ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ้านทรายทอง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ


คืนนี้ชายกลางออกมาเดินเล่น เจอพจมาน

นั่งซบหน้ากับพนักเก้าอี้ใต้ต้นประดู่ ชายกลางเดินไปทัก เตือนว่าเพิ่งหายไข้ไม่ควรออกมาตากน้ำค้าง

พจมานบอกว่ากำลังจะกลับเข้าข้างในแล้ว พอลุกก็นึกได้บอกว่าพรุ่งนี้ตนจะกลับบ้าน ขอความกรุณาบอกจำนวนเงินค่ายาและค่าห้องด้วย ตนจะพยายามส่งมาใช้คืนโดยเร็ว พูดออกตัวว่าเสียใจที่เมื่อกี้พูดอะไร

ไม่น่าฟังไปบ้าง เพราะไม่ชอบได้ยินใครๆกล่าวร้ายคุณพ่อ

คุณแม่ตน ชายกลางถามว่าทำไมถึงจะไปเสียล่ะ?

“เพราะไม่มีใครต้องการให้ดิฉันอยู่!”

“ครั้งแรกที่เธอเข้ามาในบ้านทรายทอง เธอต้องการอะไร” ชายกลางถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดเชิงเตือนให้คิด พจมานบอกว่าเป็นความปรารถนาของคุณพ่อซึ่งตนมีหน้าที่ทำตาม “แล้วทำไมจะกลับเสียล่ะ เรียนก็ยังไม่ทันจบ”

“ดิฉันจะลาออก ไม่เรียนแล้วค่ะ” ชายกลางถามว่าหมายความว่าจะไม่ทำตามปรารถนาของคุณน้าพนา?

พจมานก้มหน้าลง บอกว่าตนรักคุณพ่อ อยากทำตามความตั้งใจของท่าน อยากอดทนเพื่อเรียนให้จบ แต่ทนไม่ไหว ตนไม่เคยเห็นบ้านใครที่ทารุณ ลึกลับซับซ้อนอย่างนี้ ทุกคนมีแต่ความทารุณโหดเหี้ยม ปราศจากความเมตตา มีเพียงคนเดียวที่ตนรักที่สุดคือชายน้อย ถามว่า...

“เห็นไหมคะแม้แต่ชายน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของหม่อมป้าเอง ท่านยังรังเกียจ แล้วดิฉันเป็นใคร ทุกคำที่ท่านเอ่ยถึงคุณพ่อคุณแม่ของดิฉัน มีแต่จิกหัวเรียก...ดิฉันทนอยู่ในที่ที่มีแต่คนเหยียบย่ำดูแคลนไม่ได้” พจมานพูดอย่างไม่หวั่นเกรงว่า

“ดิฉันเกลียดพวกสว่างวงศ์ทุกคน รวมทั้งตัวคุณด้วย”

ชายกลางเตือนสติว่าตามศักดิ์แล้วตนเป็นพี่ชายเธอ เธอเป็นน้องต้องกลัวพี่ ต้องเกรงพี่ พจมานสวนทันควันว่าตนไม่เคยกลัวใคร นอกจากคุณพ่อคนเดียว

ยิ่งพูดพจมานก็ยิ่งเจ็บแค้นเหมารวมว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็เหมือนทุกคน เจ้ายศเจ้าอย่างดูถูกคนจน พจมานพูดจนชายกลางสั่งให้หยุด! พจมานไม่หยุดก็ถูกจับต้นแขนเขย่าจนเซ กระนั้นพจมานก็ยังพูดไม่หยุดว่า

“พวกสว่างวงศ์ทารุณโหดร้ายทุกคน รวมทั้งคุณด้วย”

พจมานถูกชายกลางบีบแขนอย่างแรงจนเธอร้องเจ็บและหมดสติไป ชายกลางรับไว้ เรียกอย่างห่วงใย

“พจมาน! พจมาน! พี่ไม่ควรบีบแขนเธอแรงไป”

ชายกลางอุ้มพจมานเดินตรงมาที่ตัวตึก หญิงเล็กที่กำลังจะกลับห้องเห็นเข้า รีบหลบอุทาน “คุณพระช่วย!”

ชายกลางอุ้มพจมานมานอนที่ห้อง พอเธอรู้สึกตัวก็จะลงไปนอนกับนมทิพย์ ชายกลางสั่งเสียงเข้มว่า

“เธอต้องนอนที่นี่ แล้วให้แจ่มขึ้นมานอนเป็นเพื่อน ถ้ายังไม่พอใจอะไร หายดีแล้วค่อยว่ากันใหม่” พจมานทำท่าจะรั้นถูกปรามว่า “เธอคงไม่อยากให้คุณแม่ต้องเป็นห่วงใช่ไหม” พจมานจึงนิ่งอึ้ง เม้มปากมองชายกลางที่เดินออกไปเงียบๆ

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารเช้านี้ ทุกคนนั่งกินข้าวกันเงียบๆ จนหม่อมเอ่ยกับชายกลางทำลายความเงียบขึ้นว่า เมื่อพจมานไปแล้ว ขอห้องนั้นให้โสมอยู่แทน เดี๋ยวจะให้เอมกับฟักไปเปลี่ยนที่นอนหมอนมุ้งเสียใหม่

คุณแพรวรีบบอกให้โสมกราบขอบพระคุณชายกลาง แต่ชายกลางบอกว่าพจมานไม่ได้ไปไหน หม่อมเสียงเข้มขึ้นทันทีว่า “มันด่าแม่ด่าเชื้อไม่ไว้หน้า แล้วชายยังจะให้มันลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านอีกเรอะ!”

“พจมานเขามีสิทธิ์อยู่ในบ้านทรายทอง เช่นเดียวกับเราทุกคนครับ เพื่อความสบายใจของหม่อมแม่กับน้าแพรว ผมจะให้เขามากราบขอโทษ”

“ไม่ต้อง! ฉันเกลียดมันจนไม่อยากเห็นหน้า ถ้าอยากจะยกย่องมันก็เชิญ ถ้าไม่ไล่มันไป วันนึงทุกคนจะเสียใจ!” แต่พอเดินไปได้สองก้าวก็หันมาย้ำ “ฉันขอเตือนไว้ตรงนี้เลยว่า ถ้าไม่ให้มันไป...สักวันหนึ่งเธอจะเสียใจ!”

ooooooo

เช้านี้ขณะชายกลางขับรถออกจากประตูใหญ่จะไปทำงาน เห็นพจมานออกจากประตูเล็กเดินรีบร้อนจะไปเรียกสามล้อ เขาหยุดรถ เดินไปบอกให้ขึ้นรถ ตนจะไปส่ง พจมานขอบคุณแต่ตนเดินเองได้

บุญที่กำลังจะปิดประตูใหญ่มองอย่างสนใจ ผู้คนที่เดินไปมาก็มองสงสัย ชายกลางเร่ง

“อย่าร่ำไร ฉันต้องไปทำงาน ส่วนเธอต้องไปเรียน”

พจมานละอายสายตาที่มองมาจึงเดินไปขึ้นรถไหว้และพึมพำขอบคุณ ชายกลางถามว่าทำไมถึงไปโรงเรียนสาย พอพจมานบอกว่า “ดิฉันเพิ่งจะทำงานบ้านเสร็จค่ะ” ชายกลางนิ่งอึ้งไปอึดใจแล้วจึงขับรถออกไป

บุญที่ยืนมองอยู่จึงปิดประตูใหญ่เข้าบ้านไป

หม่อมพรรณรายกับคุณแพรวพรรณจับตาดูชายกลางกับพจมานอยู่อย่างมีอคติริษยา หม่อมหาว่าพจมานเสแสร้งเจ็บไข้ได้ป่วยเพื่อให้ชายกลางพาส่งโรงพยาบาล ออกค่าใช้จ่ายให้หมดแล้วไหนจะยังห้องหับส่วนตัวอีก คุณแพรวเป่าหูยุแหย่ทันทีว่าต่อไปก็อาจจะยกบ้าน

ทรายทองให้ เหยียดปากพูดอย่างเจ็บใจว่า

“นี่แหละค่ะ เขาเรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว นังแม่ของมันเคยจับเจ้าพนาได้ ทำไมนังลูกของมันจะจับชายกลางไม่ได้ ดีไม่ดีนังแม่จะเป็นคนวางแผนเสียด้วยซ้ำ”

“หัวเด็ดตีนขาดพี่ไม่มีวันยอมให้ชายกลางไปเกลือกกลั้วกับพวกมันแน่! ลูกสะใภ้ของพี่ต้องเป็นท่านหญิงติ๋วเท่านั้น!” คุณแพรวเร่งเร้าว่าจะทำอะไรก็รีบทำเสีย เพราะชายกลางมีทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติ ตนห่วงว่าจะเสียท่าพจมาน “พอที! คุณแพรว พี่ทนฟังไม่ได้!!” หม่อมเบรกฮึดฮัดอย่างทนฟังไม่ได้จริงๆ

ooooooo

ท่านตุ้มเพื่อนนักเรียนในชั้นที่สนิทกับพจมาน เห็นชายกลางมาส่งพจมาน จำรถได้แต่ไม่รู้จักชายกลาง ท่านตุ้มถามว่าใครมาส่ง รถคันนั้นเหมือนรถที่บ้านทรายทอง เคยเห็นพี่หญิงเล็กขับไปที่บ้าน พูดแล้วนึกได้ถามตื่นเต้น...

“จริงสิ...ท่านอ้อมเคยบอกว่าพจไปอยู่ที่บ้านทรายทองแล้ว...”

“ท่านตุ้มอย่าเพิ่งเล่าให้ใครฟังได้ไหมคะ” พจมานขอร้อง ท่านตุ้มถามว่าทำไม ก็พอดีเสียงออดเข้าแถวดังขึ้น พจมานถอนใจโล่งอกที่ไม่ต้องตอบคำถามท่านตุ้ม

จนพักกลางวันมาเจอกันที่โรงอาหาร ท่านตุ้มบอกเพื่อนๆว่าเมื่อเช้ามีรถเก๋งมาส่งพจมานด้วย ทุกคนตื่นเต้นตาโตถามกันว่าใคร?? พจมานจึงจำต้องบอกว่า

“คุณชายกลาง เธอกำลังจะออกไปทำงาน แล้วเราก็ออกมาจะเรียกรถสามล้อพอดี”

“ต๊าย...ช่างบังเอิญจัง” เพื่อนๆร้องพร้อมกันยิ้มอย่างมีเลศนัย พจมานบอกว่าคุณชายกลางสงสารกลัวตนจะมาเรียนไม่ทันเลยมาส่ง

“อู๊ยยยย...สุภาพบุรุษ!” เสาวรจกรี๊ดกร๊าด เพื่อนๆ หัวเราะกันคิกคักประสาวัยรุ่นช่างฝัน พจมานจำต้องฝืนยิ้มไปด้วย

ท่านตุ้มเล่าให้ท่านติ๋วและท่านต้อมฟังที่โต๊ะอาหารค่ำนี้ว่าเมื่อเช้าคุณชายกลางไปส่งพจมานที่โรงเรียน ท่านต้อมถามทันทีว่าใครคือพจมาน ท่านตุ้มบอกว่าหลานหม่อมพรรณราย ท่านติ๋วสวนทันทีว่าคนอาศัยต่างหาก

ท่านตุ้มบอกว่าพจมานไม่ใช่คนอาศัย ท่านต้อมบอกให้พูดอีกทีซิว่าพจมานเป็นใคร ท่านติ๋วเล่าด้วยน้ำเสียงดูแคลนว่า

“หญิงเล็กเล่าให้ฟังค่ะว่า เด็กพจมานเป็นลูกของญาติห่างๆของหม่อมป้าที่ไปได้ผู้หญิงบ้านนอกเป็นเมีย พอผัวตายแม่คนนี้ก็ส่งลูกมาอาศัยที่บ้านทรายทอง นัยว่าอยากจะชุบตัวให้เป็นผู้ดี แล้วก็มีส่วนในมรดกบ้าง”

“ไม่จริงค่ะ! หญิงรู้จักพจมานมานานแล้ว” ท่านตุ้มทักท้วงทันที ท่านติ๋วถามว่าไปรู้จักเขาได้ไง “เขาเรียนโรงเรียนเดียวกับหญิงตั้งแต่ชั้นมูลเล็ก แต่อยู่คนละห้อง พจอยู่กลุ่มเดียวกับท่านอ้อมด้วย” หญิงติ๋วถามอย่างไม่สบอารมณ์ว่าท่านอ้อมไปคบกับพวกบ้านนอกได้ยังไง! ท่านตุ้มถามอย่างไม่ชอบใจว่า “ทำไมพี่หญิงติ๋วชอบพูดดูถูกคนจัง!”

ท่านติ๋วทำท่าจะดุน้อง ก็ถูกท่านต้อมขัดขึ้นว่าทะเลาะเรื่องคนอื่นอยู่ได้ บอกว่าน้อยเอาผลไม้มาให้ตั้งนานแล้ว พลางจัดแบ่งผลไม้ ไม่ได้สนใจท่านติ๋วที่ถลึงตาใส่ท่านตุ้มที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

ฝ่ายชายกลาง คืนนี้ไปถามหญิงใหญ่ว่าคนใช้มีไม่พอหรือถึงต้องให้ญาติไปช่วยทำความสะอาดบ้าน หญิงใหญ่อ้างว่าผู้หญิงที่ไหนเขาก็ต้องทำงานบ้านงานเรือนกันทั้งนั้น

“ในกรณีนี้ผมไม่เห็นมีความจำเป็น ถ้าบ้านเราไม่มีคนรับใช้ก็ไปอย่าง แล้วพจมานก็ต้องไปเรียนหนังสือ พ่อแม่เขาฝากลูกมาเรียนหนังสือ ไม่ใช่ให้มาทำงานบ้านนะครับ”

หญิงใหญ่ตำหนิชายกลางว่าปกป้องเด็กคนนั้นไปเสียทุกอย่างบางเรื่องก็ข้ามหน้าข้ามตาทั้งที่ตนเป็นคนดูแลมาตั้งแต่ต้น แต่นั่นยังไม่เท่ากับที่ชายกลางทำให้หม่อมแม่เสียใจ ชายกลางรับว่าตนเข้าใจที่หญิงใหญ่พูด แต่ก็อดพูดไม่ได้เพราะเห็นความไม่ถูกต้องหลายอย่าง ย้ำกับหญิงใหญ่ว่า

“ถ้าทุกคนไม่เต็มใจให้เขาอยู่ก็น่าจะบอกแม่เขาไปตั้งแต่แรก ไม่ใช่รับเข้ามาแล้วทรีตเหมือนบ่าวไพร่!” หญิงใหญ่แย้งว่าพจมานไม่ใช่เด็กน่าสงสาร ปากคอจัดจ้าน ท่าทางหยิ่งยโสสิ้นดี “นั่นเพราะเขามีเลือดพินิตนันทน์เต็มตัว! พจมานเป็นหลานของคุณตาสุรพล มีศักดิ์เป็นน้องของเรา ถ้าเราไม่เมตตาต่อญาติซ้ำยังแสดงความเป็นศัตรูดูถูกดูหมิ่น ต่อไปลูกหลานของเราก็จะไม่รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อาฆาตพยาบาทกันไม่รู้จักจบสิ้น”

หญิงใหญ่นั่งฟังหน้านิ่ง พูดเหมือนรำพึงว่า ก็คงแค่ลูกหลานของชายกลางกับหญิงเล็กเท่านั้น เพราะตนคงไม่มีโอกาส... เสียงหายไปในลำคอก่อนพูดต่อว่า

“บ้านนี้มีคนพิการสองคน พี่พิการทางใจ ชายน้อยพิการทางกาย เราสองคนมีชีวิตอยู่ไปวันๆอย่างปราศจากความหวัง...สำหรับเรื่องพจมาน พี่จะจัดการให้ตามที่เธอต้องการ”

“คนที่พิการทางใจก็รักษาด้วยใจ การให้ความเมตตาปรานีต่อผู้น้อยน่าจะเรียกว่าเป็นยารักษาใจได้” ชายกลางพูดเสียงอ่อนลง แล้วต่างนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น...

หญิงใหญ่สั่งพจมานว่า ต่อไปนี้ไม่ต้องทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูบ้านแล้วเดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทัน บอกว่านี่เป็นคำสั่งของชายกลาง พจมานควรไปขอบใจเขาด้วย

พจมานพูดอย่างเจียมตัวว่าตนทำได้ ถูกหญิงใหญ่แว้ดใส่ว่า ตนบอกไม่ต้องก็ไม่ต้องทำ บ่นอย่างหงุดหงิดว่าเดือดร้อนกันแค่นี้พอแล้ว อย่าให้พ่อแม่พี่น้องเขาต้องผิดใจกันอีกเลย แล้วหันหลังเดินออกไป

คำสั่งของหญิงใหญ่ทำให้พจมานยิ่งเครียด เข้าห้องกอดเข่าถอนใจรำพึง...

“คุณพ่อขา...คุณพ่อไม่น่าส่งลูกมาอยู่ที่นี่เลย”

ooooooo

ที่บ้านต่างจังหวัดของพจมาน...วันนี้พจนีย์ขอ อนุญาตแม่จะไปบ้านผกาแก้ว แต่แม่เห็นว่ามืดแล้วจึงไม่อนุญาต พจนีย์ไม่พอใจหาว่าแม่รักลูกไม่เท่ากันทีพี่พจแม่ยังยอมให้ไปอยู่บ้านโก้หรูที่กรุงเทพฯ

พอดีนุกูลมาร้องเรียกอยู่หน้าบ้าน แม่จึงออกไปพบ เพราะนุกูลจะเข้ากรุงเทพฯแม่จึงตำน้ำพริกหลายอย่างทำขนมข้าวต้มฝากไปให้พจมานและฝากคนที่บ้านทรายทองด้วย

พจนีย์ไม่พอใจแม่ ยังบ่นว่าแม่ไม่หยุดว่ารักลูกไม่เท่ากัน พาลว่าไปถึงพ่อว่า ถ้าวิญญาณพ่ออยู่แถวนี้ก็ดีจะได้ฟังด้วย พ่อแม่อะไรไม่ยุติธรรม รักลูกไม่เท่ากัน นีย์เกลียด... พจนีพูดไม่ทันขาดคำก็ถูกแม่ตบหน้าหัน ตบแล้วแม่ตกใจรีบขอโทษ พจนีย์ไม่พอใจ วิ่งเข้าห้องปิดประตูปัง แม่ไปร้องเรียกอยู่นานก็ไม่ยอมเปิด

คืนนี้พจนีย์ใช้ผ้าปูที่นอนผูกโรยตัวทางหน้าต่างหนีออกจากบ้านไปหาผกาแก้วขอนอนด้วย ผกาแก้วเห็นพจนีย์ร้องไห้พอรู้ว่าโดนแม่ตบมาก็รบเร้าให้เล่าให้ฟัง เดาว่าต้องเกี่ยวกับพี่พจแน่ๆเลย

“จะมีใครเสียอีกล่ะ พี่พจมานเขาเกิดมาเป็น ‘มาร’ ของฉันจริงๆ” พจนีย์พูดอย่างโกรธแค้น

ooooooo

นุกูลไปหาพจมานที่บ้านทรายทอง เอมเป็นคนไปบอกพจมานว่ามีผู้ชายมาหา พอพจมานออกไปเห็นเป็นนุกูลก็ดีใจ พูดคุยกันอย่างสนิทสนม นุกูลทักว่าพจมานผอมไปเป็นอะไรหรือเปล่า พลางมองพจมานอย่างพินิจพิเคราะห์

ที่หน้าต่างห้องนั่งเล่นนั่นเอง ทั้งหม่อมและคุณแพรวต่างโผล่มาดูจิกตาดูพจมานคุยกับนุกูล หญิงเล็กที่จะมารับโสมไปหัดเต้นรำที่บ้านท่านต้อมเห็นเข้าบอกว่าจะไปบอกให้ชายกลางมาดูจะได้ตาสว่างเสียทีว่าไอ้ที่ทำหงิมๆนั้นมารยาทั้งนั้น

คุณแพรวยุให้รีบไปเลย เห็นโสมแต่งตัวสวยถามว่าจะไปไหน โสมบอกอย่างภูมิใจว่าหญิงเล็กจะพาโสมไปหัดเต้นรำที่วังท่านต้อม ต่อไปจะได้เข้าสังคมได้ไม่ขัดเขิน หม่อมอวยทันทีว่า

“ดูเอาไว้เป็นตัวอย่างเถอะจ้ะหลาน ไปไหนกับเขาบ่อยๆอีกหน่อยก็จะได้พบผู้ชายดีๆที่คู่ควร”

เมื่อหญิงเล็กไปบอกชายกลางให้มาดูพจมานคุยกับผู้ชาย ชายกลางบอกว่าผู้ชายคนนั้นอาจเป็นญาติของพจมานที่ต่างจังหวัด ตำหนิหญิงเล็กว่า “เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ควรไปแอบดูหรือคอยจับผิดเด็ก”

หญิงเล็กไม่พอใจ แต่พอจะออกไปก็นึกได้หันบอกชายกลางว่า

“พี่ชายกลางคะ คือ...วันเสาร์หน้าหญิงจะจัดปาร์ตี้ที่บ้าน พี่ชายกลางคงจะไม่มีธุระที่ไหนนะคะ” ชายกลางบอกว่าอีกหลายวันยังไม่รู้เลย “แต่งานนี้ ขาดพี่ชายกลางไม่ได้ค่ะ เพราะหญิงบอกทุกคนไปแล้วว่าเป็นพี่ชายกลาง ท่านต้อมกับท่านติ๋วก็จะเด็จมาด้วย นะคะ...พี่ชายกลางอยู่ร่วมงานด้วยนะคะอย่าให้หญิงเสียคำพูด...” พอชายกลางพยักหน้าก็ดีใจสุดๆ “ขอบคุณมากค่ะ” เข้าไปจุ๊บแก้มพี่ชายแล้วออกไปอย่างร่าเริง

นุกูลอยู่คุยกับพจมานไม่นานก็กลับ หม่อมบอกว่าอยากรู้นักว่าชายกลางว่าอย่างไร พอหญิงเล็กมาบอกว่าไม่ได้ว่าอะไรสักนิด แล้วชวนโสมรีบไปกันเดี๋ยวท่านติ๋วจะกริ้วเอา ส่วนคุณแพรวหันพูดกับหม่อมว่า

“คิดอีกทีก็ดีเหมือนกันนะคะ เพราะแสดงว่าชายกลางไม่ได้สนใจไยดีกับมัน” หม่อมเร่งว่างั้นเราก็ไปกันบ้าง “ค่ะ...ป่านนี้ขาคงมากันครบแล้ว” สองพี่น้องหยิบกระเป๋ารีบเดินออกไปจั่วกัน

ooooooo

พจมานหิ้วชะลอมวิ่งกลับมาร้องเรียกนมทิพย์กับชายน้อยอย่างร่าเริง พลันก็ชะงักเมื่อเห็นชายกลางอยู่ด้วย ชายกลางถามโดยไม่หันมองว่าใครมาหา พจมานบอกว่านุกูล ก็ซักว่านุกูลเป็นใคร

“นุกูลเป็นลูกนายแพทย์ประจำตำบลชื่อหลวงเวชนิติเกษมค่ะ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ” ชายกลางทำเสียงอ้อ...ในลำคอ พจมานบอกนมทิพย์ว่าคุณแม่ฝากน้ำพริกต่างๆกับขนมมาให้เยอะแยะเลย ชวนนมทิพย์เดี๋ยวเอาคลุกข้าวกินกัน ส่วนชายน้อย พจมานบอกทานขนมที่แม่ฝากมาให้ดีกว่าแล้วเอาทั้งกะละแมเสวย และกล้วยกวนให้

ชายกลางนิ่งอยู่ครู่หนึ่งสั่งพจมานให้ไปพบที่ห้องสมุดแล้วเดินออกไป นมเตือนพจมานว่า

“คุณชายกลางแลจะอารมณ์ไม่ดีนะคะ คุณหนูรีบไปเถอะค่ะ!”

พจมานถูกชายกลางตำหนิว่าคราวหน้าถ้ามีเพื่อนมาหาอีกควรแจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบ ไม่ใช่แอบไปนั่งคุยกันตามลำพัง พจมานบอกว่าตนไม่ได้แอบ ถูกชายกลางดุว่าจะฟังโดยไม่เถียงบ้างได้ไหม ปรามว่า

“เธอเป็นเด็ก เมื่อผู้ใหญ่เตือนก็ควรจะรับฟังไม่ใช่เถียงคำไม่ตกฟาก ผู้ใหญ่เขาอาบน้ำร้อนมาก่อน!” พอพจมานนิ่งชายกลางบอกว่าจะพูดอะไรก็พูดมา พจมานตอบเสียงแผ่วว่าไม่เป็นไรถ้าพูดไปเกรงจะเป็นการเถียงอีก ก็ถูกชายกลางหาว่ายอกย้อนสั่งจะพูดอะไรให้พูดมา

“ดิฉันเปลี่ยนใจแล้วค่ะ เพราะไม่ว่าดิฉันจะพูดอะไรออกไป ถ้าไม่เป็นการเถียงก็จะเป็นการยอกย้อนไปหมด”

“เหมือนที่พี่หญิงใหญ่เคยพูดไว้ไม่มีผิด...จะไปไหนก็ไป” พอพจมานเดินออกไป ชายกลางมองตามอย่างหงุดหงิด

แต่พอพจมานมาถึงหน้าห้องของตัวเอง เอมก็รีบเข้ามาพูดเสียงแข็งว่า “หม่อมท่านให้มาตามไปพบ!”

เมื่อพจมานไปพบหม่อมที่อยู่กับคุณแพรวที่ห้องนั่งเล่น พจมานถูกทั้งสองดูถูกเหยียดหยามลามปามไปถึงแม่ว่าไม่อบรมสั่งสอน ทำให้พจมานทนไม่ได้โต้แย้งกลับไป ก็ถูกดุ แต่พอพจมานบอกว่าตนไม่ได้เป็นคนเริ่มแต่น้าแพรวเริ่มก่อน ก็ถูกคุณแพรวแว้ดใส่ทันทีว่า

“อย่าบังอาจนับญาติกับฉัน แกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับใครหรืออะไรในบ้านทรายทองทั้งนั้น ไสหัวกลับไปอยู่กับพวกบ้านนอกของแกได้แล้ว”

“ถ้าคุณโสมกับคุณสืบอยู่ที่บ้านทรายทองนี่ได้ ดิฉันก็มีสิทธิ์อยู่ได้เหมือนกัน” พจมานโต้แย้งจนทั้งหม่อมและคุณแพรวโกรธด่าว่าจองหอง อวดดี พจมานไม่ตอบโต้ถามว่าเรียกมาพูดแค่นี้ใช่ไหม หม่อมบอกว่า “ยังมีเรื่องคนรักของแกอีก”

พอพจมานบอกว่าตนยังไม่มีคนรัก ก็ด่าพาดพิงถึงแม่อีกว่าโกหกหน้าด้าน ๆนี่คงสั่งสอนลูกให้พูดโกหก สอนแต่สิ่งชั่วช้าเลวทรามมาทั้งนั้น

ทั้งหม่อมและคุณแพรวถูกพจมานโต้แย้งจนพูดไม่ออก คุณแพรวพุ่งเข้ามาจะตบ พจมานยืนนิ่งสบตาอย่างเยือกเย็นจนคุณแพรวยกมือค้าง

“คนบ้านนอกอย่างเรา รักสงบ แต่ถ้าถูกรังแกเมื่อไหร่ เราก็จะสู้ขาดใจเหมือนกัน” พจมานพูดหน้านิ่ง หม่อมตวาดถามว่าจะสู้กับพวกตนหรือนังพจมาน!

“ถึงแม้เลือดพินิตนันทน์ของดิฉันจะไม่สูงส่งเท่าเลือดสว่างวงศ์ แต่เราก็มีศักดิ์ศรีที่ใครจะมาหยามไม่ได้เหมือนกัน!” พจมานยืนตัวตรงคอแข็งอย่างไม่หวาดหวั่น

เอมสาระแนไปบอกชายกลางว่า แม่พจมานกำลังด่าหม่อมท่านกับคุณแพรว ชายกลางดุว่า “ฉันสั่งแล้วไม่ใช่หรือว่าให้เรียกคุณพจมาน!” เอมรับคำอุบอิบ ชายกลางย้ำว่า “ต่อไปนี้ ถ้าใครขัดคำสั่งอีก ฉันจะตัดเงินเดือน! แล้วเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของเจ้านาย ไม่ใช่เรื่องของเรา ออกไปได้แล้ว”

เอมไปเสนอหน้าบอกหม่อมกับคุณแพรวว่า ตนไปบอกชายกลางแล้วว่าพจมานเถียงหม่อมกับคุณแพรว หม่อมถามว่า “แล้วชายกลางว่ายังไงบ้างล่ะรีบมาตามคำฟ้องของแกเลยสิ” เอมเสียงแผ่วว่าคุณชายไล่ตนออกมา หม่อมเลยด่าซ้ำ “สมน้ำหน้า สาระแนดีนักเขาไม่ไล่ออกก็บุญแล้ว” หม่อมจิ้มหน้าเอมจนหงาย พอเอมลุกขึ้น คุณแพรวก็จิ้มหงายไปอีกรอบพูดกระทบไปถึงชายกลางว่า “นังนั่นมันเป็นคนโปรด จำใส่กะลาหัวเอาไว้”

ooooooo

พจมานเดินผ่านห้องหนึ่งขณะจะกลับห้องตัวเอง ได้ยินเสียงเหมือนคนแก่ครางเบาๆ เธอตกใจเมื่อผลักประตูเข้าไปเห็นเป็นห้องพระ แต่ดีใจมากเมื่อได้เห็นโกศบรรพบุรุษ พจมานก้มกราบเอ่ยเบาๆ

“พินิตนันทน์คนหนึ่ง ได้เข้ามาทำความเคารพบรรพบุรุษแล้วเจ้าค่ะ”

ในห้องนี้ พจมานได้เจอชายน้อยอยู่กับคุณตาคือพระยาราชาพิพิธ ความดีใจกลายเป็นตกใจเมื่อพจมานแนะนำตัวเองว่าเป็นลูกของพนา แล้วท่านสะดุ้งสุดตัวตกใจร้องปากคอสั่น

“สุรพล! สุรพล! ไปให้พ้น!! ไปให้พ้น!!!”

ทันใดนั้นหญิงใหญ่เข้ามามองอย่างเยือกเย็น

สั่ง “พจมาน! เอาตัวคุณชายออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้!”

เมื่อพจมานเล่าให้นมทิพย์ฟัง นมปลอบว่าอย่าคิดอะไรมาก หันมองชายน้อยที่เพลินกับของเล่นอยู่รำพึงรำพันว่า

“กรรม สิ่งใดที่มีผู้ทำไว้ กรรมนั้นย่อมเป็นของผู้สร้าง บุคคลใดจะห้ามความตายไม่ให้มาถึงตนด้วยตาข่ายเพชรเจ็ดชั้น ก็ยังไม่สามารถกั้นได้ ความมั่งมีศรีสุขย่อมไม่อยู่กับผู้ที่สร้าง มีเท่าใดก็ย่อมอันตรธาน แต่กรรมนั้น ปู่ย่าตายายสร้างกรรมไว้ บาปก็ตกอยู่กับหลานรุ่นหลังทำให้พิการง่อยเปลี้ยเสียขา” นมทิพย์

หันมองชายน้อยรำพึงน้ำตาคลอ “ทูนหัวของนม น่าเวทนาเหลือเกิน...”

เมื่อพจมานกลับเข้าห้องตัวเองก็ยังคิดคำที่ นมทิพย์พูด นมยังมองไปที่ตึกขวางเมื่อมีเสียงร้องครางอย่างเจ็บปวดแว่วมา

“โน่นก็อีกคน ที่อยู่ตึกขวางโน่น เมื่อเป็นใหญ่เป็นโต มีอำนาจราชศักดิ์...ว่างๆหนูลองเดินไปดูสิ จะเห็นแกร้องโอ้กอ้ากเหมือนวัวถูกเชือด เจ็บทรมานมาเกือบห้าปีแล้ว ลูกเต้าล้มหายตายจากกัน...มีอันเป็นไปแทบไม่มีเหลือ เขาเรียกว่ากฎแห่งกรรมไงคะ ใครทำอะไรไว้ จะเห็นในชาตินี้...ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า...ชั่วแต่ จะมาถึงช้าหรือเร็วเท่านั้น นมเห็นมานักต่อนักแล้ว”

ไม่ทันไรหญิงใหญ่ก็เข้ามาถามพจมานว่าไปทำอะไรให้คุณตาท่านตกใจ พจมานบอกว่าตนแค่เข้าไปเพื่อเรียนถามว่าตนมีสิทธิ์อยู่ในบ้านทรายทองหรือเปล่าเท่านั้น ถูกหญิงใหญ่ดุว่าตอนนี้เธอมีชายกลางคุ้มหัว ไม่เห็นต้องไปทำให้คุณตาหรือใครต้องเดือดเนื้อร้อนใจ บ่นอย่างไม่พอใจว่า คุณตากำลังจะดีอยู่แล้วกลับแย่ลงไปอีก ต้องตามหมอกันวุ่นวายก็เพราะตัว

“อย่าจุ้นจ้านหาเรื่องวุ่นวายให้ฉันอีก แค่นี้ก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว” หญิงใหญ่ปรามก่อนเดินออกไป

ooooooo

นกุลกลับถึงบ้านด้วยความรู้สึกถึงฐานะที่ไม่ปกติของพจมานที่ทั้งดูซูบซีดและพาไปนั่งคุยกันที่ใต้ต้นประดู่ เมื่อเอายาไปให้แม่ของพจมาน ก็ได้รับรู้อีกว่าพจนีย์หนีออกจากบ้าน แต่แม่ขอร้องอย่าบอกพจมานเกรงจะทำให้ไม่สบายใจ

นกุลถามแม่ว่าไม่ไปเยี่ยมพจมานบ้างหรือ แววตาแม่เจ็บปวดขึ้นแว่บหนึ่ง บอกนกุลว่า

“อาคงจะไม่ไปที่นั่นอีกแล้ว ว่าแต่พ่อกุลเถอะ จะไปเยี่ยมพจเมื่อไหร่มาบอกด้วย อาจะได้ฝากของกินไปให้เขา”

เมื่อนกุลไปเยี่ยมพจมานอีก ก็ถูกเอมจอมสาระแนแจ้นไปฟ้องหม่อมว่าพจมานพาผู้ชายเข้าบ้านอีกแล้ว

เพราะถูกชายกลางตำหนิเมื่อคราวที่แล้วว่าพาใครมาควรให้ผู้ใหญ่รับทราบ วันนี้พจมานจึงพานกุลเข้าไปคุยกันในห้องมีนมทิพย์กับชายน้อยร่วมอยู่ด้วย กลับกลายเป็นว่า พจมานพาผู้ชายเข้าห้อง! หม่อม

ลิ่วไปเล่นงานทันที ไปถึงสั่งให้เอมพาชายน้อยออกไปก่อน เอมประคบประหงมอ่อนหวานขณะพาชายน้อยออกไป แต่พอพ้นหน้าทุกคนไปแล้วก็ตวาด

“เดินเร็วๆหน่อยสิคะคุณชาย! มัวงุ่มง่ามอยู่นั่นแหละ” บังเอิญหญิงใหญ่ได้ยิน ปรามเอมว่าตัวเองเป็นใครถึงได้กล้าพูดกับน้องชายตนอย่างนั้น ถ้าชายกลางรู้แกไม่ได้อยู่บ้านนี้ต่อไปแน่ เอมลนลานกราบแทบเท้าหญิงใหญ่สารภาพผิด

ooooooo

หม่อมเล่นงานพจมานหาว่าพาผู้ชายเข้าบ้าน เมื่อพจมานชี้แจงว่าตนทำตามคำสั่งของคุณชายกลาง ที่สั่งให้เข้ามาพูดคุยกันในบ้านให้เป็นเรื่องเป็นราว โดยมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย หม่อมตะแบงว่าถึงอย่างไรก็ไม่ควรทำ

นกุลทนไม่ได้ติงว่าทำไมจะไม่ควรในเมื่อตนกับพจมานไม่ได้ทำอะไรเสียหายและเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เลยกลายเป็นนกุลโต้แย้งกับหม่อมไปอีกคน นมทิพย์ไม่สบายใจ พจมานจึงขอร้องให้นกุลกลับไปก่อน เมื่อนกุลกลับไปแล้ว พจมานย้ำกับหม่อมว่าสบายใจได้ตนไม่ได้ทำอะไรเสียหาย

“ฉันจะสบายใจได้ก็ต่อเมื่อแกขนข้าวของออกไปจากบ้านทรายทอง! จำใส่กะลาหัวเอาไว้!”

เมื่อหม่อมไปแล้ว นมทิพย์บอกพจมานว่าอย่าคิดมากเลย พจมานบอกว่าตนไม่เป็นไร ป้านมไม่ต้องห่วง

ซ้ำชายกลางยังเรียกพจมานไปพบ ไม่ตำหนิเรื่องนกุลแต่เตือนพจมานให้รู้จักเด็กผู้ใหญ่บ้างไม่ใช่เอาแต่เถียงอย่างเดียว

กลับมาเล่าให้นมทิพย์ฟัง ถามนมว่า

“ป้านมขา...พจไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณพ่อถึงได้ต้องการให้พจมาอยู่บ้านทรายทองนัก ทั้งๆที่ไม่มีเจ้าของบ้านคนไหนเขายินดีต้อนรับพจสักคน”

นมทิพย์ได้แต่บอกว่าท่านต้องมีเหตุผลของท่านแต่ตนความรู้น้อยจนปัญญาที่จะคาดเดา ขอให้คุณหนูอดทนไว้

ooooooo

หญิงเล็กจัดงานปาร์ตี้บริเวณด้านหน้าตัวบ้าน ท่านต้อมกับท่านติ๋วมาถึงแล้ว ท่านติ๋วแต่งตัวสวยดูตื่นเต้น หญิงเล็กรีบมาเชิญเข้าข้างใน บอกว่าแขกมากันเกือบครบแล้ว

หญิงเล็กร้อนใจที่ชายกลางยังไม่มา หม่อมบอกว่าเห็นนัดผู้เช่านารังสิตไปพบกันที่บ้านนายพร หญิงเล็กบ่นว่าทำไมต้องนัดวันนี้ ถ้ากลับไม่ทันตนเสียหน้าแย่ที่รับรองกับท่านติ๋วไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะ

ขณะนั้นเองมีรถเข้ามา ท่านติ๋วลุกไปดูที่หน้าต่าง โสมตามไปดูด้วยแต่พอเห็นเป็นท่านตุ้มก็เอะใจว่าพาใครมาด้วย ท่านตุ้มมากับพจมาน แต่พจมานไม่ลงบอกว่าไม่สะดวก ท่านตุ้มเข้าไปในงานก็ขอโทษหญิงเล็กที่ตนมัวไปวังศาลาแดงเสียเกือบลืมที่พี่ติ๋วสั่งให้แวะมาที่นี่ ท่านติ๋วถามว่ามากับใคร ทำไมไม่พาเข้ามาข้างในด้วย ท่านตุ้มบอกว่าคุณพจมาน หญิงเล็กสวนเสียงดังว่า

“แหม...ท่านตุ้มเรียกเสียอย่างกับมันยิ่งใหญ่มาจากไหน ที่บ้านทรายทองนี่ เราเรียกว่า ‘อีพจมาน’ ค่ะ”

ทุกคนในห้องหันมองอย่างสนใจ ท่านตุ้มนิ่วหน้ามอง หม่อมจึงเรียกโสมให้ถวายน้ำชาท่านตุ้มเบนความสนใจและให้ชวนท่านตุ้มคุยเห็นว่าชอบดนตรีไทยเหมือนกันใช่ไหม

ooooooo

พจมานอาบน้ำแต่งตัวสบายๆนุ่งกางเกงขาสั้นใส่เสื้อแขนกุดเดินออกมาจะไปห้องนมทิพย์ ได้ยินเสียงชายน้อยร้องไห้จึงวิ่งไปดู เห็นพวกเด็กผู้ดีทั้งหลายมีสืบเป็นตัวการกำลังรุมทุบตีและล้อเลียนชายน้อยอยู่อย่างสนุกสนาน

พวกนั้นทั้งเรียกไอ้ง่อย ทั้งแลบลิ้นปลิ้นตาหลอก พจมานเข้าไปถามว่าอะไรกัน สืบก็ยังเตะชายน้อยไม่หยุด พจมานจึงผลักสืบออกไป สืบเสียหลักล้มหน้าคว่ำปากแตก พอเห็นเลือดสืบก็แผดเสียงร้องไห้โฮๆทั้งด่าและทุบตีพจมานที่กำลังประคองชายน้อยลุกขึ้นจนล้ม สืบชี้หน้าพจมานแล้ววิ่งออกไป เด็กอื่นพากันวิ่งตาม

สืบไปฟ้องคุณแพรวในงานปาร์ตี้ว่าถูกพจมานรังแก ปั้นน้ำเป็นตัวว่าพจมานด่าตนต่างๆนานา คุณแพรวเห็นเลือดก็ถึงกับเป็นลม หญิงเล็กฮึดฮัดพาสืบมาเอาเรื่องพจมาน ด่าว่ากล้าอย่างไรมาด่าสืบ ให้ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้างว่าตัวเองเป็นใคร เมื่อพจมานชี้แจงจึงโต้เถียงกัน หญิงเล็กด่าพจมานอย่างสาดเสีย เทเสีย ทั้งยังจะเข้าไปตบ ดีแต่ชายกลางเข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกันเสียก่อน หญิงเล็กจึงชะงักมือฟ้องฉอดๆว่า

“บนตึกกำลังเลี้ยงน้ำชากันอยู่ดีๆ น้องสืบก็วิ่งร้องไห้โฮปากแตกเข้าไปฟ้องคุณน้าว่าถูกนังพจมานกับชายน้อยรุมกันแกล้งค่ะ น้าแพรวตกใจจนเป็นลม หญิงล่ะอับอายขายหน้าแขกเหลือเกิน”

“ชายน้อย เธอจะว่าอย่างไร” ชายกลางหันไปถาม

“พวกนั้นเขาเล่นสเกตกัน ชายมายืนดู เขาวิ่งหกล้ม ชายเลยหัวเราะ ชายไม่ได้หัวเราะเยาะ ชายหัวเราะเฉยๆ” หญิงเล็กแทรกขึ้นทันทีว่ายังจะแก้ตัวอีก ถูกชายกลางเรียกปรามแล้วให้ชายน้อยเล่าต่อ “สืบเขาโกรธ ด่าชายว่าไอ้เป๋! ไอ้ง่อย ชายว่าเขาอวดดี เขาเลยผลักชายหกล้มแล้วก็ช่วยกันทุบชาย”

หญิงเล็กพูดนำว่าชายน้อยกับพจมานช่วยกันรังแกสืบใช่ไหม สืบหลบตารับว่าใช่ พจมานยอมรับว่าตนทุบสืบจริงเพราะสืบไม่ยอมหยุดรังแกชายน้อย ชี้ว่าสืบนี่แหละตัวดีชอบรังแก ชอบล้อเลียนชายน้อย หญิงเล็กโพล่งถามว่าแล้วมันเรื่องอะไร ตัวเองเป็นแค่คนอาศัย ด่านังคางคกขึ้นวอ หาว่าชายกลางให้ท้ายจนตีเสมอเรา

พจมานฮึดสู้โต้เถียงอย่างไม่ยอมแพ้ บอกชายกลางว่าต้องจัดการกับสืบจึงจะถูกเพราะรังแกคนไม่มีทางสู้ บอกว่า

“ดิฉันไม่มีอำนาจจะทำอะไรลูกเจ้าใหญ่นายโตได้ก็จริง แต่ดิฉันมีสิทธิ์ป้องกันคนอ่อนแอไม่ให้ถูกข่มเหง ถ้าการที่ดิฉันช่วยคุณชายน้อยเป็นความผิด ดิฉันก็ยอมรับการทำโทษทุกอย่างค่ะ”

ชายกลางฟังทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกัน ถามสืบว่าชอบรังแกเขาแล้วทำไมใจเสาะนัก บอกให้กลับไปห้องแล้วจำไว้ว่าอย่าเข้าไปกวนคุณแม่เวลามีแขก ชายน้อยก็ให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย แล้วต่อไปก็ไม่ต้องมาเล่นกับลูกน้าแพรวแถวนี้อีก

พอพจมานจะออกไปชายกลางเรียกไว้ ถาม “เธอบอกจะยอมรับการทำโทษทุกอย่างไม่ใช่หรือ” พจมานรับคำ ต่างสบตากัน แล้วพจมานก็เป็นฝ่ายหลุบตาลง

ooooooo

เมื่อพาพจมานไปที่ห้องสมุด ชายกลางบอกว่าถ้าจะแต่งตัวใหม่ได้ก็ดี ให้แต่งชุดที่เธอจะไปลาหม่อมแม่กลับบ้านนั่นแหละ บอกให้ไปได้แล้ว ตนจะรออยู่ที่นี่

แต่พอพจมานเปลี่ยนชุดมา ชายกลางกลับพาไปที่ห้องจัดงาน พจมานคิดว่าจะพาตนไปลงโทษต่อหน้าคนพวกนั้น แต่พอเข้าไปในห้องท่ามกลางสายตาของหม่อม คุณแพรว หญิงเล็กและโสมที่จ้องจิกตาแทบถลน ชายกลางกลับพาพจมานไปแนะนำแก่ท่านผู้หญิงไฉไลว่า พจมานเป็นน้องสาวตน บุตรของคุณพระดุลยธรรมพินิตข้าหลวงเก่าประจำจังหวัด เพิ่งมาอยู่ในความปกครองของหม่อมแม่ แล้วให้พจมานกราบที่ตักท่าน

“ไหว้พระเถอะจ้ะ หน้าตาสะสวยน่าเอ็นดูจริง” ท่านผู้หญิงไฉไลชม จากนั้นชายกลางพาพจมานไปแนะนำแก่ท่านต้อม หม่อมเจ้าอเนกนพรัตน์ ท่านติ๋วหม่อมเจ้าหญิงปิยะฉัตรโสภา ท่านต้อมมองพจมานไม่วางตา เมื่อชายกลางพามานั่งร่วมโต๊ะ ท่านต้อมชวนคุย ถามพจมานว่าจะรับพายไหม หม่อมทำเป็นเอ็นดูแต่พูดดูถูกพจมานว่าอยู่บ้านนอกกินอาหารฝรั่งพวกนี้ไม่เป็นหรอก ซ้ำบอกกับท่านต้อมว่า ที่จริงพจมานไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไรกันสักเท่าไรหรอก เพราะว่า

“ปู่เขาไปได้เมียบ้านนอก แล้วพ่อก็ดำเนินรอยตาม ได้เมียบ้านนอกเหมือนกัน ช้อนส้อมยังกินไม่เป็นเลยค่ะ น่าเอ็นดู๊”

พอหม่อมพูดดูถูกไปถึงพ่อแม่และปู่ พจมานทนไม่ได้โต้ไปอย่างไม่ไว้หน้าว่า คุณพ่อส่งตนมาเพื่อให้รู้จักชีวิตพวกผู้ดีมีสกุลต่างหากและเดี๋ยวนี้ตนก็รู้แล้วว่าพวกที่ยกย่องตัวเองว่าเป็นผู้ดี บางคนก็โหดเหี้ยมทารุณอย่างที่คาดไม่ถึง

พจมานพูดความจริงเสียจนหม่อมทนไม่ได้ตวาดให้หยุด พจมานพูดกับชายกลางว่า

“ดิฉันเรียนคุณชายแล้วว่าดิฉันไม่อยากเข้ามาในห้องนี้ ดิฉันกลัวตัวเองจะทนไม่ได้ถ้ามีใครมาดูถูกคุณพ่อคุณแม่ของดิฉัน เรื่องส่วนตัวของพวกท่านไม่ใช่เรื่องตลกขบขันที่จะเอามาคุยกันเล่นในงานเลี้ยงน้ำชา!”

พจมานเดินออกไปทันที ทุกคนในห้องเงียบสนิท ชายกลางนั่งหน้าเครียดครู่หนึ่งจึงตามไป

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ท่านติ๋วหวั่นว่าตนจะเสียชายกลางไป หญิงเล็กมั่นใจว่าหม่อมแม่ น้าแพรวและตนจะไม่ยอมให้ชายกลางได้ “นังนั่น”เป็นเมียหรอก ยังไงพี่ชายกลางก็ต้องเกรงใจหม่อมแม่ ทั้งเชื่อว่าชายกลางเองก็มีใจให้ท่านติ๋วเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นจะรีบกลับมาทำไม

เวลาเดียวกัน หม่อมก็หว่านล้อมชายกลางว่าท่านติ๋วเหมาะสมกับชายกลางเหมือนกิ่งทองกับใบหยก ชายกลางบอกว่าตนยังไม่คิดเรื่องนี้ หม่อมเร่งให้คิดได้แล้ว ชายกลางบอกว่าคิดเมื่อไหร่จะกราบเรียนให้หม่อมแม่ทราบทันที

จากงานปาร์ตี้นี้ ไม่เพียงท่านติ๋วจะหวั่นไหวเกรงจะสูญเสียชายกลางไปเท่านั้น ท่านต้อมก็บอกชายกลางว่าจะจัดงานเลี้ยงน้ำชาในวัง เชิญชายกลางและเชิญพจมานไปด้วย

ท่านติ๋วกะการณ์ไว้อย่างแยบยล บอกหญิงเล็กว่าในวันงานจะให้ท่านต้อมขับรถไปรับที่บ้านทรายทองแต่เช้าจะได้มาช่วยกันเตรียมงาน หญิงเล็กทำเป็นเขินแต่ก็แอบปลื้ม เวลาเดียวกันท่านติ๋วก็ถามหญิงเล็กตรงๆ ว่าแน่ใจหรือว่าชายกลางไม่มีคนอื่น หญิงเล็กตกใจไม่คิดว่าท่านติ๋วจะถามอย่างนี้

เพราะพจมานยังไม่ได้รับโทษที่ให้จัดห้องสมุด วันนี้เมื่อสอนหนังสือชายน้อยแล้วก็ไปที่ห้องสมุด แต่พอเปิดประตูเข้าไปก็ชะงัก เมื่อเห็นชายกลางที่เพิ่งกลับจากทำงาน กำลังเลือกหนังสืออยู่...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน

สะใภ้เจ้าสัว EP.26 สาวปริศนาโชว์ที่ตรวจครรภ์ อ้างท้องกับเจ้าสัวเทียน
12 พ.ค. 2564

03:05 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 04:52 น.