ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงหงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พิมพ์ลภัสตั้งท่าจะปรี๊ดเต็มที่ แต่ก็ต้องผิดคาดเมื่อรเมศไม่ได้ซ้ำเติมเธอ แถมออกหน้าปกป้องต่างหาก ลูกค้าจอมหื่นโกรธมาก โวยวายกลบเกลื่อนความผิดตัวเองจนรเมศต้องขู่เสียงเข้ม

“ที่ห้องอาหารนี้มีกล้องวงจรปิดมากกว่าห้าตัว คงพิสูจน์ได้แน่ว่าใครพูดความจริง ถ้าพนักงานผมทำเกินกว่าเหตุ ผมจะไล่ออกทันที แต่ถ้าคุณทำอนาจารพนักงานของผมจริง ผมคงต้องเชิญคุณไปคุยกันที่สถานีตำรวจ”

“วงจรปิดบ้าบออะไรกัน ได้! ไม่รับผิดชอบก็ได้ แต่จำไว้เลยนะ ผมจะไม่มีวันมาเหยียบที่นี่อีก”

แหวจบก็ผละหนี แต่ก็ถูกพิมพ์ลภัสตามไปทวงค่าอาหารหน้าตาย

“เดี๋ยวก่อน...จะรีบไปไหน คุณยังไม่ได้จ่ายค่าอาหารเลย จะจ่ายสดหรือชาร์จจากบิลค่าห้องพักดีคะ”

ลูกค้าจอมหื่นหน้าเสีย ก่อนทำเป็นฮึดฮัดควักเงินจ่ายแบบไม่เต็มใจนัก รเมศมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตานิ่งเฉย มองไม่ออกว่าเห็นด้วยหรือไม่ชอบใจจนพิมพ์ลภัสเริ่มใจไม่ดี

จินตนาโล่งใจมากที่ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ แต่ก็ไม่วายถูกพัชรีเรียกมาดุเพราะกลัวไม่เข้าเรื่อง

“กล้าได้ทุกอย่าง แล้วเรื่องแบบนี้ทำไมถึงไม่กล้า”

“คุณพัชรีบอกเสมอว่าลูกค้าคือพระราชา เราต้องอดทน ต้องเอาใจเขาเสมอนี่คะ”

พัชรีส่ายหน้าอ่อนใจ “เหลวไหล ทฤษฎีนั่นน่ะใช้เฉพาะกับพระราชาที่มีคุณธรรม ไม่ใช่ฝรั่งกุ๊ยข้างถนนแบบนั้น ทีหลังถ้าเจอแบบนี้อีกต้องรายงานฉันรู้ไหม”

พิมพ์ลภัสได้ที สนับสนุนใหญ่ “ใช่...ทีหลังอย่ามัวแต่อาย เพราะสิ่งที่เธอจะได้คือความเจ็บใจ ทั้งเจ็บใจตัวเองและเจ็บใจไอ้กุ๊ยนั่น คนที่ต้องอายไม่ใช่เธอ ไอ้ฝรั่งลามกนั่นต่างหากที่ต้องอาย”

รเมศที่เงียบอยู่นาน โพล่งขึ้นอย่างอดไม่ได้ “พิมพ์ลภัสพูดถูก ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก ทุกคนไม่ต้องกลัว แจ้งผู้จัดการได้ทันที โรงแรมของเรามีนโยบายให้พนักงานปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างดีที่สุดก็จริง แต่ถ้าลูกค้าทำไม่ถูกไม่ควร โรงแรมของเราก็พร้อมจะปกป้องพนักงานของเราอย่างดีที่สุดเหมือนกัน”

ท่าทีเห็นด้วยของเขาทำให้พิมพ์ลภัสใจชื้น หันไปสบตาขอความดีความชอบ

“สรุปว่าฉันก็ไม่โดนไล่ออกหรือลงโทษใดๆใช่ไหม”

“ใช่...แต่ถ้ามีครั้งต่อไป ขอความกรุณาช่วยควบคุมอารมณ์แล้วก็แก้ไขปัญหาอย่างมีสติ ผมจะขอบคุณมาก”

บวรทัตมารายงาน หลังจากนั้นเรื่องลูกค้าจอมหื่นเช็กเอาต์จากโรงแรมพร้อมความอับอาย รเมศเบาใจมากที่ไม่ต้องวุ่นวายอีก เช่นเดียวกับขนิษฐาที่ชื่นชมความกล้าหาญของพิมพ์ลภัสอย่างจริงใจ

“ถึงเขาจะช่วยปกป้องเพื่อนร่วมงานก็จริง แต่ก็เกือบทำให้โรงแรมเราโดนฟ้องเพราะพนักงานทำร้ายร่างกายลูกค้านะครับ ขืนไปชมเข้าล่ะก็ ผมเกรงว่าจะเอาใหญ่”

ขนิษฐารู้ทันคนปากแข็ง แกล้งพูดให้คิด “แต่บางครั้งการที่เราต้องพยายามอยู่ฝ่ายเดียวมันก็ทำให้เหนื่อยแล้วก็ท้อนะคะ แล้วถ้าเราเหนื่อยเราท้อ บางทีเราก็อาจจะหมดกำลังใจไปง่ายๆเหมือนกัน”

พูดจบก็ผละไปทำงาน ทิ้งรเมศให้ยืนอึ้ง บวรทัตเห็นด้วยกับขนิษฐาเลยเสริมทิ้งท้ายยิ้มๆ

“ถ้าเป็นผม...ผมจะไม่ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากหรอกครับ รู้สึกยังไงก็พูดไปตรงๆดีกว่า”

ooooooo

วีรกรรมของพิมพ์ลภัสทำให้ใครต่อใครมองเธอแง่ดีขึ้น โดยเฉพาะจินตนาที่รอดเงื้อมือลูกค้าจอมหื่นได้เพราะอดีตนางแบบออกโรงปกป้อง รเมศก็รู้ความจริงข้อนี้ดีและตัดสินใจเขียนข้อความลงโพสอิทแปะไว้ด้านในหนังสือเกี่ยวกับงานบริการที่พิมพ์ลภัสทำตกไว้ในสวนตอนเข้าใจผิดว่าถูกผีหลอกเมื่อหลายวันก่อน

พัชรีได้รับมอบหมายจากรเมศให้คืนหนังสือ

พิมพ์ลภัส เลยถือโอกาสเรียกมาชมเชยเรื่องวีรกรรมเด็ดหลังเลิกงาน “วันนี้เธอทำดีมากนะพิมพ์ลภัส ฉันขอบใจเธอมาก นอกจากเธอจะช่วยเพื่อนแล้ว ยังช่วยไม่ให้โรงแรมต้องเสียเงิน เสียชื่อเสียง ถึงการกระทำของเธอมันจะดูห่ามเกินไปหน่อยก็เถอะ เอาเป็นว่าฉันขอชมเชย”

“จะชมทั้งทียังอุตส่าห์รอจนคนกลับไปหมดแล้วนะคะ”

“จะชมต่อหน้าหรือลับหลังใครมันไม่สำคัญ มันอยู่ที่ใจเรามากกว่า เรารู้ดีที่สุดว่าเราทำอะไร เมื่อก่อนฉันเคยดูถูกเธอ แต่ความจริงแล้วคนอย่างเธอคิดจะทำดีก็ทำได้เหมือนกัน”

“ถ้างั้นขอเปลี่ยนจากคำชมเป็นเงินที่จะจ่ายเป็นค่าอาหารกับค่าซักรีดให้อีตาฝรั่งกุ๊ยนั่นแทนได้ไหม”

“นึกแล้ว...ชมยังไม่ทันถึงห้านาที ดียังไม่ทันข้ามวันเลยนะ ดีแตกซะแล้ว คนอย่างเธอต้องดูกันไปยาวจริงๆ”

รเมศคอยดูอยู่แล้วและแอบตามมาส่งพิมพ์ลภัสกลับหอพักเหมือนเคย แต่ก็ถูกอภิชาติที่เป็นห่วงอดีตนางแบบเช่นกันตัดหน้า เลยต้องหมุนตัวกลับเซ็งๆ หึงจัดเพราะโอกาสไม่เป็นใจสักที!

คำชื่นชมจากคนรอบข้างทำให้พิมพ์ลภัสรู้สึกดี ภูมิใจมากที่ได้ทำเพื่อคนอื่นบ้าง และข้อความให้กำลังใจบนแผ่นโพสอิทที่มากับหนังสือที่ได้รับจากพัชรีก็ทำให้ยิ้มกว้าง

“The beginning is always the hardest. Don’t give up.”

พิมพ์ลภัสเปิดดูผ่านๆ ก่อนจะวางลงเพื่อเข้านอน แต่ในใจก็แอบทึ่ง เข้าใจเองว่าอภิชาติเป็นคนเขียนข้อความให้กำลังใจการเริ่มต้นงานบริการของเธอ...ว่าถึงจะเป็นเรื่องยากที่สุด แต่เธอก็จะไม่ยอมแพ้แน่นอน

พิมพ์ลภัสหลับฝันดีตลอดคืน ต่างจากรเมศที่งุ่นง่านเพราะหึงพิมพ์ลภัสกับอภิชาติ และสีหนาทเพื่อนสนิท หุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวีและญาติหนุ่มของขนิษฐาก็เหมือนจะรู้ โทร.มาหยั่งเชิงแต่เช้าของวันต่อมา

รเมศทำไขสือ แหวกลบเกลื่อนให้เพื่อนรักห่วงนาราหรือหนูนาแฟนสาวของเขามากกว่า

สีหนาทยิ้มกว้าง แซวกลับ “จำไม่ได้เหรอ...เมื่อก่อนแกเคยถูกเพื่อนสาววายแซวว่าเป็นเมียฉัน แหม...เดี๋ยวนี้เมียเป็นข่าวกับสาวๆคนโน้นคนนี้ ผัวเห็นข่าวเมียในหน้าบันเทิงบ่อยกว่าหน้าเศรษฐกิจอีก”

“ไอ้สิงห์! ถ้าเรียกฉันว่าเมียอีกคำเดียว เจอหน้ากันคราวหน้าฉันต่อยแกคว่ำต่อหน้าหนูนาแน่”

“เออๆ ขอโทษ...แล้วตกลงทั้งหมดที่เป็นข่าวมีตัวจริงบ้างไหมวะ”

“ไม่มี...นักข่าวก็นั่งเทียนเขียนทั้งนั้นแหละ”

“รวมถึงนางแบบที่ชื่อพิมพ์ลภัสด้วยเหรอวะ ได้ยินว่าตอนนี้หายหน้าหายตาจากวงการ ไม่รู้ใครเอามาเก็บไว้”

“ลืมไป...แกวางสายไว้ที่โรงแรมเยอะ”

“แกยังปากหนัก ปากไม่ตรงกับใจ ทำให้เรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอยู่หรือเปล่า”

รเมศถึงกับพูดไม่ออก คำพูดของเพื่อนรักแทงใจดำอย่างแรง สีหนาทเลยถือโอกาสแนะนำ

“จะบอกให้นะไอ้เมศ แกอยากทำอะไรก็ทำสิ อยากใกล้ชิดก็ไปหา อยากคุยด้วยก็คุยดีๆ อย่าเอาแต่ดุด่าเขา แกเป็นเจ้าของโรงแรม เป็นเจ้านาย เป็นเจ้าหนี้ด้วย แกอยากทำอะไรก็ทำได้อยู่แล้ว ไม่รู้จะคิดมากไปทำไม”

“เหมือนที่แกใช้ตำแหน่งหน้าที่เอาหนูนามาไว้ใกล้ตัวใช่ไหม”

“แกก็เอาอย่างฉันสิ หัดใช้หัวใจนำหน้าเหตุผลบ้าง...”

ooooooo

นอกจากวีรกรรมของพิมพ์ลภัสจะทำให้เพื่อนร่วมงานยอมรับในตัวเธอมากขึ้นแล้ว บรรดาหัวหน้างานทั้งพัชรีและนงนุชก็พลอยโล่งใจขึ้นด้วย รเมศเลยตัดสินใจให้เธอทำตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟเหมือนเดิม

และเพื่อพิสูจน์คำแนะนำของสีหนาทเพื่อนรัก รเมศเลยลงไปดูการทำงานของพิมพ์ลภัสถึงห้องอาหาร พัชรีเรียกให้อดีตนางแบบไปบริการ เพราะเจ้านายหนุ่มจงใจเลือกนั่งในโซนของเธอ พิมพ์ลภัสอิดออดแต่สุดท้ายก็เดินไปยื่นเมนูให้เขาเลือกอาหารแบบเสียไม่ได้ รเมศเลยแกล้งถามถึงเมนูแนะนำและความเห็นของเธอ

“รสชาติเป็นยังไง แล้ว...คุณชอบไหม”

พิมพ์ลภัสผงะ ก่อนจะตอบตามที่คิด “ก็ชอบค่ะ เพิ่งเคยได้กินเป็นครั้งแรก”

“งั้นก็เอาอันนี้แหละ แล้วก็เอายำพริกหยวกไข่ต้มยางมะตูม”

“มันเผ็ดนะคะ คุณกินเผ็ดได้ใช่ไหม”

รเมศตาเป็นประกาย ย้อนถาม “เป็นห่วงเหรอ”

“ฉันก็ห่วงแขกทุกคนนั่นแหละค่ะ เกิดท้องไส้ผิดสำแดงขึ้นมา เดี๋ยวมาโทษว่าฉันไม่เตือนก่อนอีก!”

ท่าทางเขินๆของเธอทำให้รเมศชอบใจ พิมพ์ลภัสเห็นแววตารู้ทันก็รวนกลบเกลื่อน บอกให้เขาสั่งของหวานเลยทีเดียว พัชรีเห็นท่าทางอดีตนางแบบฮึดฮัดเลยเดินมาดู รเมศเลยแกล้งฟ้อง

“ทุกอย่างเกือบจะเรียบร้อยครับ ถ้าพิมพ์ลภัสไม่บอกให้ผมสั่งอาหารกับของหวานไปเลยทีเดียว”

พัชรีหันไปส่งสายตาดุทันที พิมพ์ลภัสเลยต้องรีบแก้ตัว

“ฉันแค่หวังดี สั่งทีเดียวจะได้ไม่ต้องรอนานไง ไม่ได้ขี้เกียจซะหน่อย”

“ไม่ได้ขี้เกียจ แต่กลัวที่ต้องเผชิญหน้าใช่ไหม”

“ไม่ได้กลัว! แค่อึดอัด...ก็คุณตั้งใจมาจับผิดฉันนี่!”

พิมพ์ลภัสแหวเสียงเขียวแบบลืมตัว พัชรีเลยไล่ไปส่งออเดอร์ในครัว รเมศได้แต่มองตามเซ็งๆ...ตั้งใจมาพูดดีด้วยแท้ๆแต่ก็จบไม่สวยเหมือนเคย

กว่ามื้ออาหารจะเสร็จสิ้น พิมพ์ลภัสก็ต้องถอนหายใจไม่รู้กี่รอบ แววตายิ้มๆและท่าทางกวนประสาทของรเมศทำให้ระแวง และเมื่อเห็นว่าเขาอิ่มจึงเดินไปเก็บจาน เจ้าของโรงแรมหนุ่มอยากยืดเวลาอยู่กับเธอเลยขอให้เติมน้ำ อดีตนางแบบรู้ดีว่าเขาแกล้งเลยรินแบบกระแทกกระทั้น น้ำเลยล้นหกใส่เสื้อสูทของเขาเต็มๆ!

พัชรีเห็นความวุ่นวายก็ตามมาดู เอ็ดเสียงดังจนพิมพ์ลภัสต้องขอโทษยกใหญ่ รเมศเห็นท่าทางจ๋อยๆก็นึกสงสาร แต่ก็ฟอร์มจัด ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน

“จะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ คุณก็ต้องรับผิดชอบ ตามผมไปที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้!”

ooooooo

ระหว่างที่รเมศหาทางทำโทษพิมพ์ลภัส มาธวีก็โดนกดดันอย่างหนักจากสมานเสี่ยจอมหื่นที่อยากได้พิมพ์ลภัสเป็นเมียน้อย ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อมาร์ธาเหนื่อยใจมาก ก่อนจะตาเป็นประกายเมื่อเสี่ยจอมหื่นเสนอเพิ่มค่าจ้างให้เป็นพิเศษถึงหนึ่งล้านบาทหากหาตัวพิมพ์ลภัสพบ

มาธวีอยากได้เงินมากแต่ก็จนใจจะตามหาตัวอดีตลูกเลี้ยง พลันก็เหมือนโชคช่วย เมื่อจู่ๆหนึ่งในลูกค้าประจำห้องเสื้อของเธอก็โผล่มาพร้อมภาพถ่ายของ

พิมพ์ลภัสในชุดพนักงานเสิร์ฟของโรงแรมจารวี!

พิมพ์​ลภัส​ไม่​สำ​เหนี​ยก​ถึง​อันตราย​จาก​อดีต​แม่เลี้ยง​ที่​เตรียม​มา​หาเรื่อง​ถึง​เชียงราย มัว​หัวเสีย​เพราะ​ถู​กร​เมศ​ลาก​ตัว​ไป​ดู​เขา​เปลี่ยน​เสื้อ​ผ้า​ใน​ห้อง​ทำ​งาน รเมศ​แกล้ง​เดิน​ไป​เดิน​มา​แต่​ไม่​ยอม​เปลี่ยน​เสื้อ​จน​เธอ​ต้อง​โวย

“ว้าย! แล้ว​ทำไม​ยัง​ไม่​ใส่​เสื้อ​อีก”

“เสื้อ​ที่​สำรอง​ไว้​ที่​นี่​ส่ง​ซัก​หมด​พอดี”

“ฉัน​ไป​เอา​ตัว​ใหม่​ให้”

“ไม่​ต้อง...เดี๋ยว​ผม​ให้​คุณ​บวร​ทัต​จัดการ​ให้ ส่วน​คุณ...เอา​สูท​กับ​เสื้อ​ไป​แผนก​ซัก​รีด รีด​ให้​ดีๆแล้ว​เอา​กลับ​มา​คืน​ผม ที่​สำคัญ​คือ​คุณ​ต้อง​ทำ​เอง​ทั้งหมด อย่า​ให้​ผม​รู้​ว่า​ไป​ใช้​ใคร​ทำให้​นะ”

พิมพ์​ลภัส​หน้าเสีย ก่อน​จะ​บอก​เสียง​ห้วน “ฉัน​ทำ​ไม่​เป็น!”

“ก็​หัด​ทำ​ซะ มี​ปาก​ก็​ถาม​เขา​ว่า​ทำ​ยัง​ไง คน​อื่น​มี​งาน​ต้อง​ทำ มา​นั่ง​ช่วย​คุณ​แก้​ปัญหา​ไม่ได้​ตลอด​หรอก​นะ หรือ​จะ​ให้​ผม​ลงโทษ​คุณ​ด้วย​วิธี​อื่น...อย่าง​เช่น...หัก​เงินเดือน”

“อย่า​หัก​นะ ฉัน​จะ​พยายาม​ทำ”

รเมศ​ชอบใจ​มาก​ที่​ปราบ​พยศ​อดีต​นาง​แบบ​ได้ พิมพ์​ลภัส​ได้​แต่​กลอก​ตา​เซ็งๆ แต่​ก็​ยอม​เดิน​ไป​ห้อง​ซักรีด​เพราะ​ไม่​อยาก​โดน​หัก​เงินเดือน เหล่า​พนักงาน​ซัก​รีด​เห็น​หน้า​อดีต​นาง​แบบ​ก็​เริ่ม​ผวา กลัว​จะ​มี​เรื่อง ก่อน​จะ​ได้​มอง​หน้า​กัน​งงๆเมื่อ​พิมพ์​ลภั​สบ​อก​ว่า​จะ​ขอ​เอา​เสื้อ​ของ​รเมศ​มา​ซัก

“เดี๋ยว​ฉัน​ทำ​เอง​ค่ะ พวก​คุณ​คง​งาน​ล้น​มือ​แล้ว”

“แล้ว​เธอ​ไม่​ไป​ทำ​งาน​ของ​เธอ​หรือ​ไง มา​ทำ​งาน​อื่น​แบบ​นี้ งาน​ตัว​เอง​ก็​เสีย​หมด เอาเปรียบ​พนักงาน​คน​อื่น​ด้วย”

“คุณ​พัช​รี​อนุญาต​แล้ว​ค่ะ จริงๆก็​เพราะ​ฉัน​ซุ่มซ่าม​ทำ​น้ำ​หก​ใส่​คุณ​รเมศ​ก็​เลย​ต้อง​รับผิดชอบ​ด้วย​ตัว​เอง”

“หัด​ระมัดระวัง​ให้​มาก​กว่า​นี้​สิ ยัง​ดี​ที่​เป็น​คุณ​เมศ ถ้า​เป็น​แขก เธอ​โดน​มาก​กว่า​นี้​อีก พอๆ...ฉัน​ไม่​ใช่​หัวหน้า​โดย​ตรง​ของ​เธอ ไม่​อยาก​จะ​บ่น​อะไร​มาก ที่​บ่น​นี่​ก็​หวัง​ดี​หรอก​นะ จะ​ทำ​อะไร​ก็​ไป​ทำ​เถอะ”

พนักงาน​ซัก​รีด​ทำท่า​จะ​ผละ​ไป​ทำ​งาน​ของ​ตน พิมพ์​ลภัส​คิด​นิดเดียว​ก่อน​จะ​ขอ​ให้​สอน​ซัก​รีด​เสื้อ เหล่า​พนักงาน​ได้ยิน​ก็​ถึง​กับ​อึ้ง แต่​ก็​ใจ​ไม่​แข็ง​พอ​จะ​ปล่อย​ให้​อดีต​นาง​แบบ​ซัก​รีด​ผ้า​เอง​ตามลำพัง

พิมพ์​ลภัส​พยายาม​สุด​ความ​สามารถ จน​พนักงาน​ซัก​รีด​ที่​ช่วย​สอน​บอก​ว่า​พอใช้ได้​จึง​นำ​ไป​คืน​รเมศ

“ฉัน​ทำ​ดี​ที่สุด​แล้ว แต่​ถ้า​คุณ​ไม่​พอใจ เดี๋ยว​ฉัน​ส่ง​ซักแห้ง​ให้​ก็ได้”

รเมศ​มอง​ฝีมือ​อดีต​นาง​แบบอย่าง​ละเอียดลออ พอใจ​ที่​เธอ​ทำ​ด้วย​ตัว​เอง “ไม่​ต้อง...ผม​แค่​อยาก​ให้​คุณ​รับผิดชอบ​สิ่ง​ที่​คุณ​ทำ ถึง​มัน​จะ​ไม่​เรียบร้อย​เท่า​ไหร่​แต่​ก็​ถือว่า​ใช้ได้​สำหรับ​คน​เพิ่ง​เคย​รีด​ผ้า​เป็น​ครั้ง​แรก”

“ฉัน​รับผิดชอบ​เรียบร้อย​แล้ว ขอ​กลับ​ไป​ทำ​งาน​ต่อ​ก่อน​นะ​คะ”

พิมพ์​ลภัส​จะ​ผละ​ไป รเม​ศอ​ยาก​อยู่​กับ​เธอ​ต่อ​เลย​พยายาม​ยื้อ​ไว้​อีก​ครั้ง

“ช่วย​ผม​ใส่​เสื้อ​หน่อย​สิ”

“เอ่อ...ฉัน​ว่า​อัน​นี้​ฉัน​ไม่​ต้อง​รับผิดชอบ​นะ ใน​เมื่อ​คุณ​เป็น​คน​ถอด​เอง”

“แต่​คุณ​เป็น​คน​ทำให้​ผม​ต้อง​ถอด ถ้า​คุณ​รู้จัก​ควบคุม​อารมณ์​และ​ระมัดระวัง​มาก​กว่า​นี้ ผม​ก็​ไม่​ต้อง​เปียก แล้ว​คุณ​ก็​ไม่​ต้อง​มา​ยืน​อยู่​ตรง​นี้ เอาเป็นว่า​นี่​เป็น​บทลงโทษ​ที่​คุณ​ซุ่มซ่าม ไม่​มี​น้ำอดน้ำทน​แล้วกัน”

เหตุผล​ของ​รเมศ​ทำเอา​พิมพ์​ลภัส​พูด​ไม่​ออก ยอม​ขยับ​ไป​สวม​เสื้อ​ให้​แต่​โดย​ดี พลัน​บรรยากาศ​รอบ​ตัว​ก็​คลาย​ความ​ตึงเครียด กลาย​เป็น​ความ​อ่อนหวาน​ที่​ทำให้​หัวใจ​เต้น​แรง ก่อน​ที่​ทุก​อย่าง​จะ​สูญ​สลาย​เพราะ​โทรศัพท์​ของ​รเมศ​ที่​แผด​เสียง​ลั่น​ทำให้​ทั้ง​สอง​ตื่น​จาก​ภวังค์...

ooooooo

มา​ธ​วี​นั่นเอง​ที่​โทร.​ขัดจังหวะ พิมพ์​ลภัส​รีบ​ใส่​เสื้อ​ให้​จน​เสร็จ​แล้ว​ผละ​ไป​ทำ​งาน รเมศ​ได้​แต่​มอง​ตาม​ด้วย​ความ​เสียดาย ก่อน​จะ​รวบรวม​สติ​แตก​กระเจิง​รับ​สาย​ม่าย​สาว​เจ้าของ​ห้อง​เสื้อ มา​ธ​วี​ไม่​รอ​ช้า​ขอ​ไป​เตรียม​งาน​ล่วงหน้า​ที่​เชียงราย​  รเมศ​แปลก​ใจ​ที่​อีกฝ่าย​อยาก​มา​เร็ว​แต่​ก็​ตอบ​รับ​โดย​ดี​เพราะ​เห็น​ว่าเป็นงาน

ขนิษฐา​ทราบ​เรื่อง​จาก​บวร​ทัต​ที่​ต้อง​จัด​เตรียม​ห้อง​พัก​และ​รถ​รับ​ส่ง​จาก​สนาม​บิน​ให้​ทีม​งาน​ของ​มา​ธ​วี อด​ไม่ได้​จะ​เข้าไป​คุย​กับ​รเมศ กลัว​พิมพ์​ลภัส​จะ​มี​เรื่อง​กับ​มา​ธ​วี

“เธอ​อยาก​มา​เตรียม​งาน​เนิ่นๆ ถ้า​คุณ​น้อง​ไม่​ติด​อะไร ผม​รบกวน​มา​ต้อนรับ​คุณ​วี​กับ​ผู้​ช่วย​ด้วย​ได้​ไหมครับ”

“ได้​ค่ะ แต่​น้อง​ว่า​คุณ​เมศ​ควร​จะ​เตือน​คุณ​พิมพ์​ล่วงหน้า​ด้วย​นะ​คะ เดี๋ยว​เจอ​หน้า​กัน​แล้ว​ได้​ปะทะ​เปิดเปิง​กัน​ไป​หมด ได้​ข่าว​ว่า​อดีต​แม่เลี้ยง ​ลูกเลี้ยง​คู่​นี้​เขา​ยิ่ง​ไม่ค่อย​ลงรอยกัน​อยู่​ไม่​ใช่​เหรอ​คะ”

รเมศ​ถอน​ใจ​ยาว รู้​ดี​แต่​คิด​ว่า​ควบคุม​ได้ “ผม​จะ​หา​ทาง​บอก​พิมพ์​ลภัส​แล้วกัน​นะ​ครับ​ว่า​ไม่​มี​สิทธิ์​ไป​ปะทะ​อะไร​กับ​ใคร​ทั้งนั้น ตอน​นี้​เขา​เป็น​พนักงาน​ของ​โรงแรม ส่วน​คุณ​วี​เป็น​แขก​ที่​เรา​เชิญ​มา พิมพ์​ลภัส​ต้อง​เจียม​ตัว​ว่า​ใน​ฐานะ​พนักงาน เขา​ไม่​มี​สิทธิ์​ก้าวร้าว​หรือ​ทำ​กิริยา​ไม่​ดี​ใส่​แขก​อย่าง​เด็ดขาด!”

ขนิษฐา​ส่าย​หน้า​อ่อนใจ​กับ​ความ​ปากแข็ง​ของ​รเมศ สังหรณ์​ใจ​ว่า​เรื่อง​อาจ​ไม่​ราบรื่น​อย่าง​ที่​เขา​คิด...

คำ​เตือน​ของ​ขนิษฐา​ทำให้​รเมศ​คิด​หนัก ก่อน​จะ​บุก​มา​หา​พิมพ์​ลภัส​ถึง​หอพัก​กลางดึก​ของ​วัน​เดียวกัน อดีต​นาง​แบบ​หน้า​เจื่อน กลัว​เขา​หาเรื่อง​ลงโทษ​หรือ​กวน​ประสาท​เธอ​อีก แต่​ก็​ยัง​ทำใจ​สู้​โพล่ง​ออก​ไป

“คุณ​มี​เรื่อง​อะไร​สำคัญ​เหรอ​คะ  ถึง​ต้อง​มา​พูดให้​ได้​ตอน​ตี​หนึ่ง”

“พอดี​เห็น​ว่า​พรุ่งนี้​คุณ​หยุด ผม​เลย​จะ​มา​เตือน​คุณ​ไว้​ก่อน...คณะ​ของ​คุณ​มา​ธ​วี​จะ​เดินทาง​มา​พัก​ที่​โรงแรม​ตั้งแต่​วัน​พรุ่งนี้​เพื่อ​เตรียม​งาน​แฟชั่น​โชว์ คุณ​วี​เขา​อยาก​มา​เตรียม​งาน​ตั้งแต่​เนิ่นๆ”

พิมพ์​ลภัส​เบ้​ปาก พึมพำ​แขวะ​อดีต​แม่เลี้ยง​ที่​ชอบ​สร้าง​ภาพ รเมศ​ได้ยิน​แว่วๆเลย​ดุ​เสียง​เข้ม

“อย่า​กล่าวหา​คน​อื่น​ทั้งๆที่​ตัว​เอง​ก็​เป็น​อย่าง​นั้น​สิ​พิมพ์​ลภัส”

“ฉัน​เป็น​แบบ​นั้น​เมื่อ​ไหร่​กัน!”

“ต้อง​ให้​ผม​บอก​อีก​เหรอ​ว่า​คุณ​เคย​สร้าง​ภาพ​ต่อหน้า​ผม​ยัง​ไง ตอน​ไหน”

พิมพ์​ลภัส​หน้า​ตึง “เอาเป็นว่า...ขอบคุณ​นะ​คะ​ที่​อุตส่าห์​มา​เตือน”

“ไม่​ต้อง​ขอบคุณ​ผม ผม​ก็​แค่​กลัว​ว่า​คุณ​สร้าง​ปัญหา​อีก จำ​ไว้​นะ​พิมพ์​ลภัส...​ตอน​นี้​คุณ​เป็น​พนักงาน​ของ​โรงแรม คุณ​ต้อง​ให้​ความ​เคารพ​และ​ให้​ความ​สะดวก​กับ​แขก ถึง​แม้​แขก​คน​นั้น​จะ​เป็น​อดีต​แม่เลี้ยง​ที่​คุณไม่​ชอบ​หน้า​ก็​เถอะ”

ถ้อยคำ​ตอก​ย้ำ​สถานะ​ตกต่ำ​ทำให้​พิมพ์​ลภัส​ต้อง​กลั้น​น้ำตา​แทบ​แย่ ก่อน​จะ​ทำ​เสียงแข็ง​กลบเกลื่อน

“ฉัน​จำ​ได้​ค่ะ​ว่า​ตอน​นี้​ฉัน​เป็น​ใคร ทำ​อะไร​อยู่ ฉัน​จะ​พยายาม​เคารพ​และ​ให้​ความ​สะดวก​แก่​แขก​เท่า​ที่​ฉัน​เห็น​สมควร แต่​คุณ​ก็​ควร​เตือน​แขก​พิเศษ​ของ​คุณ​ด้วย​ว่า​แขก​ที่​ดี​ควร​ทำตัว​ยัง​ไง เพราะ​ถ้า​เขา​หาเรื่อง​ฉัน ฉัน​ไม่​อยู่​เฉย​แน่!”

พิมพ์​ลภัส​สะบัด​หน้า​จาก​ไป​แล้ว ทิ้ง​รเมศ​ให้​มอง​ตาม​ด้วย​ความรู้สึก​ผิด​ที่​ไม่​เคย​พูด​ดีๆกับ​เธอ​ได้​เลย เมื่อ​สี​หนา​ท​รู้​เรื่อง​วีรกรรม​ปาก​ไม่​ตรง​กับ​ใจ​ของ​เพื่อน​รัก ก็​อด​ไม่ได้​จะ​ปลอบ​และ​ให้​กำลังใจ

“วัน​นี้​ไม่​ดี วัน​หน้า​ก็​ทำให้​ดี​กว่า​วัน​นี้ เรื่อง​ความรัก​มัน​ต้อง​ใจเย็นๆ”

“ทำ​อย่าง​กับ​แก​ใจเย็น​นัก​นี่”

“ความ​รัก​ของ​ใคร​ก็​ของ​มัน​สิ​วะ วิธีการ​มัน​แตกต่าง​กัน​ไป​อยู่​แล้ว แก​ก็​น่า​จะ​รู้​ดี​ว่า​คน​ของ​แก​นิสัย​เป็น​ยัง​ไง ใน​เมื่อ​แก​เชื่อ​มั่น​ที่​จะ​อดทน​รอ แก​ก็​ต้อง​ใจเย็น ค่อยๆเป็น​ค่อยๆไป”

ooooooo

พิมพ์​ลภั​สน​อน​หลับ​สนิท​ถึง​เช้า​เพราะ​เจอ​ศึก​หนัก​ทั้ง​วัน กานดา​ไม่​อยาก​ปลุก​เพราะ​เข้าใจ​ความ​ลำบาก​ของ​อดีต​นาง​แบบ​ดี แต่​สุดท้าย​ก็​อด​ไม่ได้​ต้อง​ปลุก​มา​เคลียร์​เรื่อง​เสื้อ​ผ้า​ใช้​แล้ว​ที่​อีก​ฝ่าย​ใส่​เปลือง​เหลือเกิน

“ถ้า​เธอ​ยัง​ใส่​เสื้อ​ผ้า​เปลือง​แบบ​นี้ ฉัน​จะ​ไม่​ซัก​ให้​แล้ว เอา​ของ​เธอ​คืน​ไป​เลย”

“โอ​เคๆ ฉัน​สัญญา​ต่อ​ไป​นี้​จะ​ใส่​ชุดนอน​ซ้ำ ชุด​ทำ​งาน​ก็​จะ​ใส่​อย่าง​ดี ไม่​ให้​เปื้อน​มาก เธอ​จะ​ได้เหนื่อย​น้อย​ลง”

“ถ้า​อยาก​ให้​ฉัน​เหนื่อย​น้อย​ลง​จริง​ก็​ช่วย​เก็บ​กวาด​ห้อง​บ้าง​สิ  เห็น​ไหม​เนี่ย​ว่า​รก​ขนาด​ไหน  ของ​ของ​เธอทั้งนั้น”

พูด​พลาง​ชี้​นิ้ว​ทั่ว​ห้อง  พิมพ์​ลภั​สมอง​ตาม  เห็นจริง​ทุก​อย่าง​แต่​ก็​ยัง​เถียง​ตาม​ประสา​คน​เอาแต่ใจ

“ไม่​ใช่​ของ​ฉัน​คน​เดียว​สัก​หน่อย ของ​เธอ​ก็​มี”

“แต่​ของ​ฉัน​เก็บ​เข้าที่  หรือ​อย่าง​น้อย​ฉัน​ก็​วางเป็นที่​เป็น​ทาง​มาก​กว่า​เธอ  ขอร้อง​ล่ะ​พิมพ์​ลภัส  ผ้า​ไม่​ซักแล้ว แค่​ทำ​ความ​สะอาด​ห้อง​ก็​น่า​จะ​ช่วย​กัน​บ้าง ฉัน​ไม่​ใช่​คน​รับ​ใช้​เธอ​นะ เอาแต่​กินแรง​กัน​แบบ​นี้​มัน​ก็​ไม่​ไหว​นะ”

“กินแรงซะที่ไหน ฉันก็ให้ของตอบแทนเธอไง เธออยากได้อะไร เลือกได้นะ แลกกับการที่เธอทำความสะ...”

“พอเลย! ไม่ต้องเอาอะไรมาล่อ ฉันไม่หลงกลเธอแล้ว ชุดนั้นฉันยังไม่ได้ใส่เลย!”

กานดายื่นคำขาด พิมพ์ลภัสเลยยอมผลัดทำความสะอาดห้องคนละสัปดาห์ ชุติมาเห็นกานดายอมให้

พิมพ์ลภัส แถมเอาผ้ามาซักให้อีกต่างหาก ก็อดไม่ได้จะเหน็บ

“พวกเธอดูจะสนิทกับยัยพิมพ์ลภัสนะ”

“อยู่ห้องเดียวกัน ทำงานด้วยกัน สนิทกันก็ไม่เห็นแปลก”

“แต่นิสัยอย่างยัยนั่น ฉันไม่เห็นว่าจะน่าสนิทด้วยตรงไหน”

จินตนาได้ยินเลยแก้ตัวแทนพิมพ์ลภัส “ถึงเขาจะร้ายไปบ้าง แต่จริงๆแล้วก็เป็นคนมีน้ำใจนะ”

ชุติมายักไหล่ไม่เชื่อแม้แต่น้อย “แค่ช่วยเธอจากไอ้ลูกค้าหื่นกาม ยัยพิมพ์ลภัสก็กลายเป็นมีน้ำใจไปแล้ว เธอเปลี่ยนใจง่ายไปไหม ฉันว่ายัยนั่นก็ทำเอาหน้าหรือไม่ก็อยากอวดว่าตัวเองพูดภาษาอังกฤษเก่งแค่นั้นแหละ

เชื่อสิ...ต่อให้พวกเธอดีกับเขามากแค่ไหน เดี๋ยวเขาก็หาเรื่องมาให้พวกเธอปวดหัวอีกจนได้นั่นแหละ!”

พิมพ์ลภัสหาเรื่องปวดหัวให้พวกกานดาได้จริงๆ เมื่อเธอร่ำร้องขอให้พาไปเที่ยวตลาดนัด จินตนากับ

อภิชาติลำบากใจมาก โดยเฉพาะรายแรกเห็นว่าอดีตนางแบบมีบุญคุณก็อยากช่วย แต่ก็กลัวถูกจับได้

พิมพ์ลภัสเห็นทุกคนลังเลเลยพยายามเกลี้ยกล่อม จนในที่สุดเพื่อนทั้งสามก็ต้องยอมเพราะทนถูกตื๊อไม่ไหว

ชุติมาแอบได้ยินพิมพ์ลภัสพูดกับพวกกานดาก็ไปฟ้องวิมล และเมื่อรเมศรู้เรื่องก็ร้อนใจมาก ทั้งห่วงทั้งโกรธสารพัดที่อดีตนางแบบขัดคำสั่งเขาไม่ให้ออกนอกโรงแรม แล้วก็เป็นเรื่องจริงๆเมื่อพิมพ์ลภัสถูกจับตัวระหว่างทาง!

ooooooo

ถนอมนั่นเองตัวการจับตัวพิมพ์ลภัสตามคำสั่งกิตติชัย อภิชาติ กานดาและจินตนาพยายามจะช่วยแต่ก็ถูกเล่นงานเกือบเอาตัวไม่รอด รเมศตามมาจนเจอทั้งสาม กำชับให้โทร.หาบวรทัตเพื่อจัดการเรื่องทุกอย่าง ส่วนตัวเองรุดตามรถของคนร้ายที่ลักพาตัวพิมพ์ลภัส

พิมพ์ลภัสกลัวจับจิต แต่สติและสัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้ตัดสินใจกระโจนลงจากรถ รเมศที่ขับรถตามมาติดๆหัวใจแทบวายเมื่อเห็นร่างของอดีตนางแบบ หักเลี้ยวหลบข้างทางและพุ่งไปประคองร่างเธอทันที!

กานดา จินตนาและอภิชาติที่ขับรถเครื่องตามมาด้วยความเป็นห่วงพิมพ์ลภัส ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นรเมศโอบกอดร่างสั่นเทาของพิมพ์ลภัสอย่างหวงแหน และถ้าพวกเขาตาไม่ฝาดก็เหมือนจะเห็นว่ารเมศจูบขมับพิมพ์ลภัสด้วย

พิมพ์ลภัสและพวกกานดาถูกนำตัวไปตรวจร่างกายและทำแผลที่โรงพยาบาล รเมศเฝ้ารออย่างอดทน จนเมื่อเหล่าพนักงานพบหมอเรียบร้อย จึงไล่ทุกคนกลับก่อน เว้นแค่พิมพ์ลภัสที่เขาลากตัวไปตำหนิเป็นการส่วนตัว

“เห็นไหมว่าการกระทำโง่ๆของคุณ มันทำให้เกิดอะไรตามมาบ้าง!”

“ก็ถ้าคุณไม่ออกกฎบ้าๆนั่น ฉันก็ไม่ต้องทำแบบนี้หรอก คุณทำเหมือนฉันไม่มีหัวใจ ให้ฉันอยู่แต่ในโรงแรม ทำงานใช้หนี้คุณงกๆ ห้ามติดต่อใคร ห้ามออกไปไหน คุณคิดบ้างไหมว่าฉันจะรู้สึกยังไง”

“แล้วคุณคิดบ้างไหมว่าผมรู้สึกยังไง คิดว่าผมจะสามารถเชื่อคำพูดคุณหรือไว้ใจคุณได้อีกเหรอ คุณบอกว่าผมทำเหมือนคุณไม่มีหัวใจ ถ้าคุณมีหัวใจ...คุณคงไม่ทำอย่างนั้นตั้งแต่แรกหรอกพิมพ์”

แววตาตัดพ้อของเขาทำให้พิมพ์ลภัสละอายใจต้องเบือนหน้าหนี รเมศตามไปสบตา ดุเสียงเข้ม

“ผมยังยืนยันคำเดิมว่ากฎก็คือกฎ ตราบใดที่คุณยังใช้หนี้ไม่หมด ผมก็คงให้คุณออกไปจากที่นี่ไม่ได้คุณอาจจะอึดอัด แต่ถ้าคุณคิดให้มากกว่านี้อีกสักนิดคุณจะรู้ว่ากฎของผมก็คอยปกป้องคุณด้วย คุณคิดว่าเจ้านายเก่าจะปล่อยคุณไปง่ายๆหลังจากที่คุณทำงานให้มันไม่สำเร็จเหรอ”

“คุณเป็นห่วงฉันเหรอ”

รเมศอึกอัก “ผมห่วง...ว่าโรงแรมจะขาดทุน แถมถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็จะเสียชื่อเสียงอีก”

พิมพ์ลภัสน้อยใจมาก แหวกลับเสียงเขียว “ไม่ต้องห่วง ต่อให้ฉันถูกนายกิตติชัยฆ่าตาย ฉันก็จะเป็นผีมาทำงานเสิร์ฟใช้หนี้คุณจนกว่าจะครบทุกบาททุกสตางค์เลย...คนหน้าเงิน!”

“คุณมากกว่ามั้งพิมพ์ลภัส ถ้าไม่หน้าเงินก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้หรอก ผมหมดเรื่องจะพูดกับคุณแล้ว คุณไปพบคุณวิมลด้วย เขาจะเป็นคนตัดสินความผิดของคุณ”

คำพูดดูถูกของเขาทำให้พิมพ์ลภัสเจ็บจนน้ำตาคลอ แต่ยังทำใจแข็งทิ้งท้าย “สักวัน...วันที่ฉันหมดหนี้สิน หมดเวรกรรม ฉันจะไปให้พ้นจากคนใจร้ายใจดำอย่างคุณ ไปให้พ้นจากที่นี่...แล้วฉันจะไม่กลับมาเหยียบมันอีกเลย!”

ooooooo

รเมศอ่อนใจกับความปากไม่ตรงกับใจของตัวเองมาก ทั้งที่ร้อนรนและเป็นห่วงพิมพ์ลภัสแท้ๆ แต่ก็ไม่เคยพูดดีด้วยได้เลยนับตั้งแต่เธอต้องมาเป็นพนักงานเสิร์ฟ...กิตติชัยรู้เรื่องจากถนอมถึงความล้มเหลวของแผนจับตัวพิมพ์ลภัสก็เคืองมาก อาละวาดโวยวายจนอรอุษาต้องปลอบให้ใจเย็นๆ

“เป็นไงล่ะ ฉันเตือนคุณแล้ว ไม่น่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนเลย”

“ใครมันจะไปคิดว่าพิมพ์ลภัสจะสำคัญกับไอ้รเมศถึงขนาดตามมาช่วยด้วยตัวเอง”

“ปกป้องขนาดนี้แสดงว่าพิมพ์ลภัสไม่ใช่แค่พนักงานเสิร์ฟธรรมดาแน่ๆ”

“คุณจะบอกว่าไอ้รเมศมันตกหลุมรักพิมพ์ลภัสงั้นเหรอ”

อรอุษายิ้มร้าย มั่นใจในสัญชาตญาณความเป็นผู้หญิง “มันก็น่าคิดไม่ใช่เหรอคะ และถ้ามันเป็นไปตามที่คิด ถึงนายรเมศจะมีซีดีของคุณ เขาก็คงไม่กล้าส่งให้ตำรวจ ไม่งั้นพิมพ์ลภัสจะมีเอี่ยวไปด้วย...”

มาธวีกับลูกทีมมาถึงโรงแรมจารวีในวันเดียวกัน รเมศเลยต้องพักเรื่องปรับความเข้าใจกับพิมพ์ลภัสและไปต้อนรับตามมารยาทเจ้าของโรงแรมที่ดี ขนิษฐามาร่วมด้วยในฐานะตัวแทนของสีหนาทหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรม มาธวีเห็นสาวสวยมาพร้อมรเมศก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นคู่แข่งหัวใจ

ขนิษฐาเห็นสายตาและท่าทางออดอ้อนอย่างมีชั้นเชิงของมาธวีก็รู้ทัน มั่นใจว่าม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อมาร์ธาไม่ธรรมดา และเป้าหมายสำคัญคงหนีไม่พ้นรเมศหุ้นส่วนและเพื่อนของสีหนาทญาติหนุ่มของเธอ

มาธวีระแวง กลัวขนิษฐาจะขัดขวางการสานสัมพันธ์ระหว่างเธอกับรเมศเลยพยายามหาข้อมูล หวังยกตัวเองให้เหนือกว่า ขนิษฐารู้ทันและไม่อยากมีปัญหา รีบออกตัวยิ้มๆว่ามีคู่หมั้นแล้ว

รเมศตามมารยาสาไถยของมาธวีไม่ทัน ตั้งรับทุกอย่างตามมารยาท ขนิษฐาเป็นห่วงกลัวเขาต้องเดือดร้อนโดยไม่รู้ตัว เมื่ออยู่ตามลำพังก็อดไม่ได้จะเตือนด้วยความหวังดี

“น้องคิดว่าตัวจริงคุณวีดูอ่อนหวานกว่าที่คิดนะคะ ก่อนหน้านี้น้องเคยเห็นแต่ในรูป เธอดูเป็นผู้หญิงสวย เก่ง มั่นใจในตัวเอง ตอนคุยกับคุณพิมพ์เธอก็บอกว่าทั้งร้ายทั้งแรง”

ชื่อของพิมพ์ลภัสทำให้รเมศหน้าเจื่อน ก่อนจะกลบเกลื่อนเสียงเข้ม “อย่าไปเชื่ออะไรพิมพ์มากเลยครับ รายนั้นน่ะอคติมาเต็ม นี่ผมก็เพิ่งไปเตือนเธอตามที่คุณน้องแนะนำ บอกให้เขาอย่าสร้างปัญหาแล้วก็คอยบริการแขกของเราให้ดี บวกกับเพิ่งเกิดเรื่องไปโดนคาดโทษไปขนาดนั้น พิมพ์คงไม่กล้าทำอะไรตามใจตัวเองแล้ว”

“แต่น้องว่าคุณเมศระวังเอาไว้หน่อยก็ดีนะคะดูท่าเสือสองตัวจะอยู่ในถ้ำเดียวกันยาก!”

ooooooo

นอกจากจะถูกรเมศตำหนิ พิมพ์ลภัสยังต้องรับโทษจากวิมลพร้อมกับคนอื่นๆ แต่โทษของเธอเหมือนจะหนักกว่าใคร คือต้องทำความสะอาดหอพักทั้งหลัง!

“ให้ฉันทำคนเดียวดีกว่าค่ะ ฉันผิดเอง อย่าให้พวกเขาต้องเดือดร้อนเพราะความสิ้นคิดของฉันเลย”

“สายไปแล้วพิมพ์ลภัส ตอนทำไม่คิด ทำไปแล้วเพิ่งมาคิดได้ว่าทำคนอื่นเดือดร้อนไปด้วย แล้วขอบอกเลยว่า โทษจากฉันน่ะแค่สถานเบามากๆ ยังมีคุณพัชรีกับคุณนงนุชรอซ้ำพวกเธออีก”

กานดา จินตนาและอภิชาติหน้าเสีย วิมลถอนใจยาว สั่งสอนเสียงอ่อน

“ฉันเข้าใจนะว่าพวกเธอรักและเห็นใจกัน แต่สิ่งที่พวกเธอทำยิ่งเป็นการให้ท้ายพิมพ์ลภัส แทนที่พิมพ์ลภัส จะสำนึกผิด ทำตัวอยู่ในกรอบของกฎระเบียบ แต่กลับยิ่งได้ใจเพราะมีเพื่อนคอยช่วยให้แหกกฎได้”

พิมพ์ลภัสน้ำตาคลอ รู้สึกผิดที่ทำให้ทุกคนลำบาก วิมลสงสารเลยเตือนสติด้วยความหวังดี

“เก็บเรื่องวันนี้ไว้เป็นบทเรียนนะพิมพ์ลภัส ทุกสิ่ง ที่เธอเจอมันเพราะผลจากการกระทำเธอทั้งนั้น เธอทำตัวเองและเธอก็ต้องแก้ไขมันเอง ฉันอยากให้เธอคิดได้และปรับเปลี่ยนตัวเอง ฉันหวังว่าเรื่องแบบวันนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก”

พิมพ์ลภัสสะเทือนใจมาก และต้องอึ้งในเวลาต่อมา เมื่อรู้จากพวกกานดาว่ารเมศกับบวรทัตกุเรื่องบอกทุกคนว่าเธอกู้หนี้นอกระบบเพื่อปกป้องความลับเรื่องกิตติชัย ส่งคนมาทำร้ายเธอ
ความดีและความรอบคอบของรเมศทำให้พิมพ์ลภัส อ่อนท่าทีลงบ้าง แต่กระนั้นก็ทิฐิไม่อยากยอมรับความจริง ส่วนมาธวีก็พยายามหลอกถามรเมศถึงพิมพ์ลภัส แต่เขาก็เฉไฉเปลี่ยนเรื่องไม่ยอมบอกอะไรเลย

หลังปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด กานดาก็รู้จนได้ ว่าชุติมานั่นเองเป็นตัวการฟ้องรเมศเรื่องพาพิมพ์ลภัส หนีเที่ยว จินตนาตกใจมาก แล้วก็ถึงกับหน้าเสียเมื่อกานดาบุกไปเอาเรื่องประชาสัมพันธ์สาว

“ไม่ต้องมาทำหน้าตาไม่รู้เรื่อง ฉันมั่นใจว่าเป็นเธอ เธอเป็นคนไปบอกคุณวิมลว่าพวกเราพาพิมพ์ออกไปข้างนอก เพราะเธอ...พวกเราเลยถูกลงโทษกันหมด!”

ชุติมาไม่สะทกสะท้าน ตอกกลับหน้าตาย “ฉันแค่ทำสิ่งที่ถูกต้อง พวกเธอทำผิดกฎก็สมควรแล้วที่จะถูกลงโทษ แล้วแทนที่พวกเธอจะมาด่าฉัน พวกเธอเลิกยุ่งเกี่ยวกับพิมพ์ลภัสจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนเพราะยัยนี่อีก”

“อคติมันบังตาเธอไปหมดแล้วชุ ถ้าเธอเปิดตาเปิดใจให้กว้างกว่านี้ เธอจะเห็นว่าพิมพ์ลภัสไม่เหมือนเดิมแล้ว ยัยนี่นิสัยดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ ไม่งั้นพวกฉันไม่ทน คบด้วยหรอก”

พิมพ์ลภัสยืนฟังทุกอย่าง นึกปลื้มและซึ้งในน้ำใจกานดาและจินตนาที่ยอมรับเธอเป็นเพื่อน ชุติมาเห็นสายตา ที่ทุกคนมองไปทางพิมพ์ลภัสด้วยความชื่นชมก็หมั่นไส้

“พวกเธออยากจะคบยัยนี่ก็คบไป เอาที่สบายใจเลย แต่ไม่ต้องมากล่อมให้ฉันไปเป็นพวกด้วย ฉันไม่อินกับมิตรภาพระหว่างเพื่อนของพวกเธอหรอก”

กานดาเจ็บใจ ประกาศลั่นให้ต่างคนต่างอยู่ ก่อนจะผละไป พิมพ์ลภัสจะตาม แต่ก็ถูกชุติมาแขวะไล่หลัง

“นี่ๆ รู้ไหมว่าตอนนี้คุณรเมศกำลังพาแขกคนสำคัญ ดีกรีนางแบบเก่าแถมเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังไปทัวร์โรงแรมอยู่ เหตุการณ์มันคุ้นๆเนอะ เหมือนเคยเกิดมาก่อน แต่คนระดับคุณมาธวีคงไม่จับพลัดจับผลูมาเป็นพนักงานเสิร์ฟ ทำงานใช้หนี้เหมือนคนแถวนี้หรอก...ว่าไหม”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ออย" เลิฟซีนรวบตึง "ป๊อก-กิ๊ฟ" นัวเนียสองสาวสุดเร่าร้อน

"ออย" เลิฟซีนรวบตึง "ป๊อก-กิ๊ฟ" นัวเนียสองสาวสุดเร่าร้อน
21 พ.ย. 2562
07:15 น.