ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บ้านทรายทอง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: ช่อง 7 ส่งละครรีเมค "บ้านทรายทอง" ลงจอ

หญิงใหญ่เอาเสื้อผ้าเก่าๆบ้างขาดบ้างปะส่งให้พจมานที่ยังคงก้มหน้านิ่ง ปากก็พล่ามไม่หยุด

“เป็นอะไรอีกล่ะ หม่อมแม่พูดถูกแล้ว อยู่กับบ้านไม่ต้องแต่งตัวโก้ๆราวกับจะไปเดินเล่น ไม่เหมาะที่จะทำงานบ้าน รวยนักรึไง? ดูแต่ฉันยังใช้เสื้อผ้าเก่าๆเลย...

เอ้า! ขาดๆวิ่นๆเป็นรอยปะก็ช่างเป็นไร หล่อนไม่มีหน้าที่ออกไปข้างนอก เราเป็นลูกกำพร้าต้องเจียมตัว”

พจมานเหลือบมองเสื้อผ้าที่หญิงใหญ่โยนให้น้ำตากลบตา...

นี่คือชีวิตจริงของพจมาน ที่พจนีย์ น้องสาวของพจมาน คิดว่าพี่สาวไปเสวยสุขอยู่ที่บ้านทรายทอง เมื่อวันนี้เห็นแม่อ่านจดหมายของพจมานด้วยหน้าตายิ้มแย้มอิ่มเอิบ ก็ถามอย่างขัดใจว่า ลูกสาวคนโปรดของแม่เขียนมาเล่าว่าอย่างไรบ้าง

“เขาสบายดี นี่ก็ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว แม่อ่านแล้วก็หมดห่วง”

“โอ๊ย...จะต้องห่วงไปทำไม นีย์สิน่าห่วงกว่า ฮึ! พี่พจ ได้ไปอยู่บ้านหลังใหญ่โตโก้หรู แต่พวกเราต้องอยู่ในรูหนูนี่”

แม่ได้แต่บอกว่าพี่เขามีอนาคตที่ดี พอเรียนจบ ลูกทั้งสองคนก็จะได้พึ่งพี่เขาต่อไป พูดพลางชำเลืองมองพจนาที่นั่งซ่อมจักรยานอยู่ที่ระเบียงบ้าน พจนีย์เบ้หน้าบอกว่าตนไม่ได้หวังพึ่งหรอกคนเห็นแก่ตัวแบบนั้น แม่เรียกปรามก็ยังอ้างว่า

“จริงๆนะคะ ผกาแก้วเขายังบอกเลยว่า พี่พจน่ะเห็นแก่ตัวที่สุด เอาสบายเสียคนเดียว ปล่อยให้แม่ให้น้องอยู่กับบ้านนอก พูดแล้วมันเจ็บใจ” พจนีย์สะบัดเสียงอย่างเจ็บใจ

ความจริงในเวลาเดียวกันนี้คือ พจมานกำลังถูกหญิงใหญ่คุมให้ถูบ้านอยู่อย่างเข้มงวด ทั้งการซักผ้าขี้ริ้ว บิดผ้าขี้ริ้วและการถูพื้น ครู่เดียวก็ชี้ที่ถังน้ำว่าดำแล้วให้เอาไปเปลี่ยนเสีย พจมานกล้ำกลืนยกถังไปที่หลังบ้าน

ไปถึงหลังบ้านถูกเอมเยาะเย้ยว่า “นี่นางฟ้าตกลงจากวิมานแล้วจริงๆหรือนี่ สมน้ำหน้า! สัญชาติกาแต่ผยองอยากจะเป็นหงส์” พจมานซักผ้าถูพื้นบิดให้แห้งแล้วยกถังน้ำสาดโครมใส่เอมจนเปียกไปทั้งตัว เอมโวยวายก็ถูกตวาดให้หยุด เมื่อกี๊เจอน้ำต่อไปจะเป็นถัง เอมรีบเม้มปากแน่น จนพจมานรองน้ำใหม่หิ้วออกไปแล้วเอมก็ยังไม่กล้าตอแย

หิ้วน้ำกลับไปถูพื้นอีก ก็ยังถูกหญิงใหญ่กระแนะกระแหนว่าเป็นผู้หญิงต้องอดทน ต้องหนักเอาเบาสู้ ไม่ว่าผู้ดีหรือไพร่ต้องรู้จักทำงานเป็น พจมานต้องอดทนแม้แต่ น้ำตาก็ต้องกลืนไว้ในอก ก้มหน้าก้มตาถูพื้น ห้องแล้ว...ห้องเล่า...

พจมานทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่พอซักผ้าตากผ้าเสร็จยืดตัวไม่ทันตรงดี แจ่มก็มาบอกว่าหญิงใหญ่ให้ไปพบ พจมานถอนใจเฮือกถาม “อะไรอีกล่ะ?” แจ่มปลอบ เสียงอ่อนๆว่าคงไม่มีอะไรแล้วกระมัง แต่สีหน้าไม่แน่ใจ

หญิงใหญ่เรียกพจมานไปบอกว่าพรุ่งนี้จะให้ย้ายขึ้นมานอนที่ห้องตน พจมานพยายามบ่ายเบี่ยงว่าตนอยู่กับนมทิพย์ก็ดีแล้ว แต่หญิงใหญ่อ้างว่าไม่เหมาะเพราะชายเล็กอยู่ด้วยถึงจะเป็นเด็กแต่ก็เป็นผู้ชายและที่สำคัญคือ...

“ฉันต้องการจะศึกษาตัวหล่อนด้วย พรุ่งนี้ฉันจะให้เขายกเตียงเหล็กเล็กๆขึ้นมาให้หล่อน” นึกได้ถามว่านอนกัดฟันหรือเปล่า พจมานบอกว่าอยู่โรงเรียนประจำไม่เคยมีเพื่อนบ่น

พอพจมานเดินออกไป หญิงใหญ่มองตามอย่างใคร่ครวญพึมพำกับตัวเอง...

“จริงสิ... ‘บ้านทรายทอง’ ไม่ใช่ของสว่างวงศ์ แต่ เป็นของพินิตนันทน์! ไม่เคยปรากฏว่ามีตำหนักหรือวังของสว่างวงศ์เลย แล้วพวกเรามีสิทธิ์อะไรที่จะไปกีดกันเด็กที่น่าสมเพชคนนั้น...”

ooooooo

พจมานมาอยู่ห้องหญิงใหญ่ ผวาตื่นเมื่อแว่วเสียงเหมือนสัตว์ร้องอย่างเจ็บปวดจากตึกขวาง ลุกพรวดขึ้นนั่ง เห็นหญิงใหญ่นอนหลับสนิท จึงเปิดโคมไฟข้างเตียงหยิบหนังสือเรียนอ่าน

ครู่เดียวเห็นหญิงใหญ่ขยับตัวแล้วเอาผ้าปิดตา พลิกไปมาแล้วลุกนั่งถามพจมานว่าเปิดไฟทำไมตนนอนไม่หลับ

“ขอโทษค่ะ ดิฉันท่องหนังสือ”

“ท่องอะไรดึกดื่นป่านนี้ กลางวันมีถมเถไป ทำไมไม่ท่อง ปิดไฟ!”

พจมานถอนใจ ปิดไฟ ลงนอน ตามเสียงเข้มของหญิงใหญ่

รุ่งเช้ามีเรื่องให้ถูกดุอีกจนได้ เมื่อพจมานจะไปทำความสะอาดห้องหญิงใหญ่เห็นกรอบรูปคว่ำอยู่ที่พื้น หยิบขึ้นดูเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง หญิงใหญ่มาเจอก็ดุว่าของบนโต๊ะเครื่องแป้งตนไม่มีหน้าที่อะไรมายืนดูให้เสียมารยาทเป็นลูกพระลูกพระยาเสียเปล่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง พอพจมานชี้แจงว่าตนเห็นหล่นอยู่จึงเก็บขึ้นมาต่างหาก ก็ตวาดว่าตนไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับของของตน โดยเฉพาะรูปนั่น

ทีแรกพจมานก็ชี้แจงอย่างเยือกเย็น แต่พอถูกก้าวร้าวว่าเป็นลูกพระลูกพระยา ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง พจมานก็ทนไม่ได้ตอบโต้อย่างไม่หวั่นเกรงว่า จะดุด่าว่ากล่าวตนอย่างไรตนไม่ถือ แต่ที่บอกว่าเป็นลูกพระลูกพระยา ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนั้น ตนเสียใจ ท่านไม่ควรจะรับบาปเพราะความ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตน

หญิงใหญ่หงุดหงิดสั่งว่าคราวหลังถ้าไม่มีธุระในห้องนี้ก็ไม่ต้องเข้ามา ตนไม่ชอบให้ใครมาเคลื่อนที่ข้าวของของตน จะเข้ามาได้เฉพาะเวลานอนเท่านั้น แล้วไล่ออกไปได้แล้ว พจมานจึงขออนุญาตไปนอนที่ตึกขวางได้ไหมเห็นมีอยู่หลายห้อง

“ตึกขวาง! หล่อนแน่ใจหรือว่าจะไปอยู่ตึกขวาง ตึกนั่นปิดตายมาร่วมปีแล้ว เหลือไว้ห้องเดียวให้คนเจ็บอยู่ไม่มีใครกล้าไปแถวๆนั้น เขากลัวผีกัน นี่หล่อนมาไม่กี่วันจะไปอยู่ที่นั่น อย่าเข้าไปคนเดียวนะ จะบอกให้”

พจมานขยับจะออกไป นึกได้หันกลับมากราบ ขอคำว่า “หล่อน” เพราะรู้สึกเหมือนว่าตนกับหญิงใหญ่ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย หญิงใหญ่ชะงัก ขยับจะพูดแต่พจมานเดินออกไปแล้ว

ooooooo

คุณแพรวพรรณ น้องสาวของหม่อมพรรณราย ยกครอบครัวกลับจากต่างประเทศ มีประสพกับโสมและสืบ สามี ลูกสาวลูกชาย มาอยู่ที่บ้านทรายทองเพราะบ้านใหม่ยังสร้างไม่เสร็จ มีการจัดเลี้ยงต้อนรับกันเอิกเกริก

เมื่อคุยกันถึงเรื่องอาหาร หญิงเล็กลอยหน้าบอกว่าตนชอบอาหารฝรั่ง อีกหน่อยชายกลางกลับมาก็คงได้รับประทาน ประสพถามว่าชายกลางจะกลับเมื่อไร หม่อมพรรณรายบอกว่าอีกสองสามเดือน แล้วหันไปสนใจโสมกับสืบถามว่าข้าวต้มอร่อยไหม โสมบอกว่าอร่อยมาก แต่สืบทำหน้าเบ้บอกว่าไม่ชอบข้าวต้ม

ประสพเรียกปรามลูกชาย หม่อมพรรณรายบอกว่าไม่เป็นไร สืบชอบอะไรเดี๋ยวจะให้เอมไปบอกยายหลงทำให้

“ไม่ต้องครับ...คุณพี่ ตาสืบ อย่าเหลวไหล ทานข้าวต้มให้หมด” ประสพหันไปเข้มงวดกับลูกชาย

ooooooo

เพราะทราบว่า เจ้าคุณราชพิพิธพี่ชายแท้ๆของคุณปู่สุรพลบิดาของพ่อยังมีชีวิตอยู่และอยู่ที่ตึกขวางของบ้านทรายทอง พจมานอยากไปกราบเรียนว่าตนได้เข้ามาอยู่อาศัยที่บ้านทรายทองแล้ว จึงถือหนังสือเดินไปที่ตึกขวาง

แต่เห็นสภาพออกจะลึกลับของตึกขวางก็เปลี่ยนใจเดินไปที่ศาลากลางน้ำที่น้ำแห้งขอดมีแต่ใบไม้ใบหญ้าทับถมที่ก้นสระ เห็นประตูศาลากลางสระแง้มอยู่จึงค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างอยากรู้อยากเห็น

พอสายตาชินกับความมืด พจมานก็แทบช็อก เมื่อเห็นโลงศพตั้งอยู่ หน้าโลงมีรูปวาดของบุษบาในชุดละครตั้งอยู่หน้าโลง พร้อมกระถางธูปเทียนบูชา ที่ต้องผงะคือมี
หญิงแก่ผมขาวใบหน้ายับย่นถือธูปเทียน ถามเสียงเย็นยะเยือก

“นั่น...ใคร?” พลางหญิงแก่หันมอง พจมานตกใจสุดขีดวิ่งเตลิดออกไปทันที!

พจมานวิ่งไปจนเลี้ยวมุมตึกก็ชนเข้าอย่างจังกับร่างสูงใหญ่ พจมานจะวิ่งต่อถูกกระชากแขนไว้ เธอร้องกรี๊ดช็อกหมดสติไปทันที

ชายกลาง หรือ ม.ร.ว. ภราดาพัฒน์ระพี นั่นเอง... ชายกลางรับร่างนั้นไว้ทัน ก้มมองฉงนว่าเป็นใคร?

ในงานต้อนรับครอบครัวคุณแพรว บรรดาเด็กๆ ลูกท่านหลานเธอวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะกลุ่มของสืบเล่นสเกตกันอย่างคล่องแคล่ว ชายน้อยที่ดูอยู่หัวเราะชอบใจ ถูกสืบโฉบมายิ้มเยาะถาม “หัวเราะอะไรไอ้ง่อย” เท่านั้นไม่พอ ยังย้อนโฉบมาผลักอกชายน้อยจนเซ ร้องถาม “ว่าไง! ไอ้เป๋...หัวเราะอะไร!”

ชายน้อยถูกเยาะเย้ยเหยียดหยามจนร้องไห้ นมทิพย์มาเจอรีบเข้าโอบกอดชายน้อยไว้

“คุณชายน้อย นมบอกแล้วไงว่าอย่าไปเล่นกับพวกเด็กใจร้าย กลับห้องดีกว่าค่ะ นมเตรียมขนมอร่อยๆ ไว้ให้เยอะแยะ” นมทิพย์ประคองชายน้อยเดินไปอย่างทะนุถนอม มาถึงบันไดหินด้านหลังก็มองตะลึง เมื่อเห็นชายกลางอุ้มพจมานเดินมา ชายน้อยอุทานด้วยความดีใจสุดๆ

“พี่ชายกลาง...”

ส่วนนมทิพย์น้ำหูน้ำตาไหล ดีใจที่ชายกลางกลับมา แล้วจึงถามชายกลางว่า คุณหนูเป็นอะไรให้พาขึ้นข้างบน อุ้มอยู่อย่างนั้นหนักแย่ พาชายกลางไปที่ห้องของ

นมทิพย์ให้วางไว้บนที่นอน ชายกลางถามงงๆว่าเด็กที่ไหน เห็นวิ่งมาจากตึกขวางเรียกก็ไม่ได้ยินเลยจับแขนกระชากไว้ไม่รู้ว่าเด็กบ้าหรือเด็กดี

นมทิพย์บอกว่าเด็กดี เห็นบ่นอยู่ว่าไม่สบายเมื่อวานนี้ จะเป็นอะไรมากหรือเปล่าก็ไม่รู้ ชายกลางบอกว่าคงตกใจให้ยาดมคงจะดีขึ้น แล้วหันไปกอดชายน้อยด้วยความรัก

พอนมทิพย์รู้จากชายกลางว่าพจมานวิ่งมาจากตึกขวางก็ตกใจบ่นว่า ห้ามแล้วห้ามอีกไม่ให้ไปแถวนั้นก็ไม่เชื่อ ถามไถ่ลำดับญาติกัน ชายกลางถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าพจมานเป็นลูกของน้าพนาเพิ่งมาอยู่ได้ไม่เท่าไร

ชายกลางชวนชายน้อยไปหาคุณตากัน ชายน้อยดีใจกระฉับกระเฉงขึ้นมาทันที นมทิพย์เดินไปด้วย ชายกลางบอกให้ไปดูเด็กนั่นเถิดตนไปกับชายน้อยได้ เอ่ยอย่าง
ซึ้งใจว่า

“ขอบใจมากที่ทำตามสัญญาว่าจะไม่ทิ้งชายน้อยไประหว่างที่ฉันไม่อยู่ ถ้าขาดนมเสียคนชายน้อยจะลำบากมาก”

“โถ...ถึงคุณชายไม่ฝาก นมก็ทิ้งคุณชายน้อยไม่ได้หรอกค่ะ” นมทิพย์น้ำตาไหลด้วยความรักและเวทนาชายน้อย

ooooooo

เมื่อพจมานรู้สึกตัว เล่าให้นมทิพย์ฟังอย่างตื่น ตระหนกว่าตนเห็นผีเห็นโลงผี เห็นผีแก่ๆผมขาว...

นมทิพย์บอกว่านั่นไม่ใช่ผี แกชื่อยายหุ่นเป็นคนเก่าแก่ของคุณหญิง เป็นใบ้หูหนวกมีหน้าที่เอาถาดอาหาร เครื่องเซ่นไหว้ไปให้คุณหญิงท่านทุกวันตามธรรมเนียม ศาลาเล็กหลังกลางสระหลังตึกเป็นที่เก็บศพของคุณหญิงแม่ของหม่อมท่านเป็นคุณย่าของพจมาน

พจมานไข้ขึ้นสูง พร่ำเรียกหาคุณพ่อคุณแม่บอกว่าตนไม่อยากอยู่แล้ว ตนกลัว แล้วเพ้ออย่างหวาดกลัวจนนมทิพย์ต้องจับมือไว้ปลอบใจ จนพจมานค่อยๆหลับไป มือก็ยังกุมมือนมทิพย์ไว้แน่นอย่างหวาดกลัว

ท่านเจ้าคุณดีใจมากเมื่อรู้ว่าชายกลางกลับมาก่อนตนจะตาย ชายกลางมองสภาพของท่านเจ้าคุณที่ทรุดโทรม สกปรกอับชื้นอย่างเวทนาจับใจ

เมื่อหญิงใหญ่ไปคุยกับชายกลางที่ห้องทำงาน ลำดับญาติกับพจมานให้ฟังว่า

“เขาเป็นลูกน้าพนา พินิตนันทน์ เป็นหลานของคุณตาสุรพล แม่ของเขามีบุญคุณกับเราด้วย หม่อมแม่เล่าเองว่าตอนที่คุณยายเจ็บเป็นวัณโรคหาคนพยาบาลไม่ได้ กลัวติดโรค ก็ได้แม่ของพจมานช่วยดูแลอุ้มลุกอุ้มนั่งจนกระทั่งคุณยายท่านสิ้น”

ชายกลางจึงมอบให้หญิงใหญ่ดูแลพจมาน ค่าใช้จ่ายต่างๆให้เบิกจากส่วนกลาง เมื่อเขาเป็นญาติ เขาก็ย่อมมีสิทธิ์ หญิงใหญ่บอกว่าแม่เขาจะออกค่าใช้จ่ายต่างๆและค่าเล่าเรียนเอง ขอแค่ที่อยู่เท่านั้น ส่วนคุณตา ชายกลางขอให้หญิงใหญ่ดูแลเรื่องความสะอาดกับเสื้อผ้าที่นอนหมอนมุ้งเพราะตนเห็นแล้วสลดใจ แต่พอหญิงใหญ่บอกว่าไม่ใช่ตนไม่ดูแล แต่ท่านไม่ยอมให้เปลี่ยน ตนก็มีงานมากเดี๋ยวคนโน้นคนนี้ นี่ก็ต้องดูแลเรื่องสำรับกับข้าวให้แขกของน้าแพรว

“ผมทราบว่าพี่หญิงใหญ่เหนื่อยมาก เอาเป็นว่าผมจัดการเรื่องทั้งหมดของคุณตาเอง ขอบคุณพี่หญิงใหญ่มากที่ช่วยดูแลรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างในระหว่างที่ผมไม่อยู่”

หญิงใหญ่กลับไปดูแลการจัดเลี้ยง ถามว่าพจมานไปไหนทำไมไม่มาช่วยงาน ถามนมทิพย์ นมทิพย์บอกว่าอยู่ในห้อง

พอไปเห็นพจมานจับไข้นอนซมก็หาว่ามารยาจำเพาะต้องมาเป็นไข้ในวันมีงานด้วย หญิงใหญ่เดินบ่นกลับไปอย่างหงุดหงิด ไม่เพียงหญิงใหญ่ที่หงุดหงิดพจมาน หม่อมพรรณรายก็จ้องจับผิดเมื่อไม่เห็นพจมานมารับใช้ก็สั่งให้คนไปตามมาช่วยเก็บข้าวของ เมื่อนมทิพย์บอกว่าพจมานไม่สบายก็หาว่าปกป้อง

“คุณชายกลางเธอเป็นคนสั่งให้ดูแลค่ะ” นมทิพย์อ้างชายกลาง บรรดาคุณๆทั้งหลายพากันตื่นเต้นที่ชายกลางกลับมาแล้วจนลืมเรื่องพจมานไปเลย ต่างดี๊ด๊าไปแสดงความยินดีกันจนฟังไม่ได้ศัพท์

ชายกลางให้นายกรดไปตามคุณพรมา หม่อมถามว่าตามมาทำไม ชายกลางบอกว่าตนมีธุระนิดหน่อย

หม่อมพรรณรายระแวงว่าชายกลางคงระแคะระคายที่ตนขอยืมเงินส่วนกลางมาใช้จึงเรียกคุณพรมาซักถาม คุณแพรวติงว่าการดูแลบ้านทรายทองและค่าใช้จ่ายในบ้านนั้นไม่ใช่น้อย ที่จริงควรเบิกได้ไม่ต้องยืมด้วยซ้ำ

“ชายกลางเขาเป็นลูกพ่อไม่ใช่ลูกแม่ อะไรๆก็ต้องถูกต้อง เถรตรงไปหมด มันน่าน้อยใจไหมล่ะ” หม่อมบ่น

ooooooo

ชายกลางไปเยี่ยมคุณตาน้อย เห็นสภาพแล้วสลดหดหู่ใจมาก ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงคุณตาน้อยร้องอย่างเจ็บปวดทรมานก็ยิ่งบาดความรู้สึก ผิดกับคุณแพรวที่บ่นกับหม่อมพรรณรายว่า จะหายก็ไม่หายจะตายก็ไม่ตาย

หม่อมพรรณรายจ้องจิกเล่นงานพจมานตลอดเวลา เมื่อหญิงใหญ่บอกว่าพจมานไม่สบายก็หาว่ามารยา

หญิงใหญ่จึงให้ไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง หม่อมพรรณรายไปเห็นนมทิพย์ป้อนข้าวป้อนน้ำให้พจมานก็ถามอย่างไม่พอใจว่า

“นี่กลายมาเป็นพี่เลี้ยงนางนมของแม่คนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่” แล้วก็ยิ่งไม่พอใจเมื่อเห็นพจมานขึ้น

มาอยู่ข้างบนเยี่ยงญาติคนหนึ่ง ตะคอกถามนมทิพย์ว่าใครเชิญให้ขึ้นมาอยู่บนตึก พอนมทิพย์บอกว่าปกติ

พจมานอยู่กับคุณหญิงใหญ่ก็พาลตำหนิว่าหญิงใหญ่เป็นอะไรของเขา เห็นทีจะต้องสังคายนาความคิดเสียที แล้วตะโกนเรียก

“แม่พจมาน! แกต้องลงไปอยู่เรือนคนใช้ ได้ยินไหม!!” สั่งนมทิพย์ให้จัดการย้ายพจมานลงไปให้เรียบร้อยแล้วมารายงานตน ก่อนออกไปยังหันย้ำว่า “อ้อ...แล้ว
อย่าลืมส่งข่าวให้ญาติโกโหติกามันมารับกลับด้วย เดี๋ยวจะมาตายที่บ้านฉัน”

พจมานน้ำตาไหลเป็นสายทางหางตา ชายน้อยโผเข้ากอดปลอบ

“โอ๋...โอ๋...พจมานอย่าร้องไห้นะก๊ะ...” ทำให้พจมานยิ่งร้องไห้อย่างเจ็บช้ำ

เมื่อโรงเรียนเปิดเทอม ครูขานชื่อนักเรียนในห้อง ปรากฏว่าพจมานไม่ได้มาเรียน เสาวรสบอกว่าสงสัยไม่สบาย และตอนนี้พจมานก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านทรายทองแล้ว

ครูฟังแล้วนิ่งไปอย่างครุ่นคิด...

ooooooo

ชายกลางกลับถึงบ้านวันนี้ แปลกใจที่มองไปเห็นรถเก๋งคันโตจอดอยู่ที่ประตูใหญ่ มีนักเรียนในรถยื่นหน้ามาพูดอะไรกับกรด กรดชี้มาที่รถชายกลางแล้วชี้ให้รถเก๋งคันนั้นหลบทาง เด็กในรถหันมองตามแล้วสะบัดหน้าผลุบเข้ารถไป

ชายกลางถอยรถแอบข้างทางให้รถคันนั้นผ่านออกไป พอเข้าประตูไปชายกลางถามกรดว่าเด็กพวกนั้นมาหาใคร กรดบอกว่าเพื่อนนักเรียนแม่พจมานวันนี้เปิดเทอมแต่แม่พจมานไม่ได้ไปเรียนก็เลยชวนกันมาดู

“ต่อไปนี้ต้องเรียกเขาว่า คุณพจมาน คุณพจมานเป็นญาติของฉัน” ชายกลางสั่งแล้วจึงถามว่าทำไมเขาไม่เข้าไป กรดบอกว่าคุณพจมานอยู่เรือนคนใช้ ตนให้ไปเข้าทางประตูเล็กเขาเลยโกรธถามว่าทำไมเข้าทางประตูใหญ่ไม่ได้ “ทีหน้าทีหลังใช้ความสังเกตหน่อย เขามารถคันใหญ่ท่าทางเป็นลูกผู้ดีมีเงิน แล้วจะให้ไปเข้าประตูที่ยายหลงออกไปจ่ายตลาดได้ยังไง”

พอชายกลางรู้จากนมทิพย์ว่าพจมานตัวร้อนจัดทั้งกลางวันและกลางคืน ก็ถามว่าหม่อมแม่ทราบหรือไม่ นมทิพย์บอกว่าไม่กล้าเรียนท่าน ส่วนหญิงใหญ่ก็แลยังยุ่งๆอยู่เหมือนกัน

“สงสารพี่พจมานก๊ะ พี่ชายกลางตามหมอมา รักษาด้วยนะก๊ะ...” ชายน้อยเอ่ย พอชายกลางหันมอง ชายน้อยก็ร้อนตัวรีบบอกว่า “ชายไม่ได้สอดนะก๊ะ”

ชายกลางไปดูพจมานที่เรือนคนใช้ เขาถามว่าทำไมถึงให้มาอยู่ที่นี่ นมบอกว่าหญิงใหญ่เคยให้ขึ้นไปอยู่กับเธอแต่ก็ไม่กล้าพูดต่อว่าทำไมพจมานจึงกลับมาอยู่ที่เรือนคนใช้อีก ลดเสียงพูดอ่อยๆว่า

“เรื่องบางเรื่องก็ไม่สมควรพูดค่ะ แลมันอันตราย...”

ชายกลางเข้าไปดู เห็นพจมานไข้สูง ตาแดงก่ำ ขอบตาแดงและริมฝีปากแห้ง เพ้อทั้งที่หลับตา...

“คุณแม่...ดิฉันอยากพบคุณแม่...ดิฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ดิฉันจะกลับไปอยู่กับคุณแม่...”

ชายกลางจับมือพจมานขึ้นจับชีพจร ก้มลงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ไม่เป็นไร เธอไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น” แล้วบอกนมทิพย์ “ขอน้ำเย็นธรรมดากับผ้าขนหนูเล็กๆมา

ให้ฉันหน่อย แล้วไปบอกนายจรให้เอารถไปตามหลวงแพทย์มาโดยเร็วที่สุด”

นมทิพย์ถามว่าให้มาที่นี่หรือ พอชายกลางบอกว่าใช่ นมก็รีบเดินออกไป ชายกลางเสยผมที่รุ่ยร่ายของพจมานอย่างอ่อนโยน

ระหว่างรอหลวงแพทย์ ชายกลางเห็นสมุดปกสีน้ำเงินโผล่จากกระเป๋าเดินทางที่เปิดอ้าไว้ เห็นพจมานหลับจึงหยิบเปิดดู ยิ่งอ่านสีหน้าชายกลางก็เครียดขรึมขึ้นทุกที...

ooooooo

กลายเป็นเรื่องใหญ่โตเมื่อฟักจอมสาระแนแจ้นไปรายงานหม่อมว่าตอนนี้ชายกลางอยู่ที่ห้องพักแม่พจมาน!

หม่อมที่นอนให้เอมนวดอยู่ลุกพรวด เท้าเกือบกวาดถูกหน้าเอม ลิ่วไปที่เรือนนอนคนใช้ ตำหนินมทิพย์ว่าผมสองสีแล้วทำไมไม่รู้จักคิดเจ้ากี้เจ้าการให้ชายกลางมาที่เรือนคนใช้ นมทิพย์ชี้แจงว่าชายกลางมาเองก็หาว่าเถียง

“ชายเป็นคนบอกให้พี่ชายกลางไปเองก๊ะ... พี่พจมานไม่สบายมาก ชายสงสารพี่พจมาน” ชายน้อยพยายามพูดทั้งที่พูดลำบาก ถูกหม่อมแว้ดใส่ว่าสงสารตัวเองก่อนเถอะ ดูสารรูปซิ! ทั้งสายตาและคำพูดของหม่อมทำเอาชายน้อยน้ำตาไหลด้วยความน้อยใจ นมทิพย์รีบเข้าไปกอดปลอบ หม่อมมองอย่างริษยาที่ชายน้อยซบอกนมทิพย์เหมือนลูกซบอกแม่ ตวาดสั่ง

“ชายน้อย! นิ่งเดี๋ยวนี้!” ชายน้อยยังสะอื้น นมทิพย์กอดกระชับปลอบอย่างอ่อนโยน

“ทูนหัวของนม...นิ่งนะคะ...”

“ยัง...ยังอีก!” หม่อมปราม ชายน้อยกลืนก้อนสะอื้นด้วยความกลัวแม่ “นม! ไปบอกชายกลางว่าฉันต้องการพบเดี๋ยวนี้” นมทิพย์บอกชายน้อยเข้าไปอยู่ในห้องก่อนเดี๋ยวนมมา แล้วเดินเลี่ยงไป หม่อมจิกตามองสั่งฟักให้ตามไปดู ฟักกระเหี้ยนกระหือรือตามไปทันที ส่วนหม่อมเดินฟึดฟัดกลับตึกด้วยความริษยานมทิพย์ที่ชายน้อยรักเหมือนแม่ แต่ตนที่เป็นแม่ชายน้อยกลับหวาดกลัวเหินห่างเหมือนคนอื่น

ooooooo

ชายกลางให้นมทิพย์ไปเรียนหม่อมว่าตนยังไปไม่ได้ แล้วเชิญหลวงแพทย์เข้าไปตรวจพจมาน หลวงแพทย์แตะหน้าผากพจมานถามว่าเป็นมากี่วันแล้ว พอนมทิพย์บอกว่าสองสามวัน หลวงแพทย์บอกชายกลางว่าพาไปโรงพยาบาลดีกว่า

ชายกลางให้นมทิพย์ไปเตรียมของจำเป็นของพจมาน ส่วนตัวเองอุ้มพจมานเดินนำหลวงแพทย์ออกไปทันที

ฟักแจ้นไปรายงานหม่อมอีกแล้ว! หม่อมดีดตัวขึ้นทันที ยิ่งฟังฟักจีบปากจีบคอบอกว่าพจมานหลับตาพริ้มทีเดียว หม่อมทนฟังไม่ได้สั่งฟักไม่ต้องเล่าแล้ว บ่นฮึดฮัด

“ชายกลางนะชายกลาง...ทำไมถึงได้ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับปลักโคลนได้ขนาดนี้ ช่างไม่มีเลือดแม่เสียเลย!”

ตกค่ำชายกลางถามหม่อมที่ห้องอาหารว่าเดี๋ยวหม่อมแม่ว่างไหม ถ้าว่างตนขอเวลาสักหน่อย

“ดี! แม่ก็มีเรื่องจะพูดกับชายกลางเหมือนกัน” หม่อมตอบหน้าตึง

เมื่อเข้าไปนั่งคุยกันที่ห้องสมุด ชายกลางขอโทษก่อนถามเรื่องเงินสี่หมื่นที่หม่อมขอยืมกองกลางไปใช้ หม่อมโวยวายหาว่าหญิงใหญ่ฟ้อง เมื่อชายกลางบอกว่าหญิงใหญ่ไม่ได้ฟ้อง ก็หาว่าชายกลางจ้องจับผิดตนแล้วจึงสาธยายค่าใช้จ่ายมากมายภายในบ้านทรายทอง โดยเฉพาะเรื่องค่ารักษาชายน้อย คุณตาของเขาและตาน้อยที่ตึกขวาง

ชายกลางเอ่ยถึงชายน้อยว่าใส่เสื้อผ้าเก่าเสียจนไม่น่าที่ลูกชายเจ้าของบ้านจะใช้ ถึงจะอยู่แต่ในบ้านก็เป็นลูกหม่อมแม่

“ลูกที่นำแต่ความโชคร้าย...ความอับอายขายหน้ามาให้แม่น่ะซิ มันออกมาไม่เท่าไหร่ท่านพ่อของชายก็สิ้น มันนำแต่ความโชคร้ายมาให้แม่! แล้วชายกลางยังให้แม่อาลัยไยดีมันอีกเรอะ!” แล้วตีโพยตีพาย “แม่จะได้รู้ว่าไม่มีสิทธิ์อะไรในบ้านนี้เลย ทำอะไรก็ผิดไปหมด” หม่อมลุกพรวดเดินเชิดออกไป

ออกจากชายกลาง หม่อมพรรณรายตรงไปหาหญิงใหญ่ที่ห้อง ถามว่ารู้เรื่อง “อีพจมาน” หรือยังว่าตอนนี้ไปนอนโรงพยาบาล ชายกลางรับเป็นหัวเรือใหญ่พาไป หม่อมเลยมาลงที่หญิงใหญ่หาว่าถ้าไม่เจ้ากี้เจ้าการรับพจมานไว้ในบ้านก็ไม่ต้องร้อนอกร้อนใจกันอย่างนี้ หญิงใหญ่ถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร

หม่อมปรามาสพาลด่าอีกว่า หญิงใหญ่จะมีน้ำยาทำอะไร อยู่ในห้องเป็นนางทึนทึกไปจนตายเถอะ พอหญิงใหญ่โต้ว่าตนเป็นอย่างนี้เพราะหม่อมแม่ หม่อมก็รื้อฟื้นเรื่องหญิงใหญ่ไปรักกับลูกชายนายพรซึ่งก็คือลูกจ้างเราดีๆนี่เอง ด่าว่า

“เธอไม่รักเกียรติ ไม่รักศักดิ์ศรีของตระกูลสว่างวงศ์ฉันถึงต้องขังเธอไว้ไม่ให้ออกจากบ้าน แล้วเป็นไง มันไม่ได้นึกถึงเธอสักนิด ได้ข่าวว่ามันมีลูกสามสี่คนแล้วนี่”

“ค่ะ แล้วก็เป็นรัฐมนตรีด้วย หม่อมแม่คิดไม่ถึง ใช่ไหมล่ะคะ”

หม่อมร้องเสียงสูงว่าต่อให้เป็นใหญ่กว่านี้ตนก็ไม่ยอมให้เลือดพวกขี้ครอกมาปะปนกับเลือดสว่างวงศ์ของตน ด่าอีกว่า “เธอน่ะใฝ่ต่ำ ไม่เหมือนหญิงเล็กรู้จักเลือกคนอย่างท่านต้อม” พอหญิงใหญ่ย้อนถามว่าแล้วท่านต้อมเลือกหญิงเล็กหรือเปล่า หม่อมโกรธจนตัวสั่น ถามว่ากล้ายอกย้อนตนหรือ อิจฉาน้องที่ไม่ต้องเป็นสาวทึนทึกอย่างตัวเองล่ะสิ!

“หญิงว่าไม่แน่หรอกค่ะ หญิงน่ะสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้ว่าบ้านนี้จะไม่ได้มีสาวทึนทึกคนเดียว!”

“หญิงใหญ่! นี่แกแช่งน้องเรอะ! จำใส่หัวไว้เลยว่า ตราบใดที่ฉันยังอยู่ ยังไงหญิงเล็กก็ต้องได้แต่งงานกับท่านต้อม!”

หม่อมสะบัดหน้าเดินออกไป หญิงใหญ่ยังคงนั่งนิ่งเหมือนปราศจากความรู้สึกใดๆ

ooooooo

พจมานอยู่ห้องพิเศษที่โรงพยาบาล มีเพื่อนๆ มาเยี่ยมหลายคน ทั้งทวีพร กรรณิกา ปรียา สินเสริม พจมานทักทายพูดคุยกับเพื่อนๆอย่างร่าเริง ถามว่า รู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่โรงพยาบาล

พอเพื่อนๆบอกว่า ครูบอกว่าผู้ปกครองส่งคนที่บ้านมาบอกครู พจมานก็นิ่งไปอย่างแปลกใจ เพื่อนๆคุยกันอย่างสนุกสนานว่าได้ยินคนเฝ้าประตูเรียกพจมานว่า แม่พจมาน ก็นึกว่าพจมานจะอยู่ห้องอนาถาที่แท้กลับเป็นห้องพิเศษโก้แบบนี้

ระหว่างนั้นที่หน้าห้อง มองใต้บังตาออกไปเห็นหมอกับรองเท้าและชายขากางเกงของใครคนหนึ่งยืนอยู่ อึดใจเดียวหมอก็ผลักบังตาโผล่มาบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “อีกสองสามวันก็กลับบ้านได้แล้ว” พอปิดบังตาทั้งสองก็เดินผ่านไป พจมานนึกแปลกใจ “ใครกัน...”

ชายกลางเดินไปที่ห้องรับแขกที่บ้าน หม่อมพรรณรายกับคุณแพรวพรรณน้องสาวกำลังคุยกันอย่างขัดเคืองใจ คุณแพรวบอกว่าวันนี้คุณพี่ไม่ค่อยซื้ออะไรเลย หม่อมแดกดันทันทีว่า

“เจ้าของบ้านมาแล้ว เราก็ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว เดี๋ยวเขาจะเรียกไปอบรมอีก”

“คุณพ่อก็ช่างกระไร ลูกยังไม่ทันตาย กลับไปยกบ้านให้หลาน กลายเป็นแม่เป็นน้าต้องอาศัยบ้านลูกหลานอยู่” คุณแพรวผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ย

พอทั้งสองหันมาเห็นชายกลางก็หน้าเสีย คุณแพรวถามว่าชายกลางมาตั้งแต่เมื่อไหร่

“ก็ตั้งแต่น้าแพรวกับหม่อมแม่คุยกันเรื่องผมนั่นแหละครับ” หม่อมกับคุณแพรวพยักหน้าให้กันแล้ว จะลุกไป “ผมมีเรื่องจะเรียนถามหม่อมแม่หน่อยครับ” หม่อมพรรณรายถามหน้าตึงว่าจะอบรมสั่งสอนเรื่องอะไรอีกล่ะ!

ชายกลางคุยถึงฐานะของพจมานในบ้านทรายทองว่า เราปฏิเสธไม่ได้ว่าพจมานเป็นญาติ คุณตาสุรพลมีสิทธิ์ในบ้านทรายทอง เมื่อคุณตาสุรพลเสียชีวิต คุณน้าพนาก็เป็นคนรับช่วงต่อ เพราะฉะนั้น เมื่อคุณน้าพนาเสียไปแล้ว พจมานซึ่งเป็นลูกของคุณน้าพนาก็ย่อมมีสิทธิ์ในบ้านทรายทอง หม่อมนั่งฟังคอแข็ง จนเมื่อชายกลางเอ่ยขึ้นว่า

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงให้เขาไปอยู่เรือนคนใช้ เป็นไข้ไม่สบายก็ไม่มีใครสนใจไยดี” หม่อมประชดว่าก็ให้จ้างคนมาดูแลสิ บ่นว่า นังพจมานเป็นอะไรทีหัวหงอกหัวดำก็โดนกันหมด เมื่อถูกหม่อมประชดประชันหนักเข้า ชายกลางตัดบทว่า “ผมจะให้พจมานขึ้นมาอยู่บนตึก”

“อะไรนะ!” หม่อมเสียงหลง

จากนั้นชายกลางบอกหญิงใหญ่ให้จัดห้องข้างบนสักห้องได้ไหม ตนจะให้พจมานขึ้นมาอยู่ หญิงใหญ่มองอึ้ง ชายกลางบอกว่าเรื่องนี้ตนขอความเห็นหม่อมแม่ แล้ว หญิงใหญ่จึงพยักหน้ารับฝืนๆ เมื่อชายกลางไปแล้ว หญิงใหญ่จึงให้แจ่มกับกรดช่วยกันจัดห้องเก่าของชายกลางและให้ยกเครื่องเรือนของชายกลางจากตึกขวางมาจัดห้องให้พจมานอยู่

“คงได้สนุกกันใหญ่ล่ะ” หญิงใหญ่พึมพำหน้านิ่งกับคำสั่งของชายกลาง

พวกคนใช้ที่ช่วยกันขนเครื่องเรือนและทำความสะอาดห้องต่างพูดกันอย่างมีประสบการณ์ว่าเดี๋ยวหม่อมก็ต้องสั่งให้หญิงใหญ่เลิกทำแน่ๆ

สองวันต่อมา เมื่อพจมานออกจากโรงพยาบาล แจ่มช่วยถือกระเป๋าพาพจมานขึ้นไปอยู่ห้องบนตึก พจมานแปลกใจถามว่าใครจะเป็นคนจัดห้องให้ตน

“คุณหญิงใหญ่ค่ะ พอคุณพจย้ายขึ้นมาอยู่ข้างบน ดิฉันเลยได้ไปอยู่ห้องคุณพจแทน มีห้องน้ำด้วยนะคะ ไม่ต้องไปใช้ปนกับคุณหญิงใหญ่คุณหญิงเล็ก ห้องนี้เดิมเป็นห้องคุณชายกลาง หม่อมท่านแยกให้อยู่คนละทางไม่ปะปนกับคุณพี่กับคุณน้องผู้หญิง เตียงนอน โต๊ะ ตู้เสื้อผ้าก็เป็นของเก่าของคุณชายกลาง พี่กรดไปยกของมาจากตึกขวางค่ะ”

แจ่มเล่ารวดเดียว ชัดเจนแจ่มแจ้ง พจมานมองแจ่มอย่างประหลาดใจตั้งแต่แจ่มเริ่มพูดถึงชายกลาง...

ooooooo

พจมานคิดว่าหญิงใหญ่เป็นคนจัดการเรื่องส่งตนไปโรงพยาบาลและจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้และยังจัดห้องใหม่ให้อยู่ จึงไปกราบขอบพระคุณที่ห้อง

หญิงใหญ่บอกว่าเธอควรไปขอบคุณชายกลางเพราะตนไม่มีปัญญาเป็นหัวเรือใหญ่จัดการอะไรได้ตามอำเภอใจ แล้วเอาจดหมายให้บอกว่าไม่มีใครเปิดอ่านหรอก พจมานรับจดหมาย ก้มกราบอีกครั้งแล้วออกไป

พจมานตัดพ้อนมทิพย์ที่ไม่บอกตนเรื่องชายกลางพาไปโรงพยาบาล นมทิพย์บอกว่าชายกลางกำชับไว้ว่าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องพูด เธอกลับมาก็จะรู้เอง พจมานบ่นน้อยใจว่าตนขึ้นไปกราบขอบพระคุณหญิงใหญ่แต่ได้รับการปฏิบัติต่อเหมือนตนไม่มีอะไรดีพอที่หญิงใหญ่จะต้องยื่นมือเข้ามาช่วย บอกนมทิพย์ว่า

“พจจะกลับบ้าน อยู่แล้วไม่มีความสุขจะอยู่ต่อไปทำไมให้ทรมาน” พจมานบอกว่าตนไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร ถ้าเขาเกิดทวงบุญคุณขึ้นมาตนจะเอาที่ไหนมาใช้ “เดี๋ยวพจจะไปย้ายข้าวของมาอยู่กับป้านมสักสองสามวัน แล้วหลังจากนั้นพจจะกลับบ้าน” นมทิพย์ถามว่าจะนอนไปได้ยังไงที่นอนก็ไม่มี “นอนเสื่อก็ได้ค่ะ พจจะโทรเลขไปขอเงินที่บ้านมาใช้คุณชายกลาง” นมทิพย์ได้แต่มองพจมานที่เด็ดเดี่ยวดื้อดึงอย่างอ่อนใจ

เมื่อพจมานได้อ่านจดหมายของพจนีย์ที่หญิงใหญ่เอาให้ ถูกพจนีย์ตำหนิต่อว่า หาว่าพจมานเอาสบายคนเดียวทำให้พวกตนลำบาก หาว่าแม่มีอะไรก็ให้พจมานหมด แม่รักแต่พี่พจ ลูกๆคนอื่นเหมือนไม่ใช่ลูก อ่านจดหมายแล้วพจมานยิ่งเครียด ตัดสินใจจะต้องกลับบ้านให้ได้

ค่ำนี้ พจมานจึงไปที่ห้องนั่งเล่นที่หม่อมกับญาติๆ นั่งกันอยู่เพื่อบอกกล่าวอำลากลับบ้าน ถูกหม่อมและคุณแพรวมองอย่างรังเกียจเหยียดหยาม หม่อมไล่ให้ออกไปก่อนธุระของเธอให้ตนกลับห้องก่อนก็ได้ แล้วหันไปพูดกับหญิงใหญ่ว่า

“เห็นหรือยังจ๊ะ ว่าอีเด็กคนนี้ของเธอมันทะลึ่งตึงตังเสียเหลือเกิน ไพร่เหมือนแม่ของมัน”

พจมานที่กำลังจะเดินออกไปหันขวับมาทันที สีหน้าโกรธราวกับงูถูกตีที่ขนดหาง พูดเสียงดังอย่างไม่หวั่นเกรงว่า

“ดิฉันไม่ชอบให้ใครมาเหยียดหยามคุณแม่ของดิฉัน คนในบ้านทรายทองถือตัวว่าเป็นผู้ดีมีสกุลกันหมด แต่ดิฉันไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ที่เรียกตัวเองว่าผู้ดี จึงดูหมิ่นคนได้ง่ายๆ คุณแม่ของดิฉันไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร!”

“อีชาติชั่ว อีเนรคุณ!” หม่อมลุกพรวดชี้หน้าพจมานนิ้วสั่นระริก “อาศัยข้าวแดงแกงร้อนเขากินแล้วยังบังอาจมาขึ้นเสียง ได้ยินกันไหม เห็นฤทธิ์เดชลูกไอ้พนา ไอ้ไพร่สารเลวหรือยัง!”

ทุกคนในห้องต่างตะลึงอึ้งกับอารมณ์เผ็ดร้อนของทั้งสอง พจมานยืดตัวตรง เชิดหน้ารับว่า

“ค่ะ...ดิฉันเป็นลูกของคุณพนา พินิตนันทน์เป็นนามสกุลของดิฉัน ดิฉันเป็นหลานคุณปู่สุรพล แม้ว่าเลือดของดิฉันจะไม่เข้มเหมือนเลือดสีน้ำเงินของพวกสว่างวงศ์ แต่พินิตนันทน์ของดิฉันก็ไม่ได้ต่ำกว่าใคร! เคยทำแต่คุณงามความดี ไม่เคยได้ชื่อว่าเบียดเบียนทารุณใคร!” พูดแล้วพจมานปิดประตูกระแทกปังออกไป

พวกในห้องสะดุ้งเฮือกแล้วต่างก็ตำหนิด่าว่าพจมานกันอึง หม่อมเปรียบพจมานกับตนว่าเหมือนชาวนากับงูเห่า

“บุญคุณก็ยังจะเป็นบุญคุณอยู่ ตราบเท่าที่ไม่มีการอ้าปากพูด! ผมถือว่าผมไม่ได้ทำเพื่อเด็กคนนี้ แต่ทำเพื่อคุณยายที่ล่วงลับไปแล้ว แม่ของเด็กนั่นพยาบาลดูแลคุณยายท่านจนวาระสุดท้าย” ชายกลางพูดหน้าขรึมแล้วเดินออกไป

หม่อมถามอย่างไม่พอใจว่าใครบอก หญิงใหญ่บอกว่าตนเอง หม่อมแหวใส่หญิงใหญ่ทันทีว่า

“แล้วมันธุระกงการอะไรของเธอยะ สู่รู้ไม่เข้าเรื่อง แล้วเป็นไง ชอบใช่ไหมที่แม่ของตัวโดนถอนหงอก!”

หญิงใหญ่นั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตาแม่

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"

#ทีมอำพน เตรียมฟิน "ก๊อต" สารภาพความในใจ "นุ่น" ใน "กระเช้าสีดา"
12 พ.ค. 2564

05:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2564 เวลา 05:49 น.