระบายพิษมั่งแล้ว กลับกันเถอะ" โรมดึงปาหนันที่ยังฮึดฮัดอยู่ให้ขึ้นรถ เสียงสมุนนายทุนตะโกนตามหลังขึ้นมาว่า "คราวหน้าจะให้ตายเร็วกว่านี้อีก ระวังให้ดี" โรมชี้หน้าพวกมัน
"กลับไปบอกเจ้านายพวกแก ฉันจะปิดบริษัทของมันเร็วๆนี้แหละ ชาวบ้านพวกนี้ไม่มีวันขายที่ให้มันหรอก ฉันจะช่วยพวกเขาเอง"
"ปัดโธ่...ไอ้กร๊วก เอ็งรู้หรือเปล่าเจ้านายของเราเป็นใครทำมาคุยโว ท่านกมลทัตโว้ย ทีเอส กรุ๊ปโว้ย รู้จักหรือเปล่า" โรมหูอื้อด้วยความแค้นทันทีเมื่อได้รู้ว่านายทุนคนนั้นคือกมลทัตนั่นเอง
กลับถึงบ้าน ปาหนันเล่าให้คนที่นั่นฟังว่าบริษัทนั่นเป็นของนายกมลทัต เทียนฟังแล้วสะดุ้ง โรมบอกชาวบ้านว่า "เรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นที่นี่ เป็นฝีมือของกมลทัตกับพวกลูกน้องของมันซึ่งเป็นศัตรูตัวร้ายของผม" เทียนอึ้งแล้วเลยซึมไป โรมขอโทรศัพท์เสริมใช้บอกว่ามีเพื่อนเป็นหมอคงจะแนะนำวิธีการช่วยฉิวได้บ้าง เสริมยื่นให้อย่างเต็มใจ พอโทร.ถึงหมอเผ่าก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างดี หมอเผ่าบอกวิธีแก้พิษมาให้ ทุกคนฟังโรมสั่งการเตรียมพัดลม น้ำร้อนและอะไรอีกสารพัดเพื่อลดอาการแพ้พิษของฉิว ส่วนเสริมก็บอกชาวบ้านให้ใช้วิชาแพทย์ แผนไทยเข้าช่วยอีกด้วย ทุกคนชุลมุนกันอยู่ตรงนั้นเลยไม่มีใครเห็นว่าเทียนออกไปจากที่นั่นเมื่อไหร่ จนถึงเวลากินข้าว ปาหนันเดินตามหาจนพบ เทียนเลยขอยืมมือถือของปาหนันโทร.ไปที่บ้านทักษสุต ปรากฏว่ากุลชาติเป็นคนรับสาย เขาดีใจเหมือนได้แก้ว เทียนถามถึงกมลทัต กุลชาติตอบมาว่า
"ป๋า...ป๋าไม่อยู่ ไม่สบายอยู่โรงพยาบาล เทียนมีธุระอะไรมีเรื่องอะไรบอกชาติได้นะ เราพวกเดียวกันอยู่แล้ว..."
เทียนนิ่งคิดไปอึดใจหนึ่งก่อนบอกว่า "เทียนมีเรื่องให้ชาติช่วย..." พอฟังเทียนพูดเรื่องทั้งหมดจบ กุลชาติก็รีบไป
จัดกระเป๋าเสื้อผ้าด่วนจี๋ วิ่งลงมาจากตึก โยนกระเป๋าไปไว้เบาะข้างๆคนขับ ขึ้นรถคาดเข็มขัดนิรภัย หยิบกุญแจมาเตรียมจะ สตาร์ตรถ พิศเพลินเดินมาเคาะกระจกถามว่าจะไปไหน กุลชาติตอบยิ้มๆ
"ไปหาเทียนแม่ เทียนเขามีเรื่องอยากเจอชาติ" พิศเพลินตกตะลึงได้แต่ทวนชื่อเทียนออกมา แต่รถของกุลชาติวืดผ่านออกประตูไปแล้ว
พิศเพลินต้องไปเยี่ยมกมลทัตคนเดียวเพราะเอาตัวกุลชาติไปด้วยไม่ได้ พอเข้าไปในห้องก็เห็นภาพที่เคยเห็นทุกวันคือกมลทัตนอนหลับอยู่บนเตียงมีเครื่องช่วยหายใจเสียบรูจมูก เธอยืนมองอย่างปลงๆ กำลังจะเดินเข้าไปขยับสายน้ำเกลือให้เพราะเห็นว่าติดๆขัดๆ กมลทัตลืมตา และพยายามขยับตัวแต่ขยับไม่ได้เขาโวยวายลั่น
"เฮ้ย...ฉันเป็นอะไรไป! พิศเพลินๆ เรียกหมอเร็วๆเข้า"
พิศเพลินเข้าไปลูบผมปลอบ "ใจเย็นๆคุณ หมอบอกว่าคุณเส้นเลือดฝอยในสมองแตก โชคยังดีที่ไม่เป็นอะไรมากไปกว่านี้ แต่ต้องอยู่โรงพยาบาลดูอาการไปก่อน"
กมลทัตถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม "แล้วกุลชาติล่ะ มันหายหัวไปไหน" ถามถึงลูกชาย
"ชาติไป...เอ้อ...เขาบอกว่าเขาไปหาเทียน" พิศเพลินตอบค่อยๆ พอกมลทัตถามอีกว่าไปหาที่ไหนเธอก็ตอบไม่ได้ กมลทัตพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
"โธ่เว้ย มันจะไปเจอกับเทียนที่ไหนทำไมไม่ถาม นี่มันต้องเป็นแผนของไอ้โรมแน่ๆ ไป...พาฉันไปตามหามันเร็วๆ" กมลทัตพยายามลุกแต่ไม่มีแรง ทุรนทุรายหอบฮักๆตาเหลือก พิศเพลินตกใจรีบกดกริ่งเรียกหมอ ซึ่งก็เข้ามาทันใจ รีบจับชีพจร เอาไฟฉายส่องดูนัยน์ตา พูดกับพิศเพลินไปพลางว่า
"ถ้ายังเป็นแบบนี้ อาจถึงอัมพาตได้นะครับ ต้องไม่ให้ คนไข้เครียด เดี๋ยวผมจะให้ยาเพิ่ม" หมอกดกริ่งเรียกพยาบาลเข้ามาด่วนจี๋
ooooooo
คืนนั้นอาการของฉิวกลับเป็นมากขึ้น ชักเป็นระยะๆ หน้าเริ่มซีดเข้าทุกที โรมบอกว่าถ้าอย่างนี้ไม่ไหว แน่ต้องพาฉิวส่งโรงพยาบาลด่วนไปกันเดี๋ยวนี้เลยเขาจะเป็นคนพาไปเอง และขอปืนของตัวเองคืนจากเสริมด้วย เสริมคืนปืนให้โรม แถมบอกว่าพวกเราจะไปด้วย ถ้ามันไม่ให้ผ่านก็ต้องมีตายกันไปข้างหนึ่ง เสริมตะโกน บอกชาวบ้านว่า ไปโว้ยพวกเรา เท่านั้นเองฉิวก็ถูกหามไปขึ้นรถ
เทียนรีบกดโทรศัพท์ส่งข้อความให้กุลชาติ เสร็จแล้วเอาโทรศัพท์คืนให้ปาหนัน รีบไปบอกกับโรมว่า "รออีกหน่อยดีมั้ยคะนายหัว ให้ใครล่วงหน้าไปดูลาดเลาก่อนก็ได้"
โรมตอบว่า "ไม่มีเวลาแล้ว เทียนรออยู่ที่นี่กับปาหนันก่อนก็ได้" ปาหนันร้องออกมาว่า
"ไม่เอา พ่อไปฉันก็ไป ตายเป็นตาย" พูดจบก็โดดขึ้นรถไปนั่งกับเสริม ช่วยประคองฉิวไปด้วย เทียนขึ้นด้านหน้ากับโรม รถกระบะอีกคันที่มีชาวบ้านชายไปกันเต็มคันรถ แล่นตามหลังรถของโรมไป โรมเหยียบคันเร่งจนเกือบมิด พอไปถึงด่านเหตุการณ์กลับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะพวกสมุนกมลทัตเปิดไม้กั้นด่านไว้ให้เรียบร้อย แถมยังบอกว่า "ลูกชายท่านกมลทัตเพิ่งมาบอกให้เปิด เชิญครับ เชิญตามสบาย" โรมอึ้งเมื่อได้ยินว่าลูกชายกมลทัตสั่งให้เปิด แต่เมื่อนึกถึงอาการของฉิวได้จึงออกคำสั่งให้ปาหนันกับเทียนพาพวกลูกน้องของเสริมกลับไปหมู่บ้านให้หมด เขากับเสริมส่งฉิวเสร็จแล้วจะรีบกลับมา เทียนเข้ามาเกาะแขนโรม
"นายหัวคะ...ดูแลตัวเองดีๆนะคะ" โรมไม่ได้เฉลียวใจกับคำพูดของเทียนแม้แต่น้อยว่ามันหมายถึงอะไร กว่าจะรู้ก็เมื่อกลับมาจากส่งฉิวแล้วไม่เจอเทียน มีแค่จดหมายที่เทียนฝากไว้ให้เขาเพียงฉบับเดียวเท่านั้น โดยปาหนันกับชื่นเล่าให้ฟังว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเอารถมารับตัวเทียนไป และเธอกับชื่นขับรถตามไปแต่ไม่เจอ แต่ไปพบกับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่เคยมาถามหาโรมกับเทียน ซึ่งก็คือลักษมนนั่นเอง แต่ปาหนันกับชื่นไม่รู้ว่าเป็นคนละพวกกับคนที่มารับตัวเทียนไป
โรมเอาจดหมายเทียนมาอ่านในนั้นเทียนเขียนว่า "นายหัวไม่ต้องเป็นห่วงเทียนนะคะ เทียนขอไปจัดการเรื่องส่วนตัวของเทียนให้เรียบร้อยก่อน สักวันหนึ่งหวังว่าเทียนจะได้ทดแทนบุญคุณนายหัว ขอบพระคุณสำหรับทุกอย่าง"
โรมถามถึงลักษณะของคนที่มารับเทียน ปาหนันบรรยาย ลักษณะของกุลชาติถูกเป๊ะ โรมเดาได้ทันทีว่าเป็นกุลชาติลูกชายกมลทัต พอเอ่ยออกมาทุกคนก็เป็นห่วงเทียนกันหมด แต่ก็ต้องชุลมุนช่วยกันห้ามโรมที่ผลุนผลันจะไปเอาตัวเทียนคืน ให้ได้ ครูพรต้องให้สติว่า
"เชื่อครูสิ ความดีจะคุ้มครองเทียนเอง ไม่อย่างนั้นเทียนคงไม่เอาตัวรอดปลอดภัยมาถึงวันนี้หรอก ที่สำคัญที่สุด ต่อไปนี้พวกเราทุกคนต้องทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เพื่อเทียน"
ฝ่ายกุลชาติ ขณะที่ขับรถพาเทียนเข้ากรุงเทพฯ เขา ฝันเฟื่องว่าจะพาเทียนไปอยู่ด้วยกัน จะหาที่อยู่ที่ใหญ่โตโอ่โถง ยังงั้นยังงี้ แต่เทียนกลับขอเพียงอย่างเดียวคือให้พาไปหากมลทัต บอกว่าพ่อของเขาไม่สบายเธอก็ควรต้องไปเยี่ยม กุลชาติหลงกลพาไปที่โรงพยาบาลที่กมลทัตนอนป่วยอยู่ พอไปถึงหน้าห้อง เทียนบอกให้กุลชาติรออยู่ข้างนอก เธอขอเข้าไปคุยกับกมลทัตเพียงลำพัง กุลชาติต้องยอมเมื่อโดนเทียนขู่ว่าถ้าไม่ทำตามเธอจะไม่ไปอยู่ด้วย
เทียนเปิดประตูเข้าไป กมลทัตหันมาเห็นตกใจมาก ร้องออกมาว่า "เทียน หนูเทียน มาที่นี่ได้ยังไง?"
เทียนเดินเข้าไปยืนห่างๆ จ้องหน้ากมลทัตแล้วพูดว่า "คุณคงแปลกใจ สงสัย ที่อุตส่าห์ส่งคนไปตามฆ่าฉัน แต่ฉันกลับรอดมาได้ใช่ไหมคะ?"
"เฮ้ย...พูดอะไรอย่างนั้นหนูเทียน ฉันจะส่งคนไปฆ่าหนูได้ยังไง ไม่ใช่เรื่อง ไม่มีเหตุผล ไอ้โรมใช่มั้ยที่มันยุแยง ตะแคงรั่วใส่ร้ายฉัน"
เทียนส่ายหน้า ยกมือขึ้นถอดสร้อยร้อยแหวนออกจากคอ ยื่นให้กมลทัตอย่างช้าๆ พอกมลทัตมองเห็นชัดก็ตกใจ มองเทียนกับแหวนสลับกันไปมา เทียนเก็บของใส่กระเป๋าบอกว่า "แหวนนี้แม่ถมยาให้ฉันก่อนที่แม่จะตาย คุณน่าจะรู้ที่มาของมันดีกว่าใครๆ"
กมลทัตอ้ำอึ้งครุ่นคิดหาทางตอบ "ใช่...มันเป็นแหวนของพ่อฉันเองที่ตั้งใจมอบให้กับหลานท่านคนแรก แต่พ่อระบุว่า ต้อง...ต้องเป็นหลานผู้ชายเท่านั้น"
"แต่เพราะฉันเกิดมาเป็นผู้หญิง คุณเลยเอาฉันไปยกให้แม่ถมยา แล้วก็แลกเอากุลชาติมาเลี้ยงเพื่อตบตาพ่อคุณว่าได้หลานชายแล้วก็ยกมรดกให้คุณ" เทียนเสียงเข้ม
"หนูรู้ได้ยังไง...ไม่จริง...ไอ้โรม...ไอ้โรมเป็นคนบอกเรื่องนี้ให้หนูรู้ใช่มั้ย ไอ้ตอแหล...ไอ้..."
"ไม่ใช่นายหัวบอกฉันหรอกค่ะ..." เทียนเบรก "เรื่องต่างๆที่ผ่านมามันทำให้ฉันเดาอะไรได้ไม่ยาก คนอย่างคุณมันทำได้ทุกอย่างเพื่อแลกกับอำนาจและทรัพย์สมบัติ แม้แต่
ฆ่าคนคุณก็ทำได้...พี่ชาญถูกยิงตายต่อหน้าต่อตาฉัน ครูพรก็บาดเจ็บอยู่โรงพยาบาลนั่นยังไม่เท่าไหร่ คุณกมัยธรเขาเป็นน้องชายคุณแท้ๆคุณยังฆ่าเขาได้ลงคอ..."
"กมัยธรรถคว่ำตาย ฉันไม่ได้ฆ่ามันนะ มันเป็นอุบัติเหตุ..."
"ฉันไม่รู้ว่าเรื่องเป็นยังไง ถึงคุณจะปฏิเสธไม่ยอมรับผิด แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์และฟ้าดินก็ต้องรู้ต้องเห็นว่าคุณทำอะไรไว้บ้าง"
"ฉันไม่รู้ว่าไอ้โรมมันใส่อะไรเอาไว้ในสมองของหนู แต่ฉันไม่เคยคิดฆ่าใคร โดยเฉพาะลูกในไส้ ถ้าฉันคิดจะทำแบบนั้นหนูตายไปนานแล้วละ"
"แต่คุณก็ไม่ปฏิเสธว่ายกฉันให้กับพ่อใช้แม่ถมยาจริงๆ"
"ใช่ ฉันยอมรับ แต่มันมีเหตุผลมากกว่าที่หนูรู้ เทียน หนูไม่เชื่อฉันก็ได้ฉันเข้าใจ ไอ้โรมมันคงใส่ไฟฉันให้ร้ายฉัน จนยับเยินไม่มีชิ้นดีแล้วในสายตาของหนู เพราะมันโกรธฉัน เกลียดฉัน เพราะฉันเป็นคนเปิดโปงแฉมันเรื่องที่มันโกงบริษัทของพ่อ มันขึ้นศาลก็แพ้ มนทิราแฟนของมันก็หนีมันไปเมืองนอกไปได้ผัวฝรั่ง มันเลยแค้นฉันมาก พอมันรู้เรื่องราวของหนูกับฉัน มันเลยได้ที เอาหนูมาเป็นเครื่องมือเล่นงานฉันแก้แค้น" กมลทัตแต่งเรื่องจนเหนื่อย
"แต่คนที่ยกพวกมาตามฆ่าฉันคือภาสกร ซึ่งเป็นคน ของคุณ เรื่องนี้คุณจะบอกว่าไม่รู้เรื่องอีกสิ"
"ไอ้ภาสกร...ฉันสาบานได้ว่าฉันไม่ได้สั่งให้มันไปฆ่าหนู มัน...มัน" กมลทัตปากสั่น ยังพูดไม่จบเทียนก็สวนว่า
"เห็นมั้ย คุณก็ได้แต่โทษคนนั้นคนนี้ กล่าวหาว่าร้ายนายหัว คนอย่างนายหัวถ้าไม่ใช่คนดีจริงๆคงไม่ดูแลคุณกมัยธร อย่างดีจนถึงวันสุดท้ายวาระสุดท้ายหรอก" เทียนยิ่งพูดยิ่งโกรธ
กมลทัตเพิ่งรู้ว่ากมัยธรเพิ่งตายเมื่อไม่นานมานี้ยิ่งตกใจ "อะไรนะ นายธรไม่ได้ตายตอนรถคว่ำหรอกเหรอ...แล้วตายเมื่อไหร่ ตายยังไง ไอ้โรมมันมาเกี่ยวข้องอะไรด้วย"
เทียนส่ายหน้าอย่างสลดใจ "ที่ฉันมาหาคุณวันนี้ก็เพราะอยากรู้ว่าคุณทำเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ได้ยังไง อยากฟังเหตุผลดีๆจากปากของคุณเองว่าทำไมต้องกำจัดฉันที่...ที่เป็นลูกแท้ๆของคุณเอง แต่ก็ผิดหวัง คุณเป็นคนแก่ที่น่าสมเพชเวทนาจริงๆคุณกมลทัต ต่อไปนี้คุณไม่ต้องลำบากส่งใครไป ตามฆ่าฉันอีกแล้ว ฉันจะไม่อยู่ขัดขวางผลประโยชน์ของใครอีก...ไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องทั้งหมดของเราจะตายไปกับฉันเอง" คำพูดสุดท้ายก้มลงพูดกรอกใส่หูกมลทัตแล้วเดินออกจากห้องไปทันที สวนกับพิศเพลินตรงประตู พิศเพลินดีใจร้องเรียก ชื่อเทียนแล้วเข้าไปจับตัว แต่เทียนมองแม่อย่างน้อยใจค่อยๆแกะมือออกแล้ววิ่งหนีไป กมลทัตตะโกนบอกว่าให้รีบไปตาม เทียนเร็วๆอย่าให้หนีไปไหน แล้วร่วงลงจากเตียง พิศเพลินเลยต้องเข้ามาดูแลกมลทัต
ด้านนอก กุลชาติกำลังลุกลี้ลุกลนพูดโทรศัพท์ "ว่าไงเพื่อนได้รึเปล่า หา...กวาดล้างอะไร ขยันหน่อยเพื่อน กระจาย ข่าวไปเลยว่าเงินถึง เท่าไหร่เท่ากัน ได้แล้วเอามาให้ฉันที่โรงพยาบาล" เหลือบเห็นเทียนเดินอยู่อีกฟากของโรงพยาบาลกุลชาติรีบเก็บมือถือ ร้องตะโกนเรียกพลางวิ่งตามเทียนแต่บังเอิญไปชนกับบุรุษพยาบาลที่กำลังเข็นเตียงคนไข้มา กว่าจะแก้ปัญหาได้เทียนก็หายตัวไปแล้ว
ส่วนพิศเพลินก็กำลังละล้าละลัง ห่วงเทียนก็ห่วง ห่วงกมลทัตที่ตกลงมาจากเตียงก็ห่วง กว่าพยาบาลจะเข้ามาช่วยกันอุ้มกมลทัตขึ้นเตียงได้ กว่าหมอจะเข้ามาดูอาการเวลาก็ล่วงเลยพอสมควร พอถามหมอว่าอาการของกมลทัตเป็นยังไงบ้าง หมอตอบว่า "ตอนนี้ใช้ยาไปก่อน ถ้าหนักกว่านี้ก็ต้องผ่าตัดสมอง หมอไม่อยากให้ถึงขั้นตอนนั้น ตอนนี้ห้ามใครเยี่ยม หมอไม่อยากให้คนไข้เครียด ไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งนั้น เข้าใจนะครับ"
หมอออกไป กุลชาติรีบสวนเข้ามา ด้วยอาการปึงปัง พิศเพลินบอกให้เบาๆหน่อย เพราะกมลทัตกำลังพักผ่อน แต่กุล ชาติกลับเสียงดังใส่ "ไม่บงไม่เบาละ เทียนหนีไปแล้ว ป๋าไปพูดอะไรกับเทียนทำให้เทียนโกรธ ปลุกให้ลุกมาคุยกันให้ รู้เรื่อง..." จะเข้าไปลากกมลทัตให้ลุกขึ้น พิศเพลินตบหน้ากุลชาติฉาดใหญ่ ลากไปที่ประตู ไล่ให้ออกไปเลย
ooooooo
ออกจากโรงพยาบาลกุลชาติขับรถไปยังที่ที่ได้รับนัดหมายโดยมีเสี่ยปอนั่งไปด้วย เห็นกุลชาติขับรถแบบระบายอารมณ์ เสี่ยปอเลยบอกว่า
"ใจเย็นๆไอ้ทิด ขับรถเล่นกินลมกันดีกว่า เฮียคิดถึงเอ็งว่ะ" พูดไม่พูดเปล่ายังเปิดชายเสื้อให้เห็นปืนพกอีกด้วย เสี่ยปอบอกกุลชาติว่าตอนนี้เขาเป็นเสือลำบาก ได้ข่าวแว่วๆว่า กุลชาติล่ำซำได้ดิบได้ดีดูแลกิจการแทนพ่อเขาก็ดีใจด้วย และกุลชาติก็น่าจะมีน้ำใจแบ่งเงินให้ใช้บ้าง
"ผมก็มีไม่เท่าไหร่หรอก พ่อกับแม่คุมบัญชีเอาไว้ จะใช้อะไรก็ต้องไปขอก่อน"
เสี่ยปอผงกหัวหันไปมองกุลชาติ แล้วล้วงมือลงไปที่คอเสื้อด้านหลังของตัวเอง ล้วงถุงโคเคนออกมาชูตรงหน้ากุลชาติ กุลชาติตาลุกรีบล้วงกระเป๋าเสื้อกระเป๋ากางเกงหยิบเงินออกมาส่งให้ปอ ปอนับเงินหน้าเครียด "ตลกมากไอ้ชาติ แค่นี้มันพอที่ไหน แล้วดันบอกเพื่อนว่าเงินถึง เท่าไหร่เท่ากัน"
กุลชาติปลิ้นกระเป๋าให้ดู "ก็...ก็มีอยู่แค่นี้เฮียก็เห็น แล้วค่อยเอามาให้เฮียใหม่ ไม่เบี้ยวหรอกน่า"
ปอตบแก้มกุลชาติแปะๆ "เรื่องเงินเรื่องทองมันของนอกกาย แต่ชาติน่าจะทำอะไรให้เฮียได้มากกว่านี้นะ เพราะชาติกับแฟนทำเฮียเอาไว้แสบมาก ได้เวลาที่ชาติจะทดแทน..."
"เฮียหมายความว่ายังไง ผมไม่เข้าใจ" กุลชาติงง นึกไม่ถึงว่าหลังจากนี้ปอได้สั่งให้เขาทำเรื่องต่างๆที่เป็นประโยชน์ให้ กับปออีกนับไม่ถ้วน
วันนี้ โรมพาฉิวที่หายป่วยแล้วมาส่งที่หมู่บ้านพร้อมกับหมอเผ่า หมอเผ่าหยิบยาอีกหลายอย่างให้กับฉิวสั่งให้กินให้หมดหลังจากนี้ร่างกายก็ไม่เป็นอะไรแล้ว ฉิวยกมือไหว้ทั้งหมอเผ่าและโรม กล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ เสริมเองก็กล่าวคำขอโทษที่เคยเข้าใจโรมกับเทียนผิด คุยกันอีกพักโรมก็ลุกขึ้นลาบอกว่าจะกลับกรุงเทพฯกัน ถ้ามืดกว่านี้เดี๋ยวจะไม่ ปลอดภัย และสั่งเสริมว่า
"อย่าลืมเตรียมเอกสารสิทธิพวกโฉนดที่ดินอะไรเอาไว้ให้พร้อม พวกพยานวัตถุพยานบุคคลหลักฐานต่างๆที่พวกเราโดนรังแกด้วย ผมจะลงมาช่วยทีหลัง ผมสัญญา" ทุกคนเดินตามไปส่งที่รถ ปาหนันกับชื่นเดินออกจากบ้านมาด้วยกันโดยปาหนันสะพายเป้มาด้วย พอเข้ามาใกล้ๆปาหนันก็ไหว้ ทุกคนนอกจากลักษมน บอกกับพ่อแม่ว่า
"ฉันไปก่อนนะ ปิดเทอมหน้าจะกลับมาหาพ่อแม่ใหม่"
"ปาหนันจะไปที่ไหนเหรอครับ" โรมถาม พันเลยบอกว่า
"ไอ้หนันมันเรียนมหาลัยที่กรุงเทพฯ เปิดเทอมก็ต้องกลับไปเรียน"
พวกโรมจึงบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ไปกับพวกเขาเลยดีกว่า เพราะเป็นผู้หญิงเดินทางกลางคืนคนเดียวอันตราย ทีแรกปาหนันจะไม่ยอมไป แต่ถูกเสริมดุเอาว่าจะได้ไปถึงเร็วๆแล้วรีบเข้านอนเสีย เพราะรุ่งเช้าก็ต้องตื่นแต่เช้าไปหาเช่าหอพักอีก หมอเผ่าเลยบอกว่าบ้านโรมว่างตั้งหลายห้อง ให้ปาหนันไปอยู่ด้วยก็ได้จะได้ประหยัดเงิน โรมพยักหน้าเห็นด้วย
"จริงด้วย ถ้าพ่อเสริมกับแม่พันไม่ขัดข้องผมก็ยินดีให้ปาหนันอยู่ที่บ้านผม เทียนกลับมาจะได้มีเพื่อนไม่เหงาด้วย"
"เหมาะเลยปาหนัน ลักษมนจะได้ติวภาษาอังกฤษให้ด้วย นายลักนี่เขาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษนะจ๊ะ" ปารวดี บอกปาหนัน
เสริมกับพันยิ้มอย่างดีใจ เสริมบอกว่า "บุญของเอ็งแล้วไอ้หนันเอ๋ย...ตกลงครับ ผมยินดีให้ไอ้หนันเป็นเด็กในอุปการะปกครองของนายหัวก็แล้วกัน" เสริมจับมือกับโรมแบบว่าขอบคุณโรม พวกโรมพากันขึ้นรถและรีบออกเดินทางเข้ากรุงเทพฯทันที แต่เมื่อจะผ่านสวนปาล์มโรมเลยสั่งให้แวะเข้าไปดูก่อนเพื่อจะเอาป้าทิพย์ไปด้วย ป้าทิพย์พอรู้เข้าก็บ่นกระปอด กระแปดว่าเหนื่อยเพราะตัวเองก็แก่มากแล้ว ปารวดีบอกป้าทิพย์ว่า เดี๋ยวขึ้นรถแล้วป้าก็หลับไปเลยก็แล้วกัน ถึงกรุงเทพฯแล้วจะปลุกเองเพราะตอนนี้พี่โรม ลักษมนก็พาครูพรล่วงหน้าไปก่อนแล้วเหมือนกัน พอพาเดินมาถึงรถเห็นหมอเผ่ากำลังชี้ให้ ปาหนันดูที่ดินของบริเวณสวนปาล์ม ทิพย์ยกมือไหว้หมอเผ่า เห็นเด็กสาวที่ยืนข้างหมอเผ่ายกมือไหว้ตัวเองทิพย์ทำเป็นไม่สนใจเพราะคิดว่าเป็นเทียน ปารวดีแนะนำว่า
"นี่ปาหนัน ลูกของพรรคพวกพี่โรมเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อไปนี้จะอยู่กับพวกเราที่บ้านพี่โรมด้วย" พอขึ้นรถทิพย์ก็ถามถึงเทียนทันทีแต่ปารวดีไม่ตอบ
ที่โรงพยาบาลที่กมลทัตรักษาตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ เช้าขึ้นพอลุกขึ้นนั่งได้กมลทัตก็ถามพิศเพลินทันทีว่าได้ข่าวเทียนบ้างรึเปล่า พอพิศเพลินตอบว่ายัง กมลทัตก็สั่งให้พิศเพลินต่อโทรศัพท์ไปหาภาสกรทันที พอพูดติดต่อกันได้กมลทัต ก็สั่งให้ภาสกรรีบเข้ามาหาเขาที่กรุงเทพฯด่วน ตัดการติดต่อกับภาสกรแล้วกมลทัตก็บอกให้พิศเพลินมาช่วยยกแขนขาทำกายภาพบำบัดให้เขา พิศเพลินเข้าไปช่วย แล้วถามกมลทัตว่า
"ทำไมคุณต้องให้ภาสกรมาตามหาเทียนด้วย ตกลงมีเรื่องอะไรกันอีก"
"เธอไม่ต้องยุ่ง เดี๋ยวพาฉันไปอาบน้ำแต่งตัว ฉันจะกลับบ้าน ถ้าหมอไม่อนุญาตเธอก็เซ็นยินยอมให้ฉันด้วย" พิศเพลินไม่ยอม บอกว่าเขาจะออกจากโรงพยาบาลได้ก็ต่อเมื่อหมออนุญาตเท่านั้น
"ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปคุยกับหมอเอง" กมลทัตพยายามจะลงจากเตียง แต่ยังไม่ทันขาแตะพื้น ประตูห้องถูกเปิด ออก โรมกับลักษมนเดินเข้ามา กมลทัตรีบดันก้นตัวเองขึ้นไป
บนเตียงใหม่ทำหน้ายิ้มๆเหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร แต่โรมกับลักษมนก็สังเกตเห็นอาการของเขา กมลทัตร้องทัก
"แหม มีน้ำใจกันจริงๆ อุตส่าห์มาเยี่ยม ขอบใจนะ"
"แกเอาตัวเทียนไปไว้ที่ไหน" โรมถามทันที ไม่สนใจการเล่นละครของกมลทัต
"จะไปรู้ได้ยังไง แกเป็นผู้ปกครองเทียนไม่ใช่เหรอโรม มาถามอะไรแปลกๆ บ้าหรือเปล่า"
ลักษมนบอกว่า "มีคนเห็นว่ากุลชาติไปเอาตัวเทียนมา บอกมาดีกว่าเทียนอยู่ที่ไหน แล้วจะไม่เอาเรื่อง"
โรมเสริมว่า "ฉันแค่จะมารับตัวเทียนกลับไปเท่านั้น แกก็น่าจะรู้สภาพตัวเองดี จะตายอยู่แล้วงดทำบาปทำกรรมซะทีได้มั้ย"
"ใจเย็นๆโรม เทียนมากับกุลชาติก็จริง แต่เทียนหนีไปแล้ว กุลชาติไปตามหาก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่าเทียนไปอยู่ที่ไหนจริงๆ ฉันเองก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน" พิศเพลินบอก
"เทียนมาหาแกที่นี่ แล้วพูดอะไรกับแกบ้างกมลทัต" โรมถาม
กมลทัตเห็นว่าตัวเองเป็นต่อเลยเก๊กขึ้นมาอีก "ฉันคุยอะไรกับเทียนแล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับแกด้วยวะ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉันกับเทียนโว้ย" คำพูดของกมลทัตทำเอาพิศเพลินงง พึมพำเหมือนจะถามใครสักคนว่า นี่มันเรื่องอะไรกัน โรมเลยตอบว่า
"คุณคงยังไม่รู้ เทียนเป็นลูกสาวแท้ๆของคุณกับกมลทัต กมลทัตกลัวว่าจะไม่ได้มรดกตามพินัยกรรมเลยตามฆ่าเทียน"
กมลทัตสะดุ้ง "อย่าไปฟังมัน ไอ้โรม ไอ้โกหก" พิศเพลินยังจับต้นชนปลายไม่ถูก บอกว่าก็ลูกของฉันตายไปแล้วตอนคลอดไม่ใช่เหรอ โรมเลยบอกว่านั่นคือเรื่องที่กมลทัตโกหกคุณ โรมหยิบผลตรวจดีเอ็นเอส่งให้พิศเพลินดู พิศเพลินดูเสร็จทรุดลงไปนั่งกับพื้น ถามกมลทัตว่าทำไมไม่บอกเรื่องนี้กับเธอ ลักษมนเลยบอกว่า
"ก็มันคิดจะกำจัดเทียนน่ะสิคุณ คุณไม่รู้หรอกคุณพิศเพลินว่าผัวคุณมันฆ่าคนมากี่ศพแล้ว เพราะไอ้พินัยกรรมบ้าๆนั่น"
"เฮ้ย...อย่ามาใส่ร้ายกันง่ายๆแบบนี้ อย่าไปเชื่อมัน มันใส่ความฉัน เธอต้องเชื่อฉันสิเราเป็นผัวเมียกันนะ" กมลทัตถ้าลุกได้คงเต้นเป็นเจ้าเข้า
"ฉันไม่ได้ใส่ร้ายใครโดยไม่มีหลักฐานหรอก แต่ถ้าแกแตะต้องเทียน ทำให้เทียนเจ็บแม้แต่ปลายก้อย ฉันจะแฉทุกอย่าง ทุกเรื่อง" โรมพูดเสียงหนักก่อนสองพี่น้องจะพากันออกไปจากห้องกมลทัต
ooooooo










