ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงหงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ข่าวการให้สัมภาษณ์ของมาธวีพาดพิงถึงพิมพ์ลภัสว่าเป็นนางแบบเจ้าปัญหาทำให้เจ้าตัวโกรธจัด หงุดหงิดและพาลขวางจนใครเข้าหน้าไม่ติด ยศพลรำคาญมากแต่เพื่อผลประโยชน์เลยยอมทนเอาใจพาไปเที่ยวและช็อปปิ้ง ตรัยที่กำลังเครียดหนักเพราะการลงทุนเจ๊ง แถมธนาคารก็ไม่อนุมัติให้กู้เลยเบาใจได้บ้างที่ลูกสาวมีคนดูแล

พิมพ์ลภัสมัวแต่ปลื้มที่แฟนหนุ่มพะเน้าพะนอ มั่นใจว่าเขาคือคนที่ใช่และจะเคียงข้างเธอตลอดชีวิต โดยไม่รู้เลยว่าเวลาเดียวกันนั่นเองที่โรงแรมจารวีเชียงราย... รเมศกำลังคิดถึงเธอมาก โดยเฉพาะครั้งล่าสุดที่เจอกัน แม้เธอจะใช้รองเท้าส้นสูงเหยียบรองเท้าเขาเป็นรู เขาก็ไม่โกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย

ขนิษฐาหรือน้อง ลูกพี่ลูกน้องของสีหนาทเจ้าของไร่บัวขาวและหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวีเชียงราย แวะมาตรวจงานแทนญาติหนุ่มเหมือนเคย เห็นรเมศ

ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนมีความรักก็อดทักไม่ได้ แต่เขาก็เฉไฉเบี่ยงเบนจนเธอยอมถอยและเปลี่ยนมาพูดเรื่องแฟชั่นโชว์ที่จะจัดขึ้นในโรงแรมแทน

เรื่องแฟชั่นโชว์ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง มาธวีเป็นดีไซเนอร์มีชื่อเสียงและคงฝากความหวังไว้ได้ แต่เรื่องที่ขนิษฐาเป็นห่วงมากกว่าคือเรื่องกิตติชัยที่คงไม่รามือเรื่องที่ดิน รเมศเข้าใจความเป็นห่วงของเธอดี แต่ก็ไม่กังวลมากเพราะเตรียมตัวไว้แล้ว หากกิตติชัยส่งใครมาอีก...เขาจะจัดการขั้นเด็ดขาด!

กิตติชัยก็ไม่คิดยอมแพ้จริงๆ เมื่ออรอุษาภรรยาจอมมารยาเอาเรื่องรเมศมองตามพิมพ์ลภัสตาเป็นมันในงานเมื่อคืนก่อน ก็คิดแผนร้ายจะหาทางทำให้รเมศเสียศูนย์บ้าง

ตรัยไม่ได้สนใจว่าใครจะงัดข้อใคร มัวห่วงพิมพ์ลภัสจะอยู่ไม่ได้หากเขาล้มละลาย แต่ดูเหมือนลูกสาวคนเดียวจะไม่รู้สึกรู้สาจนเขาพูดไม่ออก ได้แต่สั่งเสียอ้อมๆผ่านเข็มกลัดเพชรรูปหงส์ที่เขาสั่งทำให้เธอเมื่อหลายปีก่อน

“พ่ออยากให้พิมพ์เหมือนหงส์ตัวนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่ออยากให้พิมพ์เข้มแข็งอดทน ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี และสง่างามเหมือนดั่งหงส์ของพ่อตลอดไป”

“พิมพ์เป็นนางพญาหงส์ต่างหาก พิมพ์แข็งแกร่งอยู่แล้ว ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกค่ะ”

พูดจบก็โถมตัวไปกอด ตรัยได้แต่โอบตอบหน้านิ่ง น้ำตาตกในที่คงทำให้ลูกสาวมีความสุขเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว

“พ่อขอโทษนะพิมพ์...พ่อไม่ใช่พ่อคนเก่งของพิมพ์อีกต่อไปแล้ว”

พิมพ์ลภัสจับไม่ได้ถึงความผิดปกติของพ่อ ผละไปทำงานอย่างร่าเริงเหมือนเคย โดยคิดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่เธอขับรถพ้นประตูบ้าน ตรัยก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง!

ooooooo

รเมศแวะไปดูความเรียบร้อยที่หมู่บ้านปลายดอยที่ถูกพวกกิตติชัยเผาจนเดือดร้อนไปหมด โชคดีที่รเมศยื่นมือช่วยเหลือออกเงินซ่อมแซมบ้านเรือนให้ ชาวบ้านเลยพอตั้งหลักได้และตัดสินใจจะขายที่ดินให้เขา เจ้าของโรงแรมหนุ่มไม่อยากกดดันชาวบ้านเลยบอกผลัดให้รอซ่อมบ้านเสร็จ

บวรทัตเลขาหนุ่มของรเมศตามมาดูแลงานในหมู่บ้านด้วย ปลื้มใจกับความมีน้ำใจของเจ้านายหนุ่มแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวจะไม่ปลอดภัยจากพวกกิตติชัย

“พูดตรงๆนะครับ ผมไม่เห็นด้วยกับโปรเจกต์นี้ของคุณเมศเลยสักนิด มันจะได้ไม่คุ้มเสียเอานะ ตอนนี้ใครๆเขาก็มองคุณเป็นนายทุนกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้าน”

“ผมไม่สนหรอกว่าใครจะคิดกับผมยังไง ผมรู้ตัวก็แล้วกันว่ากำลังทำอะไรอยู่”

“แต่คุณเมศกำลังเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงนะครับ ตอนนี้ไอ้กิตติชัยมันพุ่งเป้ามาที่คุณเมศเต็มๆแล้ว”

“อย่าลืมสิว่าเรานำมันอยู่หนึ่งก้าว”

“แต่ที่มันเงียบไปคงกำลังวางแผนอะไรสักอย่างอยู่นะครับ”

“ก็ดี...ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะมีอะไรใหม่ๆมาเล่น...”

การตายของตรัยสร้างความตื่นตระหนกให้แก่คนทั้งบ้าน แต่คนตกใจสุดคงหนีไม่พ้นพิมพ์ลภัส ลูกสาวคนเดียวที่เหมือนโลกถล่มต่อหน้าต่อตาจนแทบทำอะไรไม่ถูก รเมศนั่งดูข่าวจากโรงแรมเห็นสภาพของนางแบบขาวีนเศร้าซึม รวมถึงกระแสบนโลกโซเชียลซ้ำเติมเธอก็อดสงสารและเห็นใจไม่ได้

ต่างจากมาธวีที่แม้จะใจหายเพราะอย่างน้อยก็เคยอยู่กับตรัยมานาน แต่ความสะใจนั้นมีมากกว่าเพราะรู้ดีว่าโอกาสจะเหยียบย่ำพิมพ์ลภัสอดีตลูกเลี้ยงสาวคู่ปรับได้มาถึงแล้ว...

พิมพ์ลภัสไม่ได้สนใจว่าใครจะซ้ำเติม มัวเศร้าโศกกับการจากไปของตรัย เธอไปร่วมงานศพของพ่อที่มีแขกมาร่วมงานน้อยมาก แถมต้องรับมือคำนินทาของใครต่อใครที่หมายหัวว่าเธอเป็นหงส์ปีกหักเอาตัวไม่รอด

หงส์ปีกหักของตรัยกำมือแน่น คำพูดลับหลังของผู้คนมากมายทำให้แค้นใจ แต่เข็มกลัดรูปหงส์บนอกก็ทำให้คิดถึงพ่อ นางแบบขาวีนยังจำได้ดี ตรัยมอบของขวัญสุดพิเศษนี้ให้เธอในวันเกิดสิบห้าปี

“ร้านนี้เขารับทำเครื่องเพชรให้ดาราฮอลลีวูดดังๆตั้งหลายคน พ่อเลยสั่งทำให้ลูกสาวแสนสวยของพ่อบ้าง”

“แล้วทำไมต้องหงส์ล่ะคะ หรือว่าพิมพ์คอยาว”

“เพราะหงส์สวยสง่า เป็นราชินีแห่งนกทั้งปวงต่างหาก พิมพ์รู้ไหม...ไม่ว่าหงส์จะทำอะไร จะบินลอยเหนือน้ำ ดีใจ หรือแม้กระทั่งโกรธ ท่าทางของมันก็ยังสง่างามไม่เคยเปลี่ยน เหมือนพิมพ์ของพ่อไง”

พิมพ์ลภัสดึงตัวเองจากอดีต น้ำตาซึมด้วยความคิดถึงพ่อ

“พิมพ์จะเป็นหงส์เหมือนอย่างที่พ่ออยากให้เป็นค่ะ”

ooooooo

บทพิสูจน์ของพิมพ์ลภัสมาถึงในเวลาต่อมา เริ่มจากสายตาดูถูกและเย้ยหยันของบรรดาแขกเหรื่อที่ส่วนมากรู้ฤทธิ์เดชของเธอดีจากการทำงานร่วมกัน แถมมีพวงหรีดของมาธวีที่ทำให้อารมณ์ของนางแบบขาวีนปรี๊ดถึงขีดสุด!

บรรยากาศหดหู่และชวนอึดอัดในงานศพของตรัยทำให้พิมพ์ลภัสอยากเป็นบ้า แล้วก็แทบช็อกเมื่อทวีปทนายความของครอบครัวแจ้งข่าวร้ายเรื่องตรัยถูกฟ้องล้มละลาย

“ผมเลยจะแจ้งคุณพิมพ์ว่าธนาคารจะยึดบ้าน ที่ดินกับทรัพย์สินต่างๆไปขายทอดตลาดใช้หนี้ แต่ผมเกรงว่าทั้งหมดนั่นก็อาจจะยังไม่พอ ยังไงผมจะส่งเอกสารรายละเอียดเรื่องหนี้สินมาให้คุณพิมพ์อีกทีนะครับ”

ทวีปลำบากใจมาก ยิ่งเห็นสีหน้าซีดเผือดของนางแบบขาวีนยิ่งเครียด แต่พิมพ์ลภัสก็ตั้งสติจนได้

“แล้วถ้าพิมพ์ขายของใช้ของส่วนตัวทั้งหมดของพิมพ์...จะพอใช้หนี้ไหมคะ”

“ก็มีสิทธิ์นะครับ พวกซุปเปอร์คาร์หรือของแบรนด์เนมของคุณพิมพ์คงได้ราคาดีอยู่”

“งั้นคุณลุงทวีปจัดการให้พิมพ์นะคะ อะไรขายได้ขายให้หมด เหลือไว้แค่รถคันเล็กแล้วก็เข็มกลัดหงส์ก็พอค่ะ”

โชคร้ายของพิมพ์ลภัสยังไม่จบ หลังข่าวร้ายของพ่อ ยศพลแฟนหนุ่มไฮโซที่เคยรักเธอมากก็แวะมาบอกเลิกถึงหน้างานศพ นางแบบขาวีนถึงกับผงะ คิดไม่ถึงว่าเขาจะใจร้ายใจดำขนาดนี้

“ทำไม...เพราะพิมพ์เหลือแต่ตัวใช่ไหมถึงทำกับพิมพ์แบบนี้ ไหนว่ารักพิมพ์ รักพิมพ์หรือรักเงินของพิมพ์กันแน่!”

พิมพ์ลภัสโกรธมาก ถลาไปกระชากคอเสื้อเขาจนหัวสั่นหัวคลอน ยศพลทนไม่ไหวผลักเธอออกอย่างแรง

“ที่ผ่านมาเราสองคนไม่ได้รักกันหรอกพิมพ์ ลองถามใจตัวเองดู พิมพ์เองก็ไม่ได้รักผมแต่รักที่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของผมมากกว่า ถ้าวันนี้ครอบครัวผมมีเรื่องแบบคุณ คุณก็ต้องทำกับผมแบบนี้เหมือนกัน”

พิมพ์ลภัสอึ้งไปอึดใจ อยากเถียงใจแทบขาดแต่ลึกๆก็รู้ว่ายศพลพูดถูก

“อย่าโกหกเลยพิมพ์ เราจบกันแค่นี้ดีกว่า ดันทุรังคบกันต่อไปก็เสียเวลาเปล่า เลิกกันตอนนี้ดีที่สุดแล้ว”

“ดีบ้าอะไร พอลทำแบบนี้พิมพ์จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ใครๆก็รู้ว่าอีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว”

“ถ้าใครถาม...พิมพ์บอกไปเลยก็ได้ว่าเบื่อผมแล้ว พิมพ์เขี่ยผมทิ้ง”

คำแก้ตัวแบบขอไปทีของยศพลทำให้พิมพ์ลภัสเสียความรู้สึกมาก ปรี๊ดเสียงเขียว

“ได้! อยากเลิกก็เลิก พิมพ์ไม่ง้อ มีคนอยากเป็นแฟนพิมพ์อีกเยอะแยะ ผู้ชายอย่างพอล พิมพ์ไม่เสียดายหรอก”

ยศพลไม่ยี่หระ หมุนตัวจะกลับ แต่ไม่วายทิ้งท้าย

“อ้อ...แหวนที่ผมให้ พิมพ์เก็บไว้แล้วกัน ถือว่าผมชดเชยที่พิมพ์ต้องเสียชื่อ เสียเวลา...โชคดีนะพิมพ์”

พูดจบก็ขับรถจากไป พิมพ์ลภัสโมโหมาก ตั้งท่าจะปาแหวนไล่หลัง แต่ประกายเพชรแวววาวในมือก็ทำให้ยั้งมือ ในภาวะอับจนหนทางเช่นนี้ บางทีแหวนวงนี้อาจช่วยประคองสถานการณ์ของเธอได้บ้าง...

ooooooo

รเมศพอเข้าใจสถานการณ์ของพิมพ์ลภัสดี ข่าวคราวของเธอบนโลกออนไลน์และจอทีวีทำให้สงสารและเป็นห่วง อยากลงไปดูแลด้วยตัวเองแต่สถานการณ์ที่หมู่บ้านปลายดอยก็ไม่น่าไว้ใจ พวกกิตติชัยอาจแผลงฤทธิ์เมื่อไหร่ก็ได้ เขาเลยทำได้แค่ส่งใจและพวงหรีดไปร่วมงานศพตรัยเท่านั้น

ต่างจากมาธวีที่แม้จะคุ้นเคยกับครอบครัวของพิมพ์ลภัสดีเพราะเคยร่วมชายคากันมา แต่อดีตนางแบบและเจ้าของห้องเสื้อมาร์ธากลับไม่ไปร่วมงาน ส่งไปแค่พวงหรีดและให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อเท่านั้น

“พี่เพิ่งรู้ข่าวก่อนน้องโทร.มาแป๊บเดียว พี่ตกใจมาก ร้องไห้อยู่เป็นชั่วโมง คนเคยรักกันนี่คะ ถึงเราจะจากกันไม่ดีเท่าไหร่ แต่พี่ก็ไม่คิดว่าเขาจะจบชีวิตลงแบบนี้ไม่น่าเลยจริงๆ”

“แล้วคุณวีพอจะรู้เรื่องธุรกิจของคุณตรัยมาก่อนไหมคะ”

“เคยได้ยินคนเตือนมาเหมือนกันว่าคุณตรัยทำธุรกิจไม่เก่งเท่าไหร่ แต่พี่ไม่กล้าไปก้าวก่ายอะไรเขามาก คุณตรัยเป็นคนมีอีโก้ค่ะ พี่คิดอยู่เหมือนกันนะคะ ถ้าตอนนี้ยังอยู่ด้วยกันก็อาจจะช่วยเตือนสติไม่ให้เขาคิดสั้นแบบนี้”

“ขอถามเรื่องคุณพิมพ์ลภัสได้ไหมคะ”

“ได้สิคะ...ในฐานะที่เคยเป็นแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงกันมาก่อน ถึงเราจะมีปัญหากันบ้าง แต่พี่ก็ยินดีจะช่วยเหลือพิมพ์อยู่แล้ว คุณตรัยเสียชีวิตกะทันหันแบบนี้พิมพ์คงลำบากน่าดู พี่ไม่มั่นใจเหมือนกันนะคะว่าจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน ก็อย่างที่เคยได้ยินมานั่นแหละค่ะ พิมพ์ลภัสใช้เงินเก่ง ถึงเขาจะทำงานด้านนี้ได้ดีแต่ก็ไม่ค่อยมีระเบียบวินัยเท่าไหร่ ไม่รู้วันดีคืนดีจะถูกแบนออกจากวงการหรือเปล่า พี่ล่ะกลัวแทนจริงๆ”

นอกจากให้สัมภาษณ์ถึงพิมพ์ลภัสแบบหวังดีประสงค์ร้ายแล้ว มาธวียังส่งเป็ดกับหนูดี ผู้ช่วยและดีไซเนอร์ประจำห้องเสื้อมาร์ธาไปเป่าหูคนทั้งวงการถึงวีรกรรมลูกเลี้ยง หวังตัดหนทางไม่ให้มีที่ยืนในวงการอีกเลย

พิมพ์ลภัสยังไม่รู้ตัว มัววุ่นวายเรื่องงานศพพ่อและจัดการทุกอย่างภายในบ้าน ทั้งขนข้าวของออกจากคฤหาสน์ที่อยู่ตั้งแต่เด็ก จ่ายเงินชดเชยคนใช้เพราะจ้างต่อไม่ไหว ก่อนจะเช่าคอนโดฯหรูเพื่อซุกหัวนอน

พวงผกาเลขาสาวขี้เม้าท์ของกิตติชัยเห็นพิมพ์ลภัสนางแบบขาวีนคนดังมาเช่าคอนโดฯของเจ้านายหนุ่มก็อดซุบซิบกับผู้จัดการทั่วไปไม่ได้ กิตติชัยผ่านมาได้ยินก็หูผึ่ง ตาลุกวาวที่แผนการเอาคืนรเมศอาจจะเป็นจริงในไม่ช้า...

ooooooo

โชคชะตาผกผันเพียงชั่วข้ามคืนยังไม่พอ นอกจากพิมพ์ลภัสจะแทบหมดตัวเพราะขายสมบัติเท่าที่มีเพื่อใช้หนี้แทนพ่อ จนเหลือแค่เงินไม่กี่แสนและรถเล็กๆหนึ่งคัน งานเดินแบบและโชว์ตัวที่เคยเต็มแน่นติดต่อกันหลายเดือนก็ถูกยกเลิกหรือบอกคืนคิวจนแทบไม่มีเหลือ

พิมพ์ลภัสยังไม่รู้ตัวว่าทุกอย่างเป็นแผนของมาธวี ได้แต่หงุดหงิดและคิดเอาเองว่าคงเพราะตนตกอับเลยมีแต่คนซ้ำเติม แต่ทันทีที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของอดีตแม่เลี้ยงคู่ปรับพาดพิงถึงตนกับพ่อก็ถึงกับปรี๊ดแตก

“ห้องเสื้อมาร์ธาเป็นความภูมิใจสูงสุดในชีวิตของวีค่ะ ถ้าวีไม่ตัดสินใจหย่าแล้วก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนั้น วีก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่ามาร์ธาจะเป็นได้แบบทุกวันนี้ไหม ก็อย่างที่ทุกคนทราบ...คุณตรัยเป็นนักธุรกิจ เลยมีนิสัยประหยัดจนเกินพอดีไปหน่อยค่ะ วีแทบไม่ได้ซื้อของอะไรเลยเพราะคุณตรัยเห็นว่าไม่จำเป็น”

คำสัมภาษณ์เอาดีเข้าตัวและโยนความชั่วให้ตรัยทำให้พิมพ์ลภัสแทบปานิตยสารทิ้ง ยังจำได้ในอดีตเมื่อหลายปีก่อนสมัยมาธวียังเป็นแม่เลี้ยงของเธอ อดีตนางแบบและเจ้าของห้องเสื้อมาร์ธาไม่ใช่แค่ใช้เงินในบัตรเครดิตเต็มวงเงินทุกงวด ยังกว้านซื้อของแบรนด์เนมทุกคอลเลกชั่น ทุกสี ทุกแบบจนตรัยหน่ายใจมาก

พิมพ์ลภัสเคยเห็นอดีตแม่เลี้ยงซื้อรองเท้านับสิบคู่ ในคราวเดียว ต่างกันแค่สีเท่านั้น เลยอดแขวะไม่ได้

“ซื้อเยอะขนาดนี้ เอามาไหว้บรรพบุรุษรึไงคุณพ่อห้ามเขาบ้างสิคะ ไม่ใช่ปล่อยให้รูดบัตรเต็มวงเงินทุกเดือน”

“แหม...พิมพ์ก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่าฉันเท่าไหร่หรอกนะ ขนาดยังหาเงินเองไม่ได้ยังจัดปาร์ตี้ถี่ยิ่งกว่าไปเรียนอีก ไหนจะบินไปเที่ยวต่างประเทศเป็นว่าเล่น แล้วกระเป๋าที่ถือนั่นเพิ่งซื้อมาใหม่ใช่ไหม ราคาซื้อคอนโดได้ห้องหนึ่งเลยนะ”

“จะราคาเท่าไหร่ก็เงินพ่อฉัน ฉันไม่ได้ไร้สติซื้อยกโหลแบบเธอแล้วกัน รสนิยมแย่แล้วยังอวดรวยแบบโง่ๆอีก”

มาธวีกับพิมพ์ลภัสคงตบกันไปแล้ว ถ้าตรัยจะไม่ห้ามทัพและไกล่เกลี่ยจนสองสาวต้องแยกกันแบบไม่เต็มใจนัก นางแบบขาวีนดึงตัวเองจากอดีต กวาดสายตาอ่านคำสัมภาษณ์ของอดีตแม่เลี้ยงด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน ยิ่งอีกฝ่ายให้สัมภาษณ์สร้างภาพว่าเลิกกับตรัยโดยไม่ได้อะไรติดตัวยิ่งของขึ้น

“ตอนวีหย่ากับคุณตรัย วีตัดสินใจออกจากบ้านหลังนั้น วีแทบไม่มีอะไรติดตัว วีได้แค่เงินก้อนเล็กๆ ก้อนเดียวกับข้าวของนิดหน่อยสมัยตอนยังรักกัน ห้องเสื้อมาร์ธาและทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้เป็นเพราะน้ำพักน้ำแรงของวีทั้งนั้น”

พิมพ์ลภัสโกรธจนตัวสั่น จำได้ฝังใจไม่มีวันลืมถึงวันที่อดีตแม่เลี้ยงเดินออกจากบ้านตนพร้อมเงินหลายสิบล้าน รถสปอร์ตซุปเปอร์คาร์สุดหรูและกรรมสิทธิ์ในห้องเสื้อมาร์ธาที่พ่อเธอเป็นคนออกทุนให้

ตรัยเสียใจมากที่รักษาความรักไว้ไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้มาธวีหย่าขาดตามต้องการ แต่พิมพ์ลภัสไม่เข้าใจและคิดว่าอดีตแม่เลี้ยงเลิกกับพ่อเธอเพราะหมดประโยชน์มากกว่า

“พิมพ์ไม่เข้าใจ ทำไมต้องยอมมันขนาดนั้นด้วย!”

“พ่อไม่อยากมีปัญหา ช่างมันเถอะพิมพ์ เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้”

“แต่พิมพ์ต้องอกแตกตายแน่ถ้าปล่อยให้นังนั่นโกยสมบัติเราไปหมดแบบนี้ มันได้ไปเยอะแล้ว ทั้งเงิน ทั้งเครื่องเพชร ห้องเสื้อมันคุณพ่อก็ออกเงินให้ แล้วนี่มันยังจะเอารถไปอีก พิมพ์ไม่ยอม! พิมพ์จะไปเอาคืน!”

ooooooo

คำสัมภาษณ์ของมาธวีทำให้พิมพ์ลภัสเดือดจัด ฉีกนิตยสารเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยความโมโห พนักงานต้องเข้ามาห้ามเลยได้ค่าเสียหายเป็นธนบัตรสีเทา ซึ่งถึงจะชดเชยค่านิตยสารได้แต่ก็ไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของนางแบบขาวีนดีขึ้น

พิมพ์ลภัสหัวเสียมาก พร่ำโทษโชคชะตาทำให้เธอต้องเจอเรื่องแบบนี้ ก่อนจะยิ้มได้บ้างในอึดใจต่อมาเมื่อมีคนติดต่อจ้างงาน นางแบบขาวีนที่ตารางว่างทั้งเดือนรีบกระโจนรับ โดยไม่รู้เลยว่ามันจะไม่ใช่แค่งานโชว์ตัวเหมือนเคย แต่เป็นงานถ่ายแบบเซ็กซี่ที่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว...ซึ่งเป็นแบบที่เธอไม่เคยคิดจะรับ!

นางแบบขาวีนเดินออกจากงานแบบไม่สนใจ

ค่าจ้าง ศักดิ์ศรีที่มีล้นเหลือทำให้ไม่แคร์และไม่ยี่หระแม้แต่น้อย แอนนางแบบสาวเพื่อนสนิทที่สุดในวงการผ่านมาเห็นพอดี พิมพ์ลภัสเลยได้ระบายให้อารมณ์ดีขึ้นบ้าง แต่กระนั้นก็เพียงไม่กี่อึดใจ เพราะเพื่อนสาวมีท่าทางอึกอักเหมือนมีอะไรปิดบัง

“ถ้ายังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่ก็พูดมา”

“ฉันไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า...แต่ฉันได้ยินว่าคุณมาธวีบอกออแกไนเซอร์กับเอเจนซี่ที่เป็นเพื่อนๆเขาให้แบนเธอ”

พิมพ์ลภัสโกรธมากแต่ต้องพยายามข่มอารมณ์ไว้ แอนเข้าใจและเห็นใจแต่ก็ทำได้แค่ปลอบ

“ขอโทษนะที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้เลย ฉันมันแค่นางแบบหน้าใหม่ตัวเล็กๆคนหนึ่ง เธอก็รู้ว่าที่บ้านฉันไม่ได้ร่ำรวยมีเส้นสาย ฉันไม่กล้าไปงัดข้อกับพวกนั้นหรอก”

“ไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดเธอ คนผิดคือนังมาธวี ช่วงนี้มันกำลังรุ่ง พวกก็เยอะ สักวันฉันจะหาทางเอาคืน”

“เออจริงสิ เย็นนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดคุณประธาน เจ้าของนิตยสารที่พิมพ์เคยขึ้นปกบ่อยๆไง ยังไงลองไปร่วมงานดูไหม ถ้าเขาเห็นหน้าพิมพ์ เขาอาจจะหางานอะไรให้ทำก็ได้...”

สถานการณ์ของพิมพ์ลภัสไม่ได้ทำให้เธอมีทางเลือก งานเลี้ยงวันเกิดประธานเจ้าของนิตยสารที่เมื่อก่อนเธอไม่คิดจะสนใจกลายเป็นเหมือนความหวังจะทำให้สถานภาพทางการเงินของเธอคล่องตัวขึ้น แต่กระนั้น... วีรกรรมในวันวานก็ส่งผลทำให้ไม่มีใครสนใจเธอแม้แต่น้อย

พิมพ์ลภัสมองบรรยากาศงานด้วยความเบื่อหน่าย แล้วก็ได้ทำหน้าเมื่อยมากขึ้นเมื่อภัคพงษ์เพื่อนของยศพลมาทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ยด้วย นางแบบขาวีนเจอผู้ชายขายขนมจีบจนเบื่อ รู้ทันอีกฝ่ายว่าต้องการอะไรเลยตัดบทและขอตัวอย่างไร้เยื่อใย ภัคพงษ์ไม่หวั่น เดินหน้าไม่ถอย

“คุณนี่ตรงไปตรงมาดีจริงๆ ผมภัคพงษ์...ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณพิมพ์ลภัส”

“ฉันไม่ค่อยยินดีเท่าไหร่ แล้วคิดว่าอีกสักห้านาทีก็คงจำชื่อคุณไม่ได้แล้วด้วย”

“ไหนๆคุณก็เป็นคนตรงๆ งั้นผมพูดตรงๆเลยดีกว่า ผมเป็นเพื่อนยศพล ได้ยินว่าคุณกับมันเลิกกันแล้ว มันบอกผมว่าลีลาคุณสุดยอด แต่ถ้าอยากได้ต้องทุ่มหน่อย ผมไม่อยากคุยนะ แต่ผมมีดีกว่าไอ้พลแน่ๆ ถ้าคุณโอเคผมจะทำให้คุณลืมไอ้พลสนิท แล้วเอาแต่ร้องเรียกหาผมเลยล่ะ”

รอยยิ้มสุดหื่นบอกความในใจทำให้พิมพ์ลภัสขนลุก แต่ที่ทำคือยิ้มหวานและฉวยโอกาสตอนเขาเผลอกระทืบรองเท้าส้นสูงและแหลมบนรองเท้าเขาสุดแรง ก่อนจะผละมาอย่างไม่เหลียวหลัง

เสียงซุบซิบถึงความตกต่ำของเธอยังตามหลอกหลอน พิมพ์ลภัสหมดอารมณ์จะอยู่ร่วมงานต่อ ตัดสินใจจะกลับแต่ก็ดันโชคไม่ดี ชนโครมเข้ากับใครบางคน!

ooooooo

รเมศนั่นเองที่มาร่วมงานตามมารยาท ความเซ็งที่ต้องมาแปรเปลี่ยนเป็นความรื่นรมย์ทันทีที่เห็นหน้านางแบบขาวีนที่เขาฝันถึงมาหลายวัน แต่พิมพ์ลภัสคงไม่รู้สึกเช่นนั้น อารมณ์ขุ่นมัวที่ถูกดูถูกก่อนหน้าทำให้พาล และชายหนุ่มตรงหน้าก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แม้เขาจะส่งยิ้มหวานและถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง นางแบบขาวีนก็ไม่คิดจะสน

“งานไม่สนุกเหรอครับ ทำไมรีบกลับ”

“งานสนุกมากค่ะ แต่ระวังหลังคุณไว้ให้ดีแล้วกัน ถ้าคุณเผลอเมื่อไหร่ มีดจมมิดเต็มหลังคุณแน่!”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งรเมศให้มองตามด้วยความพิศวง เขาเจอพิมพ์ลภัสหลายครั้งแล้ว แต่ละครั้งก็ในสถานการณ์และบรรยากาศที่แตกต่างกัน ทั้งวีนแตกและสวยสง่า แต่ครั้งนี้น้ำตาคลอเบ้าของเธอทำให้ใจเขาหล่นวูบ นึกสงสัยว่าอะไรที่ทำให้นางแบบขาวีนของเขาอ่อนแอถึงเพียงนี้...

พลาดหวังจากงานเลี้ยงของประธาน พิมพ์ลภัสก็ว่างงานต่อไปเพราะไม่มีใครจ้าง วันๆมีแต่รายจ่าย ทั้งค่าเช่าคอนโด ค่าซักเสื้อผ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต นางแบบขาวีนอยู่ในช่วงขาลงถึงขีดสุด และกิตติชัยก็รอโอกาสนี้อยู่แล้ว รีบให้พวงผกาเลขาสาวขี้เม้าท์ไปเชิญตัวมาพบ

พิมพ์ลภัสยอมมาพบแบบงงๆ แต่ตำแหน่งของกิตติชัยที่เป็นถึงเจ้าของคอนโดหรูที่เธอพักก็ทำให้มองข้ามไม่ได้ แต่กระนั้น...นางแบบขาวีนก็ยังเป็นคนเดิม ประสบการณ์หลายวันที่ผ่านมาทำให้หวาดระแวงและมองโลกในแง่ร้าย

“บอกไว้ก่อนนะคะ ถ้าจะทวงค่าเช่า ตอนนี้ฉันยังไม่มี”

กิตติชัยยิ้มบางๆ โบกมือปฏิเสธ “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับ ผมได้รับรายงานว่าคุณเพิ่งค้างเดือนเดียว แล้วที่ผ่านมาคุณก็จ่ายอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้จะช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย”

“บางทีเช็คค่าจ้างเดินแบบของฉันก็ออกช้าน่ะค่ะ เลยขาดสภาพคล่องนิดหน่อย”

“ถ้าอย่างนั้นผมมีข้อเสนอทางธุรกิจมาให้คุณพิมพ์ครับ”

สายตามีเลศนัยของกิตติชัยทำให้พิมพ์ลภัส สังหรณ์ไม่ดี

“อย่ามองผมแบบนั้นสิครับ ไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมแน่นอน ผมมีภรรยาแล้วครับ แล้วผมก็เคยรู้จักกับคุณตรัยด้วย ยังชื่นชมว่าท่านเป็นนักธุรกิจที่เฉียบคมมาก แต่ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ คนเราก็ทำผิดพลาดกันได้”

ชื่อของพ่อทำให้พิมพ์ลภัสน้ำตาจะไหล รีบตัดบทถามถึงงานเดินแบบหรือโชว์ตัว เพราะคิดว่ากิตติชัยจะจัดงานเพื่อโปรโมตคอนโด แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าไม่ใช่

“ผมไม่ได้จะให้คุณมาเดินแบบหรือถ่ายโฆษณาอะไร ผมพอรู้มาว่าคุณเคยเรียนการแสดงมาบ้าง”

“ค่ะ...ฉันเคยเรียนที่เมืองนอกมาคอร์สหนึ่ง งั้นแสดงว่าคุณอยากทำละคร”

“ก็ไม่เชิงครับ ผมแค่คิดว่าประสบการณ์ด้านการแสดงของคุณจะมีประโยชน์กับเรื่องที่ผมกำลังเสนอ”

พิมพ์ลภัสนิ่วหน้าด้วยความสงสัย ออกจะรำคาญเจ้าของคอนโดหนุ่มหน่อยๆ กิตติชัยก็เหมือนจะรู้ตัว รีบโพล่งข้อเสนอออกไป หวังจะให้นางแบบขาวีนติดกับและยอมทำงานให้

“ถ้าคุณพิมพ์ตกลงทำงานนี้และถ้าคุณทำสำเร็จ ผมจะให้คุณพักที่นี่ฟรีหนึ่งปี แถมเงินให้อีกสามล้านบาท”

“งานอะไรคะถึงได้มีข้อเสนอระดับนี้”

“หาทางตีสนิทผู้ชายคนหนึ่ง แล้วก็เอาของบางอย่างจากเขามาให้ผม...”

ooooooo

งานดี เงินดี แต่ต้องแลกด้วยการเอาตัวเข้าแลก แถมต้องทำผิดกฎหมายขโมยของด้วยทำให้พิมพ์ลภัสสมเพชในโชคชะตาตัวเองยิ่งนัก จากนางแบบดังคับฟ้าต้องกลายเป็นนางนกต่อในชั่วข้ามคืน!

สีหน้าโกรธจัดของพิมพ์ลภัสทำให้กิตติชัยต้องกล่อมเสียงอ่อนว่ามันไม่ใช่งานอย่างที่คิด

“ไม่ใช่นางนกต่อแล้วอะไร...ขโมยรึไงคะ นี่คุณเห็นฉันเป็นคนแบบไหนกัน”

“ผมไม่ได้ให้คุณขโมย คุณจะใช้วิธีไหนก็ได้ หลอกล่อ หยิบ ฉวย ขอแค่เอาแผ่นซีดีที่นายรเมศมาให้ผมได้ก็พอ เขาจะได้หมดโอกาสเอาไฟล์เสียงภรรยาผมมาแบล็กเมล์”

“ที่คุณพูดมาทั้งหมดมันต่างจากขโมยตรงไหนไม่ทราบ”

“โอเค...สิ่งที่ผมขอร้องให้คุณทำอาจจะดูไม่ถูกต้องเท่าไหร่ แต่กับผู้ชายเลวๆที่ใช้วิธีสกปรกทำลายหน้าที่การงานผม แล้วยังชื่อเสียงภรรยาผมอีก มันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอครับ สิ่งที่คุณกำลังจะทำมันน่านับถือด้วยซ้ำไป”

พิมพ์ลภัสเห็นใจแต่ยังไม่คิดว่าตนเองจะช่วยได้ เขาน่าจะมีมือดีมากกว่าเธอ

“แต่ผมเชื่อว่าคุณทำได้ ผมรู้มาว่านายรเมศแอบปลื้มคุณ ผู้หญิงสวยมีเสน่ห์อย่างคุณตีสนิทกับเขาไม่ยากหรอก พอเขาพาเข้าไปในห้องทำงาน คุณก็หาโอกาสเปิดเซฟเขา ผมมีรหัสอยู่แล้ว”

“แล้วพอเขารู้ว่าฉันเอาของไป เขาจะไม่จับฉันเข้าคุกเหรอ”

“เขาไม่กล้าหรอก ถ้าแจ้งก็ฉาวสิว่าเขาแบล็กเมล์ผม ผมเตรียมทนายไว้แล้ว เขาทำอะไรคุณไม่ได้หรอกครับ”

ข้อเสนอของกิตติชัยเย้ายวนใจมาก สภาวะขัดสนตอนนี้ใช่ว่าจะมีทางเลือกมากนัก แต่การขโมยของคนอื่นก็ไม่ใช่วิสัยคนอย่างเธอ เลยได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ กิตติชัยไม่เร่งรัดแต่ก็ไม่วายทิ้งท้าย

“ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ ลองกลับไปนอนคิดสักสองสามวันก่อนก็ได้ ต่อให้คุณทำไม่สำเร็จ ผมก็ยังจะให้คุณพักที่นี่ฟรีหนึ่งปี เห็นไหม...คุณมีแต่ได้กับได้”

“ฉันจะลองคิดดูละกันค่ะ...”

หลังบอกเลิกพิมพ์ลภัส...ยศพลก็กลายเป็นไฮโซตกอับ ไม่มีงานและไม่มีเงิน แต่กระนั้นก็ทำตัวล่องลอยและติดการพนันเหมือนเดิม มาธวีได้เจอโดยบังเอิญ รู้ทันสถานการณ์ของไฮโซหนุ่มดีแต่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แกล้งหลอกถามเรื่องอดีตลูกเลี้ยงไปเรื่อยๆ หวังฉกข้อมูลไว้เล่นงานภายหลัง

พิมพ์ลภัสยังไม่รู้ตัวว่าจะมีคนปองร้าย มัวหัวเสียกับความโชคร้ายของตัวเอง โดยเฉพาะโชคร้ายล่าสุด รถคันเล็กสมบัติหนึ่งในสองชิ้นที่เหลือของเธอดันสตาร์ตไม่ติด!

ผลพวงคือพิมพ์ลภัสไปทำงานสาย เลยถูกทีมงานปรายตามองอย่างตำหนิและเย็นชา แต่นางแบบขาวีนก็ไม่สำนึก โวยใส่ทีมงานเมื่อถูกเร่งให้เตรียมตัวทันทีที่มาถึง

“โอ้โห...ทำไมใจดำกันแบบนี้ล่ะ พิมพ์มาเหนื่อยๆ จะไม่ให้นั่งพักกันเลยหรือคะ น้ำก็ไม่มีให้กิน”

ทีมงานลอบถอนใจเอือมระอา ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะยกน้ำขวดมาให้เลือก พิมพ์ลภัสปรี๊ดมากเพราะไม่มีใครจำได้ว่าเธอชอบน้ำแร่และทีมงานต้องเตรียมไว้ให้ทุกครั้ง

“เอเจนซี่ไหนนะคะ ทำไมรับงานแล้วไม่มีการเตรียมพร้อม ถ้าไม่รู้ก็โทร.ถามสิคะ พิมพ์ไม่ได้ขออะไรยากเลย แค่นี้เตรียมให้ไม่ได้ อยากได้งานดีๆอยากเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ แต่ทำงานไม่มืออาชีพแบบนี้ พิมพ์ไม่ชอบ!”

ooooooo

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสแผลงอิทธิฤทธิ์กับทีมงาน รเมศก็รับมือกับมารยาร้อยเล่มเกวียนของมาธวีที่พยายามทอดสะพานให้เขาตลอดนับแต่วันที่เจอกันในงานเลี้ยงเมื่อหลายวันก่อน เจ้าของโรงแรมหนุ่มพอรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร แต่เขาก็รักษาท่าทีเพราะไม่ได้คิดกับเธอมากกว่านั้น นอกจากเพื่อนร่วมงาน

แต่มาธวีกลับไม่คิดเช่นนั้น กิริยาท่าทางเรียบร้อยของเขาทำให้ยิ่งได้ใจ หว่านเสน่ห์ทันทีที่เจอหน้า

“คุณเมศใจร้ายจัง ไม่บอกวีสักคำว่าจะมางานวันเกิดคุณประธาน วีจะได้แคนเซิลธุระแล้วไปงานให้ได้ วีมีเรื่องคุยกับคุณเมศเยอะเลยค่ะ”

“ผมไม่ทราบนี่ครับว่าตัวเองจะสำคัญกับคุณวีขนาดนั้น”

“คุณเมศไม่รู้จริงๆเหรอคะ”

“ก็รู้มาสักพักแล้วล่ะครับ ตั้งแต่คุณวีตอบตกลงว่าจะมาจัดแฟชั่นโชว์ที่โรงแรมของผม”

รเมศตอบอย่างรักษาน้ำใจ แต่กลับทำให้มาธวีหัวใจพองโต คิดว่าตัวเองมีความสำคัญสำหรับเขา และเมื่อเขาถามถึงการเตรียมงานแฟชั่นโชว์ที่โรงแรมจารวีเชียงราย ก็ยิ่งกว่าเต็มใจจะเสนอไอเดีย

“มีไอเดียบ้างแล้วแต่วียังไม่ค่อยชอบ วีอยากเข้าถึงจิตวิญญาณของเมืองเหนือจริงๆ พอดีวีโตในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับภาคเหนือเท่าไหร่ วีอาจต้องโทร.ไปรบกวนขอข้อมูลจากคุณเมศบ่อยๆ คุณเมศคงไม่ว่ากันนะคะ”

“ยินดีอย่างยิ่งครับ ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ คุณวีบอกได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

มาธวีส่งตาหวาน ขยับตัวหาเขาอย่างแนบเนียน หวังสานสัมพันธ์กับเจ้าของโรงแรมหนุ่มที่เธอถูกใจตั้งแต่แรกเห็น โดยมีเป็ดกับหนูดี สองผู้ช่วยและดีไซเนอร์ประจำห้องเสื้อเป็นลูกมือ แอบถ่ายรูปเธอกับรเมศไว้ปล่อยข่าว

ภาพถ่ายหลายมุมถูกส่งให้มาธวีเช็ก อดีตนางแบบและเจ้าของห้องเสื้อชอบใจมาก หนูดีที่เป็นคนถ่าย ยิ้มหน้าบานที่ทำความดีความชอบ รีบเสนอจะนำไปปล่อยให้พวกนักข่าวสายซุบซิบ

“เลือกรูปที่เห็นคุณเมศไม่ค่อยชัดดีกว่า หลายๆมุม จะได้ไม่ดูจงใจ ให้ชาวเน็ตหาต่อเองว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร”

“พี่หนูดียืมล็อกอินเพื่อนเข้าไปใบ้หน่อยดีไหมคะ ...จะได้ไม่เสียเวลา”

“ดีค่ะ คราวนี้นักสืบพันทิพเผือกกันมันอีกแน่!”

ด้านพิมพ์ลภัส...เอะอะจนกองถ่ายแทบพัง เพียงเพราะไม่มีคนเอาใจเหมือนเคย ทีมงานเอือมระอามาก และเกือบไล่นางแบบขาวีนออกจากงานแล้ว ถ้าสมานเสี่ยใหญ่จอมหื่นและเจ้าของงานนี้จะไม่ปรากฏตัว

สมานชอบพิมพ์ลภัสมานาน และไม่รั้งรอจะจ้างนางแบบขาวีนมาร่วมงานด้วยตามคำแนะนำแบบหวังดีประสงค์ร้ายของมาธวี และงานนี้เขาก็ไม่ผิดหวัง พิมพ์ลภัสยอมรับงานเพราะจำใจ และเวลานี้เพราะเขาช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ระหว่างเธอกับทีมงานให้ เธอเลยยอมนั่งคุยด้วย

แต่ท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยของสมานก็ทำให้พิมพ์ลภัสสะอิดสะเอียน และเมื่อเขาเสนอค่าตัวเป็นข้าวของและเงินทองมากมายแลกกับการเป็นเมียน้อยก็ทำให้เธอปรี๊ดแตก ตบเขาจนหน้าหงาย โชคบอดี้การ์ดของเสี่ยจอมหื่นถลาไปห้ามและตั้งท่าจะตบสั่งสอน แต่สมานก็เอ็ดห้ามไว้ แถมสั่งให้ขอโทษพิมพ์ลภัสอีกต่างหาก

โชคไม่มีทางเลือก ต้องทำตามคำสั่งแบบเสียไม่ได้ พิมพ์ลภัสก็รู้ดีและถือโอกาสประกาศ

“ดีที่รู้จักขอโทษ แต่เข้าใจกันใหม่ด้วยนะ ฉันไม่ใช่คนของเสี่ยและไม่มีวันเป็นด้วย!”

ooooooo

สมานหน้าชา อับอายขายขี้หน้าทีมงานที่มองมาด้วยความเวทนาปนสมเพช ส่วนพิมพ์ลภัส...คงจะสะบัดหน้ากลับไปแล้ว ถ้ามาธวี เป็ดและหนูดีจะไม่โผล่มาในฐานะที่ปรึกษาของงาน

“โธ่...พิมพ์ ผู้ใหญ่อุตส่าห์เมตตาก็รับเถอะ หรือเล่นตัวเพราะอยากโก่งราคา อยากได้กี่ล้านลองเสนอเสี่ยดูสิ”

“ฉันสุขสบายดี ไม่ต้องให้ใครมาสงสาร แล้วนี่ใครจุดธูปเรียกเธอมา”

“อ้อ...เธอคงไม่รู้สินะว่าฉันเป็นที่ปรึกษาโชว์ให้งานนี้ ถ้าไม่ได้ฉัน ป่านนี้เธอนอนหิวอยู่ในห้อง หรือไม่ก็ต้องรวบรวมขวดน้ำแร่ไปชั่งกิโลขายแล้ว”

“ขอบใจนะที่บอก ฉันจะได้รู้ว่าตัวเองตัดสินใจไม่ผิดที่แคนเซิลงานนี้ คราวหน้าคราวหลังก็ไม่ต้องหวังดีหางานหลักหรืองานไซด์ไลน์ให้ฉันอีก เก็บอาชีพเก่าของเธอไว้ทำกินยามแก่เถอะ!”

พูดจบก็ผลุนผลันจากไป ทิ้งมาธวีให้มองตามด้วยความแค้น ส่วนสมานมองตามตาละห้อย เสียดายโอกาสจะได้ใกล้ชิดนางแบบขาวีนที่ชื่นชอบ มาธวีเลยต้องปลอบให้คลายใจ

“ถ้าเสี่ยรักชอบเขาจริงๆ สักวันต้องชนะใจแน่ๆค่ะ”

“คุณวีต้องรับปากว่าจะช่วยเฮียจนกว่าจะได้ตัวหนูพิมพ์นะ ไม่งั้นงานนี้เฮียโละนางแบบออกยกแผง!”

พิมพ์ลภัสนั่งแท็กซี่กลับคอนโดฯเพราะรถเข้าอู่ อรอุษารออยู่แล้ว ตามมาดักหน้าทันทีที่นางแบบขาวีนมาถึง พิมพ์ลภัสเซ็งจัด ไม่อยากรับข้อเสนอของกิตติชัยเลยพยายามบ่ายเบี่ยง แต่อรอุษาก็ทำให้เธอพูดไม่ออก

“มันเป็นเรื่องน่าอายค่ะ ฉันไม่น่าพลาดเลย ฉันเหงามากที่ต้องทำงานห่างจากคุณกิตติชัยเลยเผลอใจไปกับนายรเมศ ฉันโง่เองที่คิดว่าเขาจริงจัง พอเขาบอกเลิก ฉันเลยแทบบ้า ทั้งส่งข้อความทั้งโทร.ไปอ้อนวอน แต่เขาก็ไม่ใจอ่อน”

ท่าทางอึดอัดของพิมพ์ลภัสทำให้อรอุษาได้ใจ บีบน้ำตาเพื่อเรียกความสงสารและเห็นใจ

“ตั้งหลายเดือนค่ะกว่าฉันจะทำใจได้ คิดว่าระหว่างเราคงจบกันแค่นั้น ที่ไหนได้...เขาเกิดอยากซื้อที่ดินที่คุณกิตติชัยติดต่อไว้ เขาขู่ให้คุณกิตติชัยถอนตัว ไม่งั้นเขาจะเอาคลิปที่อัดเสียงฉันมาแฉ ฉันไม่คิดจริงๆว่าเขาจะเลวขนาดนี้”

“ฉันเข้าใจค่ะ ฉันรู้ว่าเวลาผู้ชายจะเลว มันเลวได้ขนาดไหน”

“เห็นแก่ที่เราเป็นลูกผู้หญิงเหมือนกัน คุณพิมพ์ช่วยฉันสักครั้งนะคะ ฉันไม่เห็นหนทางอื่นแล้วจริงๆ...”

ขณะที่พิมพ์ลภัสคิดหนักจะรับงานของกิตติชัยกับอรอุษาหรือไม่ รเมศก็ต้องปวดหัวเมื่อดันมีภาพหลุดเป็นข่าวซุบซิบบนโลกออนไลน์ว่าเขาอาจเป็นความรักครั้งใหม่ของมาธวี ม่ายสาวพราวเสน่ห์เจ้าของห้องเสื้อมาร์ธาและอดีตแม่เลี้ยงของพิมพ์ลภัส แม้แต่บวรทัตยังอดเย้าไม่ได้ จนเขาต้องตอบเลี่ยงจนเหนื่อย

รเมศหันไปหมกมุ่นกับงานเพื่อกลบข่าวลือ

เช่นเดียวกับพิมพ์ลภัสที่พยายามใช้ชีวิตต่อโดยไม่คิดถึง

ข้อเสนอของกิตติชัย แต่สภาวะทางการเงินที่ร่อยหรอลงทุกวันก็ทำให้เปลี่ยนใจ ไหนจะข่าวคราวหนาหูเกี่ยวกับรเมศว่าอาจเป็นชายหนุ่มคนใหม่ของมาธวีอดีตแม่เลี้ยงคู่ปรับ ก็ทำให้เธอตัดสินใจรับงานในที่สุด

กิตติชัยดีใจมาก แม้พิมพ์ลภัสจะขอขึ้นค่าตัวอีกเกือบเท่าตัวเพราะเป็นงานเสี่ยงก็ไม่หวั่น

“แต่คุณต้องเข้าใจผมด้วยนะครับ ในฐานะที่ผมยังไม่เห็นความเป็นไปได้ว่างานจะสำเร็จรึเปล่า ผมขอจ่ายเป็นงวดๆแล้วกัน งวดแรกก่อนเดินทาง ผมจะให้คุณห้าแสน แต่ละครั้งที่คุณรายงานความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ ผมจะโอนให้อีกครั้งละห้าแสนจนครบสองล้าน ที่เหลือค่อยจ่ายตอนงานสำเร็จ...แฟร์ดีไหมครับ”

พิมพ์ลภัสยอมเพราะไม่มีทางเลือก กิตติชัยเลยจะให้พวงผกาจองตั๋วเครื่องบินทันที แต่เธอก็ขอผลัดเป็นวันรุ่งขึ้น ไม่อยากรีบเพราะเชื่อว่าแผนการล่อลวงรเมศครั้งนี้ เธอต้องเตรียมตัวครั้งใหญ่ทีเดียว!

ooooooo

ชาวบ้านหมู่บ้านปลายดอยเจ้าของที่ดินที่เป็นกรณีพิพาทตกลงใจขายที่ดินให้รเมศเพื่อตัดปัญหาและเพราะซาบซึ้งในบุญคุณที่ชายหนุ่มเจ้าของโรงแรมให้ความช่วยเหลือตอนเกิดเหตุเพลิงไหม้ คงมีเพียงพ่ออุ๊ยจรัญผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพของหมู่บ้านที่ยังรั้นไม่ยอมขาย

ถนอมลูกน้องของกิตติชัยแฝงตัวมาสอดแนมความเคลื่อนไหวของรเมศและชาวบ้านปลายดอย แอบได้ยินกำปอหลานพ่ออุ๊ยจรัญร่ำไห้เป็นห่วงปู่ กลัวจะเป็นอันตรายเหมือนที่เคยเกือบตายตอนเกิดเพลิงไหม้ ก็รีบเอาความไปบอกเจ้านายหนุ่ม อรอุษาได้ยินก็กลุ้ม ไม่อยากให้สามีเอาตัวไปพัวพัน แต่กิตติชัยก็ยืนยันจะเอาที่ดินผืนนั้นให้ได้

อรอุษาเหนื่อยใจมาก ไหนจะเรื่องพิมพ์ลภัสที่ต้องใช้ค่าจ้างสูงลิ่วแต่ไม่รู้จะเชื่อมือได้แค่ไหน เธอเลยคิดแผนสำรองให้สามีด้วยการจ้างยศพลที่ติดการพนันอย่างหนักให้ตามนางแบบขาวีนและอดีตแฟนไปเชียงรายด้วย

พิมพ์ลภัสยังไม่รู้ตัวจะโดนตาม มัวจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผมหวังพิชิตใจรเมศให้อยู่หมัด สถานะทางการเงินของเธอจะได้ดีขึ้น และผลที่ได้ก็น่าประทับใจมาก การปรากฏตัวของเธอที่โรงแรมจารวีเชียงรายในวันแรกทำให้เหล่าพนักงานตื่นตะลึงกันทั้งโรงแรม โดยเฉพาะรเมศที่ถึงกับเคลิ้มทำงานแทบไม่รู้เรื่อง


เหล่าพนักงานตื่นเต้นมากที่มีนางแบบคนดังมาพัก แต่วีรกรรมวีนแตกของเธอก็ทำให้ทุกคนส่ายหน้า โดยเฉพาะชุติมาประชาสัมพันธ์สาวที่เคยยึดพิมพ์ลภัสเป็นไอดอลมาตลอด คงมีเพียงรเมศที่ตั้งรับนางแบบขาวีนอย่างใจเย็น แม้เธอจะโวยวายขอเปลี่ยนห้องพักจากห้องธรรมดาเป็นห้องสวีต เขาก็หาทางจัดการให้จนได้

หลังได้ห้องพักถูกใจ พิมพ์ลภัสก็โทร.ต่อว่ากิตติชัยที่ให้เลขาจองห้องพักธรรมดาและที่นั่งชั้นประหยัดให้เธอ กิตติชัยรำคาญมากแต่เพราะต้องพึ่งนางแบบขาวีน เลยจำต้องยอม

“เอาที่คุณสบายใจละกัน ขอให้งานสำเร็จก็พอ แล้วนี่คุณโทร.จากไหน ในโรงแรมเหรอ”

“ค่ะ...ฉันเพิ่งเช็กอิน เข้าห้องปุ๊บก็โทร.หาคุณเลย”

“แล้วทำไมไม่ใช้มือถือโทร. ไม่รู้รึไงว่าโทรศัพท์ที่นั่นบันทึกเบอร์ปลายทางได้”

“ก็มือถือฉันถูกตัดนี่ ถ้าคุณยอมจ่ายอีก...”

“คราวหน้าใช้โทรศัพท์สาธารณะโทร.มานะ อย่าโทร.ในห้อง ถ้ามีอะไรคืบหน้ารีบรายงานผมด่วน”

กิตติชัยตัดบท กลัวถูกเรียกค่าจ้างเพิ่ม อรอุษามาทันได้ยินพอดี เลยฝากเตือนพิมพ์ลภัสให้ระวังรเมศ

“ภรรยาผมฝากเตือนว่าให้คุณระวังตัวระวังใจให้ดี อย่าไปตกหลุมเสน่ห์ของนายรเมศเข้าล่ะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ตอนนี้ฉันกำลังเบื่อหน้าผู้ชายที่สุด ไม่มีทางหลงใครแน่ๆค่ะ!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก
30 มี.ค. 2563
08:01 น