นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"

    เพ็ญพรเดินตามแผนการขั้นต่อไปทันที ขอให้ทนายสมศักดิ์นัดพวกผู้ถือหุ้นของบริษัทมารวมตัวกันที่ห้องประชุมในเช้าวันรุ่งขึ้น และแจ้งให้ทราบว่านับจากวันนี้ไป เพ็ญพรในคราบของพรเพ็ญจะเข้ามาดูแลงานแทนที่เอกสิทธิ์ หนึ่งในผู้ถือหุ้นทักท้วง

    “แต่หน้าที่นี้เป็นของคุณสโรชาอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ”

    สโรชายังไม่ทันจะพูดอะไร เพ็ญพรชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าตนปรึกษาเรื่องนี้กับเธอแล้ว เข้าไปเกาะแขนเธออย่างรักใคร่เสียเต็มประดา ขอบคุณเธอมากที่ให้โอกาสตนได้เข้ามาศึกษางาน ผู้ถือหุ้นต่างชื่นชมสโรชาที่ใจกว้าง เธอหนีไม่ออกจำต้องเออออไปด้วย ทั้งที่อยากบีบคอนังลูกเลี้ยงตัวดีให้ตายคามือ...

    ในเมื่อต้องสวมบทแม่เลี้ยงใจดี สโรชาจำเป็นต้อง จัดหาห้องทำงานให้เพ็ญพร แต่เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมจึงให้เธอไปนั่งทำงานห้องเดียวกับณัฐพงษ์ซึ่งไม่พอใจมาก เนื่องจากทำให้ไม่มีความเป็นส่วนตัว

    “นี่ไม่ใช่เวลาคิดเรื่องความเป็นส่วนตัวนะตาณัฐ ฟังแม่ให้ดี แม่ว่านังพรต้องมีแผนการอะไรอยู่แน่ๆ ดังนั้น เราจะปล่อยให้มันทำอะไรตามใจชอบไม่ได้ แกต้องคอยจับตาดูมันไว้ตลอดเวลาที่มันอยู่ที่นี่”

    “โธ่แม่ คนอย่างนังพรจะมีปัญญาทำอะไร แม่คิดมากเกินไปหรือเปล่า”

    “แล้วไหล่แกเป็นรูเนี่ย เพราะมันไม่มีปัญญาใช่ไหม แม่สั่ง แกมีหน้าที่ทำตามไม่ต้องเถียง”

    จังหวะนั้นเพ็ญพรเปิดประตูห้องเข้ามาโวยวาย ทำไมถึงจัดให้ตนนั่งทำงานในห้องนี้ สโรชาอ้างว่าเธอเพิ่งมาทำงาน ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกหลายอย่าง จึงเห็นควรให้เริ่มด้วยการเป็นผู้ช่วยของณัฐพงษ์ไปก่อน หวังว่าคงไม่มีปัญหาใช่ไหม สโรชาว่าแล้วเดินเชิดออกจากห้อง ณัฐพงษ์มองเพ็ญพรด้วยสายตากรุ้มกริ่ม

    “เข้ามาสิครับ ถ้าไม่อยากนั่งที่โต๊ะตัวเอง จะมานั่งตักพี่ก็ได้”

    “อย่าเพิ่งเลย วันนี้วันดี ฉันยังไม่อยากทำใครพิการ” เพ็ญพรมองตอบด้วยสายตารังเกียจ แล้วเดินไปนั่งโต๊ะทำงานที่สโรชาจัดไว้ให้ ณัฐพงษ์เจ็บใจมาก หมายหัวเธอเอาไว้ สักวันต้องเอาคืนให้ได้...

    ขณะเพ็ญพรเริ่มเข้าไปตรวจสอบกิจการของพ่อ ตรัยนั่งอ่านแฟ้มคดีของเชาวน์อย่างขะมักเขม้นอยู่ในห้องรับแขกบ้านตัวเอง สุดาเตือนด้วยความเป็นห่วง ถ้าเกิดมีใครรู้ว่าเขายังตามคดีนี้อยู่ อาจเดือดร้อนได้ ตรัยจะนิ่งดูดายได้อย่างไร เพราะถ้าเขาไม่ทำ ต้องมีคนเดือดร้อนอีกมากมายรวมทั้งน้องพรด้วย

    “โห...พี่ชายเรานี่พระเอกสุดๆเลยอ่ะ ว่าแต่นางเอกเธอรู้ตัวบ้างหรือเปล่านะว่ามีคนเป็นห่วงขนาดนั้น”

    ตรัยถูกกระเซ้าชักเขิน เก็บแฟ้มคดีลุกหนี สุดาตะโกนไล่หลังให้เขาพยายามเข้า เธอเอาใจช่วยอยู่

    ooooooo

    ระหว่างที่เพ็ญพรกำลังอ่านเอกสารต่างๆของบริษัท ณัฐพงษ์ซึ่งนั่งวางมาดเป็นคุณชายไม่ทำอะไรเลย กลับใช้ให้เธอไปชงกาแฟให้ ทีแรกเธอจะปฏิเสธ เพราะหน้าที่ผู้ช่วยไม่ใช่เบ๊คอยชงกาแฟ แต่นึกแผนร้ายขึ้นมาได้ รีบไปทำตามที่เขาต้องการ โดยไม่ลืมเอาน้ำจากผ้าขี้ริ้วถูพื้นผสมลงไปในแก้วกาแฟด้วย

    จากนั้นเพ็ญพรยกแก้วกาแฟไปวางตรงหน้าณัฐพงษ์แล้วจะกลับไปอ่านเอกสารต่อ เขาคว้ามือเธอไว้ เพ็ญพรอยากจะตบสักฉาด แต่ต้องข่มใจ พูดด้วยน้ำเสียงหวานหูระวังกาแฟจะหก

    “ทำไมวันก่อนไม่ว่าง่ายแบบนี้ล่ะ คืนนั้นน้องพรทำพี่เจ็บมากนะ รู้ตัวไหม”

    เพ็ญพรเออออไปอย่างเนียนๆว่ารู้ แต่ตอนนั้นเธอเป็นห่วงพ่อ เวลาเครียดๆมือของเธอมักจะชอบขยับเองอัตโนมัติ ต้องขอโทษเขาด้วย ณัฐพงษ์จะยกโทษให้ก็ต่อเมื่อเธอชดเชยเหตุการณ์ในคืนนั้นให้เขาก่อน

    “จะชดเชยให้ก็ได้ แต่พี่ณัฐต้องดื่มกาแฟให้หมดก่อนนะคะ” เพ็ญพรยิ้มหวานให้ ณัฐพงษ์ไม่เอะใจอะไร ดื่มกาแฟรวดเดียวหมดแก้ว เพ็ญพรกลัวจะกลั้นหัวเราะไม่ไหว ต้องหนีกลับโต๊ะตัวเอง เขาหื่นไม่เลิกตามมากระชากตัวจะจูบ เธอเบี่ยงตัวหลบตบสวนเต็มหน้า แล้วแอ๊บซื่อตาใสขอโทษเขาที่มือขยับไปเอง ณัฐพงษ์โกรธ จะปลุกปล้ำเธอให้ได้ ทั้งคู่ยื้อยุดกันไปมาจนล้มลงบนโซฟาด้วยกัน เขาล็อกมือทั้งสองข้างของเธอไว้

    “คิดว่าคนอย่างฉันจะยอมให้ถูกตบฟรีๆหรือ คราวนี้เธอไม่รอดแน่”

    เพ็ญพรดิ้นสุดฤทธิ์ ควานได้ของใกล้มือชิ้นเข่ืองมาหนึ่งชิ้น ก่อนที่ณัฐพงษ์จะโดนเธอทุบหัว ตรัยเข้ามากระชากตัวเขาออก ต่อยจนล้มคว่ำ แล้วหันไปถามเพ็ญพรด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ ค่อยๆวางของในมือลง ยิ้มให้ตรัยประทับใจที่มาช่วยปกป้อง

    ครู่ต่อมา เพ็ญพรพาตรัยมานั่งที่มุมรับรองแขกของบริษัท เขาต่อว่าเธอจะมาทำงานที่นี่ทำไมไม่ปรึกษากันก่อน เธอสวนทันที แล้วทำไมถึงต้องปรึกษาเขาด้วย ตรัยถึงกับชะงัก
    “ก็...ผมเป็นห่วงคุณ อย่างเมื่อครู่นี้ ถ้าผมมาไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น”

    “ฉันก็คงฟาดหัวหมอนั่นแตก เอาเลือดชั่วออกมาดูเล่นสักลิตรมั้งคะ...ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วง ฉันจำเป็นต้องทำงานที่นี่เพื่อปกป้องทุกอย่างที่เป็นของคุณพ่อน่ะค่ะ”

    “แต่ว่าผมเป็นห่วงคุณ เอาอย่างนี้ ออกไปข้างนอกกัน ผมจะซื้อที่ช็อตไฟฟ้าให้คุณสักเครื่อง หรือจะเป็นสเปรย์พริกไทย มีดสั้นก็ดีนะครับ คุณกล้าใช้มีดหรือเปล่า”

    เพ็ญพรขอบคุณในความห่วงใย แต่ไม่ต้องห่วง แค่มือเปล่าก็พอแล้ว ตรัยอาสาจะสอนให้เธอรู้จักป้องกันตัวเองด้วยมือเปล่า โดยหารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังสอนจระเข้ว่ายน้ำ เพ็ญพรแกล้งปล่อยให้เขาแนะนำวิธีป้องกันตัวขั้นพื้นฐาน แต่สุดท้ายเขากลับโดนเธออัดลงไปกองกับพื้น...

    ความรู้สึกชอบใจที่ได้แกล้งตรัย ส่งไปถึงพรเพ็ญซึ่งกำลังนวดขาให้เอกสิทธิ์ที่นอนหลับอยู่ในบ้านสวนเสาวรส จนเธอเองพลอยหัวเราะขำไปด้วย กอล์ฟที่นั่งอยู่ใกล้ๆหันมองด้วยความตกใจ

    “เฮ้ย อยู่ๆก็หัวเราะ เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยลูกพี่”

    “ไม่รู้สิ อยู่ๆมันก็ขำ แถมรู้สึกดีบอกไม่ถูก” พรเพ็ญสีหน้าครุ่นคิดขณะที่กอล์ฟเดินออกจากห้อง

    อย่างหวาดๆ กับท่าทางเพี้ยนๆของลูกพี่ เธอเดาได้ไม่ยากว่าความรู้สึกนี้เป็นของเพ็ญพรที่สื่อมาถึงตนเอง

    “แปลว่าทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ด้วยดีใช่ไหม” พรเพ็ญมองพ่อแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

    ooooooo

    แม้จะถูกพักงานแต่ตรัยยังคอยถามข่าวคราวคดีของเชาวน์จากเพื่อนตำรวจ แต่ปรากฏว่าไม่มีใคร

    ว่างพอจะรับหน้าที่นี้ต่อจากเขา และคงอีกนานกว่าจะหาคนมาทำได้ ตรัยโวยวายนี่ไม่ใช่เรื่องที่จะรอกันได้

    “พวกมันรู้ตัวแล้วว่าเรากำลังจ้องอยู่ ถ้าไม่รีบจัดการเบาะแสที่ได้มาคงใช้ไม่ได้”

    “แล้วหมวดจะให้ผมทำยังไง ถ้าไม่มีคำสั่งผมไม่กล้าทำอะไรหรอก ลูกผมยังเล็กอยู่เลย ผมไม่อยากโดนพักงานเหมือนหมวดนะครับ” ตำรวจนายนั้นยิ้มแหยๆ ตรัยถอนใจ หนักใจ คงต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง คิดได้ดังนั้นก็รีบโทร.นัดอาภาพรซึ่งกำลังพอกหน้าเสริมความงามให้ตัวเองอยู่ที่บ้านศิลาแดงให้ออกมาพบ

    ไม่นานนักอาภาพรมาถึงร้านกาแฟใกล้บ้านตามนัด ตรัยตะล่อมถามถึงคนในบ้านศิลาแดงว่าเป็นอย่างไรบ้าง แม้จะน้อยใจที่เขาถามถึงคนอื่น แต่เธอก็ยอมเล่าว่า

    แม่สบายดี ส่วนพ่อกับเมียเด็กของท่าน เธอไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะทั้งคู่มักจะไม่อยู่บ้าน ตรัยหูผึ่งทันที ซักว่าเชาวน์ออกจากบ้านทุกวันเลยหรือ

    “ค่ะ น้องภาถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว น้องภาเหงาแล้วก็ว้าเหว่มาก” อาภาพรอ้อนสุดชีวิต

    ตรัยไม่ได้ใส่ใจฟังซักแต่เรื่องของเชาวน์กับวาทินี จนเธอไม่พอใจ เขารีบขอโทษ แล้วถามว่าวันนี้เธออยู่บ้านคนเดียวหรือเปล่า เธอพยักหน้ารับคำ ตรัยคิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้ แกล้งทำกาแฟหกรดเสื้อตัวเอง

    “แย่จริง เย็นนี้พี่มีธุระต้องไปต่อด้วย จะกลับไปเปลี่ยนที่บ้านก็คงไม่ทัน”

    “งั้นพี่ตรัยก็ไปเปลี่ยนที่บ้านน้องภาสิคะ เดี๋ยวน้องภาเอาเสื้อพี่ณัฐให้”

    เข้าทางตรัยทันที แต่แกล้งลังเลเล็กน้อยพอเป็นพิธี ก่อนจะยอมรับความช่วยเหลือจากเธอ...

    อาภาพรไม่ได้อยู่บ้านคนเดียวอย่างที่บอกตรัย วาทินีเพิ่งลุกออกจากห้อง เดินเลี้ยวหัวมุมตึกเพื่อไปยังห้องครัว คลาดกับอาภาพรที่เดินควงแขนตรัยขึ้นไปที่ห้องนอนของเธอเส้นยาแดงผ่าแปด เธอพยายามจะดึงตรัยเข้าห้อง แต่เขาขอไปใช้ห้องน้ำรับรองแขกจะดีกว่า นี่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ มันดูไม่ดี

    “โธ่...พี่ตรัยคิดมาก ขืนใช้ห้องน้ำแขก ใครกลับมาเจอก็จับได้สิคะ เข้ามาเถอะค่ะ แล้วรีบถอดเสื้อเร็วๆด้วย น้องภาจะได้เอาไปซักให้”

    ตรัยจำต้องถอดเสื้อออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามตัวใน อาภาพรตาวาว ก่อนจะเดินยิ้มหน้าบานออกไป พอถึงมุมปลอดคน เธอเอาเสื้อของเขามาดมแล้วหัวเราะคิกคัก พึมพำกับตัวเองคนอะไรไม่รู้ตัวหอมจัง วาทินีมาทันได้ยินพอดี ด่าว่าโรคจิต แอบเอาเสื้อผู้ชายที่ไหนมาดม อาภาพรโวยวายกลบเกลื่อน

    “ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน อย่ามาสะเออะ”

    “โอ๊ย อยากยุ่งด้วยตายล่ะ...นี่คนใช้หายไปไหนหมด ฉันหิวแล้วมีอะไรกินบ้าง” วาทินีเดินหงุดหงิดออกไป อาภาพรถึงกับหน้าเสีย รีบวิ่งกลับห้องตัวเองเพื่อเตือนตรัย แต่เขาหายไปไหนไม่รู้...

    คนที่อาภาพรตามหา แอบย่องมาถึงห้องพักของเชาวน์ ค่อยๆแง้มประตูเข้าไปดู ไม่เห็นใครอยู่ในนั้นรีบผลุบเข้าข้างใน สภาพห้องรกรุงรังทำให้เขาถึงกับผงะ แต่จำต้องค้นดูไปทั่วๆเผื่อจะเจอหลักฐานอะไรบ้าง

    ooooooo

    อีกมุมหนึ่งตรงโถงทางเดินชั้นบน อาภาพรมองหาตรัยด้วยท่าทางร้อนรน วาทินีมาเห็นเข้าก็ทัก ทำไมลุกลี้ลุกลนนัก แอบทำอะไรไม่ดีอยู่หรือเปล่า เสียงเอะอะของเธอดังไปถึงหูตรัยที่อยู่ในห้องพักของเชาวน์ถึงกับหยุดกึก รีบมาแอบดูที่ประตูห้อง เห็นวาทินีพยายามจะยื้อแย่งเสื้อของตนที่อาภาพรซ่อนไว้ข้างหลังไปดู

    เธอไม่ยอมให้ วิ่งหนี วาทินีวิ่งไล่ ตรัยรอจนแน่ใจทั้งคู่ไปแล้ววิ่งปรู๊ดออกมา ยังไม่ทันจะถึงประตูรั้วเห็นรถของสโรชาแล่นเข้ามา เขารีบหาที่ซ่อนตัว สโรชาลงจากรถคุยโทรศัพท์กับเชาวน์ไปด้วย

    “ไอ้เชาวน์ สถานการณ์ไม่ค่อยดีแล้วนะ ตอนนี้แกอยู่ไหน...ก็นังพรนะสิ วันนี้มันบุกไปแผลงฤทธิ์ที่บริษัท เมื่อก่อนมันกล้าทำอะไรแบบนี้ที่ไหน หลังๆนี่มันเปลี่ยนไปมาก ฉันคิดว่ามันอาจไม่ใช่นังพรคนเดิม...ฉันไม่ได้คิดไปเอง นังพรมันมีฝาแฝด แกก็รู้” คำสนทนาของสโรชาทำให้ตรัยถึงกับตะลึง

    พลันมีเสียงทะเลาะกันระหว่างอาภาพรกับวาทินีดังขึ้น สโรชาวางสายแล้วจ้ำพรวดๆเข้าตัวตึกอย่างหงุดหงิด ตรัยมองตามจนเธอลับสายตา ก็รีบเผ่นแน่บ...

    ขณะที่ตรัยหลบออกจากบ้านศิลาแดงมาได้อย่างหวุดหวิด สุดาฟังเรื่องที่เพ็ญพรเล่าว่าพี่ชายของตนไปช่วยเธอรอดพ้นจากถูกณัฐพงษ์ปลุกปล้ำทำอนาจาร ถึงกับออกปากว่าเหมือนฉากพระเอกปกป้องนางเอกในละครไม่มีผิดเพี้ยน แล้วถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าเพ็ญพรรู้สึกอย่างไรกับพี่ชายของตน เธอหน้าร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที แต่ทำเสียงเข้มกลบเกลื่อนว่าไม่ได้คิดอะไรด้วย แล้วสั่งสุดาเลิกจับคู่เธอกับตรัยสักที

    “ฉันว่าพี่ชายแก เขาชอบพี่สาวฉันอยู่นะ”

    “ไม่จริง พี่ตรัยเขาชอบผู้หญิงแข็งๆแล้วก็กวนบาทาแบบแกต่างหาก”

    เพ็ญพรไม่เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น ตรัยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอมีตัวตน เขากับพี่พรสนิทกันมาก่อนและที่สำคัญเธอไม่มีวันแย่งของของพี่สาวเด็ดขาด สั่งให้สุดาเลิกพูดเรื่องนี้...

    ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านสวนเสาวรส พรเพ็ญป้อนข้าวให้พ่อเสร็จ ยกถาดใส่อาหารเข้ามาในครัว เดือนฉายกำลังเก็บของอยู่ บอกให้ลูกวางถาดไว้ตรงนั้น เดี๋ยวท่านจะจัดการเอง พรเพ็ญบ่นคิดถึงน้อง อยากให้กลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา เดือนฉายชะงักไปเล็กน้อย

    “แม่รับปากคุณตาแล้ว ถ้าพ่อเขาดีขึ้นเมื่อไหร่ ก็ต้องย้ายออกไปจากที่นี่”

    “คุณแม่คะ คุณตากับคุณแม่โกรธคุณพ่อเรื่องอะไร จะยกโทษให้คุณพ่อไม่ได้เลยหรือคะ”

    เดือนฉายสะเทือนใจ ไม่อยากพูดถึง อ้างเพิ่งนึกได้ว่ามีงานค้างอยู่ แล้วเดินหนีไปเฉย...

    ยัยแม่เลี้ยงตัวแสบคิดจะตัดไฟแต่ต้นลม ปรึกษากับเชาวน์จะไล่พรเพ็ญออกจากบ้านศิลาแดง เขาไม่เห็นด้วย ขืนทำแบบนั้น อาจมีปัญหากับทนายสมศักดิ์ได้ สู้เอาเก็บไว้ใกล้ตัวน่าจะดีกว่า และที่สำคัญสโรชาเองก็อยากรู้ไม่ใช่หรือว่านังเด็กนั่นเอาเอกสิทธิ์ไปซ่อนไว้ไหน หากเราจับตาดูไว้ดีๆ ต้องเจอเขาแน่นอน

    “จริงสิ ฉันลืมคิดเรื่องนี้ไป”

    “ทนอีกหน่อย ลองทำดีให้มันตายใจสิ นังเด็กนั่นรู้ไม่เท่าทันเราสองคนหรอก” เชาวน์หัวเราะอย่างมั่นใจ ขณะที่สโรชาไม่ค่อยจะเห็นด้วยที่จะต้องไปเอาใจนังลูกเลี้ยงแสนชิงชัง

    ooooooo

    สโรชาลองทำอย่างที่เชาวน์แนะนำ พูดจาภาษาดอกไม้ชวนเพ็ญพรในคราบพรเพ็ญกินข้าวเช้าด้วยกันก่อน แล้วค่อยติดรถของณัฐพงษ์ไปที่บริษัท อาภาพรอึ้ง คิดว่าศีรษะของแม่คงไปโดนอะไรกระแทกมา ถึงได้ยอมพูดดีกับนังนั่นแถมยิ้มหวานให้มันอีกต่างหาก เพ็ญพรรู้เท่าทันความคิดของสโรชา

    “ฉันไปเองดีกว่าค่ะ ขี้เกียจรอ ป่านนี้ลูกชายคุณน้าตื่นหรือยังเถอะ ป้าแจ่ม หนูไปก่อนนะคะ” เพ็ญพรยกมือไหว้ป้าแจ่มหน้าตาเฉย โดยไม่แลสโรชาแม้แต่น้อย เธอโกรธจัดที่ถูกหยาม แต่จำต้องข่มอารมณ์เอาไว้...

    ด้านเพ็ญพรเดินมาถึงถนนใหญ่เพื่อเรียกรถแท็กซี่ ไม่ถึงอึดใจ ตรัยขับรถมาจอดเทียบ อาสาจะไปส่งที่บริษัท เนื่องจากช่วงนี้ว่างไม่มีงานทำ ทีแรกเธอทำท่าจะไม่ยอมไปด้วย แต่สุดท้ายทนลูกตื๊อของเขาไม่ไหว

    ระหว่างนั่งรถไปด้วยกัน ตรัยอยากพิสูจน์ว่าผู้หญิงที่นั่งข้างๆตนเองใช่พรเพ็ญหรือเปล่า แกล้งถามโน่นถามนี่ที่รู้เฉพาะเขากับพรเพ็ญตัวจริงเพื่อจับพิรุธ เพ็ญพรได้แต่อึกอัก แสร้งพูดเรื่องตลกกลบเกลื่อน เขาไม่อยากไล่ต้อนให้จนมุม จึงเปลี่ยนไปถามเรื่องที่บริษัท คราวนี้เธอตอบได้คล่องปรื๋อ จนเขาออกปาก ไม่รู้มาก่อนว่าน้องพรจะมีหัวทางธุรกิจ เธออึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบแก้เกี้ยว

    “พรไม่ได้เก่งอย่างที่พี่ตรัยคิดหรอกค่ะ ที่จริงพรมีเรื่องจะให้พี่ตรัยช่วย คือพรเจอข้อมูลแปลกๆค่ะ มีการจ่ายเงินให้บริษัทแห่งหนึ่งตั้งหลายรายการ แต่ดูแล้วหาไม่เจอว่าเป็นค่าอะไร”

    “ได้สิ แล้วพี่จะดูให้” ตรัยลอบมองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ มั่นใจว่าเธอต้องไม่ใช่น้องพร...

    ทางฝ่ายพรเพ็ญชอบพูดดูถูกตัวเองที่ไม่สามารถช่วยงานในบริษัทของแม่ สู้น้องที่เก่งด้านนี้ไม่ได้ ถ้าเธออยู่ที่นี่คงช่วยงานแม่ได้มากกว่าตน เดือนฉายต้องปลอบไม่ให้ลูกคิดแบบนั้น เพ็ญพรก็เก่งในแบบของตัว ส่วน พรเพ็ญเองก็มีข้อดีเหมือนกัน บางอย่างเพ็ญพรก็ทำได้ไม่ดีเท่าเธอด้วยซ้ำ

    “จริงหรือคะคุณแม่ แต่คนอื่นคงไม่คิดเหมือนคุณแม่หรอกค่ะ”

    เดือนฉายสงสัยว่าลูกหมายถึงใคร พรเพ็ญยังไม่ทัน จะพูดอะไร วิทวัสหอบกระเช้าของเยี่ยมใบใหญ่เข้ามาเสียก่อนโดยมีกอล์ฟวิ่งตาม พรเพ็ญเห็นเขาก็ก้มหน้างุดๆไม่กล้าสบตาด้วย เดือนฉายสังเกตเห็นพอจะเดาออกว่าคนอื่นที่ลูกพูดถึงคือวิทวัสนั่นเอง จัดแจงชวนเขาอยู่กินข้าวเที่ยงด้วยกัน ถ้าไม่ได้มีธุระไปไหน

    “ผมตั้งใจอย่างนั้นอยู่แล้วครับ”

    พรเพ็ญจะเข้าครัวไปทำอะไรเพิ่ม เดือนฉายร้องห้ามไว้ อีกตั้งนานกว่าจะเที่ยง ให้ลูกพาวิทวัสไปเดินเล่นกันก่อน กอล์ฟมองเดือนฉายแปลกใจ ทำไมถึงเปิดทางให้วิทวัสขนาดนั้น

    ooooooo

    ที่สวนสวยของบ้านสวนเสาวรส พรเพ็ญอยากแกร่งแบบน้องบ้าง จึงขอร้องวิทวัสช่วยหาโรงเรียนสอนชกมวยให้ เขาอาสาเป็นอาจารย์ให้เอง แล้วคุยว่าเรียนชกมวยไม่ยาก แต่ถ้าอยากหัดเพื่อป้องกันตัว เธอต้องเข้าใจหัวใจสำคัญของการป้องกันตัวเสียก่อน นั่นก็คือต้องพาตัวเองออกจากอันตรายให้เร็วที่สุด

    “คุณหมายถึงหนี”

    “ครับ ดีที่สุดคือคุณต้องรู้จักระวังตัว ทำร่างกายให้แข็งแรง เวลาเกิดอะไรขึ้นจะได้เอาตัวรอดได้ ไม่ใช่วิ่งไปสามก้าวแล้วล้มแปะ ลองวิ่งไล่จับกัน ถ้าคุณจับผมได้ ผมค่อยสอนคุณต่อ” วิทวัสเริ่มวิ่งเหยาะๆ “ผมอยากรู้ว่าคุณวิ่งไหวหรือเปล่า มาสิครับ”

    แม้จะงงๆอยู่บ้าง แต่พรเพ็ญก็วิ่งไล่วิทวัสที่คอยวิ่งหลบหลีกไปมา แรกๆเธอรู้สึกเคอะเขิน พอวิ่งไปสักพัก ก็ชักสนุก แต่วิ่งไล่เท่าไหร่เขาก็ไม่จนสักที เธอแกล้งทรุดลงกับพื้น เขาตกใจวิ่งมาหา เธอคว้าแขนเขาไว้
    “ฉันจับคุณได้แล้ว” พรเพ็ญหัวเราะชอบใจที่วิทวัสเสียทีให้...

    กอล์ฟเห็นลูกพี่หายไปนาน ชะเง้อคอยาวมองไปทางหน้าบ้าน เดือนฉายมาเห็นเข้าก็อดขำไม่ได้ กระเซ้าว่าเป็นห่วงลูกพี่หรือ กอล์ฟต้องหวงเป็นธรรมดาลูกพี่ของตัวเองทั้งคน และที่สำคัญใกล้ถึงเวลาต้องทำกายภาพให้เอกสิทธิ์ เดือนฉายไม่อยากขัดความสุขของลูกอาสาจะจัดการเอง...

    วิทวัสเริ่มสอนชกมวยให้พรเพ็ญ โดยเริ่มจากการให้ชกลมไปก่อน แต่เธอเงอะงะเขาก็เลยต้องช่วยจับมือจัดท่าที่ถูกต้องให้ จับมือเธอชกลมอยู่หลายครั้ง แล้วลองให้เธอชกเอง ส่วนเขาเต้นฟุตเวิร์กหลบหลีกไปมาอย่างมั่นใจ ทีแรกเธอชกผิดชกถูก แต่พอหลายครั้งเข้าเริ่มคล่อง ชกรัวจนเขาหลบไม่ทันโดนหมัดตรงเข้าเต็มๆ

    ถึงกับเลือดกำเดาไหล เธอตกใจรีบเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับเลือดให้ ความใกล้ชิดทำให้ต่างฝ่ายต่างเขิน...

    ฝ่ายเดือนฉายช่วยกันกับกอล์ฟทำกายภาพให้เอกสิทธิ์โดยไม่แม้แต่จะมองหน้าหรือพูดอะไรด้วย เคนเดินผ่านมาเห็นก็หยุดดูที่หน้าประตูห้อง สีหน้าไม่สบายใจนัก ทำกายภาพเสร็จ เธอก็ผละออกมา ปล่อยให้กอล์ฟดูแลต่อ เอกสิทธิ์พยายามส่งเสียงเรียก แต่เธอใจแข็งไม่หันมอง เดินผ่านเคนออกไป...

    ในระหว่างที่เดือนฉายช่วยกันกับพรเพ็ญเตรียมมื้อกลางวันอยู่ในครัว อดถามลูกไม่ได้ว่าคิดอย่างไรกับวิทวัส เธอเขินจัด เด็ดพริกเป็นกำๆใส่ในครกตำน้ำพริก มื้อนี้เลยได้กินน้ำพริกทั้งเผ็ดทั้งร้อนกันถ้วนหน้า

    ooooooo

    หลังจากได้ข้อมูลตามที่เพ็ญพรขอให้ช่วย ตรัยรีบไปหาเธอที่บริษัททันเลิกงานพอดี แล้วพาไปที่ร้านอาหาร จะได้กินกันไปคุยธุระกันไปด้วย เพ็ญพรร้อนใจ สั่งให้เขาบอกตอนนี้เลย ไม่อย่างนั้นจะกลับ

    “โธ่ อย่าใจร้อนสิครับ นั่งลงเถอะ ผมจะเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้ล่ะ ไอ้บริษัทที่คุณสงสัยน่ะ มันไม่มีอยู่จริง มันเป็นบริษัทปลอม เบอร์โทร. ที่อยู่ ทุกอย่างเป็นของปลอมทั้งหมด มีแต่เงินที่เบิกจ่ายออกไปที่เป็นของจริง ใครบางคนกำลังโกงบริษัทของพ่อคุณอยู่ครับ”

    “ใช่อย่างที่คิดจริงๆด้วย” เพ็ญพรกำมือแน่นด้วยความแค้น ตรัยเห็นแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้...

    ขณะที่เพ็ญพรล่วงรู้ถึงกลโกงภายในบริษัทของพ่อ สโรชาเห็นณัฐพงษ์นอนเอกเขนกดูทีวีอยู่กับบ้านก็เอ็ดตะโรลั่น ทำไมไม่ไปทำงาน ตนสั่งให้จับตาดูนังคุณหนูนั่น ทำไมไม่ทำตามสั่ง เขางอแงไม่อยากไปเฝ้า ถ้าแม่กลัวมันจะรู้ความลับก็ไปเฝ้าเองแล้วกัน เขาเหนื่อย สโรชาถึงกับปรี๊ดแตก ด่าลูกว่าวันๆไม่เห็นทำอะไร ยังมีหน้ามาบ่นเหนื่อย ณัฐพงษ์ขี้เกียจฟังแม่บ่น ลุกหนี สโรชาเจ็บใจที่ลูกไม่ได้ดั่งใจสักคน

    อีกมุมหนึ่งในสวน วาทินีเห็นณัฐพงษ์เดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาก็ร้องทัก ทำไมทำหน้าเบื่อขนาดนั้น เธอจะหาอะไรแก้เซ็งให้เอาไหม เขารำคาญไล่เธอไปไกลๆ แล้วจะเดินหนี เธอหยิบซองใส่ยาบ้าขึ้นมาโบกยั่ว

    “ว้า อุตส่าห์จะนำเสนอความมันส์ให้ฟรีๆสักหน่อย ไม่สนหรือ”

    ณัฐพงษ์ไม่ตอบ กระชากซองยาไปจากมือวาทินีซึ่งแอบยิ้มสมใจ...

    ตรัยเป็นห่วงความปลอดภัยของเพ็ญพร เมื่อขับรถมาส่งเธอหน้าบ้านศิลาแดง ขอร้องว่าหากคิดจะทำอะไร ขอให้บอกเขาก่อน แม้เธอจะเก่ง แก้ปัญหาเองได้ แต่เธอไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับทุกอย่างเพียงลำพัง ขอให้รู้ไว้ ยังมีเขาอยู่ข้างๆเธอเสมอ เธอพยักหน้ารับรู้ ขอบคุณสำหรับความห่วงใย ตรัยไม่อยากได้แค่พยักหน้า แต่เธอต้องสัญญาก่อนว่า หากต้องการความช่วยเหลือต้องบอกเขาแล้วยื่นนิ้วก้อยให้ เพ็ญพรอดขำไม่ได้ ต้องทำขนาดนี้ด้วยหรือ เขาพยักหน้ารับ เธอยิ้มให้แล้วยื่นนิ้วไปเกี่ยวก้อยสัญญากับเขา

    ooooooo

    เพ็ญพรเปิดประตูห้องออกมา ต้องชะงักเมื่อเจอสโรชากับอาภาพรดักรออยู่ ถามประชดว่าจะมาหาเรื่องอะไรกันแต่เช้า สโรชาตีหน้าเศร้าปฏิเสธว่าไม่ได้มาหาเรื่อง แต่จะมาขอร้องให้เธอพาเอกสิทธิ์กลับมาที่นี่เพื่อที่ตนจะได้ดูแลเขาได้อย่างใกล้ชิด พาไปอยู่ห่างหมอแบบนั้น กลัวอาการจะทรุดหนักอีก เพ็ญพรเบ้ปากใส่

    “เลิกแอ๊บเถอะค่ะคุณน้า ฉันเห็นแล้วมันขัดลูกตาชอบกล”

    สโรชาเห็นว่าใช้ไม้นวมไม่ได้ผล แหวใส่จะให้เพ็ญพรพาเอกสิทธิ์กลับมาให้ได้ แต่เธอไม่สนใจขยับจะเดินหนี จังหวะนั้นมีสัญญาณเตือนว่ามีข้อความเข้ามาที่มือถือของเพ็ญพร เธอเปิดดูเห็นตรัยไลน์มาบอกให้ออกมาเจอกันที่ร้านเดิม อาภาพรเห็นสีหน้าเธอยิ้มแย้ม กระชากมือถือไปดูถึงกับปรี๊ดแตก ด่าลั่นว่านังแมวขโมย คิดจะแย่งพี่ตรัยของตนใช่ไหม

    “กิ๊วๆหน้าไม่อาย พี่ตรัยเป็นของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ขี้ตู่แบบนี้ไม่ดีเลยนะคะคุณน้องภา ขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่ตรัยจะรอ” เพ็ญพรฉกมือถือของตัวเองคืน แล้วเดินลอยหน้าเฉียดอาภาพรออกไป ยัยหัวฟูกรี๊ดสนั่นขอให้แม่ช่วยจัดการนังพรให้ด้วย มันชักจะร้ายขึ้นทุกวันจนเธอทนไม่ไหวแล้ว

    “แปลกจริงๆด้วย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายหรือว่ามันจะไม่ใช่นังพร” สโรชาพึมพำ อาภาพรงงจะไม่ใช่ได้อย่างไร...

    ทางด้านตรัยต้องการจับโกหกเพ็ญพรให้ได้ จึงหลอกพาสุดามาที่ร้านกาแฟด้วย อ้างจะแนะนำให้รู้จักใครบางคน แล้วจัดที่ให้เธอนั่งหันหลังให้ประตูทางเข้า สักพักเพ็ญพรตรงมาที่โต๊ะของตรัย พอสองสาวเจอกันต่างฝ่ายต่างตกใจ สุดาเผลอเรียกเพื่อนรักเต็มปากเต็มคำว่า “แพร์รี่” ตรัยแกล้งถามว่ารู้จักกันด้วยหรือ

    “รู้จักสิ ก็วันก่อนโน้น คุณสุดาไปที่บ้านศิลาแดงพร้อมกับคุณหมอรุจน์ไง”

    “แต่เมื่อครู่นี้พี่ได้ยินสุดาเรียกน้องพรว่าอะไรรี่ๆนะ”

    เพ็ญพรใช้ความกะล่อนแก้ตัวน้ำขุ่นๆ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าตรัยรู้แล้วว่าเธอไม่ใช่พรเพ็ญ หลังจากอิ่มหนำสำราญกับมื้อเช้าเรียบร้อย ตรัยเข้าประเด็นสำคัญที่เรียกเพ็ญพรมาพบ เขาตั้งใจจะแฝงตัวเข้าไปสืบคดีในบ้านศิลาแดง แต่เนื่องจากเขาถูกสั่งห้ามเข้าใกล้ที่นั่น จึงต้องขอให้สองสาวช่วยเหลือ

    “ถ้าพี่จะเข้าบ้านศิลาแดงได้ พี่ก็ต้องไม่ไปในฐานะตรัย พี่จะปลอมตัวเข้าไปในบ้านหลังนั้น”...

    จากนั้นสุดากับเพ็ญพรพาตรัยกลับไปที่บ้านของเขาเพื่อแปลงโฉม หลังจากลองปลอมตัวหลากหลายคาแรกเตอร์ ทั้งหนุ่มเกาหลี ทั้งแขกโพกหัว และอื่นๆอีกมากมาย สุดท้ายมาจบที่หนุ่มมาดเชย สวมวิกผมยาว

    เล็กน้อย ติดหนวดและสวมแว่นตากรอบหนาเตอะ เพ็ญพรถูกใจลุคนี้มาก เพราะไม่เว่อร์เกินไป นอกจากจะขอให้เธอช่วยเรื่องปลอมตัวแล้ว ตรัยยังวานให้เธอช่วยกรุยทางให้เขาเข้าไปในบ้านของเธอด้วย...

    ระหว่างที่ตรัยวางแผนจะแฝงตัวเข้าไปสืบคดีในบ้านศิลาแดง พรเพ็ญกับวิทวัสนำอาหารเช้าจะขึ้นไปให้เอกสิทธิ์ที่ห้องพัก แต่เขาหายตัวไปหาทั่วห้องก็ไม่เจอ เธอตกใจจนเป็นลมล้มพับ โชคดีที่วิทวัสรับไว้ทัน

    เอกสิทธิ์ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกเคนจับใส่รถเข็นพาชมอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาลของตนเอง ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตนกับเดือนฉายช่วยกันบุกเบิกมาตั้งแต่ตอนที่เธอเลิกกับเอกสิทธิ์ ความจริงตนต้องขอบใจเขาด้วยซ้ำ ถ้าเขาไม่ทิ้งเดือนฉายวันนั้น ตนกับเธอและเพ็ญพรก็คงไม่มีวันนี้ เคนดีใจมากที่เธอสลัดตัวซวยอย่างเขาออกไปจากชีวิตได้ เอกสิทธิ์อ้าปากจะพูดบางอย่าง แต่เคนรีบตัดบท ไม่ต้องมาแก้ตัวอะไรอีก

    “แกพร้อมจะลุยสวนเสาวรสของฉันหรือยังไอ้เอก” พูดจบเคนเข็นรถพาเอกสิทธิ์ออกไป

    ooooooo

    ทันทีที่พรเพ็ญฟื้นคืนสติ ชวนวิทวัสกับกอล์ฟออกตามหาเอกสิทธิ์ จนกระทั่งมาเจอเคนกำลังเข็นรถเข็นพาท่านซึ่งดูอ่อนแรงเต็มทีชมต้นเสาวรสที่

    กำลังออกผลสะพรั่ง เธอเข้าไปต่อว่าคุณตาว่าคิดจะทำอะไรพ่อของเธอ รู้ทั้งรู้ว่าท่านไม่ค่อยสบาย แล้วท่าทางท่านจะไม่ไหวแล้วด้วย

    “จะมีอะไร พ่อหลานมันก็สำออยเท่านั้นแหละ”

    “ผมว่ารีบพาคุณลุงกลับบ้านดีกว่าครับ ท่านเหนื่อยมาก เดี๋ยวอาการจะทรุดลงไปอีก” วิทวัสรีบเข็นรถเข็นพาเอกสิทธิ์กลับโดยมีพรเพ็ญตามประกบ เคนมองตามน้อยใจคิดว่าหลานเห็นพ่อดีกว่าตนเอง...

    ด้วยความช่วยเหลือของป้าแจ่มและลุงเติม ตรัยจึงแฝงตัวเข้าไปในบ้านศิลาแดงในฐานะญาติห่างๆของทั้งคู่ โดยอ้างกับสโรชาว่าเมียของเขาหอบลูกหนีเข้ากรุงเทพฯ เขาต้องทิ้งงานมาตามหา แต่เงินมีไม่พอค่าเช่าบ้านก็เลยมาขอให้ลุงเติมกับป้าแจ่มช่วย ทีแรกคุณนายเค็มไม่อนุญาตให้อยู่ เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าจ้าง พอเขาเสนอตัวทำงานให้ฟรีๆ ขอแค่ที่ซุกหัวนอนเท่านั้น สโรชาอนุญาตทันที

    “ว่าแต่แกชื่ออะไรล่ะ ฉันจะได้เรียกใช้งานได้ถูก”

    ตรัยกับป้าแจ่มมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน ลุงเติมเผลอตัวจะพูดชื่อตรัย แต่หลุดปากได้แค่ตัว ต.เต่า ป้าแจ่มไวทายาดตะครุบปากไว้ทัน แล้วเล่นไปตามน้ำ บอกว่าญาติของตนชื่อตูบ เพ็ญพรหัวร่อคิก ขณะที่สโรชาบ่นอุบคนอะไรชื่อเหมือนหมา ส่วนตรัยจำต้องปล่อยเลยตามเลย...

    เคนยังงอนหลานรักไม่เลิก เธอทำของว่างมาให้ก็ไม่ยอมแตะต้องทั้งๆที่เป็นของชอบ แถมลุกหนีไปหน้าตาเฉย พรเพ็ญหันไปถามกอล์ฟว่าคุณตาเป็นอะไรไป เขาว่าท่านเป็นโรคขี้น้อยใจ เพราะตั้งแต่เอกสิทธิ์มาอยู่ในบ้านหลังนี้ พรเพ็ญก็ดูแลแต่เขาจนไม่มีเวลาให้ ท่านก็เลยคิดว่าตัวเองหมดความสำคัญ

    “แต่ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะกอล์ฟ”

    “อย่าไปสนใจเลยครับ แกงอนแป๊บๆเดี๋ยวก็หาย ว่าแต่ของว่างอีกจาน ถ้าคุณตาไม่กิน กอล์ฟขอนะ”

    พรเพ็ญไม่ตอบอะไรเพราะมัวแต่มองตามเคนที่เดินไปนั่งหลบมุมอย่างเป็นกังวล ก่อนจะตัดสินใจโทร.ไปปรึกษาน้องสาว จะทำอย่างไรให้คุณตาหายโกรธ เพ็ญพรแนะให้ซื้อยาดองเหล้าของโปรดมาเอาใจ...

    เพ็ญพรวางสายจากพี่สาวแล้วจะกลับห้อง เจอตรัยในคราบนายตูบยืนจ้องอยู่ ถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะแว้ด กลบเกลื่อนมายืนอยู่ตรงนี้นานหรือยัง ได้ยินเธอพูดอะไรหรือเปล่า เขาไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น หรือเธอมีเรื่องต้องปิดบัง เพ็ญพรปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แล้วถามว่ามาหาเธอมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ตรัยจะชวนไปหาหลักฐานในห้องของเชาวน์ด้วยกัน พอดีสองผัวเมียเจ้าของห้องไม่อยู่ เห็นสั่งป้าแจ่มว่าไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อ

    “ตกลง คืนนี้สองทุ่มเจอกัน” เพ็ญพรมองตรัยที่เดินจากไปอย่างโล่งอกที่เขาไม่ติดใจสงสัยอะไร...

    คำแนะนำให้ซื้อยาดองเหล้ามาเซ่นคุณตา ทำเอาป่วนไปทั้งบ้านสวนเสาวรส เพราะวิทวัสคนจัดหายาดองเหล้ามาต้องชวนพรเพ็ญดื่มเพื่อยั่วกิเลสท่าน กว่าเคนจะใจอ่อนยอมดื่มด้วย พรเพ็ญซึ่งไม่เคยแตะต้องของพวกนี้ เริ่มอ้อแอ้ แถมกอล์ฟยังมาร่วมวงดื่มด้วยอย่างสนุกสนาน ในที่สุดทั้งสี่คนพากันเมาหลับ...

    การที่พรเพ็ญเมายาดอง ส่งผลกระทบถึงเพ็ญพรด้วย เดินโซเซมาหาตรัยซึ่งรออยู่ที่สวนข้างบ้าน ก่อนจะหันไปโก่งคออาเจียนใส่พุ่มไม้ เขาทักว่าดื่มเหล้ามาหรือเพราะท่าทางเธอเหมือนคนเมา เธอแว้ดใส่ทันที

    “ฉันยังไม่ได้แตะเหล้าสักหยด ฉันรู้หรอกน่าว่าคืนนี้เรามีเรื่องต้องทำ”

    ตรัยเห็นท่าทางเธอจะไม่ไหว ขอยกเลิกนัดคืนนี้ แล้วช่วยพยุงเธอเข้าบ้าน โดยไม่ทันสังเกตเห็นอาภาพรแอบมองมาจากระเบียงห้อง ครู่ต่อมาเขาพาเพ็ญพรมาถึงหน้าห้องของเธอ ขณะกำลังจะเปิดประตูห้องให้ อาภาพรปรี่เข้ามาด่าว่าเพ็ญพรว่าใฝ่ต่ำอดอยากขนาดคว้าไอ้บ้านนอกนี่มาทำผัว ตรัยในคราบนายตูบพยายามอธิบายแต่เธอไม่ฟัง ยังคงด่าว่าฉอดๆๆ เพ็ญพรฟังอยู่นานทนไม่ไหวก้าวเข้าไปหา ยังไม่ทันจะอ้าปากด่า เกิดคลื่นไส้กะทันหัน อาเจียนใส่อาภาพรเต็มๆ ถึงหยุดปากเสียได้...

    ทางฝ่ายเดือนฉายกลับถึงบ้านในตอนดึก ต้องแปลกใจที่พรเพ็ญนอนหลับอยู่บนโซฟา ขณะที่เคนกับวิทวัสฟุบหลับกับโต๊ะรับแขก ส่วนกอล์ฟนอนแผ่อยู่กลางห้อง

    “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย” เดือนฉายหันไปเห็นโหลยาดองเหล้าที่เกือบหมดตั้งอยู่ ชักสีหน้าไม่พอใจ

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น เดือนฉายเรียกทุกคนมาชำระความที่ห้องรับแขก ทั้งวิทวัส พรเพ็ญและเคนต่างแย่งกันรับผิดต่อเรื่องที่เกิดขึ้น มีเพียงกอล์ฟเท่านั้น ที่ลอยตัวโยนความผิดให้คนอื่นว่ามาชวนตัวเองดื่ม

    “ไม่ต้องแย่งกันรับผิดหรอก เดือนจะลงโทษทุกคนนั่นแหละค่ะ”

    “แกจะไปซีเรียสทำไมยายเดือน นานๆสังสรรค์กันที ก็ปล่อยๆไปบ้างก็ได้ แต่ถ้าแกจะลงโทษใครสักคน มาลงกับพ่อนี่ อย่าไปลงกับหลานๆ” เคนพูดยังไม่ทันขาดคำ วิทวัสกับพรเพ็ญแย่งกันรับผิดอีก เดือนฉายจะยอมยกโทษให้ แต่ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้ามีอีก เธอจะลงโทษทุกคนไม่ไว้หน้า แล้วเหลือบมองนาฬิกา

    “เดือนมีธุระต้องเข้ากรุงเทพฯ หวังว่าวันนี้คงไม่เกิดเรื่องอะไรอีกนะคะ” เดือนฉายพูดจบลุกออกไป...

    จากนั้นไม่นาน พรเพ็ญเดินมาส่งวิทวัสที่รถ ขอโทษที่ทำให้ถูกแม่ต่อว่า และขอบคุณที่ช่วยเหลือเธอนับครั้งไม่ถ้วน เขาขอเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม แล้วเอียงแก้มให้ เธอข่มความอายรีบจุ๊บเขาหนึ่งที ก่อนจะหันหน้าหนีไม่กล้าสบตาด้วย วิทวัสปลื้มมาก

    “ผมชอบคุณนะครับ คุณเพ็ญพร...ผมกลับก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะมาใหม่”

    พรเพ็ญมองตามรถของวิทวัสที่แล่นจากไปอย่าง เสียใจ เพราะคิดว่าเขาชอบเพ็ญพรไม่ได้ชอบตนเอง...

    เดือนฉายโทร.เรียกเพ็ญพรให้ออกมาพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เธอยังเมาค้างจากที่พี่สาวฝาแฝดดื่มยาดองเหล้า ไม่อยากขับรถเอง โทร.ตามสุดาให้มารับ จากนั้น ค่อยๆย่องออกจากบ้าน สโรชาเห็นเพ็ญพรเดินลับๆล่อๆ สะกิดให้เชาวน์ดู เขาตั้งข้อสังเกต หรือว่านังคุณหนูนั่นจะไปหาเอกสิทธิ์ ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างตื่นเต้น แล้วรีบขับรถสะกดรอยตาม เห็นเพ็ญพรเดินไปหน้าปากซอยบ้าน ขึ้นรถคันหนึ่งที่จอดรออยู่...

    ขณะสุดาขับรถไปยังสถานที่นัดหมายกับเดือนฉาย มองทางกระจกส่องหลัง เห็นรถที่บ้านศิลาแดงแล่นตามมาห่างๆ ชี้ชวนให้เพ็ญพรดู เธอเห็นเชาวน์กับสโรชาอยู่ในรถรู้ทันทีว่าถูกสะกดรอยตาม เร่งให้เพื่อนรักสลัดให้หลุด สุดาสวมวิญญาณตีนผีขับปาดซ้ายป่ายขวา หนีรอดจากการติดตามของเชาวน์กับสโรชาไปได้...

    เดือนฉายสมน้ำหน้าลูกสาวคนเล็กเมื่อรู้ว่าเธอเมาเหล้าเหมือนพรเพ็ญไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งๆที่ไม่ได้แตะเหล้าสักหยด แถมต่อว่าซ้ำที่ลูกเล่นพิเรนทร์ไปแนะนำพรเพ็ญให้ซื้อยาดองเหล้าไปให้คุณตา

    “หนูแค่แนะนำให้เอาไปให้คุณตา ไม่ได้บอกให้กินเองสักหน่อยนี่คะ”

    “เรื่องนั้นน่ะช่างเถอะ แม่ไม่ติดใจอะไรแล้ว แต่ที่แม่มานี่ก็เพราะอยากคุยกับหนูอีกเรื่องมากกว่า”

    แค่แม่อ้าปาก เพ็ญพรก็รู้แล้วว่าจะมากล่อมให้เธอกลับบ้านสวน เธอไม่ยอมกลับเด็ดขาด ตราบใดที่ยังจัดการสโรชากับพวกไม่ได้ ไม่ว่าเดือนฉายจะขู่หรือจะขอร้อง เพ็ญพรยืนกรานคำเดิม...

    ระหว่างที่ตรัยในคราบนายตูบกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ในสวนข้างบ้านศิลาแดง บ่นพึมพำเรื่องที่เพ็ญพรออกไปข้างนอกโดยไม่บอกกันสักคำ แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเจอณัฐพงษ์หลับไม่ได้สติอยู่หลังพุ่มไม้ ตรัยเขย่าให้รู้สึกตัว เขานอนนิ่งไม่มีทีท่าจะตื่น แรงเขย่าทำให้ซองยาเสพติดหล่นจากกระเป๋าของเขาตกพื้น ตรัยเห็นพอดี

    “นี่มันยาบ้า คุณณัฐ คุณไปเอายานี่มาจากไหนครับ”

    เสียงวาทินีที่ร้องถามว่านั่นใคร ทำให้ตรัยตกใจ รีบเก็บซองยาใส่กระเป๋ากางเกง แล้วหันไปบอกว่าเจอคุณผู้ชายคนนี้มานอนหลับอยู่ตรงพุ่มไม้ เธอสั่งให้เขาพยุงณัฐพงษ์ไปนอนที่โซฟาในห้องรับแขก เขาทำตามคำสั่งเสร็จ ขอตัวไปทำงานต่อ วาทินีถูกใจรูปร่างกำยำของเขา ซักว่าเพิ่งเข้ามาทำงานใหม่หรือ

    “ครับ คุณผู้หญิงอีกคนเพิ่งรับผมมาเมื่อวานครับ”

    วาทินีอดแปลกใจไม่ได้ทำไมคุณนายเค็มอย่างสโรชายอมจ้างคนสวนเพิ่ม เตือนให้ตรัยระวังจะถูกเบี้ยวเงินเดือน เขาแค่มาขออาศัยระหว่างตามหาลูกเมีย ไม่ได้รับเงินเดือนอะไร ตอนนี้ลำบากมาก เธอพอจะมีงานอะไรให้ทำบ้างไหม เขายินดีทำทุกอย่าง ถูกกฎหมายหรือไม่เขาไม่เกี่ยง วาทินีชักสนใจ แต่ยังไม่ทันจะว่าอะไร สโรชากับเชาวน์เดินหน้าหงิกเข้ามาเสียก่อน เธอเห็นคนสวนคนใหม่อยู่ในบ้านก็โวยวายว่าเข้ามาในนี้ทำไม

    ตรัยเสียดายมาก กำลังจะได้เรื่องจากวาทินีอยู่แล้ว แต่ดันถูกขัดจังหวะเสียก่อน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:42 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์