นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"

    เพ็ญพรตัดสินใจเล่าเรื่องแฝดผู้พี่ของตัวเองให้สุดาฟัง แต่เพื่อนกลับคิดว่าเธอแต่งเรื่องขึ้นเอง ถึงขนาดจะขอเอาพล็อตเรื่องฝาแฝดที่ถูกจับแยกกันตั้งแต่เด็ก โดยทั้งคู่มีสื่อสัมพันธ์ถึงกัน พี่เจ็บน้องก็เจ็บด้วยไปแต่งนิยายขาย รับรองต้องมีผู้จัดมาซื้อไปทำละคร

    “นี่แกไม่เชื่อฉันหรือวะ ที่เล่าไปทั้งหมดน่ะ มันชีวิตฉันจริงๆ ไม่ใช่พล็อตละครน้ำเน่า อุ๊บส์” เพ็ญพรตะปบหัวใจตัวเอง รู้สึกเหนื่อยหอบเหมือนที่พรเพ็ญเป็น แล้วทรุดลงไปกองกับพื้น สุดารีบประคองเพื่อนรักไว้

    “เชื่อก็ได้ ฉันเชื่อก็ได้ แหม...แค่นี้ไม่เห็นต้องโกรธแรง”

    เพ็ญพรใจคอไม่ดีเป็นกังวลว่าต้องเกิดเรื่องกับพรเพ็ญ สุดาถึงกับอึ้ง ตกลงว่าเป็นเรื่องจริงหรือนี่...

    ในเวลาเดียวกันที่บ้านศิลาแดง พรเพ็ญมองพ่อที่นอนหลับสนิทด้วยความเป็นห่วง ส่วนหมอรุจน์เก็บเครื่องมือแพทย์เสร็จก็หันมาบอกเธอว่าคุณลุงคงจะหลับไปอีกพักใหญ่ เธอเองก็ควรจะถือโอกาสนอนพักด้วยเลย พรเพ็ญยังนอนไม่ได้ มีงานบ้านต้องทำอีกหลายอย่าง

    “เมื่อครู่นี้ก็เป็นลมไปแล้วนะครับ ไม่เอาล่ะ ผมให้ยาคุณกินหน่อยดีกว่า ให้หลับสักนิดก็ยังดี”

    พรเพ็ญทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าขืนหลับแล้วใครจะดูแลคุณพ่อ หมอรุจน์ไม่เข้าใจทำไมเธอไม่จ้างพยาบาลพิเศษมาช่วย เธอไม่ตอบ ได้แต่ถอนใจ เสียงสโรชาดังมาแต่ไกลว่าเป็นอย่างไรบ้าง หมอรุจน์ถึงบางอ้อทันที บอกพรเพ็ญว่าพอจะเข้าใจเหตุผลแล้ว เธออดยิ้มไม่ได้ เขาแอบชื่นใจกับรอยยิ้มนั้น สโรชาเข้ามาเห็นสองคนมองสบตากันก็ไม่พอใจ ปรี่เข้าไปกั้นกลาง ถามเขาว่าตรวจเอกสิทธิ์เรียบร้อยหรือยัง อาการเป็นอย่างไรบ้าง

    “เรียบร้อยแล้วครับ ให้ยาท่านแล้วด้วย น่าจะเกิดจากความเครียดก็เลยมีอาการเกร็งขึ้นมาน่ะครับ”

    สโรชาหันไปเอ็ดพรเพ็ญ ดูแลกันอย่างไรถึงปล่อยให้เป็นอย่างนี้ หมอรุจน์ช่วยแก้ตัวให้ว่าพรเพ็ญดูแล

    คุณลุงคนเดียวไม่ไหว เมื่อครู่นี้ก็เป็นลม แต่ยังอุตส่าห์โทร.หาเขาได้ทัน สโรชามองพรเพ็ญราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอแอบถอนใจ รู้ดีว่าต้องโดนเล่นงานอีกแน่...

    หลังจากกลับมาเป็นปกติ เพ็ญพรขอร้องให้สุดาช่วยเธอจัดการเรื่องพี่สาวฝาแฝดของเธอ เพราะสุดาเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ และกำชับว่าห้ามบอกใครเด็ดขาด ถ้าเพื่อนช่วยเพื่อนสำเร็จ เธอยินดีจะยกพล็อตเรื่องนี้ให้สุดาไปแต่งนิยายฟรีๆ ไม่เอาเปอร์เซ็นต์ สองสาวตีมือกัน เป็นอันตกลงตามนี้

    “จากนี้ก็เตรียมลุย ตามแผนของแพร์รี่”

    ooooooo

    เป็นอย่างที่พรเพ็ญหวั่นใจ สโรชาเล่นงานเธอทันทีที่หมอรุจน์กลับ หาว่าเธอแผนสูง ทำทีเป็นลม โทร.อ้อนให้หมอรุจน์มารักษา แถมเอาพ่อมาอ้างว่าชักกระตุก ไม่รู้จักกลัวบาปกลัวกรรม อาภาพรได้ทีขี่แพะไล่

    “หน้าด้าน สตรอเบอร์รี่ ฉันจะฟ้องพี่ตรัย แหมพอพี่ตรัยไม่อยู่ก็จะล่อเพื่อนเขาซะงั้น อย่างนี้มันต้องตบให้ได้สติ” ว่าแล้วอาภาพรปรี่เข้าหา ป้าแจ่มพุ่งเข้ามาพร้อมโทรศัพท์ ตะโกนลั่นว่าคุณตรัยโทร.มา เธอหยุดกึกหันมาจะรับสายแต่สโรชาดึงตัวไว้ ป้าแจ่มสบช่องรีบพาพรเพ็ญออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก อาภาพรจะตามสโรชากระชากไว้อีก ย้ำเสียงเฉียบว่าไม่ต้อง เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้อยู่ห่างๆตำรวจนายนั้น

    “หรือแกอยากเห็นพ่อแกแม่แก พี่ชายแกโดนมันรวบเข้าคุกกันหมด หัดฉลาดให้ได้เท่านังพรมั่งก็ดีนะดูสิ ไม่ทันไรก็ส่งตาหวานให้คุณหมอรุจน์เขาแล้ว นังนี่มันรู้จักเลือกจริงๆ นี่ถ้าแกตาแหลมอย่างมัน ป่านนี้แม่คงได้ลูกเขยรวยๆไปแล้ว ถ้าหาเองไม่ได้ก็อยู่เฉยๆ แล้วแม่จะหาให้” พูดจบสโรชาเดินนวยนาดออกไป...

    อีกมุมหนึ่งในครัว พรเพ็ญขอบคุณป้าแจ่มมาก ถ้าเมื่อครู่นี้เข้าไปช้าอีกนิดเดียวเธอคงแย่แน่ๆ ป้าแจ่มดึงเธอมากอด ขอโทษด้วยที่ต้องโกหกว่าตรัยโทร.มาแล้วสอนว่าอยู่ท่ามกลางเสือ จระเข้ต้องรู้จักเอาตัวรอดไว้บ้าง เธอได้แต่ยิ้มรับ ป้าแจ่มหันไปบ่นกับลุงเติมว่าอีกไม่กี่วันก็จะมีงานใหญ่ ไม่รู้สโรชาจะจัดเพื่ออะไร

    “จะเพื่ออะไร...นางก็บอกออกลั่นบ้านว่าเป็นงานประกาศศักดา”

    “ศักดาบ้าอะไร ลำบากพวกเราน่ะสิ ชิ บ้านหลังตั้งใหญ่โต มีขี้ข้าแค่สองคน ฉันกับแก เฮ่อ ลำพังไม่จัดงานก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด นี่ดันจะลุกมาจัดงาน มีหวังร่าง แหลกกันล่ะ ตาเติมเอ๋ย”

    พรเพ็ญอาสาจะช่วยอีกแรงหนึ่ง ป้าแจ่มจะให้คุณหนูของตัวเองลดตัวมาช่วยงานพวกตนได้อย่างไร ที่สำคัญคุณหนูเป็นทายาทแต่ผู้เดียวของคุณท่าน คนเดียวเท่านั้นที่เป็นเจ้าของตัวจริงของบ้านศิลาแดงหลังนี้ พรเพ็ญอดยิ้มไม่ได้ พึมพำในใจ ไม่ได้มีแต่เธอเท่านั้นที่เป็นทายาทของพ่อ ยังมีน้องเพ็ญของเธออีกคนหนึ่ง

    ooooooo

    ในเวลาเดียวกัน สุดาชวนเพ็ญพรเข้ามาในบ้านกันก่อน ไหนๆก็อุตส่าห์ขับรถมาส่งทั้งที จะได้แนะนำพี่ชายตัวเองให้รู้จัก เพ็ญพรดักคอว่าไม่ต้องมาทำตัวเป็นแม่สื่อ เรื่องนี้ตนไม่ต้องการให้ช่วย

    “ช่วยเรื่องที่ฉันอยากให้ช่วยก็พอ โอเค”

    มีเสียงตรัยตะโกนลงมาจากข้างบนว่ากลับมาแล้วหรือ สุดาตะโกนเรียกให้เขาลงมาหา เธอพาเพื่อนมาด้วย คุยว่าเพื่อนของเธอสวยมาก เพ็ญพรทำหน้ายักษ์ใส่สุดา ก่อนจะเหลือบไปเห็นรูปคู่ของสองพี่น้องที่วางโชว์อยู่ ถึงกับตาเหลือกจำได้ว่าเคยเจอตรัยที่โรงพยาบาล หันรีหันขวางก่อนจะวิ่งหนีเข้าห้องน้ำ

    ตรัยลงมาถึง ก็กวาดตามองหาเพื่อนของน้องสาว “ไหนๆ ขอดูหน้าหน่อยสิ จะสวยขนาดไหน”

    สุดาหันไปทางที่เพื่อนเคยยืนอยู่ แต่บัดนี้ว่างเปล่า แปลกใจมากตะโกนเรียกก็เงียบ เพ็ญพรไม่กล้าขานรับได้แต่เอาหูแนบประตูแอบฟัง ตรัยหาว่าน้องอำเล่นสนุกๆ สุดาไม่ได้อำ ไอ้เพ็ญเพื่อนซี้ของเธอเรียนที่อังกฤษด้วยกันมาส่ง เธอก็เลยอยากให้เจอกับเขา เผื่อจะปิ๊งๆกัน เขารีบบอกว่าไม่ต้องมาทำตัวเป็นแม่สื่อ

    “นั่น เนื้อคู่กันแน่ๆ พูดประโยคเดียวกันเป๊ะ”

    “เพ้อเจ้อแล้ว ไม่เอาล่ะ พี่จะออกไปซื้อของ เออจริงสิ ว่างไหม ไปช่วยพี่เลือกเสื้อผ้าให้น้องพรหน่อยสิ อีกไม่กี่วันที่บ้านศิลาแดงของเธอจะมีงาน พี่อยากให้เธอแต่งตัวสวยๆ”

    สุดาจะไปได้อย่างไรในเมื่อเพื่อนมาบ้าน ตรัยถามหาไหนเพื่อน ไม่เห็นมีสักคน เธอยืนยันว่าเพื่อนมาจริงๆ เมื่อสักครู่ยังยืนอยู่ตรงนี้เลย เขาตั้งข้อสังเกตหรือจะอยู่ในห้องน้ำ เพ็ญพรหน้าตื่นไม่รู้จะทำอย่างไรดี แกล้งทำเสียงผายลมดังสนั่น ตรัยกำลังจะเคาะประตูห้องน้ำเรียกถึงกับชะงัก

    “โอย...ไม่เอาแล้ว ดูเพื่อนเธอละกัน ป่านนี้สลบคาส้วมไปแล้ว พี่ไปก่อนนะ”

    เพ็ญพรรอจนเสียงตรัยเงียบไป ค่อยๆแง้มประตูห้องน้ำออกมา บ่นพึมพำไม่อยากจะเชื่อว่าชีวิตจริงยิ่งกว่าละครน้ำเน่า แล้วจับไหล่สุดาไว้ “ฟังนะ แผนที่ 1 ของเรากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แผนบุกบ้านศิลาแดง”

    ooooooo

    หลังจากเลือกซื้อชุดที่เหมาะสมได้แล้ว ตรัยเอาไปให้พรเพ็ญที่บ้านศิลาแดง อาภาพรมาเห็นเข้าก็ไม่พอใจ ต่อว่าเธอว่าแทนที่จะไปเฝ้าพ่อตัวเองกลับมานั่งจ้องตาผู้ชาย ป่านนี้ท่านมิชักกระตุกตายไปแล้วหรือ ตรัยไม่เข้าใจ ทำไมอาภาพรต้องพูดจารุนแรงขนาดนี้ด้วย เธอว่าแค่นี้ยังน้อยไป

    “เมื่อเช้าน้องพรผู้อ่อนหวานของพี่ตรัยก็จ้องตาคุณหมอรุจน์จนแทบทะลุไปคนหนึ่งแล้วนะคะ”

    พรเพ็ญอธิบายว่าไม่เป็นความจริง อาภาพรเข้าใจผิดไปเอง เธอยืนยันว่าเป็นความจริง ถ้าเขาไม่เชื่อ ไปถามแม่ของเธอได้เลย แล้วด่าคู่อริซ้ำว่าผู้หญิงอะไรเผลอเป็นไม่ได้ อ่อยผู้ชายตลอด พรเพ็ญไม่อยากเถียงด้วย ขอตัวไปดูพ่อก่อน ตรัยรีบยื่นถุงใส่เสื้อให้ กำชับว่าอย่าลืมใส่

    วันงาน อาภาพรหมั่นไส้กระชากไปเปิดดู เห็นชุดสวยข้างใน เส้นริษยาแตกซ่าน จะยึดเอาเป็นของตัว ตรัยทักท้วง ไม่ได้ซื้อให้เธอแต่ซื้อให้พรเพ็ญ

    “ไม่เป็นไรค่ะ น้องพรกับน้องภาก็พี่น้องกัน ให้น้องภาใส่ก่อนค่อยแบ่งให้น้องพรใส่ทีหลัง”

    ตรัยไม่ยอมให้ แบมือขอคืน อาภาพรโกรธขยำถุงใส่เสื้อ ขว้างทิ้ง มองพรเพ็ญอย่างอาฆาตแล้วเดินกระแทกส้นเท้าปังๆเข้าบ้าน ตรัยเก็บถุงคืนให้ พรเพ็ญยังไม่ทันจะอธิบายเรื่องหมอรุจน์ เขาชิงพูดขึ้นก่อน

    “สัญญากับพี่ว่าจะใส่ชุดนี้วันงานนะครับ พี่ก็อยากเห็นน้องพรสวยกว่าใครๆ”

    พรเพ็ญซึ้งใจมากจนไม่กล้าปฏิเสธ...

    ดึกแล้ว เพ็ญพรนอนไม่หลับกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงพักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจคว้ามือถือโทร.หา พรเพ็ญ ถามถึงเรื่องที่บ้านนั้นจะมีงานเลี้ยง และถามไถ่สารทุกข์สุกดิบว่าโดนใครรังแกอีกหรือเปล่า พรเพ็ญปฏิเสธว่าไม่มี เธอไม่เชื่อ สั่งให้บอกมาว่าเมื่อเช้าเป็นอะไร พรเพ็ญแค่เป็นลมนิดหน่อย แปลกใจทำไมน้องถึงรู้

    “จะไม่รู้ได้ยังไงล่ะ ฉันก็วูบแทบจะหน้าทิ่ม นี่ไม่ไหวแล้วนะเจ๊ ฉันปล่อยให้เจ๊เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วนะ เจ๊เจ็บฉันก็เจ็บด้วยตลอด...เอ่อ แล้วพ่อล่ะ พ่อเป็นไงบ้าง”

    “นอนหลับอยู่ ไม่ต้องห่วง”

    “โอเค...งั้นเจ๊นอนเถอะ แล้วเจอกัน” เพ็ญพรวางสายทันที อึดใจมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น เพ็ญพรรีบกดรับเพราะคิดว่าพี่สาว ปรากฏว่าเป็นวิทวัสโทร.มาชวนเธอไปงานเลี้ยงที่บ้านศิลาแดง พอดีลูกค้ารายใหญ่ชวนเขาไป เขาก็เลยอยากจะชวนเธอไปด้วยเผื่อจะได้รู้จักกันไว้ เธอถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ พอตั้งสติได้ปฏิเสธทันทีว่าไม่ไป ไม่ว่าง วิทวัสงง ยังไม่ทันบอกเลยว่าเมื่อไหร่ ทำไมรีบไม่ว่าง จะโกหกอะไรก็ให้เนียนหน่อย

    “เออแหละ เมื่อไหร่ก็ไม่ว่างทั้งนั้น แค่นี้นะง่วงนอนแล้ว” พูดจบเพ็ญพรวางสาย พึมพำกับตัวเอง ทำไม

    ชีวิตของเธอถึงได้มีแต่เรื่องบังเอิญขนาดนี้ แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “งานบ้านศิลาแดง ท่าทางจะสนุกน่าดูล่ะ”

    ooooooo

    พรเพ็ญฝันเห็นตัวเองในวัยเด็กกำลังพายเรือเล่นอยู่กลางแม่น้ำ อยู่ๆน้ำที่นิ่งสงบกลับไหลวนจนเรือพลิกคว่ำ เด็กน้อยพยายามเกาะเรือที่คว่ำไว้ มองไปที่ท่าน้ำเห็นเอกสิทธิ์จูงมือเพ็ญพรในวัยเด็กมาด้วย

    “พี่จ๋า อดทนนะ หนูกำลังจะไปช่วย” เธอโดดลงน้ำว่ายมาช่วยพี่สาวที่กำลังจะจม พรเพ็ญทะลึ่งพรวดตื่นจากความฝัน มองไปที่เตียงเห็นพ่อยังนอนไม่รู้สึกตัว

    “น้องเขาจะมาช่วยหนูแล้วใช่ไหมคะพ่อ”

    พลันมีเสียงทุบประตูปังๆๆดังขึ้น พรเพ็ญรีบลุกไปเปิดรับ สโรชาโวยวายว่าวันนี้จะมีงานใหญ่ ตื่นสายขนาดนี้ถ้างานของตนออกมาบกพร่อง ตนเอาเรื่องแน่ พรเพ็ญขอโทษที่ตื่นสาย ขอดูแลพ่อให้เรียบร้อยก่อนแล้วจะรีบลงไปช่วยงานข้างล่าง สโรชาไล่ให้เธอไปจัดการตัวเองแล้วลงไปช่วยในครัว ส่วนเรื่องของเอกสิทธิ์ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตน พรเพ็ญหันมองพ่ออย่างเป็นห่วง ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ...

    หลังจากดูแลเอกสิทธิ์เรียบร้อย สโรชาลงมาที่โต๊ะอาหาร เห็นลูกทั้งสองคนนั่งกินข้าวอยู่ก่อนแล้ว อดว่าประชดไม่ได้ นึกว่าชาตินี้จะไม่มีทางได้ร่วมโต๊ะกินข้าวเช้ากับลูกๆ ระหว่างที่สามคนแม่ลูกกำลังคุยกัน วาทินีกอดแขนเชาวน์เดินนวยนาดเข้ามานั่งชูคอ อาภาพรทนไม่ไหว วางช้อนกระแทกเสียงดัง

    “คุณแม่คะ หนูไม่นั่งร่วมโต๊ะกับผู้หญิงประเภทนี้” แล้วปรายตามองวาทินีเหยียดๆ คนถูกมองถึงกับของขึ้น ลุกพรวดจะเอาเรื่อง เชาวน์ต้องดึงตัวไว้ สโรชาเลื่อนเก้าอี้ออกอย่างแรง ลุกขึ้นสีหน้าไม่พอใจ

    “อยู่บ้านนี้กรุณาทำตัวให้เป็นผู้ดีหน่อย อ้อ เชาวน์ บ่ายนี้ตอนมีงาน จะมีธุระข้างนอกก็เชิญนะ ฉันไม่ต้องการให้มีขยะสกปรก รกหูรกตาในงานบ้านฉัน” สโรชาว่าแล้วสะบัดหน้าเดินจากไป...

    พรเพ็ญถูกสโรชาจิกใช้ทำโน่นทำนี่ไม่ได้หยุดหย่อน ราวกับเป็นคนรับใช้ก็ไม่ปาน ป้าแจ่มชักทนไม่ไหวขออนุญาตเธอตบคุณผู้หญิงสักฉาด พรเพ็ญต้องขอร้องอย่าให้อะไรๆมันแย่ไปกว่านี้...

    อาภาพรเลือกชุดที่จะใส่ในงานเลี้ยงออกมาจนหมดตู้ แต่ไม่เจอสักตัวที่ถูกใจ โทษว่าเป็นเพราะแม่คนเดียว ไม่ยอมให้เงินไปซื้อชุดใหม่ เธอก็เลยมีแต่ชุดตกเทรนด์ ณัฐพงษ์เห็นด้วย ความจริงแม่น่าจะให้เงินเราสองคนพี่น้อง คนละ 4-5 หมื่นบาทจะได้แต่งตัวให้สมกับเป็นงานประกาศศักดา

    “พอเลยทั้งพี่ทั้งน้อง แม่น่ะยังไม่ได้รวยอย่างที่พวกแกคิดหรอกนะ ทำตัวดีๆอย่าดื้อกับแม่ แม่สั่งให้ทำอะไรก็ทำ” สโรชามองซ้ายมองขวา แล้วลดเสียงเป็นกระซิบ “รอให้ไอ้แก่นั่นมันตายเมื่อไหร่ แม่จะแจกให้ไม่อั้น”

    “กว่ามันจะตาย หนังเหนียวยังกะหนังสติ๊ก” อาภาพรบ่นอุบ

    “ก็รอดูไป เอาล่ะๆ มีชุดอะไรก็ใส่ๆไปก่อน ลูกแม่น่ะสวยอยู่แล้ว ใส่ชุดอะไรก็สวย นี่วันนี้แม่อุตส่าห์ทุ่มทุนจ้างช่างแต่งหน้าทำผมมืออาชีพมาแต่งให้เราสองคนเชียวนะ รับรองว่าลูกสาวแม่ต้องสวย...อ่ะ แม่ไปดูความเรียบร้อยก่อน ป่านนี้นังพรมันอู้งานแย่แล้ว” สโรชาพูดจบลุกออกไป อาภาพรนึกถึงพรเพ็ญขึ้นมาได้

    “พี่ณัฐ ฉันมีอะไรสนุกๆให้เล่น อยากเล่นด้วยหรือเปล่า”

    ooooooo

    ป้าแจ่มเห็นชุดที่ตรัยซื้อให้พรเพ็ญสำหรับใส่ในงานเลี้ยงยับยู่ยี่ อาสาเอาไปรีดให้ แล้วคว้าชุดวิ่งปรู๊ด ออกไปทันที พรเพ็ญจะห้ามก็ไม่ทัน ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าอาภาพรกับณัฐพงษ์แอบมองอยู่อย่างมีแผนร้าย ก่อนจะย่องๆตามป้าแจ่มไปที่ห้องซักรีด

    ขณะแม่บ้านผู้ซื่อสัตย์กำลังรีดชุดให้พรเพ็ญอย่างขะมักเขม้น มีเสียงเหมือนของแตกดังมาจากนอกห้อง เธอวางเตารีดไว้ตรงที่พักเตารีด แล้ววิ่งออกไปดู อาภาพรรีบออกจากที่ซ่อน มองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคนหยิบเตารีดวางลงบนชุดสวยของพรเพ็ญ แล้วชิ่งหนี ณัฐพงษ์หลอกให้ป้าแจ่มเก็บกวาดแจกันที่ตัวเองแกล้งปัดตกแตก กว่าจะกลับไปที่ห้องซักรีดอีกที ชุดของพรเพ็ญก็ไหม้เป็นรูโบ๋ไปเรียบร้อย

    พรเพ็ญเห็นชุดตัวเองที่พังยับเยินถึงกับพูดไม่ออก ป้าแจ่มยืนยันทั้งน้ำตาว่าไม่ได้เป็นคนทำ อาภาพรเดินเข้ามากับณัฐพงษ์ ทำเป็นตกใจที่เห็นชุดสวยของพรเพ็ญเสียหาย แล้วแบบนี้เธอจะเอาชุดที่ไหนใส่

    “เราออกไปซื้อชุดใหม่กันไหมจ๊ะ เอาให้แซบกว่าของไอ้ตำรวจนั่นแต่ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนน่ะ” ณัฐพงษ์ไม่พูดเปล่า ทำตากรุ้มกริ่มใส่พรเพ็ญด้วย ป้าแจ่มยอมให้คุณหนูหักเงินเดือน แต่ยังยืนยันว่าไม่ได้ทำ

    “ช่างมันเถอะป้า อีกอย่างหนูก็คงอยู่แต่หลังบ้านไม่ต้องใส่ชุดแบบนี้หรอกจ้ะ”

    “รู้ตัวก็ดี อย่ามาแอบเอาชุดฉันไปใส่ก็แล้วกัน ฉันไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร ไปเถอะค่ะพี่ณัฐ ไร้สาระ ใครมีอะไรก็รีบทำกันนะ มัวแต่มาออกันอยู่ บ้านไม่เสร็จระวังจะโดนคุณแม่ด่าชุดใหญ่”

    ณัฐพงษ์เดินตามอาภาพรออกไปแต่ไม่วายหันมาทิ้งสายตาให้พรเพ็ญซึ่งมองตามอย่างมั่นใจว่าสองพี่น้องนั่นจะต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...

    ด้วยความช่วยเหลือของสุดา เพ็ญพรถึงได้แฝงตัวเข้ามาเป็นลูกมือของช่างแต่งหน้าและช่างทำผมที่มาเสริมสวยให้สโรชาและอาภาพร โดยปลอมเป็นฝรั่งชื่อแพร์รี่สวมวิกสีบลอนด์แต่งหน้าเข้ม ผิดไปจากเพ็ญพรคนเดิมโดยสิ้นเชิง แถมดัดสำเนียงเป็นฝรั่งพูดไทยไม่ค่อยชัด อาภาพรสงสัยทำไมต้องไปเอานังฝรั่งดองนี่มาเป็นลูกมือด้วย ช่างแต่งหน้าคุยว่าแพร์รี่ไม่ใช่ลูกมือไก่กา แต่มาจากร้านทำผมชื่อดังในลอนดอน ร้านนี้ทำผมให้กับเจ้าหญิงและไฮโซผู้ดีอังกฤษทั้งนั้น อาภาพรกรี๊ดสลบ เนื่องจากอยากจะเป็นเจ้าหญิงมานานแล้ว

    “ทำผมให้เจ้าหญิงซะขนาดนั้น แล้วทำไมถึงมาเป็นลูกมือกระจอกๆแบบนี้” สโรชาซัก

    เพ็ญพรแต่งเรื่องว่าอยากมาหาประสบการณ์อยากรู้ว่าผมคนไทย ผมคนเอเชียแตกต่างจากผมคนอังกฤษอย่างไร แล้วเยินยอว่าสองแม่ลูกสวยมาก สวยไม่แพ้เจ้าหญิงที่อังกฤษ ทั้งคู่บ้ายอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถูกอวยเข้าหน่อยก็ยิ้มแก้มแทบปริ สั่งให้เพ็ญพรแสดงสุดฝีมือ เอาให้สวยกว่าเจ้าหญิงไปเลย

    ooooooo

    ที่ร้านกาแฟในห้างฯหรูแห่งหนึ่ง ขณะสุดานั่งกระสับกระส่ายมองมือถือไปก็บ่นไปว่าไม่น่าหลงคารมเพ็ญพร จนยอมฝากไปกับพี่ๆช่างแต่งหน้ากับช่างทำผม ถ้าความแตกขึ้นมาเธอตายแน่ หมอรุจน์เข้ามาทัก

    “เอ้า นั่งพูดคนเดียว ไปหาหมอไหมครับ”

    สุดาเงยหน้าเห็นหมอรุจน์ก็ต่อว่าว่าเป็นถึงหมอ อย่าพูดจาซี้ซั้ว เขาหัวเราะขำ แล้วขอเบอร์โทร.ของตรัย พอดีมือถือเขาแฮงก์ ข้อมูลหายเกลี้ยง สุดาหยิบมือถือตัวเอง กดเรียกเบอร์ของพี่ชายขึ้นมา แล้วยื่นให้หมอรุจน์ง่วนอยู่กับมือถือ อึดใจก็มีเสียงมือถือของสุดาดังขึ้น เขาว่านี่เป็นเบอร์ของเขาที่มิสคอลไป

    “ใครอยากได้”

    “ฝากให้เจ้าตรัย เบอร์ใหม่ พี่เปลี่ยนเบอร์ คิดอะไรเข้าข้างตัวเองนะเราเนี่ย” โดนหมอรุจน์แซว สุดาถึงกับไปไม่เป็น ต้องเสมองไปทางอื่น เขายังกระเซ้าไม่เลิก “แล้วไม่ต้องส่งข้อความอะไรมาล่ะ เป็นเด็กเป็นเล็กไว้รอโตก่อน”พูดจบเขาเดินจากไป สุดาแอบค้อนตามหลังหนึ่งวง ก่อนจะก้มมองมือถือของตัวเองยิ้มๆ...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ระหว่างที่อาภาพรกำลังให้เพ็ญพรติดกิ๊บดำให้ ไม่วายปากเสียนินทาว่าร้ายเอกสิทธิ์ เพ็ญพรถึงกับของขึ้น ปักกิ๊บใส่หัวเธอเต็มแรงถึงกับร้องโอ๊ยลั่น สโรชาตกใจถามลูกว่าเป็นอะไรไป

    “อีบ้า อีฝรั่งดองบ้า แกจะปักหัวฉันให้ทะลุเลยใช่ไหม อีบ้า”

    “ใช่ค่ะ ตอนทำให้เจ้าหญิงก็ต้องปักให้แน่นๆ แบบนี้ค่า แพร์รี่อยากให้คุณผู้หญิงสวยกว่าเจ้าหญิงก็เลยต้องปักให้แน่นๆค่า” เพ็ญพรกะล่อนได้ใจมาก อาภาพรหลงเชื่อ เลิกโวยวาย แต่ขออย่าติดกิ๊บแน่นเกินไป เอาสวยกว่าเจ้าหญิงนิดเดียวก็พอ เพ็ญพรแอ๊บแบ๊วท่าโอเค แล้วก้มหน้าก้มตาทำผมให้เธอต่อไป...

    อีกมุมหนึ่งในครัวบ้านศิลาแดง พรเพ็ญกำลังช่วยป้าแจ่มกับลุงเติมเทถั่วลิสงใส่จานเล็ก ป้าแจ่มอดแขวะสโรชาไม่ได้ งานเลี้ยงประกาศศักดาทั้งที มีแค่ถั่วทอด พรเพ็ญชูถุงข้าวเกรียบขึ้นมา

    “ใครบอก ยังมีข้าวเกรียบอีกด้วยนะคะ”

    สามคนหัวเราะขบขันกัน ทำให้คลายเครียดลงได้บ้าง ทั้งป้าแจ่มและลุงเติมเห็นรอยยิ้มของคุณหนูตัวเองแล้ว มีแรงฮึดสู้ต่อ แต่อดบ่นไม่ได้ หากเธอเป็นคนสู้คนกับเขาบ้าง แบบด่ามาด่ากลับ ตบมาตบกลับคงจะดีกว่านี้ พวกตนจะได้ร่วมด้วยช่วยยำสองแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงนั่นให้กระเจิงไปเลย

    “ทำไงได้ล่ะคะ หนูคงเกิดมาเป็นคนแบบนี้”

    “แหม เติมว่า นี่ถ้ามีคุณหนูอีกสักคนก็คงจะดีนะครับ เอาแบบคุณหนูสู้คน ถ้ามียังงั้นขึ้นมาจริงๆเมื่อไหร่ล่ะก็ สนุกกันล่ะทีนี้” พูดจบ ลุงเติมหัวเราะชอบใจ

    ooooooo

    คุณหนูสู้คนแบบที่ลุงเติมต้องการกำลังสนุกอยู่กับการกลั่นแกล้งอาภาพร กระชากผมจนหน้าหงาย พอถูกโวยใส่ก็อ้างว่านี่ยังเบากว่าที่เธอเคยทำให้เจ้าหญิงของอังกฤษเสียอีก หากอาภาพรอยากสวยเหมือนเจ้าหญิงก็ต้องอดทน เสียงแขวะของวาทินีดังลั่นมาก่อนตัว

    “ก็คนมันไม่สวย ทำอย่างไรมันก็ไม่มีทางสวยหรอก ฮ่าๆๆ”

    เพ็ญพรหันมองตามเสียงเห็นวาทินีเดินควงแขนเชาวน์เข้ามา อาภาพรปรี่เข้าใส่ หวังจะตบให้ฟิลเลอร์แตก สโรชากลัวช่างแต่งหน้าทำผมจะเอาไปนินทา รีบปรามลูกให้ใจเย็น อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ

    “ว้าย ใครเกลือใครพิมเสนกันแน่คะคุณนาย ใครกันนะที่เค็มปิ๊ดปี๋ เค็มซะจนเกลือเรียกป้า” วาทินีลอยหน้าลอยตาน่าตบ สโรชาเลยจัดให้แบบเต็มๆจนหน้าหัน จากนั้นจลาจลย่อยๆก็อุบัติขึ้น สามคนตบตีกันอุตลุดผมที่เซตอย่างสวยป่นปี้ เชาวน์แยกวาทินีออกมาจนได้ สโรชาโกรธมาก สั่งให้เขาเอานังสก๊อยออกไป

    “ฉันไม่ไป แกนึกว่าแกไฮโซนักหรือไงอีนังคุณนาย ไส้เน่าๆของแกกี่ขดๆฉันรู้หมด จะให้ฉันแฉไหมล่ะ”

    สโรชาถึงกับหน้าเสีย อาภาพรเคืองสุดๆที่แม่จ๋อยสนิท พยายามยุให้เอาเรื่อง แต่ยุไม่ขึ้น วาทินีหัวเราะอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เดินนวยนาดมานั่งแทนที่สโรชา สั่งให้ช่างมาทำผมให้เด้งกว่าทุกคน แล้วหันมาเรียกเพ็ญพรในคราบฝรั่งหัวทองมาทำผมให้ตนเองด้วย เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะกระดี๊กระด๊าเข้าไปเอาอกเอาใจ...

    ภายในห้องจัดงาน ขณะที่พรเพ็ญ ป้าแจ่มและลุงเติมกำลังช่วยกันจัดโต๊ะอย่างเหน็ดเหนื่อย ตรัยโทร.มาให้กำลังใจพรเพ็ญ และออดอ้อนว่าอยากไปช่วยเธอมาก แต่สโรชาไม่ชวน ขืนไปคงโดนไล่กลับ แล้วถามว่าใส่ชุดที่เขาซื้อให้หรือเปล่า ถ่ายรูปส่งมาให้ดูด้วย พรเพ็ญอึกอัก เขาถามเสียงอ่อยว่าไม่ชอบหรือ

    “ชอบค่ะ ชอบมาก แต่...เอ่อ แต่พรต้องรีบไปเตรียมงานต่อแล้วล่ะค่ะพี่ตรัย ขอโทษนะคะ สวัสดีค่ะ” เธอวางสายทันที ตรัยได้แต่ถอนใจเซ็ง...

    ฝ่ายสโรชาและอาภาพรเห็นเพ็ญพรแต่งหน้าให้วาทินีออกมาประหลาดสุดๆ แถมทรงผมก็ดูตลกเหมือนหลุดมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นก็พากันหัวร่อคิก วาทินีเห็นตัวเองในกระจกเงา ถามเพ็ญพรว่าสวยแน่หรือ เธอย้ำว่าสวย แต่สำเนียงฝรั่งดัดจริตของเธอแปร่งหูชอบกล คำว่า “สวย” ก็เลยกลายเป็น “ซวย”

    “ฝรั่งคอนเฟิร์ม เทรนด์นี้ที่ยุโรปกำลังอินมาก มาแรงมากค่ะ เชื่อฝรั่ง”

    วาทินีเชิดใส่สองแม่ลูก “ไง...มาว่าฉันสก๊อย ฉันน่ะไฮโซอินเตอร์นะยะ”

    ทั้งคู่ทำท่าจะแหวะ จังหวะนั้นณัฐพงษ์โผล่เข้ามาในสภาพดูไม่จืด เมาแอ่น สโรชาถึงกับออกปาก ไปโดนหมาที่ไหนฟัดมา อาภาพรตั้งข้อสังเกต สภาพแบบนี้น่าจะไปฟัดกับหมามามากกว่า วาทินีสาระแนผสมโรงว่าณัฐพงษ์ด้วย เขาปรี่เข้าหาจะตบจูบแบบในละครน้ำเน่า เชาวน์เข้ามาขวางไว้ เตือนว่านี่ผู้หญิงของพ่อ เกิดชุลมุนขึ้นอีกครั้ง เพ็ญพรถึงกับส่ายหัว สโรชาปรี๊ดแตก สั่งให้ทุกคนหยุด เรื่องถึงได้สงบ แล้วหันไปสั่งช่างให้แต่งหน้าทำผมให้ลูกชายของตนด้วย ช่างมองหน้ากัน ก่อนจะบอกว่าตอนแรกตกลงกันไว้แค่สองคนเท่านั้น

    “นั่นมันตอนแรก แต่นี่มันตอนหลังนี่ยะ” อาภาพรเค็มไม่แพ้แม่ตัวเอง

    “เอ่อ ปกติเราจะคิดค่าบริการเป็นคนคนไปนะคะ เมื่อครู่นี้ก็...” ช่างผมปรายตามองไปที่วาทินี สโชราไม่เกี่ยวอะไรด้วยกับนังสก๊อย อยากแต่งก็จ่ายเอง วาทินีขู่ถ้าคิดว่าให้ตนจ่ายเองแล้วคุ้มกับถูกแฉก็เชิญได้เลย เพ็ญพรชักอยากจะรู้ว่าจะแฉเรื่องอะไร แต่อดได้ฟังเพราะสโรชายอมจ่ายเงินค่าช่างทั้งหมดเอง แต่ขอเป็นเหมาจ่าย สองช่างทำท่าเกี่ยงกัน เพ็ญพรจึงเสนอตัวจัดการให้เอง แล้วจับณัฐพงษ์มาลงนั่งอย่างแรง

    “โอ้ว...รุนแรง ชอบ ต่างชาติ” ณัฐพงษ์ไม่พูดเปล่า เอื้อมมือไปจับก้นเพ็ญพรด้วย ไม่ใช่ข้างเดียวแต่สองข้าง เธอคว้าสเปรย์ฉีดผมฉีดหน้าเขาเต็มๆถึงกับร้องจ๊ากลงไปดิ้นพราดๆ อาภาพรด่าลั่นทำไมซุ่มซ่ามนัก

    “เปล่านะคะ แพร์รี่ตกใจ เขามาจับก้นแพร์รี่บ้าจี้” เพ็ญพรทำหน้าซื่อตาใส ไร้พิษสง

    ooooooo

    งานเลี้ยงประกาศศักดาเริ่มขึ้นในตอนเย็น แขกผู้มีเกียรติทยอยมาร่วมงานไม่ขาดสาย สโรชายืนต้อนรับแขกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผิดกับอาภาพรที่เซ็งจัด บ่นอุบว่าแขกที่แม่เชิญมีแต่ไฮซ้อ ไม่มีหนุ่มหล่อเร้าใจปรากฏตัวให้เห็น เธอจะชวนตรัยมางานด้วยแม่ก็ไม่ยอม

    “จะชวนให้มันมาลากคอพ่อแกแม่แกเข้าคุกหรือไง เชื่อแม่เถอะน่ะ ไว้แม่จะหาผู้ชายที่คู่ควรให้แกเอง”

    “แล้วเมื่อไหร่จะหาได้สักทีล่ะคุณแม่”

    สโรชาเชื่อมั่นว่าอีกไม่นานต้องหาได้แน่ พูดไม่ทันขาดคำ วิทวัสก็มาถึงหน้างาน คุณนายลี่เจียนพุ่งเข้ามาทักแล้วถามหาลูกสาวของเดือนฉายที่บอกว่าจะมาด้วยกัน เขาต้องขอโทษด้วยพอดีเธอติดธุระ แล้วกระซิบถามว่าตกลงนี่มันงานอะไรกันแน่ ดูแปลกๆชอบกล คุณนายลี่เจียนเม้าท์ทันที

    “เศรษฐีใหม่ห่ะ อาคุงสามีอีป่วย อีเลยฮุบบ้านฉลองป่าวประกาศว่าตัวเองมีสิทธิ์ในบ้านนี้...ชิ”

    สโรชาเห็นคุณนายลี่เจียนก็รีบเข้ามาต้อนรับ เธอเลยแนะนำให้รู้จักกับวิทวัสว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรงที่กำลังดังอยู่ตอนนี้ เขายกมือไหว้แล้วหยิบนามบัตรให้ ชมว่าบ้านกว้างขวางดูคลาสสิกดี

    “ก็แค่บ้านเก่าๆน่ะค่ะ จริงๆก็ไม่ได้น่าอวดอะไร แต่พอดีลูกชายกับลูกสาวเพิ่งกลับจากเมืองนอกมาทั้งคู่ เลยถือโอกาสเปิดบ้านสังสรรค์ แนะนำตัวกันสักนิดน่ะค่ะ” สโรชาว่าแล้วมองคู่สนทนาอย่างสนใจ เขามองไปรอบๆก่อนจะถามทางไปห้องน้ำ พอวิทวัสคล้อยหลัง สโรชาก็หันไปชื่นชมให้คุณนายลี่เจียนฟังว่าเขาทั้งหล่อทั้งดูดี เธอเม้าท์ว่าไม่ใช่แค่หล่อ แต่รวยมากด้วย คราวนี้สโรชาตาวาวเป็นประกายขึ้นมาทันที...

    ขณะเพ็ญพรในคราบฝรั่งผมบลอนด์กำลังเดินสำรวจบ้านศิลาแดงทุกซอกทุกมุม ดันไม่ดูให้ดีจะเข้าไปสำรวจในห้องน้ำชาย วิทวัสมาห้ามไว้ทัน ทีแรกเธอตกใจแทบช็อกที่เห็นเขา แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองปลอมตัวอยู่ สวมวิญญาณปลาไหลใส่สเก็ต แสดงเป็นฝรั่งพูดไทยได้นิดหน่อยได้เนียนมากจนเขาไม่สงสัย แต่เกือบตกม้าตายตอนจบ ดันเผลอด่าเขาว่าไอ้เบื๊อก วิทวัสสะดุ้งโหยงถามเสียงเข้มว่าด่าใคร

    “โนๆๆๆ โนเบื๊อก...โนๆๆๆ เบื๊อก” เพ็ญพรพูดใส่หน้าวิทวัสให้สะใจกันไปข้างหนึ่ง ก่อนจะวิ่งหนี

    “เฮ้ย ยัยฝรั่งดองนี่ถ้าจะต๊อง เอ...ทำไมมันคุ้นๆหว่า เหมือนเคยเห็นที่ไหน”

    ooooooo

    เพ็ญพรวิ่งหนีมายืนหอบ ใจเต้นตึกตักกลัวจะถูกจับได้ ปากก็ด่าวิทวัสว่าไอ้เบื๊อกไปด้วย มีเสียงจานแตกดังขึ้น เธอย่องไปดูเห็นป้าแจ่มกับลุงเติมกำลังช่วยกันเก็บกวาดจานที่แตกเกลื่อนพื้น โดยมีพรเพ็ญกับทนายสมศักดิ์ยืนอยู่ใกล้ๆ พรเพ็ญขอโทษที่รีบร้อนไปหน่อย กลัวจะเสิร์ฟของให้แขกในงานไม่ทัน

    “โธ่ เสิร์ฟยังไงก็ไม่ทันหรอกครับ มีกันอยู่แค่ 3 คนเนี่ย”

    ทนายสมศักดิ์สะกิดลุงเติม อย่าลืมนับตนรวมด้วย เขาขอร้องอย่ามาแย่งงานเขาทำ เดี๋ยวเขาจะตกงานเปล่าๆ ป้าแจ่มเตือนลุงเติมอย่าเม้าท์เพลิน เกิดสโรชาโผล่มาได้ยินจะเป็นเรื่อง

    “ยิ่งได้ยินเสียงจานแตกเนี่ยโผล่มาไวนัก โผล่มาหักเงินเดือน”

    พรเพ็ญทำจานแตกขอเป็นคนรับผิดชอบเอง ป้าแจ่มยอมให้เธอทำอย่างนั้นไม่ได้ หากสโรชาอยากหัก เงินเดือนเชิญหักตามสบาย เพราะตนไม่มีจะให้หักทั้งลุงเติม ทนายสมศักดิ์และป้าแจ่มหัวเราะขำกันใหญ่ ขณะที่พรเพ็ญได้แต่ยิ้มขื่นๆ เพ็ญพรที่แอบมองอยู่อดสงสารพี่สาวตัวเองไม่ได้ ลุงเติมแปลกใจ ทำไมป่านนี้คุณนายเค็มยังไม่โผล่มา สงสัยจะมัวแต่อวดบ้าน

    “คนอะไรน่าไม่อาย บ้านของคุณท่านกับคุณหนูแท้ๆ แต่มีหน้าเอาไปอวดว่าเป็นของตัวเอง ช่างกล้า คุณทนายคะ ถามจริง คุณหนูจะต้องโดนแย่งบ้านศิลาแดงไปจริงๆเหรอคะเนี่ย”

    ทนายสมศักดิ์อึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร พรเพ็ญชิงตัดบท เร่งให้ไปช่วยงานกันดีกว่า เดี๋ยวคุณน้าจะโมโหเอาได้ แล้วคว้าถาดใส่เครื่องดื่มเดินออกไป ป้าแจ่มมองตามขัดใจ ไม่รู้คุณหนูของตัวเองจะเป็นคนดีไปถึงไหน เพ็ญพรซึ่งแอบฟังอยู่ก็ขัดใจเช่นกัน เชิญพรเพ็ญเป็นคนดีไปคนเดียว ส่วนเธอจะเล่นงานพวกนั้นเอง...

    งานประกาศศักดาของสโรชาดูกระจอกงอกง่อยมาก บนเวทีมีเพียงคีย์บอร์ดชิ้นเดียว อาหารในงานก็มีแต่ถั่วลิสงอบกับข้าวเกรียบ ส่วนเครื่องดื่มมีเพียงน้ำเปล่ากับน้ำแดง คุณนายลี่เจียนถึงกับบ่นอุบ จะเลี้ยงฉลองอวดรวยทั้งทีทำไมเค็มขนาดนี้ วิทวัสจะไปลองดูทางด้านโน้นให้เผื่อจะมีอะไรให้เธอกินได้บ้าง

    “ดีๆๆ แหม คนอะไร หล่อด้วย รวยด้วย ใจดีด้วย”...

    อีกมุมหนึ่งของงาน อาภาพรเห็นพรเพ็ญกำลังเสิร์ฟน้ำให้แขกอยู่กับป้าแจ่ม อยากจะอวดศักดา เรียกจิกนังเด็กเสิร์ฟให้มาหา ณัฐพงษ์ร่วมวงกับน้องสาวด้วยปรี่ เข้าไปเชยคาง พรเพ็ญปัดมือเขาออก ทนายสมศักดิ์เห็นท่าไม่ดี เข้าไปขวางไว้ เตือนให้ระวังงานจะไม่สนุกอย่างที่แม่ของเขาต้องการ อาภาพรแว้ดใส่

    “จะยืนเซ่ออยู่ทำไม คอแห้ง ไปเอาน้ำมาเสิร์ฟเพิ่มสิยะ”

    พรเพ็ญรีบออกไปกับป้าแจ่ม เพ็ญพรแอบดูอยู่แค้นแทนพี่สาว มองอาภาพรอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

    “คอแห้งนักหรือแก เดี๋ยวได้ชุ่มคอสมใจแกแน่ นังวอก”

    ooooooo

    วิทวัสจะมาหาของกินให้คุณนายลี่เจียน เจอพรเพ็ญนั่งพักเหนื่อยอยู่คิดว่าเป็นเพ็ญพรเข้ามาทัก

    “จะมาก็ไม่บอก แล้วนี่มาไงเนี่ย อ๋อ รู้แล้ว นี่ลงทุนจะมาเซอร์ไพรส์ผมเชียวหรือ เสียใจด้วย แผนแตกเสียก่อน... แล้วนี่ชุดอะไรเนี่ย นึกยังไงใส่เสื้อผ้าแบบนี้ กะจะไม่ให้ผมจำได้งั้นสิ คุณเพ็ญ”

    พรเพ็ญชะงัก ยังไม่ทันจะว่าอะไร เขาคว้าแขนเธอไว้ จะพาไปให้รู้จักกับสโรชาเจ้าของบ้านศิลาแดง จะได้คุยกันว่าสนใจจะมาทำธุรกิจอะไรกับเรา เธอสะบัดมือเขาออก แล้วเดินหนี เขาวิ่งไปดักหน้า

    “ทำตัวประหลาดอีกแล้ว อย่างกับไม่ใช่คุณเพ็ญจอมแก่นงั้นแหละ”

    หญิงสาวตอบโดยไม่ต้องคิดว่าไม่ใช่ เขาก้มหน้าจนเกือบชิดใบหน้าของเธอ ขอดูใกล้ๆจะได้รู้ว่าไม่ใช่ตรงไหน พรเพ็ญหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก เขาจ้องตาหญิงสาวตรงหน้ารู้สึกแปลกๆ เธอสบช่อง ผลักเขาหงายหลังก้นจ้ำเบ้า ก่อนจะวิ่งหนี วิทวัสตะโกนด่าไล่หลังว่ายัยตัวแสบ ผีเข้าผีออกเร็วจริงๆ

    “เอ แต่เมื่อครู่นี้ ทำไมมัน...มันไม่ใช่อ่ะ” วิทวัสมองตามงงๆ...

    ได้ฤกษ์งามยามดี สโรชาขึ้นไปกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติบนเวที พร้อมกับแนะนำตัวเองไปด้วยว่าเป็นเจ้าของบ้านศิลาแดง เพ็ญพรแอบซุ่มดูอยู่อดหมั่นไส้ไม่ได้ที่เธอขี้ตู่ สักพักพรเพ็ญ ป้าแจ่ม ลุงเติมกับทนายสมศักดิ์เดินเข้ามา รีบย่องไปแอบใกล้ๆ สโรชายังแนะนำให้แขกทุกคนได้รู้จักกับอาภาพรและณัฐพงษ์ ซึ่งเป็นทายาทรุ่นต่อไปที่จะได้ครอบครองบ้านศิลาแดงต่อจากเธอ ทนายสมศักดิ์หันไปปลอบพรเพ็ญ

    “คุณหนูต้องเข้มแข็งไว้นะครับ วันเวลาจะพิสูจน์ทุกอย่าง”

    “หนูไม่ต้องการพิสูจน์อะไร หนูแค่ไม่อยากให้คุณพ่อต้องเสียใจไปมากกว่านี้น่ะค่ะ”

    เพ็ญพรได้ฟังยิ่งแค้นสโรชากับลูกๆ เป็นจังหวะเดียวกับณัฐพงษ์ชวนแขกผู้มีเกียรติร่วมดื่มฉลอง แล้วตะโกนเรียกพรเพ็ญให้เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ เธอสบช่องรีบย่องไปที่ถาดใส่เครื่องดื่มที่ลุงเติมวางไว้ข้างตัว ป้าแจ่มขอร้องคุณหนูอย่าขึ้นไปเด็ดขาด ลุงเติมเห็นด้วย รีบชิงคว้าถาดใส่เครื่องดื่มยกไปที่เวทีเอง

    ครู่ต่อมา สโรชา อาภาพรและณัฐพงษ์ชูแก้วเครื่องดื่มขึ้น เชิญชวนแขกทุกคนร่วมดื่มฉลอง ก่อนจะยกซด สักพักทั้งสามคนทำหน้าพิลึก รู้สึกเหมือนมีอะไรดิ้นอยู่ในปาก ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดูเห็นลูกอ๊อดแหวกว่ายอยู่ในนั้น พากันบ้วนทิ้งแทบไม่ทัน เวทีเกิดโกลาหลย่อยๆ

    ขึ้น แขกส่งเสียงร้องกันวี้ดว้าย พรเพ็ญกับพวกงงว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะที่เพ็ญพรยิ้มสะใจที่ได้แก้เผ็ด...

    ในเวลาต่อมา พรเพ็ญ ป้าแจ่มและลุงเติมถูกสโรชาเรียกตัวมาสอบสวน แต่ไม่ได้ความอะไร ทั้งหมดยืนยันไม่รู้ไม่เห็น อาภาพรกับวาทินีมีปากเสียงกัน หวิดจะเปิดศึกฝ่ามือ เชาวน์ต้องกันลูกสาวไว้ ขอร้องให้ใจเย็นๆ อย่าให้เขาต้องเสียเงินค่าทำจมูกใหม่ให้วาทินี มันแพง สโรชาเจ็บใจมากที่ไม่ได้ตัวคนเอาลูกอ๊อดใส่ในเครื่องดื่ม มองกราดพรเพ็ญกับพวกอย่างอาฆาตแค้น

    “สักวันฉันจะต้องลากตัวไอ้คนที่มันฉีกหน้าฉันในงานคืนนี้ออกมาให้ได้ อย่าให้รู้เชียวนะว่ามันเป็นใคร”

    ooooooo

    พรเพ็ญยังถูกรังแกไม่หยุดหย่อน ทั้งจากเชาวน์ที่คอยตามแต๊ะอั๋งเมื่อสบโอกาส ทั้งถูกวาทินีเล่นงานหาว่าอ่อยผัวของเธอ และยังโดนสโรชาแกล้งบีบมืออย่างแรง เจ็บจนน้ำตาร่วง ป้าแจ่มต้องเข้ามาขอร้อง

    “พอเถอะค่ะคุณ คุณหนูแกเจ็บนะคะ”

    สโรชาหันมาจ้องหน้าป้าแจ่ม ก่อนจะสะบัดมือพรเพ็ญออก แล้วผละจากไป ทิ้งให้พรเพ็ญคลำมือตัวเองป้อยๆ ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้น...

    หลังภารกิจขั้นแรกสำเร็จด้วยดี เพ็ญพรมาให้สุดาช่วยลอกคราบฝรั่งดองของตัวเองออก พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่บ้านศิลาแดงให้ฟัง เธออินไปด้วย แค้นแทนพี่สาวฝาแฝดของเพื่อน เผลอกระชากแผงขนตาปลอมแรงไปหน่อย เพ็ญพรถึงกับร้องจ๊าก ด่าเพื่อนเสียงขรมแล้วนึกขึ้นได้

    “เออจริงดิ พี่แกจะกลับมาหรือยังเนี่ย ขืนโผล่มาตอนนี้ซวยแน่”

    “อีกสองวันจะกลับหรือเปล่ายังไม่รู้ เห็นบอกว่าต้องไปทำคดีต่างจังหวัด เออ แกนอนค้างกับฉันเลยเหอะ ดึกแล้วขี้เกียจขับไปส่งคอนโดฯแก”

    “ก็ดีเหมือนกัน โคตรเพลีย ว่าแต่แน่ใจนะ พี่ชายแกไม่โผล่มากลางดึกแน่นะเว้ย”

    สุดาแนะ ถ้าตรัยโผล่มาก็ให้เพ็ญพรปล้ำได้เลย แล้วสองสาวหัวเราะกันสนุกสนาน...

    เป็นอย่างที่เพ็ญพรหวั่นใจ ตรัยปฏิบัติภารกิจเสร็จเร็วก็เลยกลับกรุงเทพฯก่อนกำหนด มาถึงบ้านพบว่าประตูหน้าไม่ได้ล็อก แถมไฟในบ้านเปิดสว่างไสว ชักปืนขึ้นมากระชับในมือ ค่อยๆเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง เห็นวิกผมกับเสื้อผ้าที่ถอดกองไว้ จดปลายเท้าตรงไปยังห้องนอนของน้องสาว

    เพ็ญพรปวดปัสสาวะ ลุกไปเข้าห้องน้ำ ทันทีประตูห้องน้ำปิด ตรัยเปิดประตูห้องนอนผลัวะ ปรี่เข้าไปกระชากผ้าห่มบนเตียง เห็นสุดานอนคุดคู้อยู่คนเดียว เขย่าตัวให้ตื่น เธอลืมตาขึ้นมาเห็นพี่ชาย ตกใจยิ่งกว่าเห็นผี เพราะคิดว่าเพ็ญพรนอนอยู่ข้างๆ แต่พอเหลียวหาบนเตียงไม่เห็น ถึงกับร้องเอะอะว่าหายไปไหน

    “หายอะไร ใครหาย” ตรัยพานคิดว่าสุดาเอาผู้ชายมานอนค้างที่บ้าน ยิ่งเห็นท่าทางเธอมีพิรุธ คาดคั้นให้สารภาพความจริง เธอยืนยันว่านอนคนเดียว เขาแกล้งทำเป็นเชื่อ ขอตัวไปอาบน้ำนอน แล้วขยับจะไป

    เพ็ญพรคิดว่าเขาไปแล้ว ปัสสาวะต่อไปอย่างสบายใจ ตรัยได้ยินเสียงมาจากห้องน้ำ พุ่งไปเปิดประตูแต่มันล็อก ตะโกนสั่งให้คนที่อยู่ข้างในออกมาเดี๋ยวนี้ เงียบไม่มีเสียงตอบ เขาตัดสินใจถีบประตูห้องน้ำโครม ไม่พบใครในนั้น สุดาลอบถอนใจโล่งอก ตรัยเห็นหน้าต่างในห้องน้ำเปิดอยู่ มองแบบรู้ทันแต่ไม่พูดอะไร

    “พี่ตรัยทำงานเหนื่อยไปหรือเปล่า น้องว่าไปอาบน้ำนอนดีกว่าไหม”

    “นั่นสิ สงสัยพี่จะทำงานหนักเกิน อาบน้ำนอนอย่างสุดาบอกก็ดี แต่น้ำห้องพี่ไม่ไหล พี่ขออาบห้องนี้นะ”

    สุดาถึงกับพูดไม่ออก เพ็ญพรที่แอบอยู่นอกหน้าต่างห้องน้ำเซ็งสุดๆ

    ครู่ต่อมา ตรัยอาบน้ำในห้องน้ำของน้องสาวอย่างสบายอารมณ์ อาบเสร็จก็แปรงฟัน แล้วคิดแผนร้ายขึ้นมาได้ ยิ้มเจ้าเล่ห์ เดินไปยืนแปรงฟันที่หน้าต่างห้องน้ำ ทำไม่รู้ไม่ชี้บ้วนน้ำทิ้งใส่หัวเพ็ญพรที่ยังนั่งตัวลีบอยู่ที่เดิมเต็มๆ ก่อนจะจงใจเทน้ำที่เหลือในแก้วสำหรับใช้บ้วนปากลงหัวเธออย่างแม่นยำ...

    ฝ่ายพรเพ็ญดึงผ้ามาห่มให้พ่อไปคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟังไปด้วย แล้วทักว่าหมู่นี้ท่านผอมซูบลง อาหารที่คุณน้าทำให้ไม่ถูกปากหรือ เอกสิทธิ์สายตาหวาดระแวงขึ้นมาทันที เธอสงสารพ่อมากจะลองขอคุณน้าให้เธอเป็นคนดูแลเรื่องอาหารให้ท่านเอง ส่วนเรื่องยาไม่รู้ว่าคุณน้ายุ่งจนลืมให้ยาพ่อหรือเปล่า สโรชามาทันได้ยินพอดี ถามเสียงเขียวว่าใครลืม แล้วถือถาดใส่ยามาที่เตียงนอนของเอกสิทธิ์ จัดแจงจะป้อนยาให้

    เอกสิทธิ์กลัวไม่อยากกิน สโรชาจับบีบปากกรอกยาจนหมด แล้วออกจากห้อง พรเพ็ญรีบเข้าไปกอดพ่อ ปลอบว่าไม่ต้องกลัว อีกไม่นานพ่อจะต้องหาย พวกเราจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างมีความสุข...

    ขณะเพ็ญพรกับสุดากำลังจะเข้านอน ตรัยทุบประตูห้องเรียก เพ็ญพรหน้าตาตื่นรีบมุดไปหลบใต้เตียง ส่วนสุดาวิ่งไปเปิดประตูรับ เขาขอนอนห้องนี้ด้วยคน แอร์ที่ห้องของเขาเสีย แล้วขึ้นไปนอนหลับบนเตียงหน้าตาเฉย สุดาจะห้ามก็ไม่ทัน จำใจนอนข้างๆพี่ชาย เพ็ญพรคันจมูกจะจาม พยายามกลั้นแต่ไม่ไหว มีเสียงลอดออกมาจนได้ ตรัยลืมตาโพลง ก่อนจะถามน้องว่าเสียงใคร เธอรีบจามกลบเกลื่อน

    “เสียงสุดาเอง จะเสียงใคร ก็อยู่ด้วยกันสองคน สุดาเป็นหวัด”

    เพ็ญพรจามอีก สุดารีบจามรับ แล้วตัดบทบอกให้ตรัยนอนได้แล้ว เขาแกล้งห้อยเท้าลงมาตรงหัวของเพ็ญพรที่หลบอยู่ใต้เตียงพอดี เธอเบ้ปากอยากจะร้องไห้ ขณะที่เขาแอบยิ้มสะใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:41 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์