ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"

    เชาวน์ต่อว่าวาทินีที่เอายาบ้าไปให้ณัฐพงษ์เสพ ไม่ใช่กลัวลูกติดยาแต่กลัวของไม่ครบ เดี๋ยวเจ้านายจะมาแหกอกเอาได้ เธอไม่เห็นจะต้องกลัว ถ้ายาไม่ครบเราก็ไปหายาปลอมมาแทน ส่วนของจริงเราก็แอบเอาไปขาย แค่นี้ก็รวยไม่รู้เรื่องแล้ว เชาวน์สงสัยจะไปหาลูกค้าจากไหน เธอจะขายให้เพื่อนรวยๆของณัฐพงษ์

    “ที่จริงก็มีอีกคนนะ ไอ้คนสวนเมื่อครู่นี้ไงพี่ มันมาของานฉันทำ ฉันว่าจะลองให้มันเป็นคนส่งยาดู”

    เชาวน์ตกใจเอ็ดลั่นไปบอกหมอนั่นว่าเรามียาอยู่กับตัวหรือ วาทินียังไม่ได้บอกอะไรเขาสักคำ แค่คิดเฉยๆเท่านั้น แล้วแปลกใจทำไมถึงบอกคนสวนไม่ได้

    “โธ่นังโง่ ลองคิดดูสิ มันเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ จู่ๆมันก็มาของานแกทำ มันทำอย่างกับรู้ว่าแกเป็นใคร ดีไม่ดีมันจะเป็นสายตำรวจหรือเปล่าก็ไม่รู้” เชาวน์พูดจบเดินเข้าห้องน้ำปิดประตูกระแทกดังปัง วาทินีมองตามเจ็บใจ อะไรๆก็ด่าว่าโง่ อย่าให้ถึงทีตนเองบ้างก็แล้วกัน...

    ทางฝ่ายเพ็ญพรเดินมาส่งแม่ที่รถ พร้อมกับขอบคุณท่านมากที่เข้าใจ เดือนฉายไม่ได้เข้าใจ ที่ยอมเพราะบังคับเธอไม่ได้ต่างหาก แล้วขอให้ลูกรักษาตัวให้ดี ท่านเห็นสิ่งที่พวกนั้นทำกับพ่อของลูกแล้วใจคอไม่ดี กลัวลูกจะตกอยู่ในสภาพแบบนั้นอีกคน เพ็ญพรรับรองว่าไม่มีใครทำอะไรเธอได้ เดือนฉายรู้ว่าลูกเก่ง แต่อย่าประมาทไว้ดีที่สุด แล้วขึ้นรถขับออกไป เพ็ญพรมองตามโล่งใจ สุดาเห็นเสร็จธุระแล้วก็ชวนกลับบ้าน

    “ยังกลับไม่ได้ ฉันมีธุระสำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ”...

    ตรัยไม่ค่อยสบายใจนักที่เห็นณัฐพงษ์เสพยา จะโทร.เตือนเพ็ญพรแต่ไม่มีใครรับสาย เห็นลุงเติมเดินถือตะกร้าผักเข้ามา วานเขาหากเพ็ญพรกลับมาให้บอกเธอด้วยว่าตนมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย แล้วขยับจะไป แต่ต้องชะงักเมื่อป้าแจ่มเดินถือจานใส่สาคูไส้หมูเข้ามาเสียก่อน ลุงเติมเห็นแล้วน้ำลายสอจะขอชิมหนึ่งลูก

    “อยากซวยหรือ คุณนายเธอนับไว้แล้วย่ะ” ป้าแจ่มพูดจบรับตะกร้าผักไปจัดใส่จาน ตรัยคิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้ ขอเป็นคนเอาสาคูไส้หมูไปเสิร์ฟให้สโรชาเอง...

    คุณนายเค็มเห็นตรัยในคราบนายตูบเอาของว่างมาเสิร์ฟก็ร้องทัก ทำไมป้าแจ่มไม่เป็นคนจัดการ เขาขอมาเองเพราะอยากรับใช้เธอเพื่อตอบแทนที่เมตตาให้ที่ซุกหัวนอน สโรชาสั่งให้วางไว้แล้วออกไปได้ เขารับคำแล้วขยับจะไป แต่พอเห็นณัฐพงษ์เดินมึนๆเข้ามา รีบหลบมุมแอบฟัง อาภาพรทำจมูกฟุดฟิดใกล้ๆพี่ชาย

    “แปลกจัง พี่ณัฐเมาหนักขนาดนั้น ทำไมไม่มีกลิ่นเหล้าจากตัวเลย”

    “นั่นสิ ไม่มีกลิ่นเหล้าเลยจริงๆด้วย...ตกลงแกเมาอะไรกันแน่ บอกมาซิ”

    ณัฐพงษ์ได้แต่อึกอัก ทันใดนั้นมีเสียงวาทินีโวยวายดังขึ้น “นี่แกมายืนทำอะไรลับๆล่อๆตรงนี้”

    ทุกคนหันมองตรัยเป็นตาเดียวกัน เขาแก้ตัวว่าจะมาถามคุณผู้หญิงว่าจะรับผักกาดหอมเพิ่มอีกไหม สโรชาไม่ต้องการอีกแล้ว ไล่เขาไปพ้นๆหน้า ตรัยจำใจออกจากห้องอาหาร ณัฐพงษ์สบช่องรีบชิ่งหนี จะได้ไม่ต้องตอบคำถามอะไรอีก สโรชามองตามลูกชายอย่างขัดใจ

    ooooooo

    วาทินีชักจะสงสัยในตัวคนสวนคนใหม่ ไหนเคยบอกว่าจะมาตามหาเมีย แต่ไม่เห็นออกไปไหน แถมยังชอบขึ้นมาวุ่นวายบนตึกใหญ่อีกต่างหาก เธอเริ่มจะ เห็นด้วยกับเชาวน์ว่าคนสวนนั่นอาจเป็นสายตำรวจแฝงตัวเข้ามา จึงรวมหัวกันวางแผนจะจับผิดให้ได้คาหนังคาเขา

    จากนั้นสองผัวเมียแกล้งไปคุยกันใกล้ๆห้องพักของตรัยในคราบนายตูบว่าจะหาที่ซ่อนของที่ใหม่ เนื่อง จากบนตึกใหญ่คนพลุกพล่าน เกิดใครไปเจอเข้าจะยุ่ง ตรัยแอบมองที่หน้าต่างห้องเห็นเชาวน์อุ้มกระเป๋าใบหนึ่งไว้แน่นโดยไม่รู้ว่าข้างในไม่มีอะไร ได้ยินเสียงวาทินีถามว่าจะเอาของไปซ่อนที่ไหน

    “บ้านนี้ออกกว้างขวาง มันต้องมีสักห้องที่ไม่มีใครไปยุ่งสิวะ...ฉันรู้แล้ว มานี่” เชาวน์ลากวาทินีออกไป ตรัยทิ้งระยะสักครู่ ก่อนจะสะกดรอยตาม เห็นทั้งคู่เอากระเป๋าใบนั้นไปซ่อนไว้ในห้องเก็บของ...

    ทางฝ่ายเพ็ญพรกับสุดานำเอกสารข้อมูลของบริษัทคู่ค้าปลอมไปมอบให้ทนายสมศักดิ์เพื่อดำเนินการต่อ ก่อนที่บริษัทของเอกสิทธิ์จะล้มละลายเพราะถูกโกง เขารับปากจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพ็ญพรไม่ลืมกำชับเขา ต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เธอไม่อยากให้คนร้ายรู้ตัวก่อน ทนายสมศักดิ์รับคำแข็งขัน ขณะที่เพ็ญพรสีหน้ามั่นใจ อีกไม่นานต้องกระชากหน้ากากคนชั่วได้...

    กว่าตรัยจะรู้ตัวว่าถูกหลอกให้มาติดกับก็เป็นตอนที่เชาวน์ถือมีดเข้ามาจะเอาเรื่องที่เขาเป็นสายให้ตำรวจ เขาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็น แต่เชาวน์ไม่เชื่อ จ้วงแทงจะให้ตายคามือ ตรัยเบี่ยงตัวหลบทัน คว้าข้อมือเขาบิดจนมีดหล่น แล้วผลักเขาล้มกลิ้ง ก่อนจะวิ่งออกจากห้องเก็บของ วาทินีได้ยินเสียงโครมครามก็เข้ามาดู

    “ว้าย พี่เชาวน์เป็นไรมากหรือเปล่า”

    “ไม่มากหรอกมั้ง...ยังจะถามอีก รีบตามมันไปสิวะ” เชาวน์เก็บมีดแล้ววิ่งนำออกไป

    ตรัยจะหนีออกทางประตูรั้ว แต่เชาวน์กับวาทินีมาดักหน้าไว้ ลุงเติมได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดู เห็นตรัยถูกเชาวน์กับวาทินีล้อมกรอบ รีบวิ่งไปบอกป้าแจ่ม ตรัยตัดสินใจหนีไปทางตึกใหญ่ โดยมีสองผัวเมียไล่ตามติด ส่วนเพ็ญพรรู้ข่าวตรัยจากป้าแจ่ม สั่งให้สุดาเลี้ยวรถกลับทันที...

    ผู้หมวดหนุ่มไม่รู้จะหนีไปไหน วิ่งขึ้นไปที่ห้องของอาภาพร เจ้าของห้องเห็นตรัยในคราบคนสวนอยู่ในห้องตัวเองกรีดร้องลั่น เขารีบตะปบปากเอาไว้ แต่เธอดิ้นสุดฤทธิ์ ทั้งร้องทั้งข่วน เขาไม่รู้จะทำอย่างไรให้เธอหยุดร้อง รีบถอดวิกกับหนวดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง ยัยหัวฟูหยุดกึก เป็นจังหวะเดียวกับเชาวน์ วาทินีและสโรชามาถึงหน้าห้องพอดี ต่างตะลึงกับภาพตรงหน้า ตรัยหน้าเจื่อน ไม่รู้จะเอาตัวรอดได้อย่างไร

    ooooooo

    ครู่ต่อมา สโรชาเรียกตรัย ป้าแจ่มและลุงเติมมาชำระความที่ห้องรับแขก โดยมีอาภาพร ณัฐพงษ์ เชาวน์และวาทินีร่วมฟังอยู่ด้วย เพ็ญพรที่เพิ่งมาถึง รีบหลบมุมแอบดูเหตุการณ์ ตรัยถูกสโรชาคาดคั้นให้บอกความจริงว่าปลอมตัวเข้ามาในบ้านนี้ทำไม ถ้าไม่ยอมบอก เธอจะเล่นงานป้าแจ่มกับลุงเติมฐานสมรู้ร่วมคิด

    “ลุงเติมกับป้าแจ่มไม่เกี่ยว ผมบังคับพวกเขาเอง”

    “เพื่ออะไร ถึงกับปลอมตัวเข้ามาเลยนะ บ้านนี้มีอะไรดึงดูดนายนักหรือ” เชาวน์ซัก

    ตรัยอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร อาภาพรนั่งดูอยู่พักหนึ่ง ตัดสินใจช่วยเขา โกหกว่าเขากับเธอเป็นผัวเมียกัน ในเมื่อแม่กีดกัน เขาจึงต้องปลอมตัวมาเพื่อจะได้เจอเธอกับลูก โดยใช้ห้องเก็บของที่พ่อไปเจอเขาทำลับๆล่อๆเป็นที่พลอดรัก สโรชาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ถามย้ำว่าเมื่อครู่นี้อาภาพรพูดอะไร

    “ภาท้องกับพี่ตรัย เกือบสามเดือนแล้วค่ะคุณแม่”

    สโรชาแทบเป็นลมล้มทั้งยืน ตรัยได้แต่อึ้งพูดอะไรไม่ออก หันไปเห็นเพ็ญพรที่แอบฟังอยู่ก็ตกใจ เธอเห็นเขามองมาทางตัวเอง ส่ายหน้าแบบเซ็งจัด ก่อนจะเดินหนี...

    ในเมื่อลูกเป็นฝ่ายออกปากเอง เชาวน์กับสโรชาจำต้องยอมรับสภาพ เอากระเป๋าของตรัยตอนที่หิ้วมาในคราบนายตูบโยนเข้าไปในห้องนอนของอาภาพร เชิญทั้งคู่อยู่กันตามสบาย อาภาพรขอบคุณท่าน

    ทั้งสองมากที่ไม่พรากความรักของเธอ สโรชามองลูกอย่างเคืองจัด สะบัดหน้าเดินจากไป เชาวน์จ้องตรัยที่อยู่ในห้องกับลูกสาวตัวเองอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนจะเดินตามสโรชา ทันทีที่ประตูห้องปิด ตรัยทิ้งตัวลงนั่งหมดเรี่ยวแรง

    “ทำไมทำแบบนี้ครับน้องภา”

    “ก็เพื่อช่วยพี่ตรัยไงคะ แล้วน้องภาก็ทำสำเร็จด้วย ไม่ดีหรือคะ”

    ตรัยตัดพ้อ เธอไม่น่าโกหกทุกคนแบบนั้น อาภาพรทำไปทั้งหมดก็เพื่อเขา ถ้าไม่พูดแบบนั้น เขาคงถูกไล่ออกจากบ้าน หรือบางทีอาจถูกเล่นงานถึงขั้นต้องออกจากราชการ

    “ถ้าพี่ตรัยเกรงใจ ก็ชดใช้ให้น้องภาสิคะ น้องภาไม่ขออะไรมาก แค่ได้อยู่ใกล้ๆพี่ตรัยก็พอ” ไม่พูดเปล่า อาภาพรเริ่มทำปูไต่ไปตามเนื้อตัวเขา “หรือพี่ตรัยไม่สบายใจที่ต้องโกหก งั้นเราทำให้เป็นเรื่องจริงดีไหมคะ”

    ชายหนุ่มถึงกับผงะถอยกรูด เธอตามติดแบบหายใจรดต้นคอ เขาทนไม่ไหว หนีเข้าห้องน้ำปิดประตูล็อก อาภาพรหัวเราะคิกๆอย่างมีความสุข ขณะที่ตรัยเครียดจัด ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี...

    ทางด้านเพ็ญพรเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้สุดาฟังผ่านทางสไกป์ด้วยความหงุดหงิด เธอแก้ต่างแทนพี่ชายว่าเขาก็แค่เล่นไปตามน้ำเท่านั้น หรือที่เพื่อนอารมณ์บูดเพราะหึงเขาหรือเปล่า เพ็ญพรปฏิเสธเสียงแข็งว่าเปล่า

    “หึงแน่ๆ หน้าแกมู้ดดี้มากเลย รู้ตัวหรือเปล่า”

    เพ็ญพรยืนกราน ไม่ได้หึง แต่แววตากลับฟ้องว่าตรงกันข้าม

    ooooooo

    อาภาพรในชุดนอนสุดเซ็กซี่เปิดประตูห้องน้ำออกมาเห็นตรัยเตรียมจะออกจากห้อง สั่งห้ามไปไหนเด็ดขาด ขืนออกไปตอนนี้ แม่จับได้ขึ้นมาอนาคต ทางการงานของเขาอาจจบสิ้นก็ได้

    “แต่พี่ไม่ควรนอนห้องเดียวกับน้องภา” ตรัยเดินกลับมานั่งที่เตียงอย่างเซ็งจัด

    “โธ่ น้องภาบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเกรงใจ มามะ น้องภานวดแก้เครียดให้ดีกว่า” อาภาพรว่าแล้วเข้ามานั่งกระแซะ ตรัยขยับหนีเธอก็ขยับตามจนแทบจะตกเตียง ต้องหนีไปตั้งหลักที่หน้าต่าง อ้างหายใจไม่ออก ขอเปิดหน้าต่างรับอากาศบริสุทธิ์ อาภาพรตามมานัวเนียไม่เลิก ทั้งคู่ไม่ทันเห็นเพ็ญพรแอบมองมาจากในสวนด้วยสีหน้าเคืองสุดๆ บ่นอุบนี่หรือเล่นตามน้ำ ดูท่าจะเต็มใจมากกว่า เธอทนดูต่อไปไม่ไหว ต้องเดินหนี...

    ยัยหัวฟูลากตรัยมาที่เตียงจนได้ พยายามจะนวดเนื้อนวดตัวให้ เขาเห็นท่าไม่ดี เสนอตัวเป็นฝ่ายนวดให้เธอเอง เพื่อตอบแทนที่ช่วยเขาเอาไว้ อาภาพรทนเสียงรบเร้าไม่ไหว หันหลังให้เขานวด ตรัยนวดไปคิดหาทางชิ่งหนีไปด้วย เธอฟินมากถึงกับหลับคามือกรนคร่อกๆ เขาถอนใจโล่งอก รีบเผ่นกลับห้องตัวเอง

    อารามรีบร้อนจะหนีให้พ้นๆ ตรัยเกือบชนเข้ากับเพ็ญพรที่กำลังจะกลับห้องของเธอเช่นกัน เธอไม่วายแขวะ ทำไมไม่อยู่ในห้องกับเมียตัวเอง เขาขอร้องอย่าพูดให้เครียดกว่านี้เลย แค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่แล้ว แทนที่จะเห็นใจเธอกลับสมน้ำหน้า วิธีเอาตัวรอดมีมากมายไม่รู้จักใช้ ตรัยแค่ไม่อยากให้ป้าแจ่มกับลุงเติมเดือดร้อน น้องภาพูดอะไรก็เลยเออออไปก่อน เธอจะแขวะเขาอีกแต่พอเห็นสีหน้ากลุ้มสุดๆของเขาก็เลยยั้งปากไว้

    “แล้วนี่คุณจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ”

    “คงต้องเลยตามเลยไปก่อน...ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ สำหรับผม น้องภาเป็นได้แค่น้องเท่านั้น คุณไม่ต้องห่วงหรอก สเปกผมไม่ใช่แบบน้องภา ผมชอบผู้หญิงห้าวๆเฮี้ยวๆแบบคนแถวนี้ต่างหาก ผมจะพยายามเคลียร์เรื่องนี้ให้เร็วที่สุด คุณจะได้สบายใจ โอเคไหมครับ” ตรัยมองยิ้มๆ เพ็ญพรเผลอตัวรับคำ แล้วทำเฉไฉ

    “ก็แล้วแต่คุณสิ ทำไมต้องคิดว่าฉันไม่สบายใจด้วย ฉันไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย”

    “เหรอ...งั้นผมไปนอนก่อนนะ” ตรัยพูดจบ เดินไปทางเรือนคนรับใช้ เพ็ญพรร้องทัก ห้องของอาภาพรอยู่อีกทางหนึ่ง เขาไม่ได้ไปห้องนั้นแต่จะกลับไปนอนห้องของนายตูบ เตือนเธออย่าคิดมาก อย่าหึงมาก เดี๋ยวจะนอนไม่หลับ แล้ววิ่งจู๊ดทันที เพ็ญพรเห็นเขาเข้าห้องของนายตูบจริงๆ กลับห้องตัวเองอย่างสบายใจ

    ooooooo

    อาภาพรตื่นขึ้นมาไม่เห็นตรัยอยู่ในห้องคิดว่าหนีไปแล้ว วิ่งตามหามาถึงสนามหน้าบ้าน พลางร้องเรียกเขาเสียงลั่น พอเห็นเขาเดินมาหา โผกอดไว้แน่น เพ็ญพรกำลังจะไปทำงาน เดินผ่านมาเห็น ไม่วายจิกกัด

    “แต่เช้าเลยนะ ไม่รู้จักอายผีสางเทวดา”

    “ทำไมยะ อิจฉา?” อาภาพรกอดตรัยแน่นขึ้นอีก “พี่ตรัยผิดนะคะที่ลุกหนีน้องภามาก่อน คืนนี้น้องภาจะลงโทษพี่ตรัยหนักๆ” เธอกระแซะจนตัวแทบแทรกเข้าไปอยู่ในร่างเขา เพ็ญพรมองค้อน แล้วเดินจากไป...

    เนื่องจากถูกเคนพาไปตากแดดตากลมเมื่อวันก่อน ทำให้เอกสิทธิ์ไม่สบายเป็นไข้ พรเพ็ญใจคอไม่ดีกลัวพ่อเป็นอะไรมาก ความรู้สึกนี้ส่งผลไปถึงเพ็ญพรที่กำลังนั่งทำงานอยู่ สังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก รีบโทร.หาสุดา หากวันนี้ไม่ได้ทำอะไรวานไปดูพ่อที่บ้านสวนให้ที...

    แม้เดือนฉายกับพรเพ็ญจะชวนกันเช็ดตัวให้เอกสิทธิ์ แต่ไข้ก็ไม่ยอมลด ยังคงนอนไม่ได้สติ พรเพ็ญเห็นท่าไม่ดี รีบโทร.หาหมอรุจน์ให้ช่วยมาดูอาการ...

    ในเวลาต่อมา ระหว่างสุดากำลังขับรถบ่ายหน้าสู่บ้านสวนเสาวรส อยู่ๆเครื่องยนต์ก็ดับไปเฉยๆ เธอลองสตาร์ตรถก็ไม่ติด ลงมาโบกรถเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีคันไหนจอด จนกระทั่งมีรถคันหนึ่งแล่นมาช้าๆ เธอตัดสินใจโดดขวาง ให้บังเอิญเหลือเกินเป็นรถของหมอรุจน์พอดี เธอเลยได้ติดรถไปด้วย

    รถแล่นมาได้ไม่นานนัก ถนนเริ่มขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ หมอรุจน์มัวแต่หันไปซักสุดาถึงบ้านสวนแห่งนี้ ไม่ทันมองทาง รถตกหล่มขึ้นไม่ได้ เธอโทษว่าเป็นเพราะเขาอยากรู้เรื่องคนอื่น แทนที่จะสนใจถนนตรงหน้า หมอรุจน์ขี้เกียจเถียงด้วยลงไปดูสภาพรถ เห็นหล่มที่รถตกลงไปแทบจะกุมขมับ สุดาเองก็อึ้งเช่นกัน

    “โห มิใช่น้อยเลยนะ แล้ววันนี้เราจะไปถึงบ้านสวนกันไหมเนี่ย”

    หมอรุจน์ลองเข็นรถ แล้วให้สุดาเป็นคนขับ เธอแกล้งเร่งเครื่อง ล้อสะบัดโคลนในหล่มใส่เขาเต็มๆ ส่วนรถยังคงอยู่ที่เดิมไม่ขยับ หมอรุจน์ถึงกับเซ็ง สักพักมีรถอีแต๋นแล่นตรงมาหา สุดารีบโบกมือให้จอด

    จากนั้นไม่นานรถอีแต๋นพาสุดากับหมอรุจน์มาส่งหน้าบ้านสวนเสาวรส เคนกำลังนั่งโขกหมากรุกอยู่กับกอล์ฟหน้าระเบียงบ้าน เห็นทั้งคู่เข้ามาไหว้สวัสดี ก็รับไหว้อย่างงงๆ

    “เออๆไหว้พระ ว่าแต่นั่นลูกหมาที่ไหนวะ มอมแมมเชียว”

    “หมอครับ ไม่ใช่ลูกหมา” หมอรุจน์ยิ้มแหยๆ ขณะที่เคนถึงกับร้องเอะอะที่เขาอยู่ในสภาพดูไม่จืด...

    หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนไปใส่ชุดผ้าขาวม้ากับเสื้อกล้าม หมอรุจน์ลงมือตรวจอาการของเอกสิทธิ์พบว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่เนื่องจากร่างกายคนป่วยไม่แข็งแรง อาการก็เลยหนัก เขาฉีดยาลดไข้ให้หนึ่งเข็ม อีกสักพักก็คงดีขึ้น พรเพ็ญโล่งอกที่พ่อไม่เป็นอะไรมาก ขอบคุณหมอรุจน์ที่อุตส่าห์มาดูแลให้ถึงที่

    “ไม่เป็นไรหรอกครับ เออ คุณพรครับ ที่นี่สวนใครหรือครับ ทำไมคุณพรถึงพาคุณลุงมาอยู่ที่นี่”

    พรเพ็ญตัดสินใจบอกความจริงว่าที่นี่เป็นสวนของแม่เธอเอง เขายิ่งงงหนัก ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร เธอชิงตัดบท อย่าเพิ่งถามอะไร ตอนนี้เธอยังไม่สะดวกที่จะตอบ ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่จะเล่าให้ฟัง ว่าแต่วันนี้เขาจะรีบกลับหรือเปล่า ถ้าไม่รีบ เธอจะเอาเสื้อผ้าที่เปื้อนโคลนไปซักให้ แล้วขยับจะไป หมอรุจน์ดึงมือห้ามไว้ วิทวัสเข้ามาเห็นพอดี กระแอมเสียงลั่น

    “อะแฮ่ม ขอโทษครับ นี่ผมมาขัดจังหวะพวกคุณหรือเปล่าเนี่ย”

    พรเพ็ญรีบดึงมือออก หมอรุจน์หันมองวิทวัสสีหน้าฉงน ขณะที่เขามองตอบไม่ค่อยพอใจ

    ooooooo

    สุดาหลบมาโทร.แจ้งข่าวของเอกสิทธิ์ให้เพ็ญพรรับรู้ว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แค่เป็นหวัดธรรมดาเท่านั้น แล้วถามว่าทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เธอพร้อมจะลุยแล้ว อีกสักพักทนายสมศักดิ์ก็คงมาถึง

    “งั้นก็ขอให้โชคดีนะ เสียดายจัง อยากมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สนุกๆมั่งอ่ะ” สุดาวางสายแล้วเดินเข้าบ้าน เห็นวิทวัสกับหมอรุจน์นั่งคุมเชิงกันอยู่ ดูท่าทางจะ เกาเหลากัน โดยมีพรเพ็ญนั่งตาปริบๆไม่ห่างกันนัก ก็ตกใจแทบช็อก บ่นพึมพำวิทวัสมาได้อย่างไร กลัวความ ลับจะแตก รีบชวนหมอรุจน์กลับ

    “จะกลับได้ไงล่ะคุณ รถก็ไม่มี แล้วไม่เห็นหรือว่าผมนุ่งผ้าขาวม้าอยู่เนี่ย”

    สองหนุ่มต่างคุยข่มกันว่ารู้จักสนิทสนมกับพรเพ็ญมานาน ไม่เห็นมีใครเคยพูดถึงอีกฝ่ายหนึ่ง หมอรุจน์แปลกใจ ทำไมวิทวัสเรียกคุณพรว่าคุณเพ็ญ เขาว่าไม่เห็นจะแปลกตรงไหน คนที่นี่เรียกแต่คุณเพ็ญกันทั้งนั้นไม่มีใครเรียกเหมือนหมอรุจน์สักคน สุดาขอร้องจะเถียงกันทำไม จะเพ็ญหรือพรก็คนเดียวกัน

    “นี่หมอ วันนี้ไม่ทำงานหรือ ดาว่ากลับกันดีไหม”

    “ไม่ล่ะ วันนี้ผมหยุด”

    “บังเอิญจังเลย วันนี้ผมก็หยุดเหมือนกัน” วิทวัสไม่วายยียวน สุดากับพรเพ็ญสบตากันลำบากใจ จังหวะนั้น เดือนฉายทำมื้อเที่ยงเสร็จเข้ามาชวนหมอรุจน์กินข้าวด้วยกัน เห็นวิทวัสอยู่ด้วยก็แปลกใจ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขารีบบอกว่าหิวพอดีเลย วันนี้มีอะไรกินบ้าง แล้วลุกไปหาเดือนฉาย โชว์ความสนิทสนม...

    ขณะที่วิทวัสกับหมอรุจน์เขม่นกันไม่เลิก ณัฐพงษ์ไม่พอใจที่ถูกเรียกตัวมาที่ห้องประชุมของบริษัทกะทันหันทั้งที่ไม่มีวาระการประชุม เพ็ญพรอ้างนี่เป็นวาระพิเศษ เชิญให้เขานั่งลงก่อน ทนายสมศักดิ์เห็นเขานั่งเรียบร้อย ก็บอกถึงสาเหตุที่เรียกประชุมกรรมการบริหารเป็นการด่วนเพราะพบปัญหาบางอย่าง

    “คิดว่าเราทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข...มีการยักยอกเงินในบริษัทครับ”

    ณัฐพงษ์สะดุ้งเฮือก เพ็ญพรเห็นอาการของเขาแล้วแอบสะใจ...

    ระหว่างกินมื้อเที่ยง วิทวัสกับหมอรุจน์ยังคงคุยข่มกันถึงเรื่องความสนิทสนมกับพรเพ็ญเป็นระยะๆ สุดาทนไม่ไหว โกหกหมอรุจน์ว่าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วเรากลับกันดีกว่า เขาเกี่ยง จะกลับได้อย่างไร รถของเขาติดหล่มส่วนรถของเธอก็เสีย

    “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมไปลากขึ้นให้เองครับ” วิทวัสรีบเสนอตัว ขณะที่หมอรุจน์ถึงกับเซ็ง ครู่ต่อมาวิทวัสเอารถมาลากรถของหมอรุจน์ขึ้นจากหล่มเรียบร้อย อวยพรให้เขาเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ แล้วชวนกอล์ฟกลับไปหาพรเพ็ญเป็นการเย้ยคู่แข่งไปในตัว หมอรุจน์หันไปถามสุดาเสียงเครียดว่านายนั่นจีบคุณพรหรือ

    “ใช่ แล้วก็มีแววจะจีบติดด้วย จบหรือเปล่า จะเลิกถามแล้วขึ้นรถได้หรือยัง ดาอยากกลับแล้วนะ”

    หมอรุจน์จำต้องรีบขึ้นประจำที่คนขับ แล้วขับรถออกไปอย่างเสียไม่ได้

    ooooooo

    มื้อค่ำที่บ้านศิลาแดงอบอุ่นเป็นพิเศษ เพราะ ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เพ็ญพรเห็นอาภาพรอี๋อ๋อตรัยไม่ห่างแล้วหมั่นไส้ เดินไปนั่งเก้าอี้ข้างๆ ณัฐพงษ์ สโรชาแหวใส่ทันที มีหน้าที่ตักข้าว ไม่ใช่ให้มานั่งร่วมโต๊ะ

    “แหม ครอบครัวสุขสันต์ขนาดนี้ ลูกเลี้ยงของบ้านนี้จะพลาดได้อย่างไร จริงไหมคะพี่ณัฐขา”

    “จริงจ้ะ น้องพร” ณัฐพงษ์เห็นเพ็ญพรส่งตาหวานให้ ถึงกับเคลิ้ม สโรชาหิวเกินกว่าจะเถียงด้วย สั่งให้ป้าแจ่มตักข้าว ตรัยมองเพ็ญพรอย่างกังวลใจ ขณะที่เธอมองตอบด้วยความหมั่นไส้

    บรรยากาศในโต๊ะอาหาร แทนที่จะมีความสุขที่ได้กินข้าวพร้อมหน้ากัน กลับเต็มไปด้วยความอึดอัด ยกเว้นอาภาพรคนเดียวที่คอยตักอาหารเอาใจตรัยไม่สนใจคนอื่น แถมจะป้อนให้อีกต่างหาก พอเขาอิดออดไม่ยอมกิน เธอขู่กลายๆ ไม่ให้เขาขัดใจ หากเธอไม่พอใจขึ้นมา อาจพูดอะไรที่ไม่สมควรพูดก็ได้ เชาวน์กับสโรชาแอบมองสบตากัน สงสัยในคำพูดของลูกสาว

    เพ็ญพรเห็นอาภาพรป้อนข้าวให้ตรัยแล้วเกิดหึงหวงขึ้นมา หันไปทำเสียงอ่อนเสียงหวานกับณัฐพงษ์แล้วตักน้ำพริกป้อนใส่ปากเขาบ้าง สองสาวเปิดศึกแข่งกัน ป้อนอาหารให้คนของตัว ทั้งณัฐพงษ์และตรัยกลืนแทบไม่ทัน สโรชา เชาวน์ วาทินีกับป้าแจ่มและลุงเติมมอง สองสาวประชดใส่กันด้วยสีหน้าสยอง...

    ตรัยรู้ตัวดีหากไม่ทำอะไรสักอย่าง คืนนี้ต้องถูกอาภาพรเผด็จศึกแน่ๆ จึงวานป้าแจ่มคั้นน้ำส้มให้โดยไม่ลืมเอายานอนหลับใส่ไว้ แล้วยกขึ้นมาที่ห้องนอนของอาภาพรพร้อมกับเหยือกใส่น้ำเปล่า เห็นเจ้าของห้องนอนรออยู่บนเตียงในชุดนอนเซ็กซี่ ถึงกับชะงัก เธออ้อนว่าหายไปไหนมา รอให้เขามานวดอยู่นานแล้ว

    “พี่ว่าก่อนจะนวด น้องภามาดื่มน้ำส้มก่อนดีกว่าครับ”

    อาภาพรยอมทำตาม หยิบแก้วน้ำส้มจะดื่ม แต่เหลือบเห็นตรัยจ้องตาเขม็ง ชักเอะใจ แกล้งใช้เขาไปหยิบแหวนที่ตัวเองลืมทิ้งไว้ในห้องน้ำมาให้ พอเขาคล้อยหลังเธอเอาน้ำส้มเททิ้ง รินน้ำเปล่าในเหยือกมาดื่มแทนโดยไม่รู้ว่าตรัยเอายานอนหลับใส่ไว้เช่นกัน ทันทีที่เขาออกมาจากห้องน้ำ อาภาพรผลักเขาลงนอนบนเตียงแล้วโถมตัวตาม ตรัยหลับตาปี๋คิดในใจทำไมยานอนหลับไม่ออกฤทธิ์สักที

    ทันใดนั้น อาภาพรสลบเหมือดคาอก เขารีบดันเธอออก เขย่าตัวเรียกก็ไม่มีท่าทีจะตื่น ชายหนุ่มถอนใจโล่งอก แล้วเหลือบดูนาฬิกา ไม่รู้ป่านนี้น้องพรจะหลับไปหรือยัง

    ooooooo

    คนที่ตรัยนึกถึง กำลังเดินอยู่ในสวนอย่างหงุดหงิด อารมณ์ค้างจากตอนกินมื้อค่ำยังไม่หาย แต่แล้วต้องวิ่งไปแอบเมื่อเห็นณัฐพงษ์ยืนคุยอยู่กับวาทินีท่าทางลับๆล่อๆอยู่ตรงมุมมืดข้างบ้าน เธอค่อยๆขยับเข้าไปใกล้เพื่อแอบฟัง ทั้งคู่กำลังตกลงเรื่องส่วนแบ่งการขายยาเสพติด

    เพ็ญพรมัวแต่ตั้งใจฟัง ไม่ทันได้ยินเสียงฝีเท้าตรัยเดินมาทางด้านหลัง เขาเอามือแตะบ่าเธอ ถามว่าทำอะไรอยู่ เธอตกใจร้องเฮ้ยลั่น วาทินีกับณัฐพงษ์หันมองตามเสียง เพ็ญพรรีบกระชากตรัยหลบ ณัฐพงษ์ตะโกนเสียงลั่นนั่นใคร เงียบไม่มีเสียงขานตอบ วาทินีสั่งให้รีบไปจับตัวมันมาเร็วๆเข้า ไม่อย่างนั้นได้ซวยกันหมดแน่ เพ็ญพรกระซิบบอกให้ตรัยหนี แล้วพากันสวมวิญญาณน้องหมาโกยแน่บ

    ตรัยลากแขนเพ็ญพรเข้าไปซ่อนตัวในตู้เก็บอุปกรณ์ทำสวนใบใหญ่แล้วปิดประตูล็อก วาทินีกับณัฐพงษ์วิ่งตามมาติดๆ ไม่เจอใคร เห็นตู้เก็บอุปกรณ์ ชักชวนกันไปดูที่นั่น วาทินีจะเปิดประตู แต่เปิดไม่ออก พยายามเขย่าก็เปิดไม่ได้ ตะโกนสั่งให้คนที่อยู่ข้างในออกมา ตรัยกับเพ็ญพรยืนเบียดกันตัวลีบ กลัวจะถูกจับได้ ยัยสก๊อยทุบประตูปังๆ สั่งซ้ำอีกครั้งให้ออกมา แต่ทุกอย่างเงียบ

    “ลุงเติมอาจจะล็อกไว้ พวกมันคงไม่ได้อยู่ในนั้นหรอกน่า อาจจะเป็นพวกโจรกระจอก คิดจะมาขโมยของ พอเห็นเราสองคนก็ปอดแหก ปีนรั้วหนีไปแล้ว”

    วาทินีครุ่นคิดคล้อยตามไม่ติดใจจะตามหาผู้บุกรุกอีก เจรจาเรื่องส่วนแบ่งการขายยากับณัฐพงษ์จนบรรลุข้อตกลงแล้วพากันจากไป ตรัยกับเพ็ญพรต่างโล่งอก เธอเพิ่งสังเกตว่าถูกกอดอยู่ รีบผลักเขาออก...

    ทางฝ่ายเชาวน์เห็นทางสะดวก ย่องหาเพ็ญพรถึงห้องนอน แต่เธอไม่อยู่ จำต้องเดินกลับอย่างอารมณ์เสีย พลันได้ยินเสียงคนคุยกัน เขารีบหาที่ซ่อน เห็นตรัยกับเพ็ญพรเดินผ่านหน้าไป มองตามสงสัย ดึกดื่นป่านนี้ทำไมผัวยัยภาดันมาเดินกับนังคุณหนู เชาวน์นำข้อข้องใจนี้ไปปรึกษากับสโรชา ทั้งคู่คิดกันหัวแทบแตก ตกลงเกิดอะไรขึ้น กันแน่ หรือว่าลูกของเราสองคนกำลังถูกตรัยหลอกใช้เพื่อแฝงตัวเข้ามาในบ้านหลังนี้

    “แล้วไงล่ะ ตกลงยัยภาท้องกับไอ้หมอนั่นหรือเปล่า”

    “อยากรู้ก็ต้องหาทางพิสูจน์” สโรชาหน้าเครียด เห็นเค้าลางของปัญหาขึ้นมารำไร

    ooooooo

    ข้อพิสูจน์ที่สโรชาว่าก็คือ จะให้อาภาพรไป ฝากท้องที่โรงพยาบาลจะได้รู้กันไปเลยว่าท้องจริงหรือมั่วนิ่ม เชาวน์เห็นอาภาพรกับตรัยอิดออด ดักคอว่าที่ไม่อยากไปหาหมอเพราะปิดบังอะไรหรือเปล่า ทั้งคู่ตอบอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมายว่าไม่มีอะไรปิดบัง

    “งั้นก็ไปเตรียมตัวซะ แม่จะพาแกไปฝากท้องวันนี้เลย” สโรชาสั่งเสียงเข้ม...

    ขณะที่ตรัยเครียดจัดกลัวความลับจะแตก พรเพ็ญกำลังจะยกอาหารเช้าไปให้พ่อที่ห้อง ได้ยินเดือนฉายกับเคนคุยกันเรื่องอาการป่วยของพ่อ หากอาการดีขึ้นเมื่อไหร่ เคนจะส่งกลับบ้านศิลาแดง เธอถึงกับใจเสียเอาอาหารไป ป้อนพ่อด้วยสีหน้าเป็นกังวล เอกสิทธิ์เห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของลูก รวบรวมกำลังยกมือขึ้นแตะแขน พรเพ็ญสะดุ้งโหยงหันมอง เขาเอ่ยชื่อ “เพ็ญ” ด้วยเสียงแผ่วเบา พรเพ็ญดีใจมาก

    “คุณพ่อ...คุณพ่อพูดได้แล้วหรือคะ เมื่อครู่นี้คุณพ่อเรียกชื่อเพ็ญหรือคะ พรรีบไปบอกคุณแม่ดีกว่า” เธอลุกขึ้นจะออกจากห้อง แต่แล้วชะงัก หันกลับมาบอกพ่อว่าเราจะให้ใครรู้ว่าท่านอาการดีขึ้นไม่ได้ เพราะคุณตาจะส่งท่านกลับบ้านศิลาแดง เอกสิทธิ์สีหน้าหวาดหวั่นขึ้นมาทันที

    “งั้นคุณพ่อต้องเชื่อพรนะคะ อย่าให้แม่รู้เด็ดขาด”...

    ในที่สุดสโรชาและเชาวน์ก็ลากลูกสาวกับลูกเขยมาโรงพยาบาลสำเร็จ ทั้งที่อาภาพรพยายามขัดขืนสุดฤทธิ์เพราะกลัวความลับแตก แต่ด้วยความช่วยเหลือของหมอรุจน์และเพื่อนที่เป็นหมอสูติฯของเขาทำให้ผลการตรวจออกมาว่า อาภาพรตั้งท้องได้ 6 สัปดาห์แล้ว ทั้งสโรชา เชาวน์รวมทั้งอาภาพรเองแทบช็อกไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เชาวน์กระชากแฟ้มผลการตรวจจากมือหมอสูติฯ ไปดู แต่อ่านไม่ออก สโรชาหาว่าหมอตรวจผิด

    “แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจผลการตรวจ จะลองไปตรวจซ้ำที่อื่นก็ได้นะคะ” หมอสูติฯท้า

    สโรชากับเชาวน์ไม่กล้าหือ แม้จะไม่เชื่อก็ตาม ขณะที่ตรัยแอบพยักหน้าให้หมอสูติฯเป็นเชิงขอบคุณ...

    ระหว่างที่ตรัยเอาตัวรอดจากถูกจับโกหกมาได้ เพ็ญพรตื่นเต้นดีใจเมื่อรู้ข่าวจากพรเพ็ญว่าพ่ออาการดีขึ้นมาก แถมยังฝากบอกด้วยว่าเป็นห่วงเธอมาก ไม่อยากให้อยู่ที่บ้านศิลาแดง เพ็ญพรอยากเจอท่านใจจะขาด จะไปหาที่บ้านสวนเดี๋ยวนี้เลย วางสายจากพี่สาว ก็สไกป์ไปคุยกับสุดา ขอให้ช่วยขับรถพาไปหาพ่อ

    “ได้สิ...เดี๋ยวเจอกันที่หน้าปากซอยบ้านเธอนะแพร์รี่...จุ๊บๆ” พูดเสร็จ สุดาตัดการติดต่อ โดยไม่รู้ว่าตรัยมาทันได้ยินเธอเรียกชื่อแพร์รี่พอดี เธอหันมาเจอพี่ชายยืนอยู่ก็ตกใจ ถามว่ามายืนตรงนี้นานหรือยัง ได้ยินอะไรหรือเปล่า เขาได้ยินเธอคุยกับเพื่อนที่ชื่อแพร์รี่ คนนี้ใช่ไหมที่จะจับคู่ให้เขา เมื่อไหร่จะพามาเจอ

    “เอ่อ คือยัยแพร์รี่ไม่ชอบผู้ชายค่ะ เพื่อนดาเขาชอบผู้หญิง”

    “งั้นเหรอ น่าเสียดายนะ งั้นเราจะไปไหนก็ไปเถอะ” ตรัยเล่นละครตบตาน้องได้เนียนมาก สุดาไม่ติดใจสงสัยอะไร ขอตัวออกไปหาเพื่อน แล้ววิ่งปรู๊ดขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ว่าถูกตรัยสะกดรอยตาม...

    เมื่อใกล้ถึงเวลานัด พรเพ็ญดูจนแน่ใจไม่มีใครอยู่หน้าบ้าน รีบเข็นรถเข็นพาเอกสิทธิ์ออกมา ยังไปไม่ทันถึงไหน กอล์ฟโผล่พรวดมาขวาง ถามว่าจะพาเอกสิทธิ์ไปไหน เธออ้ำๆอึ้งๆจะพาไปเดินเล่นแถวนี้ เขาขอตามไปด้วย อยู่แต่ในบ้านเบื่อจะแย่ พรเพ็ญมีข้อแม้ถ้าจะไปด้วยต้องเชื่อฟังเธอทุกอย่าง

    “ตกลงครับ...ไชโย คุณเพ็ญใจดีที่สุดเลย” กอล์ฟกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ...

    ที่ริมถนนหน้าทางเข้าบ้านสวนเสาวรส เพ็ญพรซึ่งอยู่ชุดสาวชาวสวนแบบจัดเต็ม บอกให้สุดาไปหาที่จอดรถ ส่วนเธอจะเข้าไปหาพี่สาวก่อน เพื่อนค่อยตามไปทีหลัง แล้วลงจากรถเดินลัดเลาะเข้าไปด้านใน โดยไม่รู้เลยว่าตรัยจอดมอเตอร์ไซค์ซุ่มดูอยู่ไม่ห่างกันนัก รอจนสุดาขับรถออกไป รีบวิ่งตามเพ็ญพร อารามรีบร้อนไม่ทันมองทาง เกือบโดนรถของวิทวัสชน โชคดีที่เขาโดดหลบทัน แต่เสียหลักล้มกลิ้งไปกับพื้น

    วิทวัสลงมาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ตรัยส่ายหน้ายันตัวลุกขึ้น พอหันไปเห็นวิทวัสก็ชะงัก แต่อีกฝ่ายจำเขาไม่ได้เพราะเขาสวมหมวกกันน็อกอยู่ วิทวัสควักนามบัตรให้

    “ถ้ามีอะไร คุณโทร.หาผมตามเบอร์นี้ได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” วิทวัสพูดจบขึ้นรถขับเข้าข้างใน

    “ที่แท้ก็แอบมาเจอกันนี่เอง มิน่าล่ะถึงต้องทำลับๆล่อๆ” ตรัยมองตามอย่างขุ่นเคือง

    ooooooo

    พรเพ็ญเข็นรถเข็นพาเอกสิทธิ์มาถึงเพิงนั่งพักในสวนตามนัด ไม่เห็นเพ็ญพรอยู่แถวนั้น มีเพียงคนสวนคนหนึ่งกำลังดูแลต้นเสาวรสอยู่ เธอออกอุบายใช้ให้กอล์ฟกลับไปเอาตลับยาของเอกสิทธิ์ที่ลืมไว้ที่บ้านมาให้ แล้วแอบเอาตลับยาที่ว่าซุกไว้ในกระเป๋าหลังรถเข็น กอล์ฟงอแงจะไม่ยอมไป พรเพ็ญทวงสัญญาทันที

    “ไหนกอล์ฟสัญญากับฉันแล้วไงว่าจะทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง”

    กอล์ฟจำใจรับคำ วิ่งตื๋อออกไป เพ็ญพรในคราบสาวชาวสวนเห็นทางสะดวก รีบเดินมาหา สองพี่น้องโผกอดกันด้วยความดีใจ หลังกอดจนหายคิดถึง เพ็ญพรเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าพ่อ ซบหน้าลงกับตัก พรเพ็ญอยากให้น้องได้คุยกับท่านอย่างไม่ต้องเป็นกังวล อาสาจะไปเฝ้าต้นทางให้...

    ฝ่ายวิทวัสมาถึงหน้าบ้านของเดือนฉายเป็นจังหวะเดียวกับกอล์ฟกลับมาพอดี ไม่เห็นพรเพ็ญในคราบเพ็ญพรอยู่แถวนั้นก็ถามหา กอล์ฟต่อรอง หากอยากรู้ว่าพรเพ็ญอยู่ไหน ต้องจ่ายเงินมาก่อน เขายอมควักเงินให้ไม่ค่อยจะเต็มใจนัก กอล์ฟชี้มือบอกทิศทางที่เพ็ญพรพาเอกสิทธิ์นั่งรถเข็นชมวิวเป็นการตอบแทน...

    ทางด้านเพ็ญพรเข็นรถเข็นพาพ่อเดินเล่นไปพลางเล่าเรื่องที่สโรชากำลังถูกบีบทุกทาง เงินบริษัทก็โกงไม่ได้ง่ายๆเหมือนก่อนแล้วให้ฟังไปด้วย เอกสิทธิ์เตือนให้เธอระวังตัว สโรชาใจร้ายกว่าที่คิด เธอพยักหน้ารับ แล้วจะเข็นรถเข็นพาพ่อชมวิวต่อ ตรัยโผล่พรวดมาดักหน้าไว้ พอเห็นเธออยู่กับพ่อก็มีทีท่าที่อ่อนลง

    “สวัสดีครับคุณลุง ที่แท้คุณก็พาคุณลุงมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่นี่เอง”

    เพ็ญพรต่อว่าที่ตรัยแอบสะกดรอยตาม เขาแก้เกี้ยว ไม่ได้ตามเธอแต่ตามสุดาต่างหาก อาสาเข็นรถเข็นให้ แล้วคว้าไปจากมือเธอหน้าตาเฉย เพ็ญพรมองตามสีหน้าเป็นกังวล ภาวนาอย่าให้พี่พรโผล่มาตอนนี้...

    ขณะพรเพ็ญกำลังดูต้นทางให้เพ็ญพรอยู่หน้าสวน วิทวัสย่องมาทักจากด้านหลัง เธอตกใจ หันมาตบโดยอัตโนมัติ พอเห็นเป็นวิทวัสก็รีบขอโทษ เขาไม่ถือโทษโกรธอะไรเธอ วันนี้เขามีอาหารบำรุงร่างกายมาฝากเอกสิทธิ์ แล้วถามว่าท่านอยู่ไหนจะได้ไปสวัสดี เธอร้องห้ามเสียงหลง

    “ท่านกำลังหลับอยู่ อย่าเพิ่งเข้าไปรบกวนท่านเลยนะคะ เชิญคุณวิทวัสที่บ้านดีกว่า”

    “อ้าว แล้วคุณพ่อคุณอยู่คนเดียวได้หรือครับ”

    พรเพ็ญโกหกว่าท่านอยู่กับกอล์ฟ แล้วลากวิทวัสที่ยังงงๆเพราะเพิ่งเจอกอล์ฟที่บ้านพัก ออกไปทันที...

    ไม่นานนัก กอล์ฟพาสุดามาหาเพ็ญพรที่กำลังพาเอกสิทธิ์ชมสวน สุดาเห็นตรัยอยู่ด้วยถึงกับร้องเอะอะมาได้อย่างไร เขาสะกดรอยตามเธอมา สุดาแอบสบตากับเพ็ญพรซึ่งส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นทำนองว่าความลับยังไม่แตก ทันใดนั้น กอล์ฟร้องโวยวายพลางชี้ไปที่เพ็ญพร เมื่อครู่นี้เธอไม่ได้ชุดนี้นี่

    เพ็ญพรกลัวความลับแตกโวยกลับว่าใส่ชุดนี้ตั้งแต่เช้าแล้ว กอล์ฟติงต๊องไปเอง เขาชักงงๆหรือจะจริงอย่างที่เธอว่า แล้วบอกว่าตลับยาที่ให้ไปหา เขาหาไม่เจอ เพ็ญพรเป็นฝ่ายงงบ้าง จะให้หาทำไมในเมื่อมันอยู่นี่ แล้วหยิบตลับยาจากกระเป๋าหลังรถเข็นขึ้นมาให้ดู

    “อ้าว ก็เมื่อกี้คุณเพ็ญบอกว่าลืมเอามา สงสัยกอล์ฟจะหิวมากเลยเบลอ”

    เพ็ญพรรีบเออออไปอย่างเนียนๆแล้วไล่กอล์ฟกลับไปหาข้าวกิน เขาพยักหน้ารับ เดินมึนๆออกไป เธอลอบสบตากับสุดา ยิ้มโล่งใจ ขณะที่ตรัยรู้สึกได้ว่าสองสาวต้องมีอะไรปิดบังอยู่...

    ทางฝ่ายพรเพ็ญเห็นวิทวัสคุยกับเคนอย่างออกรส จัดแจงขอตัวสักครู่ แล้วรีบลุกออกมา ยังไม่ทันจะพ้นตัวบ้าน กอล์ฟเดินสวนเข้ามา เห็นพรเพ็ญก็ร้องทักด้วยความตกใจ มาอยู่นี่ได้อย่างไร เมื่อครู่ยังอยู่ที่สวนอยู่เลย ทำไมกลับถึงบ้านก่อนตนเองแถมชุดที่ใส่ก็เป็นคนละตัวกัน วิทวัสหาว่าเขาเพี้ยน เธออยู่ที่นี่กับเขาตลอด

    “ชักจะเพ้อเจ้อใหญ่แล้วไอ้กอล์ฟ มีอะไรทำก็ไปทำไป้” เคนเอ็ดเสียงเขียว

    “กอล์ฟต้องหิวแน่ๆ กอล์ฟขอตัวไปหาอะไรกินก่อนนะคุณตา” พูดจบ กอล์ฟเดินกุมหัวออกไป พรเพ็ญแอบถอนใจโล่งอกที่ความลับยังไม่แตก...

    เพ็ญพรแอบกระซิบให้สุดาหาทางพาตรัยกลับกรุงเทพฯ ก่อนที่ความลับจะแตก เธอไม่รับปากจะสำเร็จหรือเปล่าเพราะพี่ชายตัวเองดื้อด้าน แต่ผิดคาด เขายอมกลับแต่โดยดี ไหว้ลาเอกสิทธิ์แล้วเดินออกไป สุดาตามไปส่งเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไปจริงๆ แล้วจึงกลับมาหาเพ็ญพร สักพักพรเพ็ญตามมาสมทบ ขอโทษน้องด้วยที่หายไปนาน บังเอิญวิทวัสมาหา แฝดผู้น้องตกใจที่เขาเกิดใจตรงกับตรัยมาที่นี่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย พรเพ็ญใจคอไม่ดีกลัวใครจะสงสัย ขอตัวพาพ่อกลับ เพ็ญพรย่อตัวลงตรงหน้าเอกสิทธิ์

    “พ่อขา เพ็ญกลับไปบ้านศิลาแดงก่อนนะคะ เพ็ญสัญญาว่าเพ็ญจะไม่ยอมให้คนชั่วพวกนั้นมาเอาอะไรของเราไปได้แม้แต่นิดเดียว”

    เอกสิทธิ์เตือนให้เพ็ญพรระวังตัวด้วย เธอรับคำแล้วกอดพ่อไว้พร้อมกับดึงพี่สาวมากอดด้วยกัน โดยไม่รู้ว่าตรัยแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่ง รู้ความจริงทั้งหมดแล้ว

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:22 น.