นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    บ้านทรายทอง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ



    กลุ่มเพื่อนสนิทที่โรงเรียนรู้ว่าพจมานจะไม่เล่นเปียโนในวันแจกประกาศนียบัตรก็เป็นกังวล ท่านตุ้มนำความมาปรึกษาท่านต้อมจึงได้คำแนะนำที่ดีและดำเนินการทันทีในงานเลี้ยงน้ำชาซึ่งจัดขึ้นที่วังในวันถัดมา

    ชายกลางมาร่วมงานพร้อมหม่อม หญิงเล็กและครอบครัวแพรวพรรณ เขาได้รับการ์ดเชิญของโรงเรียนจากเพื่อนพจมาน แล้วยังได้ข้อมูลที่พจมานจะไม่เล่นเปียโนทั้งที่เป็นงานรื่นเริงประจำปีและแจก ประกาศนียบัตร

    เหตุการณ์นี้อยู่ในสายตาท่านติ๋วและต่อมาก็รู้ถึงหูหญิงเล็ก สองคนไม่ยอมให้ชายกลางไปงานนั้นแน่ ตั้งใจจะฟ้องหม่อม แต่หม่อมกำลังคุยกับเสด็จฯ ญาติผู้ใหญ่ของท่านต้อมเรื่องจะให้เขาหมั้นหมายกับหญิงเล็กที่ไปมาหาสู่กันสองสามปีแล้ว

    หม่อมยิ้มหน้าบานดีใจกับหญิงเล็กอย่างที่สุด แพรวพรรณก็เช่นกัน พอกลับถึงบ้านจึงแสดงความยินดีกันยกใหญ่ รวมทั้งประสพก็ดีใจกับหญิงเล็กเพราะท่านต้อมเป็นคนดี

    ด้านชายกลางที่รับรู้เรื่องราวจากเพื่อนพจมาน กลับถึงบ้านก็มาคุยกับพจมาน ทำให้รู้เหตุผลแท้จริงอันชวนเห็นใจและน่าสงสารว่า

    “ดิฉันเป็นลูกกำพร้า ใครๆเขามีพ่อแม่ไปร่วมงานเพื่อร่วมชื่นชมความสำเร็จของลูกหลาน แต่ดิฉันตัวคนเดียว ต่อให้มีความสามารถมากสักเพียงใดก็ไม่มีใครร่วมปรบมือให้ ดิฉันถึงไม่อยากไป ดิฉันกลัวจะต้องร้องไห้คิดถึงคุณพ่อ ใครๆเขามีคุณพ่อคุณแม่ พี่ป้าน้าอาไปร่วมความสนุก แต่ดิฉันว้าเหว่ ดิฉันไม่มีใคร ไม่มีใครสักคนที่จะให้คุกเข่ากราบลงที่ตัก แล้วอ้อนวอนขอเงินท่านไปซื้อผ้าตัดเสื้อสวยๆใส่ไปเล่นเปียโน ดิฉันคิดถึงคุณพ่อ ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ ดิฉัน...”

    พจมานสะอื้นออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ขณะที่สีหน้าและแววตาชายกลางอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว

    “ไม่มีใครเข้าใจและรักดิฉันเท่าคุณพ่อ...ขาดท่าน ดิฉันว้าเหว่แล้ว...แล้ว...”

    “ไม่มีเสื้อผ้าเท่านั้นหรือ ยังขาดอะไรอีกบ้างบอกซิว่าต้องการอะไรบ้าง”

    “ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ ขอบคุณ...ดิฉันไม่ต้องการให้ใครช่วย ไม่ต้องการให้ใครมาเอาใจใส่ดิฉันไม่ต้องการรบกวนใคร” พจมานหันหลังกลับวิ่งออกไปทั้งน้ำตา ก่อนที่ชายกลางจะเรียกไว้ทัน พอถึงห้องเธอโถมตัวบนเตียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กๆ

    ooooooo

    เพียงวันรุ่งขึ้น ชายกลางก็ให้แจ่มนำซองใส่เงินห้าร้อยบาทพร้อมข้อความสั้นๆไปให้พจมาน

    “รู้สึกเห็นใจ...เพราะเคยมีความรู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน ฉันจะไปในฐานะเป็นผู้ปกครองของพจมานเอง เงินที่สอดมาในนี้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว...จำไว้ว่าฉันจะไปและขอให้เล่นเปียโนด้วย”

    พจมานอ่านข้อความนั้นด้วยความรู้สึกซึ้งใจ... นอกจากนี้ชายกลางยังพาเธอไปหาซื้อเสื้อผ้ากับรองเท้า โดยเขาขออนุญาตหญิงใหญ่ ส่วนพจมานก็ไปบอกนมทิพย์ไว้ แต่พวกหม่อมไม่รู้ พอกลับจากธุระนอกบ้านก็มารุมเล่นงานหญิงใหญ่อย่างมีอคติกับพจมานเช่นเคย

    “นี่มันอะไรกันหญิงใหญ่ อยู่กับบ้านแท้ๆ ทำไมปล่อยให้เกิดเรื่องงามหน้าขึ้นในบ้าน”

    “ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่คะ”

    “นี่หญิงใหญ่จะให้หม่อมแม่กับน้าแพรวคิดว่าหญิงใหญ่รู้เห็นเป็นใจกับนังพจมานหรือจ๊ะ มันพาชายกลางออกไปข้างนอก ทำไมหญิงใหญ่ไม่ห้ามปราม อย่าบอกนะว่าไม่รู้ไม่เห็น”

    “แล้วน้าแพรวจะให้หญิงทำอย่างไรล่ะคะ ในเมื่อชายกลางเขาเป็นผู้ปกครองพจมาน เขาจะพาพจมานออกไปซื้อเสื้อซื้อผ้าสำหรับใส่แสดงในวันงานโรงเรียน ซึ่งหญิงก็ไม่เห็นว่าเป็นเรื่องเสียหายตรงไหน”

    “ตายแล้ว! น้ำหน้าอย่างมันน่ะเหรอจะได้แสดงละเม็งละครในงานโรงเรียน นี่คงไปมารยาสาไถยอ้อนวอนขอเขาเล่นล่ะสิท่า ชายกลางก็ไม่รู้เท่าทัน มันหลอกให้พาไปซื้อข้าวซื้อของก็พาไป”

    “หม่อมแม่ไม่พูดเกินไปหน่อยหรือคะ ชายกลางแค่เวทนาสงสารเด็ก”

    “ย่ะ สงสารไปสงสารมา ระวังให้ดีเถอะ เราจะมีน้องสะใภ้เป็นเด็กบ้านนอก”

    “หม่อมแม่ก็เคยมีน้องสะใภ้เป็นคนบ้านนอกเหมือนกัน หญิงก็ไม่เห็นจะมีอะไร ทุกคนก็อยู่กันมาได้ อ้อ แล้วชายกลางก็เป็นคนมาบอกหญิงเองว่าจะพาพจมานไป ไม่ใช่พจมานพาชายกลางไป”

    “อย่ามาย้อนฉันนะ ฉันไม่เคยนับพวกมันทั้งผัวทั้งเมียเป็นญาติ เธอคงชอบใจล่ะสิที่ชายกลางไปหลงใหลได้ปลื้มกับมัน ก็อุตส่าห์เจ้ากี้เจ้าการรับมันมาอยู่ในบ้านนี่ ระวังเถอะ วันนึงจะไม่มีที่ซุกหัวนอน”

    แพรวพรรณและหญิงใหญ่มองหม่อมอย่างแปลกใจ หญิงใหญ่ถามว่าไม่มีที่ซุกหัวนอนหมายถึงบ้านทรายทองนี่หรือ หม่อมรู้สึกตัวรีบตัดบทชวนน้องเลี่ยงออกไป แต่หาได้พ้นข้อสงสัย เพราะแพรวพรรณก็อยากรู้คำตอบเหมือนกัน

    “คุณพี่ขา...เมื่อกี้ที่คุณพี่พูดว่า...”

    “พี่ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องมาถาม” หม่อมตวาดแล้วหันหลังกลับเดินไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้แพรวพรรณมองตามงงๆ

    ooooooo

    กลับจากซื้อของ ชายกลางกำชับพจมานให้ตั้งใจ เล่นเปียโนในวันงานโรงเรียนให้ดีที่สุด เขาจะไปดูในฐานะผู้ปกครองของเธอ

    หญิงเล็กเพิ่งกลับเข้าบ้าน พอรู้เรื่องจากหม่อมก็หงุดหงิด บ่นไม่รู้จะทูลท่านติ๋วยังไงที่พี่ชายกลางพาพจมานไปซื้อของ แล้วถามหม่อมแม่ว่าไม่คิดจะทำอะไรบ้างหรือ

    “อุ๊ย...เขาจะหาว่าฉันแส่น่ะสิ” หม่อมกระแทกเสียง แต่พอหญิงเล็กให้เอมไปตามพจมานมา หม่อมก็ผสมโรงอีกตามเคย

    สองแม่ลูกรุมต่อว่าพจมานออดอ้อนชายกลางพาไปซื้อข้าวของ ไม่ว่าพจมานอธิบายความจริงยังไงก็ไม่เชื่อ หาว่าถือดีว่ามีชายกลางคอยให้ท้ายถึงกล้าเถียงโดยไม่กลัวเกรงกันเลยสักนิด แต่ถ้าเขารู้ว่าแกมาลอยหน้าเถียงน้องเถียงแม่เขาฉอดๆ เขาต้องเอาเรื่องแกแน่

    “แหม...ยิ่งมันทำหน้าอย่างนี้ยิ่งคันไม้คันมืออยากตบ”

    พจมานมองหน้าหญิงเล็ก นัยน์ตาเป็นประกายวาวขึ้นแวบหนึ่ง เอมเสี้ยมทันทีว่า มันทำหน้าตาโกรธคุณหญิงเล็ก

    “จะต้องให้ฉันเตือนอีกกี่ครั้งว่าแกมันก็แค่คนอาศัย แกต้องเจียมกะลาหัวไว้ให้เจ้าของบ้านเขาเมตตา ไม่ใช่พอเตือนอะไรนิดหน่อยก็ทำตาถลน”

    “คนที่ทำตาถลนเห็นจะไม่ใช่ดิฉันหรอกค่ะ”

    “อย่ามาย้อนนะ นังพจมาน” หม่อมตวาดแว้ด

    “แล้วแกว่าใครทำตาถลน หม่อมแม่ใช่ไหม”

    ขาดคำของหญิงเล็ก เอมอาสาไปเรียนเชิญคุณชายมา แต่สองแม่ลูกห้ามเสียงหลง เอมเลยกลับมาอยู่ท่าเดิม

    “ดิฉันขอกราบเรียนให้หม่อมป้าและคุณหญิงเล็กสบายใจว่าดิฉันมาอยู่ที่นี่ด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่เคยคิดจะทำอะไรเทียมหน้าเทียมตาเจ้าของบ้านเลยแม้แต่น้อย”

    “แล้วที่แกออกไปกับชายกลางนั่น...ไม่เรียกว่าทำเทียมหน้าเทียมตารึ”

    “ดิฉันเรียนหม่อมป้าไปแล้วว่าคุณชายเธอเมตตาพาดิฉันไปเอง ถ้าหม่อมป้าคิดว่าดิฉันพูดปด ก็ถามคุณชายกลาง เธอดูได้ค่ะ” สองแม่ลูกทำท่าจะโวย แต่พจมานไม่เว้นวรรคให้ “นี่ดิฉันไม่ได้ท้าทายหรือประชดอะไรทั้งสิ้น แต่ดิฉันจนปัญญาไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรหม่อมป้าถึงจะเชื่อแล้ว”
    พจมานรวบรัดจบลง หม่อมกับหญิงเล็กหน้าตึง ไม่รู้จะเล่นงานยังไงต่อ

    ooooooo

    ถึงวันงานประจำปีของโรงเรียน พจมานแต่งตัวสวยเล่นเปียโนตามที่เพื่อนๆต้องการ รวมทั้งชายกลางด้วย แต่ขณะที่ชายกลางพาชายน้อยมาดู พจมานไม่เห็น กระทั่งเล่นเสร็จลงจากเวทีเพื่อนๆบอก จึงรีบตามออกไปหน้าหอประชุมที่ชายกลางกับชายน้อยกำลังจะขึ้นรถกลับ

    พจมานวิ่งไปสวมกอดชายน้อยแต่ไม่มองชายกลางแม้แต่แวบเดียว กลับถึงบ้านให้นึกหงุดหงิดตัวเองบ่นอุบว่า “บ้าจัง ทำไมไม่กราบขอบคุณคุณชายตั้งแต่ตอนนั้นนะ” บ่นเสร็จเดินออกจากห้องตรงไปห้องชายกลาง เคาะประตูเรียก แต่เขาตอบกลับมาว่ากำลังทำงานอยู่ พจมานเลยเดินหน้าจ๋อยด้วยความน้อยใจกลับมา

    ถึงจะน้อยใจแต่พจมานก็ไม่ละความพยายามที่จะขอบคุณชายกลาง เธอเขียนการ์ดใบหนึ่งเอาไปวางไว้ใต้หมอนชายกลางขณะแอบตามฟักที่เข้าไปทำความสะอาดห้อง

    ส่วนที่วังท่านต้อม หญิงเล็กแจ้นไปพบท่านติ๋วหลังจากเธอโทร.มาตัดพ้อเรื่องชายกลางเอาใจพจมานออกนอกหน้า หญิงเล็กถามว่า “ใครเป็นคนทูลท่านหรือคะ”

    “น้องตุ้ม...ทำไมหญิงเล็กไม่บอกติ๋ว”

    “โธ่! ก็หญิงทราบที่ไหนล่ะคะ ถ้าทราบก็ต้องทูลท่านแล้วล่ะ หม่อมแม่ก็คงไม่ทราบ เพราะถ้าทราบก็คงห้ามไปแล้ว ยังไงพี่ชายกลางก็ต้องเกรงใจหม่อมแม่” หญิงเล็กโกหกหน้าตาย ลอบสังเกตท่านติ๋วแล้วยุแหย่หาพวก “ไม่ไหว...พี่ชายกลางขืนปล่อยตัวอย่างนี้ไม่ไหวแน่ ท่านติ๋วเห็นด้วยกับหญิงไหมคะ เราต้องยื่นมือเข้าไปจัดการเสียแล้ว หม่อมแม่ก็บ่นว่ารำคาญ ไม่อยากเอาธุระด้วย”

    “ติ๋วก็ว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะเข้าไปยุ่ง โดย เฉพาะติ๋วซึ่งเป็นคนอื่น”

    “แต่หญิงรู้ว่าท่านรักพี่ชายของหญิงใช่ไหมคะ แล้วอีนังนี่เข้ามาแทรกกลางทำให้พี่ชายของหญิงลังเล ในเมื่อเรารักเขา แล้วทำไมเราไม่จัดการป้องกันสิ่งที่เรารักล่ะคะ”

    “หรือว่าเราอาจจะเข้าใจผิด ติ๋วอาจจะฟูมฟายตีโพยตีพายไปเอง พี่ชายกลางของเธออาจจะเมตตาปรานีเขาในฐานะเด็กในปกครอง...ฐานะญาติ”

    “โอ๊ย! ไม่ใช่แน่นอนค่ะ หญิงรู้...มองตาพี่ชายกลางแวบเดียวก็รู้ว่าเธอเมตตาปรานีนังพจมานเกินฐานะผู้ปกครอง เกินญาติ”

    “ถ้าอย่างนั้นเราก็คงขัดขวางเขาไม่ได้ ว่าแต่เธอเถอะ ไม่ชอบหรือพี่สะใภ้เด็กๆ น่าเอ็นดู”

    “พี่สะใภ้ไพร่ๆแบบนี้ไม่เอาหรอกค่ะ ขายหน้าวันละห้าเบี้ย ถ้าพี่ชายกลางเกิดแต่งงานกับมันจริงๆ คงอับอายขายหน้ากันไปทั้งวงศ์ตระกูล ฮึ! วันดีคืนดี มันได้นุ่งกางเกงขาสั้นจู๋ ใส่เสื้อแขนสั้นฟิตรัดรูปออเซาะผัวชวนกันเล่นซ่อนหา ท่านอย่ายอมแพ้นะคะ หม่อมแม่ก็พอใจที่จะได้ท่านมาเป็นศรีสะใภ้ ท่านเองก็พอใจพี่ชายของหญิง แล้วมันเรื่องอะไรที่จะปล่อยให้อีเด็กเมื่อวานซืนมาหยิบเอาไปกินเล่น เป็นหญิง...หญิงไม่มีวันยอมหรอก”

    “หญิงเล็กก็พูดได้น่ะสิ เพราะเรื่องของเธอเรียบร้อยแล้วนี่”

    “เรื่องของท่านกับพี่ชายของหญิงก็จะต้องเรียบร้อยค่ะ หญิงจะช่วยท่านเต็มที่ ทูลตามจริงว่าหญิงเกลียดมัน อย่างบอกไม่ถูก ท่าทางมันหยิ่งจองหองสิ้นดี เราต้องช่วยกันหาวิธีเขี่ยมันให้กระเด็นออกไปจากบ้านทรายทองให้ได้”

    “เธอจะทำยังไง”

    หญิงเล็กไม่ตอบแต่แสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย

    ooooooo

    พรุ่งนี้จะปิดเทอมแล้วพจมานจึงมาแจ้งให้หญิงใหญ่ทราบและจะขอมาทำความสะอาดห้องให้ แต่หญิงใหญ่ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา ให้แจ่มทำ
    คนเดียวเหมือนเดิม

    พจมานกลับออกจากห้องหญิงใหญ่มาเจอชายกลาง แต่ไม่ได้คุยอะไรกันเพราะเขาบอกว่าจะไปนอน พจมานกลับห้องด้วยความน้อยใจ รุ่งขึ้นเห็นแจ่มจะเข้าไปทำความสะอาดห้องชายกลางแทนฟักที่ไม่สบายตั้งแต่เมื่อคืน พจมานสบโอกาสช่วยแจ่มแล้วแอบสำรวจจนเห็น ว่าการ์ดที่ตนซ่อนไว้ใต้หมอนวันก่อนไม่อยู่ แสดงว่าเขาได้อ่านแล้ว

    ที่โต๊ะอาหาร หม่อมกับแพรวพรรณตื่นเต้นเมื่อหญิงเล็กบอกว่าเย็นนี้ท่านต้อมกับท่านติ๋วจะมาเสวยข้าวที่บ้านเรา หม่อมจะให้เอมเตรียมเครื่องเสวย แพรวพรรณเสริมว่าตนจะให้กุ๊กเตรียมอาหารฝรั่งให้ หญิงเล็กขอบคุณน้าแพรว แต่ชายกลางท้วงเสียงเรียบว่าท่านต้อมเป็นคนง่ายๆ ท่านไม่โปรดอะไรที่มากเกินไป หญิงเล็กเลยกระเซ้าพี่ชายว่ารู้พระทัยท่านต้อมดี แล้วท่านติ๋วล่ะ

    ชายกลางสบตาหญิงเล็กนิ่งเฉย ในขณะที่คนอื่นรอลุ้นฟังคำตอบแต่ต้องผิดหวังไปตามกัน...หลังอาหารมื้อนั้น แสงโสมเด็กสาวที่สร้างภาพใสซื่อก็เผลอตัวหลุดคำพูดแก่แดดออกมา

    “ท่าทางพี่ชายกลางไม่ได้รักท่านติ๋วนะคะ”

    หม่อมกับหญิงเล็กหันขวับมา แสงโสมรู้สึกตัวรีบทำใสซื่อ ขณะที่คนเป็นแม่ช่วยแก้ตัวให้ลูกทันที

    “ลูกโสมขา...ไร้เดียงสาค่ะ อันนี้ต้องโทษน้องค่ะคุณพี่ขา...น้องผิดเองที่ปรารภเรื่องนี้กับตาประสพต่อหน้าลูก ทีหน้าทีหลังต้องดูให้ดีก่อนจะพูดอะไร...ลูกโสมขา ทีหลังถ้าลูกได้ยินคุณแม่พูดอะไรที่มันไม่เหมาะสมกับวัยอันไร้เดียงสาของลูกล่ะก็ อย่าฟังนะคะ รีบเดินหนีไปเลย ไปเล่นเปียโนก็ได้”

    “ค่ะ แต่ถ้าพอโสมจะเล่นแล้วนังพจมานมันเล่นอยู่ก่อนล่ะคะ”

    “ก็จิกหัวกระชากมันลงมาเลยสิลูก ไม่เห็นจะยากอะไร”

    ทุกคนหัวเราะชอบใจในคำพูดของหม่อม หลังจากนั้นสุมหัวกันวางแผนกำจัดพจมานออกจากบ้านทรายทอง ซึ่งใช้เวลาไม่นาน แพรวพรรณก็ชื่นชมหญิงเล็กว่าฉลาดแหลมคม

    แล้วแผนการที่ว่าก็เริ่มขึ้นในเย็นนั้นเมื่อท่านต้อมกับท่านติ๋วมาถึง หญิงเล็กจัดแจงให้ชายกลางเล่นเปียโนเพลงไพเราะโดยให้ท่านติ๋วคอยชิดใกล้ราวกับคู่รัก มาดหมายให้พจมานมาเห็นภาพบาดตาบาดใจจนไม่อยากอยู่บ้านทรายทองอีกต่อไป

    พจมานเห็นภาพนั้นจริงๆ น้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เดินกลับออกไปโดยมีสายตาของหญิงเล็กกับแสงโสมจ้องตามสาสมใจ แล้วทั้งคู่ยังตามมาดักจิกกัดว่าพจมานหน้าซีดอย่างกับศพ คงจะเห็นภาพบาดตาบาดใจ สมน้ำหน้าที่ใฝ่สูงจนเกินศักดิ์

    พจมานข่มใจไม่ตอบโต้ หันหลังกลับจะเดินต่อ สองสาวขยับก้าวมาขวางทาง ตอกย้ำซ้ำเติมเหมือนจะให้พจมานจมดิน

    “เห็นเต็มตาแล้วใช่ไหมว่าท่านหญิงปิยะฉัตรโสภาสนิทสนมกับพี่ชายกลางแค่ไหน ฉันจะบอกให้เอาบุญเพื่อแกจะได้ไม่ต้องมานั่งหวังลมๆแล้งๆว่าพี่ชายกลางจะตาต่ำยกย่องแกเป็นคุณผู้หญิงของบ้านทรายทอง เพราะท่านติ๋วนี่แหละคือผู้หญิงที่พี่ชายของฉันจะแต่งงานด้วย”

    “แหม...สมกันจังเลยนะคะพี่หญิงเล็ก สมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยกแน่ะ ทั้งรูปร่างหน้าตา ฐานะแล้วก็ชาติตระกูล พี่ชายกลางตาแหลมจริงๆที่เลือกท่านติ๋วแทนที่จะเลือกนังบ้านนอก”

    “โอ๊ะ! เปรียบกันไม่ได้หรอกน้องโสม ท่านติ๋วท่านสูงส่งเหมือนฟ้า แต่นังพจมานต่ำเตี้ยเรี่ยดิน” พูดอย่างเดียวไม่สะใจ หญิงเล็กผลักพจมานจนหน้าหงาย “กลับไปตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาเสียบ้าง ถ้าฉันเป็นแกล่ะก็จะรีบไปจากบ้านทรายทองเสียวันนี้พรุ่งนี้เลยจะได้ไม่ต้องอกแตกตายในวันที่ท่านติ๋วเสกสมรสกับพี่ชายกลาง...ไปกันเถอะจ้ะน้องโสม”

    “ค่ะ โสมก็เหม็นกลิ่นโคลนสาบควายเต็มทีแล้ว”

    สองสาวหัวเราะระรื่นเดินออกไป พจมานยังคงยืนนิ่งกำมือแน่น ค่อยๆก้าวขาอย่างมั่นคงกลับห้องพักแล้วทรุดตัวลงนั่งที่เตียงน้ำตาคลอ คิดคำนึงถึงภาพความหวานชื่นระหว่างชายกลางกับท่านติ๋ว อีกทั้งคำพูดเหยียดหยามชวนให้เจ็บลึกของสองสาวเมื่อสักครู่

    ooooooo

    หม่อมสบายใจเรื่องหญิงเล็กจะได้หมั้นหมายกับท่านต้อม ส่วนชายกลางกับท่านติ๋วก็ไม่น่าจะแคล้วคลาดกัน ซึ่งคู่หลังนี้หม่อมกับหญิงเล็กลุ้นสุดตัว แต่จู่ๆวันนี้ชายกลางก็มาบอกหม่อมว่าต้องไปดูงานที่ต่างประเทศสองเดือน หม่อมกลัวความสัมพันธ์ของเขากับท่านติ๋วจะสะดุด

    นอกจากนี้ชายกลางยังบอกด้วยว่าจะให้ชายน้อยไปรักษาตัวกับหมอฝรั่งเป็นเวลาห้าเดือน ชายน้อยจะเดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้ยันรักแร้ ให้นมทิพย์ไปอยู่ด้วย ระหว่างนั้นตนอยากให้หม่อมแม่ไปเยี่ยมบ่อยๆ ชายน้อยจะได้มีกำลังใจ ส่วนเรื่องงานหมั้นของหญิงเล็ก ถึงตนไม่อยู่แต่ก็สั่งนายพรเรื่องค่าใช้จ่ายไว้แล้ว เบิกที่เขาได้

    “แล้วค่าใช้จ่ายของแม่ล่ะจ๊ะ”

    “ก็เหมือนกันครับ ผมสั่งนายพรเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน”

    หม่อมยิ้มหวานขอบใจลูก ก่อนเลียบเคียงพูดเรื่องท่านติ๋ว ชื่นชมว่าท่านน่ารักมาก ไม่ถือองค์ เสด็จในกรมฯท่านก็โปรดลูกของแม่ ไหนๆหญิงเล็กจะหมั้นกับท่านต้อมแล้วแม่ก็อยากจะให้ชายกับท่านติ๋ว...

    “ผมเคยเรียนหม่อมแม่ไปแล้วว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับท่าน” ชายกลางแทรกกลางคันทำให้หม่อมหัวเสีย ถามว่าเป็นเพราะนังพจมานใช่ไหม “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพจมานครับ”

    “ถ้าจะให้แม่เชื่อ ชายก็ต้องไล่มันออกไปจากบ้านทรายทองของเรา แม่มันก็มีทำไมไม่ให้มันกลับไปอยู่ด้วยกันตามประสาพวกบ้านนอก”

    “บ้านทรายทองไม่ใช่ของเรา”

    “ไม่ต้องมาตอกย้ำให้ฉันต้องเจ็บใจหรอก”

    “ผมไม่ได้ตอกย้ำ เพียงแต่อยากให้หม่อมแม่ให้ความยุติธรรมกับเขาบ้าง เขาเป็นเจ้าของบ้านครึ่งหนึ่งแต่กลับกลายเป็นผู้อาศัย ในขณะที่พวกเราซึ่งความจริงเป็นผู้อาศัยกลับดูถูกดูแคลนเหยียดหยามเขายิ่งกว่าคนรับใช้ ราวกับเขาไม่ใช่คน ถ้าพจมานรู้ความจริง หม่อมแม่ลองคิดดูก็แล้วกันว่าเขาอาจจะพูดอะไรรุนแรงมากกว่าที่เคยก็ได้ เราเพียงแต่อาศัยใบบุญคุณตาคุ้มหัวอยู่ ผม

    มีส่วนเป็นเจ้าของบ้านเพราะบุญคุณของคุณตา แต่พจมานเป็นเจ้าของโดยตรงจากพ่อ...จากปู่ของเขาแท้ๆ จริงไหมครับ”

    “ชาย!” หม่อมเม้มปาก กำมือแน่น

    “ท่านพ่อไม่เคยมีบ้านให้เราอยู่เพราะท่านจนมาก ไม่ได้โลภโมโทสันอะไรเลย เราอยู่ที่นี่เพราะคุณตา ถ้าสิ้นท่านเมื่อไหร่เราจะกลายเป็นคนไม่มีบ้าน ผมอยากจะขอร้องให้หม่อมแม่เมตตาพจมาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าใช้วิธีเอาพ่อแม่ของเขามาประจานจนเขาทนไม่ได้ต้องออกไปจากบ้านเลยครับ ผมว่ามันเหี้ยมเกรียมเกินไป”

    สีหน้าบึ้งตึงของหม่อมเปลี่ยนเป็นยิ้มพรายอย่างเจ้าเล่ห์ คิดเองเออเองแล้วร้องอ๋อ แม่เข้าใจแล้ว...ชายกลางมองแม่อย่างประหลาดใจในท่าทีที่แปลกไป

    “เอาเถอะ แม่จะพยายามทำดีกับมัน ถึงแม้จะต้องฝืนใจยังไงก็ตาม เพราะแม่เพิ่งรู้ว่านี่เป็นวิธีการที่จะทำให้มันรักลูก โธ่เอ๊ย น่าจะบอกแม่เสียตั้งแต่แรก”

    ชายกลางสะดุ้ง มองแม่ตกตะลึงด้วยไม่คาดคิด พูดไม่ออกไปอึดใจ หม่อมหัวเราะร่วน

    “ไม่เอาน่า ไม่ต้องทำหน้าตกอกตกใจขนาดนั้นหรอก แม่เลี้ยงลูกมา แม่รู้ว่าชายคิดยังไง”

    “หม่อมแม่ เปล่าครับ ผมไม่เคยคิด...”

    “เอาเถอะๆ แม่จะช่วยเอง แม่จะพยายามทำดีกับมันเพื่อมันจะได้หลงรักชาย บ้านทรายทองจะได้ไม่ไปไหน”

    ชายกลางพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้าเดินห่างไป หม่อมยิ้มปลื้มปริ่ม พอหญิงเล็กมาถามว่าพี่ชายกลางคุยอะไรกับหม่อมแม่ตั้งนาน หม่อมตอบยิ้มๆว่า

    “ก็เรื่องนังพจมานนั่นแหละ แม่เพิ่งรู้ว่าที่ชายกลางทำดีกับมันก็เพราะมีแผนการ”

    “พี่ชายกลางน่ะหรือคะมีแผนการ หญิงไม่อยากจะเชื่อ ว่าแต่แผนการอะไรหรือคะ แล้วทำไมต้องมีแผนการด้วย”

    หม่อมชะงัก อึกอักนิดหน่อยก่อนตัดบทว่า “เอาเถอะ รู้ไว้แค่ว่าเราต้องพยายามทำดีกับมันเพื่อให้มันตายใจ”

    “แล้วก็ไสหัวออกจากบ้านไป”

    “นั่นแหละลูก ใช่เลย”

    “หญิงน่ะกลัวแต่ว่าพี่ชายกลางจะชอบมันเข้าจริงๆ”

    “ฮื้อ...ไม่หรอกน่า”

    “ว่าได้หรือคะ หญิงว่าเอาตามแบบหญิงดีกว่า”

    “แต่แม่รับปากกับเขาแล้ว ถ้าเขากลับมาแล้วแม่...”

    “พี่ชายกลางจะไปไหนหรือคะ”

    “ไปราชการต่างประเทศ”

    หญิงเล็กเลิกคิ้ว ยิ้มออกมาอย่างมีแผนการ แล้วทำทีไปพูดดีกับชายกลาง อาสาดูแลพจมานแทนในระหว่างที่เขาไม่อยู่ เพราะพี่หญิงใหญ่ก็มีภาระมากพออยู่แล้ว

    “ขอบใจมาก พี่ดีใจที่หญิงเปลี่ยนความคิดได้”

    “ไม่ใช่หญิงหรอกค่ะ แต่เป็นท่านติ๋วที่ให้สติ...ท่านติ๋วรับสั่งให้หญิงมีเมตตาต่อผู้น้อย ท่านสอนหญิงหลายอย่างมาก เพราะอะไรรู้ไหมคะ เพราะท่านรัก พี่ชายกลาง รักมากจนไม่อยากให้มีอะไรมาทำให้พี่ชายกลางไม่สบายใจ”

    “เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว”

    หญิงเล็กชะงักแต่ยังไม่หยุดพูด บอกว่าวันหมั้นของตนท่านก็อาสาช่วยทุกอย่าง กระทั่งชายกลางขึ้นเสียงอีกครั้งว่าพี่จะพักผ่อน นั่นแหละหญิงเล็กถึงยอมถอยออกจากห้องไป

    ooooooo

    รุ่งขึ้นนมทิพย์บอกพจมานว่าชายกลางให้ชายน้อยไปรักษาตัวกับหมอฝรั่งโดยให้นมไปอยู่ด้วย พจมานใจหายและยิ่งรู้สึกว้าเหว่เมื่อรู้ว่าชายกลาง
    ผู้มีเมตตากำลังจะไปราชการต่างประเทศ

    ชายกลางมากราบลาคุณตาก่อนออกเดินทางและรับรู้ความไม่สบายใจของท่านที่พูดเหมือนเพ้อว่าหมู่นี้ สุรพลมาหาตาทุกคืน เขามาทวงสมบัติให้หลาน...ชายกลางฝากจดหมายให้พจมานโดยฝากไว้กับกรด ทั้งที่พจมานตื่นแต่เช้าออกมาส่งเขา แต่สองคนไม่ได้พูดอะไรกันแม้แต่คำเดียว

    เมื่อพจมานได้รับจดหมายจากกรดก็รีบเข้าห้องแกะอ่านทันที

    “เชื่อว่าเมื่อฉันไม่อยู่คงจะทำตัวให้เป็นเด็กดี หญิงเล็กได้มาขอร้องว่าจะช่วยเหลือเธอเท่าที่จะช่วยได้ แทนพี่หญิงใหญ่ซึ่งไม่ใคร่ว่าง นายพรจะจ่ายเงินค่าใช้จ่ายให้ทุกเดือน และอย่าละเลยการเรียนดนตรีเสีย ถ้ามีเวลาว่าง ขอให้ไปเยี่ยมชายน้อย...ในห้องสมุดช่วยจัดทำดูแลด้วยอย่างเคย นอกนั้นหวังว่าการตัดสินใจที่รอบคอบจะช่วยให้รอดพ้นจากปัญหาเฉพาะหน้า”

    พจมานสูดลมหายใจลึก สีหน้าแจ่มใสมีความสุข ทันใดเสียงทุบประตูดังระรัวอย่างไม่เกรงใจ ตามด้วยเสียงเรียก “แม่พจมาน” สองสามครั้ง...พจมานถอนใจเฮือกแล้วเดินตรงไปเปิดประตู

    “ทำอะไรอยู่ยะถึงได้เพิ่งมาเปิด คุณหญิงเล็กให้มาตามแน่ะ” เอมกลับมากร่างดังเดิม ย้ำให้พจมานรีบไป อย่าให้เจ้านายท่านคอยนาน

    พจมานชักสีหน้าไม่พอใจ แต่เมื่อนึกถึงถ้อยคำในจดหมายของชายกลาง...การตัดสินใจที่รอบคอบจะช่วยให้รอดพ้นจากปัญหาเฉพาะหน้า ก็ข่มใจเดินตามเอมไปนิ่งๆ

    หญิงเล็กไม่ได้เปลี่ยนใจมาเมตตาพจมาน หากแต่ยังจงเกลียดจงชังเธอเหมือนเดิม แต่ที่ขันอาสาดูแลเธอแทนชายกลางเพราะมีแผนทำลายให้เสียคน ด้วยการพาไปเข้าสมาคมและทำความรู้จักกับบุคคลต่างๆ ซึ่งมีความประพฤติไม่ดี

    พจมานไม่ได้อยากออกสังคมแต่ไม่กล้าปฏิเสธ ขณะที่หญิงเล็กก็อ้างว่าไม่อยากผิดคำพูดกับพี่ชายกลาง หว่านล้อมจนพจมานจำยอม พอนมทิพย์ทราบจากพจมานที่ไปเยี่ยมชายน้อยที่บ้านหมอฝรั่งก็ตักเตือนด้วยความหวังดีว่า

    “โบราณว่าอย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคนนะคะ ป้าอยู่บ้านทรายทองมานาน นานจนพอจะรู้ว่าคนที่นั่นไม่เคยเปลี่ยนง่ายๆ”

    “ขอบคุณค่ะป้านม แล้วพจจะมาเล่าให้ฟัง พจ กลับก่อนนะคะ”

    เมื่อกลับถึงบ้านทรายทอง พจมานเข้ามาเรียนหญิงใหญ่ว่าตนเพิ่งไปเยี่ยมชายน้อยมา อาการน่าจะดีขึ้นแต่ยังดูไม่ค่อยออก หญิงใหญ่รับฟังสีหน้าเรียบเฉย พอพจมานพูดเรื่องหญิงเล็กชวนตนไปข้างนอกจะมาขออนุญาต หญิงใหญ่ตอบเสียงเย็นว่าตนไม่มีความเห็น โตแล้วต้องตัดสินใจเอง

    พจมานเลยอึกอักไม่กล้าเซ้าซี้ต่อหม่อมเห็นพจมานออกจากห้องหญิงใหญ่ แปลกใจว่ามาทำไม เข้าไปถามก็ได้คำตอบที่ชวนโมโหว่าเขามารายงานเรื่องอาการชายน้อย คงเพราะสงสารที่ไม่มีใครเหลียวแล บางครั้งตนยังรู้สึกว่าหม่อมแม่รักตาสืบมากกว่าชายน้อยเสียอีก

    “แล้วเธอล่ะ เคยไปเยี่ยมไปดูแลมันบ้างไหม มันก็เหมือนกันทุกคนนั่นแหละ พูดกับแม่คนนี้แล้วปวดหัวทุกที” หม่อมบ่นฉุนเฉียวแล้วเดินไปที่ประตู หญิงใหญ่รีบถามว่าหม่อมแม่ทราบเรื่องหญิงเล็กชวนพจมานไปเที่ยวใช่ไหม หม่อมสะบัดเสียงตอบว่าไม่รู้แล้วเดินลิ่วออกไปเลย

    บรรยากาศโพล้เพล้ดูเงียบงันและวังเวงในอาณาบริเวณบ้านทรายทอง พจมานกลับเข้าห้องเขียนจดหมายถึงเสารัจ รำพันถึงความว้าเหว่เดียวดายเพราะใครๆที่พอพึ่งพาได้มาจากไปโดยไม่ทันตั้งตัว...

    ถึงวันที่หญิงเล็กพาพจมานเข้าสมาคมกับเพื่อนๆ แต่ละคนที่เป็นผู้หญิงดูไม่เป็นมิตร ขณะที่สองหนุ่มพี่น้องสุทธิพงศ์กับจิรพันธ์จ้องพจมานตาเป็นมัน เอาอกเอาใจเสนอตัวจะสอนเต้นลีลาศและเล่นเทนนิสที่ตนถนัด

    แต่วันนี้หญิงเล็กพาพจมานมาดูหนัง สองหนุ่มเลยได้แต่ฝันเฟื่องไว้ก่อน เสร็จจากดูหนังก็พาไปซื้อของทั้งที่พจมานไม่ยินดียินร้ายกับความใจดีของหญิงเล็กสักเท่าไหร่

    แสงโสมไม่รู้แผนการของหญิงเล็ก อดบ่นด้วยความน้อยใจกับแม่ไม่ได้เมื่อรู้เห็นว่าหญิงเล็กพาพจมานออกสังคม หนำซ้ำหมู่นี้ก็พูดจาเออออห่อหมกกับมันด้วย กระทั่งแพรวพรรณมาเล่าให้หม่อมฟัง ความจริงจึงเปิดเผย โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่าหญิงใหญ่บังเอิญได้ยินแม้จะไม่ถนัดนัก

    “บอกหลานโสมว่าอย่าคิดมาก แล้วพี่จะบอกหญิงเล็กให้ว่าทีหน้าทีหลังจะพานังนั่นไปไหน ก็ให้พาหลานโสมไปด้วย”

    “ขอบพระคุณคุณพี่มากค่ะที่เมตตาหลาน เออ คุณพี่ขา...น้องสงสัยมาตั้งนานแล้วว่าทำไมอยู่ดีๆไอ้เจ้าพนามันเกิดจะส่งลูกสาวเข้ามาอยู่ในบ้านทรายทองทั้งๆที่รู้ว่าพวกมันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบก้อนกรวดหน้าบ้าน น้องว่าแปลกอยู่นะคะ เอ๊ะ หรือว่ามีลับลมคมในอะไร”

    หม่อมทำสุ้มเสียงปรามแพรวพรรณอย่าเอ็ดไป หญิงใหญ่เงี่ยหูฟังอยู่หน้าห้อง สงสัยเหลือเกินว่ามีลับลมคมในอะไรกัน

    ไม่กี่อึดใจ แพรวพรรณเบิกตากว้างจ้องหน้าหม่อม พลางอุทานว่าคุณพระช่วย นี่หมายความว่าพวกมัน...แล้วเว้นวรรคไปนิดก่อนพูดต่อไปว่า เป็นไปได้ยังไง?

    “มันเป็นไปแล้ว พี่ถึงได้พยายามกีดกันไม่ให้อีเด็กนั่นเข้ามาอยู่ในบ้านเรา ไอ้เจ้าพ่อเขาเขียนมาบอกว่าเขารู้ว่าเขามีสิทธิ์ที่จะได้ส่วนแบ่งมรดก มันตบหัวแล้วลูบหลังเอาบุญคุณว่าตัวมันเองตั้งแต่เกิดจนถึงเวลาเขียนจดหมาย ไม่ต้องการทรัพย์สินเงินทองที่ไม่ได้มาจากลำแข้ง ถ้าเขาต้องการ เขาจะต้องเรียกร้องมานานแล้ว แต่นี่เขารักลูกของเขา เขาต้องการให้มันมีการศึกษาดี มีสมาคมดี เขาไม่มีโอกาสจะมีชีวิตอุ้มชูลูกเขาต่อไป จึงมอบให้เราเลี้ยงดูลูกเขาเท่าที่เราจะช่วยได้”

    หญิงใหญ่นิ่วหน้าสงสัย พึมพำอยู่หน้าห้องว่า... วันนั้นหม่อมแม่ไม่ได้พูดอย่างนี้เลย

    “ชายกลางรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่าคะ” เสียงแพรวพรรณถามต่อ หม่อมสะบัดเสียงตอบรับคำเดียวว่ารู้ “มิน่า เขาถึงดูเอาอกเอาใจมัน”

    “พี่เองก็เพิ่งมาเข้าใจระยะหลัง นังเด็กเมื่อวานซืน ถ้าหากจะได้มันเป็นเมียลับๆอยู่กับบ้านแล้วคอยกดมันไว้ ทั้งบ้านทั้งมรดกก็ไม่ต้องแบ่งต้องแยก”

    หญิงใหญ่ผงะถอยออกไปจากตรงนั้น จึงไม่ได้ยินเสียงแพรวพรรณหัวเราะอย่างพออกพอใจ

    “ต๊าย! แยบคายเหลือเกินนะคะ เห็นเงียบๆเฉยๆ อย่างนั้นไม่น่าเชื่อว่าชายกลางเจ้าแผนการเหมือนกัน ดูไม่ออกเลย นี่ล่ะที่เขาเรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว เมื้อน...เหมือนคุณพี่ไม่มีผิด”

    “ชายกลางเขาก็ไม่ได้พูดออกมาหรอกนะ พี่น่ะมาคิดปะติดปะต่อเอาเอง แต่ก็เชื่อว่าคงไม่ผิดไปจากนี้หรอก”

    สองพี่น้องพากันสรรเสริญชายกลางด้วยความชอบอกชอบใจ หารู้ไม่ว่าเข้าใจผิดกันไปเองอย่างแรง!

    ooooooo

    นกุลมาบอกแม่ของพจมานว่าพรุ่งนี้จะไปเยี่ยมพจมานที่กรุงเทพฯ แม่กระตือรือร้นจะทำน้ำพริกฝากไปให้ลูกสาว

    หลังจากนกุลกลับไป พจนีย์ก็มาบอกแม่ว่าตนอยากไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ แต่แม่ไม่มีเงินส่งเสีย พจนีย์เลยรื้อฟื้นว่าเพราะให้พจมานไปหมด พจมานได้เรียนสูง ได้เข้าไปชูคอเป็นคุณหนูในบ้านทรายทอง ปล่อยให้น้องสองคนลำบาก เห็นแก่ตัวที่สุด

    แม่จนใจไม่รู้จะพูดอย่างไรให้พจนีย์เลิกอคติกับพจมาน ฝ่ายพจนีย์พอมีเรื่องไม่สบายใจก็แจ้นไปปรึกษาผกาแก้วแล้วก็ได้คำแนะนำที่ผิดๆ ทำให้ยิ่งเกลียดชังพจมานถึงกับเขียนจดหมายส่งไปตัดพ้อต่อว่า

    พจมานอ่านจดหมายน้องสาวแล้วทุกข์ใจ ไม่อยากเรียนต่อ ถามหญิงเล็กที่มาพูดดีด้วยว่าถ้าตนจะลาออกจากโรงเรียนแล้วหางานทำคุณชายกลางจะว่าอะไรไหม

    หญิงเล็กลอบยิ้มเยาะก่อนแสร้งแสดงความห่วงใย ถามว่ามีเรื่องอะไร เรียนอีกปีเดียวจะจบอยู่แล้ว พจมานนิ่งไม่ตอบก็ทำเป็นบ่นราวกับหวังดี

    “น่าเสียดาย เอาเถอะ ในเมื่อยังไม่พร้อมจะบอกก็ไม่เป็นไร ถ้าเธออยากทำงานจริงๆฉันก็จะหางานดีๆให้เอง คนสมัยนี้ไว้ใจยาก”

    “ขอบคุณมากค่ะ”

    “เรื่องพี่ชายกลางไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะอธิบายให้เข้าใจเอง ยิ่งตอนนี้เขาไม่สนใจเรื่องอะไรเลยนอกจากท่านหญิงติ๋ว จดหมายที่ส่งมามีแต่พระนามท่านติ๋วเต็มไปหมด มันน่าน้อยใจไหมล่ะ”

    “ถ้าอย่างนั้นอย่ารบกวนเธอเลยค่ะ”

    “ไม่ได้จ้ะ เขาจะสนใจหรือไม่ฉันก็ต้องบอก ฉันจะไปเขียนจดหมายตอบพี่ชายกลางก่อน เดี๋ยวเย็นนี้เราไปวังท่านต้อมกัน น้องโสมก็จะไปด้วย”

    พจมานอ้าปากจะปฏิเสธแต่ไม่ทัน หญิงเล็กหันหลังเดินลิ่วไปแล้ว พอเข้าห้องเธอก็เขียนจดหมายถึงพี่ชายทันที ขึ้นต้นว่าดูแลพจมานอย่างดี แต่ลงท้ายแอบใส่ร้ายพจมานให้ดูไม่ดีในสายตาชายกลาง

    ooooooo

    คุณตาอาการกำเริบเพ้อหนักแต่เรื่องสุรพล บอกให้หญิงใหญ่ตามนายพรมาพบและตามชายกลางกลับมาให้ทันดูใจตาด้วย

    นายพรถูกตามตัวมาอย่างเร่งด่วนและมอบค่าใช้จ่ายประจำเดือนให้พจมานก่อนเข้าไปพบท่านพระยา หม่อมรู้เห็นว่าพจมานได้รับเงินก็ตั้งป้อมกระแนะกระแหนอย่างสาดเสเทเสีย

    “ไม่เคยนึกละอายใจบ้างรึที่มาเบียดเบียนลูกชายของฉันทั้งๆที่โคตรเหง้าสักหลาดของหล่อนไม่เคยมีบุญคุณอะไรกับเขาสักนิด อีกไม่นานชายกลางก็จะแต่งงานมีครอบครัว แล้วเมียเขาจะคิดยังไงที่ญาติจนๆของสามีมาคอยสูบเลือดสูบเนื้อตลอดเวลา หล่อนเองก็โตแล้วควรจะคิดหางานหาการทำเสียที ไม่ใช่มาอาศัยเงินของเขาเอาไปเที่ยวเตร่แต่งเนื้อแต่งตัวให้สิ้นเปลืองอย่างทุกวันนี้ หล่อนไม่ใช่น้องในไส้ของชายกลาง เพราะฉะนั้นจะมาเปรียบกับหญิงเล็กหรือแสงโสมไม่ได้ ที่จริงฉันถือว่าหล่อนเป็นคนอื่นด้วยซ้ำ”

    “แต่คุณชายกลางบอกว่าเป็นเงินกองกลางนี่คะ”

    “ยังจะมีหน้ามาเถียง ใช่! เป็นเงินกองกลาง แต่ก็เป็นเงินกองกลางของพี่ๆน้องๆเขาสร้างสมกันมา แล้วหล่อนเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรที่จะเสนอหน้ามาใช้ด้วย อย่าหน้าด้านนักเลย ปู่ของหล่อนถูกตัดสิทธิ์จากมรดกไปนานแล้ว ซึ่งหมายความว่าลูกหลานก็ต้องถูกตัดไปด้วย เท่าที่ฉันให้ที่อยู่ที่กินอย่างทุกวันนี้ก็นับว่าบุญนักหนา ทำไมยังจะมาเบียดเบียนเงินทองอีก ไหนหยิ่งนักหยิ่งหนาว่าพ่อแม่สั่งสอนมาดี...ไงล่ะ โธ่! ที่แท้ก็วางแผนมาฮุบเอาของของเขา”

    “คุณพ่อคุณแม่ดิฉันไม่เคยมีแผนชั่วร้ายอย่างนั้น โดยเฉพาะการไปฮุบเอาของของคนอื่น เพราะนั่นก็คือการโกงดีๆนี่เอง”

    “นังพจมาน!”

    “ถึงเราจะยากจน ไม่ได้เป็นผู้ดิบผู้ดีอะไร แต่เราก็มีความละอายพอที่จะไม่คิดคดโกงใคร”

    หม่อมกำมือแน่น โกรธจนเสียงสั่น “ไสหัวไป!” พจมานวางซองเงินที่เพิ่งรับจากนายพรไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกไปเงียบๆอย่างทะนง

    นายพรเข้าพบท่านพระยา ตกใจไม่น้อยที่ได้ยินท่านเล่าว่าสุรพลมาหัวเราะเยาะสมน้ำหน้า ต่อว่าตนมักได้แต่แล้วกลับต้องมานอนแบ็บขยับเขยื้อนไม่ได้ ไม่มีปัญญาจะใช้เงินทองหาความสุข ลูกหลานทอดทิ้ง ไม่มีใครสนใจสักคน

    ยิ่งพูดท่านก็ยิ่งหอบเหนื่อย เต็มไปด้วยอารมณ์ที่เคียดแค้น นายพรปลอบว่าท่านแค่ฝันร้าย กลับโดนท่านตวาดใส่ว่าอย่ามาอวดรู้!

    “รีบตามชายกลางกลับมาก่อนที่กูจะตาย กูต้องการให้บ้านทรายทองเป็นของชายกลางโดยสมบูรณ์ก่อนที่สุรพลมันจะมาเอาคืน”

    นายพรหน้าเสีย ใจคอไม่ดี...กลับออกมาเล่าให้หญิงใหญ่ฟัง หญิงใหญ่ว้าวุ่นใจบอกนายพรว่าท่านก็สั่งตนเหมือนกันให้ตามชายกลางกลับมา จะโทรเลขไปเลยดีไหม

    “ถึงจะโทรเลขตามก็คงจะกลับมาไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ราชการ แต่ยังไงคุณหญิงก็ควรจะบอกให้เธอรับรู้”

    หญิงใหญ่พยักหน้ารับ หม่อมเดินเข้ามามองทั้งสองคนสลับกันอย่างจับผิด ถามว่ามีเรื่องลับลมคมในอะไรกันนักหนา

    “เปล่าค่ะ”

    “โกหก” หม่อมเสียงขุ่นใส่ลูกสาว นายพรสีหน้าไม่สู้ดี หญิงใหญ่จึงให้เขากลับไปก่อน ตนจะคุยกับหม่อมแม่เอง...

    พอนายพรคล้อยหลัง หม่อมก็หน้าตึงใส่หญิงใหญ่ ถามกึ่งตำหนิว่าทำไมต้องนัดแนะนายพรให้มาพบคุณตา

    “คุณตาไม่สบายมากค่ะ ท่านต้องการให้ตามชายกลางกลับมา”

    “แค่นั้น?”

    หญิงใหญ่ตอบรับคำเดียว หม่อมสวนทันควันว่าไม่เชื่อ แล้วเพ่งสายตาคาดคั้นจนน่ารำคาญ

    “งั้นหม่อมแม่ก็คงต้องเข้าไปเรียนถามคุณตาเองแล้วล่ะค่ะ ซึ่งหญิงว่าดีเหมือนกันนะคะ เพราะหม่อมแม่ไม่เคยเข้าไปเยี่ยมท่านเลย แต่หญิงก็ชักไม่แน่ใจว่าคุณตาจะจำหม่อมแม่ได้หรือเปล่า”

    หญิงใหญ่ประชดแล้วเดินออกไป ทิ้งให้หม่อมยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน โกรธจนพูดไม่ออก

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “ปราง” สวยครบเครื่อง ฉีกลุครับบทแม่ครั้งแรก ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    27 ต.ค. 2564

    12:30 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 19:08 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์