ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงหงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คำพูดเหน็บแนมของชุติมาได้ผลเกินคาด พิมพ์ลภัส ที่เคยเข้มแข็ง อึดและสู้คนถึงกับยืนเหม่อลอยตลอดการทำงานจนพวกเพื่อนพนักงาน รวมทั้งพัชรีอดสงสัย ไม่ได้ กานดากับจินตนาเป็นห่วงเข้าไปซักถามแต่อดีตนางแบบก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นเพราะถูกรเมศตำหนิ แต่เฉไฉว่าเป็นเพราะมาธวีอดีตแม่เลี้ยงมาถึงโรงแรมจารวีแล้ว

จินตนากับกานดาแนะนำให้ไปขอเดินแบบ จะได้ค่าจ้างเยอะขึ้น แต่พิมพ์ลภัสก็ปฏิเสธ ไม่อยากลดศักดิ์ศรีตัวเองของานอดีตแม่เลี้ยงที่ประกาศตัวเป็นศัตรูของตนตลอดเวลา

ท่าทางของพิมพ์ลภัสทำให้ทุกคนเป็นกังวล จนต้องจับตาดู แต่อดีตนางแบบก็ไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อลืมเรื่องทุกข์ใจ แต่ก็งานเข้าจนได้เมื่อเธอดันเจอมาธวีกับรเมศระหว่างทางไปเอายาจากห้องพยาบาลให้ลูกค้า

“นั่นพิมพ์ลภัสนี่คะ หายไปนาน ไม่ได้ยินข่าวคราวเลย วียังนึกเป็นห่วงอยู่ในฐานะที่เคยเป็นครอบครัวเดียวกันมาก่อน ไม่นึกว่าจะมาเจอที่นี่ได้ ทิ้งงานนางแบบมาเป็นพีอาร์แล้วเหรอเนี่ย”

“ไม่ใช่พีอาร์หรอกครับ พิมพ์ลภัสเป็นพนักงานเสิร์ฟ”

คำเฉลยของรเมศทำให้พิมพ์ลภัสตัวชา เจ็บหนึบในหัวใจที่เขาไม่คิดถึงจิตใจเธอเลย

“ทำไมคะ พนักงานเสิร์ฟแล้วมันทำไม”

มาธวียิ้มร้าย “ไม่ทำไมหรอก ฉันก็แค่แปลกใจว่าแต่คุณเมศไปทำอีท่าไหนพิมพ์ถึงมาทำงานที่นี่ได้คะ สงสัยโรงแรมคุณต้องมีข้อเสนอดีๆให้พิมพ์แน่เลย ไม่งั้นคงไม่ยอมทิ้งงานนางแบบที่กำลังรุ่งมาเป็นพนักงานบริการแน่”

รเมศเห็นท่าทางสองสาวแล้วเริ่มใจไม่ดี “ผมเสนอให้เท่ากับที่โรงแรมอื่นแหละครับ แต่พิมพ์ลภัสคงติดใจบรรยากาศที่นี่เป็นพิเศษถึงได้ตกลงทำงานกับเราที่นี่...ใช่ไหมพิมพ์ลภัส”

“ใช่ค่ะ...บรรยากาศที่นี่ดีมากจนฉันไม่อาจทิ้งไปได้ ยังไงฉันขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะคะ พอดีว่าลูกค้าปวดหัว ฉันเลยออกมาเอายาที่ห้องพยาบาลให้ ไม่อยากให้เขารอนานเดี๋ยวโรงแรมจะเสียชื่อได้”

“เห็นเธอตั้งใจทำงานขนาดนี้ ปลายปีฉันจะพิจารณาโบนัสให้แล้วกัน”

“ขอบคุณมากค่ะ ฉันซึ้งใจจริงๆที่ได้ทำงานกับเจ้านายที่มีน้ำใจอย่างคุณ!”

พูดจบก็สะบัดจากไป ทิ้งรเมศให้มองตามด้วยความเหนื่อยใจ คำพูดเตือนของขนิษฐาลอยในหัวอย่างช่วยไม่ได้... ดูท่าสองสาวแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงคงอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้จริงๆ

พิมพ์ลภัสเจ็บใจมากที่ถูกรเมศประจานอย่างไม่ไว้หน้า แม้รู้ทั้งรู้ว่าเขาพูดความจริงก็อดเคืองไม่ได้ กานดากับจินตนาเห็นอดีตนางแบบเดินกระฟัดกระเฟียด เข้ามาในครัวก็ถามไถ่ด้วยความห่วงใย

“แล้วไง...เขาจำเธอได้หรือเปล่า”

“จำได้...แล้วมันก็ไม่พลาดจะกระทืบซ้ำ แต่ก็ไม่แปลก เพราะถ้ามันล้ม ฉันก็จะเหยียบมันให้จมดินเหมือนกัน!”

“ดูท่าเธอกับแม่เลี้ยงจะเกลียดขี้หน้ากันมาก เขาเป็นนางแบบเหมือนเธอใช่ไหม มีปัญหาเรื่องงานกันหรือเปล่า”

“ฉันไม่เคยสนใจนางแบบปลายแถวอย่างแม่นั่นหรอก ถ้าไม่เพราะวันนั้น...วันที่ฉันกับมันได้เดินแบบงานเดียวกัน วันที่เป็นจุดเริ่มต้นความเลวร้ายในชีวิตฉัน...”

ooooooo

พิมพ์ลภัสนึกถึงอดีตเมื่อหลายปีก่อนด้วยความคับแค้นใจ ตรัยเจอมาธวีครั้งแรกในงานเดินแบบที่เธอ ร่วมเดินด้วย และตั้งแต่นั้นมาเขาก็ตามจีบมาธวีมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่ง...วันที่เธอไม่อยากให้มีก็มาถึง

ตรัยหลงมาธวีมาก ประเคนให้หมดทุกอย่าง และสุดท้ายก็ขอเธอแต่งงาน เมื่อพิมพ์ลภัสรู้เรื่องก็ค้านหัวชนฝา

“พิมพ์ไม่ยอมให้พ่อเอายัยนี่มาแทนที่แม่”

“พิมพ์! ห้ามเรียกคุณวีว่ายัยนี่ แล้วก็เลิกหยาบคายซะที คุณวีไม่ได้มาแทนที่ใคร พ่อยังรักแม่...ยังเก็บแม่ไว้ในความทรงจำ แต่พ่อก็รักคุณวีด้วย”

มาธวีแสร้งตีหน้าน่าสงสาร หันไปขอความเห็นใจจากพิมพ์ลภัส

“วีรักคุณตรัย อยากดูแลคุณตรัย ขอโอกาสวีนะคะ”

ปากขอร้องแต่นัยน์ตาเย้ยหยัน พิมพ์ลภัสแค้นใจมาก ประกาศกร้าว

“ไม่! ในเมื่อคุณพ่ออยากจะแต่งงานกับมันก็เชิญเลย แต่อย่ามาบังคับให้พิมพ์ต้องยอมรับมันด้วย คุณพ่อคอยดูก็แล้วกัน สักวันมันจะปอกลอกคุณพ่อจนเหลือแต่ตัว!”

พูดจบก็สะบัดไปยืนรอให้พ่อมาง้อ แต่ตรัยไม่ทันทำอะไร มาธวีก็มาเหนือเมฆด้วยการสวมบทนางเอก คุกเข่าขอความเห็นใจ แต่มุมที่หันหลังให้ตรัย เลยทำให้เขาไม่เห็นว่าเธอพูดอะไรกับพิมพ์ลภัส

“เธอคิดถูกแล้วล่ะ พอฉันได้ทุกอย่างแล้ว ฉันจะถีบหัวพ่อเธอส่งเหมือนหมาตัวหนึ่ง”

พิมพ์ลภัสโกรธจัด ตบหน้ามาธวีฉาดใหญ่ ตรัยตกใจมาก สั่งเสียงกร้าวให้ลูกสาวขอโทษว่าที่ภรรยา พิมพ์ลภัสน้ำตาไหลพรากด้วยความคับแค้นใจ แต่ไม่ยอมขอโทษและผละมาแบบไม่เหลียวหลัง

กานดากับจินตนาได้ฟังเรื่องราวระหว่างมาธวีกับพิมพ์ลภัสก็เห็นใจมาก ต่างจากรเมศ...ซึ่งถึงกับพูดไม่ออกเมื่อมาธวีเล่าเรื่องความขัดแย้งระหว่างเธอกับอดีตลูกเลี้ยงสาวให้ฟังแบบหนังคนละม้วน

“พอใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแล้ว วีถึงได้รู้ว่า ต่อให้ทำดีแค่ไหน วีก็เอาชนะใจพิมพ์ไม่ได้ แล้วความรักที่คุณตรัยมีให้วีก็เริ่มน้อยลง จนในที่สุดวีก็ยอมเป็นคนจากมาเอง วีทำงานหนักมากเพื่อให้ลืมความทุกข์แล้วก็เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าวีมีความสามารถมากกว่าแค่เป็นหุ่นโชว์เสื้อ”

“คุณวีเป็นผู้หญิงที่แกร่งและเก่งมากครับ เอ่อ... ขอโทษนะครับ ผมต้องไปประชุมแล้ว”

“เชิญค่ะ...ขอบคุณนะคะที่รับฟังเรื่องต่างๆของวี บางเรื่องวีก็ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง แต่น่าแปลกนะคะ...ทำไมวีถึงรู้สึกเป็นกันเองแล้วก็คุ้นเคยกับคุณเมศมากก็ไม่รู้”

สายตาและแววตาให้ท่าแบบเปิดเผยของมาธวีทำให้รเมศอึดอัด แต่ยังรักษามารยาทไม่ทักท้วงหรือหักหน้า ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อเลยได้ใจ คิดว่าเขาไม่ปิดกั้น และตั้งใจจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวเขามาครอง

หนูดีกับเป็ดเห็นเจ้านายสาวอารมณ์ดีก็ปลื้มใจ ก่อนจะผงะเมื่อรู้ว่าพิมพ์ลภัสเป็นพนักงานเสิร์ฟของโรงแรม

“ต๊าย! คุณเมศซุกมันไว้ที่นี่จริงเหรอเนี่ย แต่ทำไมให้มันเป็นพนักงานเสิร์ฟล่ะคะ”

“ซุกรึเปล่าวีไม่รู้ แต่คุณเมศบอกว่ามันติดใจที่นี่เลยตกลงทำงานด้วย”

“ไม่อยากจะเชื่อ สวยขนาดพิมพ์ลภัส ต่อให้ตกยากยังไงก็น่าจะหางานอื่นที่ดีกว่านี้ได้ หรือมันจะมีแผนอะไร”

“นั่นสิ...อย่างพิมพ์ลภัส เชิดหน้าชูคอเป็นหงส์ ทำตัวสูงกดหัวคนอื่นมาตลอด อยู่ดีๆลดตัวมาทำงานใช้แรงงาน”

“ลูกเป็ดว่ามันมาเป็นพนักงานเสิร์ฟบังหน้า ใจจริงมันคงคิดจับผู้ชายรวยๆแน่ ที่นี่มีแต่ลูกค้ากระเป๋าหนักทั้งนั้น”

“ถ้ามันคิดจะจับผู้ชายที่นี่ เป้าหมายแรกก็ต้องไม่พ้นคุณรเมศ”

“วีก็สังหรณ์ใจแบบนั้นล่ะค่ะ ระหว่างคุณเมศกับมัน ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรสักอย่าง...”

ooooooo

คดีพิมพ์ลภัสถูกลักพาตัวคืบหน้าเล็กน้อย เมื่อสุริยนต์ผู้ช่วยของรามคู่หมั้นของขนิษฐาและหัวหน้าคนงานไร่บัวขาวนำผลการตรวจสอบปืนที่ตกในที่เกิดเหตุมาให้ว่าเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ยิงขู่พ่ออุ๊ยจรัญ

รเมศหน้าเครียด เห็นด้วยกับผู้ช่วยรามว่าเจ้าของปืนคงเป็นถนอม คนของกิตติชัยที่ถูกใช้มาป่วนคนในหมู่บ้านปลายดอย ความห่วงใยในตัวพิมพ์ลภัสถาโถม หากหลักฐานที่เขามียังไม่ถูกขโมยไป อดีตนางแบบคงตกในอันตรายไม่จบไม่สิ้น และเพื่อป้องกันเหตุนั้นเขาเลยตัดสินใจสั่งบวรทัตให้จัดการบางอย่างให้...

พิมพ์ลภัสแทบลืมเรื่องลักพาตัวไปแล้ว มัวรับมือเป็ดกับหนูดีที่ถูกมาธวีส่งมาสืบเรื่องเธอ โชคดีที่จินตนาช่วยรับหน้าให้ อดีตนางแบบเลยรอดตัวไปได้ แต่กระนั้น... เธอก็หนีรเมศที่มาตักเตือนเรื่องมาธวีไม่พ้น

“วันนี้คุณไม่ควรทำกิริยาแบบนั้นกับคุณมาธวี เขาอุตส่าห์ทักทายด้วยความเป็นห่วง แต่คุณกลับพูดจาหาเรื่อง”

“ฉันทำตามที่เห็นสมควร”

“ไม่ใช่ทำตามที่คุณเห็นสมควร แต่ต้องทำให้ดีที่สุด”

พิมพ์ลภัสเจ็บใจมากแต่ยังข่มใจให้ตอบเสียงเรียบ “ฉันทำดีที่สุดแล้ว”

“คุณมีอคติกับเขา เขาพูดอะไรมาเลยขัดหูไปหมด แต่ตอนนี้พวกคุณไม่ใช่แม่เลี้ยงลูกเลี้ยงกันแล้ว คุณเป็นพนักงานของเชียงรายจารวี แต่คุณมาธวีเป็นแขก เพราะฉะนั้นคุณควรเรียนรู้ที่จะอดทนและคิดให้ดีก่อนพูด!”

“โอเคๆ ฉันจะพยายาม”

“ถ้าพยายามแล้วไม่สำเร็จก็เตือนสติตัวเองว่าผมไม่เลี้ยงพนักงานที่เสียมารยาทกับแขก”

“ฉันจำได้ว่าคุณเคยขู่ไว้ยังไงบ้าง”

“ผมไม่ได้ขู่แต่ผมทำจริง เมื่อไหร่ที่ผมเห็นว่าคุณเกินเยียวยา ผมจะไม่เสียใจเลยถ้าต้องส่งคุณไปดัดนิสัยในคุก!”

น้ำตาของอดีตนางแบบทำให้รเมศใจอ่อนยวบ อยากดึงตัวมากอดแทบใจจะขาดแต่ก็ต้องข่มใจ ปล่อยให้เธอเดินหนีไป แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องโทร.ปรับทุกข์กับสีหนาทเพื่อนรักและหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวี

“ไอ้บ้าเอ๊ย...เรื่องมันกำลังจะดีอยู่แล้ว”

“ก็ถ้าไม่ใช้ไม้แข็ง พิมพ์ลภัสจะเปลี่ยนตัวเองได้ยังไงวะ”

“ซาดิสต์ว่ะ ถามจริง...ถ้าคิดแบบนี้แล้วจะโทร.มาปรึกษาฉันทำไม”

“ก็แค่อยากรู้ว่าฉันควรทำยังไงต่อไป”

“ลองมาแนวนี้แล้ว สเต็ปต่อไปคงต้องตบจูบแล้วล่ะ”

“ฉันจริงจังนะเว้ยไอ้สิงห์”

“งั้นก็หาทางอธิบายให้เขาเข้าใจ...ว่าที่แกทำไปทั้งหมดเพื่อเขา”

ooooooo

รเมศคิดทบทวนคำพูดของสีหนาทเกือบทั้งคืน สุดท้ายก็ตัดสินใจจะอธิบายให้พิมพ์ลภัสเข้าใจ แต่ลมเพชรหึงก็เล่นงานเขาเสียก่อน เมื่อตื่นเช้ามาเห็นเธอทำบุญตักบาตรกับอภิชาติ!

พิมพ์ลภัสไม่เห็นรเมศ มัวปัดความเซ็งเรื่องถูกต่อว่าเมื่อคืนทิ้ง และเมื่ออาบน้ำแต่งตัวไปโรงอาหารในเช้าวันเดียวกัน อดีตนางแบบก็สดชื่นขึ้นมาก ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวมันไก่ทอดที่เคยบ่นตลอดว่าทำให้อ้วน

กานดา จินตนาและอภิชาติมองท่าทางกินอย่างหิวโหยของอดีตนางแบบด้วยความทึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มคนเดียวในกลุ่มจะไปซื้อน้ำเปล่าขวดมาให้เมื่อเห็นพิมพ์ลภัสสำลัก แต่เพราะของหมด เลยกดน้ำเปล่าในตู้ให้แทน

พิมพ์ลภัสรับไปดื่มแบบไม่ยั้งคิดเพราะสำลักข้าว ก่อนจะแทบบ้าตายเมื่อรู้ว่าเป็นน้ำเปล่าในตู้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป น้ำดื่มที่เธอเคยคิดว่าสกปรกกลับไม่แผลงฤทธิ์ให้ท้องเสีย กานดาเลยถือโอกาสบอกให้เข้าใจ

“ถ้ากร่อยเหม็นแล้วพวกฉันจะกินเข้าไปได้ไง พวกฉันก็คนเหมือนกับเธอ ไม่ใช่ลิ้นจระเข้ซะหน่อย จะบอกให้...ฝ่ายซ่อมบำรุงเขาเปลี่ยนไส้กรองทุกสามเดือน ตรวจสอบความสะอาดทุกสิบห้าวันจ้ะ คุณรเมศเข้มงวดเรื่องสุขอนามัยจะตาย เขาบอกว่าสุขภาพกายและใจของพนักงานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”

ชื่อของรเมศเหมือนเป็นของแสลง พิมพ์ลภัสเบ้หน้าและผละไปทำงานดื้อๆ ก่อนจะได้เห็นฉากเด็ดระหว่างจินตนากับอภิชาติที่สนิทสนมจนน่าสงสัย และในฐานะเพื่อนร่วมห้องของกานดา อดีตนางแบบเลยตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อช่วยให้เพื่อนสาวสมหวังในความรัก...

นอกจากคณะของมาธวีที่มาเตรียมงานแฟชั่นโชว์ผ้าไทย จีน่าบรรณาธิการนิตยสารชื่อดังยังยกคณะตามมาถ่ายรูปรเมศลงปกด้วย รเมศให้การต้อนรับอย่างดี ทำให้มาธวีปลื้มมากและคิดว่าเขาต้องไม่ปฏิเสธ หากเธอจะถ่ายรูปขึ้นหน้าปกด้วยตามที่ตกลงไว้กับจีน่าก่อนหน้านี้

หนูดีกับเป็ดเห็นเจ้านายสาวกำลังไปได้ดีกับรเมศ เลยตามสืบเรื่องพิมพ์ลภัสเพื่อช่วยกำจัดเสี้ยนหนาม แล้วก็ได้เรื่องจนได้ เมื่อทั้งสองตามสืบเรื่องจากชุติมา ประชาสัมพันธ์สาวที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับพิมพ์ลภัสมาตลอด

และทันทีที่สบโอกาส มาธวีพร้อมด้วยหนูดีและเป็ดก็บุกถึงห้องอาหารจารวีเพื่อเยาะเย้ยพิมพ์ลภัส

พัชรีไม่รู้เรื่อง เมื่อแขกกลุ่มใหม่เจาะจงเรียกพิมพ์ลภัสมาบริการก็สั่งให้ทำตาม โดยไม่รู้เลยว่าอดีตนางแบบต้องอดทนอดกลั้นแค่ไหน

เป็ดเปิดฉาก “ตอนแรกจะกินอาหารเหนือ แต่พอเห็นเธอ ฉันเปลี่ยนใจ เอาข้าวแกงกะหรี่ละกัน ไม่มีเนื้อหงส์ใช่ไหม” พิมพ์ลภัสกัดฟันตอบว่าไม่มี เป็ดสะใจมาก แกล้งตีหน้าเศร้า “เสียดายจัง...อยากกินแกงกะหรี่เนื้อหงส์ปีกหักอยู่พอดี ถ้าไม่มีเอาข้าวแกงกะหรี่เทมปุระก็ได้”

หนูดีผสมโรงหัวเราะ ก่อนจะเริ่มต้นถากถางพิมพ์ลภัสบ้าง

“แต่ฉันอยากกินรสชาติไทยๆนะ ขอปลาแรดทอดราดซอสกับข้าวเปล่า ปลาแรดเท่านั้นนะ อย่างอื่นไม่เอา”

มาธวีเหยียดยิ้มเมื่อเห็นพิมพ์ลภัสหน้าเครียดเหมือนพยายามข่มโทสะ ก่อนจะบอกออเดอร์ตัวเอง

“ในเมื่อไม่มีเนื้อหงส์ก็เอาห่านมากินแทนละกัน ขอก๋วยเตี๋ยวขาห่านย่าง แต่เครื่องดื่มน่ะ...ขอน้ำสตรอเบอรี่”

สั่งจบก็หันไปหัวเราะกับเหล่าลูกน้องจอมสอพลอ พิมพ์ลภัสสะกดอารมณ์อย่างสุดความสามารถ ก่อนจะแทบสติแตกเมื่อได้ยินเป็ดพูดจากระทบกระเทียบเรื่องเธอตกอับกลายเป็นพนักงานเสิร์ฟ

“เปิดห้องราคาเป็นหมื่นอ่อยผู้ชายทั้งที่ถังแตก...นี่คงคิดว่าจะได้อยู่ฟรีกินฟรีสินะ ที่ไหนได้...คุณรเมศเขาไม่โง่!”

ooooooo

รเมศไม่ได้โง่อย่างที่พวกมาธวีพูดจริงๆ นอกจากเรื่องพิมพ์ลภัสที่หลอกเขาไม่สำเร็จแล้ว กิตติชัยก็ต้องโกรธแทบคลั่งเมื่อเจ้าของโรงแรมหนุ่มคู่ปรับส่งซีดีหลักฐานที่จะใช้มัดตัวเขาได้มาให้ถึงออฟฟิศในกรุงเทพฯ

กิตติชัยที่เพิ่งหัวเสียเพราะถูกถนอมทวงค่าจ้าง ถึงกับกุมขมับเมื่อได้ยินเสียงรเมศ

“เปิดฟังหรือยัง ซีดีที่นายอยากได้ ฉันก๊อบปี้มาให้พอกินพอใช้เลย ถ้าคิดว่าจะตามขโมยให้หมดก็ลองดู”

“แก! ฉันจะขอร้องให้ท่านณัฐกิตติ์จัดการแก”

“ก็ทำซะทีสิ อย่ามัวแต่ขู่ ส่วนฉัน...หมดเวลาขู่แล้ว ตอนนี้ฉันรวบรวมหลักฐานที่นายทำกับชาวบ้านไว้แล้ว ถ้านายมายุ่งกับฉันหรือคนของฉันอีก สิ่งที่นายจะได้รับไม่ใช่แค่ซีดี แต่จะเป็นหมายจับ...ถ้าตอนนั้นนายยังมีชีวิตรอดนะ!”

รเมศต้องรับมือกับเรื่องปวดหัวที่กิตติชัยส่งมาป่วนไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ต่างจากพิมพ์ลภัสที่กำลังจะหมดความอดทน เมื่อมาธวีไม่หยุดรังควาน พูดจายั่วยุให้เธอสติแตก

“เธออยากได้เงินใช้หนี้เร็วๆไหมล่ะ ความจริงแฟชั่นโชว์คราวนี้ก็ยังขาดคนงานอยู่หลายตำแหน่ง ถ้าเธอคุกเข่าลงขอร้องฉัน ฉันก็ใจกว้างพอจะหางานเล็กๆน้อยๆให้ทำได้นะ”

พิมพ์ลภัสต้องข่มอารมณ์แทบแย่ ก่อนจะกัดฟันตอบเสียงเรียบ “ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะ แต่ฉันยอมเป็นพนักงานเสิร์ฟไปตลอดชีวิตยังรู้สึกมีเกียรติกว่าต้องคุกเข่าอ้อนวอนดีไซเนอร์จอมปลอมอย่างคุณ”

“ฉันจอมปลอมตรงไหน”

“ก็ถามลูกน้องทั้งสองคนของคุณดูสิคะ...ทุกวันนี้พี่สองคนยังต้องทำงานแทนเขาอยู่รึเปล่าคะ”

พูดพลางส่งสายตาไปทางเป็ดกับหนูดีที่ถึงกับร้อนๆหนาวๆ และท่าทางนั้นก็ทำให้พิมพ์ลภัสได้เป็นต่อบ้าง

“เมื่อไหร่รับผิดชอบหน้าที่ตัวเองสมบูรณ์แล้วค่อยก้าวก่ายชีวิตคนอื่นนะคะ ไม่อย่างนั้นคนเขาจะหาว่า ...เผือก! เผือกหิมะที่นี่อร่อยนะคะ จะรับเป็นของหวานดีไหม อุ๊ย...เช็กบิลแล้วนี่ งั้นอย่ายุ่งยากเลยนะคะ”

มาธวีจี๊ดมาก สะบัดหน้าออกจากห้องอาหาร หลังจากนั้น แต่กระนั้นก็ผูกใจเจ็บ หาทางเอาคืนอดีตลูกเลี้ยงสาวด้วยการถ่ายภาพปกคู่รเมศ และจงใจกระแซะใกล้ๆเขาตอนพิมพ์ลภัสยกน้ำมาเสิร์ฟที่กองถ่าย!

ooooooo

ภาพบาดตาบาดใจระหว่างรเมศกับมาธวีทำให้พิมพ์ลภัสตัวชา เจ็บปวดในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากผละกลับไปทำงานด้วยสภาพเหมือนคนอกหัก อภิชาติที่มาเสิร์ฟน้ำด้วยเห็นท่าอดีตนางแบบก็มั่นใจว่าระหว่างเจ้านายหนุ่มกับอดีตนางแบบต้องมีความรู้สึกบางอย่างต่อกัน

มาธวีสะใจมากที่ปั่นหัวพิมพ์ลภัสได้ แต่ก็ต้องหัวเสียหลังจากนั้นเมื่อรเมศปฏิเสธไม่ร่วมทานอาหารเย็น แต่เลือกไปทำงานต่อ ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อสังหรณ์ว่าเขาจะไปง้อพิมพ์ลภัส แต่ที่เธอไม่รู้คือเขาไม่ได้ไป แต่มีนัดสำคัญเรื่องข้อมูลของแอนดี้ เฉิน นายทุนต่างชาติที่หนุนหลังกิตติชัย

“หมายความว่านายกิตติชัยน่าจะเป็นนอมินีซื้อที่ดินให้แอนดี้ เฉิน”

บวรทัตที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลพยักหน้า “ผมก็สันนิษฐานแบบนั้นครับ แต่เราไม่มีหลักฐานการโอนเงินชัดเจน คิดว่าน่าจะทำผ่านธนาคารต่างประเทศเหมือนการฟอกเงินทั่วๆไป”

“แล้วตอนนี้แอนดี้ เฉิน อยู่ที่ไหน”

“ระบุไม่ได้ครับ นายนี่บินไปมาหลายประเทศในเอเชีย”

“ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวผมลองคิดดูว่าจะทำยังไงได้บ้าง คุณกลับไปพักเถอะ”

“ครับ...มีอีกเรื่องครับ ในฐานะคนสนิทของคุณเมศ ผมขอละลาบละล้วงเรื่องคุณพิมพ์ลภัส”

ชื่อของพิมพ์ลภัสทำให้รเมศหงุดหงิด หึงไม่หายที่เธอใกล้ชิดสนิทสนมกับอภิชาติ

“ผมรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่...ขอบคุณครับ”

ระหว่างที่รเมศเตรียมตั้งรับ กิตติชัยก็เครียดหนักเพราะถูกแอนดี้ เฉิน นายทุนต่างชาติตามทวงงานที่มอบหมาย

“ตกลงผลการซื้อที่ดินเป็นยังไง ไอโอนเงินไปให้ยูหลายงวดแล้ว เมื่อไหร่โครงการของไอจะได้ลงเสาเข็ม”

“คุณไม่เข้าใจ...ผมมีปัญหาต้องสะสาง ผมบอกหลายหนแล้วว่ามันไม่เหมือนโปรเจ็กต์อื่น เราเจอก้างชิ้นใหญ่!”

ข้ออ้างของกิตติชัยฟังไม่ขึ้น แอนดี้ไม่ยอม ยื่นคำขาด “ไอไม่สนใจว่ายูจะเจออะไร แต่ไออยากได้ที่แปลงใหญ่บนยอดดอยนั่นเร็วที่สุด ไม่งั้นก็พับโปรเจ็กต์นี้ไปเลย แล้วยูก็คืนเงินไอมาให้หมด!”

พูดจบก็วางสายดื้อๆ ทิ้งกิตติชัยให้ประสาทเสียเพราะกลัวถูกยึดเงินทุน อรอุษาต้องปลอบให้ใจเย็น เชื่อแน่ว่าต้องมีหนทาง และรเมศคงไม่แจ้งความแน่เพราะพิมพ์ลภัสจะพลอยเดือดร้อน

แววตาเจ้าเล่ห์ของภรรยาทำให้กิตติชัยถึงบางอ้อ เชื่อสนิทใจว่าพิมพ์ลภัสต้องมีความสำคัญบางอย่างกับรเมศ ถึงขั้นเกิดเรื่องคราใดก็บุกไปช่วยด้วยตัวเอง แถมเก็บอดีตนางแบบไว้ใกล้ตัวอีกต่างหาก แต่กระนั้นก็วางใจไม่ได้ เจ้าของคอนโดหนุ่มเลยตัดสินใจให้ถนอมอยู่เชียงรายต่อและหาทางนำโฉนดที่ดินของพ่ออุ๊ยจรัญมาให้ได้

พิมพ์ลภัสไม่ได้สนใจเรื่องคนอื่น นอกจากเพื่อนสาวทั้งสอง กานดากับจินตนา เพราะเข้าใจว่าทั้งสองชอบผู้ชายคนเดียวกัน กานดาพยายามจะเคลียร์กับอดีตนางแบบว่าเธอไม่ได้ชอบผู้ชาย แต่จินตนาก็โผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน เพราะอยากเคลียร์เรื่องอภิชาติ พิมพ์ลภัสถึงกับกุมขมับที่เรื่องราวชักไปกันใหญ่

“ชาติเป็นคนดีนะ แต่ฉันไม่ได้รู้สึกกับเขาแบบที่เธอรู้สึกแน่”

“แสดงว่าเธอมีใครในใจแล้วใช่ไหม”

คำถามของจินตนาทำให้พิมพ์ลภัสสะเทือนใจ ใบหน้าของรเมศลอยมาในหัว แต่ก็ข่มใจกลบเกลื่อน

“ฉันจะมีใครหรือไม่มีก็ช่างมันเถอะ รู้แค่ว่าฉันไม่ใช่คู่แข่งเธอก็แล้วกัน อ้อ...ไหนๆเราก็เปิดใจคุยกันแล้ว ฉันอยากแนะนำเธอแบบแมนๆด้วยความหวังดี พวกผู้ชายน่ะมีสัญชาตญาณของนักล่า เขาชอบรุก ไม่ได้ชอบถูกไล่ ในเมื่อเธอเข้าหาอภิชาติมาตลอดแล้วยังไม่ได้ผล
ทำไมไม่ลองใช้วิธีถอยบ้างล่ะ”

“อ๋อ...อะไรที่ง่ายไปจะไม่ท้าทายใช่ไหม...”

ooooooo

นอกจากมาธวีจะประกาศให้จีน่ารู้เรื่องพิมพ์ลภัสตกอับกลายเป็นพนักงานเสิร์ฟในโรงแรมจารวีแล้ว ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อยังโทร.ตามสมานให้บุกมาเอาตัวอดีตลูกเลี้ยงถึงเชียงรายอีกต่างหาก

แผนเอาคืนพิมพ์ลภัสทำท่าจะไปด้วยดี รเมศเชื่อสนิทว่าเธอมีปัญหากับอดีตลูกเลี้ยงจริง แต่กระนั้นมาธวีก็ไม่ประมาท ตั้งใจจะหาทางซ้ำเติมและเหยียบพิมพ์ลภัสให้จมมิด

แต่ก่อนจะถึงวันนั้น มาธวีก็ต้องรับมือยศพลที่โทร.ตื๊อไม่หยุด แม้เธอจะตัดสายทิ้งหลายครั้ง ไฮโซหนุ่มอดีตแฟนของพิมพ์ลภัสก็โทร.ตามไม่เลิก เยาวลักษณ์คุณหญิงแม่ของยศพลเห็นลูกชายคนเดียวต้องบากหน้าไปจีบม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อแบบลุ่มๆดอนๆ เลยตัดสินใจจะหาผู้หญิงรวยๆคนใหม่ให้...

จีน่าอยากได้รูปของพิมพ์ลภัสไปลงนิตยสาร เลยยกคณะทำงานไปแอบถ่ายภาพอดีตนางแบบขาวีน แต่พวกพนักงานเสิร์ฟ โดยเฉพาะกานดา จินตนาและอภิชาติช่วยกันบังไว้ พัชรีเห็นท่าไม่ดีเลยโทร.รายงานรเมศ เจ้าของโรงแรมหนุ่มไม่พอใจมาก และมอบหมายเป็นคำสั่งขาดให้พัชรียับยั้งได้เลย

คณะทำงานของจีน่าเลยถูกเรียกไปตักเตือนและขอความร่วมมือให้งดถ่ายภาพพิมพ์ลภัส มาธวีได้ยินก็ขัดใจมาก แต่ยังตีหน้าซื่อไปคุยกับรเมศและขนิษฐาเพื่อหยั่งเชิง เจ้าของโรงแรมหนุ่มรู้ทันแต่ไม่อยากหักหน้า แต่ก็เตือนเสียงเข้ม ไม่ให้ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อยุ่งวุ่นวายกับพิมพ์ลภัสอีก

ขนิษฐารับหน้าที่ไปส่งคณะของจีน่าขึ้นรถโรงแรมไปสนามบินตามคำขอของรเมศ บรรณาธิการสาวเลยถือโอกาสขอโทษขอโพยใหญ่ ก่อนจะหาทางกระซิบมาธวีถึงเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับเจ้าของโรงแรมจารวีและสาวคนรัก

“เขาบอกว่าหลานสาวท่านประธานวรรณ วรรณ– พานิช คบหาอยู่กับเจ้าของโรงแรมเชียงรายจารวี ชื่อนาราค่ะ...ที่ท่านประธานวรรณเก็บเงียบเพราะหวงหลานสาว อยากให้จบนอกก่อนแล้วค่อยเปิดเผยเรื่องหมั้น”

“ข่าวจริงแน่เหรอคะ”

“ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ ได้ยินว่ารักกันมาก ก่อนไปเรียนต่อคุณนารายังขลุกอยู่เชียงรายเป็นเดือน จนคุณตาต้องออกโรงมารับกลับบ้าน”

ข่าวซุบซิบจากจีน่าทำให้มาธวีช็อกหนัก ความฝันจะได้รเมศมาครองพังทลาย แต่เธอจะไม่ยอมพังคนเดียว พิมพ์ลภัสจะต้องพินาศด้วย และโอกาสของเธอก็มาถึงในวันเดียวกัน เมื่อเธอได้เจอหน้าอดีตลูกเลี้ยงสาวในห้องอาหารจารวี พิมพ์ลภัสอึดอัดใจมากแต่ก็ต้องข่มใจไปต้อนรับ

มาธวีไม่รีรอจะหาเรื่องอดีตลูกเลี้ยงสาว พิมพ์ลภัสไม่อยากมีเรื่องให้ถูกรเมศตำหนิเลยจะผละออกมา

“ขี้ขลาด! ฉันรู้นะว่าเดี๋ยวเธอก็คงส่งคนอื่นมา แทน ฉันประเมินเธอสูงไปหน่อย นึกว่าแค่กลวง ฟุ้งเฟ้อ ยโสโอหัง ไม่นึกว่าจะรวมขี้ขลาดเข้าไปด้วย”

คำพูดถากถางของอดีตแม่เลี้ยงทำให้พิมพ์ลภัสเปลี่ยนใจ หันมาเผชิญหน้า แต่ก็ต้องเจ็บแทบกระอักเมื่อถูกอีกฝ่ายพูดจาดูถูกและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีแบบไม่มีชิ้นดี

“คงลืมตัวคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของโรงแรมน่ะสิ เสียดายนะ...ถ้าเธอจับคุณเมศได้ก็อาจจะมีสิทธิ์มีเสียงในโรงแรมบ้าง แต่โชคดีคุณเมศเขาไม่หลวมตัว เอาไว้ควงเล่นนิดๆหน่อยๆ แล้วก็เฉดหัวมาเป็นพนักงานชั้นต่ำคนหนึ่ง”

“ฉันไม่เคยจับผู้ชายอย่างที่เธอคิด!”

“พูดความจริงก็ทำเป็นรับไม่ได้ จะบอกให้...คุณเมศเขาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว โชคดีนะที่พ่อเธอชิงตายไปซะก่อน ไม่งั้นคงช็อกที่ต้องรู้ว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนวิ่งไล่ล่าผู้ชายแบบนี้”

พิมพ์ลภัสโกรธจัด เงื้อมือจะตบ แต่คำเตือนของรเมศก็ลอยมาในหัว จะจับเธอเข้าคุกหากมีครั้งต่อไป

“พ่ออาจจะตกใจที่รู้ว่าฉันตกต่ำขนาดนี้ แต่คงไม่ช็อกไปมากกว่าตอนรู้ว่าผู้หญิงที่เคยเก็บมาเป็นเมีย มันก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำที่ลอยไปลอยมาคอยสูบเลือดสูบเนื้อผู้ชาย!”

พูดจบก็สบตาแบบไม่กลัว มาธวีโมโหมากแต่ก็ระงับลงอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับการปรากฏตัวของพัชรีที่เห็นท่าไม่ดี กลัวอดีตนางแบบจะของขึ้นและมีเรื่องกับอดีตแม่เลี้ยง พิมพ์ลภัสเลยถือโอกาสผละไป กานดารออยู่แล้ว พยายามปลอบและรั้งตัวไม่ให้ออกไปเสิร์ฟ แต่อดีตนางแบบก็ไม่ยอม อยากพิสูจน์ตัวเอง

“ฉันจะไม่ยอมให้ใครชี้หน้าว่าขี้ขลาด ไม่ต้องห่วง... ฉันรู้ธาตุแท้ยัยนั่นดี มันก็แค่ตีสองหน้าต่อหน้าคนอื่น ใช้คำพูดทำร้ายจิตใจฉัน นอกจากนั้นมันก็ทำอะไรฉันไม่ได้ คราวนี้ฉันต้องชนะ ฉันจะทำให้ยัยนั่นรู้ว่ามันยั่วฉันไม่สำเร็จ”

“ฉันเอาใจช่วยเธอนะ ไม่ใช่เพราะฉันอยากเห็นเธอชนะใคร แค่อยากให้เธอเอาชนะความโกรธตัวเองได้ก็พอ”

ooooooo

พิมพ์ลภัสตัดสินใจไปเสิร์ฟพวกมาธวีอีกครั้ง โดยไม่แคร์สายตาคนอื่นที่กลัวเธอจะก่อเรื่อง อยากเอาชนะใจตัวเองให้ได้อย่างที่ตั้งใจ แต่มาธวีก็ทำให้ทุกอย่างพังทลายด้วยการแกล้งปัดถ้วยซุปร้อนๆ หกรดตัวเอง!

“ฉันเจ็บนะพิมพ์ ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบฉันเท่าไหร่ แต่ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย”

พัชรีเห็นลูกค้าสาวโวยวายก็รีบมาดู ก่อนจะหันไปดุพิมพ์ลภัสเสียงเข้ม

“โธ่เอ๊ย...ฉันไม่น่ายอมให้เธอมาเสิร์ฟโต๊ะนี้เลย”

“ฉัน...ฉันไม่ได้ทำนะคะ เขาทำตัวเอง พี่สองคนก็เห็นใช่ไหมคะ”

พิมพ์ลภัสส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางเป็ดกับหนูดี แต่ทั้งสองก็เลือกเข้าข้างเจ้านายตัวเอง

รเมศรู้เรื่องทุกอย่างหลังจากนั้น พิมพ์ลภัสเลยถูกเรียกตัวไปพบและอธิบายทุกอย่าง

“ฉันไม่ได้แกล้ง เขาทำตัวเองจริงๆนะคะ”

“เหลวไหล! คุณจะให้ผมเข้าใจว่าคุณมาธวีเอาซุปร้อนๆราดตัวเองงั้นเหรอ ไม่มีใครบ้าแบบนั้นหรอก”

“คุณไม่รู้จักเขาดีพอ เขาน่ะทั้งบ้าทั้งฉลาดเลย เขาจงใจทำร้ายตัวเองเพื่อใส่ความฉัน คุณลองเรียก คนแถวนั้นมาถามสิคะ เผื่อจะมีใครเห็นเหตุการณ์”

“คุณพัชรีเห็นว่าคุณกับเขามีปากเสียงกันมาก่อน”

“ก็ยัยนั่นมายั่วฉันก่อน แต่ฉันก็พยายามอดทนนะคะ ฉันแค่พูดจาตอบโต้บ้างเท่านั้นเอง แต่สาบานได้ ฉันไม่ได้แกล้งเขา เชื่อฉันเถอะค่ะคุณรเมศ ฉันไม่โง่ขัดคำสั่งคุณหรอกนะ ฉันไม่อยากติดคุก!”

“ทำไมผมต้องเชื่อคุณด้วยล่ะ คุณมาธวีเขายังไม่เคยโกหกอะไรผม ส่วนคุณ...”

รเมศพูดไม่จบ พิมพ์ลภัสที่ช้ำใจมากก็โพล่งแทรกออกไป

“งั้นคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดกันอีก คุณจะลงโทษฉันยังไง จะแจ้งความเลยรึเปล่า”

“เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้เสียหาย”

ผู้เสียหายของรเมศตีหน้าน่าสงสารได้อย่างแนบเนียน แต่กระนั้นแววตาก็แฝงความร้ายกาจที่รเมศไม่มีทางมองเห็น เบาใจและประทับใจมากกว่าที่มาธวีจะไม่เอาเรื่องพิมพ์ลภัส

“วีเข้าใจว่าพิมพ์เป็นคนอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว วีเลยไม่ติดใจอะไร แล้วก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องอื้อฉาว แต่หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้นอีกนะคะ”

“คุณวีกรุณามากครับ ผมรับปากว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกแน่นอน รีบขอบคุณคุณมาธวีสิพิมพ์ลภัส”

“เดี๋ยวค่ะ วีบอกไม่ติดใจอะไร แต่ไม่ได้หมายความว่าวีจะปล่อยคนผิดไปเฉยๆนะคะ”

เหล่าพนักงานที่มามุงดูการตัดสินความมองหน้ากันงงๆ ก่อนที่มาธวีจะประกาศ

“พิมพ์ลภัสต้องกราบขอโทษวีเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกผิดจริงๆ”

“ไม่! ฉันไม่ผิด ฉันไม่มีวันกราบขอโทษเธอ”

พิมพ์ลภัสค้านเสียงแข็ง เป็นตายร้ายดีจะไม่ก้มหัวคุกเข่าให้อดีตแม่เลี้ยงเป็นอันขาด และมาธวีก็รู้ดี

“งั้นฉันก็คงต้องแจ้งความเพื่อไม่ให้เธอไปทำแบบนี้กับใครอีก เบอร์โรงพักที่นี่เบอร์อะไรคะคุณเมศ”

รเมศเห็นท่าไม่ดี เร่งให้พิมพ์ลภัสขอโทษ แต่อดีตนางแบบก็ไม่ยอม มาธวีเลยแกล้งขู่

“ถ้าพิมพ์ไม่เต็มใจก็อย่าบังคับค่ะ ขอเบอร์โรงพักให้วีค่ะ คนบางคนไม่ถูกดำเนินคดีก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด”

คำว่าคุกกับดำเนินคดีทำให้พิมพ์ลภัสต้องยอมลดศักดิ์ศรี เดินหน้าบึ้งไปคุกเข่าขอโทษอดีตแม่เลี้ยง แต่มาธวีก็ไม่พอใจแค่นั้น สั่งให้หนูดีกับเป็ดถ่ายคลิปกับภาพนิ่งไว้เป็นหลักฐาน รเมศเห็นน้ำตาของอดีตนางแบบก็ทนดูไม่ไหว

“แค่นี้ก็พอแล้วมั้งครับคุณมาธวี ผมยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้คุณตามแต่คุณจะเรียกร้อง”

“ไม่ได้ค่ะ คนผิดคือพิมพ์ลภัส...ไม่ใช่คุณ กราบฉันเดี๋ยวนี้พิมพ์ลภัส ไม่งั้นฉันเอาเธอติดคุกแน่”

พิมพ์ลภัสจำใจก้มกราบทั้งน้ำตา มาธวีลอบยิ้มด้วยความสะใจ รเมศได้แต่มองมาด้วยความสงสารสำเหนียกได้ในนาทีนั้นว่าพิมพ์ลภัสอาจไม่ใช่คนผิด และเมื่ออดีตนางแบบผละไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจหันไปพูดกับมาธวีเสียงเข้ม

“ต้องขอบคุณความเมตตาของคุณมาธวีแทนพิมพ์ลภัส ผมจะคอยควบคุมความประพฤติของเขาให้เข้มงวดขึ้น แต่ยังไงก็ต้องขอความร่วมมือคุณทั้งสามคนให้ช่วยหลีกเลี่ยงการปะทะกับเขาด้วยก็แล้วกันครับ...คิดซะว่าเห็นแก่ผม”

น้ำตาของพิมพ์ลภัสทำให้รเมศสะเทือนใจมาก เจ็บปวดในหัวใจอย่างบอกไม่ถูกราวกับเป็นคนทำร้ายเธอด้วยตัวเอง และเมื่อขนิษฐาทราบเรื่องก็อดไม่ได้จะคุยกับหุ้นส่วนของญาติหนุ่มให้รู้เรื่อง

“คุณเมศคะ...น้องได้ยินเรื่องคุณพิมพ์ทำซุปหกใส่คุณมาธวี...เป็นเรื่องจริงรึเปล่าคะ”

“คุณมาธวีกับคนของเขายืนยัน และที่ทุกคนเห็นคือคุณมาธวีเขาเจ็บจริง ผมเลยให้พิมพ์ลภัสไปขอโทษเขา”

“ถึงคุณพิมพ์จะมาที่นี่ด้วยเจตนาไม่ดี แต่น้องไม่อยากเชื่อว่าเธอจะร้ายกาจขนาดทำร้ายคนอื่นได้”

“แต่ถ้าพิมพ์ลภัสไม่ทำ ก็หมายความว่าคุณมาธวีทำตัวเอง...ซึ่งมันดูไม่น่าเชื่อเอาซะเลยนะครับ”

“เช็กกล้องวงจรปิดมั้ยล่ะคะ จะได้เห็นกันไปเลยว่าเกิดอะไรขึ้น น้องจัดการให้”

“ลองดูก็ได้ครับ จะได้จะแจ้ง แต่ถ้าถามใจผมตอนนี้ ผมออกจะเชื่อว่าพิมพ์ลภัสไม่ได้ทำ”

ขนิษฐานิ่วหน้า รเมศเลยสารภาพเสียงอ่อน

“ไม่มีเหตุผลอะไรนอกจากความรู้สึกครับ ทุกครั้งที่ผมจับได้ว่าเขาทำผิด ถึงเขาจะเถียงข้างๆคูๆ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยอมรับ แต่วันนี้ให้ตายเขาก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำ แล้วสายตาเขา...เขาดูเจ็บปวดและตัดพ้อผม”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม
12 พ.ย. 2562
09:01 น.