ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"

    สโรชากับเชาวน์เชื่อว่าตรัยไม่ได้มีอะไรกับอาภาพรอย่างที่กล่าวอ้าง จึงคิดจะกำจัดให้พ้นจากบ้านหลังนี้ เรียกเขามาพบเป็นการส่วนตัว แกล้งถามว่ารักลูกของพวกตนจริงหรือเปล่า เขาจำเป็นต้องโกหกว่ารัก สโรชาขอข้อพิสูจน์ว่าเป็นจริงอย่างที่เขาพูดหรือไม่

    “คุณต้องไปสืบหาที่อยู่คุณเอกมาให้น้า แต่ถ้าหา ไม่ได้ ถือว่าคุณไม่ได้รักยัยภาจริง คุณต้องไปจากที่นี่” สโรชายิ้มร้าย ขณะที่ตรัยหน้าเครียดไม่คิดว่าเธอจะมาไม้นี้...

    วิทวัสเห็นสีหน้าเป็นกังวลของพรเพ็ญ ซักด้วยความเป็นห่วงว่ากลุ้มใจเรื่องอะไร เธอตัดสินใจเล่าให้ฟังถึงเรื่องที่ได้ยินเคนคุยกับเดือนฉาย หากพ่อของเธออาการดีขึ้น ท่านจะส่งกลับบ้านศิลาแดง

    “แล้วไงครับ ผมไม่เห็นว่ามันจะน่ากลุ้มใจตรงไหน”

    “คุณพ่อกลับบ้านไม่ได้ มันอันตรายมากค่ะ” พรเพ็ญชะงักที่หลุดปาก

    “อันตรายยังไงหรือครับ” วิทวัสนิ่วหน้าแปลกใจ หญิงสาวขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ เธอมีเรื่องจะไหว้วานเขา เธออยากพาพ่อออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ เผื่ออาการจะดีขึ้น

    จากนั้นไม่นาน วิทวัสพาพรเพ็ญและเอกสิทธิ์ที่นั่งรถเข็นมาถึงสวนสวยนอกเมือง อากาศใกล้เชิงเขาค่อนข้างจะเย็น เธอจึงเอาผ้ามาคลุมให้พ่อ แล้วทรุดตัวลงนั่งตรงหน้า บอกกับท่านว่าจากนี้ไป เธอจะพาท่านมาที่นี่ทุกวัน จะได้ฟื้นตัวเร็วขึ้น เอกสิทธิ์ค่อยๆเอื้อมมือลูบหัวลูกด้วยความรัก พรเพ็ญโผกอดพ่อไว้ วิทวัสมองภาพพ่อลูกผูกพันอย่างซาบซึ้งใจ

    ooooooo

    ขณะที่อาการป่วยของเอกสิทธิ์ดีขึ้นเป็นลำดับ สโรชาสังเกตเห็นณัฐพงษ์สวมสร้อยข้อมือทองคำ แถมเอาเงินให้เธอไว้ใช้ปึกใหญ่ ซักเสียงเข้มไปเอาเงินมาจากไหน เขาอ้างว่าได้จากทำธุรกิจกับเพื่อน แล้วจะเดินหนี เธอจับพิรุธได้กระชากแขนไว้ไม่ให้ไป พูดดักคอ ไม่ใช่ทำธุรกิจค้ายาใช่ไหม ณัฐพงษ์ถึงกับหน้าถอดสี

    “ชัดเลย ทำไมแกทำแบบนี้ฮะ ไอ้ลูกเวร ไอ้ลูกไม่รักดี” ด่าไปสโรชาฟาดลูกไปด้วยไม่ยั้ง “แกเจริญรอยตามพ่อชั่วๆของแกได้ยังไง ฉันสั่งแล้วสั่งอีกว่าไม่ให้ยุ่ง ทำไมแกไม่เชื่อฉัน”

    ณัฐพงษ์เจ็บก็เลยลืมตัวผลักแม่หงายหลังจะล้ม เชาวน์เข้ามารับไว้ทัน สโรชาหันไปเห็นหน้าเขาถึงกับของขึ้น ตบตีเขาอุตลุด ฐานให้ลูกตัวเองขายยาเสพติดให้ เชาวน์ปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น สโรชานึกถึงอะไรขึ้นมาได้ ถ้าไม่ใช่เชาวน์ก็ต้องเป็นนังสก๊อยแน่ๆ คิดได้ดังนั้นก็จ้ำพรวดๆไปที่ห้องของเชาวน์ เปิดประตูผลัวะเข้าไปไม่พูดพร่ำทำเพลง ตบวาทินีล้มคว่ำ แล้วตามเข้าไปซ้ำ

    “แกตาย...ตายๆๆๆ”

    วาทินีฮึดสู้ ผลักสโรชากระเด็น พอตั้งหลักได้เธอจะเข้าไปเอาเรื่องอีก เชาวน์รีบดึงตัวไว้ เธอสะบัดหลุดพุ่งเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง วาทินีชี้หน้าขู่ ถ้าทำร้ายตนอีกจะแฉให้หมดเปลือก อย่านึกว่าตนไม่รู้ว่าเชาวน์กับ สโรชารวมหัวกันทำเรื่องเลวอะไรไว้ เธอปฏิเสธว่าไม่เคย ทำอะไร ไม่ต้องมาขู่ให้ยาก

    “ไม่เคยทำอะไรเหรอ...แล้วไอ้ยาที่พี่เชาวน์หาให้ป้าเอาไปให้ผัวแก่ของป้ากินล่ะ มันคืออะไร คลิปที่ฉันถ่ายเป็นระบบเอชดีเลยนะ ภาพและเสียงชัดเจน ถ้าคิดว่าฉันขู่ ก็ลองทำร้ายฉันอีกทีสิ มามะ” วาทินีท้าทายอย่างถือไพ่เหนือกว่า ขณะที่สโรชาได้แต่กำมือแน่นด้วยความแค้น ครู่ต่อมา เธอลากเชาวน์ออกมาคุยกันตรงมุมปลอดคน โทษว่าเป็นความผิดของเขา ถ้าไม่ขอเข้ามา อยู่ในบ้านหลังนี้ ก็คงไม่เกิดเรื่อง

    “อย่ามาโทษฉันฝ่ายเดียว เธอเองไม่ใช่หรือที่มาขอให้ฉันช่วยหายาฆ่าไอ้แก่”

    “พูดเสียงดังทำไม อยากให้คนทั้งบ้านได้ยินหรือไง” สโรชาแว้ดใส่ จังหวะนั้นเพ็ญพรผ่านมาเห็นทั้งคู่สีหน้าเคร่งเครียด รีบหลบมุมแอบฟัง

    “ถ้านังสก๊อยแฉความลับของเรา มีหวังเราสองคนได้ติดคุกหัวโต เผลอๆอาจจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีก...ฆ่ามันเลยดีไหม”

    เชาวน์เตือนสติ ขืนทำอย่างนั้นก็ต้องติดคุกอยู่ดี ที่เราทำได้ตอนนี้คือต้องทำดีกับวาทินีเอาไว้เพื่อให้ตายใจ แล้วเขาจะหาทางทำลายหลักฐานชิ้นนั้นเอง

    ooooooo

    เพ็ญพรโทร.นัดสุดาให้มาเจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อปรึกษาถึงเรื่องที่ได้ยินเชาวน์กับสโรชาคุยกันสุดาเองก็อยากจะรู้เช่นกัน ยัยสก๊อยนั่นกุมความลับ อะไรเอาไว้ เธอมุ่งมั่นจะต้องสืบเรื่องนี้ให้ได้ สุดาแนะให้เพื่อนรักบอกเรื่องนี้ให้ตรัยรู้ เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง เธอเห็นดีด้วย ระหว่างนั้นตรัยก้าวเข้ามาในร้าน

    “พี่ตรัย...โชคเข้าข้างแกจริงๆ รีบไปบอกเลย”

    “ยังบอกตอนนี้ไม่ได้ ขืนพี่ชายแกเห็นแกอยู่กับฉันมีหวังซักยาว ฉันขี้เกียจตอบคำถาม...” เพ็ญพรชะงักเมื่อเห็นว่าตรัยไม่ได้มาคนเดียว อาภาพรมาด้วย “เวรแล้วไง มาคนเดียวก็จะแย่แล้ว ยัยน้องภาดันมาด้วย ทำไงดี หลบออกไปตอนนี้ก็ไม่ได้”

    สุดาแนะให้แอบใต้โต๊ะ แล้วรีบดึงผ้าคลุมโต๊ะมาปิดๆ ในร้านอาหารคนแน่นไม่มีโต๊ะนั่ง อาภาพรเหลือบเห็นสุดานั่งอยู่ รีบควงแขนตรัยเดินมาหา เธอกำลังก้มลง คุยกับเพ็ญพรที่หลบอยู่ใต้โต๊ะ เงยหน้าขึ้นมาเห็นพี่ชายตัวเองกับอาภาพรยืนอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง อาภาพรขอนั่งด้วย บังเอิญโต๊ะเต็มไม่มีที่นั่ง ตรัยเห็นจานอีกชุดหนึ่งวางอยู่ ถามน้องสาวว่ามากับใคร

    “เออ...เพื่อนค่ะ แต่...ตอนนี้ เขากลับไปแล้ว”

    ตรัยไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก เรียกบริกรให้เอาเมนูมาให้ เพ็ญพรที่หลบอยู่ใต้โต๊ะถึงกับเซ็ง...

    ในเวลาเดียวกัน วิทวัสเห็นภาพพรเพ็ญช่วยนวดเนื้อนวดตัวให้เอกสิทธิ์อย่างเอาใจใส่ก็อดประทับใจไม่ได้ หยิบมือถือขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้ทุกอิริยาบถ แล้วหันกล้องเข้าหาตัวเองเพื่อถ่ายเซลฟี่ โดยมีสองพ่อลูกเป็นฉากหลัง เธอหันมาเห็นก็นิ่วหน้าแปลกใจ ก่อนจะลุกมาหาวิทวัสที่กำลังเช็กรูปที่ถ่าย พอรู้ว่าเขาทำอะไร รีบบอกว่าถ้าอยากจะถ่ายรูปด้วยกัน ก็ขอให้บอก จะได้ไม่ต้องแอบถ่าย เขากลัวขอแล้วเธอไม่ยอมให้ถ่าย

    พรเพ็ญคว้ามือถือไปจากมือเขา ขยับเข้าไปยืนข้างๆ แล้วบอกให้ยิ้ม วิทวัสสบโอกาส โอบเอวเธอไว้ หญิงสาวชะงักด้วยความเขิน แล้วมองกล้องก่อนจะกดถ่ายภาพ

    “ถ่ายรูปให้เพ็ญกับพ่อบ้างนะคะ” พรเพ็ญคืนกล้องให้วิทวัส ทั้งสามคนถ่ายรูปร่วมกันอย่างมีความสุข...

    ที่ร้านอาหาร ขณะอาภาพรกระแซะตรัยแทบจะขึ้นไปนั่งบนตัก จังหวะหนึ่งเธอเปลี่ยนท่านั่ง เท้าเกือบเสยหน้าเพ็ญพรที่หลบอยู่ใต้โต๊ะถึงกับปรี๊ดแตก จิกน่องเธอเอาคืน อาภาพรสะดุ้งโหยง ฟ้องตรัยตัวอะไรไม่รู้กัดขาตนเอง เพ็ญพรยิ่งหมั่นไส้ ใช้เล็บจิกน่องเธอไม่หยุด จนเธอร้องโอดโอย สุดากลั้นขำแทบแย่

    “คงจะเป็นยุงน่ะค่ะ เนี่ยค่ะสุดาก็โดน”

    ตรัยเห็นสีหน้าน้องสาวก็รู้ทันทีว่าต้องมีบางอย่างไม่ปกติ มองไปที่ใต้โต๊ะ เห็นหัวรองเท้ายื่นออกมาตัดสินใจก้มลงไปดู ประจันหน้ากับเพ็ญพรพอดี เขามองนิ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา

    “ยุงตัวเป้งเลยครับ ผมว่าเราห่ออาหารไปกินที่บ้านดีกว่า ผมกลัวขาน้องภาจะลาย เดี๋ยวจะไม่สวย” พูดจบตรัยโบกมือเรียกบริกร สั่งให้เอาอาหารห่อกลับ

    ooooooo

    ในเวลาต่อมา เพ็ญพรกลับถึงบ้านเจอตรัยดักรออยู่ ก่อนจะถามเสียงเข้มทำไมถึงไปกินข้าวกับสุดา เธอยอกย้อน แล้วทำไมเขาถึงไปกินข้าวกับอาภาพร เขาอ้างว่าทำภารกิจอยู่ เพ็ญพรเองก็ทำภารกิจเหมือนกัน

    “อย่ามาตีเนียน บอกความจริงมาซะดีๆน้องพรคิดจะทำอะไรอยู่ใช่ไหม”

    เพ็ญพรคิดถึงคำแนะนำของเพื่อนที่ให้บอกตรัย แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด อาภาพรโทร.มาตามเขาเสียก่อน เธอทนฟังเขาหวานใส่อาภาพรไม่ไหวก็เลยเดินหนี เขาวางสาย หันมองอีกที เธอหายไปแล้ว ระหว่างเพ็ญพรเดินหน้าหงิกกลับห้องตัวเอง มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น สุดาโทร.มาถามว่าบอกพี่ชายของตนหรือยัง

    “ยัง บอกไปพี่ชายแกก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเขากำลังติดภารกิจพิเศษอยู่ ฉันว่าเรื่องนี้ไม่ต้องถึงมือพี่ชายแก ฉันก็จัดการเองได้” เพ็ญพรวางสายสีหน้ามุ่งมั่น...

    ฝ่ายเชาวน์ใจร้อน เจอตรัยตรงทางเดินในบ้าน ทวงถามว่าเรื่องของเอกสิทธิ์ไปถึงไหนแล้ว เขาบ่นอุบจะเร่งไปไหน นี่เพิ่งผ่านไปวันเดียวเอง เชาวน์ไม่เห็นเขาทำอะไรนอกจากลอยไปลอยมา ถ้าคิดจะถ่วงเวลาคงต้องคิดใหม่ เพราะตนจะให้เวลาเขาสามวัน ถ้าเอกสิทธิ์ยังไม่กลับมาพรเพ็ญจะเหลือแต่ร่างไร้วิญญาณ

    สโรชาเองก็ร้อนใจไม่แพ้กัน แม้จะรู้เรื่องเส้นตายจากเชาวน์ แต่แค่คำพูดข่มขู่ อาจไม่ทำให้ตรัยกลัว

    “ฉันนึกออกแล้วว่าจะทำอย่างไรให้เราได้คำตอบเรื่องเอกสิทธิ์เร็วขึ้น”...

    เพ็ญพรโทร.ถามอาการของพ่อจากพี่สาวเหมือนเช่นเคย พอรู้ว่าท่านดีวันดีคืนก็สบายใจ แล้วเล่าเรื่องที่แอบได้ยินสโรชากับเชาวน์คุยกันว่าวาทินีมีหลักฐานบางอย่างที่จะใช้เล่นงานพวกนั้นได้ ถ้าเธอเจอหลักฐานเหล่านั้น อาจทำให้เรื่องจบเร็วขึ้น พรเพ็ญไม่อยากให้น้องไปยุ่ง เกรงจะได้รับอันตราย

    “เพ็ญจะระวังตัว เจ๊ไม่ต้องห่วง” พลันมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เพ็ญพรขอตัววางสาย แล้วเดินไปเปิดประตูรับ ตรัยโผกอดเธอไว้แน่น ขอร้องอย่าเพิ่งพูดอะไร ขอกอดเธอแบบนี้ก่อน สักพักเขาก็คลายมือออก

    “รับปากกับผม หลังจากวินาทีนี้ คุณต้องระมัดระวังตัวให้ดี ถ้าจะไปไหน ต้องบอกผม ผมจะได้ไปเป็นเพื่อนและห้ามไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาด”

    หญิงสาวขอเหตุผล ทำไมต้องทำอย่างนั้น เขาขอร้องไม่ให้ถามมากความ แค่ทำตามที่บอกก็พอ แล้วยื่นนิ้วก้อยให้เธอเกี่ยวเป็นคำมั่นสัญญา แม้จะงงๆอยู่บ้าง แต่เธอยอมเกี่ยวก้อยด้วย ตรัยไม่รบกวนอะไรเธออีก เดินออกจากห้องทิ้งให้เพ็ญพรยืนงงอยู่ตรงนั้น

    ooooooo

    ให้คำสัญญาดิบดี แต่เพ็ญพรกลับตัดสินใจจะค้นหาหลักฐานเอาผิดสโรชากับเชาวน์เพียงลำพัง รอจนวาทินีเดินออกจากห้อง จึงแอบเข้าไปค้นข้าวของของเธอดู วาทินีกำลังจะออกจากบ้าน นึกขึ้นได้ว่าลืมมือถือไว้ในห้อง รีบกลับไปเอา เจอเพ็ญพรกำลังรื้อค้นในลิ้นชักโต๊ะ ก็โวยวายลั่น เข้ามาในนี้ทำไม

    “เออ...ฉันเข้ามาเอาของให้พ่อ พอดีฉันหาเสื้อตัวหนึ่งของพ่อไม่เจอก็เลยคิดว่าอาจจะยังอยู่ในห้องนี้”

    วาทินีหรี่ตามองไม่ค่อยเชื่อนัก ถามว่าเจอไหม เพ็ญพรหาไม่เจอ คงไม่ได้อยู่ในนี้ แล้วเดินออกไปอย่างเนียนๆ เธอมองตามไม่ไว้ใจ ก่อนจะเดินไปดูที่ที่ตัวเองซ่อนยาเสพติดเอาไว้ โล่งอกที่มันยังอยู่ คว้ามือถือของตัวเองแล้วออกจากห้อง เพ็ญพรซ่อนตัวอยู่ไม่ห่าง รอจนเธอลับสายตา ย่องกลับมาที่ห้องอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ห้องล็อกเรียบร้อย ได้แต่ยืนเซ็ง...

    ทางฝ่ายวิทวัสเห็นพรเพ็ญต้องคอยยกแข้งยกขาให้พ่อเพื่อทำกายภาพบำบัด เช้านี้เขาจึงพาเธอกับเอกสิทธิ์ไปที่สระว่ายน้ำและหานักกายภาพด้านธาราบำบัดมาช่วยดูแลเอกสิทธิ์ให้

    “การฝึกเดินในน้ำจะช่วยทำให้คุณอาเดินได้เร็วขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ”

    พรเพ็ญยิ้มเป็นปลื้มที่วิทวัสมีน้ำใจ คอยดูแลช่วยเหลือเผื่อแผ่ถึงพ่อของเธอด้วย

    การที่พรเพ็ญพาเอกสิทธิ์ออกไปข้างนอกแต่เช้าทุกวัน ทำให้เดือนฉายเริ่มสงสัยว่าลูกกำลังจะทำอะไรกันแน่ ขณะที่เคนไม่ใส่ใจอะไรมากนัก...

    ด้วยความเป็นห่วงกลัวเพ็ญพรจะถูกเชาวน์เล่นงานตามที่ขู่ ตรัยเห็นเธอเตรียมจะไปทำงาน อาสาขับรถไปส่ง เธอไม่อยากรบกวนจะขอไปเอง เขาไม่ยอม ทวงสัญญาที่ให้ไว้เมื่อคืนว่าจะไม่ไปไหนคนเดียว พอตอนเช้าก็ลืมแล้วหรือ เธอไม่ได้ลืม แต่แค่ไปทำงาน ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

    “ไปทำงานก็ไม่ได้ครับ ไปครับ...รถอยู่หน้าบ้าน” ตรัยผายมือให้ แม้จะไม่เข้าใจทำไมเขาต้องทำขนาดนี้ แต่เพ็ญพรก็ยอมไปด้วย อาภาพรแอบมองมาจากในบ้าน ไม่พอใจที่เห็นตรัยออกไปกับเพ็ญพร เดินหน้าหงิกเข้ามาในห้องรับแขก ก่อนจะกรีดร้องลั่นบ้าน ณัฐพงษ์หนวกหู สั่งให้หยุดร้องได้แล้ว

    “หุบปากไปเลยพี่ณัฐ...เมื่อเช้าพี่ตรัยออกไปกับนังพร ภาไม่ยอมนะคุณแม่ ภาไม่ยอมๆๆ” อาภาพรกระทืบเท้าปังๆอย่างเอาแต่ใจ เชาวน์เตือน ทำแบบนั้นระวังจะแท้งลูก ทีแรกเธองง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าโกหกทุกคนไว้เรื่องตั้งท้อง หยุดกระทืบเท้าเปลี่ยนไปเกาะแขนพ่อตัวเองแทน อ้อนให้ส่งคนไปจัดการนังนั่นให้ที

    เชาวน์ออกตัว เรื่องแบบนี้ใช่จะทำกันง่ายๆ สู้เอาเวลาที่หึงผัวไปหาวิธีมัดใจเขาไม่ให้นอกใจไม่ดีกว่าหรือ พูดจบก็ลุกออกไป สโรชาปลอบอาภาพรไม่ต้องกังวล เธอมีแผนเล่นงานนังนั่น แล้วหันไปทางลูกชาย

    “แกต้องหาทางทำให้นังพรออกมากับแกสองต่อสองให้ได้ พามันมาตรงที่ที่แม่บอก แล้วแม่จะจัดชุดใหญ่ให้มันจำไม่รู้ลืม” พูดจบคุณนายเค็มยิ้มเหี้ยม ณัฐพงษ์เสนอตัวจะจัดการนังคุณหนูให้เอง ไม่เห็นต้องไปจ้างคนอื่นให้สิ้นเปลือง เธอไม่ยอมให้เขาทำ เนื่องจากเขาไม่รอบคอบ ให้ทำตามที่เธอสั่งก็พอ...

    ตรัยตามมาส่งเพ็ญพรถึงหน้าห้องทำงาน และจะไม่ยอมกลับจนกว่าจะแน่ใจว่าเธอปลอดภัย เพ็ญพรมองเขางงๆ ก่อนจะเดินเข้าห้อง พลันมีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เชาวน์โทร.มาเล่นงานเขาที่ตามติดนังคุณหนูพรเป็นเงาตามตัว ตรัยแก้ตัว ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อจะได้ล้วงความลับเรื่องที่อยู่ของเอกสิทธิ์

    “จริงนะ ไม่ใช่มีอย่างอื่นแอบแฝง”

    “ผมไม่ใช่คนที่ชอบเล่นไม่ซื่อเหมือนกับคนบางคน คุณไม่ต้องห่วง อีกไม่นานคุณได้ที่อยู่คุณลุงแน่”

    ooooooo

    ณัฐพงษ์เดินตามแผนการที่สโรชาวางไว้ ทันทีที่มาถึงออฟฟิศ ชวนเพ็ญพรไปพบลูกค้าด้วยกัน แล้วรีบออกตัวว่าไม่ต้องกังวลไป เธอไม่ได้ไปกับเขาแค่สองคน ทนายสมศักดิ์จะไปกับเราด้วย หากเธอไม่เชื่อ โทร.ถามก่อนก็ได้ เธอไม่ไว้ใจเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คว้ามือถือตัวเองออกไปโทร.หาทนายสมศักดิ์

    “คุณลุงกำลังจะมาที่ออฟฟิศหรือคะ...พรนึกว่าพี่ณัฐโกหก พรก็เลยโทร.มาเช็ก ถ้างั้นเดี๋ยวเจอกันค่ะ” เพ็ญพรวางสายสีหน้าสบายใจ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าณัฐพงษ์แอบฟังอยู่ เห็นเธอหลงกลก็ยิ้มพอใจ...

    ทางด้านอาภาพรหวังจะมัดใจตรัยไม่ให้แลหญิงอื่นตามคำแนะนำของพ่อ โดยแปลงโฉมตัวเองเป็นนางกระต่ายบันนี่ แทนที่เขาจะปลื้มกลับคิดว่าเธอไม่สบาย อาภาพรถึงกับเซ็ง แต่ยังไม่ถอดใจ เข้ามาโอบคอเขาไว้ ยื่นหน้าจะจูบ เขารีบดันเธอออก เพิ่งนึกได้ว่ามีธุระต้องไปทำ อาภาพรไม่ให้เขาไป ยืนขวางไว้

    “ตอนนี้พี่ตรัยไม่ได้ทำงาน พี่ตรัยจะมีธุระอะไรคะ” ไม่พูดเปล่า พยายามนัวเนียตลอด

    “ธุระส่วนตัวน่ะจ้ะ”

    อาภาพรจะยอมให้เขาไปก็ต่อเมื่อจูบเธอหนึ่งฟอดก่อน แล้วหลับตาพริ้มทำปากยื่นรอ ตรัยมองด้วยความสยอง แล้วแกล้งจามไม่หยุด สงสัยจะผิดอากาศ ขอตัวไปหาหมอก่อนแล้ววิ่งปรู๊ดออกไปเลย...

    ขณะที่ตรัยเอาตัวรอดจากถูกอาภาพรลวนลามได้อย่างหวุดหวิด เพ็ญพรถูกณัฐพงษ์หลอกให้มารอทนายสมศักดิ์ที่รถของตัวเองสำเร็จ เขาทำทีเปิดประตูรถให้เธอขึ้นไปนั่ง แต่เธอขอรอนอกรถ เขามองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคน หยิบผ้าเช็ดหน้าชุบยาสลบออกมา ปิดปากปิดจมูกเธอไว้ เธอพยายามดิ้นหนี แต่ทนฤทธิ์ยาสลบไม่ไหวหมดสติในที่สุด ณัฐพงษ์ยิ้มร้ายประคองเธอนั่งรถก่อนจะขับออกไป

    คล้อยหลังไม่นาน ทนายสมศักดิ์ก็มาถึงบริษัท ต้องแปลกใจเมื่อรู้จากพนักงานที่นั่นว่าณัฐพงษ์ออกไปกับเพ็ญพรแล้ว ชักใจไม่ดีเกรงจะเกิดเรื่อง รีบโทร.แจ้งตรัย

    “อะไรนะครับ น้องพรไปกับนายณัฐพงษ์ทั้งๆ ที่นัดคุณทนายเอาไว้ โทร.หาน้องพรก็ไม่รับสาย...ครับ

    ผมจัดการต่อเองครับ” ตรัยวางสาย แล้วโทร.หาเพ็ญพรทันที...

    ณ ห้องพักในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง ณัฐพงษ์อุ้มเพ็ญพรที่หมดสติมาวางบนเตียง มองด้วยสายตาหื่น พลันมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น เขาล้วงมือถือจากกระเป๋า ของเธอขึ้นมาดู เห็นชื่อตรัยโชว์หน้าจอรีบกดรับสาย ตรัยตะคอกใส่ ทำไมเขาถึงมารับโทรศัพท์ของน้องพร

    “เพราะน้องพรอยู่กับฉันยังไงล่ะ ถามอะไรโง่ๆ”

    “แกจะทำอะไรน้องพร”

    “ผู้ชายผู้หญิงอยู่ในห้องของโรงแรมกันสอง ต่อสอง แกคิดว่าจะทำอะไร แค่นี้นะ ฉันกับน้องพรกำลังจะมีความสุขด้วยกันแล้ว” ณัฐพงษ์หัวเราะชอบใจ ก่อนจะปิดเครื่อง ตรัยแทบคลั่ง รีบโทร.หาเพื่อนตำรวจที่โรงพักให้ช่วยเช็กกล้องวงจรปิดตามสี่แยกจราจร...

    ไม่ได้มีแต่ตรัยที่ร้อนใจ สโรชาเองรู้สึกไม่ต่างกัน เมื่อได้รู้จากคนของตนว่าณัฐพงษ์ไม่ได้พาเพ็ญพรไปยังจุดนัดหมาย รีบโทร.หาลูกชาย แต่ไม่มีใครรับสาย...

    เพ็ญพรรู้สึกตัวลืมตาขึ้นอย่างมึนงง ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่งมองไปรอบห้อง เห็นเสื้อผ้าผู้ชายกองอยู่กับพื้นหน้าประตูห้องน้ำก็ใจคอไม่ดี พยายามประคองตัวไปที่ประตูห้องพัก ณัฐพงษ์นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกจากห้องน้ำมาเห็นพอดี ร้องทักว่าฟื้นแล้วหรือ เธอหันมาเห็นสภาพเกือบเปลือยของเขาก็ตกใจ

    “ก็ดีเหมือนกัน ทำแบบตอนตื่นๆจะได้สนุกหน่อย” พูดจบ ณัฐพงษ์กระชากเพ็ญพรมากอด แต่เจอศอกกลับเข้าท้องถึงกับจุกตัวงอ “นังบ้า โดนยาสลบขนาดนี้ฤทธิ์ยังเยอะอีก”

    เพ็ญพรจะหนี แต่ไม่รอด ณัฐพงษ์รวบตัวไว้เหวี่ยงไปที่เตียง แล้วโถมตัวตาม เธอพยายามดิ้นรนต่อสู้ เขาตบเต็มแรงเพื่อให้หยุดดิ้น ก่อนที่เธอจะถูกเขาทำมิดีมิร้าย ตรัยพังประตูเข้ามาช่วยไว้ทัน กระชากณัฐพงษ์มาต่อยไม่หยุด จนหมดสภาพ แล้วรีบอุ้มเพ็ญพรออกไป

    โชคดีที่เพ็ญพรไม่เป็นอะไรมาก แค่ปากแตกนิดหน่อยเท่านั้น คนที่บาดเจ็บกว่าก็คือตรัย เนื่องจากต่อยณัฐพงษ์จนมือตัวเองแตกเลือดซิบ ต้องให้เธอช่วยทำแผลให้

    ooooooo

    สโรชาพยายามโทร.หาณัฐพงษ์แต่ไม่สามารถติดต่อได้ บ่นอุบว่าหายไปไหน หวังว่าคงจะไม่ทำอะไรบ้าๆ ระหว่างนั้น ตรัยกับเพ็ญพรเดินเข้ามา เธอถึงกับหน้าถอดสีที่เห็นลูกเลี้ยงยังอยู่ในสภาพครบสามสิบสอง

    “ผมรู้ว่าลูกชายคุณน้าอยู่ที่ไหน”

    ยัยแม่เลี้ยงตัวแสบทำไก๋ไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร ตรัยบอกให้เพ็ญพรกลับห้องไปก่อน เธอทำทีเดินออกไป แต่กลับหลบมุมแอบฟังทั้งคู่คุยกัน ตรัยโวยใส่สโรชาทันที ลูกชายของเธอคิดจะทำมิดีมิร้ายกับน้องพร ดีที่เขาตามไปช่วยไว้ทัน ถ้าน้องพรเป็นอะไร ข้อตกลงของเราเป็นอันยกเลิก สโรชาไม่กลัวคำขู่ของเขา

    “ผมไม่ได้ขู่ ผมเป็นคนเดียวที่จะทำให้คุณน้ารู้ว่าคุณลุงเอกสิทธิ์อยู่ไหน อย่าเล่นสกปรกแบบนี้อีก ทำร้าย น้องพรอีกครั้งเดียว ผมไม่ปล่อยพวกคุณไว้แน่” ตรัยพูดจบเดินออกมา เจอเพ็ญพรดักรออยู่ เธอได้ยินที่เขาพูดกับสโรชา ตกลงเขากำลังทำอะไรกันแน่ เขาไม่อยากให้ใครได้ยิน รีบลากเธอออกไปยังมุมปลอดคน

    เพ็ญพรสะบัดมือเขาหลุด ถามย้ำอีกครั้งว่าคิดจะทำอะไรกันแน่ ตรัยเล่าถึงข้อตกลงระหว่างตัวเองกับสโรชาให้ฟัง พร้อมทั้งเหตุผลที่ต้องหลอกว่าจะหาที่อยู่ของเอกสิทธิ์มาให้ก็เพื่อให้เธอไว้ใจ

    “นี่คุณจะเสี่ยงไปถึงไหน พอ...เลิก คุณต้องออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ฉันไม่อยากให้คุณเป็นอันตราย ฉันเป็นห่วง” พอรู้ตัวว่าเผลอพูดเพ็ญพรรีบเอามือปิดปากตัวเอง ตรัยยิ้มปลื้มรู้สึกดีที่มีคนห่วงใย เธอยืนกราน พรุ่งนี้เขาต้องออกไปจากบ้านหลังนี้ แล้วหันหลังกลับเข้าตัวตึก ตรัยมองตามหนักใจ

    ooooooo

    เช้าวันถัดมา วิทวัสมารับเอกสิทธิ์และพรเพ็ญออกไปข้างนอกเหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้เดือนฉายแอบสะกดรอยตามไปด้วย เห็นเอกสิทธิ์กำลังฝึกเดินในน้ำโดยมีวิทวัสและพรเพ็ญยืนอยู่ริมสระว่ายน้ำคอยเป็นกำลังให้ เธอถึงกับอึ้ง ก่อนจะเข้ามาลากแขนลูกออกไปคุยกันเป็นการส่วนตัว

    “คิดจะบอกแม่เมื่อไหร่ว่าพาคุณพ่อออกมาทำกายภาพ”

    “พรไม่คิดจะบอกหรอกค่ะ พรได้ยินที่คุณตาบอกกับคุณแม่ว่าถ้าคุณพ่ออาการดีขึ้นจะให้ไปจากที่นี่”

    เดือนฉายต่อว่าว่าเดี๋ยวนี้เธอชักจะเหมือนเพ็ญพรเข้าไปทุกทีแล้ว พรเพ็ญขอโทษแม่ที่ทำแบบนี้และอยากจะขอร้อง อย่าไล่พ่อกลับ แม่ก็รู้ว่าบ้านศิลาแดงอันตรายแค่ไหน

    “แม่รู้ แต่แม่ให้พ่ออยู่ที่นี่ไม่ได้เหมือนกัน จะช้าจะเร็ว สักวันเขาก็ต้องไป ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขา แม่เห็นเขาทีไร อดีตที่เจ็บปวดก็กลับมา แม่ขอโทษ ที่คราวนี้แม่ทำตามที่ลูกขอไม่ได้จริงๆ”...

    ระหว่างทางกลับบ้านสวนเสาวรส พรเพ็ญเอาแต่นั่งเหม่อไม่พูดไม่จา วิทวัสเห็นแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ถามว่ามีเรื่องอะไรกับแม่หรือเปล่า ถ้าอยากจะระบายก็เชิญได้เลย เธอหันไปดูพ่อที่นั่งหลับอยู่เบาะหลังรถ ก่อนจะเล่าว่าแม่ไม่ยอมให้พ่ออยู่ที่บ้านสวนต่อไป เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี เล่าจบก็ร้องไห้ วิทวัสสงสารเธอจับใจแต่ทำได้เพียงตบหลังมือเธอเบาๆเพื่อให้กำลังใจ ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าเอกสิทธิ์ไม่ได้หลับ ได้ยินทุกอย่าง...

    เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับลูกในห้องพัก แม้จะยังพูดได้ไม่คล่องนัก แต่เอกสิทธิ์พยายามบอกเธอว่าจะกลับบ้านศิลาแดง เนื่องจากไม่อยากทำให้เดือนฉายลำบากใจ พรเพ็ญโผกอดพ่อ ร้องไห้โฮ...

    ขณะสถานการณ์ที่บ้านสวนเสาวรสไม่สู้ดีนัก เพ็ญพรยืนกรานกับตรัย ต้องออกไปจากบ้านนี้วันนี้เดี๋ยวนี้ เขาต่อรองหากเธอลากเขาออกไปได้ เขาถึงจะยอมไป เธอลงทุนทั้งลากทั้งดึง แต่ไม่มีแรงพอจะเอาเขาออกไปได้ ตรัยกลับเป็นฝ่ายดึงเธอเข้ามาหา

    “มีแรงแค่นี้ จะไปสู้กับใครเขาได้ ให้ผมอยู่ด้วยน่ะดีแล้ว”

    เพ็ญพรยังไม่ทันจะอ้าปากเถียง มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้นเสียก่อน เห็นเบอร์โชว์หน้าจอก็พึมพำว่า “เจ๊ติ๋ม” แล้วผลุนผลันออกไปรับสายข้างนอก ตรัยมองตามครุ่นคิดสงสัย เพ็ญพรถึงกับหน้าตาตื่นเมื่อรู้จากแฝดผู้พี่ว่าพ่อจะกลับบ้านศิลาแดง ร้องห้ามเสียงหลง กลับไม่ได้เด็ดขาด สั่งให้พี่ห้ามท่านไว้

    “พี่พยายามห้ามแล้ว แต่คุณพ่อยืนยันว่าจะกลับมาให้ได้ และจะกลับวันนี้”

    แฝดผู้น้องคิดหนักไม่รู้จะทำอย่างไรดี แล้วนึกถึงตรัยขึ้นมาได้ รีบไปขอความช่วยเหลือ...

    อาภาพรเห็นหน้ายับเยินของพี่ชายตัวเอง แทนที่จะเป็นห่วงกลับหัวเราะขำที่สภาพของเขาเหมือนไปฟัดกับหมาที่ไหนมา สโรชาได้ยินเสียงหัวเราะเดินเข้ามาดู เห็นหน้าตาบวมปูดของณัฐพงษ์ก็ตกใจ หลุดปากว่ามันเล่นงานลูกหนักขนาดนี้เลยหรือ เขาแปลกใจที่แม่รู้เรื่องนี้ อาภาพรสาระแนทันที รู้เรื่องอะไรกันหรือ

    สโรชาไม่อยากให้เธอมาเกี่ยวข้องด้วย ลากณัฐพงษ์ไปคุยสองต่อสองที่ห้องของเธอ แล้วต่อว่าลูกที่ขัดคำสั่ง แต่พอเจอลูกอ้อนของเขาเข้าไป ความโกรธมลายไปสิ้น...

    ทางด้านพรเพ็ญเศร้าใจมากที่วันนี้ต้องส่งพ่อกลับบ้านศิลาแดง โดยเรียกรถพยาบาลมารับ เคนดีใจที่ตัวซวยไปจากชีวิตได้ ขณะที่เดือนฉายแอบเศร้าใจน้ำตาซึมที่ต้องปล่อยเขากลับไปผจญกรรม

    ooooooo

    สโรชาเห็นวาทินีนั่งชี้นิ้วสั่งให้ป้าแจ่มกับลุงเติมราวกับเป็นคุณนายของบ้านก็แค้นใจมาก ถามเชาวน์ที่ยืนดูอยู่ด้วยกัน เมื่อไหร่ถึงจะรู้สักทีว่านังนั่นเอาคลิปไปซ่อนไว้ที่ไหน เขาขอร้องอย่าเพิ่งใจร้อน นี่ผ่านไปแค่ไม่กี่วันเอง เธอใจเย็นไม่ไหว หากมันเอาคลิปไปให้ตำรวจ เรามิแย่หรือ น่าจะหามือปืนมาเก็บให้รู้แล้วรู้รอด

    “บอกแล้วไงว่าจะไม่มีการฆ่ากันเกิดขึ้น”

    “อาลัยอาวรณ์ในความสาวของมันหรือไง” สโรชาแดกดัน เชาวน์ไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ทำการใหญ่ ต้องใจเย็น ขืนวู่วามได้บรรลัยกันหมด ระหว่างนั้นมีคนโทร.มาแจ้งเชาวน์ว่าเอกสิทธิ์กลับมาแล้ว...

    ด้วยความร่วมมือกันของเพ็ญพร ตรัยและหมอรุจน์ หลอกให้สโรชาหลงเชื่อว่าเอกสิทธิ์ป่วยหนักใกล้ตาย เพ็ญพรทำทีรับไม่ได้กับอาการป่วยของพ่อ วิ่งหนี โดยมีตรัยวิ่งตาม พอพ้นสายตาผู้คน เพ็ญพรกับตรัยต่างยิ้มสมใจที่หลอกสโรชาสำเร็จ เขาสบช่อง รีบบอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้ เขาคงไม่ต้องออกจากที่นี่แล้วใช่ไหม แม้เธอจะยอมให้เขาอยู่ แต่ต้องสัญญาก่อนว่าจะดูแลตัวเอง ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด ตรัยยื่นนิ้วก้อยให้ ขอให้เธอสัญญาแบบเดียวกัน เพ็ญพรยอมเกี่ยวก้อยด้วย อยู่ๆเขาดึงเธอเข้ามาชิดตัว เธอหน้าแดงด้วยความเขิน

    “ถ้าปิดงานนี้ได้เมื่อไหร่ พี่มีเรื่องสำคัญจะบอกน้องพรด้วยนะครับ”

    เพ็ญพรเห็นเชาวน์กำลังเดินตรงมาตบหน้าตรัยอย่างแรง เขางงเป็นไก่ตาแตก ตบเรื่องอะไร เชาวน์ได้ยินเสียง รีบหลบมุมแอบมอง เธอขยิบตาให้ตรัยแล้วปรายตาไปที่ที่เชาวน์ซ่อนตัวอยู่ เขาเข้าใจทันที

    “พี่ตรัยหลอกพร ทำเป็นถามว่าคุณพ่ออยู่ที่ไหน แล้วก็ให้หมอรุจน์ไปรับท่านกลับมา ทั้งๆที่พี่ตรัยก็รู้ว่าคนที่นี่หวังร้ายกับคุณพ่อทั้งนั้น”

    ตรัยจำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อให้สโรชาและเชาวน์รู้ว่าเขาจริงใจและรักอาภาพรมากแค่ไหน เธอกำลังจะเป็นแม่ของลูกของเขา เราสองคนกำลังจะสร้างครอบครัวด้วยกัน อะไรที่ทำให้ครอบครัวมีความสุข เขายอมทำทุกอย่าง เขาต้องขอโทษน้องพรด้วย แสดงละครตบตาเสร็จก็เดินจากไป เพ็ญพรทำทีก้มหน้าร้องไห้...

    ละครฉากนี้ทำให้เชาวน์เชื่อสนิทใจ ถึงขนาดยกตำแหน่งลูกเขยให้ตรัยและยังยอมให้เรียกเขาว่าพ่อ เท่านั้นไม่พอยังจะหาโอกาสพาลูกเขยคนใหม่ไปพบนายใหญ่ของเขา ตรัยแอบยิ้มพอใจ...

    ไม่ได้มีแค่ตรัยและหมอรุจน์เท่านั้นที่รู้แผนหลอกว่าเอกสิทธิ์ป่วยหนัก เพ็ญพรยังบอกเรื่องนี้ให้ป้าแจ่มกับลุงเติมรับรู้อีกด้วย และให้คอยสอดส่อง หากสโรชาเตรียมอาหารให้เอกสิทธิ์ก็ให้ทั้งคู่แอบเอาไปเททิ้งแล้วเอาอาหารอีกชุดที่เหมือนกันแต่ปลอดภัยไร้ยาพิษไปให้ท่านแทนที่

    ooooooo

    เอกสิทธิ์พูดได้ดีขึ้น แต่ยังช้าอยู่มาก หลังจากเพ็ญพรป้อนอาหารเช้าให้เรียบร้อย เขาขอบใจลูกมากที่ทำเพื่อตนทั้งๆที่ตนทิ้งลูกไปตั้งแต่เล็กๆ เธอขอร้องไม่ให้ท่านคิดมาก เรื่องที่แล้วก็ให้มันแล้วไป สิ่งที่ท่านต้องทำตอนนี้ก็คือรีบหายเร็วๆเพื่อจะได้เล่นงานพวกชั่วนั่นสักที

    “คุณพ่อเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินนะคะ” เพ็ญพรว่าแล้วส่งมือถือให้ เขารับมันมาซ่อนไว้ใต้หมอนหนุน...

    ตรัยกลายเป็นคนโปรดของสโรชาไปโดยปริยาย เนื่องจากผลงานที่พาเอกสิทธิ์กลับมาได้ ถึงขนาดตอนกินมื้อเช้าด้วยกัน ไม่ยอมให้ใครแตะต้องอาหาร ต้องรอให้เขากินก่อน วาทินีไม่พอใจเกือบจะมีเรื่องกัน เชาวน์ต้องส่งสายตาปรามสโรชาไม่ให้วู่วาม เธอถึงได้ยอมสงบศึก

    เมื่อณัฐพงษ์รู้เรื่องที่ตรัยกลายเป็นลูกรักของพ่อกับแม่ เตือนท่านทั้งสองคิดให้ดีๆก่อนจะไว้ใจมัน ถ้ามันไม่ได้คิดอะไรกับนังพรทำไมถึงต้องตามมาช่วย สองคนนั่นอาจร่วมมือกันเล่นละครตบตาพ่อกับแม่ก็ได้

    “ฉันเห็นนังพรตบหน้าไอ้ตรัยกับตา มันสองคนแตกคอกันแล้ว” เชาวน์ยืนยัน...

    เพ็ญพรไม่อยากทิ้งพ่อไว้คนเดียวระหว่างที่ตัวเองไปทำงาน ถึงจะมีป้าแจ่มกับลุงเติมคอยดูแล แต่สองคนนั่นคงต้านสโรชาไม่ไหว จึงขอให้ตรัยช่วยหาคนที่ไว้ใจได้มาทำหน้าที่นี้ เขารู้ทันที จะมอบหน้าที่นี้ให้ใคร รีบไปเกลี้ยกล่อมสุดาจนยอมทำตามที่เขาต้องการ...

    ทางฝ่ายทนายสมศักดิ์ทำทีมาเยี่ยมเอกสิทธิ์ เนื่องจากคุณหนูโทร.ไปแจ้งว่าท่านใกล้ตาย สโรชาไม่ติดใจสงสัยอะไรปล่อยให้เขาเยี่ยมได้ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าเขารู้ความจริงเรื่องเอกสิทธิ์แกล้งป่วยและที่มาครั้งนี้ก็มาตามคำสั่งของคุณท่านที่ต้องการให้ยกเลิกพินัยกรรมฉบับเก่า และให้ร่างฉบับใหม่แทนที่...

    นับตั้งแต่เอกสิทธิ์กลับกรุงเทพฯ พรเพ็ญไม่ยอมพูดคุยกับแม่และคุณตา แถมข้าวปลาก็แทบจะไม่แตะ ทั้งคู่เป็นห่วงเธอมากจึงขอร้องให้วิทวัสช่วยพาเธอไปเที่ยวเล่น เผื่อจะช่วยให้คลายความกลัดกลุ้ม

    ความสวยงามของสถานที่ และบรรยากาศแสนจะโรแมนติกบวกกับความใกล้ชิด ทำให้วิทวัสตัดสินใจสารภาพความในใจที่มีต่อพรเพ็ญออกมา

    “ผมชอบคุณ...ไม่ใช่สิ ผม...ผมรักคุณ...ผมรักคุณครับ คุณเพ็ญ”

    พรเพ็ญกำลังเคลิบเคลิ้มได้ยินชื่อ “เพ็ญ” ถึงกับชะงัก คิดว่าเขาชอบเธอเพราะเธอคือเพ็ญพร รีบถอยห่าง ก่อนจะชวนกลับบ้าน วิทวัสหน้าเสีย

    ขอร้องว่าแม้เธอจะยังไม่มีใจให้ ก็อย่าเพิ่งตัดโอกาสเขา

    “ไว้ให้คุณรู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉันก่อนแล้วค่อยมาบอกอีกทีว่าคุณยังรักฉันอยู่หรือเปล่าจะดีกว่า”...

    สโรชากับเชาวน์ไม่ติดใจสงสัยที่ตรัยเอาน้องสาวมาช่วยดูแลเอกสิทธิ์ เพราะคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน อีกทั้งสุดายังแสดงทีท่านอบน้อม เชาวน์ชมเปาะว่าลูกเขยของตัวเองเรียนรู้ได้เร็วมากที่เอาคนของตัวไปไว้ใกล้ศัตรู แล้วชวนเขาไปคุยกันสองต่อสอง ก่อนจะล้วงห่อยาบ้ายื่นให้เขาเอาไปส่งให้ผู้ซื้อ ตรัยพยายามบ่ายเบี่ยง

    “แล้วไหนบอกว่าจะให้ผมไปพบกับเจ้านายของคุณพ่อก่อนไงครับ”

    “เจ้านายฉันไม่ใช่คนที่จะยอมเจอใครง่ายๆ นายต้องสร้างผลงานก่อน แล้วฉันถึงจะพาเข้าไปได้”

    ตรัยไม่มีทางเลือก จำต้องเอายาบ้าไปส่งตามคำสั่งของเชาวน์และรับเงินค่ายามาให้ เขาแบ่งเงินที่ได้ให้ตรัยครึ่งหนึ่ง แล้วเดินจากไป ตรัยเครียดมาก หลบไปเตะต้นไม้ระบายอารมณ์ เพ็ญพรมาเห็น ก็อดถามไม่ได้ว่าไปเตะมันทำไม พอรู้ว่าเขาต้องเอายาบ้าไปส่ง ถึงกับร้องเอะอะ ทำไมต้องลงทุนทำขนาดนั้น เขาอธิบายว่าถ้าไม่ทำ เชาวน์อาจจะสงสัยเอาได้ และพานจะไม่พาไปพบนายใหญ่

    “แล้วทำไมถึงไม่จับพวกมัน”

    เขาทำไม่ได้ตอนนี้ถูกพักงานอยู่ แต่มาคิดอีกทีแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน พวกมันจะได้ไม่สงสัย เขาจะได้ใช้โอกาสนี้สืบไปถึงนายใหญ่ของเชาวน์และหาทางกวาดล้างให้สิ้นซาก จะไม่มีวันปล่อยให้คนชั่วลอยนวล เพ็ญพรปลื้มในความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของเขา เผลอชมว่าน่ารักจังเลย เขาดึงเธอเข้ามาแนบอก

    “แล้วรักหรือเปล่าล่ะ” ตรัยไม่รอคำตอบ หอมหน้าผากเพ็ญพรฟอดใหญ่ “เป็นกำลังใจให้พี่ด้วยนะ”...

    ดึกแล้ว เพ็ญพรนอนไม่หลับ คิดถึงแต่ภาพตอนที่ตรัยหอมหน้าผากตนเอง พรเพ็ญเองก็นอนไม่หลับเช่นกัน อยากปรึกษากับน้องเรื่องวิทวัส แต่พอได้โทร.คุยกัน ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าเล่าเรื่องของตัว

    ooooooo

    หมอรุจน์มาตรวจอาการของเอกสิทธิ์ตามนัด แปลกใจที่เจอสุดาอยู่ที่นั่นด้วย พอรู้ว่าเธอมาคอยดูแลคนป่วย แกล้งกระเซ้า คนอย่างเธอจะดูแลใครเป็น สุดาน้อยใจมาก เดินหน้างอออกจากห้อง เอกสิทธิ์ต้องไล่ให้เขาตามไปง้อ หมอรุจน์ตามมาเห็นเธอยืนร้องไห้เป็นเผาเต่า หยิบผ้าเช็ดหน้ายื่นให้

    “เช็ดซะ เดี๋ยวเกิดมีคนเห็นคุณร้องไห้จะหาว่าผมแกล้ง ทั้งๆที่ผมไม่ได้ทำอะไร”

    สุดาตัดพ้อ ทำไมเขาถึงชอบพูดจากับเธอไม่ดี ไม่เห็นเหมือนเวลาที่พูดกับคุณพร แล้วทำหน้าเบ้จะร้องไห้อีก เขาพยายามห้าม เธอกลับยิ่งร้องไห้เสียงดัง ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาและสั่งน้ำมูก แล้วคืนให้เจ้าของ เขารีบบอกให้เก็บไว้ใช้ก่อนก็ได้...

    ระหว่างที่หมอรุจน์กำลังง้อสุดาอยู่ที่สวนข้างบ้าน เอกสิทธิ์รู้สึกกระหายน้ำ ลุกขึ้นจะหยิบน้ำมาดื่ม ได้ยินเสียงกุกกักที่ประตูห้อง รีบล้มตัวลงนอน เป็นจังหวะเดียวกับสโรชาเปิดประตูเข้ามา เขารีบควานหามือถือใต้หมอนแล้วเปิดโหมดอัดเสียงเอาไว้ เธอเดินมานั่งบนเตียง ออกตัวว่าที่เข้ามาไม่ใช่เพราะเป็นห่วง

    “แต่อยากเข้ามาดูน้ำหน้าคนใกล้ตาย ฉันอยากให้คุณรู้ไว้ว่าหลังจากที่คุณตาย ทรัพย์สมบัติทุกอย่างรวมถึงบ้านศิลาแดงก็จะตกเป็นของฉัน ส่วนลูกสาวคุณ ฉันจะไล่มันออกไป ให้ไปนอนเหมือนหมาข้างถนน ฉันอยากพูดเท่านี้แหละ เฮ้อ สบายใจจังเลย” พูดจบ สโรชาลุกออกไป เอกสิทธิ์ยิ้มดีใจที่อัดเสียงเธอไว้ได้...

    วิทวัสเป็นกังวลเรื่องเมื่อวานไม่หาย เช้านี้รีบแวะมาหาพรเพ็ญ ออดอ้อนว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืน เช้ามาก็กินอะไรไม่ลง เพราะกลัวเธอจะไม่หายโกรธ พรเพ็ญไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว ในเมื่อเขาไม่ได้ทำอะไรผิด

    “แสดงว่าคุณเพ็ญจะให้โอกาสผมใช่ไหมครับ... ขอบคุณมากนะครับ ผมสัญญาจะไม่เร่งรัดคุณ เราจะค่อยเป็นค่อยไป ผมจะทำให้คุณชอบผมให้ได้” พูดจบเขาก้าวฉับๆจากไป พรเพ็ญได้แต่มองตามกลุ้มใจ...

    ในเวลาเดียวกัน วาทินีแอบได้ยินสโรชาบ่นกับเชาวน์ว่าเงินใกล้หมด จ่ายค่าโน่นค่านี่จิปาถะ เขาเองก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนมาให้ เธอไม่สน สั่งให้เขาหาเงินมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นเราได้ตายกันหมดแน่

    “ไม่มีเงินแบบนี้ เราก็แย่ไปด้วยน่ะสิ” วาทินี ครุ่นคิดหนัก ตัดสินใจรีบขึ้นไปเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าหนีเอาตัวรอด เจอเงินห่ออยู่ในกระดาษหนังสือพิมพ์ที่เชาวน์ซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ก็แค้นใจมาก “ไอ้ผัวเฮงซวย มีเงินก็ไม่บอก ดีล่ะเอาไปให้หมด” วาทินีเอาแต่เงินใส่กระเป๋าทิ้งซากกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้ให้เชาวน์ดูต่างหน้า...

    ณัฐพงษ์อยากยามาก เข้าไปหายาห้องของพ่อ แต่ไม่เจอแถมไม่มีเงินจะเอาไปซื้อ เห็นอาภาพรสวมสร้อยคอทองคำ จัดแจงจะคว้า เธอขัดขืนก็เลยถูกเขาตบล้มคว่ำ ก่อนจะกระชากสร้อยไปจนได้...

    ระหว่างที่บ้านศิลาแดงเกิดเรื่องวุ่นๆไม่ได้หยุดหย่อน สุดาซักผ้าเช็ดหน้าที่หมอรุจน์ให้ยืมเสร็จเรียบร้อย จัดแจงเอาไปคืนเจ้าของถึงโรงพยาบาล แต่ไม่เจอเขาที่ห้องทำงาน เนื่องจากไปเข้าห้องน้ำ อารามอยากเจอมาก สุดาตามไปคืนถึงในห้องน้ำ พวกผู้ชายที่กำลังยืนปัสสาวะหันหลบกันจ้าละหวั่น หมอรุจน์ต้องเตือนว่าตอนนี้เธออยู่ในห้องน้ำชาย สุดาถึงได้รู้ตัว อายหน้าแดงเดินหนี เขามองตาม เอ็นดูในความโก๊ะของเธอ...

    สโรชารู้เรื่องที่วาทินีเชิดเงินที่เชาวน์ซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าก็ด่าซ้ำ ไหนว่าไม่มีเงิน แล้วยัยสก๊อยฉกเงินที่ไหนไป เขาแก้ตัวว่านั่นไม่ใช่เงินของเขาแต่เป็นเงินที่ต้องเอาไปให้นายใหญ่ ไม่มีเงินแบบนี้มีหวังถูกฆ่ายกครัวแน่ สโรชากลัวจัด ร้องเอะอะว่ายังไม่อยากตาย เชาวน์คิดแผนชั่วขึ้นมาได้ สั่งให้เธอหยุดโวยวาย เขารู้แล้วว่าจะไปหาเงินจากที่ไหน จากนั้นเขาพาสโรชาเข้าบ่อน แล้วแอบไปตกลงกับเจ้าของบ่อนว่าเหยื่อรายใหม่ที่พามา คงต้องใช้แผนการเดิม หลอกให้เล่นได้ไปก่อนแล้วค่อยเชือดทีหลัง ส่วนเงินส่วนแบ่งเขาขอราคาเดิม

    หลังจากขลุกอยู่ในบ่อนจนมืดค่ำ สโรชาได้เงินมาปึกใหญ่ จึงแบ่งให้เชาวน์เอาไปใช้บ้าง ระหว่างนั้น อาภาพรเดินหน้าบวมช้ำเข้ามาฟ้องว่าถูกณัฐพงษ์ตบทรัพย์เอาสร้อยคอทองคำไปซื้อยา สโรชาโกรธกระชากเงินที่ให้เชาวน์คืน เขาปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย วาทินีต่างหากที่เป็นคนเอายาให้ณัฐพงษ์ สโรชาแค้นใจมาก หากเจอนังสก๊อยเมื่อไหร่จะฆ่าให้ตายคามือ แล้วครั้งนี้เขาไม่ต้องมาห้าม

    “ฉันไม่ได้จะห้าม แต่จะช่วยเธอฆ่ามันด้วยต่างหาก”

    เสียงข่มขู่ของสโรชาที่เอกสิทธิ์อัดเอาไว้ เพ็ญพรเอาไปเปิดให้ทนายสมศักดิ์ฟัง เผื่อจะมีทางเอาผิดเธอได้ แต่ปรากฏว่าใช้อะไรไม่ได้ เพราะเธอไม่ได้พูดว่าจะฆ่าเอกสิทธิ์ นอกจากจะได้หลักฐานที่ชี้ชัดว่าสโรชาเจตนาจะฆ่าเขาจริง คลิปเสียงนี้ก็อาจจะช่วยยืนยันความผิดได้มากขึ้น...

    พรเพ็ญเอาแต่นั่งซึม พลางถอนใจเฮือกๆเป็นระยะๆ เดือนฉายและเคนเห็นแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ เคนขอรับหน้าที่เข้าไปถามหลานรักเองว่าเป็นอะไรไป โกรธที่เขาไล่เอกสิทธิ์หรือกลุ้มใจที่ถูกแม่ต่อว่า เธอส่ายหน้าไม่ได้กลุ้มใจเพราะเรื่องเหล่านั้น แต่เป็นเรื่องไร้สาระที่เธอคิดไปเอง ถ้าเธอยอมรับความจริงได้เมื่อไหร่ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง คุณตาไม่ต้องเป็นห่วง แล้วเดินเลี่ยงออกมา กอล์ฟที่แอบฟังอยู่รีบเข้ามาหาเคน

    “ลักษณะคุณเพ็ญจะพูดเหมือนคนอกหักเลยอ้ะ” คำพูดของกอล์ฟทำให้เคนคิดถึงวิทวัสขึ้นมาทันที

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:22 น.