ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ่วงหงส์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ณ งานแฟชั่นโชว์สุดหรูเปิดตัวคอนโดอลังการกลางเมือง เหล่าเซเลบริตี้ ไฮโซและกองทัพนักข่าวจ้องเวทีตาไม่กะพริบ เมื่อพิมพ์ลภัสนางแบบคนดังปรากฏตัวในชุดฟินาเล่!

รเมศ หนุ่มหล่อมาดเนี้ยบเจ้าของโรงแรมจารวี เชียงรายก็เป็นหนึ่งในผู้ชมเหล่านั้น ชายหนุ่มมาร่วมงานในฐานะเพื่อนของธนิตเจ้าของงาน บรรยากาศงานสังคมหรูหราไม่ทำให้เขาตื่นเต้น จนกระทั่งได้เห็นพิมพ์ลภัสนางแบบคนดัง

ธนิตไม่ได้สนใจสายตาสนอกสนใจของเพื่อนมัวหันไปเอาเรื่องทีมออกาไนเซอร์จัดงานถึงความผิดพลาด เพราะพิมพ์ลภัสไม่ได้ใส่ชุดฟินาเล่ของห้องเสื้อมาร์ธาตามที่ตกลงไว้

ทีมงานออกาไนเซอร์หนักใจมาก ก่อนจะเล่าเรื่องเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนงานเริ่มว่าพิมพ์ลภัสวีนแตกตอนรู้ว่าต้องใส่ชุดของห้องเสื้อมาร์ธา เพราะห้องเสื้อนั้นเป็นของมาธวี อดีตนางแบบและอดีตแม่เลี้ยงคู่ปรับของเธอ

“ชุดนี้เนี่ยนะคะ...นี่มันงานเปิดตัวคอนโดหรือเปิดอาบอบนวดกันแน่ ใครอยากใส่ก็ใส่เถอะ พิมพ์ไม่ใส่! ถ้าไม่เปลี่ยนชุดให้พิมพ์ก็เปลี่ยนนางแบบไปเลย...เลือกเอาค่ะ!”

จบคำก็ปาชุดฟินาเล่ลงพื้นด้วยความโมโห มาธวี ที่พยายามข่มอารมณ์ ตีหน้านิ่ง แสร้งทำเป็นพูดดี

“อย่าทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจแบบนี้สิพิมพ์ นี่มันคืองาน มันคือหน้าที่”

พิมพ์ลภัสหันขวับจะเอาเรื่อง หนูดีกับเป็ด ดีไซน์-เนอร์ประจำแบรนด์มาร์ธาและผู้ช่วยของมาธวีปรี่มาขวาง ปกป้องเจ้านายสาวเต็มที่ แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่หวั่น ประกาศกร้าวต่อหน้าทีมงาน

“ถ้าให้พิมพ์ใส่เสื้อผ้าห้องเสื้อมาธาดอร์ล่อกระทิงนี่ ให้แก้ผ้าเดินยังดีกว่า!”

หนูดีทนไม่ไหว จะตบสั่งสอน มาธวีก็เดือดปุดไม่ต่างกันแต่ต้องรักษามาดนางเอก

“เพื่อความสบายใจของพิมพ์ ก็ให้เขาแก้ผ้าเดินแล้วกันค่ะ วีขอเอาเสื้อผ้าของมาร์ธาที่จะใช้วันนี้กลับทั้งหมด”

ธนิตอยากเป็นบ้าตาย ต่างจากรเมศที่ยืนมองนางแบบคนดังในชุดฟินาเล่ที่ได้ยินว่าเธอเตรียมมาเองด้วยสายตาทึ่งๆ ก่อนจะตะลึงตาค้างเมื่อจู่ๆหนึ่งในนางแบบบนเวทีก็ล้มไปชนพิมพ์ลภัสตกสระน้ำ!

ทีมงานตกใจมาก รีบช่วยนางแบบคนดังจากสระ แต่ไม่กี่อึดใจต่อมาก็ต้องอึ้ง เมื่อพิมพ์ลภัสลอยตัวขึ้นจากน้ำด้วยมาดราวกับนางพญาหงส์ เรียกเสียงฮือฮาจากแขกเหรื่อได้มากมาย

“ผิดคิวขนาดนี้ยังแก้สถานการณ์ได้ดี สมกับเป็นนางแบบมืออาชีพ ทั้งสวยทั้งเก่งจริงๆ...”

ooooooo

การแก้สถานการณ์ของพิมพ์ลภัส พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสของเธอกลายเป็นที่โจษจันทั้งงาน โดยเฉพาะรเมศ ทึ่งและประทับใจในปฏิภาณของเธอมาก แต่ที่เจ้าของโรงแรมหนุ่มไม่รู้คือด้านหลังเวที นางแบบคนดังขาวีนประจำวงการกำลังปรี๊ดแตก ปราดไปเอาเรื่องนางแบบที่ชนเธอตกน้ำ

“เธอจงใจแกล้งเบียดฉันตกน้ำ นึกว่าฉันโง่เหรอ”

นางแบบคู่กรณีส่งสายตาเยาะเย้ยไปให้ ก่อนจะตีหน้าแอ๊บใสทำเป็นไม่รู้เรื่อง

“มันเป็นอุบัติเหตุ เอาเป็นว่าฉันขอโทษแล้วกัน”

“ไม่ต้องมาแอ๊บ เห็นแล้วมันจะอ้วก!”

“เธอก็ยังไม่ตายนี่ หยุดโวยวายโทษคนอื่นแล้วโทษตัวเองดีกว่านะ ถ้ามาทันซ้อม มันก็คงไม่ผิดคิวแบบนี้หรอก”

มาธวีโผล่มาขัดจังหวะพร้อมเป็ดกับหนูดี พยายามไกล่เกลี่ย สร้างภาพเป็นแม่พระต่อหน้าทีมงาน แต่มารยาหญิงร้อยเล่ห์ก็ตบตาพิมพ์ลภัสอดีตลูกเลี้ยงและไม้เบื่อไม้เมาตลอดกาลของเธอไม่ได้

“มิน่า...ตัวลูกมันถึงได้กล้า เพราะมีตัวแม่คอยเห่าให้ท้ายนี่เอง”

“อย่าพาลน่า ทุกคนก็เห็นว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือเธออยากให้คนอื่นคิดว่ามันพลาดเพราะความไม่เอาไหนของเธอ”

คำพูดแดกดันภายใต้รอยยิ้มเย็นของอดีตแม่เลี้ยงทำให้พิมพ์ลภัสเดือดมาก โชคดีที่หัวหน้าทีมงานโผล่มาชื่นชมเธอต่อหน้าอดีตแม่เลี้ยงและคนอื่นๆถึงไหวพริบในการแก้สถานการณ์ของเธอ ก่อนจะพากันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อให้สัมภาษณ์นักข่าว ทิ้งมาธวีให้มองตามด้วยความแค้นใจ...ฝากไว้ก่อนเถอะพิมพ์ลภัส!

ที่ด้านหน้างาน...รเมศกลายเป็นเป้าสายตาของสาวๆทั่วงาน ชายหนุ่มส่งยิ้มบางๆให้ตามมารยาท ก่อนจะขอตัวกลับเมื่อถึงเวลา ธนิตยอมให้กลับโดยดี แต่ไม่วายซักถามเรื่องงานด้วยความเป็นห่วง เพราะได้ยินว่าเพื่อนหนุ่มกำลังมีปัญหาเรื่องซื้อที่ดินเพื่อขยายโรงแรมจารวีเชียงราย

รเมศสีหน้าเคร่งขึ้นเมื่อคิดถึงเรื่องวุ่นวายจากการซื้อที่ดิน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดุดันเมื่อเห็นกิตติชัยนักธุรกิจหนุ่มผู้มีเบื้องหลังไม่น่าไว้ใจ คู่กรณีของรเมศที่แย่งกันซื้อที่ดินเพื่อขยายโรงแรม

ธนิตไม่รู้เรื่อง คิดว่าไม่รู้จักกันเลยแนะนำตามมารยาท แล้วท่าทีมึนตึงและคำพูดแปร่งหูจากทั้งสองฝ่ายก็ทำให้เจ้าของงานถอนใจยาว ไม่คิดมาก่อนว่าทั้งคู่จะรู้จักกันแล้ว แถมเป็นคู่กรณีกันอีกต่างหาก

“ได้ยินชื่อเสียงคุณกิตติชัยมานาน เพิ่งจะเจอตัวจริงก็วันนี้”

“ผมมีโครงการจะไปเปิดตลาดที่เชียงรายเยอะเลย อยากคุยกับคุณรเมศพอดี หวังว่านักธุรกิจท้องถิ่นอย่างคุณจะให้คำแนะนำดีๆกับผมได้ หรือไม่แน่เราอาจจะได้ร่วมทุนกัน”

“ขอบคุณนะครับ ตอนนี้ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องการลงทุนสักเท่าไหร่”

“แหม...น่าเสียดาย โปรเจกต์ครั้งนี้ของผมทุนสูงมากเลยนะครับ”

“ครับ...แต่คงไม่จำเป็นสำหรับผม เพราะผมมองว่าคุณภาพของงานสำคัญกว่าเงินน่ะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีเสมอถ้าคุณเปลี่ยนใจ...ขอตัวก่อนนะครับ”

ooooooo

พิมพ์ลภัสเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็จะกลับ ไม่ยอมอยู่ให้สัมภาษณ์นักข่าวตามที่หัวหน้าทีมออกาไนเซอร์ขอไว้ตามประสานางแบบคนดังขาวีนที่ไม่ชอบทำอะไรฝืนใจตัวเอง ทีมงานป่วนมาก วิ่งตามหากันให้วุ่น แล้วก็ถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่าพิมพ์ลภัสกำลังมีเรื่องกับมาธวี!

แต่ที่ทีมงานคาดไม่ถึงคือแท้จริงแล้วมาธวีต่างหากที่พาหนูดีกับเป็ดมาดักเอาเรื่องนางแบบคนดังอดีตลูกเลี้ยง เพราะทนไม่ได้ที่ถูกด่าประจานต่อหน้าทีมงานแบบเสียๆหายๆ พิมพ์ลภัสไม่แปลกใจหรือมีทีท่าหวาดหวั่น ยิ้มเยาะให้อดีตแม่เลี้ยงอีกต่างหากที่ถูกเธอหักหน้าแบบไม่มีชิ้นดีในงาน

“สำนึกผิดแล้วเหรอถึงได้เร่มากราบขอโทษอดีตลูกเลี้ยงอย่างฉัน”

“ฉันคงไม่โง่ทำอะไรแบบนั้นหรอก แค่จะมาเตือนเธอด้วยความหวังดี”

“ฉันไม่สนคำพูดของพวกแพ้แล้วพาลหรอก!”

ท่าทางจองหองของพิมพ์ลภัสทำให้มาธวีตีที่จุดอ่อน...เรื่องตรัยพ่อของนางแบบคนดังและอดีตสามีของเธอ

“เรื่องวันนี้มันก็แค่ชัยชนะกระจอกๆของเด็กขี้อิจฉา เทียบกับชัยชนะของผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งที่ได้เข้าไปเป็นนายหญิงของคฤหาสน์วิธาพิบูลย์ไม่ได้หรอก...จริงไหม”

พิมพ์ลภัสโกรธจนตัวสั่น ถลาจะเอาเรื่องแต่ก็ถูกหนูดีกับเป็ดจับตัวไว้

“ผู้หญิงต่ำๆอย่างเธอมันก็แค่ความผิดพลาดที่เข้ามาแปดเปื้อนชีวิตพ่อฉัน”

“ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือความโง่ต่างหาก คุณตรัยเป็นนักธุรกิจที่ใครๆชื่นชมแต่สุดท้ายก็หลงโง่งม...เอาเงินทองมาประเคนให้ผู้หญิงชั้นต่ำที่เธอดูถูกอย่างฉัน”

สีหน้าเย้ยหยันของมาธวีทำให้พิมพ์ลภัสฟิวส์ขาด แหวเสียงเขียว

“แก! คนอย่างแกมันก็แค่ผู้หญิงขายตัว!”

“ฉันไม่ได้ขาย!”

“แล้วที่เรียกสินสอดจากพ่อฉันตั้งหลายสิบล้าน พอหย่าก็เรียกค่าเลี้ยงดูอีกเป็นร้อยล้านมันเรียกอะไร”

“ช่วยไม่ได้ พ่อเธออยากโง่เอง”

พิมพ์ลภัสหมดความอดทน สะบัดตัวจนหลุด ผลักอดีตแม่เลี้ยงล้มก้นจ้ำเบ้าและปราดไปตบเต็มแรง!

ทีมออกาไนเซอร์เห็นท่าไม่ดี รีบจับทั้งสองแยกจากกัน พร้อมๆกับกองทัพนักข่าวที่ได้ยินเสียงเอะอะและยกโขยงมาถ่ายภาพ รเมศกับบวรทัตเลขาหนุ่มออกจากงานมาเห็นพอดีก็หยุดดูด้วยความสนใจ

มาธวีเห็นนักข่าวรุมถ่ายรูปก็แกล้งบีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสาร พิมพ์ลภัสรู้ทัน ตั้งท่าจะมีเรื่องอีกรอบ ทีมงานจึงต้องกันนักข่าวออกไปและจัดการไกล่เกลี่ยกรณีวิวาทของทั้งสอง

รเมศกับบวรทัตเห็นแต่นักข่าวเลยหมดความสนใจ เดินเข้าลิฟต์ ไม่ทันได้เห็นมาธวีแสร้งตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตาบอกทีมงานว่าไม่ได้คิดมีเรื่องให้เป็นข่าวฉาว แถมโบ้ยความผิดให้พิมพ์ลภัสอีกต่างหาก

“พี่ต้องเตือนเขาค่ะ...ไม่ใช่วี เขาไม่ได้มีปัญหาแค่วีแต่คนทั้งวงการก็เกลียด เอ้อ...ไม่พอใจพิมพ์ลภัสทั้งนั้น ฉันจะเตือนด้วยความหวังดีในฐานะที่เคยอยู่ร่วมชายคา ถ้าเธอยังไม่ทิ้งนิสัยแบบนี้ต่อไปจะไม่มีใครอยากร่วมงานกับเธอแน่”

พิมพ์ลภัสตอกกลับทันควัน “เอาความหวังดีกลับไปเตือนตัวเองเถอะ ถ้าไม่มีความสามารถพอ ถนัดแต่ใช้เต้าไต่ ทำตัวเป็นปลิงเกาะผู้ชายกระเป๋าหนัก คอยสูบเลือดสูบเนื้อเขาล่ะก็ ฉันแนะนำด้วยความหวังดีให้ปิดร้านแล้วไปขายอย่างอื่นซะ หรือถ้าแก่จนขายไม่ได้ก็ผันตัวไปเป็นแม่เล้าก็แล้วกัน!”

มาธวีหัวเสียมาก แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่ยี่หระ ประกาศลั่นต่อหน้าทีมงาน

“คราวหน้า...พิมพ์ขอร่วมงานกับมืออาชีพเท่านั้น พิมพ์ไม่นิยมของเกรดต่ำ มีพิมพ์ลภัสต้องไม่มีมาธวี!”

จบคำก็ผละไป ทิ้งทีมงานให้มองตามตาค้าง เลยไม่ทันเห็นว่ามาธวีนั้นหน้าตึงแค่ไหน ประกาศสงครามในใจ

“มีฉันก็ต้องไม่มีแกเหมือนกัน...นังพิมพ์ลภัส!”

ooooooo

งานแฟชั่นโชว์ผ่านไปหลายสัปดาห์ ข่าวฉาวของพิมพ์ลภัสจางหายกับสายลม แต่กระนั้น...พฤติกรรมเอาแต่ใจและอาการวีนเหวี่ยงของเธอไม่เคยเปลี่ยน และวันนี้นางแบบคนดังก็ทำกองถ่ายป่วนด้วยการมาสาย ไปหลายชั่วโมง!

“จะโทร.จิกอะไรนักหนาคะ พิมพ์ก็บอกแต่แรกแล้วไงว่าพิมพ์ติดอีกงานตอนเช้า จะขอแคนเซิลทางพี่ก็ไม่ยอมเอง บอกว่าอยากได้พิมพ์ อยากได้พิมพ์ พอพิมพ์มาให้ก็ทำกันแบบนี้เหรอคะ ให้เกียรติกันบ้างสิคะ แค่สายนิดสายหน่อยคงไม่ทำให้อะไรเสียหายนักหรอก...ใช่ไหมคะ”

บรรณาธิการแฟชั่นถึงกับอ้าปากค้าง แล้วก็ต้องประสาทเสียเพราะลุ้นตัวโก่งเมื่อนางแบบขาวีนเข้าไปในห้องแต่งตัวที่ต้องแยกต่างหาก มีน้ำแร่ยี่ห้อดังเตรียมพร้อม อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศแบบพอเหมาะ อบอวลด้วยกลิ่นหอมสุดโปรดของนางแบบสาว...ทุกอย่างทำท่าจะไปได้สวย ถ้าพิมพ์ลภัสจะสัมผัสได้ว่ากลิ่นในห้องมันแปลกๆ

ทีมงานหน้าเสีย แก้ตัวเสียงสั่นว่ากลิ่นที่นางแบบขาวีนชอบหมด แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่สนใจ

“วานิลลาอื่นพิมพ์ไม่เอา ถ้าไม่เปลี่ยน พิมพ์ทำงานไม่ได้หรอกนะ...ไม่มีอารมณ์!”

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสจัดหนักทีมงานถ่ายแบบ...รเมศกำลังแถลงข่าวเรื่องขยายโรงแรมจารวีเชียงรายต่อหน้ากองทัพนักข่าว โดยมีแผนการเบื้องลึกเพื่อตลบหลังและดักทางไม่ให้กิตติชัยแผลงฤทธิ์ทำให้ยุ่งอย่างที่ผ่านมา

ภายในงานเต็มไปด้วยลูกค้า นักข่าวท้องถิ่นและพนักงานโรงแรม รเมศเลยถือโอกาสพาชมโรงแรมและประกาศทัศนคติของตนต่องานด้านบริการ

“คำว่าสายนิดสายหน่อยไม่เป็นไร...เป็นข้อแก้ตัวของคนขี้เกียจที่ไม่น่าอภัยอย่างร้ายแรงครับ สำหรับจารวีเชียงราย พนักงานทุกคนต้องมาทำงานก่อนเวลาจะได้ก้าวไปก่อนคนอื่น สายแค่หนึ่งนาที คู่แข่งก็นำเราไปไกลแล้ว”

นอกจากนี้ชายหนุ่มหล่อเจ้าของโรงแรมยังพาลูกค้าบางส่วนและนักข่าวชมห้องพักด้วย

“เราเน้นการบริการที่ใส่ใจความรู้สึกของลูกค้าเป็นสำคัญครับ”

เหล่าพนักงานรู้ถึงความเข้มงวดและจริงจังของรเมศดี แต่ก็ชื่นชมในความมีเมตตาและเอาใจใส่ของเขาด้วย

“ความซื่อสัตย์ จริงใจ ตรงไปตรงมาต่อความรู้สึกของลูกค้าเป็นสิ่งที่เราใส่ใจมากที่สุด ผมมั่นใจว่าทุกคนที่มาพักที่นี่จะต้องตกหลุมรักเสน่ห์ของจารวีเชียงรายอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอนครับ”

เหล่านักข่าวกระหน่ำถ่ายภาพรเมศ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะใจกล้าถามเรื่องขัดแย้งเกี่ยวกับการซื้อที่ดิน ซึ่งร้ายแรงขึ้นทุกที อย่างล่าสุดช่วงที่รเมศไปงานแฟชั่นก็เกิดเหตุเพลิงไหม้ในหมู่บ้านละแวกนั้น

“เรื่องสืบสวนคดีลอบวางเพลิงให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่านะครับ ผมเชื่อว่าอีกไม่นานความจริงจะปรากฏ ส่วนเรื่องที่ผมซื้อที่ดินชาวบ้าน...ยอมรับว่าจริงครับ แต่ที่ถามว่าจะขยายโรงแรมเฟสใหม่รึเปล่า บอกได้เลยว่ามันพิเศษกว่านั้น เอาไว้ถึงเวลาแล้วผมจะบอกนะครับ...แต่รับรองว่าเซอร์ไพรส์แน่นอน...”

ooooooo

กว่าพิมพ์ลภัสจะแต่งองค์ทรงเครื่องพร้อมถ่ายแบบ ทีมงานแฟชั่นก็ต้องหัวปั่นเพราะความเรื่องมาก ของเธอ โดยเฉพาะบรรณาธิการแฟชั่นหัวหน้าทีมที่ต้องรับศึกหนัก เอาอกเอาใจนางแบบขาวีนทุกทางเพื่องาน แต่กระนั้นพวกช่างแต่งหน้าทำผมก็ทำเสียเรื่อง เม้าท์กันมันปากจนพิมพ์ลภัสทนไม่ไหว เอ็ดลั่นแบบไม่ไว้หน้า

“พวกขี้นินทา ปากอย่างใจอย่าง ไม่จริงใจ วันหลัง กรุณาเชิญออกไปด้วยนะคะ เสียบรรยากาศ พิมพ์ไม่ชอบ!”

แต่ถึงวีนเหวี่ยงแค่ไหน พิมพ์ลภัสก็เป็นมืออาชีพ เธอทำงานอย่างตั้งใจและสร้างสรรค์จนทีมงานอดทึ่งไม่ได้ แถมผลงานของเธอก็โดดเด่นเป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ ถึงขนาดว่าเธอขึ้นปกเมื่อไหร่หนังสือเกลี้ยงแผงเมื่อนั้น

บรรณาธิการแฟชั่นพอใจผลงานของนางแบบขาวีนมาก และเมื่อสบโอกาสก็ขอให้ถ่ายเพิ่ม

“น้องพิมพ์คะ...ภาพที่หนูล่องลอยอยู่กลางเวหามันเริ่ดมากค่ะ แต่พี่อยากได้ภาพพวกนายแบบไขว่คว้าอยู่ข้างล่างเพิ่มอีกนิด หนูช่วยขึ้นไปอีกทีได้ไหมคะ”

พิมพ์ลภัสหันมายิ้มหวาน ก่อนจะปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

“ไม่ได้ค่ะ ตอนบรีฟไม่ได้บอกก่อนนี่คะ พี่ไปตัดต่อเพิ่มเองก็แล้วกัน”

“ล้อเล่นใช่ไหมคะ...น้องพิมพ์เหนื่อยแล้ว เอาเป็นว่าพักก่อนนะคะ”

“เลิกไม่ใช่พักค่ะ พิมพ์จะกลับแล้ว เข้าใจชัดรึยังคะ”

“แต่เรายังถ่ายไม่เสร็จเลยนะคะ”

“พิมพ์มั่นใจว่าที่ถ่ายๆไปใช้ได้ทุกภาพ ครบทุกเซต เกินแล้วด้วยซ้ำ พิมพ์ให้ได้แค่นี้ค่ะ”

พูดจบก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า บรรณาธิการแฟชั่นเคืองมาก พยายามระงับอารมณ์ แต่ก็อดตามไปแขวะไม่ได้

“น้องพิมพ์ขา...หนูจะทิ้งไปแบบนี้ไม่ได้นะคะ มาก็มาสายยังจะกลับเร็วอีก มันใช้ได้เหรอคะ”

“พิมพ์ต้องไปถ่ายโฆษณาแล้วก็เดินแบบตอนเย็นอีก นี่พิมพ์อุตส่าห์ทดเวลาให้พี่เต็มที่แล้วนะคะ”

“วิ่งรอกงานล้านแปดขนาดนี้ ทำไมไม่หาผู้จัดการล่ะคะ จะได้ไม่เหนื่อย ไม่ทิ้งงาน เอาใจใส่ได้แบบมืออาชีพ!”

พิมพ์ลภัสเกือบวีนแล้ว ถ้ายศพลหรือพอลแฟนหนุ่มไฮโซของเธอจะไม่โผล่มาตอบแทนเสียก่อน

“ไม่ต้องจ้างผู้จัดการที่ไหนหรอกครับ เพราะต่อไปนี้ผมจะช่วยดูแลพิมพ์ทั้งเรื่องส่วนตัวแล้วก็เรื่องงานเองครับ”

“พอลแน่ใจเหรอว่าจะดูคิวงานให้พิมพ์ได้ งานพอลก็ยุ่งจะตาย ไหนจะต้องช่วยงานสมาคมของคุณแม่พอลอีก”

“ยุ่งแค่ไหนผมก็เจียดเวลาให้ว่าที่คู่หมั้นได้อยู่แล้ว”

สองหนุ่มสาวส่งสายตาหวานให้กันแล้วควงกันออกจากสตูฯถ่ายแบบหน้าตาเฉย ทิ้งทีมงานให้มองตามอึ้งๆ ก่อนที่ช่างภาพหนุ่มประจำกองจะโพล่งขึ้น

“จำไว้นะ...ผมจะไม่ร่วมงานกับยัยพิมพ์ลภัสอีกเด็ดขาด!”

ประสานงานสาวที่วิ่งวุ่นทั้งวันสนับสนุนเต็มที่ “หนูก็ไม่เหมือนกันค่ะ มิน่า...เขาถึงเม้าท์กันว่าแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงนิสัยต่างกันยังกับฟ้ากับเหว อยู่ร่วมชายคากัน น่าจะเรียนรู้นิสัยดีๆจากคุณมาธวีมาสักนิด”

บรรณาธิการแฟชั่นถอนใจยาวอย่างเอือมระอากับพฤติกรรมเอาแต่ใจของพิมพ์ลภัส “จะเรียนรู้ทันได้ไง คุณวีแต่งงานกับคุณตรัยไม่ถึงสามปีก็หอบผ้าหอบผ่อน ออกจากบ้าน จะมีอะไร...ก็คงทนฤทธิ์ยัยลูกเลี้ยงตัวแสบไม่ไหวนั่นแหละ ขนาดทำงานด้วยกันไม่กี่ชั่วโมง ฉันยังเกือบเป็นโรคประสาท นั่นอยู่ร่วมบ้านเดียวกันไม่ผูกคอตายก็เก่งแล้ว”

ooooooo

มาธวีไม่ได้ผูกคอตายแต่ก็ทำสงครามประสาทกับพิมพ์ลภัสไม่เลิก อย่างเช่นวันนี้ที่เธอให้สัมภาษณ์นักข่าวหลังงานแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชั่นล่าสุด เกี่ยวกับประเด็นที่มีเรื่องวิวาทกับนางแบบอดีตลูกเลี้ยงเมื่อหลายวันก่อน

“วีกับพิมพ์มีปัญหากันจริงค่ะ...แต่ที่เราต้องมีปัญหากันก็เพราะอยากให้งานของลูกค้าออกมาดีที่สุดค่ะ ซึ่งวันนั้นเราก็เคลียร์กันจนจบด้วยดี วียอมรับการตัดสินใจของลูกค้า”

นักข่าวส่งเสียงฮือฮา ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะถามถึงโอกาสร่วมงานกับพิมพ์ลภัสในครั้งต่อไป

“เราคนทำงานเหมือนกันคงเข้าใจนะคะว่าอันไหนคืองาน อันไหนคือเรื่องส่วนตัว สำหรับวี...ร่วมงานกันได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่สำหรับพิมพ์ลภัส...คงต้องไปถามเองนะคะว่าจะทำให้มันมีปัญหาอีกรึเปล่า...วีขอตัวก่อนนะคะ”

คำพูดสัมภาษณ์พาดพิงของมาธวีอดีตแม่เลี้ยงทำให้พิมพ์ลภัสหัวเสียมาก โดยเฉพาะประเด็นที่เธอถูกตราหน้าว่าเป็นพวกชอบสร้างภาพ ยศพลแฟนหนุ่มไฮโซที่รับหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวและสารถีคอยรับส่งต้องปลอบให้คลายความโมโห ก่อนจะชวนเธอไปช็อปปิ้งแก้เครียด

แต่การช็อปปิ้งอย่างบ้าคลั่งของพิมพ์ลภัสกลับทำให้ยศพลเครียดกว่าเดิม เพราะนางแบบขาวีนใช้เงินเก่งมาก กว้านซื้อแบบไม่สนใจแบบหรือราคา จนเขาอดเตือนให้เพลาๆไม่ได้

“พิมพ์อุตส่าห์หาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองก็ต้องซื้อความสุขสิคะ จะคิดมากไปทำไม พิมพ์ทำงานแป๊บเดียวก็ได้ค่ากระเป๋าใบนี้แล้ว หรือถ้าพิมพ์ไม่มีงาน พิมพ์ก็ขอพ่อได้ พอพิมพ์แต่งงานกับคุณ พิมพ์ก็ขอคุณได้...จริงไหมคะ”

ยศพลหน้าเจื่อน หนี้พนันที่เขาสั่งสมจนแทบหาเงินใช้คืนไม่ได้ และฐานะทางครอบครัวที่ง่อนแง่นใกล้สภาวะล้มละลายเต็มทีทำให้พูดไม่ออก และเมื่อเห็นว่าแฟนสาวไม่ได้ยี่หระข้าวของมีราคาที่ได้มาแสนง่าย เลยคิดแผนร้ายขโมยของบางส่วนออกมาขายเพื่อเอาเงินไปต่อยอดพนัน...

พิมพ์ลภัสไม่ใช่คนเดียวที่ถูกคนใกล้ตัวหักหลัง รเมศก็เผชิญชะตากรรมไม่ต่างกัน ถูกธงชัยพนักงานโรงแรมบุกขโมยเอกสารสำคัญในห้องทำงาน ชุติมาพนักงานต้อนรับสาวเจ้ากรมข่าวลือประจำโรงแรมเก็บเครื่องสำอางบนเคาน์เตอร์แทบไม่ทัน กลัวรเมศจับได้ว่าอู้งาน แต่ก็ไม่ต้องกังวลเพราะเจ้านายหนุ่มมีเรื่องหนักหนาต้องเคลียร์มากกว่า

“แกคงรู้ดี ฉันไม่ชอบเรื่องสกปรกใดๆทั้งสิ้น และฉันจะตอบแทนยังไงกับคนที่ไม่ซื่อสัตย์!”

รเมศประกาศกร้าว โดยมีบวรทัตเลขาคนสนิทและสุริยนต์มือขวาของรามหัวหน้าคนงานไร่บัวขาวซึ่งสีหนาทหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวีเชียงรายเป็นเจ้าของมาช่วยกุมตัวธงชัยไว้

ธงชัยหน้าตาเลิ่กลั่ก กวาดตามองรอบๆหาทางหนีทีไล่ แล้วก็ตัดสินใจสะบัดตัวไปตายดาบหน้า แต่ก็ต้องหน้าซีดเผือด เมื่อรเมศสลัดมาดเนี้ยบควักปืนเก็บเสียงที่เตรียมไว้ยิงขู่!

ooooooo

ตรัยพ่อของพิมพ์ลภัสและนักธุรกิจหนุ่มใหญ่เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเมืองไทยแทบยืนไม่อยู่ เมื่อบริษัทประสบปัญหาระหว่างการลงทุนและการตัดสินใจที่ผิดพลาดก็ทำให้เครดิตของเขาต่อธนาคารไม่น่าเชื่อถือ

การกู้ยืมเพื่อหมุนเวียนเงินในบริษัทเป็นไปอย่างยากลำบาก แม้ธนาคารจะยอมให้โอกาสตรัยอีกครั้ง แต่เขากลับต้องแพ้ทางพิมพ์ลภัสลูกสาวคนเดียวที่เขารักดั่งแก้วตาดวงใจ

“พิมพ์อยากได้รถใหม่ค่ะ”

น้ำเสียงออดอ้อนของลูกสาวทำให้ตรัยเครียดหนัก อยากตามใจเหมือนเคยแต่สภาวะการเงินของบริษัทก็ง่อนแง่นเต็มที เลยได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ ถามราคาเพื่อถ่วงเวลา

“สิบล้านค่ะ ทู้กถูก พอดีเพื่อนพิมพ์เขาสั่งมาเป็นของขวัญวันเกิดแฟนแต่ดันเลิกกันซะก่อน พิมพ์เห็นแล้วปิ๊งเลย นะคะ...มีที่ไหนจ่ายปุ๊บได้ปั๊บ คนอื่นเขาอยากได้รถแบบนี้ต้องสั่งกันข้ามปีเลยนะคะ”

ตรัยเหงื่อแตกพลั่ก ปรามลูกสาวเสียงอ่อน “แต่รถคันใหม่ของพิมพ์ก็เพิ่งซื้อเมื่อสามเดือนก่อน พ่อว่ายังไม่จำเป็นต้องซื้อคันใหม่นะ ที่บ้านเราก็ยังมีรถอีกตั้งหลายคัน จะเอาคันของพ่อไปใช้ก็ได้”

“รถที่บ้านมันตกรุ่นแล้วนี่คะ พิมพ์อยากได้คันใหม่มาขับเล่นๆนะคะพ่อ...นะคะๆ”

ตรัยอึกๆอักๆ ปฏิเสธลูกสาวคนเดียวไม่ออกเพราะไม่เคยขัดใจ พิมพ์ลภัสไม่เข้าใจและตัดสินใจใช้ไม้ตาย

“พ่อไม่รักพิมพ์ พ่อผิดสัญญากับแม่ พ่อสัญญาจะไม่แต่งงานใหม่แต่พอแม่ตาย พ่อก็พาเมียน้อยเข้าบ้าน พ่อบอกจะรักพิมพ์คนเดียว พิมพ์อยากได้อะไรพ่อก็จะให้แต่พ่อก็ผิดสัญญา ทีนังแม่เลี้ยงนั่นขออะไรพ่อประเคนให้ทุกอย่าง รู้ไหมเมื่อสองอาทิตย์ก่อนพิมพ์เจอมันในงานเปิดตัวคอนโด มันพูดอะไร”

พิมพ์ลภัสกัดฟันแน่น น้ำตาไหลด้วยความคับแค้นใจเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ปะทะคารมกับมาธวี

“มันด่าพ่อ มันหาว่าพ่อโง่ยอมให้มันหลอก ทั้งๆที่พ่อยอมมันเพราะรักมัน แต่มันไม่เคยสำนึก พ่อเห็นมันดีกว่าพิมพ์ พิมพ์ไม่รักพ่อแล้ว!”

ตรัยสะอึก คำพูดของลูกสาวแทงใจดำทำให้รู้สึกผิดจนต้องดึงตัวมากอดปลอบ

“ไม่เอาน่ะพิมพ์ จำไว้...พ่อไม่เคยรักใครมากกว่าพิมพ์เลยนะลูก”

พิมพ์ลภัสมีท่าทีอ่อนลงเมื่อได้ยินคำพูดอ่อนโยนของพ่อ ก่อนจะยิ้มร่าด้วยความสมใจเมื่อตรัยยอมตกลงซื้อรถให้ทันทีที่ได้รับโทรศัพท์จากธนาคารอนุมัติให้กู้ยืมเงินหลายร้อยล้านไปกู้สถานการณ์ธุรกิจ โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือครั้งสุดท้ายที่พ่อสุดที่รักของเธอจะได้โอกาสนั้นจากธนาคาร...

ooooooo

ธงชัยถูกพวกรเมศกุมตัวไว้เพื่อสอบถาม ความจริงทั้งหมด โดยเฉพาะที่ว่าใครเป็นคนบงการส่งเขามาขโมยเอกสาร แต่นอกจากผู้ร้ายจะปากแข็งไม่ยอมบอกอะไรแล้ว ยังตั้งท่าจะหนี รเมศเลยต้องชักปืนมาขู่อีกครั้ง

“นัดแรก...ฉันถือว่าเป็นของตอบแทนสำหรับความขยันของนายตลอดหกเดือนที่ผ่านมา แต่นัดต่อไปฉันจะถือว่าเป็นของตอบแทนสำหรับคนทรยศ...ฉันจะให้โอกาสตอบอีกครั้ง ใครเป็นคนส่งแกมา!”

ธงชัยกลัวแทบฉี่ราด ยอมเปิดปากทุกอย่างว่าเป็นแผนการของกิตติชัยส่งเขามาขโมยเอกสาร รเมศเลยแก้เกมด้วยการอัดเทปการสารภาพและส่งไปให้กิตติชัย พร้อมข้อความเย้ยหยัน

“หลักฐานที่มัดตัวแกทุกชิ้น ฉันจะเก็บไว้อย่างดี”

กิตติชัยโกรธจัด อาละวาดขว้างปาทุกสิ่งเพราะถูกเอาคืน รเมศคาดการณ์ไว้แล้ว และเมื่อถูกบวรทัตถามถึงเหตุผลที่เขาไม่ส่งหลักฐานและแจ้งความกับตำรวจให้เอาผิดกิตติชัย เจ้าของโรงแรมหนุ่มจึงตอบอย่างคนที่คิดมาดีแล้ว

“ลองนายกิตติชัยอ้างชื่ออดีตนายตำรวจใหญ่

คนนั้น มันคงมีสายสัมพันธ์กับเขาไม่มากก็น้อย ถ้าหลักฐานยังไม่ชัดแล้วรีบส่งให้ตำรวจ ผมกลัวว่าเรื่องจะหายไปแล้วเราเองจะเป็นอันตรายน่ะสิครับ”

“แต่คำขู่แค่นั้นจะหยุดคนอย่างนายกิตติชัยได้เหรอครับ”

“ก็รอดูท่าทีของมันไปก่อน ผมยังไม่อยากเสี่ยงไปแจ้งความ มันจะกระทบกับชื่อเสียงของโรงแรมด้วย”

“ยังไงคุณเมศก็ระวังตัวหน่อยนะครับ ผมเชื่อว่าคนอย่างมันคงไม่หยุดแค่นี้แน่”

บวรทัตเป็นห่วงเจ้านายหนุ่มมาก กลัวแผนตลบหลังของเขาจะกระตุ้นให้กิตติชัยหนักข้อขึ้น แต่รเมศก็ไม่หวั่น เดินหน้าเอาผิดธงชัยเต็มที่ และเตรียมตั้งรับอย่างดีหากกิตติชัยจะส่งใครมาอีก...

พิมพ์ลภัสได้รถคันใหม่สมใจ นางแบบขาวีนอารมณ์ดีมาก ซื้อของแจกคนทั้งบ้าน แถมโละของเก่าที่ยังใหม่ให้สาวใช้อีกต่างหาก ตรัยไม่ได้สนใจเรื่องนั้น กำลังกลุ้มเพราะเงินกู้ก้อนสุดท้ายหายวับกับตาอีกรอบเพราะพิษเศรษฐกิจและกระแสหุ้นที่ร่วงกราวทั้งกระดาน!

แต่ถึงจะเครียดจัดแค่ไหน เมื่อพิมพ์ลภัสแวะมาคลอเคลียและขอบคุณเรื่องรถคันใหม่ ก็อดยิ้มตอบไม่ได้

“อ้อนพ่ออย่างนี้จะเอาอะไรอีกล่ะเรา”

“ใครบอก...พิมพ์มาขอบคุณพ่อต่างหากล่ะคะ พิมพ์รู้แล้วล่ะค่ะว่าพ่อรักพิมพ์ที่สุด”

“พิมพ์เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อ พ่ออยากให้พิมพ์มีความสุข”

“พิมพ์มีความสุขที่สุดอยู่แล้วค่ะ เพราะพิมพ์มีพ่อที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งเก่ง...แล้วก็ใจดีที่สุดในโลกด้วย”

“ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนนะพิมพ์ แต่พ่ออยากให้พิมพ์จำไว้อย่างหนึ่ง ต่อไปถึงพ่อจะไม่มีเงินทองให้พิมพ์ใช้อย่างทุกวันนี้ แต่พ่อก็รักพิมพ์ที่สุดนะลูก”

“พ่อจะไม่มีเงินได้ไงคะ ในเมื่อพ่อเป็นถึงเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ที่รวยที่สุดตอนนี้”

พูดจบก็ผละไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทิ้งตรัยให้ มองตามด้วยความหนักใจ ไม่รู้จะบอกลูกสาวสุดที่รักเช่นไรให้เข้าใจสถานการณ์ย่ำแย่ของครอบครัว แต่ที่นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ไม่รู้คือมาธวีคอยจ้องอยู่แล้ว เฝ้ารอด้วยความหวังจะเห็นความหายนะของครอบครัวของอดีตสามีและลูกเลี้ยง

“คงรวยไปได้อีกไม่นานหรอก จองหองว่าตัวเองเป็นนางหงส์ สักวันเถอะจะกลายเป็นหงส์ปีกหัก ถึงวันนั้นฉันจะเหยียบมันให้จมดินเลยคอยดู!”

ooooooo

โอกาสของมาธวีมาถึงในอีกไม่กี่วันต่อมา เมื่อทีมงานแฟชั่นเครื่องเพชรของชูใจแจ้งว่าต้องการเปลี่ยนตัวนางแบบชุดฟินาเล่กะทันหัน และนางแบบที่มาแทนก็ไม่ใช่ใคร...พิมพ์ลภัสอดีตลูกเลี้ยงคู่ปรับของเธอนั่นเอง

ระหว่างที่มาธวีคิดแผนเอาคืนพิมพ์ลภัส...รเมศก็ประกาศต่อหน้าพนักงานโรงแรมถึงกรณีของธงชัย

“ขอบคุณทุกคนมากที่เป็นห่วง เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานก็อย่างที่ฝ่ายบุคคลประกาศ คุณธงชัยเข้าไปขโมยเงินและของมีค่าบางอย่างในห้องผม ถึงต้องให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานและดำเนินคดีตามกฎหมาย”

เหล่าพนักงานพยักหน้ารับรู้ บวรทัตเห็นดังนั้นเลยเสริมเสียงเรียบ

“ถ้าเป็นไปได้...คุณเมศกับผมไม่อยากให้แพร่ง– พรายเรื่องนี้ออกไป เพราะยิ่งพูดกันปากต่อปาก รายละเอียดก็จะยิ่งบิดเบือนไปเรื่อยๆ ถ้าทุกคนเป็นห่วงโรงแรมก็ช่วยเตือนกันด้วยว่าอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก”

พัชรีหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟห้องอาหารโรงแรมจารวีรับคำแข็งขัน ก่อนจะปรายตาไปทางเหล่าสาวเสิร์ฟสายเม้าท์แบบดุๆ พร้อมกับคาดโทษใบเตือนหากใครคิดฝ่าฝืนและนินทาเจ้านาย

นอกจากเรื่องซุบซิบของพนักงานแล้ว บวรทัตยังรับปากจะกวดขันเรื่องเวรยามให้แน่นหนาขึ้นด้วย รเมศเลยเบาใจขึ้นมาก และคงไปทำงานกรุงเทพฯได้อย่างสบายใจ

“ช่วงที่ผมลงไปกรุงเทพฯ ฝากคุณดูแลที่นี่กับบ้านปลายดอยอย่างเข้มงวดด้วยนะครับ”

“ไม่มีปัญหาครับ ว่าแต่...คราวนี้บินไปหาสาวที่ไหนรึเปล่าครับ”

“คุณก็รู้...ผมบินไปเรื่องงานล้วนๆ”

“แหม...มีข่าวกับสาวๆตั้งเยอะ ไม่เลือกเอาสักคนล่ะครับ ติว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้ก็ไม่ชอบ แม่ยายดุ พ่อตาเฮี้ยบบ้างล่ะ สงสัยคุณรเมศต้องคบกับผู้หญิงตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องแล้วมั้งครับ”

“ตอนนี้ผมยังไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนหรอก”

แต่ถึงจะพูดแบบนั้น บวรทัตก็แอบเห็นจนได้ว่าเจ้านายหนุ่มปลื้มพิมพ์ลภัสนางแบบคนดังขาวีน รเมศเขินที่โดนรู้ทันแต่ก็ไม่ขัดแม้แต่น้อยเมื่อเลขาหนุ่มหยิบนิตยสารที่พิมพ์ลภัสขึ้นปกไปวางในห้องทำงาน

แค่คิดถึงหน้าสวยๆของพิมพ์ลภัส รเมศก็ยิ้มหน้าบานเหมือนคนตกหลุมรัก กระนั้นก็รู้ดีว่าเรื่องระหว่างเขากับเธอคงเป็นไปไม่ได้เพราะวิถีชีวิตไม่น่าโคจรมาเจอกัน แต่เขาก็ต้องผิดคาดเมื่อเย็นวันต่อมาหลัง

เสร็จงานในกรุงเทพฯ เขาก็ได้เจอนางแบบขาวีนอีกครั้งในงานแฟชั่นโชว์ของวาทิตเพื่อนสนิท

วาทิตเห็นสายตาเพ้อๆของเพื่อนรักก็อดกระเซ้าไม่ได้ ก่อนจะเปรยถึงตรัยพ่อของนางแบบขาวีนว่ากำลังลำบาก ประสบปัญหาทางธุรกิจจนอาจล้มละลายในไม่ช้า รเมศได้ยินชื่อตรัยก็จำได้ว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ที่เขาเคยพบในงานประกาศรางวัลทางธุรกิจเมื่อหลายปีก่อน

รเมศยังจำได้ดี ตอนนั้นเขาได้รับรางวัลนักธุรกิจหน้าใหม่ และตรัยก็มาร่วมแสดงความยินดี

“เริ่มต้นเส้นทางนี้ไม่กี่ปี แต่ก็พาเชียงรายจารวีติดอันดับโรงแรมลำดับต้นๆของประเทศ คุณนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ”

“ผมมีคุณตรัยเป็นหนึ่งในไอดอลครับ”

“อย่ายอคนแก่น่า”

“จริงๆนะครับ คุณตรัยเป็นนักธุรกิจคนหนึ่งที่ผมชื่นชมและเอาเป็นแบบอย่าง คุณเริ่มจากศูนย์และประสบความสำเร็จมายาวนาน ผมอยากทำให้ได้อย่างคุณบ้าง”

“คุณทำได้แน่ คุณมีทั้งต้นทุนจากทางครอบครัวและมีความสามารถโดดเด่นกว่านักธุรกิจรุ่นเดียวกัน ผมรู้ว่าคุณพยายามพิสูจน์ให้ทุกคนยอมรับในตัวคุณที่เป็นคุณ และวันนี้คุณก็ทำสำเร็จแล้ว”

“ผมใช้คำดูถูกเป็นแรงผลักดันครับ แล้วคุณตรัยล่ะครับมีอะไรเป็นแรงผลักดัน”

“ลูกสาวครับ พิมพ์ลภัสเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ผมมีทุกอย่างในวันนี้”

เพราะมัวคิดถึงอดีต รเมศเลยไม่ได้ยินสิ่งที่วาทิตพูด เลยโดนเย้าว่าเอาแต่จ้องสาวจนลืมเพื่อน

“แสดงว่าหลงเสน่ห์เขาจริงๆถึงได้จ้องเอาจ้องเอา เห็นสวยๆแบบนั้นแต่จริงๆร้ายไม่ใช่เล่นนะเว้ย ฉันได้ยินคนพูดกันว่าเขาน่ะขาวีน เล่นตัว เอาแต่ใจ แถมยัง...”

วาทิตพูดไม่ทันจบ รเมศที่มองตามพิมพ์ลภัสราวกับต้องมนตร์ก็โพล่งออกไป

“ร้ายๆสิดี ผู้หญิงสวยๆก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ...”

ooooooo

สำหรับรเมศ...ผู้หญิงสวยร้ายมีเสน่ห์น่าค้นหา แล้วเขาก็ได้พิสูจน์ความเชื่อของตัวเองเมื่อพิมพ์ลภัสวีนแตกกลางเวทีเดินแบบทันทีที่รู้ว่าชุดฟินาเล่ที่ใส่เป็นของห้องเสื้อมาร์ธาของมาธวีอดีตแม่เลี้ยงคู่ปรับ!

“พิมพ์เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าพิมพ์ไม่ใส่เสื้อผ้าจากมาร์ธา”

“จะบอกอะไรให้นะจ๊ะพิมพ์ คนเป็นมืออาชีพ เขาต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้”

ขาดคำของมาธวี พิมพ์ลภัสก็ตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า “ใครใช้คนอย่างเธอมาสั่งสอน! ฉันรู้นะว่านี่เป็นฝีมือเธอ ทำไม...อยากเห็นฉันใส่ชุดเธอมากนักเหรอ ถ้าฉันไม่ใส่จะนอนตายตาไม่หลับใช่ไหม”

นักข่าวที่มาร่วมงานถ่ายภาพกันอย่างเมามัน รเมศงงมาก วาทิตเลยช่วยอธิบายว่าคู่กรณีของนางแบบขาวีนคือมาธวีอดีตแม่เลี้ยงยังสาวที่ลือกันว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน แถมเธอยังเป็นเจ้าของห้องเสื้อมาร์ธาที่เขาตั้งใจจะแนะนำให้รเมศรู้จัก เผื่อได้ช่วยงานแฟชั่นการกุศลที่จะถูกจัดในโรงแรมเชียงรายจารวีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ชูใจเจ้าของแบรนด์เครื่องเพชรที่มาเปิดแสดงต้องช่วยไกล่เกลี่ย แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่ยอมจบ มาธวีเห็นเป็นโอกาสจะสร้างภาพนางเอกและโยนความผิดทุกอย่างให้อดีตลูกเลี้ยงเลยโพล่งออกไป

“เป็นความผิดของวีเองค่ะพี่ชูใจ วีเคยเคลียร์กับพิมพ์เขาแล้วว่าเราจะยอมสงบศึกกันถ้าวีขอโทษเขา ไม่คิดว่าเขาจะไม่รักษาคำพูด หักหน้าวีไม่พอ ยังกล้าหักหน้าพี่ชูใจด้วย”

พิมพ์ลภัสถึงกับปรี๊ดแตกที่ถูกใส่ร้ายซึ่งๆหน้า “ตอแหล! เคลียร์บ้าเคลียร์บออะไร”

“พิมพ์...ฉันขอโทษเธออีกครั้งก็แล้วกัน ไม่คิดว่าเธอจะจงเกลียดจงชังฉันจนไม่รับฟังเหตุผลของใครทั้งสิ้น ถ้ารังเกียจเสื้อผ้าที่ฉันออกแบบขนาดนี้ก็ถอดออกดีกว่า อย่าให้ชุดของฉันแปดเปื้อนตัวเธอนานๆเลย”

มาธวีพูดพลางส่งสายตาท้าทาย มั่นใจว่าพิมพ์ลภัส คงไม่กล้าถอดให้อายนักข่าว แต่มีหรือคนอย่างนางแบบขาวีนจะยอมแพ้ กระชากชุดฟินาเล่จนขาดร่วงกับพื้นและกระทืบซ้ำด้วยความสะใจ

ทุกคนถึงกับอึ้ง โดยเฉพาะมาธวีที่แสร้งตีหน้าเศร้าทั้งที่ในใจเดือดพล่าน ส่วนรเมศก็ตะลึงกับความร้ายกาจของนางแบบขาวีนมาก แต่ไม่ทันคิดอะไรก็ต้องหน้าตึงเสียก่อน เมื่อเห็นใครบางคนในงาน!

อรอุษาอดีตนางเอกดังและภรรยาของกิตติชัยนั่นเองที่มาร่วมงานนี้ด้วย หญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาถ่ายคลิปฉาวของพิมพ์ลภัสอย่างเมามันตามประสาพวกขี้เม้าท์เลยแทบตั้งตัวไม่ติดเมื่อถูกรเมศตามมาดักหน้าและขู่

“ฝากไปบอกนายกิตติชัยหน่อยแล้วกันว่าถ้ายังไม่หยุด ผมจะจัดการแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน หลักฐานที่ผมมีเล่นงานพวกคุณได้แน่!”

คำขู่ของรเมศทำให้อรอุษาหน้าเสีย สะบัดตัววิ่งหนี เจ้าของโรงแรมหนุ่มจะตามแต่ก็ถูกพิมพ์ลภัสที่วิ่งหนีนักข่าวชนเสียก่อน เลยล้มก้นจ้ำเบ้าทั้งคู่ และนางแบบขาวีนก็ไม่รอช้าเปิดฉากต่อว่า

“นี่นาย! ทีหลังไปทะเลาะกับเมียที่บ้านนะ อย่ามาขวางทางให้คนอื่นเขาเดือดร้อน ถ้าเมื่อกี้ฉันล้มหัวฟาดพื้นพิกลพิการขึ้นมา ฉันจะฟ้องเรียกค่าเสียหายนายให้หมดตัวเลย”

รเมศมัวตะลึงที่ได้เห็นหน้าพิมพ์ลภัส แถมส้นรองเท้าของเธอก็ปักบนรองเท้าเขาด้วย เลยไม่ได้แก้ตัวใดๆ นางแบบขาวีนกำลังโมโหและหงุดหงิด คิดว่าเขาตีมึนทำไม่รู้ไม่ชี้

“นี่ด่าฉันแบบไม่ออกเสียงใช่ไหม ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะได้ไป!”

แหวจบก็ผลักเขากระเด็นและเดินหนีดื้อๆ ทิ้งรเมศให้มองตามอึ้งๆ ไม่โกรธแต่สนใจในตัวนางแบบขาวีนอย่างประหลาด ทั้งที่เธอทำรองเท้าพังแต่เขากลับ ไม่โมโหเลยแม้แต่น้อย

วาทิตตามหารเมศจนเจอและพาไปแนะนำให้รู้จักกับมาธวี จะได้ช่วยงานแฟชั่นของโรงแรมจารวีเชียงราย เจ้าของห้องเสื้อสาวประทับใจในความหล่อและมาดเนี้ยบของรเมศมากจนอดทิ้งสายตาหวานให้ไม่ได้

“คุณรเมศจะจัดแฟชั่นโชว์เกี่ยวกับอะไรเหรอคะ”

“ผ้าทอภาคเหนือครับ พอดีผมได้เป็นที่ปรึกษาสมาคมส่งเสริมอาชีพทอผ้า เลยอยากจัดงานช่วยสมาคมน่ะครับ”

“วีเองก็สนใจเสื้อผ้าพื้นเมืองอยู่เหมือนกัน ขอให้มาร์ธาเข้าร่วมโชว์ด้วยได้ไหมคะ”

“ยินดีเลยครับ ผมไม่ได้อยู่ในแวดวงแฟชั่น แต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงแบรนด์มาร์ธามาพอสมควร แล้วก็นับว่าโชคดีมากๆที่ได้เห็นผลงานของคุณในงานเปิดตัวคอนโดที่หัวหินเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ชุดของคุณสวยมากครับ ถ้าได้คุณวีมาร่วมงานด้วยคงมีคนสนใจงานนี้อีกมากเลยล่ะครับ”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"
17 พ.ย. 2562
07:01 น.