นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านศิลาแดง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: โพลีพลัส ส่ง "วี-เติ้ล" ประกบฝาแฝด "นิโคล-คามิลล่า" ใน "บ้านศิลาแดง"

    ณ มุมปลอดคนภายในโรงพยาบาล เพ็ญพรกับพรเพ็ญถกกันถึงปัญหาคนมาเยี่ยมไข้พ่อกับแม่ อาจทำให้ความลับของเราสองพี่น้องแตกได้ พรเพ็ญจะยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ เพ็ญพรเห็นด้วย ตราบใดที่ยังจัดการนังแม่เลี้ยงตัวแสบกับบริวารของเธอไม่ได้ จะให้ใครรู้เรื่องของเราไม่ได้

    “ไม่ใช่อย่างนั้น พี่หมายถึงคุณพ่อคุณแม่ของเรายังไม่เข้าใจกันต่างหาก ถ้าเกิดท่านรู้ความจริงว่าเราอยู่ใกล้กันแค่นี้ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

    พลันมีเสียงสโรชาแหวใส่อาภาพรดังมาไกล เรื่องจำไม่ได้ว่าเอกสิทธิ์อยู่ห้องเบอร์ไหน สองพี่น้องฝาแฝดรีบพากันไปซ่อนตัว เห็นสองแม่ลูกตัวร้ายเดินผ่านหน้าไป พรเพ็ญขอตัวไปรับหน้าคุณน้าก่อน

    “เดี๋ยว...คุณน้ามา แต่พี่ไม่ต้องไป ฉันไปเอง” เพ็ญพรว่าแล้วจ้ำพรวดๆไปทันที...

    สโรชาเข้ามาเห็นตรัยเฝ้าเอกสิทธิ์อยู่ในห้องพักฟื้นก็ชักสีหน้าไม่พอใจ พยายามไล่เขาทางอ้อม ตรัยไม่ยอมไปไหนทั้งสิ้นจนกว่าพรเพ็ญจะกลับมา เธออยากรู้ว่านัง ลูกเลี้ยงของเธอไปไหนทำไมไม่อยู่เฝ้าพ่อตัวเอง

    “น้องพรบอกว่าจะออกไปธุระ เดี๋ยวคงมาน่ะครับ”

    “อย่างนัง...เอ๊ย น้องพรเนี่ยนะคะ จะมีธุระอะไรกับใครเขา ชิ หนีไปช็อปปิ้งกับผู้ชายน่ะสิ” อาภาพรใส่ไฟยังไม่ทันขาดคำ เพ็ญพรในคราบพรเพ็ญเปิดประตูห้องพักฟื้นเข้ามา

    “ขี้เม้าท์ชาวบ้าน หาหมอหน่อยไหม ไหนๆมาถึงแล้วเผื่อจะรักษาหาย”

    “นังพร...เห็นไหมคะ มีพี่ตรัยอยู่ด้วยทีไร มันชอบออกฤทธิ์ใส่น้องภาทุกที นิสัย” อาภาพรดัดจริตดีดดิ้น

    เพ็ญพรหมั่นไส้ แกล้งดีดดิ้นท่าเดียวกัน อาภาพรถึงกับปรี๊ดแตก ตรัยต้องขอร้องให้เธอเบาเสียงลงหน่อย คุณลุงกำลังพักผ่อนอยู่ เธอไม่สนใจ พาลแช่งให้เขาตายไวๆ ให้รู้แล้วรู้รอด เพ็ญพรโกรธมากที่เธอลามปาม ต่อยเปรี้ยงเดียวเลือดกำเดากระฉูด อาภาพรฟิวส์ขาดถลาจะตบคืน

    ตรัยรีบโอบกอดเพ็ญพรไว้อย่างปกป้อง ต่างฝ่ายต่างชะงัก หมอรุจน์เปิดประตูห้องเข้ามาพอดี เห็นภาพบาดตาได้แต่ยืนตะลึง เพ็ญพรตั้งสติได้ดันตรัยออกห่าง อาภาพรยังไม่ยอมรามือพุ่งเข้าหาเธออีก แฝดผู้น้องปล่อยหมัดตรงเข้าที่เดิมเป๊ะ คราวนี้หงายเงิบก้นจ้ำเบ้า สโรชาชี้หน้าเพ็ญพรอย่างเอาเรื่อง

    “นังพร หยุดเดี๋ยวนี้นะ...คุณหมอ ช่วยด้วย ลูกฉันเลือดออก”

    “ครับๆ เชิญทางนี้ครับ...ตรัยอย่าเพิ่งไปไหนเดี๋ยวมีธุระสำคัญจะคุยด้วย” หมอรุจน์รีบเดินนำสโรชาที่ประคองอาภาพรออกไป ตรัยหันมาชมเพ็ญพรว่าหมัดหนักใช้ได้

    “ถามจริงเถอะ ทำไมน้องพรถึงเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อย่างกับเป็นคนละคนกัน”

    “ไม่เอาน่าพี่ตรัย อย่าคิดมากสิคะไม่งั้นจะจับให้หมอรุจน์ฉีดยาอีกคนนะ” เพ็ญพรพูดตลกกลบเกลื่อน...

    ทางฝ่ายสโรชาสมกับฉายาคุณนายทะเลเรียกป้า หมอรุจน์ทำแผลให้อาภาพรเสร็จสรรพ ขอไม่จ่ายค่ารักษา ให้เขาแถมไปกับค่าห้องของเอกสิทธิ์ ทั้งที่ทั้งคู่ชวนกันไปช็อปปิ้งต่อ หมอรุจน์ถึงกับเซ็ง

    ooooooo

    ไม่นานนัก หมอรุจน์มาพบตรัยที่ห้องพักฟื้นของเอกสิทธิ์ เพ็ญพรคิดว่าเพื่อนรักจะคุยธุระส่วนตัวกันขอตัวไปรอข้างนอก เขาขอให้เธออยู่ด้วย เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับเธอโดยตรง ระหว่างนั้นสโรชาหามือถือไม่เจอคิดว่า ลืมไว้ที่ห้องพักฟื้นของเอกสิทธิ์ ชวนอาภาพรย้อนกลับมาเอา พอมาถึงหน้าห้องเธอค้นมือถือเจอพอดี

    “โธ่เอ๊ย เหนื่อยฟรี รีบไปเถอะค่ะ” อาภาพรหันหลังจะไป สโรชามองไปในห้องเห็นตรัย หมอรุจน์และเพ็ญพรในคราบพรเพ็ญนั่งหน้าเครียดกันอยู่ คว้าแขนลูกไว้แล้วส่งสัญญาณเป็นทำนองให้เงียบเสียง ค่อยๆเอาหูแนบ

    ประตูห้องแอบฟัง ได้ยินหมอรุจน์เล่าเรื่องที่ณัฐพงษ์มาทำแผลที่นี่เมื่อคืน บาดแผลเหมือนถูกทำร้ายมา จากนั้น เขาพูดถึงอาการป่วยของเอกสิทธิ์ และซักว่าให้เขากินยาตามที่ตนสั่งหรือเปล่า

    “คุณน้าเป็นคนให้”

    “คุณสโรชาเป็นคนให้? ให้หรือเปล่า และที่สำคัญให้อะไร”

    “ไอ้หมอ นี่แกกำลังจะบอกว่า...”

    หมอรุจน์ก็แค่สงสัย แต่ถ้าจะให้ฟันธงคงต้องหลังจากการตรวจเอกสิทธิ์อย่างละเอียดแล้ว เพ็ญพรยุให้ตรวจได้เลย ถ้าผลออกมาว่าใครคิดร้ายกับพ่อ เธอ เอาตายแน่ๆ หมอรุจน์มองเธอแปลกใจในความห้าว

    อาภาพรที่แอบฟังอยู่หน้าห้องหันมองแม่สีหน้า ตื่นๆ “คุณแม่ แย่แล้ว”

    “ไม่มีทาง เชอะ คิดจะเอาฉันตายหรือนังเด็ก เมื่อวานซืน เช็กดวงแกก่อนเถอะว่า ชะตาจะขาดวันไหน ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่...ทั้งก๊ก” สโรชามองพวกที่อยู่ในห้องสีหน้าเหี้ยม ก่อนจะจ้ำพรวดๆกลับไปที่รถ

    อาภาพรโวยวายตามมาด้านหลัง จะรีบร้อนอะไรกันหนักหนา สโรชาต้องรีบไปหาทางจัดการพวกมัน ก่อนที่เราจะโดนพวกมันจัดการ อาภาพรเซ็ง พูดแบบนี้ แสดงว่าไม่ไปช็อปปิ้งแล้วใช่ไหม เธอยังไม่ทันจะตอบคำถาม เจอพรเพ็ญเดินเลี้ยวหัวมุมตึกมาพอดี ต่างฝ่ายต่างชะงัก อาภาพรแปลกใจทำไมนังนี่ลงมาเร็วกว่าพวกเรา เมื่อครู่นี้มันยังอยู่ในห้อง และที่สำคัญไม่ได้สวมเสื้อผ้าชุดนี้ด้วย พรเพ็ญหน้าเสีย กลัวจะถูกจับได้

    “นึกแล้วไม่มีผิด หนีออกไปช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าใหม่ แหม แล้วปล่อยให้พ่อแกนอนพะงาบๆอยู่กับพี่ตรัย ไหนว่ารักพ่อแกนักหนา แกนี่ดราม่าสุดๆ”

    ป่วยการที่พรเพ็ญจะอธิบาย สองแม่ลูกไม่สนใจอะไรทั้งนั้น รุมตบตีเธอคนละทีสองทีโดยที่ไม่มีการตอบโต้ใดๆ สโรชาหาว่าที่เธอไม่กล้าหือเพราะไม่มีตำรวจกับหมอคอยให้ท้าย แล้วเงื้อมือจะตบซ้ำ พรเพ็ญรวบรวมความกล้าผลักสโรชาไปชนอาภาพร พากันล้มกลิ้งไปกับพื้นแล้ววิ่งหนี สองแม่ลูกไล่ตามได้สักพักก็ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นเธอวิ่งไปชนวิทวัส สโรชารีบดึงตัวอาภาพรหลบฉาก พรเพ็ญขอร้องให้เขาช่วยเธอด้วยแล้วหันไปด้านหลังพบแต่ความว่างเปล่า วิทวัสหาว่าเธออำเล่น พรเพ็ญปล่อยโฮ โผกอดเขาไว้แน่น

    “เฮ้ย...ผมล้อเล่น ขอโทษๆๆ ไม่เป็นไรนะ อย่าโกรธ ผมขอโทษ ไปๆกลับไปห้องดีกว่า หายมาตั้งนาน” วิทวัสโอบไหล่เธอพาเข้าด้านใน อาภาพรบ่นอุบ นังคุณหนูนี่ ร้ายกว่าที่เราคิด งาบทั้งตรัยและวิทวัส

    “ก็แกแหละมัวแต่ช้าไม่ทันมันแล้ว...ไม่ได้ ฉันจะปล่อยให้แกงาบอะไรไปไม่ได้ทั้งนั้น นังพรเพ็ญ”

    ooooooo

    เพ็ญพรนั่งมองพ่อที่หลับสนิทด้วยความสงสาร พึมพำเบาๆ ทำไมคนพวกนี้ถึงใจร้ายนัก เดี๋ยวนี้คนเราไม่กลัวตกนรกกันแล้วใช่ไหม ตรัยอมยิ้ม ไม่อยากคิดว่าเธอจะเชื่อเรื่องแบบนี้ด้วย เธอเผลอพูดว่าคุณตาเคยเล่าให้ฟังตอนเด็กๆ แล้วนึกขึ้นได้รีบแก้ไขคำพูดใหม่ว่าพ่อเป็นคนเล่าเรื่องนรกสวรรค์ให้ฟังตลอด

    “อ๋อหรือครับ แล้วคุณลุงเคยเล่าให้ฟังด้วยหรือเปล่าว่าคนโกหก ตายไปก็ต้องตกนรกด้วยนะ โกหกน่ะ ผิดศีล ข้อสาม มุสาวาทา เวระมณี สิขาปะทังสะมาทิยามิ”

    “สาธุ เพิ่งรู้ว่านอกจากจะเป็นตำรวจแล้วยังเป็น นักเทศน์อีก” เพ็ญพรไม่วายแดกดัน เขายื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหู ยังมีอีกหลายเรื่องที่เธอไม่รู้ เพ็ญพรหันไปมองใบหน้าเกือบจะชนกัน ต่างฝ่ายต่างนิ่งงัน พลันที่ทำงานไลน์มาตามตรัย มีเรื่องด่วนให้รีบมาโรงพัก เขาขอตัวไปทำงานก่อน

    “...ไม่ต้องห่วงนะ ตราบใดที่พี่ยังอยู่ พี่จะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคุณลุง แล้วก็...ผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด” ตรัยมองสบตาเพ็ญพรด้วยสายตาเปี่ยมรักก่อนจะเดินออกไป เธอมองตามรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก...

    ทางด้านวาทินีอยากเป็นคุณนายบ้านศิลาแดงตัวซีดตัวสั่น เห็นสโรชาไม่อยู่บ้าน จัดแจงชี้นิ้วสั่งการให้ลุงเติมตัดต้นไม้ในสวนตามที่ตนเองต้องการ เขาพยายามเตือนไม่ให้ไปยุ่งกับต้นไม้ของคุณผู้หญิง แต่เธอไม่ฟัง โวยวายเสียงดังให้ทำตามที่ตนเองสั่ง เชาวน์ได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู พอรู้ว่าเธอสั่งให้ตัดต้นไม้ก็เอ็ดลั่น

    “เดี๋ยวอีแก่กลับมาได้บ้านแตกกันพอดี เอาเวลาไร้สาระมาช่วยฉันคิดดีกว่า ไหนที่เคยบอกว่ามีแผนเด็ด”

    วาทินีส่งสายตาดุให้เชาวน์ แล้วหันไปไล่ลุงเติม ทันทีที่เขาลับสายตา เธอเอ็ดผัวตัวเองจะพูดจาอะไรหัดระวังไว้บ้าง เชาวน์ร้อนใจอยากรู้จะเริ่มแผนกำจัดไอ้ผู้หมวดนั่นเมื่อไหร่ ในเมื่อวันนี้ทางสะดวก สโรชากับอาภาพรไม่อยู่บ้านกว่าจะกลับก็มืดค่ำ เหลือแค่คนรับใช้ วาทินีจะเริ่มแผนการวันนี้เลย จากนั้นเธอวางยาในอาหารที่ป้าแจ่มกับลุงเติมกิน อึดใจก็พากันหลับไม่ได้สติ แล้วหยิบกระดาษที่จดเบอร์โทร.ของตรัยขึ้นมา

    “ว่าแต่เธอมีเบอร์มันได้ยังไง”

    “ก็...ก็ ฉันก็แอบเอามาจากเครื่องลูกสาวพี่นั่นแหละ”

    เชาวน์มองวาทินีอย่างเคลือบแคลงใจ แต่เธอไม่สนใจ พิมพ์ข้อความหาตรัย อึดใจเดียว ข้อความจากเบอร์โทร.ปริศนาถูกส่งเข้ามือถือของผู้หมวดหนุ่ม “มีคนมาหานายเชาวน์ ท่าทางน่าสงสัย ที่บ้านศิลาแดง”...

    ตรัยหลงกลมาตามข้อความที่ส่ง แต่ไม่พบพิรุธอะไร เชาวน์ล่อเขามาตรงหน้าทางเข้าตึกใหญ่ซึ่งมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ แล้วพูดจายั่วประสาทเป็นทำนองจะเคลมพรเพ็ญ ตรัยโกรธกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาต่อย วาทินีแอบถ่ายคลิปไว้ได้ตลอดยิ้มพอใจ เชาวน์แกล้งล้มกลิ้งลงไปนอนกับพื้น พร้อมกับโวยวายเสียงดัง

    “อย่าทำผมเลยครับคุณตำรวจ อยากได้อะไรเอาไป” ไม่พูดเปล่า เชาวน์หยิบเงินส่งให้

    “อย่ายุ่งกับน้องพรเป็นอันขาด บอกลูกชายแกด้วยอีกคน ถ้าแกสองคนยังมายุ่งกับน้องพรอีกล่ะก็ เตรียมตัวไว้ได้เลย ฉันเอาแกตายแน่ ส่วนไอ้เรื่องชั่วๆของแกไว้มีหลักฐานเมื่อไหร่ ฉันไม่ปล่อยไว้แน่” ขู่เสร็จตรัยเดินออกไปอย่างหัวเสีย วาทินีทำทีเข้ามาพยุงเชาวน์ที่ทำสำออยได้โล่เข้าไปในตัวตึก

    ooooooo

    ณัฐพงษ์เพิ่งออกกำลังกายเสร็จ เดินถอดเสื้อเข้ามาเห็นสภาพของพ่อก็ร้องทักว่าไปโดนอะไรมา หน้าตาถึงได้บวมปูดขนาดนั้น วาทินีซึ่งก้มหน้าก้มตาดูคลิปที่ตัวเองถ่ายในมือถือ บอกว่าโดนหมัดของผู้หมวดรูปหล่อมา แล้วเงยหน้าขึ้นมอง เห็นร่างกายกำยำล่ำสันของลูกเลี้ยงถึงกับตะลึง ก่อนจะส่งเสียงหวานให้

    “แผลน้องณัฐนี่ยังไม่หายอีกหรือจ๊ะ พี่เปลี่ยนผ้าพันแผลให้เอาไหม”

    ชายหนุ่มมองหน้าเธอแล้วเบ้ปาก เชาวน์เรียกสติเมียตัวเองให้กลับคืนมา แล้วถามว่าจะเอาอย่างไรต่อไป

    เธอจะเอาคลิปไปตัดต่อแล้วโพสต์ลงในเน็ต ณัฐพงษ์สงสัยไปทำอะไรกันมา

    “ก็แค่เคลียร์ทางให้เราเอาคืนคุณหนูพรได้สะดวกขึ้นแค่นั้นเอง” เชาวน์หัวเราะสะใจ...

    ขณะที่แผนเล่นงานตรัยขั้นแรกสำเร็จด้วยดี เดือนฉายพยายามคาดคั้นให้พรเพ็ญบอกว่าไปโดนอะไรมา เธอได้แต่อึกๆอักๆ วิทวัสหาว่าเธอไปเล่นซนจนหกล้มแต่แล้วเพิ่งสังเกตเห็นชุดที่เธอใส่ ทำไมไม่เหมือนที่เจอกันตอนแรก พรเพ็ญถึงกับไปไม่เป็น เดือนฉายต้องช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้

    “ช่างเถอะตาวัส เรื่องนั้นน่ะ แต่ที่แม่อยากรู้ก็คือหน้าเราไปโดนอะไรมา โดนใครทำอะไรมาบอกแม่สิ”

    ก่อนพรเพ็ญจะถูกแม่คาดคั้นมากไปกว่านี้ หมอกับพยาบาลเปิดประตูห้องเข้ามาแจ้งว่า อาการของเธอปลอดภัยแล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ถ้าอยากกลับบ้านก็กลับได้เลย กอล์ฟดีใจกระโดดตัวลอย ขณะที่พรเพ็ญกับเดือนฉายถึงกับนิ่งอึ้ง เนื่องจากเป็นห่วงเอกสิทธิ์ กอล์ฟมองสองแม่ลูกสลับกันไปมา

    “อ้าว ไหงทำราวกับไม่อยากกลับบ้านกัน ทั้งคุณแม่คุณลูกงั้นล่ะครับ”...

    ระหว่างที่พรเพ็ญเป็นกังวลเรื่องที่แม่จะกลับบ้าน เอกสิทธิ์ฝันร้ายเห็นเดือนฉายกำลังจากไป ส่งเสียงอืออ้า เหมือนไม่อยากให้ไป เพ็ญพรรีบเข้าไปจับมือไว้ ท่านถึงได้สงบ จังหวะนั้นมีเสียงสัญญาณเตือนว่ามีไลน์เข้ามือถือของเธอดังขึ้น เพ็ญพรเปิดดูเห็นพรเพ็ญส่งข้อความมาว่า แม่ต้องกลับบ้านแล้ว ตอนนี้เธออยู่กับแม่ เพ็ญพรส่งไลน์ตอบว่ากลับไปได้เลย ทางนี้ตนจะจัดการเอง

    “ไม่ได้ เป็นห่วงพ่อ”

    “ไม่ต้องห่วง ฝากแม่ด้วย” พิมพ์เสร็จ เพ็ญพรยิ้มพอใจที่จะได้สนุกกับการเอาคืนสโรชากับพวก...

    พรเพ็ญอุตส่าห์หลบมาส่งไลน์ถึงน้องสาว วิทวัสยังตามมาแหย่ไม่เลิกหาว่าเธอแอบมาไลน์หาผู้ชาย พรเพ็ญไม่มีอารมณ์จะคุยเล่น ขยับจะเดินหนี เป็นจังหวะเดียวกับบุรุษพยาบาลเข็นรถเข็นพาเดือนฉายเข้ามาตามให้กลับบ้าน เธออ้าปากจะทักท้วง แต่แม่ชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่า ให้กลับกันได้แล้ว อย่าดื้อกับท่าน พรเพ็ญเถียงไม่ออกจำต้องเดินตาม แม่ กอล์ฟและวิทวัสไปที่ลานจอดรถ

    ooooooo

    ในขณะที่สุดากำลังสไกป์กับเพ็ญพรถึงเรื่องที่เพื่อนสลับตัวกับพี่สาวฝาแฝดอีกครั้ง พร้อมกับท่องเว็บไปด้วย ต้องชะงักเมื่อเห็นคลิปที่วาทินีโพสต์รีบบอกเพื่อนรักว่าแค่นี้ก่อน แล้วคว้าโน้ตบุ๊กวิ่งออกจากห้อง

    “พี่ตรัย พี่อยู่ไหน แย่แล้ว”

    เพ็ญพรได้แต่งุนงง เกิดอะไรขึ้นกับตรัยกันแน่...

    ทันทีที่ตรัยถึงโรงพัก สารวัตรกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เรียกตัวเข้าไปเฉ่งเรื่องคลิปฉาวโพสต์รูปเขา

    กำลังซ้อมเชาวน์ถึงในบ้านของฝ่ายหลัง เขาพยายามจะอธิบายว่าถูกจัดฉาก แต่ไม่มีใครฟัง แถมยังโดนตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกด้วย อีกทั้งสารวัตรสั่งห้ามเขาไปที่บ้านศิลาแดงช่วงนี้

    “แต่ผมได้รับคำสั่งให้ติดตามนายเชาวน์และสาวไปให้ถึงตัวหัวหน้ามันด้วยนะครับ”

    “งั้นผมก็จะมีคำสั่งให้คนอื่นทำแทนคุณ ส่วนคุณ ไม่ต้องทำคดีนั้นและห้ามยุ่งเกี่ยวกับนายเชาวน์นั่นอีกเด็ดขาด” สั่งเสร็จสารวัตรลุกออกไปกับนายตำรวจท่านอื่นๆ ขณะที่ตรัยทิ้งตัวลงนั่งอย่างเซ็งจัด...

    สโรชาถึงกับปรี๊ดแตกเมื่อรู้จากลุงเติมว่าวาทินีบังอาจมาจุ้นจ้านกับสวนสวยของตน ปรี่เข้าไปจะตบสั่งสอน เธอชี้หน้าสั่งให้เปลี่ยนจากจะตบมาเป็นกราบถึงจะถูก สโรชาชี้หน้าคืนบ้าง

    “นังสก๊อย...แกนี่มันเกินเยียวยาแล้ว น้ำหน้าอย่างแกนี่นะ จะให้ฉันกราบ”

    “น้ำหน้าอย่างฉันนี่แหละที่แกต้องกราบ เพราะแกก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าฉันกำเรื่องเน่าๆอะไรของใครไว้บ้าง ยังไม่จบ ฉันยังฉลาดสุดๆ ถึงขนาดจัดการเฉดหัวตัวอันตรายของบ้านศิลาแดงออกไปเรียบร้อยแล้ว แค่นี้แกก็น่าจะกราบฉันงามๆสัก 3 ทีแล้วนะคะคุณป้า”

    “ตัวอันตรายของบ้านศิลาแดง? แกหมายถึงใคร”

    วาทินีเปิดคลิปตัดต่อที่ตัวเองโพสต์ภาพตรัยกำลังซ้อมเชาวน์ให้ดูแทนคำตอบ อาภาพรโกรธจัดที่เห็นพี่ตรัยสุดเลิฟของตัวเองถูกจัดฉากจนทำให้เขามาเหยียบที่นี่ไม่ได้อีก ตรงเข้าตบตีวาทินีอุตลุด เชาวน์กับสโรชาต้องช่วยกันจับแยก อาภาพรแค้นไม่หายชี้หน้าด่าวาทินีซ้ำว่านังสก๊อยบ้า มาทำกับพี่ตรัยของตนแบบนี้ทำไม

    “คุณป้า ตอบลูกสาวคุณป้าสิว่าฉันทำอย่างนั้นทำไม แล้วไอ้ที่ฉันทำน่ะ ถือเป็นบุญคุณต่อผัวเก่าคุณป้า ต่อคุณป้าและลูกๆคุณป้าขนาดไหน” วาทินีมองเชิด อาภาพรร้องไห้สะอึกสะอื้น ขอให้แม่เฉดหัวนังสก๊อยไปจากที่นี่ สโรชากลับชื่นชมวาทินีว่าทำดีมาก อาภาพรถึงกับตะลึงพูดอะไรไม่ออก

    “แม่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าให้อยู่ห่างๆหมวดตรัยนั่น มันเป็นตัวอันตรายสำหรับพวกเรา มันไปไกลๆพ้นๆ

    จากบ้านนี้ได้น่ะดีแล้ว เอาล่ะ จบเรื่อง แยกย้ายใครจะไปไหนไปทำอะไรก็ไปๆซะ ฉันล่ะปวดหัว”

    อาภาพรเจ็บใจมาก ประกาศลั่น หากตรัยมาที่นี่ไม่ได้ เธอก็จะเป็นฝ่ายไปหาเขาเอง แล้วผลักหัววาทินีหน้าคว่ำ ก่อนจะเดินกระแทกเท้าปังๆออกไป สโรชาเตือนวาทินีอย่าย่ามใจว่าถือไพ่เหนือกว่า

    “เล่นไพ่กับฉันฉันก็พร้อมจะล้างไพ่ใหม่ได้ตลอดเวลา จำใส่กะโหลกไว้...ไปตาณัฐ” สโรชาว่าแล้วเดินออกไปกับณัฐพงษ์ วาทินียักไหล่ไม่ยี่หระ อยากจะรู้เหมือนกัน ระหว่างนังป้าแก่กับสาวสก๊อยอย่างตน ใครจะอยู่ใครจะไป เชาวน์ได้แต่ส่ายหน้า ระอาใจ...

    ทางด้านสโรชายังคาใจไม่หายว่าลูกชายไปถูกใครทำร้ายมา ณัฐพงษ์ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร จึงโกหกว่าถูกพรเพ็ญทำร้าย เนื่องจากเขาได้ยินเธอด่าแม่ เขาก็เลยไปด่าคืน เธอโกรธเอามีดแทงเขา

    “เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เอง...นังพร” สโรชากำมือแน่นด้วยความแค้น...

    ตรัยแปลกใจมากทำไมเพ็ญพรถึงรู้เรื่องที่เขาถูกผู้บังคับบัญชาเล่นงาน เธอเกือบหลุดปากว่าสุดาเล่าให้ ฟังแต่ยั้งไว้ทัน โกหกว่าเปิดเจอในเน็ต แล้วขอโทษเขาด้วยที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะพวกตน

    “พี่เต็มใจ อีกอย่างมันเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ดีที่ต้องปกป้องคนดีและปราบปรามคนชั่ว” ตรัยว่าแล้วลูบผมเพ็ญพรอย่างทะนุถนอม “น้องพร ต่อจากนี้ไป ต้องระวังตัวให้มากขึ้นนะครับ เพราะพี่คงจะดูแลน้องพรและคุณลุงได้ไม่เหมือนเดิม พี่ถูกสั่งไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับนายเชาวน์และห้ามเข้าไปในบ้านศิลาแดงอีก”

    ooooooo

    เคนเห็นเดือนฉายเสร็จธุระแล้ว จัดแจงชวนกลับบ้านสวนเสาวรส ทั้งแม่ทั้งลูกไม่มีใครอยากจะกลับ เพราะต่างเป็นห่วงเอกสิทธิ์ โดยเฉพาะเดือนฉายอ้างกับพ่อว่าเป็นห่วงงานทางนี้ ไหนจะงานเปิดตัวน้ำผลไม้ตัวใหม่ แล้วไหนจะบริษัทของคู่ค้าที่วิทวัสบอกว่าทางนั้นอยากเจอเรา

    “เอ่อ ผมว่าไม่เจอจะดีกว่าครับ คือผมเช็กประวัติดูแล้ว ผมว่าไม่น่าคบเท่าไหร่น่ะครับ”

    “ขนาดนั้นเลยหรือ เขาเป็นใครตาวัส 18 มงกุฎล่ะสิ”

    วิทวัสไม่กล้าบอกว่าณัฐพงษ์ที่เคยทำไม่ดีกับพรเพ็ญเป็นลูกชายของสโรชา ได้แต่บอกว่าอย่าคบหากันจะดีกว่า เคนเสนอให้เดือนฉายกลับบ้านสวน ปล่อยให้งานทางนี้ให้เด็กๆดูกันไปเองจะดีกว่า

    “ไอ้กอล์ฟ อยู่ช่วยคุณเพ็ญกับคุณวัสทางนี้”

    กอล์ฟแทบจะโดดตัวลอย แต่ตัวหนักเกินไปโดดไม่ขึ้น ดีใจที่จะได้อยู่เที่ยวในกรุงเทพฯต่อ...

    หลังจากส่งเคนและเดือนฉายกลับบ้านสวนเสาวรสเรียบร้อย วิทวัสพากอล์ฟกับพรเพ็ญในคราบเพ็ญพรเที่ยวสวนสนุกจนกอล์ฟหมดแรงนอนแผ่ไปสนุกต่อไม่ไหว วิทวัสพยายามจะแซะให้เขาไปเที่ยวเล่นต่อ แต่เขายืนกรานไม่มีแม้แต่แรงจะลุกขึ้น วิทวัสจึงปล่อยเขาไว้ตรงนั้นแล้วจูงมือพรเพ็ญไปเล่นเครื่องเล่นกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา เธอชวนวิทวัสกลับไปหากอล์ฟ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง

    วิทวัสเห็นเธอห่วงใยคนอื่น ถึงกับออกปากว่าเธอเหมือนมีสองคนในร่างเดียวกัน บางทีเธอดูจะไม่สนใจใครเลย แต่บางทีก็ดูห่วงใยคนโน้นคนนี้ ตกลงเธอเป็นอย่างไรกันแน่ พรเพ็ญหลบตา พึมพำเบาๆ

    “ก็ไม่รู้สิ อาจจะเป็นทั้งสองแบบอย่างที่คุณพูดก็ได้”...

    เมื่อได้ผลตรวจร่างกายของเอกสิทธิ์ หมอรุจน์เข้ามาแจ้งเพ็ญพรในคราบพรเพ็ญว่าพบสารพิษปนเปื้อนอยู่ในร่างกายของเขาจำนวนมาก แม้อาการจะดีขึ้น แต่ก็ต้องใช้เวลาในการขับสารพิษเหล่านั้น ทั้งตรัยและเพ็ญพรต่างอึ้ง...

    ฝ่ายสโรชาเห็นใบแจ้งหนี้ค่าบัตรเครดิตของลูกทั้งสองคนแล้ว ลมแทบจับ เรียกทั้งอาภาพรและณัฐพงษ์มาเฉ่งที่ใช้เงินราวกับเบี้ย เขาไม่เข้าใจแม่จะบ่นทำไมในเมื่อไอ้แก่นั่นรวยเว่อร์ขนาดนั้น สโรชาอธิบายว่าเอกสิทธิ์รวยแต่ตนเองไม่ แม้ตนจะเป็นเมีย แต่ทรัพย์สินทุกอย่างเป็นชื่อของเขา

    “งั้นก็รีบๆทำให้มันกลายมาเป็นของเราเร็วๆสิครับคุณแม่” จังหวะนั้นมีไลน์เข้ามือถือของณัฐพงษ์ เขาอ่านเสร็จก็ลุกขึ้น “ไปล่ะ น้องๆเรียกแล้ว อยู่บ้านโดนแม่ด่าแล้วมันเซ็ง ออกไปหาความสุขข้างนอกดีกว่า”

    “หนูด้วย พี่ตรัยไม่มาหา บ้านนี้ก็ไม่มีความหมาย ออกไปหาความสุขข้างนอกแป๊บนะคะคุณแม่”

    สโรชามองลูกๆที่เดินจากไปอย่างเคืองจัด งานการไม่เคยช่วยทำ วันๆเอาแต่ผลาญเงิน บ่นเสร็จเดินไปหยิบขวดยาพิษที่ซ่อนไว้ออกมาดู “หนังเหนียวจริงๆ แล้วเมื่อไหร่ฉันจะรวยกับเขาสักทีล่ะ ตาแก่เอ๊ย”

    ooooooo

    ในเวลาเดียวกัน ที่ซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งเชาวน์มีนัดมารับยาเสพติด หนึ่งในแก๊งค้ายาโยนกระเป๋าโทรมๆใบหนึ่งให้ คุยเขื่องแม้ข้างนอกมันจะเก่าโทรม แต่ข้างในมีของมูลค่ามหาศาล แล้วเตือนเชาวน์อย่าทำพลาดอีกไม่อย่างนั้นงานนี้เละเป็นโจ๊กโดนระเบิดแน่ และกำชับอย่าลืมจ่ายเงินให้ครบด้วย

    เชาวน์พยักหน้ารับรู้ คว้ากระเป๋าเดินลั้นลามาตามทาง ต้องตกใจที่เจอตรัยดักหน้าอยู่ เขารีบปรับสีหน้าเป็นปกติ สั่งให้ตำรวจหนุ่มหลีกทาง หากมายุ่งกับตนอาจถูกเด้งได้

    “ยุ่งตรงไหน ยังไม่ได้ยุ่งอะไรเลย ฉันถูกห้ามเข้าบ้านศิลาแดงแต่ไม่ได้ห้ามให้มายืนตรงนี้ ในกระเป๋ามีอะไร” พูดไม่ทันขาดคำ เชาวน์เผ่นแน่บ ตรัยไล่กวดไปติดๆ

    พลันมีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งโฉบเข้ามา เชาวน์โยนกระเป๋าใส่ยาเสพติดให้คนขี่ซึ่งสวมหมวกกันน็อก ก่อนจะเร่งเครื่องหนีไปอย่างรวดเร็ว ตรัยโกรธมากกระชากคอเสื้อเขาจะเอาเรื่อง เชาวน์แหกปากขอความช่วยเหลือลั่นซอยว่าถูกตำรวจซ้อม ชาวบ้านออกมามุงดู ผู้หมวดหนุ่มรู้ทันทีว่างานนี้ซวยแน่นอน...

    เป็นอย่างที่ตรัยคาดไว้ สารวัตรเรียกตัวเขาไปพบที่ห้องทำงาน เล่นงานอย่างหนักที่ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา สั่งพักงานไม่มีกำหนด โดยไม่ฟังคำชี้แจงใดๆ...

    ภายในห้องรับแขกของบ้านศิลาแดง เชาวน์รู้เรื่องที่ตรัยโดนพักงานก็หัวเราะสะใจที่บังอาจมาซ่ากับตนเอง สโรชาอดหวั่นใจไม่ได้ เตือนให้เขาระวังตัวเอาไว้บ้างอย่าซ่าให้มากนัก เดี๋ยวจะไปซ่าในคุกแทน

    “ฝันไปเถอะ มีแต่จะรวยจนจุกล่ะไม่ว่า เพราะงวดนี้...อื้อซ่าเลย”

    สโรชาหน้าตาตื่นเหลียวซ้ายมองขวากลัวใครจะได้ยิน เตือนอย่าพูดดังไป ทำอะไรให้นึกถึงลูกบ้าง เชาวน์นึกถึงตลอดถึงได้ทำแบบนี้ ขืนลูกรอมรดกจากผัวแก่ของเธอคงได้อดตายกันหมด

    “จะทำอะไรก็ไปทำที่อื่นแล้วกัน อย่าให้ฉันกับลูกเดือดร้อน”

    “ไม่ทันแล้วล่ะค่ะป้า” วาทินีในชุดเดียวกับมอเตอร์ไซค์ที่เชาวน์โยนกระเป๋าใส่ยาเสพติดให้มือหนึ่งถือหมวกกันน็อก อีกมือหนึ่งถือกระเป๋าใบนั้นเดินยิ้มเข้ามา “ยังไงก็ต้องเอามาไว้ที่นี่ก่อนล่ะ”

    สโรชาตกใจมาก ขณะที่เชาวน์ยิ้มภูมิใจที่เมียเด็กของตัวเองทำงานสำเร็จ...

    ทางด้านตรัยแวะมาคุยปรับทุกข์กับเพ็ญพรเรื่องถูกพักงาน แม้คราวนี้จะถูกเจ้านายเล่นงานหนัก แต่เขาก็ไม่ถอดใจ ยืนหยัดจะสู้ต่อไปเพื่อความถูกต้อง เพ็ญพรถึงกับอึ้ง

    “ไง...นึกว่าในโลกนี้มีเราเฮี้ยวได้คนเดียวหรือไงครับ น้องพรยังรู้จักพี่น้อยไปซะแล้วครับ เราอาจจะยังไม่รู้จักตัวจริงของกันและกันอย่างแท้จริง แต่เวลาจะทำให้เรารู้จักตัวจริงของเรามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ก็จะคอยปกป้องคนที่พี่รักและเป็นห่วงตลอดไป”

    แม้เพ็ญพรจะรู้สึกได้ถึงคำพูดเป็นนัยๆของตรัย แต่ด้วยน้ำเสียงและสายตาที่บ่งบอกถึงความห่วงใย ทำให้เธออบอุ่นใจจนลืมความสงสัยไปเสียสิ้น...

    ดึกแล้ว เพ็ญพรยังนอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงคำพูดของหมอรุจน์ที่บอกว่าพบสารพิษในเลือดของพ่อ หันมองพ่อที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงผู้ป่วย ก่อนจะคว้ามือถือขึ้นมาส่งไลน์ถึงแม่

    “พรุ่งนี้แม่มาเจอเพ็ญหน่อยนะคะ เพ็ญมีเรื่องสำคัญจะบอก”

    ooooooo

    เพ็ญพรมาเจอกับเดือนฉายตามนัด เพื่อแจ้งให้ทราบว่าจะไม่ส่งพ่อกลับบ้านศิลาแดง แต่จะพาไปพักรักษาตัวที่บ้านสวนเสาวรส เนื่องจากหมอรุจน์ตรวจเจอสารพิษในเลือดของพ่อ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นฝีมือใคร เพียงแต่ตอนนี้เธอยังไม่มีหลักฐาน ก็เลยเล่นงานพวกนั้นไม่ได้ เดือนฉายตกใจ

    “หมายความว่าลูกจะให้คุณพ่อมาอยู่ แต่ลูกยังจะอยู่ที่บ้านศิลาแดง!”

    “ค่ะ เพ็ญต้องหาหลักฐานจับคนที่วางยาพ่อให้ได้”

    เดือนฉายขอร้องลูกให้ล้มเลิกความคิด แต่เธอไม่เปลี่ยนใจ ขอทำอะไรเพื่อพ่อบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ทำให้เธอเกิดมา แม้เดือนฉายจะยอมให้เอกสิทธิ์มาอยู่ด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าเคนจะยอมหรือเปล่า

    “เพ็ญคิดไว้แล้วค่ะว่าต้องทำอย่างไร” เพ็ญพรยิ้มเจ้าเล่ห์...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากรู้เรื่องที่เพ็ญพรจะให้พ่อมาอยู่ที่บ้านสวนเสาวรส พรเพ็ญรีบเก็บกวาดทำความสะอาดห้องพักรับรองแขก เคนมาเห็นเข้าก็ถามว่าจะทำไว้ให้ใครมาอยู่ เธอปดว่าไม่มี แค่ทำเผื่อไว้เท่านั้น แต่เขาไม่เชื่อ ในเมื่อถามแล้วไม่ยอมบอก เขาจึงต้องขอร้องให้วิทวัสช่วยไปตะล่อมถาม นอกจากจะไม่ได้คำตอบอะไรแล้ว ชายหนุ่มยังไปช่วยพรเพ็ญเก็บกวาดทำความสะอาดห้องอีกต่างหาก...

    เมื่อแผนการที่วางไว้ลงตัว เพ็ญพรขออนุญาตหมอรุจน์พาพ่อกลับ เขาเห็นดีด้วย หากคนไข้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน ทำให้มีกำลังใจ อาจจะฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เธอไม่ได้จะพาพ่อกลับบ้านศิลาแดง แต่จะพาไปที่อื่น

    “คุณหมอต้องสัญญากับฉันนะคะว่าจะไม่บอกใครว่าฉันพาพ่อไปอยู่ที่ไหน”

    หมอรุจน์ยังไม่ทันจะว่าอะไร ตรัยที่เพิ่งมาถึง ร้องถามเสียก่อนว่าเธอจะเอาคุณลุงไปที่ไหน เพ็ญพรในคราบพรเพ็ญไม่ตอบเดินหนี เขาตามมาคาดคั้นให้บอก เผื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นจะได้ไปช่วยทัน เธอกลัวเขาจะเผลอบอกอาภาพร เขาน้อยใจที่เธอหาว่าปากไม่มีหูรูด เพ็ญพรไม่ได้คิดอย่างนั้น แค่ไม่อยากให้เขาต้องวุ่นวายกับเรื่องนี้อีก แค่เขาถูกพักราชการ เธอก็รู้สึกผิดจะแย่แล้ว พูดจบขอตัวไปดูแลพ่อ...

    ด้วยความที่อยากรู้มากว่าเพ็ญพรมีแผนการอะไรกันแน่ ตรัยจึงไปขอให้หมอรุจน์ช่วย เขารับปากจะแจ้งที่อยู่ของเอกสิทธิ์ให้เพื่อนรับรู้เพราะต้องไปตรวจท่านทุกอาทิตย์อยู่แล้ว ตรัยฝากเขาดูแลเรื่องนี้ด้วย

    “แกดูเป็นห่วงคุณพรมากเลยนะ”

    “ก็ต้องห่วงสิ ผู้หญิงตัวเล็กๆแต่ต้องอยู่ท่ามกลางเสือสิงห์กระทิงแรดที่พร้อมจะขย้ำทุกเมื่อ จะไม่ให้ห่วงได้ไง” พูดจบตรัยถอนใจ หนักใจ หมอรุจน์มองเพื่อนรักแล้วหน้าจ๋อย เพราะตัวเองก็แอบชอบพรเพ็ญเช่นกัน...

    ขณะที่เพ็ญพรวางแผนจะพาพ่อไปซ่อนตัวจากพวกที่คิดร้าย ณัฐพงษ์กำลังนั่งจิบไวน์ตอนที่เห็นวาทินีถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงระยับเข้ามา ก็พุ่งใส่ เธอคิดว่าเขาพิศวาสจะเข้ามาจูบ เขากลับกระชากกระเป๋าไปดู ก่อนจะถามเสียงเข้มว่าพ่อของตนมีเงินซื้อกระเป๋าแพงๆให้ด้วยหรือ เธอเฉลยว่าเชาวน์ไม่ได้ซื้อให้ เธอซื้อเองด้วยเงินที่ได้จากค้ายาบ้า แล้วหยิบซองใส่ยาบ้าขึ้นมาอวด

    “สนหรือเปล่าล่ะ ขายง่ายๆได้เงินง่ายๆ หรืออยากเอาไปลองก่อนก็ได้ จะได้รู้ว่ามันดีมากแค่ไหน ฉันขายให้ราคาทุน เอาไหม” วาทินีเอาซองยาบ้าโบกยั่วน้ำลาย ณัฐพงษ์มองสนใจ แต่ยังไม่ทันจะว่าอะไร สโรชาเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน วาทินีรีบเอาซองยาเก็บ เธอปราดมากั้นกลาง ถามเสียงเขียวว่า

    “คิดจะทำอะไรลูกฉัน”

    “แม่เลี้ยงอย่างฉันไม่ทำอะไรลูกเลี้ยงหรอก ป้าไม่ต้องห่วง” วาทินีว่าแล้วเดินนวยนาดออกไป สโรชาห้ามณัฐพงษ์ยุ่งกับผู้หญิงของพ่อตัวเองเด็ดขาด เขาไม่เคยคิดอะไรด้วย ผู้หญิงอย่างวาทินีไม่ใช่สเปกของตน

    ooooooo

    เช้าวันถัดมา พี่น้องฝาแฝดเดินตามแผนการที่วางไว้ โดยที่พรเพ็ญหลอกพาคุณตากับกอล์ฟไปปิกนิกข้างนอก ระหว่างที่เพ็ญพรพาพ่อมาที่บ้านสวน แต่แล้วเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น รถดันสตาร์ตไม่ติด

    พรเพ็ญครุ่นคิดหนัก จะทำอย่างไรดี แล้วนึกถึงวิทวัสขึ้นมาได้ จึงวานเขาขับรถมารับ

    ระหว่างเดินทางไปปิกนิก กอล์ฟเกิดปวดท้องหนักกะทันหัน ร้องจะกลับบ้าน พรเพ็ญห้ามเสียงหลง ขืนย้อนกลับไปจะเสียเวลาเปล่าๆ ใช้ทุ่งนาแถวนี้ไปก่อนก็แล้วกัน กอล์ฟส่ายหน้าดิก

    “ไม่ดีหรอกครับ กอล์ฟไม่ชิน มันสกปรก กอล์ฟขอร้อง ช่วยพากอล์ฟกลับบ้านที” พูดไปกอล์ฟปล่อยกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาด้วย ทุกคนเบ้หน้ากดกระจกรถลงแทบไม่ทัน พรเพ็ญใจคอไม่ดีที่ต้องกลับบ้านก่อนเวลา แต่สุดท้ายก็ไม่ต้องกลับ วิทวัสต้องจอดรถข้างทางเสียก่อน เพราะกอล์ฟอั้นไม่ไหว...

    ในเวลาต่อมา รถพยาบาลนำตัวเอกสิทธิ์กับเพ็ญพรมาถึงบ้านเสาวรส เดือนฉายซึ่งรออยู่ด้วยความกระวนกระวายใจ รีบเข้าไปหา เอกสิทธิ์เห็นหน้าเธอถึงกับน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิด เธอทำเมินไม่สนใจ หันไปเร่งลูกให้รีบพาเขาเข้าบ้าน ครู่ต่อมาเจ้าหน้าที่และนางพยาบาลช่วยกันนำตัวเอกสิทธิ์ขึ้นนอนบนเตียงในห้องรับรองแขก เพ็ญพรบอกให้ทั้งคู่ลงไปรอข้างล่างก่อน แล้วเดินมานั่งข้างๆพ่อ จับมือเอาไว้

    “คุณแม่กับพี่พรจะเป็นคนคอยดูแลคุณพ่อ ส่วนเพ็ญจะกลับไปจัดการคนที่มันทำร้ายคุณพ่อค่ะ คุณพ่อต้องรีบกลับมาแข็งแรงเร็วๆนะคะ เพ็ญสัญญาว่าเพ็ญจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”

    เดือนฉายมองภาพพ่อลูกผูกพัน ได้แต่สะท้อนใจ สักพักเพ็ญพรก็ขอตัวกลับ เดือนฉายเตือนลูกอย่าประมาทเด็ดขาดคนพวกนั้นเลือดเย็นกว่าที่ลูกคิด เพ็ญพรปลอบแม่ ไม่ต้องเป็นห่วง เธอเอาตัวรอดได้ เดือนฉายดึงลูกมากอด ก่อนจะปล่อยให้เธอไปทำตามที่ตั้งใจ

    เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง เดือนฉายบอกกับเอกสิทธิ์ที่นอนมองตาแป๋วว่าที่ช่วยเขาไม่ใช่เพราะให้อภัย แต่ทำเพื่อลูกๆ แล้วเดินออกจากห้อง ปล่อยให้เอกสิทธิ์นอนน้ำตาไหลด้วยความสำนึกผิดที่แน่นอยู่ในอก...

    ทางด้านสโรชาโวยลั่นเมื่อรู้จากหมอรุจน์ว่าเพ็ญพรในคราบพรเพ็ญพาเอกสิทธิ์ออกจากโรงพยาบาล ไปแล้ว และไม่รู้ว่าไปที่ไหน ขู่จะฟ้องทั้งเขาและโรงพยาบาลฐานปล่อยให้เธอลักพาตัวเอกสิทธิ์ไป จังหวะนั้นตรัยเข้ามาทักท้วงสโรชาว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ น้องพรเป็นลูกของเอกสิทธิ์ ย่อมมีสิทธิ์พาพ่อตัวเองไปไหนก็ได้

    สโรชารู้ตัวว่าเถียงไปก็ไม่ชนะ มองตรัยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะเดินออกไปกับอาภาพรอย่างหัวเสีย ตรัยรีบโทร.หาเพ็ญพรเพื่อเตือนให้ระวังสโรชา

    แต่เธอไม่รับสาย จึงไลน์ไปบอกว่าหากจะเข้าบ้านให้โทร.หาตนก่อน หมอรุจน์เห็นดีด้วยเพราะคนอย่างสโรชาคงไม่ยอมให้ใครมาลูบคมง่ายๆ...

    ทางด้านอาภาพรไม่เข้าใจ ทำไมแม่ต้องฉุนเฉียวขนาดนี้ด้วย น่าจะสบายใจมากกว่าที่ไอ้แก่นั่นไปอยู่ที่อื่น เราจะได้ไม่ต้องดูแลให้เมื่อย สโรชาเอานิ้วจิ้มหัวลูกจนหน้าหงาย ด่าซ้ำรู้จักหัดใช้สมองบ้าง

    “ถ้าเกิดคุณเอกหายดี เขาไม่ปล่อยฉันไว้แน่ เขาต้องแจ้งความจับฉันเพราะเขารู้ว่าฉันทำอะไร คราวนี้แหละ เงินก็ไม่ได้แถมยังต้องติดคุกหัวโต” คำพูดของสโรชาทำเอาอาภาพรหน้าเสียกลัวโดนหางเลขไปด้วย...

    ในขณะนั่งกินอาหารด้วยกัน วิทวัสสังเกตเห็นพรเพ็ญในคราบเพ็ญพรเอาแต่มองมือถือ ร้องทักว่ารอโทรศัพท์ใครอยู่หรือ เธอปฏิเสธว่าเปล่า ยังไม่ทันขาดคำมีเสียงสัญญาณมีข้อความเข้าดังขึ้น เธอรีบกดดู เพ็ญพรไลน์มาบอกว่าภารกิจเรียบร้อย พรเพ็ญยิ้มโล่งอก วิทวัสเห็นสีหน้าเธอแล้วก็พึมพำอย่างน้อยใจ

    “ไหนบอกว่าไม่ได้รอใคร ยิ้มซะหวานเชียว”...

    ฝ่ายเพ็ญพรเห็นมิสคอลนับสิบสายจากตรัยก็รีบโทร.กลับ เขานัดให้เธอมาพบที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เพื่อเตือนว่าสโรชารู้เรื่องที่เธอเอาเอกสิทธิ์ไปซ่อน เธอกลับถึงบ้านศิลาแดงจะได้รับมือถูก

    “เออ...ว่าแต่ น้องพรพาพ่อน้องพรไปที่ไหน”

    “ถามอีกแล้ว เอาเป็นว่าถึงเวลาเมื่อไหร่ พรจะบอกเอง ต่อจากนี้ก็เริ่มแผนขั้นต่อไปได้เลย”...

    เดือนฉายตัดสินใจสารภาพความจริงกับเคนเรื่องที่พาเอกสิทธิ์มารักษาตัวที่บ้านสวนทันทีที่เขากลับจากไปปิกนิก พรเพ็ญขอโทษคุณตาด้วยที่ไม่ได้บอกก่อนหน้าเพราะกลัวจะไม่อนุญาตให้พ่อของเธออยู่ที่นี่

    “ตาเป็นตาของเพ็ญ เป็นครอบครัวของเพ็ญ ถ้าคนในครอบครัวเดือดร้อนทำไมตาจะไม่ช่วย”

    ทั้งพรเพ็ญและเดือนฉายต่างดีใจที่เคนอนุญาต เอกสิทธิ์เองก็น้ำตาคลอดีใจเช่นกัน...

    ทันทีที่เพ็ญพรกลับถึงบ้านศิลาแดง สโรชาเดินนำ อาภาพรและณัฐพงษ์เข้ามาล้อมกรอบ ถามว่าเอาเอกสิทธิ์ไปไว้ไหน ทำไมไม่พากลับมารักษาตัวที่นี่ พาไปที่อื่นจะปลอดภัยเท่าที่นี่ได้อย่างไร เพ็ญพรกลับไม่คิดเช่นนั้น ที่อื่นน่าจะปลอดภัยกว่าที่นี่ อาภาพรโวยลั่น พูดแบบนี้เหมือนกับว่าแม่ของตนทำร้ายเอกสิทธิ์

    “แล้วคุณน้าทำร้ายคุณพ่อหรือเปล่า” เพ็ญพรไม่พูดเปล่า ก้าวเข้าไปประจันหน้ากับสโรชา

    “น้าเป็นเมียพ่อหนูนะ น้าจะทำร้ายคนที่น้ารักได้อย่างไรกัน”

    “เอาเป็นว่าคุณพ่อสบายดี และอีกไม่นานก็จะกลับมาพูด กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เหมือนเดิม” เพ็ญพรเห็นสามคนแม่ลูกพากันหน้าเสีย รุกไล่ทันที “ดีใจจนพูดไม่ออกเลยหรือคะ พรขอตัวก่อน กู๊ดไนท์ฝันดีค่ะทุกคน” เพ็ญพรยิ้มเยาะ แล้วเดินจากไป สามคนแม่ลูกแทบกระอัก มองหน้ากันไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:42 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์