สมาชิก

มนต์รักลูกทุ่ง

ตอนที่ 13

หลังจากไปคุยอวดธีระเอาไว้เมื่อวาน...กลางวันวันนี้ธรรมรักษ์จึงพาธีระมาที่บ้านคุณนายทองคำ ทันทีที่ธีระได้เห็นสองสาวก็ตะลึงตาค้างในความงาม ยืนแอบดูพวกเธออยู่ห่างๆด้วยความสายตาโลมเลีย ก่อนจะหันมาชวนเจ้านายเข้าไปหาพวกเธอ

"เดี๋ยวสิวะ นัดกันให้ดีก่อน"

"นัดอะไรอีกล่ะเถ้าแก่ รับรองผมไม่หลุดปากเรื่องฤทัยหรอกน่า"

"ดีมาก แต่ฉันกำลังคิดว่าจะทำยังไงให้แกดูน่าสนใจกว่านี้ เอาแบบว่าแนะนำทีเดียวสาวประทับใจไปเลย"

หลังจากนัดแนะกันเป็นอย่างดีแล้วสองหนุ่มเจ้านายกับลูกน้องจอมกะล่อนก็เข้ามาทักทายสองสาวที่กำลังซักผ้ากันอยู่ โดยธรรมรักษ์แนะนำธีระว่าเป็นเพื่อนนักเรียนนอกที่เพิ่งเรียนจบกลับมา แต่แล้วธีระก็โกหกไม่เนียน พูดไทยคำฝรั่งคำจนดูเหมือนจะเพี้ยนซะมากกว่ามีความรู้

เสร็จจากซักผ้า สองสาวพาสองหนุ่มเข้าไปพบทองคำในบ้าน ธรรมรักษ์มีของมาฝากทั้งย่าและหลานสาว ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นกระเป๋าหนังแท้จากเมืองนอก สองสาวรับไว้ตามมารยาท แต่ธรรมรักษ์นั้นส่งของให้พร้อมกับทำสายตากรุ้มกริ่มใส่ทองกวาว ขณะที่ธีระก็ทำตาเล็กตาน้อยใส่บุปผา บุปผาเห็นแล้วรำคาญ ถามธีระว่าเป็นสันนิบาตหรือว่าพยาธิเข้าตา ชายหนุ่มเลยนิ่งไปอย่างเสียฟอร์ม

ธรรมรักษ์กับธีระตั้งใจมาชวนทองกวาวกับบุปผาไปกินข้าวข้างนอก ครั้นจะไปกันตามลำพังก็กลัวสองสาวไม่ยอม จึงต้องชวนทองคำไปด้วย แต่ทองคำปฏิเสธ แถมยังคะยั้นคะยอให้สองสาวออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง สองหนุ่มเลยยิ้มย่องสมใจ

ขณะออกไปกินข้าวและเดินเที่ยวกันในห้างสรรพสินค้า ธรรมรักษ์กับธีระเอาใจสองสาวอย่างมาก ทุ่มเงินไม่อั้นซื้อสิ่งของทั้งกระเป๋าและรองเท้าให้ ถ้าเป็นหญิงอื่นเธออาจจะชอบ แต่กับทองกวาวและบุปผาไม่ใช่   พวกเธอออกจะรำคาญด้วยซ้ำไป เพราะไม่เคยพิศวาสสิ่งของเหล่านี้อยู่แล้ว อีกทั้งคนซื้อให้ ก็ทำตัวเจ้าชู้กรุ้มกริ่มเสียจนน่าเบื่อ

ออกจากห้างสรรพสินค้าก็ไปเที่ยวกันต่อที่เขาดิน กระทั่งทองกวาวเห็นว่าเย็นมากแล้วจึงชวนกันกลับบ้าน เพราะเธอต้องไปทำกับข้าวให้ย่าทองคำ   ธรรมรักษ์ตกลงแต่มีข้อแลกเปลี่ยนสองสาวต้องเรียกพวกเขาว่าพี่แทนคำว่าคุณ   จะได้ดูไม่ห่างเหิน  ทองกวาวยอมโดยดี  แต่บุปผาไม่ยอมแถมยังพูดใส่หน้าธีระด้วยว่าเธอเกิดมามีแต่น้อง แล้วก็ไม่อยากมีพี่ด้วย

ooooooo

เย็นวันเดียวกัน คล้าวกลับจากนามาเจอเสื้อใหม่ ตัวหนึ่งวางอยู่บนแคร่หน้าบ้าน   ดีใจนึกว่าทองกวาวส่งมาให้  ทั้งกอดทั้งหอมเสื้อตัวนั้น  พลางก็ร้องถามแม่ว่าอาก้อนให้ใครเอามาให้ ไอ้หมึกหรือว่าไอ้เพชร

"สายใจเองแหละจ้ะ"

เสียงแหลมๆนั้นทำให้คล้าวเงยหน้าขึ้นจากเสื้อเผชิญหน้ากับสายใจ แม่คอนรู้ว่าเดี๋ยวต้องมีเรื่องจึงเดินถอยห่างออกมาเสีย

"สายใจไปเจออาก้อนแกที่ตลาด แกเลยฝากของนี่มากับสายใจใช่ไหม ขอบใจมากนะสายใจ อุตส่าห์เป็นธุระให้พี่"

"เสื้อนั่นน่ะไม่ใช่นังทองกวาวมันส่งมาหรอก นังสายใจคนนี้ต่างหากอดตาหลับขับตานอนเย็บให้พี่ พี่คล้าวดูเอาเองก็แล้วกัน นังสายใจคนนี้ก็มีฝีมือเหมือนกัน ไม่ใช่จะมีแต่นังทองกวาวมันคนเดียว พี่คล้าวอาบน้ำแล้วใส่เลยนะจ๊ะ"

"สายใจเอากลับไปเถอะ พี่ขอบใจ แต่สายใจเอาไปให้อามิ่งดีกว่า"

"ทำไมจ๊ะพี่คล้าว เสื้อตัวนี้มันไม่มีค่ามีราคาเหมือนเสื้อฝีมือนังทองกวาวมันรึยังไง พี่คล้าวถึงได้รังเกียจ"

"พี่ไม่ได้รังเกียจ แต่พี่รับไว้ไม่ได้จริงๆ"

"ต้องเป็นฝีมือนังทองกวาวคนเดียวงั้นสิ พี่คล้าวถึงจะเต็มใจรับ สายใจอยากรู้นักในหัวใจพี่คล้าวมีแต่นังทองกวาวจนไม่เหลือที่ว่างให้ใครเข้าไปอีกแล้วใช่ไหม   หัวใจทั้งสี่ห้องไม่เหลือแม้แต่ห้องเดียวให้คนที่รักพี่อย่างสายใจเข้าไปอีกแล้วใช่ไหม"

คล้าวไม่พูดอะไรแต่ยื่นเสื้อคืนใส่มือสายใจ สายใจสุดช้ำน้ำตาร่วงทันที แต่ยังแข็งใจพูดว่า

"ไม่เป็นไร ถึงจะนานแค่ไหนสายใจก็จะรอ ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่มีสายใจอยู่ในหัวใจพี่คล้าวเลยก็ตาม"

สายใจหันหลังวิ่งจากไปทั้งน้ำตานองหน้า คล้าวสงสารแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เพราะหัวใจรักของเขามีแต่ทองกวาวคนเดียวเท่านั้นจริงๆ

ooooooo

เชนเป็นลูกจ้างแสนดีที่ดวงใจทั้งชื่นชมและเกรงใจ ยิ่งเชนมาช่วยใช้หนี้มากมายแทนพ่อของเธออย่างนี้ ดวงใจยิ่งอยากตอบแทนเชนบ้าง วันนี้เธอจะออกไปตลาดจึงมาถามเชนว่าอยากได้อะไรบ้างไหม เธอจะซื้อมาให้

"ไม่ครับ" เชนตอบทันที จนดวงใจท้วงว่าทีหลังคิดซักนิดก่อนแล้วค่อยตอบก็ได้ เชนกลับบอกว่าตนไม่อยากได้ อะไรจริงๆ ตนมีทุกอย่างแล้ว

"งั้นเดี๋ยวฉันหาซื้อหมวกใบใหม่มาให้นายเชนดีกว่านะ ใบนี้มันเก่าจนขาดแล้วขาดอีก"

"ไม่ต้องหรอกครับคุณดวงใจ"

"นายเชนนี่ยังไงกันนะ จะให้อะไรก็ปฏิเสธอย่างเดียวเลย"

"เดี๋ยวใครรู้เข้า คุณดวงใจจะเสียเปล่าๆครับ"

"เสียยังไง"

"ก็...ผมเป็นแค่ลูกจ้างคุณดวงใจนะครับ"

"ช่างสิ ใครจะคิดยังไงก็ช่าง ไม่เห็นจะต้องไปใส่ใจเลย ความคิดอกุศล คนดีๆเขาไม่คิดกันหรอก"

"เราจะไปห้ามความคิดจิตใจคนอื่นได้ยังไงครับ ปากคนยาวกว่าปากกานะครับคุณดวงใจ"

"ในเมื่อเราบริสุทธิใจ จะต้องไปสนใจทำไม เอ๊ะ รึว่านายก็คิด"

เชนก้มหน้าหลบสายตาเธอทันที นั่นยิ่งทำให้ดวงใจสงสัย

"นายเชนก้มหน้าทำไม แน่จริงก็สบตาฉันสิ"

เชนไม่ตอบ หาทางเลี่ยงด้วยการหันไปผ่าฟืนต่อ แต่ ดวงใจยังตามติดเข้าไปขวางตรงหน้าจะเค้นเอาความจริงให้ได้ แย่งมีดพร้ามาจากมือเชน

"นายเชน..."

"ผมบอกคุณดวงใจแล้ว ผมเป็นแค่ลูกจ้าง ผมต้องเจียมตัวให้ดีครับ ขอมีดคืนให้ผมเถอะครับ"

"ทุกอย่างก็อยู่ที่นายเอง นายอยากจะเป็นแค่ลูกจ้างตลอดไปก็เรื่องของนาย"

เชนสบตาดวงใจเขม็งอย่างไม่เข้าใจความหมายนัก ส่วนดวงใจเจอสายตาเชนเข้าจริงๆจังๆก็มีอึ้ง เป็นฝ่ายคืนมีดให้เชนแล้วเดินหนีออกไป

ooooooo

บุญยืนเป็นนักแต่งเพลงที่รู้จักคุ้นเคยกับธรรมรักษ์ เมื่อสัปดาห์ก่อนบุญยืนไปทอดผ้าป่าที่วัดต่างจังหวัด แล้วเผอิญไปได้เพลงมนต์รักลูกทุ่งมาจากแว่น พอบุญยืนลองนำเพลงนี้มาร้องกับวงดนตรีที่ไนต์คลับของธรรมรักษ์ ปรากฏว่าไพเราะจับใจจนฤทัยตกลงให้วงเล่นเพลงนี้ได้ ซึ่งเธอคาดหวังต้องเป็นที่ถูกใจลูกค้าแน่ๆ แม้ว่าธรรมรักษ์ จะไม่ค่อยเห็นด้วยนักก็ตาม

ส่วนที่บ้านจอมคืนนี้ เจิดกล้ามาเอ่ยปากขอเงินจอมตั้งหมื่นบาทเพื่อจะเอาไปเที่ยวกรุงเทพฯ เลยโดนจอมเทศนาไปชุดใหญ่ แต่เจิดก็หัวไวกลับคำว่าตนไม่ได้ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาอย่างเดียว แต่จะไปดูเรื่องธุรกิจให้พ่อด้วย เผื่อมีอะไรใหม่ๆที่เราจะเอามาหลอกขายไอ้พวกโง่ๆแถวนี้ได้อีก

จอมสนใจขึ้นมาทันทีเพราะตอนนี้ที่บ่อนชักจะซบเซา เจิดเลยดี๊ด๊าหน้าบานเตรียมจะหอบเงินหมื่นไปเที่ยวกรุงเทพฯให้หนำใจ แต่ระหว่างนี้ที่ยังไม่ได้เดินทาง เจิดกับสมุนก็คุยอวดไปทั่วจนเป็นที่ร่ำลือกันทั้งตลาด แว่นพอรู้ข่าวก็แตกตื่นแจ้นไปบอกคล้าวถึงกลางท้องนา แต่คล้าวกลับไม่มีท่าสนใจสักนิด

"ก็ช่างมันสิวะ"

"เอ็งไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอวะคล้าว"

"จะให้รู้สึกอะไรล่ะ"

"เอ็งไม่อยากไปกรุงเทพฯอย่างมันบ้างเหรอวะ ไอ้เจิด มันไปได้ ทำไมเราจะไปไม่ได้"

"จะไปทำไมล่ะแว่น"

"ก็ไปหาทองกวาวของเอ็ง ส่วนข้าก็ไปหาน้องบุปผา แล้วอีกอย่างเราต้องไปไขว่คว้าหาโอกาสนะโว้ยคล้าว ขืนจมปลักเห็นแต่ควายกับท้องนาอยู่หนองทรายขาวนี่ พวกเราไม่มีวันได้ แจ้งเกิดแน่"

"แต่ข้าห่วงแม่ ห่วงบ้านว่ะแว่น ข้าไปไม่ได้หรอก อีกอย่างเดินทางไกลๆยังไงก็ต้องใช้เงิน เอ็งมีแล้วเหรอ"

แว่นคอตกความฝันพังทลาย คล้าวตบไหล่แว่นแล้วหันไปทำงานต่อ แว่นเก็บกดไม่มีทางระบายออก ได้แต่แหกปากตะโกนลั่นทุ่ง

"กรุงเทพฯ ชาตินี้จะมีวาสนาได้ไปเห็นกรุงเทพฯกะเขาไหมโว้ย"

เสร็จงานที่นา คล้าวนำผักปลาไปขายในตลาด ไม่ทันไรเจิดกับสมุนก็พากันเข้ามาพูดจากวนโทสะคล้าวด้วยการคุยอวดว่าเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เจิดใส่อยู่นี้ทองกวาวตัดเย็บกับมือแล้วส่งมาให้เจิด

"เอ็งจะไปโม้ให้ลิงที่ไหนฟัง ก็ไม่มีลิงตัวไหนเชื่อเอ็งหรอกว่ะไอ้เจิด"

"ไม่เชื่อก็เรื่องของเอ็ง ทองกวาวน่ะมันเขียนจดหมายถึงข้าตั้งหลายฉบับแล้วพรุ่งนี้ข้าก็จะไปกรุงเทพฯด้วย เอ็งรู้ไหมว่าทำไม"

"พี่เจิดไปถามมันทำมั้ย ไอ้นี่มันโง่จะตาย มันจะไปรู้ได้ไง บอกมันไปเหอะเอาบุญ"

"ก็ทองกวาวมันเขียนมาว่าคิดถึงพี่เจิดเหลือเกิน อยากเห็นหน้าพี่เจิดใจจะขาดรอนๆ ข้าก็เลยต้องไปหาแฟนข้าซะหน่อยไงวะไอ้คล้าว"

คล้าวระงับใจไม่ตอบโต้   แต่เจิดกับสมุนก็ยังไม่หยุดยั่วยุ เจิดคว่ำกะละมังใส่ปลาของคล้าวด้วยเท้า เท่านั้นเองคล้าวก็หมดความอดทนโดดชกหน้าเจิดเต็มๆ สมุนรีบเข้าช่วยเจิด ส่วนชาวบ้านร้านตลาดที่หมั่นไส้พวกเจิดเป็นทุนเข้าช่วยคล้าว เลยเกิดตะลุมบอนกันเละเทะแทบไม่รู้ใครเป็นใคร

ooooooo

เคยได้รับอนุญาตจากทองคำพาทองกวาวกับ

บุปผาไปเที่ยวข้างนอกมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่กี่วันถัดมาธรรมรักษ์ก็มาชวนสองสาวไปเที่ยวอีก แต่คราวนี้เป็นการเที่ยวกลางคืนที่ไนต์คลับของเขาเอง อ้างเหตุผลว่าน้องๆจะได้เห็นว่าเขาทำงานทำการอะไร ไม่ได้เป็นคนหลักลอย จะได้ไว้วางใจเขามากขึ้น

สองสาวอิดออดไม่ค่อยอยากไป แต่ทองคำดูเหมือนจะเป็นใจให้ธรรมรักษ์ถึงขนาดลงทุนออกไปเที่ยวด้วย โชคดีที่คืนนี้ฤทัยไม่ได้มาร้องเพลง ธรรมรักษ์กับธีระจึงมีโอกาสดูแลต้อนรับทองคำกับหลานสาวสองคนเต็มที่

แล้วทองกวาวกับบุปผาก็ต้องตะลึงพรึงเพริดกับเสียงเพลงมนต์รักลูกทุ่งที่บุญยืนร้องบนเวที สองสาวรู้สึกคุ้นมากและทบทวนกันครู่หนึ่งก็จำได้ว่าเป็นเพลงที่แว่นแต่ง แต่แปลกใจทำไมถึงมีคนกรุงเอามาร้องได้ รอจนบุญยืนร้องจบลงจากเวทีสองสาวจึงเข้าไปสอบถาม ปรากฏว่าใช่เพลงของแว่นจริงๆ และตอนที่บุญยืนไปเจอนั้นคล้าวเป็นคนร้อง

"นี่คุณสองคนรู้จักคุณคล้าว คุณแว่นด้วยเหรอครับ"

"เราสองคนเป็นคนหนองทรายขาวค่ะ"

"มิน่า"

"คุณได้เจอพี่คล้าว พี่แว่นนานรึยังคะ"

"อาทิตย์ที่แล้วนี่เองครับ คุณแว่นเป็นคนให้โน้ตเพลงนี้แก่ผมมา เขาบอกผมว่าฝากทำให้คนไทยทั้งประเทศได้ฟังเพลงของเขาด้วย พวกเขาเป็นคนดีมีฝีมือนะครับ ซักวันพวกเขาจะต้องประสบความสำเร็จแน่ๆ"

ทองกวาวกับบุปผายิ้มปลื้มใจ  แต่ไม่ทันจะพูดอะไรกันอีก  ธรรมรักษ์ก็เข้ามาขัดจังหวะ  บอกสองสาวว่าคุณป้าอยากกลับบ้านแล้ว สองสาวจึงต้องผละไป

พอกลับถึงบ้าน บุปผาอดตั้งข้อสังเกตกับทองกวาวไม่ได้ว่าลุงก้อนกับป้าทับทิมอาจจะหักหลังเราไม่ยอมส่งต่อจดหมายให้พี่แว่นกับพี่คล้าว ส่งไปกี่ฉบับถึงได้หายจ้อย ไม่เคยตอบมาให้ชื่นใจซักฉบับเดียว

"จดหมายเราอาจจะตกหล่นก็ได้นี่บุปผา พ่อกับแม่เองยังไม่เห็นเขียนมาเลย อย่าคิดมากน่า แค่ได้รู้ข่าวพี่คล้าว พี่แว่นคืนนี้ทองกวาวก็ดีใจแล้วนะ อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้งอมืองอเท้า แต่กำลังดิ้นรนอยู่เหมือนกัน บุปผาคิดดูสิ ถ้าเพลงที่พี่แว่นแต่งเกิดดังขึ้นมา พ่อแม่ก็คงยอมรับในตัวพี่แว่นเองน่ะแหละ เผลอๆจะเนื้อหอมกลายเป็นดารามีแต่สาวๆรุมทึ้งเอาละไม่ว่า"

"ก็ลองดูสิ แม่จะฉีกอกควักไส้ออกมาให้ดู" บุปผาไม่พูดเปล่าแต่ทำหน้าตาดุดันน่ากลัวจนทองกวาวอดขำไม่ได้

ooooooo

แล้วเรื่องจดหมายก็แดงขึ้นมาจนได้ เมื่อเพชรไปตลาดกับหมึกแล้วเพชรเผลอหลุดปากพูดเย้ยหยันคล้าวขึ้นมา  คล้าวจึงหิ้วเพชรกลับมาพูดต่อหน้าก้อนกับทับทิมที่บ้าน  ก่อนจะถามหาจดหมายที่ทองกวาวส่งมา  แต่แล้วคำตอบของสองผัวเมียก็ทำให้คล้าว เสียใจอย่างมาก   เพราะจดหมายทุกฉบับถูกเผาทิ้งไปหมดแล้ว

คล้าวต่อว่าก้อนกับทับทิมผิดสัญญา ก้อนกลับยอกย้อนว่าตนไปสัญญาอะไรกับคล้าวไว้เมื่อไหร่ ขณะที่ทับทิมก็ตอกหน้าคล้าวให้เจ็บช้ำน้ำใจยิ่งขึ้นไปอีกว่า

"เรากับลูกสาวฉันมันคู่ควรกันที่ไหน หัดเจียมกะลาหัวตัวเองซะบ้าง ไปได้แล้ว แล้วอย่ามาวอแวอีกนะจะบอกให้"

"ถ้าอาก้อน อาทับทิมคิดว่าทำอย่างนี้แล้วทำให้ฉันได้เจ็บละก็คิดผิด คนที่เจ็บและเสียใจกับเรื่องนี้ที่สุดน่ะคือทองกวาว ต่างหาก"

ก้อนเจ็บใจร้องบอกหมึกให้ไล่มันไปได้แล้ว คล้าว สวนทันทีว่าไม่ต้อง ตนมาเอง ก็ไปเองได้...กลับไปถึงบ้านได้ไม่นาน แว่นแวะมาหาคล้าว พอรู้เรื่องจดหมายถูกเผาแว่นรับไม่ได้ฟูมฟายโวยวายจะไปเอาเรื่องก้อนให้ได้

"จดหมายที่บุปผาอุตส่าห์กลั่นกรองออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจถึงข้าถูกเผาไปด้วยเหรอ เจ็บใจจริงๆ อาก้อนนะอาก้อน ทำไมถึงเป็นว่าที่พ่อตาที่ใจร้ายใจดำอย่างนี้"

"ป่วยการว่ะแว่น มันไม่มีประโยชน์หรอก"

"พ่อแว่นเอ๊ย ที่คล้าวมันพูดก็ถูกนะ ลูกสาวเขา หลานสาวเขา เขาจะยกให้ใครก็ได้ ขืนพ่อแว่นยิ่งโวยวายไป เขาจะยิ่งเกลียดขี้หน้าเอาเปล่าๆ" คอนเตือนสติ

"แค่ได้รู้ว่าทองกวาวกับบุปผาเขาไม่ลืมเราสองคน มันก็น่าจะพอใจแล้วนี่หว่าแว่น ช่างมันเถอะวะเรื่องแค่นี้ เจ็บยังไงก็ไม่ถึงตายหรอกเพื่อน" คล้าวมองโลกในแง่ดี แต่แว่นเก็บกดและคับแค้นสุดจะทน ตะโกนเรียกชื่อบุปผาดังลั่น

จู่ๆบุปผาที่กรุงเทพฯก็จามชุดใหญ่ขึ้นมาจนทองกวาวตกใจ บุปผาคาดว่าต้องมีใครกำลังนินทาเธออยู่แน่ๆ ไม่งั้นไม่จามขนาดนี้หรอก ทองกวาวเลยกระเซ้าว่าบุปผาคงไปทำอะไรใครเขาไว้ เขาถึงได้นินทาเอา...

จอมยังกระเหี้ยนกระหือรืออยากได้ดวงใจเป็นเมียถึงขนาดแอบมาที่บ้านมิ่งอย่างเงียบเชียบโดยปราศจากสมุนเหมือนทุกครั้งเพื่อจะปลุกปล้ำดวงใจที่อยู่บนบ้านเพียงคนเดียว แต่โชคก็ไม่เข้าข้างคนชั่ว สายใจขึ้นมาเจอและคว้าไม้ฟาดจอมไม่เลี้ยง ทำให้จอมต้องรีบหนีไปทั้งที่ยังไม่ได้แอ้มดวงใจ

สายใจโกรธแค้นแสนสาหัสรีบพาดวงใจไปแจ้งความกับหมู่น้อยที่โรงพัก    ให้ไปจับไอ้บ้ากามที่พยายามจะปล้ำดวงใจ หมู่น้อยท่าทีเดือดดาลนึกว่าเชนที่เป็นลูกจ้างในบ้าน แต่พอได้ยินว่าเป็นนายจอม หมู่น้อยก็หงอยในพริบตา ไม่แน่ใจว่าจะจับคนมีอิทธิพลอย่างนายจอมได้

แต่ด้วยหน้าที่หมู่น้อยก็ขัดสายใจไม่ได้ ทั้งสามคนพากันไปที่บ้านนายจอม แล้วก็เจอฤทธิ์เดชนายจอมเข้าจริงๆ

"อีสายใจ มึงมีหลักฐานอะไรถึงมากล่าวหากู"

"ก็สำรวจตัวเองดูสิว่ารอยฟกช้ำดำเขียวนั่นน่ะมันเกิดขึ้นได้ยังไง แล้วก็ฝีมือใคร...จับไปเลยดีกว่า พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆ บ้านเมืองมีขื่อมีแปโว้ย ใครหน้าไหนก็จะมารังแกประชาชนตาดำๆไม่ได้"

"พ่อจอมจ๊ะ ฉันขอเชิญพ่อจอมไปให้ปากคำที่โรงพักหน่อยเถอะจ้ะ"

หมู่น้อยพูดกล้าๆกลัวๆ ยิ่งพอได้ยินจอมขึ้นเสียงว่าคนอย่างข้าเนี่ยเหรอต้องไปโรงพัก หมู่น้อยถึงกับหน้าซีดตัวลีบ แต่สายใจไม่สนว่าจอมจะใหญ่แค่ไหน พูดป่าวๆจะเอาเรื่องให้ได้ พลันมิ่งก็ก้าวเข้ามาอย่างรีบเร่ง ด่าสายใจว่ากำแหงใหญ่แล้ว ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง พ่อจอมเขาเป็นใคร แล้วมึงเป็นใคร

"แล้วพ่อรู้รึเปล่าว่าไอ้เฒ่าหัวงูนี่มันทำยังไงกับนัง ดวงใจถึงบนบ้าน" สายใจโต้

"มันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ดวงใจกับสายใจน่ะมันคราวลูก  ข้าจะไปทำยังงั้นได้ยังไง  จริงไหมวะไอ้มิ่ง"  จอมทำเป็นมีสำนึกที่ดี แต่โดนสายใจสวนทันควันว่า

"โกหกหน้าด้านๆ"

"สายใจเอ๊ย เอ็งอย่ามาใช้วิธีแบบนี้หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองหน่อยเลย นี่คงคิดจะเรียกร้องค่าทำขวัญค่าเสียหายละสิ"

"ไอ้ลามก" สายใจเดือดพล่านชี้หน้าจอมอย่างไม่กลัว แทนที่มิ่งจะช่วยลูกกลับบังคับให้ลูกกราบขอโทษนายจอม ซ้ำยังจะลงมือตบตีเมื่อสายใจไม่ยอมทำตาม ดวงใจเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต่อความยาวสาวความยืด จึงตัดบททันทีว่า

"พี่สายใจ ช่างหัวมันเถอะ คิดซะว่าที่ผ่านมาทำบุญทำทานไปซะก็แล้วกัน" พูดจบดวงใจเดินออกไปทันที จอมยิ้มร่ายังจะเอาดีเข้าตัวอีกว่า

"พอกันเลยทั้งพี่ทั้งน้อง พยายามยัดเยียดข้อหาอะไรให้คนดีๆอย่างข้าก็ไม่รู้"

สายใจทำอะไรจอมไม่ได้ยิ่งโมโห คว้าก้อนดินก้อนหินที่พื้นเขวี้ยงใส่จอมกับสมุนก่อนจะผลุนผลันออกไปอีกคน หมู่น้อยรีบตามติดสายใจ ส่วนมิ่งยังเว้าวอนกราบไหว้ขอโทษจอมที่ลูกสาวของตนทำอะไรไม่ถูกไม่งาม นั่นยิ่งทำให้จอมได้ใจหัวเราะลั่น

หมู่น้อยจ้ำตามสายใจที่เดินฮึดฮัดออกมาด้วยความโกรธแค้นที่ทำอะไรจอมไม่ได้ แม้แต่หมู่น้อยซึ่งเป็นตำรวจก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้ หมู่น้อยเลยโดนสายใจต่อว่าว่าเสียทีเกิดมาเป็นตำรวจ ถ้าขี้ขลาดตาขาวแล้วมาเป็นตำรวจทำไม หมู่น้อยพยายามจะอธิบายพร้อมๆกับจับมือจับแขนสายใจที่สะบัดสะโบกไปมาอย่างมีอารมณ์ จังหวะนี้เองสายใจเหลือบเห็นผู้หมวดขี่จักรยานตรงมาทางนี้ ด้วยความหมั่นไส้หมู่น้อยสายใจเลยแกล้งรวบแขนเขาไว้ทำทีเหมือนถูกกอดถูกลวนลาม แล้วเธอก็ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

ผู้หมวดทิ้งรถจักรยานกระโจนเข้ามาทันที สายใจฟ้องว่ามันลวนลามทำอนาจารเธอ หมู่น้อยตกใจถึงกับหน้าถอดสี พูดอะไรไม่ออก อยากจะร้องไห้ลูกเดียว

ส่วนที่ตลาด แว่นกระหืดกระหอบมาตามคล้าวที่แผงขายปลาให้ไปที่แผงโทรภาพเก็บเงินของจอมซึ่งตี๋กับไข่กำลังจ้องหน้าจอกันตาไม่กะพริบ เพราะในจอบุญยืนกำลังร้องเพลงมนต์รักลูกทุ่ง เพื่อนทุกคนตื่นเต้นดีใจไปกับแว่น ขณะที่แว่นซึ่งเป็นคนแต่งเพลงนี้ก็บอกเพื่อนๆว่า โอกาสทองเป็นของพวกเราแล้ว กรุงเทพฯรอพวกเราอยู่

ooooooo

ธรรมรักษ์ทำคะแนนอย่างต่อเนื่อง บ่ายวันนี้เขาพาทองคำกับหลานสาวสองคนไปทำผมที่ร้านเสริมสวยชื่อดัง ทำไปทำมาเจ้าของร้านเกิดถูกใจรูปร่างหน้าตาของทองกวาวถึงขนาดเอ่ยปากกับคุณนายทองคำว่าสวยขนาดนี้ถ้าส่งเข้าประกวดนางงามรับรองต้องคว้ามงกุฎมาครองแน่ๆ และถ้าสนใจจะประกวดจริงๆ ทางร้านเราก็ยินดีเป็นผู้ให้การสนับสนุน

ทองคำยิ้มปลื้ม บอกว่าจะรับไว้พิจารณา พอทุกคนทำผมเสร็จ ธรรมรักษ์จ่ายเงินแล้วพากันกลับไป คลาดกับฤทัยแค่นิดเดียว ฤทัยเป็นลูกค้าประจำร้านนี้ พอเธอรู้จากเจ้าของร้านว่าเมื่อสักครู่ธรรมรักษ์พาผู้หญิงมาใช้บริการที่นี่ ฤทัยถึงกับหน้าตึงขึ้นมาทันที

แล้วฤทัยก็กลับไปที่ไนต์คลับด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ถึงเวลาร้องเพลงก็ไม่ยอมขึ้นเวที จนธรรมรักษ์ต้องเข้ามาตามในห้องแต่งตัว แล้วเลยโดนฤทัยตะบึงตะบอนต่อว่าเรื่องที่เขาพาผู้หญิงหน้าหวานไปร้านเสริมสวย

"คนที่เขาว่าหน้าหวานน่ะชื่อทองกวาว"

"นี่ยังจะกล้าบอกชื่ออีกเหรอ" ฤทัยเสียงเขียว

"กล้าสิ ก็ทองกวาวเขาเป็นญาติผมเอง แล้วเมื่อกลางวันก็ไม่ได้ไปกันตามลำพังสองคนซะหน่อย คุณป้าผมก็ไป ญาติอีกคนก็ไป ญาติกันทั้งนั้นเลย"

"รู้สึกจะญาติเยอะเหลือเกินนะคะ"

"โธ่...ฤทัย ผู้หญิงอย่างทองกวาวน่ะนะทั้งเฉิ่ม ทั้งเชย บ้านนอกจะตาย ใครจะจีบเข้าไปลง สู้ฤทัยก็ไม่ได้ มันคนละเทสต์กันเลย" ว่าแล้วธรรมรักษ์ก็เข้านัวเนียระดมจูบซอกคอจนฤทัยอ่อนระทวย อารมณ์ดีขึ้นทันตา

ooooooo

มนต์รักลูกทุ่ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด