นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



    วันรุ่งขึ้น ท่านติ๋วได้รับแจ้งจากหญิงเล็กเรื่องการจากไปของคุณตา เธอแสดงความเสียใจกับหญิงเล็กแล้วตั้งใจจะไปงานศพพร้อมท่านต้อม ส่วนท่านตุ้มจะชวนหญิงอ้อมไปรับพจมานไปวัดด้วยกันตอนเย็น ท่านติ๋วได้ยินดังนั้นก็ชักสีหน้าไม่ชอบใจ ตวัดเสียงใส่น้องสาวว่า

    “แล้วแม่คนนั้นไปเกี่ยวอะไรด้วย ก็แค่คนอาศัย”

    ท่านต้อมฟังแปร่งหู ท้วงท่านติ๋วว่าพจมานก็เป็นหลานท่านเจ้าคุณเหมือนกัน ท่านติ๋วบอกว่าไม่มีใครเขานับมันเป็นญาติหรอก ท่านตุ้มปากไวตามเคย ปกป้องเพื่อนรักทันใดว่า

    “อ๋อ...พจเขาก็ไม่ได้อยากนับเหมือนกันแหละค่ะ”

    “เอ๊ะ หญิงตุ้มนี่ แตะนั่งนั่นล่ะเป็นไม่ได้เลย เห็นมันดีกว่าพี่อย่างนั้นหรือ”

    “ไม่ทะเลาะกันค่ะ หญิงตุ้ม” ท่านต้อมส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามน้องคนเล็กไม่ให้ต่อความยาว แต่ดูท่าว่าจะยากเพราะท่านติ๋วยังไม่เลิกอคติกับพจมาน บ่นว่าทำไมไม่ตายไปให้พ้นเสียที ท่านตุ้มโกรธแทนเพื่อนตอบโต้ว่า

    “เพราะคนดีผีคุ้มอย่างไรล่ะคะ คนดีที่ไม่ต้องประกาศตัวว่าเป็นคนดี”

    “พี่ต้อม...หญิงตุ้มว่ากระทบน้อง”

    “ก็พี่ติ๋วมาว่าเพื่อนตุ้มก่อนทำไมล่ะ”

    “อ๋อ...แตะไม่ได้”

    “ไม่ใช่แตะไม่ได้...” ท่านตุ้มยังพูดไม่ทันจบ ท่านต้อมลุกออกไปด้วยสีหน้าหงุดหงิด การทุ่มเถียงระหว่างสองศรีพี่น้องเลยยุติ

    ท่านติ๋วตามท่านต้อมออกไปขึ้นรถ ขณะที่ท่านตุ้มรีบโทรศัพท์หาหญิงอ้อม เล่าว่าพี่ชายของตนใส่ใจพจมานเป็นพิเศษ วันก่อนตามไปถึงบางปู ท่าทางท่านจะโปรดพจมาน

    “ตายจริง แล้วคุณหญิงเล็กล่ะคะ”

    “ตุ้มก็ไม่ได้เข้าข้างเจ้าพี่หรอกนะคะ แต่หญิงเล็กน่ะน่าเบื่อ ขี้อิจฉา จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไปนะคะ ตุ้มอยากให้เจ้าพี่แต่งงานกับพจมากกว่า ตุ้มไม่ชอบหญิงเล็ก หญิงอ้อมอย่าบอกใครนะคะ”

    “ค่ะ อ้อมไม่กล้าบอกใครหรอก แต่อ้อมขอพูดอะไรสักหน่อย หญิงตุ้มอย่าโกรธนะคะ”

    “ค่ะ”

    “อ้อมว่าเจ้าพี่ทำไม่ถูก ถ้าโปรดพจก็ไม่ควรจะหมั้นกับหญิงเล็ก เพราะจะยิ่งทำให้มองหน้ากันไม่ติด แล้วพจของเราจะยิ่งลำบาก”

    “ยังไงเจ้าพี่ก็คงต้องเสกสมรสกับหญิงเล็กนั่นแหละค่ะ แต่ชีวิตคงไม่มีความสุข หญิงอ้อมอย่าโกรธเจ้าพี่เลย เดี๋ยวตุ้มไปหาที่วังดีกว่า”
    หญิงอ้อมรับคำก่อนวางสายสีหน้ากังวล ภาวนาขออย่าให้พจมานเห็นผิดเป็นชอบเลย...

    ooooooo

    หม่อมหน้าระรื่นต้อนรับท่านต้อมกับท่านติ๋ว โดยมีหญิงเล็ก แพรวพรรณ และแสงโสมอยู่ด้วย ทุกคนต่างใบหน้ายิ้มแย้ม ยกเว้นหญิงเล็กที่ยังตึงๆกับท่านต้อม

    หม่อมขอบคุณสองพี่น้องที่มา ท่านต้อมตอบสั้นๆว่าไม่เป็นไร แต่ท่านติ๋วเสริมให้ดูมีความหมายพิเศษว่า

    “พี่ต้อมทรงหมายความว่าครอบครัวเราไม่ใช่คนอื่นคนไกลค่ะ เพราะอีกไม่นานก็จะดองกันแล้ว ใช่ไหมหญิงเล็ก”

    “คงต้องทูลถามเจ้าพี่ของท่านหญิงดูกระมังคะ”

    “ตายจริง...หญิงเล็กพูดอย่างนั้น ท่านต้อมจะน้อยพระทัยนะลูก”

    “หญิงต่างหากที่เป็นฝ่ายน้อยใจ”

    หม่อมกับแพรวพรรณยิ้มแห้งๆ แจ่มคลานเอาน้ำเข้ามาเสิร์ฟอย่างเรียบร้อยแล้วออกไป ท่านต้อมมองทางโน้นทางนี้ก่อนถามหาชายกลางว่าไปไหน

    “อยู่กับคุณประสพที่ศาลากลางน้ำเพคะ กำลังบงการให้ยกศพคุณแม่ไปไว้ที่ตึกขวางคู่กับคุณพ่อ จะได้รอเผาพร้อมกันตามความประสงค์ของคุณพ่อท่าน”

    “ท่านรักกันมากเพคะ”

    “อ้าว! ไหนคุณแม่เคยเล่าว่าคุณตารักคุณยาย แต่คุณยายไม่ได้รักคุณตาไงคะ”

    คำพูดของแสงโสมเล่นเอาทุกคนในที่นั้นต่างอึ้งกันไปหมด หม่อมติงหลานสาวว่าเป็นเด็กเป็นเล็กไม่ควรพูดแทรกผู้ใหญ่ขึ้นมา ขณะที่แพรวพรรณสีหน้าไม่ค่อยดีหาทางให้แสงโสมลุกออกไปจากวงสนทนาด้วยการอ้างเรื่องอ่านหนังสือสอบ

    ท่านต้อมเลี่ยงบรรยากาศอึดอัดด้วยการขอตัวไปดูชายกลาง ท่านติ๋วขออยู่เป็นเพื่อนหญิงเล็ก แยกไปคุยกันสองคนที่ห้องนั่งเล่น

    “หญิงเห็นใจหญิงเล็กนะ...ที่โกรธเจ้าพี่”

    “ไม่ได้โกรธหรอกค่ะ น้อยใจมากกว่า แต่ยิ่งโกรธเกลียดอีพจมานที่สุด นี่ถ้ารถนายบุญล้อมไม่คว่ำเสียก่อน...ป่านนี้หนังสือพิมพ์คงลงข่าวว่ามันถูกตำรวจรวบตัวมาพร้อมกับพวกอาเสี่ยนั่น อยากจะดูหน้าพวกผู้ชายที่รุมกันรักซิว่าจะเป็นอย่างไร แล้วตัวมันยังจะทำหยิ่งจองหองอยู่หรือเปล่า”

    “ติ๋วเคยได้ยินมันพูดว่ามันเป็นพินิตนันทน์ ไม่ใช่สว่างวงศ์ ทำราวกับพินิตนันทน์ของมันน่ะใหญ่โตเสียเต็มประดา ทั้งๆที่บ้านก็แทบจะไม่มีมุดหัวนอน...”

    หญิงเล็กสะดุ้งแต่นิ่งไว้ไม่คัดค้าน ฟังท่านติ๋วพูดต่อไปอย่างกระอักกระอ่วน

    “ต้องมาอาศัยใบบุญของพวกสว่างวงศ์ ติ๋วล่ะอยากจะขำตาย พวกหญิงเล็กก็แสนจะใจดีให้ที่อยู่ที่กิน แต่มันก็ยังอกตัญญูไม่รู้จักสำนึกถึงคุณข้าวแดงแกงร้อนที่รดหัวมันอยู่ทุกวัน เป็นติ๋วล่ะก็ ไสหัวมันไปจากบ้านทรายทองนานแล้ว หญิงเล็กต้องเด็ดขาด ต้องไล่มันจริงๆจังๆ ไม่อย่างนั้นมันก็จะอยู่เป็นหนามยอกอกอยู่อย่างนี้ เดี๋ยวติ๋วจะยุหม่อมแม่หญิงเล็กเอง”

    “อุ๊ย! อย่าค่ะ”

    “ทำไมล่ะ หญิงเล็กจะรอให้มันแย่งพี่ต้อมไปหรือ”

    “เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่หญิงคนเดียว แต่มันอยู่ที่ท่านต้อมด้วย”

    “อย่ายอมแพ้นะหญิงเล็ก อย่ายอมแพ้นังนั่นเด็ดขาด เราต้องช่วยกัน หญิงไม่มีวันยอมให้นังพจมานมาเป็นพี่สะใภ้แน่นอน” สีหน้าท่านติ๋วแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ตรงกันข้ามกับหญิงเล็กที่ห่อเหี่ยวหดหู่แทบร้องไห้

    ooooooo

    ที่บ้านพจมานที่ต่างจังหวัด พจนีย์ไม่รักเรียน แอบมีความรักกับนิเวศน์ครูสอนเปียโนของผกาแก้ว ทั้งที่รู้เห็นว่านิเวศน์เจ้าชู้ใส่ผกาแก้วด้วยเช่นกัน แต่พจนีย์คิดไปเองว่าครูหนุ่มจริงใจกับตน สองคนมักลอบพบกันลับหลังผกาแก้วที่เข้าใจว่านิเวศน์รักจริง เขาถึงกล้าพูดว่าจะเก็บเงินมาสู่ขอกับพ่อของเธอ

    พจนาน้องชายคนกลางของพจมานก็ไม่รักเรียนเหมือนกัน ขาดเรียนบ่อยจนแม่หนักใจ อยากจะคุยจริงจังกับลูกเรื่องนี้แต่ทั้งพจนีย์และพจนาต่างบ่ายเบี่ยง แถมพจนีย์ยังเปรยด้วยว่าบางทีตนอาจจะไม่เรียนต่อ

    “ทำไมล่ะลูก คุณพ่ออยากให้ลูกเรียนสูงๆ”

    “คุณพ่อไม่ได้หมายถึงนีย์ ท่านหมายถึงพี่พจลูกรักของท่าน นีย์มันลูกชัง”

    “ไม่จริง”

    “จริงค่ะ แล้วคุณแม่ก็เลิกถามนีย์เสียที นีย์เบื่อที่จะตอบ นีย์บอกว่าจะไม่เรียนก็แปลว่าจะไม่เรียน เพราะเรียนไปก็เท่านั้น นีย์มันเรียนไม่เก่งเหมือนพี่พจ”

    แม่มองลูกสาวด้วยความเสียใจแล้วเดินออกจากห้อง พจนีย์ปิดประตูแล้วก็ฝันเฟื่องถึงนิเวศน์อย่างมีความสุข

    ooooooo

    เช้านี้หม่อมตั้งใจเข้ามาปลุกหญิงเล็ก แต่ปรากฏว่าเจอลูกสาวคนสวยนั่งหน้ายับผมยุ่ง บอกว่าตนแทบไม่ได้นอนเลย พูดแล้วเธอน้ำตาเอ่อขึ้นมาอย่างสุดกลั้น

    “ตั้งแต่วันโลกาวินาศที่นังพจมานมันรอดกลับมา หญิงนอนไม่หลับเลย พอหลับตาลงก็เห็นแต่หน้ามันยิ้มเยาะหญิง ทำไมมันไม่ตายไปเสียให้พ้นๆนะ หรือไม่ก็ถูกตำรวจลากคอไปเข้าคุกพร้อมกับไอ้พวกเสี่ยนั่น”

    “แม่ว่าหญิงอาบน้ำแต่งตัวสวยๆลงไปโทรศัพท์เชิญเสด็จท่านต้อมท่านติ๋วมาเหวยกลางวันที่บ้านเราดีไหม”

    “หม่อมแม่ยังพูดได้เต็มปากเต็มคำอยู่อีกหรือคะว่าบ้านของเราทั้งๆที่...”

    “ไม่เอาน่า...นังพจมานมันยังเฉยๆ ทุกอย่างยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เราก็จะอยู่ของเราไปอย่างนี้ ใครมันจะทำไม”

    “แล้วถ้านังนั่นมันเกิดจะทำไมขึ้นมาล่ะคะ”

    “ก็ในเมื่อยังไม่ถึงเวลา เราก็อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ สิจ๊ะ...ไป ลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าให้มันสดชื่น แล้วค่อยมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป”

    หญิงเล็กลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก หม่อมมองตามอย่างวิตกกังวล...

    ชายน้อยกำลังหัดเดินโดยมีพจมาน นมทิพย์ แจ่ม และหลงคอยให้กำลังใจ ทุกคนเห็นชายน้อยเดินเองได้แม้จะไม่ค่อยถนัดและปกติดีนักแต่ก็ชื่นชมว่าเก่งมาก

    ขณะที่ทุกคนกำลังปรบมือให้ชายน้อย เสียงแหลมๆ ของเอมดังขึ้นราวกับเจ้านายก็ไม่ปาน

    “อ้อ...มากองกันอยู่ที่นี่เอง”

    ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว นมทิพย์ไม่ชอบใจติงเอมว่า “แลจะมากไปแล้วนะนังเอม”

    “โอ๊ย...ไม่ต้องลงต้องแลเลยป้านม นังนี่มันไม่ใช่มากธรรมดา แต่มันมากที่สุด...หน็อย อีพวกนายว่าขี้ข้าพลอย”

    “นี่แกด่าหม่อมท่านกับคุณหญิงเล็กใช่ไหมยายหลง คอยดู๊ ฉันจะไปฟ้องเจ้านายของฉัน”

    “ชายจะเป็นพยานให้ยายหลง”

    “ตายแล้ว...คุณชายขา คุณชายต้องเข้าข้างหม่อมแม่สิคะ ไม่ใช่เข้าข้างพวกบ่าว”

    “แล้วเอมเป็นเจ้านายหรือเป็นบ่าว”

    ทุกคนยิ้มขำ ขณะที่เอมโกรธจัด พอพจมานชวนชายน้อยขึ้นบ้าน ก็แผดเสียงเรียกนังพจมานจนนมทิพย์ทนไม่ไหวเตือนสติเอมว่าคุณพจเธอเป็นเจ้านาย

    “ต๊าย! ป้านม มีใครเขานับแม่คนนี้เป็นเจ้าเป็นนายกันบ้างคะ” เอมกรีดเสียงเย้ย

    พจมานสบตาเอมเยือกเย็น บอกให้ลองไปถามหม่อมป้าหรือคุณหญิงเล็กของหล่อนดู

    เอมเจ็บใจ ฮึดฮัดฟึดฟัดไปเล่าให้หม่อม หญิงเล็ก และแพรวพรรณฟัง เลยเป็นเรื่องขึ้นมาทันที ทุกคนหาว่าพจมานเริ่มออกฤทธิ์ โดยเฉพาะหญิงเล็กประกาศปาวๆว่าตนเกลียดพจมาน

    “พวกบรรดาหมู่มวลมันก็ใช่ย่อย แทนที่จะช่วยเตือนกลับยุยงส่งเสริม หม่อมท่านสั่งไล่ออกยกโขลงเลยเจ้าค่ะ พี่น้องเอมมีเยอะแยะ เอมจะพามารับใช้หม่อมท่านแทนพวกมัน”

    “จะหาเรื่องเดือดร้อนรึนังเอม แกน่ะสิจะถูกไล่ออก” พูดจบหม่อมลุกขึ้นเดินออกไปเงียบๆ

    ครู่ต่อมา หม่อมไปบีบน้ำตาต่อหน้าชายกลางที่ห้องสมุด ฟ้องว่ายังไม่ทันไรพจมานก็เริ่มพูดจาให้พวกเราแสลงใจเหมือนกำลังบีบให้แม่ออกจากบ้านทรายทอง

    “หม่อมแม่อาจจะเข้าใจผิด”

    “จนอย่างนี้แล้วชายยังจะว่าแม่เข้าใจผิดอีกหรือลูก ชายน่ะชื่อชายกลาง แต่ไม่เคยเป็นกลางเลย เข้าข้างนังพจมานตลอดเวลา ถ้าชายยังเข้าข้างมันอย่างนี้วันนึงแม่คงต้องหอบผ้าหอบผ่อนซมซานออกจากบ้านทรายทองไป”

    “ถ้าจะออก...ผมก็คงต้องออกไปด้วย”

    “ไม่ได้ ถ้าออกไปแล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน ผู้คนเขาจะว่าอย่างไร พวกที่วงไพ่คงต้องพากันถาม”

    “ใครถามก็ช่างเขาสิครับ”

    “แม่อยู่บ้านทรายทองมาแต่อ้อนแต่ออก แต่งงานกับท่านพ่อแล้วก็ไม่ได้ย้ายไปไหน ทั้งชาย หญิงใหญ่ หญิงเล็กก็เกิดที่นี่กันทุกคน แล้วอยู่ดีๆชายจะปล่อยให้คนอื่นมาชุบมือเปิบอย่างนั้นรึ”

    “พวกเราต่างหากที่ชุบมือเปิบ หม่อมแม่ก็ได้ยินที่คุณตาพูดก่อนที่ท่านจะเสียแล้วนี่ครับ พจมานคือเจ้าของบ้านทรายทองที่แท้จริง”

    “แต่แม่ไม่ยอม...ไม่ยอมเด็ดขาด”

    “ไม่ยอมแล้วหม่อมแม่จะทำอย่างไรครับ”

    “คงเป็นกรรมของแม่เอง มีลูกหวังจะให้เป็นที่พึ่งก็พึ่งไม่ได้”

    “ผมเป็นที่พึ่งให้หม่อมแม่ได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องบ้านทรายทอง เพราะผมไม่มีสิทธิ์ ผมไม่ใช่เจ้าของบ้าน”

    “หมายความว่าแม่ต้องเตรียมตัวเก็บข้าวเก็บของแล้วใช่ไหม”

    ชายกลางไม่ตอบ หม่อมมองลูกอย่างผิดหวัง ลุกเดินหน้าตึงออกไป...ชายกลางหนักใจไม่น้อย ต่อมาเมื่อพจมานเข้ามาในห้องสมุด เขาจึงย้ำอีกครั้งว่าพวกเราจะคืนบ้านทรายทองให้เธอ

    “ดิฉันเคยกราบเรียนไปแล้วว่าดิฉันไม่ต้องการ”

    “พวกเราสว่างวงศ์ก็ไม่ต้องการ เราไม่อยากได้ชื่อว่าไปคดโกงคนอื่นเขามา เรามีศักดิ์ศรีของเรา ถึงไม่ได้อยู่บ้านทรายทองก็สามารถหาที่อยู่ใหม่ได้”

    “ดิฉันไม่เคยคิดว่าพวกสว่างวงศ์คดโกง”

    “เธอก็รู้ว่าการอยู่ในบ้านในฐานะผู้อาศัยน่ะเป็นอย่างไร”

    “ค่ะ ดิฉันทราบถึงความเจ็บปวดความขมขื่นเหล่านั้นได้ดี และจะไม่มีวันลืม เพราะฉะนั้นดิฉันจะไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด”

    “แล้วที่เธอพูดกับเอมเมื่อเช้านี้ล่ะ”

    “ดิฉันไม่ได้ตั้งใจ...นึกอยู่เหมือนกันว่าแม่เอมต้องเอาเรื่องนี้มาฟ้องคุณชาย”

    “เอมไปฟ้องหม่อมแม่ ไม่ใช่ฉัน...เธอคงเดาถูกว่าหม่อมแม่จะเป็นอย่างไร เห็นไหม ถ้าพวกฉันอยู่ที่นี่ก็ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันไม่รู้จบ อีกอย่างคุณตาท่านได้ล้างบาปของท่านแล้วโดยสุจริต ถ้าท่านสิ้นไปโดยไม่บอกให้ใครรู้เรื่องเก่าที่ปิดบังอำพรางไว้ บาปก็จะตกมาถึงฉัน ต่อไปภายหน้าลูกหลานของพวกพินิตนันทน์อาจจะมาชี้หน้าฉันได้ว่าเป็นคนโกง เป็นคนทุจริตต่อผู้บริสุทธิ์”

    “ดิฉันขอยืนยันว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนั้นอย่างแน่นอน”

    “ฉันไม่ได้หมายความถึงเฉพาะเธอ อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน เธออาจไม่ทำ แต่ยืนยันได้หรือว่าคนอื่นจะไม่ทำเพราะเธอไม่ใช่พวกเขา คนเราคิดไม่เหมือนกัน ถึงเธอเองก็เถอะ วันนี้คิดอย่างนี้ แต่วันข้างหน้าไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเธอจะไม่เปลี่ยน”

    “ดิฉันไม่ใช่คนอย่างนั้น”

    “อย่าเพิ่งแน่ใจ คนเราเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลา ฉันมีเรื่องพูดแค่นี้...เธอไปได้”

    พจมานกลับออกไปด้วยความน้อยใจ ส่วนชายกลางไปคุยกับหญิงใหญ่ที่กำลังสงสัยเรื่องที่คุณตาพูดก่อนสิ้นใจอยู่เหมือนกัน เธอถามน้องชายว่ารู้เรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่า

    “ผมรู้แค่ว่าพจมานมีส่วนเป็นเจ้าของบ้านทรายทอง ท่านพ่อทรงเล่าว่าท่านผู้หญิงราชาพิพิธได้ฝากฝังให้คุณตาของเราดูแลน้องชายคือคุณตาสุรพลที่หายสาบสูญไป”

    “ท่านพ่อเรานี่นะ”

    “ครับ ท่านพ่อเป็นคนโปรดของคุณยาย และคุณยายของเรานี่เองเดิมเป็นคนรักของคุณตาสุรพล แต่คุณตาของเราแย่งมาโดยพลการ สิ่งใดที่มิใช่ได้มาโดยบริสุทธิ์ ผู้รับย่อมไม่มีความสุขเลยจากสิ่งนั้นๆ ผมไม่ใช่คนหัวเก่า แต่มีความเชื่อว่าผู้ใดสร้างกรรมไว้ต้องชำระกรรมนั้น...ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว”

    “หม่อมแม่ไม่เคยเล่าเรื่องพวกนี้เลย แม้กระทั่งจดหมายน้าพนาก็ไม่ยอมให้อ่าน พี่เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง ตอนท่านเล่าให้น้าแพรวฟัง หม่อมแม่เคยบ่นว่าคุณยายต้อนรับน้าพนาดีเกินไปจนคุณตาไม่ชอบ เรื่องราวเหล่านั้นมันเป็นอย่างนี้เอง”

    “หม่อมแม่ท่านเป็นมารดาบังเกิดเกล้าของเรา ท่านเป็นปุถุชนธรรมดา มีบางสิ่งบางอย่างที่ท่านทำไม่ถูก แต่การที่เราจะว่าหรือปรักปรำท่านย่อมไม่เป็นการสมควรอย่างยิ่ง อีกอย่างผมเองก็เห็นใจท่าน ท่านไม่เคยจนไม่เคยยาก ท่านย่อมกลัวความลำบากเป็นธรรมดา เห็นพจมานเข้ามาอยู่ในบ้านทรายทองก็ระแวงว่าเขาจะมาแย่งสิทธิ์ จะมาแสดงความเป็นเจ้าของ โดยลืมคิดไปว่าเด็กนั่นไม่ประสาจริงๆ เราร้ายกับเขา เขาก็ร้ายกับเรา ซึ่งถ้าเราแสดงความเมตตากรุณาต่อเขา ใครเล่าจะใจร้ายทำให้เรากลายเป็นคนไม่มีบ้าน ผมคิดว่าผมเข้าใจเด็กคนนี้ดีกว่าใครๆ เขาต้องการความเมตตาปรานีเพราะกำพร้าพ่อ ต้องการคนที่จะช่วยแนะนำทางชีวิตให้ บ้านใหญ่โตขนาดนี้เขาไม่คิดจะเอาไปทำอะไรหรอก ตราบใดที่เขามีความสุข อยู่ดีกินดี การศึกษาดี บ้านทรายทองก็ไม่มีราคากับเขาเลย”

    “แต่เขาบอกไม่ใช่หรือว่าจะกลับบ้าน เขาไม่ต้องการบ้านทรายทอง”

    “เขาพูดง่ายเกินไป พี่หญิงใหญ่คิดหรือว่าคนอย่างผมจะต้องการบ้านทรายทอง บ้านหลังนี้ไม่ใช่ของเรา ผมเป็นลูกผู้ชาย เป็นสว่างวงศ์ ผมยังจำที่เขาพูดได้ว่า แม้เลือดของเขาจะไม่เข้มเหมือนเลือดสีน้ำเงินของพวกสว่างวงศ์ แต่พินิตนันทน์ของเขาก็ไม่ต่ำกว่าใคร เคยทำแต่คุณงามความดี ไม่เคยมีชื่อว่าเบียดเบียนหรือทารุณใคร...พวกเราควรเก็บของและเตรียมล้างมือล้างเท้าให้สะอาดเพื่อจะเดินไปจากบ้านหลังนี้ด้วยความภาคภูมิใจ พวกสว่างวงศ์ยอมยากจนมากกว่าจะให้ใครมาดูหมิ่น”

    หญิงใหญ่รับฟังอย่างเห็นด้วยทุกอย่าง หลังจากนั้นเธอกลับเข้าห้องหยิบกล่องของขวัญที่ชายกลางเคยฝากไว้ให้พจมานเมื่อตอนกลับจากต่างประเทศ เป็นสร้อยคอฝีมือประณีตสวยงาม วันนั้นเธอรับปากว่าจะหาโอกาสที่เหมาะสมให้พจมานแต่ไม่ได้ให้สักที วันนี้คงถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ริว วชิรวิชญ์” ปลื้ม พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน “สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสฯ” ชื่นชม

    “ริว วชิรวิชญ์” ปลื้ม พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน “สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสฯ” ชื่นชม
    25 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2564 เวลา 06:35 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์