ตอนที่ 2
บรรยากาศในงานเลี้ยงวันเกิดของพลอยมีแขกมาร่วมงานคึกคัก ล้วนแต่เป็นคนใหญ่โตประจำจังหวัดทั้งนั้น แขกแต่ละคนเข้ามาทักทายเพ็ญพิศุทธ์ เอาของขวัญดีๆแพงๆมาให้ เพราะที่มางานนี้ก็เพราะตำแหน่ง ส.ส. และความร่ำรวยของเพ็ญพิศุทธ์นั่นเอง
ศุภ ฤกษ์...แฟนใหม่ของเพ็ญพิศุทธ์กำลังต้อนรับขับสู้ แขกเหรื่ออย่างออกหน้าออกตาเหมือนเป็นเจ้าของงาน เพ็ญพิศุทธ์เองก็ให้เกียรติศุภฤกษ์มาก ชวนเดินทักทายคนโน้นคนนี้อย่างมีความสุข ทั้งที่ไมเคิลสามีที่ยังไม่ได้หย่าขาดก็ยังอยู่ในบ้าน
พลอยเห็นเสือ เข้ามาในงาน รีบสะกิดบอกโยธิตอย่างรู้กัน ยุ้ยยืนรวมอยู่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดี แอบบอกพี่ชายให้ล้มเลิกแผนการ โยธิตกลับออกอาการโมโห ต่อว่ายุ้ยจะปกป้องไอ้เสือขี้เรื้อนไปถึงไหน แคร์มันอยู่ได้ ทั้งที่มันไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลย
มุกยังซ้อม ไวโอลินอยู่ในบ้านเพื่อเตรียมโชว์ ส่วนไมเคิลนั่งใจลอยคิดเรื่องหย่ากับเพ็ญพิศุทธ์ มุกสังเกตสีหน้าพ่อเครียดขรึมจึงหยุดเล่น เดินมานั่งลงข้างๆซักถาม ไมเคิลสงสารลูกเลยต้องปดลูกว่า
"พ่อกำลังคิดเรื่องคอนเสิร์ตที่มาเลย์อยู่น่ะลูก บัตรเต็มหมดแล้วนะ เขาอยากให้พ่อเพิ่มรอบอีก"
"งั้น คราวนี้คุณพ่อก็ต้องไปนานอีกแล้วสิคะ มุกไม่อยากให้พ่อไปเมืองนอกเลย อยากให้อยู่กับมุกกับคุณแม่ทุกๆวัน พี่พลอยชอบแกล้งมุกบอกว่าคุณพ่อคุณแม่จะหย่ากันเรื่อยเลย แต่มุกไม่เชื่อหรอกค่ะ"
ไมเคิลลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู แล้วตัดบทให้มุกไปช่วยแม่รับแขก และคืนนี้ลูกต้องสีไวโอลินให้สุดฝีมือ มุกยิ้มรับก่อนลุกไป พอลูกคล้อยหลัง สีหน้าไมเคิลก็กลับมาอมทุกข์อีกครั้ง
พลอย ทำทีสนิทสนมกับเสืออย่างรวดเร็ว จูงมือเขาเข้ามาในโถงบ้าน สวนกับมุกที่กำลังจะออกไปเล่นไวโอลิน พอมุกเห็นเสือก็ดีใจรีบทักทาย แล้วจะพาไปดูเจ้ารถถัง
"เลอะเทอะน่ะมุก จะไปเล่นที่ไหนก็ไปไป๊ พี่จะพาพี่เสือไปหาเพื่อนพี่"
"เพื่อนพี่พลอยมาเกี่ยวอะไรด้วยคะ พี่เสือเป็นแขกของมุกนะคะ"
"น้องมุกครับ เจ้ารถถังดูเมื่อไหร่ก็ได้ ขอให้พี่ไปไหว้ผู้ใหญ่ แล้วก็ทักทายเพื่อนของคุณพลอยก่อนนะครับ"
"ได้ ยินชัดรึยังล่ะ เด็กกะโปโลอย่างเธอมันก็ดีแต่เล่น ไม่รู้จักโต ไปค่ะพี่เสือ" พลอยยิ้มเยาะมุกแล้วดึงแขนเสือให้ตามตนไป มุกมองตามด้วยความน้อยใจ ยิ่งพอเห็นเสือไม่ค่อยสนใจตน หนำซ้ำยังไม่ออกมาดูโชว์ของตน มุกยิ่งงอนจนสีไวโอลินผิดๆถูกๆ ทำให้เพ็ญพิศุทธ์รู้สึกขายหน้า แอบกระซิบต่อว่าไมเคิลที่ยืนดูอยู่
ด้วยกัน
"ไหนคุณว่าลูกคุณมีพรสวรรค์นักหนาไงล่ะ สีไวโอลินอะไรเสียงยังกะวัวถูกเชือด ฉันหน้าชาไปหมดแล้วนะ"
"มุกเพิ่งหัดได้ไม่กี่วัน เล่นได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งแล้ว"
"ใครเขาจะรู้มั้ยว่าเพิ่งหัด"
"ผมว่าแทนที่คุณจะนั่งจับผิดลูก สู้เอาเวลาไปตามงอนง้อไอ้ศุภฤกษ์ดีกว่ามั้ง พอผมโผล่มาก็รีบหายหัวไปเลย"
เพ็ญ พิศุทธ์ขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ ถ้าไม่ใช่ ต่อหน้าแขกเหรื่อคงวีนแตกไปแล้ว...ส่วนในบ้าน พลอยกับเพื่อนๆกำลังเต้นรำเล่นเก้าอี้ดนตรีกันอย่างสนุกสนาน พลอยเหล่มองเสือเห็นกระสับกระส่ายเลยเดินออกจากวงไปถาม
"ทำไมไม่ไปสนุกด้วยกันล่ะคะพี่เสือ เพราะมีโยอยู่ ด้วยรึเปล่า"
"เปล่า ครับ ถ้าโยธิตเขาไม่มารังควานผมก่อนก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ แต่ผมไม่สบายใจกลัวน้องมุกจะโกรธ ที่ไม่ได้ออกไปฟังเขาเล่นไวโอลินน่ะครับ"
"ยัยมุกสีไวโอลินห่วยจะตาย พี่เสือจะไปฟังทำไมคะ"
ขณะนั้นเองเพชรเดินหน้ายุ่งตรงเข้ามาปิดเครื่องเล่นเพลง เพื่อนๆของพลอยต่างเฮละโลแย่งกันนั่งเก้าอี้ แล้วทุกคนก็จ๋อยไปตามกันเมื่อเห็นสีหน้าของเพชร
"จะได้เวลาเป่าเค้กแล้วนะพลอย แขกเหรื่อมากันเต็มบ้าน ออกไปรับแขกมั่งสิ เขาถามหาจนพี่ขี้เกียจตอบแล้ว"
"ขี้เกียจตอบก็ไม่ต้องตอบสิคะพี่เพชร วันนี้วันเกิดพลอย พลอยก็ต้องสนุกกับเพื่อนพลอยสิคะ ใครให้แม่เชิญแขกของแม่มาล่ะ"
"แล้วของขวัญแพงๆน่ะไม่เอาใช่มั้ย"
พลอยค้อนใส่เพชร แต่หันไปยิ้มให้เสือ แล้วจูงมือเสือชวนไปทานเค้ก เพื่อนๆขยับตามพลอยเป็นแถว เพชรส่ายหัวในความเอาแต่ใจของน้องสาว ก่อนจะเดินตามไปอีกคน ส่วนยุ้ยกับโยธิตรั้งท้าย ยุ้ยสีหน้ากังวลกระซิบพี่ชายว่า จะทำจริงๆเหรอ โยธิตยิ้มกวนๆ บอกว่าไฮไลต์ของงานก็อยู่ตรงนี้ล่ะ
มุกงอนจับตามองเสือที่ใกล้ชิดพลอยเจ้าของวันเกิดตลอดเวลา แต่แล้วอาการงอนก็หายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อมุกเห็นเสือถูกพี่พลอยของเธอแกล้งเอาเค้กละเลงหน้าผาก อีกทั้งเพื่อนๆของพลอยก็ช่วยกันเอาเครื่องดื่มสาดซ้ำ แล้วหัวเราะเฮฮากันสนุกสนาน
"ฉันเอาคืนให้เธอแล้วนะยุ้ย" พลอยพูดอย่างสะใจ แต่ ยุ้ยหน้าเสียอึ้งไปเลย โดนโยนขี้ใส่เต็มๆ
เสือยืนนิ่งสีหน้าขรึม ดูไม่ออกว่าโกรธหรือเปล่า ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ยังดังไม่หยุด
"ก็แค่หน้าตาใช้ได้หน่อย ทำเป็นหยิ่ง ถ้าทะนงตัวนักแล้วมางานฉันทำไมล่ะ มันก็อยากยกระดับตัวเองเหมือนกัน ล่ะว้า" คำพูดของพลอยเหมือนไม่มีผลอะไรกับเสือเลย เขายังนิ่งขรึมอย่างเดิม "เชอะ กะอีแค่พ่อค้าขายปลาตลาดนัด อย่าผยองให้มันมากนักเลย"
"ขอบคุณครับ ผมจะจำเอาไว้"
พลอยเห็นเสือไม่สะดุ้งสะเทือนก็ผิดคาด ยิ่งโมโหมองเสือตาเขียวปั้ด โยธิตหาว่าเสือกวนประสาทจะเข้าไปเล่นงาน ทันใดนั้นเองมุกก็แทรกเข้ามา
"อย่านะพี่โย อย่าทำอะไรพี่เสือนะ...พี่เสือ มุกขอโทษนะคะ มุกไม่รู้จริงๆว่าพี่พลอยจะทำแบบนี้ ถ้ารู้มุกไม่มีวันชวนพี่เสือมาหรอก"
เพชรเดินเข้ามาตำหนิพลอยทำไมทำกับเพื่อนแบบนี้ พลอยโต้ทันทีว่า แค่ล้อเล่นกันนิดหน่อย อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ ได้ไหมพี่เพชร
"พี่พลอยแกล้งพี่เสือขนาดนี้ ยังเรียกว่าล้อเล่นอีกเหรอคะ" มุกพูดโพล่ง พลอยกลับลอยหน้าลอยตาไม่แคร์ เพ็ญพิศุทธ์เดินมาพร้อมไมเคิล เธอถามลูกๆว่าทะเลาะอะไรกัน แต่ เสือรีบตอบเสียก่อนว่า
"ไม่มีอะไรหรอกครับท่าน เราล้อเล่นกันเลยเถิดไปหน่อย ทำให้บ้านท่านต้องเลอะเทอะ ผมขอโทษนะครับ"
เพ็ญพิศุทธ์รับไหว้เสือ เห็นสภาพเสือก็รู้ว่าลูกสาวก่อเรื่องเลยทำเฉยๆ แต่ไมเคิลอดไม่ได้ ตำหนิพลอยไปนิดว่า งานวันเกิดตัวเองแท้ๆ เล่นอะไรไม่น่ารักเลย จากนั้นไมเคิลก็ชวนเสือไปอาบน้ำ เดี๋ยวเขาจะหาชุดให้เปลี่ยน แต่เสือขอกลับไปอาบน้ำที่บ้านดีกว่า เดี๋ยวบ้านสวยๆของท่านจะเปื้อนไปด้วย
มุกห่วงพี่เสืออยากจะตามไป แต่ถูกพ่อไมเคิลจูงมือเข้าบ้าน...พอพวกผู้ใหญ่คล้อยหลัง พลอยกับโยธิตก็หน้าระรื่นตีมือกันอย่างสะใจ ตรงข้ามกับยุ้ยที่ถอนใจยาวไม่สบายใจ กลัวเสือโกรธเกลียดตนยิ่งขึ้น
ณรงค์ตกใจกับสภาพของหลานชาย ซักไซ้ว่าเกิดอะไรขึ้น เสือพูดนิ่งๆว่าไม่มีอะไรหรอก ถือว่าเป็นบทเรียนสอนให้เสือหายโง่
"เสือโดนคนที่บ้านพิศุทธ์แกล้งเอาเหรอ น้องมุกนะน้องมุกไม่น่าทำกันได้เลย"
"น้องมุกไม่รู้เรื่องหรอกครับ พี่สาวเขาตะหาก เสือจะจำเอาไว้ เสือหลงความสวยจนกลายเป็นหมาให้เขาจูงไปทั่วงาน"
"เฮ้อ...คนรวยก็อย่างงี้แหละ เรากับเขามันคนละชนชั้น เสือเอ๊ย เขาไม่มีทางเห็นเราเป็นคนเท่ากันกับพวกเขาหรอก"
เสือสายตาแข็งกร้าว จดจำเหตุการณ์วันนี้ไว้ จะไม่มีวันยอมให้เกิดซ้ำขึ้นอีก
ด้านสาวพลอยตัวแสบ เธอกำลังสนุกกับการแกะกล่องของขวัญ เธอเลือกแกะแต่กล่องใหญ่ๆ พอเจอของเสือกล่องเล็กก็โยนทิ้งอย่างไม่แยแส มุกเดินมาหยิบมันขึ้นมาแล้วต่อว่าพี่สาว ไปสองสามคำ กลับถูกพลอยตวาดใส่เป็นชุดอย่างมีอารมณ์
"เอ๊ะ ยัยมุกนี่ยังไงนะ แกเป็นน้องฉันหรือเป็นน้องไอ้พ่อค้าปลากระจอกนั่นกันแน่ ฉันไม่ต้องแกะก็รู้ว่าของถูกๆ มันช้อนลูกน้ำกะปลาตัวละบาทสองบาทขาย แกคิดว่ามันจะมีปัญญาซื้อของขวัญแพงๆให้ฉันเหรอ"
"ของขวัญมีค่าหรือไม่ มันอยู่ที่น้ำใจคนให้นะคะพี่พลอย ไม่ใช่ราคาของมัน"
"ถ้าแกไม่หุบปากแล้วไปให้พ้นหน้าฉัน ฉันจะให้แม่สั่งห้ามไม่ให้แกไปพบไอ้เสือขี้เรื้อนนั่นอีกเลย...เสียอารมณ์หมด"
พลอยจ้องมุกตาเขียว แล้วสะบัดหน้าฉวยกล่องโน้ตบุ๊กติดตัวขึ้นบ้านไปด้วย...มุกได้แต่หลบสายตาพี่สาว ก้มมองกล่องของขวัญในมือแล้วก็อดสงสารเสือขึ้นมาไม่ได้ พอเช้าขึ้นมุกจึงดั้นด้นเอาของขวัญซึ่งเป็นตุ๊กตาปลาไปคืนเสือถึงบ้าน และขอโทษแทนพี่พลอย พอเสือรู้ว่าพลอยจะเอาตุ๊กตาของเขาทิ้งขยะก็โกรธมาก
ไม่รับตุ๊กตาคืน แถมยังบอกให้มุกทิ้งมันไปเถอะ มุกทิ้งไม่ลงจึงขอเก็บเอาไว้เอง
หลังจากนั้นมุกก็อยู่กินข้าวกับเสือ กับน้ารงค์ และยายของเสือด้วยอีกคน มุกกินง่ายอยู่ง่าย ชมไข่เจียวของยายว่าอร่อยมาก ไม่เคยกินที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อน ยายเลยยิ้มไม่หุบ บอกให้มุกกินเยอะๆ
ขณะที่มุกไปขลุกอยู่ที่บ้านเสือ พ่อไมเคิลของมุกกำลังจัดกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางออกทัวร์คอนเสิร์ต เพ็ญพิศุทธ์เปิดประตูเข้ามามองสามีหน้าหงิกงอด้วยความไม่พอใจ ไมเคิลเหลือบมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอย่างรู้แกว
"ถ้าจะชวนทะเลาะ ผมไม่ว่างนะ เดี๋ยวตกเครื่องบิน แต่ถ้าจะคุยเรื่องหย่า ผมยืนยันข้อเสนอเดิม ลูกต้องไปอยู่กับผมเท่านั้น"
"ยี่สิบล้าน ฉันยอมจ่ายให้คุณ แลกกับการหย่าโดยที่ยัยมุกต้องอยู่กับฉัน"
"ฟังดูมากจังเลยนะ ลองเทียบเป็นดอลลาร์ดูสิครับว่าน้อยแค่ไหน ผมเล่นคอนเสิร์ตไม่เท่าไหร่ก็ได้แล้ว เก็บเงินของคุณไว้จ่ายหัวคะแนนดีกว่า"
"ฉันรู้ว่าคุณหาเงินเก่ง แต่คุณก็ควรจะเห็นใจหัวอกคนเป็นแม่บ้าง ถึงฉันจะไม่มีเวลาดูแลลูก แต่ฉันก็รักลูกของฉันทุกคน"
"ถ้าคุณรักลูกจริงก็ต้องให้ยัยมุกไปอยู่กับผม ยังไงผมก็เป็นพ่อแท้ๆ ดีกว่าให้ลูกอยู่กับพ่อเลี้ยงอย่างไอ้ศุภฤกษ์ ผมไม่ไว้ใจมัน"
"ถ้าคุณเลิกเล่นดนตรีแล้วหันมาช่วยงานฉันบ้าง เราก็คงไม่ต้องหย่ากันหรอก ที่ทุกอย่างต้องพังก็เพราะความเห็นแก่ตัวของคุณคนเดียว"
"เราคุยเรื่องนี้กันมาเป็นร้อยๆหนแล้วนะ ถ้าคุณจะพูดซ้ำอีก ผมขอตัว" เขาปิดกระเป๋าเดินทางแล้วจะลากออกจากห้อง แต่ต้องชะงักกึกกับเสียงพูดไล่หลังของภรรยา
"ตกลง...ฉันยอมให้มุกไปอยู่กับคุณก็ได้ คุณจะเซ็นใบหย่าให้ฉันได้เมื่อไหร่"
ไมเคิลหันกลับมา...ต่างคนต่างจ้องหน้ากันนิ่ง รู้ดีว่าเดินมาถึงจุดแตกหักแล้ว
ooooooo
เสือขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งมุกที่หน้าบ้าน พลอยยืนคุยโทรศัพท์มองออกมาเห็น เธอชักสีหน้าไม่พอใจอย่างแรง จากนั้นเข้าไปดักรอมุกในห้องนอน แล้วเอาเจ้ารถถังปลาของมุกเทลงชักโครก กดน้ำทิ้งหายวับไปกับตา มุกตกใจเสียใจจนทำอะไรไม่ถูก นอกจากสะอึกสะอื้นร้องไห้สงสารเจ้ารถถัง พลอยเห็นแล้วยิ่งสะใจ สั่ง
ห้ามมุกให้เลิกคบกับเสือ ถ้ายังกล้าลองดีกับเธออีก มุกจะต้องเจอเหมือนปลาตัวนี้...
เย็นนั้นมุกย้อนกลับไปหาพี่เสือที่ตลาด เสือเห็นมุกร้องไห้ตาแดงก็ตกใจ ซักถามด้วยความเป็นห่วง ขณะเดียวกัน พลอยกำลังใส่ความฟ้องแม่ว่ามุกคบกับพ่อค้าปลาจนๆ ไอ้คนที่มันมางานวันเกิดพลอย ซึ่งมุกเป็นคนชวนเขามา เพ็ญพิศุทธ์ ฟังแล้วไม่ชอบใจ รู้สึกร้อนใจกลัวจะเสียชื่อเสียง...
เสือพามุกไปนั่งริมแม่น้ำ ปลอบให้มุกคลายความเศร้าเสียใจเรื่องเจ้ารถถัง ที่มุกพร่ำพูดโทษตัวเองไม่น่าเอามันไปเลี้ยงเลย
"น้องมุกครับ น้องมุกรู้ไหมว่าน้องมุกชอบโทษตัวเองทุกเรื่อง พี่ถูกแกล้งน้องมุกก็โทษตัวเอง รถถังตายก็โทษตัวเองอีก ทั้งๆที่มันไม่ใช่ความผิดของน้องมุกเลย คนที่เป็นคนทำต่างหาก ที่ต้องรับผิดชอบ"
"แต่มุก..."
"ไม่มีแต่ครับ ต่อไปนี้น้องมุกต้องรู้จักแยกแยะ เรื่องไหนที่เราผิดจริงเราก็ต้องรับผิด แต่เรื่องไหนที่เราไม่ผิดก็อย่ามาโทษตัวเอง ไม่อย่างงั้นน้องมุกก็จะกลัวผิดไปซะทุกเรื่อง จนในที่สุดน้องมุกก็จะไม่กล้าทำอะไรเลย"
"ค่ะพี่เสือ ต่อไปมุกจะไม่โทษตัวเองอีกแล้วก็ได้ค่ะ"
"ต้องอย่างนี้สิครับ" เสือยิ้มบางๆ จับศีรษะมุกด้วยความเอ็นดู...สองคนยิ้มให้กัน นานวันความเข้าใจของทั้งคู่ก็พัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อพากันกลับมาที่ร้านขายปลา ทั้งคู่ตกใจที่เห็นศุภฤกษ์กำลังหาเรื่องณรงค์ ศุภฤกษ์เดือดร้อนแทนเพ็ญพิศุทธ์ จึงอาสามาตามตัวมุกกลับบ้าน และไม่ฟังคำอธิบายของสองน้าหลานที่ว่าเสือไม่ได้พามุกมา แต่มุกมีเรื่องกลุ้มใจจึงมาหาเราเอง พอมุกยืนยันว่าจริงตามนั้น แล้วถ้าศุภฤกษ์ทำอะไรน้ารงค์ มุกจะฟ้องแม่ ศุภฤกษ์
จึงยอมถอยฉาก
ครั้นมุกกลับมาถึงบ้านก็เจอประกาศิตของแม่ที่ห้ามติดต่อยุ่งเกี่ยวกับเสืออีกเป็นอันขาด
"ถ้าใครรู้เข้าฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ลูกสาวคนเล็กของ ส.ส.เพ็ญพิศุทธ์วิ่งแล่นไปหาผู้ชายถึงที่"
"มุกไปหาพี่เสือก็เพราะพี่พลอยฆ่าปลาของมุก มุกก็เลยไปบอกพี่เขา"
"คนทั้งเมืองไม่มีให้คบแล้วรึไง รู้มั้ยว่าแม่มันได้กับผู้ชายไปทั่วจังหวัด มุกลดตัวไปคบกับคนพวกนั้นได้ยังไง มันไม่ใช่คนดีเด่อะไร มันคิดจะหลอกลูกสาวแม่มากกว่า...บางทียอมให้แกไปอยู่กับพ่อ อาจจะทำถูกแล้วก็ได้"
"ทำไมมุกต้องไปอยู่กับพ่อด้วยล่ะคะ"
"ฟังนะมุก แม่กับพ่อกำลังจะหย่ากัน มุกจะต้องไปอยู่กับพ่อเขา" มุกช็อกสุดๆ น้ำตาคลอด้วยความเสียใจ เพ็ญพิศุทธ์ พยายามอธิบายด้วยเหตุผล "แม่ยังมีพี่เพชรกับพี่พลอยนะ แต่คุณพ่อไม่มีใคร แม่ก็เลยต้องยอมให้มุกไปอยู่กับพ่อเขา"
"คุณแม่ไม่ต้องพูดหรอก คุณแม่ไม่เคยรักมุกอยู่แล้ว ก็เลยอยากให้มุกไปไกลๆใช่ไหมล่ะ"
"มุกพูดจากับแม่ไม่น่ารักเลยนะ"
"จริงๆก็ไม่มีใครรักมุกซักคน ทั้งคุณพ่อคุณแม่ ไม่มีใครรักมุกทั้งนั้นแหละ ถ้ารักมุกจริงก็คงไม่หย่ากันยังงี้หรอก" มุกตัดพ้อทั้งน้ำตา แล้วหันหลังวิ่งหนีขึ้นข้างบนทันที แต่ต้องหยุดกึกก่อนถึงหน้าห้อง เพราะพี่พลอยยืนกอดอกยิ้มหยันดักรออยู่ ส่วนเพชรมองมุกด้วยสีหน้าสงสาร มุกไม่พูดอะไร กับใคร ร้องไห้โฮวิ่ง
เข้าห้องนอน เพชรขยับจะตามไปปลอบ แต่ถูกพลอยคว้าแขนเอาไว้
"ไม่ต้องตามไปหรอกพี่เพชร โอ๋กันจนเคยตัว...ในที่สุดก็มีวันนี้จนได้ ไม่เสียแรงแช่ง"
"พลอย พูดอะไรออกมาน่ะ แม่กับลุงไมเคิลหย่ากันเป็นเรื่องซีเรียสนะ" พลอยยักไหล่ไม่แคร์ เพชรถึงกับถอนใจ ส่ายหน้า "พี่ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมพลอยถึงได้จงเกลียดจงชังมุกกับลุงไมเคิลนัก ลุงไมเคิลเขาออกจะดีกับเรา แล้วมุกก็เป็นน้องเราแท้ๆนะพลอย"
"พลอยไม่มีน้อง พี่เพชรจะนับญาติกับมันก็นับไปคนเดียวเถอะ อย่าเอาพลอยไปรวมด้วย มันสองพ่อลูกแย่งความรักแม่ไปจากพลอย พอคุณพ่อเสีย พ่อนังมุกก็แย่งแม่ไป พอมันเกิดมาก็เป็นตัวมารแย่งความรักของแม่ไปจากพลอยอีก พลอยเกลียดพวกมันค่ะพี่เพชร"
ว่าแล้วพลอยสะบัดหน้าพรืดเดินลงไปข้างล่าง ทิ้งให้เพชรยืนอึ้ง คิดไม่ถึงว่าน้องสาวจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนี้
ooooooo
เช้าวันใหม่ ทุกคนในบ้านพิศุทธ์พากันแตกตื่นเมื่อรู้จากสาวใช้ว่ามุกหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านไปแล้ว เพชรกับพลอยตามไปที่ร้านขายปลาของเสือ แต่ไม่เจอมุก และเสือกับณรงค์ก็ยืนยันว่ามุกไม่ได้มาหา สองพี่น้องเลยต้องล่าถอยกลับไป ส่วนเสือสังหรณ์ใจรีบกลับไปบ้านตัวเอง แล้วก็พบว่ามุกมาหลบอยู่ในห้อง
ของยายจริงๆ
มุกร่ำไห้ปรับทุกข์กับเสือว่าไม่มีใครรักเธอสักคน เสือจึงปลอบโยนด้วยความสงสาร
"อย่าคิดอย่างนี้สิน้องมุก ถ้าพ่อเขาไม่รักจะพาน้องมุกไปอยู่ด้วยเหรอ"
"แต่มุกไม่อยากไปอยู่ฮ่องกงนี่พี่เสือ มุกอยากอยู่ที่นี่... พี่เสือ ทุกคนทิ้งมุกไปหมดแล้ว ขอมุกอยู่กับพี่เสือด้วยคน ได้ไหมคะ มุกจะช่วยคุณยายกับน้ารงค์ทำงานทุกอย่าง ไม่ให้เป็นภาระหรอกค่ะ"
"น้องมุกครับ การที่คุณพ่อคุณแม่หย่ากันไม่ได้ หมายความว่าเขารักน้องมุกน้อยลง หรือไม่ต้องการน้องมุกนะครับ ท่านต้องมีเหตุผลของท่าน น้องมุกหนีมาโดยไม่ฟังเหตุผลแบบนี้ มันถูกต้องแล้วเหรอ"
"พี่เสือพูดอย่างงี้จะไม่ให้มุกอยู่ด้วยใช่ไหมล่ะ แม้แต่พี่เสือก็ยังไม่ต้องการมุกเลย"
"น้องมุกเอาแต่พูดว่าไม่มีคนต้องการ รู้หรือเปล่าว่าคนที่เกิดมาโดยที่ไม่มีใครต้องการจริงๆมันเป็นยังไง พี่ต่างหากที่ไม่มีใครต้องการ ไม่ใช่น้องมุก...พ่อพี่เป็นใครก็ไม่รู้ ส่วนแม่ มีก็เหมือนไม่มี พี่รู้อย่างเดียวว่าพี่เกิดมาจากความมักง่ายไม่ใช่ความรัก" เสือสีหน้าเศร้าปนเจ็บช้ำ เมื่อนึกถึงอดีตของตน
จากนั้นเสือก็เล่าอดีตอันสุดขมขื่นของตัวเองให้มุกฟัง...เสือเกิดมาจากความมักง่ายของแม่ที่ใจแตกได้เสียกับนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ พอแม่คลอดก็ทิ้งขว้างเสือให้น้ากับยายดูแล ขณะที่พ่อแท้ๆเสือไม่เคยเห็นหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว หนำซ้ำอยู่ไปอยู่มาจนเสือโตจำความได้ ก็เห็นแม่พาผู้ชายมานอนในบ้านไม่ซ้ำหน้า ยาย
กับตาว่าอะไรแม่ก็ไม่ฟัง ตาทั้งอายทั้งเสียใจที่ลูกสาวทำตัวฉาวโฉ่ จึงเอาแต่ดื่มเหล้าจนวันหนึ่งก็จากพวกเราไป ทิ้งภาระงานในสวนมะพร้าวไว้ให้ยายกับน้าณรงค์ดูแล
อยู่มาวันหนึ่งมินตราแม่ของเสือก็ตัดสินใจขายสวนมะพร้าวที่พ่อยกให้ ได้เงินมาหลายแสน แต่มินตราแบ่งให้ยายของเสือแค่ห้าพัน ส่วนณรงค์ได้ที่บนเขาไม่กี่ไร่ เสือสงสารน้าชายและยายมาก จึงประพฤติตัวเป็นเด็กดีมาตลอด พอรวมเงินได้แม้จะไม่มาก เสือก็เอาไปลงทุนซื้อปลามาเพาะพันธุ์ขายจุนเจือครอบครัว
เรื่อยมา
"พี่เสือเก่งจังเลยนะคะ ตอนมุกอายุเท่าพี่ยังเล่นตุ๊กตาอยู่เลย ถึงตอนนี้ก็เถอะ มุกก็คงทำแบบพี่เสือไม่ได้แน่ๆ"
"ความจำเป็นมันทำให้เด็กโตกว่าวัยเสมอล่ะครับ ที่พี่เล่าเรื่องของพี่ให้น้องมุกฟัง ไม่ได้หวังให้น้องมุกมาชื่นชมพี่หรอกนะ แต่พี่อยากให้น้องมุกลองเปรียบเทียบกับชีวิตของน้องมุกเอง
ถึงพ่อแม่น้องมุกจะหย่ากัน แต่น้องมุกก็ยังได้อยู่กับคุณพ่อ ได้ เรียนหนังสือเมืองนอก มีเงินใช้ โดยที่ไม่ต้องคิดว่าพรุ่งนี้จะมีกินรึเปล่า น้องมุกดีกว่าพี่ทุกอย่าง ยังมีคนที่โชคร้ายกว่าน้องมุกอีกเยอะ ที่เห็นๆก็พี่คงนึงล่ะ แทนที่น้องมุกจะมานั่งเสียใจกับโชคชะตา สู้เอาเวลาไปคิดทำอะไรให้ชีวิตดีขึ้นจะดีกว่า"
"ขอบคุณมากค่ะพี่เสือ มุกจะจำทุกคำพูดที่พี่เสือสอนมุกเอาไว้ค่ะ"
"ดีจ้ะ งั้นพี่พาน้องมุกไปส่งที่บ้านได้รึยังครับ"
มุกพยักหน้า ยิ้มอย่างสบายใจขึ้น แต่พอกลับเข้าบ้านได้ครู่เดียว มุกก็หน้าจ๋อยอีกจนได้ เพราะโดนแม่ดุโดยมีพี่พลอยคอยหนุนอยู่ใกล้ๆ
"แกจะสร้างเรื่องไปถึงไหน ฮึ ยัยมุก ตัวแค่นี้ริอ่านหนีออกจากบ้าน ต่อไปไม่เตลิดเปิดเปิงเสียผู้เสียคนเหรอ"
"ถ้าเสียคนเดียวก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะคุณแม่ จะดึงชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเราเสียไปด้วยน่ะสิคะ"
"มุกยอมรับผิดค่ะ จะดุจะด่าจะลงโทษยังไงก็เชิญ"
"เธอพูดจาท้าทายคุณแม่เหรอมุก" พลอยแว้ดหาเรื่อง
"เอาล่ะๆ ฉันไม่ว่าอะไรเธอแล้วก็ได้ แต่ต่อไปแม่ขอห้ามไม่ให้เราติดต่อกับไอ้เสือไอ้สางอะไรนั่นอีกแล้วนะ เข้าใจมั้ย"
"พี่เสือไม่ใช่คนเลวร้ายเลยนะคะคุณแม่ ถึงเขาจะจน แต่เขาก็ทำอาชีพสุจริตเลี้ยงครอบครัวเขา แล้วที่มุกยอมกลับบ้านก็เพราะได้พี่เสือเตือนสติ คุณแม่อย่าห้ามมุกคบหาคนดีๆเป็นเพื่อนเลยนะคะ"
"มันคงหลงกันมากนะคะคุณแม่ คุณแม่อย่ายอมนะคะ"
"อีกไม่กี่วันมุกก็จะไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้ว ขอให้มุกได้ทำอะไรตามใจตัวเองบ้างเถอะนะคะ มุกรับรองว่าจะไม่ทำเรื่องอะไรให้เสื่อมเสียถึงชื่อเสียงคุณแม่เด็ดขาด"
"อย่ายอมนะคะคุณแม่ เหลือเวลาไม่กี่วันนี่ละอันตรายนัก มันจะทิ้งทวนทำเรื่องใจแตก"
"พี่พลอย...อย่ามาพูดดูถูกมุกแบบนี้นะ มุกไม่ชอบ"
"เอาล่ะ ถ้าจะไปไหนก็ให้หนูมันตามไปทุกที่แล้วกัน" พูดเสร็จเพ็ญพิศุทธ์ผละไป เหลือแต่พลอยที่ยังจ้องจะเล่นงานมุกอีก
"ระวังเถอะจะโดนปล้ำทำเมีย"
มุกสะอึก ไม่นึกว่าพี่สาวจะพูดจาน่าเกลียดแบบนี้... หลังจากวันนี้ที่ได้รับอนุญาตจากแม่แล้ว มุกมีเวลาอีกไม่กี่วันในเมืองไทย เธอจึงแวะเวียนไปช่วยเสือขายปลาทุกวัน ตกเย็นก็เข้ามากินข้าวที่บ้านกับครอบครัวของเสือ ซึ่งยายกับน้าของเสือก็รักและเอ็นดูมุกมาก
ถึงวันเดินทาง ตอนเช้ามุกมีนัดกับเสือไปเอาของที่ระลึก แต่มุกถูกพลอยจับขังในห้องห้ามออกไปไหน ทำให้เสือไปคอยมุกเก้อที่สวนสาธารณะ ยุ้ยขับรถผ่านมาเห็นเสือ จึงจอดลงมาทักทาย และเล่าว่าเธอสอบติดมหาวิทยาลัยเอกชนที่กรุงเทพฯ คงไม่ได้กลับบ้านอีกนาน...เล่าไปแล้วยุ้ยหวังว่าเสือจะซักถามอะไรเธอบ้าง
แต่เปล่าเลย เสือกลับย้อนถามว่า มาบอกตนทำไม ยุ้ยถึงกับหน้าชาหันกลับมาขึ้นรถน้ำตาคลอๆ
รออยู่จนบ่ายยังไม่มีแม้เงาของมุก เสือตัดสินใจมาด้อมๆมองๆหน้าบ้าน จังหวะนั้นเพ็ญพิศุทธ์นั่งรถกลับมา เสือเลยไม่กล้าแม้แต่จะกดกริ่ง เดินหน้าจ๋อยจากมา...พอตกเย็นถึงเวลาเดินทาง ไมเคิลเตรียมขนสัมภาระของตัวเองและมุกขึ้นรถ ขณะที่มุกเอาแต่ซึมเศร้า รู้สึกใจหายที่ต้องจากบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิด อีกทั้งมุกยัง
ไม่ได้ลาพี่เสือเพื่อนที่แสนดีของเธอด้วย
ถึงสนามบินประจำจังหวัด มุกยังบ่นเสียดายที่ไม่ได้เจอพี่เสือ รู้อย่างนี้เธอน่าจะนัดพี่เสือมาเจอที่สนามบินดีกว่า
"เดี๋ยวก็ได้เจอกันลูก" ไมเคิลปลอบใจ
"เสียดายบ้านพี่เสือไม่มีโทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือก็ไม่มี มุกอยากจะอธิบายให้พี่เสือเข้าใจว่าทำไมมุกไม่ไปตามนัด"
"ถ้าเป็นเพื่อนกันจริงๆเขาต้องเข้าใจ คงไม่โกรธจนตัดเพื่อนกับมุกเพราะเรื่องแค่นี้หรอก...ถ้ายังไม่สบายใจก็เขียนจดหมายมาหาพี่เขาก็ได้นี่"
"จริงด้วยค่ะคุณพ่อ มุกยังเขียนจดหมายหาพี่เขาได้...
ทำไมโง่อย่างนี้นะ แค่นี้ก็นึกไม่ออก" พูดพลางเอามือเขกหัวตัวเอง ไมเคิลยิ้มบางๆ โอบเอวลูกสาวเข้าไปด้านใน
ค่ำแล้ว เสือนั่งหน้าเศร้ามองดูสร้อยไข่มุกซีกสีชมพูที่ตนตั้งใจจะให้มุกเป็นที่ระลึก ณรงค์เดินออกมาจากในบ้านเห็นสีหน้าหลานชายก็ทักขึ้นว่า
"เอาไว้คราวหน้าค่อยให้สร้อยน้องก็ได้เสือ ไม่ได้ตายจากกันซะหน่อย ปิดเทอมหน้าน้องก็กลับมาแล้ว"
"แต่เสือว่าคงเจอกันยากล่ะน้ารงค์ ทางบ้านเขาต้องคอยกันแน่ๆ แปลกดีนะครับ ทีตอนอยากได้คะแนนเสียงเรา ทั้งไหว้ทั้งเอาใจสารพัด ไม่เห็นรังเกียจว่าเราจนเลย"
"ก็งี้แหละ ดีแล้วล่ะเสือเอ๊ย รู้ตัวแต่เนิ่นๆจะได้ไม่ต้องเสียใจมาก"
"ชีวิตเสือมีแต่คนดูถูกมาตลอด น้องมุกเป็นคนแรกที่ให้ความจริงใจกับเสือ เป็นคนแรกและอาจจะเป็นคนเดียวด้วยซ้ำที่เสือนับเป็นเพื่อน" เสือหน้าเศร้า ยิ่งพูดก็ยิ่งคิดถึงมุก ณรงค์เข้าใจและสงสาร ได้แต่ตบไหล่เสือให้กำลังใจ
ใช่ แต่เสือที่คิดถึงมุก ยายกับน้าของเสือก็เช่นกัน วันไหนยายทำปลาช่อนราดน้ำปลาก็ยิ่งคิดถึง เพราะมุกชอบมาก แล้วอยู่มาวันหนึ่งณรงค์ก็นำจดหมายของมุกที่ส่งมาจากฮ่องกงมาให้เสือ เสือรีบแกะอ่านด้วยความดีใจ มุกเขียนเล่ามาว่าตอนนี้เธอกำลังเรียนไวโอลินกับลิลลี่ ครูสาวชาวฮ่องกงที่พ่อจ้างมาสอน ซึ่งมุกตั้งใจจะเรียนดนตรีคลาสสิกเอกไวโอลินให้เป็นเรื่องเป็นราว
หลัง อ่านจดหมายของมุกเสร็จ เสือก็รีบเขียนตอบกลับไป เสือเล่าชีวิตประจำวันของตัวเองที่ยังเพาะปลาขาย และเรื่องเรียนที่เสือต้องตามใจยายที่อยากให้เสือเรียนจบปริญญา แต่ลึกๆแล้วเสือก็ไม่รู้ว่าจะเอาปริญญามาทำอะไร เพราะยังไงเขาก็ต้องเลี้ยงปลาขายเหมือนเดิมอยู่ดี
มุกกับเสือติดต่อ กันทางจดหมายอย่างสม่ำเสมอ จนวันเวลาผ่านไปมุกใกล้ปิดเทอม แต่มุกคงกลับเมืองไทยไม่ได้ เพราะแม่โทร.มาบอกว่ากำลังเตรียมตัวเลือกตั้ง คงไม่มีเวลาดูแลมุก เสืออ่านจดหมายฉบับนี้ของมุกด้วยความสงสาร จากนั้นก็เขียนส่งกลับไปเล่าเรื่องจังหวัดของเราที่กำลังขยายตัว อีกไม่นานต้องกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญแน่ๆ และตอนนี้พี่กำลังหัดทำลูกน้ำแห้งอยู่ กำไรดีเหมือนกัน แต่ตอนทำครั้งแรกเจ๊งไม่เป็นท่า เอาไว้พี่ทำสำเร็จแล้วจะส่งตัวอย่างไปให้ดู...
หนึ่งปีผ่านไป มินตราที่หายหน้าไปนานก็หิ้วยิ่งยศกลับมา อาศัยในบ้านเหมือนเดิม ยิ่งยศกำเริบหนักถึงขั้นใช้ต้องตายายของ เสือซักผ้า เสือกลับมาเจอก็ต่อว่า ยิ่งยศแค้นจึงเอาผ้าไปซักในบ่อ เพาะปลาของเสือ ผงซักฟอกทำให้ปลาตายหมดเกลี้ยง เสือโกรธจัด กระโดดถีบอกยิ่งยศจนหงายท้อง นั่นเองทำให้เสือถูกจับในข้อหาพยายามฆ่า เพราะยิ่งยศทำหัวหมอจะเอาเรื่องเสือให้ถึงที่สุด
ครูวิไลรู้ข่าวเสือ ถูกจับขังที่โรงพักก็รีบมาตามต้องตาตามไป ขณะนั้นเองมุกเพิ่งกลับจากฮ่องกงเพื่อมางานแต่งงานของแม่กับศุภฤกษ์ มุกให้คนรถแวะไปที่ร้านขายปลาของเสือแต่ร้านปิด มุกจึงไปต่อที่บ้าน ปรากฏว่าที่บ้านก็ล็อกกุญแจอีก
ยิ่งยศขึงขังจะเอาเรื่องเสือให้ได้ ส่วนมินตราแทนที่จะปกป้องลูกชาย กลับทำเฉยไม่ยุ่งไม่เกี่ยวให้จัดการกันเอง ต้องตาโกรธมากไล่ตะเพิดมินตราออกจากบ้าน และสาปแช่งทั้งมินตรากับยิ่งยศให้ฉิบหายวอดวายที่ทำให้หลานของตนต้องติดคุก ติดตะราง
"นี่แม่ไล่ฉันออกจากบ้านเหรอ" มินตราฮึดฮัดโมโห
"เออ มึงทำพ่อมึงช้ำใจตายไปคนแล้ว ยังจะมาเหยียบย่ำจิตใจกูอีก ถ้าพวกมึงไม่ไป กูจะเผาพริกเผาเกลือแช่งทุกวัน ชาตินี้พวกมึงสองคนอย่าหวังว่าจะได้เจริญเลย"
มินตราเจ็บใจ แต่พอแม่เอาจริงก็ไม่กล้า เลยหันไปตะคอกยิ่งยศ "ไปซิวะไอ้ยิ่ง เขาไล่แล้ว ยังจะนั่งหาพระแสงอะไรอีกวะ" ว่าแล้วสะบัดหน้าเดินฉับๆออกจากโรงพักไปทันที ยิ่งยศหน้าเสียรีบก้าวตาม
"เดี๋ยวสิจ๊ะน้องมิน เราไม่มีเงินเลยนะ ออกไปแล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ"
"ไม่รู้โว้ย" มินตรากระแทกเสียงหงุดหงิด เดินจ้ำนำลิ่วออกไป ยิ่งยศหน้าจ๋อยตามหลัง
"พวกมันไปกันหมดแล้ว ปล่อยหลานผมได้แล้วใช่ไหมครับจ่า" ณรงค์ถามจ่าพุด แต่จ่าพุดยังเฉย ครูวิไลจึงต้องช่วยอีกแรง
"คุณ ตำรวจคะ เสือเป็นเจ้าของบ้าน ส่วนนายยิ่งเป็นคนอื่น แถมยังฆ่าปลาของเสือตายจนหมด ก็เท่ากับทำลายทรัพย์สิน เสือน่าจะมีสิทธิป้องกันตัวเองไม่ใช่เหรอคะ"
"เอ้าๆ ต่อไปอย่าใจร้อนใช้กำลังแก้ไขปัญหาอีกล่ะ คราวนี้ถือว่าฉันตักเตือนก็แล้วกัน"
"ขอบคุณ ครับ" เสือยกมือไหว้จ่าพุดที่ปล่อยตัว ต้องตากับณรงค์และครูวิไลรีบเข้าไปหา ต่างคนต่างแย่งกันปลอบใจเสือ ขณะที่เสือก็ขอโทษยายที่ตนบุ่มบ่ามเกินไป ทำให้ยายต้องเสียใจ
"ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร เสือไม่ต้องติดคุกยายก็ดีใจแล้วล่ะลูก"
ooooooo










