ตอนที่ 6
เพียงเห็นจี้มุกสีชมพูล้อมเพชรที่ยามนำมาให้ หลังจากมุกเล่นคอนเสิร์ตเสร็จ มุกก็รู้ทันทีว่าเสือเดินทางมาอังกฤษ มุกจึงรีบออกไปตามหาเสือ แต่ด้วยความขี้ขลาดและเห็นเพื่อนหนุ่มชาวอังกฤษตามมุกออกมา ทำให้เสือไม่พอใจจนไม่ยอมออกไปเจอหน้ามุก
มุกเศร้าซึมกลับที่พักพร้อมไมเคิลและลิลลี่ ความน้อยใจทำให้มุกร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน
"ทำไมพี่เสือถึงต้องหนีมุกด้วย มุกทำอะไรผิด พี่เสือถึงได้เกลียดมุก ไม่ยอมพบหน้ามุกแบบนี้"
"พี่เขาไม่ได้เกลียดมุกหรอกจ้ะ ถ้าเกลียดมุก แล้วจะเอาจี้มาให้ทำไมล่ะจ๊ะ"
"ก็จะได้จบๆเรื่องที่รับปากเอาไว้น่ะสิคะ"
"มุก ฟังพ่อนะลูก...พ่อมีเรื่องอยากจะสารภาพกับมุก... พ่อเป็นคนสั่งห้ามเสือติดต่อกับมุกเอง"
มุกตกใจไม่อยากเชื่อหูตัวเอง หลังจากฟังเหตุผลของพ่อแล้ว มุกกลับเข้าห้องส่วนตัว เขียนจดหมายถึงพี่เสือของตนอีกครั้ง
"มุกอยากจะโกรธแล้วก็เกลียดพี่เสือจริงๆเลย มาอังกฤษทั้งทีก็ไม่ยอมมาหามุก รู้ไหมคะว่าพี่เสือทำให้มุกร้องไห้มากขนาดไหน คุณพ่อเล่าเรื่องสั่งห้ามพี่เสือติดต่อกับมุกให้ฟังแล้ว มุกเข้าใจสิ่งที่คุณพ่อทำค่ะ มุกไม่โกรธคุณพ่อหรอกค่ะ...ขอบคุณมากนะคะสำหรับจี้ มุกจะใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลา...ไม่ได้ใส่เพื่อเตือนให้ไม่ลืมพี่เสือนะคะ เพราะมุกไม่มีวันลืมอยู่แล้ว แต่ที่มุกใส่เพื่อแสดงว่าพี่เสือไม่เคยลืมมุกตะหากค่ะ"
ooooooo
ถึงวันเปิดโรงแรมระดับห้าดาวของเสือ ต้องตาเป็นคนตัดริบบิ้นปล่อยป้ายผ้าลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ท่ามกลางเสียงปรบมือของเสือ ณรงค์ เสี่ยเส็ง และแขกเหรื่อที่มาร่วมงานมากมาย
ต้องตาอวยพรแต่สิ่งดีๆให้กับเสือ ขณะที่เสี่ยเส็งก็ดูจะประจบเสือสุดๆเหมือนกัน
"คุณเสือเป็นคนเก่งมากนะครับ ผมเห็นคนมามาก แต่ไม่เคยเห็นคนหนุ่มที่ไหนก้าวหน้าเร็วเหมือนคุณเลย"
"ขอบคุณครับ ไหนๆวันนี้เสี่ยเส็งก็ให้เกียรติมาแล้ว ลองใช้บริการที่โรงแรมผมหน่อยสิครับ ทุกอย่างลงบัญชีผมได้เลย"
"ขอบคุณมากคุณเสือ ไม่ใช่สิ ต่อไปนี้ต้องเรียกเสี่ยเสือถึงจะถูก"
ระหว่างนี้ ยุ้ยถือกล่องของขวัญตรงมาแสดงความยินดีกับเสือ เสือรับไว้ตามมารยาท แต่เสี่ยเส็งกลับเข้าใจไปว่ายุ้ยคือแฟนของเสือ จึงพูดแซวเสือว่า มีกำลังใจดีแบบนี้นี่เอง เสือถึงสู้งานไม่ถอย...
ขณะเดียวกันนั้นที่บ้านพิศุทธ์ ศุภฤกษ์กำลังระเบิดอารมณ์ใส่เพ็ญพิศุทธ์ด้วยความโมโห
"ผมบอกคุณแล้วคุณก็ไม่เชื่อผม ทีนี้เป็นไงล่ะ ไอ้เสี่ยเส็งมันป้อหน้าป้อหลังซะขนาดนั้น อีกไม่ช้ามันคงได้ ไอ้เสือเป็นเด็กในคาถาของมันแน่"
"เป็นก็เป็นไปสิ ยังไงฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่ามันได้
ไอ้เด็กนั่นไปคนเดียว แล้วฉันจะสอบตก ตั้งแต่จังหวัดนี้มีการเลือกตั้งมา มีครั้งไหนบ้างที่ตระกูลฉันไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่เห็นจะต้องกลัวเลย"
"ทะนงตนเข้าไปเถอะ จะบอกอะไรให้เอาบุญ พวกเด็กวัยรุ่น คนทำงาน มันชอบไอ้เสือจะตายไป ใครๆก็อยากเป็นอย่างมันกันทั้งนั้น คะแนนเสียงกลุ่มนี้ไม่น้อยเลยนะ บวกกับเงินของไอ้เสี่ยเส็งอีก ตำแหน่ง ส.ส.คุณไม่สะเทือนมั่งก็เกินไปล่ะ"
"แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง จะให้ลงทุนไปกราบกรานไอ้เด็กนั่นมาเข้าพรรคเหรอ"
"ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก แค่ไปยินดี พูดคุยดีๆกับมันบ้างก็พอ ไม่ใช่เอะอะก็เกรงใจลูกอยู่นั่นแหละ เวลาคุณสอบตก ลูกคุณช่วยคุณได้ไหมล่ะ"
"ถึงพลอยจะช่วยฉันไม่ได้ แต่พลอยก็เป็นลูกฉัน ฉันไม่มีวันเห็นคนอื่นดีกว่าลูกตัวเองหรอก...คุณก็คอยดูต่อไปแล้วกัน ยังไงตระกูลพิศุทธ์ก็ต้องชนะการเลือกตั้งครั้งนี้และทุกๆครั้งแน่นอน"
เพ็ญพิศุทธ์สะบัดหน้าเดินหนีไปโดยไม่แคร์ศุภฤกษ์ แม้แต่น้อย ศุภฤกษ์เจ็บใจ พึมพำด้วยความอาฆาต
"ผยองไปเถอะ อย่าให้กูปีกกล้าขาแข็งกว่านี้นะมึง"
ooooooo
ทั้งที่ใครๆก็รู้ว่าพลอยคบกับเศรษฐ์หลายปี แต่พอรู้จักแฮรี่ได้ไม่เท่าไหร่ พลอยก็ทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาอย่างออกนอกหน้า ทำให้โยธิตที่ยังคงหวังในตัวพลอยอดโมโหหึงหวงไม่ได้ ถึงขนาดมาพาลเอากับเศรษฐ์ เพียงเพราะวันนี้เห็นตำตาว่าพลอยเริงร่าอยู่กับแฮรี่ที่สระน้ำ
"นี่คุณยังจะใจเย็นอยู่ได้อีกเหรอ แฟนคุณกำลังจะถูกไอ้ฝรั่งนั่นคาบไปอยู่แล้วไม่เห็นรึไง"
"มันเป็นสิทธิของพลอยที่เขาจะเลือก แต่ถ้าการเลือกของเขามันทำให้ผมได้ประโยชน์ ก็ถือว่าได้กำไรด้วยกันทุกฝ่าย"
"พูดยังงี้ แกคิดจะใช้คุณพลอยเป็นบันไดนี่หว่า"
"ไม่เอาน่าโยธิต คุณรู้จักพลอยมาก่อนผมอีก อย่างพลอยเขาไม่รักใครจริงหรอก เจอคนดีกว่าก็พร้อมถีบหัวเราส่งได้ตลอดเวลา" เศรษฐ์ยิ้มยักไหล่เดินเลี่ยงไปอย่างไม่แคร์ โยธิตมองตามด้วยความเจ็บใจ แต่พอหันไปมองพลอยอี๋อ๋อกับแฮรี่ก็เจ็บใจยิ่งกว่า เพราะเศรษฐ์พูดไม่ผิดแม้แต่นิดเดียว
ooooooo
ยุ้ยอารมณ์ดีกลับเข้าบ้าน หลังจากไปอยู่โรงแรมเสือมาเกือบทั้งวัน แต่พอเดินผ่านห้องทำงานต้องตกใจสุดขีด เห็นพ่อกำลังเอาปืนจ่อขมับ ยุ้ยถลาไปแย่งปืนจากมือพ่ออย่างรวดเร็ว
"ป๊าไม่เหลืออะไรแล้ว แกจะมาห้ามป๊าทำไม"
"นี่มันอะไรกันน่ะป๊า ทำไมป๊าต้องทำแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้น"
"ก็ไอ้โครงการของป๊าที่มาเลย์น่ะสิ มันเจ๊งหมดแล้ว พวกเราหมดตัวแล้วยุ้ย ที่ซุกหัวนอนก็จะไม่มี"
"งั้นป๊าไปขอให้คุณเพ็ญเธอช่วยสิ เงินแค่นี้คงไม่มีปัญหาหรอก"
"ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงได้ แต่ตอนนี้ไอ้ศุภฤกษ์มันคุมทุกอย่างหมดแล้ว มันขัดแข้งขัดขาป๊าทุกอย่าง เราเข้าไม่ถึงคุณเพ็ญหรอก"
"พี่โยก็ดีแต่ผลาญ ไม่เคยคิดช่วยอะไรกันเลย"
"ที่จริงก็ยังพอมีเหลืออีกทาง"
"ทำยังไงคะป๊า"
"ยุ้ยยังจำเศรษฐีมาเลย์ที่ป๊าเคยแนะนำให้รู้จักได้มั้ย เขาสนใจลูกมากเลยนะ"
"มันแก่กว่าพ่ออีกนะ"
"แก่แต่รวยล้นฟ้า เขาช่วยเราผ่านวิกฤติครั้งนี้ได้แน่" พ่อมองลูกสาวด้วยสีหน้าแววตาขอร้อง ยุ้ยผงะตกใจมาก คิดไม่ถึงว่าพ่อจะหาทางแก้ปัญหาด้วยการขายตนให้เศรษฐีแก่ๆแบบนี้
ooooooo
ที่หน้าห้องเช่าแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มินตรากำลังยื้อยุดกระเป๋าเสื้อผ้าของยิ่งยศ เพราะไม่ยอมให้ยิ่งยศไปจากตน
"ได้งานขับรถให้ไอ้ศุภฤกษ์ ไม่เอาก็โง่แล้ว มึงจะถ่วงมือถ่วงตีนกูทำไมวะ" ยิ่งยศตวาดลั่น...มินตราแค้นจัดกระชากกระเป๋าเต็มที่ ยิ่งยศทำท่าจะสู้ไม่ได้เลยปล่อยมือ ทำให้มินตราเสียหลักล้มลง ยิ่งยศฉวยโอกาสนี้คว้ากระเป๋าเปิดแนบไปเลย
มินตราลุกขึ้นได้ก็วิ่งไล่กวด พร้อมกับตะโกนด่าไม่นับ แต่ยิ่งยศวิ่งหนีไม่เหลียวหลัง มินตราทั้งเหนื่อยทั้งโมโหยืนหอบแฮ่กๆ
"ไอ้ยิ่งมันทิ้งพี่อีกแล้วเหรอ" เพื่อนสนิทข้างห้องร้องถาม
"มึงก็เห็นอยู่ เสือกถามอีก...ญาติมันฝากงานให้ ถีบหัวกูส่งเลย ไอ้เวรนี่เลี้ยงไม่เชื่อง"
"เออนี่...ฉันมีเรื่องใหญ่จะเล่าให้พี่ฟัง"
"อะไรวะ ร้านสเต๊กไอ้เสือมันเจ๊งเหรอ"
"ไม่ใช่...พี่ไม่ได้กลับบ้านมากี่ปีแล้ว"
"ก็ตั้งแต่พ่อไอ้เสือมันมาอยู่ด้วยนั่นแหละ ข้าขยะแขยง กลัวตายไม่สวย ไม่กล้ากลับไปหรอก"
"พี่ตกข่าวใหญ่แล้วรู้ตัวมั้ย ตอนนี้ลูกชายพี่กลายเป็นเจ้าของโรงแรมไปแล้ว"
"โรงแรมจิ้งหรีดคืนละร้อยเหรอวะ"
"โรงแรมห้าดาวใหญ่ที่สุดในจังหวัด เขาว่ารวยเป็นร้อยๆล้านเลยนะพี่มิน"
"น้ำหน้าอย่างไอ้เสือน่ะเหรอจะเป็นเศรษฐีร้อยล้าน มึงอย่ามาล้อกูเล่นหน่อยเลย"
"ฉันจะมาหลอกพี่ทำไมล่ะ นึกแล้วว่าต้องไม่เชื่อ ฉันมีเอกสารมายืนยันด้วย" เพื่อนหยิบโบรชัวร์แผ่นพับของโรงแรมส่งให้ มินตรารับมาดูตาโตลุกวาวขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่าเสือ
กลายเป็นเศรษฐีไปแล้วจริงๆ
เพียงไม่ทันข้ามวัน มินตราก็แจ้นกลับมาที่บ้านต้องตา ทวงเงินส่วนแบ่งจากณรงค์อย่างหน้าด้านๆ
"ทีตอนข้าขายที่ ข้ายังแบ่งให้เอ็งเลย คราวนี้เอ็งก็ต้องแบ่งให้ข้าเหมือนกัน ยี่สิบล้าน จ่ายมาเลยไอ้รงค์"
"พี่แบ่งให้ฉันห้าพันแต่พี่จะเอายี่สิบล้านเนี่ยนะ อย่างมากฉันก็ใช้ห้าพันคืนพี่ จะเอาไม่เอาก็ตามใจ"
มินตราไม่พอใจหันขวับไปเล่นงานเสือแทน "ไอ้เสือ ฉันเป็นแม่เอ็งนะ ฉันอุ้มท้องเอ็งมาตั้งเก้าเดือน ลำบากลำบนสารพัด ตอนเอ็งเกิด แม่ก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด เอ็งเคยคิดจะตอบแทนบุญคุณแม่บ้างมั้ย"
"นั่น แผนสอง พอแผนหนึ่งด่าไม่สำเร็จ ก็ใช้แผนสองทวงบุญคุณ เดี๋ยวแกคอยดูแผนสามออดอ้อนยายแกนะเสือ"
"ไอ้เป๋ ปากเก่งนักนะมึง" มินตราตวาดน้องชาย แล้วเข้าไปอ้อนแม่ ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ "แม่ ไอ้เสือกับไอ้รงค์ มันโกงฉัน แม่ต้องให้ความเป็นธรรมกับฉันนะ พวกมันสบาย แต่ฉันลำบากอยู่คนเดียว แม่ทนดูฉันอดตายต่อหน้าต่อตาได้เหรอ"
"ข้าช่วยอะไรเอ็งไม่ได้หรอกนังมิน เงินของมัน ไม่ใช่ เงินข้า เอ็งต้องคุยกับมันเอาเอง"
"เสือไม่ได้รวยอะไรหรอกนะแม่ เงินทุกบาททุกสตางค์ก็กู้เขามาทั้งนั้น ถ้าแม่อยากได้เงิน ก็ต้องร่วมเป็นหนี้กับเสือด้วย แม่เอามั้ยล่ะ"
"เงินตั้งเป็นร้อยล้าน ใครจะไปยอมแบกกับแก"
"งั้นเสือก็ช่วยแม่ได้แค่เงินเดือน แต่มีข้อแม้ แม่ต้องช่วยดูแลยาย...ยายไม่ยอมย้ายไปอยู่โรงแรม ทุกวันนี้ เสือกับน้ารงค์ก็เลยต้องผลัดกันเฝ้ายาย ถ้าแม่ช่วยรับหน้าที่นี้แบ่งเบาให้พวกเรา เสือจะให้แม่เดือนละหกพัน"
"กูไม่ใช่ขอทานนะไอ้เสือ หกพันจะพอยาไส้อะไรวะ"
"ถ้าไม่เอา พี่ก็นั่งๆนอนๆในบ้านนี้ไปก็แล้วกัน แต่พวกฉันจะไม่จ่ายพี่แม้แต่บาทเดียว" คำพูดณรงค์ทำเอามินตราฮึดฮัดด้วยความเจ็บใจ แต่ก็ไม่ยอมเถียงต่อเหมือนยอมรับกลายๆ
"ตกลงจะเอาเงินเดือนมั้ยนังมิน"
"กำขี้ดีกว่ากำตดล่ะแม่" มินตราค้อนใส่เสือและณรงค์ ก่อนสะบัดหน้าเดินลงส้นกลับเข้าห้องนอน...สองน้าหลานหันมายิ้มให้กัน ในที่สุดก็ปราบพยศมินตราได้อีกครั้ง
ooooooo
ทันทีที่เห็นรูปเพ็ญพิศุทธ์โอบกอดมุกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสรักใคร่ในหนังสือพิมพ์ พลอยกรีดร้องบ้านแทบแตกแล้วฉีกหนังสือพิมพ์เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยความริษยาน้อง เพ็ญพิศุทธ์ตกใจกับเสียงของลูกสาว วิ่งลงมาจากข้างบนหน้าตาตื่น
"เป็นอะไรพลอย"
"คุณแม่แอบไปหายัยมุกมันทำไม"
"ก็มุกเขามาแสดงที่สิงคโปร์ แม่ไปดูงานพอดี ก็เลยแวะไปเยี่ยมน้อง ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่ลูก"
"เพราะตอนนี้มันดังใช่มั้ยล่ะ คุณแม่ถึงได้เอาอกเอาใจมันนัก ทีเมื่อก่อนไม่เคยเห็นจะสนใจไยดีอะไรมันเลย"
"พลอยไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน แม่ก็รักลูกทุกคนเท่ากัน แต่แม่เห็นว่ามุกมีพร้อมทั้งพ่อทั้งแม่ ส่วนพลอยกับพี่เพชรเหลือแม่คนเดียว แม่ก็เลยเอาใจใส่พลอยกับเพชรมากกว่าก็เท่านั้นเอง"
"คุณแม่ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ตอนนี้พลอยเป็นหมาหัวเน่าแล้วนี่ ไม่มีใครสนใจพลอยซักคน"
พลอยเอาแต่ใจเดินปึงปังออกไปขึ้นรถ ขับพุ่งออกไปด้วยความเร็ว แล้วเกือบจะเฉี่ยวชนรถคันหรูของเสือที่แล่นสวนมาตรงทางโค้ง พลอยผิดเพราะแล่นคร่อมเลน แต่พลอยกลับกล่าวโทษเสือว่าขับไม่มองทาง
"คุณขับรถคร่อมเลน ไม่รู้ตัวเลยเหรอ แล้วถนนเส้นนี้เขาก็ห้ามขับเกินแปดสิบ คุณควรจะเคารพกฎจราจร"
"คางคกขึ้นวอ ฟลุกรวยเข้าหน่อยทำเป็นผยอง"
เสือส่ายหน้า ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคนพาล จะเดินกลับมาขึ้นรถ
"คอยดูนะ ฉันจะต้องหาช่องทางทำธุรกิจให้รวยกว่าแก ฉันจะต้องได้ดีกว่าแกให้ได้"
"ผมว่าคุณคิดหาทางรักษาสมบัติของตระกูลไม่ให้ถูกผลาญจนหมดให้ได้ซะก่อนเถอะครับ"
"ไอ้เสือขี้เรื้อน" พลอยตะโกนด่า เสือไม่ตอบโต้ เดินยิ้มๆมาขึ้นรถขับออกไป ปล่อยให้พลอยมองตามด้วยความโกรธแค้นใจอยากเอาชนะ
มาถึงโรงแรม เสือต้องแปลกใจเมื่อเลขาฯรายงานว่าเพื่อนชื่อโยธิตมารอพบ โยธิตเดือดร้อน บ้านที่อยู่อาศัยกำลังจะโดนยึด เขาจึงบากหน้ามาขอความช่วยเหลือเรื่องเงินจากเสือ ทั้งที่เมื่อก่อนโยธิตไม่เคยเห็นเสืออยู่ในสายตา ซ้ำยังดูถูกเหยียดหยามต่างๆนานามาตลอด
เมื่อเจรจากันแล้วเสือไม่ตกลง โยธิตโกรธจัดตะโกนด่าเสืออย่างหยาบคาย จนเสือต้องให้ รปภ.มาลากตัวออกไป โยธิตแค้นแสนแค้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากกลับไปก่นด่าสาปแช่งเสือให้พ่อและน้องสาวฟังที่บ้าน
"ไม่ให้ยืมไม่พอนะป๊า มันสั่งลูกน้องลากผมออกไปยังกะหมูกะหมา ป๊าคอยดูนะ รวยขึ้นมาเมื่อไหร่ จะเปิดโรงแรมแข่งกับมัน ให้มันเจ๊งยับไปเลย"
"ตอนเปิดร้านอาหารแข่งกับมัน ยังยับไม่พอใช่มั้ย ตอนนี้ไม่ต้องคิดเรื่องรวยแล้วไอ้โย อีกไม่กี่วันแบงก์ก็มายึดบ้านหลังนี้แล้ว แกควรจะคิดหาที่ซุกหัวนอนให้ได้ก่อนจะดีกว่า"
โยธิตฮึดฮัดไม่พอใจ แต่ก็หมดทางจะช่วยกู้สถานการณ์ เหมือนกัน จู่ๆยุ้ยก็พูดโพล่งขึ้นมาว่า
"ไม่มีใครมายึดบ้านเราได้ทั้งนั้นล่ะป๊า ป๊านัดเพื่อนเศรษฐีของป๊าให้เจอยุ้ยได้เลย"
"แกยอมเป็นเมียน้อยมันแล้วเหรอยุ้ย"
ยุ้ยน้ำตาร่วงผล็อย ลุกหนีขึ้นข้างบน โยธิตเห็นแก่ตัว ไม่ได้คิดถึงหัวอกของน้องสักนิด แสดงท่าทีดีใจ บอกป๊าว่าเรารอดตายแล้ว แต่คนเป็นพ่อพูดอะไรไม่ออก สีหน้าเคร่งเครียด เศร้าใจที่ถึงคราวต้องขายลูกกินจริงๆ
ooooooo
ตอนเช้าออกจากบ้านไปเพราะโกรธแม่ พอตกค่ำกลับเข้าบ้าน พลอยก็มาบอกแม่กับพี่เพชรว่าเธอจะแต่งงานกับแฮรี่ ทั้งแม่และพี่ชายตกใจกันใหญ่ โดยเฉพาะแม่เตือนพลอยว่าการแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นขายของ แล้วแฮรี่เป็นใคร แม่เพิ่งจะเคยได้ยินชื่อวันนี้เอง
"เขาเป็นมหาเศรษฐีเพลย์บอยน่ะครับแม่ เห็นว่าจะมาลงทุนสร้างบ้านจัดสรรระดับพรีเมียมที่นี่ แต่ก็ไม่รู้จะเอาแน่เอานอนได้แค่ไหน" เพชรอธิบาย
"จะแค่ไหนพลอยไม่สนหรอก รู้แต่ว่าเขารับปากพลอยว่าเราจะกลับไปจัดงานแต่งงานที่อเมริกา เอาให้อลังการชนิดดังข้ามทวีปไปเลย คุณแม่เตรียมตัดชุดสวยๆไว้ได้เลยนะคะ รับรองว่างานนี้แม่จะดังยิ่งกว่ามีลูกเป็นนักไวโอลินหลายเท่าตัว" พูดเสร็จพลอยเดินเชิดเลี่ยงไป
"พลอย กลับมานั่งคุยกับแม่ให้รู้เรื่องก่อน"
"เดี๋ยวผมคุยกับน้องเองครับแม่"
เพชรตามพลอยไปทันกันตรงหน้าห้องนอน พลอยหน้าหงิกมองพี่ชายอย่างไม่สบอารมณ์
"อะไรกันอีกพี่เพชร นี่มันชีวิตส่วนตัวพลอยนะ ที่พลอยเล่าให้ฟังก็เพื่อให้รับทราบเฉยๆ ไม่ได้ขออนุญาตใคร"
"พี่ไม่รู้หรอกนะ ว่าพลอยทำไปเพื่ออะไร หรือเพราะอยากจะเอาชนะใคร พี่รู้แต่ว่าสิ่งที่พลอยทำมันจะทำร้ายตัวพลอยเอง พลอยเพิ่งรู้จักไอ้หมอนั่นไม่ถึงสองอาทิตย์เลย จะไว้ใจไปแต่งงานกับมันได้ยังไง"
"เวลามันไม่ใช่บทพิสูจน์ทุกอย่างหรอกนะพี่เพชร ใครจะรู้ว่าพลอยกับแฮรี่อาจจะรักกันมาก อยู่กันจนแก่จนเฒ่าก็ได้"
"พี่ไม่เชื่อหรอก พี่รู้จักพลอยดี พลอยอาจจะชอบบริหารเสน่ห์ แต่ไม่ใช่คนรักใครได้ง่ายๆ หยุดทุกอย่างตอนนี้ดีกว่านะพลอย เชื่อพี่เถอะ"
พลอยเงียบไปครู่หนึ่ง ลังเลว่าจะเอายังไงดี เพราะพี่เพชรพูดถูกทุกอย่าง แต่แล้วพลอยปัดมือเพชรออก ทิฐิขึ้นหน้า
"พี่เพชรไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า พลอยเดินหน้าแล้วไม่ยอมถอยหลังเด็ดขาด พลอยต้องดังกว่ามุก และต้องรวยกว่าไอ้เสือ"
"คิดอะไรสั้นๆ"
"ก็ดีกว่าคิดยาวๆ ฝันสูงๆ อยากเป็น ส.ส.อย่างพี่เพชร แต่ไม่มีปัญญาทำได้ก็แล้วกัน"
เพชรเงียบกริบ น้องสาวพูดเสียดแทงได้เจ็บลึก...แม้จะห่วงน้องแค่ไหน แต่ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง ต่อไปเพชรก็จะไม่พูดอะไรอีก
ooooooo
เสือมีห้องส่วนตัวที่โรงแรม ณรงค์เองก็เช่นกัน แต่ค่ำนี้ณรงค์แวะไปดูแม่ที่บ้าน แม้เสือจะจ้างพยาบาลไว้ดูแลยายอย่างใกล้ชิด เพราะยายเริ่มหลงๆลืมๆ ณรงค์ก็อดเป็นห่วงแม่ไม่ได้ ส่วนมินตรายิ่งไว้ใจไม่ได้ใหญ่ ดีแต่รับปากและรับเงินเดือนจากเสือ แต่ไม่เคยจะเอาใจใส่ ทั้งที่เป็นแม่ของตัวเองแท้ๆ
ณรงค์แวะไปพักใหญ่ๆก็กลับมาหาเสือที่โรงแรม พอดีเสือกำลังตัดข่าวของมุกเก็บไว้ ณรงค์เห็นแล้วทอดถอนใจ สงสารเสือที่เฝ้าทำดีกับมุกตลอดมา แต่มันจะมีความหมายอะไร เพราะมุกไม่เคยรู้เลย
"เสือก็ไม่ต้องการความหมายอะไรนี่น้า น้องมุกเป็นเพื่อนคนเดียวในชีวิตของเสือ เพื่อนทำเพื่อเพื่อนแค่นี้เรื่องเล็ก"
"เอาเถอะ หลอกตัวเองแล้วมีความสุข มีกำลังใจสู้งาน ก็ทำไป" ว่าแล้วณรงค์ก็แยกตัวไปพักผ่อน ปล่อยให้เสือมีความสุขกับข่าวคราวความเคลื่อนไหวของมุกตามลำพัง
ooooooo
พลอยแต่งงานกับแฮรี่แล้วย้ายไปอยู่อเมริกา แต่อยู่กันได้แค่สามเดือนพลอยก็จับได้ว่าแฮรี่นอกใจแอบมีสัมพันธ์กับสาวใช้ พลอยซึ่งเป็นคุณหนูอารมณ์ร้ายอยู่แล้วมีหรือจะทนได้ เธอตัดสินใจเลิกกับแฮรี่แล้วกลับเมืองไทยทันที เพ็ญพิศุทธ์เห็นลูกสาวหอบสัมภาระจำนวนมากกลับมาก็ตกใจจนหน้าถอดสี
"อะไรกันพลอย แต่งงานไม่ถึงสามเดือน หนูจะหย่าแล้วเหรอลูก"
"พลอยไม่ฆ่ามันตายก็บุญเท่าไหร่แล้ว แม่ดูมันทำกับพลอยสิ หน้าอย่างนังแป้นมันยังเอาเป็นเมียได้ ไอ้ลามก... แม่จะให้พลอยทนใช้สามีร่วมกับคนใช้รึไงคะ"
"ก็พี่บอกเราแล้วว่าให้ดูให้ดีก่อน เราก็ไม่เชื่อพี่ ดันทุรังจะแต่งงานให้ได้ สุดท้ายเป็นไงล่ะ"
"พี่เพชร พลอยล้มแล้วไม่ต้องมาซ้ำกันเลยนะ"
"เตรียมตัวเป็นขี้ปากชาวบ้านได้เลย" เพชรพูดลอยๆ แล้วเดินเลี่ยงออกไปทางครัว
"น่าจะไปตั้งนานแล้ว" พลอยกระแทกเสียงหมั่นไส้พี่ชาย
"ไม่เอาน่าพลอย พี่เพชรเขาพูดก็เพราะหวังดี จะมาทะเลาะกันเองอีกทำไม" พลอยสะบัดสะบิ้งทิ้งค้อน เพ็ญพิศุทธ์เห็นแล้วยิ่งเหนื่อยใจ "แล้วพลอยหนีกลับมาเนี่ย จัดการเรื่องสินสมรสเรียบร้อยแล้วเหรอ ถ้าไม่แน่ใจอะไรอย่าเพิ่งเซ็นชื่อไปนะ แม่จะให้ทนายของเราไปจัดการให้"
"ไม่ต้องจัดการอะไรหรอกค่ะคุณแม่ สตางค์แดงเดียวพลอยก็ไม่อยากได้ของมัน"
"หรือมันไม่ให้กันแน่" เสียงเพชรลอยมา พลอยหันขวับไปจ้องเพชรที่เดินกลับมาพร้อมแก้วน้ำในมือ "พี่ถามจริงๆเถอะ แกได้จดทะเบียนกับมันแน่รึเปล่า หรือว่าแค่บินตามไปอยู่กับมันเฉยๆ"
พลอยหน้าเสีย รีบเก็บอาการ ลุกขึ้นฉะเพชรเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น
"พี่เพชรจะหาเรื่องพลอยไปถึงไหน แค่นี้ยังเห็นพลอยเสียใจไม่พอรึไง"
"เพชรกลับขึ้นห้องไปก่อนเลยไป" แม่ออกปากอย่างเอือมๆ
"สรุปว่างานนี้เรามีแต่เสียกับเสีย เพราะอารมณ์ชั่ววูบแท้ๆ เดี๋ยวนักข่าวรู้ก็ได้ดังกว่ามุกสมใจแกแน่"
พลอยจนตรอกเถียงไม่ขึ้น กรี๊ดเต้นเร่าๆ ผลักเพชรแล้ววิ่งขึ้นบ้านไปเลย...เพ็ญพิศุทธ์และเพชรหันมองหน้ากันด้วยความอ่อนใจระคนหนักใจ ที่จะต้องรับปัญหารักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลต่อจากนี้
ooooooo
เย็นวันหนึ่ง ที่ห้องจัดเลี้ยงภายในโรงแรมธอร์น-ตันของเสือมีงานเลี้ยงปลดเกษียณอายุราชการของครูวิไล บรรดาลูกศิษย์ลูกหามาต่อแถวอำลาครูวิไลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กลางเวที โดยลูกศิษย์แต่ละคนเข้ามากราบและมอบของขวัญเป็นที่ระลึกให้ครูวิไล
เสือมอบกล่องกำมะหยี่สีแดงให้ครูวิไล ข้างในคือทองคำแท่งจำนวนหนึ่ง ครูวิไลเห็นแล้วอึ้ง บอกเสือว่าครูรับไม่ได้หรอก มันมากเกินไป
"ไม่มากเลยครับครู มันยังน้อยไปด้วยซ้ำถ้าเทียบกับความเมตตาที่ครูมีให้ผม ถ้าไม่มีครูคอยชี้นำ คอยอบรมสั่งสอนจ้ำจี้จ้ำไชให้ผมเรียน ผมไม่มีทางมีวันนี้หรอกครับ ตอนนี้ผมสบายแล้ว ผมก็อยากเห็นครูที่ผมรักและเคารพที่สุดสบายขึ้นด้วย...รับไว้เถอะนะครับครู"
ครูวิไลตื้นตันใจ พยักหน้ารับพร้อมน้ำตาคลอๆ "รวยมากขึ้นก็ต้องเป็นคนดีให้มากขึ้นตามไปด้วยนะพยัคฆ์ เชื่อครูนะ หมั่นทำบุญทำทานช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก พยัคฆ์จะเป็นคนที่รวยทั้งเงินทองรวยทั้งความสุข"
"ครับครู" เสือก้มกราบแทบตักครูวิไลอีกครั้ง ครูวิไลยิ้มปลื้มใจ ลูบหัวเสือด้วยความเอ็นดู ไม่เสียแรงที่ช่วยเหลือมาตลอด ในที่สุดเสือก็ประสบความสำเร็จ และเป็นคนดีของสังคมสมกับความตั้งใจของครูคนนี้จริงๆ
ooooooo
ขณะเดียวกันนั้นในห้องประชุมของโรงแรม ณรงค์ใส่สูทผูกเนกไทนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม โดยมีผู้จัดการแผนกต่างๆร่วมประชุม บรรยากาศการประชุมเป็นกันเองไม่เคร่งเครียด
"หลังจากที่พวกเราเหน็ดเหนื่อยกันมาหลายปี ในที่สุดโรงแรมของเราก็ใช้หนี้คืนแบงก์ได้หมดซะที" สิ้นเสียงของณรงค์ เสียงปรบมือของทุกคนดังกราวขึ้น "ถือว่าตบมือให้กับพวกเราทุกคนก็แล้วกันนะ มาฟังข่าวดีกันต่อ คุณเสืออยากจะตอบแทนทุกคนด้วยการให้โบนัสคนละสามเดือน คุณเสือจะกันเงินกำไรส่วนหนึ่งเอาไว้ปรับปรุงโรงแรม ส่วนที่เหลือกำลังคิดจะลงทุนเพิ่มเติม
แต่ยังไม่รู้จะทำอะไรดี ใครมีอะไรจะแนะนำมั้ย"
"ซื้อที่ทำตลาดดีไหมคะคุณณรงค์ ดิฉันได้ข่าวมาว่าเขากำลังจะย้ายตลาดริมน้ำ ถ้าเราลงทุนซื้อที่เปิดตลาดใหม่รอไว้ก่อน นอกจากจะได้เงินค่าเช่าแล้ว เรายังได้วัตถุดิบมาใช้ในโรงแรมราคาถูกลงอีกนะคะ"
ณรงค์มีท่าทางสนใจขึ้นมาทันที นับว่าเป็นข่าวใหม่ที่ตนไม่เคยรู้มาก่อน จึงซักถามผู้จัดการสาวที่เป็นคนนำเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างละเอียด แล้วหลังจากนั้นในตอนค่ำ ณรงค์ก็กลับไปหาเสือที่บ้านหลังใหญ่ที่เสือสร้างขึ้นมาใหม่แทนบ้านหลังเก่าของยาย โดยให้ยายกับน้าชายอยู่อย่างสุขสบาย
"น้าให้คนเช็กข่าวแล้ว เทศบาลเขาจะยกเลิกตลาดเพราะมันทำลายทัศนียภาพ"
"แล้วย้ายตลาดไปอยู่ที่ไหนล่ะครับ"
"ตรงคู้จันโน่น งานนี้ ส.ส.เพ็ญพิศุทธ์แกเป็นตัวตั้งตัวตี เพราะแกกะจะให้ย้ายเข้าไปในที่ดินของแก"
"คู้จันไกลจะตาย อย่างนี้พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ต้องเสีย
ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกสิน้า แล้วแถวนั้นก็มีแต่ฝรั่งอยู่ พอหมดหน้าท่องเที่ยวแล้วจะขายกันได้เหรอครับ"
"น้าถึงได้ชวนเสือสร้างตลาดใหม่นี่ไง นอกจากจะได้เงินแล้วนะ ยังได้ช่วยเหลือคนอื่นด้วย โดยเฉพาะพวกเพื่อนฝูงเก่าแก่ที่ขายของมาด้วยกัน"
เสือหน้าขรึมลง ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดี ระหว่างนี้
นภารัตน์หรือนก พยาบาลประจำตัวของต้องตาเดินออกมาหาเสือและณรงค์
"คุณเสือคะ ผ้าอ้อมของคุณยายหมดแล้วค่ะ นกขอเบิกเงินไปซื้อด้วยนะคะ"
"อ้าว วันก่อนผมเพิ่งให้ไปตั้งหมื่นนึง หมดแล้วเหรอครับ"
"พอดีคุณมินเธอแวะมาน่ะค่ะ ก็เลย..."
"นี่พี่มินขโมยเงินแม่อีกแล้วเหรอ แย่จริงๆ" ณรงค์
บ่นไปส่ายหน้าไปอย่างสุดแสนจะระอา เสือเองก็เช่นกัน แต่ด้วยความที่มินตราเป็นแม่ เสือก็ไม่รู้จะทำยังไงได้...
เมื่อเสือเข้าไปเห็นยายก็ยิ่งสงสาร ยายพูดจาเลอะเลือนหลงลืม ขนาดมินตราเพิ่งมาขโมยเงินไป ยายยังบอกว่ามินตราไปกรุงเทพฯ ไม่โผล่มาที่นี่เป็นเดือนแล้ว
"คุณเสือคะ ถ้าเป็นไปได้ รบกวนคุยกับคุณมินซักนิดเถอะค่ะ เห็นแบบนี้แล้วนกก็อดสงสารคุณยายไม่ได้ค่ะ"
"คุณนกขอร้องให้ผมทำเรื่องที่ยากที่สุดเลยรู้มั้ย"
แล้วในตอนเช้าเสือก็ตัดสินใจไปพบมินตราที่บ้านชั้นเดียว ซึ่งปลูกอยู่ในรั้วเดียวกัน แต่มีทางเข้าออกแยกต่างหากเพื่อที่มินตราจะได้ไปไหนมาไหนสะดวกๆ เสือเดินมาถึงหน้าบ้านจะเดินเข้าไป ทันใดมินตราก็ถลาออกมาดัก พยายามขัดขวางจะไม่ให้เสือเข้าไป แต่เสืออยากคุยธุระกับแม่ข้างใน จึงดึงดันเข้าไปจนได้
พอเสือเข้าบ้านก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังหอบเสื้อกางเกงหนีออกไปทางประตูหลังบ้าน เสือโกรธหน้าดำหน้าแดง ตำหนิแม่เสียงเครียด
"เสือบอกแล้วใช่มั้ยว่าแม่จะทำอะไรเสือไม่ยุ่ง แต่อย่าเอาเข้ามาในบ้าน ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมม่านรูดนะแม่"
"มึงหยุดเห่า แล้วคุยธุระของมึงมาได้แล้วไอ้เสือ"
"เสือจะมาพูดเรื่องยาย เสือขอแม่ล่ะนะ ที่เสือสร้างบ้านหลังใหม่ แถมทำงานหนักทุกวันก็เพราะอยากให้ยายสบายตอนบั้นปลายของชีวิต แม่เลิกเบียดเบียนยายซะทีจะได้มั้ย แกหลงๆลืมๆแบบนี้แม่ยังขโมยเงินยายได้ลงอีกเหรอ"
"อีพยาบาลหน้าใสใจคดนั่นคงฟ้องแกมาล่ะสิ เงินนิดๆหน่อยๆแค่นี้ก็ต้องฟ้องด้วย"
"ก็เขาไม่มีเงินจะซื้อของใช้ส่วนตัวให้ยาย เขาถึงต้องบอกเสือ"
"ฉันก็ไม่ได้ไปเอาบ่อยซะหน่อย อีนี่ ยุแยงให้แม่ลูกเขาแตกกัน ต้องตบสั่งสอนซะหน่อยแล้ว"
"แม่เลิกหาเรื่องคุณนกเขาซะทีเถอะ ทำไมแม่ไม่ระวังการใช้เงินซะที อยู่ที่นี่บาทเดียวก็ไม่ต้องเสีย เงินเดือนเสือก็มีให้ แล้วของทุกอย่างที่เอามาใช้ในโรงแรม แม่ก็หักค่าหัวคิวเรียบ ตกเดือนๆแม่ได้ร่วมแสน อย่านึกว่าเสือไม่รู้นะ"
มินตราหน้าเจื่อน ไม่คิดว่าลูกจะรู้ลึกรู้ดีขนาดนี้
"แม่สัญญากับเสือได้มั้ย ว่าต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีก"
"ฉันก็ไม่ได้อยากจะรบกวนอะไรยายแกนักหรอก แต่เงินมันไม่พอใช้จะให้ทำไงล่ะ กู้เงินนอกระบบรึไง"
"งั้นเสือจะขึ้นเงินเดือนให้แม่อีกหมื่นนึง ตกลงมั้ย"
"ตกลง...กตัญญูรู้คุณกับแม่ยังงี้ เอ็งจะเจริญยิ่งๆขึ้นไปนะเสือนะ" มินตราเปลี่ยนท่าทีเป็นป้อยอ เสือถอนใจเดินออกจากบ้านไป ไม่ได้ยินเสียงพึมพำของแม่ตัวแสบที่แฮปปี้ดี๊ด๊าสุดๆ
"ลาภลอยแต่เช้าเลยกู"
ooooooo










