ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"

    พรเพ็ญกำลังจะทำมื้อเช้าให้พ่อ ถึงกับชะงักเมื่อป้าแจ่มบอกว่าสโรชาลุกมาเตรียมอาหารให้เอกสิทธิ์แต่เช้าแล้ว สั่งให้แค่อุ่นแล้วตักให้คุณท่าน และห้ามใครมายุ่งกับอาหารเด็ดขาด

    “เมื่อคืนก็เลิกกันดึก แต่คุณน้ายังตื่นมาเตรียมแต่เช้าเหรอจ๊ะ”

    “ถ้าจะมีข้อดีสักข้อ ก็คงเป็นข้อนี้ล่ะมั้งคะ”

    “ถ้างั้นเดี๋ยวพรตักไปให้คุณพ่อเลยแล้วกัน เดี๋ยวจะได้กินยาต่อเลย”...

    ในเวลาเดียวกัน สุดารอจนตรัยขับรถออกจากบ้านไปแล้ว ถึงได้ตะโกนเรียกให้เพ็ญพรออกจากที่ซ่อน เธอค่อยๆโผล่หัวขึ้นมามอง ก่อนจะวิ่งไปเกาะประตูรั้วดูให้แน่ใจว่าไปแล้วจริงๆ จึงหันไปชวนสุดาให้เริ่มแผนการขั้นต่อไป สุดายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะชวนกันไปที่ห้องนอนของตัวเอง

    ใช้เวลาไม่นาน สุดาก็แปลงโฉมเพ็ญพรเป็นลุคใหม่เสร็จเรียบร้อย เธอมองดูตัวเองที่แต่งหน้าเปรี้ยวจี๊ดไม่เหลือเค้าเดิม ถึงกับตะลึง ถามเพื่อนรักว่าไม่แรงไปหน่อยหรือ เธอยืนยันว่าไม่แรง หากจะปลอมตัวเป็นเซลส์ขายเครื่องสำอาง จะแต่งหน้าจืดๆได้อย่างไร แล้วหยิบส่งชุดให้

    “ไปเปลี่ยนเร็วๆเลยแก เดี๋ยวจะได้ไปลุยกัน ฉันอยากจะลุยเต็มแก่แล้ว”...

    ขณะที่เพ็ญพรกับสุดาเตรียมจะบุกบ้านศิลาแดงอีกครั้งหนึ่ง สโรชาเห็นเชาวน์มานั่งที่โต๊ะอาหารคนเดียว อดแขวะไม่ได้ว่าเมียชั้นสองของเขาหายไปไหน หรือว่าไม่กล้ามาร่วมโต๊ะแล้ว

    “ดีแล้วล่ะค่ะคุณแม่ ภาไม่อยากร่วมโต๊ะกับนังสก๊อย กินข้าวไม่ลง” อาภาพรทำท่าขยะแขยง เชาวน์ขอให้ลูกพูดจาให้เกียรติกันหน่อย วาทินีจะกินอาหารในห้อง แล้วหันไปสั่งให้ป้าแจ่มจัดการเรื่องอาหารให้ด้วย สโรชาไม่พอใจ เป็นแค่คนอาศัย ทำไมต้องสะเออะอยากกินอาหารในห้องนอน

    “เอาน่าๆ เธอก็ไม่อยากจะร่วมโต๊ะกับวาทินีอยู่แล้วนี่”

    สโรชาหมั่นไส้ ถามประชดว่าทำไมเชาวน์ไม่ขึ้นไปกินอาหารกับวาทินี เขาแค่อยากจะดูอะไรๆที่มันสดชื่นบ้างเท่านั้นแล้วปรายตามองพรเพ็ญซึ่งกำลังตักอาหารอยู่ สโรชามองอย่างรู้ทัน ก่อนจะหันไปถามพรเพ็ญว่าไม่ไปดูแลเอกสิทธิ์หรือ จัดการป้อนข้าวป้อนน้ำให้หรือยัง ป้าแจ่มชิงตอบคำถามแทน

    “คุณหนูเพิ่งให้คุณท่านกินยาค่ะ”

    คุณนายเค็มถึงกับปรี๊ดแตก เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าตนจะเป็นคนให้ยาเอกสิทธิ์เอง พอเห็นพรเพ็ญกับป้าแจ่มพากันตกใจกับเสียงแปดหลอดของตัวเอง รีบปรับโทนเสียงลง “เอ่อ...ฉันเป็นเมียนะ ฉันก็อยากทำหน้าที่เมียที่ดี จำไว้เลยนะ ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย หน้าที่ทำอาหารและป้อนยา เป็นหน้าที่ของฉันคนเดียว”

    ooooooo

    เดือนฉายโทร.หาวิทวัสแต่เช้าเพื่อถามข่าวคราวของลูกสาวว่าทำงานเป็นอย่างไรบ้าง ถึงได้รู้ว่าเขาชวนไปงานเลี้ยงของลูกค้าแต่เธอไม่ยอมไปด้วย

    “เด็กคนนี้นี่แย่จริงๆ ว่าแต่คุณวิทวัสไปงานลูกค้าที่ไหนหรือคะ”

    จังหวะที่วิทวัสบอกว่าไปบ้านศิลาแดง สัญญาณมือถือไม่ชัดมีเสียงรบกวนตลอด เดือนฉายไม่ได้ยิน ก็เลยตัดบท ขอตัววางสายก่อน แล้วเดินไปนั่งข้างๆเคนซึ่งซักทันทีว่าหลานสาวตัวแสบของตนก่อเรื่องอะไรอีก

    “ก็ไม่ได้อะไรมากหรอกค่ะคุณพ่อ ดื้อกับคุณวิทวัสนิดหน่อย กลับมาต้องตีเสียบ้างแล้ว เสียงานเสียการ เดี๋ยวเสียลูกค้ากันหมด” เดือนฉายพูดจบ ใจลอยไปถึงพรเพ็ญ “คงจะดีถ้ายัยเพ็ญจะเรียบร้อยเหมือน...” เธอชะงัก เมื่อเห็นพ่อจ้องหน้า ไม่กล้าสบสายตาด้วยเสมองไปทางอื่น...

    ที่บ้านศิลาแดง สโรชากำลังจะก้าวขึ้นรถที่ลุงเติมจอดรออยู่ แล้วนึกขึ้นได้ หันไปสั่งอาภาพรที่ตามมาส่งว่าวันนี้อย่าออกไปไหน อยู่เฝ้าเอกสิทธิ์เอาไว้ ผู้คนจะได้ไม่มองว่าเรามาเพื่อหวังสมบัติ อาภาพรบ่นอุบทำไมต้องเป็นเธอทุกที ทีพี่ณัฐแว่บหายไปตั้งแต่เมื่อคืนไม่เห็นแม่ว่าอะไร สโรชาตัดรำคาญหยิบเงินปึกหนึ่งส่งให้

    “จะเลิกโวยวายได้หรือยัง”

    อาภาพรถึงกับตาโต รีบคว้าเงินไว้ เชิญแม่ไปข้างนอกตามสบาย ตนจะอยู่เฝ้าเอกสิทธิ์ให้เอง แล้วเดินนับเงินอย่างสบายอารมณ์เข้าบ้าน สโรชาส่ายหน้าระอาใจ ก่อนจะก้าวขึ้นรถ

    อีกมุมหนึ่งข้างรั้วบ้าน สุดาขับรถมาจอดให้เพ็ญพรที่แปลงโฉมเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางลง บอกให้แสดงสุดฝีมือ แค่ก้าวแรกเพ็ญพรก็สะดุดส้นสูงหัวทิ่ม บ่นเป็นหมีกินผึ้ง ขอไม่ใส่รองเท้าคู่นี้ได้ไหม

    “ไม่ได้ คนขายเครื่องสำอางต้องสวย ต้องจัดเต็มย่ะ ไปเถอะน่า ฉันรู้แกทำได้” สุดาว่าแล้วดันหลังเพื่อนรักไปหน้าประตูรั้ว แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นรถคันหนึ่งค่อยๆเคลื่อนออกจากบ้าน สองสาวรีบหันหลังให้ชี้ชวนกันดูโน่นดูนี่ จนรถแล่นลับสายตา จึงค่อยๆหันกลับมา จึงไม่เห็นว่าสโรชานั่งอยู่ในรถคันนั้น สุดาหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางกับแค็ตตาล็อกจากในรถยื่นให้เพ็ญพรซึ่งรับมาอย่างอิดออด ท่าทางไม่ค่อยมั่นใจ

    “ฟังฉันนะ แกทำได้ 5 4 3 2 1 แอ็กชั่น”

    สิ้นเสียงสุดา เพ็ญพรสะบัดผมเชิดหน้า เดินอย่างมาดมั่นไปที่หน้าประตูรั้วบ้านศิลาแดง...

    ด้านวิทวัสนึกสนุก อยากจะป่วนเพ็ญพรเอาคืนบ้าง คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หา แต่เธอปิดเครื่อง พานคิดว่าเธอยังนอนไม่ตื่น คว้าเสื้อนอกจะไปหาถึงที่พัก ยังไม่ทันจะก้าวเท้า เลขาฯหน้าห้องเข้ามาแจ้งเสียก่อนว่าบ่ายนี้ลูกค้าที่นัดเอาไว้ ขอเลื่อนเวลาเร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมง

    “รอดไปได้นะยัยตัวแสบ ตอนเย็นไม่ปล่อยแน่” วิทวัสพึมพำกับตัวเอง

    ooooooo

    ระหว่างที่พรเพ็ญกำลังทำกายภาพให้เอกสิทธิ์ มีเสียงกริ่งประตูรั้วดังรัวขึ้น เธอขยับพ่อให้นอนเข้าที่ แล้วขอตัวไปดูว่าใครมา พอเธอวิ่งลงมาถึงห้องโถง เจอป้าแจ่มเดินสวนเข้ามา ถามว่าใครกดกริ่ง

    “พวกขายเครื่องสำอางน่ะค่ะ ป้าบอกไปแล้วว่าไม่เอา แต่เธอไม่ยอมไป คุณภาเลยเดินออกไปเองค่ะ”

    “งั้นเดี๋ยวหนูไปดูเอง ป้าแจ่มช่วยเข้าไปดูคุณพ่อก่อนนะคะ” พูดจบ พรเพ็ญรีบออกไปที่ประตูรั้ว เห็นอาภาพร ยืนเท้าเอวจ้องหน้าเซลส์เขม็ง พร้อมกับไล่ตะเพิดให้กลับไป เพ็ญพรในคราบเซลส์ขายเครื่องสำอางรู้ดีว่าเธอเป็นพวกบ้ายอ หลงตัวเองสุดๆ เลยชมเธอยกใหญ่ว่าสวยอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าได้เครื่องสำอางเซตที่ตนขายไปช่วยเสริมความงาม รับรองเธอจะสวยเด้งกว่าเดิมเป็นเท่าทวีคูณ

    “โอเคๆ งั้นเข้ามา นี่อยากช่วยเธอทำยอดหรอกนะ ไม่งั้นไม่เอาหรอก เพราะฉันน่ะมันสวยอยู่แล้ว” อาภาพรยกหางตัวเองจบ เดินนำไปยังตัวตึก เพ็ญพรแอบเบ้ปากใส่ ก่อนจะเหลือบเห็นพรเพ็ญยืนอยู่ ดีใจ อ้าปากจะทัก อาภาพรหันมาบอกให้รีบตามมาเร็วๆ ก่อนที่ตัวเองจะเปลี่ยนใจ แล้วตะโกนสั่งพรเพ็ญ

    “ยัยพร ยืนเซ่ออยู่ทำไม ไปเอาน้ำส้มมาให้ฉัน เสร็จแล้วก็ไปซักผ้า” อาภาพรสั่งเสร็จก้าวฉับๆเข้าบ้าน เพ็ญพรเห็นพี่สาวโดนจิกหัวใช้ก็แค้นมาก ต้องหาทางเอาคืนยัยหลงตัวเองให้ได้...

    ในระหว่างที่อาภาพรกำลังเลือกดูเครื่องสำอางจากแค็ตตาล็อกที่เพ็ญพรหยิบให้ พรเพ็ญถือแก้วน้ำส้มเข้ามาเสิร์ฟ ยัยหลงตัวเองไม่วายจิกหัวใช้ทำโน่นทำนี่ให้อีก พรเพ็ญไม่มีปากมีเสียงได้แต่ก้มหน้างุดๆออกไป วาทินีเดินสวนเข้ามา เห็นอาภาพรกำลังเลือกซื้อเครื่องสำอางก็สนใจจะซื้อบ้าง เธอแว้ดใส่ทันที

    “ไม่ขาย ฉันเหมาหมดแล้ว หน้าอย่างแกไปใช้ของตลาดนัดโน่น”

    วาทินีโกรธจัด แต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินกระฟัดกระเฟียดออกไป อาภาพรมองตามสะใจ หยิบ แค็ตตาล็อกมาดูต่อ เพ็ญพรอยากจะไปหาพี่สาว ทำเป็นถามทางไปห้องน้ำ เธอไล่ให้ไปใช้ห้องน้ำคนรับใช้ด้านหลังแล้วชี้บอกทิศทาง เพ็ญพรพยักหน้ารับ ลุกออกไปทันที...

    อีกมุมหนึ่งนอกกำแพงบ้านศิลาแดง สุดานั่งกระสับกระส่ายอยู่ในรถ เป็นห่วงเพื่อนรัก ป่านนี้ทำไมยังไม่ออกมา พลันมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ตรัยโทร.มาวานเธอไปซื้อของให้ เนื่องจากเขาไม่ว่างจะต้องมาเยี่ยมคุณลุงเอกสิทธิ์ เธอถึงกับร้องเอะอะ จะมาตอนนี้เลยหรือ

    “อืม ก็ตอนนี้น่ะสิ ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น โอเค เดี๋ยวพี่ออกแล้ว อย่าลืมไปซื้อของให้ด้วยนะ” พูดจบตรัยวางสาย สุดาถอนใจหนัก มองไปในบ้านศิลาแดงสีหน้าเป็นกังวล...

    ทางด้านเพ็ญพรแอบย่องไปทางห้องซักผ้า เห็นพรเพ็ญหอบตะกร้าใส่เสื้อผ้าเข้ามาก็เข้าไปทัก ทีแรกเธอจำน้องตัวเองไม่ได้ แต่พอเพ็ญพรเรียกเธอว่าเจ๊ติ๋มเท่านั้น จำได้ทันที เตือนว่าถ้าใครจับได้ต้องแย่แน่ๆ

    “พี่ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ห่วงตัวเองเถอะ นี่พี่ต้องมาคอยรับใช้คนพวกนี้ขนาดนี้เลยหรือเนี่ย ทำไมพี่ต้องมาทนอะไรแบบนี้”

    พรเพ็ญต้องฝืนทนเพราะพ่อยังป่วยอยู่ แล้วบอกให้น้องรีบกลับ ถ้าใครรู้เข้าต้องเกิดเรื่องใหญ่ มีเสียงฝีเท้าคนดังขึ้น พรเพ็ญรีบพาน้องไปซ่อนตัว แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เชาวน์หอบเสื้อผ้าตัวเองเข้ามา วานให้เธอช่วยซัก อ้างเสื้อผ้าแพงๆไม่ไว้ใจคนอื่น เธอพยักหน้ารับคำ บอกให้วางไว้ในตะกร้าได้เลย

    “แต่ลุงอยากให้กับมือมากกว่า” เชาวน์ไม่พูดเปล่า ดึงมือพรเพ็ญไปจับ

    หญิงสาวตกใจ กระชากมือกลับแล้วเดินหนี เชาวน์เอามือตัวเองที่สัมผัสมือเธอเมื่อครู่ขึ้นมาดม ก่อนจะเดินหัวเราะออกไป เพ็ญพรเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตลอด กำมือแน่นด้วยความแค้นใจ

    ooooooo

    อาภาพรต่อว่าเพ็ญพรที่หายไปเข้าห้องน้ำนาน เธอโกหกว่าเสียเวลาต้องซับหน้าเติมลิปสติกก็เลยช้า

    “ว่าแต่คุณน้องคนสวยเลือกได้หรือยังคะ สนใจตัวไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า”

    “เลือกไม่ถูก เอามาหมดนั่นแหละ” อาภาพรโยนแค็ตตาล็อกคืนให้

    “เอาหมดเลยหรือคะ แหมคุณน้องนี่รวยจัง” เพ็ญพรทำเป็นตื่นเต้น อาภาพรคุยอวดว่าพ่อเลี้ยงของตัวเองรวย ใช้เงินเท่าไหร่ก็ไม่หมด เขาตายเมื่อไหร่ เธอจะยิ่งใช้สบายกว่านี้อีก เพ็ญพรแค้นจัดกำมือแน่นจนแค็ตตาล็อกที่ถืออยู่แทบขาด อาภาพรไม่ทันสังเกต มัวแต่สนใจจะได้ของเมื่อไหร่ เธอจะเอามาให้วันพรุ่งนี้

    “อืม งั้นพรุ่งนี้เอามาส่งแล้วค่อยเก็บเงินทีเดียวแล้วกัน วันนี้หล่อนก็กลับไปได้แล้ว”

    เพ็ญพรคิดแผนร้ายขึ้นมาได้ บอกว่ามีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าเวรี่ๆวีไอพีมาเสนอ โปรโมชั่นที่ว่าก็คือจะได้แต่งหน้าฟรีไม่อั้น ชนิดจัดเต็ม ไม่เคยแต่งให้ใครมาก่อน อาภาพรหลงเชื่อ ยอมให้เธอแต่งหน้าให้ เพ็ญพรเลยจัดให้แบบเต็มๆ ชนิดมีเครื่องสำอางเท่าไหร่โปะไม่อั้นสมกับคำโฆษณาชวนเชื่อ...

    ที่นอกประตูรั้ว ขณะสุดายืนกระวนกระวายใจเมื่อไหร่เพ็ญพรจะออกมาสักที เห็นรถของตรัยแล่นตรงเข้ามา เธอรีบวิ่งไปหลบ อดเป็นห่วงเพื่อนรักที่ยังคงอยู่ข้างในไม่ได้...

    แต่งหน้าให้อาภาพรเสร็จ เพ็ญพรยืนดูผลงานตัวเองด้วยความพอใจ คุยอวดว่าแต่งให้เธอได้สวยมาก สวยที่สุดในสามโลกเลย เธอหลงเชื่อ ขอกระจกเงาดูความงาม เพ็ญพรไม่ยอมให้ เอากระจกไปซ่อนไว้ข้างหลัง ขอร้องอย่าเพิ่งดูเดี๋ยวจะไม่เซอร์ไพรส์ อาภาพรงง ทำไมต้องเซอร์ไพรส์ด้วย

    “ก็...เอ่อ สวยเซอร์ไพรส์ยังไงล่ะคะ แหม นี่ถ้าแฟนคุณน้องได้เห็นโฉมหน้าของคุณน้องล่ะก็ คุณพี่รับรองค่ะว่าเซอร์ไพรส์แน่ๆ” เพ็ญพรแอบหัวเราะเยาะ อาภาพรเอามือแตะหน้าตัวเอง พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ตนเองสวยขนาดนั้นจริงๆหรือ แล้วเหลือบไปเห็นตรัยเดินเข้ามา ยิ้มแฉ่งตะโกนเรียกเสียงลั่น เพ็ญพรตกใจ หันขวับ ก่อนจะรีบหันหลังให้ สีหน้ามีพิรุธสุดๆ พึมพำด่าเขาว่าอีตาบ้า จะโผล่มาทำไมตอนนี้

    “พี่ตรัยๆๆๆ น้องภาสวยไหมคะ” อาภาพรกวักมือ เรียกตรัยหยอยๆ พอเขาเห็นหน้าเธอชัดๆถึงกับพูดไม่ออก เธอคิดว่าเขาตะลึงในความงาม บอกกับเพ็ญพรที่ยืนหันหลังให้ว่าไม่เสียแรงเหมาเครื่องสำอางยกเชต แล้วจับหน้าเพ็ญพรหันให้ตรัยดู “นี่ค่ะ ฝีมือยัยคนนี้แต่งหน้าให้น้องภา”

    เพ็ญพรเห็นท่าไม่ดี รีบขอตัวกลับ แล้วขยับจะไป ตรัยคว้าแขนไว้ ถามเสียงเข้มว่านี่มันอะไรกัน เธออึกอักคิดหาคำตอบไม่ทัน อาภาพรเห็นเขาจับมือถือแขนหญิงอื่นก็หึงหวง รีบดึงมือเขาออก

    “พี่ตรัย ก็ไม่มีอะไรนี่คะ นางเป็นคนขายเครื่องสำอาง น้องภาเหมาหมด นางเลยแต่งหน้าสเปเชี่ยลให้สำหรับลูกค้า เวรี่ๆวีไอพีน่ะค่ะ” อาภาพรพูดไม่ทันขาดคำ เพ็ญพรคว้ากระเป๋าเครื่องสำอางเผ่นแน่บ ไม่ฟังเสียงเรียกให้กลับมาก่อนของตรัย อาภาพรตัดพ้อ เขาจะมองเซลส์ขายเครื่องสำอางทำไมในเมื่อมีคนสวยอย่างเธออยู่ตรงนี้ทั้งคน ตรัยหันมองหน้าเธอแล้วอมยิ้ม พยายามกลั้นหัวเราะสุดชีวิต

    “สวยใช่หรือเปล่าล่ะ”

    “ก็ เอ่อ...โอนะ” ตรัยพูดจบ ต้องเบือนหน้าไปขำ อาภาพรมัวแต่อายม้วนก็เลยไม่ทันเห็น

    ooooooo

    อาภาพรพยายามตื๊อให้ตรัยพาไปกินข้าว แทนที่จะต้องเข้าเยี่ยมเอกสิทธิ์ เขาปฏิเสธทันทีว่าตั้งใจจะมาเยี่ยมท่าน ไม่ได้จะพาใครไปกินข้าว เธอไม่กล้าขัด จำต้องพาเขาไปที่ห้องนอนของพรเพ็ญ ทันทีที่เปิดประตูห้อง อาภาพรร้องเอะอะว่าเหม็นมาก เขาไม่สนใจ เข้ามาไหว้ทักทายเอกสิทธิ์ อยู่ๆอาภาพรก็ร้องวี้ดว้าย

    “พี่ตรัย นั่นคุณลุงฉี่ราดนี่คะ ว้าย อี๋ พี่ตรัย ถอยออกมาค่ะ...ป้าแจ่มๆ อยู่ไหนเนี่ย”

    ป้าแจ่มวิ่งหน้าตั้งเข้ามาถามว่ามีอะไร อาภาพรโวยวายว่าไม่ได้ใส่ผ้าอ้อมให้คุณลุงหรือ เธอไม่ได้ใส่ให้ เนื่องจากกลัวจะอบ อาภาพรทำหน้าขยะแขยง สั่งให้เธอจัดการคุณลุงให้เรียบร้อย แล้วพยายามดึงตรัยออกห่าง พรเพ็ญเข้ามาในห้องพอดี อาสาจะจัดการเอง ตรัยจะเข้าไปช่วย อาภาพรดึงแขนไว้

    “อย่านะคะพี่ตรัย น่ารังเกียจจะตาย น้องพรเขาทำของเขาเองได้ น้องพรเขาถนัดเรื่องสกปรกอยู่แล้ว”

    ตรัยต้องปรามอาภาพรให้พูดน้อยๆหน่อย...

    ที่ใต้ถุนคอนโดฯที่พักของเดือนฉาย เพ็ญพรเล่าเหตุการณ์ที่พี่สาวฝาแฝดของตัวเองถูกพวกนั้นรุมจิกหัวใช้ให้สุดาฟัง เธอเป็นเดือดเป็นแค้นแทน ถามว่าพี่สาว ของเพื่อนเป็นคนแบบไหนถึงได้ทนให้พวกนั้นกดขี่

    “เท่าที่สัมผัสได้ ก็เรียบร้อย อ่อนหวาน ทำงานบ้านเก่ง แล้วก็เจ้าน้ำตา”

    สุดาสรุปทันทีว่าแฝดคู่นี้ต่างกันลิบลับ เพ็ญพรทั้งแก่นกะโหลกทั้งทะลึ่งตึงตัง งานบ้านไม่แตะ แถมยังซาดิสต์อีกต่างหาก แล้วถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพ็ญพรมีแผนการอยู่แล้ว คนเลวๆอย่างพวกนั้นต้องเจอกับคนอย่างเธอ สุดาไม่เข้าใจว่าเพื่อนหมายความว่าอย่างไร เธออธิบายว่าวางแผนจะสลับตัวกับพี่สาว...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องรับแขกของบ้านศิลาแดง ขณะสโรชากำลังเล่นงานณัฐพงษ์ที่เพิ่งกลับถึงบ้านหลังจากหายหัวไปทั้งคืน เชาวน์ในชุดไปเที่ยวเดินผิวปากเข้ามา เธอถามเสียงเขียวจะออกไปไหน

    “คนบ้านนี้นี่มันยังไงนะ จะหาดีไม่ได้เลยใช่ไหม หน็อย พอกันทั้งพ่อทั้งลูก ลูกเข้าพ่อก็จะออก”

    “โธ่ที่รัก อารมณ์เสียจากไหนมาจ๊ะ พี่ก็แค่ขอออกไปผ่อนคลาย รีแลกซ์บ้างไรบ้างสิจ๊ะที่รัก”

    สโรชาห้ามเชาวน์เรียกตนว่าที่รัก อยากจะไปไหนก็รีบไปเลย แล้วทำไมไม่เอานังเมียสก๊อยไปด้วย เชาวน์เอาไปด้วยไม่ได้เพราะเธอหลับอยู่ สโรชาของขึ้นอีกรอบ แดกดันว่าสบายกันจริงๆ ชีวิตมีแต่กินกับนอน คอยแต่จะผลาญเงินของเธอกันทั้งนั้น อาภาพรไม่เข้าใจ แม่จะบ่นทำไมในเมื่อคุณลุงมีเงินตั้งมากมาย

    “คิดอย่างพวกแกมันก็ดักดานอยู่แค่นี้ไง” สโรชาด่ากราดสีหน้าเอาเรื่อง

    ooooooo

    เพ็ญพรชวนสุดาไปนั่งวางแผนกันต่อที่ร้านกาแฟใต้ถุนคอนโดฯที่พักของตัวเอง วิทวัสถือถ้วยกาแฟกับจานขนมย้ายมานั่งโต๊ะเดียวกับสองสาว เพ็ญพรแว้ดใส่ทันควัน ใครจุดธูปเชิญเขามา

    “ไม่มี มาเอง อยากมาหลอกคนขี้เกียจ ชอบอู้งาน” พูดจบ วิทวัสแลบลิ้นหลอก

    “นึกว่าน่ารักหรือ ทุเรศ มาทำไม”

    ในเมื่อเธอไม่รับโทรศัพท์ เขาก็เลยต้องบุกมาที่นี่ เพ็ญพรชักจะอารมณ์เสีย เปิดเมนูแล้วกวักมือเรียก

    เด็กเสิร์ฟ ก่อนจะหันไปถามสุดาว่าจะกินอะไร พอเห็นเพื่อนรักนั่งส่งตาเยิ้มให้วิทวัส แกล้งกระแทกเมนูปัง

    “แกจะกินอะไรไหม หิวไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่กินฉันจะขึ้นห้องไปนอนละ”

    วิทวัสหาว่าเธออารมณ์ขึ้นๆลงๆ ทีวันงานเลี้ยงบ้านศิลาแดงทำหงิมๆ แถมยังไปขลุกอยู่แต่หลังบ้าน ถ้าเขาไม่รู้จักเธอมาก่อน คงคิดว่าเธอเป็นนังแจ๋วของบ้านหลังนั้น เพ็ญพรรู้ทันทีว่าเขาหมายถึงพรเพ็ญพี่สาวฝาแฝดของตัวเอง ปรี๊ดแตกทันที จ้องหน้าจะเอาเรื่อง

    “อะไรๆ แค่นี้ไม่พอใจ เดี๋ยวก็กอดให้เข่าอ่อนแบบเมื่อคืนซะเลย”

    เพ็ญพรไม่รู้ว่าเขาแค่แกล้งแหย่ ด่าสวนทันทีว่าไอ้โรคจิต แล้วโดดบีบคอเขย่าๆจนหัวสั่นหัวคลอน สุดา พูดเตือนสติว่าผู้คนในร้านมองเป็นตาเดียวกันแล้ว เธอถึงยอมปล่อยมือ วิทวัสกุมคอตัวเองไอแค่กๆ เจ้าของร้านกาแฟเห็นตีกัน ก็เลยเชิญทั้งสามคนให้ออกไปนอกร้าน เพ็ญพรโทษว่าเป็นเพราะวิทวัสคนเดียวที่ทำให้เป็นแบบนี้

    “ยังจะมาโทษผมอีกหรือ ใครกันที่อาละวาดซะคนมองกันทั้งร้านแบบนั้น”

    “ก็นายกอดฉัน นายมันคนฉวยโอกาส”

    “จะบ้าหรือ ยังไม่ทันได้กอดเลย แค่จะๆ...คุณจำไม่ได้หรือไง”

    สุดารำคาญสุดๆ สั่งให้เลิกเถียงกันได้แล้ว แยกย้ายบ้านใครบ้านมัน เพ็ญพรไม่วายแลบลิ้นใส่วิทวัสก่อนจะเดินเข้าคอนโดฯที่พักตัวเอง เขามองตาม บ่นไล่หลังว่าคนอะไรน่ารักได้ไม่ทันข้ามวัน...

    ทางด้านตรัยไม่ค่อยจะชอบใจนักที่หมอรุจน์มาตรวจอาการป่วยของเอกสิทธิ์แล้วมักจะพูดชื่นชมพรเพ็ญที่คอยดูแลพ่อจนออกนอกหน้า เขาต้องคอยพูดกันท่าไว้ตลอด

    ooooooo

    กอล์ฟกับเคนคิดถึงเพ็ญพรมาก ตั้งแต่เธอไม่อยู่รู้สึกบ้านเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก พากันถามเดือนฉายว่าเธอจะกลับเมื่อไหร่ เดือนฉายคิดว่าคงอีกไม่กี่วัน

    “เมื่อวานก็โทร.มางอแงจะกลับ แต่หนูบอกให้ช่วยงานคุณวัสไปก่อน ไม่รู้จะแผลงฤทธิ์หรือเปล่า”

    “คงจะได้งานกันหรอกนะ” กอล์ฟไม่วายแดกดัน...

    เป็นอย่างที่กอล์ฟว่าไว้ไม่มีผิด เพ็ญพรไม่ได้ไปช่วยงานวิทวัส แต่กลับไปที่บ้านศิลาแดงในคราบเซลส์ขายเครื่องสำอางอีกครั้ง ต้องการจะทำตามแผนการที่วางไว้ให้เร็วที่สุด สุดาทักท้วง แล้วพี่สาวของเธอจะยอมร่วมมือด้วยหรือเปล่า เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะลองคุยดู สุดาอวยพรให้เพื่อนทำสำเร็จ

    เพ็ญพรพยักหน้ารับรู้ ชูสองนิ้วเป็นทำนองสู้ๆ แล้วเดินเชิดหน้าไปที่ประตูรั้วบ้านศิลาแดง...

    วันนี้สโรชามีนัดคุยธุรกิจกับวิทวัส อยากให้อาภาพรไปด้วยก็เลยคุยอวดว่าเขาทั้งหล่อทั้งรวย เป็นนักธุรกิจชื่อดัง เธอไม่สนใครทั้งนั้น ชอบตรัยเพียงคนเดียว

    “แม่บอกกี่ครั้งแล้วให้อยู่ห่างๆอีตาตำรวจนายนั้น แม่ว่าแกหันมาจับนักธุรกิจอย่างคนที่ชื่อวิทวัสนั่นจะดีกว่าเยอะ” จังหวะนั้น สโรชาเห็นผู้หญิงมายืนลับๆล่อๆอยู่หน้าประตูรั้ว เรียกลูกสาวมาดู

    “สงสัยเป็นยัยเซลส์ขายเครื่องสำอางมั้งคะ คงเอาเครื่องสำอางมาส่ง เมื่อวานหนูสั่งไว้”

    สโรชาตำหนิลูกว่าให้ใครที่ไหนไม่รู้เข้ามาในบ้าน ถ้าเกิดเป็นโจรมาปล้น มาปล้ำ จะทำอย่างไร เธอหาว่าแม่คิดมาก ก็แค่เซลส์ธรรมดาเท่านั้น สโรชาขี้เกียจเถียงด้วย ขยับจะไป อาภาพรเรียกไว้แบมือขอเงิน เธอถอนใจ ก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบเงินยัดใส่มือ แล้วเดินสะบัดออกไป ครู่ต่อมา สโรชาขับรถสวนกับเพ็ญพรที่ปลอมตัวเป็นเซลส์ตรงหน้าประตูรั้ว ลดกระจกมองเธอหัวจดเท้า แล้วขับรถผ่านไป ไม่สงสัยอะไร

    ไม่นานนัก เพ็ญพรนำเครื่องสำอางครบเซตมาวางตรงหน้าอาภาพร เป็นจังหวะเดียวกับพรเพ็ญเอาน้ำส้มมาเสิร์ฟ เห็นเพ็ญพรปลอมตัวเข้ามาอีกครั้งก็ชะงัก ก่อนจะถอนใจเหนื่อยใจแล้วถือถาดออกไป อาภาพรถามเซลส์สาวว่าของที่สั่งทั้งหมดราคาเท่าไหร่ เพ็ญพรเลิกสนใจพี่สาว คว้าเครื่องคิดเลขมากด

    “ทั้งหมดรวมแล้ว ลดแล้วก็ห้าพันบาทพอดีค่ะ เศษนิดหน่อยฉันปัดขึ้นให้ค่ะ”

    อาภาพรหยิบเงินมาจ่ายให้ “เสร็จแล้ว หล่อนจะไปไหนก็ไปได้แล้ว”

    เพ็ญพรแกล้งยกกระเป๋าเครื่องสำอางปัดแก้วน้ำส้มที่วางอยู่หกรดอาภาพรเต็มๆ เธอก้มดูชุดตัวเองที่เปียกโชกแล้วถึงกับปรี๊ดแตก ไล่เพ็ญพรไปให้พ้นหน้า

    ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดขึ้นข้างบน เพ็ญพรมองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคนรีบเดินไปทางด้านหลัง จนกระทั่งมาถึงห้องนอนของพี่สาว แง้มประตูเข้าไปดู เห็นพ่อนอนหลับอยู่บนเตียงในสภาพทรุดโทรมก็เศร้าใจมาก เสียงตะโกนถามของป้าแจ่ม ทำเอาเธอสะดุ้งโหยง

    “ทำอะไรน่ะคุณ”

    “คือฉัน...ฉันจะมาหาคุณผู้หญิงอีกคนน่ะ เอาลิปสติกตัวทดลองมาให้คุณเขาลอง”

    พอรู้จากป้าแจ่มว่าพรเพ็ญกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ที่สนามข้างบ้าน รีบขอตัวไปหา

    ooooooo

    เชาวน์หื่นไม่เลิก เจอพรเพ็ญยืนรดน้ำต้นไม้อยู่เพียงลำพัง เข้าไปโอบด้านหลัง จะช่วยรดน้ำต้นไม้ให้ เธอพยายามดันตัวเขาออก แต่เขาโอบไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จังหวะนั้นวาทินีตามมาเห็น รีบดึงเชาวน์ออก ชี้หน้าด่าพรเพ็ญที่ชอบมายุ่งกับผัวของตน เธออธิบายว่าเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายจะลวนลามเธอ

    “อะไรกันหนูพร ก็หนูเองเป็นคนบอกให้ลุงมาช่วย บอกว่าอยากเปียกไปกับลุงไม่ใช่หรือ” เชาวน์ปัดสวะหน้าด้านๆ พรเพ็ญถึงกับหน้าเสีย ส่ายหน้าน้ำตาคลอ พูดอะไรไม่ออก วาทินีโกรธจัด ตบตีเธอไม่ยั้ง ขณะที่เชาวน์แกล้งห้ามพอเป็นพิธี เพ็ญพรแอบดูมาพักหนึ่งแล้ว ทนไม่ไหว ปรี่เข้าไปกั้นกลาง ขอร้องอย่าตีกัน แล้วจับมือพรเพ็ญตบหน้าวาทินีหลายครั้ง เชาวน์ถามเพ็ญพรว่าเป็นใคร

    “เดี๋ยวค่อยคุยกันค่ะ ห้ามก่อนค่ะ ห้ามก่อน”

    ไม่พูดเปล่า เพ็ญพรจับมือเชาวน์มาล็อกแขนวาทินี แล้วจับมือพี่สาวตบหน้านังสก๊อยอีก เชาวน์บ้าจี้ล็อกตัววาทินีไว้แน่นแถมสั่งให้อยู่เฉยๆอย่าดิ้น

    “ดิ้นบ้าอะไรเนี่ย เห็นไหมมันตบเอา...ตบเอา”

    เชาวน์ได้สติ ปล่อยวาทินีซึ่งโวยวายใส่เพ็ญพรว่ามาขายเครื่องสำอางแล้วเข้ามาถึงในนี้ได้อย่างไร

    “นั่นสินะคะ คือรักสงบค่ะเห็นคนตีกันอดห้ามไม่ได้ เลอะหมดเลย โทษนะคะ ล้างให้” พูดจบเพ็ญพรเดินไปหยิบสายยางรดน้ำต้นไม้มาฉีดใส่เชาวน์กับวาทินี จนเปียกโชกต้องวิ่งหนีเข้าบ้าน พรเพ็ญยังยืนร้องไห้ไม่หยุด เพ็ญพรดึงตัวเธอมากอด ยุส่ง ทำไมถึงไม่สู้กับพวกมันบ้าง ปล่อยให้ทำเราข้างเดียวได้อย่างไร

    “ช่างเถอะ พี่ไม่อยากมีเรื่อง ถ้าคุณพ่อรู้ท่านอาจทรุดลงไปอีก”

    เพ็ญพรเจอท่านแล้ว ดูทรุดโทรมกว่าครั้งก่อนมาก เป็นเพราะพวกนั้นใช่ไหม พรเพ็ญพยักหน้าแทนคำตอบ เพ็ญพรแค้นจัด ต้องเล่นงานพวกนั้นคืนบ้าง แล้วเล่าแผนการของตัวเองให้ฟัง พรเพ็ญไม่เห็นด้วย ทำอย่างนั้นแล้วใครจะดูแลคุณพ่อ เพ็ญพรรับปากจะทำหน้าที่แทนเอง หรือพี่ไม่ไว้ใจตน พรเพ็ญอึกอัก

    “พี่ไม่อยากเจอแม่หรือ ฉันจะพาไปหาแม่”

    เพ็ญพรเอามือพี่สาวมากุมไว้ “พี่พร ฉันสัญญาว่าจะดูแลคุณพ่อให้ดีที่สุด เชื่อฉันเถอะนะ แล้วที่เราทำเนี่ย ก็เพื่อคุณพ่อด้วย ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป คนพวกนั้นจะทำอะไรอีกก็ไม่รู้...นะ พี่พรนะ เราจะปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้เรื่อยๆไม่ได้หรอกนะพี่”

    “แล้ว...แล้วเราจะต้องทำอย่างไร”

    “ทำตามแผนฉันไง พรุ่งนี้เราจะเริ่มกันเลย” เพ็ญพรสีหน้ามุ่งมั่นขณะที่พรเพ็ญดูไม่ค่อยจะสบายใจนัก...

    ขณะที่พรเพ็ญยอมร่วมภารกิจสลับตัวกับน้องสาว การคุยธุรกิจระหว่างวิทวัสและสโรชาก็ผ่านไปด้วยดี เขาเดินมาส่งเธอที่หน้าห้องทำงาน พร้อมกับบอกว่าคราวหน้าถ้ามีโอกาส เขาจะแนะนำให้เธอได้รู้จักกับหุ้นส่วนใหญ่ของเขา ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เก่งมากคนหนึ่ง สโรชาฟังเขาชื่นชมแล้ว ชักอยากจะเจอเธอคนนั้น

    “ตอนนี้เธออยู่ต่างจังหวัดครับ ลูกสาวของเธอมาดูแลอยู่ ไว้มีโอกาสคงได้เจอกัน”

    “ค่ะว่าแต่ถ้าว่างๆ ก็เชิญมากินข้าวที่บ้านนะคะ จะได้ช่วยแนะนำงานกับน้องภาลูกสาวดิฉันด้วย” สโรชา

    ไม่ล่วงรู้เลยว่าผู้หญิงที่เธออยากจะเจอคือเดือนฉายนั่นเอง...

    หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย วาทินีเตือนเชาวน์ให้เลิกยุ่งกับพรเพ็ญ เขาแก้ตัวว่าเธอเป็นฝ่ายมายั่วเขาเอง วาทินีไม่สน ถ้าเขาไม่ไปยุ่ง มันก็ทำอะไรไม่ได้ เชาวน์ชักรำคาญ สั่งให้พูดน้อยๆหน่อย

    “แล้วจะทำไม อย่านะ อย่าคิดมามีปัญหากับฉันนะ พี่ก็รู้ว่าจะเป็นยังไง”

    ooooooo

    ป้าแจ่มเห็นณัฐพงษ์หยิบของที่เอกสิทธิ์สะสมไว้ในตู้โชว์ออกมา ร้องทักว่านั่นเป็นของเก่าหายากของคุณท่าน ณัฐพงษ์สวนทันทีจะเอาแล้วจะทำไม ไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอสักหน่อย ป้าแจ่มอ้าปากจะเถียง แต่มีเสียงแตรรถดังขึ้นเสียก่อน เขาสั่งเธอไม่ต้องพูดมาก ไปดูว่าใครมา ป้าแจ่มส่ายหน้าก่อนจะออกไป

    “สาระแนนัก เดี๋ยวคุณลุงตายเมื่อไหร่ฉันจะไล่ออกให้หมด”

    อาภาพรได้ยินเสียงแตรรถก็จำได้ว่าเป็นของตรัย ถลาลงมาจากข้างบนเพื่อมารอต้อนรับ แต่ต้องผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจไยดีด้วย ถามหาแต่พรเพ็ญ แล้วขอตัวไปพบ ณัฐพงษ์ไม่วายล้อเลียนอาภาพรที่หลงชอบตรัยข้างเดียว จนเธอโกรธด่าไล่หลังพี่ชายตัวเองที่เดินหิ้วของเก่าของเอกสิทธิ์จากไปอย่างสาดเสียเทเสีย...

    พรเพ็ญกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัวตอนที่ตรัยเข้ามาทัก เธอเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเปลี่ยนใจ ถามเขาว่าพรุ่งนี้ว่างไหม พอดีต้องไปซื้อของให้คุณพ่อ ถ้าไปเองกลัวจะนานก็เลยจะรบกวนเขา

    “เป็นการรบกวนที่พี่เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง ถ้างั้นพรุ่งนี้ให้พี่มารับกี่โมงดี”

    หญิงสาวยังไม่ทันจะตอบ อาภาพรซึ่งยังตื๊อไม่เลิกถลาเข้ามาเกาะแขนตรัย ถามว่าจะไปไหนกัน พอรู้ว่าเขาจะมารับพรเพ็ญไปซื้อของใช้ให้เอกสิทธิ์ ก็ขอไปด้วย พรเพ็ญถึงกับตกใจ อาภาพรโวยใส่ทันทีแค่ตนจะไปด้วย ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น ตรัยเองก็แปลกใจเช่นกัน พรเพ็ญได้แต่ก้มหน้านิ่ง ทำอะไรไม่ถูก...

    ระหว่างที่พรเพ็ญทำตามแผนการในส่วนของตัวเอง เพ็ญพร โทร.ไปอ้อนแม่ขอกลับไปเยี่ยมบ้านหนึ่งอาทิตย์ รับปากว่าหลังจากนั้นจะกลับมาตั้งใจฝึกงานกับวิทวัสเต็มที่ เดือนฉายทนเสียงรบเร้าของลูกไม่ไหว ยอมตามที่ลูกร้องขอ เพ็ญพรวางสายจากแม่ ก็รีบโทร.นัดแนะกับสุดา

    “ตกลงพรุ่งนี้พี่สาวฉันจะติดรถพี่ชายแกออกมา ตอนสายๆนะ แกก็รับพี่สาวฉันมาที่คอนโดฯนี้เลย ดูแลพี่ฉันด้วยล่ะ...อ๋อ คุยกับแม่แล้ว เดี๋ยวมะรืนแม่จะมารับกลับเอง ไม่ต้องห่วง ฉันวางแผนไว้ทุกอย่างเป๊ะๆ ที่เหลือก็แกล่ะ อย่ามาสายแล้วกัน เออๆขอบใจย่ะ”...

    ทางฝ่ายเดือนฉายบอกเคนเรื่องที่หลานสาวจะกลับบ้านหนึ่งอาทิตย์ให้ทราบ แต่ดูเหมือนคนที่ดีใจกว่าเพื่อนเห็นจะไม่พ้นกอล์ฟ ถึงขนาดวางแผนจะพาเพ็ญพรไปตะลุยสวนให้มันไปเลย แต่ถูกเดือนฉายเบรกเอาไว้ เตือนว่าเพ็ญพรโตแล้ว ต้องทำงานทำการจะมาเล่นซนกับเขาไม่ได้อีกแล้ว กอล์ฟถึงกับเซ็ง...

    ในเวลาเดียวกัน สโรชาเห็นอาภาพรรื้อชุดออกมาเตรียมจะใส่ไปซื้อของกับตรัยและพรเพ็ญวันพรุ่งนี้ ไม่วายยุให้ลูกลองพิจารณาผู้ชายคนอื่นนอกจากเขาดูบ้าง เธอหันขวับมองแม่เขม็ง

    “อะไรของคุณแม่เนี่ย เมื่อเช้าก็ทีหนึ่งแล้ว หนูบอกแล้วไงว่าหนูไม่สนใจ”

    “อย่ามาเปลี่ยนใจทีหลังแล้วกัน” สโรชาพูดจบ ลุกออกไป อาภาพรมองตามไม่สบอารมณ์...

    ด้านพรเพ็ญยังทำใจไม่ได้ที่ต้องทิ้งพ่อไป ขณะจัดท่านอนให้ท่าน ได้แต่พูดอ้อมๆ หากเธอไม่อยู่ ท่านต้องพยายามกินอาหารเยอะๆ กินยาให้ครบ และอย่าลืมทำกายภาพทุกวัน เอกสิทธิ์พยายามจะพูดกับลูก แต่ทำได้แค่ส่งเสียงอื้อๆ ไม่ออกมาเป็นคำพูด พรเพ็ญซบหน้าลงกับแขนของพ่อไม่อยากให้เห็นน้ำตา

    “แล้วพรจะรีบกลับมาดูแลคุณพ่อ...คุณพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ พรไปเตรียมของไว้ทำอาหารให้คุณพ่อพรุ่งนี้นะคะ” พรเพ็ญตัดใจลุกขึ้นเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

    ooooooo

    แฝดผู้พี่ลุกขึ้นแต่เช้า จดทุกอย่างที่ต้องทำเกี่ยวกับพ่อ ทั้งอาหาร ยาและข้าวของที่ต้องซื้ออาทิตย์หน้า รวมทั้งตารางทำกายภาพให้ป้าแจ่มเก็บไว้ เธอแปลกใจจะต้องจดทำไมในเมื่อคุณหนูก็ดูแลเองทุกวันอยู่แล้ว หรือคุณหนูจะไปไหน หญิงสาวอึกอัก

    “อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พรพูดเผื่อไว้เฉยๆ เดี๋ยวพรเข้าไปดูคุณพ่อก่อนนะคะ” พรเพ็ญรีบเดินเลี่ยงออกมา ป้าแจ่มมองตาม รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก...

    ขณะที่พรเพ็ญเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสำหรับแผนการในวันนี้ เพ็ญพรเพิ่งจะงัวเงีย เอื้อมมือไปปิดเสียงนาฬิกาปลุก แล้วล้มตัวลงนอนต่อ แต่นึกขึ้นว่ามีนัดสำคัญ ลุกพรวด กระโจนเข้าห้องน้ำ...

    ยิ่งใกล้เวลาต้องไปจากบ้านศิลาแดง พรเพ็ญใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เผลอทำถ้วยกาแฟหกต่อหน้าสโรชาถูกเอ็ดว่าแค่ยกถ้วยกาแฟยังทำหก จะใจลอยไปไหนกัน พรเพ็ญรีบยกถ้วยออกไป อาภาพรที่เพิ่งลงมา ไม่วายจิกกัดเธอว่าใจลอยไปหาผู้ชาย เพราะนานๆจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตา แถมยังมีผู้ชายพาไปอีกต่างหาก ก็เลยตื่นเต้นเป็นธรรมดา พรเพ็ญไม่เถียงอะไรด้วย ยกกาแฟถ้วยใหม่มาวางให้สโรชา

    จังหวะนั้นมีเสียงแตรรถดังขึ้น อาภาพรจำได้ว่าเป็นเสียงแตรรถของตรัย ระริกระรี้ขึ้นมาทันที

    “ให้มันสงวนท่าทีหน่อยยัยภา” สโรชาเตือน

    อาภาพรไม่สนใจ รีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ ชะเง้อมองไปด้านนอก คอยตรัยอย่างใจจดจ่อ พรเพ็ญเองก็มองไปข้างนอกเช่นกัน ด้วยสีหน้าเป็นกังวลก่อนจะรีบหลบออกมา

    ทันทีที่เข้ามาในบ้าน ตรัยไม่เห็นพรเพ็ญอยู่ด้วยก็ถามหา พอรู้จากป้าแจ่มว่าเธอเข้าไปดูแลคุณท่าน เขาขออนุญาตสโรชาเข้าไปหา จะได้แวะเยี่ยมคุณลุงด้วยเลย อาภาพรมองตามตรัยที่เดินเข้าไป ไม่พอใจ...

    พรเพ็ญมองพ่อที่นอนหลับอยู่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก กังวลไปหมดว่าท่านจะอยู่อย่างไร แม้จะจดทุกอย่างที่ต้องทำเกี่ยวกับพ่อใส่กระดาษโน้ตแปะไว้เต็มห้อง ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ เอามือท่านมาแนบแก้มตัวเอง

    “พรจะรีบกลับมาค่ะ” พรเพ็ญพูดจบ ก้มกราบเท้าพ่อเป็นการรํ่าลา ก่อนจะตัดใจเดินออกจากห้องยืนหลับตาพิงประตูที่ปิดไว้ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ตรัยมาเห็นก็ตกใจ ปรี่เข้ามาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอปาดน้ำตาทิ้ง ปรับสีหน้าเป็นปกติ บอกว่าไม่มีอะไร แล้วเบือนหน้าหนีไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตา ตรัยเอื้อมมือจะจับหน้าเธอให้สบตาด้วย แต่อาภาพรเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เร่งให้ทั้งคู่ไปกันได้แล้ว

    ooooooo

    ที่ซุปเปอร์มาร์เกตภายในห้างฯ ระหว่างที่พรเพ็ญนำตรัยซึ่งเข็นรถเข็นใส่ของโดยมีอาภาพรเกาะแขนเขาแน่นเป็นตุ๊กแก สายตาเธอไม่ได้มองข้าวของที่จะซื้อ กลับมองไปรอบๆ เหมือนหาอะไรบางอย่าง มีเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้ามาในมือถือของพรเพ็ญ เธอหยิบขึ้นมาอ่าน ก่อนจะขอตัวไปซื้อของใช้ส่วนตัวครู่หนึ่ง

    “จะเอาอะไรครับ เดี๋ยวพี่จัดการให้”

    “พี่ตรัยคะ น้องพรบอกแล้วไงคะว่าของส่วนตัวๆ ก็หมายความว่าไม่อยากให้เรารู้ไงคะ” อาภาพรกันท่า

    ตรัยมองพรเพ็ญแล้วพยักหน้ารับ ถ้าอย่างนั้นเขาจะรออยู่แถวนี้ อาภาพรกำชับให้เธอรีบไปรีบมาไม่ใช่ปล่อยให้ตนกับพี่ตรัยต้องถือของให้ พรเพ็ญรับคำแล้วเร่งฝีเท้าออกไป จนกระทั่งถึงจุดนัดหมาย เพ็ญพรออกจากที่ซ่อนตัวเข้ามาหาสีหน้ายิ้มแย้ม ดีใจที่พี่ไม่เปลี่ยนใจ พรเพ็ญยังกลัวๆอยู่ไม่รู้จะต้องทำตัวอย่างไร เธอจับหน้าพี่สาวให้มองหน้าตัวเอง แล้วพูดอย่างอ่อนโยน

    “มันจะยากอะไรล่ะ ก็แค่พี่เป็นฉัน แล้วฉันเป็นพี่ ก็แค่นั้นเอง เอาน่าพี่พร มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวอะไรมากหรอก...พี่รออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวยัยสุดาก็มารับพี่แล้ว นั่นไงโทร.มาพอดีเลย” เพ็ญพรรีบรับสาย แต่ปรากฏว่ามีการผิดแผน รถของสุดายางแบน พรเพ็ญไม่อยากให้เปลี่ยนตัวกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แนะให้ล้มเลิกแผนการนี้ เธอจะได้กลับไปดูแลพ่อต่อ แล้วหันหลังจะไป เพ็ญพรคว้ามือเธอไว้

    “ฉันรู้แล้วว่าจะให้ใครมาช่วย” เพ็ญพรยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะโทร.หาวิทวัส...

    ที่ริมถนนห่างจากห้างฯ เป้าหมายไม่มากนัก ขณะสุดามองดูยางอะไหล่อย่างสิ้นหวังไม่รู้จะเปลี่ยนอย่างไร หมอรุจน์ขับรถผ่านมาประสบเหตุ จอดรถลงไปช่วย แทนที่จะเปลี่ยนยางให้ เขากลับให้เธอทำเอง โดยมีเขาคอยสอนเป็นระยะๆ สุดาอดเขินไม่ได้ที่เขาจับมือเธอสอนให้ไขแม่แรง...

    ระหว่างที่อาภาพรนั่งรอพรเพ็ญอยู่ในร้านกาแฟกับตรัย คอยพูดใส่ร้ายเธอต่างๆนานา แต่เขาไม่สนใจฟัง ชะเง้อคอดูเธอกลับมาหรือยัง พอเห็นเพ็ญพรมาถึงหน้าร้านคิดว่าเป็นพรเพ็ญรีบลุกไปหา ถามว่าได้ของครบไหม เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ บอกให้เขาเลี้ยงกาแฟเธอหน่อย แล้วเดินเข้าไปในร้าน อาภาพรเห็นหน้าเธอก็โวยใส่

    “ไปเอ้อระเหยถึงไหนมาล่ะ ปล่อยให้คนอื่นรออยู่ได้”

    เพ็ญพรไม่สนใจ ทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม โบกมือเรียกบริกรมาสั่งเอสเพรสโซ่ดับเบิ้ลช็อตหนึ่งที่ และมาการองกับชีสเค้กด้วย อาภาพรแดกดัน จะไม่ไฮโซไปหน่อยหรือที่สั่งของพวกนี้กิน

    “กินด้วยกันไหมล่ะ ปากจะได้ไม่ว่าง” เพ็ญพรว่าแล้วมองไปทางอื่นไม่สนใจ อาภาพรถึงกับปรี๊ดแตก

    “นี่ ลับหลังคุณแม่ ปากกล้าขึ้นมาเลยนะน้องพร แล้วไหนของที่ไปซื้อน่ะ” อาภาพรก้มมองเสื้อที่เธอใส่ เห็นเป็นคนละตัวกับที่ใส่เมื่อเช้า “...อ๋อ ซื้อเสื้อผ้าใหม่นี่เอง คุณลุงนอนป่วยอยู่แท้ๆ ยังมีแก่ใจมาสุรุ่ยสุร่ายอีก ดูสิคะพี่ตรัย” เธอพยายามใส่ไฟสุดฤทธิ์ เพ็ญพรหมั่นไส้มาก ป่วนคืนให้บ้าง

    “จะว่าไปยังมีอีกตั้งหลายชุดที่อยากจะได้ ซื้อให้หน่อยสิคะ พี่ตรัย” เพ็ญพรลากเสียงหวาน ตรัยถึงกับสะดุ้ง แม้จะรู้สึกแปลกๆกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ แต่เขากลับชอบใจ รับปากจะซื้อให้ ทำเอาอาภาพรอกแทบแตกตายด้วยความริษยา...

    อีกมุมหนึ่งของห้างฯ วิทวัสเห็นพรเพ็ญยืนอยู่ตรงจุดนัดพบ คิดว่าเป็นเพ็ญพร ปรี่เข้าไปหา เธอเห็นเขามา ทำตัวไม่ถูก เสมองไปทางอื่น เขาต่อว่าว่าเรียกให้เขาออกมาแท้ๆ ยังจะมาทำเมินอีก พรเพ็ญไม่กล้าสบตาด้วย แถมไม่รู้จะพูดอะไรได้แต่ยืนนิ่ง

    “ตกลงเรียกผมออกมากวนประสาทเล่นแค่นี้ใช่ไหม งั้นผมกลับล่ะ” วิทวัสหันหลังจะไป พรเพ็ญดึงชายเสื้อเขาไว้ ชายหนุ่มหงุดหงิดมากเพราะคิดว่าโดนแกล้ง หันขวับจะเอาเรื่อง แต่พอเห็นสีหน้าแววตาของเธอในแบบที่ตัวเองชอบ รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ พยายามปรับสีหน้าเป็นปกติ ถามว่าให้เขามารับมีอะไรหรือเปล่า เธอบอกตามที่เตี๊ยมกับน้องสาวว่ารถของเธอเสีย เขาไม่ติดใจสงสัยอะไร ชวนเธอกลับ...

    สอนแทบตายแต่สุดท้ายหมอรุจน์ก็ต้องเป็นคนเปลี่ยนยางรถเอง สุดาเห็นเขาเหงื่อหยด หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้ เขาเตือน ทีหน้าทีหลังขับรถให้ระวังๆหน่อย เขาเป็นห่วงในฐานะที่เป็นน้องของเพื่อน สุดาแอบน้อยใจที่เขาเห็นเป็นแค่น้อง แล้วนึกถึงเพ็ญพรขึ้นมาได้ รีบขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว...

    ซื้อข้าวของเสร็จ ตรัยพาสองสาวไปที่รถ เพ็ญพรเดินมารอที่ฝั่งข้างคนขับ อาภาพรไล่ให้ไปนั่งข้างหลัง ตรงนี้ตนจองแล้ว เธอหมั่นไส้ คว้ากุญแจรถจากมือตรัย ขึ้นนั่งประจำที่คนขับ แล้วสตาร์ตเครื่อง เขาตกใจรีบโดดขึ้นนั่งเบาะหลัง อาภาพรกรีดร้องลั่นเพราะเธอเร่งเครื่องรถออกไปอย่างแรงจนหน้าเกือบทิ่ม

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 06:19 น.