ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงหงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างที่รเมศสำนึกผิดที่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาของพิมพ์ลภัส มาธวีย่ามใจอย่างหนักที่ทำให้อดีตลูกเลี้ยงสาวกลายเป็นนางมารร้ายในสายตาคนเกือบทั้งโรงแรม หนูดีกับเป็ดทึ่งมากกับมารยาของเจ้านายสาว

“อุตส่าห์ลงทุนทำขนาดนี้ ทำไมไม่เรียกค่าทำขวัญหนักๆไปเลยล่ะคะ”

มาธวีส่ายหน้า ยักไหล่แบบไม่แยแส “เรียกไปยัยพิมพ์ลภัสจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย ก็คงไม่พ้นคุณเมศต้องออกให้ก่อนนั่นแหละ แล้วมันก็ต้องอยู่ทำงานใช้หนี้ที่นี่นานขึ้นอีก”

เป็ดกับหนูดีพยักหน้ารับรู้ คิดไม่ถึงว่าเจ้านายสาวจะล้ำลึกขนาดนี้ แต่ไม่ทันซักต่อ มาธวีก็โพล่งขึ้น

“คุณเมศนี่ชักจะยังไงๆแล้ว ต่อหน้ามันก็ทำวางท่า แต่พอมันเผลอก็แอบมองมันตาปรอยเชียว วิ่งตามออกไปแบบนั้น ป่านนี้คงโอ๋กันถึงไหนต่อไหนแล้ว”

ท่าทางงุ่นง่านของเจ้านายสาวทำให้เป็ดกับหนูดีกึ่งสงสาร กึ่งสมเพช วีรกรรมร้ายกาจที่ห้องอาหารทำให้ทั้งสองเริ่มตระหนักว่ามาธวีเลือดเย็นและใจร้ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะเรื่องของรเมศที่หมายมั่นปั้นมือ

“ผู้ชายน่ะ...บางทีก็ไม่ได้ฉลาดนักหรอก ถ้าผู้หญิงมีจริตมารยาสักหน่อยก็ครอบหัวผู้ชายมานักต่อนักแล้ว”

พิมพ์ลภัสแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียวในห้องแต่งตัว กานดาเป็นห่วง รีบตามไปดูอาการ

“กานดา...เธอเชื่อฉันไหมว่าฉันไม่ได้ราดซุปใส่ยัยนั่น”

“เธอไม่ใช่คนโง่ คงไม่ทำอะไรโง่ๆให้ตัวเองเดือดร้อนหรอก”

“แต่เขากลับไม่เชื่อ”

“ถ้าเขาที่เธอพูดหมายถึงคุณรเมศ ฉันว่าเขาเชื่อเธอนะ ไม่งั้นเขาให้เธอออกจากงานไปแล้วล่ะ”

“เชื่อเหรอ...ถ้าเชื่อแล้วเขาจะบอกให้ฉันกราบขอโทษยัยนั่นทำไม”

“แค่กราบขอโทษไม่ตายหรอก”

“ตายสิ...ศักดิ์ศรีฉันโดนฆ่าตายไปแล้ว!”

“แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าให้ลูกค้าร้องเรียนหรือแจ้งความเอาเรื่องเธอไม่ใช่เหรอ แบบนั้นเธอได้ตายสมใจแน่”

“ไม่ยุติธรรมเลย”

“โลกของคนจนมันหาความยุติธรรมยากอยู่แล้วล่ะ ฉันกลับไปทำงานก่อนนะ หายมานานเดี๋ยวคุณพัชรีดุเอา”

คำพูดเตือนสติของกานดาทำให้พิมพ์ลภัสฮึดสู้ เข้าใจสัจธรรมของมนุษย์ที่ยากแท้หยั่งถึงยิ่งกว่าสิ่งไหนมากขึ้น และเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอเข้มแข็งและไม่ผิด อดีตนางแบบเลยตัดสินใจไม่กลับห้องพักแต่ไปเสิร์ฟอีกครั้ง

ooooooo

การตัดสินใจของพิมพ์ลภัสทำให้หลายคนทึ่งมาก โดยเฉพาะรเมศ นับถือความแกร่งและศักดิ์ศรีของเธอจนต้องมองตามด้วยความชื่นชม อภิชาติก็ไม่ต่างกัน จินตนาเห็นดังนั้นเลยหาโอกาสเตือนสติไม่ให้หวังไกล เพราะรู้ดีว่าอดีตนางแบบกับเจ้าของโรงแรมหนุ่มนั้นแอบมีใจให้กันและกันตั้งนานแล้ว

หลังจัดการเรื่องพิมพ์ลภัส รเมศก็เดินทางไปหมู่บ้าน ปลายดอยในบ่ายวันเดียวกันเพื่อส่งมอบข้อมูลของกิตติชัยและแอนดี้ เฉิน ให้พ่ออุ๊ยจรัญ พ่อเฒ่าแห่งหมู่บ้านปลายดอยยังไม่เชื่อ ผลประโยชน์และเรื่องวุ่นวายที่ผ่านมาทำให้แคลงใจในตัวรเมศ แต่กระนั้นความดีเรื่องช่วยพัฒนาหมู่บ้านเป็นฟาร์มสเตย์ของเขาก็ทำให้อ่อนท่าทีลงไม่น้อย

ถนอมจับสังเกตความเป็นไปในหมู่บ้านปลายดอยตลอด ไม่รอช้าจะรายงานความเคลื่อนไหวให้กิตติชัย รับรู้ โดยเฉพาะเรื่องที่รเมศเพียรมาหาพ่ออุ๊ยจรัญเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ขายที่ดิน

กิตติชัยหัวเสียมาก สั่งให้ถนอมจับตัวกำปอเป็นตัวประกัน พ่ออุ๊ยจรัญจะได้ยอมขายที่ดินเพราะเห็นแก่ชีวิตหลานชายคนเดียว อรอุษาได้ยินก็ไม่สบายใจ ท้วง เสียงอ่อน

“ต้องทำถึงขนาดจับเด็กเรียกค่าไถ่เลยเหรอคะคุณ ฉันว่ามันเสี่ยงเกินไปนะคะ”

“ผมมีทางเลือกที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ทำ...ไอ้แอนดี้มันก็ถอนทุนทั้งหมด คุณอย่าลืมนะว่าเราเอาเงินมันมาหมุนก่อนตั้งหลายสิบล้านแล้ว ตอนพิมพ์ลภัสเราก็เคยเสี่ยงมาแล้ว กับอีแค่จับเด็กชาวบ้านคนหนึ่ง ไม่มีใครให้ค่ามันหรอก!”

รเมศจำต้องปล่อยเรื่องพ่ออุ๊ยจรัญไว้ รอให้แกคิด และทบทวนเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้งจึงจะไปเกลี้ยกล่อมอีกรอบ ส่วนขนิษฐาที่ไม่เชื่อเรื่องพิมพ์ลภัสตั้งใจหาเรื่องมาธวี รีบหาคลิปในกล้องวงจรปิดส่งให้รเมศ แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรมาก เพราะภาพจากมุมกล้องเห็นไม่ชัดว่าใครเริ่มก่อน

แม้จะเชื่อสัญชาตญาณตัวเองว่าพิมพ์ลภัสอาจไม่ผิด แต่อารมณ์คุกรุ่นทั้งจากเรื่องหมู่บ้านปลายดอยและอารมณ์หึงหวงที่เห็นเธอสนิทสนมกับอภิชาติ

ก่อนหน้าทำให้อดไม่ได้ พาลหาเรื่องอดีตนางแบบทันทีที่เจอหน้า

“ดูท่าว่าเธอเข้ากับเพื่อนพนักงานได้ดีแล้วนี่... โดยเฉพาะพนักงานผู้ชาย”

“ใช่...ตีสนิทกับผู้ชายมันเป็นงานถนัดของฉัน...คุณก็รู้”

อาการลอยหน้าลอยตาของเธอทำให้รเมศของขึ้น กระชากตัวมาใกล้ “อย่าพูดจาประชดประชันแบบนี้...ผมไม่ชอบ แล้วก็ห้ามไปสนิทสนมกับผู้ชายที่ไหน ไม่ว่าจะเพื่อประชดผมหรือเพราะอ่อนไหวจริงๆ”

“คุณถือสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน!”

“สิทธิ์ที่ผม...ผมเป็นเจ้านายและเจ้าหนี้ของคุณไง”

พิมพ์ลภัสเม้มปากด้วยความแค้นใจ ก่อนจะตอกเสียงห้วน “คุณไม่ได้มาตามจิกฉันถึงโรงอาหารเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม งั้นมีอะไรก็รีบว่ามา ฉันจะรีบไปสวดมนต์แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรกับสัมภเวสี”

“เหตุการณ์วันนี้...ผมรู้ว่าคุณเจ็บปวด แต่บางครั้งความเจ็บปวดก็ให้บทเรียนที่ล้ำค่าแก่เรานะ”

“ฉันไม่ได้บทเรียนอะไรเลย นอกจากเห็นเล่ห์เหลี่ยมคนมากขึ้น ได้เข้าใจว่าความยุติธรรมขึ้นกับเงินในกระเป๋า”

“หรือไม่ก็สถานการณ์กับประวัติของผู้กระทำ”

“คุณอาจจะไม่รู้จักฉันดีนะคะคุณรเมศ คนอย่างฉัน ...ถึงเลวแค่ไหนก็ไม่เคยปฏิเสธความผิดตัวเอง ฉันมาที่นี่เพื่อหลอกลวงคุณ ฉันยอมรับผิดแล้วก็ก้มหน้าก้มตารับโทษ แต่เรื่องวันนี้ฉันไม่ได้ทำจริงๆ”

แววตาเจ็บช้ำของพิมพ์ลภัสทำให้รเมศใจอ่อนยวบ แต่กลับตีหน้านิ่งเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

“อาทิตย์หน้าทีมงานทุกฝ่ายจะขึ้นมาเตรียมพร้อมงานแฟชั่นโชว์ ที่ประชุมสรุปให้ห้องจารวีรับผิดชอบอาหารทั้งในช่วงซ้อมและคืนวันงาน ถ้าคุณคิดว่าจะระงับอารมณ์ไม่ได้ ผมจะให้คุณพักงานไปจนกว่าแฟชั่นโชว์จะจบ”

“หยุดงานเพื่อให้ยัยนั่นเยาะเย้ยว่าฉันขี้ขลาดงั้นเหรอ...ฝันไปเถอะ!”

รเมศยักไหล่ เตือนแกมขู่เสียงเข้ม “อยากจะทำก็ตามใจ แต่ห้ามมีเรื่องอีกเด็ดขาด คราวนี้ผมจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้ว อ้อ...แล้วผมขอเตือนคุณ อย่าเรียกแขกว่ายัยนั่นยัยนี่ ใครมาได้ยินเขาจะหาว่าโรงแรมเราไม่อบรมพนักงาน ถ้าคราวหน้าคุณหลุดปากมาอีก ผมจะตัดค่าแรงคุณวันละร้อย”

พิมพ์ลภัสอ้าปากจะเถียง แต่ก็ถูกเขาชี้หน้าคาดโทษ

“ผมทำจริงๆนะพิมพ์ ลองดูสิ”

จบคำก็ผละไป ทิ้งให้พิมพ์ลภัสเต้นผางด้วยความเจ็บใจคนเดียว

“รอให้ใช้หนี้หมดก่อนเถอะ ฉันจะไปตะโกนเรียกยัยนั่นยัยนี่นังนั่นนังนี่หน้าโรงแรมทั้งวันทั้งคืนเลย ...คอยดู!”

ooooooo

และแล้ววันงานแฟชั่นโชว์ผ้าไทยก็มาถึง เหล่าคน ทำงานรวมทั้งพวกมาธวีวิ่งวุ่นตระเตรียมทุกอย่างตั้งแต่เช้า ห้องอาหารจารวีต้องรับหน้าที่เสิร์ฟอาหารว่างคาวหวานและเครื่องดื่ม พัชรีเลยมอบหมายให้พนักงานเสิร์ฟจำนวนหนึ่งไปดูแล และพิมพ์ลภัสก็เป็นหนึ่งในนั้น

กานดากับจินตนาเป็นห่วงพิมพ์ลภัส กลัวเผชิญหน้าพวกมาธวีแล้วจะมีเรื่องอีก แล้วก็เป็นเรื่องจนได้เมื่อหนูดีกับเป็ดถากถางอดีตนางแบบไม่หยุด จนเกือบจะปรี๊ดกลับ ถ้าจินตนาจะไม่ห้ามไว้

“ปล่อยให้เขาพูดไป ทำให้เขารู้ว่าเราสำคัญจนเขาต้องพูดถึง แต่เขาไม่มีค่าพอให้เราใส่ใจ”

มาธวีเห็นพิมพ์ลภัสทนได้ก็เล่นแรงขึ้นด้วยการแกล้งให้ทิป อดีตนางแบบเลยหมดความอดทน ตอกจนหน้าหงาย แถมตั้งท่าจะยกถาดฟาดหัวอดีตแม่เลี้ยงให้สาสมกับถ้อยคำดูถูก โชคดีที่พัชรีมาลากตัวไปทันเวลา
พิมพ์ลภัสโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง พัชรีต้องดุเสียงเข้มเพื่อดึงสติกลับมา

“จำไม่ได้หรือไงว่าเธอมีชนักปักหลังอยู่ ถ้าเกิดเรื่องอีกเธอเดือดร้อนแน่”

“แล้วจะปล่อยให้พวกนั้นดูถูกอาชีพพวกเรางั้นเหรอ มันเยาะเย้ยฉัน ฉันยังพอทนได้ แต่ทำไมต้องพูดจายังกับว่าอาชีพเสิร์ฟอาหารเป็นขอทานที่ต้องเรี่ยไรเงินบริจาค”

พัชรีได้ยินว่าเป็นเรื่องอาชีพก็อ่อนท่าทีลง แต่กระนั้นก็อดปรามไม่ได้

“ถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่าก็ไม่ต้องไปเดือดร้อน งานบริการต้องเจอคนร้อยพ่อพันแม่อยู่แล้ว ลูกค้าบางคนดี บางคนแย่ เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ต้องอดทน น้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก ต้องบริการด้วยความสุภาพเสมอ”

“ฉันก็กำลังจะบริการถาดลงบนหัวคนพวกนั้นด้วยความสุภาพเลย ถ้าคุณไม่ลากฉันออกมาก่อน”

“ฉันรู้ว่าเธอไม่ใช่คนโง่ รู้ว่าเขาจงใจหาเรื่องก็เลี่ยงซะ เขาจะว่าอะไรก็ให้เขาว่าไป คำนินทาน่ะไม่เจ็บ เท่าไหร่หรอก แต่ถ้าเธอเอาถาดไปฟาดหัวเขาล่ะก็ เธอเจ็บแน่พิมพ์ลภัส...อย่าลืมที่คุณรเมศสั่งไว้สิ”

ชื่อของรเมศเหมือนเป็นใบสั่งอย่างดี พิมพ์ลภัสต้องยอมไปทำงานในครัวเพื่อสงบศึกแบบเสียไม่ได้ แต่ไปไม่ถึงครัวก็ต้องหมุนตัวกลับแทบไม่ทัน เมื่อเห็นเอื้องคำกับขนิษฐามุ่งหน้ามาห้องจัดงาน

รเมศก็เดินมาที่เดียวกันเพราะบังเอิญได้ยินพัชรีบ่นเรื่องพิมพ์ลภัสเกือบมีเรื่องกับมาธวี ทันได้ยินอดีตนางแบบถูกอดีตแม่เลี้ยงตัวเองหาเรื่องฉีกหน้ากลางห้องจัดงาน!

ความจริงเรื่องพิมพ์ลภัสกลายเป็นพนักงานเสิร์ฟของโรงแรมจารวีทำให้เอื้องคำชะงักไปอึดใจ แต่ก็ไม่เปลี่ยนใจอยากให้อดีตนางแบบเดินชุดฟินาเล่ แต่รเมศก็ตามมาห้ามไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้เธอมีเรื่องกับมาธวี

แต่พิมพ์ลภัสกลับไม่เข้าใจเจตนาเขา คิดว่าเขาตั้งใจจะหักหน้าเธอต่อหน้าทุกคน

“ทำไมคะ...ฉันไปเรียกร้องเมื่อไหร่ว่าอยากจะเดินแบบ ไม่เคยเลยสักครั้ง ฉันเจียมตัวดี รู้ว่าอยู่ในฐานะอะไร ไม่กล้าสะเออะไปเดินเทียบรัศมีแขกผู้มีเกียรติของโรงแรม แล้วทำไม...ทำไมต้องมาย้ำกดหัวกันด้วย!”

บวรทัตพยายามปลอบให้ใจเย็นแต่พิมพ์ลภัสก็สุดจะทน “ฉันเย็นจนสุดจะเย็น คอยเตือนตัวเองเหมือนที่ทุกคนที่นี่ย้ำเสมอว่าฉันเป็นใคร คำตอบคือฉันเป็นคน ...คนที่มีขีดจำกัดของความอดทนเหมือนกัน!”

ขาดคำก็วิ่งตามไปเอาเรื่องรเมศที่หายหน้าไปทันทีที่วางระเบิดไว้

“คุณกล้าดียังไงมาสั่งไม่ให้ฉันทำโน่นทำนี่”

“อย่ามาอาละวาดแบบนี้นะพิมพ์”

“ทำไม...กลัวแขกได้ยินเหรอว่าคุณทำกับฉันยิ่งกว่า ทาสยังไง คุณบังคับให้ฉันกราบคนที่ฉันเกลียดยิ่งกว่าขี้ มัดมือมัดเท้าให้คนอื่นเหยียบย่ำเล่น คุณคิดว่าเงินไม่กี่แสนจะทำให้คุณกดหัวฉันลงมาให้คุณกระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้รึไง!”

นาราแฟนสาวของสีหนาทเพื่อนรักรเมศและหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวีออกจากลิฟต์พอดี ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเห็นว่ารเมศกำลังเถียงกับพนักงานเสิร์ฟสาวอดีตนางแบบขาวีน

“ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกพิมพ์ แต่เป็นความหลอกลวงของคุณต่างหากที่ทำให้คุณต้องมาอยู่ในสภาพนี้ และถ้าคุณอยากไปให้พ้นจากสภาพนี้เร็วๆ คุณก็อย่าพยายามสร้างปัญหาให้มันมากนัก”

พูดจบก็หันไปเรียกนาราให้ไปคุยบนห้องทำงาน พิมพ์ลภัสเห็นท่าทางสนิทสนมและอ่อนโยนของเขาที่มีต่อผู้หญิงอีกคนก็ของขึ้น ความน้อยใจถาโถมจนต้องโพล่งออกไป

“ฉันไม่ได้สร้างปัญหา คนของคุณต่างหากที่มาหาเรื่องฉัน ถึงฉันจะเคยทำผิด แต่ฉันก็มีสำนึกพอจะไม่ดักดานทำผิดซ้ำๆ แล้วก็จำไว้ด้วยนะคะคุณรเมศ...ถึงฉันจะเป็นหนี้คุณทั้งเงินและความซื่อสัตย์ แต่ฉันยังเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองอยู่ ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยที่คุณจะชี้เป็นชี้ตายได้ อย่าบีบบังคับกันให้มากนัก!”

ooooooo

ขนิษฐารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมและมารยาของมาธวีเลยจัดการปรามจนม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อพูดไม่ออก ได้แต่ฮึดฮัดที่โดนดักคอ ส่วนนาราก็อดไม่ได้ต้องเตือนสติรเมศที่พูดจารุนแรงกับพิมพ์ลภัส

“ไม่หนักไปหน่อยเหรอคะคุณเมศ คุณเมศพูดแรงไม่น้อยเลย เธอคงอายน่าดู”

“หนักไม่หนักก็ต้องทำครับ พิมพ์ถูกสปอยล์จนเหมือนเด็กนิสัยเสีย บางทีก็ต้องดัดกันแรงๆ”

“แล้วทำไมคุณเมศถึงห้ามไม่ให้เธอเดินแบบล่ะคะโรงแรมไม่ได้มีกฎห้ามพนักงานทำงานพิเศษนี่คะ”

“ที่ผมห้ามเพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายครับ คุณมาธวี...ดีไซเนอร์ที่มาร่วมจัดแฟชั่นโชว์งานนี้ เธอเป็นอดีตแม่เลี้ยงพิมพ์ เขาสองคนไม่ถูกกัน อาทิตย์ก่อนเพิ่งจะเกิดเรื่อง ผมกลัวจะมีปัญหา”

เหตุผลของรเมศฟังขึ้นไม่น้อย แต่กระนั้นขนิษฐาที่เพิ่งเดินเข้ามาก็อดค้านไม่ได้

“แต่เรื่องนั้นเรายังสรุปไม่ได้นี่คะว่าเป็นฝีมือคุณพิมพ์จริงรึเปล่า”

“ยิ่งสรุปไม่ได้ ก็ควรกันไว้ดีกว่าแก้ไม่ใช่เหรอครับคุณน้อง”

“จริงๆถ้าคุณเมศเป็นห่วงคุณพิมพ์ น่าจะพูดตรงๆให้เธอเข้าใจนะคะ”

“อย่าเลยครับ...คนอย่างพิมพ์ เอาใจมากเดี๋ยวจะยิ่งได้ใจ ผมอยากให้เขารู้ว่าการเป็นลูกจ้างคนอื่นจะต้องอดทน ไม่ใช่ไม่พอใจอะไรก็เข้ามาอาละวาด แบบนี้ ดีที่สุดแล้วครับ...”

นารากับขนิษฐารู้ดีว่ารเมศเป็นห่วงพิมพ์ลภัสมากแค่ไหน เช่นเดียวกับมาธวีที่จะไม่ยอมอยู่เฉยให้อดีตลูกเลี้ยงสาวอยู่เป็นสุขในงานแฟชั่นโชว์ คอยจับผิดทุกฝีก้าวหวังฉีกหน้าให้ได้อายและถูกรเมศเฉดหัวออกจากโรงแรม

แล้วโอกาสของมาธวีก็มาถึง เมื่อมีหนึ่งในแขกที่มาร่วมงานจำพิมพ์ลภัสได้และพยายามจะทักทาย ตอนแรกอดีตนางแบบก็อึดอัดและอับอาย แต่แววตาเย้ยหยันของอดีตแม่เลี้ยงก็ทำให้ฮึดสู้ ยอมรับความจริงอย่างไม่อาย

“ฉันเป็นพนักงานเสิร์ฟเพราะติดหนี้เจ้าของโรงแรมนี้ เขาไม่ยอมให้ฉันไปทำงานที่อื่นเพราะกลัวฉันจะหนี ฉันเห็นว่าเป็นงานสุจริตก็เลยทำ ดีกว่าไปเป็นเมียน้อยให้ผัวเสี่ยเลี้ยงไปวันๆ คุณมาธวีว่าจริงไหมคะ”

มาธวีเจ็บใจมากที่ทำอะไรอดีตลูกเลี้ยงสาวไม่ได้ พิมพ์ลภัสสะใจมาก และเมื่อเห็นว่ามีคนรุมล้อม รวมทั้งพวกนักข่าวที่ถ่ายรูปเธอในชุดพนักงานเสิร์ฟก็เชิดหน้า ประกาศท้า

“เชิญค่ะ...จะแชะ จะแชร์ จะลงข่าว จะอัพไอจีก็ตามสบาย แต่ระวังตัวหน่อยนะคะ...เพราะพวกเห็บเหาที่ชอบเกาะสูบเลือดสูบเนื้อแถวนี้อาจจะเรียกเก็บค่าหัวคิวแพงหน่อย”

พิมพ์ลภัสตั้งใจพูดแดกดันมาธวี ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนี แล้วก็ต้องเจอภาพบาดใจอีกรอบ เมื่อรเมศเดินควงนาราเข้ามาในงาน มาธวีก็ตาลุกด้วยความอิจฉาไม่แพ้กัน แต่หนูดีกับเป็ดก็วิ่งมาแจ้งปัญหาเสียก่อนว่านายแบบที่จ้างมาเดินวันนี้ดันท้องเสีย ต้องหานายแบบคนใหม่แบบกะทันหัน

อภิชาติถูกเรียกตัวมาเดินแบบแทนแบบไม่ทันตั้งตัว รเมศอนุญาตเพราะเห็นว่าเป็นงานของโรงแรม กานดากับจินตนาตื่นเต้นแทนเพื่อนหนุ่มมาก และไม่รอช้าจะเรียกพิมพ์ลภัสไปให้กำลังใจ

ooooooo

นอกจากแขกเหรื่อในวงสังคมที่มาร่วมงานแฟชั่นโชว์ผ้าไทยในโรงแรมจารวี รเมศยังให้บวรทัตเชิญแขกพิเศษคือณัฐกิตติ์นายตำรวจใหญ่ที่กิตติชัยชอบอ้างชื่อมาร่วมงานด้วย เพื่อชี้แจงเรื่องทั้งหมด หวังจัดการเรื่องกิตติชัยให้เด็ดขาด!

มาธวีก็ต้องการจัดการเรื่องบางอย่างให้เด็ดขาดเช่นเดียวกัน เรื่องนารานั่นเองที่คาใจเธอตั้งแต่หลายวันก่อน แล้วคืนนี้ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อก็ได้ยิ้มออก เมื่อนารา บอกว่าตนไม่ใช่แฟนรเมศ แต่เป็นแฟนสีหนาทหรือ

นายสิงห์เจ้าของไร่บัวขาว เพื่อนสนิทรเมศและหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวี

พิมพ์ลภัสไม่ได้สนใจเรื่องคนอื่น มัวทำหน้าที่เทรนเนอร์เดินแบบให้อภิชาติ แต่คงใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวไป รเมศที่ผ่านมาเห็นเลยโมโหหึงลากตัวเธอมาดุอีกทาง

“ปล่อยนะ ฉันเจ็บ! เป็นบ้าอะไรของคุณเนี่ย!”

“ผมสั่งแล้วใช่ไหมว่าห้ามไปตีสนิทกับผู้ชายที่ไหนให้ผมเห็นอีก ทำเป็นไม่เคย แต่ที่แท้ก็ทำจนเคยชิน”

“พูดบ้าอะไรของคุณ”

“ก็ไอ้ที่ถอดเสื้อใส่เสื้อให้ผู้ชายนั่นไง ทำมากี่รายแล้วล่ะ”

พิมพ์ลภัสทั้งเจ็บทั้งน้อยใจจนน้ำตาไหล “จะกี่ราย มันก็เรื่องของฉัน ฉันทำโดยที่เขาไม่ต้องร้องขออะไร ฉันทำเพราะฉันพอใจ ไม่ใช่ถูกบังคับเหมือนอย่างที่คุณทำกับฉัน พอใจรึยัง!”

แหวจบก็จะผละไป แต่นาราก็โผล่มาพอดี พร้อมๆกับ มาธวีที่คิดแผนแกล้งอดีตลูกเลี้ยงสาวด้วยการสาดแก้วน้ำ ในมือไปโดนรองเท้าของนาราจนเลอะไปหมด

แน่นอนว่าความผิดถูกโยนไปให้พิมพ์ลภัสอย่างหน้าไม่อายเพราะชนนาราในจังหวะเดียวกัน อดีตนางแบบส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ยอมรับความผิด นาราก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น แต่มาธวีกลับทำให้เรื่องมันวุ่นด้วยการพูดจายุยงว่าทุกอย่างเป็นเพราะพิมพ์ลภัสเดินมาชน

“พูดให้มันดีๆนะ ฉันไม่ได้ทำ เธอต่างหากที่เดินมาชนฉัน”

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ แค่จะบอกว่าไม่คิดว่าเธอจะเดินไม่ระวัง ถ้าเธอไม่ได้ตั้งใจก็ไม่เห็นต้องร้อนตัวนี่”

พิมพ์ลภัสเจ็บใจ อยากกรีดร้องและอาละวาดอดีตแม่เลี้ยงเหมือนเคย แต่คำพูดคาดโทษของรเมศก็ค้ำคอทำให้ต้องยืนเฉย ก่อนจะตัดสินใจยอบตัวลงเช็ดรองเท้าให้นารา ทุกคนพากันอึ้ง โดยเฉพาะรเมศที่ไม่อยาก เชื่อสายตา นาราทนไม่ไหวต้องยึดมืออดีตนางแบบไว้และขอตัวเข้าไปในงาน

รเมศรู้สึกผิดมากที่ทำให้พิมพ์ลภัสเสียน้ำตา แต่หน้าที่เจ้าของโรงแรมและเจ้าของงานทำให้ต้องปรับอารมณ์และพาแขกเหรื่อไปร่วมงานด้วยสีหน้าชื่นบาน ต่างจากมาธวีที่โยนทุกอย่างให้หนูดีกับเป็ดดูแล ส่วนตัวเองไปดักหน้าหาเรื่องพิมพ์ลภัสที่แอบไปร้องไห้กับกานดาและจินตนาในห้องน้ำ

“ถึงกับต้องหลบมาปาดน้ำตาในห้องน้ำเลยเหรอ ความจริงเธอก็เก่งนะที่ยังแบกหน้ามาเดินเสิร์ฟในงานนี้ได้ หรือว่ากะจะจับเสี่ยกระเป๋าหนักในงานสักคน”

กานดากับจินตนาเตรียมช่วยเพื่อนเต็มที่ แต่พิมพ์ลภัสก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“แนะนำคนอื่นเก่งแบบนี้...งานถนัดล่ะสิ ถ้าถนัดนักทำไมไม่เอาเวลาไปหาผัวใหม่ไว้เกาะเร็วๆล่ะ อ้อ...หรือว่าพยายามจับแล้วเขาไม่เล่นด้วย ก็แหงล่ะ...ถ้าเป็นฉันก็คงเลือกคนที่ดีกว่า สวยกว่า คู่ควรกว่าแม่ม่ายตกรุ่นอย่างเธอ”

“พูดอะไรระวังปากบ้างนะ ระวังมันจะเข้าตัว ต่อให้เธอเดินเสิร์ฟจนตายก็ไม่มีหน้ากลับไปชูคอบนบัลลังก์เหมือนเดิม เพราะมันไม่มีที่ยืนสำหรับเธออีกแล้ว”

“คิดว่าฉันจะกลัวคำขู่ของนังจิ้งจอกพันหน้าอย่างเธอเหรอ”

“ไม่กลัวก็รีบซะ เธอไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมห้องอาหารจารวีถึงต้องมาจัดเลี้ยงในงานนี้...”

มาธวียิ้มเป็นต่อ เล่าให้ฟังอย่างผู้ชนะว่าตนเป็นคนขอรเมศให้เลือกห้องอาหารจารวีมารับรองงานนี้พิมพ์ลภัสเจ็บปวดใจมาก แล้วก็ต้องช้ำแทบกระอักเมื่อถูกอดีตแม่เลี้ยงตอกย้ำทิ้งท้าย

“ถูกเขี่ยตกจากบัลลังก์มันยังไม่เจ็บเท่ากับ...ไม่ว่าเธอจะตะเกียกตะกายกลับขึ้นไปอีกกี่ครั้ง ก็ยังต้องตกลงมาเจ็บซ้ำซากอยู่ดี...เธอว่าจริงไหม”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งพิมพ์ลภัสให้ยืนตัวชา กานดากับจินตนาสงสาร พยายามบอกให้ไปพักไม่ให้ลำบากใจ แต่อดีตนางแบบก็ปฏิเสธ ไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นพวกขี้ขลาด

“ฉันไม่มีวันสติแตกเพราะนังแม่มดนั่น มันต้องเห็นว่าถึงฉันจะเป็นพนักงานเสิร์ฟ ไม่ใช่นางแบบเหมือนเมื่อก่อน แต่ฉันก็ภูมิใจในอาชีพนี้ ที่สำคัญถึงใครอยากจะเหยียบฉันจมดินแค่ไหนฉันก็ไม่ยอมนอนตายใต้ฝ่าเท้าเขาง่ายๆหรอก”

ooooooo

ถึงจะประกาศแบบนั้น แต่ความจริงพิมพ์ลภัสก็ใจหายไม่น้อย ต้องมายืนท่ามกลางแสงสีและงานที่เธอเคยเป็นจุดเด่นเสมอ รเมศเฝ้ามองตามด้วยความชื่นชมปนรู้สึกผิด สำเหนียกได้ในเวลานั้นเองว่าอาจดัดนิสัยเธอแรงเกินไป

พัชรีก็เป็นอีกคนที่เฝ้ามองพนักงานเสิร์ฟจอมพยศด้วยแววตาชื่นชมอย่างปิดไม่มิด และเมื่อได้ยินชุติมาพูดจาค่อนแคะและดูถูกพิมพ์ลภัสให้เสียกำลังใจก็อดไม่ได้จะออกมาปกป้อง

“มันสตรองก็ตรงที่พิมพ์ลภัสรู้จักอดทน เรียนรู้ เปลี่ยนแปลงความคิดและปรับปรุงตัวเอง ซึ่งพิมพ์ลภัสก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นแล้วว่าเขาทำได้ ถ้าเธอคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆก็ลองถามตัวเองดูนะว่าเคยทำได้บ้างรึยัง”

ชุติมาสะบัดหน้าจากไปแล้ว พัชรีได้แต่มองตาม ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะหันมาชมพิมพ์ลภัส

“วันนี้เธอทำได้ดีมากนะพิมพ์ลภัส ไม่เสียแรงอบรม”

“คุณพัชรีชมฉัน ชมต่อหน้าทุกคนด้วย ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม!”

“ทำดีก็ต้องชมสิ ฉันเคยบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ถ้าทำผิดฉันด่าไม่เลี้ยงเหมือนกัน”

คำชมของพัชรีเป็นกำลังใจที่ดีของพิมพ์ลภัส เหล่าเพื่อนพนักงานยกเว้นชุติมาพลอยปลื้มแสดงความยินดีกันใหญ่ มาธวีมองภาพตรงหน้าด้วยความแค้นใจที่ฉีกหน้าอดีตลูกเลี้ยงสาวไม่ได้ แถมเรื่องระหว่างเธอกับรเมศก็ไม่คืบหน้า ทั้งที่เธอขออยู่ต่อสองเดือนเพื่อเปิดร้านพิเศษสำหรับคอลเลกชั่นล่าสุด แต่เขาก็ไม่ยี่หระหรือยินดียินร้าย

ท่าทางรู้สึกผิดของรเมศทำให้นารากับขนิษฐาสงสาร แต่ก็สมน้ำหน้าด้วยเพราะอาการใจแข็งของเขา รเมศไม่รู้ตัวว่าถูกมองตามด้วยความเห็นใจ มัวตกใจเมื่อบวรทัตเดินนำหนานเมืองชาวบ้านหมู่บ้านปลายดอยเข้ามาในโรงแรม

กิตติชัยนั่นเองที่ฉวยโอกาสตอนเขาจัดแฟชั่นโชว์ในโรงแรมบุกมาหาพ่ออุ๊ยจรัญและทำให้เรื่องรุนแรงมากขึ้นด้วยการจับตัวกำปอหลานชายคนเดียวของพ่อเฒ่าเป็นตัวประกัน ขู่ให้เซ็นชื่อยกโฉนดที่ดินให้!

สุริยนต์ที่มารับนารากับขนิษฐากลับไร่บัวขาวเลยต้องอยู่ช่วย โดยทิ้งสองสาวให้ดูแลความเรียบร้อยที่โรงแรมแทน พร้อมกันกับที่มาธวีผ่านมาได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ

พิมพ์ลภัสไม่รู้เรื่องหมู่บ้านปลายดอย มัววุ่นกับการเก็บกวาดห้องจัดเลี้ยงและยกของไปใส่รถ แต่เธอก็ดันเข้าใจผิดคิดว่ารถกระบะคันใหญ่หน้าโรงแรมคือรถขนของ กว่าจะรู้ตัวว่าขึ้นรถผิดคัน รเมศกับสุริยนต์ก็ขับมาไกลแล้ว

กานดา อภิชาติและจินตนาที่มาตามพิมพ์ลภัส ทันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดีและไม่รอช้าจะไปรายงานพวกบวรทัต ขนิษฐาตกใจมากรีบโทร.บอกรเมศที่เกือบหยุดรถไม่ทันเพราะพิมพ์ลภัสจะกระโดดลงจากรถ!

ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั่นเอง กิตติชัยกับถนอมไม่ได้สำเหนียกว่าพวกรเมศจะมาถึงหมู่บ้านพร้อมกับตำรวจ ยกปืนขู่ให้พ่ออุ๊ยจรัญยอมเซ็นชื่อยกโฉนดที่ดินให้เพื่อแลกกับชีวิตกำปอ

“แกส่งคนมาเผาไล่ที่ชาวบ้าน ส่งคนมายิงขู่ฉัน อย่าหวังเลยว่าแกจะได้ที่ไป ตารางนิ้วเดียวฉันก็ไม่ขายให้แก!”

ooooooo

สุริยนต์ส่งลูกน้องไปดูลาดเลาก่อนหน้าแล้ว ส่วนตัวเองขับรถพารเมศและพิมพ์ลภัสเข้าไปในหมู่บ้าน ในเวลาต่อมา แต่เสียงปืนที่ดังมาจากทางบ้านพ่ออุ๊ยจรัญก็ทำให้รเมศร้อนใจและตัดสินใจพาพิมพ์ลภัสไปด้วย

แต่เมื่อถึงหน้าหมู่บ้านกลับไม่ยอมพาเธอเข้าไปเพราะเกรงอันตราย แต่พิมพ์ลภัสก็รั้นตามไปจนได้ ไม่ใช่แค่เพราะเป็นห่วงรเมศ แต่อยากล้างแค้นกิตติชัยที่เคยดูถูกและลอยแพเธอ

รเมศยังไม่รู้ตัวว่าพิมพ์ลภัสแอบตามมา รีบไปบ้านพ่ออุ๊ยจรัญพร้อมกับสุริยนต์ กิตติชัยเห็นหน้าคู่แข่งหนุ่มก็ยกปืนขู่จะฆ่าตัวประกัน รเมศเห็นท่าทางหวาดกลัวของพ่อเฒ่ากับหลานก็ค่อยๆลดมือ

“ทำแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงแกก็ไม่มีทางได้ที่ผืนนี้”

“มึงคิดจะฮุบไว้คนเดียวงั้นสิ กูลงทุนไปตั้งหลายสิบล้าน กูไม่ยอมให้มึงชุบมือเปิบไปคนเดียวหรอกไอ้รเมศ”

“ไม่ใช่เพราะฉันต้องการที่ผืนนี้ แต่เพราะหลักฐานที่มัดตัวแกทุกอย่างอยู่ในมือท่านณัฐกิตติ์หมดแล้ว”

กิตติชัยหน้าซีดเผือดก่อนจะหน้าแดงด้วยความโกรธจัดเมื่อรเมศบอกว่ารายงานทุกอย่างให้ณัฐกิตติ์รู้แล้ว

“แกคงไม่รู้ว่าฉันเชิญท่านมาร่วมงานที่จารวีก็เพราะต้องการจัดการแกโดยเฉพาะ ฉันให้โอกาสแกมาหลายครั้งแล้ว แต่แกก็ยังทำตัวเป็นหมาลอบกัดไม่เลิก หลักฐานมัดแน่นขนาดนี้แกคงต้องไปดิ้นต่อในคุกแล้วล่ะ”

รเมศบอกให้ปล่อยตัวประกันและมอบตัว แต่กิตติชัยก็ไม่ยอม แหวลั่น

“กูไม่โง่มอบตัวให้มึงเล่นงานกูตายคาตีนมึงหรอก ถอยไป! กูบอกให้ถอยไป!”

ขาดคำก็รัดคอพ่ออุ๊ยจรัญแน่นขึ้น ลากตัวออกไปพร้อมถนอมที่อุ้มกำปอไว้ พิมพ์ลภัสโผล่มาจากไหนไม่รู้ ฟาดไม้ในมือใส่พวกกิตติชัยไม่ยั้ง แต่ก็พลาดท่าถูกตบจนหน้าคว่ำ

เสียงร้องของพิมพ์ลภัสทำให้รเมศเกือบพลาดท่าไปด้วย โชคดีที่ช่วยพ่ออุ๊ยจรัญออกมาได้ แต่ถนอมก็ยังคุมตัวกำปอไว้ พิมพ์ลภัสเห็นสายตาหวาดกลัวและลังเลของถนอมก็พยายามหว่านล้อม

“คนอย่างมันไม่เคยทำตามที่พูดหรอก ฉันเองก็เคยโดนมันถีบหัวส่งมาแล้ว มันจ้างฉันขโมยคลิปเหมือนที่มันจ้างลูกนายนั่นแหละ พอถูกจับได้มันก็ถีบฉันทิ้ง แล้วสุดท้ายมันก็จะจับฉันไปฆ่า คนแบบนี้เหรอจะช่วยนายจริงๆ”

ถนอมเริ่มคล้อยตาม กิตติชัยเห็นท่าไม่ดี ตะโกนขู่

“มึงหยุดพูดพล่อยๆได้แล้ว”

“หรือจะเถียงว่ามันไม่จริง มันหลอกว่าจะโอนเงิน ให้กี่ครั้งแล้วล่ะ แล้วมันเคยโอนให้สักครั้งไหม”

รเมศเห็นพวกสุริยนต์ตามพวกมาช่วยจากด้านหลังก็เกลี้ยกล่อมถนอม

“ปล่อยเด็กซะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา นายยังมีโอกาสกลับตัวและฉันจะช่วยนายให้ถึงที่สุด”

กิตติชัยเห็นถนอมมีท่าทีคล้อยตามก็เครียดหนัก เอ็ดเสียงเข้ม “มึงเชื่อมันก็โง่แล้ว หลอกอัดคลิปกูมันยัง ทำมาแล้ว นับประสาอะไรกับชาวบ้านกระจอกๆอย่างมึง คนอย่างมันไม่ใช่นักธุรกิจพ่อพระใสซื่อนักหรอก ที่มันทำคือหลอกให้ทุกคนตายใจ ถ้ามึงปล่อยมัน ไอ้รเมศมันเอามึงเข้าคุกแน่ แล้วไอ้ธงชัยลูกมึงก็ไม่มีทางรอดเหมือนกัน”

ถนอมคิดหนัก แต่ไม่ทันขยับ เสียงไซเรนรถตำรวจพร้อมการปรากฏตัวของพวกสุริยนต์ก็ทำให้เหตุการณ์ชุลมุนไปหมด กิตติชัยตาเหลือกด้วยความกลัวเมื่อเห็นว่าถนอมปล่อยตัวกำปอเลยรีบคว้าตัวพิมพ์ลภัสเป็นตัวประกันแทนและยิงสวนป้องกันตัวจนเฉี่ยวโดนแขนรเมศ!

ooooooo

เหตุการณ์ชุลมุนในหมู่บ้านปลายดอยถูกรายงานให้ขนิษฐา นาราและบวรทัตรู้อย่างต่อเนื่อง ทุกคนเป็นห่วงและตกใจมากเมื่อได้ยินว่าพิมพ์ลภัสถูกกิตติชัยจับเป็นตัวประกัน!

ถนอมถูกตำรวจล้อมจับไว้จนได้ เช่นเดียวกับอรอุษาที่ถูกรวบตัวก่อนหนีไปต่างประเทศกับกิตติชัย รเมศร้อนใจมากเป็นห่วงพิมพ์ลภัสใจแทบขาด แล้วก็มีความหวังขึ้นอีกครั้งเมื่อมีชาวบ้านโทร.แจ้งความว่าถูก กลุ่มคนรูปพรรณสัณฐานคล้ายกิตติชัยปล้นรถ

พิมพ์ลภัสถูกกิตติชัยและลูกน้องจำนวนหนึ่งพาตัวหนีไปทางตะเข็บชายแดน อดีตนางแบบดิ้นรนขัดขืนเต็มที่

“แกจะพาฉันไปไหน แกจะหนีก็หนีไปคนเดียวสิ จะลากฉันไปด้วยทำไม”

“เอาไปแลกกับไอ้รเมศน่ะสิ มันทำชีวิตกูพัง กูก็จะทำให้มันพังเหมือนกัน”

“ถึงแกจะจับฉันไปเขาก็ไม่สนใจฉันหรอก คิดเหรอว่าเขาจะยอมเอาชีวิตมาแลกกับฉัน”

“มันยอมแลกแน่ ถ้ามันไม่สนใจไยดีมึง มันคงปล่อยมึงตายไปตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว”

พิมพ์ลภัสไม่เชื่อ แต่ไม่ทันสะระตะความคิด กิตติชัยก็พาเธอมาถึงท่าเรือข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อนบ้านจนได้

“ปล่อย! แกจะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไปนะ!”

“กูไม่กระเตงมึงไปให้เป็นภาระหรอก ข้ามไปได้เมื่อไหร่มึงก็จะกลายเป็นค่าจ้างแลกกับการลงเรือหนี”

“ค่าจ้าง...หมายความว่าไง”

“หมายความว่ากูยกมึงให้ไอ้พวกนี้ไปขายแรงงานหรือขายซ่องก็ตามใจ แต่แก่ขนาดนี้ไม่รู้ว่าจะขายออกไหม”

“แก่เหรอ...แกทำให้ฉันตกอับยังไม่พอ เอาฉันมาขายตัวแลกให้แกหนีรอด แล้วยังมาว่าฉันแก่อีกเหรอ ...ไอ้เลว!”

คำพูดขู่จะเอาตัวไปขายยังไม่เลวร้ายเท่าด่าว่าแก่ พิมพ์ลภัสฟิวส์ขาด ถลาไปทุบตีไม่ยั้ง กิตติชัยปัดป้องและเงื้อมือจะตบให้หายแค้น แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อได้ยินเสียงรเมศโพล่งขึ้นให้ทิ้งปืนและปล่อยตัวประกัน

“ไอ้รเมศ! มึงนี่ตามกัดกูไม่ปล่อยจริงๆ”

“ต่อให้ต้องตาย ฉันก็ไม่มีทางปล่อยคนชั่วอย่างแกหนีรอดไปได้”

“เสียใจด้วยนะที่กูกำลังจะรอด แค่กูข้ามไปไม่กี่ก้าว คนของกูก็พร้อมจะหนุนหลังกูอยู่แล้ว”

“แกยังคิดว่ามิสเตอร์เฉินจะอยู่รอช่วยแกอีกเหรอ เขาคงฉลาดพอที่จะตัดหางปล่อยวัดนักธุรกิจที่มีคดีติดตัวอย่างแก ส่วนเมียแก...ตอนนี้ก็อยู่ในความดูแลของตำรวจ ถ้าแกจะหนีคงต้องพึ่งตัวเองแล้วล่ะ”

“มึงอยากจับกูมากนักใช่ไหม ได้! งั้นมึงเลือกเอา... ระหว่างชีวิตกูกับนังนี่มึงจะเลือกใคร!”

ขาดคำก็ผลักพิมพ์ลภัสตกน้ำ รเมศช็อกมาก หัวใจแทบหลุดจากร่าง กว่าจะตั้งสติได้และตัดสินใจกระโจนไปช่วย กิตติชัยยิ้มร้ายตั้งท่าจะหนีแต่ก็ต้องชะงักอีกรอบเพราะถูกสุริยนต์และพวกตำรวจล้อมไว้

ooooooo

พิมพ์ลภัสถูกนำตัวขึ้นจากน้ำอย่างปลอดภัย แต่ก็ตกใจแทบแย่ นึกว่าต้องตายเสียแล้ว รเมศโล่งใจมาก ก่อนจะผงะเมื่อถูกเธอโถมกอดขอบคุณ กิตติชัยถูกจับกุมและเมื่อเห็นพิมพ์ลภัสปลอดภัยก็อดไม่ได้จะใส่ไฟ

“ไอ้รเมศ! ไอ้หน้าไหว้หลังหลอก ทำตัวเป็นคนดี ช่วยเหลือชาวบ้าน ใจจริงมึงก็อยากได้ที่ของพวกมันไม่ต่างจากกูหรอก พวกมึงคอยดูเถอะ...สุดท้ายที่ดินของพ่ออุ๊ยก็ต้องตกอยู่ในมือมัน คนอย่างมันวางแผนไว้หมดแล้ว พวกมึงไม่ทันมันหรอก คนเลวที่สุดก็คือมันนั่นแหละ!”

กิตติชัยโวยวายโหวกเหวกก่อนจะถูกตำรวจลากตัว ขึ้นรถ พิมพ์ลภัสนิ่งฟังเครียดๆ ก่อนจะตัดสินใจถามรเมศ

“คุณ...ไม่ได้ทำอย่างที่นายกิตติชัยพูดใช่ไหม”

“คุณเชื่อคำพูดนายกิตติชัยมากกว่าการกระทำของผมเหรอ”

พิมพ์ลภัสหน้าเสีย ตอบเสียงอ่อย “ฉันก็แค่ถาม”

“ในสายตาคุณ น้ำเสียงคุณ มันตัดสินผมไปแล้วพิมพ์ลภัส”

รเมศจะเดินหนี พิมพ์ลภัสทนไม่ได้ต้องแหวไล่หลัง “ผิดเหรอที่ฉันถามคุณตรงๆ ฉันไม่อยากเชื่อคำพูด ใครง่ายๆอีกแล้ว คุณเองก็เป็นนายทุนเหมือนนายกิตติชัย คุณอยากได้ที่ตรงนั้นเหมือนกัน”

“แต่ผมไม่มีวันใช้วิธีสกปรกอย่างนายกิตติชัย”

“แต่คุณ...ไล่ซื้อที่ของชาวบ้าน”

“ที่ผ่านมา...คุณเห็นผมเป็นคนยังไง เป็นนักธุรกิจหน้าเงิน ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ หรือเป็นผู้ชายเจ้าชู้ เห็นผู้หญิงสวยเข้าหน่อยก็กระโจนใส่ คุณได้ยินอะไรมาคุณก็เชื่อไปหมด การกระทำของผมไม่เคยบอกอะไรคุณเลยเหรอ ในเสี้ยวความคิดคุณ...เคยคิดบ้างไหมว่าผมจะเป็นคนดีเหมือนคนอื่นเขา”

พิมพ์ลภัสใจแป้ว รเมศสบตาเธอตรงๆก่อนจะตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

“คุณไม่เคยเชื่อใจผมเลย ต่อให้ผมทำดีขนาดไหน คุณก็คิดว่าผมเป็นคนเลวอยู่วันยังค่ำ”

นอกจากจะไม่เชื่อใจแล้ว พิมพ์ลภัสยังไม่ได้สังเกตอีกว่ารเมศถูกยิงบาดเจ็บที่แขน อดีตนางแบบตั้งท่าจะไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นนารา ช่วยดูแผลให้เขาอย่างเอาใจใส่ก็หึง ผลุนผลันกลับหอพัก

รเมศมองตามด้วยความน้อยใจสุดขีด นารา ขนิษฐา บวรทัตและสุริยนต์มองมาด้วยความเห็นใจ แต่ก็คิดว่าทั้งสองควรจะปรับความเข้าใจกันเอง

พิมพ์ลภัสกลับถึงหอพักท่ามกลางความโล่งใจของเพื่อนพนักงาน แต่กระนั้นเรื่องรเมศก็ทำให้เธอนอนไม่หลับกระสับกระส่ายจนกานดาต้องปลุกมาคุยให้รู้เรื่อง

“ฉัน...เผลอพูดจาสงสัยในตัวคุณรเมศ”

กานดาถึงกับอ้าปากค้าง แล้วก็ถึงกับส่ายหน้าอ่อนใจกับความซื่อบื้อของอดีตนางแบบ

“คุณเมศก็น่าโกรธอยู่หรอก ทำดีแทบตาย นอกจากไม่ได้คำชมยังถูกสงสัยว่าสร้างภาพอีก”

พิมพ์ลภัสหน้าจ๋อย กานดาสงสารปนเวทนาเลยแนะให้ไปขอโทษ

“ฉันก็อยากจะทำแบบนั้น แต่ท่าทางเขาไม่ยอมฟังฉันเลย”

“ก็ต้องทำให้เขาฟังเธอให้ได้ พยายามเข้า คุณเมศ ไม่ใจร้ายกับเธอหรอก”

“เขาใจร้ายกับฉันมาตลอดต่างหาก”

“ถ้าเธอสังเกตดีๆ เขาใจดีกับเธอที่สุดต่างหาก เป็นคนอื่นทำแบบเธอ ไม่ได้เดินเสนอหน้าอยู่ในโรงแรมนี้หรอก เพราะฉะนั้นไปปรับความเข้าใจกับคุณเมศซะ รู้สึกอะไรยังไงก็บอกไป ก่อนที่มันจะสายเกินไปจนไม่มีโอกาสได้พูด...”

ooooooo

เรื่องวุ่นวายที่มีกิตติชัยเป็นต้นเหตุทำให้พวกมาธวีแปลกใจมาก ไม่คิดมาก่อนว่ารเมศจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกับกิตติชัย ไหนจะพิมพ์ลภัสที่กลายเป็นเหยื่อเกือบทุกเรื่อง หนูดีกับเป็ดเลยต้องรับบทนักสืบ ตามหาข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสามคนจากชุติมา

เป็ดกับหนูดีไม่ได้ข้อมูลอะไรมากจากชุติมา นอกจากข่าวร้ายสำหรับมาธวีที่ว่ารเมศให้บวรทัตไปรับตัวพิมพ์ลภัสจากหอพักไปข้างนอกตั้งแต่เช้า แต่ที่ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อคิดไม่ถึง คือรเมศไม่ได้ขอร้อง แต่เป็นแผนของบวรทัตและขนิษฐา จะให้พิมพ์ลภัสได้เห็นมุมดีๆของรเมศที่หมู่บ้านปลายดอย

รเมศไม่รู้ตัวว่าถูกพิมพ์ลภัสตามมา มัววุ่นวายชี้แจงเรื่องทุกอย่างกับพ่ออุ๊ยจรัญ โดยเฉพาะเรื่องที่ดินของชาวบ้านและเรื่องทุจริตของกิตติชัย รามที่อาสามาช่วยขนิษฐาอธิบายความจริงเกี่ยวกับรเมศเห็นพิมพ์ลภัส มองตามรเมศทึ่งๆก็อดเสริมไม่ได้ว่ารเมศเป็นเจ้าของโครงการฟาร์มสเตย์เพื่อพัฒนาอาชีพให้ชาวบ้าน

พิมพ์ลภัสรู้สึกผิดมาก จึงตัดสินใจเผชิญหน้ากับเขาเพื่อแสดงความจริงใจ “ฉันขอโทษที่เข้าใจคุณผิด ขอโทษที่พูดจาทำร้ายความรู้สึกคุณ ต่อไปถ้าฉันสงสัยอะไร ฉันจะถามคุณตรงๆ แล้วจะเชื่อในสิ่งที่ฉันรู้สึก”

รเมศนิ่งมากจนเธอเริ่มใจไม่ดี ก่อนจะได้โล่งอกเมื่อเห็นเขายิ้มกว้าง

“ผมยินดีตอบคำถามคุณทุกเรื่อง ขอแค่คุณถาม”

“งั้น...ฉันถามเรื่องนายกิตติชัยได้ไหม”

ท่าทางหวาดระแวงของเธอทำให้รเมศยอมบอกว่าให้การเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่าเธอไม่เกี่ยว พิมพ์ลภัสสบายใจขึ้นมาก แต่ก็ต้องทำหน้าไม่ถูกเมื่อถูกเขารุกตรงๆ ในประโยคต่อมา

“หมดเรื่องนายกิตติชัยแล้ว เมื่อไหร่ที่คุณเคลียร์หนี้กับทางโรงแรมเรียบร้อย คุณจะทำยังไงต่อไป”

“ฉันก็คงจะกลับไปใช้ชีวิตตามเดิม”

“แล้วสักวันหนึ่งถ้าเรื่องทุกอย่างผ่านไป ระหว่างเรา ...จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม”

พิมพ์ลภัสหน้าแดง บ่ายเบี่ยงไม่ตอบจนรเมศต้องตามไปกระเซ้าถึงห้องอาหารจารวี อดีตนางแบบเขินที่โดนตาม แต่ยังตีหน้านิ่งต่อว่าเขาที่ชอบจับผิดตอนเธอทำงาน

“ผมทำให้คุณตื่นเต้นขนาดนั้นเชียว ยิ่งผมอยู่ใกล้...คุณยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิมหรือเปล่า”

“คุณ...ถอยออกไปหน่อย”

แทนที่จะขยับห่าง รเมศกลับประชิดตัวเธอกว่าเดิม พร้อมกระซิบเสียงหวาน

“ใกล้ขนาดนี้แล้ว...ใจคุณเต้นแรงเหมือนผมไหม”

พิมพ์ลภัสไม่ทันตอบ มาธวีก็เข้ามาขัดจังหวะ รเมศ เลยต้องต้อนรับตามมารยาทและพาไปกินข้าว พิมพ์ลภัสมองตามด้วยความน้อยใจ ก่อนจะเหม่อลอยจนถูกลูกค้าชน แกงจืดที่ยกมาเสิร์ฟลวกแขน

มาธวีขัดใจมาก ทั้งที่ทุกอย่างกำลังไปได้ดี เธอเสนอตัวจะอยู่เปิดสาขาย่อยในโรงแรมจารวีอีกสองเดือน รเมศก็ตอบรับเป็นอย่างดี แต่เมื่ออดีตลูกเลี้ยงสาวมีเรื่อง เขาก็ไม่รอช้าจะทิ้งเธอไว้ในห้องอาหารตามลำพัง

รเมศไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง พาตัวพิมพ์ลภัส ไปทำแผลในห้องทำงานโดยมีบวรทัตช่วยบอกวิธีทำแผล อดีตนางแบบเห็นท่าทางตั้งอกตั้งใจทำแผลทั้งที่ทำไม่ค่อยเป็นของเขาแล้วปลื้ม และเมื่อเขาอนุญาตให้เธอพักงานได้หนึ่งวันก็ปฏิเสธเพราะไม่อยากเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน

“คุณเปลี่ยนไปนะ ถ้าเป็นพิมพ์ลภัสคนเดิมต้องหาเรื่องอู้งานแล้ว”

“แหม...คนเรามันก็ต้องมีการพัฒนากันบ้าง แล้วคนที่ทำให้ฉันเปลี่ยนไปมันก็คุณนั่นแหละ ด่า... เอ่อ...ตักเตือนเช้าตักเตือนเย็น ออกกฎบ้าๆบอๆ ห้ามนู่นห้ามนี่สารพัด ฉันยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะทนมาได้”

“คุณทำได้พิมพ์ลภัส ถึงจะดื้อ จะเกเรไปบ้าง แต่คุณก็ผ่านช่วงเวลาที่ย่ำแย่มาได้ ผมภูมิใจในตัวคุณนะ แล้วก็หวังว่าคุณจะทำได้ดียิ่งกว่าเดิม”

“แล้ว...ระหว่างพิมพ์ลภัสคนเดิมกับคนใหม่ คุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน”

พิมพ์ลภัสรอคำตอบลุ้น แล้วรเมศก็ทำให้ตัวแทบลอยด้วยคำตอบเรียบๆแต่กินความหมายลึกซึ้ง

“ผมชอบทั้งสองแบบนั่นแหละ...เพราะไม่ว่าแบบไหนก็คือพิมพ์ลภัสทั้งนั้น”

รเมศสบตาเธอนิ่ง เห็นท่าทีขัดเขินแล้วชอบใจอย่างบอกไม่ถูก อยากปรับความเข้าใจให้ดีกว่านี้ แต่พิมพ์ลภัสก็ผละไปทำงานดื้อๆ ทิ้งเขาไว้กับความฝันแสนหวานและสายเรียกเข้าของมาธวีที่ชวนเขาไปเที่ยวคืนนี้...

มาธวีไม่ยอมแพ้ ยิ่งเห็นรเมศมีท่าทางเอาใจใส่อดีตลูกเลี้ยงสาวอย่างออกนอกหน้า ก็ตัดสินใจจะเผด็จศึกในคืนเดียวกัน แต่นอกจากเขาจะไม่เล่นด้วยแล้ว ยังปฏิเสธอย่างไม่ไยดีอีกต่างหาก

“วีชอบคุณ ถึงตอนนี้คุณอาจจะยังไม่ชอบวี แต่หลังจากนี้คุณอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้...ลองพิสูจน์ไหมคะ”

“ผมไม่ตัดสินใจเลือกผู้หญิงเพราะเรื่องแบบนี้หรอกครับ ผู้หญิงบางคนต่อให้พยายามให้ตายผมก็ไม่ชอบ กลับกันผู้หญิงบางคนไม่ต้องพยายามทำเรื่องแบบนี้ เลยผมก็ชอบได้ เพราะฉะนั้น...ถึงจะทำแบบนี้ไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมไม่ได้รักคุณ และไม่มีวันมองในฐานะอื่นไปได้นอกจากเพื่อนร่วมงาน!”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"
17 พ.ย. 2562
07:01 น.